สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑ เมษายน ๒๕๕๘

อุทัย สอนหลักทรัพย์ เสนอแนวทางปฏิรูปการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ ทางรายได้ และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีศักดิ์ศรีและความสามารถในการเป็นผู้นำในภาคเกษตร และเรียกร้องให้รัฐมนตรีและผู้นำทางการเมืองให้ความสำคัญกับเกษตรกรและภาคเกษตรมากกว่า นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดเรื่องการกักน้ำด้วยเขื่อนยาง การสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตร และการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายและกลไกในการจัดการด้านเกษตรกรรม รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวและกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติ

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ก่อนอื่น ผมอยากกราบเรียนว่าในฐานะที่ผมเองเป็นเกษตรกรมาตั้งเริ่มต้นหลังจากเลิกจากชีวิตราชการ ไปไม่รอด เพราะว่าทะเลาะกับเจ้านายประจำ ก็เลยลาออก ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้เลือกผมขึ้นมาถือว่าเป็นเกษตรกรคนหนึ่ง ส่วนน้อยหรืออาจจะ คนเดียวก็ได้ ที่ไม่เห็นมีข้าว มีมันสำปะหลัง มีอ้อยมาเลยนะครับ ผมต้องขอบคุณเพราะว่า บั้นปลายชีวิตผม ๘๐ กว่าปี ผมมีโอกาสได้ทำงานให้แก่ประเทศชาติ ผมภูมิใจมาก ภูมิใจจริง ๆ ตอนนี้ตายตาหลับแล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าตามที่ท่านประธานเกริกไกร ได้พูดว่าเกษตรกรเหมือนละครโรงใหญ่ แหม มันเรื่องจริงครับ – จริงอย่างที่สุดเลยท่านประธานที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก็เพราะว่า จบด้วยความเศร้าครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จังหวัดพิจิตรก็ผูกคอตายไปแล้ว ๑ คน เมื่อปีก่อนนี้ รัฐบาลก่อนนี้ตายไป ๒๐ กว่าคน ฆ่าตัวตายเพราะเรื่องของเกษตร แต่ผมเห็นว่าอาชีพอื่น ไม่ค่อยมีอย่างเกษตร เพราะฉะนั้นเป็นละครชีวิตที่น่าเศร้ามากครับ ไม่ใช่ว่าเป็นที่สนุกสนาน มันคงจบด้วยความเศร้า ผมอยากจะกราบเรียนว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศ หรือสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชียและในโลกก็ได้เพราะเราจะเป็นครัวของโลกอยู่แล้ว เว้นแต่ที่ท่านประธานพูดว่ามันมียาฆ่าแมลง มีอะไรเยอะแยะที่เข้ามา นี่ก็อยู่ที่ผมเองก็จะ ปฏิรูปว่าต่อไปนี้จะไม่ให้สั่งยาฆ่าแมลงเข้ามา ต้องทำให้เด็ดขาด ผมเห็นอย่างอื่นเด็ดขาดได้ เกษตรไม่ค่อยเด็ดขาดเพราะเกษตรกราบเรียนแล้วว่าเป็นผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าคนอื่นเขา ในอาชีพต่าง ๆ ที่ผมว่ามันด้อยโอกาสก็เพราะผมเป็นลูกชาวนาและท่านเป็นลูกเจ้าของโรงสี ไปเรียนหนังสือด้วยกัน ๒ คน รับรองเขาต้องเคารพลูกเจ้าของโรงสีมากกว่าลูกชาวนา ความคิดของคนครั้งแรกต้องให้โอกาสคนเป็นเถ้าแก่มากกว่าคนเป็นเกษตรกรครับ นี่คือ ความเหลื่อมล้ำต่ำต้อยของพี่น้องเกษตรกร ผมเรียนว่าประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูก การเกษตรประมาณ ๑๔๗ ล้านไร่ นี่ผมพูดถึงภาพรวมนะครับ เกษตรกรก็มาก ๒๓ ล้านคน เกือบ ๒๔ ล้านคน แรงงานภาคเกษตรนี่ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านคน นี่มาจากตัวเลขสถิติแห่งชาติ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๗ แล้วก็พบว่าในช่วงหลัง ๆ นี่เกษตรมีปัญหามาก แรงงานมันลดลง เรื่อย ๆ น่ากลัวครับ ที่ประธานเกริกไกรพูดเมื่อสักครู่หนัก ๆ ก็จะไม่มีใครมาทำไร่ ทำนา ทำสวนแล้วจะไปทำอาชีพอื่นหมด จบมาตอนนี้ผมอยากจะถามคำหนึ่งว่าคนที่จบปริญญา บอกให้ไปถางหญ้าไม่ถางแล้วนะ ไม่ถางครับ เพราะอะไร เพราะว่าจะไปถางได้อย่างไร ก็จบปริญญาตรี ปริญญาโท จะไปถางหญ้าได้อย่างไรหนูอายเขา เห็นไหมครับ อยากจะ ทำงานโรงงาน อยากจะทำงานราชการ อันนี้เห็นชัดละครับ แล้วจะไม่หมดได้อย่างมีคน ๕๐ กว่าปี ๖๐ ปี อย่างผม ๘๑ ปีท่านก็ไปนั่งทำเกษตรอยู่แต่ไม่ค่อยได้ทำครับ มัวแต่มาสภาเสีย สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าการปฏิรูปเกษตรของประเทศไทยเป็นวาระการปฏิรูปที่มี ความสำคัญมาก ซึ่งผมคิดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ ทางรายได้ แล้วก็มีการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อมุ่งสร้างให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่งคั่ง มีเกียรติ พร้อมกันนั้นเกษตรกรอยู่อย่างยั่งยืน ที่ยั่งยืนกันอย่างไร ถ้าเกษตรกรอยู่อย่างปกติธรรมดา ให้ปลูกยาง ขายยางดิบ ปลูกข้าว ขายข้าวเปลือก ปลูกมัน ขายมันเส้น ผมว่าชาตินี้ไม่มีทาง ยั่งยืนเลย เพราะอะไร