รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันจันทร์ที่ ๒๖ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
หมดเวลาพอดีครับ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสุกิจ อัถโถปกรณ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเรียนปรึกษาท่านประธานโดยตรงนะครับ คือเรื่อง เกี่ยวกับการประกันสุขภาพของ ส.ส. ครับ จนป์านนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ ๔ เดือนแล้ว ครับก็ยังไม่เกิดขึ้น ผมก็เคยได้มีส่วนร่วมในการประกันครั้งที่แล้ว ก็พบปัญหามากมาย คือ บริษัทประกันส่วนใหญ่เขากลัวพวกเราครับ แล้วก็เงินประกันก็อาจจะน้อยไปสักนิด นะครับ ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านประธานจะเพิ่มได้ผมว่าก็ควรจะเพิ่มนะครับ ผมได้คุยกับ บริษัทประกันบางบริษัทนะครับท่านประธาน เขาบอกว่าเขาไม่รับ แต่เขาบอกว่าบริษัท ที่ควรจะรับน่าจะเปึนบริษัท
ขณะนี้บริษัทเมืองไทยกําลังจะทํา สัญญาแล้วครับ แจ้งให้ท่านทราบครับ
ครับ ผมคุยกับ ทางสภาเขาบอกว่าบริษัทเมืองไทยได้ถอนไปอีกแล้วนี่ครับ ไม่ทราบว่าเปึนความจริง หรือเปล่าครับว่าเขาถอนตัวอีกแล้วท่านประธานครับ
เห็นเขาทําเรื่องถึงผมอย่างนั้นครับ ผมก็เรียนให้ทราบ
ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ อยู่ด้านนี้ครับ ท่านประธานครับ คือสิ่งที่อยากจะมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ เปึนเรื่องที่ทางราษฎรได้ร้องเรียนมานะครับ โดยส่วนตัวในเรื่องของการ
คุณมนต์ชัยเซ็นชื่อหรือยังครับ
เซ็นแล้วครับ ในเรื่องของทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของลูกหลานของเราครับท่านประธาน เพราะว่าในปัจจุบันนี้ลูกหลานของเราซึ่งกําลังเรียนต่อกําลังศึกษาอยู่ในระดับต่าง ๆ จนถึงชั้นปริญญาตรีนั้นมีความเดือดร้อนมาก เพราะทางรัฐบาลเองยังไม่ได้ดําเนินการ ในการที่จะจัดสรรงบประมาณตรงนี้เพื่อที่จะไปสนับสนุนในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเล่า การเรียนของลูกหลานนะครับ เพราะว่ามีปรากฏการณ์ขึ้นมา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนะครับ ลูกหลานบางคนได้ถึงขนาดออกจากโรงเรียนเนื่องจากไม่ได้รับเงินกู้ยืมทางการศึกษา ดังนั้นเปึนสิ่งที่น่าเสียดาย และก็เปึนสิ่งที่จะทําให้โอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชน ไทยของเรานะครับได้รับการศึกษาได้ ก็ขอฝากกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ ได้ช่วยกระตุ้นแล้วก็เร่งรัฐบาลให้ดําเนินการตรงนี้ เพื่อที่จะทําให้ประเทศชาติของเรานั้น ได้มีเยาวชนที่มีคุณภาพต่อไปครับ ขอบคุณครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขอสอบถามทาง ท่านประธานรัฐสภาว่า วันนี้ในการประชุมนั้นมีการถ่ายทอดการประชุมทาง
ผมให้ปรึกษาครับ ก็ถ่ายทอดปกติ ละครับ คือหมายความว่าสภาก็มีวิทยุกระจายเสียง แล้วก็มีโทรทัศน์ของสภาอยู่แล้ว ก็เปึนปกติครับ
ทางสถานี โทรทัศน์ล่ะครับท่านประธานครับ
ผมยังไม่ได้รับแจ้งครับ
ครับ ทั้งนี้ก็ คงเพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับได้รับฟังแล้วก็ได้มองเห็นการถ่ายทอดการ ทํางานของสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่ผมจะขอหารือท่านประธาน ก็คือเรื่องการเพิ่มศักยภาพ ของสถานีอนามัยให้ยกระดับเปึนโรงพยาบาลระดับชุมชนครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากการจัดสร้างโรงพยาบาลของชุมชนนะครับ มีหลักเกณฑ์ว่าหนึ่งอําเภอนั้นจะ สร้างโรงพยาบาลชุมชนนั้นหนึ่งแห่ง บางอําเภอก็เปึนอําเภอเล็ก บางอําเภอก็เปึนอําเภอ ใหญ่ แต่ว่าสิ่งที่ได้ก็คือเปึนโรงพยาบาลในระดับเท่ากัน ทีนี้ปัญหามันก็จะเกิด ก็คืออําเภอ ใดที่มีพี่น้องประชากรมากหลายตําบล การให้บริการก็จึงทําให้ไม่สะดวก ผมยกตัวอย่าง ก็คืออําเภอกันตัง ของจังหวัดตรังครับ มีทั้งหมด ๑๓ ตําบล กับ ๑ เทศบาล เนื่องจากมี แม่น้ําตรังนั้นแบ่งแยกอําเภอออกเปึน ๒ ฝัืงนะครับ ฝัืงหนึ่งก็ ๗ ตําบล ฝัืงหนึ่งก็ ๖ ตําบล โรงพยาบาลประจําอําเภอตั้งอยู่อีกฝัืงหนึ่งนะครับ อีกฝัืงหนึ่งก็พี่น้องประชาชนมีโอกาส ได้ใช้ระบบสาธารณสุข ก็คือสถานีอนามัย ขณะนี้พี่น้องประชากรเพิ่มขึ้น ผมจึงขอ กราบเรียนท่านประธานได้แจ้งถึงกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ซึ่งวันนี้รัฐมนตรีก็มาอยู่ใน ที่ประชุมได้เพิ่มศักยภาพของสถานีอนามัยบ้านบางสักครับ ยกระดับเทียบเท่ากับ โรงพยาบาลระดับชุมชน ซึ่งคิดว่าจะให้บริการกับพี่น้องประชาชนอีกฟากหนึ่งของฝัืง แม่น้ําตรังได้สะดวกขึ้น แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงสมาชิกรัฐสภาว่า วันนี้ ผมทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มาให้บริการฉีดวัคซีนปัองกันไข้หวัดใหญ่ให้กับพี่น้อง รัฐสภา ซึ่งก็ทําให้พี่น้องรัฐสภาจะได้มีสุขภาพดี ทําหน้าที่ในสภาเพื่อพี่น้องประชาชนกัน อย่างเต็มที่ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดปราจีนบุรีครับ ที่ผมจะถามท่านประธานก็คือ โครงการเขื่อนห้วยโสมง ของจังหวัด ปราจีนบุรีนะครับ ผมได้ถามมาตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนที่ ๘ แล้วครับ ตอนนี้ นายกรัฐมนตรีคนที่ ๑๐ แล้วครับ ๑๐ นายกรัฐมนตรีแล้วครับจากป้ ๒๕๒๑ นะครับ เปึน โครงการพระราชดํารินะครับ ผมไม่ทราบว่าผมจะสอบถามรัฐบาลชุดไหน นายกรัฐมนตรี คนที่เท่าไร เพราะชาวบ้านถามว่า โครงการนี้ถามว่าชาตินี้จะได้หรือเปล่า ผมก็ ไม่สามารถตอบกับชาวบ้านได้นะครับ ผมก็ฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมนะครับว่า ที่มีปัญหาเรื่องมรดกโลก เรื่องปัญหาที่อุทยานทับลาน ผมก็ถามมา ๓ นายกรัฐมนตรีแล้วครับ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีสมัคร นายกรัฐมนตรีสมชาย แล้วก็มาถึง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ผ่านมาก็มี ส.ส. เคยถามมารวมแล้ว ๑๐ นายกรัฐมนตรีแล้วครับ แล้วผมไม่รู้จะถามนายกรัฐมนตรีคนที่เท่าไร เพราะไม่รู้ว่าสมัยหน้าจะมีนายกรัฐมนตรี คนชื่ออะไรอีก ผมก็อยากให้เรื่องนี้ ท่านประธานนะครับฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี แล้วก็ คณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นะครับว่า ชาวบ้านเขาถามผมว่า หน้าน้ําก็น้ําท่วมนะครับ หน้าฝนน้ําก็ท่วม หน้าแล้งก็ ไม่มีน้ําใช้ เปึนมาอย่างนี้ ๓๐ ป้แล้ว ไม่รู้จะเปึนอีกกี่ป้นะครับ ซึ่งโครงการนี้เปึนโครงการที่ สํารวจเรียบร้อยแล้ว งบประมาณก็ตั้งไว้แล้ว แต่เนื่องจากว่าเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อย เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อย บ้านเมืองก็เดินไปไม่ได้นะครับ ผมก็อยากให้ว่าให้ทํางานสิ่งที่จําเปึน นะครับ บ้านผมเปึนบ้านที่อาภัพครับ ถนนหนทางก็เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยนะครับ มีถนน ๒ เลน ถนนลูกรังนะครับ งานต่าง ๆ ของจังหวัดผมโดยมากจะไม่ได้รับความร่วมมือ นะครับ ก็ขอให้ท่านประธานฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนโครงการพระราชดําริ ป้ ๒๕๒๑ ขอให้สําเร็จสักครั้งเถอะครับ
แล้วก็ฝากอีกเรื่องครับ เรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ รัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย เรื่องโรงพยาบาลนะครับ เพราะตอนนี้โรงพยาบาลเจ้าพระยาที่บ้านผมเตียงคนไข้ไม่พอ เพราะว่าเคยมีตั้ง งบประมาณไว้แล้วตอน ป้ ๒๕๔๘ ตั้งไว้แล้วก็จะประมูล พอดีมีการปฏิวัติเกิดขึ้นใน ป้ ๒๕๔๙ เรื่องนี้ก็หายไป ผมคิดว่าเปึนรัฐบาลประชาธิปไตยแล้วคงกลับมาได้นะครับ โครงการสร้างโรงพยาบาลช่วยเหลือชาวบ้านบ้านผมนะครับ ขอบคุณมากครับ
ยังเหลืออีกหลายท่านนะครับยังเหลือ ตั้ง ๖–๗ ท่าน แต่ว่าขณะนี้นะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ เนื่องจากจะถึงเวลาที่จะเลื่อนการ ประชุม ก็ปรากฏว่ามีสมาชิกมาเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๐๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบต่อไป ส่วนท่านที่ค้างนะครับ ถ้าพรุ่งนี้ได้เวลาก็จะ เป่ดโอกาสจะจดชื่อไว้ทั้ง ๖ ท่านนะครับ ต่อไปเปึน
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ผมไม่มีอะไรจะแจ้ง นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม รับรองรายงานการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา จํานวน ๙ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอาทิตย์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ และ
ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น นะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา จํานวน ๙ ครั้ง นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาตามระเบียบวาระ ผมขอปรึกษาที่ประชุม เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบตาม มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งปรากฏตามระเบียบวาระเรื่องด่วน ที่ ๒ ถึงที่ ๒๐ และเรื่องที่เสนอใหม่ตามระเบียบวาระที่ ๕ รวมทั้งหมด ๒๐ เรื่อง เนื่องจาก เปึนเรื่องสําคัญซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะดําเนินการ เพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ผมจึงขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนําเรื่องตามระเบียบวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนตามลําดับ จะมี สมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการตามที่ ปรึกษา
ท่านประธานที่เคารพครับ
เชิญครับท่าน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ระเบียบวาระที่ท่านประธานกําลังจะนําเข้านั้น จริง ๆ แล้วต้อง กราบเรียนว่าเปึนระเบียบวาระที่มากมายเหลือเกิน ท่านประธานที่เคารพครับ ๒๓ ฉบับ และผมต้องขออนุญาตได้กราบเรียนว่า ด้วยระเบียบวาระที่มากมายอย่างนี้ แล้วเรามี เวลาพิจารณาได้รับเอกสารแค่ ๒–๓ วันแค่นั้นเอง เอกสารเปึนหมื่น ๆ หน้า และสาระสําคัญในเรื่องดังกล่าวนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง ผมเอง อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การพิจารณาเอาเรื่องทั้งหมดเข้ามารวมกันนั้น จริง ๆ แล้วในอดีตที่ผ่านมานั้นสภาก็เคยทํา แต่เรื่องทั้งหมด ๒๐ กว่าเรื่องที่กําลังจะนําพิจารณา ในคราวนี้นั้น ดูเหมือนว่าจะเปึนเรื่องการรวมตัวในเรื่องเศรษฐกิจระหว่างกรอบอาเซียนกับ ประเทศอื่น ๆ แต่สาระสําคัญในการพิจารณานั้นต้องเรียนว่า มีความแตกต่างกันอย่าง สิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าสมาชิกรัฐสภาหลายคนนั้นศึกษาไม่ทัน เพราะว่ามันเปึน เรื่องเทคนิค ถ้าไม่พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจะให้เกิดความเสียหายกับประเทศ ของเราได้ ผมจึงไม่เห็นด้วยนะครับในการที่จะมาพิจารณารวมทั้งหมดทุกฉบับ นอกจากนั้นแล้วในรัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) มาตรา ๙๐ เองบอกว่า หลังจากที่รัฐสภาได้รับเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาแล้วยังมีเวลา พิจารณาอีกตั้ง ๖๐ วัน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ นอกจากนั้นแล้วก่อนการ ดําเนินการที่จะทําสัญญา คณะรัฐมนตรีเองต้องให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจาก พี่น้องประชาชน ผมเองกราบเรียนว่าไม่ทราบว่าในเรื่องนี้คณะรัฐมนตรีซึ่งเพิ่งเข้ารับการ บริหารประเทศ ได้เคยเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับฟังข้อคิดเห็นหรือแสดงความ คิดเห็นอะไรต่าง ๆ อย่างไรหรือไม่ นอกจากนั้นแล้วยังมีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ บอกว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านการเมือง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนั้น กระผมจึงมีความเห็นว่าถ้ามาพิจารณารวมกัน ทั้งหมด ๒๓ เรื่อง แต่ละเรื่องก็มีหลายฉบับ ผมเกรงว่าสภาแห่งนี้ไม่ใช่สภาตรายาง ไม่ใช่ พิจารณาเพื่อให้เสร็จผ่าน ๆ ให้พ้นไป จะได้เกิดการประชุมอาเซียนขึ้นมา กระผมยังเห็นว่า น่าจะพิจารณาเปึนรายฉบับไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
คือผมเสนอเรียนที่ประชุมเพื่อปรึกษา นะครับ ยังไม่ได้รวมเรื่องอะไรเลยครับ ยังไม่ได้รวมแต่ผมก็เป่ดโอกาสให้ท่านได้พูดครับ มีท่านใดอีกครับ เชิญครับท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ระบบสัดส่วนกรุงเทพมหานคร ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมได้รับหนังสือ ระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ลงวันที่ ๒๐ มกราคม มี ๓ เรื่อง ที่ท่านประธาน ได้อ่านไปแล้ว ๒ เรื่องนะครับ แต่ว่าเรื่องที่เปึนเรื่องด่วนนั้นที่เปึนเรื่องคารัฐสภา คือร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่มี ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ แล้วค้างมาจากการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ในวันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ประเด็นที่ต้องคํานึงกันอย่างแรงก็คือว่า ท่านประธานก็อยู่สภานี้มายาวนาน และถือว่านานที่สุดนะครับ เทียบเท่ากับอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย คุณสุชน ชามพูนท นะครับ แต่ทว่านี่นะครับ ท่านประธานคงจะได้แลเห็นกันนะครับว่า กว่าที่พี่น้อง ประชาชนที่เขาให้โอกาสในการเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ว่าแน่ ๆ แล้วนั้น มีการเข้าชื่อได้เพียงแค่ ครั้งเดียวคือ ร่าง พ.ร.บ. ป์าชุมชน แล้วก็ไปตายที่วุฒิสภาชุดในขณะนั้น ผมกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่า การที่จะเลื่อนร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยประชาชนซึ่งก็เปึน ครั้งแรกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน ผมก็รู้ว่าเพื่อนผมพวกที่ย้ายไปสลับขั้วสลับ ข้างก็มีส่วนร่วมเหมือนกันในการระดมชื่อร่วมกับพี่น้องประชาชน แต่ผมอยากจะเรียนไปยังท่านประธานก็คือว่า นี่เปึนกําลังใจของประชาชน ผมไม่ต้องการ ให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ตอบปฏิเสธประชาชน เพราะว่าเมื่อประชาชนเขารวบรวมรายชื่อ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนต้องใช้บัตรประชาชน ต้องเปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องมีการตรวจสอบ ความรู้สึกอันนี้ต่างหากที่เราอยากให้รัฐสภา ไม่ว่าใครจะมาจากที่ใดก็ตาม แต่คนที่มา จากพี่น้องประชาชนนั้นควรจะได้คํานึงถึงความรู้สึกของประชาชนเสียก่อน เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ท่านประธานได้หยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาพิจารณาเสียก่อน แล้วส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันนั้น ท่านประธานเองก็คงจะมีความรู้สึกเหมือนกับสมาชิกที่นี่ เอกสารประกอบที่วางกอง เมื่อวานนี้ไปเห็นที่ทําการพรรคนี่นะครับ ประมาณถึงหัวเข่า ผมบอกว่าคนที่อ่านรู้เรื่อง ๑. อาจจะเปึนพวกฉลาดที่สุดหรือพวกปัญญาอ่อนที่สุด คือ ต่างฝ์ายต่างไม่รู้เรื่องกันเลย แล้วเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเปึนประเทศชาติบ้านเมือง ผม บอกว่าการพิจารณาแห่งนี้นั้น สภาแห่งนี้จะเปึนสภาที่อวดรู้ไม่ได้ เราต้องยอมรับความ เปึนจริงครับว่า ไม่มีมนุษย์หน้าไหนเขาจะไปอ่านอะไรได้ทัน ท่านประธานลองนึกดูสิครับ เมื่อวานเอกสารเท่าหัวเข่า วันนี้ป๊กนี้ที่จะมาอภิปรายกัน แล้วใครมีปัญญาบ้าง ผมถาม ท่านประธานและรองประธานรัฐสภาว่าใครได้อ่านเอกสาร ทั้งเอกสารฉบับนี้และเอกสาร ป๊กถึงหัวเข่านี่นะครับ ตั้งแต่พื้นถึงหัวเข่ามานั้นใครอ่านทันบ้าง แต่เรากําลังจะสู่รู้ในสิ่งที่ เราไม่ได้รับรู้เลย แล้วสภานี่นะครับที่อวดรู้แล้วบอกว่าได้พิจารณากันด้วยความเห็นชอบ ด้วยเสียงข้างมากโดยที่ไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงเรื่องความเสียหายของประเทศชาติบ้านเมืองเลย นั้น เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการที่รัฐสภาจะพิจารณาใด ๆ นั้นควรจะยอมรับบนพื้นฐาน ของความเปึนจริง แต่ถ้าอวดรู้กันนี่นะครับ และผมเชื่อว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนในสภาแห่งนี้ ยกเว้นคนที่ติดตามกันจริง ๆ แต่ผมเชื่อว่านับตั้งแต่ประธานรัฐสภาลงมานั้นไม่มีใครได้ อ่านครบละครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมก็เสนอว่า เอาเรื่องที่ประชาชนซึ่งเขามี เกียรติมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะเขาคือคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ คือ ประชาชนเขาได้นําเสนอมา ขอขอบพระคุณท่านประธาน
คือผมเพียงปรึกษานะครับ ขอ ปรึกษา ก็เรื่องของที่ประชุมครับว่าจะดําเนินการอย่างไร เพราะว่าเมื่อรัฐบาลเขาเสนอ เรื่องด่วนมา เราก็ได้บรรจุระเบียบวาระนะครับ เรื่องด่วนที่ ๑ ถึงเรื่องด่วนที่ ๒๐ นะครับ แล้วก็มีการเพิ่มเติมเสนอใหม่อีกเรื่องหนึ่ง ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน เชิญครับ เพียงแต่รัฐบาลใหม่โดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จําเปึน จะต้องดําเนินการต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ เนื่องจากขณะนี้ ประเทศไทยเปึนประเทศเดียวที่ยังไม่ได้ให้คํารับรองในการที่จะพิจารณาในเรื่องของกรอบ การเจรจา ซึ่งทําให้ประเทศไทยเสียสิทธิในการที่จะได้รับประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณาเรื่องด่วน เพื่อที่จะให้รัฐบาลได้ดําเนินการ จัดการประชุมอาเซียน ซัมมิท ผมจึงขอใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๗ (๕) ขอหยิบยกเรื่องดังต่อไปนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนครับท่านประธาน
เรื่องด่วนที่ ๒ การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือ ในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๓ การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือ กับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน + ๓ และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๔ กรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน และกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียน ภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน (คณรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๕ ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึน ผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๖ พิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบความตกลง ว่าด้วยบริการของอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๗ ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึน ผู้เสนอ)
เรื่องด่วนที่ ๘ ความตกลงว่าด้วยการลงทุนภายใต้กรอบ
คุณธนาครับ ขออภัยครับ คือ เรื่องแรก คือเรื่องวาระเรื่องด่วนที่ ๑ นี้ ที่คุณจตุพรได้พูดนะครับ ยังไม่ได้ถามที่ประชุม เลยครับ แล้วเขามาขอเลื่อนมันข้ามขั้นไป ขอความกรุณาสักนิดครับ ก็ขอความกรุณาครับ คือจะต้องถามเรื่องของคุณจตุพรก่อนนะครับว่าคุณจตุพรจะเอาวาระเรื่องด่วนที่ ๑ อย่างนั้นใช่ไหมครับ คุณเสนออย่างนั้นใช่ไหมครับ หรือว่าเพียงอภิปรายเฉย ๆ เราจะได้ ผ่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ
คุณธนานั่งนิดหนึ่งครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเองได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องการบรรจุระเบียบวาระ แต่ว่าเรื่องที่ได้ค้างคา ไป และสมาชิกหลายคนจะได้มีการอภิปรายกัน ก็คือการรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก่อน ซึ่งจะมีหลายคนที่ทักท้วง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะข้ามไปถึงวาระที่ผมได้หยิบยกหารือนั้น อยากให้ท่านประธาน ได้ถาม โดยเฉพาะการประชุมครั้งวันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ แยกออกมาจากครั้ง อื่น ๆ เสียก่อน ขอบคุณท่านประธาน
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานกลับมาสู่ ระเบียบวาระที่ ๒ ที่ท่านกรุณาได้ให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันรับรองรายงาน การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งมีทั้งหมด
ผ่านไปแล้วครับ คุณหมอครับ
ท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตกลับมาสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าท่านเองยังไม่ได้เข้าระเบียบวาระที่ ๓ เปึนเพียงแต่หารือเท่านั้นเอง
ไหนครับ
ท่านเพียงแต่หารือ ว่าจะเข้าอย่างไรเท่านั้นเอง
ผมถามที่ประชุมแล้ว ที่ประชุม ก็ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ถือว่าผ่านไปแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ในวาระที่ ๒ จริงอยู่ครับ เพื่อนสมาชิกหลายคน มีข้อสงสัย และไม่อาจจะสามารถให้การรับรองรายงานการประชุมบางครั้งได้ ต้อง กราบเรียนในที่ประชุมตรงนี้ไว้ท่านประธานครับ และการเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๓ ของ ท่านประธานเอง ท่านเพียงแต่ยกประเด็นขึ้นมาหารือก่อนเท่านั้นเอง เท่าที่ผมติดตามการ ประชุมของท่านประธาน เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานครับ ผมยังมีสิทธิที่จะ อภิปรายในระเบียบวาระที่ ๒ อยู่ ท่านประธานครับ ในการรับรองรายงานการประชุม ที่ทางรัฐสภาได้จัดให้สมาชิก โดยเตรียมเอกสารไว้ให้สมาชิกได้ไปตรวจสอบ ผมเองมี ข้อติดใจอยู่นิดเดียวครับท่านประธานครับ ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ จนมาถึงวันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมไม่ได้ติดใจครับ แต่ผมติดใจรายงานการประชุมในครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เมื่อวันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑
ในเรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ ในรายงานการประชุมนั้นเปึนการประชุม ร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา เรื่องแรกที่ผมติดใจมีสมาชิกส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ใน รายงานการประชุมถือว่าเปึนการขาดประชุมครับ
(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สงขลา) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธาน ครับ ผมขอประท้วง
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สภาชิกรัฐสภา ขออนุญาตประท้วงท่านผู้ที่กําลังอภิปรายนะครับท่านประธาน ครับ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เราพิจารณากันไปเปึนวาระนะครับ แล้วก็ท่านประธานได้ถาม ในที่ประชุมชัดเจนครับ ที่ประชุมไม่มีใครขัดข้อง ก็ถือว่ารับรองรายงานการประชุม แล้วก็ เข้าวาระใหม่นะครับ เพราะว่าถ้าเรากลับไปกลับมาอย่างนี้ไม่จบหรอกครับ อันนี้ชัดเจน ท่านประธานถามชัด ผมนั่งฟังตั้งแต่ต้นนะครับ ขออนุญาตท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยครับ
ผมก็วินิจฉัยแล้วว่าเราได้ผ่านวาระ ที่ ๒ ไปแล้ว โดยถามที่ประชุมว่า มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหม ก็ไม่มีครับ ถือว่า ที่ประชุมรับรอง ฉะนั้นเมื่อคุณชลน่านมาหยิบยกเรื่องนี้ย้อนกลับนี่ครับ ผมก็คิดว่าก็ ไม่สมควรนะครับ เพราะว่ามันผ่านไปแล้วครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่านประธาน เองเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมที่ ๓ ที่บอกว่าเข้าสู่เรื่องด่วน หลังจากที่ท่านผ่าน ระเบียบวาระที่ ๒ จริงอยู่ครับ ในขณะนั้นผมเองก็ตั้งใจที่จะมาทักท้วง
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็ผ่านไปเพราะมันไม่มี แล้วผมก็มาปรึกษานะครับ ปรึกษา แล้วก็มาถึงคุณจตุพรได้เรียนต่อที่ประชุมในกรณี เรื่องด่วนที่ ๑ ผมก็พูดถึงเรื่อง ด่วน คุณจตุพรก็ยกมือขึ้น ยังไม่ถึงว่า คําว่า ที่หนึ่งเสียด้วยซ้ํา ก็ถือว่ามันผ่านไปแล้ว นะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมจะไม่พูดมากในรายละเอียด แต่ขอประเด็นเรื่องรายงาน การประชุม ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เมื่อวันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ประเด็นสําคัญ พวกผมที่ไม่ได้ไปประชุมนี่นะครับ ในรายงานการประชุมถือว่าขาดประชุม นั่นประเด็น ที่ ๑ ที่ผมทักท้วงท่านประธาน แล้วผมเคยนําเรื่องนี้มาหารือท่านประธานในสภาแห่งนี้ ด้วย ท่านประธานครับ เราคงต้องมีพูดกันเยอะมากเรื่องนี้ว่า สมควรหรือไม่ที่จะ ประทับตราว่าพวกผมขาดประชุม ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานเองไม่ได้ถือเอาข้อบังคับ การประชุม ไม่ได้ถือรัฐธรรมนูญเปึนหลักในการประชุม นัดประชุมด้วยการส่งข้อความ ผ่านทางเครื่องโทรศัพท์ในเวลา ๑ ชั่วโมง ย้ายสถานที่ประชุม ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมทวงสิทธิผมขอนี้ให้สมาชิกที่ขาดประชุมด้วย และ ที่สําคัญผมเชื่อมั่นนะครับ มีสมาชิกหลายท่านที่ไม่ให้การรับรองรายงานการประชุมครั้งนี้ จริงอยู่ครับเสียงส่วนใหญ่อาจจะรับรอง แต่ผมต้องรักษาสิทธิเสียงส่วนน้อยของผมไว้ ผมไม่รับรองรายงานการประชุมครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะเปึนการประชุมที่ไม่ชอบธรรม กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็ได้บันทึกไว้เปึน หลักฐานของสภาแล้วนะครับ เชิญคุณธนาครับ เดี๋ยวก่อนครับ ที่คุณจตุพรได้เรียนกรณี เรื่องด่วนนะครับ ท่านยังติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมจะผ่านนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกรัฐสภา ผมขอเรียนกับท่านประธาน นะครับ ด้วยความรู้สึกเหมือนกับที่ท่านนายแพทย์ชลน่านได้เรียนกับท่านประธานนะครับว่า เรา พอมานั่งประชุมนะครับ การที่ไม่ได้มีความคิดเห็นเปึนอย่างอื่นนั้นนะครับ โดยรวบรวม การรับรองการประชุมถึง ๙ ครั้ง เปึนลักษณะการเหมารวมนะครับ เพราะฉะนั้นพอมานั่ง ดูกันนี่นะครับก็เกิดความรู้สึกโดยเฉพาะครั้งสุดท้าย เพราะผมเชื่อว่าครั้งนั้นท่านประธาน ต้องยอมรับความเปึนจริงว่า มีสมาชิกวุฒิสภาหลายคนได้ลงชื่อและไม่ได้เข้าไปประชุม เพราะโดยเขาเข้าใจ ถามท่านประธานวุฒิสภาที่เปึนรองประธานรัฐสภา ท่านลองไปตรวจสอบเถอะครับว่า มีคนไปลงชื่อแล้วเขามาอธิบายความกับผมเลยว่า เขาลงชื่อด้วยความเข้าใจว่าจะมีการประชุม ณ ที่แห่งนี้นะครับ เพราะฉะนั้นปมปัญหา ต่าง ๆ มีมากมาย เรื่องนี้ท่านประธานก็รับทราบว่า มีการยื่นเรื่องไปดําเนินการ เพราะฉะนั้นการที่นายแพทย์ชลน่านได้สงวนสิทธิการไม่รับรองนั้นถูกต้องแล้ว เพราะว่า จะเปึนกระบวนการในการต่อสู้
เอาเปึนว่าเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว นะครับ ก็ขอความกรุณาที่ผมเรียนถามคุณจตุพรในเรื่องด่วนที่ ๑ นี่จะเอาอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนี่นะครับเปึนคนที่อยู่ในโลกแห่งความเปึนจริง แต่ที่ผมได้ ทักท้วงก็คือว่า เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ตัวเลขทางคณิตศาสตร์นั้น เรานับในสภา นับ อย่างไรก็รู้ว่าฝ์ายค้านยกมืออย่างไรก็ไม่มีทางชนะพรรครัฐบาลได้ แต่ที่ผมทักท้วงไว้ตรงนี้ ก็คือว่า วันนี้เท่ากับซีกรัฐบาลเองมีความประสงค์ที่จะไม่ยอมรับการพิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญที่เสนอโดยภาคประชาชนไป ก็ไหนบอกว่า สัญญาลูกผู้ชาย ๔ ข้อ เปึนสัญญา ใจกอดกันแทบน้ําตาจะร้องไห้ ก็บอกว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่รัฐธรรมนูญมาจ่อ นี่นะครับ แล้วก็มาจะเสนอเลื่อน เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ไปต่อสู้เรื่องเสียงให้อับอายอะไร หรอก แต่ผมบอกกับท่านประธานว่าการพูดอะไรกับประชาชนควรมีสัจจะเสียบ้าง ขอบคุณท่านประธาน
ไม่ติดใจนะครับ เชิญคุณเชาวริน
ผม เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาผมจะจารึกความมีน้ําใจของท่านประธานในวันนี้ไว้ตลอดชีวิตเลย ท่านประธานครับ ผมมีความกังวลอย่างยิ่ง ในการที่ท่านประธานได้กระทําการรวบรัดจน เกินเหตุ ที่สมาชิกทักท้วงเกี่ยวกับเรื่องของการรับรองรายงานการประชุม มันไม่เปึนธรรม ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่คุณธเนศมาถามผม พี่บอกว่าไว้ที่หน้าห้องประชุมอยู่ตรงไหน ผมไม่เคยเห็นเลย นี่คือข้อเท็จจริงว่าสมาชิกยังไม่ได้เห็น แล้ว ๙ ครั้งนี่ท่านประธานจะเห็น ได้ว่าครั้งแรกนี่นะครับในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เกือบป้ครับ วันนี้วันที่ ๒๖ มกราคม
ท่านเชาวรินครับ เรื่องวาระนั้นผ่าน ไปแล้วครับ
ผมขอต่อรองกับท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมว่า ครั้งที่ ๙ วันที่ ๓๐ นี่ทดไปก่อน ทดไปก่อน ครับ แล้วรับรอง ๘ ครั้ง พอจะรับกันได้ แต่ครั้งที่ ๙ นี่เก็บไว้ก่อน เพราะตัว ท่านประธานเองก็มีปัญหา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกถาม ท่าน ท่านบอกว่ามีการร้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาการเมือง หรือศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่แน่ใจ จําไม่ได้แล้ว รอให้ศาลตัดสินก่อน
ร้องศาลฎีกาครับ รอให้ศาลวินิจฉัย
แล้วท่านจะด่วนไปรับรองไปทําไมละครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงครับ ท่านเชาวรินครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากําลัง เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องด่วน ทีนี้ถ้าเกิดท่านประธานอนุญาตให้สมาชิกกลับไปที่ ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องการรับรองรายงานการประชุม วันนี้คงไม่จบครับ เมื่อตอนอยู่ ระเบียบวาระที่ ๒ สมาชิกบางท่านยังไม่เข้าประชุมเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้อยู่ระเบียบ วาระที่ ๓ ผมคิดว่าน่าจะดําเนินการไปตามระเบียบวาระครับท่านประธานครับ
ผมก็ดําเนินการไปแล้ว แต่คุณเชาวริน ท่านก็ติดใจท่านก็ขอเป่ดโอกาสให้ท่านได้พูดบ้างนะครับ เชิญต่อเลยครับ แต่ว่าเรื่องนี้ ผมว่าควรจบได้ครับ
เปึนพระคุณอย่างยิ่ง แต่ผมก็ยังอยากจะเสนอท่านประธานลองทบทวนสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าครั้งสุดท้ายครั้งที่ ๙ นี่ทดไปก่อนได้ไหม เพราะว่าท่านเองก็ยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่มี ข้อยุติ มีสมาชิกร้องศาลอะไรต่าง ๆ ท่านเองไม่ตอบในที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้ว บอกว่าสมาชิกได้ส่งศาลแล้วขอรอการวินิจฉัยของศาล ผมว่าท่านตอบอย่างนั้นถูกต้อง แล้ว เมื่อเปึนอย่างนี้การจะให้มารับรองรวบรัดเกินไปน่ะผมว่ามันไม่เปึนธรรม สมาชิก ๒-๓ คน ที่พูดก่อนผมนั้นน่ะ ในประการที่ ๑ คือพวกผมไม่ได้รับความเปึนธรรมเนื่องจากท่านแจ้ง กันเองในฝ์ายรัฐบาล ในฝ์ายสมาชิกวุฒิสภา เสร็จแล้วก็ไปที่กระทรวงการต่างประเทศ แล้วถึงมาแจ้งฝ์ายค้าน ฝ์ายค้านจะไปบ้างก็เข้าไม่ได้แล้ว แล้วเสร็จแล้วบันทึกว่าพวกผม ขาดการประชุม ผมว่ามันไม่เปึนธรรมท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่าน ทบทวนนิดเดียวว่า ครั้งวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ นี่ทดไปก่อน รอผลการวินิจฉัยของศาล เพราะเรื่องมันยังไม่มีข้อยุติท่านประธานครับ มันจะเปึนผลดีต่ออนาคตของรัฐสภาไทย ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ คือผมไม่สามารถที่จะกลับไป กลับมาได้ครับ เมื่อมันผ่านแล้วก็ต้องผ่านครับ นอกจากเสนอ ท่านเสนอเปึนเรื่องเปึนราว ขึ้นมามีผู้รับรองถูกแล้ว แล้วก็มีการโหวตกันว่าควรจะระงับหรือไม่ระงับอะไรต่าง ๆ มันต้องไปตามขั้นตอนของระเบียบข้อบังคับครับ ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมเองคงไม่กลับไปพูดในเรื่อง เดิมที่ทําให้ท่านประธานต้องลําบากใจ แต่อยากจะพูดนําเสนอจากเพื่อนสมาชิกที่พูดถึง ระเบียบวาระการประชุมที่ ๓ นี่ครับ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องความพร้อม ของการที่เราจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ บอกว่ามี เอกสารถึงหัวเข่า แต่ไม่มีรูปธรรมให้เห็นครับท่านประธาน ผมเลยเอามาตั้งให้ท่านดูครับ สูงศอกกว่าครับท่านประธาน ท่านประธานได้อ่านหรือยังครับ ให้เมื่อไรครับ
ผมอ่านแล้วครับ แต่อ่าน
ภาคภาษาเขมรหรือภาษาอังกฤษครับ
ภาษาไทยครับ เพราะผมเปึนคนไทย ครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลังจะนําเสนอให้ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณากันสักนิดเถอะครับว่า เรากําลังจะทําใช้สิทธิครั้งแรกของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๙๐ ที่จะต้องให้ สภาเปึนผู้ปกปัองผลประโยชน์ของการทําสนธิสัญญา แต่จากความเปึนจริงนี้เอกสารนี้ แจกกัน ผมเพิ่งได้รับเมื่อวันศุกร์ครับ เปึนวันตรุษจีน เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องทําอะไรไหว้เจ้า แล้วก็อ่านเอาก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะเสนอให้ท่านลองพิจารณาดูว่า ๑. จะเลื่อนการพิจารณาไปก็ได้ หรือ ๒. เมื่อพิจารณาแล้วนี่เพื่อประโยชน์น่าจะตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ ผมเปึนคนหนึ่งที่จะอภิปรายเรื่องนี้ แต่ในเบื้องต้นอยากจะให้ ท่านประธานได้ลองปรึกษาหารือดูว่า ถ้าเราจะดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ เปึนครั้งแรก เพื่อปกปัองผลประโยชน์และให้เกียรติแก่รัฐสภานั้น เราควรจะได้พิจารณาอย่างถ่องแท้ ท่านประธานครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่ผู้สื่อข่าวประชาชนต้องรู้ครับ วันนี้สมาชิกรัฐสภา
ท่านสุนัยครับ
ไม่เพียงแต่ไม่ได้อ่านเท่านั้นครับ ยังไม่ได้ไปรับเอกสารกองอยู่หน้าห้องนี่ครับ
ท่านสุนัยครับ
พะเนิน เทินทึกหมดครับ
ท่านสุนัยครับ คือเรื่องมันยังไม่ถึงเลย ครับ เรื่องยังไม่ถึง เรื่องกรอบอาเซียนนี่ยัง
เข้าใจ ครับท่านประธานครับ
คือให้มันถึงก่อนแล้วก็ค่อยอภิปราย ครับ
ยังไม่ได้ อภิปรายครับท่านประธานครับ แต่ว่าผมกําลังจะนําเสนออย่างนี้ครับท่านว่า เรื่องด่วน เรื่องที่ ๑ คือเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วเรื่องที่ ๒ ก็เปึนเรื่องกรอบอาเซียน แต่ในความเปึนจริง วันนี้ถ้าเราพิจารณากันเรื่องนี้นะครับ เราก็จะพิจารณาได้เพียงพิธีการเท่านั้นเอง ลง เนื้อหาไม่ได้ ผมไปศึกษาทั้งหมดก็เจาะได้เฉพาะบางกลุ่ม เอาเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ ที่เรา จะเสียเปรียบทางการค้ากับเขา คือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่เขากีดกันทางการค้าเรา ในรูปแบบอื่น ซึ่งวันนี้ผมจะต้องพูดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ขอเรียนให้ท่าน ทราบด้วยครับ ต้องขึ้นมานะครับ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับท่านโดยตรง แต่ว่าขณะนี้ท่าน กําลังจะทําอะไรผมก็ไม่ทราบนะครับ กําลังแต่งหน้าทาสีก็ว่าไป แต่ว่าเดี๋ยวท่านต้องขึ้นมา นะครับ ผมจึงขอให้ท่านประธานว่า ๑. อาจจะใช้วิธีการเลื่อนไปก่อน ให้ศึกษากันก่อน ให้รับเอกสารเสียก่อนเถอะครับ หน้าห้องประชุมนี่กองเบ้อเร่อเลยครับ ๒. หรือท่านจะใช้ วิธีอภิปรายไปวันนี้เราก็จะพยายามทําหน้าที่นี้ เราก็รู้ความจําเปึนครับว่าจําเปึนที่จะต้อง เร่งด่วน แล้วผมก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่ถ้าท่านบอกประชุมเลยผมก็จะทําหน้าที่ ของเราไป แต่น่าจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพราะในรัฐธรรมนูญนั้นให้โอกาสไว้ ๖๐ วันนะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้น และผมจะได้เข้าดําเนินต่อไป ในโอกาสที่จะถึงวาระนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็ได้ให้ดําเนินการ มาพอสมควรแล้วครับ ต่อไปก็ในเรื่องด่วนนะครับ คือเรื่องที่ ๑ นี้ไม่มีผู้ติดใจนะครับ คุณติดใจหรือเปล่าเรื่องที่ ๑
ไม่ติดใจครับเรื่องที่ ๑
ถ้าไม่ติดใจก็นั่งลงก่อนครับ นั่งลง ก่อนครับ นั่งลงก่อน เชิญคุณธนาที่ทักท้วงคุณ เนื่องจากว่าเรื่องมันยังไม่เรียบร้อย ตอนนี้ เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเปึนเรื่องด่วนที่ท่านจะเสนออะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ขออาศัยอํานาจ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๗ (๕) ขอให้หยิบยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน คือขอให้ ที่ประชุมได้หยิบยก เรื่องด่วนที่ ๒ ถึงเรื่องด่วนที่ ๒๐ และเรื่องที่เสนอใหม่ คือร่างบันทึก ความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงาน แห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ระบบ การจ้างแรงงานแห่งชาติ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขึ้นมาพิจารณาก่อน ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใด เสนออย่างอื่น เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้หารือ ท่านประธานเบื้องต้นนะครับว่า
คุณต้องเสนอ เมื่อกี้เขาเสนอเลื่อน ระเบียบวาระ คุณจะเอาด้วยไหม ไม่เอาด้วย คุณก็ต้องเสนอว่าไม่เอาด้วย
ครับ
คุณต้องเสนอไปอย่างนั้น เพราะว่า เรื่องมันเข้าสู่หลักการแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ แนวทางที่ท่านประธานเคยปฏิบัติมาตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐสภาหรือการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหนึ่งที่ตอนท่านประธานมารับตําแหน่ง ใหม่ ๆ ก็คือ เวลามีเรื่องพระราชบัญญัติหรือสิ่งที่สําคัญที่เอาเข้าสู่การพิจารณานั้น ต้อง เรียนว่าท่านประธานนั้นจะตรวจสอบองค์ประชุมอยู่ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้ท่านประธาน อาจจะลืมหรืออย่างไรมิทราบนะครับ ผมจึงเสนอให้ท่านประธานได้ดําเนินการเพื่อให้ ถูกต้องตามกระบวนการที่ได้เคยปฏิบัติมา
ครับ ผมเข้าใจครับ เมื่อกี้ก็ ๓๐๙ ท่านนะครับ ผมก็แจ้งแล้วว่ามีเซ็นชื่อ ๓๐๙ ท่าน พอตอนจะโหวตอะไรมันก็ต้อง ครบองค์ประชุม ผมก็ต้องเช็กองค์ประชุมก่อนจึงจะมีการโหวตกัน
ถ้าผมจําไม่ผิดท่านประธานครับ ท่านประธานเคยตรวจสอบองค์ประชุมก่อน
นั่นผมโดนทักท้วงแล้วโดย ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ท่านบอกว่า ให้เอาลายเซ็นของสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า มาเท่าไร แล้วก็เอาเรื่องครบองค์ประชุมตรงนั้น ไม่ต้องมานับที่นี่ ผมก็ถือปฏิบัติตั้งแต่นั้น มาจนมีการยุบพรรค ๒-๓ พรรค เราก็ปฏิบัติอย่างนี้เรื่อยมา จะให้ผมทําอย่างไรอีกครับ
ตกลงท่านประธานจะเอาแนวทางที่ท่านประธานได้ดําริไว้ เปึนแนวทางในการปฏิบัติ ทุกครั้งต่อไปนี้ใช่ไหมครับ ทั้งการประชุมรัฐสภาและการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ก็ต้องดําเนินการคล้ายที่ผมได้ปฏิบัติ นี้ละครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เมื่อมีผู้รับรอง ไม่มีผู้ มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ เชิญคุณไพจิต เชิญครับเดี๋ยวประทานอภัย คุณไพจิตนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากขณะนี้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ๘ ท่าน ได้เข้ามาฟัง รัฐสภาขอต้อนรับนะครับ ด้วยความขอบคุณครับ เชิญคุณไพจิต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอเสนอให้ท่านประธานดําเนินการประชุมตาม ระเบียบวาระ ซึ่งได้บรรจุเรื่องด่วนเรื่องที่ ๑ เรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่พี่น้องประชาชน จํานวน ๗๑,๕๕๓ เปึนผู้เสนอ ครับท่านประธาน ผมขอผู้รับรองครับ
ครับ ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป ก็ขอมติที่ประชุมครับ คือที่ท่านธนาเสนอมานั้นก็เลื่อนระเบียบวาระนะครับจาก เรื่องด่วนที่ ๒ ถึง เรื่องด่วนที่ ๒๐ แล้วก็เสนอใหม่ใช่ไหมครับคุณธนา
ใช่ครับ ท่านประธานครับ
แล้วก็คุณไพจิตเอาระเบียบวาระเรื่อง ด่วนที่ ๑ ผมก็จะขอมติที่ประชุม ขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้อง ประชุมด้วยครับ เพื่อจะใช้สิทธิในการลงมติครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน นะครับ เมื่อท่านเข้าห้องแล้วก็นั่งแล้วนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ พร้อมแล้ว นะครับ พร้อมแล้วช่วยกดบัตรแสดงตนของท่านออกเสียงเลยนะครับ
ท่านประธานครับ
ครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานให้แสดงตนก่อนหรือจะให้โหวตเลยครับท่านประธานครับ
ผมแสดงตนก่อนครับ ผมก็ต้องทํา ตามข้อบังคับครับ เสียบเสร็จแล้วนะครับ กดบัตรแสดงตนเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังนะครับ เชิญนะครับ ให้เวลาอีกครึ่งนาทีครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อย แล้วก็ส่งผลของผู้เข้าประชุมในห้องประชุม มีผู้เข้าประชุม ๓๗๖ ท่านนะครับ เกินกึ่งหนึ่ง แล้วนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามนะครับ เอาญัตติหลังก่อนนะครับที่คุณไพจิต ศรีวรขาน ได้เสนอให้ใช้เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็คุณธนาเสนอเรื่องเลื่อนระเบียบ วาระนะครับ ๒ ท่าน แต่ที่ ๑ คือคุณไพจิตนั้นก็ขอให้ท่านลงคะแนนนะครับว่า ท่านผู้ใด เห็นว่าเอาเรื่องด่วนที่ ๑ โปรดกด เห็นด้วย นะครับ ถ้าใครเห็นว่า ควรเลื่อนระเบียบวาระ ตามที่คุณธนาเสนอให้กด ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็กด งดออกเสียง ท่านผู้ใด ไม่ใช้สิทธิก็ ไม่ใช้สิทธิ นะครับ เชิญใช้สิทธิได้นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
คือคุณไพจิต ๑ นั้น เห็นด้วย คุณธนา ไม่เห็นด้วย ๒ อันนะครับ เชิญใช้สิทธิครับ ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยัง ไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว แสดงผล มีอะไรครับ ท่านประสานครับ ให้ผมประกาศก่อนนะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๘๒ คน เห็นด้วย ๗๔ คน ไม่เห็นด้วย ๒๙๖ คน งดออกเสียง ๑๑ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน ก็ปรากฏว่าคุณธนาได้รับการ เลื่อนระเบียบวาระ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปก็เข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ เชิญครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่า การถามมติที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นั้นน่ะ ต่อไปนี่ท่านไม่ต้องถามญัตติของคุณไพจิต กระผมว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอย่างนี้ เพราะญัตติของคุณไพจิตอยู่ในระเบียบ วาระเรื่องด่วนที่ ๑ อยู่แล้ว ถามเฉพาะของท่านธนาที่ว่าเสนอขอเลื่อนระเบียบวาระ ใคร จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยแค่นั้นพอ นี่อย่างนี้คนที่มาดูการประชุมสภาของเราก็จะสับสน
คือสอนผมดีมากครับ เพราะว่า คุณธนา
ไม่ได้สอนครับท่านประธาน ผมไม่บังอาจ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า
คุณธนาเปึนคนเสนอก่อนครับ เสนอ ก่อนแล้วคุณไพจิตเปึนคนเสนอทีหลังว่าเอาระเบียบวาระที่ ๑ ก็จําเปึนต้องถามครับ เพราะมันมีคู่กรณีกันครับ
ก็คือความเห็นของคุณไพจิตไม่เห็นด้วยกับของท่านธนาเท่านั้นละครับท่านประธาน
ก็ถูกต้องครับ ถ้าไม่เห็นด้วย
เพราะฉะนั้นต่อไปถ้ามีกรณีอย่างนี้ ท่านก็ถามว่าใครจะเห็นด้วยกับคุณธนา ไม่เห็นด้วย กับคุณธนา แค่นั้นพอ ไม่ต้องไปถามเรื่องของคุณไพจิตเพราะคุณไพจิตอยู่ในระเบียบ วาระอยู่แล้ว อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๑ อยู่แล้ว
ไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามได้ครับ ด้วยความขอบพระคุณครับ
ครับ
ต่อไปเข้าสู่ระเบียบวาระ เชิญ คุณวิรัตน์ มีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ กรณีที่สภาได้กรุณาเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๒ จนถึงเรื่องด่วนเรื่องอื่น ๆ นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ครับว่า เนื่องจากเรามีทั้ง ส.ส. วุฒิสภา แล้วแต่ละท่านก็อาจจะอภิปรายทีเดียวหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นเพื่อความสะดวกในการอภิปรายแต่ละท่าน ผมคิดว่ารวม
ผมว่าอย่างนี้นะครับคุณวิรัตน์ คือเรื่องยังไม่ได้ดําเนินการเลย พอท่านนายกรัฐมนตรีแถลงแล้ว รัฐบาลแถลงแล้วท่านก็ ค่อยเสนอ
ได้ครับ
เรื่องยังไม่เกิด แล้วก็ท่านเกิดก่อนเรื่อง
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
๒. การให้ความเห็นชอบเอกสาร สําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) โดยมีร่างเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบ อาเซียนและการรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียน ๕ ฉบับ คือ
๑. ร่างปฏิญญาว่าด้วยแผนงานสําหรับประชาคมอาเซียน ป้ ค.ศ. ๒๐๐๙– ๒๐๑๕
๒. ร่างแผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน
๓. ร่างแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
๔. ร่างแผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ ๒ ค.ศ. ๒๐๐๙- ๒๐๑๕ และ
๕. ร่างปฏิญญาร่วมว่าด้วยการบรรลุเปัาหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ในอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชิญครับ
ขอประทาน กราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า อยากจะขอให้อภิปรายรวมนะครับ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ผู้ที่เสนอ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี และก็ ผู้ที่จะอภิปราย เพราะว่าบางทีอาจจะเหลื่อมกัน มันจะได้ไปครั้งเดียว แต่ว่าเพื่อความ สะดวกก็ค่อยแยกลงมติเปึนรายไปนะครับ ขอประทานความเห็นจากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ก็ขอขอบคุณครับ ก็ต้องทําอย่างนั้น ครับ ถ้าไม่ทําอย่างนั้นก็ผิดข้อบังคับอีกครับ ต้องทําอย่างนั้นครับ เนื่องจากมันมีทั้งหมด ๒๑ เรื่องครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกครับ ท่านประเสริฐ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในเบื้องต้นก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมได้หารือ ท่านประธานถึงหัวข้อที่กําลังจะอภิปรายในวันนี้ ว่าเรื่องดังกล่าวมันมีหลายเรื่องมากถึง ๒๓ เรื่อง เมื่อกี้ท่านสุนัยก็ได้บอกท่านประธานบอกว่าเอกสารนั้นศอกกว่า ท่านประธาน ครับ แล้วก็เปึนเรื่องเทคนิค ผมไม่ได้ห้าม ไม่ได้ขัดแย้งไม่ให้มีการไม่อภิปรายนะครับ ผม เห็นด้วยกับการอภิปรายในวันนี้ แต่เรื่องดังกล่าวทุกเรื่องนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญของ ประเทศชาติ แม้ว่าหัวข้อเรื่องนั้นจะมีลักษณะชื่อที่คล้ายกัน แต่ท่านประธานครับ สาระสําคัญในรายละเอียดแต่ละเรื่องนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมจึงขอเสนอญัตติให้ อภิปรายเปึนรายแต่ละเรื่องไปนะครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ จะเอา อย่างนั้นหรือ เชิญคุณวิรัตน์
ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกรัฐสภาครับ ขออนุญาตให้อภิปรายรวมเปึน หมวดหมู่นะครับ แล้วค่อยแยกลงมติครับ ขอเสียงรับรองด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ
ขออนุญาตนิดเดียวท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่ามันเสียหายตรงไหนครับ ถ้ามันจะทําให้ละเอียดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทําไมท่านต้องรวบรัดครับ ผมไม่เข้าใจนะครับ เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ นี่ผลประโยชน์เปึนแสน ๆ ล้านบาท และท่าน มารวม ๒๓ ฉบับทีเดียวนี่ ผมเห็นว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะละเอียดอ่อนนะครับ แล้วก็ การศึกษาเวลามีน้อยมาก ท่านประธานต้องเห็นใจพวกเรานะครับ สองวันก่อนก็ตรุษจีน ไหว้เจ้าเสร็จก็ต้องมาอ่าน
ผมว่าท่านฝ์ายค้านก็ค้านเปึน เรื่อง ๆ ไปนะครับ ก็ไม่มีใครเขาว่าครับ
ผมถึงประทานกราบเรียนท่านประธานว่าน่าจะพิจารณาเปึนรายฉบับ ผมจึงเสนอญัตตินี้ เข้าสู่การพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ก็มี ๒ ฝ์ายครับ เอาคุณวิทยามีอะไร ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านประธานรัฐสภา ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ท่านผู้ชี้แจง ต้องขอประทานโทษเอ่ยนามท่านวิรัตน์ คําชี้แจงของท่านอาจจะไม่ชัด ข้อเท็จจริงแล้ว รายละเอียดที่นําเสนอนะครับผมได้รับการประสานงานเบื้องต้นจากประธานวิป (Whip) ของท่านเอง เรื่องของการอภิปรายนั้นเปึนเรื่องที่นําเสนอได้เปึนกลุ่มในภารกิจในกรอบ เพราะฉะนั้นในเรื่องแรกนี่นะครับ แม้กระทั่งเอกสารที่ท่านประธานได้บรรจุในระเบียบวาระ ในการประชุม ท่านก็ไม่พยายามทําให้มันง่าย ไปพิมพ์รายละเอียดไว้ ผมเรียนตามตรงว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ไม่สามารถที่จะอ่านและทําความเข้าใจได้ชัด กับแนวทางที่ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ กําลังจะบอกกับที่ประชุมแห่งนี้ว่า ขออนุญาตให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงพร้อมกับอภิปรายไปพร้อมกัน อันนี้ผมคิดว่าท่านต้องทําความเข้าใจต่อที่ประชุม แห่งนี้ กระผมขออนุญาตท่านประเสริฐด้วยนะครับ เพื่อให้การพิจารณาของท่านสมาชิก รัฐสภาได้มีความเข้าใจ น่าจะแยกกลุ่มงานออกตามที่เราได้ประสานกัน ก็คือมีการแถลง ในส่วนที่นายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตท่านได้นําเสนอต่อที่ประชุมก่อน หลักการ พิจารณานะครับ รัฐมนตรีเจ้าของกระทรวง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกระทรวงการต่างประเทศท่านรัฐมนตรีก็ต้องนําเสนอก่อน ที่เหลือจะต้องเปึนสมาชิกรัฐสภาพิจารณาเปึนรายกลุ่ม ได้มีการประสานไว้นั้นเปึน รายกลุ่ม ก็คือให้ฉบับแรกเปึนเรื่องของอะไร กรอบการเจรจา ๕ ฉบับ แต่เวลาลงมติ ท่านประธานรัฐสภาครับให้สมาชิกรัฐสภาได้ลงแยกเปึนเรื่อง ๆ ไป ท่านพูดอย่างนี้สิครับ ถ้าท่านวิรัตน์นําเสนออย่างนี้ผมคิดว่าทางสมาชิกซีกฝ์ายค้านไม่ติดใจนะครับ แต่ขอให้มี กระบวนการในการนําเสนอจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ และสมาชิกรัฐสภาได้รับฟังเปึนเรื่อง ก็คือ ๕ กลุ่ม ๕ ฉบับแรก กลุ่มของ กระทรวงการต่างประเทศนะครับ เสร็จแล้วให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณา แล้วลงประเด็น ทีละเรื่องใน ๕ ฉบับครับท่านประธานครับ อย่างนี้เราพอที่จะรับฟังได้ครับท่านประธานครับ
ผมก็ฟังคุณชินวรณ์เขาบอกอย่างนั้น ครับ แต่กลับมาทางนี้ เชิญครับคุณวิรัตน์เอาอย่างไร
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ นะครับ ต้องกราบพระคุณท่านวิทยานะครับ ผมอาจจะ รวบรัดไปนิดหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตเสนอให้ชัดนะครับ ขอพิจารณาเปึนรายกลุ่ม นะครับ
เรื่องที่ ๒ การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือ ในกรอบอาเซียนและการรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียน
เรื่องที่ ๓ การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือ กับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน + ๓ และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
เรื่องที่ ๔ กรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียนและกรอบการเจรจาประเด็นกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียน ภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน
เรื่องที่ ๕ ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน
เรื่องที่ ๖ พิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบความตกลง ว่าด้วยการบริการของอาเซียน
เรื่องที่ ๗ ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน อันนี้เปึนรวมพิจารณา เรื่องกรุ๊ป (Group) แรกนะครับท่านประธาน
กรุ๊ปที่ ๒ กลุ่มที่ ๒ นะครับ
เรื่องที่ ๘ ความตกลงว่าด้วยการลงทุนภายใต้กรอบความตกลง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุมด้านต่าง ๆ ระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน
เรื่องที่ ๙ ความตกลงภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี
เรื่องที่ ๑๐ ความตกลงภายใต้กรอบอาเซียน-อินเดีย
เรื่องที่ ๑๑ ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรี อาเซียน–ออสเตรเลีย- นิวซีแลนด์
เรื่องที่ ๑๒ การลงนามในหนังสือแจ้งเข้าร่วม MRA สาขาวิศวกรรม และ MRA สาขาสถาปัตยกรรมของอาเซียน
เรื่องที่ ๑๓ ข้อตกลงยอมรับร่วมสาขาวิชาชีพแพทย์ของอาเซียน ข้อตกลง ยอมรับร่วมสาขาวิชาชีพทันตแพทย์ของอาเซียน และกรอบข้อตกลงยอมรับร่วมสาขา วิชาชีพบัญชีของอาเซียน อันนี้อีกกลุ่มหนึ่งนะครับเปึนกลุ่มที่ ๒
ส่วนกลุ่มที่ ๓ นะครับ
เรื่องที่ ๑๔ ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและอินโดนีเซีย เรื่อง น้ําตาล
เรื่องที่ ๑๕ แผนนโยบายบูรณการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน (AIFS) แผนกลยุทธ์ความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน (SPA–FS) ป้ ค.ศ. ๒๐๐๙- ๒๐๑๓ และร่างแถลงการณ์กรุงเทพว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน
เรื่องที่ ๑๖ ร่างความตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการเป่ดเสรีบริการขนส่ง สินค้าทางอากาศ ร่างความตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยบริการเดินอากาศ และพิธีสาร แนบท้ายความตกลงทั้งสองฉบับ
เรื่องที่ ๑๗ ร่างกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอํานวยความสะดวก ในด้านการขนส่งข้ามแดน
เรื่องที่ ๑๘ ร่างความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางป่โตรเลียม ASEAN Petroleum Security Agreement (APSA) อันนี้เปึนอีกกลุ่มหนึ่งนะครับ
และอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่ ๔
เรื่องที่ ๑๙ ความตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียน สําหรับการตรวจผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต Good Manufacturing Practice-GMP)
เรื่องที่ ๒๐ ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรี และเด็ก และรวมถึง ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวง แรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดแรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ ระบบการจ้างแรงงานต่างชาตินะครับ ขอกราบเรียนเสนอเปึนอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
คือมันก็มีอยู่ ๔ เรื่องใหญ่ ๆ แต่ละเรื่อง มันก็แยกเปึนลูกเรื่องเข้าไปนะครับ รวมเบ็ดเสร็จมันก็เยอะแยะ ก็ต้องแยกเปึนกลุ่ม ๆ ผมก็เรียนว่าคุณประเสริฐจะเอาอย่างไรจะถอนไหม
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกรัฐสภา เพื่อเปึนการพบกัน ครึ่งทางนะครับ จริง ๆ ผมอยากจะให้มีความละเอียด แต่ไม่เปึนไรนะครับ ผมเห็นชอบ ตามที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้านได้นําเสนอท่านประธานคือ ท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพิ่มเติมนิดเดียวครับ เมื่อมีการจัดกลุ่มแล้วอยากจะเรียนถาม ท่านประธาน วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านไม่ได้ให้ความสําคัญ กับการประชุมรัฐสภา ท่านไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้นะครับ แล้วเรื่องดังกล่าวเปึนเรื่องสําคัญมาก
ท่านไปประเทศเขมรไปพบฮุน เซน ครับ แล้วก็มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีทําหน้าที่แทน
ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดอยู่เสมอนะครับ ตอนที่เข้าดํารงตําแหน่งใหม่ ๆ ถึงความสําคัญ ของการประชุมรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เข้าใจว่าวันนี้การพิจารณาเรื่องกรอบ ในเรื่องต่าง ๆ มีความสําคัญมาก การพบผู้นําในต่างประเทศนั้น จริง ๆ เปึนวาระที่น่าจะ เลื่อนได้แล้วก็ให้ความสําคัญของการประชุมรัฐสภาที่มากกว่า ผมไม่เข้าใจนะครับ ท่านประธานช่วยชี้แจงด้วยครับ
ผมต้องเอาเรื่องที่คาสภาอยู่นะครับ ที่ท่านเสนอ ท่านถอนไหมครับที่ท่านเสนอ
ยินดีถอนครับ
ถอนแล้วก็เอาตามที่คุณวิรัตน์
ท่านประธาน ครับ
คุณประท้วงหรือเปล่า
ไม่ประท้วง ครับ ผมขอพูดครับ
มีอะไรนะครับ คุณประท้วงใช่ไหม ครับ
ผมนั่ง และยกมือขึ้นแสดงว่าผมประสงค์จะพูดในที่ประชุมครับ ผมไม่ได้ยืนและยกมือ
เรื่องมันยังไม่ถึงที่พูดเลยครับ
ผมขอ สอบถามผู้เสนอญัตติเรื่องการแบ่งกลุ่มครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังผู้เสนอญัตติที่ให้อภิปรายเปึน รายกลุ่มนั้น ผมไม่เข้าใจว่าท่านใช้หลักอะไรในการที่จะแบ่งเปึนกลุ่ม เนื่องจากว่าวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ วาระที่ ๔ นั้นจะเปึนเรื่องสิทธิมนุษยชนและเปึนเรื่องของกระทรวงการ ต่างประเทศ แต่ท่านให้มารวมพิจารณากับวาระที่ ๕ วาระที่ ๖ วาระที่ ๗ ซึ่งเปึนเรื่องของ การตกลงทางการค้าเปึนส่วนมาก เมื่ออภิปรายนี่ผมเห็นว่าเนื้อหามันจะสับสนกันนะครับ ท่านประธานครับ ขอความชัดเจนจากผู้เสนอญัตติครับว่าท่านใช้หลักอะไรในการ แบ่งกลุ่มครับ
คือในฐานะที่ผมเปึนประธานนะครับ ผมขอชี้ไปเลยให้มันชัดเปึนกลุ่มๆ ไปครับ มันมี ๔ กลุ่มเรื่องนะครับ ก็เอาแต่ละกลุ่มไป แล้วก็โหวตแต่ละกลุ่ม ๆ ไป เช่น เรื่องแรกมีอยู่ ๕ เรื่องที่แยกกลุ่ม เราก็มาพิจารณาเรื่องนี้ ให้เสร็จ แล้วก็ไปเรื่องที่ ๒ มีอยู่ ๔ เรื่องใหญ่นะครับ เราก็พิจารณาเปึนราย ๆ ไป แล้วก็ เรื่องที่ ๓ นะครับ ก็พิจารณาเปึนราย ๆ ไป เรื่องที่ ๔ นั้นมาก เราก็กระจายไปตั้งเกือบ สิบกว่าเรื่อง ก็เอาอย่างนี้ครับ มันละเอียดยิบไปเลยครับเพื่อความพอใจของท่านนะครับ คุณวิรัตน์
ท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือผมอยากทราบว่าเมื่อสักครู่ท่านผู้เสนอญัตติบอกว่า ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ เปึนกลุ่มที่ ๑ อภิปรายไปด้วยกัน ทีนี้เมื่อผมมาดูเนื้อหาสาระนะครับ ๒ ๓ ๔ นี่ของ กระทรวงการต่างประเทศและจะไปเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๕ ๖ ๗ นี่จะไป กระทรวงพาณิชย์นะครับ แล้วเปึนเรื่องของการค้า ซึ่งผมเห็นว่าเวลาอภิปรายนี่เนื้อหามัน จะไปเกี่ยวกันอย่างไร ผมอยากจะขอความชัดเจนจากผู้เสนอญัตติว่าท่านจะเอาเนื้อหา เปึนหลักในการแบ่งกลุ่ม เช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการค้า หรือเรื่องการสื่อสารระหว่าง ประเทศ การบริการทางคมนาคม เอาอันนี้เปึนหลักหรือท่านจะเอากระทรวงเปึนหลักหรือ ท่านจะเอาเลข ๒ ถึงเลข ๗ แล้วก็เลข ๘ ถึงเลข ๑๔ อย่างนี้เปึนหลัก ผมขอความชัดเจน ครับ ท่านประธานครับ
คือชัดอยู่แล้วในตัวเรื่องนะครับ มันชัดอยู่แล้วครับ ไม่รู้จะชี้แจงอย่างไรครับ มันชัดเจนอยู่แล้วครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อันนี้ เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ๑ ๒ ๓ ๔ นะครับ
เรื่องที่ ๓ มันก็มีอยู่ ๔ เรื่องนะครับ ดูรายละเอียดก็มีอยู่แล้วครับ อยู่ในนี้ อยู่ในเนื้อหาสาระของที่เราได้แจ้งไปยังท่านนะครับ ระเบียบวาระนะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๔ นั้นมันยาวหน่อยครับ มันมากเรื่อง ที่คุณวิรัตน์พูดนะครับ มันมีไปจนถึงเรื่องยา เรื่องแพทย์ เรื่องมนุษย์ ระหว่างพม่ากับไทย เกาหลีอะไรต่าง ๆ นี่ร้อยแปดอยู่ในนั้นครับ ผมว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ดําเนินการเลย มีอะไรคุณชลน่าน เชิญครับหมอ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ถ้าท่านประธานจะกรุณาเอาตามที่ท่านเสนอก็คือ ก็แตกต่างจากที่ ผู้เสนอญัตติขึ้นมา ถ้าท่านประธานจะเอาตามนี้นะครับ สมาชิกมีข้อตกลง ผมก็เห็นด้วย ถ้าท่านจะแบ่งอย่างนี้เปึน ๔ กลุ่ม แต่ท่านต้องขออนุญาตนะครับ ในระเบียบวาระ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้เสนอญัตติได้เสนอเปึนลักษณะเรียงตามหมายเลข ผมไม่แน่ใจ ว่าสอดคล้องกับท่านประธานหรือไม่ ถ้าจะเอากับท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่ เคารพครับ ขอความกรุณาท่านช่วยแจงในระเบียบวาระการประชุมให้พวกเรานะครับ พวกเราจะได้เตรียมตัวได้ ๔ กลุ่มนี่ ถ้าจะเรียงหมายเลขตามที่ท่านสมาชิกเสนอเปึนญัตติ แล้วนี่เราจะได้ไปด้วยกันได้ อันนี้เสียเวลาท่านประธานครับ ถ้าท่านพูดรวม ๆ อย่างนี้ ผมเอง ก็พยายามไล่ดูแล้วมึน ยอมรับว่าตามไม่ทันครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยความ เคารพจริง ๆ ครับ ช่วยกรุณากลุ่มที่ ๑ ในระเบียบวาระ กลุ่มที่ ๑ ส่งมาให้สมาชิกนะครับ บอกหมายเลขมาเลยครับ
กลุ่มที่ ๑ มีอย่างนี้ครับ เพื่อไม่ให้ เสียเวลานะครับ
กลุ่มที่ ๑ การให้ความเห็นชอบเอกสารที่เกี่ยวกับข้อ ๒ นี่นะครับ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ กลุ่ม ๑ นะครับ
กลุ่มที่ ๒ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖
กลุ่มที่ ๓ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘
กลุ่มที่ ๔ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐
แล้วก็กลุ่มที่ ๕ เรื่องเสนอใหม่ (๕) เรื่องที่เสนอใหม่ พอเข้าใจนะครับ เอา ตามนี้ละครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ เชิญผู้เสนอร่างครับ เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ เชิญครับ มีอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานจะให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเสนอเรื่อง เมื่อสักครู่นี้ สมาชิกท่านหนึ่งได้ถามว่า วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทําไมไม่มาร่วม ประชุม ท่านก็ได้ชี้แจงบอกว่าท่านไปราชการต่างประเทศ ไปพบสมเด็จฮุน เซน ที่ประเทศ กัมพูชา แล้วมอบหมายให้รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนผู้ชี้แจงแทน ผมมีความ ข้องใจ จึงขออนุญาตเรียนถามท่านประธาน ดังนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ตามประวัตินะครับท่านประธาน จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในด้านการต่างประเทศ อินเตอร์เนชั่นแนล แอฟแฟร์ (International Affair) และนอกจากนั้นท่านยังสําเร็จการศึกษาด้านความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ อินสทิทิว ออฟ โซเชียล สตัดดี้ (Institute of social study) จากประเทศเนเธอร์แลนด์ และมีประสบการณ์ในการรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศมากมายเลยครับ ยาวนานกว่า ๓๐ ป้ เคยดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตไทย
ผมว่าตอนอภิปราย คุณเชาวรินครับ ตอนอภิปราย
ผมถามนิดหนึ่งว่าคนที่จะมาชี้แจงแทนนี่เอาอะไรมาชี้แจงครับ ประสบการณ์ของคุณกษิต กับคนที่ชี้แจง ขออภัยนะ ผมเอ่ยนามนิดหนึ่งก็ได้ ท่านสาทิตย์นะครับ จริง ๆ แล้วโดย ส่วนตัวผมว่าท่านน่ารัก ท่านสมัคร สุนทรเวช ตอนเปึนนายกรัฐมนตรีบอกว่า เหมือน ตุ๊กตา รัฐมนตรีตุ๊กตาน่ารักมาก ผมอยากจะถามว่าท่านรัฐมนตรีตุ๊กตาจะเอาอะไรมา ชี้แจงแทนคุณกษิตครับ
ท่านประธาน ครับ
ครับ
ผมประท้วง ท่านประธานครับ
ครับ เชิญครับ
ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีครับ ท่านประธานไม่ควบคุมการประชุม ผมว่าท่านประธานอ่อนเกินไปนะครับ มันเข้าวาระการประชุมนะท่านประธาน ผมว่าท่าน ดําเนินการได้ เรื่องชี้แจงเปึนส่วนหนึ่งท่านมอบหมายแล้วนี่ครับ
ท่านจะเอาอย่างไรนะครับ จะให้ผม ลงจากบัลลังก์ไหมครับ
ผมไม่เอา อย่างไร ท่านอย่าให้มาเสียดสีมาก เพราะว่าก็จะเข้าสู่วาระแล้ว ใครจะชี้แจง ท่านมอบหมายไว้แล้วนี่ครับท่าน
ท่านช่วยกรุณานั่งลงเถอะครับ กําลัง เดินไปแล้วครับ อย่าเพิ่งไปขัดขาเลยครับ ค่อย ๆ ไปครับ ผมแจ้งให้ท่านเชาวรินทราบ นะครับ ได้รับหนังสือจากสํานักนายกรัฐมนตรี คือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่มาชี้แจงคือ ท่านวีระชัย วีระเมธีกุล เปึนผู้ทําหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ท่านคอยดูฝ้มือว่าจะเท่า ๆ ท่านหรือเปล่า เอาอย่างนั้นดีกว่า เชิญท่าน นายกรัฐมนตรีครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นท่านต้องให้โอกาสผมขอโทษท่านรัฐมนตรีสาทิตย์
ท่านไม่ถือโทษละครับ
ผมต้องขอโทษท่าน ผมเข้าใจว่าทางสํานักนายกรัฐมนตรีให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เปึนคน ชี้แจง ผมเกรงว่าจะชี้แจงไม่ได้ ทีนี้พอมาถึงท่านรัฐมนตรีวีระชัยยิ่งต้องถามกันใหญ่เลยว่า มาจากไหนครับ ท่านสาทิตย์นี่ผมรู้จักมาหลายป้แล้วมีบทบาทในการทํางานในสภาจน ทุกคนยอมรับ แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับท่านสมัคร สุนทรเวช
ท่านเชาวรินครับ ตอนท่านชี้แจง แล้วท่านค่อยซักถามได้ครับ ตอนนี้ก็ช่วยกรุณานั่งลงเถอะครับ
ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลขอนําเสนอเอกสารสําคัญเกี่ยวกับความ ร่วมมือในกรอบอาเซียนและความร่วมมือของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาที่จะมีการ ลงนามหรือรับรองในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ และการประชุม สุดยอดที่เกี่ยวข้องที่ประเทศไทยจะเปึนเจ้าภาพต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยได้เข้าดํารงตําแหน่งประธานของอาเซียนตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงนี้ถือได้ว่ามีความพิเศษจากการ ดําเนินงานของอาเซียนที่มาเกี่ยวข้องกับประเทศไทยใน ๓ ประการ
ประการแรก กฎบัตรของอาเซียนซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญที่วางกฎกติกา เกี่ยวกับการทํางานร่วมกันของประชาคมอาเซียนนั้น ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนธันวาคม เปึนต้นมา แล้วจากนี้ไปก็จะเปึนช่วงที่ประเทศสมาชิกจะได้เดินหน้าในการนําเอาแผนงาน กฎกติกา กลไกต่าง ๆ ภายใต้กรอบที่กําหนดไว้ในกฎบัตรมาผลักดันต่อ เพื่อนําไปสู่การ รวมตัวเปึนประชาคมอาเซียนในป้ ๒๕๕๘ ต่อไป
ประการที่ ๒ ในช่วงพิเศษนี้ ประเทศไทยจึงดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน เปึนเวลายาวนานกว่าวาระปกติ คือปกติแล้วประธานอาเซียนจะดํารงตําแหน่งอยู่ ๑ ป้ แต่เฉพาะในวาระของเรานั้นจะเปึน ๑ ป้ครึ่ง ซึ่งหมายความว่าวาระของเราจะดํารงอยู่ใน ฐานะประธานจนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๒
ประการที่ ๓ การดํารงตําแหน่งประธานอาเซียนก็อยู่ในช่วงเดียวกันกับที่ ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งเปึนอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทยได้รับความ ไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการด้วย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้หมายถึงความรับผิดชอบที่ ประเทศไทยจะต้องดําเนินงานของอาเซียนให้เปึนไปด้วยความเรียบร้อย
สําหรับการดําเนินการในวันนี้นั้นก็เปึนไปตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และอยากจะกราบเรียนว่าที่ เพื่อนสมาชิกได้มีการสอบถามถึงการเดินหน้าในการตรากฎหมายเพื่อทําความชัดเจนของ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญนั้น กฎหมายฉบับดังกล่าวหรือร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว รัฐบาลชุดก่อนได้ให้ความเห็นชอบในคณะรัฐมนตรีไปแล้ว และได้ส่งไปยังสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาหลายครั้งผมได้เร่งรัด ที่จะให้มีการตรวจพิจารณาเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จ เพื่อส่งต่อที่ประชุมของสภาโดยเร็ว ซึ่งจะเปึน กฎหมายที่จะช่วยให้บรรทัดฐานในเรื่องของการนําเสนอเรื่องต่อสภาตามมาตรา ๑๙๐ นั้น จะเปึนไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกครับว่า ในเรื่องของการลงนามในข้อตกลงต่าง ๆ ในการประชุมสุดยอด ครั้งนี้ เราก็หวังว่าจะเปึนส่วนสําคัญในการผลักดันให้ความร่วมมือในกรอบของอาเซียน เดินหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของพวกเราทุกคนในที่นี้ที่ถือว่าเปึนตัวแทน ของประชาชน ในการที่จะนําเอกสารนั้นไปได้รับความเห็นชอบต่อการประชุมสุดยอดของ ผู้นํา ซึ่งมีเปัาหมายด้วยว่าการรวมกลุ่มของอาเซียนนั้น จะต้องเปึนการรวมกลุ่มที่มี ความสัมพันธ์เชื่อมโยงและยึดประชาชนเปึนศูนย์กลางอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพ ครับ การประชุมที่จะมีขึ้นเพื่อรับรองเอกสารเหล่านี้จะแบ่งออกเปึน ๒ ส่วนนะครับ
ส่วนแรกก็คือว่าจะมีการประชุมที่ลงนามระหว่างผู้นําอาเซียนด้วยกัน ๑๐ ประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ถึงวันที่ ๑ มีนาคม โดยอาจจะมีข้อตกลง บางฉบับที่ทํากับผู้เจรจาที่จะได้รับการลงนามในช่วงนั้นด้วย แต่เอกสารอีกจํานวนหนึ่งก็ จะไปมีการลงนามรับรองกันในช่วงเมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งเอกสารทั้งหมดที่ได้เสนอมานั้นก็ จะประกอบไปด้วยเอกสารสําคัญ ๔๑ ฉบับ ลงนามโดยผู้นําของอาเซียน ๘ ฉบับ ลงนาม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ๕ ฉบับ และลงนามโดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ๒๘ ฉบับ เอกสารเหล่านี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพลังงาน ซึ่งผมจะได้ขอให้ท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ในแต่ละเรื่องนั้นได้ชี้แจงสาระสําคัญของเอกสารแต่ละฉบับให้รัฐสภาได้รับทราบด้วย ในวันนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงความ กังวลของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับการพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ในวันนี้ว่า ที่จริงแล้วเอกสาร เกือบทุกฉบับครับเปึนเอกสารที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชายได้นําเสนอต่อสภา และตั้งใจที่จะมีการประชุมร่วมของรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ดังนั้นที่ท่านเพื่อน สมาชิกบอกว่ามีเอกสารเปึนศอกนี่นะครับ ส่วนใหญ่ได้ส่งมาแล้วรอบหนึ่งตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ผมจําได้เพราะว่าผมเปึนผู้นําฝ์ายค้านในขณะนั้น ก็ได้มีการปรึกษาหารือกับ ทางวิปรัฐบาลรวมทั้งท่านประธานสภาทั้งสองนะครับว่าจะดําเนินการกันอย่างไร เพื่อที่จะให้การพิจารณาเปึนไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่นมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วก็ ให้โอกาสกับฝ์ายค้านตามสมควร ซึ่งขณะนั้นก็ได้ข้อยุติด้วยดี เพียงแต่ว่าเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงรัฐบาลขึ้นก็จําเปึนจะต้องนําเรื่องเสนอกลับเข้ามาใหม่ แต่เอกสารนั้นจะเปึน เอกสารชุดเดิมทั้งสิ้นครับ ยกเว้น ๓ เรื่องก็คือ ข้อตกลงในเรื่องของการค้าเสรีที่อาเซียนจะ ไปทํากับจีนฉบับหนึ่ง กับอินเดียฉบับหนึ่ง และกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกฉบับหนึ่ง ดังนั้นผมเชื่อครับว่าเพื่อนสมาชิกจํานวนมากเคยมีเอกสารส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนแล้วนะครับ ก็น่าที่จะได้มีโอกาสในการเดินหน้าพิจารณาในที่ประชุม แห่งนี้ได้ นอกจากนั้นท่านประธานครับข้อตกลงในลักษณะนี้ก็เปึนข้อตกลงของหลาย ประเทศ คือในลักษณะของพหุภาคี ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศสมาชิกอื่นได้ให้ความเห็นชอบ พร้อมที่จะลงนามหมดแล้ว เหลือเพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นการ นําเสนอของรัฐบาลในวันนี้ก็เพื่อที่จะยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทย ในการที่จะ เปึนเจ้าภาพแล้วก็ร่วมลงนามในข้อตกลงสําคัญ ๆ เหล่านี้ ซึ่งหากบรรลุผลสําเร็จก็จะเปึน การส่งเสริมความร่วมมือทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และจะมี รายละเอียดปลีกย่อยไปอีกหลายเรื่อง เช่น ความร่วมมือในเรื่องของอาหาร พลังงาน การจัดการภัยพิบัติ การปัองกันผลกระทบของวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ทั่วโลกกําลัง ประสบอยู่ในขณะนี้
นอกจากนั้นท่านประธานครับมีหนังสือสัญญาอีก ๒ ฉบับ ก็คือกรณีของ ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก และร่างบันทึกความ เข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานแห่ง ราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปสาธารณรัฐเกาหลีภายใต้ระบบการจ้าง แรงงานแห่งชาติ ซึ่งเปึนบันทึกความเข้าใจในกรอบทวิภาคี แต่เปึนหนังสือสัญญาที่สําคัญ และมีความจําเปึนเร่งด่วนจึงได้เสนอมาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบใน คราวนี้ด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับกรณีของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศนั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่าเดิมทีรัฐบาลได้เร่งรัดการเห็นชอบหนังสือ สัญญาต่าง ๆ โดยได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเปึนพิเศษ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคมที่ผ่านมา แล้วก็ได้อนุมัติร่างหนังสือสัญญาเหล่านี้เพื่อนําเสนอต่อ สภา ผมเองได้ลงนามเสนอต่อท่านประธานสภาตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ส่วนหนึ่ง และ วันที่ ๕ มกราคม อีกส่วนหนึ่ง โดยมีความตั้งใจว่าจะพิจารณากันในช่วงของการประชุม สมัยวิสามัญ แต่ว่าเมื่อพบว่าทางรัฐสภาไม่สะดวกที่จะพิจารณาในขณะนั้น ก็มีการเลื่อน มาเปึนในช่วงของการเป่ดสมัยประชุมสามัญ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ทั้งผม ทั้ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอีกหลาย ๆ ท่านเข้าใจมาโดยตลอด ว่าจะเปึนการประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๑-๒๒ ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากว่าทางสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุม ก็จึงมีการประชุมรัฐสภาในวันนี้และวันพรุ่งนี้แทนวันที่ ๒๑ และวันที่ ๒๒ ช่วงที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบรับที่จะไปเยือนกัมพูชาเปึนช่วง ก่อนที่จะมีข้อเท็จจริงตรงนี้ปรากฏขึ้นมา จึงทําให้ท่านไม่สามารถมาร่วมได้นะครับ แต่ว่า ได้มอบหมายท่านรัฐมนตรีวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปกติคือผู้รักษาราชการแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าเราได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ เข้าใจว่า ๒ วัน คืนนี้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเดินทางกลับมา ผมก็ได้กําชับแล้วว่า เมื่อท่านเดินทางกลับมาท่านก็ต้องมาที่นี่ แล้วมีประเด็นอะไรที่ยังค้างคาอยู่ที่จําเปึน จะต้องชี้แจง ท่านก็ต้องมาทําหน้าที่ตรงนี้ในการรับผิดชอบต่อสภา
ขอกราบเรียนท่านประธานเปึนประเด็นสุดท้ายนิดเดียวนะครับว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้เพื่อนสมาชิกกังวลในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ กราบเรียนว่าเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วผมหารือกับท่านประธานวิปฝ์ายค้าน แล้วก็กําลังจะดูลู่ทางในการที่จะ ผลักดันการปฏิรูปการเมืองต่อไป ซึ่งผมถือว่าเปึนเจตนารมณ์ร่วมกันครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีวีระชัยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งติดภารกิจ สําคัญที่กัมพูชา กระผมขออนุญาตนําเสนอสาระสําคัญของเอกสารที่ผู้นําและ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะลงนามและรับรองในการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ และการประชุมสุดยอดผู้นําที่เกี่ยวข้องที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กระทรวงการต่างประเทศทั้งหมด ๑๑ ฉบับ โดยจะขออนุญาตแบ่งการอภิปรายออกเปึน ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ เปึนเรื่องของความร่วมมือในกรอบอาเซียน มีทั้งหมด ๕ ฉบับ ดังนี้
๑. ร่างปฏิญญาว่าด้วยแผนงานสําหรับประชาคมอาเซียน ป้ ค.ศ. ๒๐๐๙- ๒๐๑๕ เปึนเอกสารเพียงฉบับเดียวที่จะลงนามโดยผู้นํา และถือเปึนเอกสารประวัติศาสตร์ ชิ้นสําคัญที่วางแนวทางเพื่อให้บรรลุเปัาหมายการรวมตัวเปึนประชาคมอาเซียนภายใน ป้ ๒๕๕๘ โดยจะเปึนเอกสารที่ผนวกแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนทั้ง ๓ เสาหลัก คือประชาคมการเมืองและความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ ประชาคมสังคมและ วัฒนธรรม รวมทั้งแผนงานข้อริเริ่ม เพื่อให้การรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ ๒ เข้าไว้ด้วยกัน
๒. ร่างแผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน มี เปัาหมายสําคัญที่จะพัฒนาบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกัน ทั้งในเรื่องของการส่งเสริม ระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงในทุก รูปแบบ การพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี และการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับ ประเทศภายนอกภูมิภาค
๓. ร่างแผนงานการจัดตั้งประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เปึนเอกสาร สําคัญอีกชิ้นหนึ่งที่จะช่วยหล่อหลอมประชาชนของอาเซียนให้เปึนหนึ่งเดียว โดยเน้นเรื่อง การพัฒนามนุษย์ การให้สวัสดิการสังคม การส่งเสริมความยุติธรรมและสิทธิของ ประชาชน ความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างเอกลักษณ์ร่วมกันของอาเซียน รวมทั้งการลดช่องว่างในการพัฒนา
๔. ร่างแผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่สอง มีเปัาหมาย เพื่อลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกเดิม ๖ ประเทศ กับประเทศสมาชิกใหม่ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า ซึ่งจะสนับสนุนการดําเนินนโยบายของไทยในการ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในกรอบทวิภาคีและในความ ร่วมมืออนุภูมิภาค
๕. ร่างปฏิญญาร่วมว่าด้วยการบรรลุเปัาหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ในอาเซียน เปึนข้อริเริ่มของไทยที่จะให้ประเทศสมาชิกอาเซียนแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ในการปฏิบัติตามเปัาหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของประชาชาติ ซึ่งเปึนโอกาสที่ เหมาะสม เนื่องจากในป้นี้สหประชาชาติกําหนดจะให้มีการพิจารณาทบทวนและ ประเมินผลความสําเร็จของการดําเนินการตามเปัาหมายดังกล่าว
ท่านประธานสภาที่เคารพ กลุ่มที่ ๒ เปึนกรอบความร่วมมือกับประเทศ คู่เจรจาในกรอบอาเซียน + ๓ คือ จีน ญี่ปุ์นและเกาหลีใต้ รวมทั้งในกรอบเจรจาสุดยอด ผู้นําเอเชีย ซึ่งจะรวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย เข้ามาด้วย ทั้งหมดมี ๔ ฉบับ ได้แก่
๑. ร่างแถลงการณ์ว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานชีวภาพและความ มั่นคงด้านอาหารในกรอบอาเซียนบวกสามมีเนื้อหาที่เปึนประโยชน์โดยตรงกับไทย ในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหารและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการสนับสนุน ให้มีการจัดตั้งคลังสํารองข้าวฉุกเฉินในประเทศไทย ซึ่งจะสามารถทําให้ไทยตรวจสอบ และติดตามความเคลื่อนไหวของปริมาณข้าวในภูมิภาคได้ นอกจากนี้ร่างแถลงการณ์ ฉบับนี้ยังได้เน้นเรื่องการสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางด้านอาหารและความ มั่นคงทางด้านพลังงาน
๒. ร่างแถลงการณ์ว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติของการประชุมสุดยอด เอเชียตะวันออก เปึนเอกสารแสดงเจตนารมณ์ที่สําคัญทางการเมืองในการส่งเสริมความ ร่วมมือระหว่างกันในการจัดการภัยพิบัติในภูมิภาค ทั้งในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับ ภัยพิบัติ การให้ความช่วยเหลือในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ และการฟุ๋นฟูบูรณะภายหลังภัยพิบัติ โดยอาศัยประสบการณ์จากกรณีสึนามิ และพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่า
๓. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อาเซียนจีนที่กรุงเปจิง คือเปึน ศูนย์บริการแบบครบวงจรที่ให้ข้อมูลและส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างอาเซียนและจีน ทั้งนี้ จีนและอาเซียนจะร่วมกันพิจารณา ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานในสัดส่วน ๙ ต่อ ๑ โดยจีนจะออก ๙ ส่วน และอาเซียนออก ๑ ส่วน
๔. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศออสเตรเลียกับรัฐบาล แห่งประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยโครงการความ ร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างอาเซียนและออสเตรเลียระยะที่ ๒ เปึนโครงการความ ร่วมมือระหว่างป้ ๒๕๕๑-๒๕๕๘ โดยออสเตรเลียจะให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าด้าน การพัฒนาแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนเปึนมูลค่าประมาณ ๕๗ ล้านเหรียญดอลลาร์ ออสเตรเลีย โดยแผนงานจะเน้นเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในการ สนับสนุนการรวมตัวเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กลุ่มสุดท้ายเปึนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรอบ การเจรจาที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการให้เปึนไปตามกฎบัตรของอาเซียน มีทั้งหมด ๒ ฉบับดังนี้
๑. กรอบการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชน อาเซียน ซึ่งเปึนประเด็นที่ไทยให้ความสําคัญและพยายามผลักดันเพื่อให้จัดตั้งได้ในช่วงที่ ไทยดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน และตั้งเปัาหมายว่าจะนําเสนอร่างสุดท้ายให้ที่ประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิจารณาให้ความเห็นชอบในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒
๒. กรอบการเจรจาประเด็นทางด้านกฎหมายภายใต้กฎบัตรอาเซียน ภายใต้การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับสูงว่าด้วยกฎบัตรอาเซียน เพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเปึนองค์กรที่ดําเนินการบนพื้นฐานของการเคารพกติกามากยิ่งขึ้น โดยกําหนดจะจัดทําข้อเสนอแนะร่างแรกในประเด็นเรื่องการให้สถานะนิติบุคคลกับ อาเซียน การให้เอกสิทธิ์และคุ้มกันตลอดจนกลไกข้อพิพาทต่าง ๆ ให้ที่ประชุมรัฐมนตรี ต่างประเทศอาเซียนพิจารณาในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และตั้งเปัาหมายว่าจะเสนอร่าง สุดท้ายให้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิจารณาให้ความเห็นชอบในเดือน กรกฎาคม ๒๕๕๒
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สุดท้ายนี้กระผมขอ กล่าวย้ําเจตนารมณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่า การลงนามหรือรับรองใน เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ นอกเหนือจะเปึนการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคซึ่งจะเปึน ประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยเปึนหลักแล้ว ยังมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งต่อความ เชื่อมั่นของประเทศไทยต่อเกียรติภูมิของประเทศไทย กระผมจึงหวังเปึนอย่างยิ่งว่า สมาชิกจะให้การพิจารณาเห็นชอบกับร่างดังกล่าวด้วยดี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ของประธานอาเซียนได้อย่างเต็มความภาคภูมิ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ คุณพรทิวา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางพรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ขอขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติที่จะได้ให้โอกาสดิฉันได้นําเสนอหนังสือสัญญาด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ซึ่งดิฉันได้รับมอบหมายจากรัฐบาลที่จะได้มาชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบ สัญญาทั้งหมดในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ปรากฏอยู่ในวาระการประชุม ตั้งแต่เรื่องด่วนวาระที่ ๕ ถึงวาระที่ ๑๔ มีทั้งหมด ๑๐ เรื่อง รวม ๒๓ ฉบับ ซึ่งกระทรวง พาณิชย์จะนําเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยจะแบ่งออกเปึน ๒ กลุ่ม ก็คือ
กลุ่มที่ ๑ จะเปึนกลุ่มหนังสือสัญญาภายในอาเซียน
กลุ่มที่ ๒ จะเปึนกลุ่มหนังสือสัญญาของอาเซียนกับคู่เจรจา
ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สําหรับกลุ่มแรกเปึนเรื่อง หนังสือสัญญาภายในอาเซียนประกอบด้วย ในเรื่องด่วนวาระที่ ๕
๑. เปึนเรื่องของความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ซึ่งเปึนการรวบรวม กฎเกณฑ์ทางการค้า เพื่อจัดตั้งการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า (AFTA) ทั้งด้านมาตรการ ภาษีและที่มิใช่ภาษี ซึ่งได้ดําเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้เข้ามาอยู่รวมในฉบับ เดียวกัน และเพื่อให้เกิดความทันสมัยและชัดเจน แล้วก็ให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยไม่ได้มีพันธกรณีเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่เดิม
๒. พิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย บริการของอาเซียน ซึ่งอยู่ในเรื่องด่วนวาระที่ ๖ เปึนพิธีสารที่กําหนดให้มีการเป่ดเสรีสาขา บริการตามข้อผูกพันในตารางแนบท้าย ซึ่งจะต้องมีการจัดทําตารางแนบท้ายต่อไป การเป่ดเสรีสาขาบริการของอาเซียนได้ดําเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๓๘ เปึนต้นมา
๓. ความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน ในเรื่องด่วนวาระที่ ๗ เปึนการ รวมความตกลงการเป่ดเสรีด้านการลงทุน และความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ของอาเซียนที่มีอยู่เข้าด้วยกัน
๔. การลงนามในหนังสือแจ้งเข้าร่วม MRA สาขาวิศวกรรมและ MRA สาขาสถาปัตยกรรมของอาเซียนในเรื่องด่วนวาระที่ ๑๒ ซึ่งประกอบด้วยเอกสารสัญญา ๒ ฉบับ ซึ่งได้ลงนามข้อตกลงไปแล้วเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๕๐ แต่ก็ยังไม่มีผล บังคับใช้ จนกว่าสมาชิกจะแจ้งการเข้าร่วมข้อตกลง โดยเปึนข้อตกลงที่ยอมรับกันในเรื่อง ของคุณสมบัติ เช่น การศึกษาและประสบการณ์การทํางาน
๕. ข้อตกลงยอมรับร่วมด้านวิชาชีพ ๓ สาขา ก็คือแพทย์ ทันตแพทย์และ บัญชี ซึ่งเปึนเรื่องเร่งด่วนในวาระที่ ๑๓ ประกอบด้วยเอกสารสัญญา ๓ ฉบับ เปึน ข้อตกลงที่จะยอมรับร่วมกันในเรื่องของคุณสมบัติ เช่น การศึกษาและประสบการณ์การ ทํางาน เพื่อให้บุคลากรเหล่านี้สามารถที่จะยื่นคําขอใบอนุญาต โดยไม่ต้องเสียเวลาใน การตรวจสอบคุณสมบัติซ้ํา อย่างไรก็ดีผู้ประกอบวิชาชีพยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่เข้าไปทํางาน เช่น การสอบใบประกอบวิชาชีพ การขอใบอนุญาตทํางาน
๖. ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและอินโดนีเซีย เรื่อง น้ําตาล ซึ่งติด อยู่ในเรื่องด่วนวาระที่ ๑๔ ซึ่งเปึนข้อตกลงที่ระบุว่าอินโดนีเซียจะรักษาระดับการนําเข้า น้ําตาลจากไทยอย่างน้อยไม่ต่ํากว่าปริมาณเฉลี่ย ๓ ป้ย้อนหลัง ก็คือป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ เพื่อชดเชยในกรณีที่อินโดนีเซียขอชะลอการลดภาษีสินค้าน้ําตาล ความตกลงทั้งหมดในกลุ่มนี้ก็จะเปึนประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเปึนป๊กแผ่นของ อาเซียนให้รวมตัวกันอย่างมีกฎเกณฑ์ชัดเจนมาก
กลุ่มที่ ๒ ก็จะเปึนหนังสือสัญญาของอาเซียนกับคู่เจรจาซึ่งประกอบ ไปด้วย
๑. ความตกลงว่าด้วยการลงทุนว่าด้วยระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ซึ่งเปึนเรื่องเร่งด่วนวาระที่ ๘ เปึนความตกลงส่งเสริมอํานวยความสะดวก ด้านการลงทุนและให้ความคุ้มครองการลงทุนและนักลงทุนของอาเซียนและจีน ซึ่งจะ ส่งผลให้มีการลงทุนระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น
๒. ความตกลงภายใต้กรอบอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเปึนเรื่องเร่งด่วน ในวาระที่ ๙ ประกอบด้วยเอกสารสัญญารวมทั้งหมด ๖ ฉบับ เปึนความตกลงการเป่ด ตลาดด้านการค้าสินค้า
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ขออนุญาตสักนิดเถอะครับท่านประธาน ต้องขอประทานโทษท่านรัฐมนตรี ผมคิดว่า น่าจะอยู่ในกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศเฉพาะในส่วนนี้ ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีอย่าเพิ่งรีบร้อนนะครับ เพราะว่าประเด็นในการที่จะอภิปราย มันเยอะอยู่ กราบเรียนท่านประธานนะครับ เอาเฉพาะกลุ่มงานกลุ่มแรกที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงการต่างประเทศ ผมอุตส่าห์นําเรียนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนที่เปึน กลุ่มงานต่อไปนะครับ ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีได้นําชี้แจงอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ
ก็ท่านรัฐมนตรีชะลอก่อน ข้อ ๔ ชะลอ ใจเย็น ๆ ก็ยุติก่อนก็ได้ครับ
อย่างนั้น ขอเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณค่ะ
ต่อไปก็ขอเชิญท่านผู้มีชื่อ ดังต่อไปนี้ ในรอบแรกนะครับ มีท่านสุนัย จุลพงศธร คุณตวง อันทะไชย นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม นะครับ ๓ ท่าน เชิญท่าน เวลาที่ท่านกําหนดกี่นาทีครับ
รู้สึกจะทํา หน้าที่คล้าย ๆ ผู้นําฝ์ายค้านนะครับ ไม่จํากัดเวลา
ตอนนี้เปึนผู้นําฝ์ายค้าน เชิญเลยครับ
เปล่า คล้าย ๆ ครับท่านประธาน
คล้ายครับ เชิญครับ
ประมาณ ก็คงจะใช้เวลาประมาณสักชั่วโมงหนึ่งท่านประธานครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา เริ่มต้นเลยจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ติติงท่านประธานนิดเดียว ในฐานะที่รัฐมนตรีปัายแดง ๒ ท่าน คือท่านวีระชัยและท่าน พรทิวาขึ้นมาอภิปรายนั้นได้ทําผิดข้อบังคับครับ แต่ไม่อยากประท้วงตอนขณะที่ท่านพูด ข้อบังคับของรัฐสภายังไม่มี เราใช้ข้อบังคับ ป้ ๒๕๔๔ อยู่ก่อนคือ
ใช้ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ครับ
ข้อ ๔๓ ห้ามนําเอกสารใด ๆ มาอ่านในที่ประชุมสภาโดยไม่จําเปึนและไม่ได้ขออนุญาต ท่านประธาน ข้อ ๖๑ ถ้าเปึนของสภาผู้แทนราษฎร เปึนข้อ ๖๑ ครับ เนื้อความเหมือนกัน ครับท่านประธานครับ แต่ว่าไม่ได้ประท้วงท่านในขณะที่ท่านกําลังอภิปราย ก็เห็นใจอยู่ว่า เราก็รักกันชอบกัน แต่ว่าเปึนรัฐมนตรีปัายแดงนั้นมันได้แสดงวุฒิภาวะอยู่ว่า ไม่ค่อยมั่นใจ เท่าไรในการที่จะตอบ หรือภูมิความรู้ที่จะเข้าไปควบคุมบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ เริ่มต้นเลยจริง ๆ คงจะต้องเริ่มต้นจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองเปึน คนหารือท่านประธานถึงเรื่องเอกสารจํานวนมาก ท่านรัฐมนตรีก็ตอบเฉียดมาทางผมแต่ ไม่ได้เอ่ยชื่อ พูดทํานองว่าเอกสารเหล่านี้แจกแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ผมเองเปึนคน บอกว่าเพิ่งได้รับ แล้วมันมากมายเหลือเกินอ่านไม่ไหว เพราะผมเปึนคนเสนอประเด็นว่า ให้เลื่อนไหมครับ หรือว่าจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานครับ ก็น่าชื่นชมที่ ท่านนายกรัฐมนตรีนี่เปึนคนละเอียดนิดหนึ่ง ได้ยินเสียงผมท่านก็ยังจําได้และมาชี้แจง แต่แปลกครับ ท่านจําได้เปึนเรื่อง ๆ เช่น เรื่องรัฐมนตรีกษิตเคยพูดอะไรที่ผิดหลักการ ที่ท่านตั้งหลัก ๙ ประการไว้ ผมเฝัาดูท่านตลอดนะท่านนายกรัฐมนตรีเรามีความหลังกัน นะครับ ปรากฏว่าคุณกษิตพูดจาในลักษณะที่ผิดจากหลักการที่ท่านนายกรัฐมนตรีวางไว้ ไม่ว่าการพูดที่มีลักษณะสายล่อฟัา เรื่องการชุมนุม อาหารดี ดนตรีเพราะ รวมตลอดทั้งไป กล่าวตําหนิติเตียนท่านผู้นําประเทศเพื่อนบ้านที่เปึนอาเซียนของเราด้วย ตอนนั้นท่าน กลับแถลงบอกว่า ผมไม่ทราบว่าพูดในบริบทใดไม่ได้ฟัง ก็ไม่เปึนไรครับ ท่านก็ถนัดฟัง เปึนเรื่อง ๆ ไป วันนี้ผมกําลังจะเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณา เพื่อจะ ปรับปรุงกระบวนการบริหารของท่านให้กระฉับกระเฉงและเปึนผลประโยชน์ต่อ ประเทศชาติบ้านเมือง ท่านประธานสภาครับ ท่านพูดว่าแจกเอกสารเมื่อเดือน พฤศจิกายน ผมสังเกตหลายครั้งเวลาท่านพูด ท่านมักพูดด้านเดียวครับ วันที่ท่านแถลง นโยบายในนโยบายท่านก็พูดถึงวิกฤติเศรษฐกิจของโลกเปึนหลัก แต่วิกฤติในประเทศ ไม่พูด เดือนพฤศจิกายนกําลังเกิดเหตุอะไรครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ มันปัืนป์วน ไปหมด ๗ ตุลาคมก็เกิดเหตุการณ์ล้อมสภา เดือนพฤศจิกายนก็เกิดวิกฤติต่าง ๆ ในเวลา อย่างนั้นท่านครับ ท่านก็เห็น ตอนนั้นก็ยึดสนามบิน อันนี้จําได้นะท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจําได้ไหมครับ ยึดสนามบิน ป่ดสนามบิน ยึดทําเนียบ ท่านเกี่ยวด้วย หรือเปล่า ท่านอาจจะไม่จําก็แล้วกัน แต่ขณะนั้นภาวการณ์ของบ้านเมืองมันอยู่ใน ภาวการณ์ที่บริหารจัดการยากมาก ดังนั้นวันนี้ผมจึงบอกว่า เอาเถอะครับ ให้ท่านสบาย ใจว่าเรื่องกรอบอาเซียนที่ท่านจะไปตกลงนี้ หลักการกระผมเห็นด้วยและฝ์ายค้านเห็นด้วย ครับ โดยหลักการนะครับ แต่ว่าที่ต้องมากล่าวถึงในรายละเอียดนี้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ อันนี้ท่านจําได้หรือเปล่าไม่ทราบนะครับ ตอนที่ท่านหาเสียงท่านบอกว่า ให้รับ ๆ ไปก่อน รัฐธรรมนูญนะครับตอนโหวตกันแล้วมาแก้ทีหลัง ตอนหาเสียงท่านก็ บอกแล้วเดี๋ยวจะแก้ทีหลัง ท่านเห็นปัญหาหรือยังครับ วันนี้ท่านกษิตเดินทางไปกัมพูชา ไปตกลงอะไรไม่ได้นะครับ ไปเซย์ฮัลโหล (Say Hello) เท่านั้นเอง ไปคุยกับฮุน เซน ได้พบ หรือเปล่าไม่รู้นะครับ เพราะท่านกษิตได้ใช้ถ้อยคําที่รุนแรงมากต่อท่านผู้นําผู้นั้น ซึ่งผมยัง จะไม่กล่าวถึงในที่นี้ แต่ผมกําลังจะบอกว่า การพูดถึงกรอบอาเซียนมันปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้อง พูดถึงมาตรา ๑๙๐ เห็นไหมครับ วันนี้อาเซียนเขาก็ไปถึงไหนหมดแล้ว เราก็ยังไปไม่ได้ เพราะมาตรา ๑๙๐ มันบล็อกไว้อยู่ ถามว่าผมเห็นด้วยไหมครับกับรัฐธรรมนูญนี้ ไม่มี ทางเลือกครับ ต้องเห็นด้วย แต่ว่าการที่มาตรา ๑๙๐ ได้กลายเปึนอุปสรรคอันหนึ่งในการ บริหารราชการแผ่นดิน ท่านครับ มะงุมมะงาหราช้าไปก็ไม่ไหวนะครับ แต่ทีนี้ทําอย่างไร ครับ ต้องดําเนินการตามนี้ การพิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนี้ บอกว่า รัฐสภา ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน มีเวลา ๖๐ วันครับ ดังนั้นเราอาจจะต้องเป่ด ช่องทางในการที่พิจารณาละเอียดก็คือตั้งกรรมาธิการวิสามัญ วรรคสาม หนักไปอีกครับ ท่านต้องทําอีกครับ หลังจากพิจารณาในสภาแล้วต้องฟังความเห็นของประชาชน อีกครับ เปึนอย่างไรครับ อยากแก้รัฐธรรมนูญหรือยังครับท่านครับ เราได้เห็นข้อเท็จจริง แล้วว่ามีความบกพร่องอย่างยิ่งในกระบวนการทางความคิดของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกมาจากประชาชน ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นเรื่องกรอบ อาเซียนนั้นจะต้องพูดเรื่องนี้ก่อน ท่านประธานครับ ผมก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับ รัฐบาลอย่างเต็มที่ เอาเถอะ แจกมาช้า มันมาก ต้องรีบก็ช่วยกัน เสาร์-อาทิตย์ เราก็ไป อ่านกัน ท่านต้องเข้าใจนะครับท่านประธานไม่ได้เปึนคนจีนเหมือนผม วันเสาร์วันจ่าย วันอาทิตย์วันไหว้ พอไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษเสร็จแล้ว พรรคเพื่อไทยก็นัดประชุมกันครับ ไม่มีทางที่จะตรวจสอบได้ทั้งหมดละครับ ก็แบ่งกันเปึนกลุ่ม ๆ หลายกลุ่มของผม ไปไหนแล้ว เดี๋ยวจะมีชื่อท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ขึ้นมาอีกนะครับ แล้วก็มีท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ในรอบแรก เพื่อจะแบ่งหน้าที่กัน เมื่อวานเราแบ่งหน้าที่กันดูแล้วครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ สําหรับผมเองนั้นให้พูดถึงเรื่องกรอบกว้าง ๆ ของข้อตกลงและเจาะลึกลงไปในบาง ประเด็น การอภิปรายของผมเองนั้นที่ผมต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีก่อนก็คือว่า ผมจะวิเคราะห์ในผลประโยชน์ของประเทศที่จะได้รับจากการดําเนินการนี้ โดยหลักการ ผมเห็นว่าโดยหลักการเห็นด้วยครับ แต่ในรายละเอียดเราจะได้ประโยชน์หรือไม่ได้ ประโยชน์ในการประชุมในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานการประชุม เปึน ประธานอาเซียนนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องพูดถึงตัวบุคคล จริง ๆ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ ผมก็เห็นใจท่าน ท่านอยู่ในไฟลท์ (Flight) บังคับจริง ๆ ทําให้ท่านไม่อาจจะเลือก บุคลากรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเปึนรัฐมนตรีใน ครม. ของท่านได้ เพราะท่านตกอยู่ใน วังวนของอิทธิพล ๔ กลุ่ม ที่ผมอภิปรายไปแล้วนอกสภาเหมือนกัน ก็คือ
