สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑ เมษายน ๒๕๕๘

เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง พูดเรื่องการผูกขาดธุรกิจ โดยมีธุรกิจใหญ่ ๆ คิดเอาเปรียบประชาชน ไม่แบ่งปันผลผลิต ไม่เสียภาษีให้กับท้องถิ่น และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เขียนกฎหมายครอบคลุม เพื่อแบ่งปันผลผลิตและเสียภาษีให้มากขึ้น

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูงครับ เรียนท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ก่อนอื่นต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้ลุกขึ้นพูดซึ่งสะท้อนความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน ผมอยู่กับท้องถิ่นมานาน ตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ ผมเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ๒ สมัย เป็นรองนายก อบจ. อยู่ ๖ ปี และยังเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาเลือกตั้งรุ่นแรก ปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นเกิดขึ้นในประเทศไทยเรื่องการผูกขาด ท่านประธานครับ ผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย ณ ปัจจุบันนี้จะบอกว่าทั้งประเทศไทยก็ได้เกิดภาวะวิกฤติเนื่องจาก ธุรกิจข้ามชาติหรือธุรกิจใหญ่ ๆ นั้น มีทุกหัวระแหง ผมไม่แปลกใจเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และการเสียภาษีนั้นไม่ได้เสียที่ท้องถิ่นด้วยซ้ำส่วนใหญ่ มาเสียที่ส่วนกลาง แต่สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ล้วนผลกระทบแก่ท้องถิ่นโดยทั้งสิ้น ท่านประธานครับผมถามว่ารุ่นโบราณอาแป๊ะ อาม่า อากง ค้าขายโชห่วยกว่าจะได้บาทหนึ่ง ๒ บาท เลี้ยงลูกมาจนโต ลูกบางคนเรียนหนังสือจบ ก็ไปขายที่บ้าน แต่ปัจจุบันนี้เขาขายไม่ได้ครับ เพราะอะไรครับ ธุรกิจใหญ่ ๆ เกิดขึ้นเยอะ ทั้ง ๆ ที่ผมจำได้ว่าเคยมีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่งว่าบิ๊กซี โลตัส แมคโคร ธุรกิจใหญ่ ๆ นั้น ต้องตั้งห่างจากตัวเมืองไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลเมตร แต่ปัจจุบันนี้ตั้งในตัวเมืองโดยทั้งสิ้นครับ ไปดูสิครับท่านประธาน แล้วทำให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายย่อยส่งผลกระทบอย่างมาก และต้องปิดกิจการเยอะแยะครับ มิหนำซ้ำบริษัทใหญ่ ๆ ก็คิด ร้านสะดวกซื้อท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าต่อไปผมเดาคาดการณ์ไม่เกิน ๑๐ ปี มีทุกหมู่บ้าน แล้วในหมู่บ้านชุมชน ต่างจังหวัดของผมส่วนใหญ่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเลี้ยงลูก ส่งลูกไปเรียนหนังสือ ทำอาชีพอื่นไม่เป็น การศึกษาต่ำ เดี๋ยวนี้เข้าไปร้านเดียวกระเพราไข่ดาวมีแล้วท่านประธาน ท่านดูสิครับ ตรงนี้ต่างหากครับ คนคิดตรงนี้ผมบอกได้เลยว่าคิดเอาเปรียบประชาชน คิดมองแต่ธุรกิจของตนเอง กำไรมหาศาลมีทุนหลายแสนล้านบาทเคยคิดแบ่งปันผลผลิต กลับคืนสู่ท้องถิ่น สู่ประชาชนบ้างไหม และเมื่อประเทศชาติเกิดภาวะวิกฤติอย่างนี้ คนเหล่านี้ ละครับร่ำรวยมหาศาล จะเป็นธุรกิจแอลกอฮอล์ ธุรกิจสะดวกซื้อหรือค้าปลีก เดินหน้า เข้ามาหากันสิครับ มาคิดเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน มาคิดเรื่องว่าทำอย่างไรจะลดภาระ ค่าใช้จ่ายให้กับประเทศชาติได้ เสียภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางคนผมไม่เอ่ย ประกอบธุรกิจ พวกนี้ละครับ ใช้เงินครับ เปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตัวเอง ผมอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เข้าไปดูอย่างจริงจัง ล้วงลูกลงไปถึงข้าราชการประจำ ล้วงลูกไปถึงว่าในอดีตการเมืองมันแทรกแซงอย่างไร ธุรกิจใหญ่ ๆ อุ้มชูพรรคการเมือง ทุกพรรคครับ บางธุรกิจอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำของพรรคการเมืองใหญ่ ๆ โดยทั้งสิ้น ต้องยอมรับความจริง เพราะฉะนั้นวิธีการเอาพวกนี้ออกจากชุมชนใหญ่ ๆ ดูต่างประเทศนะ ห่างจากตัวเมืองไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลเมตร หรือ ๒๐ กิโลเมตร ท่านเคยไปเที่ยวต่างประเทศไหม ผมเคยไปครับ เป็นนายกเทศมนตรีบ้านนอกก็เคยไปต่างประเทศ ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าเอาท์เล็ท (Outlet) ของเขา วอลมาร์ต (Wal-Mart) ของเขา ตั้งห่างจากตัวเมืองไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตร หรือ ๒๐ กิโลเมตรด้วยซ้ำ จริงไหมครับ ท่านประธานครับ นี่คือเรื่องจริง เพราะอะไรครับ เขาต้องการให้ท้องถิ่นเขาสามารถบริหาร จัดการร้านค้า มีอาชีพ มีเงิน มีรายได้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใครอยากซื้อร้านพวกนี้ เอาท์เล็ท ร้านสะดวกซื้อโน้นไปอีก ๑๐ กิโลเมตร มันก็ส่งผลกระทบน้อยมากกับธุรกิจในพื้นที่ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วอีกหน่อยท่านจะเห็นถ้าไม่เชื่อผมว่า ทุกหมู่บ้านหรือทุกตำบล ใช้คำว่า ทุกตำบล ดีกว่าครับ จะมีร้านสะดวกซื้อ มีร้านค้าปลีก ข้ามชาติที่ไม่เสียภาษี ไม่แบ่งปันผลผลิตให้กับท้องถิ่นเลย แต่ถ้ากรรมาธิการชุดนี้กล้าหาญ ชาญชัยเขียนกฎหมายครอบคลุมให้มันชัดเจน ๑. แบ่งปันผลผลิต ๒. เสียภาษีมากขึ้น เพราะมันกระทบกับพื้นที่แต่ผมไม่อยากให้มีหรอกครับ จริง ๆ ด้วยใจจริงไม่อยากให้มีเลย เพราะถ้ามีแล้ว อากง อาม่า ลุง ป้า น้า อา ที่ขายของอยู่บ้านนอกเขาจะอยู่อย่างไร ลูกเขา ไม่มีอาชีพ อีกหน่อยก็หันมาเป็นโจร ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมคำนึงถึงเสมอว่า เราปฏิรูปครั้งนี้ต้องเอาให้เห็นชัด อย่าให้เสียของท่านประธาน ขอบคุณครับ