เพราะไปสู่พ่อค้าคนกลางหมดแล้วก็เขาไปแปรรูปกลับมาขายให้เรา ผมส่งยางออกไปในปี ๒๕๕๖ นี่ส่งยางออกไป ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตัน ได้เงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วแปรรูป ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ได้เพิ่มมูลค่าถึง ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ดังนั้นจะทำอย่างไรละท่านที่เคารพทุกท่าน มันจะต้องแปรรูป ให้เป็นอุตสาหกรรมให้ได้ เกษตรอุตสาหกรรม ผมขอย้ำนะครับว่าเราจะต้องแปรรูปให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรมให้ได้ ต่อไปลูกหลานพวกผม จะได้กลับเข้ามาสู่ไร่นาของผมอย่างเดิม เพราะเขาไม่ใช่ทำเฉพาะส่งออก เขาจะแปรรูป ข้าวก็แปรได้ มันก็แปรได้ ยางก็แปรได้เยอะแยะที่ต่างประเทศเขาทำกัน นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียน เกษตรกรนั้นผมว่าที่ผลผลิตที่ได้มาทุกอย่างตอนนี้ขายขาดทุนทั้งนั้น แม้แต่ยางตอนนี้ต้นทุน ๖๕ บาท ๒๕ สตางค์ แต่ขายได้ไม่ถึง ๕๐ บาท ๔๐ กว่าบาท เห็นไหมครับต่ำกว่าทุน แล้วมันอยู่ได้อย่างไร มันอยู่ไม่ได้นอกจากเพิ่มมูลค่า แล้วอำนาจ การต่อรองไม่มี ไม่เหมือนอ้อยครับ อ้อยเขาต่อรองเก่ง เขามีกรรมการในบอร์ดอ้อยเขามี ๙ คน ของผมกำลังร่างพระราชบัญญัติอยู่กับ สนช. นี่ขอ ๕ คน หืดขึ้นคอเพราะผมเป็นกรรมาธิการด้วย ขอ ๕ คนเท่านั้นเองก็ได้แล้ว อันนี้ต้องขอบคุณ สนช. ที่ผ่านไปได้ แต่ยังไม่ได้เข้าวาระ ๓ ยังประมาทไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเรามีอำนาจการต่อรองเราจะ สามารถที่จะเข้าไปสู่การทำงานที่มั่นคง เพราะว่าการทำงานของผมทั้งหมดผมต้องขอบคุณ คณะกรรมการของอนุกรรมาธิการการเกษตรทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังเลย แล้วก็เชิญคนมามากที่สุดกระมังในปฏิรูปเพราะเกษตรมันเยอะจริง ๆ ไปเชิญคนนั้น ไม่เชิญ คนนี้ถูกด่าครับ โทรศัพท์ว่า ต้องเชิญเขามาเรื่อยครับ เชิญเขามาเพื่อมาให้ข้อมูลผมนี่ ที่ผมทำอันนี้ผมก็เอาข้อมูลเหล่านี้มาเรียนให้ทราบ แต่สรุปแล้วผมกราบเรียนว่าเกษตร ในภาพรวมแล้วไม่พ้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้ายังทำอยู่ อย่างนี้ไม่เจริญเติบโตหรอกครับ ไม่มีโอกาส เราต้องปลูกให้พอเพียงแก่ชีวิตของเรา พอมี พอกิน เหลือขายครับ มันถึงอยู่ได้ อยู่ไม่ได้ก็ปลูกพริก ปลูกมะเขือกินเองก็แล้วกันไม่ต้องไปซื้อ ที่เมื่อกี้พูดตอนนั้นบอกว่าต้องไปซื้อเขาอะไรก็ไปซื้อเขา ปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกข้าว ไม่ต้องไปซื้อใครหรอกครับ ห้างใหญ่ ๆ ก็ไม่ต้องไปซื้อ ผมอยากจะกราบเรียนว่าพึ่งพาตนเอง ฉะนั้นผมคิดว่าเข้าสู่ประเด็นปัญหา ปัญหาเกษตรกรที่ไม่ร่ำรวยเพราะว่าอย่างที่ผมกราบเรียน ว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ ผมพูดตรง ๆ เลยครับ ถูกเอารัดเอาเปรียบเพราะคิดว่าเกษตรกร มันด้อยปัญญาอยู่เรื่อยก็เลยเอารัดเอาเปรียบเขาอยู่เรื่อย มีบางครั้งแจกปุ๋ย เอาดินเหนียว ใส่ถุงแล้วเอาไปให้เกษตรกร ผมเองก็เป็นกรรมการสอบกับเขาคนหนึ่ง น่าคิดแล้วนี่สิ่งเหล่านี้ แม้ตอนนี้ก็เป็นกรรมการสอบสวนเรื่องมูลพันธ์กันชนยาง หนังสือพิมพ์ก็ลงเมื่อเช้านี้เอง ไปปลดเขา ที่จริงไม่ได้ปลด พูดว่าคนที่ถูกสอบก็ต้องเอาไปวางไว้ข้างนั่นก่อน แล้วพอถ้าไม่ผิด ก็มาอย่างเดิม ไม่ยากอะไรเลย หาว่าปลด ถ้าอย่างนั้นผมว่านี่สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรที่อยู่ใน ระบบส่วนใหญ่มันยังมีปัญหาเยอะครับ อย่างนั้นควรจะพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ดูพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ของประธานเกริกไกรเขามาแอบดูเขามาเขาว่าเขาเข้มแข็งเพราะอะไร เพราะว่าเขาพัฒนา เอาเงินมาช่วยแบ่ง ๗:๓ ตอนนี้ท่านรู้หรือเปล่ากำลังเรียกร้องจะเอาโมลาส (Molasses) อีกแล้ว เมื่อก่อนไม่มี สมัยก่อนโมลาสไม่มีความหมาย ตอนนี้กากอ้อยคราวก่อนก็ต้องเผาทิ้ง ตอนนี้ก็มีแล้ว นี่ขอแบ่งอีก นี่คือความสามารถของเกษตรกร ผมเลยขอยางเหมือนกันว่า ถ้า ๕:๔ แล้วเงินเซส (CESS) ที่เสียเงินไป ขอ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เอามาช่วยเกษตรกร นี่ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๓ เปอร์เซ็นต์มาบริหารจัดการไม่ต้องแบมือขอ หน่วยงานนี้ ขอเงินมาทำ แล้วคนที่หัวหน้าหน่วยงานมาคุณไปด่าฉันได้อย่างไร ผมเองก็โดนว่าบ่อย ๆ ไปด่าอย่างไร ก็เอาเงินฉันไปใช้ นี่คือสิ่งที่เราถูกเหยียบย่ำมาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเงินเซสของเราเอง เราใช้จ่ายของเราเองใครจะมาว่าเราไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเราขอ ๓ เปอร์เซ็นต์ อีก ๗ เปอร์เซ็นต์ เราเอามาเป็นสวัสดิการเพราะเกษตรกรแก่เถ้าไปแล้วตายโดยไม่ได้อะไรเลย ไม่เหมือน แรงงาน แรงงานเขายังดีกว่าเรา นี่คือสิ่งที่เรากราบเรียนแล้วว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องต่อสู้แล้ว ให้สถาบันมันเข้มแข็ง จะเป็นสหกรณ์ก็ดี วิสาหกิจชุมชนก็ดี สมาคมก็ดี อะไรก็ดีต้องเข้มแข็ง ไม่ใช่เข้าไปโกงกัน อันนี้สำคัญครับ โกงก็ปลดสิครับ ออกระเบียบปลดง่าย ๆ ไม่มีการบูรณาการ ระหว่างหน่วยงาน เห็นไหมครับเมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมบอกแล้วอย่างไรว่าถ้าเราไม่บูรณาการ ไม่ให้เกษตรแปรรูปเป็นอุตสาหกรรม ไม่ให้เกษตร ไปขอให้กระทรวงพาณิชย์หาตลาดให้แล้วมันจะไปบูรณาการได้อย่างไร ผมปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกมัน ผมก็ต้องขายวัตถุดิบสิ พอผมจะไปทำอุตสาหกรรมบอกว่านี่เป็นเรื่องของอุตสาหกรรม ไม่เกี่ยวกับเกษตร พอทำเสร็จแล้วจะขายอันนี้มันเรื่องของพาณิชย์ ผมว่าถ้าอย่างนี้ ประเทศชาติมันอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่บูรณาการกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ มันต้องไปกันได้ครับมันถึงจะพัฒนาไป สู่การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ ขาดกลไกตลาดด้านเครือข่ายการผลิต การตลาด ระบบ โครงสร้างพื้นฐานที่ปัจจัยต่าง ๆ เช่น วิจัยการพัฒนาและนวัตกรรมด้านเกษตรในการสนับสนุน ให้เกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันที่สูง อันนี้ก็เช่นกันครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมเองอยู่ วช. เป็นกรรมการ วช. เป็นเรื่องวิจัยของยาง เป็นประธานฝ่ายจัดสรรเงินพวกนี้ เงินที่จะเอาไปวิจัยกัน ทาง วช. เขาบอกทำไมเงินของ วช. ของยางไม่ค่อยร่อยหรอเลย เพราะผมจะให้ต่อเมื่อวิจัยตรงให้กับโจทย์ที่เราต้องการ ส่วนมากกลับมาจากต่างประเทศ ก็วิจัยในเรื่องส่วนตัวของต่างประเทศตัวเองแล้วก็เก็บเข้าหิ้งหมด ทำไมไม่ตรงกับ ผู้ประกอบการที่เขาจะวิจัยเอาไปทำเพิ่มมูลค่าของเขาหรือไปวิจัยเพื่อจะผลิตภัณฑ์ให้มัน เพิ่มได้รวดเร็วและแข่งขันกับเขาได้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรต้องการอะไรก็วิจัยสิครับ ให้มันตอบโจทย์เขาได้ ไม่ใช่วิจัยไว้แล้วไปเก็บเข้าหิ้งหมดเพราะว่าจบมาจากต่างประเทศ ฉันวิจัยเรื่องโพลิเมอร์ (Polymer) เรื่องอะไรไปโน้น เรื่องยางไม่เอาแล้ว นี่ยกตัวอย่างง่าย ๆ นี่ผมชี้ให้เห็นจุดต่าง ๆ ที่บกพร่อง เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูปกันแน่นอน อนาคตของเกษตรกรไทย ยังมีความไม่แน่นอนเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยยังขาดการเตรียมและการปรับตัวต่ออนาคต เช่น ความเสื่อมโทรมทรัพยากร ดิน น้ำเปลี่ยนแปลงไป อันนี้ก็เช่นกัน ผมอยากจะกราบเรียน ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายนะครับว่าดินทำไมไม่เสื่อมละครับ ปลูกมันสำปะหลังมา ๔๐-๕๐ ปี ดินกลายเป็นดานหมดแล้วมีแต่ทราย ปลูกอะไรก็ปลูกซ้ำปลูกซากอยู่นั่น มันต้องปลูกซ้ำปลูกซาก เพราะว่าเขามีอาชีพ ข้าวก็ต้องทำนา ปลูกมันมาตั้งแต่บรรพบุรุษเขาก็ต้องปลูกมัน แต่พอ ข้าวถูกไปบอกให้เลิกข้าวเสียแล้วหันมาปลูกอ้อยแทน ผมว่าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เพราะว่า เขาไม่เข้าใจ ต้องเรียนอย่างนี้เขาไม่เข้าใจ แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ชอบเหลือเกิน บอกว่าให้เปลี่ยนแปลงเลย มันเปลี่ยนไม่ได้ ไม่ใช่กลับรถยนต์นี่ครับ วิ่งไปถึงกลับได้เลย ใช่ไหมครับ กลางถนนยังกลับได้บางคน แต่นี่ไม่ได้ครับ มันเป็นชีวิตประจำวันของเขา เขาปลูกข้าวจะไปให้เขาปลูกอ้อยไม่ได้ นี่ดอดมาข้าวโพดอีกแล้ว แล้วรู้หรือเปล่าว่าไปยุ ๆ มาก มันก็ถูกหมดนะสิครับ ของมันถูก แล้วใครล่ะ ก็ให้เปลี่ยนอีก ก็เปลี่ยนกันไม่รู้จักจบ ขณะนี้ โค่นยางให้ปลูกปาล์ม แล้วปาล์มถูกล่ะครับ พอปาล์มถูกก็ให้เลิกเป็นอะไรอีกล่ะ เพราะว่า ไม่ใช่ปลูกได้วันนี้พรุ่งนี้เก็บได้นะครับ อย่างนี้ผมก็กราบเรียนว่านี่เป็นสิ่งที่เรียนให้ทราบ แล้วโดยเฉพาะคือเกษตรทุกอย่างก็ควรจะปรับปรุงทุกอย่างอย่างที่ผมกราบเรียนไว้นะดี แล้วก็มีการเตรียมและปรับโครงสร้างเกษตรกรรมที่เปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้นในอนาคต เช่น เครื่องมือเครื่องจักรของเกษตรกรบางสิ่งบางอย่างบางทียังล้าสมัยอยู่ ก็อย่างว่าประเทศไทย พอไปไถนาทีก็ไปเจอคันนา ถ้าต่างประเทศเขาไถทีหนึ่ง ๑,๐๐๐ เอเคอร์ (Acre) ๑๐,๐๐๐ เอเคอร์ ของเรามันเป็นเอเคอร์อะไร ก็ไปชนคันนาก็เลยทำไม่ได้ ฉะนั้นเราบูรณาการอย่างไร ให้เขาทำงานร่วมกัน แบ่งปันผลประโยชน์ถูกนั่นกัน

