ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ หารือปัญหาการเกษตร โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการขาดทุน ต้นทุนการผลิตสูง และขาดแหล่งน้ำในการเกษตร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรที่มีรายได้มากนั้นไม่ใช่เกษตรกรที่แท้จริง แต่เป็นนักธุรกิจหรือนักลงทุนภาคการเกษตร และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและทำความเข้าใจถึงความจริงของเกษตรกรในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มาจากจังหวัดลำพูนครับ ท่านประธานครับ เกษตรกรนั้น เป็นผู้ที่สร้างอาหารเลี้ยงโลก ประเทศไทยเรานั้นเราเคยตั้งความหวังว่าเราจะเป็นแหล่ง ผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงคนทั้งโลก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่เรามีความหวัง เรามีความตั้งใจอย่างนั้น แต่เกษตรกรกลับอยู่ในสภาวะที่ขาดทุนตลอดมา จากรายงานของ ท่านคณะกรรมาธิการเราจะเห็นได้ว่าคนที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมนั้นนับวันแต่ที่จะไม่ให้ ลูกหลานมาเป็นเกษตรกร ทำไมละครับ ทำไมเมื่อเป็นอาชีพที่ดี แต่ทำไมไม่อยากให้ลูกหลาน มาเป็นละครับ เหตุหนึ่งก็คือประสบกับภาวะการขาดทุนตลอดมา ผมขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้และนำเสนอที่จะแก้ไขให้เกษตรกรนั้นเป็นผู้ ที่มีความมั่งคั่งในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะใคร่เสนอให้ท่านกรรมาธิการ ได้นำไปพิจารณาก็คือว่าการที่เราจะให้เกษตรกรนั้นมีชีวิตที่ดีมีความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต ได้นั้นปัญหาที่เกษตรกรกำลังพบอยู่ในขณะนี้ก็คือในเรื่องของการผลิต
๑. มีเรื่องขาดแหล่งน้ำการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ทางราชการ ได้มีการจัดหาแหล่งน้ำไม่ว่าจะทำอ่างเก็บน้ำ หรืออะไรต่าง ๆ ไว้มีจำนวนมากครับ แต่พี่น้อง เกษตรกรไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควร เนื่องจากว่าการทำอ่างเก็บน้ำนั้นทำอยู่ในป่าครับ ห่างจากพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรเป็นหลาย ๆ กิโลเมตร เกษตรกรไม่สามารถนำน้ำ ที่เก็บไว้ในอ่างมาใช้ในการเกษตรได้ เพราะว่าเจ้าของอ่างเก็บน้ำไม่ได้ทำให้ครบวงจร คือไม่ได้ทำระบบส่งน้ำมายังแปลงการเกษตรได้ อันนี้อยากจะฝากท่านกรรมาธิการนำไป ต่อยอดด้วย
ประการถัดมาครับ เรื่องต้นทุนการผลิต เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ย ซื้อยาในราคาที่สูง นับวันจะสูงขึ้นทุก ๆ ครั้งที่ในปีการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ
ประการต่อมาก็คือเรื่องราคาสินค้าการเกษตรครับท่านประธาน สินค้า ภาคอุตสาหกรรมนั้นผู้ผลิตคือผู้ขายสามารถกำหนดราคาขายได้ แต่สินค้าการเกษตรนั้น ผู้ผลิตคือเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ ผมขออนุญาตได้ยกตัวอย่างที่ใกล้ที่สุดก็คือ ในที่จังหวัดลำพูนครับ จังหวัดลำพูนเป็นแหล่งที่ปลูกลำไย ท่านประธานที่เคารพทราบไหมว่า ในช่วงฤดูกาลเก็บผลผลิตนั้นเช้ามาเกษตรกรก็จะไปรับตะกร้าจากโล้งที่รับซื้อ ตอนเช้า ไปรับตะกร้ามาเพื่อจะไปเก็บลำไยในสวนของตัวเอง ท่านประธานทราบไหมว่าตอนไปรับ ตะกร้ามานั้นยังไม่ทราบเลยครับว่าวันนี้จะขายได้กิโลกรัมละกี่บาท บ่าย ๓ โมงเย็น ถึงจะทราบว่าราคาวันนี้ที่โล้งรับซื้อกี่บาท ท่านประธานครับ เก็บมาตั้งแต่เช้าไปถึง บ่าย ๓ โมงเย็นเพิ่งจะทราบว่าราคากี่บาทวันนั้น เมื่อเอามาถึงอย่างนี้แล้วก็ต้องขายครับ เหมือนที่เขาบอกว่าผีเข้าป่าช้าแล้วไม่ฝังก็เผา เกษตรกรทุกข์ระทมมากทีเดียวว่าไม่สามารถที่จะทราบล่วงหน้าว่าราคาวันนี้ขายสักเท่าไร เก็บมาแล้วเท่าไรก็จำเป็นต้องขาย อันนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น อยากจะฝากทางกรรมาธิการว่า ทำอย่างไรจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ที่ท่านบอกว่าให้กำหนดราคาไว้ มันไม่เป็นไปตามนั้นครับ ท่านประธานครับ อยากจะฝากว่าทำอย่างไรจะให้เกษตรกรเขาสามารถที่จะรู้ราคาว่าวันนี้ ราคาเท่าไร สมควรที่จะเก็บลำไยมาขายไหม หรือว่ารออีก ๒ วันมาขายได้ พืชผล บางประการ บางอย่าง เช่นยางสามารถเก็บชะลอไว้ได้ยังไม่ขายวันนี้ ขายพรุ่งนี้ได้ แต่ลำไย พืชผลการเกษตรหลาย ๆ ชนิดไม่สามารถที่จะรอได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยากจะฝาก
ประการถัดมาท่านประธานครับ เรื่องที่ดินทำกิน ก็เป็นปัญหาเยอะทีเดียว เรื่องที่ดินทำกิน แก้ปัญหามาตลอด ทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จสักครั้ง ผมขออนุญาตกราบเรียนไปถึงท่านประธานกรรมาธิการ เรื่องของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อการเกษตร ผมอยากจะให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรนั้นได้ทำการปฏิรูปที่ดิน จริง ๆ ปฏิรูปแล้วจัดหาสาธารณูปโภค เช่นแหล่งน้ำเข้าถึงแปลงนั้นได้ ไม่ใช่สำนักงานปฏิรูป ที่ดินเพื่อการเกษตรทุกวันนี้ทำหน้าที่เหมือนกรมที่ดินครับ ไปไล่ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้าน ที่เขาครอบครองอยู่ แล้วก็ออกเอกสารให้ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เสร็จแล้วก็เสร็จ ไม่ได้ดำเนินการต่อ ว่าจะหาแหล่งน้ำมาให้เขาได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกษตรกรได้ที่ดินไปแล้วไม่สามารถ ทำการเกษตรได้เพราะไม่มีทุนที่จะไปลง ไปหาแหล่งน้ำ สุดท้ายต้องขายที่ดินไปอย่างที่มี ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การแข่งขันที่เป็นธรรมนั้นต้องมีการเริ่มต้น ที่เท่าเทียมกันถึงจะเป็นธรรมได้ ผมขออนุญาตนะครับว่าในหน้าที่ ๓ ข้อที่ ๓ นะครับ หลักการปฏิรูปการเกษตรของประเทศ ในข้อที่ ๓.๑ ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปถึง ท่านกรรมาธิการว่าผมไม่อยากจะเห็นกรรมาธิการมองว่าความร่ำรวยมั่งคั่งนั้นคือ เป็นผู้มีเกียรติ เพราะท่านเขียนบอกว่าทำให้เกษตรกรมั่งคั่งและมีเกียรติ ผมไม่อยากจะใช้ คำว่า ความมั่งคั่งและต้องมีเกียรติ เกียรติไม่ได้อยู่ที่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างเดียว เกียรตินั้น อยู่ที่ความประพฤติดี ชอบ มีคุณธรรมจริยธรรม ผมอยากจะให้มองอย่างนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นเมื่อกี้ท่านประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตนะครับ ท่านบอกว่าท่านไปตรวจงานแล้วก็เกษตรกรขับรถเบนซ์ ขับรถบีเอ็มดับบลิว ท่านต้องขับ โตโยต้า ผมเชื่อว่านั่นคือเปลือกนอกของเกษตรกร อันนั้นไม่ใช่เกษตรกรตัวจริงครับ แต่เป็น นักธุรกิจ นักลงทุนภาคการเกษตรเสียมากกว่า เพราะบุคคลเหล่านี้จะไม่ใช่เป็นพวกเกษตรกร ที่ไปลงแรงในการทำแต่เป็นผู้ลงทุนในการทำนะครับ ฝากท่านไว้ เดี๋ยวท่านจะมองว่า เกษตรกรร่ำรวย แล้วก็เป้าหมายของท่าน ข้อสัมฤทธิผล ข้อบ่งชี้ว่าในอีก ๑๗ ข้างหน้า คือปี ๒๕๗๕ ท่านตั้งเป้าไว้ว่าเกษตรกรจะมีรายได้ครอบครัวละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อกี้ ผมฟังท่านกรรมาธิการบอกไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม ไม่เป็นไรครับ ผมให้กำลังใจท่านครับ ผมอยากจะเห็นเกษตรกรนั้นมีรายได้มากขึ้นเพื่อจะเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