สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑ เมษายน ๒๕๕๘

ฑิฆัมพร กองสอน เสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาการผลิตทางการเกษตร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของปัจจัยการผลิต 3 ประการ และเรียกร้องให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขัน เธอยังเสนอว่าเกษตรกรควรเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ผลิตสินค้าจากผลผลิตของตนเอง เพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิในการกำหนดราคาของตนเองและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในภาคเกษตร

นางฑิฆัมพร กองสอน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ดิฉัน ฑิฆัมพร กองสอน ท่านสมาชิกหลายท่าน แม้กระทั่งประธาน คณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ก็บอกว่าเป็นลูกชาวนา เป็นลูกเกษตรกร แต่ตัวดิฉันเอง คือเกษตรกรตัวจริงเลย ท่านดูได้เลยหลักฐานประวัติว่าอาชีพเกษตรกร หมายความว่าเกิดมา เป็นเกษตรกรตั้งแต่แรกเกิดนะคะ ตระกูลนี้เกษตรกรทั้งนั้น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการแล้วก็อนุกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้เสนอเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เพราะว่าระบบเกษตรซึ่งประชาชนคนข้างล่าง อาชีพส่วนมากเป็นเกษตรกร และอาชีพอื่น ๆ มันก็ตามมา ๆ แต่ว่าอาชีพที่ใหญ่ที่สุด คืออาชีพเกษตรกร ซึ่งหลายท่านก็บอกว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ดิฉันเองรู้มาหมดว่าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมันเป็นอย่างไร มันหนักขนาดไหน ตัวดำ มือแตก เป็นอย่างไร รู้หมด ทำอาชีพนี้ตั้งแต่ ป. ๔ ท่านคิดเอาก็แล้วกันว่า ป. ๔ ไปทำไร่แล้ว อาจจะไม่ใช่ อาชีพทำนา แต่ทำไร่เพราะที่จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่จะต้องทำไร่ โดยเฉพาะปัจจุบัน เป็นไร่ข้าวโพดแล้วก็ยางพารา ทีนี้อยากจะเสนออย่างนี้ว่าองค์ประกอบแล้วก็ปัจจัยการผลิต มันมีความสำคัญอยู่ ๓ ส่วนประกอบด้วยกัน ไม่ว่าในเรื่องของทรัพย์ในดินสินในน้ำก็คือเรื่อง ของดิน น้ำ อากาศ แล้วก็คนเป็นปัจจัย และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในเรื่องของระบบ เกษตร แล้วก็กลไกการตลาด ทีนี้ต้องขอขอบคุณท่านที่ได้พูดถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน ขาดความสามารถในการแข่งขัน ดิฉันเองดิฉันมองไปว่าปัจจัย การผลิต โดยเฉพาะต้องขอเอ่ยนามท่านประสารได้พูดถึงในเรื่องของที่ดินที่มีความเหลื่อมล้ำ เพราะเป็นปัจจัยในการผลิตเป็นส่วนสำคัญอยู่ในตรงนั้น ไม่ว่าเรื่องของน้ำ เรื่องของดินนี้ นะคะ ทีนี้แม้กระทั่งจะเป็นเจ้าของที่ดินยังไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ เพราะฉะนั้น ภาพที่ท่านเอาขึ้นไม่ว่าจะเป็นภูเขาหัวโล้นเป็นอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นส่วนหนึ่งที่ชาวบ้าน จำเป็นจะต้องทำ ทำมาหากิน เพราะไม่รู้จะทำอะไรกิน เพราะที่นั่นเป็นที่ดอย แล้วส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะปลูกอะไร น้ำก็ไม่สามารถจะเอาขึ้นดอยได้ อีกหน่อยจังหวัดน่านกำลังจะทำ เสนอมาแล้ว เดี๋ยวดิฉันเองคงจะต้องเสนอกับท่านประธาน วันก่อนเราทำมาเกือบ ๑๐ ปี แล้วแต่ว่ามันยังเกิดไม่เป็นรูปเป็นร่าง ครั้งนี้น่าจะเกิด เรากำลังจะทำเรื่องของ พ.ร.บ. กองทุนป่าต้นน้ำ น่านจะเริ่มก่อน แล้วก็จะไปชวนเอาพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในลุ่มน้ำน่าน มาช่วยกันทำเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาฟื้นฟูจังหวัดน่าน แต่ส่วนนี้ดิฉันเองกำลังจะเสนอ เพื่อให้เพิ่มเติมในเรื่องของวาระนี้ให้สมบูรณ์ ท่านจะเอาไปทำให้สมบูรณ์หรือไม่ ไม่รู้ แต่ขอเสนอไว้ก่อน มีอยู่ ๓ ส่วนใหญ่ ๆ

ข้อที่ ๑ ปัญหาทุกปัญหาที่หลายท่านพูดมาหมดแล้ว ดิฉันจะไม่ย้ำอีกว่า เสนอให้เกิดการบูรณาการหน่วยงานที่สนับสนุนทุกหน่วยงาน ขอยกตัวอย่างอย่างนี้ว่า เรื่องของเกษตร หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเลยคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ที่ดิฉันจำได้แล้วก็จำได้ดีด้วยว่าการส่งเสริมการเกษตร บางเรื่องบางราว พืชบางตัวมันไม่เหมาะสมกับพื้นที่เมื่อกี้คุณจิรวัฒน์เขาพูดไปต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน พูดไปแล้วว่าพืชบางตัวบริบทพื้นที่มันไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยนะคะ เขียวเสวย ท่านเคยสนับสนุนลงไป ปลูกไปปลูกมาบ้านดิฉันเป็นเขียวเสย ๆ ไม่มันเสวย มันเป็นเฉย ๆ ที่ภาคเหนือคำว่า เสย เสย ต้องพูดอย่างนี้ก่อน เพื่อให้ท่านรู้ว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาพูด อย่างนั้นจริง ๆ เพราะว่ามันไม่มีลูก มันมีแต่ใบและต้นนะคะ อันที่ ๒ ณ ปัจจุบันคือยางพารา ท่านจะได้เห็นว่าไปหมดแล้วทั่วทุกภาค

