ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดสรรทรัพยากรให้กับโรงเรียนเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาที่ไม่ทั่วถึงในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐมนตรีเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒๒ มาตราที่ได้นําเสนอในวันนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มีหลายประเด็น ที่ผมเห็นด้วยในหลักการที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนเอกชนและ ต่อนักเรียน นักศึกษา แต่มีหลายประเด็นที่มองแล้วว่ามันอาจจะเป็นการลิดรอนสิทธิทําให้ เกิดผลกระทบตามมา แทนที่จะเป็นการส่งเสริมการขยายให้มีการแข่งขันกันในเรื่องของ การพัฒนา แต่กลับกลายจะเป็นการลิดรอนทําให้การแข่งขันนั้นลดลง ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านใน ๒ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ ก่อนที่จะไปกล่าวถึงใน ๒ ประเด็นที่ผม จะกล่าวนั้น ก็คือต้องยอมรับกันว่าโรงเรียนเอกชนเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าถ้าเรามองว่าโรงเรียนเอกชนเป็นการแบ่งเบาภาระ ของรัฐบาล ก็จําเป็นต้องเป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องจัดการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ มีหลายโรงเรียน มีหลายมหาวิทยาลัยที่ทําท่าจะออกนอกระบบ นั่นหมายถึงจากการ อยู่ในระบบของราชการก็จะออกไปสู่นอกระบบ เพื่อที่จะมีการจัดการบริหารที่มีเอกภาพ ขณะที่โรงเรียนเอกชนหลาย ๆ โรงเรียนได้มีการพัฒนาตัวเองจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับ ของสังคมและอยู่ได้นาน มีหลายโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนที่มีปัญหา สร้างปัญหาเหมือนกับ ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้วว่ามีการปลอมแปลงในเรื่องของสร้างตัวเลข ในเรื่อง ของตัวนักศึกษาเอง นักเรียนเอง หรือด้านอื่น ๆ มันก็ย่อมเกิดได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ ในความดูแลของรัฐบาลซึ่งเป็นหน่วยงานที่กํากับเพื่อจะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมใน (๒) ที่รัฐบาล ได้เสนอเข้ามานั้น เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมการโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน และกําหนดเกี่ยวกับการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ให้แก่โรงเรียนในระบบ ประเด็นนี้เป็นเรื่อง สําคัญ เพราะในการบริหารกิจการโรงเรียนเอกชนนั้นกว่าเขาจะได้มาซึ่งโรงเรียน เขาต้อง มีการลงทุน มีที่ดิน มีอาคารเรียน มีอุปกรณ์การเรียนอะไรมากมาย สื่อการเรียนการสอน ในโรงเรียนนั้น ๆ เป็นทรัพย์สมบัติที่เขาหามา เขาสร้างมาตลอดชีวิตของเขาเอง อยู่ ๆ กฎหมายฉบับนี้จะบอกว่าต้องโอนให้กับโรงเรียนผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของ กรรมสิทธิ์ต้องโอนไปให้กับโรงเรียน ขวัญกําลังใจ ความมั่นใจ ถ้าเกิดเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เหล่านั้นไม่มีบุตรหลาน ไม่มีคนที่จะมาบริหารโรงเรียนนี้ต่อ ผลต่อเนื่องจะเกิดขึ้นมานั้น คืออะไร ถ้าเจ้าของที่ดินนั้นมีอันเป็นไป ต้องกราบฝากไปยังคณะกรรมาธิการให้พิจารณา อย่างรอบคอบว่าจะเกิดผลหรือไม่
ประการที่ ๒ เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ผลประกอบการทางธุรกิจอย่าลืมว่า การประกอบธุรกิจโรงเรียนเอกชนเป็นธุรกิจการศึกษา ถ้าเขาไม่มีกําไรเขาก็ไม่ทํา เขาต้อง มีกําไรเพื่ออยู่ได้ ท่านลองไปถามดูสิว่ามีโรงเรียนไหนที่ไม่มีกําไร ไม่มีหรอกครับ แต่เขาทําเพื่อที่จะให้เกิดมีผลกําไร ผลกําไรเหล่านั้นจะสะท้อนย้อนกลับมาที่การพัฒนา ปรับปรุง ขยายกิจการ โรงเรียนไหนไม่มีผลกําไรก็เจ๊ง ไปไม่รอด ไม่มีคนไปเรียน ไม่มีนักศึกษา ไม่มีนักเรียน ก็ต้องปิดกิจการไป แต่โรงเรียนไหนที่ประกอบกิจการ มีผลประกอบการที่ดี มีการจัดการที่ดีก็มีคนไปเรียนเยอะ ผมยกตัวอย่าง อย่างโรงเรียน ใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานครของเรา และมีนักเรียนแห่กันไปเรียนเยอะ ๆ มีการคัดเลือก นักเรียนที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียน อย่างนี้ โรงเรียนเขามีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในการจัดการ แล้วอยู่ ๆ ก็จะไปให้เขาไปโอน กรรมสิทธิ์ที่ดิน โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดให้กับโรงเรียน อันนี้ต้องคิดกันให้ดี แต่ว่า ส่วนอื่น ๆ ก็เป็นประโยชน์นะครับถ้าเรามองในภาพรวม
อีกประการหนึ่งซึ่งผมมองแล้วว่าเป็นเรื่องที่ดี หลังจากที่มี พ.ร.บ. โรงเรียน เอกชน ปี ๒๕๕๐ ซึ่งออกไปแล้วให้ครูบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนนั้นเข้าสู่ ระบบกองทุน บางคนก็มีปัญหาในเรื่องการส่งกองทุน แต่เมื่อมีการแก้ไขในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้กับบุคลากรทางการศึกษาได้มีการเข้าสู่ระบบการประกันสังคมได้ ก็เป็นประโยชน์ เป็นทางเลือกหนึ่ง เป็นเรื่องที่ดีที่จะให้ทางบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนนั้น ได้เข้าไปสู่ระบบการประกันสังคมและต่อเนื่องจากที่เขามีอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในการจัดการโรงเรียนเอกชน ผมมองว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็คือ ๑. เจ้าของกิจการ ๒. ผู้ปฏิบัติการ หมายถึงครู บุคลากรทางการศึกษา ๓. นักเรียน นักศึกษา เราต้องมองในภาพรวมว่าการจัดการศึกษาของประเทศเรานั้น มีการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนนั้นมีเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรการศึกษาทั้งหมด อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นอยู่นอกระบบโรงเรียน การที่เรามีโรงเรียนเอกชนเข้ามาเป็นการเติมเต็มช่วยจัดการทั้งในระบบและนอกระบบ โรงเรียน อย่าลืมว่าการจัดการศึกษาของไทยนั้นท่านรัฐมนตรีเอง ก็ต้องยอมรับว่า การจัดการศึกษาของเรายังไม่ทั่วถึง ยังให้การจัดการศึกษาที่ดีได้ไม่ทั่วถึง ต้องยอมรับตรงนี้ เพราะฉะนั้นเอกชนที่เขามีบทบาทเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้เราต้องดูและเขาให้ดี ต้องส่งเสริม ให้มีการจัดการและมีสวัสดิการ ให้มีคุณภาพทั้งบุคลากร ทั้งนักเรียน นักศึกษา ทั้งการเรียน การสอน ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่านอกเหนือจาก ที่กล่าวในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ก็ต้องฝากว่าการจัดการศึกษานั้นเราจะต้องมุ่งไปที่ คุณภาพให้มากที่สุด นักศึกษา นักเรียนที่มุ่งหวังอยากจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย มีโอกาสไม่มากนักหรอกที่เขาจะสอบเข้าในโรงเรียนของรัฐได้ ยิ่งท่านรัฐมนตรีได้ประกาศ ชัดเจน เขียนป้ายติดหน้าโรงเรียนทุกโรงเรียนห้ามมีการฝาก ผมขอชื่นชมในแนวคิดนะครับ ส.