รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
และอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงกรมทางหลวง ที่บ้านค่าย เทศบาลตําบลบ้านค่าย เขาอยากได้ไฟฟ้า ไฟเหลือง ไฟแดง ไฟเขียว ท่านประธานครับ รถชนกันประจําครับตรงเทศบาลตําบลบ้านค่าย เขาร้องแล้วก็ร้องอีกจนป่านนี้ก็ยังไม่ติดตั้งให้เขา ผมไปเห็นบางที่ไม่น่าติดตั้งก็ติดตั้ง ฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรมทางหลวง ให้เอาไฟเขียว ไฟเหลือง ไฟแดง ไปติดตั้งให้เทศบาลตําบลบ้านค่ายหน่อยครับ ขอบคุณครับ
เรื่องก่อสร้างรัฐสภา เมื่อถามผม ผมก็จะตอบนะครับเพื่อไม่ให้เสียเวลา ขณะนี้เราดําเนินการไป ตอนนี้ก็ส่งแบบงวดที่ ๔ แล้วครับ เขากําลังตรวจสอบแบบ แล้วก็จะประเมินราคากลาง ขั้นตอนมันมี แล้วเขาก็จะทําทีโออาร์ (TOR) ในการประกวดราคายังไม่เสร็จ ถ้าทําทีโออาร์เสร็จก็ดําเนินการประกาศประกวดราคาได้ ก็คาดว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงยังไม่ยุบสภาง่าย ๆ หรอกครับ เพราะว่ายังไม่แบ่งเขตเลือกตั้ง อย่าเพิ่งไปห่วงเลยครับ แล้วก็จะพยายามนะครับ พยายามเร่งเร้าท่านเลขาธิการให้ เร่งจนสุด ฝีมือแล้วละครับ ก็ได้แค่นี้ คาดว่าถ้าหากปลายเดือนนี้ได้ประกาศมันก็ดี เดือนเมษายนเราจะ ได้ประกวดราคาให้เสร็จสิ้นนะครับ ก็คาดว่าจะดําเนินการเร่งให้เร็วที่สุดที่จะเร็วได้ ระหว่างที่ พวกเรายังอยู่ แล้วก็ถือว่าสภาชุดนี้มีบทบาทสําคัญในการก่อสร้างรัฐสภา ไม่ใช่นายชัย นะครับ พวกเราทุกคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกรัฐสภารุ่นนี้เป็นผู้ริเริ่ม ดําเนินการสร้างรัฐสภาแห่งนี้เป็นอนุสรณ์ให้ลูกหลานต่อไป ส่วนเรื่องไฟฟ้านั้น ก็คาดว่าตอนนี้ รัฐมนตรีก็คงจะได้ยินนะครับ ก็คงจะได้แก้ไขให้ท่าน เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ผมขอหารือต่อท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลโดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้เพิ่มวงเงินราคาประกัน จาก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๑,๐๐๐ บาทของข้าวเจ้านะครับ แล้วก็เพิ่มจํานวนตันจาก ๒๕ ตัน เป็น ๓๐ ตัน แต่ปัญหาก็คือพ่อค้าที่รับซื้อข้าวนั้นยังซื้อข้าว ถูกอยู่นะครับ เพราะว่า ๖,๐๐๐ กว่าบาท ๗,๐๐๐ บาท อยู่ในเกณฑ์นี้เองนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ก็จะได้ไปตั้งโต๊ะซื้อข้าวถึงในถิ่น ในแต่ละอําเภอ แต่ละจังหวัด ก็อยากฝากทางกรมการค้าภายในนะครับว่าให้เร่งไปตั้งโต๊ะซื้อข้าว ให้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในราคาอ้างอิงอย่างเร่งด่วนนะครับ เพื่อที่จะได้บรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะที่จังหวัดสุโขทัยของผม ตอนนี้ข้าวก็ออกมา เป็นจํานวนมากแล้วนะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของพี่น้องในจังหวัดสุโขทัยเรียกร้องในการที่ อยากจะได้ขุดสระน้ําบ้านลานทอง บ้านหนองตลับ หมู่ที่ ๔ อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แล้วก็ขุดลอกคลองห้วยเพกา บ้านทานตะวัน หมู่ที่ ๕ ตําบลศรีคีรีมาศ อําเภอคีรีมาศ และขุดอ่างเก็บน้ําทุ่งพันทลาย หมู่ที่ ๖ ตําบลโตนด อําเภอคีรีมาศ แล้วก็ขุดลอกคลองส่งน้ํา บ้านหนองอ้อ บ้านหนองหมู่ที่ หมู่ที่ ๙ ตําบลทุ่งหลวง อําเภอคีรีมาศ เรียนท่านประธานผ่าน ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานหรือกรมทรัพยากรน้ํานะครับ ขอบคุณมากครับ
พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย โคราช ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของอําเภอปากช่อง ที่บ้านบ่อทองข้ามไปยังบ้านวังไทร หลายครั้งหลายหนแล้ว ผมขอในสภาก็หลายครั้งหลายหน อุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง หลังจากที่ทําถนนรอบเมืองแล้วไม่มีสะพานข้าม แล้วก็เด็กนักเรียนก็ตายมาหลายชีวิตแล้วครับ ท่านประธาน วันนี้ฝากท่านประธานด้วยความเคารพ ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมอีกสักครั้ง จะปล่อยให้ตายกันสักอีกกี่ศพครับ นี่คือปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
เรื่องที่ ๒ ปัญหาที่ดินทํากินในเขตทหาร ซึ่งก็เคยหารือท่านประธานที่นี่ครับ ซึ่งวันศุกร์นี้ท่านรัฐมนตรีมั่น พัธโนทัย จะไปแจกเอกสารการเช่าที่ดินตามที่ผมได้ร้องขอไป แล้วก็เรียนว่าที่ดินในเขตทหารมี ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานครับ วันนี้เราขอส่งคืนอยู่ที่ ๑๕,๖๐๐ ไร่ ปรากฏว่ามีการอนุมัติกันชัดเจนแล้ว แต่ว่าภาคปฏิบัตินี้ไม่ทําอะไรเลย เพราะฉะนั้นการกําหนดเขตของประชาชน ที่อยู่ ที่กิน ที่อาศัยนี้มันก็ยังไม่มีความชัดเจน ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงกลาโหม แล้วก็กระทรวงการคลังเร่งรัดเอาใจใส่ดูแล ความเดือดร้อนของพี่น้องที่ตําบลหนองสาหร่าย ตําบลวังไทร แล้วก็ที่ตําบลจันทึกหน่อยครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ วันนี้ประชาชนหาที่ทํากินไม่ได้เลย แต่เวลานายทุน เข้าไปขอเช่า ให้เลยอย่างนี้ นี่คือความไม่ยุติธรรมในสังคมไทยครับ วันนี้ต้องช่วยกันต่อสู้ครับ ในสภาของเราครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ วันนี้ถนนสายหนองกะจะ-บ้านหัวลํา ที่บ้านท่าน ส.ส. นิยม ขออนุญาตเอ่ยถึงท่านครับ วันนี้การจราจรคับคั่งหนาแน่นมาก เนื่องจากว่าอําเภอปากช่องเป็นแหล่งท่องเที่ยว ถนนทางเข้าแคบ นี่ก็ขอมาหลายครั้ง กระทรวงคมนาคมก็นิ่งเฉย ทําเฉย เฉยทุกอย่างครับวันนี้ ไม่เคยดูแลในสิ่งที่มันเป็นประโยชน์ จริง ๆ ต่อพี่น้องประชาชนเลย ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ๓ หน่วยงานที่ได้กล่าวไว้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
คุณขยัน วิพรหมชัย
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหา
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรโควตา (Quota) น้ํามันพืช ไปยังพื้นที่จังหวัดลําพูน เพราะขณะนี้มีงานประเพณีปอยหลวงกันค่อนข้างมาก ซึ่งประชาชน ยังมีความต้องการ
เรื่องที่ ๒ แม่น้ํากวงในเขตพื้นที่ตําบลเหมืองง่ามีผักตบชวาหนาแน่น เกรงว่าถ้าหากไม่มีการกําจัดก็จะส่งผลกระทบทําให้แม่น้ํากวงเน่าแล้วก็ปลาตาย
เรื่องที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดพายุพัดในเขตพื้นที่บางส่วนของ อําเภอแม่ทาและอําเภอป่าซาง ทําให้ต้นลําไยได้รับความเสียหาย อยากให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ดําเนินการช่วยเหลือ
เรื่องที่ ๔ กะหล่ําปลีในเขตพื้นที่อําเภอลี้และอําเภอบ้านโฮ่ง ขณะนี้ราคาตกต่ํา ราคาแค่กิโลกรัมละ ๑ บาทเท่านั้น ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการหาตลาด เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนกะหล่ําปลี ซึ่งเขาประสบภาวะขาดทุน ราคากิโลกรัมละแค่ ๑ บาท
เรื่องที่ ๕ พระสงฆ์ในเขตพื้นที่จังหวัดลําพูน พระสังฆาธิการขอให้ผม ประสานงานทวงถามเงินค่านิตยภัตประจําเดือนของพระสงฆ์ ซึ่งขณะนี้คงค้างมาเป็นเวลา ๕ เดือนแล้ว
เรื่องที่ ๖ ขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สั่งการ บัญชาการให้กระทรวงยุติธรรมไปประกันผู้ต้องหาในเรื่องของการบุกรุกที่ดิน ในเขตพื้นที่อําเภอเวียงหนองล่อง ซึ่งได้รับการประกันตัวมาเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา โดยกองทุนยุติธรรมได้นําเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทไปประกันพี่น้องชาวลําพูนของกระผม ขณะนี้เขาได้รับอิสรภาพแล้ว แล้วก็ถือโอกาสขอบคุณรัฐบาลที่อนุมัติเงินช่วยเหลือน้ําท่วม ที่ผมได้หารือในการประชุมสภาเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะนี้ธนาคาร ธ.ก.ส. ก็จะไปมอบเงิน ช่วยเหลือพี่น้องบ้านท่าช้าง ตําบลเวียงหนองล่อง อําเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลําพูน ในวันพรุ่งนี้นะครับ ต้องถือโอกาสในนามของพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนได้ประสานงาน มายัง ส.ส. ส.ส. ก็ถือโอกาสได้มาหารือในการประชุมสภา และรัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไข ปัญหาครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องที่ ๑ เรื่องของการคมนาคม ขณะนี้จังหวัดลําพูนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะถนนพหลโยธิน ๑๐๖ ซึ่งผ่านอําเภอป่าซาง อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอลี้ เนื่องจากว่า ถนนเส้นนี้สัญญาณไฟจราจรน้อยมาก โดยเฉพาะที่แยกสะปุ๋ง อําเภอป่าซาง ยังไม่มีสัญญาณไฟ และขณะเดียวกันนั้นกรมทางหลวงไม่ได้เข้าไปตีเส้นจราจร ทําให้การจราจรบางช่วงบางตอน เกิดอุบัติเหตุ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนในเขตอําเภอทุ่งหัวช้าง ได้ร้องขอการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขยายเขตในเรื่องของไฟฟ้าเกษตร ซึ่งได้ร้องขอมา ตายไปหลายรุ่นแล้วครับท่านประธาน ยังไม่ได้ไฟฟ้าใช้เข้าไปในเรือกสวนไร่นาเลย โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ้างว่าที่ดินเป็นเขต ป่าสงวนแห่งชาติไม่สามารถที่จะเดินสายพาดเสาไปได้ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจาก กรมป่าไม้ ซึ่งเรื่องนี้ผมนําเรียนท่านประธานว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคควรที่จะเป็นเจ้าภาพ ในการขอใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ แทนที่จะให้ชาวบ้านไปขอ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคควรจะเป็น เจ้าภาพในการขอใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติในการขยายเขตไฟฟ้าไปยังพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ในเขตอําเภอที่ส่วนใหญ่มีเขตป่าสงวนแห่งชาติ เช่น อําเภอทุ่งหัวช้าง อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ก็นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลากระผมหารือครับ กราบขอบคุณครับ
ต่อไปคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ดอกเตอร์ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครพนม เรื่องที่กระผมจะหารือคือปัญหาใหญ่ของชาวภาคอีสาน แล้วก็เป็นสาเหตุ สําคัญที่ทําให้ราษฎรและเกษตรกรยากจน คือปัญหาภัยแล้งซ้ําซาก กระผมได้รับร้องเรียนมา ทุกหมู่บ้านในจังหวัดนครพนม ในพื้นที่อําเภอบ้านแพง อําเภอนาทม อําเภอศรีสงคราม และอําเภอนาหว้า ขาดแคลนน้ําดื่ม น้ําใช้ และน้ําเพื่อการเกษตร จึงขอให้รัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งงบกลาง งบพิเศษ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ําซาก ให้มีระบบชลประทาน ให้แก่ภาคอีสานทุกจังหวัดให้ทั่วถึง ได้มีการบริหารจัดการเรื่องน้ําแบบบูรณาการและ ครบวงจร และอย่าให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ไม่เช่นนั้นฤดูฝนน้ําจะท่วม พอผ่านไปอีก ๒ เดือนก็เกิดภัยแล้งซ้ําซาก เพราะในภาคอีสานขาดการบริหารจัดการเรื่องน้ําที่ดี รัฐบาลต้องทุ่มเทงบประมาณขุดสระในไร่นา ที่ให้ราษฎรจ่ายสมทบ ๒,๕๐๐ บาท ขุดสระ ให้ทุกหมู่บ้าน ตําบลละ ๑๐๐ สระ ขุดลอกหนองน้ําและคู คลอง ตําบลละ ๒ แห่ง ทําเขื่อน ทําฝาย อ่างเก็บน้ํา ประตูระบายน้ํา โครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดําริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าและส่งน้ําระบบทางท่อ ให้ทุกตําบลทั้ง ๔ อําเภอ คือมีเครื่องสูบน้ําขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนแพในแม่น้ํา ในลําห้วย แล้วก็ แหล่งน้ํา แล้วก็มีต่อท่อใหญ่จากเครื่องสูบน้ําไปสู่สวน สู่ไร่นา แล้วก็มีหัวจ่ายน้ําเป็นระยะ ๆ แล้วพี่น้องเกษตรกรเอาท่อสายยางอ่อนสวมเข้าไปเปิดน้ําสู่สวน สู่ไร่นา ก็ขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้สร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าและส่งน้ําระบบทางท่อให้ที่อําเภอบ้านแพง อําเภอนาทม อําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้า ทุกตําบล กราบขอบพระคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมาก หลายอําเภอ แล้วก็หลายตําบลว่าขณะนี้กําลังเกิดภัยแล้งหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์พาหนะ สัตว์เลี้ยง จะเป็นประเภท โค กระบือ แพะ แกะ สุกร เป็ด ไก่ กําลังเดือดร้อน เพราะว่าน้ําแห้ง จึงขอให้มีการขุดลอก ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขุดลอก ขอให้สํารวจออกแบบขุดลอก เฉพาะในเขตดังกล่าวนี้มีทั้งหมด ๔๙ แห่ง ส่วนรายละเอียดนี้ผมจะได้ส่งเป็นหนังสือให้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมสร้างแก้มลิงในแม่น้ําป่าสักครับ แม่น้ําป่าสักนี้ ก็มีการวางท่อ แล้วก็สร้างสถานีสูบน้ําหลายแห่งแต่ยังไม่ได้สูบน้ําเพราะว่าน้ํามีไม่พอ เพราะฉะนั้นก็ขอเร่งรัดให้ เฉพาะท้องที่อําเภอชัยบาดาล อําเภอท่าหลวง แล้วก็อําเภอสระโบสถ์ อําเภอโคกสําโรง อําเภอโคกเจริญ อําเภอหนองม่วง ตั้งงบประมาณไป ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ยังไม่ได้สูบน้ํา วางท่อเสร็จแล้วครับ ขอให้เร่งช่วยดําเนินการด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ขอให้เร่งบูรณะปรับปรุงอ่างวังมโนราห์ แล้วก็อ่างซับตะเคียน อ่างซับงูเหลือม แล้วก็อ่างกุดตาเพชร ซึ่งพอที่จะแบ่งน้ําไปให้ท้องที่ใกล้ ๆ ได้ พวกเลี้ยง โค กระบือ แพะ แกะ หรือปลูกผักสวนครัวนี้ ก็ขอให้เร่งดําเนินการสํารวจออกแบบแก้ไขให้
ก็ทําเป็นเอกสารมาครับ
ขอบคุณมากครับ
ต่อไป คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ขอกราบเรียน หารือท่านประธานใน ๓ เรื่องดังต่อไปนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องความก้าวหน้าในระบบราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่บริการ และอยู่ใกล้ชิดประชาชน กระผมได้รับการร้องเรียนว่าการเลื่อนระดับและการเข้าสู่ตําแหน่ง ยากกว่าข้าราชการกระทรวงอื่น เช่น กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมประมง กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เมื่อมีการสอบคัดเลือกหรือสอบแข่งขันในบางกรมนั้น ก็ขอให้บรรจุตามลําดับ ที่สอบได้ ไม่ใช่บรรจุข้ามไปข้ามมานะครับ อันนี้เป็นการร้องเรียน
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการ ก็ได้รับการร้องเรียน โดยทั่วไปว่าเป็นสหกรณ์กู้ทรัพย์ไม่ใช่สหกรณ์ออมทรัพย์ จะผิดวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ ออมทรัพย์หรือไม่ ก็มีการวิ่งเต้น เช่น การเข้าเป็นกรรมการก็มีค่าตอบแทนสูงจากผลกําไร ของการดําเนินงาน แต่ไปเอาเปรียบสมาชิกมากเกินไป อันนี้ก็ได้รับการร้องเรียนจริง ๆ ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ช่วยพิจารณาดูแลและช่วยแก้ไขด้วย
เรื่องที่ ๓ การพัฒนาหนองน้ําจืดทั่วประเทศ โดยเฉพาะไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณและจัดการเท่าที่ควร มีวัชพืช เช่น ผักตบชวา หรือวัชพืชอื่นปกคลุมเป็นจํานวนมาก เช่นอําเภอหนองหาน จังหวัดสกลนคร หลายปีก็ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร อําเภอหนองหาน อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี อันนี้ก็ได้รับการร้องเรียนมา จึงขอประทานกราบเรียน ผ่านท่านประธานครับ
คุณชมภู จันทาทอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้นํา เรื่องเดือดร้อนมากราบเรียนปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนะคะ
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้ไปพิธีปลงศพพระสงฆ์ หรือพระราชทานเพลิงศพพระสงฆ์ หลายที่นะคะ ก็ได้รับการหารือจากพระสงฆ์หลายท่านเรื่องเกี่ยวกับเงินนิตยภัตประจําเดือน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเงินเดือนพระนะคะท่านประธาน ยังไม่ได้รับ ที่จังหวัดหนองคายนั้น ๓ เดือนแล้ว ถ้าสิ้นเดือนนี้ก็เป็น ๔ เดือนค่ะ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สํานักนายกรัฐมนตรี โดยท่านสนั่น ขจรประศาสน์ เป็นผู้รับผิดชอบ ช่วยผลักดันเงินนิตยภัตของพระสงฆ์นั้นไปโดยด่วนด้วยค่ะ เป็นหนี้พระ กลัวบาปนะคะ ท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับงบซีอีโอ (CEO) ของจังหวัดหนองคาย ท่านประธานคะ งบประมาณของปี ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องตลิ่งพังของห้วยปากสวย บ้านปากสวย หมู่ที่ ๔ ตําบลวัดหลวง จังหวัดหนองคาย ซึ่งได้งบประมาณปี ๒๕๕๔ ตลิ่งพังตรงนี้มันไปพังจนถึงบ้านที่พักอาศัย ของพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๐ หลัง ก็อยากจะให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รีบผลักดันเงินงบประมาณในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในบ้านปากสวย หมู่ที่ ๔ ตําบลวัดหลวง นี้โดยด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
เชิญคุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ คุณอังคณา แก้วเก้าดวง โทรศัพท์มาร้องเรียนผม เรื่องถูกตัดกระแสไฟฟ้า ตอน ๓ ทุ่ม เนื่องจากว่าค้างค่าไฟเป็นเวลา ๓ เดือน เป็นเงินแค่ ๑,๐๐๐ กว่าบาท ผมได้ประสานงานไปยังการไฟฟ้าเขตบางขุนเทียน ปรากฏว่าไปต่อกระแสไฟฟ้าให้ในเวลา ๔ ทุ่ม ก็ขอขอบคุณรัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้านครหลวงที่เห็นอกเห็นใจคนจน
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผู้หญิงชาวหนองแขม ซอยเพชรเกษม ๑๑๒ แยก ๑๕ ขอให้เขตหนองแขมไปลอกท่อระบายน้ํา
เรื่องที่ ๓ ครู กทม. ร้องเรียนเรื่องโครงการบ้านยิ้ม ๒ ของข้าราชการ กทม. นั้นไม่โปร่งใส กทม. ควรเพิ่มวงเงินอีกอย่างน้อยอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท
เรื่องที่ ๔ คุณพงษ์พันธ์ ประกอบสุข ร้องเรียนเรื่องการสร้างถนนบางแวก จากสี่แยกทศกัณฑ์ถึงคลองส่งน้ําทัศนีย์ เขตบางแค ขอให้ขยายถึงสาย ๓ ได้หรือไม่
เรื่องที่ ๕ อาจารย์ช่อเพชร พิศุทธานันท์ ขอให้สร้างสะพานลอย หน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค เพิ่มอีกสัก ๑ สะพาน
เรื่องที่ ๖ นายธรรมนูญ จีบเพราวัฒน์ ขอให้การเคหะแห่งชาติไปลาดยาง ในซอยเพชรเกษม ๑๐๒/๔ เขตบางแค
เรื่องที่ ๗ คุณสมบูรณ์ หมู่บ้านพฤกษา ซอย ๑๑๐ และหลวงเขียว หมู่บ้านณัฐกานต์ ซอย ๑๑๒ ร้องเรื่องยุงชุมมาก เรื่องไข้เลือดออก อยากให้ไปฉีดยุง
เรื่องที่ ๘ โรงเรียนวัดทองศาลางาม ต้องการตู้อบขนม ปรากฏว่า รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านทยา ทีปสุวรรณ นั้นบอกว่าจะหางบมาให้ รอมาปีกว่าแล้ว ยังไม่ได้
เรื่องที่ ๙ ซอย ๑๐๘ มีการปรับปรุงซอย ปรากฏว่าฝรั่งซึ่งอาศัยอยู่ในซอย ดังกล่าวถูกกระชากสร้อย เนื่องจากไฟฟ้าดับ อยากให้ สน. หนองค้างพลู ไปดูแล
เรื่องที่ ๑๐ หมู่ที่บ้านพงษ์ศิริชัย ๔ เขตหนองแขม ขโมยก็เยอะ อยากให้ สน. หนองแขม ไปดูแล
เรื่องที่ ๑๑ ถนนพุทธมณฑลสาย ๓ มีการตัดต้นไม้มาก อยากจะถามว่า ตัดต้นไม้ทําไม แล้วทําไมไม่ขุดล้อมต้นไม้ไปปลูกในที่อื่น
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เมื่อคืนฝนตกหนักในเขตหนองแขม พี่น้องตํารวจที่นั่นมีแฟลตอยู่ ๒ อาคาร ปรากฏว่าหลังคารั่ว ผมก็ต้องนึกถึงพี่น้องตํารวจ เขตหนองแขม โดยเฉพาะ สน. หนองแขม อยากให้การเคหะแห่งชาติหางบประมาณ ไปอุดรอยรั่วบริเวณหลังคาแฟลตของ สน. เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ค่ะ ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องชาวตําบลลุ่มลําชี อําเภอบ้านเขว้า ว่าเมื่อตอนที่เกิดพายุน้ําท่วมเข้ามาที่ จังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะที่ตําบลลุ่มลําชีนั้น บ้านเรือนของเขาได้รับความเสียหาย และทางรัฐบาลได้มีการออกมาตรการว่าถ้าบ้านเรือนเสียหายทั้งหมดจะได้ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าถ้าเป็นบางส่วนจะได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ประชาชนรอมา ๔ เดือนแล้วค่ะท่านประธาน ตอนที่ดิฉันถามเรื่องงบประมาณกลางปีที่เรานําเข้าสู่การพิจารณาที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ได้มาตอบดิฉัน แล้วก็บอกว่าได้มีการจัดสรรตรงส่วนนี้ไปเรียบร้อยแล้วนั้น พี่น้องเขาบอกมา ว่ายังไม่ได้รับเงินเลยนะคะท่านประธาน ได้เพียงแต่เงิน ๕,๐๐๐ บาทที่ช่วยเหลือไปก่อน ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ที่ดูแล เรื่องการชดเชยให้กับประชาชน ให้ช่วยติดตามแล้วก็สอบถามด้วยว่าเพราะเหตุใด เงินที่พี่น้องจะต้องได้รับอย่างที่ท่านว่า ถึงยังไม่ได้รับ ณ ปัจจุบันนี้ค่ะ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องชาวบ้านโนนนาพวง และหมู่บ้านใกล้เคียง ที่จะต้องใช้เส้นทางสัญจรบริเวณนั้น เขาบอกกล่าวกับดิฉันมา ร้องเรียนผ่านดิฉันมาว่า ถนนสายบ้านหลุบโพธิ์ถึงบ้านห้วยคนทา อําเภอบ้านเขว้าไปอําเภอหนองบัวแดง ถนนเมื่อเขาก่อสร้างทางหลวงขึ้นมามีการยกระดับขึ้นสูงมาก ถนนที่ต้องแยกเข้าไปทาง บ้านโนนนาพวง บ้านหนองอ้อ และอีกหลายหมู่บ้านนั้นเป็นทางลาดลงไปยังหมู่บ้าน มีความชันมากกว่า ๔๕ องศา ทําให้รถการเกษตรเมื่อขนสินค้าทางการเกษตรขึ้นมาก็ต้องชะลอ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่ถนนใหญ่ได้ทําให้เกิดอุบัติเหตุและทรัพย์สินเสียหายเป็นจํานวนมาก อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดูแลแก้ไข เรื่องถนนหนทางที่ลาดชัน ทําให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากทรัพย์สินและอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ วันนี้ผมมีเรื่องกราบเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องถนนในทางหลวงชนบท ๑๐๕๔ บริเวณหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๘ ตําบลบ้านมะเกลือ อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นถนนเลียบแม่น้ําปิง ผมเรียนให้ท่านอย่างนี้ครับว่าถนนเส้นนี้สร้างเมื่อปี ๒๕๓๕ นะครับ จนถึงบัดนี้ ๒๐ กว่าปีแล้วนะครับ แล้วก็มีประชาชนทั้ง ๘ หมู่บ้านนั้นอาศัยในการสัญจรไปมา ปรากฏว่า ตอนนี้ถนนขรุขระมากแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเกือบทั้งเส้น เด็กนักเรียน ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์สัญจรไปมาในระหว่างหมู่บ้านนั้นประสบความยากลําบากมาก ในการที่จะขับหลบหลุมต่าง ๆ แล้วก็หลายรายก็ประสบอุบัติเหตุ จึงอยากรบกวน ท่านประธานฝากไปถึงทางกรมทางหลวงนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางหลวงชนบท ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ไปสํารวจ อย่างน้อยก็ไปปรับพื้นถนนให้มันเรียบเพื่อให้การจราจรนั้น เป็นไปโดยสะดวก ขอบพระคุณมากนะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการขอขยายเขตไฟฟ้าที่บ้านหนองปลาเค้า หมู่ที่ ๓ ตําบลนากลาง อําเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ หมู่บ้านนี้มีประชากรอยู่ประมาณ ๑๐ ครัวเรือนนะครับ ซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทราบจากทางรัฐบาลว่าทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีนโยบายที่จะขยายเขตการไฟฟ้าไปยังทุกหมู่ที่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่เนื่องจากหมู่บ้านนี้ ได้ทําเรื่องไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว ค่าใช้จ่ายในการขยายนั้นค่อนข้างสูงนะครับ ชาวบ้านไม่สามารถที่จะออกเงินสมทบได้ตามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องการ จึงขอความกรุณา จากท่านประธานแจ้งไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยดูแลและช่วยขยายเขตไปยังที่หมู่บ้านนี้ ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณฐิติมา ฉายแสง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ขอนําเรื่องมาหาหรือท่านประธานค่ะ
เรื่องแรก คือขอให้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมนะคะ ประชาชนในหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๘ ตําบลสองคลอง และตําบลบางเกลือ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกันทั้ง ๒ ตําบลนี้ อยู่ในอําเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ร้องเรียนเรื่องกลิ่นยางที่เผาไหม้เพื่อเป็นสินค้า น้ํามันเตาจากโรงงานของบริษัท ซิง ไร ฟา จํากัด ได้ก่อให้เกิดมลพิษทั้งกลิ่นและเขม่า เป็นอย่างมาก แล้วก็เป็นระยะเวลานานปีกว่าแล้ว ประชาชนนั้นได้ร้องเรียนทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กรรมาธิการหลายคณะ และเมื่อวานซืนนี้ก็ไปร้องที่ ศาลปกครอง ท่านประธานคะ ลมทะเลเวลาพัดมานี่นะคะ แถวนั้นติดทะเล กลิ่นเหม็น จากการเผาไหม้ยางรถยนต์ก็จะลอยไปหาประชาชนหมู่ที่ ๔ ตําบลสองคลอง และตําบลบางเกลือ ซึ่งเป็นเขตติดต่อ แต่เวลาลมบกพัดมากลิ่นเหม็นและเขม่ามันก็ลอยไปหาประชาชนหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ ตําบลสองคลอง แต่ว่าประชาชนหมู่ที่ ๘ ตําบลสองคลอง รับเต็มๆ ตลอดเวลาค่ะ ท่านประธาน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขด่วนนะคะ
เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของขอสถานีอนามัยค่ะ ประชาชนหมู่ที่ ๑๕ บ้านเขาวง ตําบลท่าตะเกียบ อําเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีประชากรประมาณ ๗๐๐ คน อาศัยอยู่ตรงชายป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ยังไม่มีสถานีอนามัย และสถานีอนามัย ที่ใกล้ที่สุดก็คือสถานีอนามัยบ้านคลองมะหาด ห่างจากหมู่ที่ ๑๕ นั้น ๒๒ กิโลเมตร และถ้าจะไปโรงพยาบาลท่าตะเกียบก็ห่าง ๒๔ กิโลเมตร
เรื่องต่อไปนะคะ ขอขยายประปาหมู่บ้าน ประชาชนในหมู่ที่ ๒๐ ตําบลท่าตะเกียบ อําเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ ๙๐ หลังคาเรือน แล้วก็ประชาชน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตําบลท่าพลับ อําเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ ๕๐๐ หลังคาเรือนที่ต้องการน้ําประปาหมู่บ้าน มันไม่เพียงพอค่ะ อยากที่จะได้ประปาหมู่บ้าน เพิ่มเติมอีก ๑ จุด ซึ่งในหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตําบลท่าพลับ อําเภอบ้านโพธิ์ นั้นมีอยู่ที่ วัดสนามจันทร์ วัดยินยอมให้ใช้บ่อน้ําดิบ แต่ไม่มีงบประมาณค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
คุณศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ทํานาปรังอยู่บริเวณ อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเขื่องใน อําเภอดอนมดแดง อําเภอเหล่าเสือโก้ก และอําเภอตาลสุม มีพี่น้องทํานาปรังอยู่เป็นจํานวนมาก ในขณะนี้ ปรากฏว่าประสบปัญหาภัยแล้ง จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเผื่อจะจัดตั้ง หน่วยทําฝนหลวงที่อุบลราชธานีก็จะเป็นประโยชน์ เพราะในขณะนี้หน่วยจัดทําฝนหลวง ที่ภาคอีสานมีอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถ้าจะใช้เวลาในการเดินทางไปทําฝนหลวง ที่จังหวัดอุบลราชธานี คงจะใช้งบประมาณจํานวนมาก ก็ขอให้ได้จัดตั้งหน่วยฝนหลวง ที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นการถาวรด้วย
เรื่องที่ ๒ ที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คือพี่น้องชาวอุบลราชธานีอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีสนับสนุนหรือพิจารณางบประมาณ ในการจัดทําพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ําอุบลราชธานี ด้วยเห็นว่าจังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ ปลายน้ํา เป็นพื้นที่รวมลําน้ําสําคัญหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นลําเซบก ลําเซบาย แม่น้ําชี แม่น้ํามูล และแม่น้ําโขง ในแม่น้ําสําคัญ ๆ ๔–๕ สายที่กระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธาน มีสัตว์น้ําพื้นถิ่น หรือสัตว์น้ําที่มีลักษณะเฉพาะเป็นจํานวนมาก ถ้าเผื่อว่าเราจะมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ํา ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานีก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และขออนุญาตกราบเรียน ต่อท่านประธานว่า พื้นที่ที่มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการจัดทําพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ํา ก็คือบริเวณอ่างเก็บน้ําหนองช้างใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่รับน้ําอยู่มากถึง ๑๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ท่านประธาน พื้นที่ตรงนี้ถ้าเผื่อว่าจะทําเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ําให้ลูกหลานเราได้เรียนรู้ และในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์น้ําที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และที่สําคัญที่สุดก็จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กันไปด้วย ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
คุณละออง ติยะไพรัช
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันยินดีค่ะ ท่านประธานคะ มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมานั่งอยู่พอดี ดิฉันอยากจะหารือ กับท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีเลยนะคะว่า เมื่อวานนี้แล้วก็หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้ไปเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ ปรากฏว่าโรงเรียนที่ดิฉันไปเยี่ยม ขาดห้องเรียนค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่าง เมื่อวานนี้ดิฉันไปโรงเรียนแม่จันวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ขนาดใหญ่ อยู่ศูนย์กลางระหว่างอําเภอแม่สาย อําเภอเชียงแสน และอําเภอดอยหลวง ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ เป็นคนค่อนข้างที่จะยากจนและไม่มีโอกาสที่จะไปเรียนในเมือง ปรากฏว่าห้องเรียนตอนนี้ เป็นห้องเรียนที่เก่ามาก ห้องเรียนสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ ปี ๒๕๑๙ ปี ๒๕๒๓ ปี ๒๕๒๖ ซึ่งห้องเรียนเพดานก็โหว่ พื้นก็ทรุด แล้วก็ใต้ถุนอาคารห้องโถงข้างล่างนี่นะคะจะเป็นห้อง เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ เวลาฝนตกน้ําก็ท่วม วันนี้ห้องเรียนที่ยังขาดอยู่ ที่ใช้ห้องเรียนเก่าอยู่ ขาดไปประมาณ ๒๔ ห้องเรียน เวลาฝนตกนี่นักเรียนลําบากมาก คุณครูเล่าให้ฟัง วันนี้เป็นโอกาสดีนะคะ ดิฉันอยากจะฝากเอกสารไปถึงท่านประธานผ่านทางท่านรัฐมนตรี ด้วยค่ะ เป็นโอกาสดีจริง ๆ ไม่ใช่ว่าโรงเรียนแม่จันวิทยาคมโรงเรียนเดียวนะคะ โรงเรียน ในอําเภอพาน โรงเรียนในจังหวัดพะเยา ซึ่งขาดแคลนจริง ๆ ค่ะท่านประธาน แล้วก็วันนี้ ถ้าห้องเรียนยังขาดอยู่ คุณภาพการศึกษาซึ่งทางรัฐบาลมุ่งเล็งเห็นถึงผลนะคะมันจะเกิดขึ้น ไม่ได้จริง ๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ดิฉันต้องขอร้องผ่านทางท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี เดี๋ยวดิฉัน ขอโอกาสฝากเอกสารเลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
คุณภราดร ปริศนานันทกุล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมหารือในวันนี้นะครับ มีเรื่องที่จะต้องหารือ กับท่านประธาน ๒-๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ เมื่อวานนี้ที่จังหวัดอ่างทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการชุมนุมเพื่อที่จะเรียกร้องเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร คือผลผลิตข้าวซึ่งราคาตกต่ํา มากครับในขณะนี้ พี่น้องเกษตรกรนําข้าวไปขายเมื่อเดือนที่แล้วต่อเนื่องถึงเดือนนี้ ราคาข้าว ที่เขาไปขายได้ต่อ ๑ ตัน คือ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ ซึ่งแตกต่างจากราคาประกัน ที่ทางรัฐบาลได้ประกันเอาไว้มหาศาล แล้วก็แตกต่างจากราคาอ้างอิงที่รัฐบาลได้ประกาศ ทุก ๑๕ วัน เป็นจํานวนเงินที่มากพอสมควร อยากให้รัฐบาลนั้นนําปัญหานี้ไปสู่การแก้ไข ซึ่งพรุ่งนี้กระผมเองจะขอเสนอกระทู้ถามสดต่อท่านประธานเพื่อที่จะถามรัฐบาลในเรื่องนี้ นั่นประเด็นที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาน้ํามันปาล์มที่จังหวัดอ่างทอง ผมได้ไปลงสํารวจ ในตลาดนะครับ ขณะนี้พ่อค้าแม่ขายกําลังประสบกับปัญหาน้ํามันปาล์มครับ ถึงแม้ว่ารัฐบาล จะประกาศเอาไว้ว่าน้ํามันปาล์มนั้นขวดละ ๔๗ บาท และหาซื้อได้ในจํานวนที่ไม่จํากัด แต่ที่จังหวัดอ่างทอง และผมเชื่อว่าในจังหวัดอื่นอีกหลายจังหวัดนั้นยังมีปัญหาในเรื่องของ การหาซื้อ และในเรื่องราคาที่ไม่ตรงตามที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้คือ ๔๗ บาท อยากให้รัฐบาล นําปัญหานี้ไปสู่การแก้ไข
เรื่องสุดท้ายครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีชินวรณ์นะครับ ท่านอยู่ที่นี่พอดี เรื่องคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. ของแต่ละเขตมัธยม บางเขตมัธยมมีถึง ๔ จังหวัดครับ แต่ว่าตัวคณะกรรมการ ๙ ท่านนี้ บางเขตไม่ได้คละจังหวัดเลยครับ บางเขตมี ๔ จังหวัด เช่น ในเขตของพวกผมมี ๔ จังหวัด จังหวัดอ่างทองกับจังหวัดชัยนาทไม่มีคณะกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. เลยครับ แล้วถามว่า ๙ ท่านที่มาจาก ๒ จังหวัดที่เหลือ จะมีความรู้ในเขต ๒ จังหวัดที่เหลือได้อย่างไรครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องที่ ๑ ก็ฝากผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เกี่ยวกับเรื่องดิฉันได้รับการหารือกึ่งร้องทุกข์จากผู้บริหารโรงเรียน บ้านปวนพุ ตําบลปวนพุ อําเภอหนองหิน จังหวัดเลย ว่าโรงเรียนเขาไม่ได้ผ่านเกณฑ์ การคัดเลือกโรงเรียนดีประจําตําบล แค่สาเหตุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ข้อที่ ๗ ก็คือ เคยเป็นโรงเรียนในฝัน ทําให้โรงเรียนนี้ขาดโอกาสในการที่จะได้รับงบประมาณในการ พัฒนาโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนนี้มีปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเรื่องประปาสะอาดในโรงเรียน ถนนรอบ ๆ ในโรงเรียนประมาณ ๔๐๐ เมตร ศาลาปะรําพิธีในโรงเรียน จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีชินวรณ์นะคะช่วยเอาโรงเรียนนี้กลับมาดูใหม่ไหมคะ เพราะว่าโรงเรียนนี้มีนักเรียนถึง ๕๐๐ คน เป็นโรงเรียนใหญ่ เป็นศูนย์กลางประจําตําบล อย่างน้อย ๆ ได้งบประมาณเหลือจ่ายปี ๒๕๕๔ หรืองบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็ยังดี
เรื่องที่ ๒ ทุกวันที่ ๘ มีนาคมของทุกปีเป็นวันสตรีสากล ดิฉันจึงกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่กํากับดูแลองค์กรสตรี คณะกรรมการพัฒนาสตรีทั่วประเทศ เกี่ยวกับเรื่องปัญหา ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทนการประชุม ค่าป่วยการ การส่งเสริมอาชีพ อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง การรักษาพยาบาล ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาสตรีนี้นะคะก็ได้ทํางาน ด้วยจิตอาสาและกําลังกาย กําลังใจ กําลังทรัพย์นะคะ เขาก็ทุ่มเทมาโดยตลอด ถึงเวลาแล้ว หรือยังคะที่ไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการจะนําเรื่องปัญหาของเขามาพิจารณา เพื่อเป็นการให้ขวัญและกําลังใจ ไม่ใช่จะหลอกให้เขาแต่ไปเสิร์ฟอาหาร เสิร์ฟน้ํา ผูกผ้าขาวม้าให้รัฐมนตรีแค่นั้นนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณบรรจบ รุ่งโรจน์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในหมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๖ ที่ตําบลบางซ้าย อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ว่าได้รับความเดือดร้อนในการใช้กระแสไฟฟ้า ในครัวเรือน เพราะว่ากระแสไฟฟ้าตกเนื่องจากระบบหม้อแปลงไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่เพียงพอ มีขนาดเล็กเกินไป จึงทําให้การใช้กระแสไฟฟ้าเกิดปัญหาอุปสรรค ระบบหม้อแปลงไฟฟ้าก็ไม่เพียงพอ ฉะนั้นก็ขอให้ทางทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ช่วย เปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนด้วย
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรของชุมชนบ้านท่าเรือพลี อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ว่ามีเรือประมงจากจังหวัดอื่นเข้ามาทําการลากหอยลายในพื้นที่ ชายทะเลบริเวณอ่าวชลบุรี เป็นการจับหอยโดยใช้เรือยนต์ ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎหมาย ทําลายระบบนิเวศวิทยาแล้วก็ทําให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยต้องเสียชีวิต จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งให้กรมประมงช่วยดําเนินการ ตรวจตราจับกุมให้ด้วย
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ได้ไปรับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในเขต เทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งท่านได้สั่งการให้ที่ดินจังหวัดรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาในการออกเอกสารสิทธิ โดยจะได้ดําเนินการออกพระราชกฤษฎีกา ถอนสภาพที่ดิน “น้ําลบ” ตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อนําไปจัดให้ ประชาชนได้อยู่อาศัยต่อไป จึงขอให้ท่านเร่งรัดเจ้าหน้าที่ดําเนินการให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจํานวน ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอเปิด การประชุมเพื่อการดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้มีมติให้ขยายเวลาพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษ
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้ลงมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษ อีก ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาตั้งกรรมาธิการร่วมกันฝ่ายวุฒิสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้มีมติตั้งบุคคล ให้เป็นกรรมาธิการร่วมกันฝ่ายวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ รัฐสภา พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓ รับทราบเรื่องวุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบแล้ว ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
มีอะไร เชิญครับ ก่อนที่จะถึงระเบียบวาระ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ คือขอได้ตรวจสอบวาระการประชุมนะคะ มีเรื่องจําเป็นที่จะต้องขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระ แล้วเบื้องต้นได้ประสานงานกับ พรรคฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด ๕ เรื่อง โดยขอให้เลื่อนระเบียบวาระมาพิจารณา ต่อจากเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลําดับที่ ๓ ก็คือ เลื่อนเรื่องทั้ง ๕ เรื่องนี้ขอเสนอพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. ....โดยลําดับดังนี้นะคะ
เรื่องด่วน ลําดับที่ ๑
เรื่องด่วนที่ ๒๐ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เรื่องด่วนที่ ๒๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ....
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา
๕.๑๑๔ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ศาลฎีกา เป็นผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๑๐ ร่างพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และ
เรื่องด่วนที่ ๑๖ ร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการอนุวัติ ตามความตกลงว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดนภายในอนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ําโขงตอนบน The GMS Agreement) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
ดิฉันมีเหตุผลในการเสนอเรื่องดังนี้นะคะ ๒ เรื่องแรกเป็นกรณีที่วุฒิสภา ได้แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะได้พิจารณาแล้วก็ได้ดําเนินการเพื่อประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ ต่อไป ส่วนเรื่องที่ ๓ นั้นก็มีความจําเป็น เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งขณะนี้มีผลการพิจารณาของศาลชั้นต้นมีจํานวนมากนะคะ แล้วก็เป็นเรื่องของกลไกที่จะ ทําให้การทํางานดูแลเรื่องคดีความต่าง ๆ นั้นได้ทําหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนเรื่องด่วนที่ ๑๐ และเรื่องด่วนที่ ๑๖ นั้นเป็นกฎหมายพวงที่รัฐบาลมีความจําเป็นต้องใช้ ในการดําเนินการในการไปร่วมทําความตกลงกับต่างประเทศเรื่องการขนส่งข้ามพรมแดน ก็ขอกราบเรียน ก็ขอให้ที่ประชุมได้รับรองด้วยค่ะ
มีใครรับรองบ้าง มีไหมครับ ครบหรือเปล่า ๒๓ คน ครบครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ กระผมเองก็อยากจะปรึกษาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังซีกฝ่ายรัฐบาลว่า มีร่างพระราชบัญญัติซึ่งขณะนี้มีคนร้องขอเป็นจํานวนมาก คือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติของพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งผมได้เสนอบรรจุไว้ใน ระเบียบวาระแล้ว สาเหตุเร่งด่วนความจําเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่า พระราชบัญญัติคุณสมบัติของพนักงานรัฐวิสาหกิจ เดิมนั้นเขาให้เฉพาะผู้บริหาร แต่ปรากฏว่า สนช. ไปแก้ไข ทําให้คุณสมบัติของพนักงานรัฐวิสาหกิจนี่ แค่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผิด ออกงานเลยครับท่านประธาน แล้วก็ปรากฏว่ามันมีผลกระทบกับพนักงานรัฐวิสาหกิจ ก็คือพนักงานการไปรษณีย์ พนักงานการประปา เวลาไปเจองานบุญ งานกุศล เขาก็กรึ๊บกันนิดหน่อย พอขับรถมาถูกจราจรโบก ปรับ ส่งศาล เขาถูกให้ออกงานเลยครับ ซึ่งขณะนี้ปรากฏว่า มีพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกผลกระทบจากพระราชบัญญัตินี้ประมาณ ๕๐๐ กว่าคน ลูกเมียเขากินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะว่าสามีจะออกงาน จะตกงาน เพราะว่าไปกินเหล้า แล้วถูกปรับ แล้วก็ขึ้นศาล แล้วก็ขาดคุณสมบัติ
เอาอย่างนี้ครับคุณสถาพร เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ไปปรึกษา ให้วิป (Whip) ๒ ฝ่ายปรึกษา หมดเรื่องครับ ไม่มีปัญหา ประธานเห็นด้วยครับ
ผมเองก็อยากจะสะท้อน
ไปปรึกษากันเสียครับ
กราบขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเป็นการพิจารณา เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มันจะไม่ผ่านนะครับ ท่านไพจิต มีอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านเลขานุการวิปรัฐบาลได้มาหารือกับผม ในการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ ท่านประธานครับ เผอิญ ๒ ฉบับที่วุฒิสภาแก้ไขนั้น ผมเห็นด้วย แล้วอีก ๓ ฉบับ แท้จริงเป็นกฎหมายที่สําคัญ ก็อยากจะให้ฉบับที่เกี่ยวกับศาล ให้ทางฝ่ายเลขานุการวิปรัฐบาลได้ให้เหตุผลที่สําคัญ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม อีก ๒ ฉบับที่เป็นกฎหมายพวง ผมไม่ขัดข้องนะครับ เป็นฉบับต่อมา ขอเรื่องศาลยุติธรรมไว้เลื่อนอีกรอบหนึ่งได้ไหมครับ ท่านเลขาธิการ
คือเรื่องศาลยุติธรรมนะครับ ทางท่านประธานศาลฎีกาท่านได้มาขอความกรุณาจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ของเรานะครับ เพราะท่านเป็นกรรมการของศาลอยู่ครับ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น ผมดูแล้วนะครับ ก็ขอร้องคุณไพจิตเถอะครับ เอาไว้ท้ายก็ได้ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจะให้ ศาลเขามาชี้แจงคุณไพจิตนะครับ ส่วนผู้เสนอนี่คงจะไม่สามารถที่จะตอบได้ ผมจะให้ทาง ศาลฎีกามาชี้แจงกับทางวิปฝ่ายค้านนะครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ขัดข้อง แต่ว่าผมจะขอความกรุณาว่าฉบับที่ทางฝ่ายเลขานุการวิปเสนอ ๕ ฉบับ ๑ ๒ ไม่ขัดข้อง แล้ว ๔ ๕ ก็เข้าได้นะครับเพราะเป็นเรื่องอนุวัตที่จะต้องเป็นไปตามเรื่องที่สภาได้เห็นชอบแล้ว ส่วนเรื่องที่ท่านประธานขอก็ไม่ขัดข้องเช่นเดียวกัน แต่เป็นเรื่องสําคัญ อยากจะขอให้ได้มี โอกาสได้พิจารณาในพรรค ในอะไรให้รอบคอบก่อนครับท่านประธาน
คงจะยังไม่ได้เข้าในวัน ๒ วันนี้นะครับ ต้องหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วครับ คงจะมีเวลาให้ทางศาลได้มาชี้แจง กับทางฝ่ายค้านให้ทราบเรื่องนี้ ผมจะให้ท่านเลขาธิการได้กรุณาบอกทางศาลได้มาพบ คุณไพจิตด้วยเพื่อชี้แจงเหตุผล
ท่านประธานครับ ไม่ต้องพบผม หรอกครับ แต่เป็นเรื่องของพรรค เป็นเรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรมที่สําคัญ
นั่นละจะให้พบฝ่ายค้านที่ไหน อย่างไร บอกเลขาธิการเลยครับ
ให้ฝ่ายค้านได้มีโอกาสเพื่อที่จะได้ ให้ความร่วมมือในการพิจารณา
ขอบพระคุณครับ ก็ผ่านนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๕ ฉบับ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายยืนยง จิรัฎฐิติกาล กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๑,๕๕๑ คน เป็นผู้เสนอ) ๒. ร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายนิยม วรปัญญา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๓. ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวอรุณี ชํานาญยา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๔. ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๕. ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะนํามา พิจารณารวมกัน มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการ ตามนี้นะครับ เชิญรัฐบาลแถลง แล้วก็เชิญเอกชนที่มีรายชื่อที่กระผมได้อนุมัติแล้วนะครับ เข้ามาที่ห้องประชุมเพื่อชี้แจงด้วยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า “บุคลากรทางการศึกษา” และ “ผู้อนุญาต” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมการโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน และกําหนด เกี่ยวกับการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ให้แก่โรงเรียนในระบบ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕ (๑) และ มาตรา ๒๗ และเพิ่มมาตรา ๒๗/๑)
(๓) กําหนดให้โรงเรียนในระบบที่จัดการศึกษาประเภทอาชีวศึกษา อาจใช้คําว่า “วิทยาลัยอาชีวศึกษา” ประกอบชื่อแทนคําว่า “โรงเรียน” ก็ได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘)
(๔) แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนในระบบ และ องค์ประกอบของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จังหวัด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๐ และ มาตรา ๑๑๗ วรรคสอง)
(๕) ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนสํารอง และหลักเกณฑ์การจัดสรรผลกําไร (ยกเลิกมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๘ (๔) มาตรา ๔๙ วรรคสอง (๔) และมาตรา ๑๒๗ (๑)
(๖) แก้ไขเพิ่มเติมการจัดทําบัญชีและการตรวจสอบบัญชี (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง)
(๗) แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกําหนดกลุ่มบุคคลที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย ว่าด้วยการประกันสังคม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๖ และมาตรา ๑๒๗ (๓) )
เหตุผล โดยที่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับผู้อนุญาต การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน คณะกรรมการบริหาร ของโรงเรียนในระบบและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จังหวัด การจัดทําบัญชีและ การตรวจสอบบัญชี รวมทั้งการกําหนดให้มีกองทุนสํารองของโรงเรียนในระบบ ได้เกิดปัญหา ในทางปฏิบัติและไม่สอดคล้องกับการดําเนินการของโรงเรียนเอกชน ทําให้การจัดการศึกษา และการพัฒนาโรงเรียนเอกชนไม่มีประสิทธิภาพและศักยภาพ ประกอบกับบทบัญญัติ ในส่วนของการประกันสังคมได้กําหนดครอบคลุมบุคคลซึ่งมิได้มีหน้าที่หลักด้านการสอน หรือสนับสนุนการศึกษา สมควรปรับบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวให้เหมาะสม เพื่อประโยชน์ แก่การจัดการศึกษาและการพัฒนาของโรงเรียนเอกชน อันจะมีผลให้นักเรียนได้รับการศึกษา ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในชั้นรับหลักการตามลําดับต่อไป ขอขอบคุณครับ
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายนิยม วรปัญญา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องด้วยโรงเรียนเอกชนได้มีการแก้กฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาภาคเอกชน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ จากพระราชบัญญัติเดิม พ.ศ. ๒๕๒๕ ทําให้ครูและนักเรียน แล้วก็รวมทั้งผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ บุคลากรของโรงเรียน ในหลายเรื่อง ในส่วนรายละเอียดนั้นผมจะขอชี้แจงเพิ่มเติมหลังจากที่ จะได้มีการฟังผู้อื่นบรรยายเสียก่อนนะครับ เพราะหลายฉบับอาจจะมีความเห็นสอดคล้องกัน บางฉบับอาจจะมีความเห็น
เอาร่างคุณให้เสร็จก่อน อ้างหลักการ เหตุผล ให้เสร็จ ส่วนคุณจะอภิปรายอย่างไรนั้น ตอนระเบียบวาระ ที่จะถึงคราวอภิปราย ให้มันเสร็จเป็นช่วง ๆ
ครับ ผมขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ แล้วก็มาตรา ๘๖ โดยอาศัยคําร้องเรียนจากราษฎร แล้วก็จากครู จากบุคลากร เพื่อให้แก้ไข มีการให้สวัสดิการแก่ครูและบุคลากรของโรงเรียน รวมทั้งผู้บริหารและผู้ได้รับอนุญาต ส่วนรายละเอียดนั้นผมจะขอชี้แจงทีหลังครับ ก็ขอเสนอเพื่อโปรดพิจารณา เพราะว่ามันมี ด้วยกันทั้งหมด ๕ ฉบับ ผมเองเสนอไว้ ๒ ฉบับครับ
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวอรุณี ชํานาญยา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันเสนอแทนคุณอรุณีนะคะ
หลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับฐานะผู้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และโครงสร้างการบริหารของคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕) ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้อง กับภารกิจ และการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖
๒. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน ในกรณีโรงเรียนเป็นนิติบุคคลและการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร (ยกเลิกมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ บทเฉพาะกาล มาตรา ๑๕๙)
๓. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการบริหาร (แก้ไขมาตรา ๓๐)
๔. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น โดยไม่ต้องมีการกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเรียน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ ยกเลิก มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ )
๕. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สิน การบัญชี ในการให้มีกองทุนสํารอง การจัดสรรผลกําไรจากการดําเนินกิจการและการลดหย่อนภาษีเงินได้ (ยกเลิกมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ แก้ไขมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๘)
๖. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีและวันสิ้นรอบบัญชี (แก้ไขมาตรา ๔๗)
๗. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนใช้ชื่อเรียกโรงเรียนอาชีวศึกษา (แก้ไขมาตรา ๒๘)
๘. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ (แก้ไขมาตรา ๑๑๗)
๙. แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนเอกชน ทําให้ลูกจ้างของ โรงเรียนเอกชนไม่สามารถส่งเสริมสมทบกองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกันสังคม (แก้ไขมาตรา ๘๖ มาตรา ๗๖/๑)
๑๐. เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ลูกจ้างโรงเรียนเอกชนสามารถส่งเงิน สมทบและนับสิทธิต่อเนื่องตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมาย ว่าด้วยเงินทดแทน (เพิ่มมาตรา ๑๖๗)
เหตุผล โดยที่เห็นเป็นการสมควรให้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ในส่วนที่เกี่ยวกับฐานะผู้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โครงสร้างการบริหารงานของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน การโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในที่ดินให้แก่โรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นนิติบุคคล การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร การใช้ชื่อเรียกสถานศึกษาเอกชนระดับอาชีวศึกษา รวมทั้งการขอยกเว้นเกี่ยวกับภาษีอากร การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ตลอดจนการจัดทําระบบบัญชี และการจัดสรร ผลกําไร โดยเฉพาะผลกระทบต่อสิทธิของลูกจ้างในโรงเรียนเอกชน ซึ่งไม่สามารถส่งเงิน สมทบกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ให้มีสิทธิต่อไป เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนและการสร้างความมั่นใจแก่ ผู้ดําเนินกิจการและลูกจ้างของโรงเรียนเอกชน จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ขอบคุณครับ ผมลัดคิว ไปหน่อย ก็อยากจะให้ทางเอกชนเขาฟังก่อนก็เลยหาโอกาสนี้
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายยืนยง จิรัฏฐิติกาล กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๑,๕๕๑ คน เป็นผู้เสนอ)
มอบให้ใครเป็นคนแถลง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉันได้รับมอบหมายจากนายยืนยง จิรัฏฐิติกาล ดิฉัน นางนวลอนงค์ นวลเขียว ผู้แทนการเสนอกฎหมาย กับคณะ ซึ่งเป็นประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๑,๕๕๑ คน ได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตามมาตรา ๑๖๓ ของรัฐธรรมนูญ โดยมีหลักการและเหตุผลในการนําเสนอดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
(๑) กําหนดความหมายของคํานิยาม “ผู้อนุญาต” ขึ้นใหม่ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
(๒) กําหนดให้ตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มีฐานะเทียบเท่าอธิบดี (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง)
(๓) กําหนดให้มีสํานักส่งเสริมโรงเรียนเอกชนประจําจังหวัด สังกัดสํานักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๕)
(๔) กําหนดให้การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง พร้อมทรัพย์สินให้โรงเรียน และโอนกลับคืนแก่ผู้รับใบอนุญาตเมื่อโรงเรียนเลิกกิจการ ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีทุกชนิด (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๗)
(๕) กําหนดให้โรงเรียนเอกชนระดับอาชีวศึกษาอาจใช้คําว่า “วิทยาลัย” กําหนดชื่อโรงเรียนได้ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๘ วรรคสอง)
(๖) กําหนดอัตราส่วนที่จัดสรรผลกําไรให้กับผู้รับใบอนุญาตไม่น้อยกว่า ร้อยละสี่สิบ และยกเลิกการจัดสรรผลกําไรให้กองทุนอื่น หรือกองทุนสํารอง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๕ (๓) และ (๔) )
(๗) กําหนดให้การตรวจสอบบัญชีโรงเรียนเป็นไปตามที่คณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชนกําหนด (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๖ วรรคสอง)
(๘) กําหนดระยะเวลาตรวจสอบบัญชีเป็นหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง)
(๙) กําหนดให้เงินได้ที่ได้รับจัดสรรตามมาตรา ๔๕ (๓) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘ (๔) )
(๑๐) กําหนดวัตถุประสงค์ของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อให้ใช้เงิน เป็นเงินวิทยฐานะสําหรับครูโรงเรียนเอกชน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง)
(๑๑) กําหนดให้ผู้ปฏิบัติงานของโรงเรียนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ว่าด้วยแรงงาน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘๖ วรรคหนึ่ง)
(๑๒) กําหนดให้ผู้รับใบอนุญาตให้เช่าที่ดินและทรัพย์สินอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๕๙)
(๑๓) กําหนดให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง เงินงบประมาณในส่วนของกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาเป็นของสํานักส่งเสริมโรงเรียนเอกชน (เพิ่มบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๗)
เหตุผล เนื่องจากผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนที่ก่อตั้งขึ้น ก่อนพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการบังคับใช้ พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ และก่อนออกกฎหมายบังคับใช้ รัฐบาลมิได้ทํา ประชาพิจารณ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จึงทําให้ ผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเสียสิทธิ์โดยไม่เต็มใจ หลายประการ ทําให้เกิดความเดือดร้อนและอาจทําให้ไม่สามารถประกอบกิจการ โรงเรียนเอกชนต่อไปได้หรือล้มละลาย สมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบกิจการ ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน รวมทั้ง ผู้ปกครอง นักเรียน ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง หากโรงเรียนต้องเลิกล้มกิจการ อันเกิดจากพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สภายินดีต้อนรับคณะนักเรียน โรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ที่เข้ารับการอบรมโครงการศึกษาและดูงานการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของสํานักงานสาขา พรรคประชาธิปัตย์
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กําหนดระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสภา สืบเนื่องมาจากมีการร้องเรียนจากผู้แทนเอกชน ซึ่งร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ก็ได้ศึกษาเพื่อให้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องปัญหา ต่าง ๆ ของพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งผลของการศึกษาก็พบว่า โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศมีปัญหาหลายประการ จึงเป็นที่มาของการเสนอร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ กระผมในนาม ประธานคณะอนุกรรมาธิการซึ่งได้พิจารณาศึกษาเรื่องนี้ จึงได้ร่วมกับเพื่อนสมาชิก ได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับฐานะผู้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และโครงสร้างการบริหารของคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ มาตรา ๑๔) ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้อง กับภารกิจในการแก้ไขพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖
๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครอง ในที่ดิน ในกรณีโรงเรียนเป็นนิติบุคคลและการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีอากร ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร (ยกเลิกมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ และบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๕๙)
๓. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการบริหาร( แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐)
๔. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น โดยไม่ต้องมีการกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเรียน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ ยกเลิก มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔)
๕. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สิน การบัญชี ในการจัดให้มี กองทุนสํารองการจัดสรรผลกําไรจากการดําเนินกิจการและการลดหย่อนภาษีเงินได้ (ยกเลิกมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๘)
๖. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีและวันสิ้นรอบบัญชี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๗)
๗. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนใช้ชื่อเรียกโรงเรียนอาชีวศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘)
๘. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนเอกชน ทําให้ลูกจ้าง ของโรงเรียนเอกชนไม่สามารถส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกันสังคม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๖ และมาตรา ๑๒๗ และเพิ่มมาตรา ๘๖/๑)
๙. เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ลูกจ้างโรงเรียนเอกชนสามารถ มาส่งเงินสมทบและนับสิทธิต่อเนื่องตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมาย ว่าด้วยเงินทดแทน (ร่างมาตรา ๑๘)
เหตุผล โดยที่เห็นเป็นการสมควรให้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยโรงเรียน เอกชน ในส่วนที่เกี่ยวกับฐานะผู้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา เอกชน โครงสร้างการบริหารงานของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดินให้แก่โรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นนิติบุคคล การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร การใช้ชื่อเรียกสถานศึกษาเอกชนระดับอาชีวศึกษา รวมทั้ง การขอยกเว้นเกี่ยวกับภาษีอากร การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ตลอดจนการจัดทํา ระบบบัญชีและการจัดสรรผลกําไร โดยเฉพาะผลกระทบต่อสิทธิของลูกจ้างในโรงเรียนเอกชน ซึ่งไม่สามารถส่งเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ให้มีสิทธิต่อไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชน และสร้างความมั่นใจ แก่ผู้ดําเนินกิจการและลูกจ้างของโรงเรียนเอกชน จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
เดี๋ยวสักครู่ค่อยอภิปรายนะครับ ให้จบการเสนอร่างพระราชบัญญัติก่อนครับ
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่อยู่ คุณผ่องศรีผู้ร่วมลงนามเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ด้วย เชิญเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้ร่วมลงนามเสนอร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... โดยท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองที่ได้ร่วมลงนามเสนอ ดิฉันขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับฐานะผู้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และโครงสร้างการบริหารของคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและการแก้ไขพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ และ มาตรา ๑๔)
๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ในที่ดิน ในกรณีโรงเรียนเป็นนิติบุคคลและการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร (ยกเลิกมาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ และบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๕๙)
๓. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการบริหาร (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐)
๔. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น โดยไม่ต้องกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเรียน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ ยกเลิกมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔)
๕. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สิน การบัญชี ในการจัดให้มี กองทุนสํารองการจัดสรรผลกําไรจากผลกําไรจากการดําเนินกิจการและการลดหย่อน ภาษีเงินได้ (ยกเลิกมาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๘)
๖. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีและวันสิ้นรอบบัญชี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๗)
๗. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนใช้ชื่อเรียกโรงเรียนอาชีวศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘)
๘. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนเอกชน ที่ทําให้ ลูกจ้างของโรงเรียนเอกชนไม่สามารถส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๖ และมาตรา ๑๒๗ และเพิ่มมาตรา ๘๖/๑)
๙. เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ลูกจ้างโรงเรียนเอกชนสามารถส่งเงิน สมทบและนับสิทธิต่อเนื่องตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน (ร่างมาตรา ๑๘)
ทั้งนี้ ดิฉันและคณะมีเหตุผลประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้นะคะ สืบเนื่องจากได้เห็นว่ากฎหมายโรงเรียนเอกชนที่ได้ใช้อยู่ฉบับปัจจุบันนั้นเป็นปัญหาอุปสรรค ต่อการทํางานในหลายประการ
จบเหตุผลแล้วใช่ไหมครับ
ค่ะ ก็จึงได้มีความจําเป็นต้องเสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้ค่ะ
ครับ ขอบคุณครับ ผู้เสนอทั้ง ๕ ร่าง ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวก่อนสิครับ ท่านนั่งลงก่อน ผมกําลังพูดอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่น่าจะเปิดไฟให้ ดับไฟก่อนสิ ผมกําลังพูดอยู่ ตอนนี้นะครับ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ท่าน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ เสร็จสมบูรณ์แล้ว ต่อไปก็เป็นการอภิปรายระหว่างผู้สนับสนุนและผู้อภิปรายคัดค้าน ตัวร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับนะครับ เราได้พิจารณารวมกัน กระผมขอเชิญผู้อภิปราย คนแรก คุณอนันต์ ผลอํานวย คนที่ ๒ คุณอนุรักษ์ แล้วก็ต่อไปด้วยคุณนิยมครับ เชิญครับ คุณอนันต์ ก็มีอยู่ร่างเดียวเท่านั้น ร่างของคุณนิยม มันไม่มี ๒ ร่าง ก็ไม่ทราบครับ บรรจุระเบียบวาระร่างเดียวครับ ร่างเดียวเท่านั้นละครับ อีกร่างหนึ่งเอาไว้บรรจุ ระเบียบวาระในสมัยหน้าก็ได้ครับ สมัยนี้บรรจุวาระเดียว คือร่างพระราชบัญญัติของท่านนั้น หลักการต่างกัน เลขาธิการว่าอย่างนั้นครับ เชิญคุณอนันต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้เสนอร่างทุกท่าน กฎหมายโรงเรียน เอกชนฉบับนี้เป็นความหวังและเป็นการรอคอยของบรรดาโรงเรียนเอกชนในประเทศ มายาวนาน ท่านทั้งหลายก็คงทราบนะครับว่า โรงเรียนเอกชนไม่ได้เพิ่งมีเกิดท่านทั้งหลาย ก็คงทราบนะครับว่าโรงเรียนเอกชนไม่ได้เพิ่งมีเกิดในปี ๒ ปี หรือ ๕ ปี ๑๐ ปีนี้ โรงเรียน เอกชนเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๕ ชื่อว่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในสมัยรัชกาลที่ ๔ ถัดมาก็จะมีโรงเรียนหลวงเกิดขึ้นในวัง เป็นโรงเรียนที่ประชาชนทั่วไปเรียนไม่ได้ คือโรงเรียนมหาดเล็ก หรือต่อไปก็เปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนสวนกุหลาบ ถัดมาใน พ.ศ. ๒๔๒๗ โรงเรียนหลวงที่ให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนคือไม่ว่าโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร หรือว่า อีกหลายโรงเรียน และท้ายที่สุดมาถึงรัชกาลที่ ๕ ก็มีโรงเรียนเอกชนขึ้นครั้งแรกที่เป็น ของเอกชนคือ โรงเรียนบํารุงวิทย์ แล้วก็เริ่มมีกฎหมาย พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ ในรัชกาลที่ ๕ แล้วก็มีกฎหมายการศึกษาภาคบังคับ บังคับให้เด็กไทยทุกคนต้องไปเรียน ตั้งแต่อายุ ๗ ปีจนถึง ๑๕ ปีบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นก็แปลว่าโรงเรียนเอกชนเป็นโรงเรียน ที่มีการก่อตั้งมายาวนาน หลายคนพอได้ยินชื่อว่าเอกชน ก็มองว่าเป็นธุรกิจหรือเป็นการ หารายได้ของภาคเอกชนทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วโรงเรียนเอกชนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีอยู่หลายรูปแบบ ตั้งแต่เป็นการศึกษาที่อยู่ในระบบ ก็คือไปเช้ากลับเย็น โรงเรียน อนุบาล โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม โรงเรียนอาชีวะ และโรงเรียนที่อยู่การศึกษา นอกระบบ หรือการศึกษาคล้าย ๆ การศึกษาตามอัธยาศัย โรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนที่มีอยู่ ในประเทศไทย ไม่ได้ว่ามี ๕ โรงเรียน ๑๐ โรงเรียน เกือบ ๔,๐๐๐ โรงเรียน ๓,๙๐๐ กว่าโรงเรียน ถ้าไปรวมกับโรงเรียนที่อยู่ในการศึกษานอกระบบนี่เป็นหมื่นโรงเรียน แต่คนทั่วไปมักจะ มองไปที่โรงเรียนเอกชนที่เป็นโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนใหญ่โตมโหฬาร ไปดูโรงเรียน เอกชนบางโรงเรียนเท่านั้นที่บางส่วน แต่จริง ๆ โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ถูกกระจาย ไปตามอําเภอ ตามตําบล ตามหมู่ที่บ้าน มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่มากมาย มหาศาล ท่านประธานทราบไหมครับว่ามีนักเรียนที่อยู่ในระบบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีครูเป็นแสนคน แต่ผมก็ยังดีใจที่รัฐบาลได้ให้ความสนใจและเร่งเข้ามา เพราะไม่รู้ว่าอายุ ของสภาจะอยู่กี่วัน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปได้แล้วก็ไปทําประโยชน์ให้กับโรงเรียน ในทุกระดับได้ ไม่ได้คํานึงเฉพาะโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่เท่านั้น แล้วหลายคนก็ฝากผมมาว่าก็ไม่ต้องการให้โรงเรียนเอกชนในประเทศไทยกลายเป็นโรงเรียน ข้ามชาติเข้ามาครอบงําในอนาคต เหมือนกับห้างหลายห้างซึ่งขณะนี้กําลังจะทําให้ตลาด กลายเป็นบ้าน เนื่องจากว่าห้างข้ามชาติเข้ามา ถ้าโรงเรียนเอกชนมีโรงเรียนข้ามชาติเข้ามา เยอะ ๆ มากมาย ถ้ากฎหมายไม่ดีแปลว่าเรียบร้อยโรงเรียนเอกชน
ทีนี้สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน โรงเรียนเอกชนทั้งประเทศ เขาไม่ต้องการอะไรมาก เขาต้องการความเท่าเทียมในเรื่องของรัฐธรรมนูญและ พระราชบัญญัติการศึกษาชาติ ต้องการความเท่าเทียมในแค่กฎหมาย ๒ ฉบับที่มีใช้ ในประเทศไทยเท่านั้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ กําหนดไว้ชัดเจนว่า เด็กไทยต้องได้เรียนฟรี ๑๒ ปีอย่างมีคุณภาพแล้วก็เท่าเทียมกัน นี่คือหลักครับ หลักที่เด็กไทยต้องได้เรียน ๑๒ ปีอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน ดังนั้นเด็กไทยทุกคน ก็ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะเรียนอยู่ที่ไหนก็ต้องได้ ๑๒ ปี อย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน แต่ถามว่าวันนี้โรงเรียนเอกชนทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ได้รับการเรียนเท่าเทียมกับโรงเรียนรัฐหรือไม่ ผมตอบเลยครับว่าไม่เท่าเทียม ไม่เท่าเทียมดูจากไหนครับ วันนี้ดูจากโรงเรียนเอกชนที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด รัฐให้รายหัวเด็กนักเรียนที่อยู่ในระบบไป เอาตัวเลขกลม ๆ ว่าประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนของรัฐ ก็แปลว่าให้ไปประมาณ ๗,๐๐๐ บาท โรงเรียนของรัฐได้รายหัวเด็กไป ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าคนที่ไม่รู้ ไม่ได้ฟัง ก็จะมองว่า เอ๊ะ มันก็ดีแล้วนี่ แต่โรงเรียนเอกชนได้รายหัวเด็กไป ๗,๐๐๐ บาท ต่อคน ต่อเด็ก ต่อหัว ทําทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ อาคารสถานที่ จ้างครู ทุกอย่างเบ็ดเสร็จ แต่กลับไปดูโรงเรียนของรัฐที่เรียน ๑๒ ปีในภาคบังคับ รายหัวของเด็กนักเรียน ได้หัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่รวมเงินเดือนครู ไม่รวมอาคารสถานที่ ท่านรัฐมนตรีก็คงจะทราบนะครับว่าบางโรงเรียนมีเด็ก ๗๐ คน มีครู ๘ คน เงินเดือน เฉพาะจ่ายเงินเดือนครูโรงเรียนนั้น ถ้าอัตราเงินเดือนใหม่ที่รัฐมนตรีจะเพิ่มเข้าไปด้วย ๘ เปอร์เซ็น บวก ๕ เปอร์เซ็นต์ เผลอ ๆ โรงเรียนนั้นที่มีครู ๘ คน เงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดูเด็ก ๗๐-๘๐ คน แล้วไหนหลวงจะต้องไปดูในเรื่องของอาคารสถานที่ ไม่รู้อะไรจิปาถะ ให้กับโรงเรียนหลวงนี่เข้าไปเต็มสูบ แล้วเราก็เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าโรงเรียนเอกชนรับมา ๗,๐๐๐ บาท ทุกอย่างเบ็ดเสร็จ นี่เราขอความเท่าเทียมในเรื่องของรัฐธรรมนูญให้กับ โรงเรียนเอกชนเขาก่อน แล้วรัฐไม่ต้องไปรับภาระอะไรครับ บุคลากร คนที่เข้าไปสู่ระบบราชการ ตั้งแต่จบปริญญาตรีมา เข้าไปแล้วก็อยู่จนเกษียณแก่ง่ายตายยาก ผมว่ารัฐต้องจ่ายคนหนึ่ง ๓๕ ล้านบาทอย่างน้อย แต่โรงเรียนเอกชนนี่รัฐให้เขาไป ผมอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ ออกจากแดนสนธยา ปี ๒๕๒๕ กฎหมายโรงเรียนเอกชนทําท่าว่าไม่เข้าท่า พอมาแก้ใหม่ อีกทีในสมัยคณะปฏิวัติ ปี ๒๕๕๐ แก้ถอยหลังเข้าคลอง จับยัดเข้าไปในกรงกันหมดเลย โรงเรียนเอกชน ท่านรัฐมนตรีไปดูก็ได้ครับ ที่อยู่ในการศึกษา ในระบบ เจ๊งไปเยอะทั้งที่เขา ช่วยรัฐมากมาย ฉะนั้นเมื่อรัฐให้ไป ๗,๐๐๐ บาท ให้เขาไปอย่างนี้เขาจะทําอย่างไรครับ นี่เรื่องของที่มาตามรัฐธรรมนูญ มันก็ไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว กฎหมายฉบับนี้ผมหวังว่า หลังจากเข้าไปสู่ในวาระที่สองในคณะกรรมาธิการ โรงเรียนเอกชน ผมเชื่อว่าเขาต้องการแค่ ความเท่าเทียมกับรัฐ และตามที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย ผมก็คิดว่ามันก็ชัดเจนครับ จุดเน้นท่าน ผมว่าวิสัยทัศน์ท่านก็ดีครับ นั่งฟัง ๑. ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง น่าจะเขียนว่า ภาครัฐ ภาคเอกชนนี้ต้องใส่ภาครัฐเข้าไปด้วย ๒. เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ผู้ปกครอง ก็ได้มีโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนเอกชนที่อยู่ได้ทุกวันนี้ กราบเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าอยู่ได้ด้วยฝีมือและคุณภาพ เป็นการขายบริการ หลับ ๆ ตื่น ๆ เดินไปเดินมา วันศุกร์คือเสาร์น้อย วันจันทร์นี้คืออาทิตย์ ไม่มีเด็กอยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนหรอกครับ ท่านประธาน ที่มีเด็ก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน นี่ด้วยเพราะศรัทธาเชื่อมั่นว่าเขากํากับดูแล ภาคเอกชนเขากํากับดูแลเอาใจใส่เด็ก มันไม่ได้แค่ในเวลาราชการ ๒๔ ชั่วโมงเขาให้การดูแล ถ้านโยบายที่ท่านรัฐมนตรีจะไปใช้กับข้าราชการของรัฐ ผมว่าประเทศไทยจะเจริญอีกเยอะ เดินไปเดินมา ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่เอกชนเดินไปเดินมาเขาได้หัวละ ๗,๐๐๐ บาทต่อเด็ก ท่านประธานครับ เพิ่มพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน วันนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมันบอกอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีก็รู้ครับ ยกเว้นโรงเรียนที่มีโอกาสคัดเลือก โรงเรียนรัฐใหญ่ ๆ อย่างเช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนอะไรใหญ่ ๆ เด็ก ๑๐,๐๐๐ คน คัดเหลือสัก ๓๐๐-๔๐๐ คน เมื่อไรเด็กก็เก่งครับ เด็กพวกนี้เก่งกว่าครูครับเพราะครูก็แค่จบครูมาสอนเขา เด็กพวกนี้จบไปเป็นแพทย์ ไปเป็นวิศวะ ไปไหนต่อไหน ไปหมดนะครับ โรงเรียนใหญ่ ๆ แต่ต้องคํานึงถึงโรงเรียนที่อยู่ในชนบทเด็กที่เขาขาดโอกาส วันนี้โรงเรียนเอกชนช่วยพัฒนาให้ แต่ความเท่าเทียมในรัฐธรรมนูญมีไหม ไม่มี แล้วท้ายที่สุดการมีส่วนร่วมของประชาชน นี่คือหลักของที่รัฐบาลนี้ได้ให้ไว้และประกาศทั่วไป และส่วนของโรงเรียนของรัฐ บอกเรียนฟรี ๑๕ ปี ฟรีทุกอย่าง วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เดี๋ยวนี้เด็ก ม. ๑ ไปโรงเรียนหลักสูตรมหิดลที่มี ๑๒ แห่งทั่วประเทศ เขาเรียกเป็นโรงเรียน วัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) เข้าไปถึง ถ้าไม่มี ๔๘,๐๐๐ บาท ไม่มีทาง นี่ไม่มีแป๊ะเจี๊ย ไม่มีการเรียกร้องใด ๆ นะครับ จ่ายตามระบบ เด็ก ม. ๑ เข้าไปวันนี้ ๔๘,๐๐๐ บาท โรงเรียนมหิดล ลองไปเช็ก (Check) ดูก็ได้ครับ สารพัดเรื่อง นี่ความเท่าเทียมทางรัฐธรรมนูญ ผมบอกอย่างนี้ว่า อันที่ ๒ เขาต้องการความเท่าเทียม ในลักษณะของบุคลากรของรัฐ ครูในโรงเรียนเอกชนก็ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูเหมือนกัน คือครูไทยคนหนึ่งเหมือนกัน ศักดิ์ศรีของความเป็นครูนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นครูของหลวง หรือครูของราษฎร์ แต่ด้วยอยู่ที่วิญญาณของความเป็นครู วันนี้สิทธิประโยชน์อะไรทั้งหลาย ของครูโรงเรียนเอกชน เขาบอกว่าเขาเหมือนลูกเมียหลวง คือดูแลไม่เต็มที่ ไม่ดีพอ อะไรก็ไม่ได้ เงินกองทุนสงเคราะห์ที่เขาส่งไปให้ เขาบ่นกับผมมา บอกว่าส่งเข้าไปกับสํานักงาน คณะกรรมการอะไร สช. นี่นะครับ สุดท้ายนี่ได้คนเดียว เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้คนเดียว พ่อแม่พี่น้องอะไรก็ไม่ได้หมด จ่ายแล้วก็เลิกกัน มันห่วยยิ่งกว่าบัตรทอง อีกครับ เดี๋ยวนี้บัตรทอง คนประกันสุขภาพถ้าไม่ได้อยู่ระบบประกันสังคม เขาพยายามจะ แยกย้ายกันออกมากลับมาสู่ระบบบัตรทองหมดแล้วครับมันดีกว่า เพราะมันเบิกได้หมดทุกอย่าง ฉะนั้นครูโรงเรียนเอกชนเหล่านี้อย่างน้อยเขาต้องได้รับสวัสดิการจากภายใต้กฎหมายฉบับนี้ เราไม่บอกว่ารัฐบาลต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาเอกชนฉบับนี้ มันต้องไป คุ้มครองสิทธิของครูด้วย ฉะนั้นเหตุที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดนี้ นี่คือสิ่งที่มาตาม รัฐธรรมนูญ ส่วนสิ่งที่มาตามพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ ในพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ เขาก็เขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า ขอให้รัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุนและลดหย่อน หรือการยกเว้นภาษีและสิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ในทางการศึกษา แก่สถานศึกษาเอกชนตามความเหมาะสม โรงเรียนหลวงต้องเสียภาษีก็ไม่ต้องเสีย โรงเรียนเอกชนนี่เสียภาษี ร้องจ๊ากเลยครับ นี่ตามพระราชบัญญัติการศึกษาชาตินะครับ นี่ดีนะครับว่าประเทศไทยยังมีกฎหมายแม่บท ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกใน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเรียกว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งถือว่าเป็นหลัก เป็นเส้นชัย ในอดีตมันเละยิ่ง กว่านี้อีกที่ไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ว่าไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติอะไรของเขา ก็ว่าไป ท่านรัฐมนตรีมาโรงเรียนสีเขียวก็เขียวหมด สีขาวก็ขาวหมดทั้งประเทศ วันนี้ยังดียังมี กฎหมายฉบับนี้รองรับไว้ แต่รองรับไว้นี้ได้ใช้ไหมละครับ ก็ต้องเอาพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ต่อจากรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้ แล้วก็ให้สิทธิประโยชน์กับโรงเรียน เอกชนเขาด้วย
สุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนี้กฎหมายเอกชน ถ้าแก้ออกมาแล้ว ไม่ได้เอื้อประโยชน์กับโรงเรียนเอกชนในทุกระดับทั้งประเทศ แล้วเป็นประโยชน์กับเด็ก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน เป็นประโยชน์กับครูหลายล้านคน และเป็นกฎหมายที่สนับสนุนมาโดย มือที่มองไม่เห็น ที่ใส่เข้ามาเพื่อประโยชน์ของอะไรทั้งหลาย มันจะเป็นความน่าเศร้าของ โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ผมดูร่างที่แก้มา แก้มาสะเปะสะปะ แก้มาเป็นแค่งานธุรการ แต่งานหลักและงานหัวใจของการแก้กฎหมายการศึกษาเอกชนฉบับนี้ที่เข้ามาในร่างนี้ เดี๋ยวเราก็คงได้ว่ากันในที่กรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ผมกลัวอย่างเดียว ผมสะท้อนใจ ผมกลัวว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเอกชนวันนี้ ถ้าเกิดบังเอิญเป็นโรงเรียนข้ามชาติ ต่างชาติเข้ามาเทค โอเวอร์ (Take over) โรงเรียนเอกชนในเมืองไทยมาก ๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราก็ไม่ได้มองในแง่ลบนะครับ เพราะถ้าขึ้นชื่อว่าโรงเรียนนานาชาติ มันแปลว่าสารพัดชาติก็มาเรียนได้ แล้วก็น่าจะมาลงทุน ได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้ ก็ต้องให้ประโยชน์กับโรงเรียนนานาชาติ ส่วนหนึ่งที่มาสร้างความเจริญให้ประเทศไทย แต่ต้องดูแลโรงเรียนในประเทศ ให้อยู่ยงคงกะพันเอาไว้ เหมือนกับการอนุรักษ์อาชีพ ช่างทํารองเท้า ช่างตัดผม บอก คนไทยทํา ต่างชาติไม่ต้องทํา อันนี้เหมือนกัน ต้องอนุรักษ์เอาไว้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมนําเสนอด้วยหลักและสาระสําคัญใน ๓ ประเด็นสั้น ๆ อย่างที่ผมได้เรียนไปก็คือ โรงเรียนเอกชนเขาขอสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ขอตามพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ ขอความเท่าเทียมในเรื่องของบุคลากรทางการศึกษา ในฐานะที่เป็นครูไทยเหมือนกัน ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ถ้าแต่ละท่านอภิปราย รักษาเวลาสักหน่อย เราได้รับหลักการ เสร็จแล้วก็ไปตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา มันก็จะทัน ก่อนยุบสภา ถ้าอภิปรายนาน ๆ ก็อาจจะไม่ได้ใช้กฎหมายฉบับนี้ ก็เรียนให้เพื่อนสมาชิก ทราบนะครับ สภายินดีต้อนรับผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี สมาชิกเทศบาลตําบลบุ่งคล้า อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปเชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณา ดีใจนะคะ ดีใจแทนนักเรียน แทนครูโรงเรียนเอกชนทั้งประเทศ แล้วก็วันนี้นั้นต้องบอกว่า ครูใหญ่ของประเทศไทย ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ นั่งอยู่ตรงนี้รับทราบปัญหา ซึ่งสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็คงจะสะท้อนปัญหาหลาย ๆ อย่างกับโรงเรียนเอกชน เพราะว่าจํานวน ประชากรนั้นมากเหลือเกิน จํานวนโรงเรียนทั้งหมดในขณะนี้ของโรงเรียนเอกชนทั้งประเทศ ๘,๕๖๔ โรงเรียน จํานวนนักเรียนทั้งหมด ๓,๗๙๘,๒๓๖ คน จํานวนครูทั้งหมด ๑๕๕,๑๑๒ คน เกือบ ๔ ,๐๐๐,๐๐๐ คน เอาจํานวนประชากรของนักเรียนเสียก่อนค่ะท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีที่เคารพคะ เอาจํานวนประชากรนักเรียน ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน เป็นตัวเลขกลม ๆ ก่อนนะคะ ถ้า ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนนี้คูณครอบครัวเข้าไปแค่ ๔ คน ๑๕ ล้านคนเลยนะคะ ถ้าบวกแค่คุณย่ากับคุณยายเข้าไปอีก คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ โรงเรียนเอกชนเป็น ๓๐ ล้านคนทันที นั่นก็คือครึ่งประเทศแล้วที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ โรงเรียนเอกชน ฉะนั้นเราจะมองโรงเรียนเอกชนเฉพาะโรงเรียนที่ใหญ่ ๆ ไม่ได้ ดิฉันขออนุญาตเอ่ยนามโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่ใหญ่ ๆ ที่จะเป็นพาณิชย์มากเกินไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่เจ้ากระทรวงจะต้องดูแล นั่นก็คือโรงเรียนปัญญาภิวัตน์ เทคโนธุรกิจ ที่มีนักเรียน นักศึกษาเกือบ ๑๐,๐๐๐ คน ตรงนี้เกือบ ๑๐,๐๐๐ คนนะคะ แล้วก็ถ้ามันเป็นเหมือนการค้า ของระบบโลจิสติกส์ (Logistics) เข้ามาแล้วเป็นทุนข้ามชาติเข้ามา โรงเรียนเอกชนที่เกิดขึ้น ที่บอกว่าจัดการศึกษาช่วยรัฐอย่างจริงใจ ต้องบอกว่าจัดการศึกษาช่วยรัฐอย่างจริงใจ จะมีผลกระทบอย่างแรงเลยทีเดียวถ้าเจ้ากระทรวงไม่ดูแลให้ดีในเรื่องของการค้าตรงนี้เข้ามา มันจะเป็นระบบทุนนิยมเข้ามาด้วย แล้วก็เมื่อมีระบบทุนนิยมตัวนี้เข้ามา ท่านประธานที่เคารพคะ มันมีเรื่องของการตลาดที่แยบยลเข้ามาเกาะเกี่ยวกับการศึกษา เข้าไปด้วย เมื่อมีตลาดใหญ่แบบนี้แล้ว น่ากลัวมาเลยทีเดียวนะคะ นี่จํานวนประชากร ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าครอบครัวหนึ่งรวมครอบครัวเข้าไป ๑๕ ล้านคน คูณให้เห็นเลย แล้วถ้าบวกย่ากับยายเข้าไปเท่านั้นเป็น ๓๐ ล้านคน ประเทศไทยเดี๋ยวนี้แค่ ๖๗ ล้านคนเท่านั้น ฉะนั้นเกือบจะทุกคนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนเอกชนทั้งหมด แต่ดิฉันอ่านดูแล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ที่จะแก้ไขกันนี้ ได้ประโยชน์น้อยมาก ประโยชน์จะเกิดกับเจ้าของโรงเรียน ซึ่งมันก็เป็นผลสะท้อนกันต่อ ๆ ไปนะคะ ว่าเมื่อเกิดกับ เจ้าของโรงเรียนดีแล้ว อาจจะส่งผล อาจจะแค่นั้นนะคะ อาจจะส่งผลดีต่อครู ต่อนักเรียน เพราะว่าจะได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนเป็นวิทยาลัย แต่ทําไมไม่ไปมองที่จํานวนประชากร ก็คือนักเรียนและครู เอาครูก่อน โรงเรียนเอกชนจัดการศึกษาช่วยรัฐนี่ประเสริฐอยู่แล้ว ยิ่งไปดูโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ก็คือโรงเรียนมูลนิธิต่าง ๆ แล้วก็เป็นโรงเรียนสงเคราะห์ต่าง ๆ โรงเรียนเหล่านี้ ท่านประธานก็ทราบใช่ไหมคะ ท่านรัฐมนตรีก็ทราบว่าจะต้องโอนทรัพย์สิน มรดกทุกชิ้นโรงเรียนมูลนิธิเป็นของหลวง แล้วก็จะได้เท่ากับอุดหนุนรายหัวเท่ากับโรงเรียน ของรัฐ แต่จะต้องมอบสมบัตินั้นเป็นสมบัติของหลวงทุกชิ้น แต่ว่ารัฐไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้ เป็นการจัดการที่จะต้องจ่ายเงินในโรงเรียน ในระบบของโรงเรียนเหมือนเดิม รัฐไม่ได้จ่ายให้ เห็นไหมคะ ตรงนี้นั้นก็ทําให้เกิดมองไปว่าการดูแลของภาครัฐภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกันนี้ เท่าเทียมกันหรือไม่ เพราะว่าการอุดหนุนรายหัวนั้นได้เท่านั้นก็จริง แต่ว่าจะต้องจัดการทุกอย่าง แล้วทีนี้ภาครัฐไม่ได้มีการดูแลในเรื่องของทุนที่ใหญ่ ๆ มหาศาล แล้วจะไปเบียดคนที่มี จิตวิญญาณของความเป็นครู อย่างไรจิตวิญญาณของความเป็นครูก็สู้ระบบทุนนิยมที่เข้าไป แทรกแซงการตลาดอย่างแยบยลในระบบการศึกษาไม่ได้อยู่แล้ว อันนี้ก็ฝากให้ครูใหญ่ ระดับประเทศ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ดูแลให้ด้วย ทีนี้เรื่องของคุณครู ๑๕๕,๑๑๒ คนนี้ เป็นเรื่องที่ครูโรงเรียนเอกชนเหมือนทาสไหม ต้องถามว่าอย่างนั้น เป็นทาสทางการศึกษาหรือไม่ ต้องบอกว่าอย่างนั้น เพราะว่าสวัสดิการนี้มาจากเงินที่ครูโรงเรียนเอกชนเสียไปเอง ๓ เปอร์เซ็นต์ เจ้าของโรงเรียนเสีย ๓ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๖ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันจะคํานวณคร่าว ๆ ให้ดูนะคะ ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน ครูโรงเรียนเอกชนนี้จะต้องเสียเงิน ๓ เปอร์เซ็นต์เข้ากองทุนสงเคราะห์ เดือนละ ๔๖,๕๓๓,๖๐๐ บาท เห็นไหมคะ ทีนี้เจ้าของโรงเรียนผู้รับใบอนุญาต เสีย ๓ เปอร์เซ็นต์ เดือนหนึ่งจะประมาณ ๙๒,๐๖๗,๒๐๐ บาท เป็นตัวเลขกลม ๆ ว่า ๖๒ ล้านบาทก็แล้วกันต่อเดือน แล้วทีนี้ปีหนึ่งเงิน ๖ เปอร์เซ็นต์ที่เสียเองของคุณครู ผู้น่าสงสารกับเจ้าของโรงเรียนที่แทบจะต่อลมหายใจกันไม่ถึงชนเดือน เป็น ๑,๑๐๔ ล้านบาทต่อปี ทีนี้เงินกองทุนสงเคราะห์นี้เอามาจัดสวัสดิการให้คุณครู ได้สวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ถ้าสมมุติว่าครอบครัวนั้นมีคนหนึ่ง สามี ภรรยา ใครคนใดคนหนึ่ง เป็นข้าราชการ จะต้องเอาสิทธิของตัวเองก่อน จะไปเอาสิทธิของข้าราชการไม่ได้ ถ้าเบิกหมด ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะไปใช้สิทธิสามีไม่ได้ คุณจะต้องจ่ายเงินสด ตรงนี้สร้างความเจ็บปวด ให้กับครูโรงเรียนเอกชนมานักต่อนักแล้ว นี่หรือคะเรือจ้าง เรือจ้างชั้นสอง เหมือนรถ ปรับอากาศชั้นสองนั้นค่ะ คนไม่ค่อยใช้บริการ เพราะว่าถือว่ามือไม่ถึง อะไรประมาณนี้หรือไม่ อันนี้ต้องฝากเป็นข้อคิดอย่างดีทีเดียวให้กับครูใหญ่ระดับชาติของเรา ที่วันนี้มาสะท้อนปัญหา ให้ฟังนะคะ ทีนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เบิกได้เฉพาะตัวเองเท่านั้น บางคนสามีเป็น อบต. ตัวเองเป็นครูโรงเรียนเอกชน แล้วก็มีลูกอีก ๒-๓ คน เวลาลูกเจ็บป่วยมา สามีเจ็บป่วย ก็ไม่สามารถที่จะเบิกได้ เห็นไหมคะ เบิกได้เฉพาะตนเองเท่านั้น แต่เมื่อก่อนนั้น ยังไม่ถึง สัก ๗ ปีให้หลัง โรงเรียนเอกชนได้สวัสดิการตัวนี้มา ๒๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ครูได้เบิก ค่ารักษาพยาบาล ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าได้ทั้งครอบครัว เขามีความรู้สึกว่าเขาได้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับครอบครัวเขาเองแล้ว สวัสดิการครูโรงเรียนเอกชน ฝากด้วยว่า จะต้องจัดการให้ดี ตอนนี้ครูโรงเรียนเอกชนฝากมาบอกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้สามีและลูก ให้ภรรยาและลูก ได้หรือไม่ อันนี้ร้องขอมา เพราะว่ามันเป็นเงินเขาเอง รัฐไม่ได้ช่วยสักสตางค์แดงเดียว ต้องบอกว่าอย่างนั้นนะคะ เงิน ๖ เปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่ง ๑,๑๐๔ ล้านบาท ครูแสนกว่าคน ใครก็ทราบค่ะ รัฐไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย บางครั้งเขาบอกว่าเบิกค่ารักษาพยาบาล เบิกค่าเทอมบุตร เบิกค่านั้น เบิกค่านี้ นึกว่าเดี๋ยวนี้ไปเป็นครูโรงเรียนเอกชนก็ได้ เพราะว่ารัฐช่วย จริง ๆ ไม่ใช่ มาจากเงินสงเคราะห์ตัวนี้ กว่าที่รัฐจะอุดหนุน ก็คือโน่นละค่ะ ตอนที่ได้ ๑๐ ปีไป แล้วลาออกจากโรงเรียนเอกชน รัฐจะอุดหนุนมาอีก ๖ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องถึง ๑๐ ปี อยู่หงําเหงือกอย่างนั้นละค่ะ เคี้ยวตะบันหมากไปก่อนนะคะถึงจะได้ให้รัฐ ช่วยเหลือนะคะ อันนี้ร้องขอเลยค่ะ นี่คือครูโรงเรียนเอกชน ทีนี้มันมีที่ว่าครูช่วยสอนด้วย ที่ไม่จบปริญญาตรี บางครั้งโรงเรียนเอกชนนี่เหมือนมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งที่ฝึกหัดครูยอดเยี่ยม จะมีคนถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา เวลาสอบบรรจุรับราชการได้ เขาก็โบกมือบ๊ายบาย เพราะว่า การรับราชการเป็นความต้องการของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะว่า ๑. มั่นคง อันดับแรกนี่มั่นคงเป็นข้อที่ ๒ นะคะ ท่านประธานคะ ข้อแรกเลยที่รับราชการก็คือ สบาย อยากจะสบายทั้งชาติ ไม่ต้องทําอะไรมาก หลวงเลี้ยง ข้อที่ ๒ ถึงจะต้องการ ความมั่นคงก็เลยทําให้เห็นข้อแตกต่าง ทีนี้บางคนก็บอกว่าไม่อยากเป็นครูโรงเรียนเอกชน คุณก็ต้อง ไปสอบสิ นี่รอบนอกนะคะ ดิฉันไม่ได้บอกว่าในกรุงเทพมหานคร โรงเรียนรอบนอก แล้วก็โรงเรียนประถม เดี๋ยวนี้แซงหน้าโรงเรียนของรัฐบาล โรงเรียนอนุบาลถึงชั้นประถม ๖ นักเรียนในต่างจังหวัดพ่อแม่จะส่งไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนมากที่สุด เพราะเชื่อมั่น ในความปลอดภัยแล้วจะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยในการศึกษาด้วย ทีนี้ครูช่วยสอนนี่นะคะ ที่จบอนุปริญญา ดิฉันร้องขอไปว่าขอให้เขาบรรจุและได้เสีย ๓ เปอร์เซ็นต์ด้วย หรือว่าจะ อบรมอะไรอีกสักปี ๒ ปี อบรมอะไรอีกสัก ๒-๓ อย่าง เพิ่มมาว่า อบรมในเรื่องของเทคนิค การสอน อบรมในจิตวิญญาณของความเป็นครู ความรับผิดชอบตรงนี้ค่ะ ที่จบอนุปริญญา ซึ่งคนที่จบอนุปริญญาในด้านช่าง เหมือนกับเปรียบเทียบให้ฟังว่าคนที่จบวิศวะ ท่านประธานคะ เขาจะไปจบวิศวะไฟฟ้า จะไปตีกิ๊ฟ จะไปเดินสายไฟอย่างนี้ไม่ได้หรือคะ ฉะนั้นคนที่มี ความเชี่ยวชาญในทางปฏิบัติจะต้องเป็นคนที่จบอนุปริญญาเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเขามีสิทธิที่จะ บรรจุเป็นครูโรงเรียนเอกชนได้ด้วย อันนี้ฝากไว้ให้กับท่านครูใหญ่ระดับชาติที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยนะคะ เพราะว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ที่บอกว่าเป็นสวัสดิการ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เงินของรัฐ แม้แต่สตางค์แดงเดียว แต่ว่าลําบากลําบนเหลือเกิน เบิกค่ารักษาพยาบาล โอ้โฮ สงคราม กระดาษเอ ๔ (A4) นะคะเบิกค่ารักษาพยาบาลไปตามเขตต่าง ๆ ส่งเป็นปึกขนาดนี้ค่ะ รีม (Ream) หนึ่ง ๒๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เบิกค่ารักษาพยาบาล แล้วขอสวัสดิการให้ครู โรงเรียนเอกชนอีกอย่างหนึ่งก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ บาทได้ทั้งครอบครัว แล้วไปได้ที่โรงพยาบาล ของเอกชนจะได้หรือไม่ เขาก็ได้เล็ก ๆ น้อย ๆ มันเป็นกําลังใจที่จะต่อชีวิตของครูโรงเรียนเอกชน เป็นแค่ครูรับจ้างสอนจึงวอนรัฐ ดั่งคลื่นซัดถาโถมโง่งมเหลือ ศิษย์ก็รัก ปากก็ร้องคล้องเอื้อเฟื้อ ขอรัฐเอื้อเมตตาบ้างหรืออย่างไร เรือจ้างเอกชนคนตกสํารวจ แม้นเจ็บปวดรวดร้าวลึก กรําศึกไม่หน่าย ส่งศิษย์ข้ามฝั่งฝันหันหลังไว น้ําตาไหลเรือจ้างชั้นสองนองน้ําตา ขอบพระคุณค่ะ
คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนเอกชนนั้นได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้รัฐบาลได้ประหยัดงบประมาณได้มาก เพราะฉะนั้นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านที่มี ส่วนร่วมช่วยในงานนี้ทุกท่าน รวมทั้งท่านรัฐมนตรีคนเก่าที่เคยได้ช่วยผ่านเรื่องมา จนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ผมต้องขอขอบคุณอย่างมากครับ เพราะว่าท่านพยายามช่วยจะให้เข้ามาตั้งนานแล้ว แต่พอดีมาติดขัดที่ทางวิปได้เลื่อนของผม ไปเสียเรื่อย ก็เลยไม่ได้เข้าสักทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนเอกชนนี้ช่วยแบ่งเบา ภาระให้รัฐบาลไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของภาคการศึกษา แต่ถ้าจะดูให้ละเอียดจริง ๆ อาจจะถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะโรงเรียนเอกชนนั้นอาคารเขาสร้างเอง เครื่องมือ สื่อการสอนต่าง ๆ ก็สร้างเอง ตลอดทั้งการบํารุงรักษาสถานที่แล้วก็ที่ดิน และนอกกว่านั้น เงินบํานาญตกทอดครูโรงเรียนเอกชนก็ไม่มีครับ การรักษาพยาบาล พิจารณาได้อย่างชัดเจน เลยครับ ทั้งที่เอาเงินรัฐบาลมาช่วยก็มาช่วยเพียงกึ่งหนึ่งของค่ารักษาพยาบาล แล้วก็จะได้ เฉพาะครู ขณะที่ตามพระราชบัญญัติการศึกษา ปี ๒๕๒๕ นั้นได้ช่วยเหลือถึงบุคลากรด้วย และบิดามารดาของบุคลากรก็มีส่วนได้ พอมาปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็แก้ไขใหม่ ได้ยกเลิกพระราชบัญญัตินั้น ทําให้ครู บุคลากรได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นผมจึงได้ขอแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับเดิมให้มาใช้ข้อความดังที่ได้กราบเรียนไปแล้วเมื่อตอนต้นแทนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาของภาคเอกชนนั้นจะได้คล่องตัว จะด้านศีลธรรม จรรยาหรือวัฒนธรรมต่าง ๆ เขาได้จัดตามหลักสูตรเสริมโดยวิธีการที่ใช้หลักพระธรรม คําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด เพราะฉะนั้นการศึกษาถ้ามาจาก โรงเรียนเอกชนแล้ว จะเห็นได้ว่าเด็กนั้นได้มีการปรุงแต่งอย่างดีนะครับ เด็กโรงเรียนเอกชน ที่มีความประพฤติไม่ดีนี่มีจํานวนน้อย เอาอัตรามาเฉลี่ยดูแล้วนะครับ เว้นแต่โรงเรียนนั้น อาจจะรับเด็กจากโรงเรียนรัฐบาลมาตั้งแต่เดิมแล้ว ไม่สู้จะดี ดังนั้นการศึกษาช่วยได้ทั้ง ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจและด้านกิจกรรม เพราะกิจกรรมต่าง ๆ นี้รัฐบาลสั่งอะไรไป โรงเรียนเอกชนก็ต้องปฏิบัติตาม นอกจากในเรื่องการเรียนการสอนแล้วนะครับท่านประธาน ยังได้มีการช่วยพัฒนาเด็กในด้านวิชาชีพอื่น ๆ เพราะโรงเรียนเอกชนนั้นจะมีวิชาชีพเสริมอยู่ตลอด เท่าที่ผมได้จัดมาเองก็ดี หรือว่าได้เห็นมาจากโรงเรียนต่าง ๆ ก็ดีครับ นอกจากประหยัด งบประมาณแล้วยังทําให้การศึกษานั้นมีการแข่งขันกัน ถ้ามีโรงเรียนเอกชนที่ไหนรัฐบาล จะต้องพยายามส่งคนไปติดตาม แล้วก็ไปหาครูในโรงเรียนเอกชนนั้นที่ไหนฝีมือดี มีการสอนดี ก็จะต้องพยายามหาทางเอามาให้ได้ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็โรงเรียนเอกชนทําอะไรขึ้นมา ก็ต้องให้เกิดการแข่งขันกันขึ้นระหว่างโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐ ผมว่ามันเป็นประโยชน์ อย่างมาก แต่เดิมสํานักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชนนั้นมีฐานะ เทียบเป็นกรมครับ ดังนั้นผมจึงแก้มาตราที่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อสมัยการปฏิวัติรัฐประหาร ขอให้มีการเอาพระราชบัญญัติเดิม พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยอนุโลม มาใช้แทนบางส่วน ดังนั้นการแปรญัตติครั้งนี้ก็อยากฝากเพื่อน ส.ส. ทุกท่านด้วยครับ แล้วก็ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ สิ่งใดที่มันยังไม่สมบูรณ์ก็ขอให้เติมให้ โดยเอาพระราชบัญญัติเดิม พ.ศ. ๒๕๒๕ มาประกอบ ในการพิจารณา เมื่อก่อนนี้สมัยเป็นกรมการศึกษาเอกชนนั้น ทางกรมการศึกษาเอกชนจะมีศึกษานิเทศก์ ทําการนิเทศการศึกษา และสนเทศการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสนเทศการศึกษาก็ดี การนิเทศการศึกษาก็ดี จะใช้บุคคลผู้ชํานาญการจากภายในโรงเรียน แล้วก็ขอผู้ชํานาญการ จากท้องถิ่นหรือจากองค์กรต่าง ๆ หรือจากรัฐวิสาหกิจมาช่วย ฉะนั้นผู้ที่จบโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนอาชีวะของผม จบมาจะมีคนไปจองเลยนักเรียนไม่มีตกค้างครับ ผลิตมาได้เท่าไรก็มีงานทําหมด อันนี้ก็นับว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอนเสริมของในโรงเรียนเอกชนนั้น เจ้าของจะต้องศึกษาค้นคว้าตลอด แล้วก็จะต้องเอาสิ่งที่ได้มาใหม่ ๆ มาสอนครู เท่ากับเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนเอกชนปีหนึ่งถ้าไปสมัครสอบ ๑๐ คนก็ติดที่ละ ๘ คน ได้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ของผมมีตัวเลขอยู่ เมื่อปีที่แล้วไปสอบก็ได้เกือบหมดทุกคนครับ อย่างนี้เป็นต้น นั่นก็ถือว่า โรงเรียนเอกชนนั้นครูก็ไม่ด้อยไปกว่าโรงเรียนรัฐบาล แต่การช่วยให้การศึกษา ให้แบ่งปัน งบประมาณ จัดสรรงบประมาณ กระจายไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนเอกชนนั้นน้อยเกินไป ก็อยากจะขอให้ปรับ ให้ช่วย แล้วก็ทางด้านบุคลากรก็ขอให้มีส่วนได้รับสวัสดิการ
ประการที่ ๔ ก็อยากจะให้โรงเรียนเอกชนไม่ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายแรงงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับว่าด้วยกฎหมายแรงงาน โรงเรียนก็จะได้ดําเนินการไปด้วย ความสะดวก เพราะกฎหมายแรงงานนั้นน่าจะเป็นสําหรับข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ รายได้ประจํา เพราะด้านสวัสดิการมันแตกต่างกันมันไม่เหมือนกัน โรงเรียนเอกชนนั้น จะจัดให้เฉพาะต้องมีเงินสมทบด้วย โรงเรียนก็ต้องออก ๒ ส่วน ครู ๑ ส่วน รัฐบาลช่วยมา ๒ ส่วน อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นภาระอย่างนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยรับไปด้วย ขอฝากท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาเรื่องนี้
สําหรับอาคารสถานที่ ก็จะต้องให้โอนไปเป็นของรัฐ หรือที่เรียกว่าเป็นของ นิติบุคคลก็เป็นของบริษัทหรือเป็นของโรงเรียนไป หรือจะโอนกลับคืนมาอีก ถึงแม้จะมีการ รับรองไว้ว่าจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่การเปลี่ยนแปลงไปทางกฎหมายนั้นอาจจะไม่ได้ ยืนอยู่กับที่ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็ได้ในวันข้างหน้า ฉะนั้นอยากให้กฎหมายนี้ ตัดออกไปเสียเลยนะครับ ให้มีกฎหมายรับรองเลยว่าโรงเรียนเอกชนนี้เมื่อจะดําเนินการ เมื่อใครอยากจะเป็นโรงเรียนแบบนิติบุคคลก็ให้โอนทรัพย์สินได้ เมื่อใครไม่อยากเป็น นิติบุคคลก็ไม่ต้องโอน อย่างนี้เป็นต้น ถึงแม้ว่าเป็นนิติบุคคล ผู้ใดลงทุนก็ให้แยกออกไป ในด้านอาคารสถานที่ อย่างนี้ผู้ที่ลงทุนก็จะกล้าลงทุนมากขึ้น ขณะนี้คนกําลังเกรงกลัวกันมาก เกรงว่าถ้าโอนไปแล้วจะเอาคืนยาก หรือไม่ก็เสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นานา คือหลักทรัพย์นั้น ถ้าเผื่อโอนเป็นนิติบุคคลไปแล้วจะไปใช้รับรองกับสิ่งอื่นก็ไม่ได้ ฉะนั้นผู้ที่จะช่วยเสียสละ หรือที่จะช่วยอุดหนุนโรงเรียนก็ไม่กล้า กลัวจะเกิดปัญหา ฉะนั้นผมขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายนี้ได้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพื่อว่าจะแก้ไข อย่างไรให้มันสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่ใช้มาแล้ว เป็นผลดีแก่การศึกษา ตอนนั้นการศึกษาภาคเอกชนจะเจริญรุ่งเรืองมากครับ จึงได้เกิดโรงเรียนนานาชาติขึ้น ถ้าไม่มีกฎหมายฉบับนั้นโรงเรียนนานาชาติก็เกิดไม่ได้ เพราะโรงเรียนนานาชาติลงทุนมาก ใช้พื้นที่ดินก็มาก แล้วก็ใช้ทั้งด้านบุคลากร แม้แต่ผู้บริหารก็มีรายจ่ายสูงมาก เพราะว่าต้องทํางานหนัก และอีกอย่างก็ต้องเป็นผู้ที่ ชํานาญการมีประสบการณ์สูง ขณะนี้โรงเรียนเอกชนเราได้ช่วยรัฐบาลมาก เดี๋ยวนี้นะครับ เด็กต่างประเทศก็มาเรียนประเทศไทยเยอะ เมื่อก่อนนี้เด็กเราต้องส่งไปเรียนต่างประเทศ เพราะว่าโรงเรียนไม่เป็นที่พอใจของผู้ปกครองก็ต้องส่งไปเรียนต่างประเทศ พอมาเกิด โรงเรียนนานาชาติขึ้นก็ดี หรือโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงก็ดี ก็มีผู้ปกครองนิยมส่งลูกมาเรียน ไม่ต้องไปเรียนต่างประเทศ สมัยก่อนนี้แถวบ้านผมเขาจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศกันมาก ตอนนี้ก็ไม่ได้ส่งไปแล้ว เพราะเขาเชื่อว่าครูในโรงเรียนของไทยเรานี่นะครับ ฝรั่งยังไปจ้างไป ผมก็พาไปชี้แนะให้เขาดูว่าแม้แต่หลานผม อเมริกันก็ยังจ้างไปสอน เห็นได้ชัดว่าของเรา ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเขานะครับ ฉะนั้นขอฝากท่านสมาชิกที่จะได้รับเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ทุกท่านด้วย และผู้ที่เสนอร่างทุกท่านก็ขอให้ช่วยกันติดตามด้วย ผมขอไปก็ได้พิจารณา เพียงร่างเดียว เพราะฉะนั้นที่ผมจะพูดก็จะขอพูดร่างที่เสนอนี้ครับ ขอให้โรงเรียนเอกชน ฐานะเป็นกรม เว้นจากการเป็นนิติบุคคลก็ได้ หรือจะเป็นก็ได้ อันนี้เป็นความสมัครใจ ของเจ้าของหรือผู้ลงทุน แล้วก็ขอให้สวัสดิการเช่นเดียวกับที่เคยได้รับมา ขอขอบคุณครับ
ต่อไป คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคร่วมชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออภิปรายร่วมนะคะ ในเมื่อท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ จากสภานี้จะไปเข้าสู่กรรมาธิการวิสามัญ ดิฉันจะขอ อภิปรายตั้งข้อสังเกตไว้เพื่อให้กรรมาธิการไว้เป็นที่พิจารณานะคะว่าควรหรือไม่ควร ที่จะนําเข้าไปสู่กฎหมายเพื่อนักเรียนทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ยากจนจะได้เรียนอยู่ในโรงเรียน เอกชนบ้าง เพราะตามที่ทราบ ๆ มาทั้งหมด โรงเรียนเอกชนนี้จะเป็นโรงเรียนที่ดีมากหน่อย มีทั้งอาคาร มีทั้งห้องส้วม มีทั้งโรงอาหาร แล้วก็มีทั้งพื้นที่ มีโต๊ะ เก้าอี้ มีทั้งคอมพิวเตอร์ (Computer) มีทุกสิ่งทุกอย่างที่อํานวยความสะดวกในการที่จะได้รับมาซึ่งการศึกษา ไม่ว่าจะขั้นพื้นฐานหรือขั้นอุดมศึกษาอะไรต่าง ๆ นะคะ ดิฉันเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชนนี้เป็นผลดีต่อประชาชนชาวรากหญ้า หรือประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ไม่มีเงินที่จะเข้ามาสู่โรงเรียนเอกชนนั้น ๆ ตามที่ดิฉันตั้งแต่เด็ก ดิฉันอยากจะเรียนที่ โรงเรียนเอกชน เพราะทราบว่าในโรงเรียนรัฐบาลนี้ โรงเรียนราษฎร์ที่ให้การศึกษาให้กับนักเรียนนั้น ๑. เงินเดือนของคุณครูก็น้อย ๒. อาคารห้องเรียนก็ไม่ทั่วถึงให้กับนักเรียนที่เข้าไปเรียน แต่โรงเรียนเอกชนนี้มีพร้อมสรรพทุกอย่างเลย ดิฉันจึงบอกว่าขอตั้งข้อสังเกตในส่วนนี้ เพื่อสะท้อนให้ถึงกรรมาธิการไปดูแลว่าในร่างพระราชบัญญัติ ๕ ฉบับที่ยื่นเข้ามานี้ ดิฉันได้อ่านไว้แล้ว แล้วก็ส่วนมากกรรมาธิการนี้จะยึดเอาร่างของรัฐบาลไว้เป็นหลักในการ พิจารณา แต่ในกรณีของประชาชนที่ยื่นเข้ามานี้ ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างมากเลยนะคะ เพราะมีบางมาตราที่ได้เขียนเอาไว้นั้นเอื้อให้กับประชาชนในพื้นที่ชาวรากหญ้า คือต่างจังหวัดสามารถที่จะได้เรียนรู้ในโรงเรียนเอกชนแม้ว่าจะมีเงินน้อยนิด อย่างเช่น ในมาตรานี้ที่ดิฉันได้อ่านไว้ มาตรา ๔๙ ก็อยากจะให้ท่านสมาชิกที่จะไปเป็นกรรมาธิการนั้น ช่วยพิจารณาด้วยว่าในมาตรา ๔๙ นี้ ให้มีกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบขึ้น ในกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสําหรับการให้กู้ยืมเงินแก่โรงเรียนในระบบ และเงินวิทยฐานะสําหรับครูโรงเรียนเอกชนในระบบ นี่ละค่ะเป็นสิ่งที่ดิฉันต้องการอยากจะ เห็นมาก ๆ อย่างเช่น ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ที่เรียกว่า กศน. แต่ก่อนนั้นมีโรงเรียน โรงเรียนทไวไลท์ เป็นภาษาอังกฤษว่า ทไวไลท์ (Twilight) แต่ในพื้นที่เขาว่า ทวายร้าย กลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้เขาไม่ได้เรียนหนังสือ ช่วงเด็กวัยรุ่นนั้นตั้งแต่วัยเยาว์นี้ไม่ได้เรียนค่ะ พ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสียให้ ยกตัวอย่างก็คือตัวดิฉันเองจะเป็นตัวอย่างให้ เพราะแต่ก่อนนั้น ดิฉันอยู่ในครอบครัว เตี่ยมีลูกตั้ง ๙ คน ขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไม่มีเงินที่จะให้ลูกตัวเองไปเรียนโรงเรียนได้ ก็ได้ส่งไปเรียนที่โรงเรียนเอกชน เนื่องจากว่าเตี่ย ของดิฉันเองนั้นเป็นคนต่างด้าว ได้มาอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย และหลังจากนั้นถึงเปลี่ยน สัญชาติได้มาเป็นคนไทย ตัวดิฉันเองถึงได้มาลงสมัครเป็นผู้แทนราษฎร สอบเข้ามา สภาผู้แทนราษฎรนี้ จบแค่ ป. ๗ แค่นั้นเอง แต่ตอนนี้เนื่องจากว่าดิฉันได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกชน วุฒิการศึกษานั้นได้ใบสุทธิแค่ ป. ๕ เพราะการที่จะขอใบสุทธิจากโรงเรียนเอกชนนี้ยากนัก เพราะคุณครูอาจารย์นั้นบอกว่าจะต้องไปส่งที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรืออะไรต่าง ๆ แล้วจะได้ใบสุทธิกลับมา แต่ตอนนี้ สมัยนี้เข้าสู่ระบบไอซีที (ICT) แล้ว ไอที (IT) แล้ว ระบบในการที่จะมอบใบสุทธิให้กับนักเรียนนั้นก็คงจะง่ายขึ้น เพราะว่าโรงเรียนเอกชนนั้น มีพร้อมสรรพทุกอย่าง ดิฉันจึงขอว่าในส่วนที่พร้อมสรรพทุกอย่างนี้ก็ปรากฏว่าในส่วนของที่ จะจัดเก็บเงิน เงินค่าเล่าเรียน หรือค่าที่จะไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนนั้นสูงกว่าของรัฐบาล ในขณะที่รัฐบาลนี้ให้เรียนฟรี ๑๕ ปี แต่ในโรงเรียนเอกชนนี้เขาต้องจัดเก็บเงินค่าเทอม เก็บเงินค่าเทอมนี้ แต่ในส่วนเงินค่าเทอม ท่านคะ คงจะไม่เป็นปัญหาสําหรับนักเรียน ที่จะไปเรียนที่โรงเรียนเอกชน ส่วนที่เป็นปัญหานั้นก็คือเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกน ในกรณีที่มี กองทุนตั้งขึ้นในโรงเรียนเอกชนนี้ แล้วก็ได้มีมาตราหนึ่งบอกว่า จะตัดการจัดเก็บภาษีรายได้ ในส่วนที่จะส่งเข้าคลังประเทศ คือลด คือไม่จัดเก็บภาษีรายได้ของโรงเรียนเอกชนนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถส่งเสริมให้นักเรียนที่จะเข้าไปเรียนที่โรงเรียนเอกชน เพราะทุกครั้งที่เข้าไปสอบ คุณครูในโรงเรียนหรือท่านอธิการบดีโรงเรียนท่านจะบอกว่า มีกระดาษหนังสือแผ่นหนึ่งให้เขียนว่าจะเป็นเงินอุดหนุนเท่าไร เสนอเงินอุดหนุนโรงเรียนเท่าไร เงินอุดหนุนโรงเรียนนี้ไม่ใช่เป็นเงินที่จะให้เป็นค่าเล่าเรียน แต่เป็นการว่าสนับสนุนโรงเรียนเอกชน ในด้านต่าง ๆ ที่ได้ฟังมา ในกรณีที่ตัวดิฉันเองได้ไปเรียน แล้วก็ลูกชายของตัวดิฉันเองก็ได้ เข้าไปเรียนที่โรงเรียนเอกชน ดิ้นรนจากจังหวัดต้องการที่จะมาเรียนในกรุงเทพมหานคร เพราะเนื่องจากว่าในกรุงเทพมหานครเป็นโรงเรียนเอกชนที่พร้อมสรรพทุกอย่าง ที่ดิฉันได้บอกไว้ในเบื้องต้น แต่ในส่วนที่เงินอุดหนุนนี้ที่เป็นปัญหาให้กับนักเรียนต่างจังหวัด ที่ไม่สามารถที่จะได้เรียนรู้และได้ศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนี้ ดิฉันจึงบอกว่าตั้งข้อสังเกตในส่วนที่กรรมาธิการจะเขียนกฎหมายนี้เพื่อให้กับประชาชน ทุก ๆ คน ก็จะสามารถรองรับนักเรียนที่ได้เรียนในโรงเรียนเอกชน แล้วก็จะแบ่งเบาภาระ ให้กับโรงเรียนรัฐบาลด้วย เพราะตอนนี้โรงเรียนรัฐบาลนะคะ ไม่ว่าจะโรงเรียนรัฐบาล ในส่วนของภูมิภาคต่าง ๆ ยกตัวอย่างที่จังหวัดมุกดาหาร จะมีโรงเรียนในจังหวัดมุกดาหาร
ผมว่าไปเตรียมตัวให้ดี แล้วก็แปรญัตติเอาดีกว่า
ก็คือจะสะท้อนให้ทราบ ยกตัวอย่างให้ทราบว่าทําไมดิฉันถึงตั้งข้อสังเกตและสนับสนุนให้มีกฎหมายโรงเรียนเอกชน เกิดขึ้น อย่างเช่น โรงเรียนมุกดาหาร ในจังหวัดมุกดาหารนะคะ ในกรณีในโรงเรียนมุกดาหาร ในกรณีในส่วนที่จะเข้าไปเรียน ต้องกําหนดเลย บอกว่าต้องเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ เพราะอะไรคะ เพราะคนในพื้นที่ ในเขตเทศบาลนั้นเรียนอยู่ในโรงเรียนมุกดาหารนี้ก็เยอะอยู่แล้ว แต่ว่าในส่วนต่างอําเภอที่สอบได้แล้วจะเข้ามาเรียน ก็ต้องเป็นส่วนในกรณีที่จะต้องคัดออก ถ้าหากว่าคัดออกไปแล้วเขาจะไปเรียนที่ไหน เขาก็ต้องเรียนที่อําเภอของเขาเอง ทั้ง ๆ ที่เขา จะต้องมีความสามารถที่สามารถสอบเข้ามาเรียนในพื้นที่ตัวจังหวัดได้ นี่คือเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง
และอีกอันหนึ่งที่ยกตัวอย่างให้ทราบ ท่านบอกว่าในพื้นที่ที่ดินที่จะสร้าง ของโรงเรียนเอกชนนั้น ก็คือจะให้เป็นการเช่า เป็นการเช่าแล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้กับโรงเรียนนั้น โรงเรียนเอกชนนั้น อย่างยกตัวอย่างที่โรงเรียนมุกดาหารอีกค่ะ ก็คือมีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขอสถานที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัย เพื่อต้องการที่จะให้มีนักเรียน นักเรียนเรียนที่ จังหวัดมุกดาหาร ไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่จังหวัดอุบลราชธานีนั้นมันไกล แล้วก็ที่พักอาศัย ก็ไม่มี แต่ในการที่ขอที่ดินนั้น กว่าจะขอได้ ๕ ปีผ่านไปนะคะ ๕ ปีถึงจะได้ นี่ละคะ เป็นสิ่งที่ ในกฎหมายฉบับนี้บอกว่า ถ้าหากว่าโรงเรียนนั้น ๆ ถ้าอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ แล้วก็เช่าพื้นที่ นั้น ๆ ไป ก็จะได้รับเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับโรงเรียนนั้น ๆ และหลังจากที่ยุบโรงเรียนนั้นแล้ว ก็โอนคืนกลับคืนให้ที่ของหลวง อย่างเช่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนี้ได้ ๑,๑๔๐ ไร่ ในจังหวัดมุกดาหาร แต่เป็นพื้นที่สาธารณะแล้วก็เป็นพื้นที่ป่าภูผาเจียอีกด้วย ตอนนี้ก็เพิ่งได้ ตัดแบ่งแยกออกมา เพราะว่ากฎหมายได้กําหนดไว้แล้วว่าในพื้นที่ที่หากว่ามีการก่อสร้าง ได้ขออนุญาต ทางหน่วยงานนั้นได้ตัดแบ่งออกมาให้เป็นพื้นที่การศึกษา ๑,๑๔๐ ไร่ แต่ปัญหายังอยู่ที่ว่าในพื้นที่ตรงนั้นมีประชาชนบุกรุกอยู่ ไม่ใช่ว่าบุกรุกค่ะ เขาทํากินในพื้นที่ นั้น ๆ มาก่อน ก็เลยเป็นปัญหาว่าการก่อสร้างมหาวิทยาลัยนี้ก็จะไม่สิ้นสุด อย่างนี้นะคะ ก็ดีใจนะคะว่าในร่างพระราชบัญญัตินี้ได้มีการกําหนดเอาไว้นะคะว่าเมื่อตัดแบ่งพื้นที่นั้นแล้ว ก็ตัดแบ่งไปเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงเรียน มหาวิทยาลัยนั้น ๆ อีกด้วย ทีนี้อยากจะขอฝาก กรรมาธิการอีกเรื่องหนึ่งว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัย ดิฉันได้ไปเห็นอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ในพื้นที่นั้น ๆ จะสร้างเป็นโรงเรียน
ไม่เกี่ยวเลยครับ
จังหวัดมุกดาหารก็ได้ค่ะ เพราะว่า
ไม่เกี่ยวกับเรื่องมหาวิทยาลัย อะไรต่าง ๆ อันนี้เรื่องศึกษาเอกชน
เป็นวิทยาลัยเอกชนค่ะ ที่จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ที่จังหวัดมุกดาหารก็ได้ ที่จังหวัดมุกดาหารก็มีเมืองมุกเทคโน และเทคนิค มีโรงเรียนนั้นเกิดขึ้น แต่ทีนี้ที่ดิฉันอยากจะอภิปรายส่งเสริม ในกรณีถ้าหากว่า โรงเรียนเอกชนถ้าตั้งโรงเรียนเอกชนขึ้นมาแล้ว มีทั้งอาคาร มีทั้งโรงเรียน มีทุกสิ่งทุกอย่าง สนามกีฬาอะไรมีทุกอย่าง แต่ขาดอย่างเดียวก็คือที่พักอาศัย อาคารที่พักอาศัยนั้นน่าจะไป อยู่ในบริเวณของโรงเรียนด้วย เพราะนักเรียนที่มาเรียนนั้นส่วนมากจะมาจากต่างจังหวัด ที่จะมาเรียน พอมาเรียนแล้วต้องไปหาที่อยู่อาศัย พอที่อยู่อาศัยเสร็จก็คนในพื้นที่นั้นละค่ะ ก็จะสร้างหอพักขึ้นมาเพื่อให้เช่า พอเพื่อให้เช่าแล้วก็มีราคาอะไรต่าง ๆ นี้มันก็แพงขึ้น แล้วก็สูง ดิฉันไม่ว่านะคะว่ามันเป็นธุรกิจขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว เป็นธุรกิจเปิดห้องเช่า ให้กับนักเรียนที่มาเรียน แต่นักเรียนที่มาเรียนนี้ถ้าหากว่าเขามาจากจังหวัด เขาไม่มีที่อยู่ เขาต้องเช่า ทีนี้เงินที่เช่าละคะ พ่อแม่ไม่มีให้ มันก็ทําเป็นธุรกิจอีกอย่างหนึ่งว่า ธุรกิจหาเงิน เพื่อจะจ่ายคาเช่า ธุรกิจอะไรคะ กรรมาธิการคงจะคิดแล้วก็นึกออกได้นะคะ ว่าในส่วน ๆ ในแต่ละพื้นที่ในตรงไหน ธุรกิจที่เขาทํานั้นคืออะไร หลาย ๆ คนก็บอกว่าขายตัว เพื่อมาเรียนหนังสือ จริง ๆ มันก็ต้องควรจะต้องทํา เพราะเขาอยากจะเรียน แต่เขาไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า อย่างนี้นะคะ มีเงินจ่ายค่าโรงเรียน หลาย ๆ คนก็ว่าให้กับนักศึกษา นักศึกษากลุ่มนี้เป็นผู้หญิง ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง ดิฉันเห็นใจนะคะ นักศึกษาผู้หญิงนี้ควรจะ ได้รับการศึกษาเทียบเท่ากับนักศึกษาผู้ชาย แต่ในส่วนของนักศึกษาผู้ชายนั้นมันไม่สําคัญ ในส่วนเรื่องที่พัก เพราะเขาจะพักที่ไหนก็ได้ แต่นักศึกษาผู้หญิงนี้ค่ะมันจําเป็นจะต้องมีที่ ที่มิดชิด ที่ดีหน่อย ที่สะดวกสบาย ปลอดภัยด้วย อย่างนี้นะคะ แต่ปรากฏว่าใน ที่สะดวกสบาย ปลอดภัยนี้ ราคาที่เช่านั้นสูงขึ้น สูงค่ะ เขาไม่มีเงินเช่า ก็ขอฝากกรรมาธิการ นะคะว่าถ้าหากว่าในร่างกฎหมายนี้สามารถที่จะเพิ่มเติมได้ ก็เพิ่มเติมเข้าไป ดิฉันได้อ่านดู ของ ครม. นี้นะคะ ไม่มีนะคะ ไม่มีมาตรานี้กําหนดเอาไว้ ก็ขออยากให้ว่ากําหนดในร่าง พระราชบัญญัติของประชาชนนี้ เพราะเป็นความคิดเห็นของประชาชน และเป็นประโยชน์ ให้กับประชาชน ที่จะเรียนหนังสือในอนาคต จะเป็นอนาคตของชาติอีกด้วยนะคะ ก็ขอฝาก ด้วยนะคะกรรมาธิการที่จะไปเป็นกรรมาธิการในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอขอบคุณท่านประธานมากค่ะ
ต่อไป คุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนในหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒๒ มาตรา ตัวผมนั้นเติบโตมาจากโรงเรียนเอกชน ผมจบ ป. ๑ ถึง ป. ๗ จากโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าโรงเรียนเอกชนอย่างโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นั้น มีคุณแม่ครูมานิดา การพิสิษฐ์ เป็นเจ้าของ มีคุณครูวิรัตน์ ถาวรสุข เป็นครูใหญ่ มีครูสมจิต พันธุ์เมฆ ครูประพันธ์ ว่องวิทยา เป็นครูประจําชั้นผม ได้สอนให้เด็ก ๆ มีคุณธรรม มีจริยธรรม และสนใจเด็ก ๆ ให้เป็นเด็กดีของบิดามารดา ของประเทศชาติและของประชาชน คุณครูโรงเรียนเอกชนนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นผู้ที่เสียสละอย่างยิ่ง คําว่า ครู นั้น มาจากคําว่า ครุ คุรุ หมายถึง ผู้ที่รับภาระที่หนักหน่วง เป็นผู้ที่มีสุทธิ ปัญญา เมตตา ขันติ เปรียบเสมือนกับเป็นพระโพธิสัตว์ หรือเปรียบเสมือนกับเป็นบิดามารดาคนที่ ๒ ของเรา ซึ่งเป็นนักเรียน ซึ่งมีพ่อแม่อยู่แล้ว ก็มีคุณครูเป็นบิดามารดา ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้ยิน ได้ฟังปัญหาของโรงเรียนเอกชนที่ผมอยากจะเสนอแนะ เป็นข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นก็คือว่า ปรากฏว่าโรงเรียนเอกชน บางแห่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ทําบัญชีคุณครูปลอม คือไม่ได้มีครูจริงสอนตามจํานวน ที่โรงเรียนเอกชนได้เสนอต่อภาครัฐบาล ทําบัญชีนักเรียนปลอมมีอยู่ ๒ ห้อง ทําเป็น ๖ ห้อง ผมก็ไม่ทราบว่าโรงเรียนเอกชนนั้น ๆ คุณครูผู้บริหารโรงเรียนนั้นมีคุณธรรมหรือไม่ ที่ทําการอย่างนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนเป็นอย่างนั้น แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ มีศีลธรรม ตรงไปตรงมา ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่มีบางโรงเรียนเป็นเช่นนั้นจริงครับ อยากจะให้คณะกรรมการการศึกษาเอกชน หรือท่านรัฐมนตรีว่ากากระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดในโรงเรียนเอกชนต่าง ๆ ว่า รายชื่อต่าง ๆ นั้นถูกต้องตามจํานวนที่โรงเรียนเอกชนได้เสนอมาของบประมาณจากรัฐบาล หรือไม่ เพราะการที่รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณให้นักเรียนคนละ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าโรงเรียนเอกชนบางแห่งก็ไปเก็บเป็นค่าสอนคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้นถึง ๑,๕๐๐ บาทต่อนักเรียน ๑ คน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับนักเรียนโรงเรียน เอกชนเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งที่ผมสะท้อนใจอย่างยิ่งก็คือว่าในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ปรากฏว่า โรงเรียนเอกชนบางแห่ง ท่านประธานครับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เป็นผู้หญิงครับ เป็นเด็กหญิง นั่งทําข้อสอบอยู่ในห้องสอบ ในห้องเรียน ปรากฏว่าบิดามารดาไม่ได้ จ่ายค่าเทอม คุณครูก็ไปจูงมือเด็กผู้หญิงคนนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องสอบ จนทําให้ เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีใบประกาศนียบัตรวุฒิการศึกษาชั้น ป. ๖ เพราะอะไรครับ เพราะ พ่อแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ผมอยากกราบเรียนไปยังคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเพื่อที่จะหามาตรการในการป้องกัน ไม่ให้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศกระทําการเยี่ยงนี้กับเด็กผู้หญิงคนนั้นอีก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เพราะปัญหาการไม่จ่ายค่าเทอม ไม่อาจนํามาซึ่งการห้ามนักเรียนไม่ว่าหญิงหรือชายเข้าสอบได้ ผมไม่อยากเห็นภาพอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครก็สุดแท้แต่ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ปรากฏว่าผมยังได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษา นักเรียนที่จบ ปวช. และ ปวส. ในโรงเรียนหรือในวิทยาลัยเอกชนบางแห่งในฝั่งธนบุรี ข้อร้องเรียนก็คือว่า เรียนจบแล้วไม่ได้ใบประกาศนียบัตร ปวช. หรือ ปวส. เพราะอะไรครับ เพราะว่าไม่มีเงิน จ่ายค่าเทอม เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เช่นเดียวกับเด็กหญิงคนนั้นในชั้น ป. ๖ ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแล้วถูกคุณครูจูงออกจากห้องสอบ ถ้าเป็นลูกหลานท่านประธาน จะคิดอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ นักเรียน นักศึกษาเรียนจนจบ ปวช. ปวส. แต่ไม่ได้ ใบ ปวช. ปวส. ไปประกอบวิชาชีพเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ซึ่งปัญหาทั้ง ๒ ประการนี้คณะกรรมการ การศึกษาเอกชน หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ควรจะหาทางป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์เยี่ยงนี้อีก เพราะอะไรครับ เพราะการที่ไม่ให้ ใบประกาศ ปวช. ปวส. นั้นทําให้นักศึกษา นักเรียน
ไม่อยู่ในการแก้ไขเลย คุณวัชระ
ท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกตครับ
คือเอาในหลักการเหตุผล เอาแก้เรื่องประกันสังคม เรื่องกองทุน เรื่องการโอนกรรมสิทธิ์อะไรเท่านั้นนะครับ ไม่มีเรื่อง ที่ว่าเด็กไปสอบตก ไปสอบได้ ไม่มีครับ ก็ขอให้เข้าอยู่ในกรอบด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพรับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานนั่นละครับคือหัวใจของคนจน คือหัวใจของคนจนจริง ๆ ครับ ที่เขาไปเรียนแล้วไม่ได้ใบ ปวช. ไม่ได้ใบ ปวส. มาประกอบวิชาชีพเนื่องจากไม่มีเงินจ่าย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอมาทั้ง ๒๒ มาตรานั้น ผมเห็นด้วย โดยหลักการ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าต้องพัฒนาโรงเรียนเอกชนให้ได้ มีความเท่าเทียมเท่ากับโรงเรียนของรัฐบาลให้มากที่สุดเท่าที่กระทําได้ ท่านประธานครับ กระจกเงาเรามีไว้ส่องหน้าให้รู้ว่าดีเด่นเป็นไฉน ครูอยากรู้ว่าครูเป็นเช่นไร จงดูเด็กที่ได้ สั่งสอนมา
เชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนฉบับที่ได้รับการดูแลแก้ไขนะครับ เพราะว่าเป็นการแก้ไข จากปี ๒๕๕๐ ซึ่งถือว่ามันเป็นปัญหากับบรรดาผู้ประกอบการโรงเรียนเอกชน เพราะเนื่องจากว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนนั้นพอเห็นร่างครั้งแรกก็สับสนว่าการที่จะถ่ายโอน หรือการตั้งนิติบุคคลของโรงเรียนเกิดขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติ ก็เกิดปัญหาความสับสนกันว่า ทรัพย์สินหรือสิ่งของต่าง ๆ มันจะไปอยู่ที่ไหน แต่เมื่อมีความชัดเจนขึ้นแล้วก็มีการพูดคุยกัน ในระดับต่อมา จึงทําให้การวิตกกังวลในเบื้องต้นหายไป แต่ที่ผมเรียนนะครับไม่ใช่ทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมยังต้องขออนุญาตว่าสิ่งที่ได้ดําเนินการเพิ่มเติมและแก้ไข ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันต้องดูครอบคลุมนะครับว่าในมาตรา ๒๗ การดําเนินการ ของภาครัฐและการกําหนดในหน่วยงานที่จะส่งเสริมการศึกษาเอกชน ต้องให้เข้าถึงในเรื่อง ของปัญหาก่อน สิ่งหนึ่งผมเรียนว่าการที่ให้โรงเรียนเอกชนนั้นเป็นโรงเรียนช่วยเสริม แล้วก็ให้สร้าง คือเสริมในที่นี้หมายถึงว่าเฉพาะในส่วนของโรงเรียนที่เป็นหลัก ๆ ของโรงเรียนในภาครัฐ โดยการดูแลโดยตรง ในขณะวันนี้มันเต็มและมันแน่น ก็เลยต้องมีโรงเรียนเอกชนเกิดขึ้น ทีนี้ถามว่าเราอุดหนุนเงินให้กับเอกชนส่วนหนึ่งต้องดูว่าเราอุดหนุนแล้วมันเพียงพอไหม เพราะโรงเรียนเหล่านี้จะต้องเป็นโรงเรียนที่จะต้องขยายโอกาส แล้วก็เป็นโรงเรียนซึ่งจะต้อง คิดเทียบว่าโรงเรียนเหล่านี้สร้างเสริมในเรื่องของหลักวิชาความรู้นอกเหนือจากของภาครัฐ ซึ่งมีกฎเกณฑ์กติกาที่ต่างกัน ดังนั้นในเรื่องของการที่จะกระจายหรือการให้ตั้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องขึ้นมา จะเป็นนิติบุคคลก็ตามมันต้องประกอบไปด้วยองค์ความรู้หรือคน ที่เกี่ยวข้องที่สามารถที่จะพัฒนาควบคู่กันไปกับธุรกิจของเขาได้ แต่ถ้าพัฒนาไม่ได้นะครับ ในส่วนของกฎหมายที่จะตั้งขึ้นมาโดยคณะกรรมาธิการท่านต้องไปดูในรายละเอียด แล้วต้อง ลึกลงไปถึงกฎหมายลูกที่จะบังคับใช้ ผมเป็นห่วงตรงนี้ครับ เพราะว่าหลายคนที่เป็นเจ้าของ ธุรกิจเขาเกรงว่าธุรกิจที่เขาสร้างมาจากเล็กมาถึงใหญ่วันนี้กําลังมีปัญหา ส่วนหนึ่งเรื่อง การโอนทรัพย์สินหรือเรื่องของการจัดตั้งนิติบุคคลโดยเปลี่ยนผ่านจากผู้ถือใบอนุญาต ในวันนี้ต้องถามว่าถ้าโดยวิธีการหลักการแล้วก็คือการพัฒนาไปสู่ระบบที่ภาครัฐเองต้องการ คือเข้าไปดูแลควบคุมอีกทางหนึ่ง แต่ในมุมกลับกันเราจะมีวิธีการอย่างไรไหมครับว่าถ้าเกิด การพัฒนาตรงนั้นวันนี้จ่ายแค่รายหัว พอหรือไม่พอไม่รู้คุณไปเรียกเก็บเอาในอัตรา บางคนบอกว่าเรียกเก็บเกินจากตรงนี้ไม่ได้ เพราะกฎหมายควบคุม จะมีทางไหมครับว่า ถ้าเขาจะพัฒนาโรงเรียนในลักษณะของการดูแลที่มากกว่าปกติ จะเขียนเป็นรายละเอียด แล้วส่งเสนอเข้าไปในคณะกรรมการให้คณะกรรมการได้สามารถดูว่าโรงเรียนดังกล่าวนี้ สามารถพัฒนาไปสู่แนวทางวิชาการได้มากขึ้นหรือเปล่า จึงต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือ มากขึ้น เช่น บางโรงเรียนอย่างเช่นโรงเรียนในกลุ่มอัสสัมชัญเขามีองค์ความรู้ทางด้านครู และบุคลากรพอสมควร แล้วก็เป็นแนวทางในการนําในวิชาต่าง ๆ เช่น วิชาภาษาอังกฤษ หรือวิชาวิทยาศาสตร์ที่ทําให้ประเทศของเราได้รับการประกาศยกย่องว่าโรงเรียนเหล่านี้ ไปประกวดทีไรมักจะได้เหรียญกลับมา ทางฟิสิกส์ (Physics) ทางคณิตศาสตร์ ทีนี้ถามว่า ถ้าเกิดการศึกษาดังกล่าวนี้มันต้องมีลักษณะของการเอื้อประโยชน์ คือการเพิ่มเติมในเรื่อง ของการเก็บเงิน ซึ่งผมเรียนว่าวันนี้โรงเรียนเหล่านี้เขาช่วยเหลือตัวเอง พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู เขาส่งเสริมสนับสนุนไป ในเรื่องนี้ต้องดูแล้วว่าเพิ่มเติม ไม่ใช่บอกว่าเราจะไปดูเฉพาะในเรื่อง ของการถ่ายโอน เรื่องของทรัพย์ เรื่องของที่ดิน เรื่องของสิ่งปลูกสร้าง เรื่องของบุคลากร เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันต้องเป็นองค์ประกอบควบคู่กันไป
อีกส่วนหนึ่งนะครับท่านประธาน เรื่องกองทุนที่เกิดขึ้นที่จะต้องมีการหัก แล้วก็บอกว่าในส่วนของกําไรสุทธิ สมมุติว่า ๑๐๐ บาท จะหักต่อเมื่อการเริ่มต้นไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ที่จะมาตั้งกองทุนนี้ อันนี้เป็นส่วนสําคัญนะครับท่านประธาน กองทุนดังกล่าวนี้ สามารถที่จะให้กู้ยืมเงินในระบบของภาคเอกชนได้หรือเปล่า ถ้ากู้ยืมเงินได้หลักเกณฑ์จะทํา อย่างไร เพราะหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้มันหมายถึงว่าคนที่จะใช้และเข้าระบบนี้คือเป็นคนที่จะ พิจารณา เพราะตอนนี้ท่านตั้งให้เกิดเป็นลักษณะของการดูแลที่เท่าเทียมกับอธิบดีคือ คณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชนมีฐานะเทียบเท่ากับอธิบดี เพราะฉะนั้นตําแหน่ง เลขาธิการของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะเกิดขึ้นมาใหม่มันจะต้องครอบคลุมถึงอีกแท่งหนึ่ง ของการพิจารณา และการพิจารณานั้นมันเกี่ยวข้องกับเงินของเขาที่เขาจะต้องถูกหักแล้วตั้ง เป็นกองทุนในการชดเชยหรือดูแลในการกู้ ผมเป็นห่วงว่าลักษณะของการดําเนินการ ในเรื่องดังกล่าวนี้จะมีการดําเนินการในลักษณะอย่างไรเพื่อความเป็นธรรมและถูกต้อง เช่น โรงเรียนใหญ่มันก็ต้องหักเข้าเงินกองทุนเยอะ โรงเรียนเล็กลงไปกองทุนก็อาจจะได้รับเงิน สนับสนุนน้อย แต่การกู้นี้จะกู้ในลักษณะอย่างไรและให้การสนับสนุนแบบไหน อันนี้เป็น ประเด็นนะครับ
อีกส่วนหนึ่งเราต้องยอมรับครับว่าครูบาอาจารย์วันนี้เราขาดทั้งระบบนะครับ ในนี้บอกว่าจะต้องจัด นอกจากการกําหนดให้มีการโอนบรรดาทรัพย์สิน หนี้สินข้าราชการ ลูกจ้าง เงินงบประมาณในส่วนต่าง ๆ ของสถานศึกษาเอกชนเข้ามา อันนี้จะรวมถึงในเรื่อง ของตําแหน่งครูต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าในตําแหน่งอัตราเหล่านี้ ถ้ามองว่ากลุ่มครูเหล่านี้ ไม่ใช่ข้าราชการโดยตรง แต่ถ้าเกิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งผมจะให้ดูว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้พอเกิดปุ๊บ ท่านจะมีอะไรที่ยึดโยงเป็นสิ่งที่จะทําให้กลุ่มครูเหล่านี้ซึ่งเป็นครูเอกชนสามารถที่จะยืนอยู่ ในตัวเองได้ เพราะวันนี้กฎหมายฉบับนี้เพียงแต่ว่าถ่ายโอน ดูแล ควบคุม สนับสนุนนี้รายหัว เท่ากันอยู่แล้วครับ แต่อย่าลืมว่ารัฐเองต้องดูแลการศึกษาทั้งระบบ ถ้าขาดเอกชนก็ไปไม่รอด เหมือนกัน เพราะวันนี้การศึกษาฟรี ๑๕ ปีมันไม่ได้ฟรีจริง ทุกคนทราบนะครับ แล้วก็มีการ เก็บเงิน ฉะนั้นเอกชนเองก็เป็นหน่วยหนึ่งซึ่งบอกกล่าวได้เลยว่าเก็บเงินจริง ๆ ครับ ฉะนั้นการศึกษาถ้าไปครอบคลุมการเรียนของรัฐที่ประกาศชัดว่า ๑๕ ปีนั้น มันไม่ได้ ครอบคลุมถึงเอกชน แต่ต้องให้ช่องว่างตรงนี้สามารถตอบสังคมได้ โดยเฉพาะครูซึ่งเป็น บุคลากร มีการแย่งชิงครูกันครับ ผมเรียนท่านประธานว่ากลุ่มครูที่ภาคเอกชนเขาดูแลอยู่นี้ ลื่นไหลไปสู่ภาครัฐ พร้อมทั้งภาครัฐเองเวลาเออลิ (Early) ไปหรือขาดก็ไม่ได้บรรจุกลับเข้ามา บางทีในช่วงเวลาที่ดึงครูนี้ ดึงเอาดื้อ ๆ ครับท่านประธาน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม กําลังสอนอยู่เขาเปิดบรรจุครูของภาครัฐ ก็ไปบอกกล่าว เพราะเขาต้องการความมั่นคง ฉะนั้นมันมีผลกระทบครับว่าถ้ากลุ่มครูเอกชนภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการถ่ายโอนจริง มีการดูแลจริง ต้องเขียนให้ชัดครับ ต้องเพิ่มเติมว่าจะได้รับอะไร ที่เป็นสวัสดิการนอกเหนือจากเงินเดือนที่เป็นอัตราจ้าง และคิดเทียบเคียงกับที่เราอนุมัติเงิน ไปในลักษณะของครูทั้งประเทศว่ามีแท่งเท่าไร เป็นครูผู้ช่วย ครูชํานาญการ ครูอะไร เหล่านี้ ต้องเทียบเคียงให้ได้นะครับ เพราะท่านเองกําลังดึงกลุ่มครูในภาคเอกชนให้เท่าเทียมกัน ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ อีกส่วนหนึ่งท่านประธานครับ เป็นเรื่องของกําไร ผมคิดว่าวันนี้ถ้าท่าน บอกว่า การจัดแบ่งนี้ ๖๐ : ๔๐ ถ้าคิดเทียบนะครับ ซึ่งก็ยังถกกันไม่ลงตัวเท่าไร เขาบอกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี้ หลังจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีกําไร เอา ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี้คืนกลับไปในการ พัฒนาดูแลโรงเรียน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นี้เอาไปแบ่งให้คณะกรรมการหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นนี้ คนที่เป็นเจ้าของโรงเรียน ท่านประธานเองเป็นเจ้าของโรงเรียนหรือเปล่าผมไม่ทราบนะครับ เราเป็นเจ้าของธุรกิจเราลงทุนมา กว่าจะสร้างชื่อเสียงมา บางโรงเรียน ๔๐-๕๐ ปีครับ บางโรงเรียนต้องกู้หนี้ยืมสินมา สุดท้ายวันนี้หนี้สินก็ยังไม่หมดหรอกครับ ถามว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะไปคืนชําระหนี้หรือถ่ายโอนหนี้มาแล้วจะทําอย่างไร แล้วถ้ามีเงินเหลือนี้ เหลือจากการ ชําระหนี้ ถ้ามันไม่เหลือทําอย่างไร นี่เป็นปัญหานะครับ ไม่เหลือเป็นอย่างไร โบนัส ของครูจะทําอย่างไร เพราะมันมีส่วนต่างที่เกิดขึ้นโดยการจัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมา อันนี้น่าคิด นะครับ ครูจะมีความรู้สึกอย่างไร บางโรงเรียนเป็นโรงเรียนเอกชนที่เป็นโรงเรียน ๒ ภาษา เขาลงทุนเป็น ๑๐๐ ล้านบาท เขามีสเตทเมนท์ (Statement) การกู้ จ่ายเป็นเทอม เมื่อโอน ทรัพย์สิน หนี้สินก็ตามไปด้วย เราจะจ่ายอย่างไร เราจะดูแลอย่างไร แล้วกองทุนที่จัดเก็บนี้ จะเก็บจากสุทธิที่ผมกล่าวถึงนะครับ หักไม่เกิน ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคิดว่าถ้าเขา เป็นหนี้อยู่เขาจะมีเงินกองทุนส่งหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นหนี้มาก ๆ เราจะมีเงินไปอุดหนุน หรือเปล่า อันนี้เป็นประเด็นนะครับว่าจะจัดอย่างไรให้มันเข้าระบบในการที่จะช่วยกันดูแล ยังมีอีกส่วนหนึ่งนะครับ โรงเรียนเอกชนเป็นโรงเรียนนําร่องเรื่องด้อยโอกาส วันนี้ภาครัฐเอง ต้องยอมรับว่าสร้างปัญหาพอสมควร ท่านรัฐมนตรีมาพอดี ไม่ได้อุดหนุนให้เท่าที่ควร ท่านบอกว่าต้องส่งเสริมการเรียนให้เท่าเทียมกัน คําว่า เท่าเทียมกัน ท่านไม่ได้บอกนะครับ คนด้อยโอกาส เด็กพิการ เด็กชาวเขา หรือเด็กที่อยู่ในที่ต่าง ๆ โรงเรียนรัฐบางทีไปไม่ถึงครับ แต่กลุ่มเอกชน กลุ่มมูลนิธิต่าง ๆ ที่เขาไปทํานี้ ถ้ากลุ่มมูลนิธิต้องถ่ายโอนหรือเปล่า เพราะเขาเป็นนิติบุคคลอยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นข้อสงสัยนะครับ จะถ่ายโอนได้อย่างไร แล้ววิธีการ ดําเนินการอย่างไร เพราะบางมูลนิธินั้นไปเช่าที่วัด ไปเช่าที่ของภาครัฐ แล้วจะเอาทรัพย์ ของเขาไปเข้ากับส่วนนี้ได้อย่างไร จะยกเว้นหรือเปล่า แล้วดําเนินการกลุ่มด้อยโอกาส พวกซ้ําซ้อน พวกออทิสติก (Autistic) นี้ต้องใช้ครูจํานวนมาก มากว่าปกติครับ ผมเข้าไป ในบางโรงเรียน อย่างโรงเรียนแถวมีนบุรี โรงเรียนมีนประสาทวิทยา แต่ก่อนรับเด็กออทิสติก เดี๋ยวนี้ลดลงมาครับ เพราะพอเด็กโตขึ้นวิวัฒนาการจากอนุบาลที่เขามาฝากประถมแล้วไปสู่ ระดับมัธยมบางทีเขารับไม่ได้ เพราะวิชาการที่จะดูแลเด็กถ่ายโอนให้ความรู้มันต้องมีครู ที่เป็นครูผู้เชี่ยวชาญ ครูชํานาญการในการสอนต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะต้องเข้าไปดูแลกลุ่มเด็ก เหล่านี้ ไม่ใช่ครูคนเดียวที่จะไปสอนนะครับ มันมากกว่า ๑ คน คืออาจจะ ๒ คน หรือ ๓ คน หรือต้องเฝ้าระวังถ้าเขามีลักษณะที่เป็นมากเกินไป ดังนั้นเงินในการให้การสนับสนุนในส่วนนี้ จะทําอย่างไร เพราะถ้ากลุ่มเหล่านี้เป็นเด็กที่ต้องยอมรับว่าเป็นทรัพยากรบุคคลของแผ่นดิน ถ้าเขาไม่ได้รับการดูแลเบื้องต้นตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งสามารถที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม อาจจะประกอบวิชาชีพด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ ผมต้องฝากว่าคณะกรรมาธิการเอง หรือท่านรัฐมนตรีเองคงจะต้องเป็นประธานในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยหรือเปล่า แต่คงต้องมี รัฐมนตรี ต้องฝากว่าในเรื่องของเงินกองทุนจะช่วยสนับสนุนได้หรือเปล่า และรายหัวในส่วน ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะไม่มีเขียน แต่มันกระทบในเรื่องของการถ่ายโอนตรงนี้ เพราะว่า เป็นบุคลากรส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของครู ทั้งในส่วนของทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านต้องเอาให้มันเข้ากันได้นะครับ และโรงเรียนเหล่านี้ถ้ามีการถ่ายโอนจริง พวกมูลนิธิที่มี การเช่าที่ดินจะถ่ายโอนได้หรือเปล่า การจัดตั้งกองทุนจะรวมถึงการกู้แล้วหักส่วนนี้ออกก่อน หรือเปล่า ถึงจะไปหัก ๓ เปอร์เซ็นต์ใส่ลงไปในกองทุน รวมถึงเงินที่ได้ ๔๐ : ๖๐ จะแบ่ง อย่างไร ซึ่งจะมีปัญหาตามมานะครับ
อีกส่วนหนึ่งท่านบอกว่าไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมในการถ่ายโอนถ้าเกิด ยกเลิกกิจการของโรงเรียนไป จะคืนทรัพย์สินถ่ายกลับไปให้กับเจ้าของผู้รับใบอนุญาต ตรงนี้เป็นปัญหาอีกครับ การรับใบอนุญาตเดี๋ยวนี้ไปขึ้นอย่างนี้ครับ ก็คือผู้ที่จะต้องมีการ สําเร็จวิชาชีพทางครูอยู่ส่วนหนึ่งและมีการผ่านการอบรมอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่การรับ ใบอนุญาตในอดีต บางคนรับใบอนุญาต เขารับใบอนุญาตการจัดตั้งโรงเรียน คือเป็นเจ้าของ เจ้าของที่ดิน เจ้าของอะไร เดี๋ยวนี้เริ่มต่างแล้ว เพราะจะต้องรู้ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. บางที ก็เขียนว่างไว้ว่าเมื่อคนรับใบอนุญาตเป็นองค์ความรู้ที่ออกไป ก็เลยทําให้ใบอนุญาตค้าง หรือห่างไว้ เขาก็เลยให้ครูซึ่งบางทียังไม่ได้อบรมอะไรเอามาเป็นผู้รับใบอนุญาต ตรงนี้ครับ ท่านประธาน พอเวลาเราออกกฎหมายปุ๊บ พวกกลุ่มเหล่านี้จะเป็นผู้รับใบอนุญาต แล้วต้อง มีองค์ประกอบที่จะต้องถ่ายโอนให้ครบกับผู้รับใบอนุญาต เหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าของ หรือเปล่า แล้วพอเวลาถ่ายโอนกลับถ้าเกิดโรงเรียนมันหายหรือทรัพย์สินมีการแบ่ง ยกตัวอย่างโรงเรียนในอดีตนะครับ โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาอยู่ ๆ ก็หายไปเลยกลายเป็น ศูนย์การค้าไป กลายเป็นแหล่งอื่น เขาก็เกิดปัญหา ถ้าเกิดมีในขณะนี้นี่ทรัพย์ต่าง ๆ เหล่านี้จะแก้อย่างไร คนรับใบอนุญาตจะทําอย่างไร นิติบุคคลที่จัดตั้งนี้จะมีปัญหาหรือเปล่า มันล้วนแล้วแต่เป็นปัญหา ซึ่งผมเองคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ดูเหมือนว่าจะดี แต่อาจจะต้องไปสนับสนุนภาคเอกชนให้สามารถดําเนินธุรกิจได้ แล้วเพิ่มอัตราเงินที่มากกว่า ท่านประธานครับ ผมใช้คําว่า มากกว่า นะครับ เพราะตอนนี้ ท่านทํากําไรเขาหายไปนะครับ แล้วท่านมีข้อแม้ว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วไม่จําเป็น หรอกครับที่จะต้องพัฒนาตลอด บางทีโรงเรียนมันอยู่ตัวแล้ว การใช้จ่ายไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็สามารถพัฒนาได้ บางทีเขาคิดว่าโครงการเขาอยากจะขยายโรงเรียน เพราะเอาส่วน ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ใช้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไปขยาย โรงเรียนจะทําได้หรือเปล่า นี่เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะถ้าขาดโรงเรียนเอกชนเหล่านี้ ท่านประธานครับ ผลสัมฤทธิ์ของคนที่จะต้องศึกษาตอนนี้อยู่ในระบบประมาณสัก ๑๑-๑๒ ล้านคน ท่านจะทําอย่างไร ๑๑-๑๒ ล้านคนนี้แยกเป็นโรงเรียนเอกชนเท่าไร ถ้าโรงเรียนเอกชนเหล่านี้ขาดสภาพคล่องจากการที่จะต้องมีการถ่ายโอนทั้งทรัพย์สิน หนี้สิน และหนี้สินที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ในการกู้นี้ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ นี่ครับมันจะมีปัญหา โรงเรียนใหญ่ ๆ ผมไม่เป็นห่วงครับ แต่เป็นห่วงโรงเรียนเล็ก ๆ แต่โรงเรียนใหญ่ ๆ ก็น่าวิตก ว่าเขาสร้าง อย่างโรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โรงเรียนเซนต์คาเบรียล เป็นร้อย ๆ ปีครับท่านประธาน โรงเรียนเหล่านี้นี่เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง การตั้ง คณะกรรมการการถ่ายโอนจะเป็นอย่างไร ไม่ยุ่งเหยิงหรือครับ ทรัพย์นอกจากตัวอาคาร สถานที่โรงเรียนแล้ว เขามีทรัพย์ข้างนอกอีกครับท่านประธาน ที่เขาใส่ชื่อไว้เป็นส่วนรวม สมมุติว่าเขาจะไปซื้อที่ดินเตรียมไว้เพื่อขยายโรงเรียน ๑ ๒ ๓ ต้องมีอยู่ในนี้หรือเปล่า ดึงมาหรือเปล่า และหนี้ที่เขาเกิดขึ้นจะหักถ่ายโอนอย่างไร นี่ต้องคิดเป็นระบบนะครับ ครูบาอาจารย์จะเอาอย่างไร ถ้าท่านจะทําให้แข็งแรงท่านต้องดูทั้งระบบว่าครูเหล่านี้ จะมีมาตรฐานเดียวกับครูอัตราจ้างของรัฐหรือเปล่า ไม่ใช่บอกว่าเงินเดือนพยายามปรับ ให้เขาสูงขึ้น แต่ท่านก็ไปบอกว่าโรงเรียนต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องเติมก็คือ เอาเงินจากกองทุนไปเติมในส่วนที่ขาดได้หรือเปล่า จะขยายไปได้หรือเปล่า หรือจะกู้ แค่กู้ ถ้ากู้อย่างเดียวก็แสดงว่าเขาเป็นหนี้ เพราะเขาต้องเอาเงินส่วน ๔๐ เปอร์เซ็นต์มาเติม ที่เป็นตัวกําไรเขาก็กําไรน้อยลง เพราะโดนหัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก่อนหน้านี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถูกหักไปอีกประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขพวกนี้เป็นตัวเลขเชิงคณิตศาสตร์ แต่เป็นตัวเลข ที่จะต้องวิเคราะห์เป็นเศรษฐศาสตร์ได้ ถึงผลประกอบการของเขา ถ้าเขาทําไม่ได้ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ออกมาไปทําให้เขากระทบ วันนี้มีเพื่อนที่เป็น เจ้าของโรงเรียนกําลังเลิกธุรกิจกิจการนี้ลงอีกเยอะมากพอสมควร มีการแพลน (Plan) งาน ที่จะขยายก็ลดลง โรงเรียนบางโรงเรียนมีงานที่จะต้องทําในเรื่องของการเป็นเลิศในทาง วิชาการ ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของเคมี ในเรื่องของฟิสิกส์ ในเรื่องของคณิตศาสตร์ ในเรื่องของภาษาต่าง ๆ ที่จะต้องเพิ่มมากขึ้นเขาเริ่มชะลอแล้ว ถ้าตอบไม่ได้ผมว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องไปนับหนึ่งใหม่ เพราะเป็นการแก้ไขปี ๒๕๕๐ ซึ่งมันมีปัญหาครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีอย่าเพิ่งส่ายหน้าครับ ผมคิดว่ากระบวนการดังกล่าวที่ท่านวาดฝันไว้ว่า ๑๕ ปี เรียนฟรีนี่มันไม่ฟรี และตรงนี้ยิ่งเพิ่มเงื่อนไขมายิ่งหนักกว่าเก่า ท่านต้องไปเปลี่ยนนะครับ ท่านประธานฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ เรียนไม่ฟรีนะครับ แล้วก็ในส่วนของการเรียน โดยเฉพาะเอกชนเขามีการเก็บเงินนี้ต้องไม่รวม เพราะรัฐบาลบอกว่าเรียนฟรี ๑๕ ปี ต้องแยกด้วย ถ้าไม่แยกไม่ได้ เพราะผมถือว่าท่านอธิบายความในเรื่องของนโยบายผิดพลาด ทําให้ประชาชนสับสนและเข้าใจผิด และผมเป็นห่วงภายใต้กฎหมายฉบับนี้ที่ผมได้กราบเรียน มานี้ ผมเห็นว่าถ้าจะดําเนินการภายใต้การแก้ไขในลักษณะอย่างนี้ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ แล้วก็พิจารณาในเรื่องของกฎหมายอย่างเดียวไม่พอนะครับ ต้องพิจารณาสู่การปฏิบัติ เป็นหมวด ๆ เป็นข้อ ๆ ดังนั้นในการจัดคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมแนะนํานิดหนึ่งครับว่า ต้องแยกการพิจารณาส่วนหนึ่งกับคณะกรรมาธิการที่ลงสู่การปฏิบัติ วิธีการต่าง ๆ ให้ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในเรื่องของครูซึ่งอาจจะมีปัญหา เพราะตอนนี้ครูของเอกชนก็ขาด อยู่แล้ว ครูรัฐก็ขาด แต่ครูรัฐขาดเพราะว่าไม่เพิ่มอัตรา ไม่เอาอัตราเพิ่มให้เขา นักการภารโรง ต่าง ๆ ขาดหมด แต่เปรียบเทียบกันแล้ว ครูอัตราจ้างของเอกชนอัตราเงินเดือนต่ํากว่าครูรัฐ เพราะฉะนั้นเมื่อครูรัฐเองอัตราเงินเดือนปรับใหม่สูง เขาก็จะดึงครูเอกชนเข้าไปบรรจุ ตรงนี้ ก็ขาดอีก แล้วเขาสร้างขึ้นมากว่าจะได้นะครับ กว่าจะอบรม กว่าจะอะไรขึ้นมา ท่านรัฐมนตรี ต้องดูทั้ง ๒ ระบบ จะทําอย่างไรถ้าเกิดจะทําให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันดี ก็ต้องเพิ่ม แล้วก็ สนับสนุนเงินให้สูงกว่าของทางรัฐบาล เพราะรัฐบาลนั้นมีเงินอุดหนุนอาคาร มีเงินอุดหนุน ในการสร้างต่าง ๆ มากกว่านะครับ ภายใต้ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชนก็อุดหนุนได้ เพราะวันที่แล้ว ยังอุดหนุนเงินให้เอกชนทางภาคใต้ที่เกิดพายุ ท่านยังเอาไปซ่อมภูมิทัศน์ไปทําอะไร ตั้งเยอะแยะ ดังนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาต้องเทียบเคียงให้ได้ เพราะถูกถ่ายโอนเข้าไปอยู่ ในส่วนของรัฐแล้ว รัฐเป็นคนดูแล เพราะไปถ่ายโอนทรัพย์ของเขาไป เพราะฉะนั้นทรัพย์ที่ เมื่อมีคนถ่ายโอนเข้าไปอยู่ตรงนั้น ก็ต้องดูแลทรัพย์สินเขาได้ ต้องดูแลงบประมาณให้เขาได้ ต้องปรับปรุงให้เขาได้ แล้วก็ยังเป็นการเอาเงินเขาไปใช้อีกนะครับ กฎหมายฉบับนี้เหมือนกับ ว่าไปเอาเงินที่เขามีกําไรไปช่วยเขาดูแล ดึงเขาไปใช้อีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และบอกว่าให้เขา ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังมีกองทุนที่ตั้งขึ้นมาอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมอธิบาย ทั้งระบบนี้ฝากคณะกรรมาธิการนะครับ นอกจากการพิจารณาในตัวกฎหมายแล้ว ต้องพิจารณาในเรื่องของวิธีการปฏิบัติของกฎหมายว่าจะทําได้จริงหรือเปล่า ถ้าทําไม่ได้จริง แล้วล้ม ระบบการศึกษาของประเทศจะเสียหาย แล้วก็จะเสียหายมาก ถ้าภาคเอกชนทั้งหมด เขาบอกเขาไม่เอาแล้ว ก่อนที่จะถ่ายโอนนี่เขาเลิกกิจการ เลิกใบอนุญาต แล้วขาย กลุ่มนักเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ หรือชะลอตัวไม่รับนักเรียนเพิ่ม มันก็จะกระจุกกลับไปที่รัฐ อีกครับ พอกลับไปที่รัฐแล้วผมถามว่าวันนี้รัฐมีโรงเรียนรับได้หมดหรือเปล่า เดี๋ยวเทอม การศึกษาครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ เพราะรัฐบาลเอง ท่านรัฐมนตรีเองบอกว่าห้ามฝากเด็ก มันก็จะมีปัญหาละครับ ผมฝากเลยว่าถ้าฝากเด็กไม่ได้ กลุ่มคนที่จะมาสนับสนุนโรงเรียน ที่ความเป็นเลิศของท่าน ท่านไปดูตัวเลขสิครับ ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ค่าครูจ้าง ค่าอัตราจ้างต่าง ๆ ท่านก็ไม่ได้อุดหนุนเขาเต็มที่ โรงเรียน ๔,๐๐๐ คน ค่าใช้จ่าย สาธารณูปโภคเป็นล้านบาทครับ เฉพาะอินเทอร์เน็ต (Internet) นี้เป็นแสนบาทต่อปี ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท บางโรงเรียนที่เขาใช้ระบบทั้งระบบ ท่านประธานครับ มันเป็น ส่วนที่ผกผันกันหมด แล้วถ้าเราไปทําให้ระบบเขาเสียในภาคเอกชนซึ่งเป็นภาคสนับสนุน เขาเสีย ภาครัฐรับไม่ได้ ทุกอย่างจะล้มหมดครับ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้สําคัญนะครับ ท่านประธาน ผมเกรงว่าแทนที่จะออกแล้วเกิดประโยชน์กลับได้ประโยชน์ด้านเดียว ในส่วนของรัฐบาล แต่เสียประโยชน์กับภาคเอกชน เพราะเขาเป็นธุรกิจ เมื่อเขามุ่งหวังกําไร เขากําไรไม่ได้ เขาก็ต้องพัฒนาการแข่งขันกันอยู่แล้ว เงินเขาไม่พอ เขาอาจจะหยุดหรือเลิก ธุรกิจ ผมเป็นห่วงครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะตั้งกรรมาธิการอย่างไรก็ต้องดูให้ชัด แต่ถ้าไม่ชัดผมว่า อย่าเพิ่งไปทําดีกว่านะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ก่อนถึงผู้อภิปรายท่านต่อไปนะครับ ในนามของสภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียน จากโรงเรียนสกลวิสุทธิ ที่เข้าอบรมตามโครงการศึกษาและดูงานการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของสํานักงานสาขา พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม จํานวน ๑๐๐ ท่าน ก็ต้อนรับด้วยความยินดี ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระรับหลักการ ต่อไปเชิญท่านอภิชาต การิกาญจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมมีประเด็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การศึกษาเอกชนอยู่ ด้วยเห็นว่า เป็นความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการในการแก้ไขในหลายมาตรา เพราะว่าภาคเอกชนเข้ามา มีส่วนในการจัดการศึกษาเพื่อเสริมรัฐในทุกระดับ ทั้งในระดับก่อนประถมศึกษา ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอาชีวศึกษา การแก้ไข พ.ร.บ. ในครั้งนี้ มันครอบคลุมหลัก ๆ ในหลายมาตรา แต่ผมจะแสดงความคิดเห็นเรื่องเดียว คือการจัดการ การอาชีวศึกษาเอกชน ด้วยเห็นว่าแนวโน้มหลักในวันข้างหน้าที่เราอยากเห็นการจัด การศึกษาที่สมดุลระหว่างการศึกษาสายสามัญกับสายอาชีพเป็นแนวโน้มหลักที่จําเป็น ที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องดําเนินการให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าในปีหน้าจะมีผู้จบปริญญาตรี ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน จะมีอัตรารองรับในการทํางานประมาณ ๓๐,๐๐๐ อัตรา นั่นหมายความว่าผู้ที่เรียนสายสามัญจบปริญญาตรีในทุกสาขา ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และ ด้านสังคมศาสตร์จะมีงานทําในอัตราส่วน ๑๐ คนจะมีคนมีงานทําเพียง ๓ คน แต่ถ้ามามอง แนวโน้มในด้านการอาชีวศึกษาผู้ที่จบ ปวช. และ ปวส. ที่ผลิตได้ทั้งหมดขณะนี้ ทั้งในส่วน ของโรงเรียนในสังกัดของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของรัฐบาลและโรงเรียน อาชีวศึกษาของเอกชนนี้ ผลิตทั้ง ปวช. และปวส. ได้ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่า อัตราส่วนจะอยู่ประมาณ ๔๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้นความจําเป็นที่เราจะต้องทําให้ การศึกษาทางด้านการอาชีวศึกษาหรือด้านอาชีพนี้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากขณะนี้เป็นสายสามัญ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สายอาชีพ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จะมาเป็น ๕๐ : ๕๐ หรือจะมาเป็น ๔๐ : ๖๐ จึงเป็นความจําเป็นที่จะต้องทําให้เกิดขึ้นให้ได้ ถามว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยากหรือไม่ อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่เป็นสิ่งที่ต้องทํา การโน้มน้าวใจ การจูงใจให้บุตรหลานของเรา ได้มาเรียนทางด้านสายอาชีพนี้ก็เป็นความจําเป็นที่ต้องทําให้เกิดขึ้น ในมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้เขามีมาตรการในการจูงใจ ซึ่งผมจะขออนุญาตพูดถึงนะครับว่า มาตรการในการจูงใจ ก็คือกําหนดให้โรงเรียนในระบบที่จัดการศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงใช้คําว่า วิทยาลัย การอาชีวศึกษา แทนคําว่า โรงเรียน เพื่อให้ชื่อของโรงเรียนที่จัดการศึกษาประเภท อาชีวศึกษาสอดคล้องกับหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน และไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่กําหนดให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่สอนระดับปริญญาตรีใช้ชื่อว่า วิทยาลัย มองดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องผิวเผินว่าแค่เปลี่ยนชื่อนี้ มันจะจูงใจได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมคิดว่า พ.ร.บ. นี้ควรจะก้าวไปให้ลึกก็คือเราจะทําอย่างไร ให้เราสามารถสร้างคุณภาพในการจัดการเรียนการสอนในระดับวิชาชีพอย่างแท้จริง สิ่งที่เป็นปัญหาที่เราไม่สามารถจะจูงใจให้ผู้เรียนมาเรียนวิชาชีพมันมีปัญหาอยู่ ๒-๓ ประเด็น
ปัญหาประเด็นที่ ๑ เป็นเรื่องแก้ยากมาก เพราะเป็นค่านิยมในสังคมไทย ที่อยากให้บุตรหลานของเราได้เรียนต่อจนถึงระดับปริญญาตรี การเรียนสายอาชีพจะเป็นขั้น เป็นตอน จบ ปวช. ๓ ปี เรียนต่อ ปวส. อีก ๒ ปี การไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ๒ ปี ขณะนี้ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเขายุบหลักสูตร ๒ ปีไปหมดนะครับ ไม่ว่าจะ เป็นราชมงคล ไม่ว่าจะเป็นพระจอมเกล้าจะใช้หลักสูตร ๔ ปีทั้งหมด นั่นหมายความว่า จะรับผู้เรียนที่จบ ปวช. เข้าไปเรียนรวด ๔ ปี ถามว่าเขายุบเลิกหลักสูตรต่อเนื่องจริงหรือไม่ ถ้าเขาตอบเขาจะบอกว่าไม่ได้ยุบเลิก แต่ใช้การเทียบโอนรายวิชา การเทียบโอนรายวิชา จะไม่มีนักเรียนคนใดหรือนักศึกษาคนใดที่จบ ปวส. แล้วเรียนต่อ ๒ ปีจะจบปริญญาตรี ทางด้านช่างนะครับ อาจจะใช้เวลา ๒ ปีครึ่ง หรือ ๓ ปีถึงจะเรียนจบ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่า ผู้ที่จบ ปวส. ขณะนี้ไปเรียนทางด้านอื่น ทางด้านสังคมศาสตร์ซึ่งไม่ได้เป็นวิชาชีพที่เรียนมา ตั้งแต่ต้นตั้งแต่ ปวช. ปวส. นะครับ ไปเรียนด้านสังคมศาสตร์ ไปเรียนด้านอื่น คือเรียน ด้านไหนก็ได้ที่สามารจะจบปริญญาตรีได้ ซึ่งน่าเสียดายว่าแรงงานเหล่านี้ควรจะเป็นแรงงาน ที่มีคุณภาพมีความเพียบพร้อมมากขึ้น เพราะเมื่อจบ ปวช. จบ ปวส. แล้ว มีประสบการณ์ ในการทํางานแล้วไปเรียนต่อ
ปัญหาประเด็นที่ ๒ ที่เราไม่สามารถจูงใจให้ลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่ไปเรียน วิชาชีพได้ ก็คือความปลอดภัยในชีวิต อันนี้เป็นเรื่องหนักกว่าเรื่องแรกนะครับ พ.ร.บ. การศึกษาเอกชนในการดูแลสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน เราจะทําอย่างไรที่ให้ทุกโรงเรียน ที่ตั้งขึ้นนี้ตั้งขึ้นด้วยความพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิตของลูกหลานของเราได้ ไม่ใช่ส่งลูกไปเรียนแล้วไม่แน่ใจว่าออกจากบ้านตอนเช้า แล้วตอนเย็นจะมีชีวิตกลับมาบ้าน หรือไม่ สิ่งเหล่านี้สําคัญกว่าการเปลี่ยนจากโรงเรียนเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาหลายพัน หลายหมื่นเท่า แสดงว่าความบกพร่องในการอนุญาตให้จัดตั้ง ในการดูแลความพร้อม ของนักเรียนที่จะเรียนวิชาช่าง ซึ่งต้องอยู่กับของหนัก ๆ อยู่กับเสียงดัง จําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีพื้นที่ว่าง มีกิจกรรมที่ดี มีกิจกรรมที่สามารถผ่อนคลายในเรื่องหนัก ๆ ที่เขาเรียน เขาจะได้มีชีวิตที่สามารถสร้างทักษะทางด้านอาชีพได้อย่างแท้จริง
ปัญหาประเด็นที่ ๓ เราจะทําอย่างไรทุกสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนั้น ต้องเน้นว่านอกเหนือจากวิชาการที่เราได้จัดให้ วิชาชีพเป็นความจําเป็นที่นักเรียนที่เรียน ทางด้านอาชีวศึกษาจะต้องสร้างทักษะได้อย่างแท้จริง มีความมุ่งมั่นในการศึกษา มีความมุ่งมั่นในการเรียน มีเป้าหมายของชีวิตว่าเมื่อจบแล้วมีคนมารับเราไปจากที่นี่เข้าสู่ สถานที่ทํางาน มีการฝึกงาน มีเป้าหมายของชีวิต ถามว่าโรงเรียนเอกชนเหล่านี้มีหรือไม่ ที่ ประสบความสําเร็จ มีหลายที่ครับ อาชีวะดอนบอสโกเป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องการ ทะเลาะวิวาทน้อยมาก เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงหรือการแก้ไข พ.ร.บ. ควรจะมี ข้อกําหนดที่กําหนดถึงภาระหน้าที่ที่จะสามารถสร้างเสริมคุณค่าของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงชื่อ เราถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการโน้มน้าวที่จะให้ผู้เรียน ไปเรียนมากขึ้น ปัญหาในเรื่องของการที่จะทําให้โรงเรียนของเอกชนเข้ามามีส่วนในการ เสริมสร้างการจัดการศึกษาของรัฐ เราต้องยอมรับว่าโรงเรียนเอกชนก็ผ่านยุคที่เคยรุ่งโรจน์ แล้วก็วูบลงไป แล้วก็กลับขึ้นมาอีก ถ้าเราจํากันได้สมัยที่เราเป็นเด็กนะครับ พวกเราจะอยู่ ในครอบครัวที่ไปเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเรื่องหลัก เพราะว่าครู อาจารย์ ในยุคนั้น ครูเก่ง ๆ ที่มาสอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นครูในโรงเรียนเอกชน แต่หลังจากปี ๒๕๒๐ ผมคิดว่า เป็นช่วงการเปิดกว้างขนานใหญ่ในการบรรจุครูที่จบระดับ ปริญญาตรีทางการศึกษา เข้าไปเป็นครู อาจารย์ ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ ทําให้ โรงเรียนเอกชนหลายที่หย่อนลงไป ปิดกิจการไป แต่กลับมายุคหลังผมคิดว่าการดูแลในเรื่อง การจัดสรรเงินอุดหนุนจาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นมาเป็นร้อยละ ๗๐ ก็ทําให้โรงเรียนเอกชน ในทุกระดับกลับฟื้นตัวขึ้นมา แล้วก็มีชีวิตชีวาที่จะร่วมกันจัดการศึกษาของชาติ ตามบทบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ และตามแนวทางของแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ สิ่งเหล่านี้เป็นวงจรที่มีขึ้นมีลง แต่การจะให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของ ภาคเอกชน การแก้ไข พ.ร.บ. การศึกษาเอกชนฉบับนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ผมเชื่อว่าจะเป็นการ เติมเต็มในการที่จะทําให้ทั้ง ๒ ฝ่าย คือทั้งฝ่ายรัฐและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการ สรรค์สร้างคุณภาพการศึกษาในทุกระดับที่เป็นความรับผิดชอบตาม พ.ร.บ. นี้อย่างแท้จริง
