สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๙ มีนาคม ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างกฎหมายที่กระทบต่อความเป็นของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ของกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสีย และเรียกร้องการให้รัฐบาลฟังความคิดเห็นของประชาชน ชลน่าน ศรีแก้ว ยกย่องการชุมนุมสาธารณะ แต่ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับหลักการและเหตุผลที่ควรเป็น และไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนคนหนึ่งที่ต้องทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ต่อการที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. .... ความหมายก็เป็นกฎหมายใหม่เข้าสู่สภาแห่งนี้เพื่อพิจารณาในวาระ รับหลักการว่าสภาแห่งนี้จะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการที่ ท่านคณะรัฐมนตรีได้เสนอให้กับสภาแห่งนี้ก็สั้น ๆ ครับ แต่กว้างขวางมาก ให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ คืออ่านหลักการอย่างนี้นะครับ ถ้าไม่ดูเนื้อหาสาระ ไม่ดูเหตุผล ประกอบแล้วก็เป็นการยากที่จะบอกกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่า เราจะเห็นชอบด้วยกับหลักการหรือไม่เห็นชอบด้วยกับหลักการ โดยเฉพาะผมอ่านหลักการแล้ว ผมต้องมาอ่านเหตุผลครับท่านประธาน เหตุผลนี่ให้ไว้สั้นมาก ให้เหตุผลว่า โดยที่มาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ และการจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ คือลอกรัฐธรรมนูญมา นั่นละครับ แล้วเขียนเหตุผลที่เป็นข้ออ้างก็คือ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย รัฐธรรมนูญเขียนเว้นวรรคนะครับ แต่ว่าในร่างนี้ไม่วรรคเขียนต่อเนื่องเลย มีความหมายครับท่านประธาน อาศัยอํานาจบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณี การชุมนุมสาธารณะและเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ตรงนี้ ละครับที่เป็นความจําเป็นต้องมีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เฉพาะกรณีชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองประชาชนในการที่จะมีความสะดวกในการใช้ที่สาธารณะ ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลอย่างนี้ ความหมายที่สําคัญคือคุ้มครองประชาชนที่จะได้รับ ความสะดวกในการที่จะใช้ที่สาธารณะกรณีมีการชุมนุมในที่สาธารณะ เพราะฉะนั้นวรรคหนึ่ง เป็นวรรคทอง ห้ามไม่ได้ครับ จะต้องมีการชุมนุม ผมยกตัวอย่างร่างพระราชบัญญัติทางหลวง ที่สภาแห่งนี้เคยไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในมาตราที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติที่ว่า ห้ามชุมนุมในที่ทางหลวง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา ๔๖ กฎหมายที่เสนอไปว่าขัดต่อ บัญญัติรัฐธรรมนูญ กฎหมายฉบับนั้นตกเลยครับ นี่คือห้ามเลย แต่กฎหมายฉบับนี้ถ้าจะออก สิ่งที่สําคัญที่สุดต้องคํานึงถึงวรรคหนึ่ง จะห้ามมิได้เพราะเป็นเสรีภาพ แต่วรรคสองเขาบอก ต้องคุ้มครองประชาชนที่ยังใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะนั้น คําว่า ประชาชน ในที่นี้ก็ต้อง หมายถึงผู้ชุมนุมด้วยครับ เพราะผู้ชุมนุมก็คือประชาชน สิทธิของเขาที่จะใช้ที่สาธารณะ แห่งนั้นย่อมมี ผมยกตัวอย่างที่สนามหลวง ถ้าท่านห้ามไม่ให้เขาไปชุมนุมตรงนั้นเขาก็ต้อง ไปอยู่ที่อื่นใช่ไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ตรวจสอบหลักการ เหตุผล แล้วตัวบทบัญญัติแล้วผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมมีเหตุผล ผมจะเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ความเห็นต่อการมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุม สาธารณะผมเห็นด้วยว่าควรมี อย่าตีประเด็นว่าผมเห็นด้วยกับฉบับนี้นะครับ ผมเห็นด้วย กับการควรมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชนต่อการใช้ที่สาธารณะ แต่เมื่อผมมาตรวจสอบอยู่สารบัญญัติของกฎหมาย ฉบับนี้ที่มี ๓๙ มาตรา รวมบทเฉพาะกาลแล้ว สารบัญญัตินั้นไม่ได้สอดรับกับการ ให้การคุ้มครองพี่น้องประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะหรือการให้อํานวยความสะดวกการใช้ ที่สาธารณะเลย กับเป็นการจํากัดเสรีภาพในการชุมนุมของพี่น้องประชาชนตามวรรคหนึ่ง มาตราที่เขียนรองรับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้มันก็แปลความว่าการเขียนกฎหมาย แบบนี้สุ่มเสี่ยงต่อการขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๖๓ นี้ นะครับ เพราะรัฐธรรมนูญในมาตราที่เกี่ยวข้องนี้เขาบอกว่าการที่จะไปห้ามกระทํามิได้ เว้นแต่อาศัยกฎหมายเท่าที่จําเป็นและกฎหมายนั้นจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสาระสําคัญ แห่งสิทธิและเสรีภาพนั้น ถ้าท่านเขียนอย่างนี้กระทบสาระสําคัญอย่างแน่นอนครับ เพราะท่าน ต้องให้แจ้ง ถ้าแจ้งไม่ทันต้องขออนุญาต ถ้าจะเคลื่อนย้ายขบวนก็ต้องขออนุญาต ซึ่งสิ่งเหล่านั้น เป็นเสรีภาพของการชุมนุมเป็นสาระหลักของการชุมนุม เพราะฉะนั้นประเด็นสําคัญเรื่องนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยเพราะว่า เป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยเพราะว่ารัฐบาลเสนอกฎหมายนี้ อยากให้รัฐบาลทําเองแล้วจะได้ใช้ จะได้บอกว่า นี่คุณทํามา ไม่ใช่อย่างนั้นครับ กฎหมายถ้าดีมันมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมบอกแล้วผมเห็นด้วยกับการมีกฎหมายในเรื่องนี้ แต่ดูสารบัญญัติกฎหมายฉบับนี้แล้ว ผมรับไม่ได้

เรื่องต่อไปครับท่านประธาน ดอกเตอร์พีรพันธุ์ในฐานะผู้เสนอกฎหมาย ได้ถอนร่างไปพูดไปแล้ว เกี่ยวข้องกับมาตรา ๕๗ วรรคสอง สิ่งที่กระทบต่อความเป็นของ พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะมีส่วนได้เสียของพี่น้องประชาชนต้องไปทําการรับฟังความคิดเห็น รัฐบาลอาจจะละเลย อาจจะดูรัฐธรรมนูญไม่ครอบคลุมก็เลยไม่ดูเรื่องนี้เข้ามา มันมีความจําเป็นครับท่านประธาน ถามว่าออกกฎหมายฉบับนี้ไปมีผู้คนมีส่วนได้เสียหรือไม่ แน่นอนครับ มีส่วนได้เสียแน่นอน โดยเฉพาะคนที่เดือดร้อนจากการให้บริการของภาครัฐ เขาเลยต้องมาชุมนุม

เรื่องต่อไปครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่ผมต้องฝากกราบเรียนท่านประธาน การออกกฎหมายฉบับนี้มาดแม้นว่าผ่านรัฐสภาไปประกาศใช้ในราชกิจนุเบกษา สิ่งที่ได้มา ก็เป็นเพียงกฎหมายธรรมดาฉบับหนึ่งเท่านั้นเอง ที่ไปพูดเกี่ยวกับการควบคุมการชุมนุมของ ผู้มีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ได้แค่นั้นครับ ฐานคิดที่ท่านเอาตัวอย่าง การชุมนุมจากทางการเมืองมาตั้งแล้วคิดเอากฎหมายฉบับนี้มาจับแล้วบอกว่ามาดูแล มาส่งเสริมการชุมนุมในที่สาธารณะ วิธีคิดก็ผิดแล้วท่านประธาน เพราะรูปแบบการชุมนุม ทางการเมืองกับการชุมนุมของพี่น้องประชาชนที่จะเรียกร้องสิทธิของเขาที่พึงมีพึงได้ ผมยกตัวอย่างเช่นที่จังหวัดน่านขณะนี้ครับ พริกราคาตกต่ํามากท่านประธาน เมื่อก่อน ขายกิโลกรัมละ ๑๐ กว่าบาท ขณะนี้เหลือ ๓ บาท เขาก็ต้องมาเรียกร้อง ผมเองในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนเขา บอกมาที่ศาลากลาง มาส่งหนังสือด้วยความสงบนะ อันนี้ผมหวังดีต่อบ้านต่อเมืองนะครับ นี่คือการกระทําของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอย่ามองคนในแง่ร้ายตลอด เราต้องช่วยกันแก้ปัญหา ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีพรทิวา เลยครับ บอกว่าวันศุกร์นี้จะเอาเข้า คชก. ให้เลย อย่างนี้คือความใส่ใจ ชาวนาเขาประท้วงมา กี่วันแล้วครับ มาตรการที่ออกไปเขาไม่พอใจจะต้องทําอย่างไร ท่านประธานครับ การชุมนุม ทางการเมืองที่พวกเราพูดมาทั้งหมดนี้ผมบอกให้ครับ กฎหมายฉบับนี้ใช้ไม่ได้เลย ใช้ไม่ได้ครับ เพราะท่านจะไปประกาศเรื่องของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร ท่านจะใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเข้าไป ดําเนินการเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ท่านบอกว่าการชุมนุมอย่างนี้เป็นการชุมนุม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นการออกไปมันไม่แตกต่างกับการที่ท่านจะบังคับ ใช้กฎหมายธรรมดา เพราะโทษที่ท่านเขียน อํานาจที่ท่านมีก็มีในกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่ท่านไม่ได้ใช้ ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงว่าจะเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ ตํารวจในฐานะเป็นผู้ควบคุมความสงบเรียบร้อยภายในหรือไม่ ผมดูแล้ว ท่านประธานครับ ไม่ได้แตกต่างจากพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรอกครับ ไม่แตกต่างจากพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรอกครับ เขาทําตามกฎหมายฉบับนั้น เมื่อจะเอาโทษเขาท่านก็บอกว่าเขาต้องติดคุก ไม่มีหลักประกัน ใด ๆ ทั้งสิ้น ผมบอกท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องตํารวจที่เคารพ ท่านไปดูบทบัญญัติให้ดี ไม่มีอะไรคุ้มครองท่านเลย กฎหมายธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไปท่านก็ดําเนินการได้อยู่แล้ว ถ้าเขาทําผิด โดยเฉพาะท่านกําหนดโทษเป็นเรื่องของอาญาด้วย ทําได้อยู่แล้วครับ ท่านประธาน ไม่จําเป็นต้องมีกฎหมายลักษณะเขียนแบบนี้นะครับ ถ้ามีกฎหมายเขียนแบบนี้ ไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ เพราะว่าภาพรวมทั้งหมดนี้มันเป็นการจํากัดสิทธิตามวรรคหนึ่ง กําจัดเสรีภาพนะครับท่านประธาน วรรคหนึ่งเขียนเสรีภาพ การแสดงออกอย่างเสรี โดยปราศจากอาวุธในการชุมนุมของเขาเพื่อเรียกร้องต่อรอง เพราะฉะนั้นท่านประธาน ด้วยความเคารพ ในเรื่องนี้ผมอยากบอกผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพว่าเราเองนะครับ ถ้ากฎหมายดีมันก็มีประโยชน์ เพราะกฎหมายใช้บังคับกับทุกคน ครั้งหนึ่งเราอาจจะเป็น ผู้ชุมนุม ครั้งหนึ่งเราอาจจะเป็นผู้จัดการชุมนุม ครั้งหนึ่งเราอาจจะเป็นผู้ควบคุมการชุมนุม เป็นประโยชน์ทั้งหมดครับ แต่กฎหมายออกมาแล้วมันบังคับใช้ไม่ได้ ใช้แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา ใช้แล้วไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพที่มีกําหนดไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วมันก็ไม่ควรเป็น กฎหมาย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เหตุผลที่ผมกล่าวมา ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธาน คือสิ่งที่ไม่กล้ารับ ไม่อาจที่จะรับกฎหมายฉบับนี้ได้ เรียกร้องด้วยครับ ถ้าสมมุติเพื่อนสมาชิกเห็นด้วยกับผมนะครับ เราไม่รับกฎหมายฉบับนี้ มันก็ตกไป ทํามาใหม่ให้มันดี ให้มันสอดรับกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็น่าจะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