วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เสนอชุดกฎหมายนำไปเสริม 4 เรื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและคุ้มครองสิทธิ์ของเกษตรกร รวมถึงการปฏิรูปการเกษตรด้วย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมเกษตรกรที่มีความสามารถและลดต้นทุนการผลิต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นั่งรอจนเสียงแหบเลยท่านประธาน สิ่งที่ผมจะเสนอนี้จะเป็นชุด ของกฎหมายนะครับท่านประธาน พอเห็นฝ่ายที่เสนอก็ ๔ เรื่อง ผมก็ขอเสนอเซ็ท (Set) กฎหมายที่จะไปเสริม เรื่องแรกเลยครับท่านประธานเราต้องกำหนดจุดที่ชัดเจนครับว่า ประเทศไทยเราจะส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยหรือเกษตรกรรมรายใหญ่ ถ้าเราบอกว่า เราต้องการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยเหมือนเกาหลี ถ้าอย่างนั้นภาษีทรัพย์สินหรือจะเรียก ภาษีที่ดินอันนี้มีความจำเป็นครับ เราต้องมีการจัดเก็บภาษีที่ดินสำหรับที่ดินที่มีจำนวนเกินกว่า ๕๐ ไร่ เป็นแบบขั้นบันได เพราะฉะนั้นหลายคนที่มีกันเป็นแสนไร่ พันไร่ก็ต้องระบายออกมา เพราะฉะนั้นก็ต้องเสียภาษีมาก มีคนเสนอให้เก็บไปจนถึงเรท (Rate) ร้อยละ ๕ ที่เขาเอา ร้อยละ ๕ เพราะเขาถือว่าร้อยละ ๕ มันพอ ๆ กับค่าเช่า หมายความว่าคุณเอาไปให้เช่าไม่คุ้ม แล้วกับการเสียภาษีร้อยละ ๕ อันนั้นก็จะทำให้มีการคายที่ดินออกมา แล้วรัฐก็เอาไปซื้อ ทำเป็นแลนด์ แบงก์ (Land bank) เก็บเอาไว้เพื่อกระจายให้ชาวบ้านต่อไป อันนี้ก็จะเหมือน เกาหลี ไต้หวันครับท่านประธาน
กฎหมายที่ ๒ ก็คือที่ดิน ส.ป.ก. ครับ ที่ดิน ส.ป.ก. ต้องเขียนไว้ชัดเจนเลยครับ ไม่ให้ออกโฉนดนะท่านประธาน เพราะทุกวันนี้นายทุนไปซื้อที่ดิน ส.ป.ก. เพราะมีความหวัง ว่าวันหนึ่งจะออกโฉนดได้ เพื่อนผมที่อยู่ในธุรกิจพวกนี้ชวนผมไปซื้อเรื่อยเลยครับเขาบอก ถูก ๆ วิริยะเอ็งซื้อไว้ เดี๋ยวก็ออกโฉนดแล้ว ออกโฉนดทีนี้ก็ขายได้หลายสตางค์ เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นนักการเมืองหลายคนไปเอาที่พวกนี้มาเยอะ ๆ นี่ก็ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งมันจะ ออกโฉนดได้ เพราะฉะนั้นประกาศให้ชัดเจนเลยว่าต่อไปนี้ที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งหลายจะไม่มีการ ออกโฉนด แล้วถ้าใครเอาไปใช้นอกเหนือจากเกษตรที่มันต้องยึดเอาคืนนี่ก็ต้องทำ อย่างจริงจังเหมือนที่ คสช. ทำนะครับ อันนี้ผมเชียร์เต็มที่เลยครับในการไปยึดที่ ส.ป.ก. กลับคืนมาจากคนที่เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อันนี้ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่เจตนารมณ์ ต้องชัดเจนไม่ให้ออกโฉนดเลยครับ มันก็จะทำให้ที่ดินอยู่ในมือของเกษตรกรรายย่อย