เชิญ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ผ่านพระราชบัญญัติไปเมื่อปี ๒๕๕๐ ก็ใช้ไปไม่ถึง ๕ ปี ก็มาแก้ไข ๗ หลักการ ผมเสียดายนะครับในมาตรา ๘ นี้ได้ยกเลิกมาตรา ๓๐ ว่ายกเลิก กรรมการบริหารของโรงเรียน ผมคิดว่าการยกเลิกนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน แล้วก็ครูผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนเอกชน พอท่านยกเลิกแล้วสิทธิและเสรีภาพ สิทธิพึงมีพึงได้ของคนที่มาเรียนนั้นเสียผลประโยชน์ ท่านประธานครับ ผู้แทนครู ครูซึ่งเป็น ผู้รับจ้างสอนในโรงเรียนเอกชน เขาไม่มีโอกาสได้เป็นผู้ร่วมบริหารโรงเรียน อันนี้ละครับ จะทําให้สิทธิและเสรีภาพเขาถดถอย ผลประโยชน์ลดน้อยลง ท่านประธานครับ ๗ หลักการ ที่ขอแก้ไขนี้ ผมว่าเกิดประโยชน์กับโรงเรียนเอกชนน้อยมาก มันเป็นดาบสองคมครับ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าโรงเรียนเอกชนนั้นต้องการจํานวนนักเรียน นักศึกษา ที่บ้านผมนะครับ ไปตามหาคนมาเรียนหนังสือ ถึงอยู่ในภูเขา หุบเขา บ้านนอกคอกนาตามมาเรียนหมด เพื่อต้องการหัว ต่อหัว ยิ่งมีนักเรียนมากไม่ต้องมาเรียนก็ได้ เรียน ๆ ชั่ว ๆ เรียน ๆ เล่น ๆ แล้วก็ไปเป็นเด็กแว้นท์ที่ไหนก็ได้ แต่โรงเรียนต้องการหัวของนักเรียน เพื่ออะไรครับ เพื่อมากู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา จะได้มาก แต่ถึงเวลาจับจ่ายให้นักเรียน นักศึกษากู้นั้นไม่ทราบ บางทีก็ได้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งก็หักเป็นค่าใช้จ่าย บางทีได้แค่ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนิสิต นักศึกษา นักเรียนไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้ง เพราะชีวิตขึ้นอยู่กับ โรงเรียน ครูบาอาจารย์ และเจ้าของโรงเรียน ครูผู้สอนถูกไว้ก่อนครับ และต้องไม่งอแง ต้องไม่มีปัญหาถึงจะสอนโรงเรียนเอกชนได้ ยิ่งไปตัดการมีส่วนร่วมของการบริหารโรงเรียน ยิ่งหนักเข้าไปอีก ท่านประธานครับ ผมมองในแง่ร้ายนะครับ จ่ายครบจบแน่ ครูก็ประสิทธิภาพด้อย นักเรียน นักศึกษาก็ต้องการจํานวนหัว เอารถไปรับ เรียนบ้าง ไม่เรียนบ้างก็จบ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนเอกชนต้องการกําไรครับ ผมไม่บอกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดีแล้ว ๘๐ เปอร์เซ็นต์ต้องการกําไร เพราะมีเจ้าของกิจการ เปิดขึ้นมาเพื่อกําไร ท่านไปยกเลิกหลักการ ยกเลิกกองทุน การมีกองทุนนั้น ที่เขาแบ่งเป็น กองทุนต่าง ๆ นั้น เพื่อไม่ให้มุ่งสู่การหากําไรเกินควรของเจ้าของกิจการ โรงเรียนเอกชน ถ้าไร้ซึ่งกฎข้อระเบียบบังคับเพื่อไม่ให้ค้ากําไรเกินควรกับมนุษย์ อันนี้อันตรายมาก ท่านไปยกเลิกกองทุนต่าง ๆ ท่านประธานครับ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ให้ความสําคัญ แล้วก็เป็นอานิสงส์แก่นักศึกษาผู้ยากไร้มาเป็นเวลาหลายปี แต่ปรากฏว่าโรงเรียนเอกชนนี่ละครับ บางโรงเรียนได้ทําให้โรงเรียนเอกชนอื่น ๆ ต้องเสียหาย เสียชื่อเสียง ท่านประธานครับ เจ้าของกิจการใช้เงินผิดประเภท ยกตัวอย่าง ผู้ช่วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการนี่ละครับ เป็นเจ้าของกิจการบริหารโรงเรียนเอกชนอยู่ ปรากฏว่า ใช้เงินสํารองที่เป็นเงินของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาไปประกันการซื้อข้าวจากกระทรวง พาณิชย์ ชัดเจนเลยครับ ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องปลด กลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ นี่คือความหละหลวมของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ที่ปล่อยให้โรงเรียนเอกชนนําเงินร่วม ๒๐-๓๐ ล้านบาท ไปประกันการซื้อข้าวจาก กระทรวงพาณิชย์ โดยไม่คํานึงถึงว่านิสิต นักศึกษาที่เขาเป็นเจ้าของเงินเขาต้องการใช้เงิน เขาจะได้เงินไปใช้ ไปกู้ได้หรือเปล่าไม่ทราบ แต่นําเงินมาใช้ผิดประเภท นี่คือข้อบกพร่อง และ ๗ หลักการที่ท่านขอแก้ไขมานี้ มันครอบคลุมรอบคอบถึงการนําเงินของนักเรียน นักศึกษาไปใช้ผิดประเภทหรือไม่ ท่านประธานครับ หลักฐานมีชัดเจนครับ วันอภิปราย ไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ก็จะต้องถูกนํามาแฉสําหรับกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรี ไม่เกิดประโยชน์สักเท่าไร หรอกครับ ทําไมท่านแก้ทั้งที ทําไมท่านไม่แก้ให้มากกว่านี้ ให้รอบคอบกว่านี้ แล้วไปเอา ตัวแทนครูซึ่งเงินเดือนก็น้อย สิทธิเสรีภาพ เบี้ยหวัดบํานาญอะไรก็ลําบาก ท่านไปลด กรรมการตรงนี้ลงไป ท่านประธานครับ ฝากคณะกรรมาธิการที่จะเป็นในอนาคตนะครับ ว่าให้ช่วยดู ๗ หลักการนี้ให้เป็นประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษา ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้อง จบ ปวช. ปวส. โรงเรียนเอกชน เขาจะได้ความรู้ตามที่เขาต้องการหรือไม่ ครูผู้สอนจะมีชีวิต มีความสุขในการสอนหรือไม่ ผมห่วง ๒ ประเด็นนี้ ผมไม่ได้ห่วงเจ้าของกิจการซึ่งมุ่งหา แต่กําไร ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การที่คณะรัฐมนตรีซึ่งนําเสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันนี้ ท่านให้เกียรติมานั่งฟังสมาชิกให้ความคิดเห็นในวาระรับหลักการกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ ตัวแทนภาคประชาชนได้เสนอร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... ซึ่งความหมายก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมในปี ๒๕๕๐ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาว่าจะรับหลักการไว้พิจารณาเป็นพระราชบัญญัติ ที่จะประกาศใช้ต่อไปหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิก แล้วก็ทางภาคประชาชน ในเรื่องหลักการกระผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ หมายถึงสมาชิกสภาแห่งนี้หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก สภาแห่งนี้จะเป็นกรรมาธิการ กรณีผ่านการรับหลักการไปพิจารณาในระดับชั้นในขั้นที่ ๒ หรือขั้นที่ ๓ ต่อไป ประการแรกสุดในเรื่องหลักการผมเองกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างคณะรัฐมนตรีเองมีทั้งหมด ๗ หลักการ ร่างของเพื่อนสมาชิกก็มีความหลากหลายไป เช่นของท่านนิยม วรปัญญา ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้เสนอมา ๒ ฉบับ ฉบับละ ๒ หลักการ ก็มีหลักการที่แตกต่างกันไป ร่างของท่าน ส.ส. อรุณี และคณะ มี ๑๐ หลักการ ท่านนพคุณ ท่านวิรัตน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามครับท่านประธาน มีอยู่ ๙ หลักการ ของภาคประชาชนที่นําเสนอเข้ามาทั้งหมด ๑๔ หลักการ เหตุที่ผมยกตัวเลขที่ให้ ท่านประธานได้รับทราบนี้ เพราะว่ามันมีความต่างในหลักการที่เราจะต้องพิจารณาว่าเราจะ รับหลักการนี้หรือไม่ ความต่างประการแรกสุดที่ต้องฝากเป็นประเด็น เป็นข้อสังเกตว่าถ้าเรา รับทุกร่างเข้าไปก็เป็นภาระหน้าที่ของกรรมาธิการจะต้องพิจารณาว่าจะมาผสมผสาน หลักการตรงนั้นได้หรือไม่อย่างไร ความต่างประการที่ ๑ ในร่างของคณะรัฐมนตรีเข้าใจว่า สภาแห่งนี้เมื่อรับแล้วก็เป็นธรรมเนียมเสียงข้างมาก ก็ต้องใช้ร่างคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา ความต่างของร่างเพื่อนสมาชิกกับร่างของภาคประชาชนที่เสนอเข้ามานี้ ที่กรรมาธิการน่าจะมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาค่อนข้างมาก ก็คือเรื่องการจัดตั้งสํานักงาน คณะกรรมการศึกษาโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีอยู่ในร่างเพื่อนสมาชิก แต่ไม่มีในร่างของ ครม. ว่าในปัจจุบันสํานักงานศึกษาภาคเอกชนอยู่ในสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดูแลอยู่นะครับ มีเลขาธิการทําหน้าที่ดูแล ร่างของเพื่อนสมาชิกเสนอจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการขึ้นมาเทียบเท่ากับแท่งที่มีอยู่เดิม เช่น สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา และ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คล้ายกัน เพราะตําแหน่งท่านก็บอกว่าเทียบเท่าอธิบดี ประเด็นนี้ผมฝากว่าเมื่อรับไปแล้ว กรรมาธิการจะพิจารณาอย่างไร เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวง ศึกษาธิการ เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เว้นแต่ว่าสภาแห่งนี้ จะมีมติให้ชัดไปว่า รับร่างของ ครม. ไม่รับร่างเพื่อนสมาชิก หรือรับร่างของ ครม. รับร่าง ของเพื่อนสมาชิกในเฉพาะหลักการที่เกี่ยวเนื่องกัน ต้องระบุให้ชัดนะครับประธาน ไม่อย่างนั้นมีปัญหาพิจารณามาก อย่างวันนี้ผมเองต้องเป็นผู้ชี้แจงเรื่องกฎหมายแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่มีปัญหาที่เราช่วยกันอภิปรายนําเสนอ และกรรมาธิการต้องถอนออกไป ไปปรับแก้ เพราะมีการแก้ไขหลักการเข้ามา มีเพิ่มเติม หลักการเข้ามา ประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการที่มีอยู่แล้วมันพอที่จะคุยได้ พูดได้ สามารถ ชี้แจงได้ว่าอยู่ในกระบวนการ แต่ประเด็นที่ไม่เกี่ยวเนื่องเลยซึ่งเราใช้คําว่า ขัดกับหลักการ ที่เรารับไปแล้วนี่มันทําไม่ได้ อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นหลักการ ที่เพิ่มเติมเข้ามาคล้ายกัน ยกเว้นประเด็นนี้ที่ผมเห็นแตกต่างนะครับ เท่าที่ผมดูในร่างของ เพื่อนสมาชิกกับร่างของคณะรัฐมนตรี ในหลักการที่เสนอเข้ามากระผมคงจะไม่ลง รายละเอียดทั้งหมดครับท่านประธาน แต่ประเด็นที่ผมจะยกขึ้นเป็นข้อสังเกต ผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้รับหลักการ ตัวผมเองนะครับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีส่วนร่วมในการเสนอ กฎหมายฉบับนี้หลายท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านนพคุณ ท่านอรุณี หรือคุณพ่อนิยม วรปัญญา เห็นความสําคัญก็ช่วยกันเสนอกฎหมายประกบเข้ามา เพราะฉะนั้นเรื่องของความเห็นชอบในการจะรับหลักการในวาระที่ ๑ หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น หรอกครับ ไม่เป็นปัญหาเลยเรายินดีสนับสนุนครับ ยินดีที่จะรับหลักการ ประเด็นที่ผมเอง กราบเรียนฝากท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา ในลําดับต่อไป เรื่องการที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน นั่นหมายความบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเอกชนไม่ว่าจะเป็นครู ครูใหญ่ ผู้อํานวยการ หรือบุคลากรทางการศึกษาที่ท่านนิยามมาอยู่ตรงนี้ เพื่อจะดึงออกมาจากร่างกฎหมายเดิม หรือเติมเข้าไปในร่างกฎหมายใหม่ สิ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะ เป็นตัวนักเรียนหรือผู้ปกครองหรือผู้ที่เป็นเจ้าของ แล้วก็พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรม เพราะการแก้ไขแล้วถ้าไม่ดีขึ้นกว่าเดิมก็อย่าได้ไปทํา เพราะยุ่งยากมาก แต่เท่าที่ดูแล้ว บทมาตราไม่ว่าจะเป็นแก้ไขเรื่องคํานิยามแก้ไขเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ตรงนี้เป็นประโยชน์ แน่ครับ เพราะว่าท่านไปยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่าจะโอนให้กับสถานศึกษาทั้งในระบบ หรือนอกระบบก็ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือโอนกลับให้กับเจ้าของก็ได้รับยกเว้น ค่าธรรมเนียม นี่เป็นประโยชน์แน่ครับ ตรงนี้คงไม่เป็นประเด็น เรื่องชื่อก็คงเป็นเรื่องที่ ทําด้วยความเหมาะสม กรรมการอุทธรณ์เรื่องทุนสํารองต่าง ๆ การสอบบัญชี ถึงวันนี้ เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ประเด็นที่ผมเพิ่มที่เป็นข้อสังเกตที่พยายามที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ ไปแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่เสียสิทธิ หรือว่าผู้ที่เขาคิดว่าเขาเสียสิทธิในเรื่องกรรมสิทธิ์ในการ ถือครองไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้กับเจ้าของก็มีบทเฉพาะกาลที่เขียนรองรับไว้ให้ หรือบทที่ว่าด้วยการยกเลิกมาตรา ๑๕๙ นั่นหมายความว่าผู้ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนตั้งแต่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ปี ๒๕๒๕ เป็นต้นมา ก่อนปี ๒๕๕๐ ได้รับสิทธิที่จะไม่ต้องโอนให้กับโรงเรียน ได้รับสิทธิที่จะ ไม่โอนทรัพย์สิน เพราะว่ากฎหมาย ปี ๒๕๕๐ บังคับว่าคุณจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทรัพย์สินเหล่านี้ให้กับโรงเรียน เมื่อไม่ต้องโอนแล้วก็มีกระบวนการวิธีการ เช่น การจัดทํา ตราสารเรื่องของคณะกรรมการบริหาร แล้วแต่สถานะของโรงเรียน เช่น ปี ๒๕๕๐ เคยทํา เรื่องการจัดตั้งนิติบุคคลไป ก็ใช้ตรงนั้นเข้ามาเทียบเคียงแล้วก็ทําต่อได้ ก็คือมีกระบวนการ ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลรองรับเพื่อการตรวจสอบ เพราะการตรวจสอบตรงนี้ต้องตรวจสอบ อยู่ในระบบพอสมควร เพราะหลายท่านฐานะที่เป็นสมาชิกแห่งนี้เท่าที่ผมฟังคําอภิปราย ก็เป็นห่วงนะครับว่าถ้าไม่ให้กรรมสิทธิ์ไปอยู่ในระบบที่เป็นนิติบุคคลแล้ว จะมีความมั่นใจ ได้อย่างไร ว่าโรงเรียนแห่งนี้จะไม่ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะแสวงหาผลประโยชน์เข้าส่วนของตัวเอง โดยไม่คํานึงถึงผลกระทบต่อเรื่องการศึกษาของลูกหลานของพวกเรา จัดตั้งไปสัก ๑-๒ ปี มีรายได้ก็ยุบเลิกไป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อห่วงใยนะครับ ฝากกรรมาธิการที่จะต้องเข้าไปดูว่า ท่านจะมีวิธีการตรากฎหมายอย่างไรที่จะมารองรับ ในตราสารนั้นจะต้องระบุอะไรหรือไม่ อย่างไร แต่ว่ามันเป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม อาจจะเป็นข้อสังเกตที่กรรมาธิการเติมไปได้ ในเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์นะครับ แต่ผู้สูญเสียผลประโยชน์ที่เขาสูญเสียผลประโยชน์จริงเขาน่าสงสาร แต่ผู้สูญเสียผลประโยชน์ ที่ไม่จริง แสวงหาผลประโยชน์บนส่วนต่างของช่องว่างกฎหมายนะครับ ผมเน้นนะครับ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนต่างบนช่องว่างของกฎหมาย ก็ต้องหาวิธีการที่จะไปกํากับดูแล หรือตรวจสอบให้ได้ อันนี้ผมฝากไว้ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ การให้สิทธิของบุคคลที่อยู่ในโรงเรียนเอกชนไม่ว่าจะเป็น อยู่ในระบบหรือนอกระบบได้รับการยกเว้น ไม่อยู่ในคุ้มครองของกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่อง ประกันสังคมก็ดี แรงงานทดแทนก็ดี ระบบกฎหมายแรงงานก็ดีก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าบุคคลที่ไม่ใช่ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ที่เขาเคยส่งเงินสมทบกับกองทุนประกันสังคมไว้ตามกฎหมายประกันสังคม ตั้งแต่ก่อนวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ พอมีกฎหมายโรงเรียนเอกชนปี ๒๕๕๐ เข้ามามีผลบังคับใช้ คนเหล่านี้ ต้องถูกจัดมาอยู่ในระบบของโรงเรียนเอกชน จัดอยู่ในระบบของโรงเรียนเอกชน หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าต้องไปยกเลิกการส่งเงินสมทบเข้ากับกองทุน ประกันสังคม ซึ่งเขาก็เสียสิทธิไป แล้วเงินที่เขาส่งเขาก็เสียสิทธิไป อันนี้ก็เป็นการดีครับ บุคลากรที่ไม่เกี่ยวข้องกับครู ครูใหญ่ หรือบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งความหมายบุคลากรทาง การศึกษาท่านก็หมายถึงบุคคลที่เป็นผู้มีส่วนสนับสนุนในเรื่องของกิจกรรมของโรงเรียน เช่น บุคคลที่ไม่ใช่ครู ตามคํานิยามที่ท่านเขียนไว้มี ๕ ประเภท หรือ ๖ ประเภทตามที่ คณะกรรมการจะกําหนด เช่น ผู้ปฏิบัติหน้าที่บรรณารักษ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานแนะแนว ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านเทคโนโลยีการศึกษา ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานทะเบียนวัดผล ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในงานบริหารทั่วไป นี่คือเป็นประเภทบุคลากรการศึกษาที่อยู่ในความครอบคลุม ตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน ร่างกฎหมายเดิมและร่างใหม่ คนเหล่านี้ถือว่าอยู่ในความครอบคลุม เช่น ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงาน หรือประกันสังคม หรือกฎหมายกองทุนทดแทน แต่ว่าบุคคลที่ไม่ใช่คนกลุ่มนี้นะครับ เช่น พนักงานขับรถ คนสวน ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนหรือ อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในโรงเรียนเอกชน ซึ่งเขาเคยถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบที่ไม่อยู่ในความ คุ้มครองของกฎหมายประกันสังคม คนเหล่านี้ได้รับสิทธิจากการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้กลับ ไปสู่ในระบบของกองทุนประกันสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ในระบบหรือ โรงเรียนทั่วไปที่อยู่ในระบบนะครับ โรงเรียนทั่วไปหมายถึงโรงเรียนเอกชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนที่รัฐสนับสนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือโรงเรียนที่รัฐสนับสุนน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือโรงเรียนที่รัฐไม่สนับสนุนเลยแต่เป็นโรงเรียนในระบบ เขาก็มีสิทธิ ที่จะกลับคืนสู่กองทุนประกันสังคมได้ในกรณีที่เขาไม่ใช่ครู ครูใหญ่ หรือบุคลากรทาง การศึกษาของโรงเรียนนั้นเขาก็กลับสู่ประกันสังคม เขาสามารถจะส่งต่อเนื่องแล้วก็นับเวลา ต่อเนื่องได้ อันนี้ก็เป็นประโยชน์สําหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง ความหมายตรงนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมที่แก้ไขเพิ่มเติมอยู่นี้ก็เขียนรองรับว่าความครอบคลุมของ บุคคลที่เข้าสู่กฎหมายประกันสังคมไม่ให้รวมถึงผู้อํานวยการ ครูใหญ่ ครู หรือบุคลากร ทางการศึกษาตามกฎหมายประกันสังคม อันนี้ก็ชัดเจน เพราะว่าท่านนิยามบุคลากรทาง การศึกษาเอาไว้มีแค่ ๕ ประเภทหรืออีกประเภทหนึ่งตามที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งแน่นอนไม่ใช่คนสวน คนรับจ้าง คนงานทั่วไป คนเหล่านั้นก็เข้าไปสู่ประกันสังคมได้ อันนี้คือข้อดี ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ตามที่ภาคเอกชนเสนอเข้ามาก็มีข้อเรียกร้องอยู่พอสมควรที่จะทําให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกัน พิจารณา หรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้ามา ผมเองนะครับกราบเรียนท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่า ไม่ได้เห็นแย้งกับเรื่องหลักการที่จะต้องรับ แต่มีความเห็นต่างนิดหน่อยตรงที่ หลักการที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง ก็ฝากไว้เป็นประเด็นนะครับ พอท่านรับไปแล้ว คณะรัฐมนตรีรับไปแล้ว ยกเว้นร่างของคณะรัฐมนตรี ร่างของเพื่อนสมาชิกกับร่างภาค ประชาชนเขาให้จัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาภาคเอกชนขึ้นมาเลย ก็น่าที่จะลองพิจารณาดูนะครับว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทําอย่างนั้นในกระทรวงศึกษาธิการ จาก ๕ แท่งก็จะเป็น ๖ แท่งไปใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมเองก็เชื่อว่าฝ่ายค้านทุกท่านนะครับที่มีอยู่ขณะนี้ยินดีที่จะรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมและยินดี ให้การสนับสนุน ฝากประเด็นที่ผมอภิปรายไว้เพื่อพิจารณาในลําดับชั้นต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่าน ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒๒ มาตราที่ได้นําเสนอในวันนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มีหลายประเด็น ที่ผมเห็นด้วยในหลักการที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนเอกชนและ ต่อนักเรียน นักศึกษา แต่มีหลายประเด็นที่มองแล้วว่ามันอาจจะเป็นการลิดรอนสิทธิทําให้ เกิดผลกระทบตามมา แทนที่จะเป็นการส่งเสริมการขยายให้มีการแข่งขันกันในเรื่องของ การพัฒนา แต่กลับกลายจะเป็นการลิดรอนทําให้การแข่งขันนั้นลดลง ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านใน ๒ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ ก่อนที่จะไปกล่าวถึงใน ๒ ประเด็นที่ผม จะกล่าวนั้น ก็คือต้องยอมรับกันว่าโรงเรียนเอกชนเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเรามองว่าโรงเรียนเอกชนเป็นการแบ่งเบาภาระ ของรัฐบาล ก็จําเป็นต้องเป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องจัดการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ มีหลายโรงเรียน มีหลายมหาวิทยาลัยที่ทําท่าจะออกนอกระบบ นั่นหมายถึงจากการ อยู่ในระบบของราชการก็จะออกไปสู่นอกระบบ เพื่อที่จะมีการจัดการบริหารที่มีเอกภาพ ขณะที่โรงเรียนเอกชนหลาย ๆ โรงเรียนได้มีการพัฒนาตัวเองจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับ ของสังคมและอยู่ได้นาน มีหลายโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนที่มีปัญหา สร้างปัญหาเหมือนกับ ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้วว่ามีการปลอมแปลงในเรื่องของสร้างตัวเลข ในเรื่อง ของตัวนักศึกษาเอง นักเรียนเอง หรือด้านอื่น ๆ มันก็ย่อมเกิดได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ ในความดูแลของรัฐบาลซึ่งเป็นหน่วยงานที่กํากับเพื่อจะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมใน (๒) ที่รัฐบาล ได้เสนอเข้ามานั้น เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมการโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน และกําหนดเกี่ยวกับการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ให้แก่โรงเรียนในระบบ ประเด็นนี้เป็นเรื่อง สําคัญ เพราะในการบริหารกิจการโรงเรียนเอกชนนั้นกว่าเขาจะได้มาซึ่งโรงเรียน เขาต้อง มีการลงทุน มีที่ดิน มีอาคารเรียน มีอุปกรณ์การเรียนอะไรมากมาย สื่อการเรียนการสอน ในโรงเรียนนั้น ๆ เป็นทรัพย์สมบัติที่เขาหามา เขาสร้างมาตลอดชีวิตของเขาเอง อยู่ ๆ กฎหมายฉบับนี้จะบอกว่าต้องโอนให้กับโรงเรียนผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของ กรรมสิทธิ์ต้องโอนไปให้กับโรงเรียน ขวัญกําลังใจ ความมั่นใจ ถ้าเกิดเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เหล่านั้นไม่มีบุตรหลาน ไม่มีคนที่จะมาบริหารโรงเรียนนี้ต่อ ผลต่อเนื่องจะเกิดขึ้นมานั้น คืออะไร ถ้าเจ้าของที่ดินนั้นมีอันเป็นไป ต้องกราบฝากไปยังคณะกรรมาธิการให้พิจารณา อย่างรอบคอบว่าจะเกิดผลหรือไม่
ประการที่ ๒ เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ผลประกอบการทางธุรกิจอย่าลืมว่า การประกอบธุรกิจโรงเรียนเอกชนเป็นธุรกิจการศึกษา ถ้าเขาไม่มีกําไรเขาก็ไม่ทํา เขาต้อง มีกําไรเพื่ออยู่ได้ ท่านลองไปถามดูสิว่ามีโรงเรียนไหนที่ไม่มีกําไร ไม่มีหรอกครับ แต่เขาทําเพื่อที่จะให้เกิดมีผลกําไร ผลกําไรเหล่านั้นจะสะท้อนย้อนกลับมาที่การพัฒนา ปรับปรุง ขยายกิจการ โรงเรียนไหนไม่มีผลกําไรก็เจ๊ง ไปไม่รอด ไม่มีคนไปเรียน ไม่มีนักศึกษา ไม่มีนักเรียน ก็ต้องปิดกิจการไป แต่โรงเรียนไหนที่ประกอบกิจการ มีผลประกอบการที่ดี มีการจัดการที่ดีก็มีคนไปเรียนเยอะ ผมยกตัวอย่าง อย่างโรงเรียน ใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานครของเรา และมีนักเรียนแห่กันไปเรียนเยอะ ๆ มีการคัดเลือก นักเรียนที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียน อย่างนี้ โรงเรียนเขามีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในการจัดการ แล้วอยู่ ๆ ก็จะไปให้เขาไปโอน กรรมสิทธิ์ที่ดิน โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดให้กับโรงเรียน อันนี้ต้องคิดกันให้ดี แต่ว่า ส่วนอื่น ๆ ก็เป็นประโยชน์นะครับถ้าเรามองในภาพรวม
อีกประการหนึ่งซึ่งผมมองแล้วว่าเป็นเรื่องที่ดี หลังจากที่มี พ.ร.บ. โรงเรียน เอกชน ปี ๒๕๕๐ ซึ่งออกไปแล้วให้ครูบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนนั้นเข้าสู่ ระบบกองทุน บางคนก็มีปัญหาในเรื่องการส่งกองทุน แต่เมื่อมีการแก้ไขในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษาได้มีการเข้าสู่ระบบการประกันสังคมได้ ก็เป็นประโยชน์ เป็นทางเลือกหนึ่ง เป็นเรื่องที่ดีที่จะให้ทางบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนนั้น ได้เข้าไปสู่ระบบการประกันสังคมและต่อเนื่องจากที่เขามีอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในการจัดการโรงเรียนเอกชน ผมมองว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็คือ ๑. เจ้าของกิจการ ๒. ผู้ปฏิบัติการ หมายถึงครู บุคลากรทางการศึกษา ๓. นักเรียน นักศึกษา เราต้องมองในภาพรวมว่าการจัดการศึกษาของประเทศเรานั้น มีการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนนั้นมีเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรการศึกษาทั้งหมด อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นอยู่นอกระบบโรงเรียน การที่เรามีโรงเรียนเอกชนเข้ามาเป็นการเติมเต็มช่วยจัดการทั้งในระบบและนอกระบบ โรงเรียน อย่าลืมว่าการจัดการศึกษาของไทยนั้นท่านรัฐมนตรีเอง ก็ต้องยอมรับว่า การจัดการศึกษาของเรายังไม่ทั่วถึง ยังให้การจัดการศึกษาที่ดีได้ไม่ทั่วถึง ต้องยอมรับตรงนี้ เพราะฉะนั้นเอกชนที่เขามีบทบาทเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้เราต้องดูและเขาให้ดี ต้องส่งเสริม ให้มีการจัดการและมีสวัสดิการ ให้มีคุณภาพทั้งบุคลากร ทั้งนักเรียน นักศึกษา ทั้งการเรียน การสอน ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่านอกเหนือจาก ที่กล่าวในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ก็ต้องฝากว่าการจัดการศึกษานั้นเราจะต้องมุ่งไปที่ คุณภาพให้มากที่สุด นักศึกษา นักเรียนที่มุ่งหวังอยากจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย มีโอกาสไม่มากนักหรอกที่เขาจะสอบเข้าในโรงเรียนของรัฐได้ ยิ่งท่านรัฐมนตรีได้ประกาศ ชัดเจน เขียนป้ายติดหน้าโรงเรียนทุกโรงเรียนห้ามมีการฝาก ผมขอชื่นชมในแนวคิดนะครับ ส.ส. ก็เบาแรงไปเยอะ ไม่ต้องเดือดร้อน ต้องขอชื่นชม เพราะว่าพอถึงฤดูกาลเข้าเรียนเมื่อไร ก็จะเดือดร้อนในเรื่องเหล่านี้ ผู้ปกครองก็จะมาหา โทรศัพท์มาหา ขอร้องให้ช่วยเหลือ ผลักดันให้ลูกหลานของตัวเองเข้าเรียนโรงเรียนที่ดี ๆ มันก็ทําให้สิ่งเหล่านี้ได้ผ่อนคลายลงไป แต่เมื่อมีประกาศออกมาอย่างนี้ก็เป็นความชัดเจนที่ทุกโรงเรียนเขาปฏิบัติ อันนี้เป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องไม่ดี ขอชื่นชมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากโรงเรียนใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงแล้ว ท่านต้องดูแลครับ บางโรงเรียนท่านเชื่อไหมว่าเป็นโรงเรียนของรัฐเอง อย่างวิทยาลัย อุตสาหกรรมการต่อเรือหนองคาย ฝากด้วยนะครับ เป็นวิทยาลัยมีนักเรียนอยู่ประมาณสัก ๑๐๐ คนเศษ ๆ รัฐมนตรีทําอะไรอยู่เคยไปดูบ้างหรือเปล่า ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ใครที่รับผิดชอบ กระทรวงศึกษาธิการแล้วก็กรมอาชีวะไปดูหน่อยครับ ครูมากกว่านักเรียน ผมเสียดาย อาคารเรียนนะครับ เดิมทีเดียวเริ่มที่เขาเป็นโรงเรียนการต่อเรือมีนักเรียนอยู่เป็นพัน ๆ คน เลยนะครับ หลังจากนั้นลดน้อยถอยลง ๆ ไปเรื่อย ๆ เมื่อปีที่แล้วและปีนี้ประมาณสัก ๑๐๐ คนเศษ ๆ ปีหน้าผมว่าไม่เหลือแล้วนะครับ ตรงนี้ฝากท่านด้วยว่าบุคลากร ทางการศึกษาน่าเสียดาย เพราะว่ามีแต่บุคลากรที่มีคุณภาพแต่ว่าการจัดการนี้ผมไม่ทราบว่า มีความผิดพลาดอะไรอย่างไร เปลี่ยนชื่อได้ไหม จากวิทยาลัยอุตสาหกรรมการต่อเรือ บางทีเขามองว่ามันจะไปเรียนเรื่องการต่อเรืออย่างเดียวหรือเปล่า เปลี่ยนชื่อได้ไหม เป็นชื่อ อย่างอื่น เป็นวิทยาลัยนานาชาติอะไรก็สุดแล้วแต่ที่มันจะเอื้อประโยชน์ต่อการใช้สถานที่ ใช้อะไรให้เกิดประโยชน์ ใช้บุคลากรทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมฝากนะครับ ถ้าท่านไม่ทําถ้าพวกเราได้ขึ้นไปเป็นรัฐบาลพวกเราจะทํานะครับ ตรงนี้ท่านต้องรีบทํา ต้องรีบดําเนินการ
อีกประการหนึ่งเรื่องของการที่จะให้โรงเรียนเล็ก ๆ ที่อยู่ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการนี้ แทนที่ลูกหลานจะแห่ไปเรียนโรงเรียนระดับจังหวัด โรงเรียนใหญ่ ๆ ทําอย่างไรที่จะให้โรงเรียนเขาเกิดมีความทัดเทียมในเรื่องคุณภาพ ความรู้สึกนี่เรื่องสําคัญ เรื่องหน้าตาอยากให้ลูกหลานของตัวเองเข้าโรงเรียนใหญ่ ๆ นี่เป็นเรื่องหน้าตา เป็นเรื่อง ความรู้สึกทั้งนั้น ท่านจะต้องแก้สิ่งเหล่านี้ เพราะว่าโรงเรียนเอกชนสามารถทําได้ไหม ในแต่ละจังหวัด ท่านจะเข้าไปจัดการดูแลในเรื่องนี้ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะฉะนั้น ผมก็ขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเข้าไปพิจารณากันในวาระต่อไปนะครับ เรื่องในวาระรับหลักการนั้นผมเห็นด้วย แต่มีข้อติติงและข้อที่จะเพิ่มเติมให้ไปพิจารณาตามที่ ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ ต้องขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าในวันนี้เราได้พิจารณากันในเรื่องของพระราชบัญญัติว่าด้วยโรงเรียนเอกชน คือต้องพูดกันตรง ๆ ว่าโรงเรียนเอกชนนั้นมีมาก่อนโรงเรียนภาครัฐเรา เพราะว่าการเรียน การสอนนั้น หรือการส่งเสริมนั้นภาคเอกชนได้ส่งเสริมทางการศึกษามาก่อนที่รัฐบาล จะดําเนินการ ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ของการศึกษาในประเทศไทย จากการส่งเสริมของ นักการศึกษาในประเทศตะวันตกได้มาขยายการศึกษาในประเทศไทย ผมเองได้มีโอกาส ไปเรียนหนังสือในโรงเรียนเอกชนเช่นเดียวกัน อย่างวันก่อนผมได้กล่าวก็ต้องเรียนว่า ภาคเอกชนบางท่านได้ส่งเสริมการศึกษาโดยแท้ โดยเฉพาะผู้ที่มาจากในภาคตะวันตก ของโลกเรา มาส่งเสริมทางการศึกษาให้กับประเทศไทย แล้วก็จนกระทั่งประเทศไทยได้รับ การศึกษาที่เพิ่มเติมยิ่งขึ้น ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนผมเองได้ลงเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ โรงเรียนปรินส์รอยแเยลส์วิทยาลัย พ่อครูแฮริส ก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่เป็นมิชชันเนอรี่ (Missionary) ได้มาส่งเสริมการศึกษาที่ประเทศไทย นับถึงวันนี้เป็น ๑๐๐ กว่าปีแล้ว ต้องเรียนว่าท่านมานั้นก็เอาเงินทองมาแล้วก็มาส่งเสริม ไม่ได้เอากลับไปสักบาทหนึ่ง นั่นคือ เอกชนที่ตั้งใจในการที่จะให้การศึกษากับลูกหลาน โดยไม่ได้คิดว่าลูกหลานนั้นเป็น ชนชาติเดียวกันหรือเปล่า แต่ถือว่าเป็นมนุษย์โลกเดียวกัน แล้วก็พร้อมที่จะให้การศึกษา ต้องขออนุญาตนะครับ หลักการและวิธีการหรือเหตุผลนั้นก็ต้องมาบอกว่ามันอยู่ที่เราพร้อม จะลดภาระภาครัฐหรือไม่ รัฐต้องการที่จะขยายอํานาจการปกครองหรือเปล่า ต้องการที่จะ ปกครองชนทุกชั้นหรือเปล่า ถ้าเราคิดว่าความรู้ที่เขามี กิจการที่เขามี แล้วก็จะเป็นปัญหา ต่อรัฐ รัฐก็ต้องเข้าไปควบคุมทุกอย่าง ถ้าอย่างนี้ก็ต้องบอกว่าแนวคิดหรือวิธีการของรัฐ ท่านก็ต้องคิดว่าคนอื่นเลวหมด ท่านดีอยู่คนเดียว ทําไมไม่ให้เขาคิดทําของเขาเอง ทําไมไม่ทําให้ รัฐนั้นลดภาระ อะไรที่พอจะช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือ ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ไม่ได้ว่าท่านรัฐมนตรี นะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะหาว่าผมกล่าวว่าท่าน หมายถึงพูดถึงหลักการ แนวคิด วิธีการ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ต้องมาบอกว่าเราจะลดภาระภาครัฐหรือไม่ ให้เอกชนเขาได้ส่งเสริม ตัวเอง ได้ให้เขาปกครองตนเอง ได้ขยายตัวเองให้เป็นคณะกรรมการในการจัดการศึกษา ในภาคเอกชนขึ้นมาแข่งกับรัฐได้ไหม หรือกลัวว่าเอกชนจะทําดีกว่าภาครัฐ แนวคิดทั้งหมด ทั้งหลายจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่านั้น ล้วนแต่ทําให้ประเทศไทยหรือสังคมไทยมันดีขึ้นใช่หรือไม่ นั่นคือคําตอบ แน่นอนที่สุดครับ ภาคเอกชนเขาก็ต้องหาวิธีที่จะแข่งขันกับภาครัฐในเมื่อ ภาครัฐนั้นมีโอกาสในการที่จะได้งบประมาณในการส่งเสริม ก็ขออนุญาตไปเร็วนิดหนึ่งครับ ตรงนั้นก็ต้องมาบอกว่าเราต้องสร้างสํานักงานหรือไม่ ให้กับการศึกษาภาคเอกชนให้เขา ปกครองตนเอง โดยที่รัฐเข้าไปดูแลในบางเรื่อง บางสิ่ง บางอย่าง ให้เขามีคณะกรรมการ ตนเอง ปกครองตนเอง โดยภาครัฐไม่ต้องเข้าไปยุ่งได้ไหม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีคณะกรรมการ ทางการศึกษาในการวัดมาตรฐาน อย่างนี้ก็น่าจะเพียงพอในแนวคิดของผมนะครับ นี่ก็ขอฝากไว้ เพราะว่าโรงเรียนเอกชนมีเยอะนะครับ แล้วก็ผมเชื่อว่าความรู้ความสามารถ เขามีมาก การแข่งขันในระบบทางการศึกษา ผมคิดว่าโรงเรียนภาคเอกชนก็เป็นหนึ่ง เช่นเดียวกับภาครัฐก็เป็นหนึ่งเช่นเดียวกันครับ ไม่มีใครด้อยกว่ากัน ที่ด้อยกว่ากันนั้น เป็นเพราะว่าโอกาส เป็นเพราะงบประมาณในจํานวนที่น้อย ผมขออนุญาตกราบเรียน ไปเรื่องงบประมาณในการส่งเสริม ท่านรัฐมนตรีก็ดีครับ พอดีเจ้าหน้าที่เขาไปเซิร์ท (Search) ข้อมูลให้ ก็ต้องเรียนว่าอย่างนี้ครับ ระเบียบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการท่านก็ไป ส่งงบประมาณเพิ่มขึ้นให้โรงเรียนภาคเอกชน แล้วก็ภาครัฐปรับใหม่ ดีครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าอนุบาล ๑,๗๐๐ บาท ประถม ๑,๙๐๐ บาท มัธยมต้น ๓,๕๐๐ บาท มัธยมปลาย ๓,๘๐๐ บาท ขออนุญาตกราบเรียนครับ ตัวเลขนี้ต้องบอกว่าไม่ว่า ภาคเอกชนหรือภาครัฐบาล ผมว่าน้อยไปครับท่านประธาน ที่บอกว่าน้อยไปนี้ไม่ใช่ว่าผมอยู่ ฝ่ายค้านแล้วบอกน้อยไป เอาความเป็นจริงครับ ผอ. โรงเรียนแต่ละ ผอ. บริหารอย่างไร ไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชน ผมคิดว่าบีบรัดจนเรียกว่าไม่มีก็ต้องขอบริจาค แล้วท่านก็บอกว่า ฝากไม่ได้ นักเรียนฝากไม่ได้อีก โรงเรียนก็ต้องไปพึ่งพากับอะไร ไปพึ่งพากับศิษย์เก่า ศิษย์เก่าก็ต้องเป็นตัวหา เป็นคนดําเนินการ ไม่อย่างนั้นโรงเรียนก็แย่ มาตรฐานก็ขาด ทําให้ชื่อเสียงไม่มี คนที่เสียหน้าที่สุดผมคิดว่าไม่ใช่ท่านรัฐมนตรีครับ ตอนนี้ถ้าเราพูดกันไปนี้ การศึกษาประเทศไทยเรามาตรฐานลดลงนะครับ ลดลงไม่ใช่เป็นเพราะเด็กนะครับ แต่เป็น เพราะว่าในส่วนของการสนับสนุนนั้นเรามีน้อยเกินไปหรือเปล่า ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าในเรื่องของงบประมาณนี้ความแตกต่างมัธยมศึกษาตอนต้นกับ มัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้นกับมัธยมศึกษาตอนปลายนี้ท่านไปดูนะครับ ๓,๕๐๐ บาท กับ ๓,๘๐๐ บาทนี้ผมคิดว่ามันต่างกันมากนะครับ มัธยมตอนต้นกับมัธยมตอนปลายนี้เรียนคนละเรื่องนะครับท่านประธาน แต่งบประมาณนี้ ต่างกันแค่ ๓๐๐ บาทเท่านั้นเอง ๓,๕๐๐ บาทกับ ๓,๘๐๐ บาท ท่านประธานมันต่างกันแค่ ๓๐๐ บาทเอง ในขณะเดียวกันผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งครับ ในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าอยากจะเห็นการศึกษาของประเทศไทย เรานี้ให้มีความก้าวกระโดดให้มันทัดเทียมกับนานาชาติหรือของโลกให้ได้ อยากจะเรียนอย่าง นี้ว่าโดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาสที่ไปสร้างกันไว้เยอะแยะหมด ขยายโอกาสที่นั่นที่นี่ โรงเรียนมัธยมหรือโรงเรียนประถมในตัวเมือง ถ้าท่านเอาหลักคิดมาคิดในตัวเมืองที่มีห้องเต็ม ในขณะนี้ห้องเต็ม เต็มจนกระทั่งอัดขยายเป็น ๔๐ คน ๔๕ คน เป็น ๕๐ คน ๕๓ คน ๕๕ คน ท่านก็เอาจํานวนต่อหัวมาคิด แล้วก็มาแบ่งเจียดจ่ายค่าใช้จ่ายครูอะไรก็ตามแต่ มันก็ ลดจํานวนได้ แต่ท่านลงไปดูโรงเรียนขยายโอกาสสิครับ หรือโรงเรียนที่อยู่ในภาคที่โรงเรียน ชั้นที่มันไม่เต็ม มี ๑๕ คน มี ๑๐ คน มี ๑๒ คน มี ๒๕ คน อย่างนี้ถามคําถามว่าแล้วจะ บริหารกันอย่างไร คุณภาพจะเอาตรงไหน สิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่ามันไม่ใช่ต่อหัวต่อคนเท่านั้น ท่านประธาน หลักคิดและวิธีการคิดก็คงต้องบอกว่าเราจะทําอย่างไรให้เด็กนั้นได้มีโอกาส ศึกษาให้มันเต็มจํานวนในเรื่องของการที่ขยาย ในเรื่องของความรู้ ความสามารถ สิ่งเหล่านี้ คือฝากท่านรัฐมนตรีไปดําเนินการเสียด้วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองคงขออนุญาตกราบเรียนท่านไว้ พอสมควร แต่ขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ขอกลับมานิดหนึ่งครับท่านประธาน ความจริง ก็เร่งรีบนะครับ ส่วน ปวช. นั้นได้ ๖,๕๐๐ บาท ได้ ๔,๙๐๐ บาท ได้ ๕,๕๐๐ บาท ได้๖,๒๐๐ บาท ได้ ๕,๙๐๐ บาท บางที่ได้ ๑๑,๙๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้นะครับ คําถามคือเราให้ ความแตกต่างอย่างนี้ได้อย่างไร คือถ้าเราจะให้มัธยมนี่ ปวช. มันต้องเทียบเท่ากัน เมื่อมัน เทียบเท่ากันก็ต้องให้จํานวนให้เต็ม สมมุติว่า ปวช. ได้ไปสัก ๖,๐๐๐ บาท มัธยมศึกษา ตอนปลายก็ต้อง ๖,๐๐๐ บาทเหมือนกัน เพราะเรียนเท่ากันครับ มันต้องเท่ากันสิครับ ไม่เท่ากันผมก็ไม่เข้าใจครับ แล้วเด็กเหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนครับ มัธยมศึกษาตอนปลายเราก็ต้องบอกว่ามันมีทั้งเรียนที่จะต้องไปใช้ในระดับปริญญาตรีที่สูงขึ้น เพื่อที่จะเป็นผู้บริหาร พูดง่าย ๆ โดยสรุปก็คือเป็นครูบาอาจารย์ เป็นผู้บริหาร เป็นอะไรก็ตามแต่ ในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เราไม่ส่งเสริมคนนั้นคนนี้ แต่ว่าเราต้องส่งเสริมให้เสมอเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ก็ขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีไว้นะครับว่าขอให้เท่ากันครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน เอาเท่านี้แล้วกันครับ
ต่อไปเชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหานะครับ วันนี้ผมจะอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ แต่จะ ตั้งข้อสังเกตโดยยึดฉบับของรัฐบาลนะครับ โรงเรียนเอกชนในอดีตกับปัจจุบัน อยากกล่าวถึง ในอดีตก่อนนะครับ โรงเรียนเอกชนในอดีตอยู่บ้านนอกกับอยู่ในเมืองมีความแตกต่างกันมาก กระผมเองเป็นคนหนึ่งที่เป็นนักเรียนโรงเรียนเอกชน เรียนจนจบ ม. ๖ จนได้ไปศึกษาต่อ วิชาชีพครูก็มาเป็นครูแล้วก็มาเป็น ส.ส. นี่ละครับ อยู่โรงเรียนเอกชนตลอด ไม่ลืมบุญคุณ โรงเรียนเอกชน ผมถึงสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ ในอดีตโรงเรียนที่ผมเคยเรียนอยู่นั้น ผมสังเกตจากการบริหารของผู้มีอํานาจที่เหนือกว่าโรงเรียน รู้สึกว่าการบริหารสมัยก่อนนี้ บีบคั้นโรงเรียนเป็นอย่างมากเลย ครูบาอาจารย์ไม่เป็นอันที่จะสอนเด็กนักเรียน รู้สึก ความเป็นเจ้านายมากเหลือเกินในการไปตรวจสอบโรงเรียนเอกชนในอดีตนะครับ บางโรงเรียนก็มีปัญหา เท่าที่ศึกษาทบทวนย้อนหลังไปนะครับ หลายท่านอภิปรายไปว่า บางโรงเรียนก็มีการทําบัญชีผีบัญชีอะไรนั้นนะครับ เรื่องเงินเรื่องอะไรก็ตาม นั่นหมายความว่า สมัยก่อนนั้นไม่มีการสนับสนุนโรงเรียนเอกชนเท่าที่ควรมันถึงมีปัญหา เรื่องรายหัว รายอะไรไม่มีนะครับ แต่มายุคปัจจุบันนี้ก็มีรายหัวนักเรียน พอมาพูดถึงรายหัวนักเรียน มีหลายท่านอภิปรายไปแล้วบอกผมเสริมไปอีก ผมก็ได้รับข่าวมาเหมือนกัน แม้แต่โรงเรียน ของรัฐบาลระดับอาชีวศึกษาหัวละ ๖,๐๐๐ กว่าบาท เขาว่าให้เด็กนักเรียนหรือให้สถาบันเขา ไปแค่ ๓,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นใน ๖,๐๐๐ กว่าบาท ที่เหลือไม่รู้หายไปไหน อันนี้ลองไป ศึกษาดูนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ อันนี้ผมได้รับการร้องเรียนมาผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ แต่ก็อยู่ในบังคับบัญชาของท่านนะครับ จริง ๆ ผมอยากอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียด้วยซ้ํา บังเอิญพรรคของผมเขาเอาออกไปก็เป็นบุญของท่านไปนะครับ ผมตั้งใจทําซีดี (CD) เสร็จหมดแล้ว เรื่องนี้เรื่องน่าอายมากที่ว่าเงินรายหัวเด็ก ๖,๐๐๐ กว่าบาท ให้สถาบันเขาแค่ ๓,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้ของรัฐนะครับผมไม่พูด ถ้าเอกชนผมว่าเอามากกว่านี้หรือไม่ ผมไม่ทราบ ถ้ามี อันนี้ไปติดตามดูครับเป็นเรื่องน่าอายของกระทรวง ผมเป็นครูผมก็รัก กระทรวงศึกษาธิการไม่อยากให้ใครไม่รู้เรื่อง ๆ กระทรวงศึกษาธิการมาทําให้กระทรวง ศึกษาธิการเสียหาย ผมเป็นอดีตครู เป็นศึกษานิเทศ ผมรักอาชีพครูนะครับ ผมไม่อยากให้ หลาย ๆ คนมาทําให้สถาบันทางการศึกษาเราเสื่อมเสียนะครับ นี่ครับพอมาถึง ร่างพระราชบัญญัตินี้ผมก็อยากแสดงความคิดเห็นในบางจุดที่ไม่ซ้ํากับเพื่อนฝูงที่ได้อภิปราย ไปแล้ว โดยเฉพาะผมยึดร่างของรัฐบาลนะครับ เอาเรื่องมาตรา ๓ ยกเลิกมาตรา ๔ คําว่า บุคลากรทางการศึกษา หมายความว่าผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งทําหน้าที่ให้การบริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศและการบริหาร การศึกษาในโรงเรียน ผมว่าคําว่า ได้แก่ เอาออกได้ไหม คือผมว่าอันนั้นมันคนละเรื่องกัน ผู้สนับสนุนการศึกษาทําหน้าที่ในการบริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียน การสอน การนิเทศและการบริหารการศึกษา ได้แก่ อันนี้ ได้แก่ มันคนละเรื่องเลยนะครับ มันไม่ใช่เรื่องการสอนนะครับ อย่า ได้แก่ นะครับ มันคนละเรื่องกัน ตัด ได้แก่ ออก น่าจะเพิ่มว่าให้หมายความรวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่บรรณารักษ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานแนะแนว ผู้ปฏิบัติหน้าที่เทคโนโลยีการศึกษา ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานทะเบียนวัดผล ผู้ปฏิบัติหน้าที่งาน บริหารทั่วไปหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการกําหนด
ท่านสมคิดครับ ตรงนี้เอาไว้ในชั้นแปรญัตตินะครับ ท่านมีสิทธิจะแปรญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ ตอนนี้เอาหลักการครับ
เพราะเห็นแล้วมันขัดสายตาครับ ก็เลย อธิบายให้เห็นหน่อย เพราะว่ามันคนละเรื่องกันนะครับ คือพูดถึงเรื่องอื่น การเรียนการสอน การบริหารการนิเทศแล้วมา ได้แก่ เป็นเรื่องอื่นเลย มันคนละเรื่องกัน มันต้องหมายความ รวมถึงนะครับ อันนี้ผมก็ขอแนะนําตรงนี้ตั้งข้อสังเกตให้นะครับในเรื่องความหมาย แล้วก็ เรื่องเกี่ยวกับการโอนการอะไรพวกนี้ผมก็ไม่ติดใจนะครับ ในการโอนกรรมสิทธิ์พวกนี้ก็เพื่อ ความคล่องตัวในการบริหารโรงเรียน แต่ผมอยากเสนอ อยากย้ําว่าโรงเรียนเอกชนแค่เขา มาจัดการศึกษาเอกชนช่วยรัฐบาล ผมก็ว่าสุดยอดแล้ว เราจะทําอย่างไรจะให้ความคล่องตัวของการบริหารโรงเรียนเอกชนนี้ให้คล่องตัวขึ้น เช่น แค่เขามีที่ดินมาให้สร้างอาคารเรียนนี้ รัฐบาลน่าจะส่งเสริมทุกอย่างเหมือนโรงเรียนรัฐบาล ทุกอย่างเลย ไม่ใช่เขียนกฎบังคับอะไรต่าง ๆ เพื่อจะบังคับโรงเรียนเอกชนจนเขาทําอะไร ไม่ได้ แค่มีวิญญาณว่าจะเสียสละอุทิศทรัพย์สินในการจัดการศึกษาก็สุดยอดแล้ว โดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครในเมืองอย่างนี้หาที่จะสร้างโรงเรียนให้ลูกหลานยากมาก แค่โรงเรียน เอกชนเขามีที่มีอะไรให้ทํา ผมว่าน่าจะสนับสนุนเต็มที่ เรื่องนี้ผมไม่ขัดข้องนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็เกี่ยวกับเรื่องคณะกรรมการ ผมอยาก เสนอว่าคณะกรรมการวินิจฉัยนี้อยากเสนอให้เพิ่มเติมว่าควรจะมีรองผู้อํานวยการเขตพื้นที่ การศึกษา ท่านเอาประธานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามานี้คนละเรื่องเลย ถ้าเอา ก็ไม่เป็นไร ประธานบางทีเป็นชาวบ้านเฉย ๆ เขาไม่รู้เรื่องการศึกษาเลย บางทีมาโดยอํานาจ อะไรไม่รู้ เพราะฉะนั้นคนที่มีตําแหน่งโดยตรงน่าจะเอาเขามามีส่วนร่วม คือรอง ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมายจาก ผอ. เขตเข้ามาอย่างนี้น่าจะชัดเจนกว่าที่จะเอา คนอื่นเข้ามาร่วม อีกส่วนหนึ่งเอาอัยการเข้ามานี้เป็นอย่างไร อัยการเกี่ยวข้องกับโรงเรียน อย่างไร ผมก็งง ๆ อยู่ หรือผู้ที่ร่างกฎหมายมีแฟน หรือมีภรรยา มีสามีเป็นอัยการ ผมว่า ไม่เกี่ยวข้องเลยไม่เห็นความจําเป็น ถ้าเอาอัยการทําไมไม่เอาผู้พิพากษาเข้ามาอีก ผมสงสัย ไม่รู้ว่าอัยการมีความจําเป็นอย่างไร ถึงเอาอัยการมาเป็นคณะกรรมการ ผมว่าไม่เห็นจําเป็น นะครับ
สําหรับสิทธิต่าง ๆ ของครูบาอาจารย์ขอให้ทําดีกว่าเดิมก็แล้วกัน เท่าที่ เป็นมาครูเอกชนนี่ด้อยกว่า อันนี้ผมหมายถึงทั่วไปนะครับ ไม่ได้หมายถึงเอแบคนะครับ ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนดัง ๆ ในกรุงเทพมหานครนะครับ เอกชนทั่วไปหมายถึงโรงเรียน ปอเนาะด้วย ครูโรงเรียนปอเนาะ เงินเดือนกี่บาท ผมไม่ใช่อิสลามแต่ผมก็ฟังมาตลอด ผมเป็นกรรมการชายแดนภาคใต้ ผมก็ไปรับฟังปัญหาพี่น้องครูปอเนาะเหมือนกันว่าเขา ไม่ค่อยมีศักดิ์ศรีเท่าไรในเรื่องค่าตอบแทน ค่าสวัสดิการ ครูเอกชนตามต่างจังหวัดเหมือนกัน หลายคนพูดไปแล้ว คือค่าตอบแทนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเซ็นเบิกเต็มตามอัตรา แต่ค่าตอบแทนจริง ๆ ไม่เป็นอย่างนั้น ทําอย่างไรจะให้ครูเอกชน ไม่ว่าระดับประถม มัธยม อาชีวะก็ตามหรือระดับมหาวิทยาลัยก็ตาม ที่อยู่ข้างนอกออกไปจากเมืองใหญ่นี้เขาไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ทําอย่างไรข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษาของรัฐนี้เราขึ้นเงินเดือนให้ เขาไม่นอนน้ําตาไหลอยู่หรือ มีใครคิดไหมที่จะให้เงินเดือนของเขาเท่ากัน หรือมากกว่า ตามคุณภาพของโรงเรียน อย่างนี้น่าจะพิจารณา ผมก็ฝากความหวังกับท่านรัฐมนตรี ผมว่า ท่านตั้งใจทํางาน ผมพยายามหลีกเลี่ยงท่าน ไม่พูดถึงท่านเพราะเห็นว่ามีความตั้งใจ แต่ลูกน้องท่านดูแลนะครับ เรื่องอาชีวะมันมีหลายแห่ง หลายโรงเรียนผมก็แปลกใจว่านักเรียนไม่ถึงร้อย แต่อาจารย์ มากกว่า นี่มันอยู่บ้านผมท่านพงศ์พันธ์ก็อภิปรายไปแล้ว ผมไม่พูดซ้ํา ทําอย่างไรสวัสดิการ ครูบาอาจารย์ นักเรียน ผมอยากให้ทางรัฐบาลให้ความสําคัญ เด็กนักเรียนมีอุปกรณ์อย่างไร รัฐบาลน่าจะจัดเป็นพื้นฐานให้เขาเหมือนกัน ท่านจัดโรงเรียนดี ๑ ตําบล ผมถามโรงเรียน เอกชนดี ๑ จังหวัด ๑ โรงเรียนมีไหม ให้ทุนเขาไปเถอะ ท่านให้ ๑๕ ล้านบาทต่อโรงเรียน รัฐบาล ให้โรงเรียนเอกชน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทได้ไหม ในเรื่องอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน ผมว่าไม่มีใครว่านะครับ เพราะมันเป็นการพัฒนาคน บางคนโอกาสไม่เหมือนกัน เกิดมา เลือกเกิดไม่ได้ อย่างผมเองเรียนโรงเรียนเอกชนมาตลอด เพราะเรายากจนอยู่บ้านนอก ต้องเรียนโรงเรียนเอกชนครับ โรงเรียนวัดครับ ไม่ได้เรียนโรงเรียนดัง ๆ หรอกครับ ถ้าผม ได้เรียนโรงเรียนดี ๆ ผมอาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็ได้ ผมเรียนโรงเรียนวัดครับ ไม่อายเลย ผมก็ขอให้ผู้มีอํานาจโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี คณะรัฐบาลนี้ให้ความสําคัญ ในการศึกษา ไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน ขอบคุณมากครับ
ต่อไป จะเป็นท่านสมัย เจริญช่าง แต่ขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ขอต้อนรับคณะชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลกระทุ่มแบน และชมรมผู้สูงอายุตําบลท่าเสา อําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่เข้าอบรมโครงการศึกษาดูงานการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ของสํานักงานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสาคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ขณะนี้เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงเรียน เอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระรับหลักการ เชิญท่านสมัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎร และขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนท่านผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในภาคประชาสังคมที่ตระหนักถึงการศึกษาของชาติ และต้องขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุวาระเรื่องของโรงเรียนเอกชนเข้าสู่การประชุมในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ต้องเรียนกับท่านประธานว่า การศึกษาของเราที่จะเจริญรุดหน้ามาได้ จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย คือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จะเห็นได้ว่าการที่มีโรงเรียนเอกชนนั้นก็เป็นผลดีต่อสังคม ต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง เพราะเนื่องจากประการแรก โรงเรียนเอกชนนั้นช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการ จัดการศึกษาให้กับทรัพยากรของประเทศชาติ ก็คือบรรดานักเรียน นักศึกษา ถ้าหาก ไม่มีโรงเรียนเอกชนแล้ว เราก็คงจะพบความจริงประการหนึ่งว่า รัฐเองไม่สามารถที่จะ จัดการศึกษาให้กับลูกหลานพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ ในเรื่องของสถานที่ในการก่อสร้างโรงเรียน หรือในเรื่องของงบประมาณในการก่อสร้าง อาคาร ตลอดจนในเรื่องงบประมาณในการบํารุงรักษาในหมวดของอาคารสถานที่ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นภาระที่รัฐต้องแบกรับเป็นจํานวนมาก จะขออนุญาต ยกตัวอย่างว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศ เป็นเมืองหลวงของประเทศ ในขณะนี้มีหลายพื้นที่ที่ไม่มีโรงเรียนของรัฐบาลที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับลูกหลานของพี่น้อง ประชาชน เพราะหาสถานที่ไม่ได้ รัฐตั้งกําหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่าการสร้างโรงเรียนนั้น ต้องสร้าง ในที่ดินที่มีผู้บริจาคให้ หรือสร้างในที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ไม่พยายามที่จะ ดําเนินการในการจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างอาคารเรียน ก็ปรากฏว่าในกรุงเทพมหานคร ในบางพื้นที่บางเขต เช่น เขตคันนายาว ซึ่งมีเนื้อที่อยู่ประมาณ ๑๘ ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่จํานวน ๘๖,๐๐๐ กว่าคน หรือในเขตคลองสาน เขตเหล่านี้ไม่มีโรงเรียนมัธยม ของรัฐ เพราะเนื่องจากหาที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ไม่ได้ แล้วก็หาที่ที่ราษฎร หรือประชาชนผู้มีจิตกุศลจะบริจาคที่ดินให้กับทางราชการก็หาไม่ได้เช่นเดียวกัน ก็ได้อาศัย โรงเรียนเอกชนนี่ละครับที่ทําให้ลูกหลานของพี่น้องประชาชนได้มีสถานศึกษา ได้ศึกษา เล่าเรียน นั่นเป็นประโยชน์ประการที่ ๑ ที่จะต้องขอขอบพระคุณท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการจัดการศึกษาเอกชนในประเทศนี้
ประการที่ ๒ โรงเรียนเอกชนมีประโยชน์เพราะเนื่องจากเป็นการศึกษา ทางเลือก แล้วก็เป็นโอกาสที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคคือผู้รับการศึกษานั้นสามารถที่จะเลือก แสวงหาแหล่งความรู้โดยเสรีโดยไม่จําเป็นว่าจะต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนของรัฐบาล เช่น ผู้ปกครอง หรือความสนใจของนักเรียนบางส่วนต้องการที่จะเรียนรู้เอาความเป็นเลิศในเรื่อง ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ ในโรงเรียนของรัฐเองเราก็จัดให้ได้ในระดับมาตรฐาน ทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าต้องการความเป็นเลิศเหล่านี้ก็สามารถแสวงหาได้จากสถานศึกษาเอกชน เพราะฉะนั้นเมื่อมีโรงเรียนเอกชนก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ประสงค์จะแสวงหาการศึกษา ทางเลือกเพื่ออนาคตในการประกอบอาชีพ แต่ในขณะเดียวกันครับกระผมขออนุญาต ได้เรียนต่อท่านประธานว่าสิ่งที่เป็นห่วงเป็นใยที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาเอกชนที่ขออนุญาต ได้ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่ดูแลเรื่องการศึกษาของชาติ ตลอดจน คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้เข้าไปทําหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ก็มีอยู่สัก ๒–๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนเอกชน เราต้องยอมรับครับว่าโรงเรียนเอกชนนั้นมีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ คุณภาพมาตรฐาน การศึกษาเหนือไปจากมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนรัฐบาล อันนี้เป็นที่สุดยอดนิยมของ พี่น้องประชาชนต้องการจะนําบุตรหลานเข้าไปฝากเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ เพราะเมื่อเรียน ออกมาแล้วผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษามีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดแรงงานหรือ ตลาดวิชาการในการจะศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไป กับอีกกลุ่มหนึ่งครับก็คือโรงเรียนเอกชน ที่มาตรฐานต่ําไปจากมาตรฐานของโรงเรียนหรือสถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนในกลุ่มนี้ จําเป็นครับที่ควรจะต้องได้รับการพัฒนา ได้รับการเยียวยา และได้รับการเอาใจใส่ จากสํานักงานที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาเอกชนที่เราเรียกกันว่า สช. สช. คงไม่ได้ หมายความว่าจะทําหน้าที่เหมือนกับกรมทะเบียนการค้าในการที่จะออกใบอนุญาตให้มีการ จัดตั้งสถานศึกษาอย่างเดียว แต่ทําอย่างไรที่จะต้องเข้าไปดูแลในโพรเซส (Process) ในกระบวนการจัดการศึกษาว่าจะต้องมีมาตรฐาน มีคุณภาพ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ฝากความไว้วางใจกับ สช. หรือว่าฝากความไว้วางใจกับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือว่าฝากความไว้วางใจกับผู้ออกใบอนุญาต ว่าจะต้องดูแลให้คุณภาพมาตรฐาน การศึกษานั้นเป็นที่มีมาตรฐานอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องของ สมศ. ในขณะนี้ แต่ผมเรียนท่านที่เคารพครับว่าเรื่องการนิเทศการศึกษาก็เป็นเรื่องสําคัญ ประการหนึ่ง วันนี้หน่วยงานการนิเทศการศึกษาของบ้านเมืองเรานั้นดูเหมือนว่าจะได้รับ ความสนใจจากกระบวนการบริหารจัดการการศึกษาลดน้อยลงไปเป็นลําดับ สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าคงจะต้องฝากท่านคณะกรรมาธิการช่วยไปสอบถามและไปพิจารณา ในขั้นของการพิจารณาในรายละเอียดด้วย นอกเหนือจากเรื่องของการนิเทศก็คงจะต้อง เรียนท่านว่าเรื่องการแนะแนวการศึกษาต่อเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียน ของรัฐก็ตาม ในขณะนี้ครูแนะแนวของเราเกือบจะมีบทบาทน้อยที่สุด ชั่วโมงในการสอน ในเรื่องของการแนะแนวนี้ส่วนใหญ่ก็เอาไปสอนซ่อมเสริม เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์ของนักเรียน เมื่อประสงค์จะไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือต้องการจะศึกษาเล่าเรียนเพื่อจะนําไปสู่ ตลาดแรงงานในอนาคตเด็กก็มีข้อมูลไม่มาก เนื่องจากว่าครูแนะแนวของเราไม่ค่อยได้รับ การส่งเสริมการพัฒนา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ ๑ ที่ขออนุญาตฝากด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
เรื่องที่ ๒ เรื่องการโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริงของสถานศึกษาเอกชน ยิ่งวันนี้ในร่างพระราชบัญญัติที่บอกว่าโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนสามารถที่จะใช้ชื่อ คําว่า วิทยาลัย ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กระผมเองกริ่งเกรงว่าอาจจะทําให้เกิดประเด็นซ้ําซ้อน ขึ้นมาเหมือนกับสิ่งที่เรากําลังเป็นห่วงเป็นใยในขณะนี้ ตัวกระผมที่เป็นคณะกรรมาธิการ การสวัสดิการสังคมของสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญผู้จัดการกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. นายแพทย์ธาดา มาร์ติน กับคณะ มาสนทนาธรรมอยู่หลายรอบว่าจะทําอย่างไร กับโรงเรียนเอกชนบางแห่งที่โฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง เช่น บอกว่าถ้าหากศึกษา ในสถานศึกษาแห่งนี้สามารถได้รับสิทธิในการกู้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาทุกราย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าโฆษณาอย่างนี้มันก็เหมือนกับเป็นการหลอกลวงประชาชน เป็นการหลอกลวงผู้ที่กําลังแสวงหาสถานศึกษา และในที่สุดเมื่อเข้าไปแล้วโควตา (Quota) ที่กระทรวงการคลังมอบให้คณะอนุกรรมการในชุดที่ ๑ ชุดที่ ๒ ไปดําเนินการปรากฏว่า ก็ต้องไปเกลี่ยเฉลี่ย ในที่สุดเด็กที่ได้รับการกู้ยืมไปก็ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง อันนี้ก็เป็น ปัญหา ก็อยากจะได้เรียนฝากว่าทําอย่างไร อย่าให้สถานศึกษาเอกชนนั้นใช้ช่องทางในเรื่อง กยศ. กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาไปโฆษณาหาสมาชิกเกินไปจากความเป็นจริงที่สามารถจะ กระทําได้ อันนี้เป็นประเด็นที่ขอฝากไว้
เรื่องที่ ๓ ก็คงจะต้องเรียนผ่านท่านประธานไปก็คือ เรื่องโรงเรียนเอกชน ประเภท ๒ ภาษา หรือไบลิงกัว (Bilingual) ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่สังคมกําลังเป็นที่นิยมตลอดไป จนถึงเรื่องโรงเรียนนานาชาติ ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยครับว่าโรงเรียนทั้ง ๒ ประเภทนี้ โรงเรียน ๒ ภาษาก็ดี โรงเรียนนานาชาติก็ดี ทําอย่างไรครับที่เราจะต้องดูกันถึงการควบคุม ติดตามประเมินผลกันในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานของครูชาวต่างประเทศที่เขามาสอน ว่าคนเหล่านั้นเขามีวิชาชีพความเป็นครูจริงหรือเปล่า หรือเป็นฝรั่งตกงานเข้ามาทัวร์ริสต์ (Tourism) ในเมืองไทยแล้วเราก็เวิร์ค เพอร์มิท (Work Permit) ออกไปเพื่อให้เขามีงานทํา ในที่สุดก็เหมือนกับสมรู้ร่วมคิดกันในการมาหลอกลวงผู้ปกครองเอาสิ่งที่ไม่มีคุณภาพมาให้กับ ลูกหลานของพวกเรา นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยตลอดไปจนกระทั่งถึง โรงเรียนอีพี (EP) โรงเรียนหลักสูตรอิงลิช โปรแกรม (English Program) ที่อยู่ในสังกัดของ สพฐ. ก็เช่นเดียวกัน ผมได้มีโอกาสเข้าไปรับข้อมูลจากโรงเรียนต่าง ๆ เหล่านี้มา ก็ไม่มี มาตรฐานในการคัดคนเข้าสู่ระบบการเป็นครู เพียงแต่ถือพาสปอร์ต (Passport) ฝรั่งชาวต่างชาติ หรือว่าเป็นคนฟิลิปปินส์ หรือว่าเป็นคนที่เขาพูดภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจําวันเราก็รับเข้ามา แล้วก็เก็บค่าเทอมเขาในราคาเทอมหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาท ๓๕,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งผมคิดว่าเมื่ออินพุท (Input) ของไม่ดีเข้ามาแล้ว เอาท์พุท (Output) เอาท์คัม (Outcome) ที่จะออกไปจากการศึกษาระบบนี้มันจะสูญเปล่า มันจะไม่เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ปกครองและสังคมที่ตั้งความปรารถนาไว้ เช่นเดียวกันครับในเรื่องของโรงเรียนนานาชาติซึ่งวันนี้ไฮโซ (Hi-so) คนกลุ่มบนในสังคม นิยมที่จะส่งบุตรหลานไปเรียนในโรงเรียนนานาชาติ แต่วันนี้เรื่องของวัฒนธรรมไทย เรื่องของเอกลักษณ์ไทย อัตลักษณ์ไทย เรื่องอย่างนี้ทําอย่างไรที่จะได้มีการกวดขันดูแลกัน อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กมัธยมไปยืนกอดจูบพลอดรักกันอยู่ตามมุมห้องหรือว่าบริเวณ สนามหญ้าของโรงเรียน สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมคงจะช่วยกันดูแล ใช่ว่าเมื่อปล่อยให้เป็นการศึกษาเสรีแล้วเขาจะทําอย่างไรจะบริหารจัดการอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ตามยถากรรม ตามเวรตามกรรมอันนั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่กระผม นํากราบเรียนทั้งหมดนี้ก็เพื่อสะท้อนให้คณะกรรมาธิการวิสามัญตลอดจนท่านรัฐมนตรี ซึ่งเป็นครูโดยจิตวิญญาณของท่าน ก็คงจะได้ช่วยดูแลเรื่องการศึกษาเอกชนให้มีคุณภาพ มีมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้โครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ในอดีต สช. มีฐานะเป็นกรม ก็มีการดูแลกํากับการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด แต่วันนี้ มีสถานะเป็นหน่วยงานที่เป็นติ่ง เหมือนเป็นไส้ติ่งอยู่ส่วนหนึ่งของอวัยวะในร่างกาย ที่ไปผูกมัดอยู่กับ สป. สํานักงานปลัดกระทรวง ความเป็นเอกราช ความเป็นอิสระ ความคล่องตัวในการที่จะทํางานดูแลการศึกษาเอกชน ในขณะนี้ไม่มีใครหรอกครับอยากจะ ไปอยู่ที่ สช. ในที่สุดคุณภาพมาตรฐานที่เราพึงประสงค์ เมื่อขาดการมอนิเตอร์ริ่ง (Monitoring) การตรวจสอบติดตามอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานของรัฐ วันนี้ความหวังของ พี่น้องประชาชนที่ฝากไว้กับโรงเรียนเอกชนมันก็ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน อันนี้ต้องฝาก ท่านรัฐมนตรี ว่าจะยกเครื่องจะปรับปรุงกระบวนการอย่างไรในอนาคตก็ขอให้ท่าน ได้ดําเนินการหาช่องทางแต่สิ่งหนึ่งที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ดูแล โรงเรียนเอกชน ผมต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ดูแลเอาใจใส่ในส่วนนโยบายเรื่องการเรียนฟรีมีคุณภาพ มาตรฐาน ๑๕ ปี ที่ให้ผู้ปกครองรับภาระเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากค่าใช้จ่ายในการเรียน ในโรงเรียนเอกชน โดยรัฐยื่นมือไปรับผิดชอบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นการ แก้ไขปัญหาสังคมและเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ถูกต้องที่สุดครับ เป็นการช่วยแบ่งเบา ภาระของผู้ปกครองในวันนี้ ก็ต้องขออนุญาตให้เครดิตรัฐบาล
เรื่องที่ ๔ เรื่องโรงเรียนเอกชนการกุศลที่เป็นของมูลนิธิ ผมคิดว่าโรงเรียน ประเภทนี้ควรจะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มากขึ้น เพราะว่าไม่มีบุคคลใดจะนําเอาไป เป็นผลประโยชน์ส่วนตนได้
เรื่องที่ ๕ เรื่องการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์เป็นเอกลักษณ์ ของตนเอง มีความเป็นพิเศษที่นอกเหนือไปจากคนอื่น ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสักครู่ได้อภิปรายถึงเรื่องโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในภาคใต้ ผมคิดว่าช่องทางนี้เป็นช่องทางที่จะนําประโยชน์มาสู่ความสันติสุขในบ้านเมืองได้ แต่ข้อสําคัญคือโรงเรียนเหล่านั้นต้องประกาศตัวในความเป็นไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ถ้าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในภาคใต้ประกาศตนเองชัดเจนว่าที่ได้ให้บริการกับสังคม อย่างมีคุณภาพมีมาตรฐานในทุกวันนี้ เพราะรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นผู้ดูแล สนับสนุนไม่ใช่บอกว่าโรงเรียนหามาเอง ถ้าพูดว่าโรงเรียนหามาเองความรู้สึกนิยมในความ เป็นไทยมันไม่เกิดขึ้น วันนี้เราต้องพูดตรงไปตรงมาครับว่าปัญหาในภาคใต้ส่วนหนึ่ง ก็คือ เนื่องจากว่าผู้บริหารโรงเรียนและครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามไม่ได้สําแดงตน ในการเป็นทรัพยากรของประเทศไทยอย่างจริงจัง แล้วก็ไม่ได้ทําความเข้าใจกับผู้ปกครอง และนักเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวงที่เขาได้ประโยชน์นั้นจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี อย่าไปคิดว่าโรงเรียนแสวงหาได้เอง ในสมัยก่อนที่เรา แก้ระเบียบเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในสมัยรัฐบาลชวน ๑ ท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร เป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ลงนามในระเบียบไปว่าโรงเรียนใดที่มีมาตรฐานคุณภาพ การศึกษาที่ดีแล้ว ยกระดับฐานะการอุดหนุนจากโรงเรียนตามมาตรา ๑๕ (๒) ของ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน ปี ๒๕๒๕ เป็นโรงเรียนตามมาตรา ๑๕ (๑) ก็ได้คุณประโยชน์กับโรงเรียน แล้วก็อานิสงส์ตกทอดไปถึงนักเรียน วันนี้การแก้ไขปัญหาในภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ถ้าช่วยบ้านเมืองช่วยได้เยอะ โรงเรียนหนึ่งมีนักเรียน ๗,๐๐๐ คนก็มี ๖,๐๐๐ คนก็มี ๕,๐๐๐ กว่าคนก็มาก คนเหล่านี้ถ้าหากว่าช่วยเหลือประเทศไทยโดยใจสุจริต ไม่ต้องช่วยเหลือรัฐบาลครับ ช่วยเหลือประเทศไทย ช่วยเหลือแผ่นดินทองขวานทองแห่งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าจะแก้ไขปัญหาวิกฤติได้มากเหลือเกิน พวกอาร์เคเค (RKK) ทั้งหลายอดีตก็คือ ลูกศิษย์ของโรงเรียนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรจะให้โรงเรียนเหล่านี้ได้มีส่วนในการ ช่วยเหลือบ้านเมือง จังหวัดนราธิวาสมีโรงเรียนมัธยมของรัฐเพียง ๑๘ โรงเรียน มีโรงเรียน มัธยมสังกัด สช. โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจํานวน ๘๐ โรงเรียน ถ้าคน ๘๐ โรงเรียนช่วยกัน ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่าวันนี้จังหวัดนราธิวาสก็ดี จังหวัดยะลาก็ดี จังหวัดปัตตานีก็ดี จะแก้ไขปัญหาได้มาก กําลังตํารวจ ทหารเข้าไปไม่ถึงทุกหมู่บ้านหรอก ครับ แต่ทรัพยากรเหล่านี้มีอยู่ทุกหมู่บ้าน โรงเรียนเหล่านี้ได้เงินจากกระทรวงศึกษาธิการไป ซื้อรถบัสไปตระเวนรับนักเรียนในสวนยาง เข้าไปในภูเขา ในควน เพื่อจะเอาทรัพยากร เหล่านั้นออกมาเรียน ทําอย่างไรที่จะให้เขาได้รับรู้ว่าประเทศไทยมีความปรารถนาดีต่อเขา มีความเอื้ออาทรต่อเขาทําอย่างไรให้เขาคิดว่าประเทศไทย คนพุทธทุกคนก็เป็นมิตรกับเขา สิ่งเหล่าผมคิดว่ามันเป็นช่องทางที่โรงเรียนเอกชนทุกระบบจะต้องมีส่วนช่วยในการรักษา บ้านเมืองนี้ให้มีความสุขแล้วก็มีความวัฒนาถาวรต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านอํานวย คลังผา ท่านที่ยกมือมีรายชื่อหมดนะครับเดี๋ยวจะเชิญตามลําดับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอ แสดงความยินดีกับผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนทั้ง ๕ ฉบับ ซึ่งจะเป็นร่าง พระราชบัญญัติที่มีประโยชน์ต่อภาคเอกชนเป็นอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไข เพิ่มเติมในเรื่องของจํานวน ๒๒ มาตรา หรือ ๙ หลักการก็ดี ตรงนี้ก็คงจะเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาที่จะดูแลทั้ง ๙ ประเด็นนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ โรงเรียนเอกชนในฉบับดังกล่าว สําหรับประเด็นนั้นที่ผมอยากจะหยิบประเด็นในเรื่องของ การเรียนการสอนในเรื่องของเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนผมต้องยอมรับเลยนะครับว่า การเรียนการสอนของเขาค่อนข้างมีคุณภาพสูงต่างจากโรงเรียนของรัฐบาล อยากจะ ยกตัวอย่างสักนิดหนึ่งว่าโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐบาลนี่รั้วอยู่ติดกันนะครับ ท่านประธาน แต่เด็กโรงเรียนรัฐบาลนี่แทบจะไม่มีเด็กเรียนเลย แต่โรงเรียนเอกชนมีเด็กเรียน จํานวนมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ผมเห็นด้วยที่จะให้การสนับสนุนโรงเรียนเอกชน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาลในขณะนี้เรื่องหนังสือเรียนเป็นปัญหา ต่ออุปสรรคของนักเรียนเป็นจํานวนมาก หนังสือเรียนนี้ออกจากโรงเรียนไม่ได้ แทนที่ครู จะให้นักเรียนเอาหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านกับเอาไปไม่ได้ ตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่งทําให้ ในขณะนี้เด็กนักเรียนอ่านหนังสือไม่ค่อยออกหรอกครับท่านประธาน ดังนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ ว่านโยบายของท่านรัฐมนตรี ในขณะนี้ผิดพลาดมากในเรื่องของหนังสือเรียน อยากจะเรียนท่านประธานผ่านถึง ท่านรัฐมนตรีได้ทบทวนในส่วนนี้ ไม่ว่าทั้งโรงเรียนเอกชนหรือของภาครัฐต่าง ๆ ใด ๆ ก็ตาม อยากจะให้แก้ประเด็นตรงนี้
แล้วอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ในเรื่องของการกู้เรียน เอกชนรู้สึกจะได้ สิทธิมากกว่าภาครัฐ ยกตัวอย่างโรงเรียนอาชีวะของเอกชนจะกู้เงินให้กับเด็กนักเรียน ที่มาเรียนได้มากในอัตราสูงกว่า สําหรับโรงเรียนสามัญหรือโรงเรียนอาชีวะจะมีอัตรา น้อยมาก ตรงนี้เป็นปัญหาอย่างยิ่งในเรื่องของการกู้เรียน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งจะเป็นประธานในการพิจารณาในพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่จะต้องมาแก้ไขศึกษาตรงนี้ด้วย
แล้วอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องคุณภาพของการศึกษา โรงเรียนของภาคเอกชน ก็อย่างที่ผมกล่าวเบื้องต้นนะครับว่าโรงเรียนติดกัน โรงเรียนเอกชนมีนักเรียนเต็ม แต่โรงเรียนของรัฐบาลไม่มี เพราะฉะนั้นคุณภาพของการศึกษานี้ผมก็อยากจะให้เพิ่มเติม ในเรื่องของหน้าที่ศีลธรรม ซึ่งในขณะนี้หน้าที่ศีลธรรมของเด็กนักเรียนมันไม่มีอยู่ในกรอบ ในการเรียน ก็อยากจะฝากท่านประธาน และโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการนี้อยากจะให้ เพิ่มเติมในส่วนนี้ จะเพิ่มตรงไหน จะแก้ตรงไหนในส่วน ๙ ประเด็นนี้ จะเติมตรงไหน ให้มันสอดคล้องกันที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนรุ่นหลัง หากว่ากําหนดหน้าที่ศีลธรรม ในการเรียนการสอนนี้ ในอนาคตผมคิดว่าเด็กไทยจะเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยอย่างมาก และผมอยากจะให้ทําประวัติ ให้โรงเรียนเอกชนก็ดี หรือโรงเรียนรัฐบาลก็ดี ม. ๓ จะให้ครู ทําประวัตินักเรียนไว้ทั้งหมดเลยว่าเด็กนักเรียนคนนี้มีพฤติกรรมอย่างไร บันทึกไว้ด้วย คนนี้ชอบเพื่อน มีลักษณะการแสดงออกอย่างไร ผมคิดว่าหากทําตรงนี้เพิ่มเติมไว้ ไม่ว่าจะโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐบาล ผมว่าตรงนี้ก็อยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาส่วนนี้ หากว่าท่านใดได้เป็นคณะกรรมาธิการในเรื่องของโรงเรียนเอกชน ผมคิดว่าหากเติมในส่วนนี้ไปจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เรื่องค่าเล่าเรียนก็เช่นกัน ซึ่งการจ่ายค่าเล่าเรียนก็อยากจะฝากต่อ ท่านประธานและคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาในส่วนนี้ ค่าเล่าเรียนมีปัญหามาก สมมุติว่า เด็กนักเรียนคนหนึ่งเรียนไปแล้วและยังไม่จ่ายค่าเทอม ทางโรงเรียนจะไม่ให้สอบก็มี หรือบางคนไม่ได้ไปสอบก็ดี แต่บางคนต้องผ่อนถึง ๓-๔ งวด อันนี้ผมเคยประสบปัญหาพี่น้อง ผู้ปกครองนักเรียนเคยมาร้องเรียนที่ผม ผมก็พยายามไปคุย ไปต่อรอง ไปไกล่เกลี่ยให้ ก็สามารถให้เด็กได้นั่งสอบให้ได้ หรือโรงเรียนที่เด็กที่จะออกไปที่อื่นหากไม่จ่ายค่าเทอม ก็ออกไม่ได้ ตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานและคณะกรรมาธิการให้ช่วยพิจารณาในส่วนนี้ จะเติมส่วนไหนให้มันเต็มให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียน ภาคเอกชนตรงนี้ ส่วนอื่น ๆ ผมก็ขอสนับสนุนในร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ทั้ง ๕ ฉบับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในพระราชบัญญัติดังกล่าว ขอบคุณครับ
เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ซึ่งผมเองนั้นยินดีที่จะสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการศึกษาเอกชนทุกฉบับที่เพื่อนสมาชิกได้ดําเนินการ เพราะถือว่า เป็นเรื่องที่เห็นควรสนับสนุนอย่างยิ่ง สิ่งที่เป็นประเด็นที่อยากจะตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ ครอบคลุมไปถึงส่วนต่าง ๆ ซึ่งเพื่อนสมาชิกยังไม่ได้อภิปรายในขั้นรับหลักการก็คือว่า คําว่า โรงเรียนเอกชน นี้ อยากจะให้หมายรวมถึงสถาบันติวเตอร์ (Tutor) ด้วย เพราะว่า สถาบันติวเตอร์นี้มันเป็นสถาบันที่บางครั้งได้จ้างครู อาจารย์ แล้วก็เหมือนกับการตัดต่อ ยีน (Gene) พันธุกรรมของเด็กนักเรียน แต่ปรากฏว่ากฎหมายเราไม่ครอบคลุมไปถึงสถาบัน ติวเตอร์ สังเกตได้ว่าเด็กนักเรียนวันนี้จะสอบหลักสูตรต่าง ๆ จะต้องเข้าไปติว จะเข้า ม. ๑ ก็พากันไปติว จะขึ้น ม. ๓ ก็พากันไปติว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เสาร์-อาทิตย์ ตื่นแต่เช้าต้องไปส่งลูกส่งหลานเข้าโรงเรียนติวกวดวิชา บางโรงเรียนก็เก็บสตางค์หนัก บางโรงเรียนก็เก็บสตางค์น้อย แล้วก็อวดกันว่าโรงเรียนนี้มีคุณภาพ อาจารย์นั้น อาจารย์กุ๊ก อาจารย์กิ๊ก มีคุณภาพ สามารถติวแล้วสอบเข้าโรงเรียนนั้น ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะให้กฎหมาย ฉบับนี้ครอบคลุมถึงสถาบันกวดวิชาด้วย เพื่อที่จะดูว่าการกวดวิชานั้นมีความจําเป็นกับสังคม การศึกษาไทยขนาดไหน
เรื่องที่ ๒ โรงเรียนวัด ไม่ใช่โรงเรียนวัดที่เขามีชื่อว่าวัดนะครับ หมายถึง โรงเรียนที่อยู่ในวัด ซึ่งเขาเอาเด็กกําพร้า เอาเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ พ่อแม่ล้มหาย ตายจาก หย่าร้างกันเอามาไว้ในวัดแล้วก็เปิดเป็นโรงเรียน ก็อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้เข้าไป สอดรับดูแลด้วย เพราะบางครั้งคําว่า เอกชน กับคําว่า วัด มันเหมือนกับว่าวัดสามารถ หารายได้ได้ โดยผ่านมูลนิธิอะไรพวกนี้ซึ่งมันไม่คุณภาพ แต่เด็กที่อยู่ในโรงเรียนวัดมีความ ตั้งใจที่อยากจะเรียนหนังสือเอาวัดเป็นที่พึ่ง อย่างภาคเหนือก็มีวัดดอนจั่น รับเด็กนักเรียน ๕๐๐-๖๐๐ คน ผมต้องเอาข้าวสารไปบริจาคเดือนละกระสอบ เพราะเราถือว่าเป็น ลูกชาวบ้านหลานชาวนาเติบโตมาจากวัด พอไปเยี่ยมเยียนปรากฏว่ารัฐไม่เข้าไปสนับสนุน ไม่เข้าไปดูแลเลยครับ ปล่อยให้เด็ก ปล่อยให้พระอาจารย์สอน อบรม ถึงเวลาก็ไปสอบ ผมอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ ทางกรรมาธิการช่วยในเรื่องของโรงเรียนที่อยู่ในวัดว่าสมควร ที่จะอุดหนุนอย่างไร สมควรที่จะเข้าไปดูแลอย่างไร อันนี้ก็ฝากทางกรรมาธิการด้วย
เรื่องที่ ๓ ครูอาจารย์โรงเรียนพระปริยัติธรรมที่สอนเด็กนักธรรมตรี โท เอก จะหมายรวมถึงบุคลากรของโรงเรียนเอกชนด้วยหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถ ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนเอกชนนะครับ โรงเรียนเอกชน บางโรงเรียนก็เลี้ยงดูตัวเองได้ มีเงินอุดหนุนจากนอกประเทศเข้ามาด้วยก็มี เป็นมูลนิธิซึ่งเขา มีเครือข่าย อย่างของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยทางภาคเหนือ เขาก็มีสตุ้งสตางค์ที่มีส่วน ต่าง ๆ อุดหนุนเยอะ แต่โรงเรียนวัดแม่อีไฮอย่างนี้ไม่มีใครสนใจ เด็กก็อยู่กันอย่างอด ๆ อยาก ๆ ใครจะไปสอนโรงเรียนแม่อีไฮนี่ตกใจเลย นอนไม่หลับ กินไม่ได้ อย่างนี้ละครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีกฎหมายโรงเรียนเอกชนแล้ว เราก็อยากจะให้ดูแลครอบคลุมถึงโรงเรียน วัด บุคลากรของโรงเรียนวัด เพราะว่าเขาเหล่านี้ก็คือคนไทย แล้วปัจจุบันนี้โรงเรียนเอกชน บางโรงเรียนก็รับนักศึกษา นักเรียนจากประเทศจีน มากันเยอะเลยครับ ภาคเหนือ ของกระผมมาจากสิบสองปันนา มาจากพม่า มาจากลาว มาเรียนโรงเรียนเอกชนเหล่านี้ ผมก็อยากจะถามทางผู้ร่างกฎหมายว่าเราจะครอบคลุมเด็กนักเรียนเหล่านี้ได้อย่างไร วันนี้เป็นที่นิยมกันมากครับ ประเทศลาว ลูกหลานทางประเทศฝั่งลาวก็ส่งลูกมาเรียน ที่เชียงใหม่ ประเทศจีน สิบสองปันนา ยูนาน ก็ส่งลูกมาเรียนที่เชียงใหม่ และคนของเราเอง ก็ส่งไปเรียนที่ยูนาน แลกเปลี่ยนกันครับ เด็กนักเรียนเหล่านี้เราจะเอามาตรฐานการศึกษา เหล่านี้ครอบคลุมอย่างไร เพราะดูเนื้อกฎหมายแล้วส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของการบริหาร จัดการ เน้นเรื่องของการดูแลทรัพย์สิน เน้นเรื่องของการขออนุญาต แต่ไม่ได้เน้นเรื่องของ คุณภาพการศึกษาว่าเราจะควบคุมระบบการศึกษาของประเทศนี้ได้อย่างไร ในส่วนของ โรงเรียนเอกชน ยิ่งวันนี้นโยบายรัฐบาลบอกห้ามรับฝากเด็กเป็นอันขาด โรงเรียนไหนรับ ผอ. โรงเรียนไหนรับถือว่าเป็นความผิดถึงขั้นประหารชีวิต ก็เรียบร้อยโรงเรียนเอกชน เดิมขออุดหนุนแค่ ๒๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ขึ้นเป็น ๗๐,๐๐๐ บาทครับ เรื่องจริง ยิ่งรัฐมีนโยบายไปบอกว่าห้ามรับนักเรียน ใครรับประหารชีวิต ผอ. เรียบร้อยครับ แทนที่ มันจะมีช่องมีทางในการที่จะเข้าไปอุดหนุน ศิษย์เก่าจะได้เข้ากระทํากิจกรรมอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ฝาก แต่เมื่อมันมีบางสิ่งบางอย่าง มันเหมือนกับเป็นประเพณี เขาก็ไหลไปอยู่โรงเรียน เอกชน โรงเรียนเอกชนเดิมให้อุดหนุนบริจาค ๒๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้เป็น ๕๐,๐๐๐ บาท เป็นอย่างต่ํา เข้าคิวแถวยาวเลยครับ โรงเรียนเอกชนตอนนี้นะครับ เพราะฉะนั้นมันมี หลายด้าน ก็อยากจะให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมองดูด้วยว่านโยบาย ของท่านบางอย่างมันได้ผลในภาพลักษณ์จริง แต่มันก็ไปทําให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเสียเงิน เพิ่มขึ้น เพื่ออยากจะเห็นลูกหลานตัวเองเรียนโรงเรียนดี ๆ วันนี้เข้าคิวยาวเลย ๓๐,๐๐๐ บาท กระซิบกระซาบ ชมรมผู้ปกครองกระซิบกระซาบว่าไม่พอ ต้อง ๗๐,๐๐๐ บาท กลัวไม่ได้ ใส่ ๘๐,๐๐๐ บาทเลยครับ กลัวไม่ได้ กลัวลูกตัวเองไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนเอกชน เพราะไป โรงเรียนรัฐเขาห้าม มันก็มาโป่งที่โรงเรียนเอกชนดัง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ ๆ ๘๐,๐๐๐ บาท แต่ในระเบียบ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ใส่จริง ๘๐,๐๐๐ บาท เรียบร้อยครับ เข้าคิวยาวเหยียด นี่ก็คือการจะต้องวิเคราะห์ว่าการรับเด็กนักเรียนถ้าจะให้มัน สมบูรณ์แบบมาตรฐานจริงก็แข่งกันไปเลย สอบแข่งกันทั่วประเทศไปเลย ขึ้นบัญชีเลย ลูกนายแก้ว ดอนยายหอม อยากจะเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาก็เปิดโอกาสให้เขาแข่ง มีข้อสอบกลาง แข่งกันทั่วประเทศเลย มันจะได้เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนที่มีความคิด ไม่ใช่ว่าให้เด็กลูกนายแก้วนั่งรถทัวร์มาสอบที่กรุงเทพมหานคร มันจะไปสอบได้อย่างไร แค่เห็นแสงสีเสียงมันก็ตกใจแล้ว แต่ถ้าให้ไปสอบที่จังหวัดตัวเองขี่มอเตอร์ไซค์มาสอบนี่ มันมีความพร้อมครับ เขาสอบได้เขาค่อยมาปรับตัว เพราะฉะนั้นโอกาสทางการศึกษา มันจะต้องเท่าเทียมกันด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนใน ต่างจังหวัดดัง ๆ ห้ามฝาก แต่พอสักระยะหนึ่งฝากได้แน่ มันจะต้องมีเทคนิค ขอสักระยะหนึ่ง รับในระบบเรียบร้อย คราวนี้ก็จะกระซิบกระซาบกันแล้ว เพิ่มโควตาห้องละ ๕ คน ๓ คน ๘ คน เรียบร้อยอีกล่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเองอยากจะให้ทางกรรมาธิการ ช่วยครอบคลุมทั้งหลักสูตร ทั้งคุณภาพตัวผู้เรียน เพราะกฎหมายฉบับนี้ส่วนใหญ่จะเน้น เรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องของการดูแลในสถานที่ เรื่องของทรัพย์สินของโรงเรียน รวมทั้งผู้ประกอบการ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ครอบคลุมในเรื่องของหลักสูตร ในเรื่องของการควบคุมและการขยายผลไปยังโรงเรียนวัด บุคลากรของโรงเรียนพระปริยัติธรรมซึ่งสั่งสอนพระภิกษุ สามเณร วันนี้ก็ขาดแคลนอย่างหนัก ต้องหันมาใช้ชอล์กใช้อะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์ เด็กเยาวชนได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นกฎหมายว่าด้วย การศึกษา วันนี้ประเทศเราต้องเพิ่มพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา แต่จบมาแล้วการวัดผล ประเมินผลเราจะทําอย่างไรว่าเด็กจบจากโรงเรียนเอกชน เด็กจบจากโรงรัฐ เด็กจบจาก โรงเรียนสาธิต เด็กจบจากโรงเรียนนานาชาติ คุณภาพเราจะเอาอะไรเป็นตัวชี้วัด ตรงนี้ ผมเองเป็นห่วงว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้พอประกาศออกไปแล้วมันไม่ครอบคลุมถึงการบริหาร จัดการทั้งหลักสูตร การบริหารจัดการทั้งเรื่องของผู้ที่เข้าเรียน มันก็จะทําให้กฎหมายนี้ ไม่สมบูรณ์ ผมจึงฝากประเด็นเหล่านี้ไปยังทางกรรมาธิการให้ช่วยโปรดพิจารณาในประเด็น ที่ผมเรียกร้องด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านชนากานต์ ยืนยง และต่อด้วยท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตหารือ ท่านนิดเดียวนะครับว่า เนื่องจากว่าการอภิปรายในร่างพระราชญัตตินี้ก็มีมาตั้งแต่เช้าแล้ว จนกระทั่งถึงในขณะนี้ทุกฝ่ายส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยในหลักการ มีเพียงแค่เรื่องของรายละเอียด ที่จะฝากเอาไว้เท่านั้น อยากจะให้ท่านประธานได้กรุณาควบคุมเรื่องเวลาสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าถ้าจะปิดอภิปรายจะเหลืออีกสักกี่ท่าน และท่านจะอภิปรายในระยะเวลาที่ท่านประธาน จะกําหนดเป็นคร่าว ๆ ไว้สักนิดหนึ่ง เราก็จะได้ลงมติได้ แล้วก็พิจารณาเรื่องอื่นต่อได้ครับ
