วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการผูกขาดและคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง โดยเรียกร้องให้รัฐต้องเข้าไปสนับสนุนและดูแลความเสี่ยงของเกษตรกร และให้ความเป็นธรรมในการทำสัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมว่าเรื่องการผูกขาดมันมีหลายส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แน่นอน ที่เราไม่เห็นด้วยกับการผูกขาดให้มีการค้าแข่งขันเสรีก็เพื่อไม่ให้สินค้ามันราคาแพง เราไม่ได้ หมายความว่าเราจะไปต่อต้านไม่ให้เกิดบริษัทที่ใหญ่ บริษัทใหญ่ที่เขาไม่ผูกขาด เขาแข่งขัน มันก็มีเยอะแยะ อันนี้ผมว่าเราต้องทำความเข้าใจกันในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นการค้าเสรี เพราะเราเชื่อว่าแข่งแล้วบริการและสินค้ามันจะถูก เพราะถ้าผูกขาดแล้วมันจะแพง เราไม่ได้ ไปต่อต้านไม่ให้บริษัทมันใหญ่ ทีนี้การผูกขาดผมก็เห็นด้วยนะครับว่าต้องเอาไปใช้กับ รัฐวิสาหกิจด้วย กฎหมายห้ามผูกขาดนี่ แต่ก็ต้องมีข้อยกเว้นครับว่าในบางกรณีเราก็ยอมให้ รัฐวิสาหกิจผูกขาดได้ เช่นเรื่องไฟฟ้า เราก็ยินดีให้ผูกขาดได้ ระบบสายส่งไฟฟ้า แต่ผู้ผลิต คุณก็ต้องให้เขาแข่งกันได้ คุณก็แข่งผลิตกันมาแล้วก็ขายเข้ามาก็ซื้อเข้าระบบแล้วก็ส่งต่อ หรือยอมให้เช่าเป็นโซน (Zone) เปิดว่าคุณสามารถส่งไฟล์ (File) เข้ามาได้ และคุณก็จ่ายค่าส่ง และคุณจะไปเรียกเก็บที่ถูกกว่า อันนี้ในหลายประเทศเขาก็เปิดครับ แต่เอาล่ะโครงสร้าง มันก็ไม่สมควรที่เราจะต้องเปิดโครงสร้างเยอะแยะ ต้นทุนก็ยิ่งสูง เพราะฉะนั้นเรายอมครับ รัฐวิสาหกิจว่าคุณผูกขาดบางอย่างได้ที่มันจำเป็น แต่โดยหลักการห้ามผูกขาดมันต้องไปถึง รัฐวิสาหกิจด้วย อันนี้ผมว่าเราต้องทำความเข้าใจตรงกัน และผมคิดว่าอยากฝากไปด้วยครับ มันยังมีกลไกอื่น ๆ ที่เข้ามาเชื่อมโยง ที่ผมเห็นใจ เกษตรกรอย่างมากนี้ ที่มันไปเชื่อมโยงกับระบบผูกขาดก็คือเรื่องคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง (Contract farming) ครับท่านประธาน คอนแทรคท์ ฟาร์มมิงหรือเราแปลเป็นไทยว่า พันธะสัญญานี้นะครับ อันนี้บางทีชาวบ้านไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองไปทำสัญญาคอนแทรคท์ ก็คือเช่นเลี้ยงไก่ก็เอาลูกไก่เขามา เอาอาหารไก่เขามา แล้วเขาก็ประกันด้วยว่าถ้าจะขาย เขายินดีซื้อในราคานี้ ชาวบ้านนั่งคำนวณดูกำไรดี ลองทำดูมันก็กำไรดีแต่ขาดความเข้าใจว่า มันมีความเสี่ยง เพราะความเสี่ยงนี้อยู่กับชาวบ้าน คือในระหว่างที่มันไม่มีภัยก็ได้ผลตอบแทนดี ก็ขยาย ทีนี้พอไข้หวัดนกมันมาลงเท่านั้นละครับ เงินที่ไปกู้มาขยายก็เป็นหนี้เต็มไปหมด แต่ไก่ก็ตายเรียบ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าผู้ประกอบการเขาก็ผลักความเสี่ยงมาให้ชาวบ้าน และชาวบ้านก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังบริหารความเสี่ยงอยู่ก็ยินดีรับอย่างที่ผมบอก อันนี้คือ เรื่องที่จะต้องเข้าไปดูแล เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าชาวบ้านหลายคนต้องหมดเนื้อหมดตัว ก็เพราะคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง หรือพันธะสัญญา เพราะชาวบ้านต้องไปแบกความเสี่ยงเอาไว้ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีว่าเรื่องเกษตร เรื่องสัตว์ เรื่องพืชอะไรนี่ความเสี่ยงมันสูงครับ จากโรคทั้งหลาย เพราะฉะนั้นความเสี่ยงมันสูงแล้วมันไปอยู่ในมือของชาวบ้านที่ไม่เข้าใจ แล้วก็ไปรับทำสัญญาเข้ามาตัวเองก็ต้องรับ เพราะฉะนั้นผมว่าอันนี้ละครับที่อยากจะฝาก เข้าไปดูแลว่าสัญญาพวกนี้มันต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านพอสมควร ทำอย่างไร ความเสี่ยงจะอยู่กับรายใหญ่บ้าง หรือให้ชาวบ้านสามารถขายของเหล่านี้ให้คนอื่นได้บ้าง อันนี้ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องดูต่อเนื่อง แล้วผมเห็นด้วยว่าเราจะต้องรีบส่งเสริม คนที่มีจิตวิญญาณรับใช้นอกจากให้มีปัญญาแล้วต้องให้แข็งแรง นั่นหมายความว่ารัฐต้องเข้าไป สนับสนุนให้เกิดความแข็งแรง เช่นองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค คนมาทำงานเขาก็มาทำงานด้วย จิตวิญญาณรับใช้ ความรู้มี แต่บางทีมันก็ขาดกำลังเงินอย่างนี้ต้องเข้าไปดูแล หรือเข้าไป ทำประโยชน์ให้ประชาชน นายทุนเขามีเงินเยอะเขาก็ฟ้องลูกเดียว คนวิญญาณรับใช้ ปัญญามี แต่โดนฟ้องตลอด มันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะท่านประธาน มันก็ต้องมีคนช่วยดูแล นั่นก็คือรัฐ ก็ต้องเข้ามาสนับสนุนกลุ่มคนเหล่านี้ที่เข้ามาทำงาน คือมันต้องมีกลไกอีกหลายอย่างที่จะต้อง เข้ามาช่วย ซึ่งผมคิดว่ารัฐธรรมนูญเราฉบับนี้เราก็มองค่อนข้างกว้างขวาง เช่น ทำให้พลเมือง เข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง พวกนี้สำคัญทั้งนั้นครับ เช่นชุมชนเข้มแข็งท่านประธานลองไป จังหวัดน่านเซเว่นไม่มีสิทธิไปเปิดเลยครับ ผมก็ฝากท่านนายกเทศบาล อบจ. ทั้งหลายด้วย ทำไมจังหวัดน่านทำได้ เซเว่นไม่มีครับในตัวเมืองน่าน มีอยู่ที่ร้าน อยู่ที่ปั๊มที่เดียว อันนี้คือ ความเข้มแข็งของชุมชน บอกห้าม ก็ทำไม่ได้ คุณไปทำได้อยู่ตรงปั๊มน้ำมัน ผมก็เลยท้าผู้นำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เก่งจริงเอาแบบจังหวัดน่านด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