เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หารือเรื่องกฎหมายผูกขาดที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับผลประโยชน์และการเมือง โดยมี 3 ฝ่ายที่มีปัญหา คือ ธุรกิจขนาดใหญ่ รัฐวิสาหกิจ และรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ท่านประธานครับ ๑๖ ปีแห่งความหลัง กฎหมายฉบับนี้ออกมา ๑๖ ปี ทำอะไรไม่ได้เลย ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหามันเป็นปัญหาเรื่องของ ผลประโยชน์และการเมือง กรรมาธิการพูดอ้อมไปอ้อมมา แล้วก็บอกว่าต้องแก้กฎหมาย แต่ความจริงแล้วกฎหมายนี้ กรรมาธิการก็บอกว่าดีพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเรื่อง อำนาจเหนือตลาด กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ไปจำกัดความว่าในที่สุดแล้วอำนาจเหนือตลาด มันต้องกี่เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เริ่มต้นมีคนเสนอว่า ๑ ใน ๓ ๓๓ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เยอะแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์เองก็ต้อง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มันก็เป็นลูกเล่นกันมาตั้งแต่ สมัยต้น ผมติดตามเพราะอยากจะเห็นการแข่งขัน มันก็ไม่ออก เรื่องการควบรวมกิจการ การฮั้ว การกีดกันสินค้า ทั้งหลายนี้ผมว่ากฎหมายดีพอสมควร แต่กฎหมายจะไม่ดีก็ตรงไป ยกเว้นรัฐวิสาหกิจซึ่งก็จะต้องแก้ไขว่า รัฐวิสาหกิจไม่เข้าสู่การบังคับของกฎหมายฉบับนี้ หมายความว่าผูกขาดได้ แล้วรัฐวิสาหกิจบางแห่งก็ไปขายในตลาดหลักทรัพย์ อ้างว่า เป็นมหาชนส่วนหนึ่ง แต่พอกฎหมายฉบับนี้จะจัดการก็อ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ กฎหมายฉบับนี้ เล่นงานไม่ได้ ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ได้ก็รู้กันอยู่ ตกลงมันก็มีปัญหาอย่างที่กรรมาธิการชุดนี้ พูดไม่ผิดเลย กฎหมายฉบับนี้มันเดินไม่ได้เพราะคน บังเอิญอาจารย์ประสารก็ดี คุณอลงกรณ์ ก็ดี ก่อนหน้านี้พูดมามันชัด ผมไม่ต้องพูดซ้ำว่ามันมีทั้ง ๓ ฝ่ายที่มีปัญหา ก็คือว่าธุรกิจ ขนาดใหญ่ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ได้นะครับท่านประธาน แม้เราจะได้สิทธินี้คุ้มกัน คุ้มครอง แต่ถ้าสื่อเขาออกไปเดี๋ยวก็จะถูกมีปัญหาต่อไป อยู่ข้างหลังพรรคการเมืองเยอะไปหมดเลย แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่อย่างที่ท่านอดีตรัฐมนตรีเกริกไกรพูดว่าประธาน คือตัวรัฐมนตรี และขณะเดียวกันมันก็มีปัญหาถัดมาก็คือว่าข้าราชการก็ไม่มีความกล้าหาญ ตกลงธุรกิจการเมืองและราชการ ๓ ฝ่ายพอกัน มันก็มีปัญหา ผมไม่ลงรายละเอียดหรอกครับ แต่เห็นประโยชน์ที่ท่านหยิบขึ้นมา แต่พูดตรง ๆ ยังหายใจไม่ทั่วท้อง แม้หยิบขึ้นมาผมถาม ท่านว่าแล้วท่านจะทำอย่างไรต่อ ท่านบอกว่าท่านไปแก้กฎหมาย พยายามจะให้ข้อมูลโปร่งใส จะต้องเปิดเผย ตัวองค์กรจะต้องเป็นอิสระขึ้น ไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวงพาณิชย์ แต่พูดตรง ๆ ผมฟังดูมันก็เป็นแนวที่ทุกคนก็จะหนีไปหาองค์กรอิสระ แต่ผมก็หายใจไม่ทั่วท้อง นี่ผมพูดตรง ๆ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องผลประโยชน์มหาศาล และเขาจะต้องแทรกแซงแน่นอนแม้จะเป็น องค์กรอิสระอย่างที่ท่านฝันอยากจะเห็น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พอประดิษฐ์องค์กรอิสระ ขึ้นมา พวกเราก็ดีใจ ผมอยู่ในสภาแห่งนี้เป็น ส.