ก็มีผู้ประสงค์จะอภิปรายเหลืออีก ๓ ท่าน ก็ขอให้ผู้อภิปรายกรุณาอภิปรายอยู่ในประเด็น แล้วก็ต้องไม่ซ้ํากับที่อภิปรายมาแล้วนะครับ เสนอประเด็นใหม่ ๆ ก็ให้ท่านพิจารณา ตามความเหมาะสม อย่าไปยาวมากนะครับ อันไหนที่มีการพูดมาแล้วก็ขอความกรุณา กระชับหน่อย ท่านชนากานต์พร้อมหรือยังครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ชนากานต์ ยืนยง ส.ส. จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาราช ต้องกราบขอบพระคุณ สําหรับรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญกับการศึกษา การศึกษาคือการลงทุน ในการลงทุนนั้น ก็ต้องใช้งบประมาณ และในการที่จะได้งบประมาณนั้นก็ต้องมีนโยบาย สําหรับตัวดิฉันเองแล้ว ขอสนับสนุน พ.ร.บ. ทุกฉบับที่กําลังนําเสนอ และอยากขอเพิ่มเติม และถ้าเป็นไปได้ในส่วนที่ ของเอกชนนั้นแต่เดิมมีสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในอดีต ต่อมาหน่วยงานนี้ หายไป เอกชนก็เป็นเหมือนลูกเมียน้อยที่เข้าไปฝากเอาไว้ตรงโน้นฝากเอาไว้ตรงนี้ ในส่วนหนึ่ง คําว่า เอกชน นั้น วัฒนธรรมองค์กรของเอกชนจะไม่เหมือนกับภาครัฐ ในการประกอบการ ของเอกชนนั้นอยากกราบเรียนว่าน่าสงสาร พอดีว่าเอกชนก็คงไม่ได้อยู่ในที่นี้ ในคําพูดที่ว่า ขอประทานโทษที่ทุกท่านจะบอกว่า เอกชนนั้นหวังกําไร น่าสงสารเขา ไม่ใช่เช่นนั้นนะคะ มันคือเรื่องของการประกอบการ ผลประกอบการ รายรับหักรายจ่าย ในตรงนี้เอกชน ต้องคํานึงถึง เพราะว่าในการที่มีการเรียนการสอนแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมของอาคาร การชํารุดทรุดโทรมของครุภัณฑ์ต่าง ๆ เขามิได้เขียนโครงการแล้วขอเงินง่าย ๆ ได้เหมือนกับ ของภาครัฐ หากแต่ว่าเอกชนจะต้องพึงเก็บเงินรายรับหักรายจ่าย ซึ่งถือเป็นผลประกอบการ ของการบริหารจัดการของเอกชนในทุกระดับ ในตรงนี้เมื่อการบริหารการจัดการว่าด้วยเรื่อง ของงบประมาณและเรื่องของการลงทุน อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าด้วยเรื่องของนโยบายการรับนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นในระดับใดก็ตาม ขอให้จัดทําจํานวนในการรับนั้นให้เป็นที่แน่นอน หรือจัดทําโซนนิ่ง แมปปิ้ง (Zoning Mapping) ว่าภาครัฐเท่าใด ภาคเอกชนเท่าใด แล้วในส่วนของทําไมประเทศไทยจึงขาด ช่างเทคนิค จริง ๆ แล้วในประเทศไทยเรายังขาดช่างเทคนิคอีกมากมาย นั่นคือแรงงาน จากระดับ ปวช. และ ปวส. แต่ว่าในระดับของมัธยมศึกษานั้นมีความจําเป็นที่จะต้องไม่ให้ เด็กมาเรียนอาชีวะ ว่าด้วยเรื่องของผลประโยชน์ของผู้อํานวยการหรือจํานวนปริมาณ ของนักศึกษาที่จะทําให้มีผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการในระดับใด จํานวนกี่คน จึงทําให้ นักศึกษาเหล่านั้นเหมือนถูกตราบาปที่เขาเดินทางผิดที่ไปเรียนระดับสายสามัญเสียส่วนใหญ่ แต่บัดนี้เมื่อเช้าได้มี ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่ารัฐบาลกําลังจะจัดเปอร์เซ็นต์ให้เด็กเรียน สายสามัญกับอาชีวะนั้นให้สายอาชีวะเพิ่มขึ้น ในส่วนที่เพิ่มขึ้นตรงนี้ ฝ่ายเอกชน คงต้องขอขอบคุณ แต่มิได้หมายถึงว่าจะเอาใจเอกชน นั่นหมายถึงเรื่องของกําลังคนระดับ ประเทศชาติที่เรากําลังขาดอย่างมากมาย แล้วก็ขาดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ต้องกราบ ขอบพระคุณรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญกับเอกชนและโดยเฉพาะด้านอาชีวะ ในส่วนของ ความไม่เท่าเทียมกันนั้น อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องของ การลงทุน โดยเฉพาะสําหรับระดับอุดมศึกษาที่เอกชนจําเป็นต้องมีเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่จึงจะเป็น มหาวิทยาลัยได้ แต่ภาครัฐนั้นมีไม่ถึง ๑๐๐ ไร่ก็สามารถเป็นมหาวิทยาลัยได้ ในตรงนี้ มันก็หมายถึงว่าการลงทุนสูญเปล่าที่มีที่ดิน ๑๐๐ ไร่ และเป็นสิ่งที่ไม่จําเป็นต้องใช้ ๑๐๐ ไร่ อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการที่จะมีจํานวนเนื้อที่เท่าใดนั้น อยากให้ เป็นเรื่องของว่าจํานวนนักศึกษาเท่าไร พื้นที่ที่ใช้เรียน พื้นที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบการเรียน และพื้นที่เล่นกีฬา พื้นที่สําหรับว่าง ๆ นั้น ๑ คนต่อกี่ตารางเมตร อยากให้กําหนดไปเช่นนั้น แล้วก็คูณจํานวนนักศึกษา มิได้หมายถึงว่าต้องมีจํานวนเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ เพราะบางมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้เปิดการเกษตร ซึ่งจะต้องมีแปลงทดลอง แปลงสาธิต ตรงนี้ก็ทําให้การลงทุน สูญเปล่าไปกับเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
สําหรับเรื่องต่อไปนั้น ในความจําเป็นอย่างยิ่งที่เอกชนประกอบการแล้ว จะต้องมีส่วนเหลือ ขออย่าได้พูดว่าเป็นกําไรเลย สงสารเอกชนที่แต่เดิมประเทศไทยไม่มีงบ ในการลงทุนก็ชวนเอกชนให้มาลงทุนช่วยเปิดโรงเรียนเอกชนมาในอดีตเป็นเวลาช้านาน มาบัดนี้ประเทศชาติมีความคล่องตัว มีงบประมาณมากมายก็เปิดก็ขยายภาครัฐ ตั้งแต่ระดับ อนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาตรีมากมายที่สุดจนทําให้เอกชนนั้น เมื่อสักครู่ตอนช่วงเช้า ที่ท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่า แต่เดิมนั้นโรงเรียนเอกชนรุ่งโรจน์มาก เดี๋ยวนี้ดูเหมือนซบเซา ก็ทําไมจะไม่ซบเซา เพราะว่าภาครัฐขยายเอาในทุก ๆ ระดับ และขยายขึ้นไปในทุก ๆ ปี ซึ่งเวลาที่จะคิดจํานวนว่าจะสร้างโรงเรียนจะเพิ่มตรงไหน น้อยนักที่จะเชิญชวนเอกชน มาถามว่าแล้วของเอกชนล่ะสามารถรับเด็กได้เท่าใด ตรงนี้ฝากกราบเรียนท่านประธาน ให้เห็นใจเอกชนที่เขาช่วยประเทศชาติมาเป็นเวลานาน และตรงนี้ก็ยังเต็มใจที่จะช่วย ประเทศชาติอยู่เหมือนเดิมด้วยคุณภาพ เมื่อพูดถึงโรงเรียนบางแห่งอยากกราบเรียนว่า ท่านคะ การศึกษาคือการลงทุน ในการลงทุนนั้นก็คือตัวเม็ดเงินก็เหมือนกับภาครัฐบาล โรงเรียนเล็ก ๆ มีงบประมาณน้อย ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะเป็นไปตามจํานวนเงิน ก็เช่นเดียวกันเอกชนก็จะมีสัดส่วนที่ไม่ต่างกัน โรงเรียนเล็ก ๆ ที่เขามีความตั้งใจและไม่มีใคร ที่อยากจะปิดกิจการ เพราะว่านั่ง ๆ คุยกันเพื่อนฝูงก็โทรศัพท์มาอย่างมากมายว่าทําไม ในสภาแห่งนี้ดูเหมือนจะมองว่าโรงเรียนเอกชนนั้นเลวร้ายไปหมด เพื่อน ๆ เขาบอกว่าให้ช่วย พูดแทนทีว่า พวกเขาเหล่านั้นตั้งใจ เต็มใจ เพราะเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ที่อยากจะช่วย ดูแลบุตรหลานเยาวชนของชาติไทยให้เป็นประชาชนที่มีปัญญาในการพัฒนาชาติไทย เหมือนกัน หากแต่ว่างบประมาณนั้นแตกต่างกัน ในความเหมือนมีความแตกต่าง โรงเรียน เหมือนกัน ภาครัฐ ภาคเอกชนเหมือนกัน หากแตกต่างด้วยงบประมาณก็ย่อมมีบ้างที่จะมีผล ของการศึกษานั้นด้อยไปนิดหนึ่ง หรือว่าไม่เท่าเทียมกันกับภาครัฐบาลไปบ้างนิดหน่อย แต่ขอได้ โปรดว่าเอกชนนั้นเขามีความบริสุทธิ์ใจและไม่ได้หวังผลกําไร ที่ดินทุกตารางนิ้วยกให้รัฐบาลไป ทั้งหมด ยากนักที่ใครที่จะมีจิตใจเหมือนชาวเอกชนที่เขาลงทุนที่ดิน ๑๐๐ ไร่ก็เป็นที่ของ มหาวิทยาลัยเป็นของทบวงมหาวิทยาลัยไปหมด เขาก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่มีความตั้งใจในการที่จะช่วยให้เด็กที่เขาพลาดโอกาส ที่เข้ารัฐบาลไม่ได้ หากว่า ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาและไปถึงระดับอุดมศึกษา ทุกคนน้อยใจ เสียใจปิดกิจการหมด ประเทศไทยอยู่ไม่ได้นะคะ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้อยากให้ท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรของชาวเอกชน ว่าด้วยเรื่อง รายรับหักรายจ่ายแล้วต้องเหลือ การเสื่อมสภาพของอาคารเมื่อถึงเวลาจะต้องเสริมสร้าง ซ่อมแซม เสียหายด้วยเงินใด ก็ด้วยเงินที่รายรับหักรายจ่ายแล้วต้องเหลือ มิใช่ต้องการ แต่กําไร ไม่อยากให้ใครพูดว่าเอกชนต้องการแต่กําไรค่ะ สําหรับวันนี้ขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในรัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับการศึกษา และขอให้ พ.ร.บ. ทุกฉบับที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ได้มีส่วนผลักดันให้เกิดสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราเคยมีเลขาธิการซึ่งเทียบเท่ากับอธิบดี ในอดีตเคยมีแล้วก็ เคยหาย แต่อยากกราบเรียนรัฐบาลชุดนี้ว่าขอให้เกิดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กร ของเอกชนกับภาครัฐแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี นั่งฟังตั้งแต่เช้านะครับ พอดีเมื่อกี้ ช่วงที่ฟังอยู่ก็มีคนมาเสนอว่าให้เอาพอสมควร แต่มุมกลับครับท่านประธาน ผมฝาก ท่านประธานด้วยในฐานะที่ท่านประธานเป็นประธานในที่ประชุม เพราะกฎหมายแต่ละฉบับ ถ้าออกไปมันไปใช้กับคนทั้งประเทศ ถ้าเรามารีบ ๆ ร้อน ๆ แล้วเข้าประชุมสภาบอกให้เร็ว ๆ พี่น้องประชาชนจะเสียความรู้สึก บ้านเมืองจะเดินกันอย่างไร วันนี้ท่านประธานเป็นประธาน ต้องให้ผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนประชาชนออกมาพูดเยอะ ๆ ในการแก้ไขกฎหมาย หรือเพิ่มเติมกฎหมายทุกฉบับ อย่ามามีเผด็จการในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ไม่ใช่ใครนึกอยากจะเดินเข้ามาเสนอให้ปิดประชุมก็ทํากันอย่างนี้ แล้วสภาจะมีไว้ทําไม ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนฟังอยู่ เมื่อกี้นี้ผมยังชื่นชมท่านจากโรงเรียนเอกชนนะครับ ก่อนผมจะพูดเรื่องโรงเรียนผมขอพูดเรื่องนี้ก่อน พูดเรื่องสภาก่อน เพราะเมื่อกี้ผมนั่งอยู่มีคน เดินเข้ามาเสนอ รู้สึกจะมาจากพรรครัฐบาลด้วยซ้ําไป ผมบอกวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี น่าจะมาดูตัวคนของตัวเองด้วย ไม่ใช่เดินผ่านมาแล้วมาเสนอ แล้วไม่ให้ประชุม แล้วก็ออกไป ผมบอกว่าบ้านเมืองมันจะเดินได้อย่างไร ท่านประธานอย่าเพิ่งตําหนิผมครับ ผมเล่าให้ฟังเฉย ๆ แบบอย่างที่ดีท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ออกกฎหมายให้กับพี่น้องประชาชน ไทยได้ใช้ทั้งประเทศ วันนี้การศึกษาของชาติท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะพูดเรื่อง พ.ร.บ. การศึกษาเอกชน ผมต้องบอกก่อนว่าผมมาจากใคร ผมมาจากองค์การค้า ของคุรุสภาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ อยู่กับการศึกษามาตั้งแต่เกิด พ่อแม่พาเรียนหนังสือโรงเรียนวัด แต่วันนี้โรงเรียน พ.ร.บ. เอกชนเข้ามานี่ผมชื่นชมยินดีเลยครับว่าจะให้มีกฎหมายเป็นของ ตัวเอง เมื่อกี้ท่านขึ้นมาพูดน้อยใจเรื่องเอกชน ผมเห็นใจท่านเลยนะครับ เพราะว่าผมอยู่ มาก่อน เห็นมานาน แต่ก่อนนี้โรงเรียนเอกชนจะเป็นโรงเรียนที่ช่วยรัฐบาลได้อย่างดี แต่มัน มีเหตุครับท่านประธาน การปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ผ่านมาบริหารโดยพรรคประชาธิปัตย์ ผมเอ่ยชื่อเลยดอกเตอร์อะไรก็ไม่รู้ผมจําชื่อไม่ได้ กระจายอํานาจนี่นะครับ บ้านเมืองมันถึง วิกฤติอย่างไรครับ วิกฤติอยู่ทุกวันนี้เพราะคุณปฏิรูปการศึกษาแล้วคุณไม่ได้ศึกษาจริง ๆ เพราะ ๑. ปฏิรูปไปท่านรู้ไหมอะไรหายไป วิชาศีลธรรมหน้าที่พลเมืองจากพี่น้องเด็ก ๆ แต่ก่อนผมไปโรงเรียนวัดผมไปหาพระ เด็กที่มีคุณธรรมก็คือเด็กที่อยู่ที่วัดมาก่อน ไม่ใช่แต่ผมคนเดียว ท่านประธานก็คงไป สมัยก่อนเป็นเด็กได้อ่านหนังสือวิชาหน้าที่ศีลธรรม พลเมืองไหมครับ ท่านประธานลองไปต่างประเทศ ประเทศอเมริกานี่ใครจะศึกษา ในประเทศอเมริกาต้องศึกษาประวัติศาสตร์ก่อนครับท่านประธาน ประวัติศาสตร์ ประเทศอเมริกาเป็นอย่างไร วันนี้ประวัติศาสตร์เมืองไทยหายไปไหน ท่านประธานครับ ก็เพราะว่าเอกชนคือสํานักงานพวกห้างร้านบริการต่าง ๆ ต้องการผลประโยชน์อย่างไรครับ ท่านประธาน วิชาหน้าที่ศีลธรรมพลเมืองหายไป วิชาประวัติศาสตร์หายไป โลกอินเทอร์เน็ต (Internet) เข้ามาแทนที่ เด็กจะมีคุณธรรมได้อย่างไร ท่านประธานครับ แต่ก่อนคําพูดเขาถึงบอกว่าเป็น เด็กเชื่อพ่อแม่ เรียนหนังสือเชื่อครู มีปริญญาเชื่อเพื่อน ปริญญาโทเริ่มเชื่อความรู้ ปริญญา เอกไม่รู้จะเชื่อใคร ท่านประธานครับ เชื่อพระกับหมอดู นี่คือสูตรมันครับ วันนี้ต้องย้อนกลับ ไปหาคนโบราณ ใครที่ฟังผมอยู่ ท่านประธานอัดเทปไว้ให้ท่านรัฐมนตรีฟังด้วยก็แล้วกัน ย้อนกลับไปโบราณ ท่านประธานครับ ไปโรงเรียนถือกระดานชนวนเขียนแล้วเขียนอีก ลบแล้วลบอีก เด็กจําได้ ท่องได้ แต่เดี๋ยวนี้ท่านกลับไปถามลูกท่านเถอะครับ ภาษาไทยสะกด ไม่ออกเขียนไม่ถูกแล้วครับ เพราะคุณปฏิรูปการศึกษาเร็วเกินไป พอไม่ดีท่านไม่ถอยกลับ ท่านประธานลองไปดูในกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนเป็นแท่งหมด จาก สช. สํานักงาน การศึกษาเอกชนตอนผมอยู่คุรุสภานี้ผมเห็นเลยว่าเอกชนนี้ขลังนะ เขาช่วยรัฐบาลได้อย่างดี โรงเรียนนี้โรงเรียนที่เด็กมีคุณธรรม เด็กไปเรียนเอกชนนี้ครูเขาตั้งใจสอน เพราะ ๑. โรงเรียน เอกชนเขามีเงินที่จะต้องลงทุนการสร้างเด็กตั้งแต่เล็ก ต้องฝึกแต่เด็กครับ วันนี้คุณจะมาแก้ไข ตอนโตเหมือนมหาวิทยาลัยรามคําแหงทําตอนนี้ วิชาอาร์ยู ๑๐๐ (RU 100) ใครไม่จบหน้าที่ ศีลธรรมพลเมืองไม่ให้จบ ผมว่าประเทศไทยมันหัวกลับครับท่านประธาน วันนี้ผมผ่านไปถึง รัฐบาลครับว่าคุณกลับไปแก้เสีย ไหนคุณบอกว่าคุณจะปฏิรูปการศึกษาอีกรอบหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการนะครับ ลองเอาหลักโบราณมาใช้บ้าง คุณธรรมอาจจะมี ท่านประธาน ครับ วันนี้คุณธรรมคุณบอกว่าไม่มีเลย มันจะไปมีได้อย่างไร แต่ก่อนคุณธรรมอยู่กับพ่อกับแม่ เกิดมาพ่อแม่พาไปวัดเห็นพระ ไหว้ เดี๋ยวนี้ลูกใคร ท่านประธานเอาลูกผมด้วยก็แล้วกัน อย่าไปว่าลูกคนอื่น เจอพระเดี๋ยวนี้มันไม่ไหว้ด้วยลูก ท่านประธานครับ เพราะมันไม่มี คุณธรรมครับท่านประธาน เพราะไม่มีวิชาหน้าที่ศีลธรรมพลเมือง ไม่มีวิชาประวัติศาสตร์ เด็กเดี๋ยวนี้ศึกษาประวัติศาสตร์จากไหน ลองไปถามนะครับ พระนเรศวรมาจากไหน ตอบเด็ก มันบอกว่าดูหนังดูภาพยนตร์ แต่อเมริกาไม่ใช่ พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑ พระเจ้าหลุยส์ที่ ๒ พระเจ้า หลุย์ที่ ๓ เขายึดประเทศเขาปกครองประเทศเป็นอย่างไร แต่ประเทศไทยไม่เคยบอกว่า พระเจ้าตากสินมาจากไหน รัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ มาจากไหน เดี๋ยวนี้ข้ามไปเรียนเรื่องอื่น หมด ท่านประธานครับ ในเมื่อมันไม่ดีภาษาไทยก็อ่านไม่ออก เลขคณิตบวกคิดในใจ ท่องศัพท์ ท่องจําไม่มี เดี๋ยวนี้เด็กอยู่ที่ไหนท่านประธานรู้ไหมครับ อยู่ในร้านอินเทอร์เน็ต เดี๋ยวนี้ไปดูเถอะครับ เอาคําพูดพระองค์หนึ่งที่บอกผมบอกว่า ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทน และท่านมาจากลูกชาวบ้านนี้ผมเคยเห็นท่านมาจากสายครู อยู่คุรุสภามา ท่านทํานายไว้อย่างนี้ครับ ท่านบอกท่านผู้แทนราษฎรมาหาพระนี้เห็น ข้างถนนไหม ผมบอกว่าอะไรครับท่านพระครู ผมบอกว่าข้างถนนเดี๋ยวนี้มีแต่เด็กวัยรุ่น เด็กไทยเดี๋ยวนี้จะสู้เด็กมุสลิม พี่น้องมุสลิมไม่ได้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ดีนะครับ เพราะเด็กมุสลิมเช้านี้เขาทําละหมาด ทําปอเนาะ สอนให้รักศาสนา รักษาการเขียนการอ่าน แต่เด็กไทยตอนเย็นท่านรู้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีมาพอดี ไปดูเถอะครับ ขี่มอเตอร์ไซด์ ๒ คน ซึ่งต่างจังหวัด ตอนเย็นไม่รู้ไปผสมพันธุ์ที่ไหน พระพูดนะครับ ไม่ใช่ผมพูด ไม่มีคุณธรรมครับ ลูกเกิดมายังไม่รู้ว่าจะเกิดตอนไหน มันถึงไปเหตุที่ไปทําแท้งวัดไผ่เงิน ๒,๐๐๐ คน ๓,๐๐๐ คน เพราะไม่มีคุณธรรม ไม่มีการศึกษาครับท่านประธาน ท่านประธานจะถามต่อว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการศึกษา เกี่ยวครับเดี๋ยวผมจะพูดต่อ
เข้าประเด็นหลักการของกฎหมายฉบับนี้ครับ
เดี๋ยวจะเข้าท่านประธานครับ เข้าแน่ครับ เพราะเขาร่างมา ๙ ฉบับนี้ว่าเอกชนจะไปมีอะไรบ้าง ผมขอเล่าไตเติ้ล (Title) ว่า กระทรวงศึกษาธิการรัฐมนตรีท่านมา ผมอยู่มาก่อน ผมถึงบอกว่า ๑. หลักสูตรที่จะไปอยู่ใน โรงเรียนเอกชนต่อไป ๒. คุณธรรม ๓. การรักการเขียน การอ่าน วันนี้ท่านจะแก้อย่างไร ท่านจะแก้การศึกษาอย่างไร ก็ท่านปฏิรูปไปครั้งที่แล้ว ปฏิรูปไปเป็นแท่งจากปลัดยก ปลัดกระทรวงศึกษาธิการนี้แต่ก่อนใหญ่มาก ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้ปลัดโดนแก้ไปแก้มา ปลัดเป็นแม่บ้าน ปลัดไปสั่งแท่งต่าง ๆ ไม่ได้แล้ว ท่านไปดูเถอะครับ สพฐ. นี้ก็ใหญ่ จนจําสติ ไม่ได้ สายอาชีวะก็จําไม่ได้ ทุกที่ใหญ่ไปหมด สกสค. ใหญ่ไปหมด แต่ถามว่าการศึกษาได้อะไรครับท่านประธาน งบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการนี้เยอะที่สุดมากที่สุด ถามว่าการศึกษาของชาติมันถอยหลัง ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านบอกให้เข้าผมก็เข้าแล้วนะครับ เข้าแล้วเข้าว่า ๑. เอกชนนี้ ล่ะครับที่เขาช่วยการศึกษาของชาติที่ดีที่สุด ตั้งแต่ผมเป็นเด็กเห็นมา แล้วโรงเรียนเอกชน ต่อไปจะหายไปเรื่อย เพราะคนจะไม่ไปสร้างครับท่านประธาน เพราะโลกมันแข่งขัน เดี๋ยวนี้ ใครไปสร้างโรงเรียนเอกชนขาดทุนตลอด ท่านลองไปดูภาคเหนือถึงภาคใต้ โรงเรียนเอกชน เดี๋ยวนี้เป็นโรงแรมม่านรูดท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่าผมดูถูก ผมพูดเอาตามความจริง บางที่ เอาไปสร้างปั๊มน้ํามัน บางที่เอาไปทําโรงแรม บางที่เอาไปทํารีสอร์ท เพราะโรงเรียนเอกชน เขาไม่มีเงินสนับสนุน เพราะคุณไปออกกฎหมายแบบนี้มา เขาถึงพยายามที่จะดิ้นรนมาออก พ.ร.บ. ของเขาเองท่านประธานครับ พอออก พ.ร.บ. ใครจะเป็นคณะกรรมาธิการหรือท่าน รัฐมนตรีนั่งอยู่ อาจจะมองเห็นว่าโรงเรียนเอกชนมีกี่โรงเรียนทั้งหมดทั้งประเทศ แล้วให้ อํานาจเขากลับไปบริหาร แล้วย้อนยุคกลับไปเมื่อสมัยโบราณ ให้เขาเอามาสอนมาอ่านให้เด็ก มีคุณธรรมแข่งกับโรงเรียนหลวง ให้เขาแข่งกันเหมือนเดิมท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้ท่านไป ลิดรอนสิทธิเขา หลวงได้ขนาดนี้ เอกชนได้นิดเดียว ใครมันจะไปเรียนครับ แต่ก่อนนี้ต้องไป แย่งกันเข้านะครับโรงเรียนเอกชนท่านประธาน อุปกรณ์การเรียนการสอนงบประมาณ คุณต้องใส่ไปให้เขา ผมจะยกตัวอย่างท่านประธานครับ รัฐมนตรีจะได้เห็นภาพ ผมจะ ยกตัวอย่างโรงเรียนเอกชนกับอาบอบนวด ทําไมผมพูดอย่างนี้ครับ กระทรวงศึกษาธิการ คนฟังแล้วบอกว่าสุชาติมันพูดได้อย่างไร ท่านเอาไปขยายต่อเลย อาบ อบ นวดจะออก ใบประกอบใบอนุญาตต้องไปซื้อต่อคนอื่นนะครับ มีเท่าไรเอาไว้เท่านั้น แต่โรงเรียนนะครับ ฝรั่งมังค่าเดี๋ยวนี้เข้ามาเมืองไทยเปิดโรงเรียนนานาชาติเพียบเลย โรงเรียนเอกชนตายหมด ครับ เพราะอะไร เพราะหวังผลประโยชน์ช่องนี้หลีกเลี่ยงภาษีอย่างไรท่านประธานครับ หลีกเลี่ยงภาษี โรงเรียนเอกชนก็จะตายหมดนะครับต่อไป ๑. จะล้มหายตายจาก โรงเรียน ที่ดี ๆ เช่น โรงเรียนอยู่จังหวัดลพบุรี โรงเรียนเอกชนเก่า ๆ ที่ลูกหลานไปเรียนนี้นะครับ เดี๋ยวนี้ก็เข้าโรงเรียนรัฐบาล หรือไม่ก็ไปโรงเรียนนานาชาติ แต่โรงเรียนเอกชนนี้เขาช่วยชาติ ช่วยแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยก่อนโบร่ําโบราณจะหายไปทันที เพราะคุณไปออกใบประกอบ วิชาชีพให้กับคนอื่นเขาหมด มาแย่งเขาหมด แย่งโรงเรียนเขาไปหมดนะครับ พอแย่งเขาไป เขาจะไปเอาที่ไหนท่านประธานครับ โรงเรียนเอกชนเขามาทําอย่างที่ผมบอกครับ ไปทํา รีสอร์ท ทําปั๊มน้ํามัน หรือว่าทําม่านรูด ที่ผมบอก นี่ผมถึงบอกว่าผมถึงมายกตัวอย่าง โรงเรียนเอกชน ถ้าคุณคิดได้แค่อาบอบนวดกับโรงเรียนเอกชน รัฐบาล อาบ อบ นวด ใครจะออกใบให้นะครับ ต้องวิ่งไปซื้อทุ่มเงินทุ่มทองแบบมโหฬาร ถึงจะออกใบประกอบ วิชาชีพที่เปิดอาบอบนวดได้ แต่โรงเรียนเอกชนท่านเล่นให้ต่างชาติเข้ามาเปิดง่ายเหลือเกิน ยกตัวอย่างจังหวัดลพบุรี โรงเรียนนานาชาติกับโรงเรียนเอกชนข้างวัด เด็กมันก็อยากไป โรงเรียนหรู ๆ นี่อย่างไรครับท่านประธานครับ ที่ผมถึงบอกว่าย้อนยุคกลับไปเถอะครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ย้อนกลับไปดูโบร่ําโบราณที่พ่อแม่พาเราเดินทางมา ในช่วงชีวิตคนตายแล้วตายเล่า ทําไมมันมีคุณธรรม เพราะมันมีวิชาหน้าที่ศีลธรรมพลเมือง มันมีวิชาประวัติศาสตร์ มันมีคุณธรรมเพราะวิชาศีลธรรมนี้ต้องไปอยู่กับพระกับเจ้า วันนี้ คุณไม่ได้ส่งเสริมพระสงฆ์องคเจ้าเลย ข่าว ท่านประธานเห็นไหมครับ พอพระมีเมียน้อยเอย พระเล่นไพ่เอย ข่าวออกทุกวัน แต่พระทําดี พระรักษาศาสนา พระสอนธรรม ไม่มีข่าว แม้แต่นิดเดียว ศาสนาพุทธมันถึงเสื่อมหายไปเรื่อย ผมถึงบอกว่าท่านรัฐมนตรีมาพอดี ผมถึงบอกครับว่าย้อนกลับไปเมื่อโบร่ําโบราณ ว่าทําไมคนโบราณเขาถึงช่วยตัวเองได้ เขียนกระดานชนวน ๑ แผ่น เขียนแล้วลบอีก กลับมาบ้าน เช้าไปเรียนใหม่เอามาเขียน จําที่ตัวเองเขียนได้ เพราะมันมีวิชาท่องจํา เดี๋ยวนี้คุณบอกว่าโลกอินเทอร์เน็ต ใช้อินเทอร์เน็ต ลูกเอย ถามว่าอินเทอร์เน็ตมันเอาไปทําอะไรครับท่านประธานครับ ดูภาพโป๊กับเล่นเกมส์ (Game) อย่างเดียวเดี๋ยวนี้ครับเด็ก นี่ความเป็นจริงครับ ผมถึงบอกว่ารัฐมนตรีถ้ากล้าจริง ๆ ปฏิรูปรอบนี้ ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่อายุก็เลยผมไป ลองย้อนกลับไปสู่โบร่ําโบราณ ที่คนโบราณพามา เอาควายไถนามา เขียนกระดานชนวนมา ให้มันเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เมืองไทยว่าเมืองไทยตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๑ องค์ที่ ๒ องค์ที่ ๓ เหมือนกับประเทศ อเมริกาครับ ว่าหลุยส์ที่ ๑ หลุยส์ที่ ๒ ใครจะไปประเทศอเมริกาต้องเรียนประวัติศาสตร์ มันก่อน แต่ประเทศไทยนี้ไม่รู้ครับ ลืมหมดครับ วิชาประวัติศาสตร์ลืมหมด แล้วอุปกรณ์ การเรียนการสอนท่านรู้ไหมครับ สปช.นี้แหละครับ เด็กอ่านแล้วไม่ให้เอากลับบ้าน มันบ้าแล้วท่านประธานครับ แล้วเวลาจะสอบเอาที่ไหนครับ มีลูกอยู่ ๔ คน ๓ คน หนังสือเรียนต่อกันไม่ได้ เปลี่ยนหลักสูตรหมด สมัยก่อนเล่มหนึ่งพี่เรียน น้องเรียนต่อกันได้ ผมจะพูดเรื่องนี้ท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรี จะได้รู้ครับว่าเหตุมัน เป็นเพราะอะไร ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ท่านรัฐมนตรีรู้จักองค์การค้าของคุรุสภาหรือไม่ ต้องรู้ ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ด้วยนะครับ ตั้งแต่ท่านกําธร สถิรกุล เขียนมา คนเขียนเมื่อเขียนแล้ว เอาไปอ่านได้ แต่เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นเขาบอกว่าองค์การค้าของคุรุสภาหรือสังกัด กระทรวงศึกษาธิการเป็นดินแดนสนธยา เป็นที่หาประโยชน์ของนักการเมือง ช่วงนั้นผมเป็น สหภาพอยู่ เพียงแค่ต้องการทําลายองค์การค้าเพื่อไม่ให้มีวิชาหน้าที่ศีลธรรมพลเมือง ไม่ให้มี วิชาสังคมศึกษา ไม่ให้มีวิชาประวัติศาสตร์ เพียงแค่จะเอาไปหาประโยชน์กัน ท่านประธาน แต่ก่อนมีกรมวิชาการ เดี๋ยวนี้กรมวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการหายไป ใครจะผลิต ตํารับตําราต้องผ่านกรมวิชาการ ไปปั๊มปกตราดุนนูนเล่มละ ๓ บาท กระทรวงศึกษาธิการได้ ประโยชน์ เดี๋ยวนี้เอกชนต้องการประโยชน์ก็คือทุบเลยครับ ทําลายองค์การค้าของคุรุสภา เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ บ้านเมืองมันถึงวิกฤติ ท่านประธานครับ ทีนี้พอ หนังสือเรียนต่อไม่ได้ เอากลับบ้านก็ไม่ได้อีก ถามว่าผู้ปกครองต้องไปซื้ออะไร ต้องไปซื้อ ๑. ไปซื้อเล่มใหม่ แต่ก่อนแบบฝึกหัดท่านประธานเห็นไหมครับ แบบฝึกหัดนี่แต่ก่อนอ่าน เขียน เอาดินสอเขียน ลบต่อได้ เดี๋ยวนี้ไม่มี ไม่มี แล้วเด็กมันจะไปจําที่ไหน วันนี้ผมถึงบอกว่า เข้าไหมที่ผมพูดมานี่ ผมว่าเข้ากับ พ.ร.บ. เอกชนฉบับนี้เลยท่านประธานครับ เพราะ ๑. รัฐบาลต้องดูแล พ.ร.บ. เอกชน หรือโรงเรียนเอกชนที่มีดีอยู่แล้ว อย่างที่ท่านอาจารย์ที่ลุก ขึ้นมาพูดเมื่อกี้นี้ ที่มาบ่นน้อยเนื้อต่ําใจ หรือว่าโรงเรียนเอกชนที่ได้ฟังอยู่นี่นะครับอย่าเพิ่ง น้อยเนื้อต่ําใจ ผมคิดเลยครับว่า ๑. ผมเป็นผู้แทนราษฎรและเป็นเด็กมา เห็นมาตลอดครับว่า สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนที่ช่วยชาติช่วยแผ่นดินมา ช่วยกันมาตั้งแต่ก้ํา แต่เกิด แต่ก่อนไปโรงเรียนหลวง สอบโรงเรียนหลวงไม่ได้ ไปโรงเรียนเอกชนแล้วไปเข้า นักเรียนเตรียมทหารได้ ไปเข้านักเรียนเตรียมตํารวจได้ เอกชนทั้งนั้นที่ช่วยมา แต่วันนี้ พออยู่ดีมีดี กินดีมีกําลัง รัฐบาลมีกําลังจะผลักเอกชนให้เขาไปสู้ด้วยตัวเองยังไม่ว่า แถมยังจะ ไปออก พ.ร.บ. เวนคืนเอาที่มาให้เขา เอาสํานักงานมาให้เขา ดูน้ําตาคนเอกชนบ้างสิ ท่านประธานครับ เหมือนทรัพย์สมบัติเรามีนี่ครับท่านประธาน แล้วไปออกกฎหมายยกให้ คนอื่นนี่เขาจะคิดอย่างไรท่านประธาน ผมฝากเป็นข้อสังเกตแค่นั้นเอง และส่วนตัวผมเอง นะครับก่อนจะจบ ๓ ประเด็นที่ผมฝากไว้กับรัฐมนตรี
ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะเห็นคนไทย มีความสามัคคีในชาติ
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะเห็นชาตินี้แผ่นดินนี้ย้อนกลับไปดู โบร่ําโบราณที่ พ่อแม่พาเรามา พารักษาประเทศมา วิชาการศึกษา วิชาแกน วิชาหลัก ๑. วิชาภาษาไทย วันนี้วิบัติท่านประธานครับ เด็ก ป. ๔ เด็ก ป. ๓ อ่านภาษาไทยไม่ได้ เขียนไม่ได้ ผมเป็น คณะกรรมาธิการงบประมาณแผ่นดิน ทุกคนบ่นในกรรมาธิการงบประมาณแผ่นดินหมด ถามว่าสํานักงบประมาณตัดงบประมาณไปให้องค์การค้าของคุรุสภา แล้วผลิตตําราเรียน เหมือนโบร่ําโบราณได้หรือไม่ สํานักงบประมาณบอกว่าไม่ได้ เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่เคยไปดูแลองค์การค้าของคุรุสภา มีแต่ปล่อยให้ไปทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แล้วหา ประโยชน์ เป็นที่แสวงหาของนักการเมือง นี่คือสํานักงบประมาณเป็นคนพูด
ประเด็นที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าวิงวอนกันได้ หรืออยากจะเห็นชาตินี้สงบ ความสามัคคีเกิดในแผ่นดิน มันต้องเกิดมาจากการศึกษาก่อน ออกจากท้องพ่อท้องแม่ มีเพื่อนพูดไปว่า พ่อแม่เป็นบุคคลที่ ๑ ครูเป็นพ่อแม่คนที่ ๒ ถามว่าวันนี้ครูเป็นพ่อแม่ คนที่ ๒ ครูดูแลลูกศิษย์ลูกหามาจนได้ดิบได้ดี วันนี้ครูไม่มีเลยครับ ผลประโยชน์ที่ครูจะได้ ไม่มีทั่วถึง ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไปดูเถอะครับสหกรณ์ครู หนี้สินครูพอกพูนจนจําสติไม่ได้ เขาบอกว่าครูกู้ทุกชนิด ยกเว้นกับระเบิด ท่านประธานครับ และถามวันนี้ครูจะอยู่อย่างไร แล้วรัฐบาลประกาศนโยบายจะขึ้นเงินเดือนครูล่วงหน้า ประกาศไว้ว่าจะขึ้นเงินเดือนครู เดือนเมษายน ๘ เปอร์เซ็นต์ พอประกาศปุ๊บเงินเดือนยังไม่ขึ้น ของขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกหัวระแหง หย่อมหญ้า แม้กระทั่งผ่อนค่าบ้านครูยังอยู่ไม่ได้ท่านประธาน แล้ววันนี้ พ.ร.บ. เอกชนฉบับนี้จะออกไปนี่นะครับ ผมฝากเป็นเครื่องตรึงใจ และ ๓ ประเด็นนี้ ผมฝากท่านรัฐมนตรีมาครับว่า ๑. กลับไปดูแลเด็กตั้งแต่เล็ก ดูแลคุณครูที่ดูแลเรามาให้ดีที่สุดเพราะวันนี้อย่าให้ครูเขาบ่น ท่านรัฐมนตรีครับ ผมบอกท่านรัฐมนตรีเลยครับว่าที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นว่าครูกู้ ทุกชนิดยกเว้นกับระเบิด ครูไปงานบุญ ครูไปงานแต่งงาน ครูไปงานวัด ถ้าเงินเดือนครู นิดเดียวอย่างนี้อยู่ไม่ได้ ครูไปงานลูกศิษย์ครูไม่ใส่ซองลูกศิษย์ก็ด่าครูครับ แต่ถ้าถามว่าครูไป ใส่ซองเยอะ ๆ ครูจะเอาเงินที่ไหนไปใส่ วันนี้ท่านประธานครับนโยบายที่รัฐบาลบอกว่าจะขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์ของครูนะครับ ผมบอกว่าถ้าไม่รีบทําไม่รีบขึ้นบ้านเมืองจะวุ่นวายไปกว่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสครับ ขออนุญาต ท่านประธานเพื่อฝากประเด็นทั้งหมด ๗ ประเด็นให้กับคณะกรรมาธิการครับ ในฐานะที่เป็น พ่อที่มีลูก ๒๐ คน ประกาศกลางสภาไปเลยนะครับว่ามีลูก ๒๐ คน แล้วก็ใช้บริการโรงเรียน ทุกประเภท โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชน ทั้งโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน โรงเรียนเอกชน สอนศาสนา โรงเรียนท่องอัลกุรอาน โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา รวมทั้งโฮมสคูล (Home School) ด้วยครับที่จดทะเบียนที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กกาญจนบุรี ผมจึงได้อ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการได้เอาประเด็นไปพิจารณาด้วย นะครับ ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่นะครับที่ไปเยี่ยมลูกชายผมที่ประเทศ มาเลเซียในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนของประเทศไทย แต่รัฐมนตรีลืมถามว่าลูกของภรรยา คนไหนใช่ไหมครับ ก็ไม่เป็นไร
ทีนี้ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าเนื่องจากกฎหมายเพื่อการจัด การศึกษาเอกชนมันมีปัญหาก็คือว่าเอกชนมีหลากหลายแล้วก็แตกต่างกันไป ผมฟังดูทั้งวัน อาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมดหรอกครับเดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นว่าตรงไหนนะครับ ทีนี้ปัญหาว่า มันเป็นกฎหมายฉบับเดียวที่โรงเรียนหลากหลายที่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้แล้วก็ มันจะเกิดปัญหาครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเอกชนมี ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือเอกชนที่เจ้าของ เป็นคนลงทุนครับ ดินของเขา เงินของเขา กู้เงินมาแล้วก็ต้องจ่ายดอกแล้วก็ลงทุนเพื่อทํา ธุรกิจเกี่ยวกับโรงเรียน ปฏิเสธไม่ได้ครับเอกชนประเภทนี้ แน่นอนล่ะครับแม้ทําไปด้วย ความสบายใจแต่ที่แน่ ๆ ก็คือหวังกําไร ปฏิเสธไม่ได้ เอกชนประเภทที่ ๒ ก็คือเอกชนที่ได้เงิน จากการบริจาค ตรงนี้เป็นปัญหาครับ ที่ได้จากการบริจาคถ้าท่านมีโอกาสไปดูในภาคใต้ มันจะมีเอกชนประเภทนี้เสียส่วนใหญ่ เป็น ๑๐๐ โรงเรียนครับ ตั้งแต่ระดมที่ดินที่จะสร้าง โรงเรียน บ้านผมเรียกว่า กินน้ําชามาแกแต ก็คือเงินบริจาคซื้อที่ และหลังจากนั้นก็บริจาค อีกครับก็คือเพื่อสร้างอาคาร หรือในบางครั้งก็ขอเงินซะกาต หรือเงินที่เป็นภาษีศาสนา หมายความว่าในอิสลามถ้า ๑๐๐ บาท ต้องจ่ายภาษี ๒.๕ เพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อเด็ก กําพร้าและผู้ด้อยโอกาส เงินเหล่านี้ละครับเป็นต้นทุนที่ผมต้องพูดประเด็นนี้เพราะในอิสลาม เรียกว่า วะกัฟ คือเป็นที่ดินที่มอบให้สาธารณประโยชน์จะไปเปลี่ยนแปลงตามระเบียบ บางข้อที่มีอยู่นี้ไม่ได้นะครับแม้ทายาทจะยินยอมตามเงื่อนไขก็ตาม ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านจดด้วยประเด็นก็คือว่า เอกชนส่วนหนึ่งนั้นมาจากลงทุนเอง ๒. คือจากการบริจาคโดยเฉพาะมุสลิม การบริจาคตรงนั้นเราเรียกว่าการทําวะกัฟที่ดิน เขาจะมีจดทะเบียนครับที่คณะกรรมการอิสลาม เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มี พ.ร.บ. ว่าด้วย ที่ดินวะกัฟหรือทรัพย์สินวะกัฟไม่เหมือนกับประเทศอียิปต์ที่เขามีครับ แล้วก็ สิ่งสาธารณประโยชน์เหล่านี้จะถูกบันทึกแล้วก็ต้องใช้ประโยชน์ตามหลักการที่อิสลามได้ กําหนดไว้ครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ในนี้จะไม่พยายามพูดถึงอย่างครอบคลุมก็คือเรื่องระบบ การศึกษา เรามี ๓ ครับ มีในระบบ ๒. มีนอกระบบ ท่านลืมครับมีตามอัธยาศัย โรงเรียน หมู่บ้านเด็กครับที่รับนักเรียนจดทะเบียนเป็นโฮม สคูล ไม่มีในนี้หรอกครับ จดทะเบียนเป็นโฮมสคูลครับ เรียนตามอัธยาศัยลูกผมเคยเป็นนักเรียนที่นั่น ๕ คนครับ โรงเรียนนี้ควรอยู่ในกติกาใดของโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ ในอนาคต ตาม พ.ร.บ. การศึกษา แห่งชาติจะต้องมีการศึกษาตามอัธยาศัย ผมลูกประมาณ ๘ คนครับอยู่ตามระบบอัธยาศัย รวมทั้งที่กําลังเรียนแพทย์อยู่ที่ประเทศรัสเซียในขณะนี้ก็จบจากโรงเรียนตามอัธยาศัย เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีครับผมขอฝากไว้ด้วยว่า การอุดหนุน การดูแล การช่วยเหลือมัน ต้องเป็นอย่างไรครับในกรณีอย่างนี้นะครับ แล้วปัจจุบันเด็กที่อยู่ในโรงเรียนตามอัธยาศัย ที่ต้องไปสอบ ที่ต้องไปทํากิจกรรมกับโรงเรียนหมู่บ้านเด็กเรายังให้ความช่วยเหลือนั้นน้อยนิด จริง ๆ ครับ อันนี้คืออยากจะฝากไว้ เพราะฉะนั้นท่านต้องตั้งนิยามดี ๆ ครับ นิยาม ในกฎหมายฉบับนี้คําว่า ในระบบคืออะไร นอกระบบคืออะไร ตกลงโรงเรียนปอเนาะเป็นใน หรือนอกระบบครับ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาท่านบอกว่า ในระบบ แต่บอกว่าโรงเรียน สอนศาสนาตกลงเป็นในระบบหรือนอกระบบ ตกลงโรงเรียนปอเนาะเป็นโรงเรียนนานาชาติ หรือว่าเป็นโรงเรียนตามอัธยาศัย หรือเป็นโรงเรียนนอกระบบ เพราะคําว่า โรงเรียน นานาชาติ ที่ระบุในนี้ไม่ได้ระบุว่าโรงเรียนนั้นจะต้องใช้สื่อเป็นภาษาอังกฤษแล้วยังระบุอีก นะครับว่าเป็นโรงเรียนที่จะใช้หลักสูตรจากต่างชาติหรือจะบูรณาการเป็นหมวดวิชาให้ตรงไป ตามกระทรวงศึกษาธิการกําหนด ผมทัศนะผมนะครับโรงเรียนปอเนาะเป็นโรงเรียนานาชาติ ครับท่านประธาน เพราะเป็นโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรมาจากต่างประเทศ และเป็นโรงเรียนที่จะ ใช้ภาษาอาหรับและภาษามลายูเป็นสื่อในการเรียนการสอน เพราะฉะนั้นถ้ามันครอบคลุม ตรงนั้นแสดงว่าโรงเรียนนี้อยู่ในระบบและเป็นโรงเรียนนานาชาติด้วยนะครับ นิยามต้องไปดู ดี ๆ ครับ เพราะผมเห็นในบางร่างมีการพูดถึงโรงเรียนนานาชาติในบางมาตรา
ข้อที่ ๓ หลักสูตรมี ๒ ๑. คือเนชั่นแนล ซิลละบัส (National syllabus) เป็น หลักสูตรประจําชาติ การศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดชัดเจน ถ้าท่านจะเข้าในระบบก็ได้ นอกระบบก็ได้ อัธยาศัยก็ได้ แต่ท่านต้องไปสอบ แต่อีกอันหนึ่งครับที่เราไม่ค่อยพูดถึงคือ อินเตอร์เนชั่นแนล (International) ซิลละบัส คือหลักสูตรนานาชาติ มันก็มีระบบของ ประเทศอังกฤษ มันมีระบบของประเทศอเมริกา แต่ในนิยามอันนี้รวมไปถึงหลักสูตรของ ประเทศไหนก็ได้ที่ท่านเอามาเรียนการเรียนการสอนแล้วก็ใช้สื่อเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องดูดี ๆ นะครับ ทีนี้ในหลักสูตรนานาชาติอีก ผมไปดูในระเบียบของกระทรวงซึ่งเกี่ยวโยง กับกฎหมายฉบับนี้ก็คือว่า ถ้าหลักสูตรที่โรงเรียนนานาชาติกําหนดขึ้นมาแล้วก็ได้ผ่าน การรับรองของกระทรวงศึกษาธิการก็จะไปอยู่ในโรงเรียนในระบบและโรงเรียนนานาชาติ แต่อีกส่วนหนึ่งครับ นักเรียนที่อยู่ตามอัธยาศัยถึงเวลาคิดว่ามีความรู้พอโดยผ่านโรงเรียนใด ก็แล้วแต่ไปขึ้นทะเบียนกับบริติช เคาน์ซิล (British council) แล้วก็ขออนุญาตสอบเทียบ ที่เราเรียกว่า โอเลเวลล์ (O-Level) กรมวิชาการเทียบเท่าให้กับ ม. ๖ หรือประถมศึกษา ตอนปลายของประเทศไทย อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ท่านจะต้องไปดู แล้วก็จะโยงไปสู่ปอเนาะ ได้อย่างไรเกี่ยวกับอินเตอร์เนชั่นแนล ซิลละบัส ครับ
ประเด็นที่ ๔ ผมสนใจในเรื่องของประเด็นการจัดสรรกําไร ถ้าท่านดู ในรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีการสรุปการเสนอร่างกฎหมายที่ทางสภา ได้เตรียมไว้นั้นมีการพูดถึงการจัดสรรกําไรบอกว่า ผู้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะรับกําไรสิ้นปี ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตกลงการจัดสรรกําไรลักษณะนี้มันเกิดความเป็นธรรมไหมสําหรับ โรงเรียนเอกชนที่เจ้าของจะต้องลงทุนเอง และกับโรงเรียนเอกชนที่เจ้าของไม่ต้องลงทุนเลย เป็นเงินบริจาคทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเป็นตัวแทนของนิติบุคคลแล้วก็ไปจดทะเบียนรับใบอนุญาต ท่านก็มีสิทธิที่จะได้กําไรในส่วนนั้นทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยในการดําเนินการโรงเรียน เหล่านั้นนะครับ อันนี้คือข้อที่ ๔
ข้อที่ ๕ เกี่ยวกับบุคลากรที่ท่านพูดถึงในนี้ บุคลากรครับ ผมอยากจะให้ ครอบคลุมโรงเรียนครูหรือบุคลากรที่นอกระบบด้วย ตกลงบุคลากรในนี้ครอบคลุมครูที่สอน โรงเรียนตาดีกาหรือไม่ ครอบคลุมโรงเรียนปอเนาะไหม เพราะในระเบียบการให้เงินอุดหนุน ของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบันนั้น การให้เงินอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียม คือโรงเรียนเอกชนทั่วไปนั้น ท่านอุดหนุนโดยรายหัว ๑๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี หรือ ๖,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี แต่ทําไมในโรงเรียนที่อยู่นอกระบบที่ท่านให้คํานิยามทั้ง ๆ ที่อยู่ ในระบบนั่นละครับ ท่านให้ค่าตอบแทนเป็นรายครูคือ ๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน แล้วก็ ให้เงินการจัดการเพียง ๑,๐๐๐ บาทต่อโรงเรียนต่อเดือน คือ ๑,๐๐๐ บาทต่อโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนปอเนาะถ้าเขามีนักเรียน ๑๐๐ คน ถ้าเขาได้รับการอุดหนุนเป็นรายหัว ปีหนึ่งเขาจะได้รับเงินอุดหนุน คือ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่พอมาคิดเป็นรายหัวต่อครูนั้น จะได้รับเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อปี ให้กับ ๑ ปอเนาะที่มีนักเรียนอยู่ ๘๐ คน เพราะท่าน กําหนดอัตราคือ ๔๐ คนต่อครู ๑ คน ที่จะให้ค่าตอบแทน ๒,๐๐๐ ต่อคนต่อเดือนสําหรับครู เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่น่าจะได้รับความเป็นธรรม ในเมื่อคํานิยามของท่านนั้นกําหนดชัดเจนว่า โรงเรียนในระบบคืออะไร นอกระบบคืออะไร และโรงเรียนนานาชาตินั้นคืออะไร
ข้อที่ ๖ ก็คือในภาคใต้ ผมอยากจะบอกกับท่านว่าในภาคใต้นั้น ๑. มันมี โรงเรียนที่เป็นของรัฐ ๒. เป็นโรงเรียนเอกชนทั่วไป คือสอนสามัญอย่างเดียว ๓. คือโรงเรียน อาชีวะ ๔. เป็นโรงเรียนเอกชน แต่ไปเสริมทักษะเกี่ยวกับศาสนา ที่เราเรียกว่า โรงเรียน เอกชนสอนศาสนา จริง ๆ ไม่ใช่ครับ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนานั้นถ้าฟังดูเหมือนกับว่า เป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนเพียงศาสนาอย่างเดียว ตรงนั้นเราเรียกว่า ปอเนาะ หมายความว่า โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาก็คือ โรงเรียนที่สอนเรื่องศาสนาและภาษาอาหรับ ภาษามลายู และในบางครั้งก็สอนภาษาอังกฤษ ภาษาไทยด้วย อันนั้นละครับคือโรงเรียนเอกชน สอนศาสนา ส่วนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ท่านให้เงินอุดหนุน ๑๒,๐๐๐ บาทต่อคน ต่อปีนั้น มันเป็นโรงเรียนสามัญทั่วไป เพียงแต่ว่าไปเพิ่มเนื้อหาวิชาเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม เพื่อเป็นทักษะชีวิตเหมือนกับคํานิยามที่ท่านให้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ อันนี้คือประเภทที่ ๓ ประเภทที่ ๔ ก็คือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ตรงนี้มีเจ้าของ ๒ ลักษณะ คือ ๑. เจ้าของ ที่เป็นตัวปัจเจก ๒. เจ้าของก็คือเป็นของสาธารณะที่เราเรียกว่าวะกัฟ อาจจะอยู่ในนามของ มูลนิธิ อาจจะเป็นของมัสยิดหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ แล้วก็สุดท้ายเป็นโรงเรียนเอกชนสอน ศาสนาที่สอนเฉพาะในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่เราเรียกว่าโรงเรียนตาดีกา โรงเรียนตาดีกา ก็เช่นกันครับ การช่วยเหลือที่พูดถึงเรื่องบุคลากรในนี้ต้องครอบคลุมด้วยตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ เงินอุดหนุนก็ต้องครอบคลุมด้วยครับ เพราะปัจจุบันเราเราให้กับโรงเรียนตาดีกาเพียง ๒,๐๐๐ บาทต่อครู ๑ คน นักเรียน ๔๐ คน ทั้ง ๆ ที่เขาต้องรับผิดชอบนักเรียน ๒๐๐ คน ครับ ๒๐๐ คน ต้องสอนทั้งหมด ๒ วัน ซึ่งเทียบเท่ากับโรงเรียนปกติก็คือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของ จํานวนเวลาที่เรียน เพราะฉะนั้นถ้าด้วยความเป็นธรรมแล้ว ถ้าหากว่าเราสนับสนุนโรงเรียน เอกชนที่เสริมกับศาสนา ๑๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปีนั้น โรงเรียนนี้ควรที่จะได้รับเงินอุดหนุน ๔,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี นั่นก็คือถ้ามี ๑๐๐ คน ก็เท่ากับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเพียงพอที่เขา จะไปดําเนินการ ไม่ใช่ให้ ๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อครู ๑ คน แต่ละเดือน ซึ่งไม่เพียงพอ สุดท้าย ก็มีโรงเรียนอีกชนิดหนึ่งก็คือโรงเรียนอัลกุรอาน โรงเรียนฮาฟีส และโรงเรียนอื่นอีกทั้งหมด เพราะฉะนั้นในเมื่อรัฐบาลนี้มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการเรียนฟรีมาตรฐาน ๑๕ ปีนั้น รวมทั้งมีความตั้งใจที่จะมาเสนอร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนนี้ ผมจึงอยากจะให้เอา ประเด็นเหล่านี้ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีที่นั่งฟังในขณะนี้ประกอบในการที่จะพิจารณา แล้วก็ กําหนดรายละเอียด รวมทั้งการไปออกระเบียบกฎหมายต่อเนื่อง กฏกระทรวงอะไรก็แล้วแต่เพื่อครอบคลุมประเด็นที่ผมอยากจะให้เห็นความเป็นธรรมในการ จัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษาในฐานะที่ผมมีลูกอยู่ทุกระบบที่รัฐบาลนี้อนุญาต ในฐานะที่เป็นคนไทย ก็อยากจะเห็นโอกาสของประชาชนที่อยู่ในทุกระบบของการศึกษานั้น ได้รับการดูแล แล้วก็โรงเรียนเอกชนที่พูดถึงนี้จะต้องครอบคลุมโรงเรียนทั้งหมดที่ผมได้กล่าว มาแล้วครับ ขอบคุณมากครับ
คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นใคร่ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนที่มีทั้ง ครม. มีทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอทั้ง ๑๐ ร่าง อยากจะฝากเป็นประเด็นในเรื่องโรงเรียน เอกชนหรือว่าโรงเรียนของรัฐบาล เป็นสิ่งที่ดีครับ คนเราจะได้มีกฎหมาย จะได้มีกรอบ ผมนั้นเคยสอนโรงเรียนเอกชน รู้สึกว่าโรงเรียนเอกชนนั้นจะมีวินัย จะทําการบ้านเพื่ออะไร ครับ เพื่อจะไปแข่งขันกับโรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชนนี้ละครับจะทําให้บุคลากรที่จะ ก้าวขึ้นไปสู่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือเป็นครู คือเป็นอาจารย์ หรือว่าไปเป็นระดับผู้อํานวยการ ที่จะไปสอนในโรงเรียนรัฐบาล แต่ว่าโรงเรียนเอกชนนั้นได้รับการสนับสนุนการดูแลของ รัฐบาลน้อยมาก ทั้งที่โรงเรียนเอกชนนั้นจะทําให้บุคคลซึ่งมีความสามารถจะได้พัฒนา ลูกหลานที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้ เนื่องจากว่าการที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยของ รัฐนั้นประเด็นที่ ๑ คือผู้มีอุปการคุณ ประเด็นที่ ๒ คือผู้มีอํานาจวาสนาที่จะต้องใช้เทคนิคที่ จะเข้าไปแย่งชิงกับคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ฐานะยากจน ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปเรียน มหาวิทยาลัยของรัฐ อันนี้ละครับมหาวิทยาลัยของเอกชนนี้ละครับจะนําพาเด็กเหล่านี้ จะต้องไปศึกษาหาความรู้แล้วก็นําความรู้ได้เข้ามาสอนลูกศิษย์ให้มีความขยันหมั่นเพียร เพื่อจะต้องไปแข่งขันกับบุคคลที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัย หรือว่าโรงเรียนเอกชนนั้นจะไปเก็บตกเอาลูกหลานซึ่งต้องการเรียน ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน ยากดีมีจนจะต้องเก็บตกมาเรียน แต่อยากจะฝากครู อาจารย์ ซึ่งผิดหวังจากการสอบบรรจุ หรือว่าเกษียณอายุราชการมาแล้วที่มีความสามารถ ความรู้อยู่นั้น อยากจะฝากไปถึง ประวัติศาสตร์ที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน นะครับได้ฝากไว้ ประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นเดี๋ยวนี้ลืมหมดแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะเทคโนโลยีอันนี้หรือว่า สื่อสารทางโทรทัศน์ ตอนนี้ไปทางโฆษณามากกว่า ขายสบู่ ยาสีฟัน ไม่โฆษณาด้านประวัติศาสตร์ของชาติ เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี การสื่อสารนี้เป็นสิ่งสําคัญ ตื่นเช้าขึ้นมา ลูกหลานเราผิดมากนะครับ แปลกจากสมัยที่พวกกระผมยังเด็ก ๆ ตื่นขึ้นมาจะต้องฟังเทศน์ เดี๋ยวนี้ตื่นขึ้นเด็กต้องไปเปิดดูการ์ตูน ไปดูละคร ไปดูการเดินแฟชั่น สมัยเมื่อก่อน ท่านประธาน ตื่นขึ้นมาจะมีข่าวสารเรื่องการเรียน ไม่ว่าจะเป็นหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยรามคําแหงอะไรต่าง ๆ ตื่นเช้าขึ้นมาจะมีชั่วโมงนั้น เดี๋ยวนี้ไม่มี มีแต่ชั่วโมง การ์ตูนและชั่วโมงละคร แล้วก็มีชั่วโมงข่าวข่มขืน มีชั่วโมงข่าวปล้นจี้ เผาตรงนั้นตรงนี้ นี่แหละคือปัญหานะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งสําคัญ การโฆษณาเราอย่าไป มุ่งประเด็นเอากําไรจากบริษัทมากนัก เราต้องให้การศึกษา ความรู้นี่เป็นสิ่งที่ดี บางครั้งเด็ก อายุ ๒-๓ ขวบถือปืนแล้ว ยิงปัง ปัง ปังใส่ผู้ปกครอง อันนี้แหละครับ บางคนก็เอาบุหรี่ที่เขา ขายมาแล้วก็สูบ อันนี้เป็นสิ่งสําคัญของวัฒนธรรมของชาติไทยเรา สมัยเมื่อผมเด็ก ๆ ผมก็ไป เรียนโรงเรียนวัด ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้เรียนโรงเรียนดี ๆ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมก็ อยากจะฝากทางคณาจารย์ที่จะเข้ามาทําการ ฝากไปถึงรัฐบาลด้วย การโฆษณานี้เป็นสิ่ง สําคัญมาก ทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ เดินแฟชั่น ใส่รองเท้าส้นสูง ขอประทานโทษนะครับ ใส่เสื้อผ้าไม่ค่อยจะเย็บให้ติดกัน เพราะฉะนั้นอันนี้บางคนเขาเรียกว่า ทําไมเสื้อตัวนี้ยังเย็บ ไม่เสร็จเลยเอามาใส่แล้วอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมอันนี้จะต้องมีให้เกิดขึ้น ในประเทศไทย ของเรานั้นจะต้องเป็นวัฒนธรรม ท่านเห็นไหมครับ ประเทศลาวเขายังมี วัฒนธรรมใส่ผ้าซิ่นลายหมี่ขิดไปโรงเรียน ประเทศกัมพูชาก็ยังมีวัฒนธรรม ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน อะไรมีวัฒนธรรมหมด เดี๋ยวนี้มันจะหายไปแล้วนะท่านประธาน ฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วย และฝากไปถึงผู้บริหารที่จะเข้ามาบริหารในสถานศึกษาแห่งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นในวันนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เราจะได้มีกรอบ เราจะได้พัฒนาบุคลากรที่เขาต้องการ อยากจะมาเป็นบุคลากรของชาติที่จะนําพาชาติผ่าวิกฤติออกไปให้ได้ คือการศึกษาเท่านั้น เพราะฉะนั้นศึกษาอะไรก็ไม่ดีเท่ากับศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยที่บรรพบุรุษของเราได้สร้าง ชาติไทยของเราซึ่งไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร เพราะฉะนั้นเราต้องตระหนักไปถึงลูกหลาน
และอีกประเด็นหนึ่งก็ยังมีว่าขณะนี้ยังมีการศึกษาตามอัธยาศัยก็เป็นเรื่องดี เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเองก็ดีใจที่ได้เห็น พ.ร.บ. ฉบับนี้นําเข้ามาสู่สภา ไม่ว่าจะเป็นของ ภาคประชาชน ของรัฐบาล ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติอันนี้เข้ามา ก็ต้องขอสนับสนุนเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ
คุณเรวัต สิรินุกุล แล้วก็ต่อไปเป็นท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ซึ่งเสนอมาในวันนี้ มีทั้งของรัฐบาลและของท่านสมาชิก รวม ๔ ฉบับ ตลอดจนของ ภาคประชาชนอีก ๑ ฉบับนะครับ เท่าที่ผมได้ดู โดยหลักการและเหตุผลนั้นก็คล้ายคลึงกัน โดยหลักการแล้วก็แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนปี พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ก็ใช้มา ไม่นานนะครับก็มีการแก้ไข และในหัวข้อที่แก้ไขมีเยอะนะครับ มีใน (๑) ถึง (๗) แต่ที่น่าสนใจท่านประธานครับ ก็คือใน (๒) แก้ไขเพิ่มเติมการโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิ ครอบครองในที่ดินและกําหนดเกี่ยวกับการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ให้แก่โรงเรียนในระบบ ตรงนี้น่าสนใจ เดี๋ยวผมจะกราบเรียนนะครับ และอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจใน (๗) ครับ แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกําหนดกลุ่มบุคคลที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม นี่ก็น่าสนใจ ทีนี้มาดูในเหตุผลครับท่านประธาน ในเหตุผลนี่ได้บอกว่า ให้มีการกําหนด กองทุนสํารองของโรงเรียนในระบบ ได้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติและไม่สอดคล้องกับการ ดําเนินการของโรงเรียนเอกชน ทําให้การจัดการศึกษาและการพัฒนาโรงเรียนเอกชนไม่มี ประสิทธิภาพและศักยภาพ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่าง สักตัวอย่างหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรีของผมนั้น ที่อําเภอท่ามะกา มีโรงเรียนหนึ่งครับ ชื่อโรงเรียนเขมภัทร์ศึกษา เป็นโรงเรียนที่นักเรียน ผู้ปกครองนิยมครับ ในอําเภอท่ามะกา มีนักเรียนมาเรียนเยอะครับ ไม่สามารถที่จะขยายโรงเรียนให้สูงขึ้นหรือมีโอกาส หรือก้าวหน้า ขึ้นได้ เพราะว่าไม่มีทุนครับ ทีนี้เมื่อมาตรงนี้ เหตุผลในการแก้ไขตรงนี้ให้มีกองทุนขึ้นมา ผมเห็นด้วย แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ท่านประธานครับ โรงเรียนแห่งนี้ประสบปัญหาเยอะ ไปกู้เขาก็ไม่ให้กู้ เขาบอกว่าโรงเรียนนี้กู้ไม่ได้ ธนาคารไม่ให้กู้หรอกครับ เพราะว่าถ้ากู้ไปแล้ว เวลามีปัญหาก็ยึดไม่ได้ เพราะว่ายึดไปแล้วก็จะเกิดปัญหาในทางสังคม เด็กไม่มีที่เรียน เขาก็ ไม่ให้กู้ ต้องกู้นอกระบบครับ ไปกู้นอกระบบก็ดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยแพง เมื่อเป็นอย่างนี้ มีการแก้ไขตรงนี้ และให้เกิดประโยชน์อย่างนี้ผมก็เห็นด้วย ทีนี้เราก็มาดูว่าที่ผ่านมานั้น สาเหตุจริง ๆ แล้วไม่สามารถที่จะก้าวหน้าได้ ก็ด้วยเงินทุน โรงเรียนนี้ไม่มีเงินทุน แล้วเขา ก่อสร้างมานี่ครับ ช่วงปี ๒๕๑๘ ตลอดมา มาถึงปี ๒๕๑๗ ปั๊บ เงินอุดหนุนทาง กระทรวงศึกษาธิการหยุดเลย รัฐบาลหยุดเงินอุดหนุน พอปี ๒๕๑๘ ไม่มีครับ มาอีกปีหนึ่ง ตอนนี้เลยครับ มาปี ๒๕๓๓ ขาดไป ๑๐ กว่าปี ๑๔ ปี ๑๕ ปีกว่าจะได้เงินอุดหนุน ในช่วงนี้ ก็ค่อยยังชั่วหน่อย อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นปัญหาต่อทางโรงเรียน ทีนี้เมื่อมาฟัง ท่านประธานครับ ได้ฟังท่านสมาชิกได้พูดไปหลายท่าน ไปถึงโรงเรียนต่าง ๆ ที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างโรงเรียนดัง ๆ ในกรุงเทพมหานครที่มีชื่อเสียงมาก นะครับ ไม่ว่าจะไปเรียนอัชสัมชัญ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล หรือโรงเรียนที่มีชื่อทางภาษาฝรั่ง นะครับ เขาดี ตรงนี้ก็แสดงว่าเขามีเงินทุน มีเงินทุนครับ แล้วเขาไม่ต้องพึ่งอะไรมาก แต่ของเราต้องพึ่ง ทีนี้มาพูดถึงโรงเรียนดี ๆ ของเราก็มีเยอะนะครับ แต่ว่าของเราแม้จะดี อย่างไร ผู้ปกครองนิยมอะไร เราก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มให้โรงเรียนขยายโอกาสไปได้ เพราะรัฐบาลนั้นจํากัดหรือการถูก จํากัดที่จะไม่ให้เด็กเพิ่มขึ้นอย่างนี้เป็นต้น ผมเลยถือโอกาสนี้ครับ ถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมก็กราบเรียนหลายครั้ง แล้วว่าท่านเป็นคนที่กระทรวงศึกษาธิการเขานิยมชมชอบ แล้วเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ก็อยากจะให้ท่านดูหน่อย ดูว่าโรงเรียนที่จะสามารถสร้างอนาคตให้เด็กไทยให้ก้าวหน้ามาก แล้วก็ทัดเทียมกับโรงเรียนฝรั่งเหล่านั้นทําอย่างไรให้สูงขึ้น ให้อนาคตการศึกษาเพิ่มขึ้น ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อนะครับ ผมต้องกราบเรียนว่าการศึกษาเราด้อยขนาดไหน ท่านประธานครับ ผมพบกับชาวเยอรมันเขามาแต่งงานกับสาวชาวจังหวัดกาญจนบุรีครับ ท่านประธานครับเสร็จแล้วผมถามเขาบอกว่า คุณมาจากเยอรมันได้กับคนไทยของเราที่นี่ เขาบอกว่าคนไทยเราสวย แล้วก็น่ารัก มาแต่งงานครับ ท่านประธานครับผมถามว่า ประเทศ ไทยเทียบกับประเทศเยอรมันคุณลองดูสิว่าเราเทียบกันได้ไหม ตรงไหน เขาบอกเทียบไม่ได้ เลย เทียบไม่ได้แล้วมันเป็นอย่างไร อีกไกลห่างไกลทุกด้าน ถามแล้วประมาณเท่าไรที่จะตาม ทันท่านเขาบอกอะไรครับท่านประธาน อีก ๑๐๐ ปีได้ ท่านรัฐมนตรีครับอีก ๑๐๐ ปี เพราะ อะไร การศึกษาเรานี่ไม่ถึงเขาเลย คนไม่เรียนหนังสือ คนไม่รู้หนังสือนะครับท่านประธานยังมี อีกเยอะ คนไม่รู้หนังสือยังมีอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ ถึงแม้จะส่งเสริมอย่างไร หรือโรงเรียนเอกชนจะมีอย่างไรก็แล้วแต่ก็ยังช่วยไม่ได้ที่จะให้คนเรียนหนังสือทั้งหมดได้ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหานะครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟัง ผมเห็นด้วยว่าน่าจะเอาโรงเรียน กศน. ก็ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ให้เอกชนเขาเปิดไปด้วย โรงเรียนติวเตอร์ก็ดีครับ ให้เขาสอบได้ทําอย่างไร ให้เขามีความรู้เอามาเข้าในลักษณะ หรือเข้ามาในกฎหมายฉบับนี้ควบคุมไปถึงด้วยก็จะ เกิดประโยชน์ครับ เพราะมิฉะนั้นการศึกษาเราด้อยครับ เราด้อยมากแล้วครับ เราก็มอง ของเราเผิน ๆ เราก็ดีใจว่าดีแล้วเดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ไปเรียนหนังสือกันก็ชื่นใจ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ยังไม่ถึงขั้นครับ คนที่ไม่เรียนหนังสือไม่รู้หนังสือยังมี ก็ไม่น่าเชื่อครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนไว้ ทีนี้ท่านประธานครับมาดูว่าการแก้ไขกฎหมายโรงเรียนเอกชนฉบับนี้ โดย ข้อเท็จจริงใช้มาเพียง ๓ ปีเท่านั้นเอง ๒ ปีกว่า ๆ เท่านั้นเอง คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แล้วเป็น อย่างไรมันต้องแก้ไข ก็เพราะว่าในกฎหมายนี้อย่างที่กระผมกราบเรียนไปแล้วที่น่าสนใจก็คือ ว่าในเรื่องสิทธิครอบครองหรือการยกกรรมสิทธิ์ให้ เมื่อปี ๒๕๕๐ กําหนดเลยว่าจะต้อง ยกที่ดินให้เจ้าของในการจะดําเนินการเพื่อที่ให้โรงเรียนนั้นมีที่ดิน คือใครก็แล้วแต่สร้างที่ดิน โรงเรียนอยู่ตรงนี้ก็ต้องยกที่ดินให้แล้วเป็นนิติบุคคล แต่ปรากฏว่าไม่มีใครยกให้ ไม่มีใคร ยกให้เพราะว่าอะไร เพราะว่าบางโรงเรียนบางแห่งท่านประธานจะเห็นว่าโรงเรียนดี ๆ โรงเรียน ดัง ๆ อยู่ในที่ทําเลดี ราคาแพงครับเขาก็ไม่ให้ ปัญหามันก็เกิดขึ้น แต่เขาให้ก็มีครับ ไม่ให้ก็มี เมื่อไม่ให้แล้วทําอย่างไรครับ เมื่อไม่ให้เขาเสียดายก็ปิดโรงเรียนก็ต้องปิดอย่างนี้ก็มีครับ นี่คือ สิ่งที่จะต้องแก้ไข แก้ไขแล้วทําอย่างไรครับ ก็ไม่ให้ ให้ที่ดินตรงนั้นไม่ต้องยกให้ กฎหมาย ฉบับนี้ถ้าออกไปแล้วจากนี้ไปคนที่จะตั้งโรงเรียนหรือทําโรงเรียนต้องเป็นนิติบุคคลแล้วก็ต้อง ยกที่ดินให้ด้วยอันนี้เป็นอย่างนี้ในช่วงนี้ แต่ที่ผ่านมาก็ยกเลิกกันไปก็ปรับปรุงแก้ไขอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งจะอย่างไรก็ตามมันก็เป็นทั้งดีแล้วก็ไม่ดี แต่ว่ามันก็ยังดีกว่าที่กฎหมายใช้แล้วไม่เกิด ประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็ต้องแก้ไขก็เห็นด้วยครับ
อีกข้อหนึ่งครับ ที่ผมกราบเรียนว่า แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับว่าด้วย การประกันสังคม ก่อนกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ปี ๒๕๕๐ กฎหมายโรงเรียนเอกชนนี้ ตอนนั้นช่วงนั้นเราก็ประกันสังคมเขาก็นิยมชมชอบ คนที่ประกันสังคมไว้ ไม่ว่าจะเป็นภารโรง แม่บ้าน คนสวนก็แล้วแต่ ธุรการก็แล้วแต่ก็ประกันสังคม เขาประกันสังคมได้ช่วงนั้นเขาก็ ได้รับความสะดวกหลายอย่าง แต่พอมาใช้กฎหมายโรงเรียนเอกชน ๒๕๕๐ นี่เลิกเลย ประกันสังคมยกเลิกหมด ยกเลิกหมดเลยครับท่านประธาน มายกเลิกหมด แล้วมาถึงวันนี้ จะแก้ไขจะให้ไปประกันสังคมอีกแล้ว อย่างนี้เป็นต้นก็ไม่เป็นไรครับ เพราะมันเป็นรายรับ กลับไปกลับมาถ้าอะไรดีเราก็ว่ากันตามดี อย่างนี้เป็นต้นก็เห็นด้วย แต่ว่านั่นก็ทําให้ผู้ที่ ประกันสังคมนั้นก็มีปัญหาว่าจะเข้าไปประกันสังคมอีกไหม หรือว่าจะอย่างไร แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าประกันสังคมมันเป็นประโยชน์ มันเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันสังคม เขาจะเป็นได้ ประโยชน์มากกว่า เพราะถ้าอยู่ในที่ไม่ประกัน แล้วเดี๋ยวนี้เขาจะไม่ประกันแล้วเขาจะไปใช้ บัตรทอง ๓๐ บาท อย่างนี้มากกว่าด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นก็จึงเป็นปัญหาเหมือนกันนะครับ ว่าจะใช้อย่างไรอย่างนี้เป็นต้น อะไรก็ดีครับ อะไรก็ตามครับท่านประธาน ทีนี้อะไรก็ตามที่ ก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนแล้วเกิดต่อโรงเรียนเอกชนผมเห็นดีด้วย ผมเห็นดี ด้วยครับที่จะต้องแก้ไขในกฎหมายฉบับนี้ แต่สิ่งที่ดีนั้นนั่นก็คือว่าโรงเรียนที่จะตั้งใหม่ ท่านประธานครับต้องให้มีคุณภาพด้วย ก็มีคนพูดกันว่าตั้งมาแล้วก็เพื่อที่จะไปขออะไร ต่ออะไรอย่างนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ดูแลให้ทั่วถึง ให้ควบคุมให้ทั่วถึง ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เท่าที่ผมกราบเรียนมานี้ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากแล้ว ก็อยากจะฝากเป็นสิ่งที่จะให้เกิดประโยชน์ในทางสังคมและแก่นักเรียน ผมอยากเห็นครับ อยากเห็นโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนดี ๆ ของรัฐนี่นะครับสามารถจะเทียบเท่ากับโรงเรียนเอกชน ที่ดีของเขาด้วย แล้วทําอย่างไรครับที่เป็นอยู่แล้วที่โรงเรียนดี ๆ ดัง ๆ ให้ขยายแล้วก็สามารถ ที่จะเพิ่มเด็กเข้าไปอีก เพิ่มเด็กนักเรียนเข้าไปอีก ความจริงถ้ารัฐบาลบอกว่าเพิ่มไม่ได้ อันนี้ ไม่ได้นะครับ ถ้าตราบใดอย่างนี้นะไม่ทันเขาครับ ไม่ทันต่างประเทศเขาเลยครับ อะไร ทั้งหมดจะไปพึ่งเอกชนก็ไม่ได้นะครับ ไปพึ่งเอกชนไม่ได้เพราะค่าเล่าเรียนแพงครับ เรียนได้ เฉพาะคนรวยคนจนน่ะไม่มีโอกาส ไม่มีสิทธิเลย เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าอะไร ก็แล้วแต่การศึกษาต้องมาก่อน มาก่อนอะไรทั้งหมดที่จะให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองได้ การศึกษาต้องมาก่อน เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าจากนี้ไปผมอยาก เห็นประเทศไทยการศึกษาก้าวหน้า แล้วก็ไม่มีคนไทยแม้แต่คนเดียวที่ไม่ได้เรียนหนังสือ แล้วก็อ่านไม่ออกแม้แต่คนเดียว นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเห็นแล้วผมก็ตั้งใจครับว่า ตั้งใจว่าสภา แห่งนี้เมื่อออกกฎหมายฉบับโงเรียนเอกชนไปแล้ว เอกชนกับรัฐบาลคู่กันไป แล้วเอกชน ก็ต้องไม่ใช่เอาเงินค่าเล่าเรียนมากมายจนกระทั่งคนจนไม่มีสิทธิ ให้คนจนมีสิทธิเรียนด้วย ถ้า คุณจะทําให้ประเทศไทยเจริญคุณก็ต้องให้มีสิทธิเรียนด้วย กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมาย ที่ถือได้ว่าเอื้ออํานวยให้กับโรงเรียนเอกชนไม่มีทุนก็สามารถมีทุนไปเรียนได้ แต่ขณะเดียวกับ รัฐบาลก็ต้องสร้างโรงเรียนให้สามารถที่จะเพิ่มนักเรียนเข้าไปด้วย นี่คือสิ่งที่ผมฝากเอาไว้ครับ ท่าประธาน ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไป ท่านร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอแสดงความคิดเห็นแต่ก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่รัฐบาลได้เสนอขึ้นมาคือพระราชบัญญัติโรเรียนเอกชน ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปแล้วหลายคนว่าโรงเรียนเอกชนนั้นมีคุณูปการต่อสังคมไทย เป็นอย่างมาก กระผมขออนุญาตกราบเรียนจากประสบการณ์จริง เมื่อครั้งที่ผมจบ ป.๔ นี่ ด้วยความจําเป็นของครอบครัว ผมต้องหยุดการศึกษา ออกมาประกอบอาชีพช่วยเหลือ ครอบครัว ไม่มีโอกาสเรียนต่อ ท่านประธานครับ ว่างเว้นการศึกษา ๑ ปี ทําให้ผม อ่านหนังสือไม่ออก เขียนแทบไม่ได้ แน่นอนที่สุด ถ้าหากว่าผมไม่มีโรงเรียนเอกชน ผมจะไม่มี วันนี้ เพราะจะไปสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนรัฐบาลนี้เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากว่าขาดช่วงไป ๑ ปี ทําให้ลืมเกือบหมดแล้ว อ่านแทบไม่ออก เขียนแทบไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสไปสอบคัดเลือก แข่งขันเข้าโรงเรียนรัฐบาล ก็ได้โรงเรียนเอกชนซึ่งอยู่ในจังหวัดราชบุรี ในอําเภอเมืองรับผม เข้าเรียนหลังจากที่ผมว่างเว้นการศึกษาไป ๑ ปี ตรงนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างแจ้งชัดว่า โรงเรียนเอกชนนั้นมีคุณูปการต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นได้ว่าโรงเรียนเอกชน ในกรุงเทพมหานครดัง ๆ มาก ๆ เลย แล้วสร้างศิษย์เก่า ผลิตบุคลากรออกมาทําประโยชน์ ให้แก่ชาติบ้านเมืองนี้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล โรงเรียนอัสสัมชัญ อย่างนี้เป็นต้น แม้แต่ในสังคมแคบ ๆ ของต่างจังหวัด อย่างจังหวัดราชบุรีของผม โรงเรียน เอกชนอย่างดรุณาราชบุรี ท่านประธานครับ เขาผลิตนักเรียนศิษย์เก่าออกมาเป็น ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ขออภัยจะเอ่ยนามให้เป็นเกียรติประวัติแก่ ศิษย์เก่าคนนั้นก็ได้ โรงเรียนดรุณาราชบุรีนี้ผลิต พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ขึ้นมาเป็น ผู้บัญชาการทหารบก มาเป็นผู้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด นี่เห็นไหมว่าคุณภาพของโรงเรียน เอกชนแม้จะอยู่ในต่างจังหวัดก็สามารถที่จะผลิตลูกศิษย์ลูกหาออกมาให้เป็นทรัพยากร มนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคมไทย เพราะฉะนั้นโรงเรียนเอกชนจึงมีความสําคัญอย่างยิ่งยวดต่อ สังคมไทยอย่างแน่แท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผมนี้ย้ําอีกครั้งว่าถ้าไม่มีโรงเรียนเอกชน ผมไม่มี วันนี้ ไม่มีวันที่จะมายืนอยู่ในสภา ทําหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ แทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ราชบุรีและอีกหลาย ๆ จังหวัดในฐานะที่เป็น ส.ส. สัดส่วน แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนเอกชน ก็มีปัญหา ซึ่งรัฐบาล ผมเข้าใจว่าก็พยายามที่จะแก้ อย่างเช่น การเสนอพระราชบัญญัติ เข้ามาในวันนี้ ก็เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนเอกชน น่าเสียดายครับ ที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งก่อนหน้านี้ก็นั่งอยู่ในห้อง นี่ไม่ทราบว่าออกไปที่ไหน เสียแล้ว ผมขอพูดผ่านท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคงไม่ใช่ทําหน้าที่เพียงแก้กฎหมาย แต่ท่านจะต้องลงลึก ในเรื่องของการบริหารโรงเรียน การจัดการโรงเรียน โรงเรียนเอกชนนี้สร้างปัญหาก็เยอะ ยกตัวอย่าง โรงเรียนเอกชนด้านอาชีวะนี้ พวกโรงเรียนช่างกลเอกชน โรงเรียนเทคโนโลยี อะไรต่ออะไรต่าง ๆ ยกพวกตีกันหัวล้างข้างแตก บางทีก็ฆ่ากัน ซึ่งเป็นข่าวอยู่เนือง ๆ ผมนี้ เคยบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ให้นํากระบวนการลูกเสือเข้าไปใช้กับเด็ก พวกนี้ ลูกเสือนี่เริ่มตั้งแต่เด็กชั้นประถม ป. ๑ ป. ๒ ป.๓ เป็นลูกเสือสํารอง พอช่วงชั้น ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ก็เป็นลูกเสือสามัญ พอมัธยมศึกษาตอนต้นก็เป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ พอไปถึง ม. ปลาย ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เช่นเดียวกันโรงเรียนอาชี่วะ ปวช. โรงเรียนวิทยาลัยเทคนิคอะไร ต่ออะไรต่าง ๆ พวก ปวช. พวกนี้ก็เอาลูกเสือวิสามัญใส่เข้าไป ท่านรัฐมนตรีเคยบอกกับผมว่า โรงเรียนบางแห่งเขาอ้างว่าเด็กของเขาไปเรียนวิชาทหาร แต่ข้อเท็จจริงก็ไม่ใช่ว่านักเรียน อาชีวะทุกคนจะไปเรียนวิชาทหาร หรือไปเป็นนักศึกษาวิชาทหารเสียทั้งหมด มีเพียงบางส่วน เท่านั้น แล้วทําไมไม่หากิจกรรมอื่นให้เด็กที่ไม่ได้ไปเรียนวิชาทหาร กระบวนการลูกเสือนี้ เป็นกระบวนการที่สามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นเด็กที่มีระเบียบมีวินัย รู้จักรัก หมู่คณะ รู้จักเสียสละ และที่สําคัญที่สุดกระบวนการลูกเสือจะทําให้เด็กและเยาวชนนี้เป็นคน ที่มีคุณภาพของสังคมเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เสียดายครับ ปีกว่าที่ท่านมานั่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมยังไม่เคยเห็นข่าวที่ท่านจะขับเคลื่อนกระบวนการ ลูกเสืออย่างเป็นโล้เป็นพาย และในปีนี้เป็นปีสําคัญ ท่านประธานครับ ๒๕๕๔ วันที่ ๑ กรกฎาคมจะเป็นวันสําคัญของกระบวนการลูกเสือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาลูกเสือไทย ได้ทรงสถาปนากิจการลูกเสือเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ปีนี้จะครบรอบ ๑๐๐ ปีของลูกเสือไทย จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็น กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนในกระบวนการลูกเสือสําหรับรองรับโอกาสสําคัญอย่างนี้ ไม่มีข่าวคราวอะไรออกไปเลยที่จะสามารถวางใจได้ว่าการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทยนั้นจะยิ่งใหญ่มีมิตรประเทศที่มีลูกเสือ ซึ่งในขณะนี้องค์กรลูกเสือโลกมีสมาชิกถึง ๑๐๐ กว่าประเทศ ๑๕๐ กว่าประเทศ ช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีถึง ๑๕๔ ประเทศ ปัจจุบันน่าจะมีมากกว่านั้น เราจะต้องมีการเชิญลูกเสือนานาชาติ เข้ามาร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ครบรอบ ๑๐๐ ปีของลูกเสือไทย แต่ปรากฏว่าจนบัดนี้ก็ยัง ไม่มีข่าวคร่าวการขับเคลื่อนกระบวนการการฉลอง ๑๐๐ ปีลูกเสือไทยออกมาจาก กระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลโรงเรียนเอกชน ก็อยากจะฝากไปอีกประเด็นหนึ่ง ว่าโรงเรียน เอกชนนอกเหนือจากโรงเรียนที่กระผมกล่าวถึง คือจัดระบบการศึกษาแบบสามัญ แล้ว จัดระบบการศึกษาแบบอาชีวะ ยังมีโรงเรียนเอกชนที่อยู่นอกระบบ สอนอาชีพระยะสั้น ๆ มากมายเหลือเกิน โรงเรียนสอนขับรถยนต์ สมัยก่อนท่านประธานคงจะเคยได้ยินโรงเรียน ส. สะพานมอญ สอนขับรถยนต์อย่างนี้เป็นต้น ก็ทําให้คนมีอาชีพเพิ่มขึ้นมา แล้วโรงเรียน ซ่อมวิทยุ อย่างโรงเรียนแสงทอง ซ่อมวิทยุโทรทัศน์อย่างนี้เป็นต้น แล้วมีโรงเรียนเสริมสวย และขณะนี้มีโรงเรียนยอดฮิตอยู่กลุ่มหนึ่งก็คือโรงเรียนสอนผู้ดูแลผู้สูงอายุ พวกประเภท โรงเรียนบริบาลทั้งหลาย ผมแปลกใจเหลือเกินหลักสูตรแค่ ๖ เดือนทําไมใส่เสื้อครุย ตรงนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เอาใจใส่บ้างหรือเปล่า เป็นการใส่เสื้อครุยรับใบประกาศนียบัตร เรียนแค่ ๖ เดือน อาจจะเป็นการทําให้ประชาชนหลงผิด คิดว่าโรงเรียนพวกนี้เป็นหลักสูตร ถึงขนาดเป็นปริญญา อันนี้ก็ต้องฝากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการดูแลโรงเรียนเหล่านี้ อย่าให้ โฆษณาเกินจริง เรียนแค่ ๖ เดือน ใส่เสื้อครุยรับปริญญา บางโรงเรียนครับถึงขนาด กราบบังคมทูลเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไปพระราชทานใบประกาศนียบัตร โฆษณาเสียใหญ่โต อันนี้ เป็นอันตรายครับ ทําให้ประชาชนหลงผิด หน้าที่ของสํานักงานการศึกษาเอกชน หน้าที่ของ กระทรวงศึกษาธิการต้องเอาใจใส่ในเรื่องเหล่านี้ด้วย ผมก็ขอฝากไปนะครับ
ประเด็นที่กระผมฝากมาทั้งหมดนี้หวังใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการจะรับไปดําเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการลูกเสือ วันที่ ๑ กรกฎาคม เหลือจากนี้ไปอีกไม่กี่วันจะครบ ๑๐๐ ปี ท่านประธานครับ ช่วยกรุณานํารายงาน การประชุมนี้สําเนาส่งกระทรวงศึกษาธิการให้ผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้เราได้อภิปรายกันมาเป็นเวลาสมควรนะครับ ผมเห็นควร ปิดการอภิปรายครับ มีท่านผู้ใดจะอภิปรายเพิ่มไหมครับ คุณสุนัย จุลพงศธร ครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน จริง ๆ ก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้แสดง ความเป็นห่วงสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ท้วงติงบางเรื่อง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี กระผม เองอยากจะขอใช้เวลาสั้น ๆ สักนิดเดียวที่จะกราบเรียนเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีหลายท่าน รวมทั้งท่านรัฐมนตรีองอาจ ซึ่งท่านอาจจะมีส่วนในการช่วยเหลือ แม้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ ศึกษาธิการอาจจะไม่ช่วยก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีองอาจได้ให้การสนับสนุนบ้าง ท่านประธาน ครับ ผมดูจากกฎหมายฉบับนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ๒๕๕๐ ผมว่าเรากําลังมองการศึกษาในกรอบเดียว ท่านครับ ในกิจการการศึกษานั้นมันเป็นธุรกิจ กึ่งเชิงปรัชญาที่จะต้องพูดถึงความคิดใหม่ ๆ ตลอดเวลา ถ้าเราถูกตีกรอบด้วยวิธีคิดอย่างนี้ ไม่เปิดช่องความคิดใหม่ ๆ เลย ผมว่าแนวคิดใหม่ ๆ มันเกิดไม่ได้เลยครับ ธรรมดาแนวคิด ใหม่ ๆ ทางการศึกษามันจะไม่ตอบสนองเรื่องการตลาดอยู่แล้ว ส่วนตามพระราชบัญญัติ ฉบับที่กําลังร่างนี้ ถ้ามองด้วยกรอบวิธีคิดเดิม มันสอดคล้องกับระบบการตลาดที่เป็นอยู่ ผมเห็นด้วยนะครับ ถ้าใครจะลงทุนเรื่องการศึกษา ไม่มีสตางค์เลยได้อย่างไร ต้องมีที่ดิน เท่านั้น ๆ เมื่อก่อนเช่าได้เดี๋ยวนี้เช่าไม่ได้ ที่ผมมานั่งข้างหมอแวนี้ไม่ใช่มาอยู่พรรค เพื่อแผ่นดินนะครับ แต่มาปรึกษาหารือกันว่าแนวคิดเรื่องศาสนา ๑ โรงเรียนปอเนาะ ๑ โรงเรียนศาสนาพุทธ ๑ หรือโรงเรียนศาสนาอื่น ๆ ๑ เกิดขึ้นตามในนี้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะโรงเรียนที่เปิดแนวคิด ใหม่ ๆ ท่านประธานครับ แนวคิดโรงเรียนอย่างไม่ตีเด็กเลย ไม่เก็บสตางค์เด็กเลย ช่วยเหลือ เด็กได้ โรงเรียนที่ไม่ตีเด็กเลยนี้ไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่าจะสร้างเด็กที่ดีได้ แต่หลักปรัชญา การศึกษาใหม่ ๆ ที่เราเรียกว่า ซัมเมอร์ ฮิลล์ (Summer Hill) ที่เกิดขึ้นในอังกฤษ ผมจํา ความได้เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนไม่มีใครยอมเชื่อ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่รับรอง ในวันนั้น กระผมกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งได้ไปช่วยกันสร้างโรงเรียนแบบซัมเมอร์ฮิลล์ในเมืองไทย เพราะเรา เห็นว่าการตีเด็กนี้เป็นการสร้างบาดแผลทางอารมณ์ตั้งแต่เด็กขึ้นมา เรามักจะมีคําพูดเสมอ ครับ เป็นวาทกรรมที่บอกว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี นี่ฉันเป็นอธิบดีได้นะเพราะว่าไม้เรียว แท้ ๆ เมื่อครั้งผมเป็นเลขานุการรัฐมนตรีนั้นปรากฏว่าไปที่ไหนครูก็ขอแต่จะขอตีเด็ก กระผม เองก็พยายามจะอธิบายว่ามันเป็นอะไร ท่านครับ ปรากฏว่าเรื่องการตีเด็กนี้ผมก็บอกว่า ที่ท่านบอกมาว่าได้ดิบได้ดีเพราะไม้เรียว ผมก็สร้างวาทกรรมใหม่ว่าถ้าไม่เจอไม้เรียวอาจจะ ดีกว่านี้ก็ได้นะ ผมได้สร้างโรงเรียนนี้ขึ้นร่วมกับเพื่อนกันเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนนั้น บอกก็ได้ครับ ก็เป็นคน ๆ หนึ่งที่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยจะชอบเท่าไร เพราะเมื่อก่อนก็เคยร่วมกัน กับพรรคประชาธิปัตย์ล้มรัฐบาลต่าง ๆ มาแล้วในนามกลุ่มพันธมิตร เพื่อนของผมคนนี้ชื่อ นายพิภพ ธงชัย เราสร้างโรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่จังหวัดกาญจนบุรีครับ ในวันนั้นคุณหมอ ประเวศก็ได้ให้การสนับสนุนก็ทํางานด้วยกัน และเราก็สร้าง วันนั้นไม่มีใครยอมรับเลยครับ แต่วันนี้ก็พัฒนามาจนกระทั่งได้รับการยอมรับ ดังนั้นแนวคิดใหม่ ๆ อย่างนี้มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ เลยครับตามกรอบวิธี กฎหมายนี้จึงขอฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าท่านจะเปิดให้แก่ แนวคิดใหม่ ๆ ได้อย่างไรบ้างที่เขาไม่มีทุนมากพอขนาดนั้น การเช่าที่ดินก็ไม่ได้ การหยิบยืม ใช้ก่อนก็ไม่ได้ อันนี้ผมก็ฝากไว้เท่านั้นเองครับ ผมก็เป็นห่วงว่าสังคมจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ นั้น แนวคิดใหม่ ๆ มันจะต้องเกิดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราร่างกฎหมายกันอย่างนี้บล็อก (Block) ไป หมด เรามองมิติเดียวอย่างนี้น่าจะไม่ครบถ้วนหรอกครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเป็นเวลาพอสมควรนะครับ ผมเห็นควร ปิดการอภิปรายครับ มีผู้เสนอร่างท่านใดต้องการจะอภิปรายสรุปไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปเป็นการลงมติครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียม ลงมติด้วยครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว ให้กดบัตรแสดงตนได้แล้วครับ ขอเชิญสมาชิกกดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีท่านผู้ใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตนไหมครับ ส่งผลการแสดงตนได้แล้วครับ จํานวน ผู้เข้าประชุม ๒๗๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติท่านสมาชิกนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นชอบหรือรับ หลักการแห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงมติได้แล้วครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงมติ ไหมครับ ปิดการลงมติครับ ส่งผลการลงคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๕ ท่าน เห็นชอบ ๓๕๙ ท่าน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปขอเชิญตัวแทนเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการและสัดส่วนด้วยครับ คุณธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักนะครับ แล้วก็ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....จํานวน ๔๘ ท่าน ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผมจะอ่านสัดส่วนดังนี้นะครับ ของรัฐบาล ๕ ท่าน ผู้แทนประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๖ ท่านนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๒๗ ท่าน โดยแบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรครวมใจไทย พรรคชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิ และพรรคประชาราษฎร์ ๑ ท่านนะครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอ ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของรัฐบาลดังนี้ครับ ๑. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒. นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ๓. นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ๔. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ และ ๕ นางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ครับ
ต่อไปขอเชิญผู้แทนประชาชนเสนอรายชื่อด้วยครับ ขอเชิญผู้แทนภาคประชาชนก่อนครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันนางนวลอนงค์ นวลเขียว ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของฉบับ ประชาชนจํานวน ๑๖ คน ดังรายนามต่อไปนี้ ๑. นายยืนยง จิรัฎฐิติกาล ๒. นางรัชนี ชังชู ๓. นางนวลอนงค์ นวลเขียว ๔. นางสาวศุภลักษณ์ เศษธะพานิช ๕. นายธีระพันธ์ พุทธิสวัสดิ์ ๖. นางททัศนีย์ ใจการุณ ๗. นางพะนอ ปริกสุวรรณ ๘. นางสาวยุพิน ดุษิยามี ๙. นางเพิ่มศรี ยะไข่ ๑๐. นางสาวกฤช ไวยากรณ์ ๑๑. นางจิตรา จันทรากูล ๑๒. นางเกื้อกูล เตือนกุล ๑๓. นายกิตตินันท์ ครุฑพงษ์ ๑๔. นายไพศาล ตอยิบ ๑๕. นางศิวารมย์ ศิริภาพ ๑๖. นางสาวสิกิริยา ชนะสงคราม