กลุ่มที่ ๑ ที่ท่านต้องใช้หนี้คือกลุ่มพันธมิตร จึงก่อให้เกิดท่านกษิตมาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถามว่าเหมาะไหมท่านครับ ไม่เหมาะละครับ แต่ผมเห็นใจท่านว่าท่านก็กล้าหาญ ถ้าท่านไม่รับมาก็คงจะยุ่ง เพราะว่าพันธมิตรเขาทวง บุญคุณท่านเรื่อย
กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มทุนครับ อันนี้ก็พูดไปเดี๋ยวจะกระทบกระเทือนใจ เดี๋ยวจะ ว่าสุนัยพูดถึงกลุ่มทุนเรื่อยเพราะเงินน้อยนี่ ท่านวีระชัย วีระเมธากุล ถึงมาเปึนรัฐมนตรีนี่
กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มพรรคร่วม ถึงได้มีคุณพรทิวา นาคาศัย นี่ครับมานั่งเปึน รัฐมนตรี และในการประชุมนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ล้วนแต่เปึนรัฐมนตรีที่ผมดูแล้ว คุณสมบัติไม่ถึงครับ ถ้าไปเจรจากับเขาจะทําอย่างไร พอหลุดจาก กต. (กระทรวงการ ต่างประเทศ) มากระทรวงพาณิชย์ ไปถึงกระทรวงคมนาคมมีอีกครับ ใครครับ คนเลี้ยง ช้างครับ คุณโสภณ ซารัมย์ ฟังชื่อนึกว่าเปึนคนต่างประเทศ คนที่ ๔ อันนี้คงเปึนคนสนิท ของท่านเดิมที่ต้องเข้ามาอยู่ในการประชุมด้วยนะครับ แต่บังเอิญกลิ่นเน่าของปลา กระปิองมันลอยไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนหรือเปล่า คือคุณวิฑูรย์ นามบุตร เห็นไหมครับ จริงอยู่เขานี้เปึนคนสนิทของท่าน เปึนพรรคของท่าน อยู่ในฐานะที่ท่านเลือก มาด้วยความสามารถ แต่พอเกิดเรื่องปัูบ จุกเลย เท่าที่ชื่นชมได้ก็ต้องชื่นชมว่าคนที่เข้ามา เกี่ยวด้วยนี่ก็สาธารณสุข คุณวิทยา แก้วภราดัย นี่เหมาะสมดี ๆ ดี ส่วนพี่ไพฑูรย์ แก้วทอง ก็ โอ.เค. ครับก็ถือว่าเปึนรัฐมนตรีอาวุโส ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า เอ๊ะ คุณพรทิวา นาคาศัย เปึนรัฐมนตรีไม่ได้หรืออย่างไร ก็เปึน ส.ส. โอ้เปึนเกียรติครับ ได้ครับ คุณวีระชัยไม่ได้เปึน ส.ส. เปึนได้ไหม เปึนได้ครับ เปึนคนมีความสามารถจริง ๆ นี่ยัง เสียดายท่านไปชี้แจงแทนท่านกษิต เดี๋ยวผมอภิปรายแล้วท่านชี้แจงไม่ได้หมดละครับ พยายามชี้แจงแต่อย่าเข้าไปเปึนคุณกษิตเองนะครับ เพราะมันจะเน่าเหมือนปลากระปิอง อีก ท่านประธานครับเปึนสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาพูดกรอบแรกก่อนว่า บุคลากร ที่เปึนองคาพยพของท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องไปนั่งประชุมร่วมกับเขา ท่านประธานครับ เวลาเขาจะประชุมใหญ่ ๆ อย่างนี้ ผมไม่เคยเปึนรัฐมนตรีละครับ แต่เคยทําหน้าที่เปึน เลขานุการเปึนที่ปรึกษาของรัฐมนตรีร่วมประชุม ท่านรู้หรือเปล่าประวัติของท่านนี่ถูก ส่งไปสถานทูตต่าง ๆ นี่ครับเขาเอาประวัติของท่านไปดูหมดแล้วครับ และประวัติของ ท่านนี้เวลาไปอยู่ในที่ประชุมเขาจะรู้หมดว่าท่านเปึนใคร อย่างไร ก็ยังดีใจนะครับ ที่ท่าน พรทิวา นาคาศัยนี้ไม่ได้ประชุมเรื่องการค้ามนุษย์นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คนประกอบกิจการ อาบ อบ นวดนี่มันเปึนอย่างไรครับ หมิ่นเหม่กับการค้ามนุษย์ไหมครับ รัฐมนตรีที่ท่านไม่มีสิทธิเลือกเลยเห็นไหมครับ มันก็กลายเปึนจุดอ่อน และประโยชน์ที่จะ ได้มากที่สุดในการประชุมอาเซียนไม่ใช่อยู่ที่การตกลงตามข้อตกลงนี้ครับ แต่จะเกิดการประชุมที่เรียกว่า ไบแลทเทอรัล (Bilateral) หรือทวิภาคีที่เกิดขึ้นระหว่าง ประเทศต่อประเทศ จดหน่อยนะครับ ไบแลทเทอรัล ทวิภาคี รัฐมนตรีของผมนี่ต้องไป แน่ ๆ เดี๋ยวเขมรจะขอพบเปึนส่วนตัว ออสเตรเลียจะขอเจอเปึนกรณีพิเศษอีกเรื่องหนึ่งกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นที่เรียกว่า ประชุมแบบทวิภาคี ดังนั้น ถ้าท่านรัฐมนตรีมีภูมิหลังที่เปึนแผลอยู่ที่ข้างหลังและไม่เหมาะสมนี่ มันก็อายเขา และ เวลาเจรจาต่อรองนี่มันก็เสียเปรียบครับท่านประธาน ดังนั้น ไคลแมคซ์ (Climax) จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่เรื่องการประชุมข้อตกลงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การประชุมหารือทําการค้ากันใน ระหว่างนั้น นี่เปึนวัฒนธรรมเลยครับ เปึนกระบวนการที่เขาทํากันอย่างหมุนติ้วเลยครับ ใน ๒ วัน ๓ วันที่ประชุมที่เมืองไทย ท่านจะเห็นมีการขอประชุมทวิภาคีประเทศนั้น ประเทศนี้อยู่ตลอดเวลา แต่ปรากฏว่าท่านประธานครับ ผมเองก็เปึนลูกศิษย์ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัน ก็อยากจะวิจารณ์เสียตรงนี้ วันที่เขามาประชุมจริง ๆ ผมจะไม่ วิจารณ์ท่านนะ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ สอนไว้ว่า เวลาประชุมระหว่างประเทศแขก เมืองมานั้นนั่นรัฐมนตรีก็ดี นายกรัฐมนตรีก็ดี กําลังทําหน้าที่เปึนตัวแทนของเราในการ เจรจาหาผลประโยชน์ต่อรองกับต่างประเทศ ดังนั้นวันนั้นผมก็จะไม่ตําหนิติเตียนอะไร ท่านเลยครับ แต่ผมต้องใช้เวลานี้ในการท้วงติงก่อน เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณา แล้วแต่ท่านจะแก้ปัญหา ท่านไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องที่จะมาล้มรัฐบาล ไม่มีครับ อยู่ไป เถอะครับ อยู่นาน ๆ ผมชอบ
ผมขอเริ่มต้นที่ภูมิหลังประวัติที่อันจะก่อให้เกิดอุปสรรคของการเจรจา อาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ที่จะประชุมกันที่ประเทศไทย คนแรกคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคุณกษิต ภิรมย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และได้ตั้งงบประมาณเพื่อให้ คุณกษิตนี้ไปชี้แจงเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ไม่รู้เท่าไร ก็ประมาณสัก ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เริ่มต้นชี้แจงภาพลักษณ์ของท่านก็แทบแย่แล้ว ทําไมไม่เอาคนอื่น ครับท่าน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรียังจะปรับ ครม. เนื่องจากว่าบางกระทรวงนี่เกิดปลาเน่า ข้าวหมดอายุนี่นะครับ ผมอยากให้ท่านปรับเสียก่อนก็ได้ เอาท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มาเถอะครับ ท่านอาจารย์ไกรศักดิ์นี่เปึนคนที่มีความรู้ความสามารถ และเปึนคนที่อยู่ เบื้องหลังเรื่องแปลงสนามรบเปึนสนามการค้า มีความเชี่ยวชาญเรื่องการต่างประเทศ ดีมาก จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องภาพพจน์มาก เพราะคุณกษิตนั้นหลักฐานชัดเจนว่า ท่าน เปึนแกนนําของพันธมิตรในการยึดสนามบิน ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มากครับ และที่อาเซียน โดยเฉพาะออสเตรเลียเขาก็เกิดปัญหาตอนที่ยึดสนามบิน เขาส่งเครื่องบินมารับประชาชน ของเขา เขาแตกตื่นไปหมด ท่านนึกถึงบรรยากาศความเข้าใจเรื่องสนามบิน เพราะว่าใน ตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๒๐๐๑ ถือว่าได้เปลี่ยนยุคสมัยของโลกแล้ว นั่นคือได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ สงครามผู้ก่อการร้าย และสนามบินจึงมีข้อตกลงและมีกฎหมายซึ่งท่านเฉลิมได้อภิปราย ไปแล้วว่า การยึดสนามบินนั้นมันคาบเกี่ยวกับเรื่องการก่อการร้ายสากล และเดี๋ยวนี้ เทคโนโลยีข่าวสารมันกว้างไกลมากครับ ท่านกษิตได้ไปพูดอีกหลายเรื่องที่จะ กระทบกระเทือน ผมเชื่อว่าไม่มากก็น้อยเพื่อนบ้านอาเซียนนี้ที่ว่าจะมาประชุม ไม่มา ประชุม ยังขลุกขลัก ๆ จริง ๆ ไม่ได้ช้าเพราะว่าเราประชุมกันที่นี่ แต่ว่ามันมีปัญหาทั้งกับ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศเพื่อนบ้านที่เขายังตะขิดตะขวงใจกับเราอยู่ พฤติกรรมของท่านรัฐมนตรีกษิตนี้เองได้แสดงถึงความก้าวร้าว มีบุคลิกพิเศษ จริง ๆ ถ้า อยู่ต่อหน้าผมก็จะพูด ท่านกษิต ถ้าเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจะอัดไปก็ได้ ผม รู้จักท่านดี ผมมีญาติทํางานอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ เคยทํางานร่วมกับคุณกษิต ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คุณกษิตนี่อยู่ที่ไหนไปดูประวัติให้ได้เชียว ทะเลาะเบาะแว้งกับ ลูกน้องอยู่เปึนประจํา เพื่อนผมอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศก็หลายคน แต่ถ้าท่าน ยังอยากจะอุ้มอยู่ก็บอกเขาเถอะครับ บอกขอพันธมิตรเปลี่ยนคนเสีย เอาคนที่เหมาะสม มาแทน ภาษาที่คุณกษิตได้ใช้นี่มันมีลักษณะเปึนบุคลิกส่วนตัวครับ ทําอย่างไรก็ไม่ได้ วันนี้ผมจึงเข้าใจว่าที่ท่านหาโอกาสไปเขมรนั้นเพื่อจะตัดประเด็นที่ผมจะอภิปราย และเพื่อ ไม่ต้องมาชี้แจงให้ท่านวีระชัยขึ้นมาชี้แจงแทน เพราะอย่างไรผมก็ว่าท่านไม่ได้ เพราะ เพื่อนกัน รู้จักกัน และท่านไม่ใช่เปึนจําเลยในเรื่องนี้ ดังนั้นตอนนี้ถ้าคุณกษิตนั่งตรงนี้ต้อง ตอบคําถามแล้ว ท่านครับ และเพราะมีรัฐมนตรีอย่างนี้หรือเปล่า หลายประเทศเขาก็วิตก กังวลอีก ยิ่งมีหัวข้อการประชุมบอกว่า เรื่องการค้ามนุษย์เจรจากับพม่า วันก่อนก็มีข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไปพม่าแล้วต้องเลื่อน เพราะทางโน้นยังไม่พร้อม จะเปึน เพราะว่าผู้ประสานงานเปึนรัฐมนตรีกษิตหรือเปล่า แต่จะบอกว่า เขาไม่พร้อมเราก็ไปใหม่ ก็ใช่ แต่ภาษาทางการทูตคําว่า ไม่พร้อม นั้นแปลว่า ฉันไม่ชอบเธอ ท่านกษิตได้มีข่าวออก หน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไปหมดบอกว่า ได้ไปตําหนิติเตียนนายกรัฐมนตรีของประเทศ เพื่อนบ้าน คือท่านฮุน เซน ใช้ภาษาที่ผมไม่อยากกล่าวตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมต้อง ขออนุญาตจริง ๆ นะครับ แต่ว่าวันนี้ผมอยากจะได้นําข้อเสนอ เพราะบางทีเดี๋ยวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว บางอย่างก็อยากจะรู้ บางอย่างก็ไม่อยากจะรู้ ผมก็เลยทดลองเข้าไปดูในยูทูบ (YouTube) ครับ ปรากฏว่าพอกดเข้าไปกดง่ายครับ เป่ด ยูทูบปัูบกดเรื่องชื่อกษิตเท่านั้นละครับ มาพรวดเลยครับ วันนั้นเปึนข่าวของเนชั่นทีวี อยู่ในยูทูบ นักข่าวที่สัมภาษณ์คือนางจอมขวัญสัมภาษณ์ท่านกษิต ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนํามาเสนอเปึนบางตอน เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มี เวลาดู หรือไม่อยากดูได้รู้แล้วก็จะได้รู้สึกว่า ถึงขนาดนี้เชียวหรือท่านสุนัย ท่านครับ เวลา เรียกคุณฮุน เซน ท่านฮุน เซน ธรรมดาเราต้องเรียก ท่าน ถูกไหมครับ สมเด็จฮุน เซน เขามี สมเด็จ มีโครงสร้างคล้าย ๆ กับเรา เรายังมีราชสํานัก เราเชื่อมั่น เรารักษาวัฒนธรรมนี้ แต่พอเรียกสมเด็จฮุน เซน เรียก มัน ทุกคําครับ มัน ทุกคํา ผมก็อยากจะรู้จริง ๆ ว่า เปึนอย่างไร ก็เลยกดเข้าไปดู ขออนุญาตเถอะครับท่าน คร่าว ๆ ไม่เอาหมดละครับ ให้เขา ขู่ไปเถอะ คนบ้า ๆ บอ ๆ ขู่จะไปห่วงทําไมเล่าครับ แล้วเขาก็ขู่เราแล้ว เล่นการเมืองของ เขมรเอง เห็นไหมครับมาแล้ว ประเทศเล็ก ๆ มันด่าประเทศใหญ่ได้ตลอดเวลา มันทั้งนั้นนะครับ ถ่มน้ําลายรดเรา โอ้โฮ นักการทูตพูดอย่างนี้ครับท่าน ถ่มน้ําลายเลยนะ ถ่มน้ําลายรดเราไปทุกวัน แต่ถ้าเราถ่มน้ําลายรดฮุน เซน มันอีกเรื่องหนึ่ง เขาจะบอกว่า ประเทศใหญ่กว่าคุกคาม มันนะ ถ่มน้ําลายนะ อันนี้บอกพฤติกรรมเลย เราจะทําตัวแบบ กุ๊ย ไม่ใช่ข้าวต้มกุ๊ยนะครับ เราจะทําตัวแบบกุ๊ย แบบฮุน เซนไม่ได้ ว่าเขาเปึนกุ๊ย ท่านประธาน เราจะทําตัวแบบกุ๊ย แบบฮุน เซนไม่ได้ เราต้องทําตัวเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ เปึน ผู้ดี เราอยู่ในวิสัย เราไม่ลงไปเล่นกีฬาอะไรนอกวัด เด็กวัดต่อยมวยเราไม่เล่นนะครับ อีกตอนหนึ่ง พอรัฐบาลไทยซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็เปึนส่วนหนึ่งของรัฐบาลไทย กําลังเล่นปาหี่ให้คนดู เฮ้ย อ้ายฮุน เซน เอ็งด่าทอข้าหน่อยสิวะ ไปบอกเขาเลยครับ ว่าที่ เขามาด่าทอนี่เปึนเพราะว่ารัฐบาลไทยร่วมมือกัน บอกว่า เฮ๊ย อ้ายฮุน เซน เอ็งด่าทอข้าหน่อยสิวะ ประชิดชายแดน ข้าจะได้ใช้เปึนข้ออ้าง เพื่อจะได้แก้ปัญหาทําเนียบ แก้ปัญหาวันที่ ๗ ตุลาคม เออ มันมีปัญหาการเมืองภายใน ความชื่นชมต่อตัวฮุน เซน มันลดลงไปทุกวัน ยังนึกไม่ออกเหมือนกันนะ เพราะว่าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเขมรพูดไทยได้เลย ท่านเตีย บัน และคนเขมรก็พูด ไทยเยอะ ฟังรู้เรื่องหมด เขาจะเล่ากันอย่างไร เอาเถอะ ก็ภาวนาว่าท่านฮุน เซน จะได้ ปรานี เมตตากันก็แล้วกัน ความชื่นชมต่อตัวฮุน เซน มันลดลงไปทุกวัน เพราะมีปัญหา คอร์รัปชันมาก ว่าฮุน เซน คอร์รัปชันอีกนะ พอทะเลาะกับไทย คนเขมรก็เข้ามาเฮโล สนับสนุนเต็มที่ เรทติ้ง (Rating) คะแนนก็ขึ้นไปอีก ผมไม่ให้คะแนนที่ดีต่อฮุน เซน เพราะ มันเฮงซวย ยูทูบเขาก็ชอท (Shot) เด็ด เขาก็จะเก็บรายละเอียดอีกเยอะเลย แล้วก็ย้ําอีก คนบ้า ๆ บอ ๆ ขู่ จะไปห่วงทําไมเล่าฮะ เราทําตัวแบบกุ๊ยแบบฮุน เซน ไม่ได้ ท่านครับ ตลอดเวลาที่เกิดข่าวอยู่ตลอดเวลาว่าเขมรเขาไม่สบายใจ เขาไม่อยากมา ก็เพราะ รัฐมนตรีของท่านที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ และท่านไปถามดูเถอะครับ คนในกระทรวง การต่างประเทศรู้จักคนนี้ดี ไม่ใช่เพิ่งเปึนครับ เปึนมานานแล้ว ดังนั้นลักษณะผิดปกติ แอ๊บ ๆ หน่อยนั่นละใช่ ใช่ของจริงท่านนายกรัฐมนตรี มันถึงได้เกิดร้าวฉานขึ้นมา ผมก็คิดว่า ในวันที่จะต้องมาประชุมกันนี่ ที่ท่านเปึนประธาน ผมอยากให้ท่านเปึนประธานที่สง่างาม ถ้าท่านไม่เคลียร์เรื่องนี้ คนในอาเซียนก็จะมองว่า อ๋อ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาไม่สง่างาม ก็เลยต้องเอาคนอย่างนี้มาไม่สง่างามมาผสมกัน ปลาเน่าต่อปลาเน่าหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ เคลียร์ออกเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับไม่ต้องให้เข้าประชุมก็ได้ แล้วก็ให้ตั้งคุณวีระชัย นี่เปึนตัวแทนเสียไหน ๆ ก็แทนในสภาแล้วแทนในที่ประชุมอาเซียนก็ไม่เปึนไร ตรงนี้เอง ครับ ที่ก่อให้เกิดปัญหาร้าวฉาน และพม่า ลาว มาเลเซีย ท่านประธาน ต้องเข้าใจความ เปึนจริงนะครับว่า รอบ ๆ ประเทศไทยที่เปึนประเทศเพื่อนบ้าน มันเหมือนกับคนสมัย โบราณ คนบ้านนอกครับ อยู่ด้วยกันถ้าไม่วัดแนวเขตอยู่ด้วยกันได้ครับ คนบ้านนอกวันนี้ คนต่างจังหวัดนี่ครับ มีที่นาติดกัน ถ้าวันไหนวัดแนวเขต ปักเขตเมื่อไร มีเรื่อง เพราะ ปัญหาเรื่องทับซ้อนของที่ดินนี้ยุ่งยากมากเรื่องชายแดน ประเทศไทยก็เหมือนประเทศ รัฐโบราณสมัยก่อน แต่พออังกฤษเข้ามายึด พม่าก็เริ่มขอปักปันดินแดน ก็เริ่มเกิดปัญหา เรื่องดินแดนขึ้น ฝรั่งเศสมายึดกัมพูชาไปก็เกิดแบบเดียวกัน และกรณีเขาพระวิหารที่ท่าน กษิตพูดจาหลายครั้งว่า เปึนของเรา ๆ จนกระทั่งรุกฮือกันทั้งบ้านทั้งเมือง โอ้โฮ เรื่อง ดินแดนนี่ไม่ได้ครับ เรื่องรักชาตินี่ ผมขนาดอยู่ฝ์ายรัฐบาลวันนั้นก็จะไปร่วมชุมนุมกับฝ์าย พันธมิตรเขาเลย ผมนี่ เขารักชาติเหมือนกัน จําได้ว่าตอนเด็ก ๆ สมัย จอมพล สฤษดิ์ นี่ เปึนเด็กเล็ก ๆ ครับเขาพาเดินขบวนครู สู้เรื่องเขาพระวิหาร ก็รู้มาตั้งแต่ตอนนั้นว่าศาล เขาตัดสินแล้วว่าเปึนของเขมร คุณกษิตยังเอาประเด็นนี้มาจุดประเด็นให้มันลุกโชนว่าเขา พระวิหารเปึนของเรา ท่านนายกรัฐมนตรีวันนั้นก็เอากับเขาด้วย ก็คงไม่คาดคิดว่า จะกลับมาเปึนนายกรัฐมนตรี จะได้มาเปึนนายกรัฐมนตรีหรือเปล่าก็ไม่ทราบ และวันนี้ทํา อย่างไรครับเรื่องเขาพระวิหาร จะเอาคืนไหม ไม่ใช่เท่านี้นะครับ ผมนี่เลือดรักชาตินะ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าจะไปเอาเสียมราฐ พระตะบองเขาคืนอีกนะ โอ้โฮ มันจริง ทั้งนั้น ก็เราถูกต่างประเทศมันยึดดินแดนไป โมโหครับ ตอนเรียนหนังสืออ่าน ประวัติศาสตร์แล้วของขึ้นเลยครับท่านประธาน ด้วยเหตุนี้ละกระมัง หลายประเทศเขา รู้สึก เอ๊ะ ถ้าจะเจรจากับกษิตนี่มันจะเอาอย่างไรวะนี่ เดี๋ยวจะเกิดปัญหาอีกนะ อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ครับท่าน ดังนั้นจากเรื่องของคุณกษิตที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการ ประชุมอาเซียนนี้ละครับเปึนเรื่องที่จะทําให้ประชาชนเสียประโยชน์แล้ว จากพฤติกรรม ของท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีที่ผมเอามาเรียนท่านนี้ก็เพื่อให้ท่านไม่ต้องเสียเวลาไปกด ยูทูบดูนะครับ ผมเรียนชี้แจงท่านแล้ว ต่อมาท่านวีระชัยครับไม่อภิปรายท่านหรอกนะ เพราะท่านเปึนมวยแทน แต่ต้องขออภัยที่ต้องพูดถึงท่านพรทิวา นาคาศัย จริง ๆ ท่านเปึน รัฐมนตรีได้ครับ คนเปึนผู้แทนราษฎรเปึนได้ แต่น่าจะอยู่กระทรวงอื่น ไม่ใช่กระทรวงนี้ เพราะอะไรครับท่านประธานครับ วันนี้คนขับรถถังไปรบกันระหว่างประเทศ ขี่เครื่องบินไปทิ้งระเบิดกันไม่มีแล้วครับ มีแต่สงครามการค้า และรัฐมนตรีกระทรวง พาณิชย์หรือต่างประเทศบางทีก็เรียกเทรด มินิสทรี มินิสเตอร์(Trade ministries minister) ว่ารัฐมนตรีการค้า แต่ว่าชื่อเหมือนกันหรือต่างกันก็แล้วแต่ แต่ว่าหลายประเทศ ในอาเซียน โดยเฉพาะในอาเซียนนะครับ และผมไปประชุมอาเซ็ม (ASEM) ก็เคย เอเปค (APEC) ก็ไป ส่วนใหญ่รัฐมนตรีการค้าเปึนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญประสบการณ์ทางการค้า ยาวนานครับ คนหนึ่งถ้าจําไม่ผิดรัฐมนตรีการค้าของมาเลเซียตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนไป คนใหม่ มานี้ผมยังไม่รู้จัก รู้สึกจะชื่อคุณฟาริดาเปึนมา ๒๐ กว่าป้ครับ พอเริ่มต้นประชุมปัูบรู้เรื่อง หมดเลย จะเจรจาต่อรองเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องถามเจ้าหน้าที่เลยครับ เมื่อกี้นี้ท่านพรทิวา ขึ้นมา ขอประทานโทษนะคะ ต้องท้วงติงหน่อย อย่าทําอีกนะจ๊ะน้องจ๋า มายืนอ่านอย่างนี้ ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องเอาแบบพี่สุนัยนี่ไม่ต้องถืออะไรอ่าน ปรากฏว่ารัฐมนตรีการค้านั้น ล้วนแล้วแต่เปึนผู้เชี่ยวชาญ เปึนดอกเตอร์ ทางการศึกษาก็สูง ประสบการณ์ทางการค้า ก็สูง ไทยก็ตั้งเหมาะตอนนั้นครับ ตั้งท่านอดิศัยเปึนนักการค้าระหว่างประเทศ ก็ไป ดําเนินการ โอ้โฮ ไปเจอเขาแต่ละคนนี่ เราว่าเราเก๋าแล้วนะ เขาเก๋ากว่าอีกครับ เขาเก๋า กว่าอีก เพราะเขาอยู่กันนาน ๆ เพราะระบบการเมืองของเขามั่นคง ของเรานี่มัน ๓ วันดี ๔ วันไข้ สิงคโปร์ตั้งประเทศมา ๕๐ กว่าป้ มีนายกรัฐมนตรี ๓ คน เรา ๑ ป้ มี ๓ คนครับ ท่านประธานครับ ลักษณะอย่างนี้เมื่อท่านไปนั่งเจรจากับเขา ตอนนี้ประวัติของท่านไป หมดแล้วนะครับไปหมดแล้ว ผมได้ยินท่านให้สัมภาษณ์ ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรีคง ไม่สบายใจเท่าไรท่านบอก ก็ไม่เปึนไรค่ะ ไม่มีประสบการณ์นะคะ ก็มีเจ้าหน้าที่และมี ที่ปรึกษาเปึนพ่อค้าเยอะค่ะ แต่ถึงเวลาเจรจาไบแลทเทอรอลถึงเวลาเจรจาบนเวทีการค้า ระหว่างประเทศมันเหมือนเวทีมวยนะครับท่านประธาน รัฐมนตรีจะเที่ยวมาหาว่าอย่างไร นะ หันหลัง หันข้าง ว่าอย่างไร ไม่ได้ครับ เสียท่าเลยครับ ต้องแสดงภูมิฐานเชียวว่าฉันรู้ เรื่องนั้นเรื่องนี้ แม้ฉันจะจบจากสาขาภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยปัตตานี วิทยาเขต ปัตตานี ก็ช่างมัน ลืม ๆ ไปคนอื่นไม่รู้หรอก แต่ว่าท่านนี่ผมดูหลายที มันไม่อยู่ในฐานะนี้ จริง ๆ ถ้าอยู่รัฐมนตรีดูแลการท่องเที่ยวนะ โอ.เค. เลย แต่วันนี้ท่านมาอยู่ในจุดสําคัญที่จะ มาเจรจาการค้าเหมือนนักมวยแล้วครับ พอขึ้นเวทีมวย พอจะต่อย ๆ ก็หันมาดูพี่เลี้ยง ทุกที หันมาดูพี่เลี้ยงทุกที เครดิต (Credit) อยู่ที่ไหนล่ะครับประเทศไทย และผมกําลังจะ เลยเข้าสู่เรื่องกรณีการเจรจากรอบอาเซียน ผมจับประเด็นสําคัญเฉพาะในส่วนของ ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ไม่จับเรื่องอินเดีย ไม่ได้จับเรื่องอื่น เกาหลี เพราะ ๒ ประเทศนี้ เปึนฝรั่ง และพูดง่าย ๆ ว่าเศรษฐกิจดีกว่าเรามากนะครับ ความได้เปรียบเสียเปรียบยกมา ๑ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่จะขอฝากท่านไปดูนะครับ ในหนังสือเล่มแรกไม่ใช่ข้อตกลง แต่เปึน คําอธิบายของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สรุปสาระความตกลงเพื่อจัดตั้งเขต การค้าเสรีอาเซียน–ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ท่านครับ ในหน้าที่ ๓๙ เขาพูดชัดเจน ครับ เกี่ยวกับสินค้าเกษตรผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลผลิตทางการเกษตร เรื่องใหญ่ครับ นมครับ
ท่านสุนัยครับ ตอนนี้เรา กําลังพูดถึงข้อ ๒ ถึงข้อ ๗ นะครับ
ถูกครับ
ของท่านนั่นประเทศ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มันข้อ ๑๑
ถูกครับ แต่ผมจะรอบเดียวเลยครับท่านครับ
ท่านจะเอารอบเดียวเลย ไม่ขึ้นมาอีกแล้วใช่ไหมครับ
รอบเดียว เลยครับ
ครับ ได้ครับ
เพราะว่า ผมตีภาพรวมครับ แล้วก็เดี๋ยวเพื่อน ๆ สมาชิกเขาจะต่อ และตรงนี้เชื่อมโยงกับบุคลิกภาพ หรือความสามารถของบุคลากรที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้ไป แล้วเดี๋ยวจะเข้าเนื้อครับมี อยู่ในมือผมแล้วครับ เรื่องนมอีกครั้งหนึ่งที่จะต้องกล่าว นมวัว เห็นไหมครับ นี่ยังไม่ได้ เริ่มต้นดําเนินการเป่ดเสรีกันเต็มรูปแบบเลยนะครับ นมวัวที่มวกเหล็กเกษตรกรเจ๊งแล้ว ครับ ราคาสู้ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ไม่ได้ครับ เอานมมาเท จริง ๆ น่าจะให้ท่านรัฐมนตรี ตรงนี้ถ้าอ่านเฉย ๆ นะครับ ถ้าไม่มีประสบการณ์มาก่อนนี่ ผ่านเลยครับ แต่จากข้อเท็จจริง วันนี้ เป่ดเสรีอาเซียน เป่ดการค้าเขตเสรี อ้ายนี่หลอกกันครับ อ้ายที่จริง ๆ อยู่ข้างหลังครับ การเป่ดเสรีอาเซียนทําให้เกิดข้อตกลงเสรีทางการค้าที่ไม่อาจจะใช้กําแพงภาษีหรือ เขตแดนมากีดกั้นการค้าได้อีกต่อไป แต่ว่ามันมีบทที่ ๕ นี่ละครับ ว่าด้วยมาตรการ สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อันนี้เขาเรียก เอ็นทีบี (NTB) นะคะ จดเลยค่ะ เอ็นทีบี ภาษา ฝรั่งย่อมาจาก นอน-แทร์ริฟ แบร์ริเออร์ (Non–Tariff Barriers) นั่นคือการกีดกันทางการค้า ที่ไม่ใช้พรมแดนเปึนข้ออ้าง แต่จะใช้อนามัย ไก่ของประเทศไทยเข้ามา ประเทศ ออสเตรเลียนี่รับไม่ได้ เพราะว่าพอวัดค่าแล้วมีเชื้อไวรัสเกินกว่ามาตรฐานเท่านั้น ๆ จึง ไม่ซื้อ จริง ๆ ไม่ใช่ครับท่านประธาน นี่มันทับซ้อนอยู่ระหว่างเขตเสรีทางการค้ากับ นอน- แทร์ริฟ แบร์ริเออร์ เปึน เอ็นทีบี อย่าไปพูดเปึน เอ็นบีที (NBT) นะคะ เอ็นบีที มันทีวีเราที่ ท่านกําลังจะป่ดเขาหรืออย่างไรนี่ อันนี้เอ็นทีบี และตรงนี้เองครับจะไปว่าออสเตรเลียมา กีดกัน เมื่อก่อนก็คิดอย่างนี้ครับ ผมเคยคิดอย่างนี้และมันก็มีจริงนี่ ตอนเปึนที่ปรึกษา เขียนเรื่องการเจรจาทางการค้าไว้ด้วยนะคะ แต่ไม่ได้เขียนแบบร้อยแก้วนะคะ เขียนแบบ ร้อยกรอง นิราศงานรัฐบาลทักษิณ เป่ดตอนหนึ่งนะครับ ค้าเสรีมีแต่เฉพาะเขา ส่วนพวกเรา ไม่เสรีมีแต่โหว โหว คือโหว่ เว้าลึกเข้าไป ทําเกษตรส่งขายหมายจะโต อพิโธ่มันต่อว่า สารพัน อ้างมากสารตกค้างมันไม่ซื้อ มันเที่ยวยื้อรื้อคัดจัดเลือกสรร เป่ดช่องทางซื้อขาย สายพวกมัน เมืองขึ้นเก่าเท่านั้นมันส่งไป มันได้เกิดเครือข่ายเมืองขึ้นครับ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ ประเทศเครือในจักรภพ พอประเทศเครือจักรภพมันผ่อนให้ครับมัน ผ่อนให้ พอประเทศเรามันเข้มเลยครับ ถามว่าแล้วมันเข้มด้วยเหตุผล อันไม่มีเหตุผลเรา จะต้องต่อต้านมันไหม มันก็มีเรื่องน่าเชื่อเหมือนกันท่านประธาน ผมไปนิวซีแลนด์ ปรากฏ ว่าผมไปรู้ข้อมูลแล้ว ผมบอก โอ้โฮ ถ้าอย่างนี้เราเป่ดเสรีทางการค้ากับมัน มันใช้ข้อนี้ได้ เลยครับ มันเล่นงานเราเรื่องบทที่ ๕ นี่ครับ มาตรการสุขอนามัยนี่แหละครับ เพราะอะไร ครับ ไปที่นิวซีแลนด์ท่านครับ แกะนี้มันก้มหน้ากินตลอดเวลาเลยนะ วัวก็ก้มหน้ากิน มัน ปลูกหญ้านี่ครับเปึนบล็อก บล็อก บล็อก ที่เขาเยอะนี่ครับ พอบล็อกนี้เสร็จไปบล็อกต่อไป บล็อกนี้ก็ทําการรดน้ําหญ้า แล้วท่านรู้ไหมครับหญ้าที่วัวเขากิน สัตว์เขากินแล้วเขาส่งออก ส่งออกไปอังกฤษนี่ว่าเขาไม่ได้นะครับ เปึนหญ้าฆ่าเชื้อหมดครับ หญ้าฆ่าเชื้อเลยนะ วัวเราที่บ้านท่านเปึนอย่างไรครับ ที่จังหวัดชัยนาท มีใครฆ่าเชื้อหญ้าไหมครับ ดังนั้น เชื้อโรคที่จะเกิดจากอาหารที่สัตว์กินเข้าไปนี่ เรื่องพยาธิใบไม้ เรื่องปัญหาโรคไวรัสต่าง ๆ ที่จะเกิดจากอาหารที่หญ้าที่กินนี่มันตัดไปสักข้อหนึ่งแล้ว ดังนั้นพอมันฆ่าเสร็จ มันส่งอีก มันก็วัดผลได้สิครับว่ามันมีเชื้อไวรัส ไม่เกินค่ามาตรฐาน พอของเราก็ของเรา วัวเรา แกะเรา วัวเรา เปึดเรา เปึดไร่ทุ่งบ้านท่านเยอะนี่ แพร็ด แพร็ด แพร็ด มีใครฆ่าเชื้อหอย ไหมครับ มีใครฆ่าเชื้อหญ้าตรงนั้นไหม ยังไม่มีครับ เรายังไม่มีระบบ พอวัดค่าปัูบ ค่าเชื้อ ไวรัสเกินปัูบ เข้าบทที่ ๕ แล้ว มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ท่านจะเจรจากับเขา อย่างไรครับเรื่องนี้ว่าโครงสร้างการผลิตมันแตกต่างกัน พอเสร็จจากตรงนี้ดูนะครับ ข้อ ๔ ของบทที่ ๕ ข้อ ๒ ในข้อ ๔ ใหญ่ ประเทศภาคีแต่ละฝ์ายผูกพันจะใช้บังคับหลักการ ความตกลงเอสพีเอส (SPS) ในการพัฒนาการใช้บังคับหรือการยอมรับมาตรการ สุขอนามัยหรือสุขอนามัยพืชใด ๆ โดยมีเจตนาเพื่ออํานวยความสะดวกการค้าระหว่าง กลุ่มประเทศภาคี ในขณะเดียวกันเพื่อคุ้มครองชีวิตหรือสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ หรือพืช ในอาณาเขตของประเทศภาคีแต่ละฝ์าย ดังนั้นในบทที่ ๕ นี่ครับ ท่านลองไปดูเถอะครับว่า จะขอเวลายืดหน่อยได้ไหม เพื่อให้ประเทศไทยภาคเกษตรของเรานี้ปรับปรุงกระบวนการ ในการผลิตเสีย ทําอย่างไรได้ล่ะครับ มาเปึนรัฐมนตรีพาณิชย์แล้วผมคิดว่าท่านประธาน ครับ ก็ต้องให้กําลังใจกัน ดังนั้นผมว่าเรื่องกีดกันทางการค้า ที่เรียกว่า เอ็นทีบี นี่จะเปึน เรื่องใหญ่ที่เราจะเจอ และเจอมาแล้วครับ แต่ว่าจะว่าเขาทีเดียวก็ไม่ได้ พอมาถึงบทที่ ๑๔ การแข่งขันทางการค้าในข้อที่ ๑ หลักการพื้นฐาน อ่านดูแล้วผมว่าเจ๊งครับ เจ๊ง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาแล้วนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ไปไหนแล้วล่ะครับ ขึ้นนั่งหน่อยสิ ท่านนายกรัฐมนตรี แหม รักกันชอบกัน เมื่อคราวคนอื่นเปึนนายกรัฐมนตรีท่านก็เรียก เรื่อย ๆ เลย ขอบพระคุณครับ ผมกําลังจะพูดถึงเรื่องสําคัญ บทที่ ๔ การแข่งขันทางการค้า
ข้อ ๑ กลุ่มประเทศภาคียอมรับถึงความสําคัญของการร่วมมือกันในการ ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า ความมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ สวัสดิการผู้บริโภค และการขจัดการกระทําอันเปึนปฏิปักษ์ต่อการแข่งขัน นั่นหมายความว่านับแต่นี้ไป พอเซ็นอย่างนี้ปัูบกับออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ จบแล้ว ดินแดนของเรา ๕ แสนกว่า ตารางกิโลเมตร รูปขวานทองนี้ไม่มีอธิปไตยทางเศรษฐกิจแล้ว ยังคงเหลือแต่อธิปไตย ทางการทหาร แต่อธิปไตยทางเศรษฐกิจไม่มีแล้ว นั่นคือกั้นสินค้าเขาไม่ได้แล้ว จะตั้ง กําแพงภาษีกีดกันเขาไม่ได้แล้ว เอาเปึนว่าใครผลิตได้มากกว่ากัน ใครผลิตถูกกว่ากัน ขายแข่งกันเลยครับ ดีไหมครับ ดี เห็นด้วย แต่ท่านประธานครับ ประเทศที่ทําการผลิต ได้มาก ต้นทุนต่ํา มีการลงทุนสูง วันนี้เฉพาะประเทศไทย นักธุรกิจในภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจ ในภาวะวิกฤติทางการเมือง ๓ ป้ที่ผ่านมานี้ วันนี้ไปกู้เงินจากธนาคารโลก ดอกเบี้ยก็แพงกว่าเมื่อสมัยทักษินเปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะความเสี่ยงมันสูงกว่า ดังนั้นข้อตกลงอย่างนี้ว่ากันจริง ๆ แล้วมันอยู่ในกรอบที่เหมือนกับเสมอภาคกันครับ แต่ประเทศออสเตรเลียมันเข้าระบบหมดแล้ว มันไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว ประเทศ ไทยเรานี่ป้เดียวนายกรัฐมนตรี ๓ คน มันปัืนป์วนไปหมดครับ ระบบการเมืองมันถูก อํานาจนอกระบบดําเนินการ ซึ่งเมื่อก่อนผมอยู่รัฐบาลพูดเมื่อไรถูกค้านทุกทีจากพรรคของ ท่าน วันนี้ท่านไปเปึนนายกรัฐมนตรีแล้ว สนใจเรื่องนี้ว่าอํานาจนอกระบบนี่แหละครับ มัน ได้ทําให้โครงสร้างของระบบการเมืองไม่มั่นคง และส่งผลกระทบต่อการผลิตและการ ลงทุน เมื่อเปึนอย่างนี้จะแปรรูปไฟฟัาเพื่อจะให้ค่าไฟฟัาต่ําลงก็บอกว่าขายชาติ จะ ดําเนินการก็ประท้วงกัน ในที่สุดเสรีภาพต่อการขายแข่งกันนั้นเราด้อยกว่าแล้ว เพราะ ระบบเราไม่มั่นคง ตรงนี้ถ้าท่านได้เจรจานี่ ลองหาเวลายืดหน่อย เรื่องยืดนี่ไม่เปึนไรครับ ไทยกับมาเลเซีย มาเลเซียก็ยืดเราไปหลายเรื่องแล้ว โดยเฉพาะสินค้าเรื่องสแปร์ พาร์ท (Spare part) เรื่องอะไหล่รถยนต์ ตกลงกันแล้วว่าอะไหล่รถยนต์สินค้าทั้งหมดในรายการ นี้จะต้องภาษีเปึนศูนย์ แต่มาเลเซียได้ดึงมาตลอดเวลาเรื่องอะไหล่รถยนต์ เพราะแกไปจุก เรื่องที่ลงทุนเรื่อง โปรตรอน ซากา (Proton Saga) เรื่องรถยนต์ของมาเลเซียเอง และไม่ ต้องวิตกกังวลครับ ฟ่ลิปป่นส์ก็เคยเจรจากับเรา เพราะว่าทําการผลิตน้ําตาล การผลิตอ้อย เทคโนโลยีต่ํากว่าเราครับ ทําให้ต้นทุนการผลิตของน้ําตาลทรายของฟ่ลิปป่นส์สูงกว่าเรา เราผลิตได้ดีกว่าในบาง สินค้าเขาก็ขอยื่นยังไม่ขอเป่ดฟรี ก็ทํากันมาแล้ว อย่าไปอายนะครับเรื่องนี้นะครับ ถ้าเขา จะพูดสะกิดท่านเรื่องค้ามนุษย์ก็ทําหน้าหนา ๆ ไว้อย่าไปสนใจมันนะ เรื่องเราจะค้ามนุษย์ หรือเปล่าไม่รู้ละ อาบอบนวดนี่นะครับ ก็ต้องทําเฉย ๆ ไว้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในบทที่ ๑๔ นี้เอง ผมเห็นว่าโดยโครงสร้างมันไม่ใช่แข่งขันเสรีแล้วระหว่างเขากับเรา เพราะ โครงสร้างการเมืองเราอ่อนแอมาก และคนที่ทําให้อ่อนแอก็อุ้มท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี นี่ละครับ แถมยังเขียนไว้ในข้อ ๔ อีกว่า ไม่มีความใดในบทที่กําหนดให้ประเทศภาคีต้องมี มาตรการเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า ขอประทานโทษอ่านนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อจัดการกับการกระทําอันเปึนปฏิปักษ์ต่อการแข่งขันหรือยับยั้งไม่ให้ ประเทศภาคีนํานโยบายในด้านอื่นมาใช้ เช่น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องนม จะบอกอันนี้ก็ขอกันไว้ก่อนนะ เพราะว่านมเรายังผลิตได้น้อย นี่ถ้าท่านเซ็นเมื่อไรปัูบ ข้อ ๔ ไปแล้วครับ ไม่มีทางแล้ว ดังนั้นตรงนี้ครับ ถ้าท่านเซ็นปัูบ หลายกระบวนการพังครับ เอ้าแล้วรัฐบาลก่อนไม่พังหรือ รัฐบาลก่อนรัฐบาลสมชายก็พัง ครับ เพราะอยู่ในภาวะวิกฤติคล้าย ๆ กับท่านที่ท่านรู้ แต่ถ้าไม่มีการปฏิวัติ ๑๙ กันยายน อันนั้นรัฐบาลทักษิณแรก ๆ นั้นเข้มแข็งครับ เดินหน้าพอแข่งกันได้ ผลที่ทํานี้มาจาก ตรงนั้น แต่มาในภาวการณ์ที่นายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นเขามีความสามารถและได้ผลักดัน ให้ประเทศขยับแก้ปัญหาเศรษฐกิจและเติบโตขึ้น ทําให้การลงทุนงบประมาณเกินดุล ตอนนี้ขาดดุล ท่านลองคิดตรงนี้รายละเอียดเถอะครับท่านประธาน ที่ฝากไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรีว่ามันเปึนเรื่องเดียวกันแต่คนละมิติเวลา และช่วงนั้นอ้วน ตอนนี้ผอม ช่วงนั้นไม่ต้องเอาน้ําไปราดไฟ ตอนนี้ต้องหาน้ํากินไปดับไฟ อย่างที่ท่านบอก ดังนั้นตรงนี้ เปึนรายละเอียดที่จะต้องมาพิจารณาว่าถ้าเราจะตกลงตามข้อตกลงอย่างนี้ เราเสียหาย อย่างไรหรือเปล่า ถ้าเปึนไปได้ดึงไปก่อน หรืออย่างไร เพราะขณะนี้เราเห็นความเปึนจริง แล้วว่าเราไม่อยู่ในฐานะตรงนั้นจริง ๆ มันอ่อนแอกว่าเขา ดังนั้นถ้าจะออกนโยบายพิเศษ คุ้มครองนมหนองโพ คุ้มครองนมไทย-เดนมาร์กที่สระบุรีก่อน ไม่ได้ ข้อตกลงนี้ไม่ได้ นะครับ เดี๋ยวท่านดูต่อไปนะครับ พอเซ็นเสร็จปัูบมันจะมีคณะกรรมการร่วมเอฟทีเอ (FTA) นะครับ อยู่ในหน้า ๕ บทภาคผนวก ตอนท้ายนะครับ คณะกรรมการร่วมเอฟทีเอ ที่จะมาดูแลข้อตกลงว่าถ้าผิดกันอย่างไร จะต้องตกลงกันอย่างไรนี่ อันนี้ผมในนี้ รายละเอียดไม่มีว่าจัดตั้งกันอย่างไร เสมอภาคไหมครับ ระหว่างออสเตรเลียกี่คน นิวซีแลนด์กี่คน ไม่ใช่ออสเตรเลีย ๑ นิวซีแลนด์ ๑ เท่ากับอาเซียน อาเซียนเรามัน ๑๐ ประเทศนะครับ อาเซียนมัน ๑๐ ประเทศ ๑ นี่ไม่ได้นะครับ นั่นมัน ๒ ประเทศเท่านั้น ดูตรงนี้หน่อยสิครับ ผมดูในรายละเอียดนี้ไม่มีนะครับ ไม่มี และพอพลิกจากหน้า ๕ เมื่อกี้ ขยับเปึนหน้า ๖ มีอันนี้น่าสนใจครับ บางทีเราไม่ได้ดู ข้าราชการเขาอาจจะมองไม่เห็น ท่านรัฐมนตรีช่วยดูหน่อย องค์ประกอบที่ ๑ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าและด้านอื่น ๆ ของ การปฏิบัติตามข้อผูกพันภาษีศุลกากร มีคนคิดว่าถ้าเราจะขายเสื้อ ขายผ้า ขายอาหาร ขายผลไม้ ไปที่ออสเตรเลีย เราก็ไปเอามาจากจีนสิ มีปัญหาอีก เพราะมันต้องมาพูดกัน ด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า ไปเอามาจากรัสเซียสิ ไม่ได้ครับ ดังนั้นตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ แต่ที่ สําคัญไปกว่านั้น ผมติดใจมากในหน้า ๗ ครับ ปรากฏว่าการอบรมครับ การอบรมให้ ความรู้แก่ข้าราชการ แก่เจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาอยู่ในโครงสร้างนี้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง สุขอนามัยที่ผมกราบเรียนท่านไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของแหล่งกําเนิดสินค้า ทําไมรู้ไหม ครับ เขียนไว้ชัดเจนเลยครับว่า ออสเตรเลียเปึนผู้รับผิดชอบอบรมให้ครับ ก็เรียบร้อยสิ ฝรั่งอบรมให้ มึงก็อย่าฉลาดเท่าฉันเลย ถูกไหมครับ เขาเขียนไว้บอกว่า ผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะเปึนหลักครับ โอ้โฮ จะเปึนหลักในการ ดําเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา และกระบวนการฝ๊กอบรมอื่น ๆ เห็นไหม ครับ หน้าต่อไปในเรื่องขององค์ประกอบที่ ๒ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เช่นเดียวกันครับ เรื่องมาตรการระเบียบเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบและรับรอง เช่นเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะเปึนหลักในการดําเนินการจัด ประชุมและอบรม ตรงนี้ครับท่านประธาน ถ้าเขาอบรมทั้งหมด เขาก็ให้กรอบความคิดก็ให้ คนไทยที่เปึนเจ้าหน้าที่รับผิดชอบให้เข้าใจว่านี่คือการแข่งขันเสรี แต่ไม่ได้พูดความจริงว่า ในขณะที่เราแข่งขันเสรีกับออสเตรเลียนั้นเราผอม เขาอ้วน เหมือนนักมวยต่อยกัน แขน เขายาวกว่าเรา แขนเราสั้นกว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบที่จะกระทบถึงผลประโยชน์ของ ประชาชนที่เปึนเกษตรกรและผู้คนในประเทศภาคอุตสาหกรรมหรือ เอสเอ็มอี (SME) มัน จะมาแล้ว ผมถึงฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่า ขอความกรุณาช่วยดูด้วยเถอะครับในเรื่อง อย่างนี้ ปรากฏว่าในส่วนนี้เองของท่านรัฐมนตรีพาณิชย์นั้น ผมก็เปึนห่วงเพราะว่าวันนี้มัน เปึนสงครามเศรษฐกิจแล้ว แต่ท่านถูกไฟท์บังคับที่ทําให้ต้องรับเธอเข้ามา จริง ๆ เธออยู่ กระทรวงอื่นก็น่าจะมีประโยชน์กว่านะครับ มีกระทรวงท่องเที่ยว ไหน ๆ จะต้องรับแล้ว ตามไฟลท์บังคับของกลุ่มนี้ นี่ไม่พูดถึงเรื่องกลาโหมนะครับ ไม่มีนะ ถ้ามีแล้วเดี๋ยวท่าน รัฐมนตรีกลาโหมต้องมาตอบอีก วันนี้ไม่พูด ท่านครับ มาแตะนิดเถอะครับท่านประธาน ขออนุญาตที่แตะ แล้วถ้าไม่จําเปึนจะไม่ขึ้นแล้วครับ ปรากฏว่ามาพูดถึงเรื่องการค้า ข้อตกลงเรื่องคมนาคม มีท่านโสภณ ซารัมย์ ท่านคิดว่ารัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของ อาเซียน และออสเตรเลีย หรือใคร ๆ ที่เข้ามาร่วมประชุมนี่เขารู้ไหมครับว่า ภูมิหลังโสภณ ซารัมย์ มาจากไหน แหมอยากจะให้นั่งโชว์จริง ๆ แล้วโทรทัศน์ก็โฟกัส (Focus) หน้าท่าน ว่าเปึนนักคมนาคม คือจะมีประสบการณ์คมนาคมคือนั่งรถเมล์ เขารู้เลยครับว่านี่ไม่ใช่ ตัวจริงครับ ดังนั้นรัฐมนตรีโสภณเวลาเจรจา เจรจาอะไรก็ กริ๊ง นายว่าอย่างไรครับนาย เรื่องนี้นายเอาอย่างไรครับ มันจะเกิดภาวะอย่างนี้ครับ ผมกล้ายืนยันว่าคุณโสภณ ซารัมย์ ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องสําคัญ ต้องโทรศัพท์หาคุณเนเวรอย่างแน่นอน นี่ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็รู้ เห็นไหมครับ พอเจรจาเรื่องกระทรวงพัฒนาสังคม คุณวิฑูรย์ นามบุตร เรื่องปลาเน่า ที่ท่านว่า ต่างประเทศเขารู้ไหม รู้ เน่าแล้วนะครับท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผ่าน ท่านประธานนะครับ เน่า ๆ ไปนั่งอยู่ตรงนั้น ไปเจรจาอะไรกับเขา เขาก็รู้แล้วว่านี่เดี๋ยวก็คง ไปแล้ว เจรจาไปก็ไม่ได้ประโยชน์หรอก ทําไมไม่เอาคุณองอาจไปเปึนแทน ท่านองอาจนี่ เหมาะเปึนรัฐมนตรีที่สุด เปึนคนที่มีภูมิหลังสะอาด ประชาชนเลือกมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ตัวสูง เหมือนฝรั่งด้วย เจรจาภูมิฐานเลย ท่านประธานครับ คุณวิฑูรย์ นามบุตร ตอนนี้ โอ้โฮ ผม ว่าออกไม่ง่ายละครับ เพราะคุณวิฑูรย์ นามบุตร นี้คือคนสนิทของนายกรัฐมนตรีตัวจริง คือคุณสุเทพ เปึนเลขาท่านสุเทพ สมัยอยู่กระทรวงคมนาคม และกําลังวางแผนใหญ่เชียว แม้กระทั่งจังหวัดนครสวรรค์ของผมยังไปติดปัาย เอ๊ะทําไมจะมาลงเลือกตั้งแข่งกับผม หรือนี่ ไปติดถึงบ้านผมนะ ขยายไปทั่วเลยนะ วิฑูรย์ นามบุตร แต่พอเหม็นปุ็บไม่รีบ เอาออกยิ่งเหม็นใหญ่นะ ท่านครับ กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้ผมไม่แตะละ คุณวิทยานี่ไม่เอา พี่ไพฑูรย์ก็มี ความสามารถ แต่ผมกําลังจะนําเสนอท่านนายกรัฐมนตรีให้เห็นถึงตัวบุคลากรเปึนตัว สําคัญที่จะเข้าไปใช้ที่ท่านจะใช้ไปเจรจา ภูมิหลังมันเน่า ภูมิหลังมันเปึนอย่างนี้ เขาก็รู้ ครับว่าคงอยู่เดี๋ยวเดียว และที่สําคัญทําไมรู้ไหมครับ วันนี้ออสเตรเลียเปึนประเทศรวย นิวซีแลนด์เปึนประเทศรวยมารวมกับเรานี่มันได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างแน่นอน และจะ ไปบอกว่าเจ้าหน้าที่ของเราก็ไปอบรมกับออสเตรเลียบอกว่า โอ๊ย อย่างนี้แหละเสรีเท่ากัน ๆ จะได้แข่งขันกัน มันก็จะยาก เพราะเราอ่อนแอกว่าเขาในขณะนี้ นี่ผมขีดเส้นแบ่งนะครับ หลังวันที่ ๑๙ กันยายน กับก่อนวันที่ ๑๙ กันยายนนี่ข้อตกลงนี้คนละสถานะ ทาง เศรษฐกิจประเทศไทยคนละสถานะ สถานการณ์ทางการเมืองคนละสถานะกันนะครับ แต่ ว่าเวลาพิจารณาท่านไม่ได้พิจารณาถึงความเปึนจริงของสังคมไทยเวลานี้เลย ผมจะ ยกตัวอย่างการรวมตัวในสหภาพยุโรปมาให้ท่านดู จริง ๆ การรวมตัวกันในอาเซียนนี้ก็คือ ล้อเลียนหรือเดินตามสหภาพยุโรปนั่นเอง จริงอยู่ครับ วันนี้แม้ออสเตรเลียจะไม่ใช่อาเซียน เกาหลีจะไม่ใช่อาเซียน แต่เปึนอาเซียนบวกสาม อาเซียนบวกสอง แต่เมื่อเซ็นสัญญาแล้ว มันก็ใกล้ชิดกันเหมือนเปึนรัฐเดียวกันแล้ว ดูแบบที่ยุโรปสิครับ ปรากฏว่าที่ยุโรปนั้นเขาก็มี ปัญหาเพราะว่ายุโรปเหนือนั้น เยอรมัน ฝรั่งเศสมีอุตสาหกรรมหนัก แต่ว่าโปรตุเกส ประเทศทางใต้อิตาลี และสเปนยากจนกว่า มีงานการเกษตรเปึนหลัก ปรากฏว่าทําไมรู้ ไหมครับ ประเทศที่รวยกว่าตอนที่รวมกันนั้นเขาเข้ามาอุ้มครับ เยอรมันกับฝรั่งเศสเปึน เจ้ามือใหญ่ที่รู้ว่ามันจะได้เปรียบเสียเปรียบเขามาต่อรองกันครับ ต่อรองกันที่จะต้องเอา เงินส่วนหนึ่งมาอุ้มการเกษตรของโปรตุเกสและสเปนทางยุโรปใต้ แล้วเขาก็ได้ประโยชน์ จากการที่คุณก็เอาอุตสาหกรรมเข้ามาได้ในกรอบเดียวกัน แต่อันนี้เราคบกับคนรวย ปรากฏว่าไม่มีข้อต่อรองเรื่องนี้เลยครับ ถ้าคบกันอาเซียน ๑๐ ประเทศ ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย ก็ว่าเออมันก็เตี้ยอุ้มค่อม จนด้วยกัน แต่วันนี้เรากําลังก้าวไปคบกับ คนรวยแล้ว สิ่งเหล่านี้มีประเด็นนี้ไหมครับในช่วงที่จะเซ็นนี้ขอการช่วยเหลือในหลาย ๆ เรื่องเพื่อให้เราเข้มแข็งขึ้น ปรับปรุงภาคเกษตรขึ้น จัดกระบวนการปศุสัตว์ให้เข้มแข็งขึ้น จัดกระบวนการการเกษตร ข้าวหรือพืชผลอย่างอื่นให้เข้มแข็งขึ้น มีหรือเปล่าครับ ผม เข้าใจว่าไม่มีนะครับ แต่เราอาจจะมีซ่อนอยู่ในมุมไหน ไอ้ศอกครึ่งนี้ก็ได้ผมไม่รู้นะ มันเยอะจริง ๆ ดังนั้นต้องให้อภัยผมครับท่านประธานครับ ถ้ามีแล้วต้องขออภัยนะครับ ข้อตกลงแบบเดียวกับที่เขารวมสหภาพยุโรปนั้น ต้องนํามาพิจารณาใช้ตรงนี้ว่า ๓ ป้ ๕ ป้นี้ จะต้องมีการช่วยเหลือภาคเกษตรของเราในส่วนของการปรับปรุงการผลิต มีไหมครับก็ ฝากด้วยท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นที่จะมาติติงให้ท่านล้มให้ รัฐบาลท่านล้ม แต่ด้วยความไม่ชอบธรรมของการเปึนรัฐบาลของท่านนี้เอง จึงทําให้ท่าน นายกรัฐมนตรีอ่อนแอที่ปฏิเสธรัฐมนตรีคนอื่นไม่ได้ตามโควตาของกลุ่มต่าง ๆ ที่ท่านต้อง ใช้หนี้เขาว่าเมื่อท่านปฏิเสธไม่ได้ ท่านก็อ่อนแอ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พัทลุง) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ขออนุญาต
เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์ประท้วง อะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ผมฟังท่านสุนัยอภิปรายมาตั้งแต่ตอนแรกนะครับ ผมตั้งใจจะประท้วง ท่าน แต่ว่าปล่อยให้ท่านได้อภิปรายไป แต่ถ้าท่านประธานได้กรุณานั่งฟังอย่างละเอียด ท่านประธานจะเห็นว่าผู้อภิปราย อภิปรายคุณสมบัติของผู้ดํารงตําแหน่งเปึนรัฐมนตรี เสียมากกว่า ซึ่งมันควรจะเปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ผมไม่ขัดท่านนะครับ ผมก็ ปล่อยท่านอภิปรายไป แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้เปึนประโยคสุดท้ายที่ท่านพูด ผมจําเปึนต้อง ลุกขึ้นประท้วง ท่านพูดถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ซึ่งผมคิดว่าถ้าปล่อยให้ท่านอภิปรายแล้วฟังถึง พี่น้องประชาชนเปึนการตอกย้ํา ท่านพูดอย่างนี้หลายครั้งแล้วผมเรียนท่านประธานว่า ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้ใครพูดถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้มีความ ชอบธรรม เพราะฉะนั้นประโยคสุดท้ายที่ท่านบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรม ผมขอให้ท่านได้ถอนออกไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงว่าท่านพูดว่าไม่ชอบธรรมนะครับ จะขอให้ท่านถอนนะครับ ท่านถอนไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมนี่เปึนคนง่ายที่สุดแล้วครับ แต่บางเรื่องก็ยากจังเหมือนกันครับ เรื่องที่พูด ความจริงแล้วให้ผมถอนนี่ไม่ได้ เดี๋ยวก่อนครับ ท่านประธานครับ ผู้ประท้วงรู้แก่ใจครับ ถามคุณวีระชัยสิ ท่านผู้ประท้วง ผมกําลังอภิปรายตัวบุคคล เพื่อเชื่อมโยงกับการเจรจาที่ จะเกิดการประชุมใหญ่และจะต้องมีการเจรจาระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า ไบแลทเทอรอล มาก ถ้าสะกิดใจท่านขอโทษก็แล้วกันนะท่านนิพิฏฐ์นะ คุยกับคุณวีระชัยเถอะ
เอาอย่างนี้นะครับ ผมวินิจฉัยแล้วกันนะครับ ท่านสุนัย ก็ขอโทษแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านนิพิฏฐ์
ผมเรียน ท่านประธานครับ ท่านสุนัยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ไม่ใช่กรณีท่านสุนัยต้องมาขอโทษผม เปึนการส่วนตัวนะครับ แต่ผมกําลังกราบเรียนท่านประธานว่าท่านสุนัยได้ใช้คําพูดว่า รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผมครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านสุนัย ได้ถอนคําพูดที่บอกว่า รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรม ออกไปครับ ผมยืนยันว่าคําพูด อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ
ครับ ท่านนิพิฏฐ์ เชิญ นั่งครับ ท่านสุนัยครับ เมื่อกี้ท่านเอาให้มันถอนไปแล้วกัน วันนี้วันตรุษจีนด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ
ครับ
ท่านอย่าให้ประชาธิปไตยของไทยมันเดินไปแบบง่าย ๆ โดยป่ดตาข้างหนึ่งไม่เอาละครับ ท่านประธาน ฟังผมต่ออีกสักนิด เดี๋ยวขึ้นมาประท้วงต่อ ผมกําลังจะบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความรักนะครับ ท่านไปไม่ได้ ท่านเดินต่อไปไม่ได้แน่นอน สิ่งที่ ที่ท่านจะเดินต่อไปได้ ตอนนี้น้ํามันเริ่มนิ่งแล้ว รีชัฟเฟ่ล (Reshuffle) ใหม่เลย หลังการ ประชุมก็ได้ อาเซียน โดยท่านลาออกเสีย แล้วผมเชื่อว่าเสียงทั้งหมดก็จะหนุนท่านอีก ตอนนี้ท่านสง่างามแล้ว ท่านต่อรองได้แล้วคนไหนจะมา คนไหนมาเลือกบุคลากรให้ดีหน่อย นี่เล่นโอ้โฮ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พิษณุโลก) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ปลาร้ง ปลาร้า มารวมกันอย่างนี้ตายครับ ไปเจรจาต่างประเทศเขาอย่างไร นี่อุตส่าห์แนะนําให้ แล้วนะ
เชิญคุณหมอวรงค์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้วว่าให้ท่านผู้กําลังอภิปราย ได้กรุณาถอนคําพูด คําว่า รัฐบาลไม่มีความชอบธรรม และท่านได้วินิจฉัยไปแล้วครับ ขอให้ท่านได้ดําเนินการตามที่ท่านได้วินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับ ผมพยายามจะไกล่เกลี่ยว่าวันนี้ก็พูดอะไรด้วยความนิ่มนวลกันนะครับ ท่านสุนัยครับ เอาอย่างนี้ ท่านมีคนมาประท้วง ๒ คนแล้ว จะให้ทําอย่างไรนะครับ
ไม่ต้องทํา อะไรหรอกท่านประธาน ไม่ต้องทําหรอกอยู่เฉย ๆ
ไม่ใช่นะครับ ท่านสุนัย มีคนประท้วงว่าที่ท่านพูดว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมนะครับ ท่านจะถอนไหมครับ
เอา อย่างนี้ได้ไหมครับท่านครับ จริง ๆ ผมพูดไปมันเปึนความเห็น เดี๋ยวคนที่ประท้วงผมก็ ขึ้นมาอภิปรายต่อ แล้วอธิบายความชอบธรรมของท่านอภิสิทธิ์เลย เปึนความเห็นถ่วงดุล กันไป หรือท่านจะให้ผมอย่างนี้ไหมครับท่านประธาน ให้ท่านประธานเปล่งวาจาต่อหน้า พระบรมสาทิสลักษณ์ว่าชอบธรรม โอ.เค. นั่นนะเชื่อถือ เพราะท่านเกียรติภูมิสูงกว่าผมนะ เอาเลยเปล่งเลยครับ ท่านประธานเปล่งวาจาเลย
เอาอย่างนี้นะครับ ผมวินิจฉัยที่ท่านสุนัยพูดว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมนะครับ ผมวินิจฉัยว่าเปึน ความเห็นของท่าน เชิญท่านพูดต่อนะครับ เดี๋ยวท่านจะมีอะไรเดี๋ยวท่านอภิปรายกันต่อ นะครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอีกสักครึ่งหนึ่งนะครับ ผมไม่ต่อล้อ ต่อเถียงท่านประธาน แต่ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยแล้วไม่เปึนไร ครับ แต่ขอให้ท่านประธานได้กรุณาทบทวนคําพูดของท่านประธานไม่เกิน ๒ นาที เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานั้น ท่านประธานบอกว่าผู้อภิปรายต้องถอน แล้วไม่เกิน ๒ นาที หลังจากนั้นท่านประธานบอกว่าท่านวินิจฉัยแล้วว่าก็สามารถอภิปรายได้ ผมเรียน ท่านประธานแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ
คือเมื่อกี้นี้นะครับผมยัง ไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ผมพูดว่าท่านจะถอนหรือไม่อะไรอย่างไรนะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เด็ดขาดตามนั้นนะครับ ท่านสุนัยท่านกรุณาต่อนะครับ แล้วก็กําชับด้วยนะครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านครับ ผมกําลังจะหาทางออก เพราะผมอยากให้ท่านอภิสิทธิ์ อยู่นาน ๆ เพราะว่าโดยบุคลิกของท่านก็ดี นุ่มนวลครับ ท่านเคยมาทะเลาะกับผมตอน อภิปรายเป่ดสภาใหม่ ๆ ก็เข้าใจกันดีแล้วนะครับ ผมประท้วงท่านวันแรกท่านอภิปราย ในฐานะผู้นําฝ์ายค้าน แต่วันนี้การเมืองมันมาอย่างนี้แล้ว เอาเถอะนะครับ ม็อบมีเส้นแล้ว ท่านก็เปึนนายกรัฐมนตรีขาใหญ่แล้วนี่นะครับจัดกระบวนใหม่ครับท่าน สร้างความ ชอบธรรมเสีย ท่านลาออกเสีย แล้วก็จัดตั้งรัฐบาลใหม่ รับรองได้ว่ากลุ่มเนทั้งหลายไม่หนี ไปไหนแล้วครับ นิ่งแล้วคราวนี้ ท่านรีชัฟเฟ่ลเลย แล้วท่านก็ไปประชุม โอ้โฮ สง่างามเลย คราวนี้ ไม่มีใครว่าท่านได้แล้ว เพราะมันตัดเชือกตั้งแต่การยึดสนามบินของคุณกษิต ยึดทําเนียบมันหมดแล้วนี่ ท่านมาจัดรัฐบาลใหม่แล้ว เห็นไหมครับ อย่างนี้ผมว่าเปึน ทางออกที่ดีแล้วประเทศจะเดินปรื๊ดเลยครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ไม่เปึนไรครับ จะเปึนชื่อใคร เปึนนายกรัฐมนตรีขอให้บ้านเมืองมันดี เอา แต่ว่ามันต้องมาตามครรลองของระบบ ประชาธิปไตย ท่านทําอีกทีเดียว ผมแนะนําอย่างนี้ เพราะว่ามันจะต้องเกิดการประชุม ใหญ่ระดับอาเซียน โอ้โฮ เปึนประธานด้วย แล้วท่านก็ไปเปึนประธานต่อเถอะครับ แต่ปรับ กระบวนใหม่ครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณที่ท่านยังให้กรุณาจริง ๆ นะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน โดยเฉพาะท่านผู้อภิปรายด้วยความเคารพค่ะ ท่านสุนัย จุลพงศธร ที่ได้พูดถึงดิฉันค่อนข้างมากนะคะ ก็กราบขอบพระคุณในไมตรีที่ท่าน บอกว่า ท่านให้กําลังใจดิฉันอย่างมากมาย ดิฉันรู้สึกขอบคุณแล้วก็อบอุ่นอย่างมาก นะคะในไมตรีที่มอบให้ ในส่วนของคุณสมบัติดิฉันอยากจะเรียนว่าดิฉันมาตามระบอบ รัฐสภา มาตามระบอบประชาธิปไตย ในส่วนนี้ท่านซึ่งเปึนผู้มีประสบการณ์ย่อมเข้าใจดี ดิฉันเข้ามาตามระบอบ แล้วก็เปึนน้องใหม่ปัายแดงอย่างที่ว่า ซึ่งดิฉันคิดว่าวันหนึ่งท่าน ก็ต้องมาเปึนรัฐมนตรีปัายแดงเช่นกัน ฉะนั้นตรงนี้ในส่วนของคุณสมบัติดิฉันคิดว่า ดิฉัน ค่อนข้างจะผิดหวังในเรื่องของการพูดอภิปรายในวันนี้นะคะ เพราะดิฉันคิดว่าท่านน่าจะ เน้นไปที่เนื้อหาสาระมากกว่าเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อสภา และก็ประเทศชาติเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนะคะซึ่งดิฉัน คิดว่าในส่วนที่ท่านได้อภิปรายดิฉันตั้งใจว่าจะไปรวบตอบทีเดียวในวันสุดท้าย แต่ก็ใน ปัญหาเรื่องนมคงจะตอบ แต่วันนี้ขออนุญาตพูดถึงเรื่องส่วนตัว ดิฉันก็อย่างที่เรียนแล้วมา ตามระบอบ แล้วก็คิดว่าจากรัฐธรรมนูญที่พวกเราก็ทราบกันดีอยู่ พรรคดิฉันโดนยุบ ดิฉัน ก็มาตามที่ควรจะเปึน เพราะฉะนั้นก็ต้องขอประทานโทษถ้าจะทําให้ผู้หนึ่งผู้ใดผิดหวัง นะคะ แล้วก็ดิฉันเข้าใจว่ามันเปึนเรื่องของการเมืองแต่อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้เรื่องนม เรื่องเอฟทีเอ ไทย–ออสเตรเลีย ไทย–นิวซีแลนด์นี่นะคะจริง ๆ ก็ต้องกราบเรียนว่าท่านได้ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ว่าท่านพูดถึงท่านรัฐมนตรีอดิศัย โพธารามิก ซึ่งดิฉันเข้าใจดี ว่าท่านเปึนผู้มีคุณสมบัติ เปึนผู้มีประสบการณ์สูงและเปึนคนเก่งมาก ๆ ท่านซึ่งเปึน ที่ปรึกษาในสมัยนั้น ก็ได้ทราบถึงปัญหาเหล่านี้ ดิฉันวันนี้มาเปึนผู้แก้ไม่ได้เปึนผู้ก่อนะคะ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าทําไมผ่านมาได้ถึงขนาดนี้ ก็ต้องขอว่าคงจะรวบไปตอบทีเดียว แต่ก็ อยากจะเรียนว่าในส่วนดิฉันนะคะก็ขอให้มั่นใจว่าดิฉันก็จะพยายามทํางานอย่างเต็ม กําลังความสามารถนะคะ ตามประสบการณ์คือดิฉันก็ทํางานด้าน วันนี้ดิฉันต้องขอเรียน ว่าดิฉันก็คงจะตอบเปึนครั้งเดียวและก็ครั้งสุดท้ายนะคะในเรื่องของส่วนตัวที่หลาย ๆ ท่าน อาจจะให้น้ําหนัก แต่ดิฉันคิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์นะคะ ตรงนี้ดิฉันขอเรียนว่าดิฉันก็ผ่าน งานด้านการบริหารงานด้านพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์ตรงนี้ดิฉันคิดว่า ในส่วนของการทํามาค้าขายในเรื่องของกระทรวงพาณิชย์มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะหนักหนา สาหัสนะคะ เพียงแต่ว่าการทํางานมิได้หมายความว่าทํางานเพียงคนเดียว ไม่ว่า กระทรวงต่าง ๆ ก็ต้องร่วมมือกัน แม้กระทั่งท่านซึ่งเปึน ส.ส. ที่มีประสบการณ์มากในเรื่อง ที่ท่านได้ให้คําเสนอแนะ ดิฉันน้อมรับฟัง แล้วก็คิดว่าปัญหาที่ท่านเคยได้ประสบมาในยุค ที่ท่านเปึนที่ปรึกษาก็ขอให้ท่านนําเสนอแล้วก็พูดคุยแนะแนวทาง ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึน ประโยชน์อย่างมากต่อประเทศชาติ ในเรื่องอื่นดิฉันคงไม่ให้น้ําหนักนะคะ ต้องกราบ ขอบคุณค่ะ
ต่อไป ท่านสุนัยมีอะไร ครับ
คือ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง เพราะถ้าผมไม่ชี้แจงผมจะเสียหาย แล้วก็โดยเฉพาะจะ เสียหายเลยไปถึงสามีของท่านได้ ชอบกันอยู่ครับท่านครับ คือท่านมาบอกว่า
เดี๋ยวท่านสุนัย ผมให้ ชี้แจงนาทีหนึ่งนะครับ
คืออย่างนี้ ครับ ผมไม่ได้ไปบอกว่าท่านเปึนรัฐมนตรีไม่ได้นะครับ แต่ผมบอกว่ากระทรวงนี้มัน ไม่เหมาะ และท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับมาเพราะมันเปึนโควตานะครับ ดังนั้นไม่ใช่ บอกว่าท่านไม่เหมาะ คือไม่ใช่ท่านเปึนไม่ได้ โดยระบอบประชาธิปไตยนี่เปึนได้ครับ โธ่ คนอื่นไม่เลือกตั้งเขายังเปึนได้เลย ท่านเปึนได้ แต่ว่าน่าจะอยู่กระทรวงการท่องเที่ยว ผม บอกอย่างนั้น และที่สําคัญนี่ครับ ท่านยังบอกกล่าวหาไปถึงเจ้านายผมบอกว่าท่านไปผูก ไว้มาแก้ เปล่าเลย ก็เขาทําดีครับท่านอดิศัยนี่ ปรากฏว่าตอนนั้นข้าวไม่ถึงหมื่นครับ ๖,๐๐๐–๗,๐๐๐ บาท เขาพุ่งถึง ๑๒,๐๐๐ บาทครับ แล้วเศรษฐกิจก็เติบโตหมดครับ ท่านนั่นแหละกําลังจะทําให้เศรษฐกิจพังจากความสามารถของท่านที่ไม่สันทัด ผมบอก ไม่ได้ว่าท่านเปึนไม่ได้ เปึนได้รัฐมนตรี แต่มันไม่เหมาะ ก็เปึนความเห็นก็ฟังหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงตั้งใจว่าจะเป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายกันพอสมควรนะครับ แต่ว่าเนื่องจากมีการแบ่งกลุ่ม แล้วก็เดี๋ยวท่านสมาชิกที่เพิ่ง อภิปรายไปจะเข้าใจว่าผมไม่ได้ให้ความสําคัญหรือให้ความสนใจกับการอภิปรายของ ท่าน เพราะว่าท่านเปึนผู้กล่าวอภิปรายนําในส่วนของฝ์ายค้าน ขอเรียนสั้น ๆ เท่านั้นเอง ครับว่า
ประการแรกที่ท่านบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ชอบธรรม แล้วก็เปึนความเห็นของ ท่าน ผมก็ขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้มาถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและหลักการประชาธิปไตยที่ ประเทศในระบบรัฐสภาเขาพึงปฏิบัติกัน นั่นหมายความว่าเมื่อมีเหตุทางกฎหมาย มีเหตุ โดยรัฐธรรมนูญหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่มีผลทําให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีหรือ รัฐบาลก็เปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะเปึนผู้สรรหานายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ชุดใหม่ ซึ่งก็ได้ดําเนินการไปตามนั้นโดยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อย่างเป่ดเผย และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ยังได้คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในความเปึนอิสระในการที่จะมีความคิดเห็นแล้วก็ลงมติ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ ถือเปึนเรื่องมองต่างมุมกันเท่านั้นเองครับ ท่านก็มีสิทธิที่จะมองได้นะครับ แต่ว่าผมก็ขอ ยืนยันว่าทุกอย่างเปึนไปตามระบบ
ประการที่ ๒ ท่านก็มีสิทธิที่จะมีความเห็นเกี่ยวกับบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ผมก็ขอเพียงแต่ยืนยันนะครับว่ากรณีของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศที่ท่านยกขึ้นมาบอกว่าเปึนเรื่องของการไปตอบแทนกลุ่ม พันธมิตรหรืออะไร ก็ขอยืนยันว่าไม่ได้เปึนความจริงครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมนี่เปึนคนชวนท่านรัฐมนตรี ท่านนี้เข้ามาสู่การเมือง เพียงแต่ว่าไม่ได้มีโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ว่าได้ติดตามแล้วก็มีประวัติเหมือนกับที่ท่านมีครับ ถึงประสบการณ์การทํางาน ซึ่งแน่นอนครับการทํางานอาจจะถูกใจคนบ้างไม่ถูกใจคน บ้าง แต่ว่าผมคิดว่าที่ปฏิบัติหน้าที่มาในช่วงประมาณ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เปึนไปด้วยความ เรียบร้อยนะครับ แล้วก็สามารถที่จะเดินหน้าในเรื่องของการประชุมสุดยอดอาเซียน เลื่อน กําหนดให้เข้ามาเร็วขึ้นได้และผู้นําของทุกประเทศก็ได้ตอบรับการมาเข้าร่วม
ส่วนการทํางานของท่านรัฐมนตรีอื่น ๆ ก็จะเปึนหน้าที่ของผมครับในการ ที่จะติดตามประเมินอย่างที่ได้เคยย้ําต่อสาธารณะ แล้วก็ตรงนั้นก็จะเปึนความรับผิดชอบ ที่ผมจะต้องติดตามดูแลว่ารัฐมนตรีทุกท่านทํางานได้อย่างสัมฤทธิผล แน่นอนครับ เราก็ ต้องมีการเตรียมการ แล้วก็ในส่วนของการประชุมสุดยอดอาเซียนก็มีการประชุม เตรียมการกันทุกสัปดาห์ โดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกท่านจะต้องมาเข้าร่วม เพื่อที่ได้รับ ทราบถึงการจัดการประชุมแล้วก็เนื้อหาสาระต่าง ๆ ส่วนกรณีของข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับ เขตการค้าเสรี ผมเชื่อว่ามองไม่ต่างกันครับ เราก็ยังมีความเชื่อว่า การเป่ดเขตการค้าเสรี จะเปึนในกรอบของทวิภาคีหรือจะเปึนในกรอบของพหุภาคีมันคงเปึนสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วผมก็เปึนคนหนึ่งครับที่เรียกร้องว่า การดําเนินการในด้านนี้จะต้องมีการเตรียมการ และจะต้องมีการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น คงไม่มีข้อตกลงไหนนะครับที่ไม่มีผลในทาง ลบเลย แต่ว่าต้องเตรียมการ แล้วก็ขณะนี้กรณีของเรื่องของโคนมก็เปึนเรื่องที่ทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กําลังทํางานอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ใช่เพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่ว่าเสริมความเข้มแข็ง รวมทั้งการที่เรามีกองทุนที่จะมาดูแลเรื่องผลกระทบจากเขตการค้าเสรีทั้งที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ผมก็ได้ขอให้มีการบูรณาการเพื่อบริหารจัดการ ที่ดี นอกจากนั้นถ้าหากว่ามีความจําเปึนในการที่จะต้องทบทวนอะไร ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีก็ได้เห็นชอบการที่จะมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องผู้แทน ทางการค้า ก็จะได้มีการนําเอาบุคคลที่สามารถมาทํางานทางด้านการต่างประเทศเปึน การเฉพาะมาช่วยติดตามดูแลอีกชั้นหนึ่งด้วย เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็อยากจะ กราบเรียนนะครับว่า เข้าใจความห่วงใยของท่านสมาชิก เข้าใจมุมมองของท่าน แต่ก็ขอ ยืนยันว่ารัฐบาลก็ได้ติดตามเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แล้วก็พร้อมที่จะเดินหน้า แก้ไขปัญหาแล้วก็ต้องการความสนับสนุนในเรื่องของข้อตกลงต่าง ๆ ขออนุญาตว่า บางเรื่องจะไม่ตอบนะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ แต่ว่าคงได้มี โอกาสตอบในวันข้างหน้าโดยเฉพาะเรื่องเขาพระวิหารครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานรัฐสภา กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมใคร่ขอชี้แจง สั้น ๆ ให้ตรงประเด็นว่า ที่ท่านสมาชิกได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของความตกลง เพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งความจริงก็ยังไม่ถึงนะครับ แต่ว่าเมื่อท่านจะพูดรอบเดียวก็ถือโอกาสนี้ชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า ในเรื่อง ของน้ํานมดิบและนมผงขาดมันเนยนั้น ไม่อยู่ในกลุ่มสินค้าที่จะมีการเป่ดตลาดครับ ไม่มี อยู่ในข้อตกลงนี้เลย สิ่งที่ท่านได้อภิปรายแสดงความห่วงใยนั้นก็จะรับฟังไป แต่นั่นคือ เปึนเรื่องของข้อตกลงไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเปึนเอฟทีเอที่ทํามาในรัฐบาลชุดที่ ผ่านมาครับ
ต่อไปก็เชิญท่านตวง นะครับ ท่านตวงท่านมีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมจะไม่ใช้เวลาของสภาแห่งนี้นาน เนื่องจากว่าสมาชิกวุฒิสภาได้แบ่ง ภาระหน้าที่ที่จะทํารายละเอียดในประเด็นเพื่อเปึนข้อเสนอต่อรัฐบาล ผมกราบเรียน ท่านประธานเบื้องต้นว่า ในหลักการนั้นผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยมีความจําเปึนที่จะต้องให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา แล้วก็ผ่านไปเพื่อประโยชน์ของประเทศโดยรวมโดยเฉพาะถ้าเริ่มต้นที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาพูดเอาไว้ตอนต้นว่า ประเทศอื่นเขาพร้อมหมดแล้วเหลือเฉพาะประเทศไทย ยิ่งตอกย้ําให้เห็นว่าสภาแห่งนี้ต้องรีบดําเนินการท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณา รูปแบบอย่างนี้ผมคิดว่าไม่ใช่เปึนครั้งสุดท้าย การพิจารณาในรูปแบบอย่างนี้ที่เราจะต้อง ทํามันมีปัญหาทุกครั้งเสมอไป รวมทั้งครั้งนี้ด้วย ข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาที่เสนอต่อ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีจะได้กรุณาพิจารณามีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้
ท่านประธานครับ แม้จะพิจารณาแยกหรือรวมก็ตาม เราจะพบว่าปัญหา ในเรื่องของการพิจารณากรอบตกลงทุกครั้งก็จะมีอยู่ ๓ ประการด้วยกัน
ประการแรก คือประเด็นในข้อกฎหมาย
ประการที่ ๒ ประเด็นในทางปฏิบัติ ทั้งกระทรวง ทบวง กรม และ คณะรัฐมนตรี และ
ประการที่ ๓ ซึ่งเปึนปัญหาที่เราถกกันมาตั้งแต่เช้า และวันนี้ก็เปึนปัญหา อยู่เหมือนกัน ก็คือปัญหาในการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเวลา น้อย
เราก็มีข้อเสนอที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ใน ข้อกฎหมายนั้นผมเรียนท่านประธานว่า เราก็ถกกันมาตั้งนานว่า มาตรา ๑๙๐ นั้นมันเปึน ปัญหาสําคัญ มันเปึนปัญหาที่เราไม่สามารถที่จะก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เวลาไปทําความตกลงเจรจา ถ้าเปึนการเจรจาในระบบทวิภาคีนั้นอาจจะไม่เปึนปัญหา แต่ถ้าเปึนการเจรจาในระบบพหุภาคีนั้น บางเวทีประเทศไทยก็เปึนเพียงส่วนหนึ่ง เท่านั้นเอง บางเวทีเราไม่อาจที่จะไปเจรจาต่อรองได้เลย ถ้าเราไม่ยอมเจรจาหรือไม่ยอม เซ็นสัญญาในเวลานั้น เราก็ตกขบวนนั้นไปเลย ในมาตรา ๑๙๐ นั้น โดยเจตนานั้นจะมี คนมาพูดต่อไป แต่ผมเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นว่า หัวใจสําคัญที่เปึนเจตนาก็คือว่า ทําอย่างไรจะให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนได้ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เราไปเซ็น สัญญากับไอเอ็มเอฟ แอลโอไอ (LOI) เราไปเซ็นเอฟทีเอโดยที่ทุกฝ์ายเรียกร้องว่า เวลาที่ จะเอาประเทศไทยไปผูกพันระหว่างประเทศนั้นควรที่จะต้องให้คนไทยก็คือรัฐสภาไทย นั้นเปึนผู้ที่จะได้วิพากษ์วิจารณ์ ได้แสดงความคิดเห็น ได้ให้ข้อคิดเห็นบ้างว่า มันมี บางประเด็นที่เราไปเจรจาทําความตกลงมาแล้ว เรามองว่าเราได้ประโยชน์ แต่แท้จริงเรา ได้ประโยชน์เพียงบางส่วน แต่ในส่วนใหญ่ที่เปึนเกษตรกรนั้นเราได้รับกระทบกระเทือน ผมยกตัวอย่างกรณีการทําเอฟทีเอกับประเทศจีน ผมจะไม่ลงรายละเอียดเพื่อที่จะบอก ท่านประธานว่าคืออะไร แต่ที่มาของมาตรา ๑๙๐ นั้น มันเปึนเรื่องที่เปึนหัวใจสําคัญที่เรา คิดว่า มันก็มีคุณค่าและมีความสําคัญพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีปัญหา ท่านประธานครับ
ประการที่ ๒ มาตรา ๑๙๐ นั้น เขาออกแบบมาให้ใช้ในสภาวะที่ประเทศอยู่ ในภาวะปกติ ประเทศที่ไม่ได้มีความแตกต่างทางความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง หลากหลาย จนกระทั่งว่าไม่สามารถที่จะพูดคุยกันได้ มีหลายประเด็นที่สมาชิกวุฒิสภา ได้ถกกันและคุยกัน ซึ่งผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่า บางประเด็นมันไม่มีความจําเปึนที่จะต้องนํามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมยกตัวอย่าง เช่น กรณีข้อตกลงร่วมสาขาวิชาชีพแพทย์ของอาเซียน ทันตแพทย์หรือวิชาชีพบัญชีของ อาเซียน ถ้าท่านประธานพลิกเข้าไปดูข้างในท่านประธานจะพบว่า วิชาชีพเหล่านี้มันมี กฎหมายของมันประกอบ มันมีพระราชบัญญัติควบคุม มันมีสภาวิชาชีพที่ควบคุมอยู่แล้ว โดยอัตโนมัติ แต่ว่าเพราะเหตุของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่อยู่ในสภาวะ ที่ไม่ปกตินั้น รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีจําเปึนต้องเสนอเข้ามา เพื่อจะไม่เกิดปัญหาในการ ตีความในภายหลัง เช่น กรณีกรอบการเจรจาของไทยและเขมร ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของปัญหาในทางปฏิบัติที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน เราได้เชิญกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาชี้แจง มาเล่าให้ฟังว่าสภาพปัญหามันคืออะไร อย่างที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานว่า ความจริงแนวทางอย่างนี้เราเคยทํามาแล้ว เราเคยนํามาให้ ที่ประชุมของรัฐสภาได้พิจารณาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเปึนทําตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ว่าด้วยเรื่องของ เจแคปปา (JCAPPA) หรือ เอเจเซพ (AJCEP) ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ตาม แต่ว่ามันก็จะมีปัญหาในประการที่ ๒ ที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลถ้าจะทําเรื่องนี้ต่อไป และผม คิดว่าจะต้องทําต่อไปก็คือว่า จะต้องค้นหากลไกที่จะช่วยสมาชิกรัฐสภาในการศึกษา กรอบเจรจาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลาย ท่านที่บอกว่า ๓ วันเอกสารนี่ยังไม่ได้ถึงสมาชิก แล้วยังมีกองอยู่ข้างนอก ซึ่งเปึนความจริง ที่เราต้องยอมรับแม้จะเปึนภาระหน้าที่ของเราก็ตาม วุฒิสภาเราก็คุยกันว่า เอ๊ะ จะทําอย่างไรจะได้อ่านทุกหน้า ทุกเรื่อง เราก็แบ่งกันไปว่า ใครที่ถนัดเรื่องไหนก็พูดเรื่องนั้น ใครที่เข้าใจเรื่องใดก็เอาเรื่องนั้นไปศึกษาแล้วมานํา กราบเรียนเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้เปึนข้อพิจารณา นี่คือสิ่งที่เราได้ ตกลงกันเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เราหวังว่าในอนาคตข้างหน้าที่จะมีการนํามาให้ สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ก็ควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องหากลไกสําคัญที่จะมาช่วยในการ กลั่นกรองให้สมาชิกรัฐสภาได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา
ประการที่ ๒ ที่เปึนข้อเสนอที่ผมเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ก็คือว่า วันนี้รัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องรีบเร่งให้มีการออกกฎหมาย เปึนกฎหมาย ประกอบกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ทําไมผมถึงย้ําว่าตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมดีใจว่าเมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่มันจะต้องรีบทําท่านประธานครับ ยิ่งทําช้าประเทศ เราก็จะเสียเปรียบ โลกมันเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีอย่างเร็วและสลับซับซ้อน
ประการที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในวรรคสองซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ของการที่รัฐบาลต้องเสนอก็คือเพียง ๒ คํา และ ๒ ความหมายเท่านั้นก็เปึนปัญหาใหญ่สําหรับเรา ก็คือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง คําถามที่เราถามไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็ตาม หรือในนักกฎหมายก็ตาม ล้วนแต่ไม่สามารถตอบได้ว่าอย่างกว้างขวางมันคืออะไร อย่างกรณีตัวอย่างที่ผม ยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านได้ดู กรณีของสาขาวิชาชีพแพทย์ของอาเซียน วิชาชีพทันตแพทย์ ของอาเซียน หรือวิชาชีพบัญชีของอาเซียน มันกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ ของสังคมไทยอย่างกว้างขวางอย่างไร นั่นประการที่ ๑ ที่จะต้องไปเขียนไว้ในบทบัญญัติ ของกฎหมายขั้นตอนฉบับนั้น
ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ คําที่เปึนปัญหาที่มันเชื่อมโยงแล้วทําให้ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็ต้องหอบ เข้ามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ให้พิจารณา ทั้งที่บางอย่างนั้นสามารถที่กระทําได้โดยปกติ เปึนภารกิจ เปึนหน้าที่ปกติของกระทรวง ทบวง กรม หลายประการที่กระทรวง การ ต่างประเทศชี้แจงว่า เขาได้ทําการลงสัญญากันมาก่อนหน้านี้ บางอย่างมันเปึนเพียง องค์ประกอบย่อยเท่านั้นเองที่จะต้องทําต่อเนื่องต่อไป ก็คืองบประมาณที่มัน กระทบกระเทือนต่องบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ คําถามผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลก็คือว่า วันนี้รัฐบาลจะต้องเร่งที่จะต้องทําความหมายของการ กระทบกระเทือนต่องบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ มันคือกี่บาท กองทัพบกจะไปซื้อ เครื่องมือ เครื่องจักร หรืออาวุธร้อยล้านบาท มันมีนัยสําคัญหรือไม่ นัยสําคัญใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันควรจะเปึนเท่าไร กฎหมายขั้นตอนฉบับนี้ก็จะไปช่วยรัฐบาลในการ ทํางาน ประเด็นใดที่มีความสําคัญ มีความจําเปึนที่เปึนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ก็ควร ที่จะต้องเอามาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผมไม่ติดใจ แต่บางประเด็นที่เราค้นพบก็คือว่า มันเปึนเพียงประเด็นที่เขาทําต่อเนื่องอย่างยาวนานมา บางอย่างได้เจรจาเมื่อคราว ป้ที่แล้ว วันนี้มีความจําเปึนที่จะต้องไปเซ็นสัญญาก็จะต้องกลับมาให้สภาแห่งนี้ได้ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญที่เปึนข้อเสนอของสมาชิก วุฒิสภาที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ตราบใดก็ตามถ้าท่านยังไม่เร่งรัดให้ออก พระราชบัญญัติกําหนดตาม มาตรา ๑๙๐ ขั้นตอน วิธีการในการพิจารณาให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว ตราบนั้นสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ก็จะเผชิญปัญหาเอกสารที่กองเปึนตั้ง ๆ อย่างที่ท่านประธานได้เห็น ก็จะเผชิญกับการที่ไม่สามารถจะลงไปสู่รายละเอียดลึก ซึ่งไม่ได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ที่บอกว่า ต้องการให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็นกับสิ่งที่ เปึนผลกระทบต่อประเทศในอนาคตข้างหน้า
ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า เราได้แบ่งภาระหน้าที่กันในการทํางาน รายละเอียดผมกราบเรียนท่านประธานว่า โดยส่วนตัวนั้นสนับสนุนหลักการที่สภาแห่งนี้ต้องรีบให้ความเห็นชอบต่อกรอบเจรจา เหล่านี้ เพื่อที่จะต้องไปเปึนประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคตข้างหน้า แต่ถ้าครั้งหน้าต่อไปนี้ผมไม่เห็นด้วยถ้าหากว่าท่านจะรีบเร่งเข้ามาอย่างนี้ ถ้าหากว่าท่าน จะต้องเอาเอกสารมากองเอาไว้ให้ท่านสมาชิกได้อ่านอย่างนี้ ทําอย่างไรเปึนคําถาม สุดท้ายว่าท่านจะต้องกลับไปทํากลไกเหล่านั้นก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านวรงค์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรอบเจรจาอาเซียนและการรวมตัวเปึน ประชาคมอาเซียน และรวมถึงกรอบอาเซียน + ๓ ด้วยนะคะ ในภาพกว้างแล้วดิฉัน เห็นด้วยทุกประการกับการผลักดันให้เกิดการรวมตัวของประชาคมอาเซียนเกิดขึ้น และ เนื้อหาสาระที่เราพิจารณากันในวันนี้ก็เปึนสิ่งที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้เคยเสนอเข้าในรัฐสภา ดิฉันจึงหวังเปึนอย่างยิ่งว่า การแสดงความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกต่อ ๆ ไปคงจะเปึนการ แสดงอย่างสร้างสรรค์ แล้วก็เข้าสู่เนื้อหา
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศนั้นดิฉันว่าวันนี้เราคงต้องร่วมกัน สร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกนานาชาติในกลุ่มอาเซียนอีก ๙ ประเทศ รวมถึงนานาชาติ ที่อยู่นอกเหนือภาคีอาเซียนด้วย และการที่วิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของตัวท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ดิฉันคิดว่าเราในฐานะคนไทยด้วยกันทุกคน ควรจะให้ความเปึนธรรม แล้วก็ส่งเสริมท่านรัฐมนตรี เพราะว่าในทางประชาคมการทูต โลกนั้น พวกเราน่าจะทราบกันดีว่าความสามารและการแสดงออก การสนับสนุนในการ แสดงออกของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่ท่านรัฐมนตรีได้แสดงออกที่ผ่านมานั้น เปึนสิ่งที่ยอมรับได้นะคะ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านใช้เวลาของสภา เปึนไปอย่างสร้างสรรค์ค่ะ อย่างไรก็ตามข้อเสนอแนะที่ดิฉันจะมีต่อทางคณะรัฐมนตรีก็มี อยู่เพียง ๓–๔ ประการด้วยกัน ที่อยากจะเสนอให้เพื่อเปึนการพิจารณาในการผลักดัน กรอบอาเซียนให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ประการแรกก็คือ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลไทยควรจะมีบทบาทนําในการเสนอให้ ประชาคมอาเซียนมีกลไกในการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นสิทธิมนุษยชน จากเอกสารที่สมาชิกรัฐสภาในวันนี้ที่ต้องพิจารณากันถึง ๒๐ ฉบับ แน่นอนละค่ะว่าสิ่งที่ น่ากลัวที่สุด ก็คือเราจะผลักดันสิ่งที่อยู่ในเอกสารให้เกิดขึ้นเปึนรูปธรรมได้อย่างไร ดังนั้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลไกที่จะขับเคลื่อน ในประเด็นสิทธิมนุษยชน จากกรณี ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเราที่มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาอพยพเข้ามาในประเทศไทย แล้วก็ เกิดเปึนประเด็นว่ามีการดําเนินการที่ไม่เปึนไปตามหลักสิทธิมนุษยชนนั้น จริง ๆ แล้ว ประเด็นนี้มันไม่ใช่เปึนประเด็นที่เกิดขึ้นเปึนปัญหาของประเทศไทย มันเปึนประเด็นที่ เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีการดูแลพี่น้องประชาชนของเขาด้วยความไม่เปึน ธรรมทางสังคม ประเด็นนี้จากการที่เกิดขึ้นในประเทศพม่านําไปสู่เปึนประเด็นของ อาเซียน เพราะว่าการที่ชาวโรฮิงญาไม่ได้รับการดูแลอย่างเปึนธรรมนั้น ก็ทําให้เกิดการที่ จะต้องลี้ภัยเข้ามาหางานทํา นําไปสู่กระบวนการค้ามนุษย์ และอาจจะนําไปสู่ กระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ เกิดเปึนประเด็นในเรื่องของเศรษฐกิจและความมั่นคง ดังนั้นเมื่อเราคิดที่จะรวมตัวอย่างจริงจังให้เปึนประชาคมอาเซียนแล้ว จึงจําเปึนอย่างยิ่งที่ รัฐบาลโดยเฉพาะประเทศไทยควรจะมีบทบาทนําให้อาเซียนมีกลไกการตรวจสอบในเรื่อง สิทธิมนุษยชนว่า เมื่อลงนามในสัญญาต่าง ๆ แล้วมันเกิดการดูแลที่ถูกต้องอย่างเปึนธรรม จริงหรือเปล่า กลไกนี้ดิฉันอยากจะฝากให้เปึนหน้าที่ของสํานักเลขาธิการอาเซียนให้ รับผิดชอบดูแลในเรื่องของตรวจสอบ และผลของการตรวจสอบก็อยากจะให้นํามา รายงานสู่รัฐสภาของประเทศสมาชิกทั่วไปด้วย
ในเรื่องที่ ๒ อาเซียนนั้นประกอบด้วย ๑๐ ชาติด้วยกัน จําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องผลักดันให้เกิดการดําเนินการ ไม่ใช่เปึนเรื่องของรัฐบาลและรัฐบาล มันจะต้อง ผลักดันเปึนเรื่องของประชาชนต่อประชาชน ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ในเรื่องของ วัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนการศึกษา ในเรื่องของเศรษฐกิจ ผู้ดําเนินการ ผู้ขับเคลื่อน จริงอยู่เปึนรัฐบาล แต่ผลประโยชน์จะไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงเลย ถ้าไม่สามารถผลักดัน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ในประเด็นนี้ดิฉันจึงอยากจะฝากทางรัฐบาลนะคะว่าน่าจะเริ่มต้นที่จากการปลูกจิตสํานึก ให้กับเยาวชนในอาเซียนของเราให้มีจิตอาสาอาเซียน ขออนุญาตยกตัวอย่างในกรณีของ ประเทศสหรัฐอเมริกานิดหนึ่งว่า เมื่อ ๔๐ ป้ที่แล้ว อดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy) นั้น ได้ก่อตั้งโครงการพีซ คอร์ (Peace corps) ขึ้นมา เพื่อที่จะ ส่งเสริมให้เยาวชนในสหรัฐอเมริกานั้นไปรู้ร้อนรู้หนาว รู้จักความทุกข์ร้อนของประเทศอื่น ในทวีปต่าง ๆ โครงการนี้ ณ ปัจจุบันนี้ ยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางนะคะว่าเปึน โครงการที่มีประโยชน์และทําให้เกิดเครือข่ายของสหรัฐอเมริกากับนานาชาติ ดิฉันจึง คิดว่าถ้าเปึนไปได้ ก็น่าจะผลักดันให้เกิดจิตอาสาอาเซียนเกิดขึ้น เพื่อจะเปึนการผูก สัมพันธไมตรีระหว่างเยาวชนในอาเซียนด้วยกัน และเปึนการแลกเปลี่ยนทั้งวัฒนธรรม และการศึกษาด้วย
ประเด็นที่ ๓ เมื่อมีการรวมตัว ๑๐ ชาติ ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ก็คือการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กําหนดไว้ในสนธิสัญญาต่าง ๆ ดังนั้นดิฉันจึงอยากฝาก อีกประเด็นหนึ่งนะคะว่ารัฐบาลไทยน่าจะมีบทบาทนําในการที่จะกําหนดแนวทางการ ลงโทษประเทศสมาชิกที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ เพราะว่าหากว่ามีแต่เอกสาร ลงนามในข้อสัญญา แต่ถ้ามีประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามได้แล้วก็ไม่มี การลงโทษใด ๆ เกิดขึ้น ความหวังที่จะเปึนประชาคมอาเซียนก็คงเปึนเพียงแค่ เศษกระดาษเท่านั้นค่ะ
ประเด็นที่ ๔ เปึนเรื่องของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แน่นอนการร่วมมือ ทางเศรษฐกิจมันจะมีทั้งผลได้และผลเสียกับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภาคเกษตรกร และ ในอนาคตที่จะมีความร่วมมือกับอาเซียน-จีน ภาคการประมงก็คงจะได้รับผลกระทบทั้ง เชิงบวกและเชิงลบเกิดขึ้น ประสบการณ์ที่ผ่านมาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเองได้รับเรื่องร้องทุกข์จากหลายกลุ่มด้วยกันนะคะว่าการให้การเยียวยา การให้การ ช่วยเหลือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความเดือดร้อนจากการค้าเสรีนั้นยังไม่เปึนธรรมและ ไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะเงินกองทุนต่าง ๆ นั้นจัดสรรขึ้นมาเพียงเล็กน้อย อีกทั้งการทํางานของ หน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็เปึนไปอย่างซ้ําซ้อนไม่มีประสิทธิภาพ จึงอยากให้คณะรัฐบาล สร้างกลไกให้เกิดการบูรณาการการทํางาน เพื่อให้เกิดการเยียวยาอย่างเปึนธรรมแก่ ผู้ได้รับความเดือดร้อนค่ะ
ประเด็นสุดท้าย ดิฉันเชื่อว่าในอนาคตจะมีเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงและอํานาจอธิปไตยเปึนไปตามมาตรา ๑๙๐ เข้ามาในรัฐสภาอีกมาก แต่ทุกวันนี้ยังมีความสับสนอีกเยอะนะคะ ยังไม่มีความชัดเจนเกิดขึ้น เพราะว่าเรายังขาด พระราชบัญญัติขั้นตอนและการจัดทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งมีความพยายาม ของรัฐบาลชุดที่แล้วที่จะร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้เกิดขึ้น แต่เมื่อได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ร่างไว้แล้วยังมีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้นอีกมาก ดังนั้นจึงอยากฝากให้ รัฐบาลชุดนี้ไปพิจารณาด้วยนะคะ เพราะว่าในการที่จะร่าง พ.ร.บ. การจัดทําหนังสือ สัญญา ดิฉันว่ามันจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของหนังสือสัญญาประเภทใดที่ต้องมีการ ศึกษาวิจัยก่อนลงนาม กรอบการเจรจาจําเปึนไหมที่จะต้องมีการศึกษาวิจัย การจัดทํา หนังสือสัญญาจะต้องมีการวิจัยในระดับใด หากว่าจําเปึนจะต้องมีการศึกษาวิจัยจะให้ หน่วยงานใดเปึนผู้ดําเนินการวิจัย เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความเปึนอิสระ เกี่ยวข้อง กับผลของการศึกษาวิจัยด้วยนะคะ และการศึกษาวิจัยผลดีผลเสียของการทําหนังสือ สัญญาต่าง ๆ นั้นมันจะต้องมีค่าใช้จ่ายค่ะ ถ้าหากว่ารัฐบาลยังไม่ชัดเจนในเรื่องประเด็น เกี่ยวกับการเตรียมหนังสือเอกสารต่าง ๆ ก่อนที่จะนําเข้ามาเสนอในรัฐสภา สิ่งที่พวกเรา สมาชิกพิจารณากันอยู่นี้ก็อาจจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และการแสดง ความคิดเห็นต่าง ๆ ออกไปเปึนกฎหมายหรือข้อตกลงที่ให้คณะรัฐบาลไปดําเนินการได้นั้น ก็อาจจะไม่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนของไทยอย่างแท้จริง ดิฉันก็คงมีเพียงแค่ ๕ ประการ ที่จะฝากท่านประธานรัฐสภาฝากผ่านไปยัง ครม. เพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านมานะศักดิ์นะครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีครับ
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะของสมาชิกรัฐสภาวันนี้ ผมคงจะต้องพูด ๒ ประเด็นเกี่ยวกับความเห็นชอบเอกสารเกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบ อาเซียนของการรวมตัวกันเปึนประชาคมอาเซียน แล้วในกรอบของข้อที่ ๒ ก็คือความ ตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน ท่านประธานครับ กระผมก็ต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานตรง ๆ เลยว่า กระผมและสมาชิกทุก ๆ ท่านพร้อมกับพี่น้องคนไทยทั่วทั้ง ประเทศต่างตั้งหน้าตั้งตารอที่จะเห็นว่าทางรัฐสภาก็คือทางรัฐบาลนั้นมีความจริงใจที่จะมี การผลักดันในการจัดประชุมซึ่งจะเปึนเจ้าภาพในการจัดประชุมของอาเซียนก็คือ อาเซียน ซัมมิท ครั้งที่ ๑๔ ที่หัวหิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จัดที่เมืองหลวงของเราก็ตาม แต่ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนที่ไหนที่ใดมันก็คือประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมก็คงจะขอภาวนาว่า จะต้องให้มีการจัดให้อย่างดีที่สุดนะครับ
ส่วนเรื่องของการพิจารณาในเรื่องของข้อตกลงในความร่วมมือในกรอบ อาเซียนและการรวมตัวกันของอาเซียนนั้น โดยจะเห็นได้ว่า ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของ อาเซียนใหม่ ฉบับที่ ๑ ก็คือเมื่อ ๖ ป้ที่แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ ๒๕๕๑ นั้นก็จะเน้น ในเรื่องของการลดช่องว่างของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยการรวมตัวกันของอาเซียน ๔ ประเทศ ก็คือ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศเวียดนาม เพราะ ประเทศเหล่านี้ที่เราเรียกกันว่าเปึนประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ซึ่งประเทศไทยก็จะเปึน ๑ ใน ๖ ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือกับประเทศซีแอลเอ็มวีเหล่านี้เพื่อที่จะส่งเสริม ขีดความสามารถในการพัฒนาของภูมิภาคทางอาเซียนของเราได้ พร้อมกับการจัดตั้ง ๓ เสาหลักของอาเซียนด้วยกัน ทั้ง ๓ เสาหลักเหล่านี้ก็คือว่าเปึนการจัดตั้งประชาคมทาง เศรษฐกิจ การจัดตั้งประชาคมทางสังคมและวัฒนธรรม และประชาคมทางการเมืองและ ความมั่นคง ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จให้ได้ภายในอีก ๖ ป้ ก็คือเริ่มตั้งแต่ป้นี้ป้๒๕๕๒ จนไปถึง ป้ ๒๕๕๘ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีในการวางแผนในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา ทักษะและการเร่งในเรื่องของการศึกษาในการจัดตั้งโครงการและการแลกเปลี่ยนระหว่าง กันและกัน และการส่งเสริมให้อาเซียนของเรามีความเข้มแข็ง แข็งแกร่งในการบริหาร การจัดการและการแข่งขันอย่างเปึนธรรม ท่านประธานครับ กระผมคงจะไม่ลงใน รายละเอียดในทุก ๆ ประเด็นที่ทางรัฐบาลนั้นเสนอมา แต่กระผมมีข้อสังเกตอยู่เพียงไม่กี่ข้อ ดังเช่น ในเรื่องของความตกลงว่าด้วยการลงทุนของอาเซียน หรือที่เราเรียกกันว่า เอซีไอเอ (ACIA) ที่ในที่ประชุมของผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๑๓ ในเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่าน มา ได้มีการรวมกรอบเอาไว้ ๒ กรอบก็คือ ๑. กรอบของความตกลงของเขตการลงทุนของ อาเซียนและ ๒. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุนมาเปึนการ รวมกันมาเปึนกรอบของความตกลงการลงทุนของอาเซียนหรือ เอซีไอเอ ซึ่งได้รับ มอบหมายให้ ๓ หน่วยงานหลักของประเทศไทยนี้ให้มีการเจรจากัน ทําข้อตกลงโดย กระทรวงการต่างประเทศและเปึนหัวหน้าคณะเจรจาและทั้ง ๓ หน่วยงานหลักก็คือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพราะฉะนั้นทั้ง ๓ หน่วยงานนี้จึงจําเปึนที่จะต้องพัฒนา แล้วก็ร่วมมือกันสร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกของอาเซียนโดยรวม โดยมีพันธกรณีความ ตกลงว่าด้วยการลงทุนทางอาเซียน แบ่งออกเปึน ๔ หลักใหญ่ ๆ ก็คือ ๑. เป่ดเสรีการค้า ๒. การส่งเสริม ๓. การอํานวยความสะดวก ๔. การคุ้มครองการลงทุน โดยครอบคลุมทั้ง การลงทุนโดยตรง หรือที่เราเรียกกันว่า ฟอร์เรน ไดเรคท์ อินเวสเมนท์ (Foreign Direct Investment) และการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือที่เราเรียกกันว่า พอร์ทโฟลิโอ อินเวสเมนท์ (Portfolio Investment) เพราะฉะนั้นถ้าจะดูให้ดีจะเห็นได้ว่าการลงทุนโดยตรงนั้น โดยเฉพาะการลงทุนในหลักทรัพย์แบบเสรีจะเปึนการลงทุนที่มีการเคลื่อนย้ายทุนขนาด ใหญ่และเร็วอาจจะใช่ที่มีการสร้างบรรยากาศในการลงทุนที่เปึนลักษณะแบบนี้ แบบเสรี แต่จะเปึนการสร้างฐานของเศรษฐกิจให้เปึนแบบการก้าวกระโดด แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เงินทุนหรือหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนนั้นจะเปึนการลงทุนแบบ ครั้งเดียวหรือจะเปึนการแบบว่าย้ายฐานออกไปเพื่อแสวงหากําไร ซึ่งมันก็จะเปึนการ ลงทุนแบบไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทางคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะทางนายกรัฐมนตรี ได้ช่วยโปรดพิจารณาดูว่าข้อตรงไหนมันจะเปึนผลดี หรือว่าข้อด้านไหนจะเปึนผลร้าย แต่สิ่งที่สําคัญที่จะเปึนกังวลนั่นก็คือ ขอบเขตของการใช้บังคับว่าด้วยความตกลงด้วยการ ลงทุนของอาเซียนที่มีการกําหนดใช้การบังคับของสาขา ดังต่อไปนี้ การผลิต การเกษตร การประมง การประปา กรมป์าไม้ เหมืองแร่ เหมืองหิน ตลอดจนถึงการบริการในแขนงสาขาต่าง ๆ ฉะนั้นในสถานการณ์ที่เปึนวิกฤติอยู่ในขณะนี้ จึงได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของภาคการผลิต และในส่วนของความต้องการของตลาดที่มีความลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ส่งออกนั้น จะต้องเจอกับคู่แข่งที่สําคัญ ทั้งจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เปึนต้น ตรงนี้เองทําให้ประเทศ เหล่านี้มีการห้ําหั่นกันทางราคาเพื่อชิงความได้เปรียบของทางตลาด รัฐบาลจึงจําเปึน ที่จะต้องดูดี ๆ ในเรื่องของขอบเขตหรือความตกลงว่าด้วยการลงทุนของอาเซียน
ส่วนในเรื่องของความคุ้มครองทางการลงทุนในเอซีไอเอ ในข้อตกลงที่ว่า การปฏิบัติที่เปึนธรรม การชดเชยในกรณีเหตุความไม่สงบ การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ กับการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุน โดยเฉพาะการชดเชยในกรณีเหตุเกิดความไม่สงบ นั้น ผมเปึนห่วงครับ ถ้าเราไม่ศึกษาดูให้ดี ๆ มันจะเกิดผลเสียหายกับประเทศไทยได้อย่าง ร้ายแรง เพราะว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยเองก็ดี ได้ส่ง ผลกระทบต่อการลงทุนอย่างมากมายมหาศาล ดังตัวอย่างเช่น การป่ดล้อมสนามบิน สุวรรณภูมิและดอนเมือง ได้ส่งผลกระทบในการฟัองร้องของนักลงทุนที่ได้รับความ เสียหายในเหตุการณ์ครั้งนั้นเปึนจํานวนมหาศาล ซึ่งตรงนี้เองก็เปึนข้อเสียเปรียบในทาง อนาคตได้ ดังนั้นว่าด้วยข้อ ๑๒ ของความตกลงว่าด้วยการลงทุนของอาเซียนที่เขียนไว้ว่า รัฐสมาชิกแต่ละรัฐจะต้องให้ต่อผู้ลงทุนของรัฐสมาชิกอื่นใดที่เกี่ยวกับการลงทุน ที่ครอบคลุมซึ่งได้รับความเสียหายในดินแดนของรัฐสมาชิกอันเปึนผลมาจากการสู้รบด้วย อาวุธ การจลาจลของพลเมือง หรือภาวะฉุกเฉิน การไม่เลือกปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การชดใช้คืน การชดเชยหรือการตอบแทนอื่นใด ตรงนี้นี่เองที่ผมอยากจะกล่าวว่า มันอาจจะเปึนผลเสียอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้นทางคณะเจ้าหน้าที่หรือทางรัฐบาลเองก็ดี ควรที่จะต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ตรงนี้ ฉะนั้นผมว่าทางรัฐบาลหรือคนไทยหรือประเทศ ไทย ควรที่จะต้องมีสิทธิประโยชน์ในการทําเจรจาการค้า ๑. ว่าด้วยความตกลงของ อาเซียนตรงนี้ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์มันควรจะได้มากกว่าหรือเปล่า ไม่แน่ว่าสิทธิ ประโยชน์ทางการค้าทางด้านภาษี โดยเฉพาะทางด้านภาษี การบริการที่ครอบคลุมถึง ทุก ๆ แขนงในสาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ เพราะว่าในการทําข้อตกลงนั้นจําเปึนที่จะต้องยื่น สัตยาบันให้แก่เลขาธิการอาเซียนหลังจากนั้นก็มีการลงนามในข้อตกลงกัน อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีผลดีในการลงนามในข้อตกลงทางการค้าในหลาย ๆ ด้าน ดังเช่น ผลประโยชน์ ที่ควรจะได้ ก็คือการใช้สิทธิด้านภาษี การเป่ดเสรีของกรอบอาเซียนที่จะเปึนโอกาสทาง การค้าของไทยในการใช้สิทธิประโยชน์ ทั้งนี้ต้องอย่าลืมว่าอาเซียนเปึนประเทศคู่ค้า ที่สําคัญของไทย เพราะตามข้อมูลนั้นได้แสดงแล้วว่าในแต่ละป้นั้นการค้าระหว่างไทยกับ อาเซียนซึ่งคิดเปึนมูลค่ามหาศาลถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีการขยายตัว ต่อป้ ๙–๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเปึนตลาดที่สําคัญอย่างยิ่งในการลงทุน เพราะฉะนั้นเรา ก็ไม่ควรที่จะมองข้ามในจุดนี้ครับ
ส่วนจุดด้อยของการทําประชาคมอาเซียนก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น การ พัฒนาเศรษฐกิจที่มีความเหลื่อมล้ํากันมาก นี่เปึนจุดด้อย ความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ความแตกต่างกันในทางประวัติศาสตร์ของแต่ละอาเซียน แต่ละภูมิภาคนี้ ค่อนข้างมาก ตรงนี้ก็จึงเปึนอุปสรรคอย่างมากมายที่จะทําให้เกิดประชาคมอาเซียนนั้น เปึนไปด้วยความยากลําบาก ฉะนั้นทางรัฐบาลจึงจําเปึนที่จะต้องทําให้สมาชิกอาเซียน ร่วมกันสร้างความรู้สึกแบบภูมิภาคให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อเปึนรากฐานในการยกระดับของ อาเซียนให้เปึนแกนนํา เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมจึงขอฝากผ่านไปยังท่านประธานไปถึงทาง รัฐบาลให้ช่วยกันดูในข้อตกลงสิทธิสัญญาว่าประเทศไทยนี้ควรที่จะได้รับผลประโยชน์ มากน้อยขนาดไหน เพราะว่าบางข้อบางสิ่งเปึนสิ่งที่จําเปึนที่คนไทยแล้วก็ทางสมาชิกเอง ควรที่จะได้รับรู้ นอกจากข้อหรือกรอบการตกลงต่าง ๆ แล้ว ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ครับ ต่อไปเชิญ ท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การอภิปรายของผมนั้นจะมีอยู่เพียง ๒ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือ เรื่องกรอบอาเซียนและการรวมตัวของประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะในเรื่องการร่างแผนการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน ในหน้าที่ ๙ บี ๑ - ๔ ๖ / ๑ คือเรื่องการปัองกันความขัดแย้ง และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วก็ประเด็นที่ ๒ คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ผมต้องเริ่มต้นอย่างนี้กับท่านประธานแล้วก็ขอบอกกับ ท่านประธานไว้ก่อนว่า ต้องขออนุญาตว่าเปึนบางช่วงก็จะหยิบเอกสารขึ้นมาใช้ในการ อภิปรายประกอบ ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก นั้น ที่แต่ละคนก็มีความเปึนห่วง โดยเฉพาะซีกในพรรคฝ์ายค้าน ถามว่าทําไมเขาต้อง วิพากษ์วิจารณ์คนที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ความจริงแล้ว ต้องมานั่งอยู่ที่สภา เพราะคนที่ท่านส่งมาตอบแทนท่านนั้น ท่านยังตอบแทนเรื่องตัวเอง ของท่านยังไม่ได้ครบถ้วนเลย แต่ที่ผมจะอธิบายกับท่านประธานก็คือว่า ตัวแทนของ ประเทศไทยที่มีสิทธิไปลงนามในต่างประเทศมีอยู่ ๒ ตําแหน่งเท่านั้นละครับที่เปึนหลัก ๑. คือตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ๒. คือตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานว่า ด้วยความเข้าใจ เบื้องต้นขอเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าพวกผมซึ่งวันนี้ตระเวนไปได้ครบ ๔ ประเทศนี่นะครับ แล้วก็จะไปอีก ๕ ประเทศ ได้ ๙ ประเทศนั้น ได้ประกาศจุดยืนอย่าง ชัดเจนว่า พวกเรานั้นไม่ใช่เปึนพวกที่มีแนวความคิดที่จะไปขัดขวางการประชุมสุดยอด ผู้นําอาเซียน แต่พวกเรามิอาจยอมรับได้ว่าการที่ให้ผู้ก่อการร้าย หรือใครก็ตามที่ไปยึด ทําเนียบรัฐบาล หรือยึดสนามบินสุวรรณภูมินั้นเปึนตัวแทนของคนไทย ๖๓ ล้านคน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ๙ ประเทศมาเถอะไม่มีใครขัดข้อง แต่นายกษิต ภิรมย์ นี่มีปัญหา ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เพราะฉะนั้นท่านจะไม่ย้ายที่ประชุม ท่านก็ประชุมได้ เพราะว่าการย้ายประชุมที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดขึ้นไปจากการยึดสนามบิน ของนายกษิต ภิรมย์ และพวกนั่นเอง ท่านประธานคงจะจําได้นะครับว่าประเทศไทย ในฐานะประธานอาเซียนนั้นได้จัดวาระในการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนคือ ๑๐ บวก ๖ นอกจากอาเซียน ๑๐ ประกอบด้วยจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ์น อินเดีย ออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ ในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคมป้ที่แล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่เหตุ ที่มีการเลื่อนกันมานั้นเพราะมีการไปป่ดยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานที่เคารพ โลกหมุนกลับ คนป่ดสนามบินสุวรรณภูมิกลายมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ พี่น้องที่รักทั้งหลาย ประทานโทษ ท่านประธานที่เคารพ นี่ติด ท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็เหมือนท่านสุเทพครับ ขอเรียนกับท่านนะครับว่าการที่เลื่อนมาในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๑ มีนาคมนั้น ซึ่งเดิมจะจัดประชุมที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ผมเองได้เปึน คนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า นายกรัฐมนตรีเรื่องการต่อสู้รัฐบาลของท่านที่ว่ากันไป ไม่ใช่วาระนี้ แต่เราต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ซึ่งแกนนําคือพรรคประชาธิปัตย์ ในพรรคประชาธิปัตย์มีคนเหมาะสม หลายคน และไม่ได้มีพฤติการณ์ไปป่ดล้อมสนามบิน หรือไปยึดสนามบินที่สร้างปัญหา ให้กับประเทศชาติพี่น้องที่รักครับ ท่านประธานที่เคารพเห็นหน้าท่านสุเทพทีไรแล้วเปึน อย่างนี้ทุกที ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การที่นายกษิต ภิรมย์ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อกี้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมาบอกว่า นายกษิต ภิรมย์ ไม่มีส่วนในการที่จะบงการหรือพันธมิตรจะมาบงการใด ๆ พฤติการณ์ เรื่องการกล่าวหาสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชานั้น ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ได้อธิบายความไปแล้ว และปัญหาที่มากกว่านั้นคือตัวนายกรัฐมนตรีเอง ที่ท่านต้องตอบ เหมือนกันว่าในวันที่ท่านไปสนทนากับสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ไปพาดพิงประเทศ พม่า จนได้รับความเสียหายกระทบกระเทือน ซึ่งผมจะไม่อธิบายความในที่นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็รู้ว่าประเทศพม่านั้นเขาไม่พึงพอใจในการตอบคําถามของ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยอย่างไร แต่ประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามอธิบายความ ว่า พันธมิตรไม่ได้มีส่วนในการบงการใด ๆ นี่เปึนการถอดเทปคําพูดคําต่อคําของ นายกษิต ภิรมย์ ที่กล่าวบนเวทีปราศรัย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ ที่ทําเนียบรัฐบาล มีความตอนหนึ่งว่า คุณชัย ชิดชอบ เรียก ประชุมหัวหน้าพรรคทุกพรรควันนี้ แล้วก็เชิญประธานวุฒิสภา แล้วก็เป่ดประชุมสภาก็ได้ เพื่อจะบอกว่ารัฐบาลรักษาการที่มีคนเปึนนายกรัฐมนตรีรักษาการที่ชื่อชวรัตน์ ชาญวีรกุล นั้นได้ลาออกแล้ว เพื่อที่จะมีการซาวเสียงหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสภา แล้วก็ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ซึ่งจะเปึนผู้ที่ยอมรับได้ของสังคมนั้นนะครับ จะต้องรับเอาเงื่อนไข ของพันธมิตร ทุกข้อไปปฏิบัติครับ ท่านประธานที่เคารพ นายกษิต ภิรมย์ ยังบอกต่ออีกว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยที่สังคมยอมรับจะต้องรับเงื่อนไขของพันธมิตรทุกประการ และประกาศช่วงท้ายบอกว่า พวกเด็กทาสทั้งหลายต้องมาสยบกับเด็กเส้น เพราะเด็กเส้น มันใหญ่กว่าเด็กทาส นี่คือสิ่งที่นายกษิต ภิรมย์ พูดเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ท่านประธานที่เคารพ วันที่ ๒๖ นายกษิตก็พูดต่อ ผมนี่เดือดร้อนไปถอดเทปคําต่อคําเยอะ ไปหมด แต่ยกเปึนบางตอนเท่านั้นเองว่า นายกษิต ภิรมย์ นี่นะครับ วันที่มีการยึด สนามบินสุวรรณภูมิแล้วบอกว่า มีฝรั่งมังค่า นักท่องเที่ยวต่างประเทศติดอยู่สนามบิน สุวรรณภูมิประมาณ ๓,๐๐๐ คน แล้วก็ผมคิดว่าฝ์ายปฏิปักษ์ของเรา หรือว่าฝ์ายรัฐบาล หรือสื่อที่เปึนขี้ข้าของรัฐบาลที่ว่าเราไปกลั่นแกล้งทําให้คน ๓,๐๐๐ คนลําบาก เรื่อง ประเด็นปัญหานักท่องเที่ยวติดสนามบินนี่มันเกิดทุกวันทั่วโลก หน้าหนาวก็ยกตัวอย่าง ปารีส ยกตัวอย่างคาซัคสถาน และก็บอกว่า ในสายเลือดเปึนนักผจญภัยไปในตัว ก็ดูสิครับ ว่าเปึนประชาธิปไตยของไทยเบ่งบานอยู่ที่สุวรรณภูมิ ถือว่าเปึนของแถมรายการท่องเที่ยว ไม่ต้องไปห่วงคน ๓,๐๐๐ คนนั้น แล้วก็ไม่ต้องไปสะทกสะท้านกับการที่มาอ้างว่าเราทําให้ การท่องเที่ยวล้มเหลว ผมขอย้ําว่าเราสูญเสียระยะสั้นเพื่ออนาคตที่ดีกว่าทุกวิถีทาง การพูดนายกษิตนี่วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน เต็มกันไปหมด แม้กระทั่ง การพูดเรื่องประชานิยมก็บอกว่า เปึนเรื่องทําให้คนเปึนทาสเหมือนสัตว์เลี้ยงในสวนสัตว์ ที่อยู่ในกรงขัง ทุกข้อความกระบวนความกันนั้น ท่านประธานก็คงจะแลเห็นว่า การไป กระทําของนายอภิสิทธิ์ ประทานโทษ ของนายกษิต ภิรมย์ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอามาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น เปึนพฤติกรรมที่เรายากที่จะรับได้
(นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ปัตตานี) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธาน ครับ ผมประท้วงครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมกําลัง ประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายครับ เนื่องจากว่ากรอบวันที่เรากําลังพิจารณาตรงนี้เปึน กรอบข้อตกลงอาเซียนนะครับ ไม่ใช่ท่านขอโทษนะครับ ที่ผมต้องลุกขึ้นประท้วงขัดจังหวะ ท่าน แต่ว่าท่านกําลังพูดเรื่องนอกประเด็นไปในเรื่องกรอบนโยบายครับ ผมคิดว่าวันนี้ผมก็ มานั่งฟังเนื้อหาสาระตั้งนานแล้วครับ วันนี้เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้กระชับ เพราะว่าเรามี เรื่องหัวข้ออีกตั้งหลายวาระที่จะต้องพิจารณาครับ อย่างไรขอให้ท่านประธานช่วยโปรด พิจารณาด้วยครับ
ครับ ท่านพูดกระชับ ๆ หน่อยแล้วกันให้ตรงประเด็นในกรอบอาเซียนนะครับ
ก็หัวข้อ ท่านประธานบอกว่าหัวข้อปัองกันความขัดแย้งและมาตรการการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และผมอภิปรายในโควตาเวลาของพรรคฝ์ายค้าน ท่านลองไปถามวิปสิครับ เขาก็แบ่ง เวลากันอย่างชัดเจนว่าฝ์ายค้านได้กี่ชั่วโมง วุฒิสภาได้กี่ชั่วโมง รัฐบาลได้กี่ชั่วโมง เมื่อผม ยังอภิปรายหัวข้อนี้อยู่เพื่อต้องการบอกว่าการมาเปึนรัฐมนตรีของนายกษิต
เดี๋ยวนะครับ คือท่านพูด ให้อยู่ในประเด็นในกรอบอันนี้นะครับ เอาละครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านอันวาร์ บอก ให้ท่านพูดอยู่ในประเด็นนะครับ
โปรดวินิจฉัย ด้วยครับว่าอยู่ในประเด็นที่เรากําลังพิจารณากันอยู่หรือเปล่าครับ
อยู่ในประเด็นครับ เพราะว่าเขากําลังพูดเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มันเกี่ยวกับ อาเซียนนะครับ
เพราะ อย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานนะครับว่า มีตําแหน่งนายกรัฐมนตรีและตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นละครับที่จะเปึนตัวแทนคนไทยที่จะไป ลงนามแทนคน ๖๓ ล้านคน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า เรื่องมาตรฐานความไว้เนื้อเชื่อใจ มันเกี่ยวข้องกัน เพราะการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนได้ย้ายเวลามาเปึนวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์นั้น เปึนเพราะนายกษิตไปยึดสนามบินแล้วจะไม่เกี่ยวอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมกําลังอธิบายความกันว่า เมื่อทัศนคติของคนเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเปึนทัศนคติที่เปึนปฏิปักษ์ต่อเรื่องของการก่อการร้ายสากล มีพฤติการณ์ที่เปึนปฏิปักษ์กับประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้ที่เดินทางไปประเทศกัมพูชา ผมว่า ไปอธิบายอะไร เพราะตัวเองไปด่าเขาในทางที่เสียหายในประเทศไทย ผมขอเรียนกับ ท่านประธานเถอะครับว่า จะไปเคลียร์ส่วนตัวหรือครับว่าที่พูดไปนั้นตอนนั้นยังไม่ได้เปึน รัฐมนตรี แต่ว่าปมประเด็นต่าง ๆ ที่มันจะลุกลามต่อมาก็คืออย่างนี้ท่านประธานที่เคารพ เพราะขณะที่นายกษิต ภิรมย์ ขึ้นเวทีพันธมิตร หรือแม้กระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายฐานะผู้นําฝ์ายค้าน เปึนเรื่องที่จะต้องเดินหน้ากันต่อกันหรือไม่ เมื่อท่านเปึนฝ์าย ยึดอํานาจ รับได้ เช่นว่า ท่านจะดําเนินการอย่างไร เพราะท่านบอกว่าศาลโลก ยกเฉพาะตัวปราสาทให้กับประเทศกัมพูชา ไม่ได้ยกที่ดินให้ ท่านจะจัดการไปเจรจาคิดค่า เช่ากับประเทศกัมพูชาหรือไม่ อย่างไร หรือการสงวนสิทธินะครับ เรื่องการอุทธรณ์ต่อศาล โลก ท่านจะอุทธรณ์ต่อศาลโลกหรือเปล่า เพราะนี่ก็เปึนเรื่อง
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พัทลุง) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ขออนุญาต ท่านประธานครับ
ท่านนิพิฏฐ์ประท้วงอะไร ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมอยากให้ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยเพื่อเปึนบรรทัดฐานครับ เพื่อต่อไปจะได้ไม่ต้องมีการ ประท้วงอีกครับ ผมกําลังประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ถ้าท่านประธานได้วินิจฉัยเรื่องนี้ แล้ว ผมคิดว่าต่อไปคงไม่มีเพื่อนสมาชิกจะมีการประท้วงอีก แต่ขอให้ท่านประธานได้ กรุณาตั้งหลักนะครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานมีหลักในการวินิจฉัยอยู่แล้ว ท่านประธาน เปึนตุลาการมาตลอดชีวิตของท่าน ท่านคงมีหลักอยู่แล้วครับ วันนี้เรากําลังอภิปรายเรื่อง กรอบของอาเซียน ท่านประธานที่เคารพครับ เวลารัฐมนตรีไปลงนามหรือทําความตกลง ในกรอบของอาเซียนนั้น ท่านประธานจะดูในเอกสารเหล่านี้ครับ ตัวรัฐมนตรีที่ไปลงนาม นั้นไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงข้อความหรือข้อตกลงที่ได้รับอนุมัติไปจากสภานี้เลยครับ ไม่ว่าใครจะเปึนรัฐมนตรีก็ตาม ความไว้เนื้อเชื่อใจที่ท่านสมาชิกมีต่อรัฐมนตรีนั้นเปึน อีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ว่าวันนี้เรากําลังคุยกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ว่า เราจะ ยอมรับสิ่งที่รัฐบาลเสนอต่อสภาแห่งนี้หรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติของรัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ตามข้อบังคับที่ผมได้ยกขึ้น คือข้อ ๔๓ นั้น ผมคิดว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้นไม่เกี่ยวกับกรอบของอาเซียน หรือความไว้เนื้อเชื่อใจเวลาไป ลงนามในสัญญาแต่ประการใดครับ ผมเรียนท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่า ที่กําลังอภิปรายอยู่นี้ครับ เปึนการอภิปรายที่เราเรียกกันสั้น ๆ ภาษาชาวบ้านว่า หลอกด่า รัฐมนตรีทั้งนั้นละครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับข้อตกลงอาเซียนเลยครับ ผมกําลังถาม
เดี๋ยว ๆ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ข้อ ๔๓ ไม่ใช่นะครับที่ท่านอ้างนะครับ ท่านดู
ข้อบังคับ ของรัฐสภานะครับ
ครับ ต้องใช้ข้อบังคับ สภาผู้แทนราษฎร
ครับ ไม่เปึนไรครับ แต่ว่าผมกําลังเรียนท่านประธานว่า กําลังอภิปรายอยู่นอกประเด็นครับ
คือท่านกําลังอ้าง ข้อ ๖๑ ใช่ไหมครับ
ข้อไหน ไม่สําคัญละครับ ผมเพียงแต่บอกว่า ผมเรียนท่านประธานครับว่า ท่านประธานเปึน นักกฎหมายครับ ผมเพียงแต่บอกข้อเท็จจริงว่า วันนี้มีการละเมิดข้อบังคับการประชุม เท่านั้นละครับ ส่วนจะเปึนข้อไหนท่านประธานวินิจฉัยเองครับ ผมกําลังบอกท่านประธาน ว่าเพื่อนสมาชิกกําลังอภิปรายนอกประเด็น ส่วนจะเปึนข้อ ๑ ถึงข้อที่ ๑๐๐ ท่านประธาน วินิจฉัยเถอะครับ ท่านรู้หลักนี้ดีครับ
ได้ ๆ ครับ ท่านกําลังพูด ถึงข้อ ๖๑ ว่า อภิปรายนอกประเด็น
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมไม่ทันครับ
ผมยังวินิจฉัยว่ายังอยู่ ในประเด็นอยู่นะครับ แต่ท่านพยายามกระชับ ๆ ให้มันอยู่ในกรอบอาเซียนด้วยนะครับ เพราะท่านกําลังพูดถึงอย่างเมื่อกี้ที่วินิจฉัยแล้วว่า กรอบอาเซียนมันเกี่ยวกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับ
สรุปว่าเรา อภิปรายถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีได้ใช่ไหมครับ
ได้ครับ เพราะว่า ก็อภิปรายมาตั้งแต่เช้าแล้ว ปล่อยกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ก็พูดกันมาตั้งเยอแยะไปหมดแล้ว
ไม่ใช่ครับ การปล่อยมาโดยไม่มีการทักท้วง ไม่ใช่ว่ายอมรับนะครับ
เอาละครับ ผมวินิจฉัย แล้วนะครับ เชิญท่านนั่งลงได้ครับ ท่านนิพิฏฐ์
ถ้าท่านประธานวินิจฉัยแล้วผมจะไม่ประท้วงอีกครับ แต่ว่าต่อไปนี้จะถือเปึนบรรทัดฐาน ว่า อภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีได้ทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ ผมวินิจฉัยแล้ว นะครับ ท่านนั่งได้นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วผมต้องให้ท่านประธานให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ถอนคําพูดที่ใช้คําว่า ผมหลอกด่า แต่เอาละ เมื่อท่านคิดจะมีอายุถึงแสนป้ผมไม่ขอร้องให้ ท่านได้ถอนคําพูด แต่เอาเปึนว่าท่านประธานที่เคารพ ที่ผมได้อธิบายความทั้งหมดนั้นเปึน เรื่องการปัองกันความขัดแย้งและมาตรการการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ นี่เปึนหนึ่งในสิ่งที่ สมาชิกรัฐสภาจะต้องอธิบายความในเรื่องนี้ในวันนี้ แต่ประเด็นที่เปึนสาระสําคัญที่บอก ว่ามันมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันก็คือว่า ถ้าคนที่เปึนรัฐมนตรีได้แสดงทัศนะ ได้แสดงความคิดเห็นที่เพื่อนบ้านไม่ไว้วางใจนี่ มันก็เปึนปัญหาเรื่องกรอบการเจรจา อาเซียนด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นทั้งตัวบุคคลหรือเนื้อหานั้นเปึนสิ่งที่เกี่ยวข้องเปึนสิ่ง ผูกพันกันอยู่ จริงอยู่ครับท่านประธานที่เคารพ รัฐมนตรีไปเซ็นนอกเหนือกรอบนั้นไม่ได้ แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความที่จะเชื่อใจในการเจรจาเวลามีปัญหาอย่างสนิทใจนั้น ท่านนึก หรือครับว่า คนอย่างสมเด็จฮุน เซน เขาไม่ได้เห็นคลิปเสียงหรือคลิปภาพที่นายกษิต ภิรมย์ ได้ออกทาง คม-ชัด-ลึก ทีวีเขาได้ถ่ายทอดไปประเทศเหล่านี้เขาก็เห็นกันหมด เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนตัวแทนในประเทศไทยท่านบอกว่าก็คุยกันดี นั่นเขามีมารยาท ทางการทูต แต่ถามว่าความไว้เนื้อเชื่อใจมีหรือเปล่า เพราะคนที่ไปนั้นเปึนทัศนคติใน ลักษณะการดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่ายังมี หลายเรื่องที่จะเปึนปัญหาในเวลาต่อไป ผมจึงบอกว่าแค่ประเทศกัมพูชานี่ก็เปึนปัญหา แล้วนะครับว่าจะไว้เนื้อเชื่อใจกันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะไปอุทธรณ์ศาลโลกในคําตัดสินใจป้ ๒๕๐๕ หรือไม่ หรือว่านายกษิต ภิรมย์ จะไปเอา เขาปราสาทพระวิหารคืนหรือไม่ ทั้งหมดนั้นเปึนเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งสิ้น แต่ถ้า อธิบายความว่านายกรัฐมนตรีบอกว่า นายกษิตพูดมาก่อนเปึนนายกรัฐมนตรี ตัว นายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่าพูดมาก่อนเปึนนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นชีวิตเขาเริ่มนับตอน เปึนนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ผมก็บอกว่าประเด็นนี้ก็จบกันไป
ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ที่ผมบอกว่าเรื่องนี้พอเข้า รัฐสภานั้น สิ่งที่ต้องขอเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ผมไม่ต้องการให้สภาแห่งนี้เปึนสภา ตรายาง เอกสารที่คุณสุนัยเอาวางบนโต๊ะนี่นะครับท่านประธานคงจะแลเห็น เอกสารนี้จะ แจกเมื่อไร อย่างไร ผมไม่ทราบ แต่ผมเปึนสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ผมเองก็ไม่ได้รับ และผม ก็ยอมรับความเปึนจริงว่าผมไม่ได้อ่าน แล้วผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่นับตั้งแต่ประธานลงมา ก็ได้ว่า ไม่ได้อ่านครบถ้วนละครับ ผมไม่ต้องการบอกว่าคนที่เปึนสมาชิกรัฐสภานั้น เอกสารป๊กหนึ่งแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ แล้วก็บอกว่าอ่านครบถ้วน นี่เปึนสิ่งที่โกหก อย่าว่าแต่โกหกประชาชนเลย โกหกตัวเองก็ด้วย เพราะเอกสารชิ้นนี้ผมเชื่อว่าบางคน เพิ่งเห็นวันนี้ นี่รับมาเปึนป๊กก็ได้วันนี้ บางคนก็ได้เมื่อวานนี้ เอกสารอีกป๊กหนึ่ง เพราะฉะนั้นต้องยอมรับความเปึนจริงว่า สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ประชาชนไม่รู้ และมัน เกี่ยวพันกันอย่างไรท่านประธานที่เคารพ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมเองได้แสดง ความคิดเห็นเรื่องนี้มายาวนานหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระ บอกว่าไม่ว่าใครจะมาเปึน รัฐบาลจะเกิดปัญหาเรื่องนี้เต็มกันไปหมด ไม่ว่าจะรัฐบาลซีกใดก็ตาม สลับขั้วมาซีกใด ก็ตาม หรือใครจะมาเปึนนายกรัฐมนตรีในอนาคตก็ตาม ก็จะต้องมาตายกับมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานลองดูเถอะครับว่าเปึนรัฐธรรมนูญนี้นะครับ ที่วันนี้ท่านประธานเสนอบาง กรอบนี่เข้าไปที่วรรคสามข้ามวรรคสองนะครับ ท่านลองอ่านดูสิครับว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี้นะครับ เรียงทั้งหมดหกวรรค แต่ว่าเหมือนคนที่อธิบายความให้ผมเข้าใจ บอกว่า เหมือนกับการติดกระดุมผิดเม็ด วรรคสามนี่ต้องอยู่ที่วรรคสอง วรรคสองลงมาวรรคสาม แต่วันนี้เข้ามาวรรคสามแล้ว ไม่ได้จบนะครับ จะต้องเข้ามาวรรคสองต่อ ท่านประธานลองดูสิครับว่าในวรรคที่สาม บอกว่าก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่าง ประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน ผมไม่ทราบว่าประชาชนที่ไหนนะครับ ที่ได้ไปฟังความคิดเห็นของกระทรวง การต่างประเทศ ของกระทรวงพาณิชย์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ของกระทรวงสาธารณสุข เพราะประชาชนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ สมาชิกวุฒิสภายังไม่รู้เลย เพราะฉะนั้นผมบอกว่านี่หรือว่าไปแอบฟังกันมา แต่ที่บอกว่า ท่านก็อาจจะตอบว่าทํากันมาก่อนที่ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี ผมบอกว่าใครเปึน นายกรัฐมนตรีก็มีปัญหากันหมด เพราะว่าเรื่องนี้ประชาชนเอง ท่านวางไว้อย่างไร ว่า ประชาชนใครบ้างที่จะต้องมีส่วนในการรับฟังความคิดเห็น เพราะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร สมาชิกรัฐสภาก็ยังเพิ่งเห็นเลย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อได้ กรอบเจรจาเสร็จ ท่านไปเจรจาเสร็จ ท่านต้องอ้อมมาที่วรรคสอง ก็คือว่าหนังสือสัญญาใด ที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต นี่ว่าไป มีผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีผลผูกพัน ทางการค้า หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญต้องได้รับความเห็นชอบของ รัฐสภา ในการนี้รัฐสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับตั้งแต่ที่ได้รับเรื่อง ดังกล่าว นี่แปลความกันว่า หลังจากที่รัฐบาลเสนอกันในวันนี้นี่นะครับ ประชุมต่อพรุ่งนี้ อีกวันหนึ่ง ซึ่งถ้าแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์ในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้นําฝ์าย ค้าน ก็จะใช้วิธีว่าเรื่องใดที่เข้ามาในลักษณะอย่างนี้ ท่านให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ และก็ตั้งเวลาอยู่ในกรอบ เพราะต้องยอมรับความเปึนจริงว่าไม่มีใครรู้เรื่องแต่ละเรื่อง อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นสมาชิกรัฐสภาก็ควรที่จะรับเรื่องแล้วก็กรองเรื่องกันอย่างชัดเจน
วรรคต่อมาบอกว่าลงนามเสร็จแล้ว ท่านประธานที่เคารพ คือหมายความ ว่าท่านไปเจรจาคราวนี้ ท่านได้แค่กรอบไปเจรจานะ ยังทําอะไรไม่ได้เลยนะครับ คือลงนาม ยังไม่ได้นะ คือหมายความว่าท่านได้รับเจรจาเท่านี้ ท่านเจรจานอกกรอบก็ไม่ได้ ไปในกรอบ ได้เท่านั้น แล้วท่านก็อาจจะเปึนประเทศเดียวก็ได้ว่าที่เวลานั่งเรียงหน้าผู้นําทั้ง ๑๐ ประเทศ แล้วประเทศไทยลงนามไม่ได้ ท่านลงนามไม่ได้เลย เพราะว่าวันนี้ท่านมาขอ เพียงแค่กรอบการเจรจาตามวรรคสามเท่านั้นเอง ท่านต้องเข้ากลับมาสู่สภาหลังจากท่าน ได้กรอบการเจรจาแล้วท่านไปเจรจากับอาเซียนเรียบร้อย ท่านไม่มีสิทธิจะเซ็นอะไรเลย นะครับ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านคนเดียวเลยที่ต้องพกปากกาอะไรไป ไม่ได้ เพราะเซ็น ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสองทันที ท่านประธานที่เคารพ นี่คือ เปึนอุปสรรคที่ผมพูดเมื่อเช้านี้ว่า รัฐธรรมนูญมันเปึนปัญหา ท่านลองดูสิครับ อ่านรัฐธรรมนูญว่า วันนี้เปึนการข้ามมาที่วรรคสาม สาระที่แท้จริงนั้นท่านต้องกลับมาสู่ วรรคสอง ท่านประธานลองดูที่วรรคสี่ว่า เมื่อท่านลงนามแล้วนี่นะครับ ก่อนจะแสดง เจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของ หนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิด ผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้อง ดําเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นโดยเร็วที่สุด เหมาะสมและเปึนธรรม ก็คือหมายความว่า ขอกรอบเสร็จ ไปเจรจาเสร็จ มาขอความเห็นชอบเสร็จ ก่อนใช้จะต้อง แจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบรายละเอียด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราขาดวันนี้ก็คือวรรคห้า คือการมีกฎหมายในการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา และสุดท้ายนี่ นะครับ ถ้ามีการดําเนินการนอกจากนี้ก็จะเปึนกรณีของวรรคหก เหมือนกรณีปราสาท พระวิหาร ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญบอกว่าหนังสือสัญญาใดที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปเติมคําว่า อาจจะ ได้เลย แต่ผมบอกว่าท่านอาจจะไม่ได้วิตกกังวล กับเรื่องนี้เหมือนกับรัฐบาลที่แล้วมา แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าวันนี้รัฐสภานั้น มีเพียง หน้าที่การบอกกรอบของรัฐบาลว่าจะไปเจรจาอะไรได้บ้างเท่านั้นเอง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือใครก็ตามไม่มีสิทธิจะไปลงนามใด ๆ ถ้าว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นขอเรียนกับท่านประธานว่า ที่พูดทั้งหมดก็คือว่า สิ่งที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เราต้องการให้ประเทศนี้เดินหน้า ไม่มี ปัญหาอะไรครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าเราเห็นว่าอะไรที่มันเปึนอุปสรรค เช่นบอกว่า เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะมิตรประเทศ อาเซียนเขาไม่สบายใจ ทั่วโลกเขาก็รู้ว่านายกษิต ภิรมย์ ยึดสนามบิน มีการออกมาทําวิจัยว่าความเสียหายถึง ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท จํานวนมหึมาขนาดนั้น แล้วทําไมพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคแกนนํารัฐบาลทําไม ต้องเปึนกษิต ภิรมย์ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราจะต้องอธิบายความในเรื่องเหล่านี้ ผมว่ามันก็ เกาะกินใจ แล้วนายกษิต ภิรมย์ เปึนคนพูดเองว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่นําโดยอภิสิทธิ์นั้นละ ครับ จะต้องรับฟังแล้วปฏิบัติตามพันธมิตรทุกข้อ ผมบอกว่าจึงเปึนเหตุนี้หรือเปล่า ที่เปลี่ยนตัวนายกษิต ภิรมย์ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ สถานการณ์เรื่อง การประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนจะเกิดปัญหาเดียวก็คือ เกิดปัญหาเรื่องคนในของเรา ไม่เกี่ยวกับปัจจัยภายนอกเลย ปัจจัยภายนอกมาประชุมไม่มีปัญหา แต่คนใน ท่านประธาน ลองมีความรู้สึกสิครับ ว่าคนไทย ๖๓ ล้านคน จําเปึนที่ในรัฐบาลของคนไทยจําเปึนจะต้อง ไปเลือกคนที่ยึดสนามบิน หรือว่าคุณสมบัติว่าคนที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศที่ตั้งงบประมาณแล้วจะต้องอภิปรายในเรื่องงบประมาณต่อนี่นะครับ ที่ต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ คือความจริงปลดรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนหนึ่งมันก็ กอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่ต้องไปเสียเงินเลย นี่เปึนเรื่องที่โดยความรู้สึกของ คนไทย เพราะฉะนั้นผมอธิบายความได้ว่า ท่านไม่ต้องไปตื่นเต้นอะไรว่าจะมีการขัดขวาง ถึงขนาดจะประชุมอะไรไม่ได้ แต่บอกว่าคนที่เขายอมไม่ได้ คือการยอมให้คนที่ยึด สนามบินสร้างความเสียหายให้กับประเทศนั้นมาเปึนตัวแทนให้กับเขา ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า วันนี้ประเทศกัมพูชาเขาก็ไม่สบายใจกับประเทศไทย ประเทศพม่าเขาก็ไม่สบายใจกับคําพูดของนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งหมดที่เราไม่ต้องการจะ ขยายความไม่เปึนเรื่องเปึนราวนั้น เพราะเราเปึนคนไทยท่านประธาน ไม่ได้เปึนการหลอก ด่าอะไร แต่ผมต้องการอธิบายความว่าต่อให้เอกสารเนื้อหาอย่างไรก็ตาม ความไว้เนื้อเชื่อ ใจนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญ ใครจะไปรู้ครับว่าประเทศไทยใครจะคิดแผลง ๆ จะเอากําลังไปยึด ปราสาทเขาพระวิหาร เอาพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ และประเทศพม่า มาเลเซีย หรือประเทศลาวที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยนั้นเขาจะอยู่ความสุขกันได้อย่างไร เพราะ ทัศนคติของคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบนั้น มีลักษณะของลักษณะที่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน กันอย่างนี้ ปลุกกระแสชาตินิยมใครก็ปลุกได้ พูดได้ พูดแล้วได้ใจ พูดแล้วได้แต้ม แต่ทั้งหมดนั้นคือการทําลายชาติ เราได้สู้เรื่องนี้มาเพราะต้องการให้ประเทศไทยนั้นอยู่ อย่างเปึนผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรีเปึนประธานอาเซียนควรจะเปึนผู้ใหญ่ยืนอย่างมีเกียรติ แต่เมื่อท่านพกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งมีทัศนคติที่ดูถูกผู้นําประเทศ กัมพูชา ทัศนคติที่เสียหายกับทั่วโลก ท่านจะตอบกับสหประชาชาติได้อย่างไรว่าทําไม ประเทศไทยเอาคนยึดสนามบินมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งหมดนั้น การเจรจาของประเทศไทยนั้นเราต้องการให้ประเทศไทยข้ามพ้นในเรื่องเหล่านี้ แต่ท่าน ไม่ได้ข้ามพ้นคนที่ท่านต้องจําใจต้องตั้งมา ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเปึนดอกเตอร์ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ หรือใครยังมีเต็มที่ทําหน้าที่เปึนตัวแทนคนไทยได้ แต่ทําไมต้องเปึน กษิต ภิรมย์ ผมชาตินี้ทั้งชาติ ท่านประธานที่เคารพ ไม่เคยเห็นหน้าตรง ๆ กับนายกษิต ภิรมย์ ดูแต่ภาพโทรทัศน์ ดูจากคลิปต่าง ๆ แต่วันนี้ต้องการจะมาถามตรง ๆ ด้วยซ้ํา เพราะคําตอบนั้นนายวีระชัยตอบไม่ได้ละท่าน แต่นายกรัฐมนตรีต้องตอบว่า การเอา นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งคนไทยและคนทั่วโลกเขาเห็น ยูทูบมันไปทั่วโลก มีใครไม่รู้บ้างครับว่า นายกษิตยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่วงทํานองการสัมภาษณ์อย่างที่ว่านั้นไม่ต้องไปอธิบาย ซ้ําให้มีความเจ็บใจ แต่ทั้งหมดนั้นไม่เคยแสดงความรู้สึกรู้สาในความเปึนคนไทยว่า สิ่งที่ นายกษิตสร้างความเสียหาย ท่องเที่ยวพัง การบินไทยนี่นะครับพัง การท่าพัง หลายอย่าง พังระเนระนาดหมด นําพาไปสู่การตกงานมากมายนั้น แต่ปรากฏว่ามาตบรางวัลให้กับคน ที่สร้างความเสียหาย นี่ละครับเปึนปัญหาของการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนเพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงสรุปอย่างนี้เลยว่า สิ่งที่ผมได้เรียนกับท่านประธานก็คือว่า การปัองกันความขัดแย้งและมาตรการการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจนั้นเปึนหัวใจสําคัญ ที่สุด โดยเฉพาะคนที่ได้ประเทศที่ได้รับเกียรติเปึนประธาน ท่านเปึนประธานอาเซียนที่ อายุน้อยเปึนความภาคภูมิใจประเทศไทยอธิบายไปเถอะ แต่ท่านจะพบคนก่อการร้ายยึด สนามบินไปเปึนตัวแทนในนามคนไทยนั้น ผมไม่อาจยอมรับได้ ขอกราบขอบพระคุณท่าน ประธาน
ครับ เชิญท่าน นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่อยากรบกวนเวลาของสภามากนักนะครับ แต่ว่าที่พาดพิงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็คงจะให้ท่านได้มาชี้แจง ในวันพรุ่งนี้นะครับเมื่อท่านเดินทางกลับมา ในส่วนของผมมีเรื่องเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับ ที่ไม่อยากให้เข้าใจผิดอีกต่อไปนะครับ ในเรื่องเขาพระวิหาร
ข้อแรก ท่านบอกว่า ผมเคยพูดว่าตัวปราสาทเปึนของกัมพูชาที่ดินข้างใต้ เปึนของไทย ผมไม่เคยพูดเลยครับ อันนี้ผมไม่ทราบท่านไปเอามาจากไหนนะครับ ผมบอก ว่าศาลโลกวินิจฉัยให้ตัวประสาทและพื้นที่ข้างใต้ แต่ไม่ได้วินิจฉัยเรื่องของพื้นที่บริเวณ ปราสาท จําได้เลยครับ เพราะว่าผมแยกคําว่า เทมเพิล (Temple) กับ เทมเพิล แอเรีย (Temple Area) ออกจากกัน เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องไปคิดค่าเช่าคงไม่มีนะครับ จะได้ เข้าใจแล้วก็ไม่พูดผิดต่อ ๆ ไปนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่บอกว่าจะไปอุทธรณ์ศาลโลกหรือไม่ ผมได้อภิปราย ชัดเจนว่าการจะไปทบทวนคําวินิจฉัยนั้นจะต้องมีข้อมูลใหม่ สิ่งที่เราไม่ต้องการเกิดขึ้น ในขณะนั้นก็คือว่าการสงวนสิทธิที่เคยทําที่ผ่าน ๆ มาถูกลบล้างโดยการกระทําของรัฐบาล ซึ่งขณะนั้นมีแถลงการณ์ร่วม วันนี้โชคดีว่ากระบวนการตรวจสอบทั้งหลายทําให้ แถลงการณ์ร่วมถูกยกเลิก และกัมพูชาได้ยอมรับการยกเลิกของแถลงการณ์ร่วมแล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็เดินไปตามกรอบเดิม ก็คือมีการเจรจาจัดทําหลักเขตแดน และ ถ้าหากว่ามีข้อมูลอะไรขึ้นมาในแง่ของการโต้แย้งสิทธิเราก็ยังสามารถใช้ได้อยู่เท่านั้นเอง ครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความเข้าใจด้วยกันไม่มีอะไรท่านประธาน
สั้น ๆ นะครับท่านจตุพร
เรื่องการอภิปรายของท่านนายกรัฐมนตรีขณะเปึนผู้นําฝ์ายค้านคงจะมีการถอดเทปกัน นะครับ แล้วก็มาว่ากัน แต่ประเด็นที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ก็คือว่า ประเด็นพม่าที่ท่านไปตอบที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศท่านจะว่าอย่างไร ขอบพระคุณท่านประธาน
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเด็นที่ผมไปพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศไม่ได้ เปึนอะไรที่แปลกประหลาดอะไรเลยครับ เปึนเรื่องที่มีการสอบถามถึงอาเซียน สอบถาม ถึงพม่า สอบถามถึงสถานการณ์ภายในพม่า และจุดยืนของเราเปึนอย่างไร ผมก็ยืนยันว่า นโยบายของรัฐบาลไทยคงจะไปเหมือนกับนโยบายในประเทศตะวันตกนี่คงเปึนไปไม่ได้ หรอก ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าเปัาหมายของทุกคนคือเรื่องของการสนับสนุนสิทธิ มนุษยชนและประชาธิปไตย ก็เปึนจุดมุ่งหมายที่รัฐบาลไทยต้องการที่จะเดินหน้าเพื่อที่จะ ทําให้เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ในกรอบของการเปึนเพื่อนบ้านที่ดี เขาก็ถามว่าจะใช้วิธีนั้น วิธีนี้ไหม ผมก็ยืนยันเหมือนเดิมว่า สิ่งที่เราพยายามทําก็คือว่าประเทศใดนะครับ ผมพูด ในภาพรวมด้วย ประเทศใดมีจุดที่ประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันมีความห่วงใยก็พูดคุยกันดี ๆ โน้มน้าวทําอย่างไรให้เกิดความเข้าใจในลักษณะที่จะทําให้ประชาคมโลกมีความมั่นใจ เท่านั้นเองครับ บังเอิญว่ามีสํานักข่าวหนึ่งไปเขียนแล้วก็มีการไปตีความว่าผมบอกว่า จะต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างนั้นอย่างนี้เดี๋ยวนี้ ผมบอกไม่ใช่ ประเด็นที่ผมพูดก็คือว่า ภาวการณ์ในเรื่องของเศรษฐกิจ ทําให้เรื่องของการรวมตัวทางอาเซียนสําคัญขึ้น เวลาที่ ต่างประเทศเขาติดใจอะไรเกี่ยวกับอาเซียนเราก็จําเปึนที่จะต้องพยายามมาดูแลแก้ไขและ เปลี่ยนแปลง โดยโน้มน้าวให้สมาชิกทุกคนเห็นพ้องต้องกัน อันนี้เปึนจุดยืนที่ผมคิดว่า ท่านสมาชิกซึ่งก็เปึนผู้ที่ได้ชื่อว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยน่าจะเข้าใจได้ครับ
ต่อไปเชิญท่านธวัช นะครับ ท่านมีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่าน ประธานรัฐสภา ผม นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะ ไม่อภิปรายลงลึกนะครับในประเด็นเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งหมด ๒๐ ฉบับ ที่รัฐบาลจะต้อง ขออนุมัติในวันนี้ วันพรุ่งนี้นะครับ แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตและให้ข้อเสนอแนะ ต่อรัฐบาล ในการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์อย่างมาก เพราะในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานี้ นะครับ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบต่อมาตรานี้มาก ถึงขนาดมีผู้เสนอแก้ไข โดยอ้าง เหตุว่าทําให้การบริหารราชการติดขัด ไม่ลื่นไหล ขัดต่อประโยชน์ของประเทศชาติ กล่าวโดยพื้นฐานแล้วนี่นะครับ มาตรา ๑๙๐ เปึนมาตรการควบคุมเกี่ยวกับการ ดําเนินงานจัดทําหนังสือสัญญาสําคัญ ๆ กับนานาประเทศ เช่น ข้อตกลงการค้า การลงทุน ประเทศพหุภาคีหรือเอฟทีเอ เพื่อปกปัองคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวม และ ดูแลผู้ประกอบอาชีพกลุ่มต่าง ๆ ให้ได้รับความเปึนธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องพูด เนื่องจากว่าผมเปึนอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการกล่าวอ้างต่าง ๆ นานาว่า มาตรา ๑๙๐ นี้เปึนปัญหาในการบริหาร ประเทศ แต่อันที่จริงแล้ว ในความคิดผม ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับบางมาตรานะครับ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แต่ มาตรา ๑๙๐ นี้เปึนเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ นี้ครับ เปึนเสน่ห์อย่างไรเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตามที่ท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย ก่อนหน้านี้ที่ท่านบอกว่า ไปเจรจาไม่ได้ อันนั้นไม่จริงครับ ผมขอกล่าวในเรื่องเกี่ยวกับ รายละเอียด โดยปกติแล้วในประเทศที่เขาเจริญแล้วเขาก็จะมาขอกรอบเหมือนกันว่าจะมี การเจรจาอย่างไร จะมีความร่วมมือกันอย่างไร จะมีการเพิ่มการค้าอย่างไร จะมีการ ส่งเสริมการลงทุนอย่างไร แล้วรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะนํามาเป่ดเผย ของเราก็ เปึนเช่นกันครับ จะมาเป่ดเผยให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ แล้วหลังจากเป่ดเผยแล้วนี่ครับ ก็จะต้องมาดูถึงผลกระทบและมาตรการเยียวยาก่อนแล้วจึงจะมาถึงสภาเพื่อที่จะมาขอ สัตยาบันในรายละเอียดเหล่านั้นต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วนี่เปึนวิธีการที่ปฏิบัติ กันมาทั่วโลก แล้วก็รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ก็เปึนวิธีการเช่นเดียวกันกับใน นานาอารยประเทศที่เขาเจริญแล้วนะครับ ที่เปึนปัญหาสําหรับ มาตรา ๑๙๐ ผมต้อง ขึ้นมาชี้แจงตรงนี้ เพราะว่าเกี่ยวข้องโดยตรงนะครับ ก็จะมีในส่วนที่เปึนบัญญัติไว้ในวรรค สองเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งอันที่จริงแล้วนี่เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่ได้ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เลยครับ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มี บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๔ วรรคสองเช่นกันนะครับ ซึ่งได้ระบุไว้ว่า หนังสือสัญญาที่ เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม คือให้รัฐบาลเห็นชอบมีอยู่ ๒ เงื่อนไขก็คือ
๑. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอก อาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตาม กฎหมายระหว่างประเทศ และ
๒. หนังสือสัญญาใดที่ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อเปึนไปตามหนังสือ สัญญา ซึ่งมาถึง มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง
นอกจาก ๒ เงื่อนไขแล้วนี่ก็มีการเพิ่มขึ้นมาอีก ๒ เงื่อนไขก็คือ
เงื่อนไขที่ ๓ คือ สือหนังสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง และ
๔. หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณ ของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ
นี่แหละครับ คําว่า อย่างกว้างขวาง และอย่างมีนัยสําคัญนี่นะครับ ก็คือ เปึนประเด็นที่ถกเถียงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ หลังจากมีคําวินิจฉัยศาล รัฐธรรมนูญที่ ๖-๗ ป้ ๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ นะครับ ที่มีการวินิจฉัย แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ว่าเปึนหนังสือที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๑๙๐ ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้ส่งเข้ารัฐสภา ทําให้ไม่มีผลใช้บังคับ เหตุนี้แหละครับทําให้ ข้าราชการประจําในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล ก็จะหวาดระแวงต่อการวินิจฉัยนี้ว่า หนังสือสัญญาใดจะต้องเข้าข่าย มาตรา ๑๙๐ จึงใช้วิธีเสนอเข้ามาทุกฉบับครับ ซึ่งทั้งที่บางฉบับก็ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเสนอ เพราะไม่เข้าข่าย ก็จําเปึนต้องพูดนะครับว่าความหวาดระแวงดังกล่าวนี้ ด้านหนึ่งถ้าคิด อย่างบริสุทธิ์ใจทํานองปลอดภัยไว้ก่อน หรือทําเกินดีกว่าทําขาด แต่อีกด้านหนึ่งนะครับ บางคนก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ที่จําเปึนต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นแล้วประเทศชาติก็เดินหน้าไม่ได้ นานาชาติจะ ขาดความเชื่อถือประเทศไทย รัฐสภาทําหน้าที่บริหารแทนรัฐบาลและอื่น ๆ พูดง่าย ๆ ว่า ต้องการใช้การแก้ไข มาตรา ๑๙๐ เพื่อนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรวมเท่านั้นเอง นะครับ ซึ่งต้องพูดให้ความเปึนธรรมจากอีกด้านหนึ่งด้วยว่า ก็เพราะคําวินิจฉัยศาล รัฐธรรมนูญที่มีขึ้นนั้น ได้เพิ่มเงื่อนไขลักษณะของสัญญาที่เข้าข่ายส่งรัฐสภาตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ขึ้นมาอีกนะครับ ต้องถือว่าเปึนเงื่อนไขที่เพิ่มมาเปึนเงื่อนไขที่ ๕ เงื่อนไขที่ ๕ ที่ว่านี้คืออะไรครับ ที่ศาล รัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยนี่นะครับก็คือ หนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย คําวินิจฉัยนี้นะครับอยู่ในย่อหน้ารองสุดท้าย ซึ่งก่อให้เกิดคําวิพากษ์วิจารณ์มากมาย นะครับในหมู่นักกฎหมายทั้งทางลับและทางแจ้ง คําว่า อาจ นี้ไม่มีอยู่ทั้งในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๔ ในป้ ๒๕๔๐ และมาตรา ๑๙๐ ในป้ ๒๕๕๐ เลยครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วลําพัง คําว่า กว้างขวาง และมีนัยสําคัญก็ยากอยู่แล้วนะครับ ยิ่งมาเพิ่มคําว่า อาจ อีกนี่ก็เลยทําให้ ข้าราชการประจําและรัฐบาลไม่ว่าพรรคไหน ไม่ต้องคิดอะไรเลยครับ ก็มีอะไรก็ส่งหนังสือ สัญญาทุกฉบับเข้าสภาหมด เราเลยต้องมานั่งอ่านหนังสือเปึนกองขนาดนี้นะครับ จึงทํา ให้มาตรา ๑๙๐ ถูกตั้งคําถามหนัก ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้นะครับเปลี่ยนกระบวนการ คิดใหม่ อย่าเพิ่งตั้งเปัาว่ามาตรานี้บกพร่อง แต่ควรจะมององค์รวมของปัญหาครับ สาเหตุ ที่ว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จําเปึนต้องร่างมาตรา ๑๙๐ ในลักษณะที่ละเอียดขึ้นเช่นนี้ เพราะอะไร ผมอยากจะให้ทราบถึงอดีตก่อนนะครับว่ามาจากไหน ก็เพราะรัฐบาลในอดีต ได้ใช้สถานะของฝ์ายบริหารในการทําสัญญากับนานาชาติ หรือทํา เอฟทีเอ โดยมีเจตนา หลบเลี่ยงรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ ครับ ไม่นําหนังสือสัญญาดังกล่าวเข้าสู่การ พิจารณาเห็นชอบโดยรัฐสภาเสียก่อนนะครับ โดยอ้างเหตุผลว่าอย่างไรครับ อ้างเหตุผล ว่า หนังสือสัญญาเหล่านี้มิได้กระทบต่อเขตอํานาจรัฐ โดยในสมัยรัฐบาลเดิมนะครับ ในสมัยก่อนเลือกที่จะตีความคําว่า เขตอํานาจรัฐ หมายถึงเขตพื้นที่ของประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ ในความเปึนจริงการทําหนังสือสัญญาเหล่านั้นนะครับมีผลกระทบผูกพันต่อเขตอํานาจ ของประเทศไทยทั้งสิ้น ทั้งอํานาจของฝ์ายบริหาร อํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติในอนาคต ที่จะต้องกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่สามารถกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้า ตีความอย่างนี้แล้ว การทําเอฟทีเอกับทุกประเทศก็ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเอาเข้า รัฐสภา ในเรื่องเกี่ยวกับเขตอํานาจรัฐนี้นี่นะครับ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ชัยอนันต์ สมุทวณิช ในฐานะตุลาการเสียงข้างน้อย เคยวินิจฉัยไว้นะครับในคําวินิจฉัยส่วนตัว ในคํา วินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑๑/๒๕๔๒ ครับว่า คําว่า เขตอํานาจรัฐ ย่อมหมายถึงเขต อํานาจรัฐทางเศรษฐกิจด้วย แต่เพราะเปึนตุลาการเสียงข้างน้อยครับที่เห็นว่าแอลโอไอที่ไทย ทํากับไอเอ็มเอฟเข้าข่ายหนังสือสัญญาที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ หลักการใหม่ก็เลยไม่เกิด แล้วรัฐบาลก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินหน้าทําเอฟทีเอต่อไป ซึ่งปรากฏว่าเอฟทีเอในหลาย ๆ กรณีก็จะเห็นว่า ปรากฏว่ามีการเอาประโยชน์ส่วนตน เข้าไปเพื่อที่จะแลกกับการค้าหลาย ๆ เรื่องซึ่งเราเสียเปรียบ ซึ่งมีหลายส่วนเสียเปรียบ แต่สุดท้ายแล้วเปึนประโยชน์ส่วนตนที่ได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนนี่นะครับ ก็คือ เอฟทีเอ ไทย–จีน ภายใต้กรอบอาเซียนจีนที่ส่งผลกระทบกว้างขวางต่อเกษตรกร แล้วปัจจุบันนี้ ก็ยังส่งผลกระทบอยู่นะครับ
อีกส่วนหนึ่งในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ์น เนื้อหาที่ว่าด้วย ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิสิ่งมีชีวิต และการอนุญาตขนย้ายขยะสารพิษจากญี่ปุ์นเข้ามา ในประเทศไทยได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น เรื่องนี้ต้องให้เครดิตรัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นะครับ ที่ได้นําเอาเจเทปปาเข้ามารับฟังความคิดเห็นในสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ซึ่งปรากฏว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์กันหลายกรณี จนสุดท้ายแล้วก็มองเห็นว่า เราเองเราเสียเปรียบแล้วเกิดปัญหาอะไรบ้าง จนตามมาซึ่งหนังสือแนบท้ายสัญญา เพื่อที่จะลดข้อเสียเปรียบนั้นลง ซึ่งจะเห็นได้ว่านี่คือประโยชน์ นี่คือเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญ มาตรานี้ และมันเปึนสิ่งซึ่งสภาสามารถที่จะมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชนและลด ความเดือดร้อนนั้นลงไปได้นะครับ ตัวอย่างทั้ง ๒ ประการนี้นะครับ ก็ล้วนแต่เปึนบทเรียนที่เห็นชัดว่าการสร้างความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมไม่ก่อให้เกิดปัญหาละครับ และไม่ส่งผลกระทบต่อท่าทีประเทศไทย แต่ยังจะเพิ่มความรัดกุมและประสิทธิภาพในการทําให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย และประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่ง ผมร่วมร่างอยู่ด้วยนะครับ จึงบัญญัติให้มีความชัดเจนขึ้นโดยขยายเพิ่มเติมอีก ๒ เงื่อนไข จากเดิมที่มีอยู่แล้ว ๒ นะครับ เพื่อให้ความชัดเจนนั้นเกิดการคุ้มครองผลประโยชน์ และ ก่อให้เกิดระบบการเจรจาที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปึนธรรมต่อทุกฝ์าย ไม่ใช่บังคับ การทําหนังสือสัญญาทุกประเทศนะครับ แต่คัดกรองเอาเฉพาะหนังสือสัญญาสําคัญ ๆ รวม ๔ เงื่อนไขเท่านั้น กรณีใดมีปัญหาก็กําหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๖ และที่ ๗ ๒๕๕๑ ก็ทําให้สามารถพูดได้เหมือน เพิ่มขึ้นอีก ๑ เงื่อนไข แม้จะนําคําว่า อย่างกว้างขวางและนัยสําคัญ และอาจเปลี่ยนแปลง อาณาเขตเข้ามา มันจะเปึนปัญหาต่อ มาตรา ๑๙๐ แต่ผมเห็นว่ามันเปึนการยกระดับ พัฒนาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยขึ้นมาได้ในระดับสําคัญ เหตุผล ที่กล่าวเช่นนี้มีอยู่ ๓ ประการครับ คือ
๑. สร้างระบบและกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลสามเส้า ระหว่างฝ์าย บริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายประชาชนทั่วไป เพื่อให้การทําความตกลงระหว่าง ประเทศเกิดความรอบคอบโปร่งใสและเปึนประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
๒. ในเมื่อความตกลงระหว่างประเทศตามเงื่อนไข ๔ หรือ ๕ ประการ มีผล ผูกพันระยะยาวต่อประชาชนในประเทศ จึงต้องให้รัฐสภาในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ได้ตรวจสอบและร่วมตัดสินใจ ในฐานะเปึนตัวแทนของประชาชน พูดง่าย ๆ ว่าเปึนการ ตัดสินใจของประชาชนทางอ้อม ตามวิถีทางประชาธิปไตย และ
๓. เปึนการเพิ่มอํานาจให้แก่คณะเจรจาของไทย โดยเมื่อรัฐสภาอนุมัติ กรอบการเจรจาแล้วนะครับ คณะเจรจาก็สามารถนําไปต่อรอง อ้างเปึนเหตุผลในการ เจรจา ทําให้สามารถปฏิเสธไม่รับข้อเสนอใดก็ได้ พูดง่าย ๆ ถือว่าเปึนอีกเครื่องมือหนึ่ง ของรัฐบาลในการที่จะไปเจรจา ซึ่งเหตุผลนี้บางคนอาจจะมองข้าม แต่จะเกิดประโยชน์ เปึนอย่างยิ่ง จะเห็นได้ว่าจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๙๐ ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วนี่นะครับ มีผลบังคับใช้ไปแล้วหลายครั้งก็ยัง ไม่ได้เห็นมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเลย รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๙๐ เปึนของใหม่ที่อาจจะมีความเข้าใจไม่ตรงกันบ้าง ขลุกขลักในทางปฏิบัติบ้าง โชคร้าย ตรงที่ว่านอกจากตัวมันเองแล้วยังอยู่ในภาวะวิสัยของการต่อสู้ขัดแย้งทางการเมือง เรื่องควรแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ อีกต่างหากนะครับ แต่เราก็ควรจะให้ โอกาสรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี้ให้ได้ทํางานก่อน เพราะมาตรานี้มีลักษณะพิเศษ เปึน การบัญญัติแก้ไขเรื่องไม่ถูกไม่ควรที่เกิดมาเนิ่นนานนะครับ แม้จะมีช่องว่างหรือจุดอ่อน ในบางประเด็นบ้างก็ตาม แต่โดยหลักใหญ่แล้วยังมีบทพิสูจน์ใด มันยังไม่มีบทพิสูจน์ใด นะครับที่จะบอกให้สิ้นสงสัยว่ามาตรานี้ทําให้การบริหารชาติบ้านเมืองติดขัดแต่อย่างใด ผมเชื่อว่าในกฎหมายดังกล่าวทุกกฎหมายที่วันนี้ที่จะเข้าสภาไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะ มาผ่านความเห็นชอบในเรื่องเกี่ยวกับกรอบการเจรจานี้ ล้วนแล้วแต่จะทําให้ประชาชน ไม่เสียประโยชน์ อีกทั้งเราจะได้ประโยชน์สูงสุด ผมจึงหวังว่าอย่างไรก็ตาม ผมไม่ต้องการ ให้ท่านนํามาตรา ๑๙๐ นี้มาเปึนประเด็นทางการเมืองเพื่อจะทําให้วิธีการซึ่งมันเปึน วิธีการที่นานาอารยประเทศเขาทํากันและเกิดประโยชน์ต่อประเทศเปึนอย่างยิ่ง เอามา เปึนเกมการเจรจาต่อรองทางการเมือง จนกระทั่งเราไม่สามารถเดินหน้าต่อไปนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
เชิญท่านฮอชาลีนะครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานในการ อภิปรายในกรอบของอาเซียน ซึ่งเปึนกรอบแรกที่บรรดาเพื่อนสมาชิกของเราได้พูดคุยกัน ในวันนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจําเปึน แล้วก็ความสําคัญที่สภาของเรา นั้นจะต้องผ่านกรอบร่างแผนงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนแผนงานทางด้านความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านวัฒนธรรม เพื่อที่จะเปึนหลักเปึนกรอบให้รัฐบาล โดยการนํา ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็บรรดาท่านรัฐมนตรีทั้งหลายได้ไปเจรจากับมิตรประเทศ ในอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ แล้วก็สามารถที่จะทําให้เกิดการเจรจา มีการตกลง มีการเซ็น สัญญา และจะทําให้เศรษฐกิจของประเทศนั้นมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น ดังนั้นความ จําเปึนที่รัฐบาลได้เสนอร่างเข้ามาในวันนี้นั้น ผมถือว่าผมให้การสนับสนุนในร่างทั้งหมด นะครับ แล้วก็ขออนุญาตให้เหตุผลประกอบไว้ด้วย ในสิ่งที่ได้มีการพูดกันมากในเรื่องของ กรอบตรงนี้ก็คือความไว้วางใจในตัวของรัฐมนตรี แล้วก็คุณสมบัติของรัฐมนตรี หรือของ ผู้นําซึ่งจะไปเจรจาความในกรอบของอาเซียนตรงนี้ ผมขอเรียนว่าในฐานะซึ่งผมเปึน สมาชิกรัฐสภา แล้วก็ได้สัมผัสกับการทํางานของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมมีความเชื่อมั่น ว่าวันใดวันหนึ่งซึ่งท่านจะไปเจรจาความเมือง ไปตกลงในเรื่องของผลประโยชน์ของ ประเทศชาติระหว่างทวิภาคี ระหว่างไทยกับกัมพูชา ระหว่างไทยกับพม่า หรือไทยกับ มาเลเซีย ไทยกับอินโดนีเซีย ผมมีความเชื่อมั่นว่าผู้นําของประเทศซึ่งเปึนคู่เจรจาของเรา นั้นมีความไว้วางใจในตัวของผู้นําของประเทศไทย ณ ขณะนี้ เพราะสิ่งที่ผู้นําสามารถจะ ให้ความไว้วางใจ ให้ความมั่นใจให้กับมิตรประเทศได้ ก็คือว่าเมื่อผู้นําของเราไปเจรจากับ เขานั้นไม่นําเอาสินค้าของบริษัทตัวเองไปขายให้กับประเทศอื่นด้วย เหมือนดังกรณีที่ เกิดขึ้นที่ประเทศพม่า ซึ่งผมเองก็เปึนกรรมาธิการงบประมาณ ก็ได้เห็นผลของการที่อดีต ผู้นําของเราได้ไปเจรจาความเมืองเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ แต่ทําไปทํามาประเทศ ไทยต้องกลับกลายต้องใช้หนี้สิน ผลจากความผิดพลาดที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนของ อดีตผู้นํา นั่นคือเปึนเหตุผล แล้วก็ผมมีความเชื่อมั่นว่าในเรื่องของอาเซียนเช่นกัน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือท่านรัฐมนตรี อื่น ๆ ซึ่งจะไปเจรจาต่อยอดในเรื่องของพื้นที่ เรื่องเขตทับซ้อน เรื่องของการจัดการ ผลประโยชน์ทั้งทางบกแล้วก็ในทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา และก็ประเทศอื่นนั้น ผมมี ความเชื่อมั่นว่าผู้นําของประเทศซึ่งจะเจรจาด้วยนั้นมีความมั่นใจในตัวของผู้นําว่าไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีเรื่องของการพัฒนาเกาะกง ไม่มีเรื่องของการที่จะให้สิทธิในการ ลงทุนให้กับบริษัทบริวารของตัวเองในการเช่าพื้นที่ในการไปหาผลประโยชน์ตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่ผมว่านี่คือสาระของการให้ความไว้วางใจในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมเองก็ขอ เรียนกับท่านประธานว่าในการเจรจาความเมืองในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศนั้น ความไว้วางใจนั้นเขาจะดูกันที่เนื้อหา ดูกันที่สาระ ดูกันที่กรอบ ดูกันที่เนื้อหาในการเจรจา อดีตปูมหลังของผู้นําในช่วงเปึนฝ์ายค้าน ในช่วงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเปึนเรื่อง ปกติวิสัยของการเมืองระหว่างประเทศ ในช่วงที่เปึนฝ์ายค้านก็ทําหน้าที่ในการเปึน ฝ์ายค้าน ในการตรวจสอบ ในการให้ความเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่ใช่เปึนการ ให้ความเห็นในลักษณะที่ไปเสียดสี หรือไปบอกกล่าวในสิ่งที่เสียหายให้กับประเทศอื่น เปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของเหตุของผล ผมเองก็ขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน ว่าเคยไปประเทศเขมร ในฐานะซึ่งเปึนกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ไปพร้อมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แล้วก็บรรดาเพื่อนสมาชิกของเรา ไปในเรื่องของวัฒนธรรม ไปเพื่อที่จะเชิญชวนพี่น้องลาว พี่น้องเขมร พี่น้องไทยมาร่วมกันเอาวัฒนธรรม ในการนํา ในการพัฒนา ในการที่จะสร้าง ความสันติสุข สร้างความเปึนมิตรภาพ ก็ได้รับการตอบรับจากรัฐสภาของประเทศลาว ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้นําของประเทศเขมร ให้เกียรติ แล้วก็พูดคุย และเกิดผลงาน มีรูปธรรมในการปฏิบัติมาจนกระทั่งถึง ณ ปัจจุบันนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็เปึนฝ์ายค้าน เคยวิพากษ์ เคยวิจารณ์ในเรื่องกรณีของเขาพระวิหาร แต่สิ่ง ที่การคุยระหว่าง ๒ ประเทศนั้นเขาจะดูกันที่เนื้อหา แล้วก็ดูที่สาระ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ในร่างแผนงานทางด้านการเมืองและความมั่นคง ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีจะไปเจรจาความเมืองในเรื่องกรอบอาเซียนกับประเทศมิตรประเทศอีก ๑๐ ประเทศนั้น เรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วทั้งประเทศนั้นก็คือ เรื่องของกรณีของ เขมร ปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่ชายแดนบนบก แล้วก็ปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ในฝัืงทะเลอ่าวไทย ซึ่งเปึนปัญหา ซึ่งยังแก้ไม่ตก ผมเอง ในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเสนอความเห็น เสนอแนวทาง เผื่อว่าจะเปึน ประโยชน์ให้กับรัฐบาลในการนําไปเจรจา นําไปพูดคุยกับทางเขมร ๒ กรณี กรณีแรก ก็คือบนบก และกรณีที่ ๒ ก็คือในพื้นที่ในทะเลฝัืงทะเลอ่าวไทย ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร
กระผมขอเรียนว่าในกรณีประเด็นที่ ๑ กรณีของเขาพระวิหารนั้น ขณะนี้ คณะกรรมการในการปักปันเขตแดน คณะกรรมการมรดกโลก คณะกรรมการรัฐภาคี ๗ ประเทศ ก็ดําเนินการไปตามกระบวนการของเขา แต่ผมอยากจะเสนอให้รัฐบาลได้ มองเห็นว่า ณ ขณะนี้ทั้งเขมร ทั้งไทย ทั้งลาว แล้วก็ทั่วโลกนั้นประสบภาวะวิกฤติ เราต้องการรายได้ เราต้องการเงิน เราต้องการภาษีอากรมาเพื่อที่จะมาพัฒนาประเทศ เราต้องการฟุ๋นฟูทางด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลมองในมุมของการ พัฒนาร่วมกันในเชิงเศรษฐกิจในพื้นที่เขาพระวิหาร ทั้งตัวปราสาทแล้วก็พื้นที่โดยรอบ ทําอย่างไรที่จะมีคณะกรรมการร่วมกันระหว่างไทยแล้วก็ทางกัมพูชา ๒ ประเทศเท่านั้น ไม่มีประเทศฝรั่ง ไม่มีประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ๒ ประเทศเท่านั้น และก็แบ่ง แล้วก็มีการ แชร์ (Share) ผลประโยชน์กัน แล้วก็ดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผมมีความเชื่อมั่นว่าทาง รัฐมนตรีซึ่งมองปมตรงนี้ออก เราสามารถที่จะพัฒนาเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันบน พื้นฐานของความเสมอภาค แล้วก็ความเปึนธรรม แล้วก็ผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่าง ๒ ประเทศ ไม่ใช่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง แต่บนพื้นฐาน ของระหว่าง ๒ ประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมมองว่าเปึนทางออกและเปึนสิ่งที่เราสามารถที่จะเดิน ไปได้ในอนาคตในวันข้างหน้า แต่ถ้าหากว่าเรามานั่งคุยกันในเรื่องของสนธิสัญญาสมัย ฝรั่งเศสกับไทยซึ่งทํา ซึ่งเขมรก็เคยเปึนอาณานิคมของฝรั่งเศส มันไม่จบ สนธิสัญญา เดียวกัน แต่แผนที่คนละฉบับมันจบ ก็ปล่อยให้กระบวนการของการปักปันเขตแดน เดินต่อไป แต่สิ่งที่รัฐบาลจะต้องมุ่งทําเพื่อที่จะสอดรับกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คือ ทําอย่างไรที่จะให้นักท่องเที่ยวมาที่เขาพระวิหาร แล้วก็เรากับทางเขมรได้ผลประโยชน์ ร่วมกัน เหมือนกับที่มัสยิดอัล-อักซอที่อิสราเอล ทางปาเลสไตน์ ทางจอร์แดน ทางอิสราเอลเขาก็ขัดแย้งกัน แต่ก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน สามารถที่จะสร้างรายได้ในพื้นที่ ตรงนั้นได้ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลได้มุมมองในประเด็นตรงนี้มากกว่ามองในเรื่องของ การเมือง เรื่องของการเอาชนะคะคานกันในเรื่องต่าง ๆ นะครับ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ข้อเสนอของผมนั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องเสียดินแดน พื้นที่ในตัวของเขาพระวิหารก็ ยังเปึนของไทยอยู่ แผนที่ต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ว่าเรามามองในเรื่องของการพัฒนา เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติเปึนกรณีสําคัญ
เชิญท่านสมนึกนะครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสมนึก เฮงวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอใช้โอกาสอภิปรายแสดง ความคิดเห็นของผมที่มีต่อหนังสือสัญญาทางเศรษฐกิจ จํานวน ๒๓ ฉบับ ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ต่อที่ประชุมแห่งนี้
ประการแรก ท่านประธานครับ แนวความคิดพื้นฐานของการมีหนังสือ สัญญาทางเศรษฐกิจฉบับต่าง ๆ ในวันนี้นั้น ล้วนแต่มีที่มา มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ มาเปึนระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งจากการที่ผมมีความสนใจจึงได้ศึกษาอย่างละเอียด แล้วก็ขอประมวลออกมาสั้น ๆ ดังนี้ ท่านประธานครับ ยุคทองของระบบทุนนิยม ร่วมสมัยระหว่างป้ ๒๔๘๘ ถึงป้ ๒๕๑๘ นั้น เปึนช่วงเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พรวดพราด ทั้งในศูนย์กลางและรอบนอกของวงจรระบบทุนนิยม จากการเร่งรัด อัดฉีด ฟุ๋นฟู บูรณะประเทศ ไม่ว่ากลุ่มประเทศยุโรปและเอเชียตะวันออกหลังจากที่เกิดสงคราม โลก ครั้งที่ ๒ ซึ่งได้ส่งผลให้ค่าแรงได้พุ่งสูงขึ้น อัตราการบริโภคการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในกลางทศวรรษประมาณสัก ๑๙๗๐ ศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในฝัืงของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ก็ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจ ต้องถดถอย พร้อมตัวเลขอัตราเงินเฟัอที่ถีบตัวสูงขึ้น เนื่องจากการฟุ๋นตัวเต็มที่ของ ประเทศเยอรมนีและประเทศญี่ปุ์น รวมถึงดาวรุ่งอย่างประเทศบราซิล ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลีใต้ ที่ปรากฏตัวพร้อมกับกําลังการผลิตอย่างเต็มสูบและความสามารถ ในการแข่งขันอย่างเต็มร้อย ยิ่งผนวกกับราคาน้ํามันที่สูงขึ้น แน่นอนครับ กําไรที่เคยได้ อย่างมหาศาลจากกลุ่มอํานาจเศรษฐกิจจึงลดลงอย่างมากมาย บรรดากลุ่มทุนทั้งหลาย ก็หาทางออกโดยการแอบออกแบบช่องทางหลบหนีเปึน ๒ ช่อง การปฏิรูปโครงสร้าง ตามแนวความคิดเสรีนิยมใหม่และโลกาภิวัตน์
หนทางแรก การปฏิรูปโครงสร้างทางแนวความคิดของเสรีนิยมใหม่นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางมากาเร็ต แทชเชอร์ ได้ใช้ในประเทศอังกฤษ นายโรนัลด์ เรแกน ได้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศที่กําลังพัฒนาหลาย ๆ ประเทศที่ถูก ธนาคารโลกบังคับให้ทําแผนปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่แปรรูปกิจการของรัฐ ลดอํานาจในการกําหนดนโยบายของรัฐลง และลดการอุดหนุนของภาคสังคม ซึ่งหลาย ๆ ประเทศได้บอกว่านโยบายนี้บางประเทศก็บอกว่าแซ่บ บางประเทศก็บอกว่าไม่แซบ นะครับ เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์นั้นก็เพื่อที่จะดึงทรัพยากรจากคนชั้นกลางและคนจน กลับไปที่คนรวย โดยเชื่อว่าเมื่อคนรวย ๆ ขึ้นก็จะมีการจูงใจในการลงทุนเพื่อเดินหน้า เศรษฐกิจอีกครั้ง แต่หนทางนี้ส่งผลให้ในทางตรงกันข้ามครับ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วงป้ ๑๙๘๐ ถึงป้ ๑๙๙๐ อยู่ในแค่ระดับ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้น ในขณะที่ ป้๑๙๗๐ ซึ่งเปึนช่วงที่มาแรงของระบบเศรษฐกิจที่เน้นบทบาทของรัฐสร้างความ เจริญเติบโตได้มากกว่าหรือที่รู้จักกันดีว่าเปึนเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ (Keynes)
หนทางที่ ๒ โลกาภิวัตน์ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อรวมเอาพื้นที่ต่าง ๆ ที่ยัง ไม่เคยถูกหาประโยชน์จากทุนนิยมเข้ามาอยู่ในวงจรเศรษฐกิจโลกเพื่อใช้แรงงานราคาถูก แหล่งวัตถุดิบและที่ดินอันกว้างใหญ่ไพศาลแต่มีราคาถูกแสนถูก รวมถึงแนวโน้มที่จะเปึน ตลาดใหม่ ๆ วิธีการแบบนี้ไม่ยากครับท่านประธาน ด้วยการเป่ดเสรีทางการค้า ขจัด อุปสรรคไหลเข้าออกของทุน และทําลายกําแพงการลงทุนจากต่างประเทศ กรณีเช่นนี้จะ เห็นได้ชัดเจนนะครับ ประเทศจีนคือประเทศเปึนตัวอย่างที่ดีที่สุด บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ ในฟอร์จูน ๕๐๐ (Fortune 500) แห่กันเข้าไปใช้ประโยชน์ของดีราคาจีนกันเปึนแถว โดยเฉพาะแรงงานจีนราคาถูก เพียงช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ ๒๑ นั้น กําไร มากมายมหาศาลถึง ๔๐–๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของบรรษัทในสหรัฐอเมริกานั้น ได้มาจากการ ผลิตในจีนและขายของให้กับตลาดใหม่ ๆ อย่างจีน แต่แล้วบรรดากลุ่มทุนก็พบว่าวิธีการนี้ ไม่ใช่คําตอบที่ดีที่สุด เมื่ออํานาจการผลิตมหาศาลของจีนที่ล้นเกินไปเสียทุกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเปึนชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เหล็ก รถยนต์ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ ทําให้ราคาและกําไรของ พวกเขาถดถอยในราว ป้ ๒๕๕๐ กําไรของบริษัทในสหรัฐอเมริกานั้นหยุดโต ซึ่งไม่ต้องพูด ถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คนที่ถูกผลาญไปกับการผลิตอันล้นเกิน ตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษ ดังปรากฏหลักฐานซึ่งเปึนวิกฤติสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๒๐–๓๐ ป้ที่ผ่านมานั้น โลกาภิวัตน์ประชาคมโลก เชื่อว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกนั้นไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากจะต้องโหนรถด่วนทุนนิยม ขบวนสุดท้ายให้ได้ ใครตกขบวนก็กลายเปึนประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ดูเหมือนว่าโลกจะไม่มีทางอื่นใดจริง ๆ เมื่อสัญลักษณ์ของอุดมการณ์ทางการเมืองขั้ว ตรงข้ามอย่างสังคมนิยม ถึงคราวล่มสลาย กําแพงเบอร์ลินถูกรื้อถูกทุบ ประเทศที่เคย ยิ่งใหญ่และพอที่จะถ่วงดุลอํานาจกับทุนนิยมโลกได้อย่างสหภาพโซเวียต ก็แตกย่อย ออกเปึนประเทศเล็กประเทศน้อย โลกทั้งใบคล้ายถูกเหวี่ยงโดยมหาอํานาจขั้วเดียว จากนั้นมา ผลลัพธ์และผลข้างเคียงที่ตามมาก็อย่างที่ทราบ ๆ กันอยู่ ภายใต้ระเบียบ กติกาของทุนนิยมที่ใช้กลไกการเป่ดเสรีทางการค้าเปึนอาวุธหลักนําร่อง ผลลัพธ์ที่ออกมา นอกเหนือจากจะไม่ได้ทําให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศที่เลือก ยอมรับในรถด่วนขบวนสุดท้ายนี้โตได้ดังที่โฆษณา ผลข้างเคียงของมันก็ยังทําให้ช่องว่าง ความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจทางกว้างมากขึ้น ทั้งช่องว่างความรวยความจนของคนใน ประเทศเดียวกัน รวมถึงความรวยความจนระหว่างประเทศต่อประเทศนั้น นับวันที่จะ ก่อให้เกิดความรุนแรงในระดับอาชญากรรมได้ ในขณะที่บรรดาประเทศผู้ที่สัมปทานเอา ทุนนิยมมาเปึนทิศทางหลักกําลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจรอบแล้วรอบเล่า อีกทั้งด้านหนึ่ง มันก็มีตัวอย่างของประเทศที่พยายามจะใช้ต้นทุนทางประวัติศาสตร์ของตนเอง เปึนทั้ง เครื่องมือหลักและเครื่องมือรองในการที่จะรับมือ ตัวอย่างเช่น มาเลเซีย ที่ตัดสินใจ สวนทางสูตรยาไอเอ็มเอฟยุคต้มยํากุ้ง หลายประเทศในลาตินอเมริกา รัฐอิสลามใน หลาย ๆ แห่งก็นําหลักคุณธรรมเข้ามากํากับเศรษฐกิจของตนเอง นี่ยังไม่พูดถึงประเทศที่ ค่อนข้างจะมีโรแมนติกอย่างภูฏานนั้น ได้ใช้หน่วยวัดคุณภาพชีวิตแบบอื่นซึ่งไม่ใช้เงินหรือ วัตถุ ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่กระผมยกมาเหล่านี้เปึนเพียงกรณีเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับ สัดส่วนการครอบงําของระบบทุนนิยม แต่อย่างน้อยมันก็เปึนหลักฐานยืนยันว่า ทางเลือก ทั้งปวงบนโลกใบนี้นั้น ไม่เคยจํากัดแค่หนทางเดียว
ประการที่ ๒ ในช่วงระยะเวลา ๓–๔ ป้ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยเรามีการ เจรจาทําเขตการค้าเสรีต่าง ๆ กับต่างประเทศจํานวนมากมาย โดยบางกรณีอยู่ในช่วง จัดทํากรอบความตกลงด้วยการจัดทําเขตการค้าเสรี บางกรณีเริ่มมีผลเกิดขึ้นแล้วในบาง กลุ่ม ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาและติดตามนโยบายและดําเนินการของรัฐบาล ดังกล่าวมาโดยตลอด เนื่องจากเห็นว่าเปึนนโยบายที่มีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชนในหลายอาชีพ และอาจเกิดผลกระทบต่อชีวิตและความเปึนอยู่ของประชาชนในทุกระดับอย่าง กว้างขวาง ศึกษาข้อมูลและหน่วยงานรับผิดชอบได้แก่กรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ องค์การจากภาคธุรกิจและเอกชน จึงมีข้อสังเกต ดังนี้
๑. กระบวนการเจรจาค่อนข้างเปึนไปด้วยความรีบเร่ง โดยไม่มีความชัดเจน
๒. ไม่ปรากฏข้อมูล ศึกษาข้อมูล ศึกษาให้เปึนระบบเท่าที่มีการชี้แจง
๓. ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมหรือการมีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง
๔. ขาดการเตรียมรับรองผลกระทบรอบด้านอย่างเพียงพอ คําตอบที่ หน่วยงานรัฐควรยึดเปึนคําตอบหลัก ซึ่งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนอาชีพ หรือเปลี่ยน ชนิดพืชที่ปลูก ซึ่งแสดงว่าไม่ได้ให้การศึกษาหรือจัดทําแผนรองรับผลกระทบอย่าง รอบคอบ
จากข้อสังเกตที่ผมให้นั้นหวังอย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบนั้นก็คงจะรับฟัง อย่างน้อย ๆ ผมก็อุ่นใจนะครับว่าทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้น ได้มีนโยบายที่จะทําให้เรื่องราวทุกเรื่องนั้นโปร่งใส ผมขอเรียนว่าผมยินดีสนับสนุนและ เต็มใจอย่างยิ่ง และขอเรียนว่าจะติดตามการทํางานเรื่องนี้ของรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะอภิปรายนั้น กระผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่าท่านอยู่ ที่ไหน ตอนเช้านี้ท่านก็นั่งอยู่นานพอสมควร แล้วก็ออกจากห้องไปประมาณ ๓๐ กว่านาที บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วที่ท่านจะต้องเข้ามานั่งฟังสมาชิกรัฐสภาพูดอภิปราย เพราะ ท่านเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายครั้งหลายหนว่าจะให้ความสําคัญต่อการประชุม สภา มาเถอะครับ ไม่มีอะไรรุนแรงหรอกครับ ก่อนที่กระผมจะอภิปรายอะไรลงไปนั้น กระผมขออนุญาตที่จะยิงตรงไปที่ท่านประธานโดยตรงในฐานะที่ท่านประธานเปึน ประธานกรรมการของสถาบันพระปกเกล้า ท่านประธานครับ กระผมคนหนึ่งละครับที่ เรียนสถาบันพระปกเกล้ามาเมื่อป้ ๒๕๔๔ จบมา ๗ ป้แล้วท่านประธาน แล้วกระผมเชื่อ แน่ว่ากระผมเปึนคนเดียวที่เปึนผู้สําเร็จการศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ติดเข็ม วิทยฐานะตลอด ๗ ป้ วันนี้ขอถอดออกและจะเลิกติดตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป เพราะ ไม่สามารถรับได้กับการกระทําของครูบาอาจารย์และนักวิชาการในสถาบันแห่งนี้ที่ ท่านประธานเปึนประธาน ท่านจะต้องรับทราบ ส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ไปถึงสมาชิก รัฐสภาทุกคนที่เปึนนักศึกษาอยู่ในสถาบันพระปกเกล้า บอกให้มาร่วมประชุมรัฐสภา โดยวันนี้ไม่ต้องไปเรียนหนังสือและจะไม่ถือเปึนการลา ทําอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธาน ครับ เมื่อก่อนนี้พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล สถาบันพระปกเกล้า ไม่เห็นทําอย่างนี้เลย และแถมยังเอานักวิชาการที่เข้าไปด่ากับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนมาโดยตลอด ขาดความสง่างามของการเปึนสถาบันทางด้านวิชาการ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไปกระผมจะเลิกติดเข็มวิทยฐานะ สถาบันพระปกเกล้า ถอดออกแล้วครับ ไม่ติดแล้วครับ
ท่านเชาวรินครับ ประทานอภัย ผมขอเรียนให้ทราบครับ คือสถาบันพระปกเกล้าเขาดูแลในเรื่องระบอบประชาธิปไตย แล้วก็กิจการสภา แล้วก็มีข้อตกลงระหว่างเลขาธิการสถาบันกับผมนะครับ เนื่องจากว่า ที่ประชุมไม่ค่อยครบองค์ประชุม ผมก็ได้เรียนว่าในวันประชุมขอความกรุณาสถาบันให้งด คือหมายความว่าท่านไม่ต้องงดการเรียนการสอน แต่ว่าให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสได้เข้ามาประชุม และไม่ให้ขาดสิทธิใน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของเวลาเรียน เขาก็ได้ ปฏิบัติตามที่กระผมร้องขอครับ ก็เรียนด้วยความเคารพว่า กระผมเปึนคนที่สั่งเองครับ ด้วยความเคารพครับ
ถ้าท่านประธานสั่งอย่างนั้นก็พอรับได้
โปรดใส่คืนเถอะครับ เพราะของหายาก ครับ
แต่ท่านประธานครับที่ผ่านมานี่ไปเชิญนักวิชาการที่มีความเปึนปฏิปักษ์ต่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มาเปึนผู้บรรยายในสถาบัน แล้วก็ด่าอย่างเสีย ๆ หาย ๆ ต่อพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย เอาละพรรคไทยรักไทยผมไม่เกี่ยวผมยังไม่ได้เปึนสมาชิก เพราะตอนนั้นผม เปึนสมาชิกวุฒิสภา แต่ตอนมาเปึนพรรคพลังประชาชนนี่ก็ด่าอยู่ตลอดเวลา มันไม่ถูกต้อง ผมว่านักวิชาการทําอย่างนี้ไม่ถูก ผมไม่ติดครับท่านประธาน ผมยังมีเข็มอื่นอีกตั้งหลายชิ้น ผมติดเข็มอื่น ไม่เอาแล้ว ท่านประธานครับ
เอาใส่กระเปิาไว้ตรงนั้นเดี๋ยวจะลืม ครับใส่กระเปิาไว้ก่อน
ครับ ผมจะทําตามที่ท่านแนะนํานะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้หากท่านนายกรัฐมนตรีไม่มารับฟังท่านกรุณาสั่ง เจ้าหน้าที่ให้ถอดเทปไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานบอกว่า เราต้องมาสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ เมื่อคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารชาติ บ้านเมืองแล้วนี่ ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะคนที่ไม่ได้ เปึน ส.ส. ไม่มีสิทธิที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้บล็อกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เมื่อคนที่เปึน ส.ส. ต้องไปเปึนนายกรัฐมนตรี ไหนหรือพวกเรา ส.ส. ด้วยกันเองทําไมไม่ยกย่อง ทําไมไม่ให้เกียรติ ที่ผ่านมานี่ย่ํายีคนเปึนผู้นําประเทศ ไม่ให้เกียรติผู้นําประเทศหลายครั้ง หลายหน ผมคิดว่าควรจะยุติได้แล้ว ขอให้เริ่มต้นศักราชใหม่ เริ่มต้นการเมืองใหม่ เริ่มจาก นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ส.ส.ทุกคนต้องให้เกียรติผู้นําประเทศ และรวมไปถึง ประชาชนในประเทศนี้ด้วย ไม่ใช่เอานายกรัฐมนตรีมาด่า มาว่าอย่างสาดเสียเทเสีย โดยขาด
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้รับการ ลงมติจากสภาผู้แทนราษฎร และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ได้เข้าเฝัา ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลาใกล้เคียงกันนี้ ผู้นําประเทศบารัค โอบามา (Barack Obama) ของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีคนที่ ๔๔ อายุ ๔๗ สง่างาม เหลือเกิน ท่านประธานครับ ทั่วโลกนี้ติดตามความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีคนนี้ วัยก็ ใกล้เคียงอยู่ในวัยทํางานเช่นเดียวกันกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ สื่อต่าง ๆ ก็ยกย่อง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ยกกันถึงขนาดว่าเปึน โอบามาร์ค ผมเองก็มีความรู้สึกคล้อย ตามสื่อทั้งหลาย และอยากจะกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มีโอกาสเปึนโอบามาร์ค แน่ ๆ ถ้าท่านกล้าตัดสินใจในเวลาอันรวดเร็ว ดูสิครับ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสาบาน ตัวเข้ารับตําแหน่งเมื่อวันที่ ๒๐ ที่ผ่านมานี้เอง งานแรกลงนามป่ดคุก ป่ดคุกครับ กวนตานาโม ซึ่งเปึนสถานที่กักกันนักโทษที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่นกันเวลานี้บ้านเมืองของเราตกเปึนเปัาของสื่อต่างประเทศ เกี่ยวกับเรื่องผู้อพยพก็ดี เกี่ยวกับคนในประเทศก็ดี เกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยที่มีถิ่นฐานอยู่ภายในประเทศ ก็ดี อยู่ใน ความสนใจของสายตาชาวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไม่กี่วันมานี้ สํานักข่าวต่างประเทศ พูดกันถึงเรื่อง โรฮิงญา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ชาวโรฮิงญา ซึ่งเปึนชนกลุ่มน้อย ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ถูกถือว่าเปึนผู้ลี้ภัยในสายตารัฐบาล พม่า ชาวโรฮิงญาจึงไม่ได้รับสิทธิ ไม่ได้รับการศึกษา ถูกใช้แรงงานโดยไม่ได้รับ ค่าตอบแทน ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ ถูกจํากัดให้อยู่เพียงเฉพาะในพื้นที่อัน จํากัดของตน ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย มันมาเกี่ยวข้องกับประเทศไทยตรงที่มี ข่าวว่า กองทัพเรือได้ควบคุมชาวโรฮิงญาแล้วก็ผลักดันออกนอกประเทศด้วยการจับ ลงไปในเรือลําน้อย ๆ ให้อาหารเพียงน้อยนิด จนมีผู้เสียชีวิตในทะเลไปจํานวนมากมาย จากการให้ปากคําของผู้ที่รอดชีวิต ตรงนี้ประเทศไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์จนเสียหายใน สายตาของชาวโลก ท่านนายกรัฐมนตรีควรใช้ความกล้าหาญแบบเดียวกับ บารัค โอบามา เพื่อท่านจะได้เปึนโอบามาร์ค สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผิดว่าไปตาม ผิด ถูก เราก็ต้องยันกับชาวโลกว่า ข้อเท็จจริงไม่ได้เปึนอย่างที่เขาใส่ไคล้ นี่เปึนสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะฉวยเปึนโอกาส แสดงความเปึนผู้นํา ภาวะผู้นําออกมาให้ ชาวโลกเห็น ให้สมกับที่คนไทย สื่อมวลชนไทยยกย่องเปึนโอบามาร์ค
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ท่านจะต้องรีบสร้างความเชื่อมั่นใน กระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมระยะหลังนี้นะครับ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกจับ ตามองอย่างมาก ท่านประธานครับ อย่างหนังสือพิมพ์วันนี้ มติชนฉบับวันนี้ครับ เอาความเห็นของนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงและมีความตรงไปตรงมา ได้รับการยกย่องว่า เปึนครูบาอาจารย์ด้านกฎหมาย ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์คณิต ณ นคร ท่านได้แสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันศาลยุติธรรมในบ้านเรา เปึนเรื่องที่น่ารับ ฟัง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องใช้ความเปึนผู้นําในการสร้างความเชื่อมั่นของ กระบวนการยุติธรรม ของกระบวนการศาลไทย นี่ครับ ผมตัดเก็บไว้เลย หลาย ๆ อย่าง เปึนความเห็นของอาจารย์คณิต ที่บอกว่าเวลานี้ศาลยุติธรรมมีปัญหา เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ออกอากาศโฟนอิน (Phone in) เข้ามาใน ดี–สเตชั่น (D–Station) วันนี้หนังสือพิมพ์หลายฉบับก็ไปนําความเห็นของรัฐมนตรีในรัฐบาล ชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีตุ๊กตา บอกไม่ให้ความสําคัญกับเรื่องของ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ความจริงผมอยากจะกราบเรียนว่า ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ต้องออกไปอยู่ต่างประเทศนี่ ท่านประธานครับ ท่านไม่ได้รับความเปึนธรรมจริง ๆ ผมยืนยันเลยครับ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ผู้พิพากษาศาลฎีกาคนหนึ่ง ไปพูดใน ท่ามกลางผู้นําพันธมิตร พวกเสื้อเหลืองที่อําเภอบ้านโป์ง จังหวัดราชบุรี บอกจับตาดูให้ดี ศาลจะตัดสินจําคุกนายกรัฐมนตรีทักษิณโดยไม่รอลงอาญา ไม่ว่าคดีอะไรก็แล้วแต่มาถึงจะต้องตัดสินจําคุกอย่างเดียว ธงมันมาอย่างนั้น ผมทราบ ความตรงนี้เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ท่านประธานครับ ผมนี่แหละเปึนคนบอก ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณว่าอันตราย ถ้าศาลเล่นกันอย่างนี้ท่านไม่ควรอยู่รับฟัง คําพิพากษา ท่านน่าจะใช้โอกาสตอนที่ไปเป่ดกีฬาโอลิมป่ก ไปแล้วไปลับอย่าเพิ่งกลับ ไปตั้งหลักให้ดีก่อน อย่างไรเสียท่านก็ไม่ต้องหนีถึง ๑๐ ป้ อายุความ ๑๐ ป้ ถามว่าทําไม ตัดสิน ๒ ป้ ตัดสิน ๒ ป้เพื่อให้มีเงื่อนไขไม่สามารถร้องขอรอลงอาญาได้ แล้วที่ประหลาด ก็คือ เวทีพันธมิตรเอาไปพูดในทําเนียบ ท่านคงจะเคยได้ยิน เอเอสทีวี (ASTV) ถ่ายทอดสด พวกนักปลุกระดมทั้งหลายขึ้นมา ทักษิณ มันก็ตะโกน เข้าคุก ทักษิณ เข้าคุก มันรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าต้องเข้าคุก นี่ขนาดศาลฎีกายังไม่ได้อ่านคําพิพากษา สุดท้าย พออ่านมาก็ตรงกับที่พันธมิตรได้บอกกับมวลชนเปึนการล่วงหน้า นี่ศาลฎีกาแผนก คดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ยังมีศาลรัฐธรรมนูญอีก ๑ ศาล ท่านประธานครับ พวกพันธมิตรมันพูดบนเวทีที่ทําเนียบรัฐบาล มันบอกว่านายกรัฐมนตรีสมชายจะไม่มี โอกาสเปึนผู้กราบถวายมงคลชัยในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม นั่นมันรู้ ล่วงหน้าอีกพันธมิตร ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคําวินิจฉัยยุบพรรควันที่ ๒ พวกพันธมิตร พูดล่วงหน้าว่าวันที่ ๔ ธันวาคม ซึ่งเปึนวันที่ประชาชนชาวไทยพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าเฝัา ถวายพระพรชัยมงคล ประเพณีปฏิบัตินายกรัฐมนตรีจะเปึนผู้กราบบังคมทูลถวาย พระพรชัยมงคลในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา แต่พันธมิตรไปพูดล่วงหน้าที่ทําเนียบ รัฐบาลบอกว่า วันที่ ๔ นี้ สมชายจะไม่ได้เปึนผู้กราบบังคมทูล แล้วมันก็ออกมาอย่างนั้น ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณบอกว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม จึงเปึนความถูกต้อง ผมออกเดินทางต่างจังหวัด ท่านประธานครับ ไปเจอบทกวีอยู่ข้างฝา ตามห้องน้ําห้องส้วมปัูมน้ํามันเขียนไว้เยอะแยะ ขนาดเสียงทักษิณมึงยังกลัว ถ้าเห็นตัว มึงตายแน่ มันสะท้อนให้ถึงความไม่ยุติธรรมที่บังเกิดในประเทศนี้
ท่านเชาวรินครับ ผมว่าขอเข้า อาเซียนบ้างได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ นี่เปึนเรื่องเกี่ยวกับอาเซียนล้วน ๆ เลยครับ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ชัยภูมิ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ
คุณหมอครับ นั่งลงก่อนครับ กําลัง เข้าใจแล้วครับ ท่านไม่ต้องประท้วงละครับ
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) . เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีนี่จะต้องเปึนผู้นําของประเทศไทยในการเข้าประชุม และยิ่ง ป้นี้เปึนประธานด้วยครับ ผมถึงเรียกร้อง ๓ ข้อ ๑. ถ้าท่านมีโอกาสท่านไปเรียนภาษาจีน เพิ่มเติม นี่เพื่อเพิ่มพูนความยิ่งใหญ่ให้ตัวท่านเอง ไม่ได้เรื่องเสียหายอะไร ๒. สั่งการให้ สอบสวนเกี่ยวกับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ปรากฏเปึนข่าว สื่อมวลชนต่างชาตินี่ เพ่งเล็ง ๓. ท่านต้องสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ที่พูดอย่างนี้เพราะอะไร เพราะถ้าหากว่ากระบวนการยุติธรรมมันไม่ได้ยุติธรรม คนต่างชาติที่ไหนใครจะมาลงทุน บ้านเรา ต่อให้มีกฎบัตรอาเซียนอีก ๒๐ ฉบับก็ไม่มีใครสนใจ เพราะบ้านนี้เมืองนี้หาความ เปึนธรรมไม่ได้ ท่านประธานครับ มีคํากล่าวว่า แผ่นดินใดก็ตามถ้าไม่มีความเปึนธรรม แผ่นดินนั้นจะไม่มีความสงบสุขครับ เฉพาะส่วนของท่านนายกรัฐมนตรี ผมจะแค่นี้แหละ ไม่พูดอะไรมากกว่านี้ มาถึงตัวละครสําคัญคนที่ ๒ ท่านประธานครับ คุณกษิต เพื่อนผม พูดไปหลายคนแล้ว แต่ผมต้องพูดอีกหน่อย เพราะบางทีท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่รู้ ต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อมูลตรงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีตามประกาศวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ แล้วไม่นานครับวันที่ ๒๐ ธันวาคม มีประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี จากวันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๐ นี้ระยะเวลา ๓ วัน คุณกษิตไม่รู้หรือว่าตัวเองจะต้องไปเปึน รัฐมนตรีต่างประเทศ ตําแหน่งนี้มันไม่ใช่ตําแหน่งถูกหวยแล้วส้มหล่น ไม่ใช่ มันต้องมีการ ทาบทาม ต้องเอาประวัติไปให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบ มีคุณสมบัติเปึน รัฐมนตรีได้ไหม อะไรต่ออะไร เพราะฉะนั้นคุณกษิตต้องรู้ล่วงหน้าแล้วว่ามีการวางตัว คุณกษิตเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ถ้าจะว่ากันไปถึงคุณสมบัติ ความรู้ ใช้ได้ เมื่อเช้าผมพูดไปทีหนึ่งแล้ว จบอินเตอร์เนชั่นแนล (International) ด้านการ ต่างประเทศ อินเตอร์เนชั่นแนล เอฟแฟร์ส (International Affairs) จากจอร์จทาวน์ ยูนิเวอซิตี้ (Georgetown University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เลวท่านประธาน และยังด้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อินสทิทิว ออฟ โซเชียล สตัดดี้ (Institute of Social Studies) จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือว่าตรงครับ เรียนมาตรง แล้วยังมีประสบการณ์ ตรงก็ตรงที่ว่าเคยดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจํามอสโก ประเทศรัสเซีย เอกอัครราชทูตไทยประจําอินโดนีเซีย เยอรมัน ญี่ปุ์น ตําแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ ตําแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา จะหาใครมีคุณสมบัติ ดีเท่าคุณกษิตก็คงไม่ใช่หาได้ง่าย ๆ เหมาะสมครับความรู้ประสบการณ์ แต่นิสัย ท่านประธานครับ นิสัยเปึนเรื่องที่จะต้องแก้ไข ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมกราบเรียนแล้ว ว่าจากวันที่ ๑๗ ที่มีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และวันที่ ๒๐ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คุณกษิต ต้องรู้ล่วงหน้าว่าตนเองจะต้องถูกวางอยู่ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ไปพูดได้อย่างไร ท่านประธานครับ นี่เว็บไซต์ เทเลกราฟ (Website Telegraph) เทเลกราฟนี่เปึนสื่อของประเทศอังกฤษ เขาบอกเลยครับ แบงคอค แอร์พอร์ท โพรเทสท์ เวอ ฟัน (Bangkok airport protests were fun) ฟัน (Fun) แปลว่า ตลก เซย์ ไทยแลนด์ นิว ฟอร์เรน มินิสเตอร์ (says Thailand’s new foreign minister) เปึนคําพูด ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ก็อย่างที่คนไทยทั้งหมดรู้ ชาวต่างชาติ ทั่วโลกรู้ ท่านบอกการบุกยึดสนามบินเปึนนวัตกรรมใหม่ทางการเมือง เปึนเรื่องตลก มีอาหารอร่อย มีดนตรีไพเราะ เปึนอย่างไรท่านประธานครับ ท่านมีความสุขอยู่บนความ ทุกข์ของคนอื่น เทเลกราฟมันรายงาน ท่านประธาน อยู่ในพารากราฟ (Paragraph) ที่ ๓ มอร์ แธนทรี ฮันเดรด ฟ่ฟตี้ เธาเซินด์ เทรฟเวลเลอร์ เวอร์ แสตนดาร์ด ทรี วีคส์ อะโก เวน อะ ฟ่วเธาเซินด์ เด็มมอนสเทรเตอร์ ฟรอม ดิ อัลตรารอยัลลิสท์ พีเพิล’ส (More than 350,000 travellers were stranded three weeks ago when a few thousand demonstrators from the ultraroyalist People's)
ท่านเชาวรินครับ
ครับผม
มันไม่ได้เกี่ยวกับอาเซียนสักนิดเลย ครับ
โอ้โฮ ตรง ๆ เลยท่านประธาน เพราะท่านจะต้องเปึนตัวแทนรัฐบาลไทยในการลงนาม ในสัญญาต่าง ๆ แล้วตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนอย่างนี้ จึงต้อง หยิบยกมาวิพากษ์ และที่สําคัญท่านบอกว่าตรงนี้ไม่เกี่ยว ผมเอาตรงอื่นก็ได้ท่านประธาน ได้ ๆ เอาอื่น ๆ ตรงนี้เกี่ยวไหมท่านประธาน เปึนผู้ต้องหาคดีอาญาท่านประธานครับ บันทึกประจําวันสถานีตํารวจภูธรราชาเทวะ กองบังคับการตํารวจภูธรจังหวัด สมุทรปราการ กองบัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๑ เขาแจ้งความว่าเปึนผู้ก่อการร้ายให้ พนักงานสอบสวนดําเนินคดี นี่ครับบันทึกประจําวัน ผมไปถ่ายมาจากโรงพัก นี่คือ ข้อเท็จจริงครับ แล้วรายละเอียดก็บรรยายอยู่ในคําให้การของผู้แจ้งความให้มีการดําเนินคดี เอาสักท่อนหนึ่งนะท่านประธาน เอาแค่ท่อนเดียวนะครับ ระหว่างวันที่ ๑๖ ๑๗ ๒๓ ๒๔ ๒๖ ๒๗ ๒๙ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ นายกษิต ภิรมย์ ได้ร่วมกันกระทําความผิดกับ พล ตรี จําลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย ยังมีชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกคนหนึ่งแต่ผมไม่อ่าน พออ่าน ทีไรมันปวดหัวใจ ไอ้หมอนี่มันใส่สูทเข้ามาระหว่างที่มีการชุมนุมตั้งแต่สะพานมัฆวาน รังสรรค์ไปยึดทําเนียบจนไปถึงยึดสนามบิน ท่านประธานครับ วันไหนมีการประชุมสภา มันจะใส่สูทเข้ามาแล้วไปนั่งกินข้าวข้างหลังนี่ กินเสร็จปัูบมันก็ออกจากสภาแล้วก็ถอดสูท ออกใส่เสื้อยืดขึ้นไปด่า รัฐบาลมันเลว สภามันชั่ว บางวันมันก็ว่ารัฐบาลชั่ว สภามันเลว เอ๊ะ ถ้าสภาชั่วหรือสภาเลว แล้วคุณเปึนสมาชิกอยู่ในสภานี้ทําไม นั่นแสดงว่าคุณก็ชั่ว หรือไม่คุณก็เลว ผมถึงไม่เอ่ยชื่อมัน
ผมว่ามันไม่เข้าเลยอาเซียน
นี่ก็อาเซียนล่ะครับนี่ อาเซียนครับ เพราะว่าท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ผมหมายถึงท่านกษิต คุณกษิตนี่ที่ไปเกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้แล้วเขาแจ้ง ความดําเนินคดีทั้งหมดละครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับท่านนายกรัฐมนตรีต้อง รับทราบว่าเวลานี้รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลของท่านตกเปึนผู้ต้องหาของเจ้าพนักงานตํารวจ ตามที่ผมกราบเรียน เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานครับ ท่านประธานเคยจําได้ไหม สมัยก่อนนี้งานป่ดทองฝังลูกนิมิตเวลาเขาโฆษณาบอก วันนี้พบกับสังข์ทอง สีใส พรุ่งนี้พบกับสุรพล สมบัติเจริญ ยัง ๆ ไม่พอ ยังมีอีก นี่ครับอีกคดี ครับ ยังมีอีกครับ นี่สด ๆ เลยครับท่านประธาน นี่วันนี้วันที่เท่าไรครับ ๒๖ วันที่ ๒๓ ครับ มีหนังสือร้องไปที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ถอดถอน คุณกษิตพ้นจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นี่มีปัญหาแล้วรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ ผมภาวนาอยากจะให้ท่านอยู่ยาว ท่านอยู่ยาวผมก็อยู่ด้วย เพราะผมเปึน ส.ส. ทีนี้ท่านมีปัญหาตรงนี้ท่านต้องรีบแก้ ถ้าตราบใดที่คุณกษิตยังนั่งอยู่ตรงนี้คือลูกตุ้ม ที่ถ่วงความเจริญของชาติบ้านเมือง ถ่วงความก้าวหน้าของการทํางานของรัฐบาล ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ที่ผมต้องพูดมาทั้งหมดก็เพราะว่า คุณกษิตนี่เข้ามาเปึนรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปทําผลงาน ชิ้นเดียวครับ ชิ้นเดียวตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คือ ไปเอาระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ท่านกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ลงนามประกาศใช้ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม และได้มีการประกาศอยู่ในราชกิจจานุเษกษา เล่มที่ ๑๒๒ ตอน ๓๙ ง ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ คือไปเอาระเบียบตรงนี้ครับ ไปถอนหนังสือเดินทางทางการทูตของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ คุณกษิตเร่งรีบเหลือเกิน ทําเหมือนอย่างกับเกลียดชัง ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเปึนการส่วนตัวใช้ระเบียบนี้ไปถอนหนังสือเดินทางสีแดง หนังสือทางการทูต ต่อให้ถอนทุกเล่มท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็สามารถเดินทางไป ที่ไหน ๆ ได้ เพราะท่านมีหนังสือเดินทางของประเทศอื่นอีก ๒ ประเทศ หรือ ๓ ประเทศ เท่าที่ผมทราบ เพราะฉะนั้นการที่คุณกษิตทําตัวอย่างนี้ พวกผม ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทั้งหมด ๑๘๒ ชีวิต จะถือว่าคุณกษิต คุณเปึนศัตรูกับพรรคเพื่อไทย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมุทรปราการ) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมรู้สึก เสียใจ เมื่อสักครู่ที่ท่านร้อยตํารวจโท เชาวริน ท่านได้บอกว่าท่านจะถอดเข็มของสถาบัน พระปกเกล้าผมว่าสมควรครับ เพราะผมเสียใจที่ได้ยินท่านประธานได้กล่าวชี้แจงว่าเปึน คนประสานกับทางสถาบันพระปกเกล้าให้นักศึกษาที่เรียนอยู่สามารถมาประชุมได้ โดยที่ไม่ขาดเรื่องการลงเวลาเรียนกัน นี่คือเรื่องที่ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธาน ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๕ ครับ ประธานรัฐสภามีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๑. เปึนประธาน ของที่ประชุมรัฐสภา ๒. กําหนดการประชุมของรัฐสภา ๓. ควบคุมและดําเนินกิจการของ รัฐสภา ๔. รักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมรัฐสภา ตลอดถึงบริเวณของรัฐสภา ๕. เปึนผู้แทนรัฐสภาในกิจการภายนอก ๖. แต่งตั้งกรรมการเพื่อดําเนินกิจการใด ๆ ตาม (๗) ๗. อํานาจและหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ท่านประธานครับ ผมใส่ชุดดําอยู่ก็บอกอาทิตย์ที่แล้วว่า ผมประท้วงและก็ประจาน และก็ ไม่ชอบลัทธิอภิสิทธิ์ชน วันนี้ท่านประธานท่านบอกว่าท่านได้ประสานและชี้แจงต่อ ท่านเชาวริน วันนี้พวกผมจะทําอย่างไรครับ วันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในแผ่นดินคิดอะไรทําอะไร กันอยู่ ผมไม่เข้าใจ
ไม่ใช่ ประท้วงผม
ผมประท้วงท่านประธานว่า ท่านประธานใช้อํานาจหน้าที่อะไรที่ไปประสานให้ทางสถาบัน พระปกเกล้าขาดประชุมได้
ให้ผมวินิจฉัยสิครับ ไม่ใช่อภิปราย ครับ
ผมชี้แจงให้ท่านประธานทราบครับว่า การทําอย่างนี้มันไม่ถูกต้องมันก็เหมือนกับ ส.ส. เขาเรียนจบมาแล้ว จบปริญญาตรีมา หรือว่าได้จบไปเรียนการศึกษานอกระบบแล้วลง เวลาไม่ครบ แต่วันนี้ท่านประธานประสานบอกให้มาประชุมในสภาได้โดยที่ไม่ขาด การเรียนผมก็สงสัยเหมือนกันว่า สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเปึนพี่เลี้ยงของรัฐสภา ผมก็เคย ไปอบรม นี่คือสิ่งที่ทําให้ผมเสียใจ ผมขอให้ท่านวินิจฉัยครับ และได้ช่วยกันพิจารณาโปรด แก้ไขนะครับ และอย่าให้เกิดกรณีอย่างนี้อีก เพราะรัฐสภาแห่งนี้วันนี้ต้องเปึนตัวอย่างที่ดีครับ รัฐสภาแห่งนี้ต้องมีเหตุมีผลครับ และไม่ สนับสนุนวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เข้าข่ายลักษณะของลัทธิอภิสิทธิ์ชนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ที่สอนให้ผมไปปฏิบัติ นะครับ บางอย่างผมก็ทําได้ บางอย่างผมก็ทําไม่ได้ ในฐานะที่ผมเปึนประธานสถาบัน พระปกเกล้าผมก็ได้ติดต่อประสานงาน เนื่องจากผมได้เรียนกับท่านเชาวรินและที่ประชุม ทราบแล้วนะครับ ผมก็ได้ปฏิบัติจริง ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ชนอะไรครับ ก็เรียนวินิจฉัยได้แค่นี้ ครับ ต่อไปนะครับ
ท่านประธานผมขอนิดเดียว ท่านประธานจะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมประท้วง
พอแล้วครับ พอแล้วครับ
ผมประท้วงว่ามาได้ครับแต่ต้องขาดเรียนครับ ถ้าจะเรียนก็ไม่ต้องมาครับท่านประธาน ครับ เพราะไม่มีกฎหมายใด ๆ
ก็เวลาเขาเรียนเขาก็เรียน เขาไม่มา ผมก็ขัดข้องเขาไม่ได้ ไม่ได้ห้าม ไม่ได้บังคับอะไรเลยครับ ก็ประสานงานกับทางเลขาธิการ เขาเท่านั้นเอง
ผมเข้าใจว่าท่านประธานไม่ได้ตั้งใจ ถ้าท่านประธานไม่ได้ตั้งใจ
คือผมจะดําเนินการที่ท่านสั่งผม ไม่ได้ครับ ผิดข้อบังคับ มีอะไรครับท่านสมบูรณ์ ประท้วงผมหรือเปล่า
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ
ไม่ใช่ ประท้วงผมหรือเปล่า
ผมประท้วง เรื่องข้อบังคับครับท่านประธานครับ
ครับเชิญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้ตาม ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ นะครับ เรื่องว่ามีผู้ฝ์าผืนข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เนื่องจากเมื่อสักครู่นะครับ ขออนุญาต ท่าน ส.ส. เชาวรินครับ ได้อภิปรายถึงกรอบ
จบไปแล้วครับ
ท่านครับ แต่มีการดูหมิ่นและเสียดสี ซึ่งท่านประธานคงได้ยิน พูดถึงท่านรัฐมนตรีว่าเปึนรัฐมนตรี การ์ตูน เปึนการดูหมิ่นเหยียดหยามแล้วก็ให้ร้ายอย่างรุนแรง
(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ ผมขอประท้วงน้องสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผมยัง ไม่เคยพูดเลยเรื่องการ์ตูน น้องไปอยู่ที่ไหนมา ผมว่าตุ๊กตา มาประท้วงการ์ตูน ปัดโธ่
ขอความกรุณาเถอะครับ
ไม่เอา น้องสมบูรณ์ไม่เอาน้อง
ท่านเชาวรินครับพอ ท่านสมบูรณ์ ขอเถอะครับ พอแล้วครับ
ท่านประธาน จะทําให้เห็นชัดครับ ผมต้องการที่จะถามว่ามันชัดเจนอย่างไร ก็คือท่านครับการที่เรา เอาบุคคลอื่นมาโดยเฉพาะรูปร่างหน้าตานี่ครับ เอามาเสียดสีหรือดูหมิ่นท่านประธาน คิดว่าควรหรือครับ ถ้าเกิดผมว่าท่านเปึน ส.ส. เลี้ยงแกะแห่งลิเจีย ท่านโกรธไหมครับ มันก็ ต้องโกรธถูกไหมครับ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ชัยภูมิ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธาน
ผมก็เลย คิดว่าให้ท่านถอนคําพูด
ดูเขาประท้วงอีกแล้ว ตั้ง ๒ คน
(นายจุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สกลนคร) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ผมประท้วงก่อนท่านเมื่อกี้ครับ
เชิญคุณสกลนคร เชิญครับ
ผมชื่อ จุมพฏ ครับ ไม่ใช่ชื่อสกลนครครับ
อ๋อ ผมนึกว่าชื่อสกลนคร
ประท้วง ประธาน
ผมพูดถึงจังหวัดสกลนคร ท่านเปึน ส.ส. สกลนคร
ผมชื่อ จุมพฏ นามสกุล บุญใหญ่ ส.ส. สกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา
ครับ ประทานโทษครับ จําชื่อไม่ได้ ครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ นะครับ
ครับ
ครับ ขอบคุณครับ