เรื่องที่ ๓ กฎหมายตัวที่ ๓ ท่านประธานครับ อย่างที่เราส่งเสริมนวัตกรรม ให้คนค้นคว้าอันนี้เราก็ต้องชมเชยนะครับ ผมไม่ว่าซีพี (CP) หรอกครับที่เขาไปเอาปลานิลมา แล้วก็เอามาทำปลาอะไรเขานี่แล้วก็ผูกขาด เพราะว่านวัตกรรมของเขาแต่เราต้องให้ ระยะเวลาที่จำกัดเหมือนในต่างประเทศคุ้มครองกี่ปีครับ จะ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่เราคิดว่า จะส่งเสริมให้คนคิดนวัตกรรม สร้างอะไรเป็นใหม่ ๆ แล้วคุณก็ผูกขาด อย่าเรียกว่าผูกขาด สิทธิของคุณได้รับการคุ้มครองอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นก็สามารถที่จะให้ชาวบ้าน ทำได้ นั่นหมายความว่าเมื่อพ้นกำหนดการคุ้มครองตามระยะเวลาที่สมควรที่กำหนดกัน จะ ๑๐ ปี หรือ ๓๐ ปี หาเวลาที่เหมาะ แล้วก็ไม่คุ้มครองต่อ เกษตรก็ให้ความรู้แล้วก็สอน ชาวบ้านขยายพันธุ์เอง ทำเองต่อ คนคิดก็คุ้มค่ากับที่คิดและหลังจากนั้นก็เหมือนกับพวก ผลิตภัณฑ์ยาทั้งหลายท่านประธานครับ มันก็ไปในโทน (Tone) เดียวกัน คือคุ้มครอง ระยะเวลาหนึ่งแล้วหลังจากนั้นก็ไม่คุ้มครอง แล้วเกษตรก็ขยายพันธุ์ให้ชาวบ้านเรียนรู้วิธีทำ แล้วก็ทำของตัวเองออกขายได้
อันที่ ๔ ครับ ภาษีทรัพย์สินท่านประธานครับ ไม่ว่าในประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่น ในหลายประเทศที่เขาใช้ภาษีทรัพย์สินมาสนับสนุนเกษตรครับ ก็นั่นหมายความว่าเราจะต้องเขียนในภาษีทรัพย์สินที่เราจะทำที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เราต้องเขียนไว้เลยว่าท้องถิ่น โดยเฉพาะท้องถิ่นในภาคเกษตรกรรมเมื่อไปเก็บภาษีมา ถ้าเราให้เก็บสูงพอสมควรเก็บมาแล้วคุณต้องเอาไปสนับสนุนภาคเกษตรเท่านั้นก็คือให้ซื้อ เมล็ดพืชพันธุ์ดีในราคาถูก ปุ๋ยราคาถูก อะไรถูกทั้งนั้นเพื่อลดต้นทุน ก็คือไปเอาเงินของ เกษตรแล้วก็คืนเกษตรคนที่ขยัน คนขี้เกียจก็เสียประโยชน์ไป คนที่ขยันก็ได้ต้นทุนถูก ก็ขยันทำก็ขยันได้ คือเราต้องส่งเสริมคนขยันครับท่านประธาน จริง ๆ มันมีกฎหมาย อีกหลายอย่างครับก็เกรงใจท่านประธาน มันมีกฎหมายอีกหลายตัวที่เราสามารถที่จะเอามาเสริม ให้การเกษตรของเราแข็งแรง แล้วก็เดินหน้าได้อย่างดี ผมว่าถ้ามีการศึกษาแล้วก็เอามา ปรับแก้รองรับมันก็จะเป็นประโยชน์ในการที่เราจะปฏิรูปการเกษตรโดยมองภาพรวมกว้าง ๆ แล้วก็ให้มันบูรณาการไปด้วยกันนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน