อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเรียกร้องการปฏิรูปภาคเกษตรให้มีความมั่งคั่ง ร่ำรวย และยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ ๒ นั้น พูดไว้ถูกต้องว่า สภาพของประเทศของเรานั้นจะก้าวต่อไปบนเส้นทางของการเป็นทาสการค้าพาณิชย์ หรือว่าเทรดดิง เนชัน ทั้งนี้เพราะว่าเรามีฐานการผลิต และมีจุดที่ตั้งประเทศที่เอื้ออำนวย ต่อการเป็น โพรดักชัน ฮับ (Production hub) และการเป็นเทรดดิง ฮับ (Trading hub) ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อใน สปช. ได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายสู่การเป็นกรีน เนชัน (Green nation) การเป็นประเทศสีเขียวซึ่งจะสอดคล้องต่อทิศทางแนวโน้มของโลก ในอนาคต ภาคเกษตรจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย แต่ประเทศไทยต้องวางแนวคิดใหม่จากการที่เราขายผลิตผลทางการเกษตรเป็นตันมา ๗๐๐-๘๐๐ ปี ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นมัน เป็นยาง ข้าวโพดและสินค้าเกษตรอื่น ๆ วันนี้ ต้องขายเป็นกิโล ขายเป็นกรัมให้มาก เมื่อครั้งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เราได้สร้างแนวทางของการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูป แต่วันนี้ขอนำเสนอ เพื่อประกอบการพิจารณารายงานให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการนั้นได้นำไปพิจารณาเพิ่มเติมว่าโดยแท้ที่จริงแล้วศักยภาพ ของภาคเกษตรของเรานั้นเราพัฒนาและมีผลตอบแทนต่ำกว่าสิ่งที่เกษตรกรและซัพพลาย เชน (Supply chain) ทั้งหมดควรจะได้ เราเป็นประเทศอยู่ลำดับ ๘ ของโลก อยู่ในท็อปเทน (Top ten) ของโลกที่เป็นผู้ส่งออกอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตรไปยัง ตลาดโลก มีมาร์เก็ตแชร์เพียง ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงว่าโอกาสของการขยายตลาด ยังมีอีกมากมายไม่รู้ว่ากี่ ๑๐ เท่าตัว นี่คือโอกาส แต่การสร้างโอกาสนั้นจำเป็นจะต้องสร้าง มูลค่าเพิ่ม แต่การสร้างมูลค่าเพิ่มนั้นก็ต้องตีโจทย์ให้แตกว่าจากผลผลิตทางการเกษตร ที่เกษตรกรของเรานั้นหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินและเป็นหนี้สินยากจนอยู่ทุกวันนี้นั้นมันเหมือน สะพานที่ขาดการเชื่อมโยง มันเสมือนหนึ่งข้อต่อที่มันขาดเป็นมิสซิง ลิงก์ (Missing link) อยู่ ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมาธิการหลายคณะ ทั้งคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณะกรรมาธิการพลังงาน คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม และอื่น ๆ รวมทั้งเศรษฐกิจ ๒ เศรษฐกิจ ๑ นั้นได้คิดในเรื่องนี้กัน เราได้สร้างโมเดลใหม่ขึ้นมาเป็นตัวต้นแบบว่า ถ้าจะออกแบบให้มันไปถึงปลายทางสุด ๆ แล้วภาคเกษตรของเรา เกษตรกรของเราจะมั่งคั่ง ร่ำรวยเหมือนอย่างผลสัมฤทธิ์เป้าหมายที่วางไว้ว่าในปี ๒๕๗๕ ๒๐ ปีข้างหน้านั้นเราจะ บรรลุไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนของภาคเกษตรและเกษตรกรของเราได้อย่างไร ความท้าทายดังกล่าวนั้นถ้าท่านเห็นได้ชัดเจนก็คือว่าเรื่องของความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงานนั้นเป็นอนาคตของโลกและของประเทศไทย ในส่วนของเรานั้น เรามีศักยภาพสูงมากติดท็อปเทนของโลกเป็นฐานการผลิตที่สำคัญจนกระทั่งวางวาระ การพัฒนาที่เป็นเซ็นเตอร์ ออฟ เอ็กซ์เซลเลนท์ (Center of excellent) ของเรานั้นไปสู่ การเป็นฟูดเซ็นเตอร์ (Food center) และการเป็นพลังงานทดแทนที่เป็นฮับ หรือเลโนโว เอนเนอจี ฮับ (Lenovo energy hub) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าที่เป็นพืชอาหารและพืช พลังงานจะต้องมีการแบ่งแยกนโยบายออกเพื่อให้เกิดความชัดเจนของการผลิต สร้างผลิตภาพ แล้วก็แปรรูปไปสู่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งความจริงแล้วแยกออกได้จริง ๆ เป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งไปสู่ อาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ๒. คือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ ๓. คือผลิตภัณฑ์ที่เป็น พลังงาน ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือว่าข้าวมาเป็นอาหารที่แปรรูป สร้างมูลค่า สร้างแบรนด์ (Brand) ขึ้นมาได้ ขณะเดียวกันข้าวสามารถที่จะแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น เครื่องสำอาง ยาเสริมสุขภาพ เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันและประสบ ความสำเร็จแต่มาครึ่งทางมันสะท้อนว่าเรายังต้องขับเคลื่อนปฏิรูปไปสู่ปลายทางก็คือ เรื่องของพลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นอ้อย มันสำปะหลัง พืชที่มีแป้งและน้ำตาลแปรรูปเป็น เอทานอล (Ethanol) พืชที่มีน้ำมันไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ไม่ว่าจะเป็นพืชน้ำมันอื่น ๆ นั้นแปรรูป เป็นไบโอดีเซล (Bio diesel) วันนี้ทุกลิตรของดีเซลของเราผสมไบโอดีเซลที่มาจากสวนปาล์ม เกษตรกรของเรา มันสำปะหลัง อ้อย แปรรูปเป็นเอทานอล แต่มันจบลงด้วยความจนตรงนี้ ครับ การต่อยอดก็คือการสร้างอย่างที่เราเห็นโฆษณาของ ป.ต.ท. เห็นไหมครับ รถที่ทำ ด้วยไบโอพลาสติก (Bio plastic) ไบโอพลาสติกมาจากสารตั้งต้นของเอทานอลเป็นตัวอย่าง และสารตั้งต้นหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากพืชเกษตรของเรานั้นสามารถเป็นสารตั้งต้นไปทำเป็น โปรตีน ไบโอโปรตีน (Bio protein) ไปทำเป็นอาหารสัตว์ที่เข้มข้น ไปทำเป็นเวชภัณฑ์ยา ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านของอุตสาหกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นกรีน ออโต อินดัสทรี (Green auto industry) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้ว่ามันยังขาดช่วงการต่อยอดไปสู่ ปลายน้ำอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจึงพูดถึงว่าส่งเสริมด้านของอาหาร ส่งเสริมด้านพืชพลังงานก็ต้องอุดหนุนราคาสูง ราคากว่า จริง ๆ แล้วเราสามารถต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของโลก อย่างที่ผมเรียนนะครับถ้าเรายังผลิตเก่ง แต่ว่าราคาเรามูลค่าได้น้อย มันเป็นความผิดพลาด ที่จำเป็นจะต้องปฏิรูป แล้ววันนี้ต้องขอบคุณนะครับกรรมาธิการที่ได้นำเสนอรายงาน ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และฝากประเด็นนี้เพื่อท่านจะไปต่อยอดต่อเติมให้เกิดความสมบูรณ์ ขอบคุณครับ