ผมประท้วง ท่านประธานครับ ทําผิดข้อบังคับ ที่นี่รัฐสภาไทยครับ เมื่อกี้ท่านประธานปล่อยให้ ผู้อภิปราย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เอาเอกสาร ภาษาต่างประเทศมาอ่านคนไทยฟังไม่รู้เรื่องครับ ผมขอให้ท่านประธานรัฐสภา ประธานนี่ ประธานรัฐสภาไทยครับ กรุณาอย่าใช้ภาษาต่างประเทศให้ฟุ์มเฟ๋อยได้ไหม ขอให้ ท่านประธานได้สั่งท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ได้แปลภาษาที่ท่านอ่านด้วยว่ามันแปลว่า อะไร เพื่อให้คนไทยได้เข้าใจครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ ไม่ต้องแปลละครับ มันผ่านไปแล้วครับ คุณเชาวรินไม่ต้องแปลหรอกครับมันผ่านไปแล้ว เสียเวลาครับ ต่อไป
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ผมโดนจังเลยครับ โดนเต็ม ๆ เลย น้องสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล บอก ส.ส. เลี้ยงแกะแห่งถ้ําลิเจีย
ช่วยกรุณานั่งก่อนครับ นั่งก่อน นั่งก่อนครับ แล้วยกมือขึ้นครับ เชิญครับคุณเชาวรินครับ
ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านประธานมากเลยนะครับ ท่าน ส.ส. น้องสมบูรณ์ อย่างไรก็น้อง อายุก็น้อยกว่าแล้วเปึนก็หลังกว่า น้องสมบูรณ์ตําหนิว่าผมไปพูดถึงเรื่อง รัฐมนตรีการ์ตูน ผมก็ใช้สิทธิบอกว่าผมไม่ได้พูดเลยเรื่องการ์ตูนน่ะ ผมพูดรัฐมนตรีตุ๊กตา แล้วก็ไม่ใช่ว่าผมพูดเอง ก็ด้วยความชื่นชมว่าท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร ชมว่าน่ารักคือท่านสาทิตย์ ก็ท่านสาทิตย์คือเหมือนตุ๊กตาที่ท่านสมัครเอ็นดู ท่านบอกเหมือนตุ๊กตาน่ารักดี ไม่เห็นเสียหายตรงไหน ท่านสาทิตย์ก็ไม่ได้ประท้วงอะไร แล้วพอสุดท้ายมาบอกว่า ถ้าว่า
พอเข้าใจแล้วครับ
ท่านให้ถอนทีเถอะ ส.ส. เลี้ยงแกะแห่งถ้ําลิเจีย เดี๋ยวสมบูรณ์รู้เรื่องจริงแล้วสมบูรณ์จะ หนาว ถอนเสีย เลี้ยงแกะแห่งถ้ําลิเจีย นี่คงไว้ไม่เปึนไร
ไม่ล่ะครับ พอแล้ว
ไม่ได้ ส.ส. เด็กเลี้ยงแกะ โอ้โฮ ผมเสียหายเลยท่านประธาน ต้องให้ถอนคําว่า เด็กเลี้ยงแกะ ส.ส. เด็กเลี้ยงแกะอะไรประมาณนั้น ต้องถอนครับ ไม่ได้ คําว่า เด็กเลี้ยงแกะ มันไม่ใช่คํายกย่องหรอกครับ ท่านประธานครับ
ไม่มีคําว่า เด็กเลี้ยงแกะ อะไร
มีครับ มีครับท่านประธานเป่ดเทปฟังสิครับ มีครับ ตอนที่ผมทักท้วงว่าเรื่องการ์ตูน ผม ไม่ได้พูดคําว่า การ์ตูน แล้วท่านก็สวนกลับมาว่าถ้าผมจะพูดว่าท่านเปึน ส.ส. เลี้ยงแกะ แห่งถ้ําลิเจียจะว่าอย่างไร ว่าแล้วนี่ เวลานี้ผมว่าแล้ว ว่าให้คุณถอน
ผมขอเถอะ มันก็พอ ๆ กันละครับ
ท่านประธานขอตรงนี้คงจะลําบากนะครับ เพราะชื่อเสียงเกียรติยศ ของผมก็บรรลัยหมดเหมือนกัน ท่านวินิจฉัยเลยครับ คําว่า เด็กเลี้ยงแกะ มันผิดไหม มันสุภาพไหมนะครับ ท่านวินิจฉัยนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ
ผมไม่วินิจฉัยนะ ให้เจ้าตัวบอกเลย จริงหรือเปล่าที่พูดนะ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านพี่ครับ จริง ๆ แล้วเนื่องจากที่ท่าน กล่าวหาว่าเปึนรัฐมนตรีตุ๊กตาหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็คงโดยเจตนาแรกก็คือ เสียดสี ผมก็ เพียงแต่กล่าวว่าถ้าเกิดผมกล่าวหาว่า ท่านเปึน ส.ส. เลี้ยงแกะแห่งถ้ําลิเจีย ท่านจะโกรธ ไหมครับ ผมก็เพียงแต่เปรียบเทียบแค่นั้นเองครับ ผมไม่ได้กล่าวหาท่านครับท่านประธาน ครับ
ครับ เขาก็ไม่ได้กล่าวหา
ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องตอบคําถามว่า โกรธไหม ผมโกรธครับ โกรธครับ โกรธมาก ๆ เลย ถ้าถอนผมก็ไม่โกรธ
ตอนนี้โกรธไปก่อนไม่เปึนไร
ท่านประธานให้ถอนครับ เพราะว่าผมเสียหายครับ
ก็ถอนไปสักหน่อยเถอะครับ เพื่อให้ หายโกรธ
ท่านประธาน ผมไม่ได้ว่าท่านนี่ครับ ผมไม่ได้กล่าวหาท่านเลย ผมเพียงแต่เปรียบเทียบ ให้ฟังแค่นั้นเองครับท่านครับ
เปรียบเทียบอย่างอื่นสิครับ เปรียบเทียบบอกถ้าผมเปรียบเทียบว่าท่านเปึน ส.ส. เทวดา อย่างนี้ไม่โกรธ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ชัยภูมิ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
(นายจุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สกลนคร) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงข้างหลังครับ มีผู้ประท้วง ๒ ท่านนะครับ
เปรียบเทียบอย่างนี้ไม่ได้ผมเสียหาย ท่านประธานให้ถอนดีกว่า ผมไม่อยากเสียเวลา ให้ถอนเถอะครับ
ท่านประธาน ครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับท่านประธาน
ผมกําลังจะวินิจฉัยครับ
ต้องวินิจฉัย ครับ
ท่านประธาน ครับ ให้เกียรติกับท่านประธาน แล้วก็พี่เชาวรินครับ ผมขอถอนคําพูดครับ
ขอบพระคุณมากครับ คุณพิษณุ มีอะไร เห็นยกแล้วยกอีกเพราะยังไม่ถึงคิวคุณเลย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด หนองบัวลําภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอหารือท่านประธาน นิดหนึ่งครับ เรื่องของการจัดคนขึ้นอภิปรายนะครับ ผมฟังมามีการจัดมา ๒ รอบนะครับ มีฝ์ายค้าน มี ส.ว. มีพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลนะครับ ซึ่งโดยหลักการ แล้วจริง ๆ น่าจะเปึนแค่ ๓ ฝ์ายครับ ท่านประธานครับ ก็คือพรรคร่วมฝ์ายค้าน สมาชิก วุฒิสภา แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ช่วยกรุณาปรับปรุงตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมก็เอาตามโพยที่ส่งมานี่ละครับ ก็อยากจะขอความกรุณาเพื่อไม่ให้เสียเวลานะ ต่อไปท่าน ส.ว. ท่านรอนานแล้ว ส.ส. พูดแล้ว ท่าน ส.ว. ยังไม่ได้พูดเลยครับ เชิญท่าน ส.ว. สุรจิต ชิรเวทย์ครับ เวลาท่าน ๒๐ นาทีครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว. สมุทรสงคราม แม่กลองนะครับ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา คือเพื่อให้การพิจารณากรอบข้อตกลงต่าง ๆ ชัดเจนขึ้นนะครับ ผมก็ อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกผู้เกียรติทุกท่านว่า ใครอ่านวาระการประชุมวันนี้แล้วเข้าใจ บ้างว่า รัฐบาลขออนุมัติรัฐสภาในแต่ละเรื่องของทั้ง ๔ กรอบใหญ่ในระดับใดบ้าง ระดับ การขอความเห็นชอบนะครับ แล้วก็ด้วยเงื่อนไขอะไรบ้างนะครับ อันนี้ก็เพื่อสมาชิกจะได้ พิจารณาได้ชัดเจนนะครับ เช่น บางประเด็นแค่ขอกรอบการเจรจา บางประเด็นเจรจา ไปแล้วจะขออนุมัติไปลงนาม หรือว่าบางประเด็นลงนามแล้วต้องมาทํากระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสามกับ วรรคสี่นะครับ แล้วจึงจะให้รัฐสภาให้สัตยาบันให้มีผลผูกพัน คือผมเองนี่ดูแล้วก็ยัง ไม่เข้าใจ เพราะก็อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านก็บ่นอยู่ว่าเอกสารมันเยอะมากนะครับ ทีนี้ ทําอย่างไรจะให้เรื่องมันชัดเจนขึ้นล่ะครับ แล้วก็หลายเรื่องที่ได้มีโอกาสอ่าน ผมก็เข้าใจว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ วรรคสองนะครับ คือกรอบหรือเรื่อง ที่จะเข้าข่ายที่รัฐบาลจะต้องมาขอความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง มันมีอยู่แค่ ๕ เรื่องเท่านั้นนะครับ ก็คือหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ นะครับ หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตแต่ประเทศมีอธิปไตยนะครับ แล้วก็ ๓ ก็คือสัญญา ที่จะต้องออกเปึนพระราชบัญญัติ หรือ ๔ สัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจสังคมอย่างกว้างขวางนะครับ แล้วก็ข้อสุดท้ายก็คือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณอย่างมีนัยสําคัญนะครับ ซึ่งผมคิดว่าหลายเรื่องใน ๔ กรอบใหญ่ ที่เสนอมานี้ไม่เข้าข่าย แต่ว่ารัฐบาลถือปลอดภัยไว้ก่อนก็เลยส่งทั้งหมดมาให้เรา เนื่องจาก กฤษฎีกาเขาก็ไม่รับตีความว่านอกกรอบหน้าที่เขา ศาลรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาต่อเมื่อ เปึนคดี ไม่ได้รับปรึกษานะครับ รัฐบาลก็เลยส่งทั้งหมดมา ซึ่งความจริงมาตรา ๑๙๐ เขาได้ให้เครื่องมือและหลักเกณฑ์ไว้แล้วนะครับในวรรคห้า กับ วรรคหกนะครับ ผมก็เลย จะขอถามเลยนะครับ เวลาไม่มาก
คําถามแรก ก็คือทั้ง ๒๐ เรื่องที่รัฐบาลเสนอเข้ามานี้นะครับ ขอให้รัฐบาล ช่วยจําแนกแจกแจงว่าเสนอเข้ามาด้วยเหตุผลอะไรนะครับ เข้าเงื่อนไขข้อใดของ มาตรา ๑๙๐ โดย
๑. ก็คือเรื่องใดขออนุมัติกรอบเจรจา เรื่องใดขออนุมัติลงนาม แล้วก็
๒. ในกรณีขออนุมัติลงนาม มันจะต้องมีมาตรการก่อนลงนามตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสามนะครับ รัฐบาลได้ทําสิ่งเหล่านั้นแล้วยัง แล้วก็หลังลงนามมี มาตรการให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดและมีมาตรการเยียวยาตามวรรคสี่ รัฐบาลได้ทํา สิ่งเหล่านั้นหรือยังนะครับ ถ้าหากท่านขออนุมัติลงนามนะครับ แล้วก็
ข้อที่ ๓ ก็คือมีเรื่องใดที่เสนอแบบควบรวมมาหรือเปล่าในคราวนี้นะครับ โดยขออนุมัติทั้งลงนามและทั้งให้สัตยาบันให้มีผลผูกพัน ซึ่งถ้าเสนอรวมแบบนี้มันทํา ไม่ได้นะครับตามรัฐธรรมนูญ ก็คือมันจะต้องมีขั้นตอนนะครับ ฉะนั้นขอให้ความชัดเจนว่า จะให้สภาให้ความเห็นชอบในเรื่องใดในระดับใดบ้างนะครับ เราจะได้รู้ว่าบางเรื่องเรามี เวลา มีโอกาสไปศึกษาหรือตั้งกรรมาธิการก่อนให้สัตยาบันนะครับ ถ้าเปึนอย่างนั้นก็จะได้ มีโอกาสที่จะได้ร่วมคิดหรือให้ข้อเสนอแนะกันต่อไปได้ จะได้ไม่ต้องมาลงรายละเอียดกัน ในที่นี้นะครับ
ส่วนเรื่องใดไม่มีโอกาสศึกษาแล้ว ต้องเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ตรงนี้อยากจะขอความกระจ่างนะครับ เนื่องจากว่ายังมีข้อวิตกกังวลอีกมากนะครับ เช่น ในความตกลงอาเซียนเกาหลี หรือความตกลงอาเซียนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ยังมีอีก หลายประเด็น เช่น การเป่ดเสรีบริการทางด้านการศึกษา ซึ่งเราจะต้องมีการปฏิรูปกัน ขนานใหญ่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก เรายังไม่น่าจะมีความพร้อมแบบนั้น
ประเด็นการเพาะเมล็ดพันธุ์พืชคลุมดิน ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวจะมี ส.ว. ท่านอื่นลง ในเรื่องรายละเอียดนะครับ
แล้วก็มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เมื่อเช้าท่านสุนัยพูดนะครับ ในกรณีนี้ผมก็อยากจะให้เห็นข้อกังวลให้ชัดเจนขึ้นว่า เรามีความพร้อมหรือไม่นะครับ มีคนเอาปาล์มน้ํามันไปปลูกที่แม่กลองบ้านผมแค่ไม่กี่ต้นนะครับ ยังไม่ได้ปลูกจริงจัง แต่ว่าก็ปรากฏว่ามันมีแมลงหนามดํา เพราะว่าปาล์มน้ํามันนี้เอามาจากอินโดนีเซีย มีแมลงหนามดําติดมาด้วยนะครับ เสร็จแล้วจะต้องไปเอาแตนเบียนสัญชาติเวียดนามมา กินมันอีกทีหนึ่ง อันนี้เราไม่ทราบว่ามาตรฐานสุขอนามัยพืชเรามีหลักเกณฑ์อย่างไร และ ทําไมมันถึงหลุดเข้ามาได้
แล้วในขณะที่เรากําลังจะเป่ดกว้างออกไปอีกนะครับ อันนี้เปึนข้อวิตก กังวลก็คือ ผลจากที่เราเคยตั้งกรรมาธิการศึกษาข้อตกลงอาเซียนญี่ปุ์น ซึ่งเปึน สนธิสัญญาแรกที่เข้ามาสู่รัฐสภาแห่งนี้นะครับ เราได้เห็นข้อบกพร่องเยอะมากนะครับ ซึ่งถ้าได้มีโอกาสทํางานร่วมกันก็จะได้ช่วยกันคิดนะครับ แล้วก็รัฐบาลก็ควรจะออกกฎหมายโดยกระทรวงการต่างประเทศกําหนดวิธีการขั้นตอน ตามที่มาตรา ๑๙๐ กําหนดไว้นะครับ ท่านไม่กําหนดออกมาแล้วท่านโยนเรื่องทั้งหมดมา ที่สภานี้ สภาก็ต้องหงุดหงิดกันบ้าง เพราะว่าเอกสารมันเยอะมากนะครับ ก็อยากจะขอ คําตอบในส่วนนี้นะครับ เพื่อว่าจะได้ชัดเจนในเวลาพิจารณาและในการที่จะลงมติต่อไป ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ผมก็ขอเรียนท่านสมาชิกนะครับ เนื่องจากว่าผู้ตอบที่ชัดเจนนั้นคือต้องเปึนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงนะครับ ผมก็ขอเชิญ นะครับ ขออนุญาตให้คุณศิริพล ยอดเมืองเจริญ คุณชุติมา บุณยประภัศร คุณกฤต ไกรจิตติ คุณชนะ คณารัตนดิลก คุณสุภัฒ สงวนดีกุล คุณบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร คุณจักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา เข้ามาร่วมชี้แจงนะครับ พร้อมทั้งให้ท่านรัฐมนตรีวีระชัย ให้ใครเข้านะครับ
อธิบดี กรมอาเซียนครับ
อธิบดีกรมอาเซียน เชิญครับ ผมอยากจะเชิญท่านรัฐมนตรีอยู่ซีกนี้นะครับ เชิญมารวมซีกนี้ครับ แล้วให้เจ้าหน้าที่เข้า ซีกทางนี้ เพื่อท่านจะได้ชี้แจงรายละเอียดให้มันเข้าประเด็นครับ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจง ก่อนใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเรียนชี้แจง ๒ ประเด็นนะครับ เท่าที่ได้ฟังการอภิปรายของ สมาชิกตั้งแต่เช้ามา ผมเข้าใจว่ามี ๒ ประเด็นที่ผมควรจะทําการชี้แจง
เรื่องที่ ๑ ท่านได้อภิปรายถึงเรื่องคุณสมบัติ ขออนุญาตนะครับ ประเด็น คุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านจะกลับมาคืนนี้ ผมเข้าใจว่า ในวันพรุ่งนี้ท่านคงได้มีโอกาสชี้แจงกับสมาชิก
ประเด็นที่ ๒ ที่มีการอภิปรายถึงสาระสําคัญของเอกสาร ๑๑ ฉบับ ที่กระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบอยู่ เท่าที่ผมฟังรู้สึกว่ามีเอกสารฉบับเดียวนะครับ คือ
เอกสารฉบับที่ ๑๐ ซึ่งพูดถึงเรื่องการกําหนดขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ องค์การสิทธิมนุษยชนอาเซียน ขออนุญาตชี้แจงคร่าว ๆ ดังนี้นะครับ
เท่าที่ฟังมีสมาชิกท่านหนึ่งได้พูดถึงเรื่องอํานาจหน้าที่ แต่เท่าที่ฟังแล้วรู้สึก ว่าท่านก็เห็นด้วย เพียงแต่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะทําเรื่องนี้เพิ่มขึ้น น่าจะทําเรื่องนั้น เพิ่มขึ้น ผมก็จะรับข้อสังเกตไปนะครับ ขอบคุณครับ
อยากจะให้ท่านอธิบดีช่วยชี้แจง กรอบอะไรต่าง ๆ ครับ เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ
(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แม่ฮ่องสอน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ
ท่านมีอะไรครับ
ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าวรรคไหนนะครับ ท่านประธาน โดยเฉพาะอันนี้อยู่ในวรรคสามได้ระบุไว้ว่า ให้คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูล และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและต้องชี้แจงต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นคําว่า รัฐมนตรี หมดเลยครับท่านประธาน แต่ว่าท่านประธานกําลังจะให้ท่านอธิบดีเปึนผู้ชี้แจง ผมเลยขออนุญาตเรียนปรึกษาแล้วก็ทักท้วงท่านประธานว่าน่าจะเปึนรัฐมนตรีที่จะต้อง ชี้แจง โดยเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศที่จะต้องชี้แจงครับท่านประธานครับ
ผมก็ขออนุญาตเมื่อสักครู่นะครับ ถ้าท่านไม่ให้ชี้แจงเจ้าหน้าที่ก็ยิ่งสบายครับ เชิญคุณหมอ คือข้อบังคับ ข้อ ๖๘ เขียนไว้ชัด นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่มีเกี่ยวข้องกับ กฎหมายเราไม่เคยให้เจ้าหน้าที่คนไหน จะเปึนอธิบดี ปลัดกระทรวงคนไหนออกมาชี้แจง แบบนี้ ถ้าท่านประธานอนุมัติแสดงว่ารัฐมนตรีไม่มีความสามารถเลยหรืออย่างไร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าวันนี้เปึนวาระที่สําคัญของกระทรวงการต่างประเทศ ทําไมต้องไปประเทศกัมพูชา หรือไปด่าเขาไว้มาก เลยต้องไปเจรจาเกี้ยเซี๊ยะกับเขา ทําไม ละครับ นัดไว้เรียบร้อย ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องมาชี้แจง ไม่ใช่ให้อธิบดี ท่านอธิบดีอย่าชี้แจง เลยนะครับ ผมไม่อยากซักอธิบดี ผมไม่อยากพูดถึงกับอธิบดี รัฐมนตรีท่านแสดงวิสัยทัศน์ ไม่อย่างนั้นท่านก็อ่านเอาสิครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็อ่านไปแล้ว ท่านก็ เขียนให้ไปอ่าน เขาจะได้รู้ว่าประเทศไทยมีรัฐมนตรีเปึนแบบไหน แล้วจะประชุมอาเซียน ผมถึงอยากฝากท่านประธาน
ให้ผมวินิจฉัยนะครับ
ผมฝากท่าน ประธานครับอย่าใช้สิ่งที่ท่านประธาน มาตรฐานเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ผมอยากฝาก ท่านประธานครับ
ท่านเข้าใจผิดแล้วครับ ต้องดู ข้อบังคับ และตอนนี้รัฐมนตรีเขาก็ทําหนังสือถึงประธานนะครับ ขออนุญาต ๒ ท่าน คือ ท่านแรก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๘ นะครับ ประธานอนุญาตให้รัฐมนตรี มอบหมายให้บุคคลใด ๆ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมประกอบการอภิปรายของรัฐมนตรี ก็ได้นะครับ มันชัด แล้วจะให้ผมทําอย่างไรครับ ผมก็ทําตามข้อบังคับนะครับ คืออย่าตะแบงมากครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ดูข้อบังคับให้ชัด
(นายจุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สกลนคร) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
เชิญครับ
ไม่มีใครประท้วง ครับท่านประธาน
เอาเห็นท่านยกมือประท้วง
คือไม่มีใคร ตะแบง ผมประท้วงครับ ท่านประธานใช้ภาษาไม่สุภาพ และจริง ๆ แล้วข้อบังคับ ท่านประธานครับ ท่านต้องแจ้งให้ทราบ ให้ท่านประธานทําอย่างนี้ครับ เอาหนังสือ ที่รัฐมนตรีมอบหมาย ขออนุญาตท่านมอบหมายแจกให้สมาชิกรัฐสภาที่นี่ได้ทราบ ครับว่าได้มีการมอบหมายกันจริงหรือเปล่า ขอให้สําเนาหนังสือให้ทราบด้วยครับ
ผมจะอ่านให้ทราบเลยครับ ตอนนี้
ขอดู เอกสารได้ไหมครับ
ครับ เดี๋ยวให้ท่านมาเอาได้ครับ
และให้ท่าน ถอนคําว่า ที่สมาชิกท่านใช้คําว่า ตะแบง ไม่มีใครตะแบงครับ เพียงแต่ว่าการแปล ความหมายของข้อบังคับน่าจะแปลไม่เหมือนกันเท่านั้นท่านประธานครับ
ก็ตะแบงไปตะแบงมานะครับ
ท่านต้อง ถอนนะครับ ตรงนี้ครับ
ผมไม่ถอนหรอกครับ ให้ไปฟัองครับ
ท่านประธานครับ
พอแล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ผม วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี อย่างเมื่อ สักครู่นี้ที่ผมได้เรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกไปแล้วนะครับ เท่าที่ผมฟังประเด็นของการ อภิปรายเมื่อเช้านี้ มีเพียงแค่ ๒ ประเด็นนะครับ หลักใหญ่ ๆ นะครับ
ประเด็นแรกเปึนประเด็นทางด้านเรื่องคุณสมบัติ พรุ่งนี้ทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะกลับมาชี้แจงด้วยตัวท่านเอง
ประเด็นที่ ๒ เท่าที่ฟังสาระของการอภิปรายนี่นะครับ ของเอกสารทั้ง ๑๑ ฉบับ ที่กระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบอยู่ ผมเห็นว่ามีเพียงแค่ประเด็นเดียว ในเรื่องร่างเอกสารฉบับที่ ๑๐ ที่พูดถึงเรื่องการกําหนดขอบเขตอํานาจขององค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน ซึ่งผมก็ได้ตอบไปแล้วนะครับ ซึ่งในชั้นนี้คิดว่าคงไม่มีความจําเปึน จะให้ท่านอธิบดีกรมอาเซียนได้ชี้แจงเพิ่มเติม
เมื่อทาง ส.ส. เขาไม่ต้องการให้ชี้แจง ก็ไม่ต้องชี้แจงครับท่านอธิบดีครับ ต่อไปครับ เปึนการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกนะครับ ต่อไปนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ที่รัฐสภา ได้มีการพิจารณาร่วมกัน คือการพิจารณากรอบเกี่ยวกับอาเซียนทั้งหมด ซึ่งผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานผ่านเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้รับทราบว่า กรอบข้อตกลงอาเซียนวันนี้มันมีที่มาจากวิสัยทัศน์ของผู้นําอาเซียน ซึ่งผมเชื่อว่า ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นของการเจรจาหรือข้อสรุปในวันนี้จะนําพาซึ่งความอยู่ดีกินดีของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งพี่น้องประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด เท่าที่ผมได้ศึกษาเท้าความดูนั้น ผู้นําอาเซียนได้มีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าประมาณ ป้ ๒๐๒๐ จะทําให้อาเซียนนั้นเปึนกลุ่มหุ้นส่วนร่วมกันในการพัฒนาอย่างมีพลวัต และเท่าที่ดูแล้ว หลักการเป่ดเสรีที่เกิดขึ้นนั้นนอกจากจะเปึนการเป่ดเสรีเรื่องการค้า ก็จะมีการเป่ด เสรีเรื่องบริการ ผมได้ดูผู้นําของกลุ่มประเทศอาเซียนได้มีการประชุมร่วมกัน ป้ ๒๕๔๖ ที่เกาะบาหลี ได้มีการกําหนดกรอบในการเป่ดเสรีเรื่องการบริการร่วมกัน ในกลุ่มนี้การ เป่ดเสรีการบริการร่วมกันนั้นเท่าที่เปึนกลุ่มอาชีพนั้นจะมีกลุ่ม ๖ อาชีพ ซึ่งในกลุ่ม ๖ อาชีพนั้น ปรากฏว่ามีอยู่ ๓ กลุ่มอาชีพ ซึ่งมีการเซ็นสัญญาร่วมกันไปแล้ว นั่นคืออาชีพ วิศวกร ซึ่งมีการเซ็นสัญญาร่วมกันในป้ ๒๕๔๘ อาชีพพยาบาลนั้นมีการเซ็นสัญญา ร่วมกันในป้ ๒๕๔๙ และอาชีพสถาปนิกมีการเซ็นสัญญาร่วมกันในป้ ๒๕๕๐ วันนี้เราได้มี การศึกษาหรือมีการหาข้อสรุปร่วมกันในการเซ็นสัญญาข้อตกลงร่วมกันของกลุ่มอาชีพอีก ๓ อาชีพ คือ กลุ่มอาชีพแพทย์ กลุ่มอาชีพทันตแพทย์ และกลุ่มอาชีพบัญชี สิ่งที่ผมจะ นําเสนอมุมมองหรือเสนอความคิดเห็นนั้นเปึนข้อสังเกตสั้น ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพ แพทย์และกลุ่มอาชีพทันตแพทย์ ในแง่ของกลุ่มอาชีพแพทย์และทันแพทย์นั้น เท่าที่กรอบ ที่ส่งมานั้น ปรากฏว่าในวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมานั้น ณ ประเทศสิงคโปร์ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนได้มีการลงนามร่วมกันไปเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ๙ ประเทศ ยกเว้นประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งใน ๙ ประเทศนั้นที่มีการลงนามร่วมกัน ก็คือ เปึนข้อตกลงร่วมกันทางด้านอาชีพแพทย์แล้วก็ทันตแพทย์ ผมมองว่าขณะนี้มันค่อนข้าง จะช้าเกินไปในการที่จะทําให้การตกลงร่วมกันในกลุ่มอาชีพแพทย์และทันตแพทย์เพิ่งจะมี การพิจารณา เพราะถ้าดูอดีตที่ผ่านมานั้น อดีตท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เตรียมที่จะนําเสนอข้อตกลงร่วมของอาชีพแพทย์และทันตแพทย์เข้าสู่การพิจารณาของ ที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา แต่บังเอิญมีปัญหาวิกฤตทาง การเมืองที่เกิดขึ้น ทําให้รัฐสภาไม่สามารถจะพิจารณากรอบข้อตกลงร่วมของอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้บัญญัติไว้ แต่วันนี้ก็ถือว่าเปึนโชคดีที่คิดว่า การพิจารณาร่วมตรงนี้จะมาซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ผมอยากจะสรุป เปึนประเด็นสาระว่าวันนี้ข้อตกลงร่วมของอาชีพแพทย์และทันตแพทย์ได้มีสาระสําคัญ ๆ อยู่ ๓ ประเด็น
สาระสําคัญที่ ๑ คือ กําหนดไว้ว่า คนที่ปฏิบัติหน้าที่เปึนแพทย์หรือปฏิบัติ หน้าที่เปึนทันตแพทย์ในกรอบของกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีประสบการณ์ในการทํางานมา ไม่น้อยกว่า ๕ ป้ มีสิทธิที่จะไปขอใบประกอบวิชาชีพในกลุ่มประเทศอื่นที่อยู่ในอาเซียน ด้วยกัน นั่นหมายความว่าถ้ามีการเซ็นสัญญาร่วมกันตามข้อตกลงของแพทย์และ ทันตแพทย์ เท่ากับว่าหมอไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ทํางานและได้ ประกอบวิชาชีพมา ๕ ป้ มีสิทธิที่จะไปขอใบประกอบวิชาชีพในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม ประเทศอาเซียนร่วมกัน ซึ่งผมมองว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการมีการข้อตกลงร่วมของ กลุ่มอาชีพแพทย์และทันตแพทย์นั้น ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์นั้นเปึนอาชีพบริการและวิชาการครับ ประโยชน์จากการที่มีการประชุม ปรึกษาหารือ เปึนการพัฒนาฝ๊กฝนของอาชีพแพทย์และทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศ อาเซียนให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วผมมองว่าผลพวง ถ้ามีการ ลงนามร่วมแล้ว ก็จะเปึนประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนผู้ที่มีความชํานาญทางด้านแพทย์ และทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน และเขาหวังว่าประโยชน์ตรงนี้จะเปึนการ เคลื่อนย้ายของกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้เพื่อไปประกอบอาชีพในกลุ่มประเทศอาเซียนให้มี ความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเนื่องจากว่าเปึนการตกลงร่วมของกลุ่มอาชีพ แพทย์และทันตแพทย์ที่เกิดขึ้นในกลุ่มอาเซียน ผมก็มีข้อกังวลครับ เมื่อสักครู่นั้นสิ่งที่ กราบเรียนกับท่านประธานนั้นคาดว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มอาชีพแพทย์และ ทันตแพทย์ แต่ผมมีข้อกังวลที่ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ อยู่ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ วันนี้กลุ่มอาชีพแพทย์ เอาแค่โรงเรียนแพทย์ในประเทศไทย หรือกลุ่มอาชีพทันตแพทย์เฉพาะโรงเรียนที่ผลิตทันตแพทย์ในประเทศไทยนั้นล้วนมี มาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่เนื่องจากว่าในประเทศไทยเราเองนั้นเรามีแพทยสภาที่มีหน้าที่ ในการควบคุมมาตรฐานของการผลิตแพทย์ เรามีทันตแพทยสภาที่สามารถกําหนด เกณฑ์มาตรฐานในการผลิตทันตแพทย์ให้แพทย์และทันตแพทย์ที่ผลิตจากโรงเรียนแพทย์ และโรงเรียนทันตแพทย์ในประเทศไทยนั้นมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงและเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากว่าในประเทศอาเซียนนั้น สมาชิกหลายท่านคงจะทราบว่ามาตรฐานของ แพทย์และทันตแพทย์ของกลุ่มอาเซียนในภาพรวม ๑๐ ประเทศนั้นยังแตกต่างกันเยอะ ครับ ผมมิบังอาจที่จะเจาะจงไปว่าประเทศโน้นด้อยกว่าประเทศไทย หรือว่าประเทศไหน สูงกว่าประเทศไทย แต่เราสามารถพูดได้เต็มปากว่า วันนี้อาชีพแพทย์และทันตแพทย์ของ ไทยเรานั้นถือว่าเปึนอาชีพชั้นนําได้รับการยอมรับไม่ใช่เฉพาะอาเซียนครับ อาชีพแพทย์ และทันตแพทย์ของเราได้รับการยอมรับระดับโลก ดังนั้นรัฐบาลจะมีมาตรฐานอย่างไร ในการควบคุมการผลิตของแพทย์และทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศอาเซียนต่าง ๆ ให้ ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเปึนประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่าที่จะมีมาตรฐาน ใกล้เคียงกับประเทศไทย นี่คือข้อสังเกตที่ ๑ ที่จะฝากไว้
ข้อสังเกตที่ ๒ ตามกรอบข้อตกลงยอมรับร่วมทําอย่างไรที่จะให้มัน เปึนจริงได้ เนื่องจากว่าข้อตกลงเขากําหนดไว้ว่า แพทย์หรือทันตแพทย์ที่ทํางานมา ๕ ป้ และมีใบประกอบวิชาชีพมา ๕ ป้สามารถย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศอื่นในกลุ่มประเทศ อาเซียนได้ ข้อจํากัดที่ผมกังวลเนื่องจากว่าเท่าที่ทราบการสอบใบประกอบวิชาชีพของ แต่ละประเทศมักจะใช้ภาษาท้องถิ่น การที่แพทย์ต่างชาติจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เปึน แพทย์ในประเทศไทยก็ต้องมาสอบใบประกอบวิชาชีพที่เปึนภาษาไทย ทันตแพทย์ ต่างชาติที่จบจากประเทศฟ่ลิปป่นส์หรือจบจากประเทศอื่นเวลามาขอใบประกอบวิชาชีพ ก็ต้องสอบเปึนภาษาไทยนะครับ ตรงนี้เองผมเกรงว่าจะเปึนข้อจํากัดในการกีดกันที่จะ ทําให้ข้อตกลงร่วมของกลุ่มอาชีพแพทย์และทันตแพทย์นั้นเปึนจริงได้ยากขึ้น เพราะ โอกาสที่แพทย์ที่ผลิตจากประเทศอื่นจะมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยเพื่อให้เปึนการ สมองไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทยนั้นในหลักการมันเปึนไปได้ แต่มาถูกข้อจํากัดของการ สอบใบประกอบวิชาชีพที่เปึนภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ตรงนี้เปึนข้อสังเกตที่ อยากจะฝากไปยังรัฐบาลว่าทําอย่างไรที่จะทําให้ข้อกําหนดนี้มันเปึนจริงขึ้นมาได้ เนื่องจากว่ามีข้อกําหนดที่จํากัดในการสอบใบประกอบวิชาชีพที่เปึนภาษาท้องถิ่นของ แต่ละประเทศ
ข้อสังเกตข้อที่ ๓ เนื่องจากว่ามาตรฐานของแพทย์ไทยและทันตแพทย์ของ ไทยนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษค่อนข้างจะดี แล้วก็แพทย์ ไทยและทันตแพทย์ไทยส่วนใหญ่แล้วเวลาการเรียนการสอนมักจะใช้หนังสือที่เปึน สแตนดาร์ด (Standard) จากต่างประเทศ ทําให้ข้อได้เปรียบเรื่องภาษาของแพทย์และ ทันตแพทย์ของไทยได้เปรียบมากกว่าประเทศอื่นในการที่จะเอาภาษาอังกฤษไปใช้กับอีก ประเทศหนึ่ง โอกาสที่แพทย์จากประเทศอื่นมาสอบภาษาไทยนั้นโอกาสไม่มี แต่โอกาสที่ แพทย์ของไทย อย่างเช่น จะเคลื่อนย้ายไปอยู่ประเทศสิงคโปร์ เคลื่อนย้ายไปอยู่ กัวลาลัมเปอร์ของประเทศมาเลเซีย โอกาสที่แพทย์ไทยจะไปสอบเปึนภาษาอังกฤษที่ ประเทศสิงคโปร์มีความเปึนไปได้สูงมากกว่าแพทย์จากประเทศสิงคโปร์จะมาสอบข้อสอบ ที่เปึนภาษาไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้เองเปึนข้อกังวลที่ห่วงใยที่อยากจะฝากกับรัฐบาลว่า ผมกังวลว่ามันจะเปึนช่องทางเล็ก ๆ ที่จะทําให้มีการไหลของสมองจากแพทย์ไทยและ ทันตแพทย์ไทยไปสู่ประเทศที่มีมาตรฐานทางด้านการแพทย์ที่สูงกว่าประเทศไทย ก็คือโอกาสที่หมอไทยไปสอบใบประกอบวิชาชีพที่ประเทศสิงคโปร์มีความเปึนไปได้ สูงมากครับ โอกาสที่ทันตแพทย์ไทยไปสอบใบประกอบวิชาชีพที่ประเทศสิงคโปร์หรือ ประเทศมาเลเซียที่ใช้วิชามาตรฐานที่เปึนภาษาอังกฤษมีความเปึนไปได้สูง
นี่คือ ๓ ข้อที่เปึนข้อสังเกตที่ผมอยากจะฝากเรียนท่านประธานไปยัง รัฐบาลที่จะดูแลปัญหาเหล่านี้ แต่โดยภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าการลงนามในข้อตกลงร่วม ของอาเซียนในวิชาชีพแพทย์และทันตแพทย์น่าจะเปึนประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยและภาพรวมทั้งหมดและเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน นําพาซึ่งความอยู่ดีกินดีของพวกเราชาวอาเซียนด้วยกันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ
มีอะไรคุณพิษณุ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด หนองบัวลําภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องเมื่อสักครู่ที่ผมได้หารือท่านประธานนะครับ ผมได้ตกลงกับท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลแล้วนะครับว่าเราจะสลับกัน ฝ์ายค้าน ส.ว. แล้วก็รัฐบาลครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นโดยข้อเท็จจริงก็น่าจะกลับมาที่ของ ฝ์ายค้านครับ ท่านประธานครับ
ก็เอาอย่างนี้ไปก่อนก็แล้วกันครับ เพราะว่าเจ้าตัวได้ยืนขึ้นแล้ว สงสารสุภาพสตรีบ้างครับ คุณพิษณุครับ เชิญครับ เชิญต่อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสดิฉันได้อภิปราย ดิฉันจะอภิปรายถึงหนังสือสัญญาด้าน เศรษฐกิจของอาเซียนที่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีมากมายถึง ๒๓ ฉบับดังนี้นะคะ
ประการแรก ดิฉันขอเรียนก่อนว่า โดยหลักการแล้วการประชุมรัฐสภา ในครั้งนี้เปึนการประชุมที่สําคัญ เพราะว่าเปึนการเจรจาและจัดทําข้อตกลงการค้า ระหว่างประเทศ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญทั้งสําหรับประเทศของเราแล้วก็ประเทศคู่เจรจา เรื่องแบบนี้จะต้องผ่านรัฐสภาและเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อไม่ให้เปึนที่ครหา ตามมานะคะว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือประสิทธิภาพในการเจรจา เปึนกลไก การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ จึงเปึนการตรวจสอบการทํางานของฝ์ายบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทําให้รัฐสภาในฐานะตัวแทนของประชาชนตามหลักการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเจรจาการค้าแต่ละครั้งจะประสบผลสําเร็จหรือไม่ ก็ต้องมีการ เป่ดเผยต่อสาธารณะ อันนั้นเปึนความจําเปึนที่พี่น้องประชาชนน่าจะได้ทราบถึง ผลกระทบที่จะทําการตกลงการค้าระหว่างประเทศ การที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศนะคะ ไม่ว่าใคร ก็ตาม ไม่ใช่ว่าจะเปึนการเสียเวลาที่จะต้องมาประชุมสภาในการที่จะอภิปรายนะคะ เพราะว่าเปึนกลไกในระบบรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันต้องหยิบยกประเด็นหลักการ มาอภิปราย โดยการนําเสนอของรัฐบาลพยายามมุ่งเน้นแต่เนื้อหาของหนังสือสัญญา เปึนหลัก แต่ละเลยการอภิปรายถึงกระบวนการที่มาซึ่งเนื้อหาในหนังสือสัญญาเหล่านั้น ดิฉันมีข้อสงสัยนะคะว่า
ข้อที่ ๑ กระบวนการทําหนังสือสัญญาทั้ง ๒๓ ฉบับนี้ เปึนไปโดยการ เป่ดเผย โปร่งใส ทั่วถึง หรือไม่อย่างไร
ข้อที่ ๒ รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์มีหน่วยงานใดรับผิดชอบ
ข้อที่ ๓ มีการประชุมประชาพิจารณ์กี่ครั้ง มีใครเข้าร่วมบ้าง และมีเนื้อหา ตอนใดในหนังสือสัญญาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการประชาพิจารณ์ และเปึนที่น่าเสียดาย นะคะ ท่านประธาน เพราะกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ระบุรายละเอียดให้เปึนปรากฏที่แน่ชัด ดิฉันจึงได้ตั้งข้อสังเกตว่าที่มาของสัญญาทั้ง ๒๓ ฉบับนี้เปึนความชอบธรรมหรือไม่ เพราะหากที่มาที่ไปไม่ผ่านการประชาพิจารณ์ การพิจารณาของรัฐสภาก็จะเสียเปล่า ดังนั้นดิฉันคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องให้ความกระจ่างกับดิฉัน ด้วยนะคะ
ประการที่ ๒ ดิฉันพิจารณาหนังสือสัญญา ๒๓ ฉบับแล้วนะคะว่า แบ่งออกเปึน ๒ กลุ่ม นั่นก็คือ หนังสือสัญญาว่าด้วยสัญญาภายในอาเซียนด้วยกันเอง แล้วก็หนังสือสัญญาของอาเซียนและคู่เจรจา
ประเทศเราเปึนประเทศเกษตรกรรม ดิฉันก็เปึนห่วงว่า ผู้ที่ได้รับ ผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีจะเปึนกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ แต่ผู้ที่สูญเสีย ประโยชน์กลับเปึนเกษตรกรรายย่อย ซึ่งในประเทศไทยเราก็ได้ทราบทั่วกันแล้วว่าเปึน ประเทศเกษตรกรรม แต่ผู้ที่สูญเสียประโยชน์ดิฉันเปึนห่วงว่าจะเปึนเกษตรกรรายย่อย ดิฉันต้องฝากความหวังไว้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วยว่า ในฐานะที่ท่านก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงจะรู้ปัญหาของเกษตรกร รู้จักปัญหาของ ประชาชน เพราะว่าท่านเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันคิดว่าท่านน่าจะกล้าตัดสินใจ ที่จะดําเนินนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้คํานึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรของ ประชาชนเปึนหลัก ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลได้ชี้แจงว่า ประเทศไทยของเรานี้ได้รับ ประโยชน์จากหนังสือสัญญาเศรษฐกิจ ๒๓ ฉบับนี้มีอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพคะ ระบบเศรษฐกิจการค้าเสรีในยุคสมัยปัจจุบัน ล้วนแต่มุ่งเน้นหากําไรโดยลดทอนความ เข้มแข็งของผู้อ่อนแอ ใครที่รวยก็จะรวยยิ่งขึ้น ใครที่จนส่วนมากก็จะจนลง โดยเฉพาะ เกษตรกรของประเทศไทย รัฐบาลในฐานะที่เปึนผู้รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องตระหนักถึงประเด็นนี้ให้มาก โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ดิฉันเชื่อมั่นว่านโยบาย ของรัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ นําโดย ท่านพรทิวา นาคาศัย และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร ท่านก็คงจะทําให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์จาก ข้อสัญญา ๒๓ ฉบับ ที่ดิฉันได้กล่าวมาตั้งแต่ข้างต้น ดิฉันคิดว่าประเทศไทยก็คงจะต้อง ฝากความหวังไว้กับท่านผู้เปึนคณะทํางาน ดิฉันก็ต้องขอขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมาก ครับ ต่อไปเปึนรายการ ท่านสงวน พงษ์มณี เชิญครับ ท่านสงวน พงษ์มณี จบแล้วก็จะให้ รัฐมนตรี ๖ ท่านด้วยกันเปึนคนชี้แจงต่อไป
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมจะใช้เวลาสภาไม่มาก แต่จะพูดสั้น ๆ อยากให้รัฐมนตรีท่านรับฟัง และอยากจะผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีและ วิปรัฐบาล โดยรวมแล้วนะครับท่าน ผมจะพูดเรื่องข้อกฎหมายชัด ๆ ว่าท่านผิด รัฐธรรมนูญตรงไหน เรื่องต่อไปผมจะพูดถึงข้อเท็จจริงของรัฐมนตรีที่ชี้แจงว่าเปึนอย่างไร รัฐบาลทําอะไร และสุดท้ายผมจะโต้แย้งรัฐมนตรีที่ชี้แจงมาว่าผมไม่เห็นด้วยตรงไหน ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณามานั่งฟัง ท่านประธานที่เคารพ ผมจะ พูดเรื่องสําคัญ ที่จริงเรื่องนี้ผมจะขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังสั้น ๆ กระผมเขียนเอง นะครับ เอามาอ่านและต้องขออนุญาตท่านก่อน ที่จริงที่จะอ่านนี่ ผมจะเอาสิ่งที่ผมจะ สรุปมาพูดก่อน เพื่อให้ท่านผู้ฟังซึ่งเปึนรัฐบาลได้สนใจ เรื่องที่ ๑ ท่านต้องแก้รัฐธรรมนูญ ไม่อย่างนั้นท่านบริหารประเทศไม่ได้ วันนี้ท่านเจอหมวด ๙ อีก ๒ วันท่านเจอหมวด ๘ วันนี้หมวด ๙ มาตรา ๓ ชัดเจน เรื่องต่อไป ท่านต้องตั้งกรรมาธิการ ไม่ตั้งไม่ได้ เพราะ รัฐธรรมนูญเขียนให้ท่านตั้ง แล้วไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเราก็ตั้ง เรื่องญี่ปุ์นอย่างไรครับท่าน ผมเองตอนนั้นอยู่ฝ์ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยว่ามันจะช้า แต่พอไปเปึนกรรมาธิการถึงรู้ว่า ต้องตั้ง คนไปชี้แจงคือข้าราชการประจําตั้งนี่ช่วยรัฐบาลนะ ไม่ใช่แกล้งรัฐบาล เดี๋ยวผมจะ บอกให้ฟังว่าช่วยอย่างไร ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่ารัฐบาลอันตรายนะ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตหันหน้าไปทางท่านนายกรัฐมนตรีนิดหนึ่งท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ ผมเชื่อมั่นท่าน แต่อันตรายมาก ที่ปรึกษากฎหมายท่านไม่เฉลียวใจเลย รัฐบาล ชุดก่อนกําหนดวันเจรจาเดือนมีนาคม นั่นหมายความว่าเขากลัวขัดรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคแรกบอกว่า สภาหลังจากรับเรื่องวันนี้มีอํานาจพิจารณา ๖๐ วัน ท่านสั่งอย่างไร สั่งประชุมภายในก่อน ๖๐ วัน ท่านไม่มีอํานาจมาสั่งสภานะครับ ถ้าผมจะกล่าวหาท่านก็คือว่า ท่านใช้อํานาจ ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะยังอยู่ในสภาอาจจะ พิจารณาวันสองวันได้ไหม ไม่ได้ เพราะอะไรครับ มันเปึนกระบวนการ ยิ่งไม่ได้เขียน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในมาตรานี้ไว้ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ผิดหมด เพราะรัฐธรรมนูญเขียนเกินความจริง แต่เมื่อเขียนแล้วท่านกับผมก็ต้องใช้ร่วมกัน ท่านดู ต่อไปผมจะฉายหนังช้า ๆ ไม่เร็ว ท่านดูนะครับ ท่านประธานดูนะครับ วรรคหก อันตราย สําหรับท่านมาก วันนี้สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งคือผม เห็นว่าท่านขัดรัฐธรรมนูญ ถ้าใช้ มือมาก ยกมือ ไม่ตั้งกรรมาธิการผมจะใช้วรรคหก วรรคหกคือมาตรา ๑๕๔ (๑) ผมเชื่อว่า ผมหาพรรคพวกในสภานี้ซึ่งเปึนผู้ทรงเกียรติเห็นด้วยกับผมเกิน ๑๐ ๑ ใน ๑๐ แน่นอน แล้วยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญท่านยิ่งจะช้าอีก ท่านรัฐมนตรีที่เปึนประธานวิปฝ์ายค้านเก่า ท่านกับผมเคยเจรจาความกันครั้งหนึ่ง แล้วในที่สุดท่านบอกว่า พี่หงวนต้องตั้งแน่นอน ผมว่า อะมะภันเต ตั้งท่านประธาน เราก็ตั้งด้วยกันตอนนั้น ตั้งขึ้นมาปุ็บ พอเข้าจริง ๆ ไปชี้แจงท่านเชื่อไหม เรื่องขยะอย่างเดียวผู้มาชี้แจงยังเห็นด้วยกับท่านวุฒิสมาชิกที่ให้ การศึกษา ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ไตรรงค์ ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ ผมเรียนเรื่องนี้กับท่านอาจารย์ไตรรงค์บนเครื่องบินเมื่อไม่กี่วันมานี้ จริง ๆ แล้วครับ ท่านประธานครับ บอกผ่านไปทางนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านต้องให้กรรมาธิการวิสามัญ นี้อยู่ยาว เพราะอะไรครับ เพราะในที่สุดเมื่อออกกฎหมายแล้วมันต้องมีคณะกรรมาธิการ สามัญร่วมกันระหว่าง ๒ สภา เพราะอะไรครับ เพราะมันมีกระบวนการเยียวยาที่เกิดจาก การเจรจากฎหมายของฝ์ายบริหาร ถ้าประชาชนทั้ง ๒ ฝัืง ไทย ลาว หรือไทยเกิด ผลกระทบจากข้อสัญญานี้เขาจะไปร้องเรียนใคร ร้องเรียนรัฐบาล รัฐบาลเปึนคนเจรจาเอง มันก็ไม่เปึนธรรม ไม่มีช่องทาง ไปร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชนมันก็ไม่เกี่ยว เรื่องต้องร้องเรียนกรรมาธิการร่วมของ ๒ สภา คือกรรมาธิการรัฐสภาในเรื่องนี้ถึงจะ สามารถแก้ปัญหาได้ ที่ผมพูดในที่สุดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้จะต้องเขียน เรื่องนี้ไว้ด้วย ผมคิดว่าหลายคนในพรรคท่านเห็นด้วยกับผม ท่านประธานครับ ผมจะชวน ท่านอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านช่วยดูนะครับ ในวรรคแรกเปึนเรื่องของมาตรา ๓ ไม่ต้องอ่าน ในวรรคสองบอกว่า เรื่องใดบ้างรัฐบาลจะต้องเอาเข้าสภา เข้าอย่างไร วรรคสองนี้เขียนเกินไปวรรคหนึ่ง บอกว่าผูกพันงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ แต่พอ วรรคห้า ซึ่งให้มีกฎหมายนี้ไม่ได้เขียนตรงนี้ไว้ แสดงว่ามาตรานี้มีคนเขียนหลายคน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้พิกลพิการต้องแก้ ไม่แก้บริหารลําบาก อย่างไรท่านก็ผิด ท่านต้องแก้ตรงนี้ ทําไมครับท่านครับ มีรัฐธรรมนูญที่ไหนในโลก ท่านจบเมืองนอก เมืองนามา ผมเรียนถามท่านเรื่องหนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้แปลกไหมครับ เขียนนโยบาย ของรัฐบาลล่วงหน้าไว้ในรัฐธรรมนูญ ในหมวดว่าด้วยแนวทางนโยบายแห่งรัฐ เขียนอย่างนี้เท่ากับว่าไม่ยอมให้พรรคการเมืองที่เข้ามาเปึนรัฐบาลบริหารตามนโยบาย ของตัวเองเลยมันเปึนไปได้อย่างไร
อันที่ ๒ มีที่ไหนในโลก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเอาวิธีการงบประมาณ ๒๕๐๒ ยัดเข้าไปในรัฐธรรมนูญทั้งหมดเลย จนกระทั่งผูกมัดท่านทํางบประมาณกลางป้ ลําบาก ทั้งหมดทั้งมวลเปึนเพราะความพิกลพิการของรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ปัองกันรัฐบาลให้อยู่ยาว ๆ โดยการตั้งกรรมาธิการเสีย ๖๐ วัน รัฐธรรมนูญบอกไว้ มันจะทันที่ท่านกําหนดไหม ๖๐ วัน เดือนหนึ่งประชุม ๘ วัน ๒ เดือน ๑๖ วัน เราประชุม ทุกวัน ๒๐ วัน จบ แล้วรัฐมนตรีจะต้องไปฟัง เปึนอย่างนี้นะครับ การอภิปรายวันนี้จะสบายมาก รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ท่านต้องอาศัยสภาปัองกัน ท่านประธานครับ ในเรื่องต่อไปนี่นะครับ ผมไม่มั่นใจ การต่อรองของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ต้องไปต่อรองกับต่างประเทศเขา ทําไมผมไม่มั่นใจการต่อรองกับท่านนายกรัฐมนตรี สุดท้ายจะพูดให้ฟัง แต่เรื่องที่ผมจะ เจาะไปในรายละเอียดนี่เปึนเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับทราบ และผมเปึน ความกังวลโดยความสุจริตใจ แล้วผมเห็นว่าหลายเรื่องที่รัฐมนตรีตอบเมื่อสักครู่นี้ ท่านต้องระมัดระวังในเวทีสากล ท่านครับ มันมีเรื่องของวัฒนธรรม เมื่อเช้าไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีท่านเขียนผิด อ่านผิด หรือว่าท่านกําหนดมาอย่างนั้น ผมอ่านดูตอนเช้า นะครับท่านครับ ผมชอร์ต โน้ต (Short note) หมดที่ท่านพูด และท่านรัฐมนตรีพูด เพราะผมจะได้พูด เรื่องนี้มันยาก พูดไปเรื่อยอายเขา พูดไม่เกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ยิ่งอายใหญ่ ผมดูแล้วท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะสร้างเอกภาพทาง วัฒนธรรมเปึนหนึ่งเดียว ตายท่านครับ ทั่วโลกในรอบบ้านเราท่านดูนะครับ พม่า ลาว เวียดนาม เขมร เขาเรียนเศรษฐศาสตร์การเมืองครับท่าน เขาเรียนวัตถุนิยมทาง ประวัติศาสตร์ เขาเรียกว่า ต้องสร้างเอกภาพทางวัฒนธรรมบนความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ไม่ใช่บังคับให้เปึนหนึ่งเดียว ถ้าพูดอย่างนี้เจ๊งท่าน พอผิดตรงนี้เขากลัวเลยนะ เศรษฐศาสตร์การเมืองนี่เอกภาพของชาติต้องมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม วันนี้การรวมกลุ่มกันของเราที่ต้องเอาเรื่องนี้เข้าสภา เราต้องการเวทีเรื่องทุน เวทีเรื่องการ ต่อสู้กับสากลใหญ่ การแลกเปลี่ยนต่าง ๆ เกิดขึ้นตรงนี้ เราสร้างศักยภาพของทุกประเทศ ร่วมกัน จะบวกอีกกี่ประเทศต่อไปในอนาคต จะต้องมีต่อ มันถึงต้องมีกรรมาธิการถาวร ประจํารัฐสภาก็เพราะเรื่องนี้แหละ เพราะว่าการเจรจาจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ไม่อย่างนั้นใครเปึนรัฐบาลก็จะต้องโดนด่าว่าสูงเปึนศอก สูงเปึนตั้งจะมีใครดูแล ถ้ามี กรรมาธิการอย่างผมว่าเรื่องนี้ตัดไป เพราะฉะนั้นผมย้ํากลับไปอีกที วันนี้ท่านต้องเตรียม เรื่องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ แล้วบอกว่าใครได้เปึนนี่เสียสละมาให้บ้านเมือง หน่อย ท่านจะได้ให้เร็วเพื่อช่วยนายกรัฐมนตรี เอา ๒๐ วัน ประชุมทุกวันเหมือน กรรมาธิการเลย จบ พอจบเสร็จ ท่านต่อรองไม่เก่ง พอมีคนถามท่าน ท่านก็บอกว่ารัฐสภา เขาให้ผมมาแค่นี้ผมก็ต้องเซ็นแค่นี้ แล้ววิบากกรรมจากรัฐธรรมนูญท่านต้องรีบมาแก้ มีอย่างที่ไหนไปนั่งดูแล้วเปึนองค์ประกอบ จะเซ็นแล้วยังต้องกลับเข้ามาใหม่ ท่านครับ บทบาทสําคัญที่เมื่อเช้าผมบอกว่า ท่านจะต้องเจอปัญหาเหมือนรัฐบาลก่อน ไม่ได้เตรียม เรื่องเยียวยาผลกระทบ แล้วรัฐธรรมนูญเขียนเปึนสาระสําคัญด้วย ผมว่าเราค่อยคุยกัน ตั้งกรรมาธิการเถอะครับท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าผมไม่เชื่อมั่นในการต่อรองของ ท่าน ไม่ได้พูดเล่นนะครับท่านประธาน ผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ นายกรัฐมนตรี ผมเปึนคนดีมาก ดีจริง ๆ ครับท่าน แต่ท่านต่อรองไม่เก่ง ท่านต้องยอมรับผมนะครับว่า ไม่เก่งจริง ๆ ไม่เก่งอย่างไรครับ ๑๖๗ เสียง กับ ๖๖ เสียง ๑๖๗ เสียงได้ ๑๗ เสียงบวก ๑ เสียง ๖๐ กว่าเสียงได้ ๑๘ เสียง โอ้โฮ คิดทางคณิตศาสตร์นี่ครึ่งต่อครึ่ง แต่ถ้าคิดทาง น้ําหนักของอํานาจในการจัดการประเทศ ๗๐ : ๓๐ ครับท่านครับ เลยไม่ไว้ใจท่าน ผมเปึน ห่วงในการบริหารจัดการ แต่ผมเชื่อว่าในลักษณะที่รัฐบาลของท่านเปึนอย่างนี้ ๑๖๐ กว่าเสียง ท่านได้ ๑๗ เสียงบวก ๑ เสียง อีกซีกหนึ่ง ๖๐ กว่าเสียงได้ ๑๘ รัฐมนตรี นี่นะครับ ผมคิดว่าทั่วโลกเห็นใจท่าน แต่ผมไม่เชื่อว่าท่านจะยอมตายไปพร้อมกับการแบ่ง ผมพูดอย่างนี้นะครับ ผมเชื่อมั่นท่าน วันหนึ่งจะต้องมีการปรับ ครม. ทําไมผมพูดเรื่องนี้ เรียกร้องสูงไปไหม ไม่สูง รีบปรับ ครม. รีบจัดการให้หน้าตาประเทศ ดีขึ้น รีบในสิ่งที่ควรจะทํา รีบตั้งกรรมการดูแลรัฐธรรมนูญ วันนี้ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่ ครม. ยังเปึนอย่างนี้นะ ยาก อย่าไปหาความพัฒนา อย่าไปหาความสมานฉันท์ สันติภาพ ยังไม่มีเลย วันนี้ผมคิดว่าท่านอาจจะลืมดู ซีเอ็นเอ็น (CNN) เขากล่าวร้ายเรามาก ท่านอาจจะได้ดูแล้ว ผมไม่พูด เพราะผมเปึนห่วงหน้าตาประเทศ แต่สิ่งที่ผมจะพูด ท่านดูแลเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ รัฐสภาครับ ผมพูดทั้งรัฐสภา ท่านดูแลเรื่องหนึ่ง รัฐของเรานี่เปึนรัฐประชาธิปไตย ปล่อยให้อํานาจของทหารมาคุมเมืองโดยกฎหมายความ มั่นคงได้อย่างไร วันนี้ทั่วประเทศมีรองผู้ว่าทหารเต็มไปหมด ใครจะเชื่อเรา เลิกกฎหมาย ฉบับนี้เสีย จังหวัดผมลําพูนนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เปึนพันเอก (พิเศษ) ทั่วประเทศเปึนอย่างนี้ วันนี้ตํารวจอยู่ในมือทหารหมด แค่มี ความผิดทางความมั่นคงย้ายได้หมดเลย กฎหมายฉบับนี้ทําให้ไทยเปึนรัฐทหาร ไม่ควรที่จะอยู่ในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ ซึ่งจบมาจากประเทศซึ่งเปึนประชาธิปไตย โดยแท้ ผมมั่นใจท่านจะต้องดูแลเรื่องนี้ ถ้าเราเลิกตรงนี้ได้ ไม่เสียหาย ทหารก็ พวกท่าน ตํารวจก็จะเปึนพวกท่าน ประชาชนก็จะเปึนพวกท่าน แต่ท่านยังดูแลให้ ทหารทําอย่างนี้อยู่ บ้านนี้เมืองนี้อยู่ไม่ได้ เจรจาใครก็ไม่มีใครรับ อายเขาครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมพูดในทางยุทธศาสตร์ ผมกําลังจะเรียนรู้เรื่องการเปึน ฝ์ายค้านครับ ท่านรัฐมนตรียิ้ม เพราะอะไรครับ เปึนฝ์ายค้านนี่สร้างตัวในสภาง่าย เหลือเกิน ด่ารัฐบาลนิดหน่อยก็ได้ชื่อเสียง แต่ผมเปึนรัฐบาลมา ๘ ป้นี่จะพูดอย่างไรดี ไม่ชม ไม่ด่า เหนื่อยมาก วันนี้ผมง่ายครับท่านประธาน แต่ความง่ายของผมนี่จะไม่ทําร้าย ใครด้วยปากซึ่งไม่มีเหตุผล ยากตรงที่ต้องศึกษามากกว่านี้ แต่ง่ายตรงที่มันไม่ต้องคิดอะไร มาก นึกจะด่าก็ด่าไปเลย แต่วันนี้ท่านฟังผมต่อไปนิดหนึ่ง แล้วท่านเตรียมเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําให้ท่านเดินไม่ไปไหน เปึนไปได้อย่างไร ท่านครับ