ว. ชุดที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๔๓ เริ่มต้นองค์กรอิสระดูจะดี แต่ผมถามท่านว่าองค์กรอิสระแทรกได้ไหมครับ พอองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่เข้มข้นกว่านี้อีก พอเข้าช่วงที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. ถูกแทรกหมด และใครล่ะครับแทรก ก็คือธุรกิจการเมืองนั่นล่ะครับที่ผูกขาด ผูกขาดธุรกิจแล้วก็พยายาม ไปผูกขาดการเมือง แล้วก็เข้ามาผูกขาดในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ แล้วไปประดิษฐ์ องค์กรอิสระมันก็ยังแก้ไม่ได้ ผมยืนอยู่ที่นี่ด้วยความช้ำใจว่าเราหวังองค์กรอิสระ จนกระทั่ง ผมต้องไปมีหน้าที่ไปล้ม ป.ป.ช. เมื่อตอนนั้นที่แอบขึ้นเงินเดือนตัวเอง ทั้ง กกต. ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ตกลงออกแบบอันนี้ แนวนี้ผมเห็นด้วย แต่ผมหายใจไม่ทั่วท้อง ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา เพราะธุรกิจผูกขาดทุนใหญ่นี้มันอยู่หลังพรรคการเมือง และเป็นธุรกิจการเมืองที่เข้ามา บางคนแอบอยู่หลังหลายพรรคการเมือง บางบริษัทเข้ามาเล่นการเมืองโดยตรง เราก็รู้กันดี บ้านเมืองที่มีปัญหา แล้วก็หวังเอาผลประโยชน์จากการไปผูกขาดธุรกิจ เรื่องนี้มันไม่ใช่ เรื่องกฎหมายเฉย ๆ ล่ะครับ ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยว่าต้องแก้กฎหมาย แต่ผมตั้งคำถามกับกรรมาธิการว่าเรื่องทางการเมือง เรื่องผลประโยชน์นี้จะแก้อย่างไร นี่คือเรื่องใหญ่ที่จะต้องปรับโครงสร้างใหญ่ ไม่ใช่ปรับโครงสร้างกฎหมาย ท่านประธานครับ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่กรรมาธิการพูด ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งจะต้องมีการบังคับผู้จะไปร้องก็ดี เขาร้องแล้วกรรมการทำอะไรบ้าง จะต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ นั่นเป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะเปิดไฟให้สว่าง คนร้ายหรือคนทุจริตหรือคนหวังผลประโยชน์มันจะได้อายบ้าง แต่ก็ไม่พอ ผมตั้งคำถามครับท่านประธาน ผมเองก็ไม่มีคำตอบให้ท่านว่าเมื่อเป็นองค์กรอิสระอย่างนั่นแล้ว มันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ผมก็ยังนึกไม่ออก เราคงต้องทำงานกันหนักล่ะครับ ทั้งสภาตรงนี้ เพื่อหยิบประเด็นอย่างที่คุณอลงกรณ์พูด ไม่ใช่ดูเศรษฐกิจอย่างเดียว ต้องดูทั้งการเมือง ดูทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน และดูการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกดดันและตรวจสอบ พวกที่ต้องการผูกขาดในธุรกิจและธุรกิจการเมือง ขอบพระคุณครับ