สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๙ มีนาคม ๒๕๕๔

ชนากานต์ ยืนยง ส.ส. จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาราช หารือเรื่องการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในการศึกษา และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะการรับนักศึกษาให้เป็นที่แน่นอน และไม่ให้ความแตกต่างระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

นางชนากานต์ ยืนยง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ชนากานต์ ยืนยง ส.ส. จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาราช ต้องกราบขอบพระคุณ สําหรับรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญกับการศึกษา การศึกษาคือการลงทุน ในการลงทุนนั้น ก็ต้องใช้งบประมาณ และในการที่จะได้งบประมาณนั้นก็ต้องมีนโยบาย สําหรับตัวดิฉันเองแล้ว ขอสนับสนุน พ.ร.บ. ทุกฉบับที่กําลังนําเสนอ และอยากขอเพิ่มเติม และถ้าเป็นไปได้ในส่วนที่ ของเอกชนนั้นแต่เดิมมีสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในอดีต ต่อมาหน่วยงานนี้ หายไป เอกชนก็เป็นเหมือนลูกเมียน้อยที่เข้าไปฝากเอาไว้ตรงโน้นฝากเอาไว้ตรงนี้ ในส่วนหนึ่ง คําว่า เอกชน นั้น วัฒนธรรมองค์กรของเอกชนจะไม่เหมือนกับภาครัฐ ในการประกอบการ ของเอกชนนั้นอยากกราบเรียนว่าน่าสงสาร พอดีว่าเอกชนก็คงไม่ได้อยู่ในที่นี้ ในคําพูดที่ว่า ขอประทานโทษที่ทุกท่านจะบอกว่า เอกชนนั้นหวังกําไร น่าสงสารเขา ไม่ใช่เช่นนั้นนะคะ มันคือเรื่องของการประกอบการ ผลประกอบการ รายรับหักรายจ่าย ในตรงนี้เอกชน ต้องคํานึงถึง เพราะว่าในการที่มีการเรียนการสอนแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมของอาคาร การชํารุดทรุดโทรมของครุภัณฑ์ต่าง ๆ เขามิได้เขียนโครงการแล้วขอเงินง่าย ๆ ได้เหมือนกับ ของภาครัฐ หากแต่ว่าเอกชนจะต้องพึงเก็บเงินรายรับหักรายจ่าย ซึ่งถือเป็นผลประกอบการ ของการบริหารจัดการของเอกชนในทุกระดับ ในตรงนี้เมื่อการบริหารการจัดการว่าด้วยเรื่อง ของงบประมาณและเรื่องของการลงทุน อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าด้วยเรื่องของนโยบายการรับนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นในระดับใดก็ตาม ขอให้จัดทําจํานวนในการรับนั้นให้เป็นที่แน่นอน หรือจัดทําโซนนิ่ง แมปปิ้ง (Zoning Mapping) ว่าภาครัฐเท่าใด ภาคเอกชนเท่าใด แล้วในส่วนของทําไมประเทศไทยจึงขาด ช่างเทคนิค จริง ๆ แล้วในประเทศไทยเรายังขาดช่างเทคนิคอีกมากมาย นั่นคือแรงงาน จากระดับ ปวช. และ ปวส. แต่ว่าในระดับของมัธยมศึกษานั้นมีความจําเป็นที่จะต้องไม่ให้ เด็กมาเรียนอาชีวะ ว่าด้วยเรื่องของผลประโยชน์ของผู้อํานวยการหรือจํานวนปริมาณ ของนักศึกษาที่จะทําให้มีผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการในระดับใด จํานวนกี่คน จึงทําให้ นักศึกษาเหล่านั้นเหมือนถูกตราบาปที่เขาเดินทางผิดที่ไปเรียนระดับสายสามัญเสียส่วนใหญ่ แต่บัดนี้เมื่อเช้าได้มี ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่ารัฐบาลกําลังจะจัดเปอร์เซ็นต์ให้เด็กเรียน สายสามัญกับอาชีวะนั้นให้สายอาชีวะเพิ่มขึ้น ในส่วนที่เพิ่มขึ้นตรงนี้ ฝ่ายเอกชน คงต้องขอขอบคุณ แต่มิได้หมายถึงว่าจะเอาใจเอกชน นั่นหมายถึงเรื่องของกําลังคนระดับ ประเทศชาติที่เรากําลังขาดอย่างมากมาย แล้วก็ขาดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ต้องกราบ ขอบพระคุณรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญกับเอกชนและโดยเฉพาะด้านอาชีวะ ในส่วนของ ความไม่เท่าเทียมกันนั้น อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องของ การลงทุน โดยเฉพาะสําหรับระดับอุดมศึกษาที่เอกชนจําเป็นต้องมีเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่จึงจะเป็น มหาวิทยาลัยได้ แต่ภาครัฐนั้นมีไม่ถึง ๑๐๐ ไร่ก็สามารถเป็นมหาวิทยาลัยได้ ในตรงนี้ มันก็หมายถึงว่าการลงทุนสูญเปล่าที่มีที่ดิน ๑๐๐ ไร่ และเป็นสิ่งที่ไม่จําเป็นต้องใช้ ๑๐๐ ไร่ อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการที่จะมีจํานวนเนื้อที่เท่าใดนั้น อยากให้ เป็นเรื่องของว่าจํานวนนักศึกษาเท่าไร พื้นที่ที่ใช้เรียน พื้นที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบการเรียน และพื้นที่เล่นกีฬา พื้นที่สําหรับว่าง ๆ นั้น ๑ คนต่อกี่ตารางเมตร อยากให้กําหนดไปเช่นนั้น แล้วก็คูณจํานวนนักศึกษา มิได้หมายถึงว่าต้องมีจํานวนเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ เพราะบางมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้เปิดการเกษตร ซึ่งจะต้องมีแปลงทดลอง แปลงสาธิต ตรงนี้ก็ทําให้การลงทุน สูญเปล่าไปกับเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

