เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล หารือเรื่องปฏิรูปภาคเกษตร โดยเสนอ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ระบบข้อมูล การสร้างสถาบันเกษตรที่มั่นคง และสวัสดิการ โดยเน้นการปฏิรูปนโยบายการเงินสำหรับเกษตรกร เช่น กองทุนบำนาญเกษตรกร เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรออมเงินและมีหลักประกันการดูแลในช่วงวัยเกษียณ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบข้อมูลเกี่ยวกับสำมะโนเกษตร เพื่อทำความเข้าใจแหล่งน้ำในประเทศไทยและแก้ไขปัญหาสภาเกษตรกรแห่งชาติที่มีโครงสร้างแต่ไม่มีหน้าที่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรี จากการรายงาน แล้วก็ดูจากปูมหลังของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ภาคเกษตร เป็นที่น่าดีใจแทนพี่น้องประชาชนครับ ถึงแม้ว่าจะมีไม่กี่ท่านที่มีสายเลือด เป็นเกษตรกรเหมือนผมอย่างนี้ครับ แต่ว่าหลาย ๆ ท่านเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณที่จะเอื้อเฟื้อ เอื้ออาทรต่อพี่น้องเกษตรกร ผมก็เป็นความหวังแล้วก็น่าชื่นใจ ยิ่งมาดูจากเอกสารรายงาน ซึ่งท่านทำเอาไว้เพียงแค่ ๑๐ หน้า แต่ท่านสามารถอธิบายขยายความได้เป็นชั่วโมง ก็ทำให้ เรามีความรู้สึกว่าน่าชื่นชมครับ แล้วก็น่าจะมีความหวัง แต่ว่าจะเป็นคำหวานหรือความหวังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนต่อไปซึ่งคณะกรรมาธิการท่านจะต้องไปดำเนินการต่อ และในสิ่งที่สมาชิก อีกประมาณ ๒๐ กว่าท่านที่จะนำเสนอ สำหรับผมผมคงจะนำเสนอเพียงแค่ ๒-๓ ประเด็น เท่านั้นเอง เนื่องจากว่าจากการที่เราได้ทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมา ก็จัดเป็นเสียงที่จะสะท้อนเข้าไปสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็โดยเฉพาะกรรมาธิการภาคการเกษตร ครับ ก็จะมีอยู่ ๓ ประเด็นครับ ประเด็นแรก ๆ ประเด็นอื่นเดี๋ยวท่านสมาชิกท่านอื่นก็คงจะ นำเสนอนะครับ สำหรับผมก็จะมีเพียงแค่ ๓ ประเด็นนั้นก็คือระบบข้อมูล แล้วก็เรื่องของการ สร้างสถาบันเกษตรที่ให้มั่นคงแล้วก็มีความเข้มแข็ง
อีกประเด็นหนึ่งเรื่องของด้านสวัสดิการ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับใน ๔ ประเด็น การปฏิรูปของคณะกรรมาธิการด้านการเกษตร ในเรื่องของปฏิรูปเกษตรกร ปฏิรูประบบ ปฏิรูปกลไก แล้วก็ปฏิรูปการบริหารความเสี่ยง คล้ายคลึงกันครับกับเสียงสะท้อนของพี่น้อง ประชาชนซึ่งเราไปรับฟังมาจากจังหวัดครับ
ประเด็นแรกนั้นก็คือในเรื่องของระบบข้อมูล ซึ่งสัปดาห์ก่อนผมได้กราบเรียน ในสภาแห่งนี้ไปแล้วว่า เราจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องทำสำมะโนเกษตร ในปัจจุบันเรามี สำมะโนประชากรและการเคหะ แต่ว่าไปเน้นในเรื่องของเพศ อายุ บ้าน ตึกรามใหญ่โต มีรถราม้าใช้เท่าไร เป็นในลักษณะนั้น เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาและวิจัยในเรื่องของ เศรษฐกิจและสังคมนะครับ แต่ว่าสำมะโนเกษตรตัวนี้จะบอกถึงที่ดิน ที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำ พืช สัตว์ การประมง เพื่อที่จะไปวิเคราะห์และวิจัยในเรื่องของแหล่งน้ำในกรณีที่ เราทราบแล้วว่าเราจะพัฒนาแหล่งน้ำไทยในด้านไหนบ้าง แล้วก็ในเรื่องของการจัดโซนนิง ในเรื่องของพืช ซึ่งหลายท่านก็คงจะทราบดีครับว่าเรื่องของพืชแต่ละแหล่ง ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุอาหารต่าง ๆ รสชาติของผลผลิตจะแตกต่างกันนะครับ โดยเฉพาะท่านอุทัย ขออนุญาต เอ่ยนามท่านคงทราบดี ผลไม้ชนิดหนึ่ง ปลูกในพื้นที่อีกที่หนึ่ง ข้าวก็เหมือนกันครับ เรารับประทานของประเทศไทยแต่ไปรับประทานที่ต่างประเทศ รสชาติไม่เหมือนกัน แตกต่างกันครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ เนื่องจากเวลาจำกัด อีกเรื่องหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของสภา เกษตรกร เรามีพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีโครงสร้างแต่ไม่ฟังก์ชัน (Function) สภาเกษตรกรจังหวัดขณะนี้ยังเดินไปไหนไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่มีบทบาทมีหน้าที่ในเรื่องของการ กำหนดแผน กำหนดนโยบาย ทำแผนแม่บทของจังหวัดแต่ก็ยังไม่ได้ไปไหน
ที่สำคัญครับ อันสุดท้ายที่จะนำเสนอนั่นก็คือในเรื่องของการที่ท่านกำหนดไว้ ในเรื่องของการปฏิรูปนั่นก็คือ ในเรื่องของกองทุนการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกร ผมอยากจะเสนอให้มีกองทุนบำนาญเกษตรกร คล้ายกันกับของ กบข. ของข้าราชการ คล้ายกันกับของ กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่ออะไรครับ เพราะว่า ๑. อันดับแรกเลย ก็จะเป็นแรงจูงใจที่จะให้คนที่อยู่ในภาคเกษตรไม่หนีออกจากนอกระบบไปสู่ภาคแรงงาน ๒. จะเป็นการสร้างวินัยในเรื่องของการออม ๓. เป็นหลักประกันเมื่อพี่น้องเกษตรกรของผม พ้นจากวัยทำงาน และวัยทำงานอาจจะไม่ใช่ ๖๐ ปีเหมือนข้าราชการ จะเป็น ๖๕ ปี ๗๐ ปี ๗๕ ปีก็ได้ครับ แต่หลังจากนั้นไปแล้วเขามีเงินเป็นบำนาญสำหรับเลี้ยงชีพไม่ต้องรอให้ ลูกหลาน ถ้าไม่อยากจะเลี้ยง เขาเลี้ยงตัวเขาเองได้ นี่คือหลักประกันสำหรับเงินออม ส่วนประเด็นที่ว่าจะถามว่าแล้วรูปแบบหรือโครงสร้างจะเป็นอย่างไรนั้น เราลองนำเอาของ กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ ของ กบข. ของกองทุนอีก ๑๐ กว่ากองทุน ลองเอามา บูรณาการกันดูนะครับ ผมดูแล้วว่าตรงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรของเรา ในเรื่องของความเข้มแข็งของตัวเกษตรกร ในเรื่องของความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร และในเรื่องของข้อมูลในการที่จะวิเคราะห์วิจัยในการพัฒนาระบบการเกษตรของเรา ในอนาคตครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