วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน โดยกล่าวถึงการตรวจสอบโรงเรียนเอกชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปลอมตัวนักเรียนหรือครู และหาทางป้องกันไม่ให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมไม่ได้รับใบประกาศนียบัตร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนในหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒๒ มาตรา ตัวผมนั้นเติบโตมาจากโรงเรียนเอกชน ผมจบ ป. ๑ ถึง ป. ๗ จากโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าโรงเรียนเอกชนอย่างโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นั้น มีคุณแม่ครูมานิดา การพิสิษฐ์ เป็นเจ้าของ มีคุณครูวิรัตน์ ถาวรสุข เป็นครูใหญ่ มีครูสมจิต พันธุ์เมฆ ครูประพันธ์ ว่องวิทยา เป็นครูประจําชั้นผม ได้สอนให้เด็ก ๆ มีคุณธรรม มีจริยธรรม และสนใจเด็ก ๆ ให้เป็นเด็กดีของบิดามารดา ของประเทศชาติและของประชาชน คุณครูโรงเรียนเอกชนนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นผู้ที่เสียสละอย่างยิ่ง คําว่า ครู นั้น มาจากคําว่า ครุ คุรุ หมายถึง ผู้ที่รับภาระที่หนักหน่วง เป็นผู้ที่มีสุทธิ ปัญญา เมตตา ขันติ เปรียบเสมือนกับเป็นพระโพธิสัตว์ หรือเปรียบเสมือนกับเป็นบิดามารดาคนที่ ๒ ของเรา ซึ่งเป็นนักเรียน ซึ่งมีพ่อแม่อยู่แล้ว ก็มีคุณครูเป็นบิดามารดา ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้ยิน ได้ฟังปัญหาของโรงเรียนเอกชนที่ผมอยากจะเสนอแนะ เป็นข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นก็คือว่า ปรากฏว่าโรงเรียนเอกชน บางแห่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ทําบัญชีคุณครูปลอม คือไม่ได้มีครูจริงสอนตามจํานวน ที่โรงเรียนเอกชนได้เสนอต่อภาครัฐบาล ทําบัญชีนักเรียนปลอมมีอยู่ ๒ ห้อง ทําเป็น ๖ ห้อง ผมก็ไม่ทราบว่าโรงเรียนเอกชนนั้น ๆ คุณครูผู้บริหารโรงเรียนนั้นมีคุณธรรมหรือไม่ ที่ทําการอย่างนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนเป็นอย่างนั้น แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ มีศีลธรรม ตรงไปตรงมา ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่มีบางโรงเรียนเป็นเช่นนั้นจริงครับ อยากจะให้คณะกรรมการการศึกษาเอกชน หรือท่านรัฐมนตรีว่ากากระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดในโรงเรียนเอกชนต่าง ๆ ว่า รายชื่อต่าง ๆ นั้นถูกต้องตามจํานวนที่โรงเรียนเอกชนได้เสนอมาของบประมาณจากรัฐบาล หรือไม่ เพราะการที่รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณให้นักเรียนคนละ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าโรงเรียนเอกชนบางแห่งก็ไปเก็บเป็นค่าสอนคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้นถึง ๑,๕๐๐ บาทต่อนักเรียน ๑ คน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับนักเรียนโรงเรียน เอกชนเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งที่ผมสะท้อนใจอย่างยิ่งก็คือว่าในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ปรากฏว่า โรงเรียนเอกชนบางแห่ง ท่านประธานครับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เป็นผู้หญิงครับ เป็นเด็กหญิง นั่งทําข้อสอบอยู่ในห้องสอบ ในห้องเรียน ปรากฏว่าบิดามารดาไม่ได้ จ่ายค่าเทอม คุณครูก็ไปจูงมือเด็กผู้หญิงคนนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องสอบ จนทําให้ เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีใบประกาศนียบัตรวุฒิการศึกษาชั้น ป. ๖ เพราะอะไรครับ เพราะ พ่อแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ผมอยากกราบเรียนไปยังคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเพื่อที่จะหามาตรการในการป้องกัน ไม่ให้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศกระทําการเยี่ยงนี้กับเด็กผู้หญิงคนนั้นอีก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เพราะปัญหาการไม่จ่ายค่าเทอม ไม่อาจนํามาซึ่งการห้ามนักเรียนไม่ว่าหญิงหรือชายเข้าสอบได้ ผมไม่อยากเห็นภาพอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครก็สุดแท้แต่ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ปรากฏว่าผมยังได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษา นักเรียนที่จบ ปวช. และ ปวส. ในโรงเรียนหรือในวิทยาลัยเอกชนบางแห่งในฝั่งธนบุรี ข้อร้องเรียนก็คือว่า เรียนจบแล้วไม่ได้ใบประกาศนียบัตร ปวช. หรือ ปวส. เพราะอะไรครับ เพราะว่าไม่มีเงิน จ่ายค่าเทอม เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เช่นเดียวกับเด็กหญิงคนนั้นในชั้น ป. ๖ ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแล้วถูกคุณครูจูงออกจากห้องสอบ ถ้าเป็นลูกหลานท่านประธาน จะคิดอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ นักเรียน นักศึกษาเรียนจนจบ ปวช. ปวส. แต่ไม่ได้ ใบ ปวช. ปวส. ไปประกอบวิชาชีพเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ซึ่งปัญหาทั้ง ๒ ประการนี้คณะกรรมการ การศึกษาเอกชน หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ควรจะหาทางป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์เยี่ยงนี้อีก เพราะอะไรครับ เพราะการที่ไม่ให้ ใบประกาศ ปวช. ปวส. นั้นทําให้นักศึกษา นักเรียน