ขอผู้รับรองด้วยนะครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่านครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นางอนุรักษ์ บุญศล ๒. นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ๓. นางชมภู จันทาทอง ๔. นายสมคิด บาลไธสง ๕. นายนพคุณ รัฐผไท ๖. นายอนันต์ ผลอํานวย ๗. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๘. นายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ๙. นายสมศักดิ์ อัมพรวิสิทธิ์โสภา และ ๑๐. นายภักดี ฐานปัญญา ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ในช่วงนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้อํานวยการศูนย์การพัฒนา แพทย์แผนไทยตามภูมิภาคต่าง ๆ ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงเรียน เอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระรับหลักการผ่านไปเรียบร้อยนะครับ กําลังตั้ง คณะกรรมาธิการครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ท่านครับ ขอเชิญเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๐ ท่านดังนี้ ๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒. นายประกอบ รัตนพันธุ์ ๓. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๔. นายโกวิทย์ ธารณา ๕. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๖. นายปารเมศ โพธารากุล ๗. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๘. ดอกเตอร์วีรวัฒน์ วรรณศิริ ๙. นางสาวพรพิมล เจริญ และ ๑๐. นายวันไชย เยี่ยมสมถะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๒ ท่านดังนี้ ๑. นายมาโนช เฮงยศมาก ๒. นายวิมุคตาร์ วาบา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านดังนี้ ๑. นายศักดิ์ชัย เข็มทอง ๒. นายกว้าง รอบคอบ ขอผู้รับรองครับ
ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายเจรจา เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือ นางอุษา สมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคมาตุภูมิกับพรรคประราช ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ พรรคประชาราช ขอเสนอคณะกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ. .... ในนามของพรรคประชาราช นายวิรัช อมรพัฒนา ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเลขาธิการสรุปด้วยครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒. นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ๓. นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ๔. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ๕. นางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ๖. นายยืนยง จิรัฎฐิติกาล ๗. นางรัชนี ชังชู ๘. นางนวลอนงค์ นวลเขียว ๙. นางสาวศุภลักษณ์ เศษธะพานิช ๑๐. นายธีระพันธุ์ พุทธิสวัสดิ์ ๑๑. นางทัศนีย์ ใจการุณ ๑๒. นางพนอ ปริกสุวรรณ ๑๓. นางสาวยุพิน ดุษิยามี ๑๔. นางเพิ่มศรี ยะไข่ ๑๕. นางสาวกฤช ไวยากรณ์ ๑๖. นางจิตรา จันทรากูล ๑๗. นางเกื้อกุล เตือนกุล ๑๘. นายกิตตินันท์ ครุฑพงษ์ ๑๙. นายไพศาล ตอยิบ ๒๐. นางศิวารมย์ ศิริภาพ ๒๑. นางสาวสิกิริยา ชนะสงคราม ๒๒. นางอนุรักษ์ บุญศล ๒๓. นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ๒๔. นางชมภู จันทาทอง ๒๕. นายสมคิด บาลไธสง ๒๖. นายนพคุณ รัฐผไท ๒๗. นายอนันต์ ผลอํานวย ๒๘. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๒๙. นายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ๓๐. นายสมศักดิ์ อัมพรวิสิทธิ์โสภา ๓๑. นายภักดี ฐานปัญญา ๓๒. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๓๔. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๓๕. นายโกวิทย์ ธารณา ๓๖. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๓๗. นายปารเมศ โพธารากุล ๓๘. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๓๙. ดอกเตอร์วีรวัฒน์ วรรณศิริ ๔๐. นางสาวพรพิมล เจริญ ๔๑. นายวันไชย เยี่ยมสมถะ ๔๒. นายมาโนชญ์ เฮงยศมาก ๔๓. นายนิมุคตาร์ วาบา ๔๔. นายศักดิ์ชัย เข็มทอง ๔๕. นายกว้าง รอบคอบ ๔๖. นางอุษา สมบูรณ์ ๔๗. นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ ๔๘. นายวิรัช อมรพัฒนา
เป็นอันตั้งคณะกรรมาธิการเรียบร้อยนะครับ เชิญคุณธนิตพลเสนอระยะแปรญัตติครับ
ท่านประธานครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก เสนอการแปรญัตติตามข้อบังคับครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ เป็นอันจบการพิจารณาวาระที่หนึ่ง รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปเรื่องเลื่อนที่ ๒ เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบด้วยอีก ๔ คณะ คือคณะของ ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ กับคณะ คุณสถาพร มณีรัตน์ กับคณะ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นผู้เสนอ เนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติที่มี เนื้อหาเดียวกัน จะขอพิจารณาพร้อมกันไปเลยนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ ดอกเตอร์พีรพันธ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธรจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมและการเดินขบวน และได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมาประกอบ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะซึ่งเสนอโดยทางรัฐบาลด้วยนะครับ เนื่องจาก ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณา แล้วก็ได้ศึกษาร่างของรัฐบาลมาทั้งหมดแล้ว ขณะเดียวกัน ผมเองได้รับการติดต่อจากพี่น้อง โดยเฉพาะภาคประชาชน เช่น เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิ มนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน มูลนิธิประสานวัฒนธรรม ศูนย์ข้อมูลสิทธิ มนุษยชนและสันติภาพ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรม โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม และองค์การที่ เราเรียกว่าองค์การภาคเอกชนอีกหลาย ๆ องค์กรได้แสดงความเห็นมาผ่านกระผมว่าไม่เห็น ด้วยกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของรัฐบาล ตัวผมเองก็มีความอึดอัดใจเป็น อย่างมาก ผมได้มีโอกาสไปศึกษาเรื่องนี้มาเป็นแรมปี เพราะได้ยินท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้พูดอยู่บ่อยครั้งว่าจําเป็นจะต้องมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเพื่อที่จะมาควบคุม การชุมนุมและการเดินขบวน ล่าสุดนะครับ ท่านก็พูดเรื่องนี้บ่อยขึ้น ๆ หลังจากที่มีการชุมนุม ของพี่น้องต่าง ๆ เกิดขึ้น ผมเองก็ได้พยายามเฝ้าติดตามดูว่าร่างกฎหมายของรัฐบาลนั้น จะเสนอเป็นอย่างไร บัดนี้ผมได้เห็นร่างของรัฐบาลแล้ว แล้วก็ได้มีโอกาสไปพูดคุยเป็นการ ส่วนตัวกับทางวิปฝ่ายรัฐบาลบางท่าน ผมได้บอกเหมือนกันว่าไม่เห็นด้วยกับการเสนอร่าง กฎหมายของรัฐบาล เพราะว่ามันไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้ในมาตรา ๖๓ ที่ให้มี กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่ สาธารณะหรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างที่มีการชุมนุมอะไรพวกนี้นะครับ แต่ว่าร่างของรัฐบาลที่เสนอมานี้เนื้อหาไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด ผมได้มีโอกาส ซักถามผู้ที่มาชี้แจงต่อที่ประชุมพรรควิปฝ่ายค้านว่าผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทน จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตํารวจที่มาชี้แจง ผมได้ถามว่าร่างฉบับของรัฐบาลนี้ได้มีการดําเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ
ตกลงท่านดอกเตอร์พีรพันธ์อภิปรายเลยใช่ไหมครับ อภิปรายแถลงคัดค้านใช่ไหมครับ แล้วท่านเสนอร่างพระราชบัญญัติของท่านเองนะครับ
ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมอยากจะขอถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ผมได้เสนอขึ้นมา อยากจะขออนุมัติ ต่อที่ประชุมได้อนุญาตให้ผมถอนออกไปด้วย ผมขอให้เหตุผลต่อท่านประธานว่าทําไม ผมถึงถอนครับ ที่ผมต้องขอถอนเพราะเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติที่ผมเสนอขึ้นมากับของ รัฐบาลมันเดินไปคนละแนวทาง ต่างกันในเนื้อหา ถึงแม้จะชื่อเหมือนกัน แต่ว่าเนื้อหา ค่อนข้างจะต่างกัน ต่างกันมาก ๆ แล้วก็ถึงแม้จะมีการรวมกันพิจารณาแล้ว สุดท้ายเมื่อมี การลงมติ
มีคนประท้วงนะครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ผมขอประท้วงท่านประธาน ดําเนินการประชุมตามข้อ ๘ นะครับ ให้ผู้เสนอร่างได้เสนอร่างเสียก่อน จะเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยกับร่างใดนั้นผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านรอการอภิปรายอย่างกว้างขวาง สําหรับ ผู้เสนอร่างใดที่ไม่ต้องการเสนอร่างของตน ถ้าไม่ลุกขึ้นเสนอร่าง ร่างนั้นก็ตกไปตามข้อบังคับ อยู่แล้วครับท่านประธาน ขอให้ดําเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระ ใช้อํานาจ ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมจะวินิจฉัยนะครับ คือเมื่อสักครู่ผมคิดว่าท่านดอกเตอร์พีรพันธ์ลุกขึ้นมาประท้วง แต่พอฟังแล้วเป็นการคัดค้านเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติผมจึงได้อนุญาตให้ ดอกเตอร์พีรพันธ์อภิปรายไป พอฟังได้สักพักหนึ่งก็ทราบว่าไม่เห็นด้วยกับร่างของรัฐบาล ผมถึงถามว่าตกลงท่านคัดค้านหรือท่านจะถอนร่างพระราชบัญญัติออกไป ก็ได้ความว่า ท่านจะถอนร่างพระราชบัญญัติออกไป คือเมื่อสักครู่นี้ผมได้กล่าวเอาไว้นะครับว่า เนื่องจากว่ามีเนื้อหาอย่างเดียวกันก็จะให้เรา พิจารณาพร้อมกันไปทั้ง ๕ ฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นผมให้โอกาสท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ ถอนก่อนได้ครับ แต่ก็ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวท่านจะไปใช้สิทธิตอนอภิปราย อีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ก็ขอให้ท่านถ้าท่านจะถอนก็ต้องเสนอเป็นญัตติและก็มีผู้รับรองด้วย นะครับ เชิญท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ต่อรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าผมขอถอนร่างที่ผมเสนอออกมา ที่เสนอแล้วออกไปนะครับ เพราะว่า ผมไม่ประสงค์ที่จะให้ร่างที่ผมเสนอมานี่ที่จะไปประกอบการพิจารณากับฉบับของรัฐบาล เนื่องจากมันไม่สามารถที่จพรวมกันได้ เพราะเนื้อหาจะต่างกันมากนะครับ ฉบับของรัฐบาล มีความเข้าใจผิดกันเยอะ ขณะนี้
ผมต้องอย่างนี้ครับ เมื่อท่านเสนอถอนก็ต้องขอผู้รับรองด้วยนะครับ แล้วก็จะอนุมัติให้ถอน แล้วท่านไปใช้สิทธิในการอภิปรายเมื่อถึงวาระในการอภิปรายคัดค้านหรือสนับสนุนร่าง ของที่เหลืออีก ๔ ร่างนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ขอผู้รับรองก่อนครับ
ผมขอถอนร่างฉบับที่ผมเสนอ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
สภาไม่ขัดข้องที่ดอกเตอร์พีรพันธุ์จะถอนร่างของท่านออกนะครับ ก็ขอแค่นี้ครับ แล้วเดี๋ยว ท่านใช้สิทธิในการอภิปรายนะครับ เป็นอันว่าท่านถอนร่างออกนะครับ เชิญนั่งครับ แล้วเดี๋ยวท่านใช้สิทธิอภิปรายชี้แจงตอนอภิปรายอีกครั้งหนึ่งนะครับ คุณพีรพันธุ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ปกติแล้วยังมี ผู้เสนอขอถอนมีผู้รับรองนะครับ หลังจากนั้นต้องมีการลงมติโดยสภาใช่ไหมครับ ขอท่านประธานดําเนินการตามระเบียบวาระ
เมื่อสักครู่นี้ผมก็ถามนะครับว่ามีท่านผู้ใดขัดข้องหรือเปล่านะครับ ผมถามอีกครั้งนะครับ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ท่านได้ถอนร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเสนอโดย ตัวท่านเองออก มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อต้องการ ให้เกิดความชัดเจนกับที่ประชุมว่าขอให้ท่านยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้เข้าสู่วาระที่ทางรัฐบาล เสนอจะได้ไม่เป็นปัญหาว่าเดี๋ยวญัตติซ้อนญัตติแล้วทําให้ญัตติวาระของรัฐบาลต้องตกไปครับ ขอให้ท่านยืนยันนะครับ ขอบคุณครับ
คงไม่ต้องลงมตินะครับ เพราะผมได้ถามแล้ว แล้วผมก็ได้บอกว่าถ้าไม่มีใครขัดข้องก็จะต้อง พิจารณาทั้ง ๕ ร่างพร้อมกันไป แต่เมื่อเจ้าตัวพร้อมใจที่จะถอนนะครับ แล้วก็ไม่ต้องลงมติ เพราะยังไม่ได้เข้ามาพิจารณานะครับ คุณสถาพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้สิทธิ ชุมนุมในที่สาธารณะ ย้ําอีกครั้งหนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้สิทธิชุมนุมในที่ สาธารณะ ซึ่งจากเหตุผลและหลักการดังกล่าวนั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับร่างของทางรัฐบาล ๒ ร่าง รวมทั้งร่างของเพื่อนสมาชิกนั้น ผมขออนุญาตนําเรียนด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์
ก็เช่นเดียวกันครับถ้าท่านจะถอนก็เดี๋ยวไปอภิปรายในภายหลังนะครับ ตอนนี้จะเสนอถอน ใช่ไหมครับ
ผมมีเหตุผลที่จะต้องขอถอนพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ออกจากการประชุมสภานะครับ โดยมีเหตุผลหลักการ โดยที่จะไม่ก้าวล่วงไปยัง ร่างพระราชบัญญัติอื่นนะครับ ก้าวล่วงถึงร่างรัฐบาลหรือร่างของผู้อื่น เพียงแต่ผมนี่
มีผู้ประท้วงคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ความหมายที่กระผมนําเรียนท่านประธานก็คือท่านประธานก็คือท่านประธานต้องถามมติ หลังจากที่มีผู้รับรองญัตติขอถอน เมื่อสมาชิกรับรองถูกต้องท่านประธานต้องถามว่า สภาให้ถอนหรือไม่ให้ถอนนะครับ นี่คือสาระที่กระผมขออนุญาตท่านประธานได้ดําเนินการ ให้ถูกต้อง
ก็เมื่อสักครู่นี้ผมได้ถามว่ามีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ ก็ไม่มีท่านผู้ใดคัดค้านนะครับ คุณสถาพร ก็ขอถ้าท่านจะเสนอถอนยังไม่ต้องอภิปราย แล้วเดี๋ยวให้ถอนญัตติออกไปก่อน แล้วเดี๋ยว จะเปิดโอกาสให้ท่านอภิปรายในระหว่างที่ท่านสนับสนุนหรือคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ ที่เหลืออีก ๓ ฉบับนะครับ ท่านเสนอถอนใช่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนั้นได้เสนอ ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าการจะถอนนั้นมันต้องมีเหตุมีผล มิฉะนั้นแล้วก็จะถูก กล่าวหาในทางที่เสื่อมเสีย เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน เป็นที่สนใจของสาธารณชนในเรื่องของการคาบเกี่ยวระหว่างการใช้สิทธิตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ
ผมก็จะให้คุณสถาพรได้ใช้สิทธิในการอภิปรายนะครับ สนับสนุนหรือคัดค้าน ๓ ร่าง แล้วท่านก็บอกเหตุผลเลยนะครับ ตอนนี้ขอเป็นการเสนอญัตติ ขอถอนออกไปก่อนนะครับ ใช่ไหมครับ เชิญเสนอญัตติครับ แล้วขอผู้รับรองด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผมเองนั้นขอถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ ก็เป็นอันว่าขณะนี้เหลือ ๓ ร่างนะครับ เนื่องจาก ๓ ร่างนี้เป็นเรื่องในทํานองเดียวกัน ผมเห็นควรพิจารณา ๓ ร่างพร้อมกันไปนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญคณะรัฐมนตรีได้แถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ
เหตุผล โดยที่มาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ และการจํากัดเสรีภาพ ดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ ในกรณี การชุมนุมสาธารณะและเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ดังนั้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
กระผมขออนุญาตกราบเรียนสรุปสาระสําคัญของกฎหมาย ที่รัฐบาล ร่างกฎหมายที่รัฐบาลได้เสนอนี้นะครับว่าสาระสําคัญคือ การกําหนดความรับผิดชอบ หน้าที่และข้อปฏิบัติของผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ รวมทั้งความรับผิดชอบ หน้าที่และ ข้อปฏิบัติของผู้ชุมนุมนะครับ อีกทั้งจะได้กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ในการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะกําหนดให้ผู้ที่ประสงค์ จะจัดการชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งต่อหัวหน้าสถานีตํารวจในท้องที่ที่จะมีการชุมนุม สาธารณะ ก่อนที่จะจัดให้มีการชุมนุมไม่น้อยกว่า ๗๒ ชั่วโมง ในกรณีที่ขอและที่ได้แจ้งแล้ว ก็สามารถที่จะร้องขอให้เจ้าพนักงานเข้าไปรักษาความปลอดภัยหรือไปอํานวยความสะดวก แก่ผู้ชุมนุมในสถานที่และเวลาที่ได้แจ้งเอาไว้ สําหรับกรณีที่มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะอธิบายไว้เป็นที่ชัดเจนว่า กรณีไหนบ้าง ที่ถือว่าเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ในกรณีอย่างนี้ถ้าผู้จัดการชุมนุม ไม่ปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติได้กําหนดเอาไว้ เขาก็มีขั้นตอนให้เจ้าพนักงานประกาศให้ ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่กําหนด หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามก็ไปร้องขอ ต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม แล้วถ้าศาลมีคําสั่งแล้วผู้ชุมนุมยังไม่เลิก เจ้าพนักงานก็จะประกาศกําหนดพื้นที่ควบคุมและประกาศให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ควบคุม ซึ่งเมื่อพ้นเวลาตามประกาศแล้วยังไม่เลิก ยังไม่ออกจากพื้นที่จึงจะสามารถจับกุมหรือกระทํา ตามแผนหรือแนวทางการควบคุมการชุมนุมที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบได้ ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเสนอนี้ ได้พิจารณาโดยรอบคอบสอดคล้องกับ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญทุกประการครับ
ต่อไป คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายจุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
คุณจุมพฏครับ มีผู้ประท้วงครับ หมอชลน่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงตามข้อบังคับข้อ ๕๓ จากการที่ ท่านประธานได้อนุญาตให้เพื่อนสมาชิกได้ถอนร่างจากความยินยอมของสภา สิ่งที่ผม จําเป็นต้องนําข้อ ๕๓ มาขออนุญาตประท้วงเพื่อบังคับใช้ก็คือว่า มีสมาชิกพรรคเพื่อไทย หลายท่านได้ร่วมเป็นผู้เสนอร่างกับท่านสมาชิกผู้ที่กําลังจะเสนอร่างอยู่ เพราะฉะนั้นผมเอง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทย ในผู้ที่มีส่วนร่วมในการเสนอร่าง กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่กําลังจะเสนอร่างนี้อยู่ ขออนุญาตถอนออกจากเป็นผู้ร่วมเสนอร่าง ก็ต้องอาศัยข้อบังคับข้อ ๕๓ เช่นกัน ท่านประธานครับผู้ร่วมเสนอร่างที่ผมจะขออนุญาต นําเรียนท่านประธานเพื่อเป็นเหตุเป็นผลนะครับ ร่างนี้เราเสนอมาตั้งแต่สมัยสมาชิก หลายท่านยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านพงษ์ศักดิ์ บุญศล ขณะนี้ก็ขาดความเป็นสมาชิกภาพไป ท่านสุขุมพงษ์ โง่นคํา ก็ขาดความเป็นสมาชิกภาพไป ท่านสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ก็ขาดสมาชิกภาพไป ส่วนในซีกของพรรคเพื่อไทยที่เรามีความเห็น คล้อยกันที่จะต้องถอนออกจากเป็นผู้ร่วมเสนอ คือกฎหมายปัจจุบันไม่ใช่ผู้รับรอง เป็นผู้ร่วมเสนอร่าง เช่น ดอกเตอร์วัลลภ สุปริยศิลป์ ท่านทองดี มนิสสาร คุณชมภู จันทาทอง ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ท่าน ส.ส. ธเนศ เครือรัตน์ ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ท่านนพคุณ รัฐผไท ท่านสมชาย เพศประเสริฐ ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่านเชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ เหล่านี้เราเองได้ปรึกษาหารือกัน เช่นกันว่าเรามีความประสงค์จะขออนุญาต ถอนจากเป็นผู้ร่วมเสนอ ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอเสนอในประเด็นนี้
ท่านถอนทั้งหมดกี่ท่านนะครับ รายชื่อทั้งหมดที่เป็นผู้รับรองญัตตินี้ทั้งหมด ๒๖ ท่านใช่ไหมครับ แล้วการเสนอญัตติได้จะต้องมีผู้รับรองทั้งหมด ผู้เสนอญัตติทั้งหมด ๒๐ ท่าน
ถูกต้องครับ
ถอนไปทั้งหมดเท่าไรครับ
ถ้ารายชื่อที่ผมนําเรียนท่านประธานไป รวมทั้งรายชื่อสมาชิกที่หมดสมาชิกภาพไปผมก็คิดว่าผู้ที่ร่วมเสนอร่างของท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ก็ไม่น่าจะครบ ๒๐ ท่านครับท่านประธาน ต้องขออนุญาตนําเรียนด้วยความเคารพ
สรุปแล้วท่านถอนทั้งหมดกี่คนนะครับ อ่านรายชื่อให้ผมอีกครั้งหนึ่งครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของ พรรคเพื่อไทย ท่านที่ ๑ คือ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ๒. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๓. นายวัลลภ สุปริยศิลป์ ๔. นายทองดี มนิสสาร ๕. นางชมภู จันทาทอง ๖. ชลน่าน ศรีแก้ว ๗. นายธเนศ เครือรัตน์ ๘. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๙. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๐. พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ๑๑. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๑๒. ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ๑๓. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ๑๔. นายนิยม เวชกามา ๑๕. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๖. นายสมคิด บาลไธสง ๑๗. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๑๘. นายไพจิต ศรีวรขาน กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ท่านที่มีรายชื่อที่อยู่ในมือนายแพทย์ชลน่านเสนอมามีท่านผู้ใดจะไม่ถอนบ้างไหมครับ ทั้ง ๑๖ ท่านถอนนะครับ ก็เป็นอันว่าญัตตินี้ผู้เสนอไม่ครบนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เสนอตอนเป็นพรรคพลังประชาชน การบรรจุระเบียบวาระถูกต้องตามกฎหมาย นะครับ ในขณะนั้นทุกท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผมเห็นว่าถ้าท่านผู้ใดจะไม่ร่วม เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ทราบว่าท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นถอนได้อาศัยอํานาจใดครับ ท่านถอนเฉพาะของท่านได้ท่านมีหนังสือมอบอํานาจที่มาพูดในสภานี้หรือเปล่าครับว่ามา ถอนแทน ถ้าไม่มีผมถือว่าท่านลุกขึ้นแอบอ้างนะครับ ให้ผู้ที่ถอนลุกขึ้นถอนแต่ละคน ๆ สิครับ
เอาอย่างนี้นะครับ คือเมื่อกี้ผมลืมถามว่ามีผู้ใดที่มีชื่ออยู่แล้วจะถอนขัดข้องหรือไม่นะครับ แต่โดยหลักการแล้วจะต้องให้เจ้าตัวลุกขึ้นถอนเองะนครับ นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน สิ่งที่ผมได้ลุกขึ้นครั้งแรกเป็นการนําเสนอตาม ข้อบังคับของผู้ที่มีความประสงค์จะถอน ส่วนขั้นตอนการถอนนี่ต้องขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกเข้าใจถูกต้องครับไม่ได้เพี้ยนจากกัน วิธีการคืออย่างนั้น ผู้มีความประสงค์ก็ใช้ อํานาจในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติขอถอนต่อ ที่ประชุม ที่ประชุมมีมติให้ถอนก็ถอนได้ นั่นคือข้อบังคับ เพราะฉะนั้นผมเองขออนุญาตถอน รายชื่อจากเป็นผู้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะที่นําเสนอโดยท่าน ส.ส. จุมพฎ บุญใหญ่ ขออนุญาตด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ
สรุปแล้วเป็นนายแพทย์ชลน่านถอนไป ๑ ท่านแล้วนะครับ คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ประท้วงอะไร ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ ในข้อ ๕๓ เขียนชัดครับญัตติที่บรรจุ เข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว หากผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติหรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนรายชื่อจะถอนได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากที่ประชุมใหญ่ เพราะฉะนั้น ของใครใครถอนนะครับ เพราะว่าแต่ละร่างพระราชบัญญัติอย่างน้อยต้อง ๒๐ คนก็ต้องถอน เฉพาะตัวนะครับ แล้วหลังจากถอนไม่ถอนคนที่ถอนท่านประธานต้องถามมติที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้ถอนหรือไม่ให้ถอนนะครับ เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรเราดําเนินการแนวนี้ก็คือ หากจะถอนต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม หากที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ให้ถอนร่างดังกล่าวก็ยังคงอยู่ ขอบพระคุณท่านประธาน
ก็ถูกต้องครับ เมื่อสักครู่ผมได้ถามแล้วนะครับ ๒ ร่างแรกถามว่ามีท่านผู้ใดขัดข้องหรือไม่ ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องก็เป็นอันว่าถอนได้นะครับ ช่วงนี้ใครจะถอนก็เชิญครับ คุณสมคิดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมขอ ถอนครับ
คุณบุญรื่นครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ ขอถอนค่ะ
คุณสุชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ผมขอถอนครับ เพิ่มเหตุผลนิดเดียวท่านประธาน ครับ เหตุที่ถอนนี่ท่านประธานครับ ๒ มาตรฐานมันเกิดขึ้นครับ พี่น้องเสื้อเหลืองด่าผม เช้ายันเย็นผมทนไม่ไหว
ในเมื่อถอนก็ต้องขอให้ถอนอย่างเดียวนะครับไม่ต้องอภิปรายครับคุณธเนศ เครือรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม ธเนศ เครือรัตน์ ขอถอนครับท่านประธาน
คุณทองดี มนิสสารครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทองดี มนิสสาร ขอถอนครับ
คุณเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ พรรคเพื่อไทยขอถอนครับ
คุณนายสุนัย จุลพงศธร ครับ
ท่านประธานครับขออนุญาต นิดเดียวครับ คือจริง ๆ ไม่ต้องถามแล้วครับ คืออย่างนี้ครับ ผมขอกราบเรียนว่าตาม มาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญนั้น ส.ส. มีสิทธิและได้มีการมอบหมายกันในที่ประชุมพรรค เป็นมติแล้วครับ มอบให้คุณหมอชลน่านเป็นผู้แถลง แต่ว่าบางท่านอาจจะไม่ค่อยเชื่อมติ พรรคนั่นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่พรรคผมเชื่อมติกัน เมื่อท่านประธานก็ได้เช็กแต่ละคน ๆ แล้วตรงกันหมดครับ ผมคิดว่าถ้าท่านจะกรุณาไม่เสียเวลาก็ยืนยันตามที่คุณหมอชลน่านครับ ท่านประธาน
เมื่อกี้คุณหมอชลน่านไม่ได้บอกนะครับว่าพรรคมีมติว่าให้ถอนรายชื่อนะครับ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เดินมารายคนไปแล้วครับ ขอเชิญครับท่านผู้ใดจะถอน เชิญคุณชมภู จันทาทองครับ ท่านเชาวรินธร์ประท้วงใช่ไหมครับ
ผมขอถอนครับ
ท่านถอนนะครับ คุณชมภู จันทาทองครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขอถอนค่ะ
คุณนิยม เวชกามา
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ถอนครับ
คุณนพคุณ รัฐผไท ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นพคุณ รัฐผไท จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอถอนครับ
ท่านเลขาธิการได้นับไหมครับว่า ถอนไปกี่ท่านครับ คุณไพจิต ศรีวรขานครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานครับ เป็นมติของ พรรคเพื่อไทยที่ไม่อยากร่วมเป็นเครื่องมือของเผด็จการ ผมขอถอนครับ
ได้นับไหมครับว่าถอนไปเท่าไรครับ คุณคมเดชครับ คุณดมเดช เป็นคนที่ ๑๓ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วัลลภ สุปริยศิลป์ ขอถอนครับ
๑๓ นะครับ คุณดมเดชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ขอถอนครับ
อย่างนี้นะครับ สมาชิกครับ เมื่อมีผู้ถอนรายชื่อจากการรับรองญัตติ จึงทําให้ญัตตินี้มีจํานวน ผู้สนับสนุนไม่ครบ เพราะฉะนั้นญัตติของคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ก็จะต้องตกไปโดยอัตโนมัติ นะครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมีขึ้น)
เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ เนื่องจากผมเชื่อว่าท่านประธานได้วินิจฉัยผิดพลาด เพราะมีเพื่อนสมาชิก คือท่านวิรัตน์ ได้ย้ําเตือนกับท่านประธานแล้วว่าเพื่อนสมาชิกมีสิทธิที่จะใช้ข้อบังคับ ตามข้อ ๕๓ ขอถอนชื่อได้ แต่การที่จะให้ถอนหรือไม่ให้ถอนนั้นเป็นเรื่องของมติที่ประชุม ดังนั้นผมขอให้ที่ประชุมลงมติว่าเห็นชอบให้เพื่อนสมาชิกเหล่านี้ถอนชื่อหรือไม่ครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เรื่องนี้เป็นประเด็นเทคนิคกฎหมายอย่างชัดเจน ในเมื่อเจ้าตัวเสนอ และขณะนี้ยังไม่ได้รับวาระรับหลักการนะครับ เป็นการเพียงแต่พิจารณาเสนอเข้ามาให้สภา พิจารณา ในเมื่อเจ้าตัวได้ถอนเสมือนกับว่าญัตตินี้มีผู้เสนอเข้ามา ๑๐ ท่าน สมมุตินะครับ ๑๐ ท่าน สภาก็ไม่สามารถจะรับและบรรจุวาระได้ ต้องพิจารณาอย่างนั้นนะครับ
ท่านประธานเข้าใจผิดนะครับ ท่านประธานดูข้อ ๕๓ อ่านดี ๆ ผมอ่านให้ท่านประธานฟังว่า ญัตติที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมแล้ว หากผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติหรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อจากการเป็น ผู้ร่วมการเสนอ หรือผู้รับรองจะถอนการรับรองญัตติจะต้องได้รับความยินยอมของที่ประชุม วันนี้ญัตตินี้เข้าสู่ที่ประชุมแล้ว แล้วเขาก็จะถอนชื่อต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นขณะนี้ผมคิดว่าจะต้องขอมติจากที่ประชุมเพื่อรับรองหรือไม่ รับรอง ขอบคุณครับ
คือถ้าพิจารณาอย่างนี้มันก็จะเป็นประเด็นแง่กฎหมาย เพราะว่าเจ้าตัวนี้ถอนชื่อ คือ ตามข้อบังคับข้อ ๕๓ เขียนอย่างนั้น แต่ในทางปฏิบัติเมื่อเจอข้อเทคนิคกฏหมายอย่างนี้ ก็ต้องปฏิบัติอย่างที่ผมว่า คือหมายความว่าในเมื่อเข้าตัวนี้ถอนก็จะเสมือนว่ามีผู้เสนอญัตติ ทั้งหมดไม่ถึง ๒๐ ท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องพิจารณาให้ดีนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวร่าง จะตกไปทั้ง ๓ ฉบับ ผมขอความกรุณาอย่างนี้เลย ฟังผมก่อนนะครับ อย่าเพิ่งประท้วง สมมุติ ขณะนี้มีผู้ถอนไป ๑๓ ท่าน ผู้รับรองญัตติของร่างฉบับที่ ๑ นี้จะเหลือจริง ๆ เท่าไรครับ ประมาณ ๑๓ ท่านเหมือนกัน เมื่อเราพิจารณาไปและพ่วงทั้ง ๓ ฉบับนี้ผมเกรงว่า เป็นประเด็นกฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกออกไปนี้ อีก ๒ ฉบับก็ยังพิจารณาได้ เป็นร่างของรัฐบาลและเป็นร่างของคุณผ่องศรี อันนี้เป็นข้อวินิจฉัย ที่จะทําให้การดําเนินการเป็นไปอย่างเรียบร้อยและถูกต้องที่สุดครับ เชิญคุณธนา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานใช้ ดุลยพินิจในการวินิจฉัยเรื่องนี้คลาดเคลื่อนและผิดต่อข้อบังคับการประชุมสภา ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านประธานอย่าไปนึกเอาตอนที่เสนอญัตติครับว่า รายชื่อสมาชิกนั้นไม่ครบ ทําให้ญัตตินั้น ไม่มีผลบังคับ ซึ่งไมใช่ ผมกราบเรียนว่าญัตติฉบับนี้เพื่อนสมาชิกได้นําชื่อทั้งหมดและผู้รับรอง ครบถ้วนตามข้อบังคับข้อที่ ๓๗ ที่ระบุว่าญัตติทั้งหลายต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อ ประธานสภาและต้องมีจํานวนสมาชิกไม่น้อยกว่า ๕ คน แล้วก็รายละเอียดของการเสนอ ญัตติ ท่านประธานสภา โดยสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อรับญัตติแล้ว ต้อง พิจารณาว่าญัตตินั้นถูกต้องด้วยข้อบังคับหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมของท่านประธานสภา คณะทํางานของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้พิจารณาแล้ว ถือว่าเป็นญัตติที่ถูกต้องด้วย ข้อบังคับ จึงได้นําเสนอไว้ในวาระการประชุม ซึ่งวันนี้ก็ปรากฏในวาระการประชุมที่เรากําลัง จะพิจารณา แต่ว่าในการประชุมของสภานี้ครับท่านประธาน เวลาที่ญัตติเสนอเข้าสู่สภา ผู้แทนราษฎรแล้ว ถือว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้รับในเรื่องที่จะพิจารณา แล้วก็จะมีกระบวนการเพิ่มเติมอีกครับว่า ในกรณีที่ญัตติเสนอเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ คนเสนอญัตติหรือผู้รับรองจะมาถอน แล้วทําให้ญัตติตกไปนี้นะครับ ท่านประธาน ในทางปฏิบัติเขากลัวกันว่าจะมีการทําให้ญัตตินี้มันแท้งก่อนที่จะเข้าสู่ การพิจารณา เพราะฉะนั้นเมื่อญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรถึงกําหนดหลักเกณฑ์ไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันลักษณะญัตติอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ว่าในกรณีที่ญัตติเสนอเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งวันนี้ท่านประธานเห็นด้วยกับผมนะครับว่า ญัตติของท่านจุมพฎนั้นได้ถูกบรรจุไว้ในวาระ การประชุมสภาแล้ว แล้วมีข้อกําหนดต่อไปครับว่า หากผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติ หรือจะ แก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อจากการเป็นผู้ร่วมเสนอ อันนี้คงไม่ปฏิเสธนะครับว่าสิ่งที่ เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นทั้งหมดก็คือการขอถอนชื่อจากการเป็นผู้ร่วมเสนอหรือผู้รับรอง จะถอน การรับรองญัตติได้ต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าวันนี้ญัตติ ถูกต้องแล้ว วันดีคืนดีเข้าสู่วาระการประชุม ท่านสมาชิกก็ลุกขึ้นถอนจากการเป็นผู้เสนอญัตติแล้ว ท่านประธานวินิจฉัยว่าญัตติตกไปนั้นเป็นไปไม่ได้ครับท่านประธาน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่ากระบวนการในการทํางานของสภาผู้แทนราษฎรมีหลักมีเกณฑ์ ส่วนท่านสมาชิกในวันที่เสนอญัตติไปแล้วมีความเห็นประการใดก็ตาม วันที่ญัตตินี้เข้าสู่วาระ การประชุม ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรครับ แต่ญัตตินี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากที่ประชุมของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อนว่าจะยินยอมให้ถอนชื่อ จากการเป็นผู้เสนอหรือไม่ ส่วนท่านสามารถแสดงท่าทีทางการเมืองของท่านได้ในการ ประชุมคณะกรรมาธิการและในการประชุมวาระสองและวาระสาม แต่ว่าถ้าท่านประธาน พิจารณาว่าเมื่อถอนชื่อในที่ประชุมแล้วญัตติตกไป ท่านประธานพิจารณาขัดต่อข้อบังคับที่ ประชุมแน่นอน ท่านประธานต้องขอความยินยอมจากที่ประชุมสภาครับ ขอบคุณครับ
คุณเชาวรินธร์ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมมั่นใจว่าที่ท่านประธานได้วินิจฉัยไปนั้นมีประเพณีปฏิบัติ กันมา เมื่อช่วงปี ๒๕๒๖ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ขณะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยและเป็นฝ่ายค้าน ได้มีเรื่องทํานองเดียวกันนี้ครับ พรรคชาติไทยยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในขณะนั้น ปรากฏว่านายกรัฐมนตรี ไม่ประสงค์ที่จะให้อภิปราย ท่านบอกว่าถ้ามีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรจะถูกบันทึกไว้ ในรายงานการประชุมชั่วลูกชั่วหลานมาอ่านเมื่อไรก็เจอ แล้วสิ่งที่ผู้แทนราษฎรเอามา อภิปรายนั้น บางเรื่องก็จริงบ้าง บางเรื่องไม่จริงบ้าง ท่านจะเสียหาย ท่านก็เลยบอกให้ทหาร ซึ่งเป็นลูกน้องท่านมาอุ้ม ส.ส. พรรคชาติไทย
มีผู้ประท้วงครับ คุณยุคลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี นะครับ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ที่มีการถอนชื่อเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลดังนี้นะครับ
สรุปแล้วคุณยุคลประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายใช่หรือเปล่าครับ ประท้วงเรื่องไหนครับ
ท่านประธานครับ ขอให้ผมชี้แจง นิดเดียวนะครับ ผมฟังแล้วผมไม่สบายใจเลยนะครับ ตอนที่ท่านเป็นฝ่ายรัฐบาลท่านก็ลงชื่อ พอเป็นฝ่ายค้านท่านถอนชื่อ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ มันเลอะเทอะนะครับการเมืองไทย
นั่งลงครับ เชิญครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณพิเชษฐ์ครับ เดี๋ยวจะประท้วงซ้ําซ้อนกันนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านผู้ประท้วงแล้วก็อภิปรายที่พูดว่าเลอะเทอะ ผมไม่บอกให้ถอนนะครับ ไม่ต้องถอนครับ ผมคืออย่างนี้ครับในเมื่อท่านอธิบายได้ ผมขออธิบายนิดหนึ่ง
ผมไม่อนุญาตให้อภิปราย เดี๋ยวท่านไปใช้สิทธิอภิปรายนะครับ เชิญนั่งลงครับ ให้ท่านเชาวรินทร์ให้จบ คุณสุชาตินั่งลงครับ ให้ท่านเชาวรินธร์อภิปรายให้จบครับ เชิญครับ เชิญท่านเชาวรินธร์ครับ ขอรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ปรากฏว่า ส.ส. พรรคชาติไทยถูกทหารอุ้มเข้าไปในค่าย แล้วก็ทําบันทึกแล้วก็ให้เซ็นว่า ถอนชื่อจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เจ้าตัวไม่ได้ถอนนะครับ
มีคนประท้วงครับ คุณวรศุลีประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรรปริสุทธิ์ ขอประท้วงท่านประธานและประท้วงผู้อภิปรายค่ะ ตอนนี้เรากําลังพิจารณา เรื่องกฎหมายนะคะ กฎหมายเรื่องชุมนุม พระราชบัญญัติชุมนุมค่ะ ทีนี้ในกรณีในส่วนของ ทางเพื่อนสมาชิกนะคะได้ถอนชื่อในการที่เสนอ แต่ถ้าถามตามว่าได้บรรจุเข้าในวาระแล้ว เราก็ต้องอิงข้อบังคับของการประชุม การประชุมในสมัยนี้ก็คือข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ขอประท้วงท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นะคะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ค่ะท่านเชาวรินธร์คะ เพราะท่านบอกว่าท่านไปเอ่ยถึงการประชุมตั้งแต่สมัยก่อนโน้น ซึ่งไม่ใช่ เป็นการยื่นญัตติหรือการพิจารณากฎหมาย
เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยนะครับ
ท่านประธานอีกด้วยค่ะ ประท้วง ท่านประธานว่าท่านประธานไม่ทําตามข้อบังคับ ข้อบังคับในกฎหมายนี้ได้เขียนเอาไว้แล้วว่า ข้อ ๕๓ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ก็ได้พูดอยู่แล้วว่าญัตติที่บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม หากผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติ หรือจะแก้ไขเพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อจากการเป็นผู้ร่วม การเสนอ หรือผู้รับรองจะถอนการรับรองญัตติจะต้องได้รับความยินยอมของที่ประชุม
คือสรุปแล้วคุณวรศุลีไม่ได้ประท้วงนะครับ เพียงแต่บอกว่าการทําตามข้อบังคับ ข้อ ๕๓ จะเป็นอย่างไรนะครับ ผมขอเชิญนั่งเลยครับ นั่งทั้งหมดเลยครับ และขอท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านเดียวครับ ท่านเชาวรินธร์ครับ ผมทราบแล้วนะครับเรื่องที่ท่านพูด ผมขอฟัง ความคิดเห็นต่าง ๆ อีกครั้งเดียวแล้วผมจะวินิจฉัยนะครับ คือได้ใจความแล้วครับ ไม่อย่างนั้น ก็จะมีผู้ประท้วงนะครับ เราจะได้พิจารณาไปให้เร็วครับ ขอเชิญท่านนั่งเลยครับ คือไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันเรื่อยครับ คือผมเข้าใจในเรื่องที่ท่านเชาวรินธร์เสนอแล้วว่า การถอนมันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว ทราบอยู่แล้วครับ โดยไม่ต้องไปพาดพิงพรรคอื่นนะครับ
ผมไม่ได้พาดพิงใคร
ถ้าอย่างนั้นขอสั้น ๆ นะครับ และไม่ต้องไปพาดพิงคนอื่น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะมีประท้วงต่อ
อภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วสมาชิกไม่ได้มาถอนด้วยตัวเอง เซ็นอยู่ในหนังสือ เซ็นกันในค่ายทหาร เอามายื่นในสภา สภายังวินิจฉัยว่าเป็นการถอน และเมื่อชื่อของคนอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ครบก็ญัตติตกไป ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ในสภาเราก็ต้องมองวัฒนธรรม ประเพณี ธรรมเนียมปฏิบัติกันด้วย เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าพวกผมทั้ง ๑๐ กว่าคน ที่ถอนนั้นเป็นเอกสิทธิ์ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ ขออีกท่านเดียวครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วนครับ ด้วยความเข้าใจเจตนาของท่านประธาน ที่เกรงว่ามันจะไปกระทบกับญัตติอื่น แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ได้เขียนไว้ชัดเจน ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นไปได้ ไม่มีทางที่จะไปคิดถึงเรื่องอดีตหรือประเพณี เพราะตัวอักษรมันเขียนไว้ชัดแล้ว เจตนารมณ์ของการเขียนข้อ ๕๓ ก็เพื่อต้องการที่จะไม่ให้ มีผู้ที่ลงชื่อ ตัดสินใจลงชื่อไปแล้ว แล้วตอนหลังมาก็ถอนโดยอาจจะเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้วความวุ่นวายเกิดขึ้นแน่นอนจึงมีการเขียนข้อบังคับฉบับนี้ ซึ่งกระผมขออนุญาตอ่านอีกครั้งครับ ญัตติที่บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว คือญัตตินี้บรรจุ แล้วครับ หากผู้เสนอญัตติจะถอนญัตติหรือจะแก้ไขเพิ่มเติมหรือจะถอนชื่อจากการเป็น ผู้ร่วมกันเสนอหรือผู้รับรองซึ่งก็รวมทั้งผู้รับรองด้วยจะถอนการรับรองญัตติจะต้องได้รับ การยินยอมของที่ประชุมใหญ่นั่นคือท่านประธานจะต้องถามมติที่ประชุมว่าจะยินยอมให้ ถอนหรือไม่ ส่วนเจตนาของท่านประธานที่เกรงว่าญัตติอื่นจะตกไปนั้นก็คงจะเป็น คนละประเด็นครับท่านประธาน
ผมเรียนอย่างนี้นะครับ คุณจุมพฏนั่งลงก่อนครับ ผมวินิจฉัยให้ฟังครับ คือการถอนรายชื่อ ของ ส.ส. เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว เมื่อถอน ท่านเป็นคนยื่นเองและท่านแสดงเจตจํานง ในการถอนมันก็เป็นสิทธิของท่านเมื่อท่านถอนแล้วชื่อมันไม่ครบ ๒๐ ท่าน ซึ่งตามข้อบังคับ ว่าการเสนอต้องครบ ๒๐ ท่าน อันนั้นหมายความว่าเพื่อให้สภารับเข้าบรรจุในวาระประชุม แต่เมื่อข้อบังคับข้อ ๕๓ เขียนไว้ชัดเจนนะครับซึ่งผมขออนุญาตดังนี้ครับว่าการเขียน ข้อบังคับข้อ ๕๓ เขียนไว้อย่างนี้มันจะเห็นเลยว่าในอนาคตมันเกิดปัญหาแต่เมื่อข้อบังคับ เขียนอย่างนี้เราก็ต้องปฏิบัติไปตามข้อบังคับนะครับ แต่ผมจะวินิจฉัยเลยว่ามันเป็นข้อบังคับ ที่มีปัญหาแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้เราก็ต้องลงมตินะครับว่าสภาอนุญาตให้ ส.ส. ถอนหรือไม่ถอน แต่จริง ๆ คือไม่ใช่ ส.ส. ถอนหรือไม่ถอนนะครับ หมายความว่าคือ ส.ส. ถอนไปแล้ว ขณะนี้ผู้รับรองญัตติไม่ครบ ๒๐ ท่าน แต่สภาอนุญาตไม่ให้ถอนนะครับ ก็หมายความว่าสภายอมรับว่าผู้เสนอญัตติไม่ครบ ๒๐ ท่าน ก็ยังบรรจุวาระประชุมได้ ต้องอย่างนั้นครับมันถึงจะเดินต่อได้ เชิญคุณบุญยอดครับ
ท่านผู้ทําหน้าที่ประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ต้องลุกขึ้นประท้วงท่าน อย่างรุนแรงชัดเจนนะครับ ท่านวินิจฉัยได้อย่างไรครับว่าการถอนชื่อเมื่อสักครู่นี้ถือว่า ถอนแล้ว ญัตตินี้บรรจุไปแล้วครับไม่ใช่มาเสนอญัตติอยู่ข้างล่างแล้วยังไม่บรรจุญัตติเข้าสู่ วาระการประชุม แล้วท่านก็บอกว่าข้อบังคับที่นี่ผิดผมว่าท่านวินิจฉัยไม่เข้าท่าเลยครับ ท่านไม่ควรทําหน้าที่ประธานครับ ท่านเอนเอียงชัดเจนครับ ท่านเข้าข้างสมาชิกซึ่งอยู่ ในพรรคเดียวกับท่านครับ ท่านตั้งสติก่อนนะครับท่านเป็นประธานในที่ประชุม นี่คือข้อบังคับของการประชุม ญัตติที่บรรจุวาระ
ต้องขอเชิญคุณบุญยอดนั่งลงครับ ผมไม่ได้วินิจฉัยเข้าข้างนะครับ ถ้าผมวินิจฉัยเข้าข้าง ผมให้ ส.ส. พรรคผมถอนไปแล้ว ผมวินิจฉัยว่าอย่างนี้ครับ เชิญนั่งลงก่อนนะครับ ผมวินิจฉัย ว่าการถอนเป็นเอกสิทธิเฉพาะตัว หมายความว่าสมาชิกเขาถอนไปแล้วครับ เพราะฉะนั้น ผู้รับรองญัตติอันนี้จะไม่ครบ ๒๐ ท่าน แต่เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภาเขียนไว้ชัดเจน ว่า การถอน การเพิ่มเติม หรือแก้ไขต้องได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น อย่างไรก็ตามการจะถอนแล้วถอนญัตตินี้ได้หรือไม่ได้จะต้องมีการลงมติครับ แต่อย่าง เมื่อสักครู่ผมถาม ๒ ท่าน ที่เสนอผมถามว่ามีท่านผู้ใดขัดข้องหรือเปล่า ของคุณสถาพรกับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ เพราะฉะนั้นท่านก็ถอนไปได้ แต่เผอิญอันนี้มีผู้ ขัดข้อง เพราะฉะนั้นก็จะต้องลงมตินะครับ
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญ คุณสุชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ และประท้วงเพื่อนสมาชิกที่มาดูถูกดูแคลนผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนเลือกตั้ง มันเป็นเอกสิทธิ์ท่านประธานพูดถูกแล้วครับ ในเมื่อครั้งแรกมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมเอ่ยชื่อเมื่อกี้นี้บอกว่าเซ็นชื่อไปแล้วเลอะเลือนท่านประธานต้องให้ถอนก่อน คําพูดอย่างนี้ พูดในสภาไม่ได้ท่านประธานครับ ประธานต้องให้คนที่พูดถอนด้วย ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ต่อจากผมท่านประธานครับ ในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ ผมบอกแล้ว อย่างไรครับท่านประธาน เช้าเสื้อเหลืองด่า เย็นเสื้อแดงด่า แล้วจะให้ผมไปออกกฎหมายให้เขา ผมรับไม่ได้เพราะประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะประชาชนไม่เห็นด้วยผมถอนนี่ผมผิดหรือครับ ท่านประธานครับ อย่างนั้นผมเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อท่านประธานครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผมต้องขออย่างนี้ครับ เพื่อให้บรรยากาศมันเดินไปได้นะครับ ผมต้องการจะทํางานให้สภามันเดินไปด้วยดี จริง ๆ อย่างนี้ครับ ข้อบังคับข้อนี้มันเห็นปัญหา แล้วครับ เห็นปัญหาชัดเจนว่าในเมื่อเจ้าตัวที่เขาเสนอญัตติเขาไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะเสนอ แต่ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่าจะต้องลงมติ ผมได้วินิจฉัยว่าต้องลงมติ เพราะฉะนั้น ก็ขอฝ่ายรัฐบาลนะครับไม่ต้องลงมติครับ คือไม่ขัดข้องให้คนเหล่านี้ถอนตัวถอนญัตติไปเสีย มันก็จบมันก็เดินต่อไปได้ ก็ยังมีอีก ๒ ร่างครับที่จะต้องพิจารณา ท่านธนา ขอให้คุณจุมพฏ ก่อนนะครับ คุณธนาครับขอคุณจุมพฏก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ในฐานะผู้เสนอร่าง ถ้าท่านประธานไม่ชี้ให้กระผมพูดก็คงจะเสียหายนะครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้มันง่ายนิดเดียว นะครับถ้าทางประธานวิปฝ่ายค้านจะพูดกับผมสักคําหนึ่งผมไม่ได้มีติดใจอะไรครับ เพราะการเสนอกฎหมายฉบับนี้ผมไม่ได้มีได้มีเสียอะไรทั้งสิ้นนะครับ เพียงแต่ว่าในขณะนั้น พรรคพลังประชาชนซึ่งได้ถูกยุบไปแล้วโดยศาลรัฐธรรมนูญเป็นรัฐบาลโดย ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ผู้ล่วงลับเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นมีม็อบที่ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ ม็อบพันธมิตร ทางพรรคพลังประชาชน
คือสรุปแล้วคุณจุมพฏจะอภิปรายนะครับ ผมจะอนุญาตให้พูดเฉพาะเรื่องจะถอนหรือไม่ถอน นะครับ
ผมเห็นคัดค้าน ผมกําลังอภิปรายแสดง เหตุผลว่าผมคัดค้านกับเพื่อนสมาชิกพรรคพลังประชาชนผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้ร่วมกันเซ็นชื่อ เป็นการเซ็นชื่อโดยสมัครใจทุกท่าน ได้พิจารณาเห็นสมควรแล้วในขณะนั้นเราเป็นรัฐบาล ร่วมกัน แม้ปัจุบันสถานการณ์ทางการเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมรอร่างพระราบัญญัติฉบับนี้มา ๓ ปีท่านประธาน รอมา ๓ ปีครับถึงแม้ว่าร่างนี้จะได้ร่วม พิจารณา
ผมต้องขอคุณจุมพฏเอาเรื่องนี้ก่อน เรื่องประเด็นเทคนิคข้อบังคับ
เป็นอันว่าเพื่อนสมาชิกไม่ควรมาถอน กลางคันในขณะนี้นะครับ ฉะนั้นผมขอให้สภาแห่งนี้ได้วินิจฉัยว่าอนุญาตให้ถอนหรือไม่ อนุญาตให้ถอนตามข้อบังคับข้อ ๕๓ ผมขอมติสภาใหญ่ครับ
เรื่องนี้ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับมันเป็นข้อผิดพลาดของข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งถ้า เขียนอย่างนี้ผมก็จะต้องให้ลงมติครับ แต่มีผู้ประท้วงครับ ผมต้องขออย่างนี้ครับ ขอข้างละ คนครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้เอาคุณวิเชียร ขาวขํา แล้วเดี๋ยวจะเป็นคุณสมบูรณ์ คืออย่างนี้ครับผม อยากให้การดําเนินการประชุมมันเป็นไปได้นะครับ ญัตติเมื่อสักครู่ที่เสนอนับองค์กรประชุม มันมีผู้รับรองผมก็ขอร้องคุณสุชาติ เชิญคุณสุชาตินะครับที่เสนอญัตติขอนิดเดียวครับ เพราะ เขาเสนอญัตตินับองค์ประชุมนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่คารพ กระผม สุชาติ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพุรี เขต ๑ ผมเป็นคนเสนอก่อนท่านประธานครับ ผมเสนอให้ นับองค์ประชุม มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านประธานไม่สามารถที่จะมาบอกผมบอกว่าถอนไม่ได้ ท่านประธานต้องดําเนินการของเราผมก่อนครับว่าจะนับองค์ประชุมหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ มีผู้รับรองแล้วประธานก็ปล่อยให้คนอื่นประท้วงต่อไปอย่างนี้ สภามันก็ไม่เป็นสภา ท่านประธาน
อย่างนี้นะครับ คุณสุชาติครับผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ท่านมีสิทธิเสนอนับองค์ประชุมได้ ประธานก็มีสิทธิวินิจฉัยนะครับว่า ยังไม่เห็นสมควรที่จะมีการนับองค์ประชุม แล้วประธาน ก็ได้ชี้แจงให้ทราบว่าวิธีการที่จะทําให้การประชุมมันดําเนินการต่อไปได้ก็จะต้องเป็นอย่างไร ผมขอ ๒ คนพอ ขอคุณวิเชียร ขาวขํา แล้วก็คุณธนา ๒ ท่านะครับ คุณวิเชียรก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๒ ให้เอกสิทธิ์คุ้มครอง การทําหน้าที่ในสภาแล้วก็บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๖ มันก็บัญญัติไว้ว่ารัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใด กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับใดขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญนี้บทบัญญัตินั้นเป็นอันบังคับใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อบังคับ ข้อ ๕๓ นี่จะมาใหญ่ กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ จะมาขัดแย้งกับการทําหน้าที่ของ ส.ส. ในสภาไม่ได้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานวินิจฉัยถูกต้องแล้วครับ
คุณธนา ชีรวินิจครับ แล้วเดี๋ยวคุณสมบูรณ์ครับ เมื่อกี้ผมเผอิญผมเรียกคุณสมบูรณ์ โทษนะครับ เอาคุณธนาก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมต้องลุกขึ้นมาก็เพราะว่าท่านประธานได้วินิจฉัยในตอนท้ายนี้ ถ้าผมไม่ลุกขึ้นมาพูดกลายเป็นเป็นว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับท่านประธานว่าข้อบังคับ ข้อที่ ๕๓ มีปัญหา ซึ่งผมเรียนท่านประธานด้วยความสัตย์จริงว่า ข้อบังคับที่ ๕๓ นี้ เขียนได้อย่างถูกต้องแล้ว ถึงกระบวนการของการนําเสนอญัตติต่าง ๆ เข้าสู่สภา ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ มีจริงครับ แต่ว่าบางเรื่องต้องฟังมติที่ประชุมครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เวลาที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดถูกดําเนินคดีในระหว่างสมัยประชุมสภา แม้ว่าสมาชิก ท่านนั้นจะใช้เอกสิทธิ์ว่าไม่ต้องการมติที่ประชุมที่จะไม่ให้มีการดําเนินคดีในระหว่าง ประชุมสภา ที่ประชุมมีมติทับเอกสิทธิ์ของ ส.ส. หลายครั้งครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานจะเอ่ยว่าเอกสิทธิ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วจะต้องใช้เอกสิทธิ์นั้นได้ทุกเรื่องในที่ประชุมสภาแห่งนี้ไม่ได้ครับ บางเรื่องเอกสิทธิ์ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยู่ภายใต้ข้อบังคับและบทบัญญัติของกฎหมาย บางเรื่องเอกสิทธิ์ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่สามารถที่จะหักล้างมติของที่ประชุมได้ บางเรื่องที่ประชุม เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ไม่อาจทําตามเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่ขอต่อที่ประชุมรัฐสภา ก็ทํากันมาแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเอกสิทธิ์ครับ แต่เป็นเรื่องที่จะทําให้การทําหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรได้ทําอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าเสนอญัตติแล้วก็มีการไปดําเนินการเพื่อให้ ญัตตินั้นแท้งก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณา วันที่มีการเสนอญัตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบดีว่าญัตติที่ตัวเองเสนอนั้นมีความถูกต้อง มีความชอบธรรม และเป็นญัตติที่จะ ก่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม แต่ไม่เป็นอะไรครับท่านประธานว่าในเวลาต่อมาท่านจะ ไม่เห็นด้วยกับญัตติท่านก็มีสิทธิที่จะขอถอนได้ เป็นเรื่องปกติ แล้วก็อย่าไปวิตกกังวลครับ ว่าสภาแห่งนี้จะไม่ให้ท่านถอน ท่านอย่าไปวิตกขนาดนั้นเลยครับ เพียงแต่ว่าเรามาทําการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นกติกามันก็ไม่มีหลักเกณฑ์ วันดีคืนดีเราก็จะเดินไปตามที่เราต้องการ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องของการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ผมจึงต้องลุกขึ้นมาทักท้วงท่านประธานว่า สิ่งท่านประธานวินิจฉัยว่า ข้อบังคับ ข้อ ๕๓ นั้นมีปัญหา ผมกราบเรียนว่าไม่มีปัญหาครับ
ผมยังยืนยันนะครับ ว่ามีปัญหาครับ เพราะว่าในเมื่อเจ้าตัวเขายืนยันเขาถอนนะครับ มันไม่มี อะไรเลยที่จะไปห้ามเขาถอนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมได้วินิจฉัยว่าถ้าข้อบังคับเขียนไว้ อย่างนี้ อย่างไรมันก็ต้องลงมตินะครับ ว่าทางสภาอนุมัติให้ถอนหรือเปล่า คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อีกท่านเดียวนะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายแพทย์ชลน่านประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวขออนุญาตคุณสมบูรณ์นะครับ หมอชลน่าน ประท้วงอะไรครับ ให้เอาเป็นเรื่องประท้วงนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ผมประท้วงตามข้อบังคับครับ ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงว่าเพื่อนสมาชิกทําผิดข้อบังคับ ถ้าเพื่อนสมาชิกไม่ทําผิดข้อบังคับ ผมไม่มีสิทธิประท้วงครับท่านประธาน และขึ้นกับคําวินิจฉัยของท่านประธานว่า คําประท้วงผมเป็นผลหรือไม่ ถ้าท่านวินิจฉัยว่าคําประท้วงผมไม่เป็นผล ผมก็ยอมรับ ผมก็ นั่งลง แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมประท้วงเรื่องอะไร ประท้วงใคร ผมประท้วง สมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่านครับที่ลุกขึ้นมากล่าว เนื่องจากคําประท้วงของผมในกรณีการถอน รายชื่อ ท่านหนึ่งบอกว่าท่านประธานเองวินิจฉัยเข้าข้างพรรคพวกของตนเอง ซึ่งเป็น ข้อกล่าวหาผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง อย่างชัดเจน ท่านประธานอาจจะรู้สึก ไม่เสียหาย แต่ว่าผมเสียหาย เพราะการทําหน้าที่ในสภานี้มันเป็นการทําหน้าที่แทนพี่น้อง ปวงชนชาวไทย เป็นอํานาจอธิปไตย เพราะฉะนั้นผมถือว่าผมเสียหาย ต้องประท้วงให้ท่าน ถอนคําพูดนะครับ ไม่อย่างนั้นคําพูดของท่านก็จะบันทึกอยู่ในรายงานการประชุม อยู่ตลอดเวลา ผมระบุชื่อก็ได้ครับ ท่านบุญยอดครับ ผมก็เคารพท่าน แต่ว่าบางเรื่องความคิด และเจตนารมณ์ของเราเองมันอาจจะไม่ใช่ของสภาทั้งหมดก็ได้ ท่านอาจจะมีอคติกับ ท่านประธาน ๒ คน อันนั้นเรื่องของท่านไม่เกี่ยวกัน แต่ว่ามากล่าวหาพวกผมไม่ได้ ท่านต้อง ถอนนะครับ ว่าวินิจฉัยเข้าข้างพวกเดียวกันเอง ถอนคําพูดคํานี้ออกไป ท่านที่ ๒ ครับ ก็รักสนิทกันดีครับ แต่การทําหน้าที่ในสภานั้น ใช้ถ้อยคําว่า ทําหน้าที่อย่างเลอะเทอะ ผมถือว่าเป็นการไม่ให้ เกียรติครับ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ กรุณาถอนเถอะครับ เราไม่ได้บาดหมางกัน หรอกครับ เพื่อจะได้ไม่บันทึก คนรุ่นหลังมาอ่าน อ่านชื่อ ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา พูดว่า เลอะเทอะ มันไม่ดูดีครับ ถอนเถอะครับ มันไม่ได้เสียหายอะไร กราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณประธานวินิจฉัยนะครับ ท่านบอกว่าต้องลงคะแนนนั่นคือจุดสุดท้ายถูกครับ ผมเองจะพูดแต่แรกแล้ว แต่ว่าเมื่อท่านประธานเองยังจะอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๕๓ โดยไม่ลงคะแนน ท่านสมาชิกทักท้วงก็เป็นเรื่องไปตามนั้น ท่านวินิจฉัยได้ถูกต้องแล้วครับ จุดสุดท้ายก็ต้องลงคะแนน เราไม่ได้ติดใจว่าสภาจะอนุมัติ ไม่อนุมัติ แต่มันเป็นเอกสิทธิ์ เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะถอน ถ้าสภาไม่อนุมัติก็ถือว่าญัตตินั้นก็ยังอยู่ ก็พิจารณาต่อไป ส่วนพวกผมจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็อีกเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ก็ต้องอย่างนี้นะครับคุณบุญยอดครับ โดยส่วนตัวผมไม่ได้ติดใจนะครับ เพราะว่ามันก็ เป็นการอภิปรายในสภา แต่นี่มีผู้เสนอประท้วงของให้ถอนนะครับว่า ผมวินิจฉัยเข้าข้าง พรรคตัวเอง แล้วก็การทํางานของสภาเราเลอะเทอะ ขอถอนเถอะครับ
ท่านผู้ทําหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมกล่าวหาท่าน นะครับ แล้วท่านเองก็อธิบายต่อที่ประชุมแล้วว่าท่านเองก็ไม่ได้เข้าข้าง เพราะถ้าท่านเข้าข้าง ท่านก็ต้องตัดสินอีกแบบหนึ่ง ผมกล่าวหาท่าน ท่านก็อธิบายแล้ว ผมไม่ถอนครับ
ไม่ถอน มีคนเสนอนะครับ ก็ต้องขอเชิญคุณบุญยอดออกนอกห้องประชุมนะครับ เพราะว่า มีข้อขอให้ถอนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร อีกครั้งครับ ผมไม่ถอน เพราะผมเชื่อว่าผม ไม่ได้กล่าวหาอะไรท่านที่มากเกินไปนะครับ คําถามก่อนนะครับท่าน
ผมไม่ได้ติดใจหรอกครับ ทีนี้มีผู้เสนอว่าท่านบุญยอดกล่าวหาว่าผมปฏิบัติหน้าที่โดยวินิจฉัย เข้าข้างพรรคตัวเอง ผมขอยืนยันว่าผมวินิจฉัยเป็นกลางที่สุด แล้วก็ตรงตามข้อบังคับ เมื่อมี เสียงทักท้วงจากสมาชิก คือ คุณธนา ชีรวินิจ แล้วตามข้อข้อบังคับ ข้อ ๕๓ ผมก็วินิจฉัยว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกนะครับ แต่ข้อบังคับ ข้อ ๕๓ เขียนไว้อย่างนี้ครับ อย่างไรก็ต้องลงมตินะครับ ซึ่งเมื่อครู่ผมยังได้แนะนํา เชิญนั่งลงก่อนครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้คุณบุญยอดถอนเถอะครับ ไม่ได้ว่าถอนเพื่อผม หรือถอนเพื่ออะไรทั้งสิ้นนะครับ มันจะได้ไม่ปรากฏอยู่ในที่ประชุมสภานะครับ
ผมก็ต้องเรียนถาม ท่านประธานนะครับว่า ท่านให้ผมถอนเพราะเหตุผลอะไรครับ ผมทําให้ท่านเสียหาย หรือเปล่าละครับ ผมทําให้ใครเสียหายหรือเปล่าละครับ
ก็อย่างนี้ครับ คุณบุญยอดครับ คือถ้าท่านไม่ถอนก็ไม่เป็นไร ถ้าท่านไม่ถอน ผมก็ต้องขอเชิญ คุณบุญยอดออกนอกห้องประชุมเท่านั้นเองครับ ผมเองไม่ได้ติดใจหรอกครับ เพราะว่า อย่างอื่น
ท่านไม่ติดใจ ไม่เสียหาย แล้วผมถอนเพราะอะไรครับ
เอาอย่างนี้ครับ ขอเชิญครับ ขอให้ทุกคน ผมยังไม่อนุญาตให้ประท้วงนะครับ ผมยังวินิจฉัย คุณบุญยอดไม่จบ ขอความกรุณาคุณบุญยอดถอนเถอะครับ
ผมถามท่านว่าท่านให้ผมถอน เพราะเหตุผลอะไรครับ
เพราะว่าท่านกล่าวหาในความไม่เป็นจริงครับ
ท่านเสียหายใช่ไหมครับ
ครับ เสียหายครับ ซึ่งผมเองไม่ได้คิดหรอกครับ เรื่องส่วนตัว เพราะท่านวิจารณ์ผมมากกว่านี้ ในบางเรื่องผมไม่เคยตอบโต้ท่านนะครับ ทีนี้เรื่องนี้มีผู้ประท้วง ขอความกรุณาเถอะครับ
ผมขออนุญาตอธิบายนะครับ สั้น ๆ ครับ ๑. ผมไม่ผิด
คือ ไม่ต้องอธิบายแล้วครับ ผมถามว่าถอนหรือไม่ถอน ถ้าท่านถอนท่านก็นั่งลง ท่านก็บอกว่า ถอนนะครับ จะได้ไม่ต้องประท้วงกันต่อครับ ขอให้ทุกท่านนั่งลงครับ นั่งลงนะครับ ท่านไม่ถอนผมก็ต้องเชิญท่านออกนอกห้องประชุมครับ เชิญครับ
เมื่อท่านไม่ได้ให้โอกาสผม ในการอธิบาย ผมไม่มีอคติอะไรกับท่าน ผมไม่ถอนครับ ยืนยันครับ ขอบพระคุณครับ
ไม่เป็นไรครับ ก็ขอเชิญท่านออกนอกห้องประชุมนะครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้เดินออกจากห้องประชุม)
ก็ต้องขอทุกท่านรักษาความเรียบร้อยด้วยนะครับ ผมวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งครับ ผมก็ยังยืนยัน ว่าข้อบังคับการประชุมค่อนข้างมีปัญหา เพราะว่าคนแสดงเจตนารมณ์จะถอน ขณะนี้ มันเปรียบเสมือนว่ามีผู้รับรองญัตติอยู่ไม่ถึง ๒๐ ท่าน แต่อย่างไรก็ตามญัตติจะผ่านไปได้ ก็ต้องเป็นมติของที่ประชุมสภา เพราะฉะนั้นก็จะต้องลงมติ ทีนี้ผมอยากจะให้การลงมติ ไม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีการนับองค์ประชุม เพราะฉะนั้น ผมถึงขอร้องฝ่ายรัฐบาลเถอะครับว่า ก็ปล่อยให้เขาถอนไปก็ยังมีอีก ๒ ร่างนะครับ ยังมีอีก ๒ ร่างที่จะต้องดําเนินการไป ผมคงไม่อนุญาตท่านใดแล้วครับ ขอเชิญลงมติครับ คุณสมบูรณ์ อภิปรายเรื่องนี้ใช่ไหมครับ
ครับ
ขออย่างนี้เลยครับ เป็นไปในทางเดียวกันที่ผมวินิจฉัยอยู่แล้วใช่ไหมครับ คือผมจะขอให้ลงมติ นะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ประท้วงท่านประธานเองละครับ ทําหน้าที่ ถ้าท่านไม่วินิจฉัย ท่านยุคลด้วยท่านจะถูกกล่าวหาว่า ๒ มาตรฐาน ผมเองประท้วงท่านบุญยอด จริง ๆ ไม่เกี่ยวกับท่านประธานครับ แต่ว่าพวกผมเสียหาย ผมก็ให้ขอถอน ถ้าท่านวินิจฉัยว่า ท่านบุญยอดทําให้สมาชิกเสียหาย ช่วยถอน ผมเชื่อว่าท่านบุญยอดถอน เพราะว่าการที่ถ้าผม ทําหน้าที่อย่างนี้ให้เกียรติสมาชิกครับ เพราะมันเป็นถ้อยคําที่ไม่เหมาะสม เป็นการดูถูก สมาชิกด้วยกัน ข้อบังคับเขียนไว้ครับ เราเพียงแต่ปฏิบัติตามข้อบังคับ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านยุคลช่วยถอดแล้วกัน ถอนคําว่า เลอะเทอะ
คือสรุปแล้วประท้วงเรื่องการวินิจฉัยของผมกับคุณบุญยอดเมื่อสักครู่นี้ใช่ไหมครับ เรื่องผ่านไปแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ
ผมกราบเรียนท่านประธาน ๒ ท่านครับ ที่อยากให้ถอนคําพูด ๑. ท่านบุญยอด ท่านวินิจฉัยไปแล้ว ประเด็นที่บอกว่าวินิจฉัยเข้าข้าง พวกเดียวกันเอง ผมขีดเส้นใต้คําด้วยนะครับ ถ้าจะถอนให้ขีดเส้นใต้คําให้ด้วย และอีกท่านหนึ่งท่านยุคลครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะท่านพูดคําว่า ทําหน้าที่ เลอะเทอะเมื่อเป็นฝ่ายค้าน ก็เพียงแต่ถอนคําว่า เลอะเทอะ ออกไปแค่นั้นเองครับ ท่าน วินิจฉัยนะครับ ถ้าท่านวินิจฉัยท่านยุคลผมเชื่อว่าท่านทําตามแน่ เพราะท่านเป็นคนดีครับ ขอบคุณครับ
ก็ต้องขอคุณยุคลนะครับ ถอนเถอะครับ เรื่องนิดเดียวครับ ที่ท่านบอกว่าการประชุม ของสภาเราเลอะเทอะ ขอเถอะครับ ขอไปใช้คําอื่นนะครับ คุณยุคลครับ คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ครับ ขอถอนเถอะครับ ที่ท่านบอกว่าการประชุมของสภาเรานี่มัน เลอะเทอะ ให้ใช้คําอื่นเถอะครับ แล้วเดี๋ยวคุณสมบูรณ์ต่อครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ
ขอคุณยุคลก่อนครับ ไม่อย่างนั้นมันมีประท้วงอยู่ครับ สรุปแล้วคุณยุคลไม่ถอนใช่ไหมครับ ยินยอมออกนอกห้องประชุมนะครับ ก็คุณสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในช่วงนี้ไม่น่าเกิดขึ้นมาเลยครับ ท่านประธานดูกฎหมายที่เข้า ในครั้งนี้ครับ ฉบับแรกเข้าเมื่อปี ๒๕๕๑ วันที่ ๒๑ เดือนมิถุนายน ฉบับแรกครับของ ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ กําลังเป็นปัญหา และเดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังครับท่านประธาน กฎหมาย เรื่องระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ นําเสนอเข้ามาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช อย่างที่ว่า
ท่านประท้วงอะไรครับ ท่านพิเชษฐ์
กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย
ฟังว่าเขาประท้วงอะไร คุณพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ
ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ครับ
เรื่องอะไรครับ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ใช้สิทธิ อะไรครับ สิทธิประท้วงหรือสิทธิอภิปราย ถ้าใช้สิทธิอภิปรายผมก็จะใช้สิทธิด้วยนะครับ ต้องชัดเจนครับ ประท้วงหรือว่าใช้สิทธิอะไรครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานข้อ ๘ ครับ
คืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ผมฟังความคิดเห็นของทั้ง ๒ ฝ่ายว่าเราจะดําเนินการอย่างไร และผมเรียกชื่อคุณสมบูรณ์ค้างเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ให้สิทธิคุณสมบูรณ์อภิปราย นะครับ แต่ก็ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าผมได้วินิจฉัยแล้วให้ลงมตินะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยาก ชี้ให้เห็นว่าการนําเสนอกฎหมายเข้าสู่สภานี่ไม่ใช่เป็นการทํากันแบบเล่น ๆ มันจะต้องมีความ เป็นมาตรฐานและทําเพื่อพี่น้องประชาชนกันจริง ๆ ผมเลยนําเสนอว่าวันที่ ๒๐ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ นี่คุณจุมพฏเสนอในนาม ส.ส. พรรคพลังประชาชน พอ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ครับ ในสมัยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ คุณสถาพร มณีรัตน์ เสนอเข้ามาวันที่ ๒๗ เดือนมกราคม ๒๕๕๔ ไม่กี่วันมานี่ครับ ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอเข้ามา ท่านประธานครับ คําว่า ๒ มาตรฐานมันเกิดขึ้นมาอย่างไร ท่านเป็นผู้เสนอกฎหมายเข้ามาครับ ผมอยากจะบอกว่าคุณหมอชลน่านนี่เซ็นมาตั้ง ๒-๓ ฉบับครับ มาตรฐานมันอยู่ตรงไหน หลายคนเลยบอกว่าต้องเลอะเทอะครับ เนื่องจาก กฎหมายที่เสนอเข้ามาในสภาควรจะเป็นมาตรฐานว่าเราจะทําเพื่อพี่น้องประชาชน วันนี้พอ รัฐบาลเสนอเข้ามาวันที่ ๑ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ท่านบอกว่า ไม่เอา ผมขอถอน ทําให้ กฎหมายมีปัญหาครับท่านประธาน ผมเลย คิดว่าท่านประธานครับ กฎหมายของท่านจุมพฏ ถ้าเกิดมีกรณีคนถอนออกไป
มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงหลายท่านนะครับ เอาสุชาติ ลายน้ําเงิน ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ท่านประธานไม่มีอํานาจ ที่ผมเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ท่านประธานต้องดําเนินการของผมก่อน มีผู้รับรองถูกต้อง ประเด็นที่ ๑ ของผมครับ
ประเด็นที่ ๒ หมอชลน่านได้พูดแล้วครับว่าให้ ส.ส. ประชาธิปัตย์ที่ใช้คําว่า เลอะเทอะ ให้ถอน ผมเป็นผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในสภาสติดีท่านประธานครับ มีสติ มีสตางค์ ด้วยท่านประธานครับ ท่านประธานอย่าไปใช้อํานาจของท่านประธานอย่างเดียว ไม่ใช่พอด่า เสร็จปุ๊บ ท่านประธานบอกให้ออก ท่านประธานชัยนั่งอยู่ พอพวกผมไม่ปฏิบัติตาม ท่าน ประธานชัยเรียก รปภ. มาหิ้วเลย วันนี้ท่านประธานปฏิบัติผิด ๒ มาตรฐาน ในเมื่อไม่ถอน ไม่ออก ต้องเอา รปภ. มาเชิญตัวออกท่านประธานครับ ผมฝากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน แล้วท่านประธานต้องเอาของผม ที่ผมเสนอให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านประธานจะมาขอเอกสิทธิ์ไม่ได้ท่านประธานครับ ขอบคุณมาก
คืออย่างนี้ครับ ประธานมีสิทธิที่จะวินิจฉัย แล้วประธานวินิจฉัยเป็นที่สุดด้วยครับ คือประธานต้องการจะให้ดําเนินการไปได้ด้วยความราบรื่นนะครับ ไม่อยากให้มีการนับ องค์ประชุมโดยการขานชื่อ ต้องเสียเวลาตั้ง ๒ ชั่วโมงกว่านะครับ เพราะฉะนั้นจึงได้พยายาม หาทางประนีประนอมว่าทําอย่างไรการดําเนินการจะเดินไปได้โดยที่ว่ามันราบรื่น แล้วก็ ไม่ต้องมาขัดแย้งกันนะครับ ก็ได้ให้คุณสมบูรณ์เป็นผู้อภิปรายคนสุดท้าย เพราะผมวินิจฉัยไปแล้ว แล้วเดี๋ยวก็จะมีการลงมตินะครับ ยกเว้นแต่ว่าถ้าเกิดฝ่ายรัฐบาลเสนอว่ายินยอมให้ถอนไป เป็นมติอย่างนั้นไปก็เหมือนกับว่าสภาแห่งนี้มีมติให้ถอนได้ มันก็เดินต่อไปได้นะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายแพทย์ชลน่าน ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงตามข้อ ๖๓ ครับ เพื่อนสมาชิก ที่อภิปรายอยู่ ซึ่งจริง ๆ ท่านประธานไม่ควรอนุญาตให้อภิปราย เพราะว่าท่านวินิจฉัยจบแล้ว จะลงมติอยู่แล้ว ท่านยังเป็นตัวก่อปัญหาเลยครับ ท่านเป็นตัวก่อปัญหาในสภาเลย ผมประท้วงที่กล่าวพาดพิงผม ชื่อผมเลย บอกว่าผมเซ็นชื่อไป ๒-๓ ฉบับ หาว่าเป็น ๒ มาตรฐาน ท่านประธานครับ การเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ที่ท่าน ชื่นชอบนี่ เรื่องนี้ผมชอบ เพราะอะไรครับ เพราะว่าผมมีสิทธิเสนอกฎหมายเป็นเอกสิทธิ์เลย
คือท่านไม่ต้องอภิปรายครับ ท่านประท้วงว่าท่านสมบูรณ์พูดถึงท่านว่าเป็น ๒ มาตรฐาน ใช่ไหมครับ
ใช้สิทธิพาดพิง ผมจะขออธิบายว่าเขาพาดพิงผม อย่างไร สิทธิผมมีอย่างไร ไม่ถึงนาทีครับ
ก็ต้องรวบรัดนะครับ
การเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้
เดี๋ยวอย่างนี้ครับ ผมขอให้คุณสมบูรณ์จบ แล้วเดี๋ยวจะให้หมอชลน่าน ๑ นาทีนะครับ เชิญนั่งนะครับ ใช้สิทธิพาดพิง
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยินและยกมือขึ้น)
คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัยครับ ขออนุญาตประท้วงการดําเนินการประชุมของท่านประธาน สักครู่นี้ที่ท่านได้ใช้การวินิจฉัย ด้านหนึ่งบอกแล้วทางสมาชิกฝ่ายรัฐบาลก็ไม่เชื่อ พอท่านสุชาติได้เสนอนับองค์ประชุม ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ตามข้อบังคับ ท่านก็บอกท่านสามารถใช้คําวินิจฉัยเหนือเอกสิทธิ์นั้นอีก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ ท่านประธานใหญ่ก็ขึ้นมาเมื่อสักครู่ ท่านเดินขึ้นมา ผมรู้สึกบัลลังก์สะเทือนทีเดียว ผมคิดว่าสภาของเรานั้นมันอยู่ในขั้นประนีประนอมกันได้ครับ แล้ววันนี้เราจะแสดงให้ทางรัฐบาลเห็นว่าคนที่เป็นฝ่ายค้านเขามีน้ําใจไม่ใช่น้อย ดังนั้นวันนี้ ผมจึงประท้วงท่านว่าถ้าท่านได้ฟังผมสักนิดหนึ่งทุกอย่างจะจบลงได้ ผมได้เดินไปขอร้อง ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ว่าเราประคับประคองไปเถอะ ถ้ารัฐบาลเขาอยากจะออกกฎหมายไป เพราะดูแล้วถ้าเราเดินออกก็ไม่ครบอยู่แล้วครับ แต่เราก็ขอท่านถอนเสียตรงนี้
สรุปแล้วท่านประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
คําวินิจฉัยที่ท่านบอกว่า ท่านมีอํานาจ เหนือเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ซึ่งตรงนี้ผมเองก็ไม่กล้าละเมิดอํานาจของท่าน เพียงแต่หากถือเป็น บรรทัดฐานอย่างนี้แล้ว ในที่สุด ส.ส. จะไม่มีสิทธิอะไรเลย ผมก็หาทางออกให้ว่าในกรณีนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานกําลังหลงประเด็นนิดเดียวครับ
สรุปแล้วประท้วงใช่ไหมครับ ขอเสนอข้อเสนอไปเสนอหลังจากที่คุณสมบูรณ์อภิปรายจบ นะครับ คุณสมบูรณ์ขอรวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วตามที่ สมาชิกจะเสนอนับองค์ประชุมก็เป็นสิทธิของสมาชิกนะครับ ไม่ใช่บอกว่าฝ่ายรัฐบาลไม่มี องค์ประชุม เรามีพร้อมครับ แต่เรียนว่าการทํากฎหมายหรือการเสนอญัตติ ท่านประธาน จะต้อง
ขออนุญาตคุณสมบูรณ์พูดในเรื่องประเด็นข้อ ๕๓ นะครับ เดี๋ยวไม่อย่างนั้นเดี๋ยวยาวครับ
ผมจะเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการเสนอ กฎหมายนี้ผมชี้ให้เห็นว่ามันมีความไม่เป็นมาตรฐานเลยครับ วันหนึ่งที่เราเป็นรัฐบาลเราเสนอ เข้ามา พอวันนี้เราไม่เอาหลายคนเลยบอกว่าเลอะเทอะครับ ผมเลยบอกว่าท่านประธานครับ ท่านประธานจะต้องดําเนินไปตามข้อบังคับ ทํานองเดียวกันสมาชิกเขาเสนอจะนับ องค์ประชุมทางพรรครัฐบาลหรือพรรคร่วม เราไม่ติดใจครับ นั่นเป็นสิทธิของท่าน เราก็ปฏิบัติ หน้าที่ขอให้ท่านประธานปฏิบัติตามข้อบังคับแค่นั้นเองครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้ วินิจฉัยให้ฟังก่อน ประธานมีหน้าที่ตามข้อ ๘ ควบคุมกํากับดูแล การประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ การนับองค์ประชุมโดยการ ขานชื่อ มันจะทําให้การประชุมของสภาชะงักไปเกือบ ๒ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นประธานมีสิทธิ ที่จะขอความร่วมมือของทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ให้เกิดการนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นการทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าที่ประชุมยังยืนยันนะครับ ท่านสุชาติก็ ยังมีสิทธิที่จะนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อได้ ขอคุณสุนัยครับ คนอื่นไม่ต้องแล้วครับ เชิญนั่งครับ ขอคุณสุนัยครับ
ท่านประธานครับ เพื่อให้สังคมได้เห็น สักทีเถอะครับว่าพรรคบางพรรคที่ไปเป็นรัฐบาลนั้นไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นรัฐบาลเลย คือไม่มีความลดราวาศอก ไม่มีการประนีประนอม ผมจะแสดงให้เห็นว่าฝ่ายค้านวันนี้พร้อมที่ จะประนีประนอม ให้ท่านเสนอกฎหมายเลย ผมจึงคิดว่าขอให้ท่านประธานฟังผมสักนิด เถอะครับ เพื่อให้คําวินิจฉัยของท่านศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่กระทบกระเทือน และไม่ให้ขัดกับสิ่งที่ เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในการเสนอนับองค์ประชุม ผมจะขอให้ท่านผู้เสนอนี้ช่วยถอน ท่าน สุชาติ ลายน้ําเงินให้ช่วยถอนญัตติของท่านเสีย แล้วขอกราบเรียนครับ เพื่อให้รวดเร็ว สิ่งที่ ท่านประธานวินิจฉัยนั้นถูกต้องแล้วครับ คือญัตตินี้ไม่ได้ตกไป ญัตติคุณจุมพฏไม่ได้ตกไป ยังอยู่ครับ แต่ว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่เขาถอนไปแล้ว ญัตติของท่านยังอยู่ เมื่อไม่ครบก็ต้องว่า กันไปอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นถ้าวันนี้คุณจุมพฏก็จบเสียตามกระบวนการ ท่านไม่ได้ตกไปหรอก ครับ ถ้าสมมุติว่าท่านใส่มา ๑๐๐ ชื่อ ถอนไป ๑๕ ชื่อก็ยังอยู่ครับ ดังนั้นคําวินิจฉัยของท่านนี้ ถูกต้องแล้ว ไม่ต้องไปขอมติให้เสียเวลา แล้วผมเองเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ วันนี้ อยากจะสนับสนุนท่านสักครั้งหนึ่ง ให้ท่านได้ออกกฎหมายที่ท่านชอบเถอะครับ ฉบับนี้ จะต้องชื่อฉบับสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยครับ ให้ท่านออกไปเลย
ต้องขอรวบรัดแล้วครับ
คุณสุชาติถอนเถอะครับ แล้วก็ตกลง กันไปเลยดีกว่าครับ เราจะได้ผ่านไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาครับท่านครับ ขอบพระคุณครับ
คุณสุชาติจะถอนญัตตินับองค์ประชุมไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ใหญ่กว่าระเบียบข้อบังคับประชุมสภา ท่านประธานวินิจฉัยว่าครั้งที่ผมยกมือแล้วขอให้นับ องค์ประชุมแบบขานชื่อ ผมเกรงว่ามันจะเป็นบรรทัดฐานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไปใน อนาคต ท่านประธานไม่ได้มีสิทธิ ไม่มีอํานาจกว่าผมด้วยซ้ําไปครับ เพราะว่าผมมีผู้รับรอง ถูกต้องประเด็นที่ ๑ ท่านประธานฟังผมก่อนนะครับ
ประเด็นที่ ๒ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ พูดไว้ชัดเจนครับว่า เป็นเอกสิทธิ์ของผู้แทนราษฎรที่สามารถเสนอญัตติในที่ประชุมได้มีผู้รับรองถูกต้อง วันนี้ใน เมื่อพี่สุนัยพูดอย่างนั้น ผมก็ยังยืนยันอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าวันนี้ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ ลดราวาศอกเลยครับ แต่ละคนลุกมาประท้วง ท่านเห็นไหมครับคุณบุญยอดให้เกียรติ ประธานสภาหรือไม่ พอลุกขึ้นมาพูดเหน็บแนมเสียดสีประธานก็ชี้ให้พูดตลอด แล้วไม่ได้ เกิดความสร้างสรรค์ในสภาเลย ท่านประธานก็บอกว่าท่านประธานไม่เจ็บไม่ปวด
ถอนญัตติไหมครับ เรื่องการนับองค์ประชุมในการขานชื่อครับ เพราะว่าเดี๋ยวมีการลงมติ มันก็ต้องนับองค์ประชุมอยู่แล้วนะครับ ก็ขอถอนเถอะครับ นะครับ
ท่านประธานครับก่อนที่จะถอน หรืออะไรนี่ผมต้องพูดให้จบก่อน เพราะผมเป็นนักกฎหมายเหมือนกัน เพราะในเมื่อ มาตรา ๑๒๖ ในรัฐธรรมนูญพูดไว้ชัดเจนท่านประธาน ถ้าจะขอผมให้แต่ผมขออธิบาย นิดหนึ่ง เพราะว่า ๑. ฝ่ายรัฐบาลไม่ลดราวาศอก ทุกคนขึ้นมาประท้วงเสียดสีเหน็บแหนม ตลอด แม้กระทั่งคุณบุญยอด ไม่เคยให้เกลียดประธานสภาผู้แทนราษฎรเลย ประธาน ไม่เจ็บแต่พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ในเขตเลือกตั้งผมนี่เจ็บท่านประธานครับ วันนี้ ถ้าท่านประธานไม่เจ็บไม่เป็นไรสําหรับท่านประธานคนเดียว
ผมขออย่างนี้ครับ การประท้วงเมื่อกี้ผมถามคุณสุชาติ ตอนนี้ไม่ได้ประท้วงแล้วครับ ผมถาม คุณสุชาติว่าคุณสุชาติจะถอนญัตติการนับองค์ประชุมโดยขานชื่อหรือไม่ครับ แล้วก็ ขอความกรุณาถ้าถอนได้เราจะได้ดําเนินการต่อนะครับ เชิญครับ ให้ตอบว่าถอนหรือไม่ถอน นะครับ ไม่อย่างนั้นมันก็วนกันไปวนกันมาอยู่อย่างนี้ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ในเมื่อผมนี่ฟังประธานตลอด ท่านประธานชัยบอกท่านสุชาติขอผมก็ให้ตลอด เพราะว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ ในเมื่อ ท่านประธานขอ ผมก็ให้ แต่ให้ภายใต้เงื่อนไขที่ผมบอกว่าฝ่ายรัฐบาลนี่นะครับประท้วงแล้ว เสียดสีเหน็บแหนมนี่ผมขอสักทีเถอะครับ ให้เกียรติประธานสภาผู้แทนราษฎรหน่อยครับ กี่ครั้งที่คุณบุญยอดขึ้นทุกครั้งท่านประธานเห็นไหมไปทําโพลล์ (Poll) ประชาชนต่างจังหวัด ได้เลยท่านประธานครับ เป็นผู้แทนราษฎรที่ไม่มีมารยาท ไม่มีคุณธรรม ท่านประธานก็ปล่อย ให้ด่า
ต้องอย่างนี้ครับ คือพอท่านประท้วงอย่างนี้ก็ไปกล่าวหาเขานะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมี ผู้ประท้วงเยอะนะครับ ผมว่าทุกท่านนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาตให้พูดทั้งหมดแล้วครับ ขอเชิญ สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้พูดแล้วครับ นะครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ คุณสุชาตินั่งลงครับ คุณสุชาติ นั่งลงก่อนครับ
(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ คุณอรรถวิชช์ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กทม. ครับ ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน กล่าวหา คุณบุญยอดนะครับว่าเป็นผู้แทนที่ไม่มีคุณธรรม ไม่มีมารยาท ผมเรียนท่านประธานนะครับ ผมอยู่เขตเดียวกับท่านบุญยอดนะครับท่านเป็นคนดีครับ แล้วคํานี้เป็นคําดูหมิ่นกันนะครับ ผมคิดว่าต้องถอนนะครับ ท่านประธานช่วยใช้ดุลยพินิจด้วยครับ ไม่มีมารยาท ไม่มีคุณธรรม ใช้กับคุณบุญยอดไม่ได้ครับ
ให้ถอนว่าอะไรนะครับ
ถอนว่าที่กล่าวว่า เป็นผู้แทนที่ไม่มีคุณธรรม ไม่มีมารยาทโดยการกล่าวหาคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ผมขอให้ ท่านสุชาติ