ทีนี้เรื่องของหลักการปฏิรูปการเกษตรนะครับ ปฏิรูปการเกษตรคือการทำให้ เกษตรกรมั่งคั่ง มีเกียรติ เราจะต้องเปลี่ยนสภาพความคิดที่เกี่ยวกับอาชีพเกษตรกร ที่ทำอาชีพมั่งคั่งแล้วมีเกียรตินะครับ ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นอย่างไร ให้เป็นเกษตรแล้วก็ เอาวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรม นั่นล่ะครับมีเกียรติแล้ว ต่อไปผมเป็นเถ้าแก่ได้แล้ว เถ้าแก่ยางในบ้านเล็ก ๆ ก็ยังถือว่าเป็นเถ้าแก่ เวลาไปโรงเรียนจะได้ไม่อายเขา ไปบอก ลูกชาวนากับลูกเจ้าของปั๊ม ยางก็มาเป็นก้อน ๆ ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ พื้นรองเท้าอย่างนี้ นี่เถ้าแก่แล้ว คนไทยมันชอบมีนิสัยอย่างนั้นด้วย

ทีนี้การจัดการผลประโยชน์ทำอย่างไรให้เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือรายได้แก่เกษตรกรที่ยากจนหรือย้ายออกจากอาชีพเกษตรกรมุ่งไปสู่อย่างอื่นหมด นี่ก็เช่นครับท่านประธาน เกริกไกรก็พูดแล้วว่าหนัก ๆ เข้าจะไม่มีคนทำเกษตรนะ ก็พยายาม ดึงเข้ามาครับ ดึงเข้ามาให้เขาทำอุตสาหกรรม ผมว่าอยู่ได้ครับ อยู่ได้อย่างสบาย ๆ เลย ประเทศไทยแบบเศรษฐกิจพอเพียง ผมอยู่พอเพียงผมอยู่ได้นะครับ

ทีนี้การเพิ่มให้เกษตรกรมีสมรรถนะที่ดี มีความรู้ และทักษะ ในการได้ ใช้เทคโนโลยีประกอบและการเงินต้องสร้างเกษตรกรที่มีความรู้ ความสามารถ ให้มีทักษะ การจัดการครบถ้วน คือผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าก็เมื่อลูกหลานเราหนีออกไปอยู่ ในเมืองหมดแล้วผมจะไปมีทักษะได้อย่างไร ก็ขอให้คิดว่าลูกหลานควรจะมาพัฒนาเกษตร ให้มันยั่งยืน ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเสริมให้ความรู้จากลูกหลานมาช่วยเราได้ นั่นก็คือสิ่งที่เราจะประสบความสำเร็จครับ มียุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับสินค้าเกษตรทุกสาขา ยุทธศาสตร์ต้องปฏิบัติได้จริง มีความต่อเนื่อง ชัดเจน กลไกการปฏิบัติมีประสิทธิภาพ เช่น ข้าว ยาง อ้อย มัน กลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ปศุสัตว์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร คืออยากจะเรียนว่ายุทธศาสตร์ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมอยู่เกษตรมาผมอยู่ ๕๐ ปีแล้วเกษตร อายุผม ๘๐ ปี ผมอยู่มา ๕๐ ปี รัฐบาลเปลี่ยนที ยุทธศาสตร์เปลี่ยนที รัฐมนตรีเปลี่ยนที ยุทธศาสตร์เปลี่ยนที บางปี ๒ ปีรัฐมนตรีเปลี่ยน ๔ คน ยุทธศาสตร์เปลี่ยน ๔ อย่าง แล้วจะให้ทำได้อย่างไร เพราะต่างคนต่างก็เก่ง คนไทยเก่งหมด แต่ไม่ต่อยอดหรอกครับ ต่อยอดแล้วอายเขา ถือว่าตัวเองไม่มีความสามารถ อย่างนี้มันก็แก้ไขไม่ได้ การบูรณาการ กลไกบริหารประเทศในด้านเกษตรและการปฏิรูปสินค้าเกษตรจะต้องมีการดำเนินการต่าง ๆ ที่มีจำนวนมาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกษตรและแปรรูปสินค้าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ บริหารจัดการ ก็นี่ครับ ผมก็เข้าไปสู่เกษตร อุตสาหกรรมและพาณิชย์อย่างเดิมอีก การพัฒนาสถาบันเกษตรกร ให้เข้มแข็ง มีเครือข่ายและต้องเป็นระบบโครงสร้างที่มีพื้นฐานปัจจัยอำนาจความสะดวก ในการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางด้านเกษตรกรรม โดยต้องมีการส่งเสริม พัฒนา และบริหารจัดการของสหกรณ์และสถาบันอื่น ๆ และรัฐบาลจะต้องมีการบริหารจัดการ และลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร ดิน น้ำ และระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งปัจจัยอำนวยความสะดวกในการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางด้านเกษตร โดยมุ่งให้เกิด การวิจัยเชิงพาณิชย์ ผมก็ตอบโจทย์ได้แล้วครับว่าเมื่อเราวิจัยตอบโจทย์ได้สามารถจะวิจัย เรื่องเกษตรได้ เราก็สามารถจะตอบโจทย์ได้ แล้วก็ต้องให้เกษตรเป็นเชิงพาณิชย์ให้ได้ ถ้าเกษตรยังขายวัตถุดิบอยู่ มันก็จนอยู่วันยังค่ำ ฉะนั้นต้องตอบโจทย์เขาได้ว่าเราสามารถ จะพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ให้ได้ มันถึงจะไปได้ การจัดการให้เป็นระบบดิจิทัล อะกริคัลเจอร์ อีโคโนมี (Digital agriculture economy) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลที่มีแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจ ดิจิทัลเชื่อมโยงกับเกษตรกร เรื่องนี้มันยังใหม่สำหรับเกษตร แต่มันต้องทำให้ได้ เพราะว่า ผมเคยไปเนเธอร์แลนด์เมื่อ ๒๐ กว่าปีแล้ว เขาเด็ดขาดเลย เขามีคอมพิวเตอร์ สมัยของเรา ยังไม่มี เขามีหมดแล้ว และเขาสามารถจะส่งข่าวสารข้อมูล เขาเลี้ยงหมูในเนเธอร์แลนด์ได้ เขาไปเลี้ยงในเยอรมันใกล้ ๆ เขาสามารถจะให้อาหารหมูได้เลยโดยใช้ระบบพวกนี้ อย่างนั้น ผมว่าของเราต้องทำ ต้องก้าวไปถึงตรงจุดนั้น ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และการทำงานให้ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นตลาดที่ชี้นำสินค้าเกษตร ที่จริงผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าบางทีมันก็ไม่ดี ผมเรียน ตรง ๆ อย่างปัจจุบันเรื่องยางพาราตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าชี้นำไปแล้วเดือนพฤษภาคม มิถุนายน ขายยางพารา ๕๐ กว่าบาท ยางแผ่นรมควัน ยางก้อน ๕๐ กว่าบาทต่อกิโลกรัม แต่พอตลาดดิบของเราขายได้ ๖๐ กว่าบาท เห็นไหมครับ พ่อค้าร้องกันหมดว่าทำไมมันสวน กับตลาดนั่น เพราะว่าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ายางพารานี่ปีหนึ่งใช้ประมาณ ๑๒ ล้านตัน ในทั่วโลก แต่ตลาดเซี่ยงไฮ้มีตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าวันหนึ่ง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๗,๐๐๐,๐๐๐ ตัน และมันจะไปเป็นได้อย่างไร มันขายกระดาษนี่ มันขายลมกันทั้งนั้น ฉะนั้นทำอย่างไรต้องเป็นตลาดจริง ขายจริง เพราะเราเป็นพืชอันดับหนึ่งของโลก เรื่องยางพารา เรื่องข้าว เรื่องอะไร ถ้าซื้อจริงขายจริงได้มันก็จะช่วยได้ ผมเห็นว่าตลาดสินค้า เกษตรล่วงหน้าเล่นน้ำมันจนร่วงกันเป็นแถว และหันมาเล่นทองก็ร่วงกันอีก ก็หันมาเล่นยางพาราอีกตอนนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับของจริงนะครับ แต่ของจริงกับทฤษฎี พูดกันไม่ค่อยได้ ผมก็กราบเรียนเพราะเกษตรมันด้อยโอกาส ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ ว่าจากหลักการที่กำหนดไว้ว่าเราอยากจะเห็นอะไรหลังจากที่การปฏิรูป เราจึงนำภาพ และส่วนที่กระจายอยู่ให้เข้าประเด็นการปฏิรูปและมองไปใน ๔ มิติ ดังนี้ครับ

มิติแรกการปฏิรูปเกษตรกร คือสถาบันเกษตรกร ผมกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติ ทั้งหลายนะครับว่าเกษตรกรต้องให้เข้มแข็งครับ ถ้าไม่เข้มแข็งยังแตกกันอยู่เป็นพวก เป็นหมู่ คือความไม่เข้มแข็งก็มาจากระบบราชการอีกล่ะครับ ผมไม่ใช่มาโทษระบบราชการบ่อย ๆ แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมอยู่กับพื้นที่ อยู่ข้างล่างมานี่ผมรู้ อ้ายนี่ก็กลุ่มของผม อ้ายนี่ของกรมผม อ้ายนี่กลุ่มนี้กรมผม อ้ายตรงนี้กรมผม และมันให้เกษตรกรแต่ละกรมทะเลาะกัน นี่คือ สิ่งที่มันของจริง ผมพูดนี่ของจริง เพราะผมอยู่พื้นที่ ผมไม่ใช่นั่งในห้องแอร์ (Air) แล้วก็มานั่ง วาดภาพเอา เพราะว่ากลุ่มนี้ทะเลาะกับกลุ่มนี้ มันถือว่าถือหางกันคนละกลุ่ม ผมว่าอันนี้ ต้องปฏิรูปครับ ไม่ปฏิรูปไม่ได้ ทีนี้ปฏิรูปและไปบอกว่าเกษตรกรไม่เป็นตัวของตัวเอง จะเป็น ตัวของตัวเองได้อย่างไร ก็ยุไป ยุมา แล้วก็หนำซ้ำบางทียังเอารางวัลมาล่ออีก บางทีเกษตรกรโดนนะ แต่ผมไม่เคยหลงคารม ใครนะ อันนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นข้อเท็จจริงจริง ๆ เพราะว่าทุกคนก็อยากจะหนุน เกษตรกรในกลุ่มของตัวเอง ของผมนี่ยกตัวอย่างผมก็ได้เลยกองทุนสงเคราะห์สวนยางก็มี กลุ่มหนึ่ง อสย. ก็มีกลุ่มหนึ่ง กรมส่งเสริมการเกษตรมีกลุ่มหนึ่ง ยางนะ กรมวิชาการเกษตร ก็มีกลุ่มหนึ่ง แล้ว ๔ กลุ่มนี่ยุกันไปยุกันมาเกษตรกรเป็นตัวตลกไปแล้ว

การปฏิรูประบบผมก็ว่าน่าจะต้องปฏิรูปอย่างที่มันยึดโยงกับข้อ ๑ เลยครับ โครงสร้างของข้าราชการ โครงสร้างของระบบข้าราชการต้องปฏิรูปให้ได้นะครับ เพราะว่า ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างมาก็คงจะไม่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ปฏิรูปด้านกฎหมาย กฎหมาย มีเยอะเหลือเกิน อันนี้ก็เข้าอีกฉบับหนึ่งท่านรัฐมนตรีปิติพงศ์บอกว่าเอากฎหมายเข้ามา อีกฉบับหนึ่ง ผมเห็นด้วยเลยที่เอาเข้ามาในเรื่องของประกันภัยพืชผลอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ อันนี้น่าเอาเข้ามา ทีนี้การปฏิรูปการบริหารจัดการและกลไกคือผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ที่จริงการบริหารจัดการกลไก ที่จริงเกษตรกรไทยผมกราบเรียนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ทุกท่าน ยุให้ผมปลูกอะไรผมปลูกเป็นหมดทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องปฏิรูปหรอกครับเรื่องนี้ คือไปบอกให้ผมปลูกนั่นผมก็ปลูกได้ปลูกนี่ แต่ถามว่าเวลาขายผมขายได้ไหม หรือไปยุให้มาก ๆ แล้วรัฐบาลสามารถจะแปรรูปออกไปสู่สินค้าสำเร็จรูปได้ไหม อันนี้มันติดอยู่ตรงนี้ครับ ให้ปลูกอะไรปลูกเป็นหมดทุกอย่างรับรองเลย แต่พอปลูกไปแล้วพอรัฐบาล ผมเคยพูดเสมอ กับเกษตรกรพอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาบอกว่าให้ปลูกมัน ผมต้องไปปลูกอ้อย เพราะว่าเดี๋ยวมันมันล้น เพราะอะไร ปลูกแล้วมันล้น พอยุมันก็มากันเยอะแยะคนไม่รู้ อิโหน่อิเหน่ก็ปลูกหมด มันล้น ผมปลูกอ้อยดีกว่าสวนทางเลย ให้ปลูกถั่ว ไปปลูกข้าวเสีย ยกตัวอย่างอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องนั่น

ทีนี้พูดถึงกองทุนและการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกรอย่างที่กราบเรียน ไปแล้วที่ท่านประธานไปคุยกับท่านปิติพงศ์เรื่องกองทุนสวัสดิการสำคัญนะครับ ผมเห็นด้วย เลยตัวนี้เป็นกฎหมายที่ดีมากและประกันความเสี่ยงครับ เกษตรกรไม่มีประกันความเสี่ยงเลย อยู่ ๆ น้ำท่วมนาหมดก็นั่งร้องไห้หรือไม่ก็กู้หนี้ กู้ ธ.ก.ส. อีก เพิ่มหนี้อีก ดอกทบต้น ต้นทบดอก หมดอยู่นั่นเสียดอกเบี้ยหมด ทำอะไรกินไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องประกันความเสี่ยงพืชผล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่จะเรียนให้ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านทราบ นะครับ

