ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องการเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารการใช้สิทธิชุมนุม และขอการสนับสนุนจากสภา
ดิฉันขอเป็นตัวแทนของสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมลงนามเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารการใช้สิทธิชุมนุม ในที่สาธารณะ พ.ศ. .... ก่อนอื่นดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ ได้มีปัญหาในช่วงเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย ดิฉันก็ขอใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อจะกราบเรียนว่า กฎหมายฉบับนี้สมาชิกทุกคนที่ร่วมลงนามเสนอนี้ล้วนเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย บนวิถีทางที่ถูกต้อง และเคารพสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชน มีสมาชิกที่เป็นตัวแทน ร่วมลงนามเป็นผู้ที่ปกป้องกระบวนการประชาธิปไตย ยกตัวอย่าง อาทิเช่น ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ จากภาคใต้ ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านรังสิมา รอดรัศมี จากภาคกลาง แล้วก็ในกรุงเทพมหานครก็อีกหลายท่านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นท่านอรรถวิชช์ ท่านเจิมมาศ แล้วก็ทางภาคเหนือก็มีท่านนายแพทย์วรงค์ ท่านนายแพทย์เธียรชัยนะคะ เหล่านี้ดิฉัน ยกตัวอย่างเพื่อจะให้เห็นว่าผู้ที่ร่วมเสนอกฎหมายนั้นมีความเข้าใจในกระบวนการ ประชาธิปไตย แล้วก็เคารพสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ดังนั้นในการเสนอกฎหมายนั้น ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมเรื่องของพี่น้องประชาชนในการใช้สิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๓ ที่บัญญัติให้ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ ซึ่งการจะจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่อาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งในรัฐธรรมนูญนั้นได้ระบุไว้ชัดเจนนะคะ ดิฉันเองนั้นก็เป็นผู้ที่ มีประสบการณ์ ทั้งในฐานะที่เป็นผู้ร่วมชุมนุม เป็นผู้ประสานการชุมนุม บางครั้งบางคราว ก็มีโอกาสเป็นผู้นําการชุมนุมด้วย และยังมีประสบการณ์เป็นผู้ถูกสลายการชุมนุม เพราะฉะนั้นการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเสนอด้วยความตั้งใจที่จะให้การชุมนุมนั้นทําได้ อย่างเสรีภาพแล้วก็ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็สอดคล้องกับหลักกติกาสากล นะคะ ซึ่งประเทศไทยได้ไปร่วมลงนามในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของ สหประชาชาติ เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๘ แล้วก็เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ พลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ทุกคนนั้นมีสิทธิขั้นพื้นฐาน ประเทศของเราก็ได้ไปเป็น สมาชิกอยู่ในบรรดา ๑๗๔ ประเทศ แล้วก็ได้ลงสัตยาบันไว้แล้วด้วยว่าเราจะต้องเคารพสิทธิ ทางการเมือง ดิฉันเองก็เห็นคุณค่าของการชุมนุมนะคะ เพราะว่าถ้าเราดูประวัติศาสตร์ การเมืองก็มีเรื่องราวมากมายที่การชุมนุมได้ส่งผลดี แล้วก็ได้ธํารงไว้ซึ่งความถูกต้อง อย่างไร ก็ตามถ้าหากไม่มีกฎหมายมาบังคับใช้ก็จะทําให้ผู้ปฏิบัติไม่สามารถได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่อง ตลอดจนผู้ชุมนุมเองก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองนะคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่าเพื่อเป็นการรักษาความ ปลอดภัย อํานวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุมด้วย ชื่อว่า กฎหมายการบริหารการใช้สิทธิชุมนุม คําว่า บริหาร หมายถึง ทั้งการส่งเสริม ส่งเสริมให้มีการชุมนุมด้วยนะคะ โดยปราศจากอาวุธ เป็นการสนับสนุนแล้วก็กํากับควบคุมการจัดการทุกกระบวนการ เพื่อให้การชุมนุมนั้น ได้มีความปลอดภัย อํานวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุม แล้วก็ทําโดยรอบคอบ ทันต่อเหตุการณ์ เป็นการรักษาความปลอดภัยต่อสาธารณะ เพราะว่าในการใช้สิทธินั้นก็ต้องคํานึงถึง สิทธิของผู้อื่นด้วย ตลอดจนดิฉันเห็นว่าปัจจุบันมีเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ นะคะ ซึ่งอาจจะแพร่ระบาดได้ในกลุ่มของผู้ชุมนุมที่อยู่จํานวนมากนะคะ เราจะเห็นมีข่าว ปรากฏมากมาย ดังนั้นในสาระสําคัญของกฎหมายนี้ก็จะมีเรื่องของการคุ้มครอง ด้านสาธารณสุข คุ้มครองไม่ให้ไปเกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นนะคะ แล้วก็ไม่เกิด ผลเสียหายต่อสาธารณชนทั่วไป ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดแย้งต่อความสงบ เรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เนื่องจากการชุมนุมในปัจจุบันนั้นได้มี การถ่ายทอดผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย หากการชุมนุมได้มีการกระทําการใด ๆ ที่จะทําให้ สังคมได้มีผลกระทบด้านศีลธรรมอันดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาจาที่หยาบคายหรือว่ารุนแรง ก่อให้เกิดความขัดแย้ง อันนี้ก็จะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนแล้วก็เยาวชนที่เป็นเจ้าของ ประเทศร่วมกัน ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าจะต้องมีกฎหมายที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญนะคะ ที่จะทําให้มีการกําหนดหลักเกณฑ์ กติกา เงื่อนไข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานได้มีการบริหารการใช้สิทธิในการชุมนุมให้เป็นไปโดยเรียบร้อย จึงจําเป็น ต้องตราร่างพระราชบัญญัตินี้ค่ะ