สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๙ มีนาคม ๒๕๕๔

สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยอธิบายว่ามี 3 รูปแบบ ได้แก่ การชุมนุมทางการเมือง การชุมนุมเพื่อปากเพื่อท้อง และการชุมนุมเพื่อปกป้องวัฒนธรรมท้องถิ่น และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกฎหมายที่จะบังคับใช้ในการชุมนุม โดยกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวจะกลายเป็นเครื่องมือในการกดขี่ประชาชน และไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมเองนั้นต้องยอมรับว่าเป็นผู้มี ประสบการณ์ตรงในการชุมนุมในที่สาธารณะมาตั้งแต่วัยเด็ก จนกระทั่งอายุ ๔๐ ปีกว่า ๆ ก็ยังใช้สิทธินี้ ท่านประธานอย่านึกว่าผมไม่ติดใจ ซึ่งผมเชื่อว่าการชุมนุมนั้นมีอยู่ ๒-๓ รูปแบบเท่านั้นครับ ๑. รูปแบบทางการเมือง ประเด็นการชุมนุมรูปแบบทางการเมือง ครับท่านประธาน ซึ่งบ้านเรานั้นได้พบกันบ่อยครั้ง แต่ปัญหาอุปสรรคของการชุมนุม ทางการเมือง คือในระดับนโยบายและระดับเจ้าหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังผู้มีอํานาจ แล้วแปล เจตนารมณ์ของผู้ชุมนุมทางการเมืองผิด ๆ เมื่อโจทย์ผิดก็เลยแก้ปัญหาการชุมนุม ทางการเมืองผิด ๆ จนเป็นบาดแผลต่อสังคมมาหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งจะต้อง มีการนิรโทษกรรม จะต้องมีการภัยโทษ ซึ่งเรื่องเหล่านี้นั้นมันเป็นเรื่องของประสบการณ์ ที่สังคมควรจะได้รับบทเรียน ชุมนุมในที่สาธารณะส่วนที่ ๒ คือเรื่องของความยากจนข้นแค้น ความลําบาก เหมือนกับพี่น้องชาวไร่ชาวนาของพวกกระผมที่มาชุมนุมปิดถนน เรื่องอย่างนี้ ก็คือความยากจนข้นแค้น กดดัน อันมาจากนโยบายของรัฐ ชัดเจนในเรื่องของการประกัน รายได้เกษตรกรที่ชาวนาชาวไร่เอะอะโวยวาย ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐ ไม่มีการส่งผ่าน ข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ส่งไปในระดับนโยบาย ระดับนโยบายก็เพิกเฉย ชัดเจนครับ นี่คือการชุมนุมเพื่อปากเพื่อท้องของพี่น้องประชาชนโดยแท้ ชุมนุมส่วนที่ ๓ คือเรื่องของการ ปกป้องอนุรักษ์รักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ปกป้องหวงแหนแผ่นดินของเขาที่จะได้รับผลกระทบ เช่น การชุมนุมไม่ให้สร้างโรงงาน ไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้า ไม่ให้สร้างขยะ นี่คือการชุมนุม ในที่สาธารณะโดยแท้ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งข้อหาเขา ปิดถนน ใช้มาตรา ๒๑๕ บอกว่ามั่วสุมเกิน ๑๐ คนขึ้นไป สร้างความวุ่นวาย ที่จริงเขาไม่ได้มั่วสุม เขาต้องการเห็น ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เขาต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางวิถีชีวิตที่ดีขึ้น เขารักท้องที่ท้องถิ่นของเขา เขาจึงต้องมาชุมนุม ท่านประธาน ไม่จําเป็นจริง ๆ มันเหนื่อยนะครับชุมนุมในที่สาธารณะ แล้วมีกฎหมายมั่นคง กฎหมายปราบปราม กฎหมาย อะไรเยอะแยะมาจับผู้นําหมดครับ ถ้าไม่เหลือบากกว่าแรงเขาไม่ชุมนุมหรอกครับท่าน ประธาน เมื่อ ๒ ปีที่แล้วชาวนาที่จังหวัดเชียงรายก็โดนนะครับ ไม่รอลงอาญา จําคุก ๒ ปี เพราะว่าไปปิดถนนเรียกร้องให้มีการประกันรายได้ ประกันเกษตรกรเรื่องข้าวราคา ตกต่ํา เพราะฉะนั้นปัญหามันไม่ใช่อยู่ที่กฎหมายครับท่านประธาน ที่ผมถอนร่างออกไป ผมมองว่าปัญหามันอยู่ที่จิตสํานึกของทุกระดับ เห็นการชุมนุมเป็นระบอบประชาธิปไตย เห็นการชุมนุมนี่เกรงว่าอํานาจวาสนาของตัวเองจะหมด เกรงว่าตัวเองจะถูกขับถูกไล่ เมื่อที่ไหนมีการกดดันที่นั่นย่อมมีการต่อสู้ ดูสิครับประเทศลิเบีย ประเทศลิเบียขนาดกัสตาฟี ถือว่าเป็นเจ้าพ่อเลยนะครับ ยังเอาไม่อยู่เลย เพราะฉะนั้นฝูงชนที่ได้รับความไม่เป็นธรรม โกรธแค้นขึ้นมานั้น นี่ละครับ จะเป็นอันตรายทุกระดับ ประเทศไทยก็เหมือนกัน ชุมนุมกันไป ชุมนุมกันมา ตาย ๙๑ ศพ ชุมนุมกันไปชุมนุมกันมานักศึกษาประชาชนหนีเข้าป่า ชุมนุมกันไป ชุมนุมกันมาถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์นี่ละครับ เพราะฉะนั้นการเสนอกฎหมายชุมนุม ในที่สาธารณะนะครับท่านประธาน ถ้าเราไม่ตกผลึกมันก็จะเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอํานาจ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้ใช้หรอกครับ เพราะเดี๋ยวก็ต้องยุบสภา คนรุ่นลูกรุ่นหลานเรา รุ่นน้องเราโน่นได้ใช้ครับกฎหมายฉบับนี้ แต่ถ้าเราไม่ตกผลึก ผมก็เกรงว่าจะกลายเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอํานาจ ไม่ใช่เฉพาะ นักการเมืองอย่างพวกเรานะครับ ตํารวจ ทหาร ที่มีอํานาจนี่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ไปกีดกัน พี่น้องประชาชนไม่ให้ใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ เพราะทุกคนจะอ้าง ชุมนุมจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน ๗๒ ชั่วโมง ในร่างนะครับ ผมต้อง ถามว่าทําไมต้องแจ้ง ก็เราเดือดร้อนตั้งนานเราแจ้งไปตั้งนานแล้ว สมมุติว่าข้าว ราคาตก ชาวนาเขาแจ้งไปยังรัฐบาลเป็นเดือน ๒ เดือน ๓ เดือนแล้ว พอเขาจะชุมนุมจะต้อง แจ้งอีกไปแจ้งทําอะไร ทําไมจะต้องแจ้งก็มันเดือดร้อนอยู่แล้วก็รู้อยู่แล้ว ที่จริงมันต้องจัดการ กับรัฐบาลโน่น ในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗ ตามประมวลกฎหมาย อาญา เพราะว่าชาวนาแจ้งแล้วว่าข้าวราคาตกให้แก้ไขด่วน กนข. ก็ไม่ได้ดําเนินการ นี่ละครับท่านประธานมันกลับหัวกลับหางเลยตอนนี้ แล้วคนอย่างชาวไร่ชาวนาที่อยู่ในชนบท พิมพ์หนังสือยังไม่เป็นเลยจะแจ้งอย่างไร เขาจะชุมนุมนี่จะแจ้งอย่างไร วิธีการจะแจ้งอย่างไร แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านพอไหม แจ้งกํานันพอไหม หรือให้แจ้งตํารวจ แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งนายอําเภอ รูปแบบการแจ้งแจ้งอย่างไร มันขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในเมื่อการชุมนุมปราศจากอาวุธ สงบ เปิดเผย ทําไมจะต้องแจ้ง แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ทําอะไร แสดงว่ากฎหมายฉบับนี้ใหญ่กว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ สิครับ ท่านประธาน นี่ครับผมถึงไม่เห็นด้วยว่าจะต้องใช้ในการแจ้ง การชุมนุมทางการเมือง ถ้าเราปล่อยให้มีการชุมนุมทางการเมือง เรียกร้องตามปกติ มันเป็นเรื่องปกติครับ ใด ๆ ในโลกก็มีการชุมนุม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่พี่น้องประชาชนมาขับเคลื่อนทางการเมือง ไม่เช่นนั้นเขาไม่เรียกการเมืองหรอกครับ การชุมนุมปกป้องรักษาสิทธิประโยชน์เหมือน บ่อนอก บ้านกรูด ที่ไม่ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่กําลังขับเคลื่อน กันอยู่ นี่ก็คือการชุมนุมที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาจะต้องแจ้งด้วย หรือครับ ในเมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้ไปรุกรานเขา เขาลุกขึ้นมาปกป้อง แล้วเขาจะชุมนุม ทําไม จะต้องแจ้ง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมระแวงสงสัยครับท่านประธานว่ามันจะเป็น เครื่องมือให้กับผู้มีอํานาจ ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่าทหาร ไม่ว่าตํารวจ ใช้การล้อมปราบ พี่น้องประชาชนที่มีการชุมนุม ๒-๓ ประเภทนี้ ท่านประธาน ผมนี่เจ็บปวดมาก ๆ ในเรื่อง ของการชุมนุมในที่สาธารณะ และถูกกล่าวหาว่าสร้างความวุ่นวายตามมาตรา ๒๑๕ มั่วสุม ๑๐ คนขึ้นไป เจ็บปวดครับ ผมพาพี่น้องประชาชนออกจากศาลากลางเกรงว่ามันจะเกิด เหตุการณ์วุ่นวายก็เดินออกท้องถนน ผมก็ถูกแจ้งจับหาว่าชุมนุม ทําความวุ่นวาย ก็ตํารวจ ผู้ว่าราชการจังหวัดมาขอร้อง ส.ส. ให้ไปช่วยเอาออกหน่อย ชาวบ้านมันไม่ฟังใครแล้ว พอเรา พาออก ไปแจ้งจับของเราเสียนี่ นี่ท่านประธาน นี่คือวิจารณญาณของการใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นกฎหมายถ้าไม่ตกผลึกมันก็จะเหมือนกฎหมายภัยสังคม พ่อผมไปงานศพ ไปพูด เรื่องประกันราคาข้าวจับติดคุก ๖ เดือน ข้อหาภัยสังคมท่านประธาน ไม่มีการสอบสวน เอาไปติดคุกเฉย ๆ ๖ เดือน คิดดูสิครับสมัยรัฐบาลหอย ธานินทร์ กรัยวิเชียร จับชาวบ้าน จับพ่อจับแม่ไปขังคุก ๖ เดือน ไม่บอกลูกบอกหลาน ไม่มีการสอบสวน กฎหมายฉบับนี้ ก็เหมือนกันพอรู้ข่าวจะชุมนุมแจ้งจับเลย แจ้งจับเลยมันมีช่องว่างมากครับ เพราะฉะนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ผมไม่เห็นด้วยที่จะมี เครื่องมือของรัฐ เพื่อที่จะล้อมปราบ เพื่อที่จะดําเนินการจับกุมคุมขังผู้รักประชาธิปไตย ผมยืนยัน ผมคัดค้าน ผมไม่เห็นด้วย และขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยว่า กฎหมายฉบับนี้ ถ้าไม่พิจารณากันให้ดีจะกลายเป็นตราบาปกฎหมายเผด็จการในอนาคต ข้างหน้า กราบขอบคุณครับท่านประธาน