คุณสุชาติถอนไหมครับ ขอถอนนะครับ เป็นการกล่าวหานะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ เมื่อกี้คนที่ให้ผมถอน ท่านประธาน ผมพูดนี่ท่านประธานไปรีไวนด์ (Rewind) เทปมาดูได้เลยนะครับ ผมบอก คุณบุญยอดนี่ลุกไม่ให้เกียรติประธานสภา แม้แต่ท่านประธานชัยนั่งอยู่ทุกครั้งประท้วงทีไร ไม่ให้เกียรติประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมบอกว่าประชาชนเป็นคนพูดมานะท่านประธาน ถ้า จะถอนต้องให้ประชาชนถอนไม่ใช่ผมนะท่านประธาน
ท่านถอนเถอะครับจะได้ลงมติ ถอนนะครับ
เอาอย่างนี้นะครับท่านประธานเพื่อให้สภา เดินหน้าต่อได้แล้วพี่สุนัยก็มายืนคุมผมอยู่ตลอด ผมถอนที่ขอญัตตินับองค์ประชุมเพื่อให้สภา เดินหน้าต่อได้ประเด็นที่ ๑ แต่ประเด็นที่ ๒ ที่เขาบอกให้ผมถอนเมื่อกี้นี้นะครับว่าไม่มี คุณธรรม แล้วก็ไม่ให้เกียรติประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่าน ท่านอภิวันท์ขึ้นทีไร คุณบุญยอดจะแบบเสียดสีแดกดันตลอดนี่นะครับ แล้วผมก็เลยขอให้ถอน แล้วมีคนมา ประท้วงให้ผมถอนผมก็ไม่ถอนผมก็จะนั่งฟังต่อไป ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ถ้าไม่ถอนก็ต้องออกนอกห้องประชุมเช่นเดียวกันครับ ขอเชิญออกนอกห้องประชุมครับ ขอเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ แล้วเมื่อกี้ผมรับปากกับหมอชลน่าน ขอนาทีเดียวนะครับ ขอเชิญคุณสุชาติออกนอกห้องประชุมด้วยครับ ทุกท่านเชิญนั่งลง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลนาน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน คือผมขอใช้สิทธิพาดพิงจากเพื่อนสมาชิกกล่าวหาว่า ได้ร่วมเสนอกฎหมายแล้วก็แสดงกริยาออกเป็นลักษณะ ๒ มาตรฐาน ระบุชื่อครับ ท่าน ส.ส. สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผมถือว่าผมเสียหาย ท่านประธานครับการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ผมฝากท่านประธานให้ท่านสมบูรณ์ไปอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๒ ครับ การเสนอ กฎหมายหรือการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไมอยู่ในอาณัติใด ๆ ทําได้ตลอด เมื่อก่อนนี้ท่านต้องไปผ่านกรรมการพรรค ให้คณะกรรมการกฎหมายตรวจสอบถึงจะเสนอได้ เดี๋ยวนี้ทําอย่างนั้นถือว่าขัดรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นการเสนอกฎหมายของผมนี้ เมื่อผม มีความเห็นด้วยผมก็เสนอได้ แล้วร่างที่ผมสนับสนุนนะครับ ร่างของท่านพีรพันธุ์ กับร่างท่านสถาพรนี้ ร่างของท่านจุมพฏสมัยเป็นพลังประชาชน จริง ๆ พรรคพลังประชาน ไม่มีอยู่แล้ว จริง ๆ ก็ไม่ควรจะมีกฎหมายฉบับนี้อยู่ ผมฝากท่านประธานช่วยไปดูแลด้วย ต่อไปนี้ เพราะมันเข้าข่ายที่จะทําได้หรือไม่ เพราะตัวตนมันไม่มี ถึงแม้จะมีชื่ออยู่เป็นสมาชิก นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ถือว่าผมใช้สิทธิ ผมไม่ได้ลงญัตติสนับสนุนร่างรัฐบาลครับ ร่างของ ท่านพีรพันธุ์ ร่างของท่านสถาพรมีลักษณะเนื้อหาทํานองเดียวกันครับ ดูแลคุ้มครองชุมชน และปกป้องคนอื่นที่มาใช้สิทธิในที่สาธารณะ ก็เห็นด้วย แต่ขณะนี้เมื่อดูสถานการณ์อย่างนี้ ร่างรัฐบาลเป็นอย่างนี้ ถ้าเกิดผมร่วมเสนอเข้าไปก็ตก
ก็ต้องขอรวบรัดแล้วครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะลงมติแล้วครับ แล้วเดี๋ยวท่านใช้สิทธิอภิปราย นะครับ ขอแค่นี้แหละครับ เชิญนั่งเถอะครับ ท่านได้ใช้สิทธิพาดพิงเรียบร้อยไปแล้วนะครับ
ผมขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้ชี้แจงนี้ เพื่อที่จะได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าผมเสียหายได้ชี้แจงต่อสภาและผมพอใจ ขอบคุณครับ
ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
คุณวัชระ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ขอความกรุณาทุกท่านไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เดี๋ยวจะได้ลงมติแล้วครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณบุญยอด ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ประท้วงว่าคุณสุชาติจะไม่ออกห้องประชุมใช่ไหมครับ ขอเชิญคุณสุชาติออกนอกห้องประชุมด้วยครับ แล้วเดี๋ยวสัก ๑๕ นาที เข้ามาใหม่ ปกติ การออกนอกห้องประชุมนี้จะประมาณ ๑ ชั่วโมงนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย เขต ๑ จังหวัดลพบุรี ท่านประธานให้ผมออกนอกห้อง ประชุมกรณีอะไรครับ
ผมได้วินิจฉัยขอให้คุณสุชาติถอนนะครับ
ถอนคําว่าอะไรครับท่านประธาน คือ ๑. ผมบอกว่าผมพูดชัดเจนว่าไม่ให้เกียรติประธานสภา แล้วก็เสียดสีถากถางตลอด ผมบอกประชาชนเป็นคนพูด
ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว ขอเชิญคุณสุชาติออกนอกห้องประชุมครับ เชิญออกนอกห้องประชุม เดี๋ยวนี้เลยครับ เชิญครับ เชิญออกก่อนครับ ไม่ให้พูดแล้วครับ เชิญเจ้าหน้าที่ รปภ. ด้วยครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยครับ เชิญคุณสุชาติออกนอกห้องประชุมครับ คุณบุญยอดได้ออกจากห้องประชุมไปแล้วนะครับ แล้วก็กลับเข้ามา เชิญครับ รปภ. ไม่ต้อง ไปฟังอะไรทั้งสิ้น เชิญเอาตัวออกไปนอกห้องประชุมครับ ก็ต้องใช้เวลา ๑๐ นาทีนะครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้มี คําสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญนายสุชาติ ลายน้ําเงิน ออกจากที่ประชุม)
ผมต้องเรียนสมาชิกอย่างนี้ว่าการเชิญออกนอกห้องประชุมปกติต้องใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงหนึ่ง แต่เนื่องจากครั้งนี้จะมีการลงมติ ผมถึงอนุญาตให้คุณบุญยอดเข้ามาลงมติ ต้องขอสมาชิกอย่างนี้เลยครับ เวลาพวกเราประท้วงกันขอความกรุณาท่านประท้วงเรื่องที่จะ ประท้วงประธานจริง ๆ ขอความกรุณาท่านอย่าประท้วงแล้วไปวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นวัฒนธรรม ก็เป็นอย่างนี้มาตลอดนะครับ สําหรับผมเองผมไม่ได้ขัดข้อง หมองใจกับคุณบุญยอดอะไรทั้งสิ้น และจริง ๆ คุณบุญยอดไม่ได้ประท้วงผมมาหลายวัน แล้วครับ ก็ขอเชิญลงมติเลยครับ อย่างนี้ครับท่านสมาชิกครับขอลงมติว่าจะอนุญาตให้ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านถอนญัตติร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคุณจุมพฏ บุญใหญ่หรือไม่ ถ้าท่านเห็นชอบให้ฝ่ายค้านถอนญัตติได้ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงมติได้เลยครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ
(นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรครับ คุณจุลพันธ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง การวินิจฉัยของท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานบอกว่าข้อบังคับกําหนดให้ต้องออก จากห้องประชุมเมื่อโดนเชิญออก ๑ ชั่วโมง ท่านให้ข้อเว้นกับสมาชิกพรรครัฐบาลถึง ๒ ท่าน แต่ท่านกําลังตัดสิทธิในการลงคะแนนของเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่ง คือท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ถ้าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ท่านสุชาติ
เมื่อท่านเดินออกไปแล้ว แล้วเนื่องจากลงมติท่านกลับเข้ามาลงมติได้นะครับ แต่ต้องบันทึกว่า ทั้ง ๒ ท่าน ออกนอกห้องประชุมไปแล้วนะครับ แค่นั้นเอง เชิญนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาต ให้ประท้วงแล้วครับ ขอลงมติครับ ถ้าท่านเห็นชอบให้ฝ่ายค้าน ขออภัยนะครับ ยังไม่ได้แสดง ตนใช่ไหมครับ ขอสมาชิกได้กดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมคิด ว่าแต่ละท่านกดไปแล้วละครับ ขอให้ล้างก่อนนะครับ กดบัตรแสดงตนอย่างเดียว ผมไม่ อนุญาตให้ประท้วงแล้วครับ ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ขอให้กดบัตรแสดงตนใหม่นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนครับ มีผู้ประชุม ๒๓๖ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ
ขอลงมตินะครับ เนื่องจากฝ่ายค้านขอถอนญัตติร่างพระราชบัญญัติฉบับที่คุณจุมพฎ บุญใหญ่ และคณะ ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๕๓ บอกไว้ว่าจะต้องขอมติของสภานะครับ ขอเชิญ ลงมติครับ องค์ประชุม ๒๓๘ ท่านนะครับ องค์ประชุมไม่ครบนะครับ เพราะฉะนั้นผมต้อง ขอพักการประชุมครับ
พักการประชุมเวลา ๑๗.๐๗ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๗.๐๘ นาฬิกา
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะ เมื่อกี้เหตุการณ์ ๒ ชั่วโมงแล้วนะครับ เราไม่ได้เคลื่อนไหวกฎหมายอะไรแม้แต่นิดเดียวเลย สภานี้ควรจะดําเนินการไปได้นะครับ คุณพิเชษฐ์มีอะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการแสดงตนเมื่อสักครู่ เสียงได้ขาดไป ๒ เสียง ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งผมมีความสงสัยว่าเสียงที่ไม่ถึง ๑๐ เสียงนั้นจะไม่ชัดเจน ผมเสนอให้มีการนับองค์ประชุม โดยการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองครับ
มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมไม่เห็นด้วยนะครับกับการให้นับ องค์ประชุมด้วยการขานชื่อ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่นี้มันมีปัญหาวุ่นวายถกเถียงกันมาก เพื่อนสมาชิกเองก็ไมได้เตรียมตัวที่จะเข้ามาเพื่อลงมติ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วเราสามารถที่จะ ลงมติด้วยการกดบัตรได้ เพราะว่าขณะนี้องค์ประชุมของรัฐบาลเราครบ แล้วก็ยืนยันมาโดย ตลอดนะครับ ขอเสนอญัตติให้มีการนับองค์ประชุมด้วยการกดบัตรครับ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองครับ
ก็มี ๒ ฝ่ายนะครับ ประท้วง ๒ ท่านนี่จะเอาท่านใดก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมพูดกับ ท่านประธานนี่ ผมว่าองค์ประชุมนี้มันไปแล้ว ท่านประธาน ไม่ครบองค์ประชุม ท่านประธาน ไม่มีสิทธิประชุมต่อเลยนะ ไม่มีสิทธิประชุมต่อนะครับ เพราะว่าขานว่าไม่ครบองค์ประชุม วันนี้ที่ผมพูดกับประธาน ก็ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบ กลายเป็นสภาโจ๊กหรือเปล่าครับ ท่านประธาน ท่านจะยึดถืออย่างไรครับ ระเบียบ ข้อบังคับ ในเมื่อไม่ครบองค์ประชุม ต้องเลิกประชุมครับ ท่านประธานต้องเลิกประชุมครับ มันถึงจะถูกต้อง ถ้าอย่างนี้ต่อไป ถ้าผมเป็นรัฐบาลทําแบบท่านหรือ จะทําแบบท่านใช่ไหม ทําแบบนี้ได้ใช่ไหม ผมจะได้เป็น มาตรฐาน ต่อไปจะเป็นมาตรฐาน ต่อไปของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้และชุดต่อไปก็จะเอาแบบ ท่านประธาน ไม่ครบองค์ประชุมก็ประชุมต่อได้ ผมจะได้รู้ว่าสภาผู้แทนราษฎรต่อไปจะต้อง ทําแบบนี้ ขอบคุณครับ
ระบายให้เต็มที่ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับท่านประธาน เมื่อกี้ผมเองพยายามจะหาทางออกอย่างประนีประนอมและให้กฎหมาย ผ่านไม่เสียเวลาเลย แต่ว่าดูท่านประธานก็จะมองไม่เห็นความหวังดีของเรา ผมกราบเรียน อีกครั้งหนึ่งครับท่าน เดี๋ยวก็คงจะมีคนอื่นนําเสนอความเห็น ผมจะไปขอความกรุณา ท่านที่เสนอนับองค์ประชุมนี้ให้ถอน ให้เป็นไปตามกติกา
คือท่านถอนแล้วครับ
ยังไม่ได้ถอนครับท่านครับ
ถอนแล้วครับ
ท่านถอนแล้วก็ดี อย่างนี้ครับ ท่านประธาน
ตอนที่ท่านอภิปราย ท่านสุชาติถอนแล้วครับ
มีอีกคนหนึ่งเสนออีกครับเมื่อกี้นี้ ท่านพิเชษฐ์เสนอใหม่ครับ
มีเสนอใหม่ก็อีกฝ่ายหนึ่ง ก็เสนอ
ถูกครับ
เสนอทั้ง ๒ ฝ่าย
แต่ว่าผมจะเสนอให้เขาไม่ต้อง หรอกครับ ถอนเสียจะได้จบไป แต่ทีนี้อย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมเกรงว่าถ้าเรายังเล่น เกมกฎหมายกันอย่างนี้ ในที่สุดญัตติของท่านจะแท้ง แท้งเพราะอะไรครับท่านครับ แท้งประการที่ ๑ คือเรื่องมันไม่ครบองค์ประชุมแล้วท่านก็ใช้วิธีการบอกพักการประชุม ๑ นาที ท่านครับ ท่านยังตลกไม่พออีกหรือครับ การเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรของท่าน ยังตลกไม่พออีกหรือครับ อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมจะทําให้ราบรื่นเลยครับ
คือต้องเปิดโอกาส นั่งลง เถอะครับ ผมฟังได้ครับ เพราะผมเคยฟังท่านด่าผมพอแล้ว ผมก็ฟังตลอดครับ ไม่มีปัญหา นั่งลงครับ
ท่านประธานครับ ผมเองไม่เคยด่า ท่านเลยครับ เพียงแต่เตือนสติท่านเสมอมาเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๒ ที่จะ มีปัญหา ถ้าเกิดที่ประชุมนี้ลงมติว่าญัตติของคุณจุมพฏไม่ตกไป ก็จะเกิดปัญหาข้อกฎหมาย ต่อว่า ณ เวลาที่นายจุมพฏเสนอนั้น อยู่ในนามพรรคพลังประชาชน ก็ไม่มีฐานะแล้ว อันที่ ๑ อันที่ ๒ เป็นข้อกฎหมายว่าหลายคนเขาได้แสดงเจตนาแล้วว่าเขาถอนชื่อจากการสนับสนุน ญัตตินี้ ดังนั้นวันนี้ครับ ถ้าท่านวินิจฉัยเสียตั้งแต่ต้นว่าของคุณจุมพฏนั้นผู้สนับสนุนไม่ครบ แล้วนะ ก็จบไป รัฐบาลก็ไม่ต้องมีปัญหา ร่างของท่านก็ขึ้นมาเป็นปกติ ผมก็ไปขอให้ ท่านพิเชษฐ์ถอนเรื่องนี้เสีย คือให้เห็นว่าสภาภายใต้สิ่งที่ท่านประธานอยากจะเห็น การประนีประนอม ผมก็พยายามจะช่วยทําตรงนี้ แต่ดูเสมือนว่าท่านจะไม่ฟังในสิ่งที่ฝ่ายค้าน เสนอเลย ผมก็เลยกราบเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งว่าถ้าท่านจะได้วินิจฉัยชัดเจนว่าการที่จะใช้มติ ของสภามาบีบบังคับเอกสิทธิ์ของ ส.ส. นั้นขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๒ ครับท่านครับ เดี๋ยวก็จะยุ่งกันใหญ่ ผมว่าถ้าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วนะครับ ถ้าไม่มีอะไร เลยนี่ท่านลงมติวินิจฉัยเสีย ท่านประธานวินิจฉัยเสียว่าก็เมื่อเอกสิทธิ์ของเขา เป็นเอกสิทธิ์ของเขาตามมาตรา ๑๒๒ ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นร่างของคุณจุมพฏนั้นเสียงไม่พอ ก็จบกัน แต่ถ้าเกิดมีคนเซ็นไว้ ๑๐๐ คน ออกไป ๑๐ กว่าคนก็อยู่ต่อไปก็เท่านั้นก็วินิจฉัยไป ไม่ให้เกิดปัญหาข้อกฎหมาย ก็กราบเรียนท่านอย่างนี้ครับ ก็ช่วยท่านได้เท่านี้ครับท่านครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบคุณที่ช่วย แต่ผม จะทําตามระเบียบครับ ก็ถือว่าเราเรียกประชุมใหม่ก็แล้วกันนะครับ เมื่อกี้ถือว่าเลิกประชุม ไปแล้วนะครับ เพราะผมไม่อยากจะให้ตีความแต่ตีความ ผมก็ไม่กลัวหรอกครับ เพราะตีมา จนผมเซ่อหมดแล้วละครับ ตีแล้วก็หลุดทุกทีละครับ ผมก็มีทางออกนะครับ ฉะนั้นผมจะถาม ที่ประชุมว่าท่านใดจะเปิดประชุมต่อ เอากันตรง ๆ อย่างนี้ง่าย ๆ นะครับ เชิญคุณวิรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อที่ บรรยากาศในสภา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านประธานผู้ที่ทําหน้าที่ไปเมื่อกี้นี้ ท่านได้สั่งพักการประชุม เมื่อสั่งพักการประชุมท่านประธานรัฐสภาได้ขึ้นมาทําหน้าที่ แล้วก็ ท่านบอกว่าพัก ๑ นาที เพราะฉะนั้นคําสั่งพักของท่านประธานที่ผ่านไปก็ถือว่าชอบ คําสั่ง ของท่านประธานชัย ชิดชอบ ขอประทานโทษ ที่บอกว่าพัก ๑ นาทีแล้วดําเนินการต่อ ก็ชอบ แล้วรัฐบาลเองก็พร้อมที่จะเดินหน้า กระบวนการทั้งหลายติดอยู่ที่มาตรา ๕๓ ซึ่งผมเอง เป็นผู้ดําเนินการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะได้ขอความยินยอมของที่ประชุมว่าที่ประชุม เห็นชอบหรือไม่ เพราะฉะนั้นกระบวนการเมื่อครบองค์ประชุมแล้วท่านประธานก็คงจะต้อง ดําเนินการขอมติตามข้อ ๕๓ ของข้อบังคับว่า ที่ประชุมนี้ยินยอมให้สมาชิกถอนร่างไปหรือไม่ ถ้าหากไม่ยินยอม ก็ดําเนินการต่อ ถ้ายินยอมก็ดําเนินการต่อเท่านั้นเองท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ
คือถ้าเอาเรื่องเดิมมาพูด นะครับ มีผู้เสนอให้นับองค์ประชุม แล้วก็มีผู้เสนอคือว่าให้ขานชื่อ อีกฝ่ายหนึ่งให้เสียบบัตร ผมก็จะต้องถามมตินี้ก่อน
มีอะไรครับผมจะได้ ดําเนินการต่อไปครับ เสียเวลาของทางราชการมากแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับที่ท่านประธาน หาทางออกในที่ประชุมแห่งนี้ โดยการที่จะขอให้สมาชิกให้ความเห็นว่าเปิดประชุมหลังจากมี การพักประชุม จริง ๆ หลังจากที่เรามีการตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ถ้าองค์ประชุม ไม่ครบมันก็คือการปิดประชุมไปโดยอัตโนมัติ เว้นแต่ถ้าท่านประธานในขณะนั้นนะครับ นัดประชุมขณะที่ก่อนที่จะบอกพักประชุมก็เป็นสิทธิ ทําได้ครับ จะนัดอีก ๒ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมง ก็ได้ เพราะการนัดประชุมสามารถนัดในห้องประชุมได้ ท่านไปดูข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ครับ ไม่จําเป็นต้องออกเป็นหนังสือ เว้นแต่นัดในที่ประชุม เมื่อท่านเห็นว่าสมาชิกยังอยู่ เรียกมาอีก ๒ ชั่วโมงครบ ท่านก็บอกปิดประชุม นัดอีก ๒ ชั่วโมงเป็นสิทธิของท่าน แต่ท่านไม่ทําอย่างนั้น ท่านบอกว่าเป็นการพักประชุมโดยไม่มีการบอกกล่าวใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งถามว่าท่านใช้อํานาจข้อ ๒๕ ได้ไหมในการสั่งพักการประชุม ในเมื่อองค์ประชุมไม่ครบ องค์ประชุมไม่ครบมันไม่เป็นองค์อยู่แล้วครับ ไม่มีอํานาจเลย เพราะฉะนั้นที่ท่านสมาชิก ได้ลุกขึ้นทักท้วงท่านประธานผมถือว่าชอบด้วยข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ทีนี้ถ้าท่านประธาน จะพยายามที่จะหาทางออกนี่ผมเองผมไม่แน่ใจหรอกครับว่ากระบวนการการที่เราทําอย่างนี้ มันจะเป็นตราอะไรติดตัวเราไปในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติต่อไป ได้หรือไม่ ทําหน้าที่แทนประชาชนได้หรือไม่ ทุกอย่างมีรัฐธรรมนูญ มีข้อบังคับกํากับเอาไว้ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามแม้สักข้อหนึ่งนะครับ มันก็เป็นรอยบาปที่จะเป็นข้ออ้างต่อไปในอนาคต มันเป็นศักดิ์ศรีของความเป็นผู้แทนราษฎร แล้วสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่สําคัญ เป็นศูนย์รวมอํานาจของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนขอร้องท่านประธานด้วยความเคารพ เถอะครับ ในเมื่อองค์ประชุมมันไม่ครบ ท่านอย่าได้บอกเสียเวลาเลยครับ เสียเวลาเป็นเรื่องเล็กน้อย มาก แต่เสียเกียรติยศชื่อเสียง เสียสถาบันเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ได้เสียหายครับ กฎหมายไม่ได้ ผ่านวันนี้ก็ผ่านวันหน้าได้ ยังมีเวลาอยู่ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนขอร้องท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ปิดไว้เถอะครับ มันจะชอบด้วยข้อบังคับของรัฐธรรมนูญ
เมื่อกี้นี้ปิดไปแล้วอย่างไรครับ
ท่านพักประชุมครับ ไม่ได้ปิดครับ
ปิดไปแล้วอย่างไรครับ มันปิดไปแล้ว ๒๓๖ คนมันปิดไปแล้ว แล้วกระผมก็จะถามที่ประชุมว่าตรวจสอบองค์ประชุม ที่ผมขอนัดประชุมใหม่นี้มันครบหรือไม่ครบ แล้วก็มีการเสนอให้นับองค์ประชุม ท่านพิเชษฐ์ บอกว่าให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ แล้วก็คุณธนิตพลเสนอว่าให้นับองค์ประชุม โดยการเสียบบัตรก็ที่ประชุมก็มีการรับรองทั้ง ๒ ฝ่าย
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณพิเชษฐ์มีอะไรหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อเรานับองค์ประชุมโดยเสียบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) แล้ว ในเมื่อเสียงไม่พอ ๒ เสียง การนับครั้งที่ ๒ นะครับ ต้องใช้วิธีที่ ๒ ครับ คือวิธีขานชื่อ ซึ่งผม ได้เสนอวิธีที่ ๒ คือการขานชื่อไปแล้ว ท่านประธานต้องปฏิบัติตามครับ ไม่มีวิธีอื่นครับ ตามข้อบังคับข้อ ๗๕ กับข้อ ๗๗ ครับท่านประธาน ตอนนี้เราต้องปฏิบัติตามข้อ ๗๗ นะครับคือใช้ข้อ ๒ ใช้ (๒) คือนับด้วยการขานชื่อครับท่านประธาน ขอความกรุณา ท่านประธานเสียเวลาไม่เป็นอะไรครับ
เชิญคุณหญิงกัลยาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ องค์ประชุมไม่ครบดิฉันก็ไม่อยากจะย้อนกลับไป อีกทีหนึ่ง แต่ว่าอยากจะกราบเรียนเพื่อทราบว่าดิฉันอยู่ตึก ๓ อยู่ชั้น ๖ เดินทางมาไม่ทัน จริง ๆ ค่ะ ถ้าดิฉันมา แล้วก็คนที่อยู่ประชุมด้วยกันมาทันก็ถือว่าครบองค์ประชุม แต่ว่าจะนับ องค์ประชุมด้วยอย่างไรนั้นดิฉันไม่ขัดข้องค่ะ แต่ดิฉันมาไม่ทันจริง ๆ ค่ะ
ก็ไม่มีอะไร ไม่มีใครว่า คุณหญิงหรอกครับ เพราะว่ามันผ่านไปแล้วครับ ไม่มีใครเขาว่าอะไรครับ ผมขอพัก การประชุม แล้วจะนัดประชุมใหม่ครับ ขอพักการประชุมสัก ๑๐ นาทีครับ
พักประชุมเวลา ๑๗.๒๕ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๗.๓๔ นาฬิกา
เชิญท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านเข้าห้องประชุมครับ ผมขอดําเนินการประชุมต่อเลยนะครับ ถือว่าเปิดประชุมใหม่ ซึ่งได้ปรึกษาหารือทั้ง ๒ ฝ่ายเรียบร้อยแล้ว โดยได้เรียนกับคุณไพจิต แล้วเราจะทําให้ทุกฝ่าย เป็นที่พอใจ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมว่าจะประชุมไปได้หรือ ไม่ได้ ทุกฝ่ายช่วยกดปุ่มแสดงตนด้วย เชิญทุกท่านนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม โปรดเข้าห้องประชุมเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะดําเนินการประชุมต่อไปถ้าครบองค์ประชุม นะครับ ท่านสมาชิกครับ ช่วยเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อท่านนั่งแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ ช่วยเข้า ห้องประชุมเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านวิปฝ่ายรัฐบาลช่วยตรวจสอบดูด้วยว่าพรรคร่วม คนไหนไม่ให้ความร่วมมือช่วยจดส่งมาให้ผมด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ครบหรือไม่ครบก็ตาม อัธยาศัยนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๔๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอดําเนินการประชุมตามเรื่องที่ค้างอยู่ ก่อนอื่นจะขอลงมติตามข้อ ๕๓ ที่มีการถอนชื่อว่าที่ประชุมนี้จะอนุมัติให้ถอนหรือไม่ ผมจะถามที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นควร ให้ถอนร่างที่มีการถอนชื่อจากร่างของคุณจุมพฏโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควร โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับก็คงจะเห็นด้วยเสียงข้างมากละครับ เรียบร้อยแล้ว หรือยัง ทางฝ่ายทางนี้เสียบบัตรเรียบร้อยหรือยัง เชิญครับ อย่าเพิ่งรวมนะ เชิญกดเห็นด้วย ก็แล้วกันครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยหรือยัง ได้แล้วก็ นั่งลง งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๗ ท่าน เห็นด้วยให้ถอนรายชื่อได้ ๓๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๘ ท่าน ถือว่าฝ่าย ทางนี้ชนะ
ต่อไปก็เชิญคุณผ่องศรียังไม่ได้เสนอร่างเชิญครับ มี ๒ ร่างเท่านั้นเอง ๓ ร่าง ถอนไปแล้ว ก็เหลือ ๒ ร่าง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเป็น ตัวแทนเพื่อนสมาชิกที่ร่วมลงนาม
ช่วยกรุณาอย่าไปไกล นะครับ เดี๋ยวจะได้โหวตว่าจะรับหรือไม่รับ
ดิฉันขอเป็นตัวแทนของสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมลงนามเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารการใช้สิทธิชุมนุม ในที่สาธารณะ พ.ศ. .... ก่อนอื่นดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ ได้มีปัญหาในช่วงเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย ดิฉันก็ขอใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อจะกราบเรียนว่า กฎหมายฉบับนี้สมาชิกทุกคนที่ร่วมลงนามเสนอนี้ล้วนเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย บนวิถีทางที่ถูกต้อง และเคารพสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชน มีสมาชิกที่เป็นตัวแทน ร่วมลงนามเป็นผู้ที่ปกป้องกระบวนการประชาธิปไตย ยกตัวอย่าง อาทิเช่น ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ จากภาคใต้ ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านรังสิมา รอดรัศมี จากภาคกลาง แล้วก็ในกรุงเทพมหานครก็อีกหลายท่านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นท่านอรรถวิชช์ ท่านเจิมมาศ แล้วก็ทางภาคเหนือก็มีท่านนายแพทย์วรงค์ ท่านนายแพทย์เธียรชัยนะคะ เหล่านี้ดิฉัน ยกตัวอย่างเพื่อจะให้เห็นว่าผู้ที่ร่วมเสนอกฎหมายนั้นมีความเข้าใจในกระบวนการ ประชาธิปไตย แล้วก็เคารพสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ดังนั้นในการเสนอกฎหมายนั้น ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมเรื่องของพี่น้องประชาชนในการใช้สิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๓ ที่บัญญัติให้ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ ซึ่งการจะจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่อาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งในรัฐธรรมนูญนั้นได้ระบุไว้ชัดเจนนะคะ ดิฉันเองนั้นก็เป็นผู้ที่ มีประสบการณ์ ทั้งในฐานะที่เป็นผู้ร่วมชุมนุม เป็นผู้ประสานการชุมนุม บางครั้งบางคราว ก็มีโอกาสเป็นผู้นําการชุมนุมด้วย และยังมีประสบการณ์เป็นผู้ถูกสลายการชุมนุม เพราะฉะนั้นการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเสนอด้วยความตั้งใจที่จะให้การชุมนุมนั้นทําได้ อย่างเสรีภาพแล้วก็ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็สอดคล้องกับหลักกติกาสากล นะคะ ซึ่งประเทศไทยได้ไปร่วมลงนามในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของ สหประชาชาติ เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๘ แล้วก็เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ พลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ทุกคนนั้นมีสิทธิขั้นพื้นฐาน ประเทศของเราก็ได้ไปเป็น สมาชิกอยู่ในบรรดา ๑๗๔ ประเทศ แล้วก็ได้ลงสัตยาบันไว้แล้วด้วยว่าเราจะต้องเคารพสิทธิ ทางการเมือง ดิฉันเองก็เห็นคุณค่าของการชุมนุมนะคะ เพราะว่าถ้าเราดูประวัติศาสตร์ การเมืองก็มีเรื่องราวมากมายที่การชุมนุมได้ส่งผลดี แล้วก็ได้ธํารงไว้ซึ่งความถูกต้อง อย่างไร ก็ตามถ้าหากไม่มีกฎหมายมาบังคับใช้ก็จะทําให้ผู้ปฏิบัติไม่สามารถได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่อง ตลอดจนผู้ชุมนุมเองก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองนะคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่าเพื่อเป็นการรักษาความ ปลอดภัย อํานวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุมด้วย ชื่อว่า กฎหมายการบริหารการใช้สิทธิชุมนุม คําว่า บริหาร หมายถึง ทั้งการส่งเสริม ส่งเสริมให้มีการชุมนุมด้วยนะคะ โดยปราศจากอาวุธ เป็นการสนับสนุนแล้วก็กํากับควบคุมการจัดการทุกกระบวนการ เพื่อให้การชุมนุมนั้น ได้มีความปลอดภัย อํานวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุม แล้วก็ทําโดยรอบคอบ ทันต่อเหตุการณ์ เป็นการรักษาความปลอดภัยต่อสาธารณะ เพราะว่าในการใช้สิทธินั้นก็ต้องคํานึงถึง สิทธิของผู้อื่นด้วย ตลอดจนดิฉันเห็นว่าปัจจุบันมีเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ นะคะ ซึ่งอาจจะแพร่ระบาดได้ในกลุ่มของผู้ชุมนุมที่อยู่จํานวนมากนะคะ เราจะเห็นมีข่าว ปรากฏมากมาย ดังนั้นในสาระสําคัญของกฎหมายนี้ก็จะมีเรื่องของการคุ้มครอง ด้านสาธารณสุข คุ้มครองไม่ให้ไปเกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นนะคะ แล้วก็ไม่เกิด ผลเสียหายต่อสาธารณชนทั่วไป ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดแย้งต่อความสงบ เรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เนื่องจากการชุมนุมในปัจจุบันนั้นได้มี การถ่ายทอดผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย หากการชุมนุมได้มีการกระทําการใด ๆ ที่จะทําให้ สังคมได้มีผลกระทบด้านศีลธรรมอันดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาจาที่หยาบคายหรือว่ารุนแรง ก่อให้เกิดความขัดแย้ง อันนี้ก็จะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนแล้วก็เยาวชนที่เป็นเจ้าของ ประเทศร่วมกัน ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าจะต้องมีกฎหมายที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญนะคะ ที่จะทําให้มีการกําหนดหลักเกณฑ์ กติกา เงื่อนไข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานได้มีการบริหารการใช้สิทธิในการชุมนุมให้เป็นไปโดยเรียบร้อย จึงจําเป็น ต้องตราร่างพระราชบัญญัตินี้ค่ะ
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้มีผู้ที่จะอภิปรายเยอะ ผมก็ขอจํากัดเวลาสักหน่อยครับ เพราะว่าเวลา มันเสียไปเปล่า ๆ ๒ ชั่วโมงกว่า คนแรกคือคุณสถาพร มณีรัตน์ เจ้าของร่างที่ถอนไปแล้ว ก็ไม่ควร ไม่น่าจะพูดนะครับ ให้คนอื่นเขาพูดได้ไหมครับ ยังติดใจอยู่หรือครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน
ไม่ควรพูดเกิน ๑๐ นาทีนะครับ
ผมเองนั้นต้องยอมรับว่าเป็นผู้มี ประสบการณ์ตรงในการชุมนุมในที่สาธารณะมาตั้งแต่วัยเด็ก จนกระทั่งอายุ ๔๐ ปีกว่า ๆ ก็ยังใช้สิทธินี้ ท่านประธานอย่านึกว่าผมไม่ติดใจ ซึ่งผมเชื่อว่าการชุมนุมนั้นมีอยู่ ๒-๓ รูปแบบเท่านั้นครับ ๑. รูปแบบทางการเมือง ประเด็นการชุมนุมรูปแบบทางการเมือง ครับท่านประธาน ซึ่งบ้านเรานั้นได้พบกันบ่อยครั้ง แต่ปัญหาอุปสรรคของการชุมนุม ทางการเมือง คือในระดับนโยบายและระดับเจ้าหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังผู้มีอํานาจ แล้วแปล เจตนารมณ์ของผู้ชุมนุมทางการเมืองผิด ๆ เมื่อโจทย์ผิดก็เลยแก้ปัญหาการชุมนุม ทางการเมืองผิด ๆ จนเป็นบาดแผลต่อสังคมมาหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งจะต้อง มีการนิรโทษกรรม จะต้องมีการภัยโทษ ซึ่งเรื่องเหล่านี้นั้นมันเป็นเรื่องของประสบการณ์ ที่สังคมควรจะได้รับบทเรียน ชุมนุมในที่สาธารณะส่วนที่ ๒ คือเรื่องของความยากจนข้นแค้น ความลําบาก เหมือนกับพี่น้องชาวไร่ชาวนาของพวกกระผมที่มาชุมนุมปิดถนน เรื่องอย่างนี้ ก็คือความยากจนข้นแค้น กดดัน อันมาจากนโยบายของรัฐ ชัดเจนในเรื่องของการประกัน รายได้เกษตรกรที่ชาวนาชาวไร่เอะอะโวยวาย ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐ ไม่มีการส่งผ่าน ข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ส่งไปในระดับนโยบาย ระดับนโยบายก็เพิกเฉย ชัดเจนครับ นี่คือการชุมนุมเพื่อปากเพื่อท้องของพี่น้องประชาชนโดยแท้ ชุมนุมส่วนที่ ๓ คือเรื่องของการ ปกป้องอนุรักษ์รักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ปกป้องหวงแหนแผ่นดินของเขาที่จะได้รับผลกระทบ เช่น การชุมนุมไม่ให้สร้างโรงงาน ไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้า ไม่ให้สร้างขยะ นี่คือการชุมนุม ในที่สาธารณะโดยแท้ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งข้อหาเขา ปิดถนน ใช้มาตรา ๒๑๕ บอกว่ามั่วสุมเกิน ๑๐ คนขึ้นไป สร้างความวุ่นวาย ที่จริงเขาไม่ได้มั่วสุม เขาต้องการเห็น ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เขาต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางวิถีชีวิตที่ดีขึ้น เขารักท้องที่ท้องถิ่นของเขา เขาจึงต้องมาชุมนุม ท่านประธาน ไม่จําเป็นจริง ๆ มันเหนื่อยนะครับชุมนุมในที่สาธารณะ แล้วมีกฎหมายมั่นคง กฎหมายปราบปราม กฎหมาย อะไรเยอะแยะมาจับผู้นําหมดครับ ถ้าไม่เหลือบากกว่าแรงเขาไม่ชุมนุมหรอกครับท่าน ประธาน เมื่อ ๒ ปีที่แล้วชาวนาที่จังหวัดเชียงรายก็โดนนะครับ ไม่รอลงอาญา จําคุก ๒ ปี เพราะว่าไปปิดถนนเรียกร้องให้มีการประกันรายได้ ประกันเกษตรกรเรื่องข้าวราคา ตกต่ํา เพราะฉะนั้นปัญหามันไม่ใช่อยู่ที่กฎหมายครับท่านประธาน ที่ผมถอนร่างออกไป ผมมองว่าปัญหามันอยู่ที่จิตสํานึกของทุกระดับ เห็นการชุมนุมเป็นระบอบประชาธิปไตย เห็นการชุมนุมนี่เกรงว่าอํานาจวาสนาของตัวเองจะหมด เกรงว่าตัวเองจะถูกขับถูกไล่ เมื่อที่ไหนมีการกดดันที่นั่นย่อมมีการต่อสู้ ดูสิครับประเทศลิเบีย ประเทศลิเบียขนาดกัสตาฟี ถือว่าเป็นเจ้าพ่อเลยนะครับ ยังเอาไม่อยู่เลย เพราะฉะนั้นฝูงชนที่ได้รับความไม่เป็นธรรม โกรธแค้นขึ้นมานั้น นี่ละครับ จะเป็นอันตรายทุกระดับ ประเทศไทยก็เหมือนกัน ชุมนุมกันไป ชุมนุมกันมา ตาย ๙๑ ศพ ชุมนุมกันไปชุมนุมกันมานักศึกษาประชาชนหนีเข้าป่า ชุมนุมกันไป ชุมนุมกันมาถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์นี่ละครับ เพราะฉะนั้นการเสนอกฎหมายชุมนุม ในที่สาธารณะนะครับท่านประธาน ถ้าเราไม่ตกผลึกมันก็จะเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอํานาจ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้ใช้หรอกครับ เพราะเดี๋ยวก็ต้องยุบสภา คนรุ่นลูกรุ่นหลานเรา รุ่นน้องเราโน่นได้ใช้ครับกฎหมายฉบับนี้ แต่ถ้าเราไม่ตกผลึก ผมก็เกรงว่าจะกลายเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอํานาจ ไม่ใช่เฉพาะ นักการเมืองอย่างพวกเรานะครับ ตํารวจ ทหาร ที่มีอํานาจนี่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ไปกีดกัน พี่น้องประชาชนไม่ให้ใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ เพราะทุกคนจะอ้าง ชุมนุมจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน ๗๒ ชั่วโมง ในร่างนะครับ ผมต้อง ถามว่าทําไมต้องแจ้ง ก็เราเดือดร้อนตั้งนานเราแจ้งไปตั้งนานแล้ว สมมุติว่าข้าว ราคาตก ชาวนาเขาแจ้งไปยังรัฐบาลเป็นเดือน ๒ เดือน ๓ เดือนแล้ว พอเขาจะชุมนุมจะต้อง แจ้งอีกไปแจ้งทําอะไร ทําไมจะต้องแจ้งก็มันเดือดร้อนอยู่แล้วก็รู้อยู่แล้ว ที่จริงมันต้องจัดการ กับรัฐบาลโน่น ในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗ ตามประมวลกฎหมาย อาญา เพราะว่าชาวนาแจ้งแล้วว่าข้าวราคาตกให้แก้ไขด่วน กนข. ก็ไม่ได้ดําเนินการ นี่ละครับท่านประธานมันกลับหัวกลับหางเลยตอนนี้ แล้วคนอย่างชาวไร่ชาวนาที่อยู่ในชนบท พิมพ์หนังสือยังไม่เป็นเลยจะแจ้งอย่างไร เขาจะชุมนุมนี่จะแจ้งอย่างไร วิธีการจะแจ้งอย่างไร แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านพอไหม แจ้งกํานันพอไหม หรือให้แจ้งตํารวจ แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งนายอําเภอ รูปแบบการแจ้งแจ้งอย่างไร มันขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในเมื่อการชุมนุมปราศจากอาวุธ สงบ เปิดเผย ทําไมจะต้องแจ้ง แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ทําอะไร แสดงว่ากฎหมายฉบับนี้ใหญ่กว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ สิครับ ท่านประธาน นี่ครับผมถึงไม่เห็นด้วยว่าจะต้องใช้ในการแจ้ง การชุมนุมทางการเมือง ถ้าเราปล่อยให้มีการชุมนุมทางการเมือง เรียกร้องตามปกติ มันเป็นเรื่องปกติครับ ใด ๆ ในโลกก็มีการชุมนุม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่พี่น้องประชาชนมาขับเคลื่อนทางการเมือง ไม่เช่นนั้นเขาไม่เรียกการเมืองหรอกครับ การชุมนุมปกป้องรักษาสิทธิประโยชน์เหมือน บ่อนอก บ้านกรูด ที่ไม่ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่กําลังขับเคลื่อน กันอยู่ นี่ก็คือการชุมนุมที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาจะต้องแจ้งด้วย หรือครับ ในเมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้ไปรุกรานเขา เขาลุกขึ้นมาปกป้อง แล้วเขาจะชุมนุม ทําไม จะต้องแจ้ง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมระแวงสงสัยครับท่านประธานว่ามันจะเป็น เครื่องมือให้กับผู้มีอํานาจ ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่าทหาร ไม่ว่าตํารวจ ใช้การล้อมปราบ พี่น้องประชาชนที่มีการชุมนุม ๒-๓ ประเภทนี้ ท่านประธาน ผมนี่เจ็บปวดมาก ๆ ในเรื่อง ของการชุมนุมในที่สาธารณะ และถูกกล่าวหาว่าสร้างความวุ่นวายตามมาตรา ๒๑๕ มั่วสุม ๑๐ คนขึ้นไป เจ็บปวดครับ ผมพาพี่น้องประชาชนออกจากศาลากลางเกรงว่ามันจะเกิด เหตุการณ์วุ่นวายก็เดินออกท้องถนน ผมก็ถูกแจ้งจับหาว่าชุมนุม ทําความวุ่นวาย ก็ตํารวจ ผู้ว่าราชการจังหวัดมาขอร้อง ส.ส. ให้ไปช่วยเอาออกหน่อย ชาวบ้านมันไม่ฟังใครแล้ว พอเรา พาออก ไปแจ้งจับของเราเสียนี่ นี่ท่านประธาน นี่คือวิจารณญาณของการใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นกฎหมายถ้าไม่ตกผลึกมันก็จะเหมือนกฎหมายภัยสังคม พ่อผมไปงานศพ ไปพูด เรื่องประกันราคาข้าวจับติดคุก ๖ เดือน ข้อหาภัยสังคมท่านประธาน ไม่มีการสอบสวน เอาไปติดคุกเฉย ๆ ๖ เดือน คิดดูสิครับสมัยรัฐบาลหอย ธานินทร์ กรัยวิเชียร จับชาวบ้าน จับพ่อจับแม่ไปขังคุก ๖ เดือน ไม่บอกลูกบอกหลาน ไม่มีการสอบสวน กฎหมายฉบับนี้ ก็เหมือนกันพอรู้ข่าวจะชุมนุมแจ้งจับเลย แจ้งจับเลยมันมีช่องว่างมากครับ เพราะฉะนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ผมไม่เห็นด้วยที่จะมี เครื่องมือของรัฐ เพื่อที่จะล้อมปราบ เพื่อที่จะดําเนินการจับกุมคุมขังผู้รักประชาธิปไตย ผมยืนยัน ผมคัดค้าน ผมไม่เห็นด้วย และขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยว่า กฎหมายฉบับนี้ ถ้าไม่พิจารณากันให้ดีจะกลายเป็นตราบาปกฎหมายเผด็จการในอนาคต ข้างหน้า กราบขอบคุณครับท่านประธาน
คุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณรัฐบาลที่เสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ สิ่งที่อยากกราบเรียนก็คือว่าเสรีภาพในการชุมนุมนั้น แน่นอนครับเป็นสิ่งที่ดี แต่ที่ผ่านมาหลายสิบปีนั้นกระบวนการที่จะให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมนั้นยังไม่มีใครที่จะ เปิดโอกาสอย่างแท้จริง แต่เรื่องแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในกฎหมาย โดยเฉพาะต่อไปก็คงใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักในการที่จะเป็นต้นแบบหรือต้นร่างในกฎหมาย ฉบับนี้ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนอย่างว่า ในมาตรา ๕ ที่การชุมนุมในที่สาธารณะนั้นที่เป็นห่วง ก็คือว่า คนที่มาชุมนุมนั้นต้องมีเจตนาหรือมีเจตจํานงเดียวกันในการที่มาชุมนุม เพราะ ไม่เช่นนั้นแล้วบางคนมาโดยมีการจ้าง บังคับ ขู่เข็ญ โดยที่ไม่ทราบว่าตนเองนั้น มาประชุมในฐานะใด และมีผลกับตนเองอย่างไรบ้าง ขอกราบเรียนครับว่า กฎหมายฉบับนี้ ในรายละเอียด ในส่วนของการชุมนุมในที่สาธารณะ ในมาตรา ๕ โดยเฉพาะบทนิยามนั้น ยังขาดบางส่วนบางตอน โดยมิได้ระบุเกี่ยวกับเรื่องการที่มาโดญไม่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๖๓ นั้นเล็งเห็นความสําคัญของประชาชน ที่มาชุมนุมโดยสงบ แต่ที่น่าสังเกตก็คือว่าถ้าเมื่อไรการชุมนุมมาโดยไม่ชอบ มาโดย อามิสสินจ้างนั้นจะเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ก็จะเกิดการที่ไม่ได้มาเรียกร้อง มาชุมนุม โดยไม่มีจิตสํานึกตามกฎหมาย ท่านประธานครับ และโดยเฉพาะในมาตรา ๘ ของบททั่วไปนั้น จริงอยู่ครับ การชุมนุมในที่สาธารณะนั้นมีข้อห้าม ก็คือสถานที่ใน (๑) ถึง (๕) แต่มีข้อน่าสังเกตครับว่าเป็นไปได้ไหมที่อาจจะมี (๖) ที่ให้มีสถานที่ที่อาจจะกําหนด โดย ศอ.รส. บ้าง หรือกําหนดโดยสถานที่อื่นที่เกิดขึ้นโดยรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีนั้น ประกาศกําหนดสถานที่อื่นหรือบริเวณอื่น เช่นอะไรครับท่านประธาน เราอาจจะมีประชุมกัน ของต่างประเทศ แต่ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมไปขัดขวางการชุมนุมอย่างที่พัทยาอย่างนี้ แล้วถ้าเกิด ในมาตรา ๘ นี้ เราไม่เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีนั้นกําหนดสถานที่ ที่เหมาะสมในการที่ห้ามบุคคลไปชุมนุมนั้นก็อาจจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ แต่ที่น่าสังเกตในช่วงต่อไปก็คือว่า ในส่วนของมาตรา ๑๕ และมาตรา ๓๕ นั้นไม่มีบทลงโทษ สําหรับผู้ที่ไปจ้างคนมาชุมนุม ท่านประธานจะสังเกตนะครับว่าในมาตรา ๓๕ แล้วก็มาตรา ๓๖ มีเฉพาะโทษปรับเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้บอกว่าคนที่รับจ้างมามีความผิด คนที่จ้างเขา มีความผิด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคนก็จะไม่มีความรู้สึกหรอกครับว่าถูกจ้างมาก็ติดคุก เหมือนกัน ถูกจ้างมาก็ต้องมีโทษปรับเหมือนกัน และคนที่จ้างเช่นเดียวกันท่านประธาน คนที่จ้างก็ต้องรับผิดชอบ กับคนที่ไม่มีคนที่ไม่มีความประสงค์ในการเข้ามาชุมนุมครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้เป็นที่น่ายินดี ไม่มีการสลายการชุมนุม จะอย่างไรก็แล้วแต่กฎหมายของร่างรัฐบาลและของท่าน ส.ส. ผ่องศรีนั้น ผมยืนยันว่าถึงแม้ จะไม่ชอบอย่างไรก็ตาม ก็มีการลงโทษเฉพาะบุคคล มีการปรับเฉพาะบุคคลและริบทรัพย์สิน เฉพาะที่การชุมนุมโดยไม่ชอบ แต่ที่น่าสังเกตครับ ไม่มีการสลายการชุมนุมให้เป็นที่เดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนที่มา ชุมนุมโดยสงบ ก็ฝากท่านประธานครับ ในประเด็นต่าง ๆ ที่ผมได้เสนอท่านประธานในวันนี้ ก็ฝากยังคณะกรรมาธิการด้วยครับว่าควรจะแก้ไขในสิ่งต่าง ๆ ที่ผมเสนอไป ขอบคุณครับ
คุณสุนัย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัด นครสวรรค์ครับ ขอที่จะนําเสนอให้เห็นว่าทําไมพรรคฝ่ายค้านเคยยื่นแล้วต้องถอนไป เพราะว่าข้อเสนอของรัฐบาลตามร่างรัฐบาลนี้นะครับ ในสถานการณ์ก็บอกอะไรบางอย่างว่า อะไรซ่อนอยู่ในจิตใจของรัฐบาล ออกกฎหมายนี้เพื่อจะเอามาใช้อะไร เนื้อหาก็บอกว่า แนวโน้มจะเกิดความรุนแรงยิ่งขึ้นถ้าใช้กฎหมายนี้ เราได้ประชุมกันพอสมควรครับ ท่านประธานครับ แล้วจึงไม่อยากร่วมสังฆกรรมด้วย และขอกราบเรียนด้วยนะครับ ตอนตั้ง คณะกรรมาธิการก็อาจจะต้องขอประทานโทษจริง ๆ ครับท่านประธานครับ ด้วยความหวังดี ที่อยากจะเห็นบ้านเมืองมันเดินไปได้ แต่ถ้าออกกฎหมายนี้แล้วมีแต่ความระแวงกันหมด ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว ผมได้ตั้งชื่อไว้แล้วว่าฉบับนี้น่าจะเรียกว่าร่างพระราชบัญญัติ การชุมนุมสาธารณะ ฉบับสุเทพ เทือกสุบรรณ ทําไมต้องตั้งอย่างนั้นครับ เดี๋ยวท่านลอง ตามผมดูนะครับ วันนี้ที่ท่านอภิสิทธิ์ขึ้นมามีอํานาจพร้อมกับท่านสุเทพ ปฏิเสธความเป็นจริง ไม่ได้หรอกครับ ว่าท่านมีริ้วรอยมาจากการชุมนุม เริ่มตั้งแต่การชุมนุมเปิดทางให้ทหาร ยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน คุณสมัครมาเป็นแล้วมีการยึดสนามบิน มีการยึดทําเนียบ ท่านก็มีส่วนสําคัญ ผมเคยบอกแล้วครับว่าท่านจัดคนมาให้ แต่วันนี้ไม่ต้องให้ผมพูดแล้วครับ ปรากฏว่าเวทีพันธมิตรที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ที่ถนนราชดําเนินวันนี้เปิดวิทยุฟังสิครับ คุณประพันธ์ คูณมี ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านบอกชัดเจนเลยครับ ผู้ใหญ่คนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์เชิญท่านไปกินข้าวที่พรรคครับ เลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ๒ ชาม ส่งข้าวแกงมาให้ ๑ จาน ให้กิน แล้วก็ให้กําลังใจไปล้มรัฐบาลทักษิณให้ได้ ร่ําลาเสร็จ มอบเนคไท (Necktie) ให้อีก ๔ เส้น เสร็จเรียบร้อยคนที่ขึ้นปราศรัยอีกหลายคนครับ ที่กล่าวอย่างนี้
คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรคุณอรรถพร เดี๋ยวท่านก็ได้พูดแล้ว
ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย ตามมาตรา ๖๑ ไม่เป็นธรรมครับ ที่ท่านจะไปยกคํากล่าวอ้าง ของบุคคลภายนอกในทางที่เสื่อมเสียกับพรรคประชาธิปัตย์มาพูด ณ ที่นี้ ถ้ายก ยกให้หมด ครับว่าเมื่อ ๒ ปีก่อนคน ๆ นั้นพูดถึงคุณทักษิณว่า โกงทั้งโคตร หรือไม่ ยกให้หมดครับ ท่านประธานโปรดควบคุมด้วยครับ
ก็พอกันละครับ คือท่านก็ใส่ ไปคืน เอาอย่างนี้ครับ ช่วยอยู่ในกรอบหน่อยก็แล้วกันครับ คุณสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลังเล่า ข้อเท็จจริง ถ้าท่านบอกว่าท่านไม่ได้ร่วมชุมนุมก็ไม่เป็นอะไร ส่วนท่านจะด่าทักษิณ เดี๋ยวนี้ ยิ่งด่ายิ่งมีคะแนนครับ โดยเฉพาะปากคน ๆ นี้นะครับ ท่านประธานครับ วันนี้พันธมิตรที่เวที เขาก็พูดทุกวัน ว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นจัดคนมาให้ รถเต็มออก เต็มออก จัดรถให้เรียบร้อย หลายคนที่เป็นรัฐมนตรีวันนี้ก็เข้าไปอยู่ในทําเนียบ ผมขอประทานโทษสักนิด เถอะครับ คนบางคนอยากจะปิดด้วยฝ่ามือก็ปิดไป แต่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ก็เป็นจริงตามนี้ เมื่อเช้าผมได้ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อขอท่านประธานแล้วนะครับ ผมไม่เอารุนแรง หรอกครับ ข่าวก็มี แต่เอารูปการ์ตูน (Cartoon) ให้ท่านดู ให้ท่านประธานเห็นสักนิด เถอะครับ ขอเจ้าหน้าที่เถอะครับ ฉายรูปการ์ตูนหน่อยนะครับ อันนี้เป็นรูปการ์ตูนที่คุณอรุณ ขอประทานโทษนะครับ เขียนลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ใช้ภาษาแบบที่ผมเคยกล่าวว่าท่านนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีคาหนังคาเขา เขาเขียนหนังสือพิมพ์ชื่อ หนังสือพิมพ์คาหนังคาเขา ขอประทานโทษนะครับท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ ส.ส. กทม. ปชป. ให้กําลังใจพันธมิตรถึงทําเนียบ เมื่อเวลา ๒๐.๐๐ น. นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส. กทม. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาที่ทําเนียบรัฐบาล โดยเมื่อพิธีกรบนเวที พูดว่า นายกรณ์ได้มาเยี่ยมถึงบนเวที ทําให้ประชาชนต่างโห่ร้องแสดงความยินดี ทั้งนี้ นายกรณ์ได้กล่าวว่ามาให้กําลังใจผู้ชุมนุม เพราะถือว่าเป็นการแสดงออกของคนไทย และเป็นการชุมนุมโดยสันติ ผิดตรงไหน เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล มันชัด และปรากฏว่า เขาเขียนรูปด้วยครับ อารมณ์ขัน คนอ่านหนังสือพิมพ์เขาบอก แหวะ อ้วก คือเขาอ้วกบุคคล ที่โกหกบ้าน โกหกประชาชนอย่างไรครับ มันชัดเสียยิ่งกว่าชัด ท่านประธานครับ ยังมีหน้า มาอภิปรายอีกหรือว่าใครจัดข้าวของมาผิดทั้งนั้น แล้วใครละจัดรถมาให้เขา นะ ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมก็คิดว่า เอาเถอะ ท่านมาแล้วก็ไม่ว่ากัน แต่ท่านอย่าโกหก เลยครับ นะ เพราะว่าท่านนั้นมีริ้วรอยมาจากการก่อการจลาจลชัดเจน
คุณสุนัย ยังประท้วงอยู่ หรือครับ เชิญ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายนะครับ ช่วงหลังท่านอภิปรายดีขึ้นมากนะครับ ผมหวังจะได้ฟัง เนื้อหาที่มีคุณภาพที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมอยากให้ท่านได้ควบคุม การอภิปรายของท่านเองให้เข้าสู่สาระสู่ประเด็นและไม่นําประเด็นซึ่งมันทําให้เกิดความ รุนแรงหรือไม่สร้างสรรค์เกิดขึ้นในสภา ผมขอร้องท่าน ส.ส. ผู้อาวุโสอภิปรายให้อยู่ ในประเด็นและในเวลาที่เหมาะสมครับ
เขาขอ คุณสุนัย ขอโปรด อยู่ในประเด็นก็ดีแล้วครับ ได้ช่วยกรุณาดําเนินการ
ขอบพระคุณครับ ทีนี้ปัญหาอย่างที่ ท่านขอนี่ผมก็จะยินดีครับ แล้วก็พยายามแสดงตัวให้สุภาพ จิตใจให้เหมือนอย่างนั้นก็แล้ว กัท่านประธานครับ ผมเอาข้อเท็จจริงมาเล่าให้ฟัง แล้วกําลังบอกถึงสาเหตุว่าแล้วอยู่ ๆ ท่านก็มาเสนอกฎหมายเพื่อจะควบคุมการชุมนุม เป็นที่หลักฐานชัดเจนแล้วนะครับว่า เวทีพันธมิตรนั้นเขาเสนอว่าแม้ยุบสภาแล้วเขาจะชุมนุมต่อไปอีกครับ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ ผ่านสภาก่อนจะยุบสภาแน่นอน แล้วระหว่างที่ท่านคุมเลือกตั้งท่านก็จะใช้กฎหมายนี้ ไปเล่นงานเขาสิ เอ๊ะ ถ้าพูดอย่างนี้แปลว่าอะไรครับท่านประธานครับ แปลว่าท่านทะเลาะ กันเองแล้วใช่ไหมหลังจากที่ร่วมมือกันมา แล้วคุณสุนัยจะมายุหรือ ไม่ใช่ครับท่านครับ วันที่ผมเป็นรัฐบาลเขาชุมนุมกัน ผมก็กล่าวเตือนคุณสมัครในที่ประชุมสภานะครับว่าอย่าใช้ ความรุนแรงกับเขา นั่นเป็นสิทธิของเขา ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ครับ การเกิดขึ้น เหตุการณ์ จังหวะเวลามันกําลังบอกสื่อไปว่าอาจจะเลยถึงเป็นการที่รัฐบาลจะใช้กฎหมายฉบับนี้ เป็นเครื่องมือในการจัดการตอนเลือกตั้งด้วยครับ รวมตลอดทั้งรัฐบาลอาจจะรู้สึกว่ามือที่มอง ไม่เห็นอุ้มท่านอยู่ ท่านจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกกระมัง ก็จะได้ใช้กฎหมายฉบับนี้ ผมว่า จะทําให้บ้านเมืองเสียหายมาก ผมจะกราบเรียนเป็นเบื้องต้น ประเด็นแรกเลยครับ ท่านครับ การชุมนุมนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบ ประชาธิปไตย แต่ปัญหาที่ผ่านมานั้นมันมีกระบวนการที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสนับสนุนการชุมนุม และทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่ ท่านจะเห็นนะครับ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ถ้าเริ่มชุมนุม เมื่อไรเดี๋ยวจะมีปฏิวัติต่อครับ จําได้ไหมครับเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนครับ รถเมล์ขึ้นราคาจาก ๕๐ สตางค์ เป็น ๗๕ สตางค์ ตอนนั้นท่าน พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเปลี่ยนอํานาจจาก พลเอก เกรียงศักดิ์ เป็น พลเอก เปรม ก็มี ผู้นําสหภาพแรงงานนําประชาชนชุมนุมด้วยเงินเพิ่มค่ารถเมล์สลึงเดียวครับ ๒๕ สตางค์ ก็เปลี่ยนแปลง ดังนั้นปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองคือปัญหาทางการเมือง อํานาจนอกระบบ ไม่ใช่เฉพาะพรรคท่านหรือพรรคผม เราเจอด้วยกันทั้งนั้น พรรคท่านหรือพรรคผมเราเจอด้วยกันทั้งนั้น แล้วอํานาจนอกระบบนี่ละครับที่เข้ามาจัดการ ที่จะบิดให้เป็นอย่างไร แต่การชุมนุมทั่วไปเป็นเรื่องปกติ ๑. ชุมนุมด้วยความเดือดร้อน ปากท้องของเขา ชุมนุมเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ชุมนุมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ระบบกฎหมาย เรียกร้องกฎหมายใหม่ ชุมนุมเพื่อเจตนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ปกป้อง สิ่งแวดล้อม ชุมนุมให้ย้ายครู ย้ายตํารวจ มันมีทั่วไปหมด ซึ่งในอดีตเรามีกฎหมายพอสมควร ที่ดําเนินการได้ แต่ที่มันรุนแรงมันเป็นเจตนา ท่านสุเทพจดไปเถอะ ผมให้ชื่อแล้วนะ ให้เกียรติมากนี่ฉบับ สุเทพ เทือกสุบรรณ นะ แล้วเป็นอะไรก็ให้ท่านรับผิดชอบไป แต่ผม กําลังจะบอกว่าถ้าท่านฟังผมแล้วเห็นว่า เออ สุนัยพูดดีนะ เรื่องนี้น่าฟังนะ ท่านถอนไป ปรับปรุงใหม่ผมก็ไม่ว่า สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดคืออะไรครับ ท่านกําลังจะดึงสถาบันศาลเข้ามา ในกระบวนการทางกฎหมายชนิดที่ศาลดิ้นไม่ออก กระผมเป็นทนายความ ผมจบการศึกษา ด้านกฎหมายจากจุฬาลงกรณ์ ประกอบอาชีพทนายความ ผมพูดปกป้องสถาบันศาล มาโดยตลอด ตุลาการภิวัตน์หลายครั้งที่ผมเตือนแล้วเตือนอีกแล้วก็พังจริง ๆ ท่านประธานครับ วันนี้อีกครับ ปรากฏว่าที่ผ่านมาถ้าคู่กรณีจะใช้สิทธิทางศาลก็ไปกันได้อยู่แล้วครับ ไปกันได้อยู่แล้ว ศาลท่านก็ออกของท่านอย่างไรก็ว่าไป แต่วันนี้ดึงศาลเข้ามาอยู่ ในกระบวนการจัดการเลยครับ เช่น ในมาตรา ๕ เรื่องศาลนะครับ และในมาตรา ๑๓ เอามา ชัด ๆ เลยครับ ให้ศาลเข้ามาเป็นคู่กรณี ฟังดูดีครับ แต่ท่านประธานครับ ต้องเข้าใจก่อนว่า อํานาจอธิปไตยของไทยเรามี ๓ อํานาจนั้น อํานาจตุลาการเป็นอํานาจพิเศษจริง ๆ ที่นี่คือ ลักษณะสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข นั่นคืออํานาจศาล ไม่ได้เป็นของประชาชน แต่อํานาจศาลเป็นของพระองค์ท่าน ดังนั้นการที่นําอํานาจศาล เข้ามาอยู่ในนี้ รัฐธรรมนูญท่านยึดอํานาจกันเมื่อ ๑๙ กันยายน ก็เอาศาลเข้ามาอยู่ในนี้ วันนี้เขียนกฎหมายนี้ดึงศาลเข้ามาอีก ท่านครับผมก็มีเพื่อนเป็นผู้พิพากษาหลายท่าน เขาอึดอัดมากครับ อึดอัดมาก ดังนั้นสิ่งที่ท่านทําอยู่ตรงนี้จะเป็นปัญหามาก ท่านประธาน ครับอีกสักนิดเดียวเถอะครับ อีกประเด็นหนึ่งปรากฏว่าการปฏิบัติจะเกิดความลักลั่นกันมาก ยกตัวอย่างท่าน พูดถึงกฎหมายที่จะห้าม ปิดถนนนั้นปิดถนนนี้ แต่ปรากฏว่าการปิดถนน ทางการเมืองถูกจํากัดจําเขี่ยมาก แต่ปิดถนนเพราะตํารวจไปปิดหน้าบ้านท่านนายกรัฐมนตรี อย่างนี้ คนก็ไปไหนมาไหนไม่ได้ จะใช้กฎหมายนี้ได้อย่างไร มันเกิดปัญหาอีก ท่านประธานครับท่านก็ให้เวลาน้อย แต่ผมก็เคารพท่านนะ คราวหน้าคราวหลังท่านก็อย่ามาพูดว่า ผมด่าท่านเลยผมเตือนสติท่านเสมอเพื่อให้ท่านอยู่กับหลักกับเกณฑ์เท่านั้นเอง วันนี้ ผมก็จะเชื่อท่าน ผมก็จะนําเสนอให้เห็นว่านี่คือเหตุผล จริง ๆ มีปัญหามากกว่านี้แล้ว ผมจะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ ซึ่งท่านวางแผนไว้แล้วละ เพราะวันนี้ ท่านต้องปราบพันธมิตรแน่นอน แต่เขาก็ยังชมท่านนะ ท่านสุเทพครับ ประทานโทษผ่านท่าน นะ เขาบอกว่า ท่านไปขอคืนพื้นที่กับเขาก็ยังน่ารักนะ ไปกราบไปไหว้ไม่เหมือนกับเสื้อแดง ท่านขอคืนพื้นที่นี่เอารถถังออกมาเลยครับอันนี้ท่านก็ทําดีมากสําหรับพวกกันเขายังรักท่าน อยู่นะพันธมิตร ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านว่าถ้าท่านจะพิจารณาเป็นเหตุเป็นผล เอาไปปรับปรุงใหม่เถอะ เรื่องศาลอย่างหนึ่ง ไม่ควรเอาเข้ามา ใครจะใช้สิทธิทางศาล ก็ใช้หลักการทั่วไป แต่นี่ท่านไปเอาศาลมามัดมือชกอยู่ในนี้เลย ท่านก็รับเองสิครับ ใครมาเป็นรัฐบาลก็รับกันเองเถอะครับ ผมพูด หลายทีครับว่ารัฐบาลกับสภานั้นเหมือนตุ๊กตา ล้มลุก ล้มแล้วก็ลุกได้ แต่ศาลนั้นเป็นตุ๊กตาตั้งล้มแล้วแตกเลย ตอนนี้ลําบากเต็มทีแล้วครับ ท่านจะขยี้ศาลให้เละอีกหรือครับ ดังนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับ กฎหมายฉบับนี้ครับ มีรายละเอียดหลายเรื่องแต่เอาเถอะครับเพื่อให้ท่านประธานสบายใจ นะครับท่านประธาน ขอให้มีความเจริญรุ่งเรืองครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านก็เกินเวลาไป ท่านสุเทพจะตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน เพราะว่าไม่ต้องการให้บันทึกไว้ในสภาโดยที่ผิดข้อเท็จจริงนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อชี้แจงกรณีที่คุณสุนัยได้กล่าวพาดพิงไปว่า ผมหรือผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้สนับสนุนการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของคุณสุนัย นะครับ ผมเรียนยืนยันว่าผมและผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กระทําการอย่างนั้น ใครจะเอาไปอ้างนั้นก็เป็นเรื่องที่คุณสุนัยวินิจฉัยเอาเอง
ประการที่ ๒ ครับ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ ยึดอํานาจครั้งที่ผ่านมาแต่ประการใดทั้งสิ้น
ประการที่ ๓ เรื่องเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติอยู่ที่หน้าบ้านท่านนายกรัฐมนตรี ตามที่อ้างนั้น วันนี้ไม่ได้มีการปิดการจราจรครับ เจ้าหน้าที่อํานวยการให้มีการจราจร ได้เรียบร้อยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอรรถพร พลบุตร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีพื้นฐานมาจาก รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ ซึ่งได้รองรับสิทธิของพี่น้องประชาชนในการที่ จะมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่ถ้าเราพิจารณาจากเนื้อความ ของมาตรา ๖๓ ทั้งหมดก็จะเห็นว่าหัวใจของกฎหมายในมาตรานี้มีอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน ๒ สาระสําคัญ นั่นก็คือมีเนื้อความที่ต่อเนื่องบอกว่า การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณีการชุมนุม สาธารณะเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ เนื้อความตรงนี้ครับ อธิบายเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากการให้สิทธิพี่น้องประชาชนในการใช้เสรีภาพ ในการชุมนุม แต่การชุมนุมนั้นต้องไม่ก่อให้เกิดการลิดรอนสิทธิของบุคคลอื่น ประเด็นซึ่งเป็น สาระสําคัญตรงนี้ครับคือประเด็นที่เป็นที่มาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งมีความสําคัญเราก็ต้องยอมรับว่าในระยะหลัง ๆ รูปแบบการชุมนุมในประเทศไทยก็มี วิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งในแง่ของรูปแบบหรือในแง่ของปริมาณ เราเคยมีการ ชุมนุมใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ มีคนเป็นเรือน ล้านครับ แต่ก็เป็นการชุมนุมช่วงสั้น ๆ ๒ ถึง ๓ วัน แล้วก็สลายการชุมนุมและได้มาซึ่ง ประชาธิปไตยแต่การชุมนุมในระยะหลัง ๆ นี้เราจะพบการชุมนุมที่มีพี่น้องประชาชน หลักหมื่นหลักแสนคน ชุมนุมเป็นระยะเวลา บางที ๓ เดือนกว่ามีรูปแบบของการปิดล้อม สถานที่สําคัญ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ถูกปิดล้อมมา ๒-๓ ครั้ง ทําเนียบรัฐบาลถูกปิดล้อม มานานแรมเดือน และสถานที่สําคัญอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน หรือสถานที่ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ แน่นอนครับ การชุมนุมเรียกร้องเป็นพลานุภาพแห่งประชาธิปไตย เป็นเสียงตะโกนดัง ๆ ของพี่น้องประชาชนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เขาไม่เห็นด้วย เขาคัดค้าน เขาต้องการนําเสนอ ความคิดเห็นของเขา ต้องยอมรับ แต่ในขณะเดียวกันเสียงตะโกนที่ดูเหมือนจะเบากว่า ของพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะผลกระทบในทางเศรษฐกิจในเรื่องของการใช้ วิถีชีวิตประจําวัน ซึ่งเมื่อตีมูลค่าความเสียหาย มันก็เป็นหมื่นเป็นแสนล้านเช่นเดียวกัน เสียงตะโกนของคนกลุ่มหลังนี้มากกว่า แต่ว่าเสียงอาจจะเบากว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือการให้เสียง ๒ เสียงนี้ครับมีความสมดุล มีความเท่าเทียม ทําอย่างไรที่พี่น้องประชาชน จะใช้เสรีภาพตามเจตนารมณ์ของระบอบการปกครองประชาธิปไตย ขณะเดียวกันก็ไม่ไป ลิดรอนหรือกระทบสิทธิของบุคคลอื่นและของประเทศชาติที่ต้องเดินไปข้างหน้า ผมเอง เข้าใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ชุมนุม ผมเองหรือ ส.ส. จํานวนมากในสภาแห่งนี้ เราก็อยู่ตรงนั้นมาโดยตลอดละครับ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม พฤษภาวิปโยคก็วิ่งหนีกระสุนมา ทั้งนั้นละครับ แม้กระทั่งในจุดที่ย่อยที่สุด การชุมนุมของชาวบ้านในระดับหมู่บ้าน ตําบล เราก็อยู่ตรงนั้นมาหลายครั้ง หลายหน เคยปิดถนนครับ เคยถูกอํานาจรัฐที่มันซื้อได้แจ้งความ ดําเนินคดี ทั้งคดีวางเพลิง คดีผิด พ.ร.บ. ทางหลวง ฟ้องค่าเสียหายในทางแพ่ง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดนมาทั้งนั้นแหละครับ สุดท้ายก็ต้องมาอุ้มศพเพื่อนที่ถูกนายทุน มันสังหารผลาญชีวิตเพราะการต่อสู้เพื่อรักษาแผ่นดินของตนเอง แล้วในที่สุดเรื่องราวมันก็จบลงด้วยความฉ้อฉลของรัฐมนตรีบางคนบางยุคบางสมัย ผมจึงมีความเข้าใจว่าการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนการชุมนุมมันไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนที่ ท่านสถาพรพูดไปครับ กว่าคนจะมาชุมนุมมาตากแดดนานแรมเดือน มาฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกเด็กเล็กแดงนั้น พักเดียวครับ กลุ่มทุนก็จ้างมวลชนอีกกลุ่มหนึ่ง มาต่อต้าน จ้างทั้งนั้นละครับ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท มาต่อต้าน ซื้อฝ่ายปกครอง ซื้อฝ่าย ตํารวจ ซื้ออํานาจรัฐก็มาปิดล้อมชาวบ้าน มันเหนื่อยจริง ๆ ครับ แต่ว่าขณะเดียวกันเราอยู่ ตรงนั้นเราก็เกิดความรู้สึกเจ็บปวดว่าพลังของชาวบ้านที่บริสุทธิ์ ที่เขาสู้เพื่อปกปักษ์ปากท้อง หรือแผ่นดินของเขานี้มันน่ากราบครับ บางทีเราก็เศร้าสลดใจว่าทําไมพลังบริสุทธิ์ ของชาวบ้านเหล่านี้บางทีก็ต้องกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนหรือบุคคลบางกลุ่ม หรือบางทีก็เป็นเครื่องมือในทางการเมือง พี่น้องประชาชนจํานวนมากเสียชีวิตจากการชุมนุม นะครับ เขาตายไปนี่หัวใจเขายังบอกเลยว่าเขาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แม้แต่ถูกยิงถูกฆ่าเขา สละชีวิตได้ แต่เขาก็ไม่รู้หรอกครับว่าคนอีกหลายคนก็อมยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่า ศพนี้มันก็คือบันไดที่จะก้าวต่อไปสู่ผลประโยชน์ของกลุ่ม ขององค์กร หรือของบุคคล การสร้างระบบจัดการหรือความสมดุลตรงนี้จึงมีความจําเป็นที่จะต้องมีกฎหมายอย่างนี้ เกิดขึ้น อย่างที่ท่าน ส.ส. สุนัย จุลพงศธร อภิปรายไป ผมเห็นด้วย กฎหมายฉบับนี้ให้น้ําหนัก ไปที่ศาลครับ แน่นอนการชุมนุมอาจจะไม่คล่องตัว ไม่สะดวกเหมือนแต่เดิม แต่ว่าอํานาจ ที่จะวินิจฉัยในเรื่องสุดท้ายนี้ไม่ได้อยู่ที่เจ้าพนักงาน ไม่ได้อยู่ที่ตํารวจ ไม่ได้อยู่ที่ทหาร ไม่ได้ อยู่ที่ ศอฉ. หรือองค์กรใด ๆ ซึ่งเราเชื่อว่าบางทีเขาไม่ได้อยู่ข้างประชาชน ศาลอาจจะถูกมอง ด้วยสายตาที่นานาทัศนคติ แต่ผมเชื่อว่าศาลก็ยังเป็นองค์กรที่เราพอจะยึดได้ หวังได้ เพราะฉะนั้นในเมื่อที่สุดแล้วในภาวะที่มันมีความสับสนรุนแรง กฎหมายบางอย่างก็ไม่ทัน ต่อสถานการณ์ กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายทางหลวง กฎหมายของ กทม. บางที มันก็ไม่ทันต่อสถานการณ์ ใช้กฎอัยการศึก ใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน บางทีมันก็แรงเกินไป แล้วก็ กลายเป็นบาดแผลที่ใหญ่ขึ้นไปในแผ่นดินตรงนี้ ผมเชื่อศาลครับ ผมเชื่อว่าถ้าประชาชน ชุมนุมอย่างบริสุทธิ์ใจ ด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธและไม่กระทบสิทธิบุคคลอื่น ไม่ต้องไป กลัวอะไรครับ ศาลคุ้มครอง ฉะนั้นถ้าเรามองว่าโลกมันมี ๒ ด้าน ด้านแรกการชุมนุมอาจจะ ไม่ได้กระทํากะทันหันทันทีฉับพลันตรงต่อสภาพปัญหา อย่างน้อยแจ้งก่อน ๓ วัน มีปัญหา เจ้าพนักงานไม่เห็นด้วยก็ยื่นเรื่องต่อศาลให้ศาลวินิจฉัย มันอาจจะไม่คล่องตัว แต่ขณะเดียวกันประชาชนเหล่านั้นได้รับการคุ้มครองสิทธิครับ ศาลจะเป็นเครื่องรับประกัน คุ้มครองสิทธิในการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ถ้าศาลได้พิพากษารับรองความชอบธรรม ในการชุมนุม ปืนกี่กระบอกมันก็ฆ่าชาวบ้านไม่ได้ นายทุนมันก็จ้างไอ้ขบวนการอันธพาล มารังแกชาวบ้านไม่ได้ ข้าราชการปกครอง ข้าราชการตํารวจที่มันถูกซื้อได้มาทุกยุคทุกสมัย มันก็กระทําย่ํายีชาวบ้านไม่ได้ ศาลเป็นที่พึ่ง ฉะนั้นผมยังมีความเห็นอย่างชอบธรรมว่า กฎหมายฉบับนี้มันมีได้มันมีเสีย แต่ผมก็เชื่อว่ากระบวนการของศาลจะเป็นที่พึ่ง เป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตรงตามเจตนารมณ์
สุดท้ายท่านประธานครับ การชุมนุมจะ ๑๐ คน ๒๐ คน ๕๐ คน ๑๐๐ คน ๑๐,๐๐๐ คน หรือ ๑๐๐,๐๐๐ คน หัวใจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ หัวใจไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ หรือระยะเวลา หัวใจมันอยู่ที่ความชอบธรรมครับ อยู่ที่ความชอบธรรมและพลังของเหตุ ของผลที่จะนําเสนอต่อสาธารณชน ถ้ามีความชอบธรรม ถ้าเป็นการคุ้มครองสิทธิ ของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าทําไปเพื่อให้ชาติเดินไปข้างหน้า กี่สิบ กี่ร้อยกฎหมายก็ควบคุม ไม่ได้ ความชอบธรรมของการชุมนุม ประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับจากการชุมนุม นั่นละ คือพลานุภาพที่สําคัญที่สุด รายละเอียดในแต่ละมาตราผมจะใช้สิทธิตามการแปรญัตติ ในวาระที่สองต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
คุณวิชาญ มีนชัยนันท์
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ มีผู้เสนอร่างเข้ามาทั้งหมด ๔ ร่าง แต่ถอนออกไป ๒ ร่าง การถอน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ไม่ใช่หมายถึงว่าเราจะไม่ให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชน ในการที่จะมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องปัญหาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ แต่สิ่งหนึ่งนั้นถ้านําร่างต่าง ๆ เหล่านี้มาดูเทียบเคียง มันมีความหมาย ถ้าทําไม่ดีครับ ท่านประธาน มันก็จะเกิดปัญหากับการชุมนุม แล้วก็เกิดเป็นคดีต่าง ๆ ซึ่งบอกได้เลยครับว่า การที่พี่น้องประชาชนมาเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ ในบ้านเมืองนี้ ไม่ว่าในเรื่องของข้าวของแพง ในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะรัฐบาลที่ไม่ได้ให้ความสําคัญ ไม่ให้ความสนใจ มันเป็นเรื่องสําคัญ แต่สิ่งที่รัฐบาลเองกําลังตราพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะนั้น ผมเรียนว่า ถ้าเขาบอกว่า มีที่ชุมนุมแล้วไม่ต้องมากรุงเทพฯ หรืออยู่ที่จังหวัดต่าง ๆ หรือไม่ ต้องปิดถนน หรือไม่ต้องทําให้ประชาชนคนอื่นเดือดร้อนนี่ ผมคิดว่าการชุมนุมดังกล่าวนี้ นะครับ เป็นการชุมนุมที่ดี แต่ถ้าชุมนุมไปแล้ว โดยเฉพาะรัฐบาลที่ไม่ให้ความสําคัญ ไม่ให้ ความสนใจ ใครที่มาชุมนุมจะเป็นเรือนพันเรือนร้อย เรือนหมื่น เรือนแสน ถ้ามันไม่มี ผลกระทบใด ๆ เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เขาปล่อยคุณชุมนุม จะเป็นแรมเดือน แรมปี เท่าไร ก็ปล่อย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับมันจึงมีปัญหา ท่านประธานเคยเห็นต่างประเทศที่เขา มีการชมุนุมเรียกร้อง แล้วเขาเคลื่อนออกไปนี่ การรวมตัวของแต่ละจุดเขาก็จะใช้พื้นที่ที่เป็น สาธารณะ พื้นที่ที่เป็นจัตุรัส พื้นที่ที่เป็นบริเวณสวนสาธารณะต่าง ๆ เมื่อเขาชุมนุมเรียกร้อง ถึงจุดหนึ่งแล้ว เขามองว่ารัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ ความสนใจ เขาก็จะขับเคลื่อนออกไป จะไปเดินในถนนซึ่งมีรถอยู่ จะไปเดินกีดขวางจราจรทางเท้า ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าไปละเมิด สิทธิบางส่วนตามกฎหมาย แต่เขา ต้องทําครับท่านประธาน เพราะเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของผู้ชุมนุม เมื่อคนที่เรียกร้องแล้วเขามีความจําเป็นที่จะต้องบอกกล่าวว่าสิ่งที่เขาเรียกร้อง นั้นเขาเดือดร้อน เขามีความจําเป็น ดังนั้นในเรื่องของตรากฎหมายฉบับใดก็ตาม ก็เป็นการ รอนสิทธิทางอ้อม แต่สิ่งหนึ่งถ้าตกลงกันได้ครับ การกีดขวางการจราจร การใช้พื้นที่ในการ ชุมนุมนั้นจําเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยหรือทําข้อตกลง ต้องยอมรับครับว่าคนจํานวนมาก ที่มาชุมนุมนี่ไม่ใช่เกณฑ์มาอย่างเดียวนะครับ ที่ท่านบอกจ่ายเงินอย่างเดียว สมัยนี้ไม่มี แล้วครับที่จะต้องไปเกณฑ์ไปใช้จ่ายเงินอย่างนั้น เพราะคนที่เขาเดือดร้อน คนที่เขารวมตัว นั้นเขามีความรู้สึกว่าตัวเองนั้นกําลังที่จะเผชิญกับปัญหาถ้าไม่เรียกร้อง แต่บางกลุ่มบางคน ที่ใช้ในเรื่องของการใช้จ่ายเม็ดเงิน หรือ ใช้จ่ายเงิน อันนั้นละครับเป็นเรื่องเหนื่อย เพราะไม่ได้มีจิตวิญญาณในการเรียกร้องปัญหา ต่าง ๆ แล้วก็ก่อให้เกิดการควบคุมดูแล ด้วยความยากลําบาก ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีข้อบกพร่อง แล้วผมเองก็สงสัย จําเป็นที่จะต้องเรียนถามว่า ในมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธและการจํากัดเสรีภาพดังกล่าว จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในการชุมนุม ซึ่งเป็นเหตุผลในการยกร่าง ผมถามว่าวันนี้เหตุผลที่บอกว่า เป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งไปจํากัดสิทธิ ในเรื่องดังกล่าวนั้นก็ต้องใช้กฎหมายฉบับนี้ ถ้าดูให้ลึกลงไปว่า ในมาตรา ๙ เขาบอกว่า ในส่วนของมาตรา ๘ ซึ่งอ้างว่าการชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกสถานที่ อันนี้ เป็นการยกตัวอย่างครับ สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา สถานที่ ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินีและรัชทายาท และสถานที่พํานักของผู้สําเร็จราชการส่วนพระองค์ (รัฐสภา) (ทําเนียบ) (ท่าอากาศยาน) (โรงพยาบาล) (สถานทูต) ๕ วงเล็บ ผมถามว่าถ้าจะเอาจริง ๆ มีส่วนอื่นไหม ท่านไม่ได้เติมไปอีกสักวงเล็บหนึ่งละครับ (๖) อื่น ๆ ถ้าจะเอาจริง ๆ นะครับท่านประธาน แต่กําลังเขียนว่าสิ่งที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเป็นเหตุให้ต้องทําในเรื่องดังกล่าว นี่ก็ไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งหนึ่งในมาตรา ๙ บอกว่ากรณีที่เห็นสมควรองค์การปกครองท้องถิ่นอาจจัดให้มีสถานที่ เพื่อใช้สําหรับการชุมนุมก็ได้ ในการจัดให้มีสถานที่ชุมนุมของชุมนุมสาธารณะ ตามวรรคหนึ่ง ให้องค์กรส่วนท้องถิ่นคํานึงถึงผลประโยชน์ต่อความสะดวกของประชาชนในส่วนดังกล่าว ผมถามว่าในส่วนนี้ถ้าบอกกล่าวว่าส่วนท้องถิ่นสามารถจัดได้ ผมถามว่าส่วนท้องถิ่นจริง ๆ แล้ว ถ้าสามารถดําเนินการได้และมีอํานาจเต็มในการจัดรูปของการชุมนุมได้ก็เป็นการเจรจา แล้วทําไมในส่วนของรัฐบาลเองไม่ลงมาพูดคุยเสียเลย กับการที่จะนําปัญหาต่าง ๆ ให้เขามา ชุมนุมทําไมไม่เจรจา การปิดถนน ณ วันนี้ในเรื่องของข้าวตกลงกัน ข้อเรียกร้อง ผมเข้าใจว่า การเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างนั้นต้องมีการเจรจา แต่การให้ความสําคัญลึกลงไป ในรายละเอียดหรือเปล่า อันนี้เป็นปัญหา อย่างสาธารณะนี่ผมดูในส่วนต่าง ๆ ที่คําว่า ไม่กระทบต่อเสรีภาพ แล้วพื้นที่ใดละครับ ในกรุงเทพมหานครมีไหม หรือจะให้ไปชุมนุม แถวหนองจอก แถวลาดกระบัง แถวมีนบุรีบ้านผมเพราะมีพื้นที่ใหญ่ ๆ กว้าง ๆ ตามทุ่ง หรือเป็นที่เอกชนต่าง ๆ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันพูดแล้วทําไม่ได้ ถ้าจัดได้จริงมันต้องมีการเปิดโต๊ะเจรจากัน เพราะฉะนั้นในมาตรา ๙ ผมเห็นว่าไม่ใช่ ส่วนในเรื่องของที่สาธารณะที่กระทบกับความสะดวกที่จะใช้ในส่วนของ สาธารณะให้มีหนังสือแจ้งต่อผู้ชุมนุม ผู้รับแจ้งก่อนเริ่มชุมนุมไม่น้อยกว่า ๗๒ ชั่วโมง ยิ่งไปกันใหญ่ครับ คุณจะชุมนุมเกิดมีปัญหาปุ๊บปั๊บเขาบอกว่าต้องแจ้งหนังสือก่อน ในกฎหมายฉบับนี้ ถ้ามีการแจ้ง ๗๒ ชั่วโมงพอไหมครับ ไม่เอา ๒๔ ชั่วโมงเลยท่านประธาน แจ้งแล้วเราจะเจรจาหรือจะเตรียมการอย่างไร จริง ๆ แล้วในหน่วยงานของท้องถิ่น หรือหน่วยงานต่าง ๆ เขาต้องรับรู้ว่าปัญหามันเกิดอย่างไร ต้องรีบลงไปแก้ไข แต่ดูเหมือนว่า เหตุการณ์ที่มันบานปลายเพราะรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ ไม่ให้ความสนใจจนบานปลาย จนกระทั่งใช้กําลัง จนกระทั่งต้องใช้อํานาจหน้าที่ต่าง ๆ ที่เป็นกฎหมายที่นอกเหนือ การควบคุมเข้าไปดําเนินการ แม้กระทั่งการใช้กําลังหรืออาวุธ ซึ่งผิดต่อหลักการของการ ชุมนุมและการสลายการชุมนุม ท่านประธาน ในส่วนของมาตรา ๑๖ ข้อ ๖ ไม่ยุยงส่งเสริม หรือชักจูงผู้ชุมนุมเพื่อให้ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ ถ้าบอกว่ามาตรา ๑๗ ก็คือ (๓) ดูแลไม่ให้เกิดการขัดขวางการชุมนุมในส่วนของที่สาธารณะหรือการดูในเรื่องของการชุมนุม ผมไม่เข้าใจครับว่าถ้าเราชักจูงถ้าไม่กระทําผิดตามสิทธิหน้าที่ที่ทําตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๖๓ มันไม่ต้องไปอ้างถึงมาตรา ๑๗ หรอกครับท่านประธาน เพราะในข้อกําหนดแล้ว การชุมนุมต้องปราศจากอาวุธมันเขียนไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ท่านกําลังทํากฎหมายเพื่อทํา ให้เกิดปัญหาในตัวของมันเอง หรือเปิดช่องให้กับการควบคุม ในมาตรา ๑๗ เช่นเดียวกัน ผู้ชุมนุมมีหน้าที่ดังนี้ คือไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกของประชาชนที่ใช้ที่สาธารณะตาม ตามมาตรา ๑๒ สิ่งที่ผมได้นําเรียนไปแล้วถ้ามีการชุมนุมที่มีจํานวนมากมันกระทบแน่นอน ทําอย่างไรไม่ให้กระทบ หรือแบ่งการชุมนุมกระจุก กระจายไปเป็นส่วน ๆ ชุมนุมตรงนี้ ๑,๐๐๐ คน ชุมนุมตรงนี้ ๒,๐๐๐ คน ๓,๐๐๐ คนหรืออย่างไรที่เขียนกฎหมายอย่างนี้ (๒) ไม่ปิดบังหรืออําพรางโดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคล อันนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้เสี่ยง เพราะคนบางคนเองมาชุมนุมในลักษณะของการที่จะต้องเข้าร่วม แต่การเปิดเผยนั้นหรือไม่เปิดเผยนั้นเป็นส่วนที่เขาจะต้องมีการตรวจสอบ ผมขออนุญาตท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ ในเรื่องของ (๕) ไม่ทําให้ผู้อื่นกลัวว่าจะเกิด อันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือได้รับความเดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไป ตามปกติและเหตุอันตราย มันคืออะไรครับ ถ้าการชุมนุมเกิดเหตุเกิดอะไรนี่ เจ้าหน้าที่ครับ จะต้องเข้าไปดูแล แต่อันนี้บอกว่าจะก่อให้เกิดต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพนี่ ผมฟังแล้วงงครับ สุดท้ายนี่ท่านประธาน ในทั้งหมดมีแต่กฎหมายที่ไปดูแลคล้าย ๆ กับการเคลื่อนย้ายต่าง ๆ ต้องรายงาน การชุมนุม การยกเลิกก็ต้องบอกกล่าวว่าชุมนุมกี่วัน แต่ไม่ได้มีเลยว่าถ้าชุมนุม แล้วจะอํานวยความสะดวกอะไร จะจัดอะไรให้บ้าง รถสุขา อุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ จะต้องดูแลว่าผู้ชุมนุมเหล่านี้เขามาชุมนุมแล้วจะต้องได้รับในสิ่งที่เรียกว่า การดูแล สาธารณสุขเบื้องต้น หรือในเรื่องของการอํานวยความสะดวกบางอย่าง ซึ่งผมเรียนว่า กฎหมายฉบับนี้ถ้าจะผ่านหรือจะให้ความเห็นชอบจากสภาแล้วตั้งกรรมาธิการ ต้องลงไปดูลึก ในรายละเอียด
ก็ไปแปรญัตติเอา
มิฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นอีกฉบับที่ไม่สามารถที่จะดําเนินการใด ๆ ได้ ผมเองอาจไม่ได้เป็นกรรมาธิการ หรอกครับ แต่เรียนว่ามันจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ชุมนุมและพี่น้องประชาชน รวมถึงการควบคุมดูแลรักษาความสงบภายใต้กรอบที่ท่านเขียนไว้ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป คุณพนิช วิกิตเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นครับท่านประธาน ผมต้องขอกราบขอบพระคุณทางคณะรัฐบาล ที่เสนอพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะฉบับนี้เข้าสู่สภา และผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านที่ให้การเลื่อนวาระนี้เข้ามาสู่การพิจารณาของสภา ในวันนี้ ท่านประธานครับ การชุมนุมถือเป็นวิถีการที่สําคัญอย่างหนึ่งในการแสดงความ คิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนสามารถสื่อถึงรัฐบาล ให้ทราบถึงปัญหาปากท้อง ปัญหาทํากิน และเรียกร้องความเป็นธรรมต่อรัฐบาล ได้ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ การชุมนุมนั้นถ้าหากการชุมนุมดังกล่าวจะต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคลที่อยู่ในชุมชุนนั้น ท่านประธานครับ ประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่การชุนนุมนั้น ถ้าได้รับผลกระทบการชุมนุมก็จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเป็นอันตราย ท่านประธานครับ การชุมนุม การประท้วงที่เกิดขึ้นมาในประเทศไทยหลายครั้งที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีประชาชนผู้ชุมนุมประท้วงหลายครั้งครับท่านประธาน ไม่ได้คํานึงถึงสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนที่อยู่ในชุมชนแห่งนั้น ละเมิดสิทธิพื้นฐานของบุคคลอื่น ๆ โดยไม่มี ความจําเป็นและที่สําคัญที่สุดครับ ทําให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ และอาศัยอยู่ในบริเวณรอบนั้น
ท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะขึ้นมานี้ ผมเห็นว่ายังมีบางมาตราที่จําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขและมีการเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๓๐ และผมเห็นว่ายังมีอีกประมาณ ๒ มาตราที่มีความจําเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดความสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งปวงนี้นะครับ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ผู้ชุมนุมสามารถที่จะ ชุมนุมได้ แต่การชุมนุมนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างเหมาะสม และการที่ผู้ชุมนุมจะใช้พื้นที่สาธารณะในการชุมนุมใด พื้นที่ที่จะเป็นการประท้วงชุมนุมที่จะ ส่งผลต่อชุมชนบริเวณนั้นโดยตรง จะต้องแจ้งให้กับชุมนุมหรือชุมชนเหล่านั้นทราบก่อน อันนี้เป็นประเด็นที่สําคัญครับ เพราะพื้นที่ที่มีการชุมนุมนั้นแน่นอนครับท่านประธาน อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว จะเกี่ยวข้อง กับประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ดังนั้นความร่วมมือ การดําเนินการต่าง ๆ จําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนเหล่านั้นได้รับทราบหรือได้มีส่วนร่วม และที่สําคัญ ที่สุดครับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสําหรับผู้ที่อยู่และผู้ที่ชุมนุม ผมถึงขอย้ําเน้นอีกครั้งครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เข้ามาชุมนุม ที่อยู่ในบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัย จําเป็น อย่างยิ่งครับที่จะต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาภาคประชาชนหรือชุมชน ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีการชุมนุมได้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและหลายครั้งครับ ผมขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างนะครับ ว่าการเคลื่อนไหวของชุมชนที่อยู่ ย่านราชประสงค์ ซึ่งมีประมาณ ๓,๐๐๐ คน ที่นําโดยท่านนายกสมาคมผู้ประกอบการ ย่านราชประสงค์ในช่วงระหว่างวันที่ ๑ ถึง วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ได้รวมตัวกันแสดงความคิดเห็น เรียกร้องให้มีการจัดการชุมนุมในย่านธุรกิจให้เหมาะสมกับ พื้นที่และได้ดําเนินการในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อนําจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการในพื้นที่ชุมนุมอย่างปลอดภัย และไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ทุกครั้งได้มีการเชิญ และได้มีการนัดการประชุม ๓ ฝ่าย ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องสําคัญมากครับ ที่จะประกอบไปด้วยแกนนําของผู้ชุมนุม ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และที่สําคัญที่สุดครับจะต้องมีผู้นําและตัวแทนของ ชุมชนนั้นเข้าร่วม ผมขอเน้นอีกครั้งครับว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการร่วมมือ ของทั้ง ๓ ฝ่ายนี้ ท่านประธานครับ หลังจากที่มีการหารือกันแล้ว การบริหารจัดการในพื้นที่ ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของสิ่งที่ยังขาดอยู่คือเรื่องของการดูแล ความปลอดภัย ผมเองครับคิดว่าสิ่งสําคัญที่สุดถ้าเราสามารถที่จะร่วมมือกันได้ มีการบริหาร จัดการที่ดี การชุมนุมในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม ผมขออนุญาตเรียนครับว่ามีตัวเลขหลายอย่างที่ค่อนข้าง ถ้าท่านประธานได้ยินแล้วอาจจะ ตกใจนะครับ ในบริเวณพื้นที่ที่มีการชุมนุมในย่านราชประสงค์ในช่วงปีที่ผ่านมาหรือปีที่แล้ว ความเสียหายทางธุรกิจของผู้ประกอบรายเล็ก รายใหญ่ จํานวนมากกว่า ๒,๐๐๐ ราย มีมูลค่าที่เสียหายมากกว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพของ พนักงานที่อยู่ในบริเวณพื้นที่นั้นในช่วง ๒-๓ เดือนระหว่างการประชุมนั้น มีประชาชน ที่เดือดร้อนสถานที่ทํางานอยู่ มากกว่า ๓๐,๐๐๐ ท่าน และความเดือดร้อนในการจราจร ไม่ต้องพูดถึงปัญหาความปลอดภัยไม่ต้องพูดถึง เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาล และผู้เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า ๒-๓ เรื่องที่ผมเองจะต้องขออนุญาต นําเสนอด้วยเวลา อันจํากัดนี้จะเป็นเรื่องของมาตรา ๘ ในการเพิ่มพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการ กีดขวางการจราจรครับ ในมาตรา ๘ นี้ได้มีการระบุอยู่ในทั้งหมด ๕ สถานที่สําคัญ ๆ ผมขอเพิ่มอันที่ ๖ ครับ ก็คือ ขอให้มีการเพิ่มเติมอาคารและที่ประกอบการค้า ซึ่งที่ ประกอบการค้ามีนัยสําคัญมากครับ เพราะจะมีประชาชนที่เข้าไปอยู่อาศัยทํางาน อย่างน้อย ที่สุดความหมายของคําว่า ที่ประกอบการค้า จะต้องมีบุคคลที่เข้าไปอยู่อย่างน้อย ๓๐๐-๕๐๐ คน ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตให้ทางคณะกรรมาธิการช่วยกรุณา พิจารณาในเรื่องนี้ ในมาตราอีกมาตราหนึ่งครับที่มีความสําคัญก็เรื่องของการจัดหาสถานที่ ชุมนุมโดยในมาตรา ๙ นี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล ผมขออนุญาตเพิ่ม ข้อความครับว่า ให้กรุณาให้กรุงเทพมหานคร ผมขอเน้นครับว่า ให้กรุงเทพมหานครได้จัด สถานที่ชุมนุมสาธารณะไว้ให้กับประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยประกาศให้ทราบทั่วกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วการชุมนุมในกรุงเทพมหานครจะมี ผลกระทบต่อประชาชนเป็นจํานวนกว้าง ดังนั้นจําเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องให้หน่วยงาน ของกรุงเทพมหานครมีบทบาทหน้าที่ในการกําหนดที่ประชุมและที่สําคัญที่สุดครับเพื่อที่จะดู เรื่องของความปลอดภัย