เรามาพูดถึงกรอบความคิดรวบยอด ความคิดรวบยอดนี่เรามองเห็นว่า ๔ ประเด็นในการปฏิรูปที่เป็น กล่อง ๆ อยู่ กล่อง ๆ ๔ กล่อง เอามาต่อกันแล้วก็เพื่อที่จะ เชื่อมโยงความสัมพันธ์กัน เพราะถ้าเราไม่เชื่อมโยงเราตัดอันใดขาดไปอันใดอันหนึ่งนั้น มันจะไม่ทะลุเป้าไป อย่างจะเชื่อมโยงจากเกษตรเป็นอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเป็นพาณิชย์ ไปสู่การตลาดอย่างนี้ยกตัวอย่าง ทีนี้แนวคิดในการปฏิรูปเกษตรของประเทศไทยในส่วนต่าง ๆ ที่สนับสนุนและออกกฎหมายนั้นเป็นการช่วยเหลือรายได้และทักษะของเกษตรกรที่ยากจน หรือที่ย้ายออกจากภาคเกษตรไปสู่อาชีพอื่น อันนี้ผมว่าไม่สนับสนุนนะ เกษตรย้ายออกไปอยู่ อาชีพอื่น ผมอยากจะเรียกเกษตรกรอย่างเกษตรกรที่เนเธอร์แลนด์ ผมไปดูมาเขามีศักดิ์ศรีมาก ผมไปวัน ๑๐๐ ปีเขาพอดีนี่ วัน ๑๐๐ ปี ผมเป็นคนไทยที่ได้ขึ้นไปพูดเลยในฐานะผู้นำ เกษตรกร ท่านรู้หรือเปล่าเวลาเขามา เวลาเกษตรกรมาเขานั่งประชุมอยู่อย่างนี้ เวลารัฐมนตรีมาผมงงเลยครับ เขาไม่ลุกขึ้นไปรับสักคนหนึ่ง รัฐมนตรีก็เดินดุ่ม ๆ ลงไปนั่ง ตรงนั้นละ และประเทศไทยพอรัฐมนตรีมาอ้าวพวกเรารัฐมนตรีมาเดี๋ยวออกไปรับข้างนอกหน่อย ยืนเข้าแถวกันปรบมือรับอีก แต่ผมไปเนเธอร์แลนด์ ผมแปลกใจจัง รัฐมนตรีเดินดุ่ม ๆ และผมถามเขาว่าทำไมไม่รับว่าเขามีที่นั่งให้แล้ว เขาไปนั่งเอง และเขาก็เดินไปที่นั่งของเขาด้วย เขารู้นะครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมือนกับทางพาณิชย์เข้ามาในงาน ๑๐๐ ปี ของเขา อันนี้ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าเมื่อไรเราจะเป็นอย่างนั้น ๒๐ ปีได้เป็นไหม ๓๐ ปี ได้เป็นไหม หรืออีก ๑๐๐ ปี

การพัฒนาเกษตรกรมีความรู้ทักษะและเทคโนโลยี การบริหารจัดการ การเงิน การคลัง สนับสนุนเพื่อพัฒนาเพิ่มพูนทักษะอะไรต่าง ๆ นี้ เป็นเรื่องที่ผมเรียนแล้ว ไปตั้งแต่ต้นว่าเราควรจะพัฒนาความรู้ให้เขามากกว่าที่เป็นอยู่ ให้โอกาส ให้เขาได้เรียนรู้ อย่างผมอยู่กับยาง ผมบอกว่าถ้าอยู่ ๆ จะให้ผมทำอุตสาหกรรมยางได้อย่างไร ถ้าไม่ให้ผม ได้ทำขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ พื้นรองเท้า แล้วค่อย ๆ ทีละขั้น ทีละขั้น ต่อไปผมอาจจะทำล้อ เครื่องบินด้วยใครจะรู้เพราะให้ผมเริ่มจากอุตสาหกรรมเล็ก ๆ ไปสู่อุตสาหกรรมใหญ่โดยการ เพิ่มทักษะให้ผม ให้งบประมาณผม ให้มาสนับสนุนผมแทนที่ไปอีลุ่ยฉุยแฉก เอาไปใช้ โดยไม่เป็นประโยชน์มากมาย หรือไม่ก็เป็นการหาเสียงไปอย่างนี้พูดตรง ๆ ประชานิยม ซึ่งมันก็พังไปหมด

ส่งเสริมเกษตรกรเข้าถึงและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลกับตลาดสินค้าเป็นการ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะ แล้วข้อมูลสินค้าและตลาดสินค้าจากแหล่งต่าง ๆ ต่อการปฏิรูป ระบบ อันนี้ก็เช่นกันครับ ต้องอาศัยลูกที่เรียนจบปริญญาอะไรต่าง ๆ เพราะดูคอมพิวเตอร์เป็น แม้แต่ผมเองยังดูคอมพิวเตอร์ไม่เป็นเลย ดูไม่เป็นครับ ทำไม่เป็นด้วยและไม่คิดจะทำด้วย เพราะอะไรไม่ใช้สมองไปทางนั้นอย่างนั้นเด็กต้องเข้ามาช่วย แล้วก็ต้องให้รู้เดี๋ยวนี้เปิดปุ๊บ เปิดปั๊บได้หมดเลย ข่าวสารข้อมูลไปกันได้เพียบ

ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยและความสะดวกในการพิจารณา ศึกษาโครงสร้างคลองส่งน้ำทั้งบนดินและใต้ดินและลอยฟ้าเพื่อให้เป็นซูเปอร์ ไฮเวย์ (Super highway) อันนี้ผมก็พูดถึงคลองส่งน้ำอย่างเดียวพอก็พอนะ เพราะว่าเกษตรกรต้อง พูดถึงคลองส่งน้ำ เพราะถ้ามีน้ำเกษตรเราสมบูรณ์แน่ครับ แล้วน้ำผมไปดูเมืองจีนแล้ว น้ำเขา กักไว้เป็นทอด ๆ แต่พอมาดูไทย แล้วบอกน้ำจะแล้งอีกแล้ว ไม่มีใครกักแล้วปล่อยลงทะเล หมด ฝนตกมานี้ปล่อยลงทะเลหมด ผมเห็นไหลโครม ๆ ลงทะเล ที่จังหวัดระยองมีต้อง ๔-๕ สายมันลงหมดเลยไม่กักไว้ วิธีกักง่าย ๆ ตอนนี้ผมก็เสนอ ฯพณฯ นายกไปแล้วบอกว่าทำ เขื่อนยางเลย ท่านธวัชชัย สมุทรสาครท่านไปร่วมกับผมแล้วก็ไปคุยว่าทำเขื่อนยาง สัก ๒๕ จุดภาคอีสาน น้ำในอีสานไม่แล้งหรอกครับ ไม่ต้องไปขนน้ำส่ง เสียงบประมาณเปล่า ๆ ยกตัวอย่างเช่นนี้การกักน้ำแล้วเกษตรกรก็ใช้ได้นะครับ

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานสินค้า ระบบการตรวจสอบและกำหนด มาตรฐานสินค้าเกษตร อันนี้สำคัญครับ เพราะว่ามาตรฐานสินค้าเกษตรผมว่าเป็นสิ่งสำคัญ สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร เพราะว่าสินค้าเกษตรไม่มีมาตรฐาน มียาฆ่าแมลงเจือปน ผมว่ามันคงจะจบแค่นั้น ต่างประเทศเขาก็ไม่รับซื้อครับ

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเกษตร ไปสู่อุตสาหกรรมแปรรูปในเชิงพาณิชย์ ผมก็กราบเรียนมาแล้วว่าถ้าเราทำแล้ว เกษตรกร สามารถทำเองแพคกิง (Packing) เอง ผมมีโอกาสไปดูงานที่อินเดีย เขาเอายางมาทำเป็นพวกซีล (Seal) เครื่องสุขภัณฑ์ในหมู่บ้านนั้น ทั้งหมู่บ้านเลย ซีลเครื่องสุขภัณฑ์ แล้วเขาก็ใส่กระสอบปุ๋ยแบกไปให้สหกรณ์เขา สหกรณ์ก็จะ แพคกิง สวยมาก สวยแล้วส่ง นี่คือสิ่งที่ผมเห็นมา ผมอยากให้เรามาทำบ้างเพราะเราจะได้ ไม่อด เกษตรกรจะได้มีกินมีใช้

ระบบเครือข่ายห่วงลูกโซ่และคลัสเตอร์ (Cluster) ในระดับกลุ่มสินค้าเกษตร ระดับชุมชนมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์กรเอกชนที่อยู่ในคลัสเตอร์นั้น ในลักษณะของแวลู เชน (Value chain) และเป็นส่วนหนึ่งของโซ่อุปทานของการผลิต อุตสาหกรรม อันนี้ก็เหมือนกันครับ เราควรจะต้องทำเป็นห่วงโซ่อุปทาน ผลิตวัตถุดิบเป็น สินค้าไปสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์อะไรอย่างนี้ให้มันไปด้วยกัน

ทีนี้ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า มุ่งส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ของอาเซียน ก็เราเข้าสู่อาเซียนแล้วพักหนึ่งเรายังเชื่อมโยงหรือเปล่า เกษตรกรเราไม่มีโอกาส รู้ว่าอาเซียนคืออะไร เรียนตรง ๆ รู้น้อยมาก ยังไม่ทำความเข้าใจว่าอาเซียนคืออะไร แล้วสินค้าทะลักเข้าทะลักออกเป็นอย่างไร เพราะบางอย่างค่าแรงเขาถูกเราก็ควรจะเอามา แปรรูปเป็นเพิ่มมูลค่าเสีย อย่างนี้ผมว่าน่าทำ เหมือนมาเลเซียเมื่อปี ๒๕๓๔ เขาโค่นยาง ปลูกปาล์ม เพราะค่าแรงยางไม่มี เขาก็โค่นยางปลูกปาล์ม แล้วหลอกให้ประเทศไทยปลูกยาง หมดเลย แล้วเขาก็เอาเข้าเพิ่มมูลค่า ตอนนี้เขาเป็นฮับของยาง เห็นไหมครับ ทำไมเรา อยู่ตรงนี้เราไม่เอาเขมร ลาว พม่า เราไม่ได้ไปหลอกเขา แต่ให้เขามาขายให้เรา แต่พวก สกิล เลเบอร์ (Skill labor) อะไรต่าง ๆ เราเก่งกว่าเขา วิจัยเก่งกว่าเขา เราก็ควรจะเอามา พัฒนาให้มันเข้าระบบ

ในส่วนของการปฏิรูปและการจัดการด้านกลไกส่วนรวม กลไกทางกฎหมาย และกฎระเบียบและสถาบันอื่น ๆ ที่จะต้องมีการทบทวน อันนี้กฎหมายผมว่าควรจะทบทวน เสียที บางทีโบราณเลยสมัยก่อนโน้น สมัยก่อนผมเกิดอีก กฎหมายยังอยู่เลย

กำหนดยุทธศาสตร์เป้าหมายระยะยาวสำหรับสินค้าเกษตรและสาขา โดยแต่ละ ยุทธศาสตร์ต้องมีกลไกมีประสิทธิภาพไปสู่การปฏิบัติ อันนี้เราก็ควรจะกำหนดให้มันเชื่อมโยง อย่างสอดคล้องกัน

ยุทธศาสตร์นโยบายพลังงานทางเลือก อันนี้ก็เช่นกันเกษตรทางเลือกคือ เกษตรพลังงาน เพราะตอนนี้ถ้าน้ำมันแพงเราก็ปลูกปาล์มมาคั้นเป็นน้ำมัน วันนั้นผมไปดูที่ โคราชเขาเอามันมาทำพลังงานแล้วก็ทำไฟฟ้าขายได้ด้วย ยกตัวอย่างอย่างนี้ ทำไมเขาทำได้ มันจะหมดไปเลยในนั้นถ้ากากเสีย กลิ่นเหม็นเข้าไปในโรงไฟฟ้าหมด แล้วก็ขายให้รัฐบาลด้วย เราทำได้เยอะแยะแต่เราไม่ทำ

ส่งเสริมพัฒนาการจัดการกลุ่มเครือข่ายของเกษตรกร ที่จริงก็ย้ำแล้วย้ำอีก การพัฒนากลุ่มเกษตรกร ที่จริงเขาแข็งแกร่งพอสมควรอยู่แล้ว แต่ให้เขาอยู่ในทิศทางที่ถูก อย่าไปยุเขา อย่าไปเสี้ยมเขา อย่าไปเอาเงินซื้อเขาเท่านั้นเขาก็สามารถจะพัฒนาตัวเขาเอง เข้าไปสู่ระบบที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกัน เราต้องปฏิรูปร่วมกัน

ทีนี้ขอบเขตการปฏิรูปเฉพาะด้านโดยมีการวางกรอบระยะเวลาศึกษาโดยมี คณะทำงานแยกเป็นตามรายสินค้าปัจจุบันที่เชื่อมนั้น ปฏิรูปเป็นเรื่องเร่งด่วนสามารถ ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละประเด็นที่ทำนั้นก็เชิญหลายหน่วยงานมาร่วมด้วย ให้ข้อมูลในเชิงลึก แล้วก็จัดทำรายการศึกษา คือผมเองอยู่คณะอนุกรรมาธิการการเกษตรมันเยอะเหลือเกิน หลายเรื่อง แต่เราบ่นไม่ได้เราอยากทำ ขณะนี้ผมก็ทำข้าว ยางพารา อ้อย น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง ตอนต้นทำ ๕ อย่างที่เป็นพืชหลักเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าข้าวโพดไม่ยอมบอกว่า ต้องเอาเขาด้วย เอาข้าวโพดอีก ประมงไม่ยอมต้องเอาเขาด้วย ต้องเอาประมงอีก โคเนื้อ ไม่ยอม เอาโคเนื้อเข้าไปอีก วันนั้นท่านเทียนฉายท่านบอกว่าให้ทำสหกรณ์อีก ผมนึกว่า คณะกรรมาธิการการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ๑ เขาทำ ผมก็ต้องมาทำอีก สหกรณ์ตอนนี้เกือบเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า เราจะต้องทำกันเยอะ ๆ

