จำลอง โพธิ์สุข สปช. ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาท หารือเรื่องการปฏิรูปภาคเกษตรและสหกรณ์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคเกษตรกรรมและความจำเป็นของการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างมีเป้าหมายและเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีหนี้สิน และขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม การพาณิชย์ การท่องเที่ยว และการบริการ ตลอดจนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่รักทุกท่านครับ ผม จำลอง โพธิ์สุข สปช. ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาท ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องเกษตร ก็ต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้มีความเพียร พยายาม วิริยะ อุตสาหะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ทุกท่านก็คงจะเห็นร่วมกัน เพราะฉะนั้น ก็ขอให้กำลังใจท่านด้วย แล้วก็ดูในเนื้อหาสาระในประเด็นของการปฏิรูป กรอบของการ ปฏิรูปทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นด้านกสิกรรม ด้านการปศุสัตว์ ด้านการประมง ภาคของ อุตสาหกรรม ภาคเกษตร ทั้งหลายทั้งปวงเยอะแยะไปหมด ก็คงจะต้องใช้เวลากันอีกไม่ใช่น้อย วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของภาคการเกษตรก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นวันเกิดของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี ๒๔๓๕ ก็ถือว่าเป็นวันมงคล ท่านเลือกเอาเรื่องนี้เข้ามาไว้ในสภา อยู่ในวาระ ก็คิดว่าคงจะสำเร็จ ขอให้กำลังใจท่านด้วย เข้าเรื่องเลยครับท่านประธานครับ ในส่วนที่ผมจะพูด
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเป็นเรื่องของความตระหนัก ความวิตก ความกังวล ร่วมกับ ท่านคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าเมื่อไรที่เราพูดถึงเรื่องของภาคการเกษตรในบ้านในเมืองของเรา ก็คงจะไล่เรียงลำดับกันมา สมาชิกหลายท่านก็ได้กราบเรียนไปแล้ว ก็ยังอยู่คู่บ้านคู่เมือง ของเราแล้วก็คงจะต้องทำกันต่อไปในภายภาคหน้า เพราะว่าแนวโน้มสถานการณ์ของโลก ในภัยคุกคามต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพของธรรมชาติ โลกร้อน น้ำจืด จะขาดแคลน การขาดแคลนเรื่องอาหารก็เป็นประเด็นที่หลาย ๆ ประเทศทั้งโลกก็ว่าได้ กำลังพิจารณากันอยู่ บ้านเมืองเราได้เปรียบ เราอยู่ภูมิประเทศตรงนี้ ผมคิดว่าคงจะต้องระมัดระวังกันให้ดี เราได้ลงทุนลงแรงกันไปมหาศาลในภาคของรัฐ ปีนี้งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วนอกภาคราชการ อีกไม่รู้เท่าไร รวม ๆ แล้วภาคเกษตรเป็นอาชีพที่น่าสงสาร เราพูดถึงเรื่องคนในภาคเกษตร หรือเกษตรกร เรามีเกษตรกรอยู่ประมาณ ๑๓ ล้านคน ๑๔ ล้านคน มีครัวเรือนเกษตร อยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน มีเฉพาะนาข้าวที่ทำนาข้าวกันก็ประมาณ ๖๐ กว่าล้านไร่ รวมความแล้วพื้นที่เกษตรกรรมประเทศไทยเรามีอยู่ประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ แล้วเราทำเป็นเงินเป็นทองกันขึ้นมา เอาเฉพาะที่เป็นตัวเลขที่เราส่งออกเอาไปเทียบดูจาก ตารางจีดีพีประเทศไทยของเรา ท่านผู้มีเกียรติก็คงจะเห็นเป็นเรื่องที่น่าตกใจ มันก็เป็น ของมันอย่างนี้โดยเฉพาะระยะ ๒๐-๓๐ ปีมานี้ลงตลอด ปีหนึ่งเรามีตัวเลขประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ถ้าเอาพื้นที่เกษตรกรรม ๑๕๐ ล้านไร่เป็นตัวตั้ง หารด้วยเม็ดเงินตรงนี้เฉลี่ยแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ รายหนึ่งเราได้แค่ ๒,๐๐๐ บาท ประมาณนี้ แต่ว่าเราก็ต้องอยู่ กับภาคเกษตร เพราะฉะนั้นสิ่งละอันพันละน้อยทั้งหลายทั้งปวงที่เราลงทุนลงแรงกันไป ไม่ว่าจะเป็นภาคของพี่น้องภาคเกษตรกรเอง หรือทางผู้ที่เกี่ยวข้องภาครัฐก็คงจะต้องเป็น โจทย์ใหญ่ที่จะต้องช่วยกันต่อไป ที่จะทำให้การเกษตรกรรมของเรานั้นยังอยู่ได้ โดยเฉพาะ เมื่อพูดถึงเรื่องคนหรือเกษตรกรนี่นะครับ สิ่งที่อยู่ควบคู่กันมาก็คือใน ๑๐ กว่าล้านคน ก็ยังเป็นหนี้ ประการแรกก็คือว่าคาแรกเตอร์ (Character) เด่นก็คือเรื่องของการเป็นหนี้ หนี้ภาคเกษตรนี่นะครับ ดีว่ารัฐบาลกำลังจะพิจารณาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็จะช่วยเหลือ เรื่องหนี้สินภาคเกษตรของเกษตรกร วงเงินอีกประมาณเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท จะพักชำระหนี้ หรือว่าจะปรับโครงสร้างหนี้ หรืออะไรก็แล้วแต่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูก็คงจะต้องรับบท ตรงนี้ไปทั้งหลายทั้งปวง
ในส่วนต่อไปครับ ขออนุญาตท่านประธานขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องของ เทคโนโลยีการผลิต เราก็มีค่อนข้างจะต่ำ ผลผลิตต่อไร่อย่างเช่นข้าวเราก็ยังต่ำอยู่ ประมาณ ๔๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่บ้านอื่นเมืองอื่นอย่างเช่นเพื่อนบ้านนี่ ๘๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ เรื่องของภาครัฐเองก็มีการจัดองคาพยพที่ดูแลด้านการเกษตรกรรมเยอะแยะไปหมด แล้วรวมทั้งภาคเอกชนก็เช่นเดียวกัน เรามีสภาเกษตร เรามีกฎหมายเยอะแยะไปหมด แต่ว่า ทั้งหมดทั้งปวงผมคงมีเวลาไม่มาก ก็คือว่าเรายังมีโจทย์ที่ต้องแก้ไข ต้องทำกัน ต้องพัฒนา ภาคของการเกษตรอีกเยอะ แล้วที่สำคัญก็คือว่าในสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ในส่วนนี้การทำงานภาคของการพัฒนาการเกษตรอยากจะให้อยู่เป็นที่เป็นทาง เป็นจุดเดียวกัน นั่นก็คืออยู่ในภาคกำหนดไว้เป็นประเด็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนา ภาคเกษตร เรามียุทธศาสตร์ชาติที่ได้เสนอไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ด้วย เพราะฉะนั้นก็หวังเป็นอย่างยิ่งก็ฝากไว้กับกรรมาธิการชุดนี้ว่าอยากจะเห็นการกำหนด เรื่องของการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทยของเรานี่นะครับ เป็นประเด็นหนึ่ง ในยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหารประเทศต้องไม่ละเลยในส่วนของ ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเกษตร เราจะเอากันอย่างไร เราจะทิ้งเกษตรเลยไหม แล้วก็ไปทำ เรื่องอื่น หรือว่าจะให้อยู่โดยตัวของตัวเองได้ ก็คงจะเป็นประเด็นที่จะต้องช่วยกันพิจารณาต่อไป อีกมากมายครับ ขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็ขอให้กำลังใจคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ทำงานกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