แล้วก็ทีนี้ข้อที่ ๒ อยากจะเสนออย่างนี้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดปัจจัยในการที่จะเป็น เกษตรกรเรื่องของคน อยากจะให้ใส่โดยไปเน้นว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนา กระบวนการ พัฒนาให้เกิดผู้นำนำการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ ทำไมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าบางเรื่องท่านส่งลูกหลานไปเรียน เรียนจบมาท่านก็พูดว่าจบปริญญาตรีมาทำ การเกษตรไม่ได้ เพราะอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่เขาดูถูก ลูกชาวไร่กับลูกโรงสีข้าวโพด ถ้าเป็นสาว หนุ่มมาจีบ เขาจะจีบลูกโรงสีข้าวโพดก่อนลูกชาวไร่ เพราะลูกชาวไร่อย่างไร เขาก็ไม่จีบ เพราะไม่มีศักดิ์ศรี ทีนี้อยากให้เกิดกระบวนการอย่างนี้ว่าการที่จะเปลี่ยนวิธีคิด คนได้มันต้องเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ดิฉันเองอยากจะชวนหลาย ๆ ท่านที่อยากจะทำเรื่อง การเกษตรไปช่วยกันทำการเกษตรที่จังหวัดน่านมันจะได้ฟื้นฟูร่วมกัน

ข้อที่ ๓ อันนี้ไม่รู้ว่าเสนอไปแล้วทุกคนจะหัวเราะหรือเปล่า อยากจะเสนอ อย่างนี้ว่าเพื่อให้เกิดความมีศักดิ์ศรี มีรายได้ที่เท่าเทียมกันแล้วก็ไปสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องของว่า สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข เสนอว่าเกษตรกรเป็นผู้ผลิตน่าจะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นคนลงทุนร่วมกับบริษัทหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ยกตัวอย่าง สมมุติสินค้า เรื่องของข้าวโพด บริษัทที่ใหญ่ที่รับซื้อข้าวโพด เกษตรกรเป็นผู้ผลิตเรื่องของวัตถุดิบมาก่อน น่าจะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้นด้วย ทำไมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าตรงนี้ความเหลื่อมล้ำที่ท่าน พูดกันมาตลอด ทุกวันนี้พูดไปกฎหมายออกไปก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น อยากให้เกิดว่ารัฐธรรมนูญครั้งนี้กินได้ ต้องกินได้จริง ๆ ว่าการเข้าถึงทรัพยากรเรื่องของด้าน เศรษฐกิจเป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้ประชาชนคนไทยอ่อนแอภาคเกษตรซึ่งเขามีรายได้น้อย ทีนี้เขาเป็นเครื่องมือของทางการเมืองได้ เอาเรื่องของราคาพืชผลตกต่ำมาพูดได้แล้วก็ชวนกันมา ม็อบ (Mob) ม็อบทุกเรื่อง ดิฉันเองก็เคยม็อบ ม็อบเรื่องที่ดินม็อบอะไร ม็อบเพราะว่าเราเอง เราไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเราก็ต้องเรียกร้องความเป็นธรรมบ้าง เพราะฉะนั้นข้าวโพดตกต่ำ เราก็ต้องช่วยกันม็อบ ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ได้ราคา ต้นทุนการผลิตก็สูง ปุ๋ย ยา สูงหมด แต่ผลผลิตออกมาเป็นผู้กำกับอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเราต้องมีหุ้นส่วนในการกำกับ เริ่มตั้งแต่ลงทุนว่าราคาปุ๋ย ราคายา ต้องต่ำหน่อยเพื่อว่ากำไรเราจะได้สูง เราเป็นผู้ผลิตให้ ทุกวันนี้ดินก็ไม่ได้เช่า ผู้ประกอบการบริษัทใหญ่ ๆ ที่เป็นเจ้าของเกษตรกรทั้งหมด ดินไม่ได้เช่า แรงงานไม่ได้จ้าง พวกเราทำให้หมด แต่ผลสุดท้ายราคาออกมาท่านกำหนดบอกว่าแค่นี้นะ เหมือนที่ท่านตัวแทนจังหวัดลำพูนได้พูดถึงเมื่อครู่ ๓ โมงถึงจะรู้ว่าราคาลำไยเท่าไร แต่เรา เป็นคนผลิต เพราะฉะนั้นเราต้องมีสิทธิที่จะต้องกำหนดราคาของตนเองได้ เลี้ยงหมู เรายังไม่มีโอกาสกำหนดราคาของตนเองได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดกันมาทั้งหมดทั้งมวล มันน่าจะแก้ไขได้ ไม่ว่าเรื่องของทุจริตคอร์รัปชันแล้วก็การเมืองชวนเอา หรือว่าเรื่องของ ประชานิยมต่าง ๆ ที่เป็นปัญหากันมาตลอด มันน่าจะแก้ไขได้ถ้าภาคเกษตรไปมีหุ้นส่วน ในบริษัทหรือในโรงงานใหญ่ ๆ ที่เขาเป็นคนผลิตวัตถุดิบขึ้น ขอขอบคุณมากค่ะ