และผมยังมีปฏิรูปขีดความสามารถในปฏิรูปการอุดหนุนประกันรายได้ ให้เกษตรกรซึ่งผมได้เรียนแล้วตั้งแต่ต้นนะครับ และศึกษาพืชจีเอ็มโอ (GMO) เป็นทางเลือก ทางเลือกนะครับอย่าไปถือว่าจีเอ็มโอมันจะร้ายทั้งหมด แต่เลือกดู เกษตรกรเอาก็ได้ รัฐบาล เอาก็ได้ ไม่เอาก็ได้ เพราะว่าเราให้ไว้เป็นทางเลือก แล้วก็โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือ เกษตรอินทรีย์ เราต้องปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ แล้วก็พอผมพูดเรื่องเกษตรอินทรีย์ปุ๋ยเคมีมาอีก ก็เลยใช้ปุ๋ยสั่งตัดเข้ามา ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ผมจะต้องทำ ให้เสร็จภายในเดือนเมษายนตามคำสั่งของท่านประธานเกริกไกรนะครับ เดือนเมษายน ต้องเสร็จผมก็พยายามจะให้เสร็จนะครับ จะพยายามที่สุดจนสุดนะครับ

ทีนี้ผมอยากจะเรียนว่าเครือข่ายพันธมิตรที่เราจะต้องร่วมมือด้วย ภาครัฐ หน่วยงานต่าง ๆ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรต้องมารวมกัน ภาคเอกชนเราทิ้งไม่ได้ ภาคประชาสังคม เช่น ทีดีอาร์ไอเราก็ทิ้งไม่ได้ ภาคการศึกษาสำคัญใหญ่ สถาบันการศึกษานี้ สำคัญมากเราเรียนรู้ได้จากการศึกษา องค์การระหว่างประเทศ เอฟเอโอ (FAO) ดับบลิวทีโอ อะไรพวกนี้ เอดีบี (ADB) เราก็ต้องศึกษานะครับ ทั้ง ๆ ที่เกษตรมันเกี่ยวข้องหมดทั้งโลก ฉะนั้นเราต้องทำให้ได้นะครับ

ส่วนตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์เรามีภาพรวม ในภาพก็คือการจัดทำร่างแผนแม่บท การปฏิรูปเกษตรร่วมกันกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องให้เสร็จภายในปี ๒๕๕๘ ตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ เฉพาะ รายได้เฉลี่ยครัวเรือนของเกษตรกรทั้งประเทศ เขาเขียนตัวเลขมาให้มากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภายในปี ๒๕๗๕ ผมไม่คิดว่าจะทำได้หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ก็จะพยายาม นะครับ ครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้น้อยที่สุดให้มากกว่าครัวเรือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี มีเป้าหมายชัดเจนทุกกลุ่มสินค้า เพราะมุ่งสินค้าหลักให้เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็โครงสร้างพื้นฐาน เกษตรกรมีความพร้อมในการแปรรูป อันนี้ก็เรื่องแปรรูป ฉะนั้น ๕ ปีจากต้นทุนสหกรณ์ เกษตรจะต้องมีความเข้มแข็ง สามารถดูแลร้อยละ ๖๐ ของเกษตรกรทั้งหมด นี่คือตัวบ่งชี้ และสัมฤทธิผล สไลด์จะทำให้เห็นภาพใหญ่ในเรื่องของผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ของประเทศไทย ภาคเกษตรกรที่เข้มแข็งจะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย คือให้ลด ความเหลื่อมล้ำนะครับ ที่เราบ่นกันเรื่อยเหลื่อมล้ำ ๆ นะครับ สัดส่วนภาคเกษตรกรรมจีดีพี ซึ่งปัจจุบัน ๘.๔ ของจีดีพีทั้งประเทศจะให้เติบโตยิ่งกว่านั้น โครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลขึ้น เกิดความพร้อมในการดูแลการจัดการปัญหาภาคเกษตรซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะเออีซีสำคัญที่สุดเพราะมันอยู่ใกล้บ้านเรานะครับ ถ้าเราเอาเออีซีของเราเป็น เกษตร เอาอาเซียนบวก ๒ บวกต้องบวกประเทศจีนกับประเทศอินเดียคนมันมากเราก็ต้อง บวกเขาแล้วเราก็ขายของให้เขาจะดีที่สุดนะครับ คือการปฏิรูปของเรา เมื่อเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีสมรรถภาพดีขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพ และมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างมั่นคงในอนาคต คือดูตัวอย่างนะครับ อย่างที่ท่านประธานบอกว่า ยาง ๑๘๔ บาทต่อกิโลกรัม ตอนนี้เหลือ ๔๐ กว่าบาท ๕๐ บาท ตอน ๑๘๔ บาท เกษตรกร ชาวสวนยางสุราษฎร์ธานีออกรถไม่มีรถขายเลยป้ายแดงหมด ตอนนี้ยางเหลือ ๔๐ บาท ถูกยึดหมด เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้เขามีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเมื่อก่อน ให้เขาปลูกพืช เสริมรายได้ไม่ใช่ปลูกยางเป็นพืชอย่างเดียว ควรจะมีพืชร่วมยาง ควรจะมี ถ้าปักษ์ใต้ ก็เหลียง หรือลองกอง หรืออะไรผสมเข้าไป ยางตกลองกองขึ้น ผัดเหลียงมันกินกันทุกคน เราก็สามารถจะเอามาทำได้ยกตัวอย่างเช่นนี้นะครับ

แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนทำให้คณะเกษตรต่าง ๆ สามารถประสานงาน กันด้วยเป้าหมายและที่ร่วมที่ชัด เพิ่มประสิทธิภาพของทุกฝ่ายและลดความขัดแย้งระหว่าง หน่วยงานและภาคส่วนราชการ คือผมอยากจะเรียนว่าเราคนไทยด้วยกันเราต้องมา รักความสามัคคีต้องปรองดองกัน ไม่ใช่ว่าเกิดความขัดแย้งกันเรื่อย ที่ผมพูดนี่ผมพูดความจริง บางทีถ้าผมถูกกดดันมาก ๆ มันก็ต้องขัดแย้ง แต่ถ้าอะลุ่มอล่วยกันพี่เอ๋ยน้องเอ๋ยเราก็อยู่ กันได้ อย่างนั้นผมว่าหน่วยราชการต้องเห็นใจพี่น้องเกษตรกรเป็นหลักใหญ่ถือว่าเขาเป็นผู้ที่ โอกาสน้อยกว่าคนอื่น

แผ่นสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน จะจบแล้วครับ ไม่ต้องอ่านนะ คือขั้นตอน การดำเนินงานมันก็บอกแล้วผมต้องทำไปเรื่อยจนกว่าจะเดือนเมษายน ก็จบแค่นี้เขาบอก ไม่ต้องอ่าน เพราะเขียนมาก็ต้องอ่านก็กลัวเพราะไม่ได้ทำด้วยตัวเองก็ต้องอ่าน ก็ขอบพระคุณมากครับ ก็คิดว่าท่านจะถามอะไรผมตอบได้ก็ตอบได้ ตอบไม่ได้ผมกลับไปบ้าน แล้วก็ไปคิดมาให้ท่าน ขอบคุณครับ