เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน เนื่องจากมีคุณูปการต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง และใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของตนเองว่าถ้าไม่มีโรงเรียนเอกชนตนเองจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อและไม่ได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลูกเสือ 100 ปี และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการและแจ้งรายงานการประชุมส่งกระทรวงศึกษาธิการ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอแสดงความคิดเห็นแต่ก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่รัฐบาลได้เสนอขึ้นมาคือพระราชบัญญัติโรเรียนเอกชน ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปแล้วหลายคนว่าโรงเรียนเอกชนนั้นมีคุณูปการต่อสังคมไทย เป็นอย่างมาก กระผมขออนุญาตกราบเรียนจากประสบการณ์จริง เมื่อครั้งที่ผมจบ ป.๔ นี่ ด้วยความจําเป็นของครอบครัว ผมต้องหยุดการศึกษา ออกมาประกอบอาชีพช่วยเหลือ ครอบครัว ไม่มีโอกาสเรียนต่อ ท่านประธานครับ ว่างเว้นการศึกษา ๑ ปี ทําให้ผม อ่านหนังสือไม่ออก เขียนแทบไม่ได้ แน่นอนที่สุด ถ้าหากว่าผมไม่มีโรงเรียนเอกชน ผมจะไม่มี วันนี้ เพราะจะไปสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนรัฐบาลนี้เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากว่าขาดช่วงไป ๑ ปี ทําให้ลืมเกือบหมดแล้ว อ่านแทบไม่ออก เขียนแทบไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสไปสอบคัดเลือก แข่งขันเข้าโรงเรียนรัฐบาล ก็ได้โรงเรียนเอกชนซึ่งอยู่ในจังหวัดราชบุรี ในอําเภอเมืองรับผม เข้าเรียนหลังจากที่ผมว่างเว้นการศึกษาไป ๑ ปี ตรงนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างแจ้งชัดว่า โรงเรียนเอกชนนั้นมีคุณูปการต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นได้ว่าโรงเรียนเอกชน ในกรุงเทพมหานครดัง ๆ มาก ๆ เลย แล้วสร้างศิษย์เก่า ผลิตบุคลากรออกมาทําประโยชน์ ให้แก่ชาติบ้านเมืองนี้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล โรงเรียนอัสสัมชัญ อย่างนี้เป็นต้น แม้แต่ในสังคมแคบ ๆ ของต่างจังหวัด อย่างจังหวัดราชบุรีของผม โรงเรียน เอกชนอย่างดรุณาราชบุรี ท่านประธานครับ เขาผลิตนักเรียนศิษย์เก่าออกมาเป็น ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ขออภัยจะเอ่ยนามให้เป็นเกียรติประวัติแก่ ศิษย์เก่าคนนั้นก็ได้ โรงเรียนดรุณาราชบุรีนี้ผลิต พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ขึ้นมาเป็น ผู้บัญชาการทหารบก มาเป็นผู้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด นี่เห็นไหมว่าคุณภาพของโรงเรียน เอกชนแม้จะอยู่ในต่างจังหวัดก็สามารถที่จะผลิตลูกศิษย์ลูกหาออกมาให้เป็นทรัพยากร มนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคมไทย เพราะฉะนั้นโรงเรียนเอกชนจึงมีความสําคัญอย่างยิ่งยวดต่อ สังคมไทยอย่างแน่แท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผมนี้ย้ําอีกครั้งว่าถ้าไม่มีโรงเรียนเอกชน ผมไม่มี วันนี้ ไม่มีวันที่จะมายืนอยู่ในสภา ทําหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ แทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ราชบุรีและอีกหลาย ๆ จังหวัดในฐานะที่เป็น ส.ส. สัดส่วน แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนเอกชน ก็มีปัญหา ซึ่งรัฐบาล ผมเข้าใจว่าก็พยายามที่จะแก้ อย่างเช่น การเสนอพระราชบัญญัติ เข้ามาในวันนี้ ก็เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนเอกชน น่าเสียดายครับ ที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งก่อนหน้านี้ก็นั่งอยู่ในห้อง นี่ไม่ทราบว่าออกไปที่ไหน เสียแล้ว ผมขอพูดผ่านท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคงไม่ใช่ทําหน้าที่เพียงแก้กฎหมาย แต่ท่านจะต้องลงลึก ในเรื่องของการบริหารโรงเรียน การจัดการโรงเรียน โรงเรียนเอกชนนี้สร้างปัญหาก็เยอะ ยกตัวอย่าง โรงเรียนเอกชนด้านอาชีวะนี้ พวกโรงเรียนช่างกลเอกชน โรงเรียนเทคโนโลยี อะไรต่ออะไรต่าง ๆ ยกพวกตีกันหัวล้างข้างแตก บางทีก็ฆ่ากัน ซึ่งเป็นข่าวอยู่เนือง ๆ ผมนี้ เคยบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ให้นํากระบวนการลูกเสือเข้าไปใช้กับเด็ก พวกนี้ ลูกเสือนี่เริ่มตั้งแต่เด็กชั้นประถม ป. ๑ ป. ๒ ป.