สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะการกำหนดราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูงเกินควร การยกเลิกการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย และการป้องกันการผูกขาดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร โดยมีข้อเสนอ 4 ประเด็นในการแก้ไข รวมถึงการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ การเพิ่มผู้แทนจากองค์กรผู้บริโภค การสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจปฏิบัติตามกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง นะคะ ดิฉันขออนุญาตพูด ๔ ประเด็น ดิฉันสนับสนุนกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจภาคการผลิตที่จะปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าและคิดว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคก็ยินดีที่จะร่วมมือในการดำเนินการเรื่องนี้ ก็สนับสนุน เพราะดิฉันคิดว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ ดิฉันขอให้ตัวเลขเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ในรอบ ๑๖ ปี ที่เรามีกฎหมายฉบับนี้ มีเรื่องร้องเรียนเฉลี่ยปีละ ๒ เรื่องเท่านั้นเอง ทั้งหมด ๑๖ ปี มีเรื่องร้องเรียน ๙๕ เรื่อง ดิฉันขอเอ่ยเรื่องที่ไม่ถือว่าเป็นการผูกขาดจากการ วินิจฉัยของคณะกรรมการ
ประเด็นที่ ๑ การกำหนดราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูงเกินควร
ประเด็นที่ ๒ บริษัท แอบบอต ยกเลิกการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย กับยา ๑๐ รายการ โดยบริษัทแม่ทำจดหมายมาถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเข้าข่ายมาตรา ๒๘ ในการที่บริษัทแม่ในต่างประเทศมีอำนาจในการทำให้การขาย การผลิต ในบริษัทในประเทศไทยมีผล เพราะว่าเขาขอยกเลิกการขึ้นทะเบียน ก็ชัดเจนว่าทำให้ส่งผล ต่อการขาย การจำหน่าย แต่อันนี้ทางคณะกรรมการแข่งขันก็บอกว่าไม่ขัด แล้วก็ฟ้องคดีด้วย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ขณะนี้อยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด ปี ๒๕๕๘ ๗ ปี
ประเด็นที่ ๓ การทุ่มราคาไข่ไก่ ดิฉันคิดว่าปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ของกฎหมายแข่งขันทางการค้ามีประเด็นที่สำคัญก็คือเรียกว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งเราเขียนกฎหมาย ซึ่งตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เพราะเอาองค์ประกอบของภาคธุรกิจ เข้าไปเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นจุดอ่อนของจุดเริ่มต้นของการที่มีผลประโยชน์ อาจจะไม่ได้ทับซ้อนแต่เกี่ยวข้อง เป็นเพื่อนอยู่ในสมาคม เรียกว่าอยู่ในสภาอุตสาหกรรม อยู่ในสภาหอการค้ากันเอง สุดท้ายผู้บริโภคก็ไม่ได้รับการคุ้มครอง ดิฉันคิดว่านอกจากปัญหา เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เรายังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของภาคธุรกิจไทยที่ชัดเจนว่า ธุรกิจไทยเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มที่จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เห็นได้จาก ดิฉันขอยกตัวอย่างว่า ปตท. ที่มีรายได้มากถึง ๒.๘ ล้านบาท แล้วก็มีสัดส่วนรายได้ที่สูงถึงร้อยละเกือบ ๕๐ นะ ๔๕.๖ เปอร์เซ็นต์ที่บรรดารัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดิฉันคิดว่าอันนั้น เป็นรูปธรรมอันที่ ๒ ที่เราต้องแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า ถึงแม้ว่าเราจะเป็นประเทศแรก ที่มีกฎหมายแข่งขันทางการค้าในอาเซียนเลยนะ อย่างที่ท่านประธานได้พูด เพราะฉะนั้น ดิฉันมีข้อเสนอ ๔ ประเด็นที่สำคัญในการแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า แล้วดิฉันคิดว่า ต้องดำเนินการให้ได้
อันแรกก็คือการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดิฉันคิดว่าภาคธุรกิจ ต้องเอาออกหมดเลย โดยเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็ดี นักกฎหมายก็ดี ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ควรจะเข้ามา
ส่วนที่ ๒ ก็คือผู้แทนจากองค์กรผู้บริโภค ซึ่งอาจจะเป็นผู้แทนจากองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ ถ้าท่านประธานและคณะพวกเราผลักดันให้เกิดขึ้นได้สำเร็จ เป็นกรรมการที่เรียกว่าแทนคณะกรรมการในส่วนขององค์ประกอบในส่วนนั้น แล้วก็สนับสนุน ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ที่พูดไปก็คือกฎหมายฉบับนี้ต้องบังคับกับรัฐวิสาหกิจด้วย
ส่วนที่ ๓ ดิฉันคิดว่าการดำเนินงานของสำนักงานเองที่จะต้อง หรือข้อกฎหมาย ที่ต้องเขียนให้ชัดเจน อย่างเช่นกรณีบริษัทยาซึ่งก็เรียกว่ามียาตัวเดียวผูกขาดชัดเจน แต่ก็ไปเจอเงื่อนไขเรื่องปริมาณเงิน เม็ดเงินที่ไม่ถึง ๕๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่เข้าข่ายกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการที่มีเงื่อนไขเรื่องอำนาจ เหนือตลาดก็ดี หรือเงื่อนไขเรื่องการแข่งขันทางการค้าไว้ชัดเจนก็ดี ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็น ที่มีความสำคัญ
เรื่องสุดท้าย ดิฉันไปรับฟังความคิดเห็นมา แล้วก็เกิดรูปธรรมที่ชัดเจนที่คิดว่า กรรมการแข่งขันทางการค้าอาจจะต้องช่วยกันคิดหรือคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ ที่จะปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ต้องช่วยกันคิดนะคะ ร้านขายข้าวผัดที่สมุทรสงครามต้องปิดตัว เพราะว่าสู้ร้านสะดวกซื้อไม่ได้ ปิดร้านค้าลงนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งที่ดิฉันพูดมันไม่ได้กระทบ แค่อาชีพของคนที่เป็นเจ้าของร้านขายข้าวผัดหรือร้านอาหารตามสั่งเท่านั้น แต่จะกระทบกับ ความมั่นคงทางอาหารเพราะว่ากระบวนการผลิตอาหารที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อมีเจ้าเดียวผลิต แต่ขณะที่แม่ค้าที่ขายข้าวผัด แม่ค้าที่ขายข้าวแกง ทุกคนซื้อสินค้าจากตลาด ซื้อผักที่มาจาก ความหลากหลาย ซื้อไข่ที่ขายจากอีกเจ้าหนึ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่คือสิ่งที่กำลังจะเป็น ปัญหามากกับการผูกขาดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านอาหารซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากของ ผู้บริโภค ดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปให้ถึงได้อย่างไร ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน