สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๙ มีนาคม ๒๕๕๔

นิยม วรปัญญา หารือเรื่องการศึกษาเอกชน โดยขอความร่วมมือของรัฐบาลในการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนด้วยการแบ่งเบาภาระการเงิน การจัดสรรงบประมาณ และสวัสดิการสำหรับบุคลากร นอกจากนี้ยังขอให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนให้สามารถเลือกเป็นนิติบุคคลหรือไม่เป็นได้ โดยไม่ต้องโอนทรัพย์สินให้กับรัฐ และให้สวัสดิการเหมือนเดิม

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนเอกชนนั้นได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้รัฐบาลได้ประหยัดงบประมาณได้มาก เพราะฉะนั้นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านที่มี ส่วนร่วมช่วยในงานนี้ทุกท่าน รวมทั้งท่านรัฐมนตรีคนเก่าที่เคยได้ช่วยผ่านเรื่องมา จนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ผมต้องขอขอบคุณอย่างมากครับ เพราะว่าท่านพยายามช่วยจะให้เข้ามาตั้งนานแล้ว แต่พอดีมาติดขัดที่ทางวิปได้เลื่อนของผม ไปเสียเรื่อย ก็เลยไม่ได้เข้าสักทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนเอกชนนี้ช่วยแบ่งเบา ภาระให้รัฐบาลไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของภาคการศึกษา แต่ถ้าจะดูให้ละเอียดจริง ๆ อาจจะถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะโรงเรียนเอกชนนั้นอาคารเขาสร้างเอง เครื่องมือ สื่อการสอนต่าง ๆ ก็สร้างเอง ตลอดทั้งการบํารุงรักษาสถานที่แล้วก็ที่ดิน และนอกกว่านั้น เงินบํานาญตกทอดครูโรงเรียนเอกชนก็ไม่มีครับ การรักษาพยาบาล พิจารณาได้อย่างชัดเจน เลยครับ ทั้งที่เอาเงินรัฐบาลมาช่วยก็มาช่วยเพียงกึ่งหนึ่งของค่ารักษาพยาบาล แล้วก็จะได้ เฉพาะครู ขณะที่ตามพระราชบัญญัติการศึกษา ปี ๒๕๒๕ นั้นได้ช่วยเหลือถึงบุคลากรด้วย และบิดามารดาของบุคลากรก็มีส่วนได้ พอมาปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็แก้ไขใหม่ ได้ยกเลิกพระราชบัญญัตินั้น ทําให้ครู บุคลากรได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นผมจึงได้ขอแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับเดิมให้มาใช้ข้อความดังที่ได้กราบเรียนไปแล้วเมื่อตอนต้นแทนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาของภาคเอกชนนั้นจะได้คล่องตัว จะด้านศีลธรรม จรรยาหรือวัฒนธรรมต่าง ๆ เขาได้จัดตามหลักสูตรเสริมโดยวิธีการที่ใช้หลักพระธรรม คําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด เพราะฉะนั้นการศึกษาถ้ามาจาก โรงเรียนเอกชนแล้ว จะเห็นได้ว่าเด็กนั้นได้มีการปรุงแต่งอย่างดีนะครับ เด็กโรงเรียนเอกชน ที่มีความประพฤติไม่ดีนี่มีจํานวนน้อย เอาอัตรามาเฉลี่ยดูแล้วนะครับ เว้นแต่โรงเรียนนั้น อาจจะรับเด็กจากโรงเรียนรัฐบาลมาตั้งแต่เดิมแล้ว ไม่สู้จะดี ดังนั้นการศึกษาช่วยได้ทั้ง ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจและด้านกิจกรรม เพราะกิจกรรมต่าง ๆ นี้รัฐบาลสั่งอะไรไป โรงเรียนเอกชนก็ต้องปฏิบัติตาม นอกจากในเรื่องการเรียนการสอนแล้วนะครับท่านประธาน ยังได้มีการช่วยพัฒนาเด็กในด้านวิชาชีพอื่น ๆ เพราะโรงเรียนเอกชนนั้นจะมีวิชาชีพเสริมอยู่ตลอด เท่าที่ผมได้จัดมาเองก็ดี หรือว่าได้เห็นมาจากโรงเรียนต่าง ๆ ก็ดีครับ นอกจากประหยัด งบประมาณแล้วยังทําให้การศึกษานั้นมีการแข่งขันกัน ถ้ามีโรงเรียนเอกชนที่ไหนรัฐบาล จะต้องพยายามส่งคนไปติดตาม แล้วก็ไปหาครูในโรงเรียนเอกชนนั้นที่ไหนฝีมือดี มีการสอนดี ก็จะต้องพยายามหาทางเอามาให้ได้ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็โรงเรียนเอกชนทําอะไรขึ้นมา ก็ต้องให้เกิดการแข่งขันกันขึ้นระหว่างโรงเรียนเอกชนกับโรงเรียนรัฐ ผมว่ามันเป็นประโยชน์ อย่างมาก แต่เดิมสํานักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชนนั้นมีฐานะ เทียบเป็นกรมครับ ดังนั้นผมจึงแก้มาตราที่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อสมัยการปฏิวัติรัฐประหาร ขอให้มีการเอาพระราชบัญญัติเดิม พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยอนุโลม มาใช้แทนบางส่วน ดังนั้นการแปรญัตติครั้งนี้ก็อยากฝากเพื่อน ส.ส. ทุกท่านด้วยครับ แล้วก็ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ สิ่งใดที่มันยังไม่สมบูรณ์ก็ขอให้เติมให้ โดยเอาพระราชบัญญัติเดิม พ.ศ. ๒๕๒๕ มาประกอบ ในการพิจารณา เมื่อก่อนนี้สมัยเป็นกรมการศึกษาเอกชนนั้น ทางกรมการศึกษาเอกชนจะมีศึกษานิเทศก์ ทําการนิเทศการศึกษา และสนเทศการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสนเทศการศึกษาก็ดี การนิเทศการศึกษาก็ดี จะใช้บุคคลผู้ชํานาญการจากภายในโรงเรียน แล้วก็ขอผู้ชํานาญการ จากท้องถิ่นหรือจากองค์กรต่าง ๆ หรือจากรัฐวิสาหกิจมาช่วย ฉะนั้นผู้ที่จบโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนอาชีวะของผม จบมาจะมีคนไปจองเลยนักเรียนไม่มีตกค้างครับ ผลิตมาได้เท่าไรก็มีงานทําหมด อันนี้ก็นับว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอนเสริมของในโรงเรียนเอกชนนั้น เจ้าของจะต้องศึกษาค้นคว้าตลอด แล้วก็จะต้องเอาสิ่งที่ได้มาใหม่ ๆ มาสอนครู เท่ากับเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนเอกชนปีหนึ่งถ้าไปสมัครสอบ ๑๐ คนก็ติดที่ละ ๘ คน ได้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ของผมมีตัวเลขอยู่ เมื่อปีที่แล้วไปสอบก็ได้เกือบหมดทุกคนครับ อย่างนี้เป็นต้น นั่นก็ถือว่า โรงเรียนเอกชนนั้นครูก็ไม่ด้อยไปกว่าโรงเรียนรัฐบาล แต่การช่วยให้การศึกษา ให้แบ่งปัน งบประมาณ จัดสรรงบประมาณ กระจายไปแจกจ่ายให้กับโรงเรียนเอกชนนั้นน้อยเกินไป ก็อยากจะขอให้ปรับ ให้ช่วย แล้วก็ทางด้านบุคลากรก็ขอให้มีส่วนได้รับสวัสดิการ

ประการที่ ๔ ก็อยากจะให้โรงเรียนเอกชนไม่ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายแรงงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับว่าด้วยกฎหมายแรงงาน โรงเรียนก็จะได้ดําเนินการไปด้วย ความสะดวก เพราะกฎหมายแรงงานนั้นน่าจะเป็นสําหรับข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ รายได้ประจํา เพราะด้านสวัสดิการมันแตกต่างกันมันไม่เหมือนกัน โรงเรียนเอกชนนั้น จะจัดให้เฉพาะต้องมีเงินสมทบด้วย โรงเรียนก็ต้องออก ๒ ส่วน ครู ๑ ส่วน รัฐบาลช่วยมา ๒ ส่วน อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นภาระอย่างนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยรับไปด้วย ขอฝากท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาเรื่องนี้

สําหรับอาคารสถานที่ ก็จะต้องให้โอนไปเป็นของรัฐ หรือที่เรียกว่าเป็นของ นิติบุคคลก็เป็นของบริษัทหรือเป็นของโรงเรียนไป หรือจะโอนกลับคืนมาอีก ถึงแม้จะมีการ รับรองไว้ว่าจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่การเปลี่ยนแปลงไปทางกฎหมายนั้นอาจจะไม่ได้ ยืนอยู่กับที่ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็ได้ในวันข้างหน้า ฉะนั้นอยากให้กฎหมายนี้ ตัดออกไปเสียเลยนะครับ ให้มีกฎหมายรับรองเลยว่าโรงเรียนเอกชนนี้เมื่อจะดําเนินการ เมื่อใครอยากจะเป็นโรงเรียนแบบนิติบุคคลก็ให้โอนทรัพย์สินได้ เมื่อใครไม่อยากเป็น นิติบุคคลก็ไม่ต้องโอน อย่างนี้เป็นต้น ถึงแม้ว่าเป็นนิติบุคคล ผู้ใดลงทุนก็ให้แยกออกไป ในด้านอาคารสถานที่ อย่างนี้ผู้ที่ลงทุนก็จะกล้าลงทุนมากขึ้น ขณะนี้คนกําลังเกรงกลัวกันมาก เกรงว่าถ้าโอนไปแล้วจะเอาคืนยาก หรือไม่ก็เสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นานา คือหลักทรัพย์นั้น ถ้าเผื่อโอนเป็นนิติบุคคลไปแล้วจะไปใช้รับรองกับสิ่งอื่นก็ไม่ได้ ฉะนั้นผู้ที่จะช่วยเสียสละ หรือที่จะช่วยอุดหนุนโรงเรียนก็ไม่กล้า กลัวจะเกิดปัญหา ฉะนั้นผมขอให้ท่านที่ได้รับแต่งตั้ง เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายนี้ได้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพื่อว่าจะแก้ไข อย่างไรให้มันสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่ใช้มาแล้ว เป็นผลดีแก่การศึกษา ตอนนั้นการศึกษาภาคเอกชนจะเจริญรุ่งเรืองมากครับ จึงได้เกิดโรงเรียนนานาชาติขึ้น ถ้าไม่มีกฎหมายฉบับนั้นโรงเรียนนานาชาติก็เกิดไม่ได้ เพราะโรงเรียนนานาชาติลงทุนมาก ใช้พื้นที่ดินก็มาก แล้วก็ใช้ทั้งด้านบุคลากร แม้แต่ผู้บริหารก็มีรายจ่ายสูงมาก เพราะว่าต้องทํางานหนัก และอีกอย่างก็ต้องเป็นผู้ที่ ชํานาญการมีประสบการณ์สูง ขณะนี้โรงเรียนเอกชนเราได้ช่วยรัฐบาลมาก เดี๋ยวนี้นะครับ เด็กต่างประเทศก็มาเรียนประเทศไทยเยอะ เมื่อก่อนนี้เด็กเราต้องส่งไปเรียนต่างประเทศ เพราะว่าโรงเรียนไม่เป็นที่พอใจของผู้ปกครองก็ต้องส่งไปเรียนต่างประเทศ พอมาเกิด โรงเรียนนานาชาติขึ้นก็ดี หรือโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงก็ดี ก็มีผู้ปกครองนิยมส่งลูกมาเรียน ไม่ต้องไปเรียนต่างประเทศ สมัยก่อนนี้แถวบ้านผมเขาจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศกันมาก ตอนนี้ก็ไม่ได้ส่งไปแล้ว เพราะเขาเชื่อว่าครูในโรงเรียนของไทยเรานี่นะครับ ฝรั่งยังไปจ้างไป ผมก็พาไปชี้แนะให้เขาดูว่าแม้แต่หลานผม อเมริกันก็ยังจ้างไปสอน เห็นได้ชัดว่าของเรา ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเขานะครับ ฉะนั้นขอฝากท่านสมาชิกที่จะได้รับเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ทุกท่านด้วย และผู้ที่เสนอร่างทุกท่านก็ขอให้ช่วยกันติดตามด้วย ผมขอไปก็ได้พิจารณา เพียงร่างเดียว เพราะฉะนั้นที่ผมจะพูดก็จะขอพูดร่างที่เสนอนี้ครับ ขอให้โรงเรียนเอกชน ฐานะเป็นกรม เว้นจากการเป็นนิติบุคคลก็ได้ หรือจะเป็นก็ได้ อันนี้เป็นความสมัครใจ ของเจ้าของหรือผู้ลงทุน แล้วก็ขอให้สวัสดิการเช่นเดียวกับที่เคยได้รับมา ขอขอบคุณครับ