สําหรับเรื่องต่อไปนั้น ในความจําเป็นอย่างยิ่งที่เอกชนประกอบการแล้ว จะต้องมีส่วนเหลือ ขออย่าได้พูดว่าเป็นกําไรเลย สงสารเอกชนที่แต่เดิมประเทศไทยไม่มีงบ ในการลงทุนก็ชวนเอกชนให้มาลงทุนช่วยเปิดโรงเรียนเอกชนมาในอดีตเป็นเวลาช้านาน มาบัดนี้ประเทศชาติมีความคล่องตัว มีงบประมาณมากมายก็เปิดก็ขยายภาครัฐ ตั้งแต่ระดับ อนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาตรีมากมายที่สุดจนทําให้เอกชนนั้น เมื่อสักครู่ตอนช่วงเช้า ที่ท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่า แต่เดิมนั้นโรงเรียนเอกชนรุ่งโรจน์มาก เดี๋ยวนี้ดูเหมือนซบเซา ก็ทําไมจะไม่ซบเซา เพราะว่าภาครัฐขยายเอาในทุก ๆ ระดับ และขยายขึ้นไปในทุก ๆ ปี ซึ่งเวลาที่จะคิดจํานวนว่าจะสร้างโรงเรียนจะเพิ่มตรงไหน น้อยนักที่จะเชิญชวนเอกชน มาถามว่าแล้วของเอกชนล่ะสามารถรับเด็กได้เท่าใด ตรงนี้ฝากกราบเรียนท่านประธาน ให้เห็นใจเอกชนที่เขาช่วยประเทศชาติมาเป็นเวลานาน และตรงนี้ก็ยังเต็มใจที่จะช่วย ประเทศชาติอยู่เหมือนเดิมด้วยคุณภาพ เมื่อพูดถึงโรงเรียนบางแห่งอยากกราบเรียนว่า ท่านคะ การศึกษาคือการลงทุน ในการลงทุนนั้นก็คือตัวเม็ดเงินก็เหมือนกับภาครัฐบาล โรงเรียนเล็ก ๆ มีงบประมาณน้อย ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะเป็นไปตามจํานวนเงิน ก็เช่นเดียวกันเอกชนก็จะมีสัดส่วนที่ไม่ต่างกัน โรงเรียนเล็ก ๆ ที่เขามีความตั้งใจและไม่มีใคร ที่อยากจะปิดกิจการ เพราะว่านั่ง ๆ คุยกันเพื่อนฝูงก็โทรศัพท์มาอย่างมากมายว่าทําไม ในสภาแห่งนี้ดูเหมือนจะมองว่าโรงเรียนเอกชนนั้นเลวร้ายไปหมด เพื่อน ๆ เขาบอกว่าให้ช่วย พูดแทนทีว่า พวกเขาเหล่านั้นตั้งใจ เต็มใจ เพราะเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ที่อยากจะช่วย ดูแลบุตรหลานเยาวชนของชาติไทยให้เป็นประชาชนที่มีปัญญาในการพัฒนาชาติไทย เหมือนกัน หากแต่ว่างบประมาณนั้นแตกต่างกัน ในความเหมือนมีความแตกต่าง โรงเรียน เหมือนกัน ภาครัฐ ภาคเอกชนเหมือนกัน หากแตกต่างด้วยงบประมาณก็ย่อมมีบ้างที่จะมีผล ของการศึกษานั้นด้อยไปนิดหนึ่ง หรือว่าไม่เท่าเทียมกันกับภาครัฐบาลไปบ้างนิดหน่อย แต่ขอได้ โปรดว่าเอกชนนั้นเขามีความบริสุทธิ์ใจและไม่ได้หวังผลกําไร ที่ดินทุกตารางนิ้วยกให้รัฐบาลไป ทั้งหมด ยากนักที่ใครที่จะมีจิตใจเหมือนชาวเอกชนที่เขาลงทุนที่ดิน ๑๐๐ ไร่ก็เป็นที่ของ มหาวิทยาลัยเป็นของทบวงมหาวิทยาลัยไปหมด เขาก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่มีความตั้งใจในการที่จะช่วยให้เด็กที่เขาพลาดโอกาส ที่เข้ารัฐบาลไม่ได้ หากว่า ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาและไปถึงระดับอุดมศึกษา ทุกคนน้อยใจ เสียใจปิดกิจการหมด ประเทศไทยอยู่ไม่ได้นะคะ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้อยากให้ท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรของชาวเอกชน ว่าด้วยเรื่อง รายรับหักรายจ่ายแล้วต้องเหลือ การเสื่อมสภาพของอาคารเมื่อถึงเวลาจะต้องเสริมสร้าง ซ่อมแซม เสียหายด้วยเงินใด ก็ด้วยเงินที่รายรับหักรายจ่ายแล้วต้องเหลือ มิใช่ต้องการ แต่กําไร ไม่อยากให้ใครพูดว่าเอกชนต้องการแต่กําไรค่ะ สําหรับวันนี้ขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในรัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับการศึกษา และขอให้ พ.ร.บ. ทุกฉบับที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ได้มีส่วนผลักดันให้เกิดสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราเคยมีเลขาธิการซึ่งเทียบเท่ากับอธิบดี ในอดีตเคยมีแล้วก็ เคยหาย แต่อยากกราบเรียนรัฐบาลชุดนี้ว่าขอให้เกิดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กร ของเอกชนกับภาครัฐแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ขอกราบขอบพระคุณค่ะ