อีกมาตราหนึ่งครับท่านประธานครับด้วยเวลาจํากัดในมาตรา ๓๐ คือเพิ่ม บทลงโทษกรณีที่การจัดการชุมนุมโดยมิแจ้งให้แก่ที่ชุมนุมนะครับ ในมาตรา ๓๐ นี้ ผู้จัดการ ชุมนุมสาธารณะที่จะมีผลกระทบต่อความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ถ้าไม่มีการแจ้งนี้ ขอให้มีการแก้ไขจากที่ระวางโทษปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทขอให้เพิ่มเป็นระวางโทษจําคุก ไม่เกิน ๖ เดือนและปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ มากครับเพื่อการบังคับใช้กฎหมายนี้ ท่านประธานครับใน ๓ มาตราที่ผมได้ขออนุญาต นําเสนอและได้ขออนุญาตให้มีการแก้ไข มีอีก ๒ มาตราครับที่ไม่ได้บรรจุอยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งผมคิดว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตราขึ้นมาก็คือ การให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม โดยมีตัวแทนของชุมชนผู้อาจจะได้รับผลกระทบจากการ ชุมนุมเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาและบริหารการจัดการชุมนุมนี้ เรื่องนี้สําคัญมากครับ ท่านประธาน ใน ๓ เรื่องที่ผมได้กล่าวไปแล้วเป็นการแก้ไขเพียงเล็กน้อย แต่เรื่องของ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชนมีความสําคัญอย่างยิ่ง ในการที่จะบริหารจัดการการชุมนุมที่จะให้เกิดความปลอดภัยและไม่กระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนที่จะต้องอยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น ท่านประธานที่เคารพครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับที่ผมขออนุญาตให้เพิ่มก็คือเรื่องของการชดเชย ความเสียหายจากรัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก ด้วยเหตุผลที่ว่าจากเหตุการณ์ร้ายแรง ที่ผ่านมาในช่วงปีที่แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นมีจํานวนมาก และกระทบต่อประชาชน ในวงกว้าง รัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือเยียวยาและให้ทันท่วงที เรื่องนี้ถึงเป็น ความสําคัญมากครับท่านประธาน เพื่อไม่ให้เกิดการเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขาดประโยชน์และสูญเสีย ที่จะต้องเกิดกับครอบครัวที่มีผลกระทบไม่ว่าจะเป็นรายได้ หรือความเป็นอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายนี้ในเวลาที่ผมเหลืออีก ๒๐ กว่าวินาที ผมขออนุญาตท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถที่จะบังคับใช้ได้ ถ้าไม่ได้รับ ความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชน ผมขอครับท่านประธานครับว่าภาครัฐจะต้อง มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้ชุมนุมจะต้องชุมนุมด้วยการเคารพกฎ และกติกาไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น และจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีครับ ท่านประธาน บริหารจัดการที่ดี สุดท้ายนี้ครับ ผมขออนุญาตด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นะครับในอันที่จะส่งเสริมให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบ ประชาธิปไตยและไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ผมอยากเรียนครับว่า กฎหมายฉบับนี้ผมว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลถอนออกไปก่อน เพราะอะไรครับ ผมดูแล้วนี่ถ้าเป็นรัฐบาลผมเสนอกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมว่าส่งไปตีความขัดรัฐธรรมนูญ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างที่ท่านประธานพูดครับ ส่งไปเท่าไรก็ไม่ขัด ส่งเท่าไรก็ไม่เคยขัดเลย ท่านประธานก็มั่นใจเลยเอาเข้า
ไม่ใช่ เฉพาะเรื่องผมนะครับ ไม่ใช่เรื่องกฎหมายนี้ เรื่องผมที่พรรคของท่าน โดยคุณสุรพงษ์เสนอ ทําเรื่องให้ผมเดือดร้อน ๓ ครั้ง แล้วก็ตอบทํานองเดียวกัน ๓ ครั้งครับ
ก็ทํานองเดียวกัน เพราะรัฐบาลชุดนี้ มีคนชื่ออภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้รับอภิสิทธิ์ตลอด อันนี้ไม่ได้พูดถึงท่านนะครับ แหย่นิดหน่อยไม่ได้เลยนะครับท่านประธาน
เอาความจริงครับ เพราะว่า เสียงที่ท่านพูดนั้นได้ยินถึงจังหวัดชัยภูมิครับ เดี๋ยวจังหวัดชัยภูมิจะกล่าวหาว่าผมนี่เป็นคน อย่างไรมันไม่เหมือนกันนะครับ
ท่านเป็นคนพิเศษอย่างไรครับ ผมอยากเรียนครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ท่านออกมานี่ ผมไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ผมว่ามันจะไปใช้ สมัยผมถ้าพวกผมเป็นรัฐบาล ก็เหมือน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมตอนนั้นผมได้ฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีตอนนี้นะครับคัดค้าน แต่พวกผมใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินท่านประธานทราบ ไหมครับ ไม่มีใครทําตามเลย ท่านสมัคร สุนทรเวช สั่งแล้วสั่งอีก สั่งแล้วสั่งอีก แต่ว่ารัฐบาล ชุดนี้ใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน อื้อหือ สุดยอดสั่งทีเดียวกําลังทหารมา ๖๐,๐๐๐ คนผมไปเห็นตกใจ นี่ก็เช่นเดียวกันครับ ผมว่าไปถึงรัฐบาลผม พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะใช้ไม่ได้ผล ผมอยากเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๘ มันตลกมาก ไม่ให้ประชุมที่หน้ารัฐสภา ไม่ให้ประชุมที่หน้าทําเนียบ แล้วเขาจะไปประชุมที่ไหน แล้วที่ตํารวจมากันนี้ไม่รู้ชุมนุม หรือเปล่า ไม่รู้กันทําอะไร ผมยังงง ท่านประธาน มันเดือดร้อน ส.ส. ตอนนี้เอาออกไปเถอะ ไม่รู้ไปป้องกันใคร มีเห็นมีอะไรเลย แล้วที่ไปปิดกั้นบ้านท่านนายกรัฐมนตรีนี้ เดี๋ยวประชาชน ร้องเรียนตํารวจมาชุมนุมทําไม ชุมนุมทําอะไร ๔ ถนน หลายคนขายของไม่ได้ โรงแรม ก็จะเจ๊ง ไม่เข้าใจท่านประธาน นี่ครับ จะให้เขาไปชุมนุมที่ไหนท่านประธาน ไปชุมนุมทุ่งนา หรือเขาไปชุมนุมร้องเฮ้ว ๆ ข้าวตกต่ํา ท่านก็ไม่ไปดูแลเขา เขาก็ต้องมาที่หน้าสภานี้ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เป็นที่ร้องเรียนของประชาชน ทําเนียบรัฐบาลเป็นที่แก้ไข แม้แต่ ในสมัยพ่อขุนรามคําแหงมหาราชท่านยังอนุมัติให้ชาวบ้านมาเคาะกระดิ่ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง ว่าเดือดร้อน และนี่อะไรครับนี่ อะไร เป็นอะไร เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยไม่ให้มาชุมนุม แล้วจะไปชุมนุมที่ทุ่งนา แล้วจะได้อะไรครับ ไปชุมนุมที่ทุ่งนา ท่านประธาน เขียนอะไร ให้มันดูดีหน่อยครับ ประชาชนไม่มาสภา แล้วจะไปที่ไหน ท่านประธานบอกผมสิครับ มันตลกมากครับ ข้ามนี่ อยากเรียนท่านประธานครับว่า และยิ่งเพื่อนสมาชิกเมื่อกี้ลุกขึ้นมา พูดบอกไม่ให้ชุมนุมในที่ค้าขาย อย่างนี้แสดงว่าไม่มีการชุมนุมแล้วครับ ไม่มีชุมนุม ไม่ได้ สักที่ แล้วไปชุมนุมแล้วต้องขออนุมัติ เขาชุมนุมแล้วจะไปขออนุมัติแล้วจะไปขอใครครับ ขอตํารวจหรือ ตํารวจจะให้หรือครับ ตํารวจจะให้ได้อย่างไร เพราะถ้าตํารวจ ให้ตํารวจ ก็ยุ่งยาก ตํารวจคนไหนกล้าเซ็นอนุมัติคุณสามารถชุมนุมได้ จะมีไหมครับ ตํารวจอนุมัติบอก เอาเลย ชุมนุมเลย โดยย้ายครับ โดนย้ายแน่นอน ตํารวจไหนกล้าครับ เป็นเรื่อง แปลกประหลาดที่สุดในโลกปัจจุบัน แล้วที่สําคัญครับ ที่ผมอยากจะพูดอีกประเด็น คือมาตรา ๓๘ บรรดาทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการชุมนุมสาธารณะที่ยึดได้จากการ ชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ลงโทษตามคําพิพากษา หรือไม่ มันเลยครับ เครื่องเสียงเครื่องอะไรริบได้หมด แล้วชามหม้อไห ช้อนเอาของเขา ไปไหมครับ อยากกราบเรียนว่าเป็นกฎหมายที่ตลกโปกฮาที่สุด เขามาชุมนุมก็มายึดทรัพย์ เขานี่ ยึด ดูรัฐบาลชุดนี้ชอบยึดทรัพย์ ท่านประธานเคยเห็นกรรมไหมครับ กรรมมัน ทันตานะ ไปยึดทรัพย์ใคร ใครที่ไปหายึดทรัพย์คนอื่นสักวันหนึ่งก็จะถูกยึดทรัพย์ ใครที่จะไป ตามจับคนอื่น จับไปจับมาก็ถูกเขาจับ ท่านประธาน กรรมใครทํากรรมไว้กรรมนั้นตามทัน ใครแช่งใครมันก็จะโดนเอง อยากเรียนท่านประธานกฎหมายฉบับนี้ผมว่าถอนไปเถอะครับ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย เพราะว่ากฎหมายฉบับจะประกาศใช้ในรัฐบาลผมครับ ท่านประธานเชื่อหรือไม่เชื่อเดี๋ยวก็รู้ ประชาชนอีสานเขารอวันเลือกตั้ง เสร็จแล้ว ผมก็ไม่อยากใช้ กฎหมายฉบับนี้ เพราะใช้ไปก็ไม่ได้ผล จะไปห้ามเขาไม่ให้มาประชุม ที่หน้าทําเนียบ ก็เขาร้องตลอดเวลาเข้าตกต่ํา ตกต่ํา ตกต่ํา ข้าวเปลือกตกต่ําขึ้นให้เขา ๕๐๐ บาท ขึ้นให้เขาพันหนึ่ง บอกว่าประกันราคาแล้วมันจะดี ดีกว่าสมัยรัฐบาลชุดไหน ๖ บาท ๗ บาท มันดีตรงไหนครับ ส่วนต่างได้ ๔๐๐ บาท ท่านประธาน แล้วไม่ให้เขาชุมนุมแล้วเขาจะไปทําอะไรครับ ชาวไร่ชาวนาเดี๋ยวนี้กระดูกสันหลังมันผุหมดแล้ว ท่านประธาน เงินกู้มาเยอะ ๆ ก็ให้เขา ไปเถอะ ๕,๐๐๐ บาท ก็ให้ไปแล้ว ๒,๐๙๘ บาท ก็ให้ไปแล้ว ให้ไปเลยครับ อย่าว่า ผมไม่เตือนนะครับ รัฐบาล พรรคเพื่อไทย ๑๕,๐๐๐ บาทนะครับ ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท นะครับ กิโลกรัมละ ๑๕ บาทนะ นโยบายท่านตามพวกผมไม่ทันนะ ค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทนะครับ ปรับ รีบปรับ รีบปรับ รัฐบาลรีบปรับเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีรีบปรับให้ทัน ค่าแรงปรับเสียเถอะ กฎหมายที่ท่านออกมา ผมดูแล้ว ไม่รู้นะ ถ้าท่านเป็นฝ่ายค้านผมว่าท่านคัดค้านเต็มที่ แล้วกฎหมายฉบับนี้ถ้าพวกผมเป็น ถูกท่านตีความตกไปเลยครับ มันขัดขวางการปฏิบัติงาน หน้าที่ของประชาชนคนไทย ลิดรอน สิทธิมากมาย ขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน ถึงอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงรัฐบาลนะครับ ถอนออกไปเถอะครับ ท่านเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย แต่การชุมนุมอย่างนี้มันเป็นเรื่อง ในระบอบประชาธิปไตยครับ ประชุมกันนี่ ถ้าประชุม ชุมนุมแล้วไม่กีดขวางการจราจร แล้วจะไปชุมนุมไปทําไม ประชุมไปทําไมครับ ไปประชุมตามซอยอย่างนี้หรือครับ ประชุม แล้วใครจะมาดูละครับ แล้วตํารวจไหนจะมากั้น แล้วใครจะไปรายงานนายกรัฐมนตรี ถ้าท่าน ไปประชุมในซอย ๒ อย่างนี้นะ แล้วตํารวจจะรายงานท่านนายกรัฐมนตรี มีคนชุมนุม เขาไม่ต้องรายงานครับ มันต้องประชุมที่ถนนธรรมดา สมัยผมมีการออกประชุมที่ถนน ก็ยังโดนเตะตกเวทีไปแล้วครับกฎหมายฉบับนั้นใช้ไม่ได้ ผมถึงอยากเรียนท่านประธานครับ อันไหนที่มันเป็นธรรมชาติก็อย่าไปฝืนธรรมชาติ เขาอยากมาร้องก็มาร้อง ท่านแก้ให้ได้ แก้ไม่ได้ก็ต้องแก้ แก้ได้ก็ต้องแก้ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เอาออก เถอะครับ กฎหมายฉบับนี้ เดี๋ยวท่านจะกลายเป็นจอมเผด็จการของประเทศไทยคนหนึ่ง ขอบคุณครับ
คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ เหมือน ๆ คล้าย ๆ กับว่ากฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมา วัวหายถึงล้อมคอก ดิฉันดีใจนะคะที่เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ได้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ประเทศไทยของเรา บอบช้ําไปเท่าไรแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ส.ส. บางจังหวัดต้องการอยากจะให้นํากฎหมายฉบับนี้ กลับไปเสีย ตอนนี้ท่านคิดหรือเปล่าคะ ในหมวด ๑ ที่ท่านบัญญัติเอาไว้นี้ ถ้าได้เขียนมาตั้งแต่ แรกตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ที่ดิฉันได้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหารของดิฉันในขณะนี้ คงจะไม่ตกเป็นผู้ต้องหา ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาหลายคนนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้ได้กําหนดเขียนเอาไว้ในมาตรา ๑๖ นี้ว่า ผู้จัดชุมนุมมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ คือในวงเล็บ ดิฉันจะขอไม่อ่านให้หมดนะคะ อ่านในเฉพาะแค่ (๖) ไม่ยุยงส่งเสริม หรือชักจูงผู้ชุมนุม เพื่อให้ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ นี่ละค่ะ ประชาชนตาดํา ๆ ในพื้นที่นั้นไม่รู้นะคะว่าสิทธิของตนเองนั้นได้อย่างไร แต่พอได้ไปฟังกล่าวว่าประชาชนเป็น ใหญ่ในแผ่นดิน ไม่เข้าใจว่าคํายุยงนั้น เป็นใหญ่ในแผ่นดินในรัฐธรรมนูญที่กําหนดเอาไว้เขียน เอาไว้ ก็คือเป็นใหญ่ในแผ่นดินของสิทธิของตนเอง และในสิทธิของตนเองนั้นจะต้องไปสู่ของ สาธารณะประโยชน์ด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล ๆ เท่านั้นเอง ดิฉันจึงดีใจค่ะว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๖๓ กําหนดให้มีกฎหมายฉบับนี้ออกมา แต่ดิฉันคิดว่า การยื่นนะคะ การยื่นเข้ามาพิจารณาในครั้งนี้ช้าเกินไป ในวันนี้ก็ยังคิดหนักใจอยู่ว่า เอ๊ะ ทําไมจะต้องให้ตกไปทั้ง ๆ ที่ท่าน ส.ส. จุมพฎ ท่านจุมพฏท่านได้เสนอเข้ามาตั้งแต่ท่านอยู่ ในพรรคเดิมของท่าน แต่ท่านเสนอเข้ามาเพื่อต้องการให้ประเทศชาติสงบในการที่จะให้มีคน ดูแล ประเทศไทยอยู่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิของทุก ๆ คนที่จะคิดที่จะทํา แต่ในส่วนที่จะคิดและจะทํานั้นควรอยู่ภายใต้กฎหมายที่กําหนดเอาไว้ ถ้าเราไม่มีกฎหมาย เราจะไม่สามารถคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนคนอื่นได้ ในขณะที่ประชาชนคนนี้บอกว่า เราจะต้องคืนพื้นที่ของตนเอง เราจะต้องคืนสิทธิของตนเอง ในจังหวัดมุกดาหาร ท่านคะ ดิฉันได้มาเป็นผู้แทนราษฎร ดิฉันได้มาจากสิทธิของประชาชนที่ในจังหวัดมุกดาหาร ลงคะแนนให้ แต่ปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีที่เกิดขึ้นนี้มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีกลับมาจากที่แต่ก่อนนั้น ๑ พรรค พรรคแรกได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาอีกนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒ ก็มาจากอีก พรรคหนึ่ง และมานายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ สมัยนี้การดํารงตําแหน่งผู้แทนราษฎรของวรศุลีนี้ มีนายกรัฐมนตรีตั้ง ๔ ท่าน ในนายกรัฐมนตรี ๔ ท่านนี้ก็ไม่สามารถที่จะคุ้มครองประโยชน์ ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารไม่ให้เหตุการณ์ที่รุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาลากลางจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่และเงินภาษีราษฎรก่อสร้างขึ้นมา ๒๐๒ ล้านบาท ๒๐๒ ล้านบาทแค่ใน (๖) นี้ละค่ะ ถ้ามีปรากฏใน (๖) นี้ว่า ไม่ยุยงส่งเสริมหรือชักจูงผู้ชุมนุม ศาลากลางจังหวัดมุกดาหารก็จะไม่เป็นปรากฏให้เห็นดั่งเช่นวันนี้ ๒๐๒ ล้านบาท เงินภาษี ราษฎร ท่านคะ ดิฉันดีใจค่ะที่กฎหมายฉบับนี้ได้ออกมา แม่ของดิฉันที่อยู่ในโรงสี ในพื้นที่ ตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่ ไม่ใช่เป็นบ้านพักของวรศุลี แต่ในส่วนที่กฎหมายฉบับนี้ไม่ออกมา ใน (๔) ในมาตรา ๑๗ ได้เขียนเอาไว้ว่า ไม่บุกรุกหรือทําให้เสียหาย หรือทําลายด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น ดิฉันเข้าใจค่ะว่าดิฉันได้รับเลือกเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร แต่ในกรณีที่ ดิฉันได้ใช้เอกสิทธิ์ของการเป็นผู้แทนราษฎร ประเทศชาติจะสงบเมื่อไร จังหวัดมุกดาหารของ ดิฉันจะได้สงบเมื่อไร ดิฉันจะทําตามทันที พอมีการเลือกตั้งขึ้นมาให้มีนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เกิดขึ้น เขาเหล่านั้นก็ยุยงส่งเสริมละค่ะ ยุยงส่งเสริมละค่ะว่าดิฉันทรยศ จะกลับไป พรรคตนเอง ในกรณีที่ดิฉันได้อยู่พรรครวมชาติพัฒนา ได้มาเป็นผู้แทนราษฎร แต่พอ เหตุการณ์เกิดขึ้นว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะดิฉันยกมือให้ ๑ คน ๑ เสียง ให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ (๔) นี้ถ้าหากเหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่เกิดว่า ใน (๖) นี้นะคะ ก็จะไม่เกิดขึ้น โรงสีกิมเจ๊กซินของดิฉันเอง ไม่ใช่ของตัวดิฉันด้วย เป็นของเตี่ย ดิฉันบอกกับประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารเลยค่ะว่าเป็นของเตี่ย แต่ไม่ใช่เป็นของพ่อ ดิฉัน ใช่ เตี่ยเป็นเชื้อชาติจีนมาจากจีน มาอยู่ในแผ่นดินจังหวัดมุกดาหาร ได้ตั้งรกรากสร้างตัว ในจังหวัดมุกดาหาร ลูกชาย ลูกสาว ๙ คน ท่านบอกตลอดเวลาเลยว่าแผ่นดิน ในจังหวัดมุกดาหารนั้นให้มึงเกิด แผ่นดินในจังหวัดมุกดาหารนี้ให้มึงได้เป็นถึงผู้แทนราษฎร ในสภาหินอ่อนนี้ คนที่จบแค่ ป. ๗ วุฒิการศึกษาไปลงสมัคร ส.ส. นั้นแค่ ป. ๕ ได้มาเป็นถึง ส.ส. ในจังหวัดมุกดาหาร เพราะประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารเข้าใจว่าการเป็นผู้แทนราษฎรนั้นไม่ต้องใช้วุฒิ ไม่ต้อง ใช้ความรู้สึก แต่ใช้แค่จิตใจ จิตใจมีเผื่อแผ่ให้กับประชาชนไหม เราไม่ต้องการที่จะใช้อารมณ์ ในการที่จะมาเป็นกระบวนการแข่งขันกัน เรามาใช้การเป็นผู้แทนราษฎร ๑ วาระ ๔ ปี การดํารงตําแหน่งของ ๑ วาระ ของ ส.ส. ผู้นั้นทําอะไร ทําประโยชน์ให้ไหม มีอะไรให้กับ ท่านไหม ในขณะที่ท่านเดินเข้าคูหากาคะแนนให้กับบุคคลคนนั้นมาเป็นผู้แทนราษฎร และให้บุคคลคนนั้นมาทําหน้าที่การเป็นผู้แทนราษฎร เขียนและร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครอง และให้ประโยชน์กับประชาชน ดิฉันได้อภิปราย ดิฉันได้พูดตลอดเวลา ลงในพื้นที่ก็ได้บอก เอาไว้ ท่านคะ ดิฉันได้เป็นผู้แทนราษฎร ได้เป็นกรรมาธิการ ดิฉันไปดูการชุมนุมการเรียกร้อง ของเกษตรกรที่เกาหลี เขามีเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ต่อสู้กันมานานนมเหลือ แต่การชุมนุม ของเขาไม่เกิดเหตุการณ์อย่างประเทศไทย ท่านคะ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลถูกเผาไปทั้งสิ้น อย่างนี้แล้วประเทศไทยจะอาศัยใครล่ะคะที่มาลงทุนในประเทศไทยแล้วให้ประโยชน์ กับประชาชนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ เขาเหล่านี้ไม่ใช่เป็นประชาชนชาวไทยหรือเปล่า แต่ในฉบับนี้ดิฉันก็คงจะต้องขอร้องอีก อย่างเช่น ท่าน ส.ส. เมื่อตะกี้ได้บอกเอาไว้ว่าน่าจะ ควรมีกําหนดเอาไว้ว่าพื้นที่การค้าของพื้นที่พ่อค้าต่าง ๆ ซึ่งเป็นนักธุรกิจและพ่อค้าต่าง ๆ ไม่ควรที่จะให้เข้าไปชุมนุมในพื้นที่นั้น ๆ การกําหนดพื้นที่ในจังหวัดมุกดาหารก็ควรจะ กําหนดเหมือนที่เกาหลีเขากําหนด ถ้าหากว่าทุก ๆ ท่านเป็น ส.ส. ท่านได้ผ่านการดูงานมา หลายประเทศแล้วท่านคงจะเห็นแล้วค่ะ เขาชุมนุมในนั้นนะคะดิฉันไปรับฟังเขา เขากําหนด เลยพื้นที่ชุมนุมให้เป็นพื้นที่กว้าง เป็นลานกว้าง ๆ แล้วก็มีที่นั่งให้กับรัฐมนตรีทุก ๆ คน มานั่งฟัง ว่าประชาชนคนนี้ร้องเรียนมาชุมนุมเพื่อต้องการอะไร คนนี้ผลผลิตการเกษตรตกต่ํา พื้นที่นี้น้ําแล้ง ภัยแล้งเกิดขึ้นเงินแก้ภัยแล้งยังไปไม่ถึง พื้นที่นี้โรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียน รัฐบาล แตกต่างกัน โดยโรงเรียนเอกชนกินค่าแปะเจี๊ยะไปเยอะ นี่ละค่ะดิฉันไปนั่งดู ดิฉันเป็น กรรมาธิการกิจการชายแดนไทยได้ไปในตําแหน่งของกรรมาธิการสามัญในสภาผู้แทนราษฎร ได้ไปเห็นการชุมนุมนี้เกิดขึ้นแต่ปรากฏว่าในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนเอาไว้ว่า จะต้องจัด พื้นที่ชุมนุมเอาไว้ ดิฉันจึงขอตั้งข้อสังเกตให้กับกรรมาธิการนั้นเอาไปพิจารณาด้วย เพิ่มในข้อความว่า ในกรณีการร้องขอชุมนุมนั้นควรจะต้องมีจัดพื้นที่ให้ชุมนุม ในพื้นที่จังหวัด มุกดาหารจะชุมนุมในตําบลอะไรจะชุมนุมในศาลากลางหรือจะชุมนุมในตัวอําเภอ ในพื้นที่ ที่มีเหตุการณ์ที่จะต้องให้รัฐบาลแก้ไขก็ควรชุมนุมในพื้นที่นั้น ๆ โดยกําหนดพื้นที่ให้ นี่ละค่ะ เป็นสิ่งที่ดิฉันว่าในกฎหมายฉบับนี้นะคะ ดิฉันก็ขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้และพร้อม ๆ ที่จะ สนับสนุน ต้องการให้มันผ่านออกมาในวาระนี้และอาจจะขอร้องด้วยซ้ําว่าถ้าหากจะไม่ต้อง ตั้งกรรมาธิการพิจารณา ๓ วาระรวดเลยไปยิ่งจะดีเพราะในเมื่อขณะนี้ ๑ วาระในการ เลือกตั้ง ๔ ปี ใกล้จะถึงค่ะ ท่านประธานขออีกสักนิดนะคะ ๔ ปีจะถึงแล้วจะมีการเลือกตั้ง เกิดขึ้น
พอแล้ว เขารู้ละเอียดแล้ว
การชุมนุมนี้ ในมาตรานี้ให้ขอว่า ๗๒ ชั่วโมงนั้นก็คือ ๓ วัน ดิฉันก็คงจะขอฝากว่าดีแล้วค่ะที่กฎหมายฉบับนี้เข้ามา ท่านประธานคะอย่างไร ๆ ก็ขออธิบายสักนิดหนึ่งว่า สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินสุวรรณ ภูมิที่มีการชุมนุมเกิดขึ้นในครั้งนั้น เหตุเกิดขึ้นทําให้จังหวัดมุกดาหารนี้สูญเสียเงินไป ๒ ล้านบาท ในประชาชนตาดํา ๆ ที่ขายยางให้กับพ่อค้าคนกลางที่มาซื้อยางให้กับคนจีน ที่จีนแดง ตําบลเหล่าหมี พอเกิดสนามบินสุวรรณภูมิโดนปิดล้อมเพราะการชุมนุมเรียกร้อง ประชาธิปไตยในครั้งนั้นคนที่จะมาซื้อยางในจังหวัดมุกดาหารเขาบอกว่าเขาไม่มาแล้ว เขาไม่กล้ามา คนไทยนี่ละค่ะยุยงส่งเสริมกันเอง ถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้รวมมวลไปถึง ตัวนั้นด้วยดิฉันก็ขอบคุณแทนชาวมุกดาหาร เงิน ๒ ล้านบาทของเขาที่โดนต้มไปชัด ๆ เลย อย่างนี้ละค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
คุณนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ ผมเองต้องขอกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยในกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าในมุมมองของผม ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นเผด็จการ ท่านประธานครับ ทําไมผมจึงว่าเป็นเผด็จการ โดยชื่อแล้ว ผมก็ดีใจ เห็นเป็นเรื่องดีว่านี่คือร่างพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะ เพราะอย่างน้อย ก็จะเป็นเครื่องบอกว่าพี่น้องประชาชนสามารถมาประชุมได้โดยมีกฎหมายรองรับ อย่างชัดเจน แต่เมื่อผมมาพิจารณาดูเนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้แล้วไม่เป็นดั่งชื่อ ท่านประธานครับ ผมได้สอบถามทางผู้ร่างคนแรก คือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการของวิปฝ่ายค้าน เขาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จริง ร่างขึ้นมาจริง ๆ คือ กฎหมายควบคุมผู้ชุมนุม มีเพียง ๙ มาตรา แต่มาถึงในชั้นกรรมาธิการเกิดมาเป็น ๓๙ มาตรา ตามคําสั่งของรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ ทําไมผมจึงอยากให้มีกฎหมายจริง ๆ ชุมนุม ในที่สาธารณะแบบนี้ เพราะผมเห็นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อการชุมนุมพันธมิตรที่หน้าสภา แห่งนี้ เป็นความเจ็บปวดของตํารวจต่อหน้าต่อตาครับ ถูกด้ามธงแหลมเสียบท้อง วันนี้ไม่มี ใครผิดใครถูกต่อหน้าต่อตาครับท่านประธาน ตํารวจถูกด้ามธง อันนี้ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเรื่อง ดีแต่เนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันไม่ใช่ครับท่านประธาน ตรงกันข้าม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าออกมาแล้วการชุมนุมไม่ว่าลักษณะใดไม่สามารถกระทําได้ ท่านไปดูเลยผมดูเป็นรายมาตราศึกษาค่อนข้างละเอียด ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ พูดไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและ ปราศจากอาวุธ การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้ อันนี้เนื้อหา เพราะฉะนั้น โดยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจนครับท่านประธาน ต้องการให้คนยากคนจน คนได้รับความลําบาก การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากภาครัฐเข้ามารวมกันเพื่อยื่นข้อเสนอ ข้อเรียกร้องตัวเองต่อภาครัฐ ให้รัฐเห็นว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ว่าปัญหาปากท้อง ปัญหาความยุติธรรม ปัญหาหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งพี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสที่จะได้รับ ความเป็นธรรม ท่านประธานครับ อันนั้นคือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ชัดเจนในแบบนั้น คือมาตรา ๖๓ แต่ในกฎหมายฉบับนี้ไม่มีมาตราใดแม้สักมาตราเดียวที่จะบอกว่า ถ้าพี่น้องประชาชนมาชุมนุมเรียกร้องแล้วจะมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามารับเรื่องร้องเรียน มารับดูแลความทุกข์สุขของพี่น้อง ไม่มีมาตราใดพูดถึง อันนี้กฎหมายฉบับนี้ กลับตรงกันข้าม ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาออกมาโดย ส.ส. ผมเองรับไม่ได้จริง ๆ ไม่สามารถที่จะบอกว่า รับให้เป็นกฎหมายผ่านสภาแห่งนี้ได้ เพราะว่าผิดทุกมาตรา ถ้าคนมาชุมนุมในที่สาธารณะใด ก็ตาม เพราะจะมีคําว่า กีดขวาง ขัดขวางในมาตรานี้มีแล้วไม่ได้มีคําจัดความของ ๒ คํานี้ ในที่สาธารณะใดก็ตามครับมันต้องกีดขวางทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้ากีดขวางก็ดี ขัดขวางก็ดี ผิดกฎหมายทุกประการ พี่น้องประชาชนมาเป็นร้อยคนเป็นพันคนมาเป็นหมื่นคนก็ตาม ๒๐ คน ๓๐ คน ๕๐ คนก็ตาม กีดขวางทั้งนั้น มีไหมครับในกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีครับ ผมเปิดดูแล้ว ตั้งแต่มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๓๙ ไม่มีคําบัญญัติว่า กีดขวางคืออะไร ขัดขวาง คืออะไร เพียงแต่เขียนมาเป็น (๑) (๒) (๓) ของมาตรา ๑๒ เขียนไว้เท่านั้นว่า กีดขวาง มันก็ กีดขวางทั้งนั้นครับการชุมนุมนี่ ต้องเป็นที่ประชุม ที่ชุมนุมในที่สาธารณะ ไม่มีใครหรอกครับ ไปประชุมที่กลางอุทยานภูพาน ไม่มีสักคนครับ ไปชุมนุมบนนั้นไม่มีใครสนใจหรอกครับ มันต้อง ๑. ถนน ต้องชุมนุมปิดถนนเพื่อไม่ให้ถนนไปเสียก่อน เรียกร้องความสนใจจาก ภาครัฐเข้ามารับปัญหาของพี่น้องประชาชนกลุ่มนั้น เป็นเรื่องจริงครับ ถ้ากรุงเทพมหานคร ก็ต้องถนนที่หน้ารัฐสภา หน้าทําเนียบรัฐบาล หน้ากระทรวง เห็นไหมพี่น้องที่ชุมนุมอยู่นี้ ไม่ว่ากลุ่มเกษตรกร กลุ่มขายข้าว ปิดถนนก็เพื่อเรียกร้องความสนใจให้หน่วยงานภาครัฐ มารับปัญหาตนเอง แต่กฎหมายฉบับนี้ถ้าปิดผิดกฎหมายเลย ผมไปมองลักษณะของ กฎหมายฉบับนี้เป็นเผด็จการ ทําไมว่าเป็นเผด็จการ ให้ชัดเจนว่าเป็นกฎหมายเผด็จการ คือ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ ให้อํานาจตํารวจผู้เป็นเจ้าของพื้นที่มีคําสั่งที่จะดําเนินการ อย่างไรก็ได้ในการที่ไม่ให้มีผู้ชุมนุม แล้วค่อยรายงานหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือรัฐมนตรี เขียนไว้ชัดเจนครับ ไปดูในมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๗ เป็นเผด็จการครับกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากให้ดู มันเป็นเจตนาจริง ๆ ว่าไม่อยากให้มีการชุมนุม ไม่มีใครหรอกครับท่านประธาน จะไปยืนอยู่เป็นจุด โดยเฉพาะผู้ที่เรียกร้องให้พรรคพวกมาชุมนุมด้วยต้องไม่ออกจากบริเวณ ที่ชุมนุมแม้แต่วินาทีเดียว ไปดูในมาตรา ๑๖ ผู้จัดการชุมนุมต้องอยู่กับผู้ชุมนุมตลอดเวลา ออกไม่ได้ ไปไหนไม่ได้ คุณมาชุมนุม เป็นแกนนําต้องอยู่กับผู้ชุมนุม ไปไหนไม่ได้ครับ ท่านประธาน อันนี้คือเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึงบอกว่าเป็นเผด็จการ ขัดหลักการพื้นฐานของพี่น้องประชาชน มาตรา ๒๕ มองแล้วถึงแม้กฎหมายฉบับนี้ผมก็เห็นว่า ไม่ให้ศาลมายุ่งเกี่ยว แต่เมื่อให้เขาไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วไม่ให้ใช้ดุลพินิจเลย กลับไปดู ไปเปิดดู ในมาตรา ๒๕ เขาจะบอกว่าวรรคหนึ่ง วรรคสอง (๑) (๒) ไปเลยว่าต้องทําอันนี้ แล้วศาลต้อง ทําอันนี้ ให้ตัดสินแบบนี้ ไม่มีในข้อใดว่าให้ใช้ดุลพินิจ บอกถ้าเข้าแบบนี้ ผู้ชุมนุมเข้าข้อนี้ มาตรานี้ วงเล็บนี้ ให้ตัดสินแบบนี้ สั่งเลย ให้สลายการชุมนุมหรือไม่ให้มีการชุมนุม ทําไม เมื่อให้ศาลเข้ามาดูแล้วให้เขาคิดด้วยว่าการชุมนุมนั้นชอบหรือไม่ชอบ หรือว่าจําเป็นอย่างไร เขามาเพราะเหตุเดือดร้อนอย่างไร ไม่มีครับ อันนี้คือเผด็จการชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้ ส่วนในเรื่องศาลแพ่งให้มาตัดสินกฎหมายมหาชนมันเป็นเรื่องผิดหลักการ ท่านประธานครับ ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่อยู่กฎหมายน้อย ๆ พยายามร่ําเรียนมาก็เพื่ออยากดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่มีโอกาสได้เรียนกฎหมาย แต่เมื่อมาเห็นร่างพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้เป็นกฎหมายแพ่ง มันผิดตั้งแต่แรก ให้ศาลแพ่งไปตัดสินกฎหมายมหาชน โดยเนื้อหาสาระทําไม่ได้ครับ มันไม่เป็นธรรม พี่น้องประชาชนเขาไม่มีสิทธิที่จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นอย่างนี้อย่างนั้น เพราะกฎหมายมหาชนต้องเป็นศาลปกครอง ในความรู้สึกของผมมันถึงจะถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๕ อ่านดูแล้วพิลึกดี ให้อํานาจศาลเดียว ความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนซึ่งเดือดร้อนมา แบกหน้า หนีจากบ้านตัวเองมา โดยเฉพาะภาคอีสานนี่ลําบาก กว่าจะเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร บ้านผม ๖๐๐ กว่ากิโลเมตร นั่งรถทั้งวันทั้งคืน มาถึงแล้วมาชุมนุมขอให้รัฐบาล ขอให้ กระทรวงซึ่งเขาเดือดร้อน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรืออะไรก็แล้วแต่ให้มาบอกว่า นี่ผมเดือดร้อน แต่ใช้ศาลเดียว พอศาลสั่งโดยข้อเท็จจริงบางอย่างก็เสนอมาจากซีกคน ของรัฐ ศาลตัดสินเสร็จไม่มีสิทธิอุทธรณ์ คําสั่งของศาลถือว่าสิ้นสุดตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๕ ท่านประธานครับ อันนี้คือความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน ผมจึงกราบเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นกฎหมายเผด็จการ ผมรับไม่ได้ครับท่านประธาน
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ทําไมเราต้องออกกฎหมายฉบับนี้ครับ ผมเชื่อว่ารัฐต้องการที่จะสร้าง ความสุข ความสงบในการที่เราจะอยู่ร่วมกัน จริง ๆ แล้วหลังจากที่ดูกฎหมายฉบับดังกล่าว เสียดายที่พรรคฝ่ายค้านกลายเป็นถอนร่างออกไป ผมเองก็พยายามดูว่าทําไมเขาถึงได้ถอน ร่างไป ทั้ง ๆ ที่มีการนําเสนอร่างที่เกี่ยวกับการชุมนุมหรือการประท้วงของท่านจุมพฏเข้ามา ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ วันนั้นท่านประธานก็คงจําได้ ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ในการชุมนุม หรือการเดินขบวน หรือการประท้วง เดิม ๆ เราก็ไม่มีปัญหา แต่มันมีปัญหา ก็คือมีการชุมนุมหรือการประท้วงทางการเมือง ในปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ เริ่มมีการเปิดโปง ทุจริตทางการเมือง พี่น้องประชาชนทั้งหลายเริ่มออกมาสู่ฟากถนน มีการล้อมทําเนียบ ปิดสนามบิน ปิดรัฐสภา ท่านประธานก็คงจําได้ ท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องออกจากสภา ด้วยความยากลําบาก พอมีม็อบทางการเมือง แน่นอนครับ ในขณะนั้นมีการสลายฝูงชนกัน การสลายฝูงชนไม่ได้ใช้มาตรฐานของการสลายฝูงชนแบบธรรมดา ใช้การยิงแก๊สน้ําตา ระเบิดเข้าไปในฝูงม็อบหรือฝูงพี่น้องประชาชน ตายกันหลายท่านด้วยกัน แน่นอนครับ ขณะนั้นทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นายตํารวจ ผู้ที่เกี่ยวข้องสั่งการทั้งหลายทําท่า จะติดคุกกันหัวโต ท่านประธานครับ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ปัญหา รัฐบาล ในขณะนั้นคือรัฐบาลของท่านสมัคร ก็เลยให้ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ท่านก็เลยยื่นกฎหมาย เข้ามา มีหลายคนครับ ดูตามรายชื่อแล้วเหมือนที่ผมได้กราบเรียนครับ คุ้นหน้าคุ้นตาทั้งสิ้น ทุกคนเห็นด้วยว่ามันต้องมีแล้วละครับ เพราะว่าม็อบตอนนี้เราแก้ไม่ตกแล้ว โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายไม่มีโอกาสได้เข้าไปทํางานในทําเนียบเลย แต่พอมีการเปลี่ยนขั้ว ทางการเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางที่มีม็อบเต็มไปหมด ตอนม็อบเสื้อเหลืองรัฐบุกม็อบ หมายถึงรัฐยิงเข้าไปในฝูงม็อบ แต่พอม็อบในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แปลกครับ กลายเป็นม็อบบุกรัฐ นายกรัฐมนตรีไปไหน รัฐมนตรีไปไหนครับ ม็อบตามไปทุบรถบ้าง เตรียมจะฆ่ากันบ้าง มีสิ่ง แปลก ๆ เกิดขึ้น เช่น มีกําแพงล้อรถยนต์เหมือนกับกําแพงเมืองละครับ ผมว่าอาจจะเป็น สาเหตุหนึ่งที่ทําให้ราคายางพาราบ้านผมราคาสูงขึ้นเกือบ ๒๐๐ บาท มีกองกําลัง มีการ์ด (Guard) ชุดดําสะพายอาวุธสงคราม เผลอ ๆ ไป เผลอ ๆ มามีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตในการ ควบคุมดูแลรักษาการรอบ ๆ ม็อบทั้งหลาย ทหารตาย รุนแรงถึงขึ้นเผาบ้านเผาเมือง ปล้นสิ่งของ และสุดท้ายมีการสั่งลาด้วยการเผาศาลากลาง วันนี้มีกฎหมายที่รัฐออกมาแล้ว ครับ อย่างน้อยผมก็คิดว่ามันกําลังเป็นกฎหมายที่ทําเพื่อให้เกิดความสงบสุขให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวไทย ท่านประธานครับไม่เพียงแค่นั้น ในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังบริหาร ประเทศได้เกือบครบปีพอดี ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ พรรคเพื่อไทยก็ยื่นกฎหมายฉบับนี้ เข้ามาอีกฉบับหนึ่ง โดยหัวหน้าทีมก็คือคุณสถาพร ก็มีรายชื่อหลายคนละครับ ไม่อยากเอ่ย ยื่นกันมาหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้ประมาณสัก ๒ ชั่วโมงก็ตัดสินใจถอนออก สาเหตุ เพราะอะไร เดี๋ยวผมจะชี้ให้ท่านประธานดู ไม่เท่าไรครับ ท่ามกลางท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์บริหารประเทศ สมาชิกพรรคชาติไทยก็นําเสนอเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง วันที่ ๒๗ มกราคม ปี ๒๕๕๔ เมื่อไม่กี่เดือนมานี้นะครับท่านประธาน ผมบอกว่าไม่กี่เดือนมานี้เอง เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคมนี้เอง ท่านประธานครับ สุดท้ายทางรัฐบาลเสนอมาเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พอรัฐบาลเสนอเข้ามา ๓ ฉบับที่เป็นของฝ่ายค้าน วันนี้ตัดสินใจถอนครับ ผมก็ลงลึกไปว่า ทําไมเขาถึงต้องถอน ทั้ง ๆ ที่ตอนที่เขาเป็นรัฐบาลเขารีบออกกฎหมายนี้ทันที มาดูในเนื้อหาสาระครับ ท่านประธาน สาระสําคัญของทางรัฐบาลนี่ ถ้าเกิดจะมีการชุมนุมกันจะต้องมีการแจ้ง แจ้งว่า จะมีการชุมนุมจํานวนเท่าไร ด้วยเรื่องเหตุใด ทั้งนี้เพื่อทางรัฐจะได้จัดการคุ้มครองและก็ อํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน มันจะได้ไม่ต้องบอกว่ามีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง สาระสําคัญอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจก็คือผู้จัดการชุมนุมจะต้องมี หรือพูดง่าย ๆ ก็คือต้องมี แกนนํา เพราะถ้าไม่มีแกนนําเมื่อไรแล้ววุ่นวายมาก แล้วกฎหมายก็บอกว่าต้องอยู่ร่วมกันนะ อยู่ร่วมกันตลอด ไม่ใช่ให้ม็อบนอนกันกลางถนน แต่ว่าตัวเองไปนอนโรงแรม สบายมาก ตอนเย็นมาปลุกปั่น กลางคืนกลับไปนอนโรงแรม อยู่กับภรรยา อยู่กับเด็กสบาย แต่ว่าม็อบ เดือดร้อนไป ไม่เกี่ยว ต้องเป็นคนดูแลรับผิดชอบม็อบตลอดเวลา ไม่ใช่พอตกใจปั๊บ อย่าทําให้ เราตกใจนะ ไม่อย่างนั้นเราจะเข้าไปทุบตึก เอาของ แล้วเราชอบใช้ของดี ๆ ทั้งนั้น หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เวอร์ซาเช (Versace) อย่าทําให้เราตกใจนะ ไม่อย่างนั้น เราจะเผาบ้านเผาเมืองให้หมด ต่อไปนี้จะต้องมีผู้จัดการชุมนุมที่ต้องรู้กฎหมาย มีการประสานงานกับทางภาครัฐอยู่ตลอดเวลา แล้วสิ่งสําคัญส่วนที่ ๓ ครับท่านประธาน ที่ผมมาเจอกฎหมายของพรรคฝ่ายค้านที่ถอนออกไป ก็คือการสลายการชุมนุม ท่านประธาน ดูดี ๆ นะครับ นี่โชคดีที่ถอนออกไป พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ที่นี่ รับทราบด้วยว่ากฎหมาย เดิมที่ทางพรรคฝ่ายค้านเสนอเข้ามา ทั้งของคุณสถาพร ทั้งของคุณจุมพฏ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ในขณะนั้น และของอาจารย์พีรพันธุ์ กําหนดไว้ชัดเจนครับท่านประธาน ถ้าเกิดกรณีม็อบ ไม่กระทําตามกฎหมายให้มีการสลายม็อบได้ทันที ของคุณสถาพรเขียนอยู่ในมาตรา ๘ ของท่านจุมพฏเขียนในมาตรา ๑๕ ให้สลายการชุมนุมได้ ของท่านอาจารย์พีรพันธุ์ เขียนมากหน่อย อยู่มาตรา ๒๔ ผมก็มาดูเปรียบเทียบของรัฐบาล ของรัฐบาลกรณีที่มี การกระทําผิดกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ไปร้องต่อศาล แน่นอนครับ เราเชื่อว่าศาลผดุง ความยุติธรรม ไม่ใช่แค่ให้อํานาจศาลอย่างเดียว ถ้าเกิดกรณีที่ผู้ประท้วงหรือผู้นําชุมนุม ทั้งหลายคิดว่ามันไม่เป็นธรรม สามารถร้องคัดค้านได้หรือร้องอุทธรณ์ได้ นี่คือกฎหมายที่ดี ผมยังคิดเลยว่าทางพรรคฝ่ายค้านท่านควรที่จะร่วมกับกฎหมายฉบับนี้ทําให้บ้านเมืองสงบสุข หรือท่านคิดว่าเอาละ ต่อไปนี้มันจะต้องแตกแยก มันจะต้องระเบิด บ้านเมืองจะต้องพินาศกันอยู่อีก หรือครับ จับมือกันครับ ถ้าเกิดฝ่ายรัฐบาลเสนอกฎหมายนี้เข้าไป เรามีความรู้สึกว่ามันจะ ลิดรอนสิทธิประชาชนเราก็ค้าน เราบอกว่าข้อนี้ไม่ดีนะ มันทําให้พี่น้องประชาชนบ้านเราต้อง เดือดร้อน ข้อนี้ไม่ควรใช้นะ พี่น้องเกษตรกรผมถ้าเกิดเข้ามาชุมชุมเรียกร้องมันจะเดือดร้อน เข้ามาทํากันสิครับ ขณะนี้เราต้องการที่จะทํากฎหมายเพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่วันนี้ เราเป็นรัฐบาล เอาโว้ย ต้องมีกฎหมายสลายการชุมนุมเราจะได้ไม่ผิด พอมาเป็นฝ่ายค้าน ไม่เอา เผด็จการ อย่างนี้ไม่ใช่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนครับ ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์กับประชาชนชาวไทยทุกคน ผมขอสนับสนุนครับท่านประธาน
เชิญท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ ท่านเจริญมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้านครับ ผมเองมี ความวิตกกังวลว่าผมเข้ามานั่งเสร็จแล้วผมก็เป็น ส.ส. ฝ่ายค้านแล้วก็ถูกกล่าวหาอย่างนี้ มันไม่เป็นธรรม
ใช้สิทธิพาดพิง
ทีนี้ผมจึงขอใช้สิทธิเลย เพราะว่า ถ้าไม่อธิบายความ ณ ตอนนี้พี่น้องประชาชนที่ฟังจะไม่เข้าใจ คือกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่รัฐบาลเขาเสนอเข้ามาเพื่อเป็นการดูแลในการชุมนุม แต่ไม่ได้เกี่ยวกับผม ซึ่งผมเป็นฝ่ายค้าน ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย บอกว่าพอเป็นฝ่ายค้านแล้วไม่เอา ผมก็ เสียหายนะอย่างนี้ พอพวกผมมาเป็นฝ่ายค้านบอกไม่เอา ผมกําลังจะขอใช้สิทธิอภิปราย กฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกันอยู่ แต่อยู่ ๆ ก็ถูกกล่าวหาบอกว่าไม่เอา รู้ได้อย่างไรว่าไม่เอา ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ยิ่งถูกกล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องการให้มีความสงบสุข ท่านรู้ ได้อย่างไรว่าออกกฎหมายฉบับนี้ท่านออกกฎหมายเพื่อไปจํากัดสิทธิเสรีภาพของเขายังไม่พอ อันตรายยิ่งกว่านั้น ถ้านักกฎหมายอ่านนะครับท่านประธาน ผมเพิ่งเข้ามานั่ง ผมได้ดูแล้ว ผมยังถามท่านอาจารย์พีรพันธุ์ในมาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ ยิ่งอันตรายไปใหญ่เลย ท่านประธาน ถ้าคนเป็นนักกฎหมายถ้าอ่านมาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ โอ้โฮ อย่างนี้จะให้ทํา อย่างไร
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมอยากจะทําความ เข้าใจกันก่อน ตกลงท่านใช้สิทธิถูกพาดพิงหรือท่านจะอภิปราย ถ้าท่านอภิปราย เราก็ต้องจับเวลา แล้วก็ถือว่าท่านเป็นผู้อภิปรายของฝ่ายค้าน ท่านก็ต้องมาให้สิทธิทางฝ่ายผมด้วย นะครับรอบต่อไป ทําความตกลงกันก่อนดีไหมครับท่านประธาน
ประธานวินิจฉัยเขาใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็ให้สรุปสั้น ๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวถ้าท่านจะใช้ โอกาสอภิปรายก็ให้แสดงความจํานงจะอภิปรายนะครับ แต่นี่ให้ใช้สิทธิพาดพิง
ขอบคุณท่านประธาน ผมกําลังอธิบาย ให้ท่านประธานได้เข้าใจ และพี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจว่าสภาแห่งนี้กําลังพิจารณา แล้วก็วินิจฉัยในกฎหมายที่มีความจําเป็นและสําคัญ ทีนี้ประชาชนเขาไม่ได้มาอยู่ในห้องนี้ด้วย อยู่ ๆ ก็เกิดการกล่าวหา พอผมเข้ามานั่งปั๊บ ผมก็เป็นผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน บอกว่า พอมาเป็นฝ่ายค้านไม่เอา เมื่อไม่เอาเรื่องจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องจริงก็คือว่าคุณเข้าใจ ของคุณเอง ท่านเข้าใจของท่านเอง ผมยังไม่ได้พิจารณาอะไรเลยจะบอกว่าผมไม่เอา แล้วกล่าวหาด้วย อย่างนี้ถือว่าไม่เป็นธรรม ผมก็ขอความกรุณาท่านประธานบอกว่า ต่อไปขอให้ท่านประธานช่วยกรุณควบคุมกํากับผู้จะอภิปรายด้วย ท่านจะเสียดสี กระแนะกระแหนทิ่มแทงใครก็สุดแล้วแต่ท่านเถอะ แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกันจะฝ่ายไหนก็ตามมันก็ต้องให้เกียรติกันบ้างว่าวันนี้เรากําลังพิจารณากฎหมายที่สําคัญ เรายังไม่ได้ออกความเห็นอะไรเลย แล้วเรายังไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเลย ถูกตราหน้าแล้ว ถูกกล่าวหาแล้วท่านประธาน ท่านประธานนั่งอยู่ตรงนั้น ถ้าท่านประธานมาเป็นผม ท่านประธานจะมีความรู้สึกอย่างไร ผมก็ไม่ได้ตําหนิท่าน ท่านก็แสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าเลยเถิดไปจนถึงว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็บอกว่าเมื่อออกกฎหมายนี้ พอมาเป็นฝ่ายค้านคุณไม่ต้องการความสงบ ผมยังไม่ได้พูดเลยว่าผมไม่ต้องการความสงบ ผมอยากให้บ้านเมืองมันมีความสงบ มีความเจริญก้าวหน้า ผมไม่แตกต่างกัน จะเป็นฝ่ายไหน ก็ตาม จิตใจและมโนสํานักเหมือนกัน ใครไม่อยากให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ฉะนั้นอย่ากล่าวหากันอย่างนี้นะครับท่านประธาน ขอความกรุณาท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ คืออย่างนี้ครับ เพื่อนสมาชิกครับก็อภิปรายกันด้วยเหตุด้วยผลว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ในหลักการนะครับ ก็อาจจะมีการตั้งข้อสังเกตกันบ้าง แต่เดี๋ยวตอนลงมติมันก็จะชัดเจน ว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร พอแล้วครับท่านสมบูรณ์ครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะ ตอบโต้กันไปมา ผมเพียงแต่ให้สิทธิเขาใช้สิทธิพาดพิง พอแล้วครับ คืออย่างนี้ครับ ผมว่า พอแล้วครับท่านครับ คือเขาก็ใช้สิทธิของเขาแล้ว ทําความเข้าใจ เพราะเกรงว่าผู้ฟังไม่ได้อยู่ ต่อเนื่องอาจจะเข้าใจผิด ท่านสมบูรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดไม่ชี้แจงจะเสียหายครับ บางทีท่านนายเจริญ จรรย์โกมล อาจจะไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ตลอด ท่านเป็นคนเสนอร่างเอง ร่างฉบับวันที่ ๒๗ มกราคมนี้ครับ แต่ว่าหัวหน้าทีม ของท่านครับ ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ถอนออกไปแล้วครับ ผมก็เลยบอกว่าวันก่อน ท่านเป็นรัฐบาลท่านก็เสนอ วันนี้ท่านเป็นฝ่ายค้านท่านก็ถอน ก็เป็นเพียงความคิดเห็นครับ ท่านประธาน
พอแล้วครับ ประท้วงกันไปประท้วงกันมา ท่านชลน่านพอแล้วกระมังครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงตามมาตรา ๖๓ ครับ ผมเองนั่งฟัง อยู่ตลอด จะประท้วงเขาแล้วครับ แต่ว่าผมเองให้เกียรติ ประเด็นที่ ๑ คือพูดนอกประเด็น เรื่องจบไปหมดแล้ว ญัตติถอนแล้ว สภาแห่งนี้อนุมัติเรียบร้อยก็ยังมานํากระแนะกระแหน ผมกราบว่าถึงเวลาผมอภิปรายผมก็จะพูดในประเด็นนี้ให้ท่านฟังว่าท่านเองเป็นประชาธิปัตย์ เต็มตัว แต่บุคลิกไม่ใช่ครับ พยายามจะเลียนแบบ แต่ไม่ใช่เลย เสียดายครับ เสียดายอนาคต ของผู้แทนราษฎรที่ดี ๆ เรื่องนี้ต้องใช้สิทธิ ไม่อย่างนั้นพวกผมเสียหายจิรง การเสนอ กฎหมายผมก็เล่าให้ฟังแล้วว่ามันเป็นอย่างไร ที่มาที่ไปอย่างไร ท่านอย่าหาประโยชน์ใส่ตัว การที่สมาชิกมีสิทธิที่จะบอกว่ารับ ไม่รับหลักการ กฎหมายนี้เขาต้องมีเหตุผลครับ เขาไม่ใช้ อารมณ์ เขาต้องบอกเหตุผลที่เขาไม่รับคืออะไร แน่นอนครับ ในสภาแห่งนี้ระบบรัฐสภา เสียงข้างมาก เสียงข้างมากนี้เสียงข้างน้อยไม่รับ คุณก็รับเอาข้อทักท้วงของเสียงข้างน้อย ไปใช้ให้เป็นประโยชน์มันก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่มาหาเศษหาเลย ในสภาแห่งนี้ ขอเถอะครับ จริง ๆ บรรยากาศไปด้วยดีครับ พอมีท่านสมาชิกท่านนี้ขึ้นมา อภิปรายบรรยากาศไม่ดีครับ ไม่ดีเลย ไม่น่าให้ความร่วมมือท่านประธานครับ ผมฝาก ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ผ่านท่านประธานช่วยดูแลด้วยครับ เสียดายอนาคตครับ
เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไป ท่านคมเดชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย จากการที่ทางรัฐบาล ได้นําเสนอพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้เซ็นเสนอพระราชบัญญัติ ตรงนี้แล้วก็ได้เสนอถอนชื่อออกไป มันมีสาเหตุอยู่หลายอย่างครับท่านประธาน มีหลายประเด็น ด้วยกัน ตัวประเด็นหลักมันคือตัวเนื้อหาสาระ เนื้อหาสาระในร่างมันต่างกัน ความแตกต่าง ของมันนี่ถ้าเราดูที่ทางรัฐบาลนําเสนอมา ๓๙ มาตรา ๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ดูภาพรวมแล้ว มันเหมือนกับทําลายการเมืองภาคประชาชน มันปิดกั้นการนําเสนอภาคประชาชนทั้งหมดเลย การขอเสนอการชุมนุม ๗๒ ชั่วโมง สถานที่ที่ร่างกฎหมายมีปัญหาในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่า สิ่งกีดขวางหรืออะไรก็ช่าง มันไม่มีความชัดเจนที่จะให้ชาวบ้านเขาชุมนุมตรงไหน ถ้าจะไป ชุมนุมที่สาธารณะ เช่น ป่าสงวนหรือจุดที่มันเป็นลานกว้าง สมมุติว่าเป็นที่ไร่ที่นาอย่างนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์ในการเรียกร้องในภาคปฏิบัติมันจะขาดความสนใจ ขาดการต่อรอง ขาดการนําเสนอ ขาดการนําเสนอปัญหาต่าง ๆ ต่อทางรัฐบาล ถ้าไม่มีปัญหาเขาจะไม่ออกมา ถ้าออกมาแสดงว่ามีปัญหาไม่มากก็น้อย แล้วก็ทางรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้เขาได้ ไม่ว่าช่วงระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาวเพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ถ้าดูตามร่าง ทั้งหมดแล้วมันเป็นการปิดกั้นม็อบเลย มันไม่ใช่ไปดูแลม็อบเลยการขอ ๗๒ ชั่วโมง ตัวเนื้อแท้ ตัวหลักการภาคปฏิบัติ ตํารวจต้องถามทางรัฐบาล ถามรัฐบาลว่าจะเซ็นให้หรือเปล่า จะเอา สถานที่ที่ไหน เนื้อหาสาระอย่างไร มันจะออกมาอย่างไร เพราะตํารวจเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นถ้าเปิดให้ม็อบเข้ามา โดยเฉพาะม็อบการเมืองมาล้มล้างรัฐบาล อันนี้ก็เป็น ประเด็นปัญหาต่อตําแหน่งหน้าที่การงานของเจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้น
อีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้กับกฎหมายที่มีอีก หลากหลาย ไม่ว่า พ.ร.บ. ความมั่นคง หรือกฎหมายต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลเคยใช้ เคยนําเสนอ แล้วก็ใช้มาในช่วงการสลายการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง จากมาตรา ๓๘ บรรดาทรัพย์สินที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการชุมนุมสาธารณะที่ยึดได้จากการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคําพิพากษาหรือไม่ ทรัพย์สินที่มีไว้ในการชุมนุม สาธารณะ ทรัพย์สินที่มีไว้ ถ้าเราดูตามแนวทางทั่วไป ๑. รถยนต์ ในการที่ม็อบจะมาชุมนุม ๒. เครื่องเสียงต่าง ๆ ๓. ถ้าม็อบยาวก็มีหม้อหุงข้าวด้วย มีเตา มีข้าว มีเครื่องอาหารต่าง ๆ อันนี้มันเป็นประเด็นนะครับ ตัดสิทธิเสรีภาพโดยชอบธรรมเลย ดูมาตรา ๓๗ (๒) ถ้าวรรคหนึ่งเป็นอาวุธปืน วัตถุระเบิด หรือวัตถุอื่นที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน ผู้กระทําความผิด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตรงนี้ ตัวกฎหมายกับการบังคับใช้กับการต่อสู้ในลักษณะม็อบที่ไปทําลายผลประโยชน์ของรัฐบาล ตัวอย่างเช่น เดือนพฤษภาคม เดือนเมษายน ช่วงปี ๒ ปีที่ผ่านมานี้ทางกลุ่มม็อบเสื้อแดง เขาก็ตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัย แล้วมันคาใจเขาว่าจากการที่เขามาขอหีบเลือกตั้ง แต่ได้หีบศพ กลับไป แกนนําติดคุก ส่วนหนึ่งหนีไปต่างประเทศ ส่วนหนึ่งบาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน ล้มหายตายจากถูกปิด คดีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า แล้วหลังจากมีการจับกุม คุยประนีประนอมว่าจะมีการออมชอม มีการเจรจากัน มีการตกลงกัน ไม่ให้มีการสลาย การชุมนุม แต่ทางรัฐบาลโกหกทั้งหมดเลย โกหกทั้งเพ ทําไมอย่างนั้นครับท่านประธาน ผมรวบรวมข้อมูลจากประชาชนหลายฝ่ายด้วยกัน แล้วก็ตั้งคําถามให้รัฐบาลอยู่หลายข้อ ด้วยกัน ถึงวันนี้ยังไม่มีคําตอบ ตัวอย่างเช่นการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์นี่ ตั้งข้อสังเกต อยู่ ๕ ประเด็นด้วยกันว่า ๑. มีทั้งตํารวจ ทหาร แล้วก็มีสันติบาลนับ ๑,๐๐๐ คนของรัฐบาล ปลอมปนอยู่ตรงนั้น มันเป็นไปได้อย่างไรว่าจะมีอาวุธเป็นหลายรถสิบล้อช่วงถูกจับ ๒. มีนักข่าวทั้งในทั้งต่างประเทศนับร้อยคน กล้องทุกวันนี้มือถือก็ใช้ได้นับเป็นหมื่นเครื่อง วงจรปิดนับหมื่นเครื่อง ถ้าเราเคยดูตัวอย่างในสถานีโทรทัศน์ที่เอาข่าว ถ้าเราเคยดูตัวอย่าง ในสถานีโทรทัศน์ที่เอาข่าวเกี่ยวกับการปล้นร้านทองgกี่ยวกับการปล้นเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) เขามีวงจรปิดอยู่ ๕ อันเห็นหมด โจรมาจากไหน อะไร อย่างไร แล้วเราก็ตามจับได้ มีข้อมูลหมด อันนี้วงจรปิดเป็นหมื่น ๆ อัน พร้อมกับกล้องมือถือนี้นับแสนอัน มันจะไปปิดบังอย่างไรข้อมูล ที่ชาวบ้านเขามาเรียกร้อง แล้วก็มีอาวุธถึงเป็นรถสิบล้อสิบ ๆ คัน เป็นไปไม่ได้เลยครับ ท่านประธาน กล้องวงจรปิด ปืนสไนเปอร์(Sniper) ตึกหลายร้อยตึกอยู่ตรงนั้น ตึกหลายสิบชั้น หลายร้อนชั้นส่องกล้องลงมาก็เห็นหมดว่ามีอะไร เครื่องบิน ๒-๓ ลําสามารถใช้จานดาวเทียม ส่องดูได้ว่าสถานภาพเป็นอย่างไรบ้าง มันเป็นไปได้อย่างไรครับข้อมูล แกนนําถูกจับ ๙ เดือน ๑๐ เดือน ขังฟรี ข้อมูลการกล่าวหาเพิ่งปล่อยตัวชั่วคราวออกมาโดยการประกัน แค่นั้นเอง ครับท่านประธาน ดูข้อมูลดูเหตุผลต่าง ๆ ไม่น่าไว้วางใจครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ เป็นดาบสองคมได้ สมมุติว่าเกิดเผด็จการขึ้นแล้วเราใช้กฎหมายทุกฉบับเลยมารวมกัน รัฐบาลที่ใช้ ๑๘ ฉบับ ๑๙ ฉบับ ๒๐ ฉบับเอามารวมกันหมดมันกระดิกไม่ได้เลยครับ ท่านประธาน อันนี้อีกมุมหนึ่งก็เหมือนกับการส่งเสริมระบบเผด็จการ เพราะฉะนั้นฝ่ายค้านนี้ จึงต้องถอนญัตติออกครับ ผมเป็นผู้ที่สนับสนุนญัตติตรงนี้ ผมรับข้อมูลตรงนี้ไม่ได้จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะปีแรกที่มีโอกาสเข้าไปต่อต้านการสลายการชุมนุม ช่วงแรก ช่วงปีก่อนที่ทําเนียบรัฐบาล ที่กลุ่มผู้ไปรณรงค์เหลืออยู่ประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน แล้วก็มีรถแก๊ส ๓๗ คัน แล้วก็ถูกเผา ผมสรุปตรงนี้ครับ ที่รับไม่ได้เหตุผลก็เพราะว่าทาง พรรคนี้ใช้ ส.ส. ประมาณ ๔๐-๕๐ คน ผมก็อยู่ตรงนั้น แล้วก็พานักข่าวประมาณ ๓๐ คน ๔๐ คนเข้าไปเพื่อไม่ให้ทางรัฐบาลไปสลายม็อบที่ไปต่อต้าน ไปรณรงค์เกี่ยวกับระบบ ประชาธิปไตย เราเห็นชัดเจนว่าช่วงเข้าไปหาม็อบ ท่านประธานครับ อันนี้สรุปเลย
หมดเวลาแล้วนะครับ
ด่านทหารนี้มันเป็นฟันปลา ครับท่านประธาน มันเป็น ๕ ชั้นฟันปลา เราเดินเข้าไปก็ติดตรงนี้ เดินเข้าไปติดตรงนี้ แล้วก็มีท่อปูนแท่งปูนทั้งหมด ทหารประจําอยู่ตรงนี้หมด รถจีเอ็มซี (GMC) ปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ทหารเป็นกองทัพอยู่ตรงนี้ แล้วสับเปลี่ยนกันเป็น ๒-๓ ชุดด้วยกัน รถ ๓๗ คันมันเข้า ไปได้อย่างไร และถูกเผาได้อย่างไรอันนี้คือสิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะฉะนั้นผมในนาม พรรคเพื่อไทย ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ รับข้อมูลร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการชุมนุม สาธารณะของรัฐบาลไม่ได้ครับท่านประธาน จึงขอถอนตัวครับ
ต่อไป ท่านอภิชาต การิกาญจน์ ครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ฟังดูข้อสรุปที่บอกว่าจะเป็นกฎหมายเผด็จการ วันนี้ยังสรุปไม่ได้หรอกครับ เพราะขั้นตอนเพิ่งเริ่มแล้วยังมีเวลาที่จะถกเถียงที่จะแปรญัตติ กันไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าในที่สุดนี้จะต้องเป็นกฎหมายที่ออกมาแล้วสามารถ คลี่คลายหรือแก้ปัญหาของชาติของบ้านเมืองได้ เราจําเป็นต้องมีการเสนอร่าง พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ฉบับนี้ขึ้นมา ด้วยเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมที่ใช้เสรีภาพเกินขอบเขต ทําให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ต่อชาติต่อบ้านเมือง จึงจําเป็นที่จะต้องยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ถามว่าการกําหนดกรอบ ในการยกร่างกฎหมายนี้เราจะเอาแบบใด จะเป็นกรอบที่แข็ง ๆ หรือเป็นกรอบที่กําหนด แนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามการส่งเสริมเสรีภาพของพี่น้องประชาชนในการที่จะ แสดงมติในการที่จะชุมนุมเพื่อแสดงข้อทักทวงต่อรัฐบาล ปรากฏนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ผม คิดว่าเราคงหลีกหนีไม่ได้ที่จําเป็นจะต้องให้มีเกิดขึ้น ถ้ามองว่ามันเป็นพัฒนาการ ทางการเมืองที่มันก้าวไปอีกระยะหนึ่ง เป็นการถ่วงดุลระหว่างการเมืองในระบบสภา กับการเมืองภาคประชาชนก็ถือว่าจะเป็นได้ เพราะที่มาแห่งอํานาจทั้ง ๒ ระบบนี้ ทั้งการเมืองในระบอบสภาและการเมืองภาคประชาชน ถึงแม้จะมีที่มาของฐานอํานาจ ที่ต่างกัน แต่เราเชื่อว่ามีพลังอํานาจที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อํานาจของระบอบสภา มาจากการเลือกตั้ง เราผ่านการรับรองจากพี่น้องประชาชนที่มีเสียงมากพอที่จะมาเป็น ผู้แทนราษฎร มาทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรในการออกกฎหมาย ในการตั้งกระทู้ ในการ ยื่นญัตติต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันการเมือง ภาคประชาชนนี้เขาก็มีอํานาจที่มาจากการที่มีมวลชนมาสนับสนุนอย่างมากมาย แล้วถามว่า อํานาจที่เขาได้เป็นอํานาจที่มีพลังอย่างแท้จริงหรือไม่ เราสรุปได้เลยว่าเป็นอํานาจที่สามารถ ล้มล้างรัฐบาลได้ถึง ๓ รัฐบาล เพราะฉะนั้นอํานาจของมวลชนจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น แต่ว่าในส่วนที่เป็นผลเสียที่มีผลกระทบต่อชาติต่อบ้านเมืองมันก็เป็นผลเสียที่เกิดขึ้น อย่างเห็นชัดเจนเช่นเดียวกัน เราต้องยอมรับว่ากระบวนการในการต่อรองอํานาจในทาง การเมืองของคนกลุ่มบนกับคนกลุ่มล่างไม่เหมือนกัน ในคนกลุ่มบนในทางการเมือง ในระบอบสภาเรามีการต่อรอง มีการเจรจา มีการล็อบบี้ (Lobby) แต่ในระดับล่าง คนยากจน ชาวบ้าน คนที่เดือดร้อนเขาไม่มีโอกาสจะไปล็อบบี้กับใครหรอกครับ เพราะฉะนั้น การชุมนุมเพื่อการประท้วงจึงเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมและการเมืองที่ผมเชื่อว่าเราไม่มี ทางหลีกหนีได้ แต่เราจะทําอย่างไร ในวันที่คนจนซึ่งไม่ใช่จนเงินอย่างเดียวนะครับ วันที่จนนี้ มันจนเงิน จนอํานาจ จนโอกาส จนศักดิ์ศรี จนทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นแนวทางในการต่อสู้ ที่จะต่อรองกับอํานาจรัฐ จึงเป็นความจําเป็นที่เราต้องเผชิญกับการชุมนุมประท้วงซึ่งจะมีอยู่ ตลอด การจะทําอย่างไรให้การชุมนุมประท้วงอยู่ในกรอบของความถูกต้อง ของความเหมาะสม ผมคิดว่าการมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งเรามีเวลาในการถกเถียงกันอีกระยะเวลาหนึ่งในวาระสอง วาระสามนี้จะเป็นกลไกและเป็นเครื่องมือที่สามารถสนองตอบต่อความก้าวหน้าของการเมือง และสนองตอบต่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับชาติกับบ้านเมืองในวันข้างหน้าไม่ให้เกิด การสูญเสียจากข้อขัดแย้งในทางการเมืองในวันที่ผ่าน เราจะทําอย่างไรให้สังคมได้เข้าใจว่า การเมืองภาคประชาชนกับการชุมนุมเพื่อการเรียกร้องนั้นมันเป็นคนละมุมที่เราต้องทําให้ การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็ง แล้วต่อรองกับอํานาจรัฐได้เพื่อคลี่คลายแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อน ความชอบธรรมที่สังคมต้องการ เราจะทําอย่างไรที่ให้ทุกคนสามารถ ดําเนินการในการชุมนุมอย่างสงบ ไม่ทําให้เกิดความรุนแรง เราจะทําอย่างไรให้บรรดา ผู้จัดการชุมนุมนี้เป็นการชุมนุมที่ไม่เป็นปัญหาเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมคิดว่าวันนี้เรามี ปัญหาในเรื่องของสื่อทางเลือกซึ่งไม่ได้ให้ข้อมูลแก่พี่น้องประชาชนในเรื่องที่เป็นประโยชน์ เป็นสาระอย่างเดียว แต่เราจะเห็นปัญหาของสื่อทางเลือกวันนี้ว่าเป็นสื่อทางเลือกที่เป็นกระบอกเสียง ถ้าหากว่าจะทําลายบุคคลอื่นนี่เขาสามารถทําลายได้อย่างไม่มีขีดจํากัด เสรีภาพที่เกิน ขอบเขตแบบนี้ในทางการเมืองผมคิดว่าเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมายเข้ามา ควบคุมแต่กฎหมายที่เข้ามาควบคุมเราจะช่วยกันพิจารณา จะถกเถียง จะแสดงความคิดเห็น กันเช่นไร ให้เป็นกฎหมายที่สามารถเอื้ออํานวยต่อการแสดงออกถึงสิทธิของพี่น้องประชาชน ในเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นในทางการเมือง ในการชุมนุมประท้วงที่สงบ โดยปราศจากความรุนแรง สิ่งนี้เป็นสิ่งจําเป็นที่ผมคิดว่าสังคมไทยก้าวมาถึงจุดที่เราจําเป็น จะต้องใช้กฎหมายในวันที่กฎของสังคมไม่สามารถควบคุมให้สังคมสงบและดําเนินไปได้ ในวันเวลาที่ผ่านมา เราไม่ควรจะมีเหตุการณ์เลวร้าย ไม่ควรมีเหตุการณ์ที่ทําให้เกิด ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินจากการร่วมชุมนุมทางการเมืองที่ไม่มีกฎเกณฑ์ แต่กฎเกณฑ์เช่นไรที่เป็นกฎเกณฑ์ที่ไม่ขัดแย้ง ไม่ขัดขวางต่อแนวทางของการแสดงออก ในการมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าการชุมนุมประท้วงจะเป็น การแสดงออกของการมีส่วนร่วมในเชิงลบ แต่มันเป็นสิ่งที่เราหลีกหนีไม่ได้ในปรากฏการณ์ ในทางสังคมการเมืองที่เราจะต้องเผชิญต่อไป ผมเชื่อว่าข้อถกเถียงในทางการเมืองในการ ยกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มันต้องถกเถียงกันมากเพื่อหาความลงตัวที่จะมี พ.ร.บ. ที่สามารถ ควบคุมการชุมนุมสาธารณะในทางการเมืองให้เป็นประโยชน์กับการรักษาผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนในการที่จะต่อรองในอํานาจในทางการเมืองของเขาอย่างแท้จริงครับ
เชิญท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธรจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเอง ตามที่ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ผมได้ขอถอนร่างที่ผมได้เสนอออกไป ด้วยเหตุผล ที่ผมได้กราบเรียนไปเบื้องต้นไปแล้วว่าผมไม่สามารถที่จะเอาร่างที่ผมเสนอมาพิจารณา รวมกับของรัฐบาลได้ ผมได้เรียนเป็นการส่วนตัวกับสมาชิกฝ่ายรัฐบาลบางท่านว่าเหตุผล ที่ผมต้องคิดอย่างนี้เนื่องจากทั้งหลักการและบทบัญญัติในตัวบทกฎหมายนั้นมันต่างกัน ค่อนข้างมาก มันไปคนละทิศคนละทางเลย ฉะนั้นถึงแม้จะมารวมกันแล้วก็ยากที่จะไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นในเมื่อรัฐบาลถ้าต้องการยืนยันอย่างนั้นผมก็คิดว่าก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐบาล ทําไปฝ่ายเดียวดีกว่า เพราะว่าร่างของผมที่เสนอมานี้สุดท้ายมันก็จะถูกบิดเบือนกันออกไป สิ่งที่ผมไม่สบายใจอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เท่าที่ฟังหลาย ๆ ท่านมาพูดถึงเรื่อง ความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นจากการชุมนุมของพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสี สีอะไรก็ตาม ทั้งหมด ที่พูดมานี้ล้วนแต่เป็นการเข้าใจผิดในแง่มุมของกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ กฎหมาย ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเป็นกฎหมายที่ใช้ในภาวะปกติ ท่านกําลังเข้าใจผิดว่าความรุนแรง ที่เกิดขึ้นจากอะไรต่ออะไรนี้มันเกิดขึ้นในช่วงที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งถ้าประกาศอย่างนั้นแล้วกฎหมายนี้ใช้ไม่ได้ใช่ไหมครับ เพราะเหตุที่มันเกิดขึ้นนี้หลายท่าน เอามาปนเปกันอย่างนี้ ผมถึงบอกว่านี่คือ ความเข้าใจผิดของเรื่องที่มันเกิดขึ้น ฉะนั้นในเมื่อ เบื้องต้นเป็นอย่างนี้มันก็จะทําให้บรรยากาศของการพิจารณากฎหมายนี้มันเต็มไปด้วย ความเข้าใจผิด ผมได้เรียนต่อที่ประชุมเมื่อเช้านี้ไปแล้วนะครับ ภาคเอกชน พี่น้องของเรา หลายคนที่เป็นห่วง หลายคนที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย หลายคนที่ต้องการเห็นเสรีภาพของประชาชนได้รับการคุ้มครองตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ เขาก็ถ้อยแถลงการณ์ออกมาจากหลายเครือข่ายส่งมาถึงผม แล้วเขาก็บอกผมขอให้แจ้ง เรื่องนี้ต่อที่ประชุมที่นี่ให้รับทราบด้วยว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎหมายของรัฐบาล โดยเหตุผลก็คือเพราะร่างของรัฐบาลนี้มันอาจขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน มีอยู่ ๔-๕ เรื่องใหญ่ ๆ
เหตุผลข้อที่ ๑ คือเรื่องการขออนุญาต โดยหลักแล้วการชุมนุมเป็นสิทธิ เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญไม่ต้องขอ แต่ร่างของรัฐบาลถึงแม้จะเขียนในมาตรา ๘ ว่า ให้แจ้ง แต่ว่าสุดท้ายถ้าท่านประธานอ่านให้จบนะครับ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มันต้องแจ้ง แจ้งแล้วต้องขออนุญาต สุดท้ายมันก็จะนําไปสู่การขออนุญาต ซึ่งมันผิดหลักการมาก ๆ ในเรื่องการชุมในที่สาธารณะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือที่สําคัญมาก ๆ นะครับ คือการออกกฎหมายฉบับนี้ผมถาม ผู้แทนในซีกรัฐบาลหลายหน่วยงานที่มาชี้แจงกับฝ่ายค้านบอกว่าท่านได้ดําเนินการตาม มาตรา ๕๗ ของรัฐธรรมนูญหรือยัง มาตรา ๕๗ วรรคสอง บอกว่าการออกกฎที่อาจมี ผลกระทบต่อส่วนได้เสียสําคัญของประชาชนให้รัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดําเนินการ ผมถามทางรัฐบาล ผู้แทนทั้งจากตํารวจ จากกฤษฎีกา หลายหน่วยงานที่มาชี้แจงกับฝ่ายค้านว่าท่านได้ดําเนินการตามมาตรา ๕๗ วรรคสองหรือยัง คือจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นหรือยัง ผมแน่ใจว่าไม่มีครับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตํารวจที่ไปชี้แจงที่พรรคเพื่อไทยก็บอกว่ามีการรับฟังความคิดเห็น ได้ถาม ความเห็นของสภาความมั่นคง ของคนโน้นของคนนี้ อันนี้มันไม่ใช่ครับ นี่คือหลักการพื้นฐาน ของกฎหมายฉบับนี้ พอท่านไม่ทําตามมาตรา ๕๗ วรรคสอง ร่างต่อไปมันก็เสี่ยงต่อที่จะมี เนื้อหาไปขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นที่พวกผมออกไปนี้แล้วต้องการให้รัฐบาลเองถอน ออกไปด้วยก็เพื่อให้ไปมีการไปทําตามมาตรา ๕๗ วรรคสองเสียจะได้ถูกต้อง ถ้าท่านประธาน ตามดูต่อไป มีหลายหน่วยงานที่เข้าไปจัดประชุมสัมมนา พยายามจะพูดเอาร่างของรัฐบาลนี้ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กัน ผมไปร่วมประชุมสัมมนาหลายครั้งที่จัดโดยคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมาย จัดโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มีการสัมมนากัน เขาวิพากษ์วิจารณ์ร่างของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลใส่ใจนะครับ ต้องการความเห็น ของกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเขาคิดอย่างไร เขามีความเห็นอย่างไรกับร่างของรัฐบาลสามารถขอไป ได้ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนี่ละ ผมเห็นแล้ว แล้วเขาก็บอกแล้วว่าตามร่างของรัฐบาล ถึงแม้ร่างที่เป็นอยู่ขณะนี้มันมีปัญหามากว่ามันจะไปขัดกับรัฐธรรมนูญ ขัดกับหลักสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ลองถามดูสิครับ แล้วท่านจะได้คําตอบว่าแสดงว่าการดําเนินการ รัฐบาลเองไม่ได้ดําเนินการที่จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่ไม่ใช่ว่าพอเขาจัดสัมมนา แล้วท่านไปร่วม เหมือนที่ผมไปร่วมนี่ละ อันนั้นไม่ใช่ ผมไม่เคยเห็นสํานักนายกรัฐมนตรี เอาร่างของรัฐบาลมาจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ไม่มี นี่คือหลักเบื้องต้นเลยนะครับ ที่อยากจะฟังจากทางซีกรัฐบาลว่าคําถามต่อไปนี้ท่านจะตอบว่าอย่างไร ถ้าท่านไม่ทําตาม มาตรา ๕๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญนะครับ มันเสี่ยงต่อการที่จะทําให้กระบวนการออก กฎหมายฉบับนี้มันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนะครับ นี่เป็นประเด็นแรก ๆ ที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าหลายหน่วยงานเขาไม่เห็นด้วย คนข้างนอกเขาไม่เห็นด้วย แล้วถ้าเราไม่รับฟัง ความคิดเห็นของคนเหล่านั้นมันก็จะมีปัญหาต่อมาในทางที่จะตามมาด้วย
ประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าอยากจะเรียนต่อที่ประชุมก็คือบรรยากาศของการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้มันเป็นกฎหมายที่ใช้ ในภาวะปกติเพื่อให้การชุมนุมของประชาชนเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ รับรอง และคุ้มครองไว้ก็คือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของเขาให้เขาสามารถที่จะชุมนุมกันได้ตามที่ รัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่ว่าพอบรรยากาศเป็นอย่างนี้ท่านก็พูดแล้ว หลายท่านที่ทางซีก รัฐบาลนั่นละ เห็นไหมมีการเผาโน่นเผานี่ เสื้อสีโน้นสีนี้ อันนั้นมันไม่ใช่เลย ท่านเข้าใจ ผิดหมด อย่าว่าแต่สมาชิกฝ่ายรัฐบาลเลยนะครับ แม้แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ ตอนนี้ท่านจัดอบรมอยู่ จัดสัมมนาอยู่ ดูข่าวฉบับนี้สิครับ ท่านประธานชัยท่านออกไปแล้ว ชัยดันกฎหมายคุมม็อบ มั่นใจผ่านสภา ๙ มีนาคม พาดหัว ข่าวอย่างนี้นะครับ ชัยดันกฎหมายคุมม็อบ กฎหมายนี้ไม่ใช่กฎหมายมาคุมม็อบ กฎหมาย ส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพได้อย่างมีความสุข อย่างเป็นประชาธิปไตย มันเป็นอย่างนี้ ก็ขนาดท่านประธานของเรานี่นะครับ ท่านพูดกับฝ่ายตํารวจบอกว่ารู้สึกเห็นใจตํารวจ โดยเฉพาะในพื้นที่นครบาลไม่มีกฎหมายที่ใช้โดยตรงเลยกับการทํางานหนัก ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ผมก็ เข้าใจว่าท่านเข้าใจผิดอีกเหมือนกัน ในเมื่อขนาดประมุขของเราอาจจะยังสับสนอยู่อย่างนี้ นับประสานอะไรกับคนข้างนอกละครับ คนข้างนอกเขาคิดว่าถ้าสภาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ขณะนี้ เขาจะเข้าใจว่าพวกเรากําลังจะออกกฎหมายไปควบคุม ไปจํากัดสิทธิของเขา ซึ่งมันไม่ใช่ เจตนารมณ์อย่างนั้นนะครับ ในรัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ชัดเจนนะครับ ในมาตรา ๖๓ ว่าการจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทําไม่ได้ ก็คือสิทธิในการชุมนุมโดยสงบและ ปราศจากอาวุธ จํากัดไม่ได้ เว้นแต่อาศัยอํานาจตามกฎหมายฉพาะในกรณีการชุมนุม สาธารณะคืออันนี้ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะหรือ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยระหว่างที่ประเทศอยู่ภาวะสงครามหรือประกาศฉุกเฉิน นี่คืออันนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ออกมาจะต้องมีเนื้อหาอย่างนั้นจึงจะถูกต้อง เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผมห่วงมาก ๆ ในร่างของรัฐบาล ท่านประธานครับ ห่วงมากจริง ๆ ว่า เดินหน้าต่อไปแล้วมันมีปัญหาสุ่มเสี่ยงขึ้นมาอีกหลายอย่างเกิดขึ้น เรื่องแรกก็คือการชุมนุม โดยหลักสากลของการชุมนุมเขาบอกเพียงแต่ให้แจ้ง แจ้งเพื่ออะไร ก็เพื่อให้ฝ่ายบ้านเมือ จะได้มาอํานวยความสะดวกให้ ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องที่มาชุมนุมกัน เพราะฉะนั้น เพียงแต่แจ้ง ไม่ต้องขออนุญาต แต่ในร่างของรัฐบาลนี่นะครับถ้าจะดูแล้วนะครับ เห็นไหมครับ ท่านเขียนไว้บอกมาตรา ๑๐ ก็แจ้ง แต่ถ้าอ่านต่อไปนะครับมาตรา ๑๓ มาตรา๑๔ มาตรา ๑๕ บอกว่าถ้าไม่สามารถแจ้งได้ภายในเวลาที่กําหนดก็ให้ยื่นขอผ่อนผันไป แล้วทาง ฝ่ายปกครองไม่ผ่อนผันให้ก็ให้ไปขอยื่นคําร้องต่อศาล ผลจากการที่ฝ่ายปกครองไม่ผ่อนผันให้ หรือไปยื่นคําร้องต่อศาล ศาลไม่เห็นด้วย ถ้ายังชุมนุมต่อการชุมนุมนี้ในมาตรา ๑๕ บอกว่าเป็ นการชุมนุมสาธารณะที่ผิดกฎหมายไปคนละเรื่องเลยท่านประธานครับ พี่น้องมาชุมนุมกัน อยู่ดี ๆ แจ้งเขาแจ้งไม่ทัน ท่านบอกต้องไปขอผ่อนผัน ไม่ผ่อนผันให้ชุมนุมต่อ ผิดกฎหมายนะ ไปกันใหญ่ครับ แค่ประเด็นนี้ก็มีปัญหาแล้ว เรื่องศาลก็เหมือนกัน เอาศาลแพ่งมาพิจารณา เรื่องนี้ไม่ได้ ไม่ได้เลยครับท่านประธาน แล้วในกฎหมายเองก็ไม่ได้เปิดช่องให้ศาลใช้ดุลยพินิจเลย ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเอาศาลแพ่งมาพิจารณาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมันไม่ได้ ถ้าจะใช้ศาลขึ้นมาท่านก็ต้องเขียนว่ากรอบที่จะให้คืออะไร เขาไม่ได้เขียนไว้ ไม่เปิดช่องที่จะ ให้ศาลใช้ดุลยพินิจได้ด้วย คนที่จะรู้ว่าประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ มาประชุมกันแล้ว คือใคร ก็คือฝ่ายปกครองนั่นละ ทําไมจะต้องโยนภาระไปให้ศาล มันจึงเกิดเรื่องยุ่งหลาย ๆ เรื่องที่ผมพูดก็พูดมาแล้วหลายเรื่องที่เราได้ยินว่าตุลาการภิวัฒน์ ก็เพราะอันนี้ เพราะดึงศาล มาทําหน้าที่เกินกว่าที่ศาลควรจะทํา สุดท้ายก็เกิดปัญหาเกิดขึ้นมา ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะทํางานอย่างนี้ เรื่องที่สําคัญต่อไปนะครับ ก็คือเรื่องโทษ
กรุณาสรุปหน่อย ท่านหมดเวลาแล้วครับ
ท่านประธานครับ มันไม่ควรจะเป็นโทษ ทางอาญาเลย ท่านเขียนเรื่องนี้เขียนกฎหมายอย่างนี้ขึ้นมา ถ้าการดําเนินการเป็นการชุมนุม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นโทษทางอาญาผิดหลักอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเพียงสั้น ๆ แค่นี้ที่ผม ได้พูดมาด้วยเวลาจํากัดอย่างนี้ผมเห็นว่ามันรับไม่ได้จริง ๆ ของรัฐบาล ผมถึงอยากเสนอ รัฐบาลว่าไปดําเนินการตามมาตรา ๕๗ วรรคสองก่อนได้ไหม ไปรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนก่อนได้ไหม คนที่เขาชุมนุมน่ะถามเขาหน่อยได้ไหม ผมเองในส่วนที่ผมร่าง เสนอขึ้นมานี้ผมได้ไปร่วมประชุมสัมมนาไปทําวิจัยกันกับร่วมทีมอาจารย์ โดยองค์กรทางด้าน สิทธิมนุษยชนให้การสนับสนุนก็ได้เสนอมา เนื้อหามันถึงตรงกันข้ามกับของรัฐบาล ในหลักการที่ผมเสนอไว้ก็เพื่ออะไรครับ เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุม หน่วยงานของรัฐ ต้องมีบทบาทในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิชุมนุมได้ ในการเดินขบวนเป็นไปด้วย ความปลอดภัย ความสะดวกเรียบร้อย นี่คือหลักของกฎหมายครับ ท่านประธานครับ การออกกฎหมายมันง่าย เพราะพวกเราก็เก่งในการร่างกฎหมายอยู่แล้ว แต่การออก กฎหมายที่ดีมันยากเหมือนกัน กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะควรจะเป็นกฎหมาย พื้นฐานที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นในประเทศ ในร่างอย่างนี้มันไปไม่ได้เลยครับ ท่านประธานครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างของรัฐบาลครับ