๓ เป็นลูกเสือสํารอง พอช่วงชั้น ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ก็เป็นลูกเสือสามัญ พอมัธยมศึกษาตอนต้นก็เป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ พอไปถึง ม. ปลาย ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เช่นเดียวกันโรงเรียนอาชี่วะ ปวช. โรงเรียนวิทยาลัยเทคนิคอะไร ต่ออะไรต่าง ๆ พวก ปวช. พวกนี้ก็เอาลูกเสือวิสามัญใส่เข้าไป ท่านรัฐมนตรีเคยบอกกับผมว่า โรงเรียนบางแห่งเขาอ้างว่าเด็กของเขาไปเรียนวิชาทหาร แต่ข้อเท็จจริงก็ไม่ใช่ว่านักเรียน อาชีวะทุกคนจะไปเรียนวิชาทหาร หรือไปเป็นนักศึกษาวิชาทหารเสียทั้งหมด มีเพียงบางส่วน เท่านั้น แล้วทําไมไม่หากิจกรรมอื่นให้เด็กที่ไม่ได้ไปเรียนวิชาทหาร กระบวนการลูกเสือนี้ เป็นกระบวนการที่สามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นเด็กที่มีระเบียบมีวินัย รู้จักรัก หมู่คณะ รู้จักเสียสละ และที่สําคัญที่สุดกระบวนการลูกเสือจะทําให้เด็กและเยาวชนนี้เป็นคน ที่มีคุณภาพของสังคมเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เสียดายครับ ปีกว่าที่ท่านมานั่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมยังไม่เคยเห็นข่าวที่ท่านจะขับเคลื่อนกระบวนการ ลูกเสืออย่างเป็นโล้เป็นพาย และในปีนี้เป็นปีสําคัญ ท่านประธานครับ ๒๕๕๔ วันที่ ๑ กรกฎาคมจะเป็นวันสําคัญของกระบวนการลูกเสือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาลูกเสือไทย ได้ทรงสถาปนากิจการลูกเสือเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ปีนี้จะครบรอบ ๑๐๐ ปีของลูกเสือไทย จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็น กระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคลื่อนในกระบวนการลูกเสือสําหรับรองรับโอกาสสําคัญอย่างนี้ ไม่มีข่าวคราวอะไรออกไปเลยที่จะสามารถวางใจได้ว่าการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี ลูกเสือไทยนั้นจะยิ่งใหญ่มีมิตรประเทศที่มีลูกเสือ ซึ่งในขณะนี้องค์กรลูกเสือโลกมีสมาชิกถึง ๑๐๐ กว่าประเทศ ๑๕๐ กว่าประเทศ ช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีถึง ๑๕๔ ประเทศ ปัจจุบันน่าจะมีมากกว่านั้น เราจะต้องมีการเชิญลูกเสือนานาชาติ เข้ามาร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ครบรอบ ๑๐๐ ปีของลูกเสือไทย แต่ปรากฏว่าจนบัดนี้ก็ยัง ไม่มีข่าวคร่าวการขับเคลื่อนกระบวนการการฉลอง ๑๐๐ ปีลูกเสือไทยออกมาจาก กระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลโรงเรียนเอกชน ก็อยากจะฝากไปอีกประเด็นหนึ่ง ว่าโรงเรียน เอกชนนอกเหนือจากโรงเรียนที่กระผมกล่าวถึง คือจัดระบบการศึกษาแบบสามัญ แล้ว จัดระบบการศึกษาแบบอาชีวะ ยังมีโรงเรียนเอกชนที่อยู่นอกระบบ สอนอาชีพระยะสั้น ๆ มากมายเหลือเกิน โรงเรียนสอนขับรถยนต์ สมัยก่อนท่านประธานคงจะเคยได้ยินโรงเรียน ส. สะพานมอญ สอนขับรถยนต์อย่างนี้เป็นต้น ก็ทําให้คนมีอาชีพเพิ่มขึ้นมา แล้วโรงเรียน ซ่อมวิทยุ อย่างโรงเรียนแสงทอง ซ่อมวิทยุโทรทัศน์อย่างนี้เป็นต้น แล้วมีโรงเรียนเสริมสวย และขณะนี้มีโรงเรียนยอดฮิตอยู่กลุ่มหนึ่งก็คือโรงเรียนสอนผู้ดูแลผู้สูงอายุ พวกประเภท โรงเรียนบริบาลทั้งหลาย ผมแปลกใจเหลือเกินหลักสูตรแค่ ๖ เดือนทําไมใส่เสื้อครุย ตรงนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เอาใจใส่บ้างหรือเปล่า เป็นการใส่เสื้อครุยรับใบประกาศนียบัตร เรียนแค่ ๖ เดือน อาจจะเป็นการทําให้ประชาชนหลงผิด คิดว่าโรงเรียนพวกนี้เป็นหลักสูตร ถึงขนาดเป็นปริญญา อันนี้ก็ต้องฝากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการดูแลโรงเรียนเหล่านี้ อย่าให้ โฆษณาเกินจริง เรียนแค่ ๖ เดือน ใส่เสื้อครุยรับปริญญา บางโรงเรียนครับถึงขนาด กราบบังคมทูลเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไปพระราชทานใบประกาศนียบัตร โฆษณาเสียใหญ่โต อันนี้ เป็นอันตรายครับ ทําให้ประชาชนหลงผิด หน้าที่ของสํานักงานการศึกษาเอกชน หน้าที่ของ กระทรวงศึกษาธิการต้องเอาใจใส่ในเรื่องเหล่านี้ด้วย ผมก็ขอฝากไปนะครับ
ประเด็นที่กระผมฝากมาทั้งหมดนี้หวังใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการจะรับไปดําเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการลูกเสือ วันที่ ๑ กรกฎาคม เหลือจากนี้ไปอีกไม่กี่วันจะครบ ๑๐๐ ปี ท่านประธานครับ ช่วยกรุณานํารายงาน การประชุมนี้สําเนาส่งกระทรวงศึกษาธิการให้ผมด้วยครับ ขอบคุณครับ