ส. ก็เบาแรงไปเยอะ ไม่ต้องเดือดร้อน ต้องขอชื่นชม เพราะว่าพอถึงฤดูกาลเข้าเรียนเมื่อไร ก็จะเดือดร้อนในเรื่องเหล่านี้ ผู้ปกครองก็จะมาหา โทรศัพท์มาหา ขอร้องให้ช่วยเหลือ ผลักดันให้ลูกหลานของตัวเองเข้าเรียนโรงเรียนที่ดี ๆ มันก็ทําให้สิ่งเหล่านี้ได้ผ่อนคลายลงไป แต่เมื่อมีประกาศออกมาอย่างนี้ก็เป็นความชัดเจนที่ทุกโรงเรียนเขาปฏิบัติ อันนี้เป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องไม่ดี ขอชื่นชมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากโรงเรียนใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงแล้ว ท่านต้องดูแลครับ บางโรงเรียนท่านเชื่อไหมว่าเป็นโรงเรียนของรัฐเอง อย่างวิทยาลัย อุตสาหกรรมการต่อเรือหนองคาย ฝากด้วยนะครับ เป็นวิทยาลัยมีนักเรียนอยู่ประมาณสัก ๑๐๐ คนเศษ ๆ รัฐมนตรีทําอะไรอยู่เคยไปดูบ้างหรือเปล่า ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ใครที่รับผิดชอบ กระทรวงศึกษาธิการแล้วก็กรมอาชีวะไปดูหน่อยครับ ครูมากกว่านักเรียน ผมเสียดาย อาคารเรียนนะครับ เดิมทีเดียวเริ่มที่เขาเป็นโรงเรียนการต่อเรือมีนักเรียนอยู่เป็นพัน ๆ คน เลยนะครับ หลังจากนั้นลดน้อยถอยลง ๆ ไปเรื่อย ๆ เมื่อปีที่แล้วและปีนี้ประมาณสัก ๑๐๐ คนเศษ ๆ ปีหน้าผมว่าไม่เหลือแล้วนะครับ ตรงนี้ฝากท่านด้วยว่าบุคลากร ทางการศึกษาน่าเสียดาย เพราะว่ามีแต่บุคลากรที่มีคุณภาพแต่ว่าการจัดการนี้ผมไม่ทราบว่า มีความผิดพลาดอะไรอย่างไร เปลี่ยนชื่อได้ไหม จากวิทยาลัยอุตสาหกรรมการต่อเรือ บางทีเขามองว่ามันจะไปเรียนเรื่องการต่อเรืออย่างเดียวหรือเปล่า เปลี่ยนชื่อได้ไหม เป็นชื่อ อย่างอื่น เป็นวิทยาลัยนานาชาติอะไรก็สุดแล้วแต่ที่มันจะเอื้อประโยชน์ต่อการใช้สถานที่ ใช้อะไรให้เกิดประโยชน์ ใช้บุคลากรทางการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมฝากนะครับ ถ้าท่านไม่ทําถ้าพวกเราได้ขึ้นไปเป็นรัฐบาลพวกเราจะทํานะครับ ตรงนี้ท่านต้องรีบทํา ต้องรีบดําเนินการ
อีกประการหนึ่งเรื่องของการที่จะให้โรงเรียนเล็ก ๆ ที่อยู่ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการนี้ แทนที่ลูกหลานจะแห่ไปเรียนโรงเรียนระดับจังหวัด โรงเรียนใหญ่ ๆ ทําอย่างไรที่จะให้โรงเรียนเขาเกิดมีความทัดเทียมในเรื่องคุณภาพ ความรู้สึกนี่เรื่องสําคัญ เรื่องหน้าตาอยากให้ลูกหลานของตัวเองเข้าโรงเรียนใหญ่ ๆ นี่เป็นเรื่องหน้าตา เป็นเรื่อง ความรู้สึกทั้งนั้น ท่านจะต้องแก้สิ่งเหล่านี้ เพราะว่าโรงเรียนเอกชนสามารถทําได้ไหม ในแต่ละจังหวัด ท่านจะเข้าไปจัดการดูแลในเรื่องนี้ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะฉะนั้น ผมก็ขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเข้าไปพิจารณากันในวาระต่อไปนะครับ เรื่องในวาระรับหลักการนั้นผมเห็นด้วย แต่มีข้อติติงและข้อที่จะเพิ่มเติมให้ไปพิจารณาตามที่ ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ ขอบคุณครับ