ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน โดยขอให้กรรมาธิการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมเพื่อเพิ่มสิทธิของบุคคลที่ไม่ใช่ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเอกชนให้กลับคืนสู่ระบบประกันสังคม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การที่คณะรัฐมนตรีซึ่งนําเสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วันนี้ ท่านให้เกียรติมานั่งฟังสมาชิกให้ความคิดเห็นในวาระรับหลักการกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ ตัวแทนภาคประชาชนได้เสนอร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... ซึ่งความหมายก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมในปี ๒๕๕๐ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาว่าจะรับหลักการไว้พิจารณาเป็นพระราชบัญญัติ ที่จะประกาศใช้ต่อไปหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิก แล้วก็ทางภาคประชาชน ในเรื่องหลักการกระผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ หมายถึงสมาชิกสภาแห่งนี้หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก สภาแห่งนี้จะเป็นกรรมาธิการ กรณีผ่านการรับหลักการไปพิจารณาในระดับชั้นในขั้นที่ ๒ หรือขั้นที่ ๓ ต่อไป ประการแรกสุดในเรื่องหลักการผมเองกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างคณะรัฐมนตรีเองมีทั้งหมด ๗ หลักการ ร่างของเพื่อนสมาชิกก็มีความหลากหลายไป เช่นของท่านนิยม วรปัญญา ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้เสนอมา ๒ ฉบับ ฉบับละ ๒ หลักการ ก็มีหลักการที่แตกต่างกันไป ร่างของท่าน ส.ส. อรุณี และคณะ มี ๑๐ หลักการ ท่านนพคุณ ท่านวิรัตน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามครับท่านประธาน มีอยู่ ๙ หลักการ ของภาคประชาชนที่นําเสนอเข้ามาทั้งหมด ๑๔ หลักการ เหตุที่ผมยกตัวเลขที่ให้ ท่านประธานได้รับทราบนี้ เพราะว่ามันมีความต่างในหลักการที่เราจะต้องพิจารณาว่าเราจะ รับหลักการนี้หรือไม่ ความต่างประการแรกสุดที่ต้องฝากเป็นประเด็น เป็นข้อสังเกตว่าถ้าเรา รับทุกร่างเข้าไปก็เป็นภาระหน้าที่ของกรรมาธิการจะต้องพิจารณาว่าจะมาผสมผสาน หลักการตรงนั้นได้หรือไม่อย่างไร ความต่างประการที่ ๑ ในร่างของคณะรัฐมนตรีเข้าใจว่า สภาแห่งนี้เมื่อรับแล้วก็เป็นธรรมเนียมเสียงข้างมาก ก็ต้องใช้ร่างคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา ความต่างของร่างเพื่อนสมาชิกกับร่างของภาคประชาชนที่เสนอเข้ามานี้ ที่กรรมาธิการน่าจะมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาค่อนข้างมาก ก็คือเรื่องการจัดตั้งสํานักงาน คณะกรรมการศึกษาโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีอยู่ในร่างเพื่อนสมาชิก แต่ไม่มีในร่างของ ครม. ว่าในปัจจุบันสํานักงานศึกษาภาคเอกชนอยู่ในสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดูแลอยู่นะครับ มีเลขาธิการทําหน้าที่ดูแล ร่างของเพื่อนสมาชิกเสนอจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการขึ้นมาเทียบเท่ากับแท่งที่มีอยู่เดิม เช่น สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา และ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คล้ายกัน เพราะตําแหน่งท่านก็บอกว่าเทียบเท่าอธิบดี ประเด็นนี้ผมฝากว่าเมื่อรับไปแล้ว กรรมาธิการจะพิจารณาอย่างไร เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวง ศึกษาธิการ เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เว้นแต่ว่าสภาแห่งนี้ จะมีมติให้ชัดไปว่า รับร่างของ ครม. ไม่รับร่างเพื่อนสมาชิก หรือรับร่างของ ครม. รับร่าง ของเพื่อนสมาชิกในเฉพาะหลักการที่เกี่ยวเนื่องกัน ต้องระบุให้ชัดนะครับประธาน ไม่อย่างนั้นมีปัญหาพิจารณามาก อย่างวันนี้ผมเองต้องเป็นผู้ชี้แจงเรื่องกฎหมายแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่มีปัญหาที่เราช่วยกันอภิปรายนําเสนอ และกรรมาธิการต้องถอนออกไป ไปปรับแก้ เพราะมีการแก้ไขหลักการเข้ามา มีเพิ่มเติม หลักการเข้ามา ประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการที่มีอยู่แล้วมันพอที่จะคุยได้ พูดได้ สามารถ ชี้แจงได้ว่าอยู่ในกระบวนการ แต่ประเด็นที่ไม่เกี่ยวเนื่องเลยซึ่งเราใช้คําว่า ขัดกับหลักการ ที่เรารับไปแล้วนี่มันทําไม่ได้ อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นหลักการ ที่เพิ่มเติมเข้ามาคล้ายกัน ยกเว้นประเด็นนี้ที่ผมเห็นแตกต่างนะครับ เท่าที่ผมดูในร่างของ เพื่อนสมาชิกกับร่างของคณะรัฐมนตรี ในหลักการที่เสนอเข้ามากระผมคงจะไม่ลง รายละเอียดทั้งหมดครับท่านประธาน แต่ประเด็นที่ผมจะยกขึ้นเป็นข้อสังเกต ผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้รับหลักการ ตัวผมเองนะครับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีส่วนร่วมในการเสนอ กฎหมายฉบับนี้หลายท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านนพคุณ ท่านอรุณี หรือคุณพ่อนิยม วรปัญญา เห็นความสําคัญก็ช่วยกันเสนอกฎหมายประกบเข้ามา เพราะฉะนั้นเรื่องของความเห็นชอบในการจะรับหลักการในวาระที่ ๑ หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น หรอกครับ ไม่เป็นปัญหาเลยเรายินดีสนับสนุนครับ ยินดีที่จะรับหลักการ ประเด็นที่ผมเอง กราบเรียนฝากท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณา ในลําดับต่อไป เรื่องการที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน นั่นหมายความบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเอกชนไม่ว่าจะเป็นครู ครูใหญ่ ผู้อํานวยการ หรือบุคลากรทางการศึกษาที่ท่านนิยามมาอยู่ตรงนี้ เพื่อจะดึงออกมาจากร่างกฎหมายเดิม หรือเติมเข้าไปในร่างกฎหมายใหม่ สิ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะ เป็นตัวนักเรียนหรือผู้ปกครองหรือผู้ที่เป็นเจ้าของ แล้วก็พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรม เพราะการแก้ไขแล้วถ้าไม่ดีขึ้นกว่าเดิมก็อย่าได้ไปทํา เพราะยุ่งยากมาก แต่เท่าที่ดูแล้ว บทมาตราไม่ว่าจะเป็นแก้ไขเรื่องคํานิยามแก้ไขเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ตรงนี้เป็นประโยชน์ แน่ครับ เพราะว่าท่านไปยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่าจะโอนให้กับสถานศึกษาทั้งในระบบ หรือนอกระบบก็ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือโอนกลับให้กับเจ้าของก็ได้รับยกเว้น ค่าธรรมเนียม นี่เป็นประโยชน์แน่ครับ ตรงนี้คงไม่เป็นประเด็น เรื่องชื่อก็คงเป็นเรื่องที่ ทําด้วยความเหมาะสม กรรมการอุทธรณ์เรื่องทุนสํารองต่าง ๆ การสอบบัญชี ถึงวันนี้ เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ประเด็นที่ผมเพิ่มที่เป็นข้อสังเกตที่พยายามที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ ไปแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่เสียสิทธิ หรือว่าผู้ที่เขาคิดว่าเขาเสียสิทธิในเรื่องกรรมสิทธิ์ในการ ถือครองไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้กับเจ้าของก็มีบทเฉพาะกาลที่เขียนรองรับไว้ให้ หรือบทที่ว่าด้วยการยกเลิกมาตรา ๑๕๙ นั่นหมายความว่าผู้ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนตั้งแต่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ปี ๒๕๒๕ เป็นต้นมา ก่อนปี ๒๕๕๐ ได้รับสิทธิที่จะไม่ต้องโอนให้กับโรงเรียน ได้รับสิทธิที่จะ ไม่โอนทรัพย์สิน เพราะว่ากฎหมาย ปี ๒๕๕๐ บังคับว่าคุณจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทรัพย์สินเหล่านี้ให้กับโรงเรียน เมื่อไม่ต้องโอนแล้วก็มีกระบวนการวิธีการ เช่น การจัดทํา ตราสารเรื่องของคณะกรรมการบริหาร แล้วแต่สถานะของโรงเรียน เช่น ปี ๒๕๕๐ เคยทํา เรื่องการจัดตั้งนิติบุคคลไป ก็ใช้ตรงนั้นเข้ามาเทียบเคียงแล้วก็ทําต่อได้ ก็คือมีกระบวนการ ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลรองรับเพื่อการตรวจสอบ เพราะการตรวจสอบตรงนี้ต้องตรวจสอบ อยู่ในระบบพอสมควร เพราะหลายท่านฐานะที่เป็นสมาชิกแห่งนี้เท่าที่ผมฟังคําอภิปราย ก็เป็นห่วงนะครับว่าถ้าไม่ให้กรรมสิทธิ์ไปอยู่ในระบบที่เป็นนิติบุคคลแล้ว จะมีความมั่นใจ ได้อย่างไร ว่าโรงเรียนแห่งนี้จะไม่ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะแสวงหาผลประโยชน์เข้าส่วนของตัวเอง โดยไม่คํานึงถึงผลกระทบต่อเรื่องการศึกษาของลูกหลานของพวกเรา จัดตั้งไปสัก ๑-๒ ปี มีรายได้ก็ยุบเลิกไป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อห่วงใยนะครับ ฝากกรรมาธิการที่จะต้องเข้าไปดูว่า ท่านจะมีวิธีการตรากฎหมายอย่างไรที่จะมารองรับ ในตราสารนั้นจะต้องระบุอะไรหรือไม่ อย่างไร แต่ว่ามันเป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม อาจจะเป็นข้อสังเกตที่กรรมาธิการเติมไปได้ ในเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์นะครับ แต่ผู้สูญเสียผลประโยชน์ที่เขาสูญเสียผลประโยชน์จริงเขาน่าสงสาร แต่ผู้สูญเสียผลประโยชน์ ที่ไม่จริง แสวงหาผลประโยชน์บนส่วนต่างของช่องว่างกฎหมายนะครับ ผมเน้นนะครับ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนต่างบนช่องว่างของกฎหมาย ก็ต้องหาวิธีการที่จะไปกํากับดูแล หรือตรวจสอบให้ได้ อันนี้ผมฝากไว้ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ การให้สิทธิของบุคคลที่อยู่ในโรงเรียนเอกชนไม่ว่าจะเป็น อยู่ในระบบหรือนอกระบบได้รับการยกเว้น ไม่อยู่ในคุ้มครองของกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่อง ประกันสังคมก็ดี แรงงานทดแทนก็ดี ระบบกฎหมายแรงงานก็ดีก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าบุคคลที่ไม่ใช่ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ที่เขาเคยส่งเงินสมทบกับกองทุนประกันสังคมไว้ตามกฎหมายประกันสังคม ตั้งแต่ก่อนวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ พอมีกฎหมายโรงเรียนเอกชนปี ๒๕๕๐ เข้ามามีผลบังคับใช้ คนเหล่านี้ ต้องถูกจัดมาอยู่ในระบบของโรงเรียนเอกชน จัดอยู่ในระบบของโรงเรียนเอกชน หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าต้องไปยกเลิกการส่งเงินสมทบเข้ากับกองทุน ประกันสังคม ซึ่งเขาก็เสียสิทธิไป แล้วเงินที่เขาส่งเขาก็เสียสิทธิไป อันนี้ก็เป็นการดีครับ บุคลากรที่ไม่เกี่ยวข้องกับครู ครูใหญ่ หรือบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งความหมายบุคลากรทาง การศึกษาท่านก็หมายถึงบุคคลที่เป็นผู้มีส่วนสนับสนุนในเรื่องของกิจกรรมของโรงเรียน เช่น บุคคลที่ไม่ใช่ครู ตามคํานิยามที่ท่านเขียนไว้มี ๕ ประเภท หรือ ๖ ประเภทตามที่ คณะกรรมการจะกําหนด เช่น ผู้ปฏิบัติหน้าที่บรรณารักษ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานแนะแนว ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านเทคโนโลยีการศึกษา ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานทะเบียนวัดผล ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในงานบริหารทั่วไป นี่คือเป็นประเภทบุคลากรการศึกษาที่อยู่ในความครอบคลุม ตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน ร่างกฎหมายเดิมและร่างใหม่ คนเหล่านี้ถือว่าอยู่ในความครอบคลุม เช่น ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงาน หรือประกันสังคม หรือกฎหมายกองทุนทดแทน แต่ว่าบุคคลที่ไม่ใช่คนกลุ่มนี้นะครับ เช่น พนักงานขับรถ คนสวน ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนหรือ อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในโรงเรียนเอกชน ซึ่งเขาเคยถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบที่ไม่อยู่ในความ คุ้มครองของกฎหมายประกันสังคม คนเหล่านี้ได้รับสิทธิจากการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้กลับ ไปสู่ในระบบของกองทุนประกันสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ในระบบหรือ โรงเรียนทั่วไปที่อยู่ในระบบนะครับ โรงเรียนทั่วไปหมายถึงโรงเรียนเอกชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนที่รัฐสนับสนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือโรงเรียนที่รัฐสนับสุนน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือโรงเรียนที่รัฐไม่สนับสนุนเลยแต่เป็นโรงเรียนในระบบ เขาก็มีสิทธิ ที่จะกลับคืนสู่กองทุนประกันสังคมได้ในกรณีที่เขาไม่ใช่ครู ครูใหญ่ หรือบุคลากรทาง การศึกษาของโรงเรียนนั้นเขาก็กลับสู่ประกันสังคม เขาสามารถจะส่งต่อเนื่องแล้วก็นับเวลา ต่อเนื่องได้ อันนี้ก็เป็นประโยชน์สําหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง ความหมายตรงนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมที่แก้ไขเพิ่มเติมอยู่นี้ก็เขียนรองรับว่าความครอบคลุมของ บุคคลที่เข้าสู่กฎหมายประกันสังคมไม่ให้รวมถึงผู้อํานวยการ ครูใหญ่ ครู หรือบุคลากร ทางการศึกษาตามกฎหมายประกันสังคม อันนี้ก็ชัดเจน เพราะว่าท่านนิยามบุคลากรทาง การศึกษาเอาไว้มีแค่ ๕ ประเภทหรืออีกประเภทหนึ่งตามที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งแน่นอนไม่ใช่คนสวน คนรับจ้าง คนงานทั่วไป คนเหล่านั้นก็เข้าไปสู่ประกันสังคมได้ อันนี้คือข้อดี ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ตามที่ภาคเอกชนเสนอเข้ามาก็มีข้อเรียกร้องอยู่พอสมควรที่จะทําให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกัน พิจารณา หรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกที่เสนอเข้ามา ผมเองนะครับกราบเรียนท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่า ไม่ได้เห็นแย้งกับเรื่องหลักการที่จะต้องรับ แต่มีความเห็นต่างนิดหน่อยตรงที่ หลักการที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง ก็ฝากไว้เป็นประเด็นนะครับ พอท่านรับไปแล้ว คณะรัฐมนตรีรับไปแล้ว ยกเว้นร่างของคณะรัฐมนตรี ร่างของเพื่อนสมาชิกกับร่างภาค ประชาชนเขาให้จัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาภาคเอกชนขึ้นมาเลย ก็น่าที่จะลองพิจารณาดูนะครับว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทําอย่างนั้นในกระทรวงศึกษาธิการ จาก ๕ แท่งก็จะเป็น ๖ แท่งไปใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมเองก็เชื่อว่าฝ่ายค้านทุกท่านนะครับที่มีอยู่ขณะนี้ยินดีที่จะรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมและยินดี ให้การสนับสนุน ฝากประเด็นที่ผมอภิปรายไว้เพื่อพิจารณาในลําดับชั้นต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