ต่อไปเชิญ ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นด้วยในหลักการว่าควรจะมีร่างพระราชบัญญัติ การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... แต่ไม่ได้เห็นด้วยในทุกมาตรา ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น นับว่าเป็นความงดงาม ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก แต่ปรากฏว่ามีบุคคลบางกลุ่มได้ฉกฉวยโอกาสการชุมนุม ของพี่น้องประชาชนมาสร้างความรุนแรง โดยใช้อาวุธ โดยใช้ความรุนแรง ความงดงาม ดังกล่าวนั้นจึงเลยเถิดเป็นความไม่สงบในสังคม และส่งผลให้พี่น้องประชาชนไม่สบายอก สบายใจ และได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทําดังกล่าวด้วย ท่านประธานครับ ผมเห็นร่างพระราชบัญญัตินี้นั้นในสมัยที่ผมมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน ผมเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านคนสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ และผมเห็นว่ารัฐบาลในขณะนั้น ส.ส. รัฐบาลในขณะนั้นได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร จนถึงวันนี้แม้ว่าท่านจะถอนร่างไปก็ตาม แต่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องพูดถึงความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ว่าภายใต้เสรีภาพ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นมีบางบุคคลได้ฉวยโอกาสคําว่า ประชาธิปไตย โดยแอบอิง เอาความรุนแรง เอาอาวุธสงคราม เอาระเบิดสงครามไว้ข้างหลัง แล้วส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่างเช่น คุณธัญญานันท์ แถบทอง แม่ค้าที่สีลมต้องถูกกระสุนปืนเอ็ม ๗๙ (M79) ตายบริเวณแยกสีลม โดยยิงออกมาจาก ฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุม ท่านประธานครับ หรือแม้กระทั่ง พันเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม ก็ต้องตาย บนถนนที่ใกล้ ๆ ที่ชื่อราชดําเนิน ท่านประธานที่เคารพ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ามีการใช้อาวุธ สงครามจากกลุ่มผู้ชุมนุมจริง ท่านประธานครับ เมื่อมีการร่างกฎหมายฉบับนี้หลายสิ่งหลายอย่าง ผมไม่เห็นด้วย และผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของ พี่น้องประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจที่จะขัดขวางได้ การกบฏเป็นสิทธิอันชอบธรรมของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะต่อรัฐบาลทรราชที่ซึ่งไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ การขออนุญาตการชุมนุมก่อนล่วงหน้า ๓ วัน หรือ ๗๒ ชั่วโมง ผมก็รู้สึกว่าทําไมจะต้องนาน ขนาดนั้น หรือแม้กระทั่งการขออนุญาตดังกล่าวนั้นต้องขออนุญาตต่อหัวหน้าสถานีตํารวจ ในท้องที่นั้น ๆ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ตํารวจโดยส่วนมากเขามีงานมากอยู่แล้วในการ บริการตู้ม้า หวยจับยี่กี หรือแม้กระทั่งยาเสพติด มีงานมากอยู่แล้ว ทําไมไปเอางานให้กับ หัวหน้าสถานีตํารวจนั้น ๆ อีก แล้วผมไม่เชื่อว่าตํารวจสถานีตํารวจนั้น ๆ จะดูแลพี่น้อง ประชาชนได้ ท่านประธานครับ หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนย้ายการชุมนุมก็ต้องไปขออนุญาต จากหัวหน้าสถานีตํารวจนั้น ๆ อีกเช่นกัน ผมจึงไม่เห็นด้วยครับ และท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นสอดคล้องกับท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ก็คือ ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องมีโทษทางอาญาในการชุมนุมผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการใช้สิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชนในการชุมนุมนั้นก็ควรที่จะไม่มีโทษทางอาญา แต่ถ้าหากมีการกระทํา ที่ผิดกฎหมายบ้านเมืองเราก็มีประมวลกฎหมายอาญาเข้าไปสอดรับอยู่แล้ว สามารถดําเนินการ ได้ตามนั้น และการจะร่างกฎหมายฉบับนี้ควรจะฟังเสียงขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ฟังเสียงของพี่น้องเอ็นจีโอ และควรจะฟังเสียงของผู้ชุมนุมที่เคยเป็นแกนนําผู้ชุมนุม ท่านประธานครับ เพราะผมคิดว่ากฎหมายใด ๆ ที่จะออกมานั้นควรจะได้รับการยอมรับจาก พี่น้องประชาชน และกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนจน จนเงิน จนทรัพย์สิน จนศักดิ์ศรี อย่างที่ ประทานโทษ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ได้กล่าวไว้ มีแต่คนจน เท่านั้นครับ ท่านประธาน มีแต่คนจนเท่านั้นที่มาชุมนุม หรือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น ที่มาชุมนุม แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนฉกฉวยโอกาสประกาศตนเป็นเจ้าของคนจน หรือใช้คนจน คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ของตน ท่านประธานครับ ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นก็ควรที่จะมีขึ้น เนื่องด้วยเพราะว่ามีคนได้ฉวยโอกาสจากการชุมนุมของพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องฟังเสียงรอบด้านอย่างถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาได้ว่า สภานี้เป็นเผด็จการ ท่านประธานครับ เมื่อ ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านได้ขออนุญาต ท่านประธานเปิดการ์ตูนมีการเสียดสีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ได้นําการ์ตูนในลักษณะเดียวกันไปขออนุญาตต่อท่านประธานชัย ชิดชอบ ก็ปรากฏว่า ท่านตอบกลับมาว่าไม่อนุญาต จะกระทบบุคคลอื่น ผมก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ไปยังท่านประธานชัย ชิดชอบ ซึ่งขณะนี้นอนหลับอยู่ใน ห้องประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าท่านเขียนบอกว่าไม่อนุญาต จะกระทบบุคคลอื่น แล้วทําไมการ์ตูนดังกล่าวซึ่งกระทบต่อ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ทําไมท่านจึงอนุญาตให้ เปิดทางจอของโทรทัศน์รัฐสภาได้ สิ่งนี้ผมเห็นว่าไม่ยุติธรรม แต่ไม่เป็นไรครับท่านประธาน เมื่อท่านประธานชัยไม่อนุญาตผมก็จะไม่กล่าวถึง ท่านประธานที่เคารพ ๒ สงกรานต์ที่ผ่านมา ๒ ปี ที่ผ่านมา พี่น้องชาวกรุงเทพฯ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศรู้สึกอย่างไร ๒ สงกรานต์ที่ผ่านมา พี่น้องทั่วประเทศมีความสุขหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ สงกรานต์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครกลายเป็นทะเลเพลิง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานชัย ชิดชอบ ที่ขึ้นมาบนบัลลังก์ทันที แสดงว่าท่านไม่ได้หลับ ผมกราบขออภัย ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหน้าใหม่ ผมเห็นการชุมนุมของพี่น้องประชาชนทุกสี ล้วนแต่เป็นสิ่งที่งดงามตามระบบประชาธิปไตย แต่การใช้คําพูดบนเวทีในการหมิ่นประมาท ผู้อื่นก็ต้องรับผิดชอบเป็นเฉพาะบุคคลไป ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเขาประกาศว่าจะนํา ท่านประธานแขวนคอด้วยผ้าขาวม้าบนเวทีหน้าทําเนียบรัฐบาล ท่านประธานจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเขาประกาศว่าพี่น้องเผาเลย ผมรับผิดชอบเอง เผาให้หมดทั้งกรุงเทพมหานครเลย ผมรับผิดชอบเอง ท่านประธานจะรู้สึกอย่างไร แล้วพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังได้ยินจะรู้สึก อย่างไร นั่นก็คือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขต เกินกว่าความเป็นมนุษย์ที่จะ กระทํากัน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นว่าการที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะพยายามที่จะ ออกกฎหมายออกมาเพื่อควบคุมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรจะได้รับการยอมรับ จากทุกฝ่าย และในขณะเดียวกันควรที่จะคุ้มครองพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุมให้ได้รับ ความปลอดภัย เช่นเดียวกับคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายให้ได้รบความปลอดภัย ด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ การอํานวยการจากภาครัฐหรือองค์การปกครองส่วน ท้องถิ่นก็ต้องดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องสุขา น้ําดื่ม หรือหน่วยพยาบาล ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราจะออกกฎหมายบังคับในสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เราก็ต้องดูแลพี่น้องให้ดีอย่างเสมอภาคกัน และผมเชื่อว่ากฎหมายใด ๆ ก็สุดแท้แต่ถ้าออกมา โดยพี่น้องประชาชนทั้งประเทศให้การยอมรับก็จะไม่สามารถบังคับใช้ได้ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นับว่าเป็นก้าวหนึ่งที่ดี แต่ต้องได้รับการปรับปรุง การแก้ไข การแปรญัตติ อย่างทั่วถึงและละเอียดรอบคอบ เพราะนี่เท่ากับจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติเอาไว้ทุกประการ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้นเป็นสิ่งที่ควรทํา อย่างยิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาลหรือแม้แต่สภาแห่งนี้ก็ต้องฟังเสียงของพี่น้อง ประชาชน ท่านประธานก็ดี สมาชิกหลายท่านก็ดี ก็เคยได้ใช้บริการบันไดลิงหลังอาคาร รัฐสภามาแล้ว เพราะหนีกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากอาคารรัฐสภาแห่งนี้ นั่นคือใช้สิทธิเสรีภาพ แต่กระทบต่อสิทธิของท่านประธาน และกระทบต่อสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ซึ่งต้องหนีออกจากอาคารรัฐสภาเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธบุกเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่ากฎหมายฉบับนี้ควรจะต้องมี แต่ต้องละเอียดรอบคอบ และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
เชิญท่านประธานชัยครับ
ผมขอบคุณนะครับ ท่านวัชระ ที่ท่านพูดถูกต้องทุกอย่าง ผมไม่หลับหรอกครับ เพราะผมจะทําหน้าที่ของผม ในเรื่องกฎหมายต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในสภานี้ให้เสร็จ กระผมมีความห่วงวิตกกังวลตัวท่าน ผมรักท่านนะครับ ผมจึงไม่อนุมัติให้เอาเอกสารนั้นเพราะว่ากลัวท่านจะเลยเถิด เดี๋ยวคดี สู่ศาลอีก ผมเรียนกับท่านด้วยความเคารพรัก ผมก็เลยทําเพื่อท่าน ไม่ใช่เพื่อตัวผม ก็หวังว่า ท่านก็คงจะเห็นใจผมบ้าง ไม่เห็นใจตัวเองก็แล้วไปนะครับ ส่วนท่านพีรพันธุ์ที่เรียนว่า ผมไม่เข้าใจกฎหมาย ผมก็เป็นลูกศิษย์ท่าน ท่านจบอังดรัวต์ (En droit) มา ผมก็จบ บ้านนอกมา ผมเข้าใจเพราะตํารวจมันไม่มีอะไรที่จะคุ้มครองเขาก็มาร้องขอ ผมก็จําเป็น ที่ต้องปฏิบัติ เมื่อรัฐบาลเสนอมาเราก็ต้องบรรจุระเบียบวาระ แม้แต่ท่านเองนะครับ ผมว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่ทําให้ท่านต้องถอน อันนี้ผมเห็นใจนะครับ ฉะนั้นจึงเรียน เพื่อโปรดทราบ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ที่บรรจุเข้าระเบียบวาระก็ทําตามขั้นตอนครับ ไม่ได้มีสิ่งใดที่จะแอบแฝงอะไรทั้งสิ้น และก็เรียนให้ทราบนะครับผมก็ได้ชี้แจงเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระมีอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอกราบขอบพระคุณที่ท่านประธานชัยได้กล่าวว่าเห็นแก่กระผม แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานชัยว่าท่านไม่จําเป็นต้องเห็นแก่ กระผม ท่านควรจะเห็นแก่ความยุติธรรมและความเสมอภาคระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล
ก็แค่นี้ครับ เชิญท่านพีรพันธุ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุขครับ ต้องขอบพระคุณท่านประธานชัย ชิดชอบ นะครับที่ได้กรุณาได้บอกว่าท่านคิด อย่างไรท่านประธานครับ ที่ผมเรียนบอกว่าบรรยากาศของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ มันไม่เหมาะสม ที่ไม่เหมาะก็เพราะว่าผู้คนจะเข้าใจว่าพวกเราจะออกกฎหมายไปควบคุม การเดินขบวน ซึ่งมันไม่ใช่ พอหนังสือพิมพ์มันพาดข่าวหัวอย่างนี้ ชัยดันกฎหมายคุมม็อบ คนเขาอ่านข่าว ข้างนอกเขาอ่านข่าว เขาจะคิดว่าท่านประธานของผมจะออกกฎหมายไปคุม ม็อบ แต่อย่างน้อยท่านก็ยังพูดบอกว่าห่วงตํารวจที่ไม่มีเครื่องมือ ผมก็เข้าใจว่าตํารวจเขาขอ เครื่องมือ แต่ว่าวิธีคิดแบบตํารวจ ท่านประธานครับ ผมเห็นร่างที่กฎหมายฉบับนี้ที่เสนอ โดยตํารวจครั้งแรก รับไม่ได้จริง ๆ เป็นกฎหมายไม่ใช่ให้การชุมนุมนะ เป็นกฎหมายไปห้ามคนชุมนุม นี่ยังดีที่มีการแก้ไขดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ผมเรียนท่านประธานคืออันนี้ ไม่ใช่ผมไปบอกว่าท่านประธานไม่รู้ไม่เข้าใจกฎหมาย ไม่ใช่ครับ ผมเป็นห่วงว่าคนข้างนอก เขาจะไม่เข้าใจว่าสภากําลังพิจารณากฎหมายนี้ทําไม ท่านประธานครับ บางครั้งการออก กฎหมายนี่บรรยากาศของการพิจารณากฎหมายมันสําคัญอย่างยิ่ง สิ่งที่มันขาดในการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ก็คืออันนี้ ผมนึกว่าบรรยากาศขณะนี้มันไม่เหมาะ เพราะอะไร เพราะผู้คนกําลังเดินขบวน กําลังทําต่ออะไรกันอยู่ บรรยากาศอย่างนี้คนเขาจะว่าพวกเราจะ ไปควบคุมพวกเขา ไม่ใช่ บรรยากาศที่มันจะควรพิจารณากฎหมายฉบับนี้ก็คือบรรยากาศที่ดี ที่เป็นประชาธิปไตย ทุกคนก็จะเข้าใจด้วยกันว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องออกมาเพื่อส่งเสริมให้ ผู้คนสามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมได้ นี่คือประสิทธิภาพของประเทศนะครับ ถ้าผู้คน สามารถชุมนุมโดยสงบได้ นี่คือประสิทธิภาพของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย กฎหมายมัน ต้องออกอย่างนี้ ผมถึงห่วงว่ากฎหมายอย่างนี้สุดท้ายมันจะออกเป็นกฎหมายที่จะมาควบคุม การรณรงค์ ผมถึงถามซีกรัฐบาล ยังไม่มีใครตอบผมเลยว่าท่านได้ทําตามมาตรา ๕๗ วรรคสองหรือยัง ไปถามประชาชนเขาหรือยัง ยังครับ ยังเลย
พอแล้วครับ ท่านได้อภิปรายไปแล้วครับท่านพีรพันธุ์ เมื่อสักครู่ผมให้สิทธิท่านถูกพาดพิง พอแล้วครับ เดี๋ยวท่านชลน่านจะได้อภิปรายต่อ เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงหรือครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตถามคิวจากท่าน สักนิดหนึ่งก็แล้วกัน เพราะว่าเนื่องจากทางฝ่ายวิปรัฐบาลจะต้องบริหารทั้งเวลาแล้วก็ เรื่องของสมาชิกด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อการประชุม ท่านช่วยขานรายชื่อ แล้วก็ท่านจะลอง คํานวณเวลาว่าวันนี้จะเดินไปถึงตรงไหน
ขณะนี้ผู้ประสงค์จะอภิปรายนะครับ จากท่านชลน่าน จะเป็นท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ ท่านเรวัต สิรินุกุล ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แล้วก็ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ที่มีชื่ออยู่ขณะนี้นะครับ มีฝ่ายรัฐบาลอยู่ ๔ ท่าน เหลือฝ่ายค้านอยู่ ๓ ท่าน เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนคนหนึ่งที่ต้องทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ต่อการที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. .... ความหมายก็เป็นกฎหมายใหม่เข้าสู่สภาแห่งนี้เพื่อพิจารณาในวาระ รับหลักการว่าสภาแห่งนี้จะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการที่ ท่านคณะรัฐมนตรีได้เสนอให้กับสภาแห่งนี้ก็สั้น ๆ ครับ แต่กว้างขวางมาก ให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ คืออ่านหลักการอย่างนี้นะครับ ถ้าไม่ดูเนื้อหาสาระ ไม่ดูเหตุผล ประกอบแล้วก็เป็นการยากที่จะบอกกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่า เราจะเห็นชอบด้วยกับหลักการหรือไม่เห็นชอบด้วยกับหลักการ โดยเฉพาะผมอ่านหลักการแล้ว ผมต้องมาอ่านเหตุผลครับท่านประธาน เหตุผลนี่ให้ไว้สั้นมาก ให้เหตุผลว่า โดยที่มาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ และการจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ คือลอกรัฐธรรมนูญมา นั่นละครับ แล้วเขียนเหตุผลที่เป็นข้ออ้างก็คือ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนเว้นวรรคนะครับ แต่ว่าในร่างนี้ไม่วรรคเขียนต่อเนื่องเลย มีความหมายครับท่านประธาน อาศัยอํานาจบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณี การชุมนุมสาธารณะและเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ตรงนี้ ละครับที่เป็นความจําเป็นต้องมีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เฉพาะกรณีชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองประชาชนในการที่จะมีความสะดวกในการใช้ที่สาธารณะ ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลอย่างนี้ ความหมายที่สําคัญคือคุ้มครองประชาชนที่จะได้รับ ความสะดวกในการที่จะใช้ที่สาธารณะกรณีมีการชุมนุมในที่สาธารณะ เพราะฉะนั้นวรรคหนึ่ง เป็นวรรคทอง ห้ามไม่ได้ครับ จะต้องมีการชุมนุม ผมยกตัวอย่างร่างพระราชบัญญัติทางหลวง ที่สภาแห่งนี้เคยไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในมาตราที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติที่ว่า ห้ามชุมนุมในที่ทางหลวง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา ๔๖ กฎหมายที่เสนอไปว่าขัดต่อ บัญญัติรัฐธรรมนูญ กฎหมายฉบับนั้นตกเลยครับ นี่คือห้ามเลย แต่กฎหมายฉบับนี้ถ้าจะออก สิ่งที่สําคัญที่สุดต้องคํานึงถึงวรรคหนึ่ง จะห้ามมิได้เพราะเป็นเสรีภาพ แต่วรรคสองเขาบอก ต้องคุ้มครองประชาชนที่ยังใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะนั้น คําว่า ประชาชน ในที่นี้ก็ต้อง หมายถึงผู้ชุมนุมด้วยครับ เพราะผู้ชุมนุมก็คือประชาชน สิทธิของเขาที่จะใช้ที่สาธารณะ แห่งนั้นย่อมมี ผมยกตัวอย่างที่สนามหลวง ถ้าท่านห้ามไม่ให้เขาไปชุมนุมตรงนั้นเขาก็ต้อง ไปอยู่ที่อื่นใช่ไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ตรวจสอบหลักการ เหตุผล แล้วตัวบทบัญญัติแล้วผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมมีเหตุผล ผมจะเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ความเห็นต่อการมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุม สาธารณะผมเห็นด้วยว่าควรมี อย่าตีประเด็นว่าผมเห็นด้วยกับฉบับนี้นะครับ ผมเห็นด้วย กับการควรมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชนต่อการใช้ที่สาธารณะ แต่เมื่อผมมาตรวจสอบอยู่สารบัญญัติของกฎหมาย ฉบับนี้ที่มี ๓๙ มาตรา รวมบทเฉพาะกาลแล้ว สารบัญญัตินั้นไม่ได้สอดรับกับการ ให้การคุ้มครองพี่น้องประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะหรือการให้อํานวยความสะดวกการใช้ ที่สาธารณะเลย กับเป็นการจํากัดเสรีภาพในการชุมนุมของพี่น้องประชาชนตามวรรคหนึ่ง มาตราที่เขียนรองรับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้มันก็แปลความว่าการเขียนกฎหมาย แบบนี้สุ่มเสี่ยงต่อการขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๖๓ นี้ นะครับ เพราะรัฐธรรมนูญในมาตราที่เกี่ยวข้องนี้เขาบอกว่าการที่จะไปห้ามกระทํามิได้ เว้นแต่อาศัยกฎหมายเท่าที่จําเป็นและกฎหมายนั้นจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสาระสําคัญ แห่งสิทธิและเสรีภาพนั้น ถ้าท่านเขียนอย่างนี้กระทบสาระสําคัญอย่างแน่นอนครับ เพราะท่าน ต้องให้แจ้ง ถ้าแจ้งไม่ทันต้องขออนุญาต ถ้าจะเคลื่อนย้ายขบวนก็ต้องขออนุญาต ซึ่งสิ่งเหล่านั้น เป็นเสรีภาพของการชุมนุมเป็นสาระหลักของการชุมนุม เพราะฉะนั้นประเด็นสําคัญเรื่องนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยเพราะว่า เป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยเพราะว่ารัฐบาลเสนอกฎหมายนี้ อยากให้รัฐบาลทําเองแล้วจะได้ใช้ จะได้บอกว่า นี่คุณทํามา ไม่ใช่อย่างนั้นครับ กฎหมายถ้าดีมันมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมบอกแล้วผมเห็นด้วยกับการมีกฎหมายในเรื่องนี้ แต่ดูสารบัญญัติกฎหมายฉบับนี้แล้ว ผมรับไม่ได้
เรื่องต่อไปครับท่านประธาน ดอกเตอร์พีรพันธุ์ในฐานะผู้เสนอกฎหมาย ได้ถอนร่างไปพูดไปแล้ว เกี่ยวข้องกับมาตรา ๕๗ วรรคสอง สิ่งที่กระทบต่อความเป็นของ พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะมีส่วนได้เสียของพี่น้องประชาชนต้องไปทําการรับฟังความคิดเห็น รัฐบาลอาจจะละเลย อาจจะดูรัฐธรรมนูญไม่ครอบคลุมก็เลยไม่ดูเรื่องนี้เข้ามา มันมีความจําเป็นครับท่านประธาน ถามว่าออกกฎหมายฉบับนี้ไปมีผู้คนมีส่วนได้เสียหรือไม่ แน่นอนครับ มีส่วนได้เสียแน่นอน โดยเฉพาะคนที่เดือดร้อนจากการให้บริการของภาครัฐ เขาเลยต้องมาชุมนุม
เรื่องต่อไปครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่ผมต้องฝากกราบเรียนท่านประธาน การออกกฎหมายฉบับนี้มาดแม้นว่าผ่านรัฐสภาไปประกาศใช้ในราชกิจนุเบกษา สิ่งที่ได้มา ก็เป็นเพียงกฎหมายธรรมดาฉบับหนึ่งเท่านั้นเอง ที่ไปพูดเกี่ยวกับการควบคุมการชุมนุมของ ผู้มีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ได้แค่นั้นครับ ฐานคิดที่ท่านเอาตัวอย่าง การชุมนุมจากทางการเมืองมาตั้งแล้วคิดเอากฎหมายฉบับนี้มาจับแล้วบอกว่ามาดูแล มาส่งเสริมการชุมนุมในที่สาธารณะ วิธีคิดก็ผิดแล้วท่านประธาน เพราะรูปแบบการชุมนุม ทางการเมืองกับการชุมนุมของพี่น้องประชาชนที่จะเรียกร้องสิทธิของเขาที่พึงมีพึงได้ ผมยกตัวอย่างเช่นที่จังหวัดน่านขณะนี้ครับ พริกราคาตกต่ํามากท่านประธาน เมื่อก่อน ขายกิโลกรัมละ ๑๐ กว่าบาท ขณะนี้เหลือ ๓ บาท เขาก็ต้องมาเรียกร้อง ผมเองในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนเขา บอกมาที่ศาลากลาง มาส่งหนังสือด้วยความสงบนะ อันนี้ผมหวังดีต่อบ้านต่อเมืองนะครับ นี่คือการกระทําของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอย่ามองคนในแง่ร้ายตลอด เราต้องช่วยกันแก้ปัญหา ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีพรทิวา เลยครับ บอกว่าวันศุกร์นี้จะเอาเข้า คชก. ให้เลย อย่างนี้คือความใส่ใจ ชาวนาเขาประท้วงมา กี่วันแล้วครับ มาตรการที่ออกไปเขาไม่พอใจจะต้องทําอย่างไร ท่านประธานครับ การชุมนุม ทางการเมืองที่พวกเราพูดมาทั้งหมดนี้ผมบอกให้ครับ กฎหมายฉบับนี้ใช้ไม่ได้เลย ใช้ไม่ได้ครับ เพราะท่านจะไปประกาศเรื่องของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร ท่านจะใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเข้าไป ดําเนินการเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ท่านบอกว่าการชุมนุมอย่างนี้เป็นการชุมนุม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นการออกไปมันไม่แตกต่างกับการที่ท่านจะบังคับ ใช้กฎหมายธรรมดา เพราะโทษที่ท่านเขียน อํานาจที่ท่านมีก็มีในกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่ท่านไม่ได้ใช้ ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงว่าจะเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ ตํารวจในฐานะเป็นผู้ควบคุมความสงบเรียบร้อยภายในหรือไม่ ผมดูแล้ว ท่านประธานครับ ไม่ได้แตกต่างจากพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรอกครับ ไม่แตกต่างจากพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรอกครับ เขาทําตามกฎหมายฉบับนั้น เมื่อจะเอาโทษเขาท่านก็บอกว่าเขาต้องติดคุก ไม่มีหลักประกัน ใด ๆ ทั้งสิ้น ผมบอกท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องตํารวจที่เคารพ ท่านไปดูบทบัญญัติให้ดี ไม่มีอะไรคุ้มครองท่านเลย กฎหมายธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไปท่านก็ดําเนินการได้อยู่แล้ว ถ้าเขาทําผิด โดยเฉพาะท่านกําหนดโทษเป็นเรื่องของอาญาด้วย ทําได้อยู่แล้วครับ ท่านประธาน ไม่จําเป็นต้องมีกฎหมายลักษณะเขียนแบบนี้นะครับ ถ้ามีกฎหมายเขียนแบบนี้ ไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ เพราะว่าภาพรวมทั้งหมดนี้มันเป็นการจํากัดสิทธิตามวรรคหนึ่ง กําจัดเสรีภาพนะครับท่านประธาน วรรคหนึ่งเขียนเสรีภาพ การแสดงออกอย่างเสรี โดยปราศจากอาวุธในการชุมนุมของเขาเพื่อเรียกร้องต่อรอง เพราะฉะนั้นท่านประธาน ด้วยความเคารพ ในเรื่องนี้ผมอยากบอกผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพว่าเราเองนะครับ ถ้ากฎหมายดีมันก็มีประโยชน์ เพราะกฎหมายใช้บังคับกับทุกคน ครั้งหนึ่งเราอาจจะเป็น ผู้ชุมนุม ครั้งหนึ่งเราอาจจะเป็นผู้จัดการชุมนุม ครั้งหนึ่งเราอาจจะเป็นผู้ควบคุมการชุมนุม เป็นประโยชน์ทั้งหมดครับ แต่กฎหมายออกมาแล้วมันบังคับใช้ไม่ได้ ใช้แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา ใช้แล้วไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพที่มีกําหนดไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วมันก็ไม่ควรเป็น กฎหมาย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เหตุผลที่ผมกล่าวมา ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธาน คือสิ่งที่ไม่กล้ารับ ไม่อาจที่จะรับกฎหมายฉบับนี้ได้ เรียกร้องด้วยครับ ถ้าสมมุติเพื่อนสมาชิกเห็นด้วยกับผมนะครับ เราไม่รับกฎหมายฉบับนี้ มันก็ตกไป ทํามาใหม่ให้มันดี ให้มันสอดรับกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็น่าจะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพ ต่อการนําเสนอของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าเราจะมาพูดกันตามความเป็นจริงนี่ผมว่าวันนี้ประเทศชาติของเรานั้นก็อยู่ท่ามกลางวิกฤติ ความขัดแย้งกัน ๔-๕ ปีติดต่อกันมา และผมก็เชื่อว่าวันนี้ไม่ว่าจะเป็นใคร จะเป็น นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนเป็นรัฐบาลก็มีความต้องการอย่างเดียวกัน คือต้องมี เครื่องมือในการที่จะกํากับดูแลเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมนี้ได้มาชุมนุมตามกรอบของ กฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดในมาตรา ๖๓ เรามีความรู้สึก เรามีความคิดเห็น อย่างเดียวกัน ที่พิสูจน์ได้ในคําพูดของกระผมก็คือว่าที่เห็นกันชัด ๆ นั่นละครับ เมื่อครั้งที่ พรรคการเมืองหนึ่งเป็นรัฐบาลก็ได้นําเสนอร่างของกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา วันนี้เมื่อรัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลก็มีความเห็นสอดคล้องต้องกัน ก็เห็นควรจะมีกฎหมายนี้เข้าสภาเพื่อกํากับดูแล การชุมนุมให้เกิดความเรียบร้อย นี่คือความคิดเห็นที่ตรงกันของแต่ละพรรคการเมือง แต่อยู่ที่ช่วงจังหวะและโอกาสไหนที่ใครจะคิดว่าในช่วงเวลาไหนเหมาะสม ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมคงไม่ขัดแย้ง เพียงแต่ว่าผมสนับสนุนให้มีกฎหมายที่จะกํากับการดูแล การชุมนุมของพี่น้องประชาชน แต่การนําเสนอกฎหมายใด ๆ ก็ตามมันคงไม่สามารถที่จะ ครอบคลุม คงไม่สามารถที่จะดีเลิศไปหมดในทุกมาตรา ผมยังเห็นว่าถ้าเรา มีการนําเสนอขึ้นมาแล้ว ถ้าทุกฝ่ายรับกันได้ตั้งคณะกรรมาธิการมาช่วยกันพิจารณา ช่วยกัน กลั่นกรองเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ดี สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมว่าบ้านเมืองก็จะได้ประโยชน์ วันนี้เราต้องไม่ปฏิเสธตนีล ในการชุมนุมที่ผ่านมานี้ถามว่า การชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักไทย ปี ๒๕๕๐ กําหนดให้มีการชุมนมุโดยอิสระปราศจากอาวุธ ในความเป็นจริงผู้ที่มาชุมนุมได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ไม่ เพราะหลายครั้งที่ผ่านมา การชุมนุมหลายครั้ง ไม่ว่าจะทุกสีที่ออกมานั้นก็จะปรากฏภาพความเสียหาย ความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งครั้งสุดท้ายหลังจากที่มีการกระชับพื้นที่ที่ราชประสงค์เสร็จ ความเสียหายที่ติดตามมาคืออะไร มีการไปเผาทําลายศาลากลางในหลาย ๆ จังหวัด รวมไปถึงบ้านของผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ในขณะนั้นก็มีพี่น้องอีกส่วนหนึ่ง นับเป็นหลายร้อยคนได้บุกไปที่บ้านของผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน ท่านประจักษ์ แก้วกล้าหาญ พี่น้องไปด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว มีอาวุธพร้อม ไปในตอนย่ําค่ํา ผลสุดท้ายเป็นอย่างไรครับ คนเป็นร้อย หลายร้อยคนไปด้วยอารมณ์ที่ โกรธแค้นเขาก็ต้องป้องกันตัวเองครับ เมื่อป้องกันตัวเองขึ้นมาถ้าหากว่าเข้าไปในบ้านได้ แน่นอนเราทํานายไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขนาดศาลากลางยังเผา แล้วบ้านผู้แทนราษฎร จะไปเหลืออะไร ผลสุดท้ายก็ต้องป้องกันทรัพย์สินของเขา เห็นไหมครับ ถามว่าอย่างนี้ เป็นการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ เป็นการชุมนุมโดยสงบหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ผมดูแล้วหลายมาตราก็มีประโยชน์ เช่น ในมาตรา ๑๖ หน้าที่ของผู้จัดการชุมนุม ก็กําหนดเอาไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จัดการชุมนุมจะต้องอยู่ช่วยกํากับดูแล เพื่อให้การชุมนุมนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอยู่ในกรอบตามที่ได้แจ้งเอาไว้ต่อเจ้าหน้าที่ ของบ้านเมือง เพราะว่าเราเห็นหลายครั้งครับ พอเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาเสร็จปั๊บ มีการประสานงาน มีการร้องขอจากทางราชการหรือผู้ปฏิบัติควบคุมการชุมนุม ก็บอกว่า ไม่สามารถที่จะกํากับดูแลได้ ไม่สามารถจะควบคุมผู้ชุมนุมได้ เมื่อควบคุมไม่ได้เอาคนออกมา อยู่บนกลางถนนเป็นเรือนพันเป็นเรือนหมื่น บางครั้งเป็นหลายหมื่น เมื่อขาดผู้ประสาน ขาดผู้ที่จะกํากับดูแล ขาดผู้ที่จะควบคุม ผลสุดท้ายความเสียหายก็เกิดขึ้น ใครเสียหาย ผมถือว่าวันนี้ประเทศชาติเสียหาย เพราะฉะนั้นผมถือว่ามาตรานี้เป็นมาตราที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการขออนุญาต กระผมเห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านที่บอกว่าการขออนุญาตต่อการชุมนุมนี้ จะต้องไปยื่นเรื่องขอต่อทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ ผมว่าไม่จําเป็น บุคคลที่รู้ดีที่สุดที่อยู่ใกล้ชิด และสะดวกที่จะยื่น ขอได้ตั้งแต่ อบต. อําเภอ จังหวัดนั่นละครับ ส่วนมีการขอแล้วทางหน่วยงาน ที่รับเรื่องจะแจ้งประสานไปทางเจ้าหน้าที่ตํารวจให้มาดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม อันนั้นเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ได้รับแจ้งที่จะต้องไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การที่จะไปขอกับเจ้าหน้าที่ตํารวจโดยตรงนั้นผมไม่เห็นด้วย ซึ่งในชั้นกรรมาธิการคิดว่าก็คง จะได้มีการที่จะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์มากที่สุดครับ ท่านประธานที่เคารพ เราต้องยอมรับว่าการชุมนุมของพี่น้องประชาชนนั้นเหมือนที่ ท่านสมาชิกหลายท่านได้กรุณานําเรียน ถ้าเขาไม่ทุกข์ เขาไม่เดือดร้อน เขาไม่มาชุมนุมหรอก แต่การที่ถ้าเราจะไปขออนุญาตในการชุมนุมไว้ก่อนเพื่อที่จะให้รัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่จะนําข้อมูลต่าง ๆ นั้น มาชุมนุม มาบอก มาเล่าให้หน่วยงานได้รับทราบผมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี มีการประสาน ประโยชน์กันทั้ง ๒ ฝ่าย ทางรัฐบาลทางหน่วยงานก็จะเตรียมการเพื่อที่จะรู้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้อง พี่น้องที่มาชุมนุมก็จะได้รับความสะดวก ได้รับการดูแล อํานวย ความสะดวกในทุกด้าน ปัญหาต่าง ๆ ก็จะได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนที่จะให้มี กฎหมายเพื่อที่จะอํานวยความสะดวกให้แก่พี่น้องที่มาชุมนุม และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในขั้นสุดท้ายขั้นของการตั้งคณะกรรมาธิการในการพิจารณากฎหมายนั้นเราจะได้ระดม ความคิดความเห็นช่วยกันครับ ถ้าท่านคิดว่าอย่างไรพี่น้องจะได้ประโยชน์ อย่างไรบ้านเมือง จะสงบสุข ผมว่าเราต้องกลับมาช่วยกันในทุกคน ทุกองค์กร เพราะสุดท้ายสิ่งที่จะได้ก็คือ พี่น้องประชาชนและประเทศชาติของเรา ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ .... หลายท่านก็พูดมาแล้ว นะครับ ผมจะพยายามไม่ให้ซ้ําประเด็นเดิมนะครับ จะเสนอแนะแล้วก็ผมจะอภิปรายใน แนวทางที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. นี้ เพราะว่าสังคมประชาธิปไตยถ้ายังมีกฎหมาย มาควบคุมไม่ให้ผู้คนได้แสดงออกนี้ ผมก็ว่ามันก็เป็นร่างเงาของเผด็จการ เป็นเครื่องมือของ เผด็จการ ใครจะขอมาก็ตาม สําหรับตัวกระผมเองผมไม่เห็นด้วยในการที่จะมีกฎหมาย ในการควบคุมในการชุมนุมของประชาชน ซึ่งมันก็ขัดอยู่แล้วกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ ประธานครับ ถ้าประชาชนยังมีความสุขดีอยู่ผมว่าไม่มีการชุมนุม ไม่มีคนไหนเขามาชุมนุมหรอก ตามกฎหมายเท่าที่อ่านดูแล้วให้ทําได้เฉพาะเรื่องธรรมดาที่ชาวบ้านทํากันอยู่แล้ว ชุมนุมแห่บุญ แห่กฐิน ลักษณะอย่างนี้ไม่จําเป็นต้องมาขอ มันมีกฎหมายอะไร อันนั้นมันชุมนุมได้ ชุมนุมในการเล่นกีฬา ชุมนุมในการไปแข่งว่าวกันที่สนามหลวงไม่จําเป็นต้องมีกฎหมาย เพราะปกติทํากันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเท่าที่อ่านดูแล้วไม่จําเป็นต้องมีกฎหมายอันนี้ มันไม่มี ประโยชน์เลย อันที่ ๒ ครับ ถ้ารัฐบาลตอบสนองหรือปฏิบัติตามนโยบายที่ตัวเองประกาศไปแล้ว ถ้าประกาศได้ไม่โกหกประชาชน รัฐบาลไหนก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ รัฐบาลไหนก็ตามประกาศแล้วทําไม่ได้ แล้วเป็นการโกหกประชาชน รัฐบาลเดือดร้อน ประชาชนก็ต้องมาชุมนุมกันเรียกร้องสิทธิตามที่รัฐบาลได้ประกาศไป อย่างนี้เป็นต้นครับ เขาคงไม่มาชุมนุมกันถ้านโยบายรัฐบาลไม่ล้มเหลว ถ้าสังคมเกิดความยุติธรรม สังคมไหน ก็ตามถ้าเกิดความยุติธรรมไม่รู้จะมาชุมนุมทําไม เพราะฉะนั้นก็ไม่จําเป็น ผมถึงไม่เห็นด้วย กับกฎหมายฉบับนี้เพราะว่าไม่จําเป็นเลย เพราะเท่าที่ดูแล้วผมจะยกตัวอย่างให้เห็น บางหมวด อย่างหมวดที่ ๑ สรุปว่าการชุมนุมในที่สาธารณะเป็นไปโดยสงบและปราศจาก อาวุธ ผมบอกว่ามีที่ไหนเขาไม่โดยสงบ ไปดูสิ พันธมิตรเขาโดยสงบไหม เขาก็ขึ้นเวทีปราศรัย กันทุกคืน เขาก็นอนฟังกันอยู่ ถ้าเขามีอาวุธเขาก็มีความผิดอาญาอย่างที่หลายท่านอภิปราย ไปแล้ว ก็ไปจับเขาเลยถ้าเขาทําผิด ชุมนุมที่ไหนก็ตามนะครับ ที่ไม่ปราศจากอาวุธนี่ ถ้าไม่ยกตัวอย่างก็ไม่เห็น การชุมนุมคนเสื้อแดงอย่างนี้ อยู่ ๆ ทหารถูกยิง อยู่ ๆ ชาวบ้าน ถูกยิง ตาย ๙๑ ศพ เจ็บ ๒,๐๐๐ คน ใครเป็นคนทํา ใครไม่ปราศจากอาวุธหรือ ทําไม ชาวบ้านถึงเจ็บมากตายมากขนาดนั้น ผมดูบทลงโทษของกฎหมายฉบับนี้ไม่เห็นบทลงโทษ ผู้ไปกระทํากับชาวบ้านเลย มีแต่จะเอาผิดชาวบ้าน เห็นไหมครับ อ่านดูสิครับ บทลงโทษ มีไหม ไม่มีเลย มีแต่จะเอาความผิดกับผู้ชุมนุม กับผู้จัดการชุมนุม กับผู้ร่วมชุมนุม แต่คนที่ มาทําผู้ร่วมชุมนุมหรือผู้จัดการชุมนุมให้เขาบาดเจ็บเสียหายไม่มีบทลงโทษเลย ผมถึงว่าไม่มี ประโยชน์
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากเสนอ อยากแสดงความคิดเห็น อย่างหมวดที่ ๒ นะครับ การชุมนุมต้องแจ้งการชุมนุม ผมถามว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนจะรอการแจ้งการชุมนุม ผมว่ามีแต่เจ้านายจะบอก มึงหนีสิ มึงจะมารอแจ้งทําไม คนที่จะไปขอชุมนุมไปหาเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะอยู่หรือ ผมว่าไม่อยู่หรอกครับ เผลอ ๆ ถูกเจ้านายเพ่งเล็ง บอกว่ามึงมารอรับ การชุมนุมทําไม ทําไมไม่หนี ทําไมมานั่งอนุญาตอยู่ ผมว่ามันจะเป็นอย่างนี้ ในที่สุดชาวบ้าน ก็กดดัน มันก็ทําให้การชุมนุมนี้ไม่เป็นไปตามที่กล่าวไว้ในกฎหมาย ผมว่าเป็นไปยาก หลาย ๆ ครั้งเจ้าหน้าที่ไม่ว่าระดับอําเภอ ระดับจังหวัดก็ตามเห็นชาวบ้านมานี่ อย่าว่าแต่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ใหญ่กว่าผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องกระโดดหนี ไม่รอฟังชาวบ้านหรอกครับ ใครจะมารอการอนุญาตให้คนมาจัดการชุมนุม อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ยังเอาศาล เข้ามาเกี่ยวข้องอีก ผมบอกว่าเรื่องการชุมนุมไม่น่าจะเอาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ศาลท่านน่าจะ ตัดสินคดีความอื่น ๆเอาคดีไปสู่ศาลก่อนถึงให้ศาลมายุ่งเกี่ยว นี่ศาลมายุ่งเกี่ยวกับเรื่อง การชุมนุม การจะจัดการชุมนุมนะครับ พอสรุปได้ว่าเมื่อแจ้งการชุมนุม ผู้จัดการชุมนุม ไม่ปฏิบัติตามหรือล่วงเลยเวลาการที่จะขออนุญาตกันไป ก็มีคําหนึ่งซึ่งผมรับไม่ได้คือว่า เขาจัดการชุมนุมแต่ว่าทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเขาทําผิดกฎหมาย สมมุตินะครับ เขาบอกว่า เขาไม่ผิด เจ้าหน้าที่บอกว่าผิด แล้วก็จัดการควบคุม ตรงนี้หลักการควบคุมมันจะเข้าลักษณะ ขอคืนพื้นที่ นี่ละควบคุม เห็นไหมขอคืนพื้นที่ ขอกระชับพี้นที่ เห็นไหมกระชับหัวชาวบ้าน กี่คนแล้ว หัวเขาหลุด นี่ละครับตัวควบคุม ความหมายคําว่า ควบคุมการชุมนุม ไม่ใช่กําลังตํารวจแล้ว ผมว่าอาจจะใช้กําลังทหารเข้ามาแล้ว อาจจะใช้พระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเข้ามาในการควบคุม เพราะฉะนั้นสังคม ประชาธิปไตยถ้ายังมีคําพวกนี้อยู่ไม่รู้ว่าจะเรียกประชาธิปไตยได้อย่างไร มันก็โกหกชาวบ้าน ทั้งประเทศไม่ให้เขาแสดงออก หมวดที่ ๓ ก็เหมือนกันผมจะไม่พูดเพราะว่าหลายคนพูด ไปแล้ว มันซ้ํากันครับ สําหรับหลายท่านอภิปรายไปผมก็จับประเด็น บางคนบอกว่า เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอด เป็นนักศึกษาอยู่แต่ก็ไม่ดังหรอกครับ แต่ก็อยู่ในเหตุการณ์วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๕ เป็นการชุมนุมในอดีต ชุมนุมระยะสั้นแล้วได้ประชาธิปไตยมา ผมว่าในยุคนั้นผู้นํามันหน้าบาง อยู่ มันไม่หน้าด้านเหมือนสมัยนี้ พอประชาชนมาชุมนุมก็ยอมรับฟังเสียงประชาชนก็ลาออก แต่ทุกวันนี้ชุมนุมไม่ได้ บอกไม่ฟัง ตํารวจแก้ปัญหาไม่ได้ กําลังทหารเข้ามาประกาศภาวะ ฉุกเฉินแล้วก็ล้อมกรอบยิงชาวบ้าน แล้วก็ว่าชาวบ้านฆ่ากันเอง แล้วตัวเองลอยหน้าอยู่ แล้วยังว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย ยังมายกยอปอปั้นว่าเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุด ผมว่า เป็นรัฐบาลที่แย่ที่สุด จอมเผด็จการที่สุด ผมไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เพื่อจะให้เป็น เครื่องมือของเผด็จการ ขอบคุณมากครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้เสนอกฎหมายแทนรัฐบาลครับ ขอใช้เวลาเล็กน้อย เพื่อกราบเรียนชี้แจงในช่วงนี้เพื่อให้ได้ข้อความที่ต่อเนื่องกันกับสิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย เฉพาะในประเด็นสําคัญ
ในประการแรก ผมเรียนกับท่านประธานว่าเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้ไม่มี ตรงไหนเลยที่เป็นการห้ามประชาชนไม่ให้ชุมนุม ประชาชนยังชุมนุมได้อยู่แต่ว่ากฎหมายมี เจตนารมณ์ที่จะให้การคุ้มครอง ให้ความสะดวกกับประชาชนอื่น ๆ ที่มีความจําเป็นที่จะต้อง ใช้ที่สาธารณะในระหว่างที่มีการชุมนุม เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปในลักษณะทํานองว่า ชุมนุมแล้วต้องมาขออนุญาต เนื้อหาสาระของกฎหมายนั้นไม่ได้เขียนอย่างนั้น กฎหมาย เขียนเพียงแต่ว่าถ้าจะมาชุมนุมในที่สาธารณะแล้วก็จะมีผลกระทบต่อความสะดวกของ ประชาชนอื่นต้องให้ผู้ชุมนุมแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะจัดให้มีการชุมนุม ๗๒ ชั่วโมง ถ้าแจ้ง ไม่ทันยังอนุญาตให้ทําเรื่องขอผ่อนผันได้ ท่านประธานที่เคารพ ที่ให้มีการอภิปรายว่า การออกกฎหมายนี้จะขัดต่อมาตรา ๖๓ ผมเรียนว่าได้ดูกันดีแล้วครับ ในกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดเอาไว้ มีสมาชิกได้พูดไปถึงว่าการออกกฎหมายนี้ ไม่ทําประชาพิจารณ์ ไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสียก่อนโดยไปอ้างมาตรา ๕๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าในมาตรา ๕๗ วรรคสองนั้น ก็ได้กําหนดเฉพาะเรื่องของการวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การวางผังเมือง การกําหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน การออกกฎที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เท่านั้นละครับที่ถือว่ามีผลกระทบต่อส่วนได้เสียของ ประชาชนที่รัฐจะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ส่วนการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นเรื่องของการคุ้มครองประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบเพราะการชุมนุม เพราะฉะนั้น ไม่จําเป็นที่จะต้องไปทําประชาพิจารณ์ ไม่จําเป็นที่จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นตามที่ท่าน ได้กล่าวมา ผมเรียนยืนยันว่าผลของกฎหมายฉบับนี้ประชาชนก็ยังสามารถชุมนุมได้ทุกที่ทุกทาง แต่ว่าต้องไม่เป็นการชุมนุมที่เป็นการกีดขวางทางเข้าออกสถานที่สําคัญ ๆ ซึ่งกําหนดเอาไว้ ในมาตรา ๘ ว่าการชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกสถานที่ต่อไปนี้ ๑. คือสถานที่ ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระรัชทายาท และสถานที่พํานักของผู้สําเร็จ ราชการแทนพระองค์ ๒. รัฐสภา ทําเนียบรัฐบาล ศาล และหน่วยงานของรัฐ ๓. ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งสาธารณะ ๔. โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน ๕. สถานทูตหรือสถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ ท่านประธานก็จะเห็นได้ว่าข้อความ ในมาตรา ๘ มีความสมเหตุสมผลครับที่จะต้องกําหนดว่าไปชุมนุมกีดขวางทางเข้าออกของ สถานที่เหล่านี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ที่จะมาแสดงความคิด ความเห็นมาชุมนุมโดยสงบตามปกติเลย ผมก็ขอเรียนให้ทราบครับ
ต่อไปเชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องต้นกระผมขออภิปรายสนับสนุนรัฐบาลในการนําร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. .... มาเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันนี้ ผมเข้าใจดีว่า เป็นเรื่องยากในการบัญญัติกฎหมายฉบับนี้โดยที่ไม่ไปจํากัดสิทธิเสรีภาพบางประการของ พี่น้องประชาชนในการชุมนุมและการแสดงออกในทางสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยที่ ไม่ถูกมองว่าผู้ชุมนุมนั้นเป็นผู้ร้ายหรือเป็นผู้ที่กระทําความปั่นป่วนให้กับบ้านเมือง อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน สังคมไทยเราได้เผชิญกับปัญหาการชุมนุมที่ไม่มีกฏเกณฑ์มา ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีการใช้ความรุนแรง มีการที่ไม่สามารถที่จะควบคุม การชุมนุมให้อยู่ในระเบียบ ในกติกาและเคารพกฎหมายบ้านเมืองได้ จึงมีการใช้การยกระดับ การชุมนุมเพื่อให้เป็นถ้อยคําที่ดูโก้หรู แต่ว่าล้วนแล้วแต่นําไปสู่การสร้างความหวาดวิตก ให้กับพี่น้องประชาชนในสังคมว่าการกระทําเช่นนั้นจะก่อให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้นในสังคม ปัญหาเหล่านี้นะครับ ทหาร ตํารวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลแก้ไขก็เบื่อหน่าย แล้วก็ไม่ต้องการที่จะให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ว่าทําอย่างไรได้ หน้าที่ของคนเหล่านั้นก็ต้องปฏิบัติ ไปตามกฎหมาย ทีนี้เมื่อไม่มีกฎหมายที่จะไปเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นก็จะเป็น ความยากลําบากของผู้ปฏิบัติที่จะต้องเข้ามาปฏิบัติงานในช่วงที่สถานการณ์ลุกลาม รุนแรง เราก็สูญเสียทรัพยากร สูญเสียเงินทอง สูญเสียชีวิตผู้คนไปจํานวนไม่น้อยกับปัญหา การชุมนุม ไม่เพียงแต่ผู้ชุมนุมเท่านั้นพี่น้องข้าราชการทหาร ตํารวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ก็ได้รับ ผลกระทบต้องสูญเสียถึงชีวิตได้รับบาดเจ็บก็เป็นจํานวนมาก ก็จําเป็นที่สภาแห่งนี้จะต้อง ช่วยกันออกกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบสุข มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าร่างกฎหมาย ฉบับนี้เป็นเผด็จการ ซึ่งผมก็ได้ตรวจดูทั้งร่างแล้วก็ไม่พบเห็นว่าลักษณะของกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นเผด็จการอย่างที่กล่าวหาแต่อย่างใด เพราะหลักการและเหตุผลของกฎหมายที่รัฐบาล ได้นําเสนอก็เขียนไว้ชัดเจนนะครับ บอกว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ เพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะเมื่อมีการชุมนุสาธารณะ นั่นก็คือ เป็นการออกกฎหมายมาเพื่อคุ้มครองคนส่วนใหญ่ คนที่ได้รับผลกระทบจากการที่มี การชุมนุม ไม่ได้มีการสั่งห้ามการชุมนุมอย่างที่มีการพูดถึงแต่อย่างใด แล้วก็ไม่ได้ไปกระทบ กับสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ผมกลับมีความวิตกกังวลกับร่างบางร่าง ของเพื่อนสมาชิกซึ่งถอนออกไปแล้ว แล้วก็เพื่อนพี่น้องในวงการสื่อมวลชนก็มีความไม่สบายใจ กับร่างนั้น ซึ่งก็ดีแล้วที่ถอนออกไป มีการระบุไว้เป็นบทกําหนดโทษในมาตรา ๓๗ บอกว่า บุคคลใดมีเจตนากระทําผิดตามบทบัญญัติต่อไปนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจออกคําสั่งให้ บุคคลดังกล่าวชําระค่าปรับทางปกครองเป็นจํานวนเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ใครครับ ตัวแทน หนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนที่ไม่แสดงบัตรประจําตัวสื่อมวลชนและสวมปลอกแขนสื่อมวลชน ตลอดเวลาที่อยู่ในสถานที่จัดการชุมนุมสาธารณะ ปรับตั้ง ๕๐,๐๐๐ บาทนะครับ ผมก็อยาก รู้ว่าการเขียนกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ แบบนี้ต่างหากครับที่สะท้อนความเป็นเผด็จการ นี่ไปสกัดกั้นการทําหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยเฉพาะเลย ก็โชคดีแล้วที่ถอนร่างแบบนี้ออกไป ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้ร่วมลงชื่อกับอาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส. จังหวัดลพบุรี ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารการใช้สิทธิชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการเดียวกันกับร่างของรัฐบาล แล้วก็มีเจตจํานงที่จะให้มีกฎหมายขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้ ร่างดังกล่าวนี้ก็ได้เสนอไปตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ ในช่วงนั้นเราก็เพิ่งผ่านเหตุการณ์ ที่บ้านเมืองก็มีความวิตกกังวลมาก นั่นก็คือหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ที่มีการชุมนุมและมีการยกระดับความรุนแรงขึ้นถึงขั้นที่มีการทําร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยใช้ อาวุธสงครามและอาวุธร้ายแรงอื่น ๆ จนเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจได้รับบาดเจ็บ และมี บางส่วนเสียชีวิต และมีผู้คนที่ร่วมชุมนุมอยู่เสียชีวิตไปจํานวนหนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนั้น สร้างความหวาดวิตกมากนะครับ ผมและเพื่อนสมาชิกก็ได้ร่วมกันเซ็นชื่อเพื่อสนับสนุนให้มี กฎหมายฉบับนี้เพื่อออกมาแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้เกิดผลกระทบในภายหลัง จากการชุมนุม นั่นก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น แล้วหลังจากนั้นท่านก็ทราบดี ว่ามีการชุมนุมที่ยกระดับความรุนแรงจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมได้ แล้วก็นําไปสู่ การแก้ไขปัญหาที่ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็นําไปสู่ ความสูญเสียในที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ต้องเรียนว่าการชุมนุมนี้เป็นการแสดงออก ของเสรีภาพของมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน รัฐบาลนี้ก็สนับสนุน ผมเองก็สนับสนุน เพื่อนสมาชิกของพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็สนับสนุน แล้วก็น่ายินดีที่เพื่อนฝ่ายค้านก็บอกว่า ก็สนับสนุนในหลักการของอันนี้ แต่ว่าในแง่ของรายละเอียดนั้นเราก็ต้องมาดูกัน ท่านประธานครับ สาระสําคัญจริง ๆ ของร่างกฎหมายฉบับนี้มีอยู่ ๔-๕ ประเด็น
๑. ก็คือว่าเมื่อจะชุมนุมต้องแจ้ง แจ้งกับใครครับ แจ้งกับผู้รับแจ้ง ผู้รับแจ้ง เป็นใคร ผู้รับแจ้งก็เป็นหัวหน้าสถานีตํารวจหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีซึ่งมีอํานาจออกประกาศ ได้ระบุไว้ คืออย่างน้อยที่สุดในแต่ละพื้นที่มีหัวหน้าสถานีตํารวจอยู่เป็นผู้รับแจ้ง แล้วเขาไม่ได้ ทําหน้าที่เป็นเพียงผู้รับแจ้งเท่านั้นเอง ไม่ได้ทําหน้าที่เป็นผู้อนุญาตแต่อย่างใด แจ้งแล้วก็คือ เขารับรู้แล้ว รับรู้ท่านก็ไปดําเนินการ นี่คือสาระสําคัญในเรื่องของการรับแจ้ง
๒. ก็คือว่ามีข้อจํากัดในการชุมนุม แน่นอนครับ จะให้การชุมนุมเป็นไปโดยที่ ไม่มีการควบคุมใด ๆ เลยนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่ข้อจํากัดในการชุมนุมนั้นก็มีระบุไว้ชัดเจน ในกฎหมาย ก็คือการชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกสถานที่สําคัญ ๔-๕ ประการ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงกับที่ประชุมแล้ว แล้วที่สําคัญก็คือว่าบุคคล ๒ กลุ่มที่จะต้องมีหน้าที่ก็คือผู้จัดการชุมนุม ก็คือแกนนํานั่นเอง ต้องอยู่ร่วมในการชุมนุม สาธารณะตลอดระยะเวลาการชุมนุม จะต้องดูแลรับผิดชอบการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ นี่เป็นหน้าที่ของผู้จัดการชุมนุมที่จําเป็นที่จะต้องมี และหน้าที่อีกส่วนหนึ่ง ก็คือผู้ชุมนุมซึ่งจะต้องมีหน้าที่คือไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกของประชาชนที่จะใช้ ที่สาธารณะ ต้องไม่ปิดบังอําพรางตนโดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคลได้ถูกต้อง เช่น สวมหน้ากาก สวมไอ้โม่งเพื่อที่จะปิดบังอําพราง เพื่อเจตนาซ่อนเร้นบางประการ หรือการ ไม่นําอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุมไม่ว่าจะได้รับอนุญาตให้มีอาวุธนั้นติดตัวนั้นหรือไม่ นี่เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่ทําให้สังคมอยู่ได้อย่างสงบ การมีหน้าที่เช่นนี้เป็นสิ่งที่จําเป็น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
๓. ก็คือว่าการกําหนดโทษผู้กระทําความผิดที่ไม่ทําตามหน้าที่อย่างที่ได้เรียน ไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าจะต้องมีการถูกลงโทษอย่างไร
สาระสําคัญก็มี ๔-๕ ประการเท่านั้น ส่วนข้อปลีกย่อยอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเป็น จุดอ่อนหรืออาจจะมีความไม่สมบูรณ์ในกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าถ้าเพื่อนสมาชิกทุกฝ่าย ในสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบและร่วมกันพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ผมเชื่อมั่นว่า กฎหมายฉบับนี้จะออกมาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็สร้างความสงบสุขให้กับ สังคมอย่างที่พวกเราคาดหวังได้อย่างแน่นอน กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งสภากําลังพิจารณาอยู่นี้กระผมใคร่กราบเรียนท่านประธาน กระผมมีความคิดเห็นว่า การออกกฎหมายฉบับนี้ต้องบอกว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ จะบอกเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้ แต่จะบอกว่ามีเจตนาที่จะคุ้มครองความสะดวกให้แก่ประชาชน อื่นก็คงไม่ได้ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าในมาตรา ๑๗ ที่กล่าวว่า หน้าที่ของ ผู้ชุมนุม กฎหมายกําหนดของผู้ชุมนุมไว้ ซึ่งบอกว่าความไม่สะดวกต่าง ๆ ในที่สาธารณะ จะไม่ให้เกิดแก่บุคคลอื่น การพูดอย่างนี้มันเป็นไปไม่ได้ พี่น้องประชาชนออกมาเต็มถนน มากมายอย่างนี้ แล้วจะไปบอกว่าไม่ให้กีดขวางการจราจร ไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน มันคง เป็นไปไม่ได้หรอก มันเต็มไปหมดครับ ที่ก็คับแคบ อย่างนี้ถ้าจะบอกว่าไม่ให้ความเดือดร้อน เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะมันเดือดร้อนอยู่แล้ว อย่างนี้เป็นต้น แล้วที่สําคัญผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหมอชลน่าน ต้องเอ่ยนามท่าน ต้องขออภัย เพราะท่านบอกว่ามันไม่เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนเลย ผมเห็นด้วย ไม่เกิดประโยชน์ครับ อย่างท่านสมคิดก็บอกไปว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้มีบทลงโทษให้เกิดแก่ผู้ที่ทําให้อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนหรือเกิดความเสียหาย อย่างนี้เป็นต้น ผมก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็คิดว่าไม่เกิดประโยชน์จริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านสมาชิกได้พูดไปหลาย ๆ ท่านผมก็เห็นด้วยว่าถ้าหากพี่น้องประชาชน ไม่เดือดร้อนจริง ๆ ไม่มีความจําเป็นจริง ๆ ไม่มาเดินขบวนหรอกครับ ไม่ออกมาชุมนุม ในที่สาธารณะหรือไม่มาเดินขบวนหรอกครับ อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวไร่ ชาวนาเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ก็มาเรียกร้อง ข้าวเปลือกราคาตกต่ําและสิ่งที่ สําคัญที่เรียกร้องนั้นเพราะรัฐบาลแก้ไขให้เขาไม่ได้ ไม่ว่าในระบอบประชาธิปไตยก็ตาม ไม่เป็นประชาธิปไตยเขาก็มาเรียกร้องประชาธิปไตย นี่คือสิ่งที่เขามาเรียกร้อง ไม่เดือดร้อน ไม่ออกมา ทีนี้เมื่อออกมาแล้วถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้ให้การดูแล สมมุติว่าให้อํานาจแก่ เจ้าหน้าที่ที่จะสลายการชุมนุมก็ดี อะไรก็ดี แล้วก็ทําการสลายม็อบมันก็เกิดความบาดเจ็บล้มตาย กฎหมายก็ไม่ได้บอกว่าจะเยียวยาขนาดไหน จะช่วยเหลือขนาดไหน อย่างนี้เป็นต้น และเป็นเรื่องแปลกนะครับท่านประธาน มีอีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าการเรียกร้อง การเดินขบวนของพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ผมอยากจะกราบเรียนยกตัวอย่างอันหนึ่งในช่วง หลายปีก่อนที่ผ่านมาครับท่านประธาน หลายปีก่อนที่ผ่านมาพี่น้องชาวไร่อ้อย ผมว่าท่าน ประธานก็คงจําได้ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติแห่งสภานี้คงจําได้ ทุกครั้งก่อนจะเปิดหีบมีการตก ลงราคา ตกลงกันไม่ได้ โรงงานกับชาวไร่อ้อยตกลงกันไม่ได้ พี่น้องชาวไร่อ้อยก็เดินขบวน เดินขบวนทุกปี จะบอกว่าสร้างความเดือดร้อนไหม สร้างความเดือดร้อนครับ ถนนหนทาง รถสิบล้อเต็มไปหมด มาอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ๓ วัน ๓ คืนอย่างนี้เป็นต้น แล้วเป็นอย่างไร ก็ตกลงกันได้ ปีนั้นก็ผ่านไป ทุกปีครับ เป็นประจําทุกปีเลยท่านประธาน เพราะอะไร เพราะว่ารัฐบาลไม่สามารถให้เกิดความต้องการของพี่น้องชาวไร่อ้อยได้ ก็ต้อง เรียกร้องกัน อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ได้ครับ พอเรียกร้องทีไรก็ได้ราคาสูงขึ้นมา ตรงนี้อย่างนี้ มันก็เป็นสิ่งที่บอกให้ได้รู้ว่าการเดินขบวนนั้นด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ที่ชาวไร่อ้อยเขาเดินเข้ามา จนกระทั่งมาถึงกฎหมายที่เกิดความเป็นธรรมและเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย เป็นกฎหมายฉบับแรก กฎหมายอ้อยและน้ําตาลทราย ปี ๒๕๒๗ ซึ่งใช้มาจนทุกวันนี้ โรงงาน ฝ่ายหนึ่ง ชาวไร่อ้อยฝ่ายหนึ่ง รัฐบาลฝ่ายหนึ่ง ๕ ๗ ๙ จนทําให้มีการเจรจาซื้อขาย ชาวไร่อ้อยมีตัวแทน โรงงานมีตัวแทน รัฐบาลมีตัวแทน ตกลงกันได้เรียบร้อย ไม่มีการเดินขบวน จากนั้นเป็นต้นมา นั่นเพราะอะไร เพราะว่ากฎหมายให้ความเป็นธรรม ให้เกิดความยุติธรรม แก่การประกอบอาชีพชาวไร่อ้อย เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นด้วยว่าถ้ากฎหมายให้ความเป็นธรรม เดินขบวน เกิดการชุมนุมที่ไหนก็แล้วแต่ มีว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลเข้าช่วยเหลือ ดูแลอย่างเต็มที่ ดูแลการชุมนุม ให้ความสะดวกในการชุมนุม เรียกร้องที่ไหน ไปที่ไหน อย่างนี้เป็นต้น ให้ความสะดวก ถ้าอย่างนี้สิครับก็จะเกิดประโยชน์ ถือได้ว่ากฎหมายนั้น เอื้ออํานวยให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ชุมนุม แต่อันนี้ไม่ใช่ ถ้าไม่ออกกฎหมายฉบับนี้ แล้วจะมา บอกว่ายังเรียกร้องได้ ไม่ใช่ครับ เพราะว่าถ้าไม่ออกกฎหมายฉบับนี้จะมาบังคับว่าจะต้องไปแจ้ง หรือจะต้องมีหัวหน้าชุมนุมก็ทําไม่ได้ เพราะว่าในมาตรา ๖๓ แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย ท่านประธานครับ มาตรา ๖๓ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ การจํากัดเสรีภาพในเรื่องนี้จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะอาศัยอํานาจ ตามกฎหมาย รัฐจึงจําเป็นต้องออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้มีการควบคุมดูแล จะมาบอกว่า ไม่ควบคุมดูแลไม่ใช่ มีการควบคุมดูแล แม้จะบอกว่าไม่ต้องขออนุญาตแต่เป็นการแจ้ง ต้องแจ้งให้ทราบ ก็เหมือนอนุญาต ต้องขออนุญาต นั่นละครับคือการขออนุญาตแล้ว แล้วก็มีหัวหน้าชุมนุม อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งที่กฎหมายนี้ไม่เอื้ออํานวยให้แก่พี่น้องประชาชน ที่จะมาเรียกร้องสิทธิที่จะมาเดินขบวนโดยแท้จริง เพราะฉะนั้นกระผมจึงกราบเรียนว่า กระผมก็ไม่เห็นด้วยว่าจะออกกฎหมายอย่างนี้ออกมา เพราะถึงแม้ว่าในสิ่งต่าง ๆ ที่มีการ ได้พูดว่าตรงโน้นห้าม ตรงนี้ไป จริง ๆ เขาไม่ไปหรอกครับ พี่น้องไม่ไปหรอก เขารู้ อย่างรัฐสภาเขาจะมาทําไม ที่มีกฎหมายว่าห้ามเดินขบวนไปที่โน่นที่นี่ อะไรต่ออะไรอย่างนี้ ไม่ไปหรอก เขาไม่มาหรอก หรือสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ใครเขาจะไป ไม่ไปหรอก เขาไม่เดินไปเพราะเขาเคารพบูชาอยู่แล้ว เอาไว้เหนือหัวอยู่แล้ว ท่าอากาศยานเขาก็ไม่ไป โรงพยาบาลเขาก็ไม่ไป สถานทูตหรือสถานกงสุลเขาก็ไม่ไป ไม่รู้ไปเพื่ออะไร เขาจะมาก็มาที่ รัฐบาลอย่างเดียว เพราะใครก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากรัฐบาลที่จะช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น กระผมจึงกราบเรียนว่ารัฐบาล แหม ไม่อยากจะพูด ทุกวันนี้ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ยกป้าย ไปดูเถอะครับ หนังสือพิมพ์ก็ลง ผมก็ไม่อยากจะพูด แต่ไม่พูดก็รู้กันอยู่ทั่วไปแล้วว่าโกหกไป วัน ๆ เชื่อถือไม่ได้ ทําอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเลย เขาก็ต้องมา เดินขบวน จะไปบังคับไม่ให้เขาไม่เดินไม่ได้นะครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เขาไม่พอใจ นี่คือ สิ่งที่เขาอัดอั้นตันใจมาก มันน่าละอายนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกระผมจึง กราบเรียนว่าอย่างไรก็ตามการออกกฎหมายฉบับนี้จะบอกว่าก่อเกิดประโยชน์ให้กับ หรือแก้ไขปัญหาให้คนอื่นไม่ใช่ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานได้แสดงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จะพยายามที่จะจํากัดเวลาให้เป็นไปตามที่ท่านประธานได้กรุณากําหนดไว้ แต่อาจจะมี การเลยไปบ้างก็กราบขออภัยท่านประธานนะครับ เพราะว่าผมจําได้ว่าผมไม่ได้แสดง ความเห็นในสภานี้อย่างน้อยก็ ๒ ปีมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกใน ๒ ปีที่ผมอยากจะแสดง ความเห็นในกฎหมายที่ผมเชื่อว่ามีความสําคัญที่สุดฉบับหนึ่งในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย แล้วก็ตอกย้ําในหลายเรื่อง หลายประเด็น ซึ่งทําให้รัฐบาลได้รับความเสียหายถ้าไม่ได้รับการแก้ไขหรือชี้แจงในบางประเด็น เช่น การกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้หน้าด้านบ้าง รัฐบาลนี้เป็นจอมเผด็จการที่สุดบ้าง อันนี้เป็นการ ตอกย้ําที่ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมกับรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธาน ถ้าเรายอมรับความเป็นจริง กันว่าท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้นะครับ ผมเชื่อว่าโดยเอกฉันท์ได้เสนอกฎหมายการชุมนุมในที่ สาธารณะมาทุกพรรคการเมืองก็ว่าได้ แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้านเองที่ได้กรุณาถอนร่างไป ท่านก็ได้เสนอมาหลายร่างหลายฉบับด้วยกัน ซึ่งเจตนาเดิมก็คือต้องการให้มีกฎหมายนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเริ่มต้นกราบเรียนท่านประธานว่า การชุมนุมในที่สาธารณะนี่นะครับเป็นกฎหมายที่มีบังคับใช้เกือบทุกประเทศในโลกนี้ ทั้งโลกที่อยู่ในค่ายประชาธิปไตย แล้วก็คอมมิวนิสต์หรือว่าสังคมนิยม ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเราถือว่าเป็นแม่แบบของประชาธิปไตยก็มีกฎหมายการควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ จะอ้างว่าประเทศไทยเป็นเผด็จการคงไม่ได้หรอกครับถ้าเรายึดถือแม่แบบการปกครอง ของประเทศอังกฤษเป็นแม่แบบของประชาธิปไตย ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีครับ ท่านประธานครับ ประเทศฝรั่งเศสก็มี ประเทศออสเตรเลียก็มี มีหมดครับ และนอกเหนือ ไปกว่านั้นแม้กระทั่งประเทศที่มีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ ประเทศจีนก็มีกฎหมาย การควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ มีทั้งนั้นครับ ประเทศไทยก็เป็นประเทศในลําดับหลัง ๆ เสียด้วยซ้ําที่มีกฎหมายนี้ออกมา ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองสุเทพได้กรุณากล่าวไปแล้วว่า การออกกฎหมายนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุม ทั้งฝ่ายรัฐ ทั้งประชาชน ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการชุมนุมให้ได้รับความสะดวกตามสมควร กฎหมายนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานในเบื้องต้นว่าในประเทศไทยนั้นการชุมนุมในรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าเป็นเสรีภาพ แต่ว่าในหลายประเทศกฎหมายได้บัญญัติว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ จะเป็นสิทธิหรือเสรีภาพ ก็แล้วแต่ แต่ว่าการชุมนุมในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นหลักประกันของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยโดยแท้ ประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทุกประเทศ อนุญาตให้พี่น้องประชาชนมีการชุมนุมในที่สาธารณะทั้งนั้น เป็นเรื่องสําคัญในระบอบ ประชาธิปไตยที่ต้องสนับสนุนให้ประชาชนมีการชุมนุมเพื่อแสดงออกถึงข้อเรียกร้อง หรือการคับข้องใจของประชาชน แต่ว่าอย่างไรก็ตามการชุมนุมนี้ครับเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิ แต่เป็นกฎหมายที่ไม่ให้สิทธิเด็ดขาดนะครับ กฎหมายบางประเทศ สิทธิบางประการ เสรีภาพ บางเรื่องเป็นสิทธิและเสรีภาพที่เด็ดขาดให้กับประชาชนโดยรัฐไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ แต่ว่าการชุมนุมในที่สาธารณะเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิโดยมีการจํากัดสิทธิโดยกฎหมายหรือ รัฐธรรมนูญไม่เป็นการให้สิทธิโดยเด็ดขาด อันนี้ต้องทําความเข้าใจในเบื้องต้น เป็นการให้ สิทธิแต่ว่ามีการจํากัดเพื่อความมั่งคงของชาติ และเป็นการป้องกัน หรือรักษาความปลอดภัย สาธารณะ ท่านประธานครับ การชุมนุมในที่สาธารณะเกี่ยวข้องในหลายเรื่องด้วยกัน ถ้าเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ ประชาชน แต่ว่ามีความผิด ๒-๓ ประการที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมในที่สาธารณะ
ประการแรกก็เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธก็เป็นการชุมนุมที่ กฎหมายบัญญัติรับรองไว้ แต่ว่าถ้าเลยไปจากนั้น ถ้าเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบเขาจะเรียกว่า การจลาจล เป็นการยกระดับขึ้นมาเป็นการจลาจล แล้วลําดับกฎหมายมันอยู่อย่างนี้ครับ ชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าไม่ชอบก็จะขยับเป็นการจลาจลเหนือจากการจลาจล ก็เป็นการก่อการร้าย ทุกประเทศลําดับความรุนแรงของการชุมนุมจะเป็นอย่างนี้ครับ ชุมนุมโดยสงบก็กฎหมายคุ้มครอง ถ้าหนักไปกว่านั้นก็เป็นการจลาจล ถ้าหนักไปกว่านั้นอีก ก็เป็นการก่อร้าย นี่เป็นแบบบรรทัดฐานของกฎหมายทั่วประเทศที่ลําดับความเกี่ยวข้อง ระหว่างการชุมนุม ระหว่างการจลาจล และระหว่างการก่อการร้ายไว้เป็นลําดับต่อเนื่องกัน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ มีบางประการที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ เวลามีการชุมนุม เราใช้สิทธิหรือใช้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างไรก็ตาม แต่ว่าเราลืมสิ่งนี้ ผมเคยพูดในสภานี้หลายปีมาแล้ว ถ้าหากจําไม่ผิดก็คือเวลามีการชุมนุมในที่สาธารณะ สิ่งหนึ่งที่เขาห้ามก็คือการพูดที่ก่อให้เกิดการตระหนกหรือก่อให้เกิดการตื่นกลัวขึ้นในหมู่ ประชาชน ผมขออนุญาตเป็นภาษาอังกฤษแล้วกันนะครับ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ไฟติ้ง เวิร์ด (Fighting Words) การพูดที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือการตื่นตระหนกในหมู่ ประชาชนเขาห้ามโดยเด็ดขาด ท่านประธานครับ โดยปกติถ้าเราอยู่กันคนสองคน แล้วเรา กล่าววาจาหรือเราพูดอะไรขึ้นมาแล้วทําให้ประชาชนเขาเกิดความกลัวขึ้นมา ถ้าเรากล่าว ในภาวะปกติ คํากล่าวคําพูดของเราจะเป็นความผิดลหุโทษ จําคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับ ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท แต่ว่าในขณะเดียวกันถ้าคําพูดลักษณะนั้นเรานํามากล่าวในการชุมนุม ในที่สาธารณะ คํากล่าวนั้นทุกประเทศเขาห้ามกล่าวครับ และโทษบางประเทศมีบทบัญญัติ โทษถึง ๓ ปีก็มี บางประเทศกําหนดโทษจําคุกถึง ๖ ปีก็มีนะครับ คํากล่าวประโยคเดียวกัน ถ้ากล่าวในภาวะปกติอาจจะเป็นความผิดลหุโทษ ผมเรียนย้ําครับท่านประธาน จําคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท แต่ว่าถ้าคํากล่าวเช่นเดียวกันนั้นถ้าเราไปกล่าวในที่ชุมนุม กฎหมายบางประเทศจําคุก ๓ ปี บางประเทศจําคุก ๖ ปี แต่ว่าในกฎหมายของรัฐบาล ที่เสนอมานะครับ คํากล่าวที่ก่อให้เกิดการตื่นตระหนกนั้นในประเทศเราในขณะนี้โทษจําคุก ไม่เกิน ๖ เดือน ซึ่งผมคิดว่ายังด้วยไปเสียด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ เวลามีผู้ชุมนุมและมีการกล่าว บางครั้งทําให้ประชาชนสับสน เช่น กล่าวว่าจะไปปิดสถานที่ราชการบ้าง ขออภัยนะครับ ผมไม่ระบุตัวผู้พูดก็แล้วกันนะครับ ขอให้เอาน้ํามันเชื้อเพลิงมาบ้าง อย่างนี้กล่าวไม่ได้เลย ไม่ว่าในประเทศไหนกล่าวไม่ได้เลย และโทษจําคุกถึง ๓ ปีถึง ๖ ปีที่ผมกราบเรียน ท่านประธานแล้ว กล่าวว่าให้มีการปิดล้อมสถานที่ราชการหรือเผาสถานที่ราชการ กล่าวไม่ได้เลยครับ แต่ว่าในขณะนี้ครับเรากล่าวสิ่งเหล่านี้เป็นปกติ มันหมายถึงว่าการชุมนุม ในทางการเมืองใดก็ตามถ้าไม่กล่าวคําเหล่านี้แล้วดูเหมือนไม่เรียกว่าเป็นการชุมนุมไป เสียแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ย้อนหลังไปสัก ๒๐-๓๐ ปีเวลามีการชุมนุมทางการเมือง เมื่อก่อนมีการปราศรัย ไม่ว่าจะเป็นสนามหลวงก็ดี อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหรือวงเวียนใหญ่ ท่านประธานจะเห็นว่าเวลามีการปราศรัยทางการเมืองเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วนะครับ คนจะไป ชุมนุมกัน และคนก็มีความสุขจากการชุมนุม ประชาชนมีความสุขจากการไปฟังการปราศรัย ในทางการเมืองของพรรคการเมืองและนักการเมือง แต่ว่าสถานการณ์เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปครับ เวลาบอกว่ามีการชุมนุมโดยพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองหรือประชาชนกลุ่มไหนก็ตาม ประชาชนจะตื่นตระหนกและประชาชนจะกลัว เหตุการณ์มันตรงกันข้ามครับ จากการที่ ประชาชนไปฟังคําปราศรัยในทางการเมืองด้วยความสุขเมื่อ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้ว มาบัดนี้บอกว่า มีการชุมนุม มีการปราศรัยของกลุ่มการเมืองคนจะกลัวครับ เพราะการชุมนุมการปราศรัย ในแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชน ทําให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อน ผมเลยกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมเป็นนักสังเกตการณ์ทางสังคม ผมคิดว่าประชาธิปไตยเราเริ่มผิดเพี้ยนเมื่อหลายปีที่ผ่านมานะครับ ผมไม่บอกว่าใครเป็นคนพูด ประชาธิปไตยบ้านเราเริ่มผิดเพี้ยนจากคํากล่าวของนักการเมืองท่านหนึ่งบอกว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่กินได้ ผมตื่นตระหนกเมื่อหลายปีมาแล้วครับเมื่อมีนักการเมือง ท่านหนึ่งบอกว่าประชาธิปไตยที่เขากําลังทําอยู่นั้นเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ หลังจากนั้น ประชาชนจะสับสนประชาธิปไตยที่กินได้มาตลอด และหลังจากนั้นจะมีการทุจริต ที่เกี่ยวเนื่องกับระบอบประชาธิปไตยต่อเนื่องมา เนื่องจากการให้คําจํากัดความว่า ประชาธิปไตยที่หยิบยื่นให้ประชาชนนั้นเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ จริง ๆ แล้วประชาธิปไตย มันกินไม่ได้นะครับ ประชาธิปไตยเป็นวิถีชีวิต เป็นระบบการปกครอง และเป็นระบบ การปกครองที่ดีที่สุด มีคํากล่าวว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ยุ่งยากที่สุด ท่านประธานจําได้ แต่ว่าผลของประชาธิปไตยเป็นผลที่หอมหวานที่สุด การปกครองที่ง่ายที่สุด คือการปกครองระบอบเผด็จการ ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการที่อยู่กันด้วยความยากลําบาก ที่สุด แต่ผลของประชาธิปไตยนั้นหอมหวานที่สุดคนถึงเรียกร้องประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานว่าการชุมนุมในที่สาธารณะควบคู่กับการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย แต่ว่าในระยะหลังเราใช้สิทธิในการชุมนุมนั้นจนทําให้บ้านเมืองเสียหาย เรากล่าวคําพูดซึ่งผมไม่อยากให้เกิดขึ้น ในกฎหมายฉบับนี้อาจจะต้องมีการเขียนที่ให้มัน มีบทบังคับที่แน่นหนากว่านี้ ก็คือคํากล่าวที่ทําให้ประชาชนตื่นตระหนก ผมอยากจะให้ บรรยากาศการชุมนุมในที่สาธารณะ ผมอยากจะให้บรรยากาศในการชุมนุมทางการเมือง เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วกลับคืนมา ถ้าเราพยายามทําตามกฎหมายผมว่าเกิดขึ้นได้ ประชาชนจะมี ความสุขจากการฟังคําปราศรัยทางการเมืองของนักการเมือง ไม่ตื่นตระหนกเหมือนปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ผมขอครึ่งนาทีครับ เวลามีการกล่าวว่าจะมีการชุมนุมของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ประชาชนจะตื่นตระหนกและประชาชนจะกลัว แสดงว่าเราใช้สิทธิในการชุมนุมนั้น เกินขอบเขต รัฐบาลจึงจําเป็นต้องเสนอกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองทั้งผู้ชุมนุมเอง คุ้มครอง ทั้งประชาชน คุ้มครองทั้งผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมให้ได้รับความสะดวกและควาปลอดภัย ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายในเรื่องนี้ในลักษณะที่เห็นด้วยที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา อย่างมีเหตุมีผล ผมเชื่อว่าคนที่น่าจะดีใจก็อาจจะมีสัก ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกก็จะเป็นคนที่ ราชประสงค์ เพราะว่าคนที่ราชประสงค์มักจะลุ้นอยู่ทุกเดือนว่าเดือนนี้จะขายของได้หรือไม่ จะต้องปิดร้าน จะต้องปิดห้างสรรพสินค้าเร็วกว่าเดิมหรือไม่ อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจะชอบใจที่จะ มีกฎหมายฉบับนี้ก็คือบรรดาเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องเผชิญอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วก็อาจจะ ไม่สามารถที่จะมีวิธีการหรือว่าจะมีการเจรจากับบรรดาผู้จัดการชุมนุมหรือว่าผู้ชุมนุมได้ เพราะว่าไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเอามาอธิบายว่าทําไมคุณถึงจะชุมนุมไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ดูในหลักการและเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอในกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ ผมก็ดูในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ผมเชื่อว่าเหตุผลที่ให้มานั้นให้เฉพาะในส่วนของ เรื่องการคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ในเหตุผลเขียนชัดเจน บอกว่าเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ เมื่อมีการประชุม สาธารณะจึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัตินี้จึงไม่ได้ครอบคลุมไปจนถึง ในมาตรา ๖๓ วรรคสอง ที่บอกว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่าง เวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือว่าเวลาประกาศสงครามฉุกเฉิน หรือประกาศใช้ กฎอัยการศึก กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุมครับ ดูในเนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้ก็เห็น ชัดเจนว่าเป็นกฎหมายอย่างอ่อน ๆ ไม่ได้เป็นลักษณะของการอนุญาตจะให้ชุมนุม หรือไม่อนุญาต แต่เป็นเพียงแค่การให้แจ้งให้ทราบเท่านั้น แต่ถ้าท่านประธานจะดู ในรายละเอียดในกฎหมายนั้นก็ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่านั้นว่ามีการชุมนุมที่ทําได้เลยโดยไม่ต้องแจ้ง อย่างเช่นในมาตรา ๓ มีอยู่ ๕ ประเภทด้วยกัน ชุมนุมในงานราชพิธี การชุมนุมประกอบพิธี ทางศาสนา การชุมนุมที่มีการจัดแสดงมหรสพ กีฬา กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ การชุมนุม ในสถานศึกษาก็ไม่ต้องแจ้ง หรือการชุมนุมหรือประชุมตามบทบัญญัติของกฎหมายเป็นการ ประชุมสัมมนาทางวิชาการของสถานศึกษาอย่างนี้ไม่ต้องแจ้งเลยครับ อันนี้ก็เห็นชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของการชุมนุมแต่อย่างใด นอกจากนั้นในมาตราอื่น ๆ ก็จะระบุที่เห็นชัดเจนว่าต้องมีการอํานวยความสะดวกด้วยครับ มาตรา ๙ ครับท่านประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจัดให้มีสถานที่เพื่อใช้ในการชุมนุมสาธารณะก็ได้ ไม่ต้องไป ชุมนุมในป่า ในเขา ในทุ่งนาอย่างที่บางคนว่าไว้ เขาจัดให้มีที่ชุมนุมได้ครับ จัดเพื่ออํานวย ความสะดวก และในมาตรา ๙ ในวรรคสุดท้ายก็ชัดเจนอีก บอกว่ามิให้นําความในหมวด ๒ การแจ้งการชุมนุมสาธารณะมาบังคับใช้ในการชุมนุมสาธารณะบริเวณสถานที่ตามวรรคหนึ่ง นั่นก็คือว่าถ้าคุณอยู่ในที่ที่ถูกต้อง อยู่ในที่ที่จัดให้ คุณก็ไม่ต้องแจ้ง ก็สะดวกดีใช่ไหมครับ ก็ไม่ได้ไปปิดกั้นอะไรแต่อย่างใด ถ้าเราดูในเรื่องของเวลาเขาก็ให้แจ้งก่อน ๗๒ ชั่วโมง แต่ถ้าแจ้งไม่ทันและจะต้องมีการชุมนุมเลยก็ให้แจ้งก่อนการชุมนุมนั้นเท่านั้นเอง แล้วก็จะมี การพิจารณาว่าถูกต้อง คือไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ นอกจากนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็ยังหน้าที่ ของคน ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้จัดการชุมนุม แน่นอนครับท่านประธาน ผู้จัดการชุมนุมปฏิเสธ ไม่ได้ หรือว่าจะอ้างว่าตัวเองไม่ได้อยู่ระหว่างการชุมนุมจึงขอไม่รับผิดชอบการชุมนุม ผมก็เชื่อว่ามันก็ไม่มีเหตุผลที่จะพูดอย่างนั้น ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงเขียนชัดเจนว่า เมื่อคุณเป็นผู้จัดการชุมนุม คุณก็ต้องอยู่ดูแลการชุมนุมและรับผิดชอบต่อการชุมนุมนั้น นอกจากนั้นก็มีหน้าที่ของผู้ชุมนุมด้วย หน้าที่ก็มีเรื่องของการไม่ให้คนอื่นกลัวถึงการเกิด อันตราย การไม่ไปทําให้คนอื่นเขาไม่สะดวกในการใช้ที่สาธารณะ การไม่นําอาวุธเข้าไป ในที่ชุมนุม ก็เป็นหน้าที่เพื่อที่จะให้ทั้งสังคม และก็ทั้ง ๒ ฝ่าย หรือการชุมนุมนั้นเกิดขึ้น อย่างบริสุทธิ์ใจ แล้วก็ไม่เกิดอันตรายต่อคนอื่น ๆ นอกจากนั้นในกฎหมายฉบับนี้ก็ให้ศาล เข้ามาด้วย สมาชิกบางคนบอกว่าทําไมถึงต้องให้ศาลเข้ามาก้าวล่วงหรือว่ามาเกี่ยวข้อง หรือไปบีบบังคับให้ศาลตัดสินอย่างนั้นอย่างนี้หรือไม่ แต่ผมกลับไม่เห็นอย่างนั้นครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมเห็นก็คือว่าการที่ให้ศาลเข้ามาตัดสินนั้นก็เป็นจุดที่จะหาข้อยุติได้ว่า เมื่อทางฝ่ายรัฐหรือทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าการชุมนุมนั้นไม่ถูกต้องทางกฎหมาย แต่ฝ่ายผู้ชุมนุม อาจจะเห็นว่าฉันยังชุมนุมถูกต้องอยู่ ศาลก็จะเป็นผู้ให้คําวินิจฉัย เพราะฉะนั้นต้องดู องค์ประกอบต่าง ๆ หลักฐานต่าง ๆ ที่เราจะนําขึ้นสู่ศาลด้วยกัน ศาลเป็นผู้ตัดสินจึงมีข้อยุติ ซึ่งศาลก็จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่าย เมื่อศาลมีคําตัดสินแล้วสิ่งต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้น ตามมาในการปฏิบัติ ซึ่งก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าเราไปดูที่บทกําหนดโทษในหมวดสุดท้าย หมวด ๕ ท่านก็คงจะเห็น ผมอาจจะต้องขอติงด้วยว่าไม่ได้จดแจ้งนี้ปรับแค่ ๑,๐๐๐ บาท นะครับ เราทราบใช่ไหมครับ การชุมนุมหลายที่บางทีก็รับจ้างชุมนุมได้เงินค่าจ้างทั้งผู้จัดการ ชุมนุมและผู้ชุมนุมก็ได้รับเงินค่าจ้างจํานวนมากมายมหาศาล บางคนก็สู้แล้วรวยอย่างที่เขาว่าไว้ เพราะฉะนั้นการปรับเพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อไม่ได้แจ้งผมว่ามันอาจจะน้อยไปหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าจุดประสงค์ที่ปรับเพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาท เพราะว่าจะได้ทําให้ไม่เป็นการปิดกั้น โอกาส หรือว่าไม่ทําให้กฎหมายฉบับนี้ไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใด โทษที่หนักที่สุดของ กฎหมายฉบับนี้ก็เป็นเรื่องของการมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดนะครับ ก็จะมีระวางโทษจําคุก ไม่เกิน ๕ ปี หรือว่าปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือว่าทั้งจําทั้งปรับ นี่ก็เป็นโทษที่หนักที่สุด สิ่งที่อย่างที่สมาชิกบางท่านว่าไว้นะครับ โชคดีที่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีก็คือว่าจะให้โอกาสกับ ทางเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมและไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเมื่อมีการสลายแล้ว ผมเชื่อว่าวิธีการอย่างนั้นเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ผมจึงอยากจะเรียกร้องให้ทางรัฐบาลหรือ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญเมื่อพิจารณาในกฎหมายฉบับนี้ขอให้เขียนให้ชัดเจนมากกว่านี้ ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานหรือเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายนั้นจะต้องเข้า ควบคุมการชุมนุมตามที่ศาลสั่งอย่างที่เขียนไว้นั้นถูกแล้ว แต่ก็อาจจะต้องเขียนให้ชัดว่า จะไม่ใช้กําลังในการสลายการชุมนุม ไม่อย่างนั้นเราคงจะได้เห็นการสูญเสียที่เคยเกิดขึ้นอดีต นะครับ น้องโบว์เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็เสียชีวิตกลางถนน แม่ค้าคนหนึ่งก็เสียชีวิตในขณะที่ไป ชุมนุม ไม่ได้ชุมนุมด้วยซ้ํา แต่ว่าอยู่อีกกลุ่มหนึ่งนะครับบ ก็มีการใช้อาวุธบ้าง มีการใช้กําลัง ในการประหัตประหารกันเกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมนั้น ผมเชื่อว่าถ้าหากว่าเราได้พิจารณา เรื่องนี้อย่างรอบคอบและยืนหยัดอยู่ที่ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของ การชุมนุมในที่สาธารณะซึ่งไม่ไปล้ําเกินคนอื่น ๆ ไม่ได้ทําให้คนอื่น ๆ นั้นถูกลิดรอนไปด้วย กฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และวิธีการในการปฏิบัตินั้นก็จะได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการไปดูแลจัดการกับการชุมนุมเพื่อสังคมที่สงบสุขและเป็น ประโยชน์ ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าการอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นอันยุติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๕ ต่อไปก็จะให้สิทธิผู้เสนอร่างได้อภิปรายสรุปนะครับถ้าประสงค์จะใช้สิทธิ คณะรัฐมนตรี ท่านผู้เสนอไม่ประสงค์ใช้สิทธินะครับ ไม่ประสงค์ใช้สิทธิผมก็จะถามมติว่าจะเห็นสมควรรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือเปล่านะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติว่าจะรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมเข้าห้องประชุมครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่เราจะลงมติว่าจะเห็นสมควรรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านที่อยู่ในห้องประชุม แล้วก็กดแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกที่ทานข้าวอยู่ในห้องอาหารก็ขอเชิญนะครับ แสดงตน ครบทุกท่านหรือยังครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้ก็ฟังเหตุฟังผลของทั้ง ๒ ฝ่ายพอสมควร เหน็ดเหนื่อยกันมาก ขอเลื่อนไปลงมติวันพรุ่งนี้ ขอปิดประชุมครับ