ท่านสงวนครับ เข้าอาเซียนบ้างเถอะ ครับ
นี่คืออาเซียน ท่านประธาน ท่านประธานไม่เข้าใจ อาเซียนเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่มี รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่เปึนอย่างนี้ ท่านประธานครับ ท่านฟังผมนิดหนึ่ง ผมพูดเรื่องนี้ เพราะอะไร เพราะว่าถ้าท่านไม่เริ่มแก้รัฐธรรมนูญ หมายความว่า ท่านไม่เข้าใจ มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ ไปเขียนยัดไว้นะครับ วันนี้กองทัพอากาศมีปัญหาแล้ว เพราะ อะไรครับ ซื้อเครื่องบินผูกพันงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ คนเขียนคนแรกนี่ว่า นักการเมืองเลว เลยเขียนตรงนี้ไว้ แต่คนเขียนวรรคท้ายนี่เรื่องเขียนข้อกฎหมายนี้ ไม่ได้เขียนไว้นะครับ แสดงว่าตรงนี้ต้องตัดออก เพราะฉะนั้นผมพูดให้ท่านฟังนี่ ผมเพื่อจะ บอกท่านว่า เรื่องสําคัญต่อไปนี้คือกฎหมาย กฎหมายของท่านที่จะเอาเข้าสภาในเรื่อง กฎหมายประกอบเรื่องขั้นตอนของมาตรา ๑๙๐ นี่ท่านต้องรีบทํา รีบทําเพื่อให้เกิด กระบวนการทํางานที่ดีขึ้น แต่ผมสรุปอย่างนี้ วันนี้ท่านประธานครับ ผมขอท่านประธาน ช่วยกรุณานิดหนึ่ง ผมย้ําตรงนี้นะ ถ้าไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไปไม่ได้ ผมเอาแน่ วรรคหก ไม่ได้ขู่ ผมเดินแน่วรรคหก แล้วผมคิดว่าสภานี้ ๖๐ กว่าคนเซ็นให้ผม ท่านผ่าน ปุ็บ ผมยื่นศาลรัฐธรรมนูญทันที ยื่นผ่านประธานทันที ประธานก็ต้องเปึนสะพานเชื่อมให้ ผมไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐธรรมนูญมันสั่งไว้ ให้ใช้มาตรา ๑๕๔ วรรคหนึ่ง (๑) เท่านั้นเอง ที่ผมพูดเรื่องนี้ไม่ได้ขู่ ผมตั้งใจทําจริง ๆ แต่ถ้าท่านตั้งกรรมาธิการนี้ผมจะไป ช่วยเร่งให้ทันวันที่ท่านจะเจรจา เพราะประเทศนี้ของเรา ประเทศนี้ของเราทุกคน แต่เรา ทุกคนต้องไม่ทําร้ายประเทศโดยการรีบเร่งแล้วท่านมีปัญหา เพราะว่ามันมีคําถามว่า หลังจากผ่านวันนี้ ถ้าผมถามว่าท่านจะทําอย่างไร ไม่มีเลย สุดท้ายของสุดท้ายจริง ๆ ท่านฟังผมนิดหนึ่ง ถ้าเรื่องที่ผมพูดต่อไปนี้ไม่จริง ช่วยให้ ส.ส. ท่านพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดนราธิวาสยืนขึ้นมาปฏิเสธว่า ผมพูดไม่จริง ผมไปรับรู้ ข้อมูลมาท่าน เรื่องนี้มันเกี่ยวกับการเซ็นสัญญานะท่านนะ เพราะอะไรครับ เพราะว่า มีการแจกป๋นในสมัยรัฐบาลทหารจํานวนมากในจังหวัดนราธิวาส โดยมีเอกสารฉบับหนึ่ง ผมจะยื่นให้ท่านนายกรัฐมนตรีแต่ไม่ใช่วันนี้ มีเอกสารฉบับนั้นเปึนภาษายาวีและแปล เปึนไทย ผมอ่านตรงเปึนไทย บอกว่า ป๋นกระบอกนี้อยู่กับครอบครัวพุทธถูกกฎหมาย อยู่กับครอบครัวอิสลามผิดกฎหมาย คนที่ให้ผมดูเปึนนักศึกษาแล้วเขาเปึนพุทธครับ ตั้งแต่เขารับป๋นกระบอกนี้มาเขามองหน้าคนไม่ติด ท่านประธานจะถามว่าเกี่ยวกับ มาตรา ๑๙๐ ตรงไหน เกี่ยวจริง ๆ เพราะนี่คือสิ่งที่เรียกว่า กําลังถูกจับตามอง ท่านต้องแก้ เรื่องเหล่านี้ ผมเปึนห่วงประเทศชาติ ผมไม่อยากเห็นความแตกแยก แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ท่านจะได้รับแรงกด วันนี้ผมจะจบตรงที่ว่าอย่างนี้นะครับ ท่านเปึนรัฐบาล นโยบายของ ท่านไม่ใช่รัฐสวัสดิการแล้ว มันเปึน รัฐสวัสดิเกิน มันมากกว่ารายจ่ายท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่เปึนรัฐสวัสดิเกินกําหนดนโยบายมากกว่ารายรับที่จะได้ ท่านจะต้อง สามัคคีกับทุกฝ์ายให้บ้านเมืองไปได้ กรุณาตั้งกรรมาธิการนะครับ ถ้าไม่ตั้งผมจะใช้ วรรคหกครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สําหรับเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในประเด็นที่ ๑๕ เรื่องความมั่นคงอาหาร ของอาเซียนซึ่งจะแบ่งออกเปึน ๒ เรื่องนะครับ
ในเรื่องแรกก็คือ เรื่องนโยบายการบริการความมั่นคงด้านอาหารของ อาเซียน และแผนกลยุทธ์ด้านความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแถลงการณ์ กรุงเทพฯ ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะขอให้รัฐสภาเห็นชอบ สําหรับในเรื่องแรกมีสาระและความเปึนมาดังนี้
ความเปึนมา ตามที่ได้มีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป์าไม้ ครั้งที่ ๓๐ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ณ ประเทศเวียดนาม ได้มีมติเห็นชอบแผน นโยบายบูรณาการด้านความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแผนกลยุทธ์ด้านความ มั่นคงด้านอาหารของอาเซียน พ.ศ. ๒๕๕๒–๒๕๕๖ และจะนําเสนอที่ประชุมสุดยอด อาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ให้การรับรองก่อนที่จะดําเนินการ สาระสําคัญของแผน เปัาหมาย เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาวและยกระดับความเปึนอยู่ของเกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตด้านอาหาร ลดการสูญเสียภายหลังการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมการเข้าถึงตลาดการค้าสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวให้ท่านจบไปก่อนเปึนอย่างไร ครับ
ผมเกรงว่าการที่ท่านนําเสนอส่วนนั้นนะครับมันจะไปคร่อมในสิ่งที่ผมได้นําเรียนต่อ ที่ประชุมไว้ ด้วยความเคารพท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรี ผมกําลังเรียนต่อที่ประชุม ว่ารายละเอียดของการดําเนินการประชุมที่เมื่อเช้านี้ผมได้กราบเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านประธาน เวลานี้เราได้มีการอภิปรายกันเปึนไปตามกรอบ ที่ผมได้นําเรียนท่านประธานว่า ของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้กรุ๊ปปุ่งกันไว้แล้วนะครับ และผู้เสนอก็ได้ เสนอแล้วนะครับ เมื่อไม่มีผู้อภิปรายที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานจะขอลงมติเลยก็ได้ครับ เพื่อให้งานของรัฐบาลเร็วขึ้นนะครับ แต่ว่ายังไม่ถึงประเด็นที่ท่านรัฐมนตรี ด้วยความ เคารพนะครับ
คือเอา ๕ รายการนี้ก่อนอย่างนั้น ใช่ไหมครับ
ผมได้นําเรียนท่านประธานครับ วันนี้เพื่อให้งานของรัฐบาลไวขึ้น
เชิญนั่งก่อนครับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผมได้นําเรียนแล้วนะครับ แล้วก็สมาชิกได้มีการอภิปราย ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ ที่ผมได้นํา กราบเรียนท่านประธานเมื่อตอนเช้า จนกระทั่งนําประเด็นไปสู่ความเข้าใจของเพื่อน สมาชิกในการอภิปราย บัดนี้ได้เวลาการอภิปรายมาพอสมควรแล้ว หากท่านประธาน จะกําชับก็ถามสมาชิกว่า มีผู้อภิปรายในส่วนนี้หรือไม่อย่างไร ถ้าไม่มี ท่านประธานก็ขอ อนุญาตลงมติได้เลยครับ
ครับ ขอบคุณครับ
การลงมตินั้นเราจะลงแยกนะครับ ว่าตอนนี้เราจะเอาลงกรอบของกระทรวง การต่างประเทศที่นําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ มีเรื่องอะไรบ้าง ท่านประธานก็กรุณาอ่าน ตามลําดับเลย แต่เวลาลงนั้นข้อตกลงคือ ลงแยกเปึนรายฉบับ แต่สมาชิกในซีกของ ฝ์ายค้านนั้นประเด็นนําเสนอก็คือตั้งกรรมาธิการ นําเรียนต่อที่ประชุมอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านประธานจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวกและรวดเร็ว หลังจากลงมติ ไล่ไปตามที่ผมได้นําอ่านให้ท่านประธานทราบเสร็จ ก็จะเปึนรายอื่นในความตกลงอื่น ๆ ในกระทรวงอื่นจะได้นําเสนอต่อไป นั่นหมายถึงว่ากระทรวงพาณิชย์ในซีกที่ค้างอยู่นะครับ ขออนุญาตนําเรียนนะครับ เรื่องที่ ๘ เรื่องที่ ๙ ซึ่งไม่มีความจําเปึนที่ต้องตั้งกรรมาธิการ ก็อาจจะแสดงความคิดเห็นกันนะครับ หรือเรื่องใดต่อไปท่านประธานจะได้เรียนต่อ ที่ประชุมเพื่อให้รัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ
เชิญคุณชินวรณ์ครับ วิปฝ์ายรัฐบาล
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วความเข้าใจก็ตรงกัน นะครับ เมื่อสักครู่ก็ได้เรียนหารือเปึนข้อตกลงเบื้องต้นกับท่านประธานวิปฝ์ายค้านครับ ท่านประธานครับ ในกรณีที่ท่านประธานได้กรุณารวมกลุ่มเพื่อให้เกิดการอภิปรายได้ มีความสะดวกยิ่งขึ้นประกอบกับจริง ๆ แล้ว ตามที่ประธานวิปฝ์ายค้านบอกว่า หลังจาก มีการอภิปรายกรอบของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์เสร็จเรียบร้อย แล้วสามารถลงมติได้เลย แต่เมื่อสักครู่ผมได้ขออนุญาตที่จะขอความร่วมมือกับวิป ฝ์ายค้านครับว่า เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ ได้มีการอภิปรายในเรื่อง กรอบของกระทรวงการต่างประเทศไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ค่อนข้างมากครับ ก็อยากจะให้โอกาสท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านเดินทางไปราชการที่ประเทศกัมพูชาได้กลับมาชี้แจง ผมจึงขอความกรุณาว่าขอให้ ทางฝ์ายคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงในกรอบข้อตกลงที่จะพิจารณาต่อไป ของกระทรวงที่ยังคง เหลืออยู่คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพลังงาน และ กระทรวงแรงงานตามลําดับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หลังจากมี การอภิปรายกลุ่มกระทรวงชุดที่ ๒ นี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันพรุ่งนี้ก็จะได้เปึนการลงมติตาม วาระต่อไป ผมจึงขอความกรุณาท่านประธานวิปฝ์ายค้านว่าอย่าเพิ่งลงมติตอนนี้เพื่อที่จะ ได้ให้โอกาสกับกระทรวงการต่างประเทศซึ่งท่านเดินทางอยู่ครับ ขอความกรุณาด้วยครับ
คือผมจะเอาอย่างไรครับ หนังสือ ของประธานวิปมาถึงผม ผมนึกว่าตกลงกันเรียบร้อยข้างล่างแล้วนะครับ ผมจะฟังอย่างไร ครับ คือจะเอากันอย่างไรครับ ท่านวิทยาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านฟังผมนะครับ ถูกแล้วครับ เพราะว่าท่านต้อง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ที่ประชุมเมื่อเช้านี้เราได้ตกลงกันแล้ว เพื่อความสะดวกรวดเร็วและ ผมคิดว่ารัฐบาลก็น่าจะฟังในสิ่งที่ผมได้นําเสนอ เพราะในเมื่อท่านจะต้องขอมติจากสภา แห่งนี้จากรัฐสภา เมื่อมีการอภิปรายกันพอสมควรแล้ว ท่านประธานก็ต้องสอบถามว่าประเด็นการอภิปรายนั้นเปึนไปตามข้อตกลงที่ผมได้ นําเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาหรือไม่เมื่อตอนเช้า เมื่อเปึนไปตามนั้นแล้วมีสมาชิกเริ่มมา อภิปรายนะครับ ไปอยู่นอกกรอบ ท่านก็ต้องถามว่าในส่วนนี้ไม่มีผู้อภิปรายแล้วใช่ไหม ถ้าไม่มีท่านก็สามารถลงมติได้เลยครับ แต่ถ้าท่านประธานวิป ขอความกรุณาที่เอ่ยชื่อ ท่านนะครับ
ผมอยากจะขอความกรุณาครับ ๒ ฝ์ายไปตกลงให้เรียบร้อยเสียครับ
ท่านประธานได้โปรดฟังผมก่อนครับ อีกสักนิดเดียวนะครับ ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุม แห่งนี้นะครับว่า ในกรณีที่ท่านประธานวิปรัฐบาล ขอนุญาตเอ่ยนาม ท่านชินวรณ์ได้กล่าว นั่นหมายถึงว่า ท่านขอผมว่า มีบางประเด็นที่ไปพาดพิงถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ จะขอตอบก่อน นั่นหมายถึงว่าท่านประธานต้องใช้วินิจฉัยนะครับ เนื่องจากว่าประเด็นในการอภิปรายนั้น หากสมาชิกท่านต้องถามครับประเด็นนี้ครับ สมาชิกมีความต้องการที่จะอภิปรายในข้อความที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานของกระทรวง การต่างประเทศหรือไม่ ถ้าไม่มี ท่านก็ต้องร้องขอว่า ถ้าท่านยังไม่ลงมติตามที่ ท่านประธานวิปรัฐบาลกล่าว ท่านก็ต้องขออนุญาตต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อจะได้พิจารณา ในข้ออื่นต่อไปนะครับท่านประธานครับ
ผมพอเข้าใจเจตนาของท่านนะครับ คือผมก็เอาตามโผที่ส่งมานะครับ เมื่อโผส่งมาอย่างไรผมก็ปฏิบัติอย่างนั้นนะครับ ถ้าตาม ความเปึนจริงนั้น เมื่อเช้าเราก็พูดอย่างที่ท่านวิทยาพูดนะครับ ผมก็เข้าใจอย่างนั้น ๑–๗ นะครับ แล้วก็ ๘ ๙ แล้วก็ต่อกันไปนะครับ แต่ปรากฏว่าการติดใจของผู้อภิปราย พรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่นะครับ ท่านก็จ้องไปหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ จ้องไปทางโน้นครับ เพราะเจ้าตัวไม่อยู่ ไปต่างประเทศ และพรุ่งนี้ท่านก็ จะเข้ามาประชุม อันนี้ก็ประเด็นหนึ่ง แต่ถ้าไม่ติดใจนะครับผมก็ปฏิบัติได้ ไม่ใช่เรื่องยาก อะไรครับ ผมก็จะถามสรุปไปง่าย ๆ แล้วก็หาว่าผมรวบรัดอีก ถ้าเอาให้ดีผมว่าคุณวิทยา เสนอเสียป่ดอภิปรายจากข้อ ๑–๗ นะครับ เพื่อผมจะได้ลงมติทีเดียวครับ
ท่านอนุญาตให้ผมพูดหรือเปล่าครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ
เชิญครับ
ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล นะคะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ คือในส่วนของสมาชิก วุฒิสภายังต้องการที่จะอภิปรายในกรอบแรกอยู่นะคะ แล้วก็ยังอภิปรายไม่เสร็จ และที่จริงอยากจะขอให้มีการชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกวุฒิสภา สุรจิต ชิรเวทย์ ได้ถาม ไปก่อนหน้านี้ว่า กรอบทั้งหมดที่นําเสนอเข้ามานั้นมันเปึนกรอบขอมติเพื่อไปเจรจาหรือว่า ขอในการไปลงมติผูกพัน เพราะว่าประเด็นเหล่านี้ยังไม่มีความชัดเจนนะคะ ดิฉันคิดว่า น่าจะให้ทางกระทรวงมาตอบได้ค่ะ คือ ส.ว. ยินดีรับฟังคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่กระทรวง การต่างประเทศนะคะ แล้วก็ก่อนที่จะมีการลงมติในเรื่องนี้ ตัวดิฉันเองจะเปึนคน อภิปรายของสมาชิกวุฒิสภา ลําดับที่ ๕ ดิฉันเองก็จะอภิปรายในเรื่องนี้ ก็อยากจะขอ อนุญาตให้ขยายเวลาต่อไปจนกว่าดิฉันจะอภิปรายเสร็จค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านวิปฝ์ายค้าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ในฐานะที่ท่านทําหน้าที่ประธานรัฐสภา กระผม วิทยา บุรณศิริ กระผมได้นําเรียนท่านประธานรัฐสภาน่ะถูกต้องแล้วครับ เมื่อสมาชิก รัฐสภามีความประสงค์ แสดงความประสงค์ต้องการจะอภิปราย นี่สิผมถึงต้องย้ํา ท่านประธานให้ท่านประธานได้โปรดปฏิบัติหน้าที่นะครับ จนกว่าจะไม่มีผู้อภิปรายใน กรอบที่เราได้คุยกันแล้ว เสร็จแล้วท่านถึงจะว่าจะลงมติหรือไม่นะครับ ถ้าท่านยังไม่ลงมติ นะครับ ผมก็จะเสนอให้ลงมตินะครับ เพราะถือว่ากรอบงานตามที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ อภิปรายนั้นพอสมควรแล้ว ไม่มีผู้ติดใจประเด็นกรอบงานของกระทรวงการต่างประเทศ และส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศด้วยนั้น เราก็จะได้ ลงมติกัน ดังนั้นผมจะเสนอเอง ถ้าไม่มี ถ้าท่านประธานไม่ขอมตินะครับ ผมจะเปึนคน ขอเอง หลังจากนั้นเสร็จแล้วถึงให้รัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องกับกรอบงานที่จะมาขอความ เห็นชอบกับรัฐสภาแห่งนี้ จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ นําเสนอในเรื่องที่ท่านได้รับผิดชอบต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นเราก็ส่วนที่ คุณชินวรณ์ได้เสนอให้รัฐมนตรี ๖ ท่านชี้แจง ยังไม่ต้องใช่ไหม เชิญครับคุณชินวรณ์
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้เรียนหารือกับท่านประธานวิปฝ์ายค้าน นะครับ ก็ได้รับความกรุณาจากท่านแล้วในเบื้องต้นว่า ในขณะนี้เมื่อทราบว่าทางเพื่อน ส.ว. บางส่วนก็ยังไม่ได้อภิปรายในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ผมก็ขออนุญาตท่านประธานได้หารือต่อที่ประชุมว่า ขอให้ได้ดําเนินการเพื่อที่จะให้ รัฐมนตรีในกระทรวงส่วนที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงต่อไป ส่วนการลงมตินั้นค่อยเปึนวันพรุ่งนี้ ครับ ตามที่ได้หารือไว้ครับ ขอบคุณครับ
คือหมายความว่า รัฐมนตรี ๖ ท่าน ที่จะให้ชี้แจงนั้น ให้ท่านพักการชี้แจงก่อนอย่างนั้นใช่ไหมครับ
ให้ท่านชี้แจงต่อไปครับ
ให้ท่านชี้แจงต่อไป
ไม่มีการลงมติในวันนี้นะครับ ได้ขอความร่วมมือจากวิปฝ์ายค้านแล้ว เพียงแต่ท่านประธาน ได้เรียนว่า เนื่องจากว่าการอภิปรายในส่วนของกรอบกระทรวงการต่างประเทศนั้นยัง ไม่แล้วเสร็จนะครับ ก็ให้หยิบยกของกรอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์มาอภิปรายต่อไป ส่วนการลงมตินะครับก็จะเปึนการลงมติ ภายหลังในวันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณครับ
คือเรื่องมันมีอย่างนี้ จาก ๑–๗ นะครับ บางส่วนก็ไม่เกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรีทั้ง ๖ นะครับ ไม่เกี่ยวข้องเลย ทีนี้ทาง ฝ์ายค้านเขาก็เสนอมาจาก ๑–๗ ก่อน ผมก็จะปฏิบัติ จะให้ผมปฏิบัติอย่างไรอีกละครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผมได้หารือกับท่านประธานวิปฝ์ายค้านแล้วนะครับว่า เมื่อเปึนกรณีตามที่ผมได้กราบเรียนเหตุผลไปแล้ว ผมจึงร้องขอว่า ขอให้ได้มีการอภิปราย ในแต่ละกลุ่มกระทรวงต่อไปให้แล้วเสร็จครับ ถึงจะลงมติครับ
ถ้าอย่างนั้นก็ผมขออนุญาตนะครับ ว่าอย่างไรท่านวิทยา สรุปเสียทีเถอะครับ
ผมสรุปแล้วครับท่านประธานครับ
ผมก็ฟังแล้ว
คือประเด็นการตัดสินใจ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ เมื่อ ส.ว. ขออนุญาตท่านนะครับ ท่าน ส.ว. ได้แจ้งความประสงค์ที่จะอภิปราย สภาแห่งนี้ไม่ใช่ของ ผมคนเดียว แต่ผมได้นําเรียนกับท่านประธานวิปรัฐบาลแล้วว่า การพิจารณานี่น่าจะเปึน อย่างที่ผมได้นําเรียน คือเมื่อกรอบงานที่เราตกลงกันเมื่อเช้าคือความรับผิดชอบของ กระทรวงการต่างประเทศ บวกกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกันคือ ๒–๗ เมื่อจบไปแล้ว ท่านประธานนะครับ ไม่มีผู้อภิปรายแล้วท่านประธานก็ต้องขอลงมติ โดยหลักความจริง ต้องเปึนอย่างนั้นนะครับ
ผมเข้าใจแล้วครับ
แต่ตอนนี้ท่านประธานวิปรัฐบาลได้นําเรียนว่า อยากจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสักนิดหนึ่ง จะขอเลื่อนการลงมติ ผมก็เลยต้องเรียน ท่านประธานว่าเปึนอํานาจของท่านประธานที่จะถามต่อที่สภาแห่งนี้
เข้าใจแล้วครับเจตนาของท่าน เข้าใจ แล้วครับ เข้าใจครับทุกฝ์าย จะดําเนินการต่อไปนะครับ ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๖ ท่าน นะครับ ชะลอไว้ก่อนครับ ชะลอไว้ก่อนเพื่อจะเดินหน้าต่อไปครับ ต่อไปผมขอเชิญผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้อง ๑–๗ นะครับ มีอะไรท่านครับ มีอะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ครับ
คือคุณนริศจะพูดหรือคุณชินวรณ์ จะพูด
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ก็ได้มีการหารือกันเปึนการเบื้องต้นแล้ว นะครับกับท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ก็คือว่าในการอภิปรายในวันนี้ขอว่าให้ท่านประธาน ได้หารือว่าให้ได้มีการอภิปรายในกลุ่มกระทรวงที่เหลือต่อไป ส่วนการลงมตินั้นผมขอว่า ให้เปึนวันพรุ่งนี้ต่อเนื่องกันนะครับ เนื่องจากว่ามีส่วนของ ส.ว. บางส่วนยังไม่ได้อภิปราย ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศนะครับ แล้วผมคิดว่าส่วนของพรรคฝ์ายค้านเองก็ได้ มีการซักถามเรื่องกระทรวงการต่างประเทศอยู่เปึนจํานวนมากครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานเพียงแต่หารือว่า ต่อไปนี้จะได้หยิบยกกลุ่มของกระทรวงที่เหลือมาอภิปราย ต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ครับ ผมขอดําเนินการ ๑-๗ ก่อน นะครับ เพื่อไปตามขั้นตอนดีกว่านะครับ คือถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าเลยครับ ก็ขอความกรุณาท่านที่จะอภิปรายต่อไปนี้นะครับ ถ้าท่านไม่ติดใจ ๑-๗ ก็ไม่ต้องอภิปราย ครับ นอกจากท่านที่ติดใจนะครับ ก็ขอเชิญท่าน ส.ว. สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นะครับ ๒๐ นาทีครับ ท่านอภิปรายในกรณีเรื่อง ๑-๗ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องกรอบการขอความ เห็นชอบในการไปทําความตกลงกับประชาคมอาเซียนอย่างนี้ครับ การประชุมในวันนี้ก็ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่กําหนดให้คณะรัฐมนตรี ต้องมาขอความเห็นชอบในกรณีที่จะไปทําความตกลงกับต่างประเทศตามกติกาที่ถูก บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙๐ ผมเรียนท่านคณะรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าบทบัญญัติของ มาตรา ๑๙๐ นั้น เกิดขึ้นสืบเนื่องจากบทเรียนในอดีต หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า เราเคยผ่านภาวการณ์ของการที่ให้อํานาจฝ์ายบริหารจะไปทําความตกลง กับต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน นั่นหมายความว่าเราเคยผ่านอดีตที่ไม่มีมาตรา ๑๙๐ มาแล้ว ผลก็คือประเทศไทยได้รับ ผลกระทบจากการทําความตกลงกับต่างประเทศในรูปแบบของสัญญาบันทึกความเข้าใจ บันทึกความตกลงต่าง ๆ ผมจะยกตัวอย่างครับ ในป้ ๒๕๓๙ ไทยเคยทําความตกลง ในการเป่ดเสรีทางด้านการเงินหรือที่เราเรียกกันว่า บีไอบีเอฟ (BIBF) จากนั้นผลเปึน อย่างไรครับ ป้ ๒๕๔๐ เราต้องลดค่าเงินบาทเนื่องจากภายหลังที่เป่ดเสรีทางด้านการเงิน เราถูกจู่โจมในเรื่องของค่าของเงินตรา สุดท้ายนําไปสู่การล่มสลายทางเศรษฐกิจ ครั้งร้ายแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นั่นคือการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทางด้านการเงินในป้ ๒๕๔๐ ทั่วโลกรู้จักประเทศไทยกันดีในฐานะที่เปึนผู้ก่อให้เกิดวิกฤติ ต้มยํากุ้งขึ้นมา หลังจากนั้นเราได้ข้อตกลงฉบับใหม่ที่ประเทศไทยไปทําความตกลงกับ ต่างประเทศไว้ นั่นก็คือ แอลทีโอที่ไปทํากับไอเอ็มเอฟ ผลผลิตที่ได้จากการไปทําความตกลง ในยุคนั้นเราได้กฎหมายใหม่ขึ้นมา ๑๑ ฉบับ ซึ่งต่อมาสังคมเรียกกฎหมาย ๑๑ ฉบับนี้ว่า กฎหมายทาส ณ วันนี้ก็มีการเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายทั้ง ๑๑ ฉบับนี้ ต่อไปคงจะ เปึนคําถามของรัฐบาลชุดนี้ที่จะต้องเปึนคนตอบว่า เมื่อเข้ามาเปึนผู้บริหารประเทศแล้ว ท่านจะจัดการอย่างไรกับกฎหมาย ๑๑ ฉบับ ซึ่งเปึนผลพวงของการไปทําความตกลงกับ ต่างประเทศโดยผู้บริหารในยุคสมัยที่ไม่มีมาตรา ๑๙๐ ยังมีอีกครับ ยังมีการตกลงเป่ดเสรี ทางด้านการค้าระหว่างประเทศไทยกับจีบ หรือที่เรียกว่า เอฟทีเอ ไทยกับออสเตรเลีย ในเรื่องของพืชผัก ในเรื่องของผลไม้ ผลการเจรจาหลังจากทําความตกลงแล้วเปึนอย่างไร ครับ พืชผักผลไม้ของจีน ของออสเตรเลียเต็มตลาดเมืองไทย ผลผลิตเกษตรกรรมของไทย เองตกต่ําอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ณ วันนี้เราได้ถอดบทเรียนต่าง ๆ เหล่านี้มา แล้วเห็นควรต้องกันว่า ควรจะมีการถ่วงดุลตรวจสอบการใช้อํานาจของฝ์ายบริหาร เพื่อยับยั้งไม่ให้ฝ์ายบริหารมีอิสระมากจนเกินไปในการไปทําความตกลงกับต่างประเทศ แล้วก่อให้เกิดความเสียหายกับชาติและประชาชน ถ้าท่านทั้งหลายมีความเข้าใจว่า เจตนารมณ์ของมาตรา ๑๙๐ คือเจตนาร่วมกันในการที่จะพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ มิใช่เจตนารมณ์ในการที่จะหวงอํานาจของฝ์ายบริหารหรือลดทอนอํานาจ ของฝ์ายบริหารลง เราควรที่จะต้องมาร่วมมือกันให้มากกว่านี้ ในกระบวนการต่าง ๆ ที่จะไปทําความตกลงเจรจาความระหว่างประเทศ แต่เปึนที่ น่าเสียดายท่านประธาน คําชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี คําชี้แจงของรัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องก็ดี ตั้งแต่ภาคเช้าเมื่อเรามีการเริ่มเป่ดการประชุม ท่านไม่ได้ให้ความสําคัญกับ รัฐสภาในการมาขอกรอบความเห็นชอบ ท่านไม่ได้ให้ข้อมูลกับเราเลย ท่านก็พูดตาม เอกสารวาระการประชุม นั่นคือให้ข้อมูลแต่เพียงว่ามีรายการความตกลงอะไรบ้างที่จะขอ ความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ภายใต้ความเห็นชอบที่ต้องการให้รัฐสภาเปึนผู้พิจารณาให้ ความเห็นชอบนั้น ท่านไม่ได้ชี้แจงเลยว่ามีสาระสําคัญอะไรบ้าง และที่สําคัญที่สุดก็คือ ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง หากรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ที่เลวร้ายไปยิ่งกว่านั้นก็คือ ไม่ปรากฏการแสดงความคิดเห็นว่ารายการตามที่ปรากฏใน วาระการประชุมตั้งแต่รายการที่ ๒ ถึงรายการที่ ๒๐ แล้วก็เพิ่มเติมมาอีก ๑ รายการใน เรื่องของการเป่ดเสรีเรื่องแรงงานระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ ท่านไม่ได้ชี้แจงให้เราเห็นถึง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ที่ผมต้องหยิบประเด็นเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมาพูดในวันนี้ ก็เนื่องจากมันเปึนบทบัญญัติที่ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ถ้ามีผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วจะต้องมีมาตรการในการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลกระทบด้วย ท่านพูด ให้เราฟังแต่เพียงว่ามีรายการใดบ้าง แล้วก็มีความจําเปึนเร่งด่วน โดยเอากําหนด วันประชุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๑ มีนาคม เปึนตัวตั้งว่ามีความ จําเปึนที่จะต้องเร่งรีบให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้เรายอมรับว่าประเทศไทยไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยว เปึนเพียงประเทศเดียวได้ กระแสโลกาภิวัตน์ได้นําพาให้ทุกประเทศนั้นจะต้องรวมกลุ่มกัน เพื่อพัฒนาในเรื่องของเศรษฐกิจ แต่เราคงต้องไม่ลืมว่าการพัฒนาประเทศชาตินั้นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเรื่องของเศรษฐกิจแต่เพียงประการเดียว มีเรื่องของการเมืองที่ต้องมั่นคง มีเรื่อง ของสังคมที่ต้องอยู่กันอย่างผาสุก บันทึกข้อตกลงทั้ง ๒๐ ฉบับที่ท่านนําเสนอวันนี้มุ่งเน้น แต่เรื่องของเศรษฐกิจ มุ่งเน้นแต่เรื่องของเงินทุนที่ได้แต่คาดหวังว่าเงินทุนนั้นจะไหลกลับ เข้ามาลงทุนหลังจากที่เราเห็นชอบให้ท่านไปทําความตกลงได้ ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเขียน สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นจากการคาดหวังของท่านว่า ภายหลังการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ในกลุ่มประเทศสมาชิกก็ดี หรือบวกอีก ๓ ก็ดี ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว กําไรจะ ลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทยอีกต่อไป ความคาดหวังเช่นนี้ยากที่จะเปึนที่ยอมรับได้ว่า มีนักธุรกิจในประเทศใดบ้างที่มาลงทุนในต่างชาติแล้วจะไม่ขนเงินที่ได้จากการลงทุนเปึน กําไรกลับคืนในประเทศเขา เหตุผลและการคาดหวังในลักษณะเช่นนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมเคยได้รับคําชี้แจงมาแล้วตอนที่เราเป่ดเสรีทางด้านการเงินเมื่อ ป้ ๒๕๓๕ เราเพ้อฝันครับว่าตอนนั้นเงินทุนจะไหลบ่าเข้าสู่ประเทศไทย ก็ได้แต่แค่ฝันครับ ในที่สุดฝันสลาย เราต้องลดค่าเงินบาท พวกเราทุกคนคงทราบกันดีว่าสภาวการณ์ของ การตกต่ําของมูลค่าเงินบาทนั้นเกือบถึงเหรียญละ ๕๐ บาท หลังจากที่เราเป่ดเสรี ทางด้านการเงิน ถามว่าสาเหตุเกิดจากอะไร สาเหตุเกิดจากความไม่พร้อม การไปเจรจา ความระหว่างประเทศที่ขาดความรอบรู้อย่างแท้จริง ประกอบด้วยการขาดความรอบคอบ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านมีความ มั่นใจแค่ไหนในการที่จะนําเสนอกรอบการเจรจาทั้ง ๒๐ กรอบ ให้ที่ประชุมรัฐสภาได้ พิจารณาให้ความเห็นชอบนั้น คณะรัฐมนตรีทั้งคณะได้พิจารณาอย่างรอบคอบและ ภายใต้ความรอบรู้แล้วหรือยัง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ความรอบรู้และความ รอบคอบนั้นจะต้องประกอบด้วยอย่างน้อย ๒ ประการ
ประการแรกก็คือ การรอบรู้และรอบคอบ เตรียมการก่อนไปเจรจา ทําความตกลง เราได้เตรียมความพร้อมของประเทศไทย เราได้เตรียมความพร้อมของ ผู้คนในประเทศไทยแล้วหรือยังที่จะก้าวเข้าสู่ข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านั้น ท่านไปเจรจา ความมาใช้เวลาเปึนป้ ๆ ท่านได้บอกกล่าวให้ประชาชนคนไทยได้มีการเตรียมความพร้อม แล้วหรือยัง ผมยกตัวอย่างในเรื่องของกรอบการเจรจา ในลําดับที่ ๒ ถึงลําดับที่ ๗ ถ้าท่าน อ่านดูทุกกรอบจะมีการพูดถึงวิธีการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ในกติกาข้อตกลงเขียน อย่างไรครับ เขียนบอกว่า ให้ใช้วิธีการตั้งอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศขึ้นมา วิธีการ พิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ ไม่ว่าจะทําขึ้นในพื้นที่ของประเทศสมาชิกใดให้ใช้ ภาษาอังกฤษทั้งหมด เอกสารต้องเปึนภาษาอังกฤษทั้งหมด ถ้าเปึนเอกสารภาษาท้องถิ่น ของประเทศนั้น ๆ จะต้องจัดทําเปึนภาษาอังกฤษทั้งหมด การบันทึกรายงานกระบวน พิจารณา เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจะต้องบันทึกเปึนภาษาอังกฤษทั้งหมด แค่นี้ก็ผิดแผก ไปจากกฎหมายภายในประเทศไทยทั้งสิ้น กระบวนการพิจารณาของประเทศไทยในระบบ ศาลไทย กฎหมายไทยบังคับให้ทําเปึนภาษาไทยทั้งหมด นักกฎหมายไทยทุกคนก็ได้ รับการเรียนรู้ ว่าเวลาไปว่าความในศาลของประเทศไทย หรือไปทําหน้าที่เปึน อนุญาโตตุลาการ ถ้าทําในประเทศไทย เขาใช้ภาษาไทยครับ แต่เมื่อเปึนเช่นนี้ ผมไม่ได้รังเกียจรังงอน หรือจะบอกว่าเราใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ผมกําลังจะเรียนถาม ท่านว่า ท่านได้เตรียมความพร้อมนักกฎหมายไทย ที่พร้อมที่จะเข้าไปทําหน้าที่เปึน ทนายความให้กับคู่พิพาท ที่เขาจะมีข้อพิพาทเกิดขึ้นภายหลังจากการลงทุนข้ามชาติ ในลักษณะอย่างนี้แล้วหรือยัง สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาด้าน นิติศาสตร์ ได้เตรียมผลิตนักกฎหมายไทยที่มีความพร้อมเรื่องภาษาอังกฤษ ที่จะออกมา ทํางานในตลาดเสรีเช่นนี้แล้วหรือไม่เพียงใด นั่นคือความรอบรู้และความรอบคอบ ก่อนเข้าไปเจรจา
ความรอบรู้และความรอบคอบประการที่ ๒ ที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ทางสังคม นั่นก็คือท่านต้องรอบรู้และรอบคอบหลังจากที่ท่านไปเจรจาแล้ว ณ วันนี้ขณะที่ ท่านขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ท่านต้องคิดไว้ล่วงหน้าแล้วละครับว่า ถ้ารัฐสภาให้ ความเห็นชอบแล้ว ท่านจะต้องรอบรู้และรอบคอบในแผนยุทธศาสตร์อะไรบ้าง เพื่อที่จะ ทําให้สิ่งที่ท่านไปเจรจาทําความตกลง และรัฐสภาให้ความเห็นชอบนั้นก่อให้เกิด ประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด หรือถ้าจะมีผลกระทบบ้างในสินค้าบางรายการ หรือบริการบางรายการก็ต้องน้อยที่สุด ผมยกตัวอย่างในเรื่องของการไปทําความ ตกลงเอ็มอาร์เอ หรือการเป่ดเสรีเรื่องของวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม แพทย์ บัญชี ตรงนี้ถ้าท่านมองให้ละเอียดลึกซึ้งจะมีคําถามเกิดขึ้นมากมาย ผมยกตัวอย่างวิชาชีพ แพทย์ ถ้ามีตัวเลขจากสถาบันการศึกษา ท่านมีตัวเลขจากระทรวงสาธารณสุขไหมว่า การที่ประเทศไทยผลิตแพทย์ ๑ คนนั้น เราต้องใช้ภาษีอากรของประชาชนจํานวนเท่าไร ท่านได้แค่เพียงภูมิใจว่ามาตรฐานของวิชาชีพทางด้านการแพทย์ของไทยนั้นสูงกว่า หลาย ๆ ประเทศในประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน แล้วท่านก็พูดให้พวกเราฟังว่า ถ้าข้อตกลงฉบับนี้บรรลุผล แพทย์ไทยจะมีความก้าวหน้า เพราะสามารถไปขอใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพแพทย์ในต่างประเทศ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้ ท่านลองมอง อีกมุมหนึ่งสิครับว่า ความจริงที่ท่านต้องยอมรับก็คือ อาชีพแพทย์ในไทยนั้นยังขาดแคลน พี่น้องชนบทยังรอแพทย์ที่จะเข้าไปดูแลปัญหาเรื่องสุขภาพให้กับเขา แต่ขณะนี้ท่านกําลัง เพ้อฝันที่จะไปเจรจาทําความตกลงเพื่อส่งแพทย์เปึนสินค้าส่งออกไปทํางานต่างประเทศ เมื่อวันนั้นมาถึง ผมเกรงว่าเราจะเจอแพทย์ที่ยอมชดใช้เงินคืนทุนให้กับรัฐบาล แทนที่จะ ทํางานชดใช้ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วเดินทางไปทํางานต่างประเทศมากขึ้น ผลกระทบทางสังคมเฉพาะประเด็นนี้ไม่ได้ ก่อให้เกิดปัญหาเฉพาะเรื่องของการขาดแคลนแพทย์ในประเทศไทยเท่านั้น แต่จะส่ง ผลกระทบต่อปัญหาสาธารณสุข ซึ่งเปึนปัญหาสังคมโดยรวม มองตรงกันข้ามครับ ท่านประธาน มองในอีกด้านหนึ่งว่าไม่ใช่แต่แพทย์ไทยที่จะสามารถไปทํางานต่างชาติได้ แพทย์ต่างชาติก็กลับเข้ามาทํางานในประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน ส่วนนี้อาจจะเปึนการ ชดเชยการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ฝัืงไทยได้ ผมถามท่านครับว่าแพทย์ต่างชาติ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนั้น คิดหรือว่าจะไปทํางานรับใช้ประชาชนในชนบท ก็ต้องเลือก ทํางานในสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลเอกชนที่ให้ค่าตอบแทนสูง ๆ ต่อไปปัญหา สาธารณสุขจะเปึนปัญหาที่ถูกตัดสินกันด้วยมูลค่าเงินที่จะต้องซื้อตัวแพทย์ข้ามชาติกัน นี่เปึนเพียงตัวอย่างปัญหาที่เกิดเปึนผลกระทบต่อสภาพสังคมที่ท่านจะต้องชี้แจงให้สภา แห่งนี้ได้มีความเข้าอกเข้าใจ ได้มีความชัดเจนว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนยุทธศาสตร์ในการ ที่จะแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร เวลาเพียง ๒๐ นาที ผมไม่สามารถจะยกตัวอย่างทุกปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลกระทบทางสังคมได้ครบ ทั้ง ๒๐ ฉบับ แต่ผมกราบเรียนท่านครับว่า ข้อตกลงต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้มาขอกรอบ ความเห็นชอบจากรัฐสภา ณ วันนี้ ถ้าท่านศึกษารายละเอียดให้มีความชัดเจน ท่านให้ เวลากับรัฐสภามากกว่านี้ในการจัดส่งเอกสาร เราจะได้ความร่วมมือระหว่างกันมากกว่านี้ ตรงนี้เปึนอุทาหรณ์ที่อยากจะกราบเรียนว่าในการขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในคราว ต่อ ๆ ไป รัฐบาลต้องมองกลไกของมาตรา ๑๙๐ ต้องมองกลไกของรัฐสภาว่า คือกลไก ในการที่จะช่วยนําพาประเทศไทยก้าวสู่เวที ไม่ว่าจะระดับภูมิภาคก็ดี ระดับโลกก็ดี ไปอย่างสง่างาม ไปแล้วต้องประสบความสําเร็จอย่างที่เราตั้งใจไว้ ไม่ใช่ไปแล้วพ่ายแพ้ กลับมา เหมือนกับการไปเจรจาความระหว่างประเทศหลาย ๆ เรื่องที่ผมได้ยกตัวอย่าง มาแล้วในอดีต ครั้งนี้เราจะไปพร้อม ๆ กัน ทั้งฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ แต่ท่านจะต้อง ให้ความร่วมมืออย่างจริงใจไม่ใช่จัดส่งเอกสารล่วงหน้า ๒ วัน ๓ วัน ยิ่งไปกว่านั้นจัดส่ง เพิ่มเติมหน้าห้องในเช้าวันประชุม ถ้าอย่างนี้ข้าราชการประจําก็ดี รัฐบาลก็ดี ยังคงตีค่า การขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเปึนเพียงพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่สักแต่จะทําให้มันครบถ้วน ถูกต้องตามกติกาที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าท่านยังไม่เปลี่ยนความคิดหรือ ทัศนคติที่มีต่อมาตรา ๑๙๐ ในยุคสมัยที่ทําหน้าที่เปึนฝ์ายค้านท่านคิดอย่างหนึ่ง พอมา เปึนรัฐบาลท่านคิดอีกอย่างหนึ่ง อย่างนี้ทุกฝ์ายก็จะมองว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ คือ อุปสรรคในการบริหารประเทศชาติ ณ วันนี้ผมอยากจะให้ทุกฝ์ายเปลี่ยนทัศนคติใหม่ครับ ว่าแท้ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ถ้าเรายอมรับและปรับตัวเข้ากับกฎกติกาของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ภายใต้การตั้งปณิธานร่วมกันว่าจากนี้ไปเราจะเข้าสู่กฎกติกา ใหม่ ทํางานทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกัน โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เปึนเปัาหมายสําคัญแล้ว ผมว่าไม่ใช่แต่เพียงกรอบการเจรจาความตกลงระหว่างสมาชิก ประชาคมอาเซียนด้วยกันเอง หรือระหว่างสมาชิกประชาคมอาเซียนกับประเทศภายนอก ก็ตาม ในเวทีระดับโลกไม่ว่าจะองค์การค้าโลก หรือองค์กรระหว่างประเทศในระดับโลก อื่น ๆ เราก็จะสามารถพัฒนาความร่วมมือของพวกเราด้วยกันได้ แล้วนําพาประเทศไทย ไปสู่เปัาหมายที่ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนร่วมกันเปึนสําคัญได้ สําเร็จครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย ถึงข้อตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการขนส่ง โชคดีครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมท่านนั่งฟังอยู่ด้วยครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่ามีสิ่งจําเปึนที่ประเทศไทยของเราจะต้อง เตรียมความพร้อมในการรองรับข้อตกลงเหล่านี้ครับ เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะทําให้ ประเทศไทยของเราเปึนศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียน หรือประตูสู่อาเซียนครับ การจะเปึนประตูสู่อาเซียนได้นั้นมีปัจจัยสําคัญ ๒ ประการ
ประการแรก ก็คือทําเลที่ตั้ง
ประการที่ ๒ คือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง
สําหรับประการแรกนั้นไม่น่าห่วงครับ ประเทศไทยของเรามีทําเลที่ตั้งที่ดี จากประเทศไทยของเราสามารถเดินทางไปสู่ประเทศอื่นได้โดยสะดวก ไม่ว่าจะเปึนทาง บก ทางน้ํา หรือทางอากาศ เพราะประเทศไทยของเรานั้นมีเขตแดนที่เปึนทั้งพื้นน้ําและ พื้นดิน ต่างกับบางประเทศที่มีเขตแดนเปึนเพียงพื้นน้ําหรือพื้นดิน ทําให้เกิดข้อเสียเปรียบ ในการเดินทาง ในการขนส่ง ท่านประธานครับ สําหรับปัจจัยที่ ๒ นั้นเรื่องความพร้อมทาง โครงสร้างพื้นฐาน ท่านจะเห็นว่าระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ในประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนนั้นมีความแตกต่างกันมากครับ ประเทศไทยของเรานั้น มีความพร้อมค่อนข้างสูง สําหรับเรื่องถนนนั้นผมไม่ห่วงครับ มีความหนาแน่นของถนนที่อยู่ แนวหน้า แต่เรื่องเส้นทางรถไฟถึงแม้ว่าความหนาแน่นของทางรถไฟจะสูงที่สุดในกลุ่ม สมาชิกอาเซียนก็ตาม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอื่นแล้ว ต่ํากว่ามาก ครับ เปึนผลทําให้ค่าโลจิสติค (Logistic) ของเรานั้นสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอื่นเปึน อย่างมาก ดังนั้นผมจึงอยากเรียนเสนอให้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อการขนส่งระบบราง มากกว่าถนน ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดก่อสร้างทางรถไฟ ทางคู่โดยรีบด่วน ท่านประธานครับ นอกเหนือเส้นทางรถไฟที่เชื่อมโยงประเทศสิงคโปร์ กับกรุงเทพมหานครแล้ว ไม่มีเส้นทางรถไฟสายอื่นเลยที่เปึนการเชื่อมโยงเมืองหลวงของ ประเทศในอาเซียน แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางรถไฟสายนี้ไม่ได้มีบทบาทความสําคัญ ในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า จําเปึนที่ยังต่อเชื่อมไปยังประเทศจีนตอนใต้ ประเทศจีนนั้น เปึนศูนย์กลางการผลิตและการบริโภคที่สําคัญของโลก ถ้าเราสามารถช่วงชิงเปึนผู้นํา การพัฒนาถนนหรือรถไฟได้โดยเชื่อมโยงกับประเทศจีน หรือประเทศในกลุ่มภูมิภาค ลุ่มแม่น้ําโขง หรือประเทศในอนุภาค หรือคาบสมุทรมลายา รับรองครับว่าเราจะเปึน ศูนย์กลางการขนส่งทางบกครับ ทางบกนั้นไม่น่าห่วงแต่ทางน้ําน่าห่วงครับ เพราะใน ภูมิภาคนี้สิงคโปร์มีบทบาทสําคัญที่สุด สิงคโปร์มีท่าเรือที่มีความสําคัญมากตั้งอยู่ในทําเล ยุทธศาสตร์ที่ดี มีเรือมาใช้บริการมากกว่า ๔๐๐ สาย ให้บริการขนส่งสินค้าไปสู่ท่าเรืออื่น มากกว่า ๗๐๐ ท่าเรือทั่วโลก ของเรานั้นมีท่าเรือแหลมฉบังที่พอจะมีศักยภาพให้บริการ เรือโดยไม่ต้องผ่านสิงคโปร์ได้บ้าง แต่ก็ยังถือว่ายังเปึนรองอยู่มากครับ เพราะทําเลที่ตั้งฅ ไม่ดี ท่านประธานครับ มีการพูดถึงโครงการขุดคอคอดกระมาแล้วกว่า ๓๐๐ ป้ ผมดีใจ ครับ ที่รัฐบาลนี้ไม่หยิบอภิมหาโครงการนี้มาปัดฝุ์นอีกครั้งหนึ่ง แต่เลือกที่จะสานต่อ โครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) หรือสะพานเศรษฐกิจ สะพานเศรษฐกิจนั้นเปึนการ เชื่อมโยงการขนส่งทางน้ําด้วยการขนส่งทางบกผ่านถนน ทางรถไฟหรือท่อส่งน้ํามัน แต่ผมเปึนห่วงครับว่า สะพานเศรษฐกิจจะช่วยประหยัดเวลาได้จริงหรือไม่ ระยะทางนั้น ไม่เปึนห่วงครับสั้นกว่าแน่ แต่เวลาเปึนห่วง เพราะว่าจะต้องมีการขนถ่ายสินค้าน้ํามันลงสู่ ทางรถไฟ ลงสู่รถบรรทุก ลงสู่ท่อส่งน้ํามัน จากทะเลด้านหนึ่ง และขนส่งไปสู่ทะเลอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็ขนลงสู่เรือ เพื่อนําส่งประเทศปลายทางต่อไป ด้วยเหตุนี้ครับไม่มีความมั่นใจว่า สะพานเศรษฐกิจจะช่วยประหยัดระยะเวลาได้ ท่านประธานครับ ทางบกไม่น่าห่วงไม่เปึน สองรองใคร แต่ทางน้ํานั้นน่าเปึนห่วง และทางอากาศครับ ทางอากาศนั้นเรามีคู่แข่งที่ น่ากลัว ๒ ประเทศก็คือ สิงคโปร์กับมาเลเซีย สิงคโปร์นั้นเป่ดให้บริการอาคารผู้โดยสาร หลังที่ ๓ ไปแล้วครับ ทําให้เขามีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ถึงป้ละ ๖๔ ล้านคน มาเลเซียก็มีสนามบินแห่งใหม่ ด้วยเหตุนี้ ๒ ประเทศนี้นะครับ ได้รับการยกย่องให้เปึน สนามบินชั้นนําของเอเชีย ประเทศไทยของเราตั้งความหวังไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ถ้า ดูสถานการณ์การขนส่งทางอากาศในปัจจุบัน ผมไม่แน่ใจครับว่า สนามบินสุวรรณภูมิ จะเปึนศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียนได้ เพราะว่าความไม่แน่ชัดของนโยบาย รัฐบาลบอกว่า ต้องการพัฒนาสนามบินดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ในขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอกว่าจะใช้นโยบาย ซิงเกิล แอร์พอร์ต (Single airport) พร้อมทั้งบอกว่า จําเปึนจะต้องมีการขยายขีดความสามารถ ของสนามบินสุวรรณภูมิโดยใช้เงินประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่เข้าใจครับว่าทําไม ต้องเร่งก่อสร้างรันเวย์ (Run way) เส้นที่ ๓ เส้นที่ ๔ ทั้ง ๆ เวลานี้เรามีรันเวย์อยู่ ๒ รันเวย์ รันเวย์ทั้งสองนั้นห่างกันถึง ๒.๒ กิโลเมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ อีกหลายป้ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีโดยการใช้ดอนเมืองควบคู่กันไปด้วย พูดถึง ดอนเมืองแล้วนะครับ จําเปึนต้องมีแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) เชื่อมโยงสุวรรณภูมิผ่าน มักกะสันไปยังดอนเมือง ผมพูดถึงแอร์พอร์ต ลิงค์ ครับ เวลานี้ก่อสร้างเกือบแล้วเสร็จ จากสุวรรณภูมิมาที่มักกะสันสู่พญาไท แต่มีเรื่องที่เปึนห่วง นั่นก็คือหลังจากก่อสร้างเสร็จแล้ว ใครจะเปึนผู้บริหารเดินรถยังไม่แน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าประเทศไทย จะมีทําเลที่ตั้งที่เหนือกว่า และแม้ว่าคนไทยจะมีจิตใจการให้บริการที่ดีกว่า แต่ถ้าการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังต้องเดินตามหลังประเทศคู่แข่ง ประตูสู่อาเซียนจะไม่เป่ดกว้าง สําหรับประเทศไทยอีกต่อไป ขอบพระคุณครับ
ต่อไป คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ อยู่ไหมครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ไม่อยู่ ลําดับต่อไปนะครับ คุณรสนา โตสิตระกูล
ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ไม่อยู่ ท่านน่าจะให้เปึนสิทธิของพรรค เพื่อไทยนะครับ
เดี๋ยวกลับมาครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล นะคะ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะ สมาชิกรัฐสภานะคะ ขอพูดใน ๒ ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรกสุด เปึนเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการ ซึ่งประเด็นนี้ท่าน วุฒิสมาชิกสุรจิตได้พูดถึงไปแล้วบ้าง แต่ว่ายังไม่มีใครมาตอบคําถามนะคะ ดิฉันก็ อยากจะขอย้ําเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวด้วยว่า รายการที่ทางคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอ ต่อรัฐสภาเพื่อให้เห็นชอบนั้นทั้งหมด ๒๐ รายการ ใน ๒๐ รายการดังกล่าวนั้น ดิฉันคิดว่า ต้องดูในเชิงของกระบวนการว่า ทั้งหมดนั้นเข้าเงื่อนไขมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ในข้อใดบ้าง เพราะว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่ได้บอกว่า สัญญาทุกประเภท จะต้องเอาเข้ารัฐสภา แต่ปรากฏว่าตอนนี้ข้าราชการอาจจะมีความหวาดเกรงว่า ตัวเองจะต้อง รับผิดชอบ ก็เลยเอาทุกเรื่องมาเข้าสภาหมด ซึ่งก็ทําให้เกิดภาระจํานวนมาก อย่างเอกสาร ที่เปึนตั้ง ๆ แล้วก็เวลาในการที่จะได้อ่านในเรื่องที่เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องจริง ๆ นะคะ เพราะว่าโดยมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนั้น มีเพียง ๕ เรื่องเท่านั้นที่จําเปึนต้องนําเข้าเพื่อขอ ความเห็นชอบจากรัฐสภา คือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต สัญญาที่ ทําให้เราต้องออกพระราชบัญญัติตามเนื้อหาหนังสือสัญญานั้น ผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง แล้วก็สัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้าและการ ลงทุน สัญญาที่มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ๕ เรื่องเท่านั้น ใน ๒๐ รายการนั้นอยากให้ทาง ครม. หรือเจ้าหน้าที่ทําตารางออกมาให้เห็นว่าที่นํามาเข้า ขอความเห็นชอบนั้นด้วยเงื่อนไขอะไร ข้อที่ ๑ นะคะ
ข้อที่ ๒ ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ระบุว่าก่อนการทําสัญญานั้นจะต้องมี การรับฟังความเห็นของประชาชน ท่านได้ทําแล้วหรือยังในแต่ละเรื่อง ซึ่งอันนี้คือเมื่อฟัง ความเห็นประชาชนแล้วก็ถึงมาขอกรอบเจรจา เมื่อขอกรอบเจรจาแล้ว มีเอกสารเรียบร้อย แล้ว ก็ต้องให้ประชาชนได้เข้าถึงเนื้อหาในสัญญานั้น ก่อนที่จะมาขอความเห็นชอบในการ ที่จะลงสัตยาบันหรือการผูกพัน ซึ่งในเวลานี้ใน ๒๐ เรื่องไม่ได้ทําให้เห็นชัดเจนว่าแต่ละ เรื่องที่เข้ามานั้นอยู่ในสถานะใด อยู่ในสถานะที่ขอกรอบเจรจา หรืออยู่ในสถานะที่ขอ ความเห็นชอบไปลงสัตยาบันเพื่อผูกพัน ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มีความสําคัญนะคะ มีบาง ประเด็นที่ดิฉันตั้งคําถามท่านต่อไปนะคะ เรื่องเกี่ยวกับกรอบการลงทุนของอาเซียนว่า เปึนการขอทั้ง ๒ ส่วนรวมกันหรือเปล่า คือขอทั้งกรอบเจรจา แล้วก็ลงสัตยาบันด้วย ซึ่งถ้าหากว่าท่านขอทั้ง ๒ เรื่องไปพร้อม ๆ กัน อันนี้อาจจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่าน อาจจะถูกตรวจสอบได้ในภายหลัง อันนี้เปึนการอยากจะให้ท่านได้ทําความชัดเจนว่า รายการทั้ง ๒๐ รายการนั้นมันอยู่ในสถานะใดนะคะ
ส่วนในเรื่องของเนื้อหา ในแง่เนื้อหาในส่วนของความตกลงว่าด้วยการ ลงทุนของอาเซียน สถานะล่าสุดที่ท่านเขียนเอาไว้บอกว่าเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายโอฬาร ไชยประวัติ เปึนประธานเห็นชอบในความตกลง เอซีไอเอและมีมติให้นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณานําเสนอต่อรัฐสภาเพื่อขอ ความเห็นชอบให้มีการลงนามความตกลง และให้สัตยาบันเพื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ คืออันนี้สิ่งที่ท่านเขียนมานี่ แสดงว่าเปึนการขอรวดเดียว ๒ เรื่องเลยใช่หรือไม่ คือไปขอ กรอบเจรจา แล้วก็ให้ทําสัตยาบันเลย ซึ่งอันนี้ถ้าหากเปึนเช่นนั้นจริงดิฉันคิดว่าอาจจะ ไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๙๐ เนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีเจตนาที่จะให้แยก กระบวนการนี้ออกเปึน ๒ ขั้นตอน ในขั้นตอนแรกในเรื่องของกรอบเจรจานั้นจะต้องให้ ประชาชนที่มีส่วนได้เสียได้มีโอกาสรับทราบแล้วก็รับฟังความเห็น และเมื่อไปเจรจา ได้มาแล้วก่อนที่จะไปลงสัตยาบันผูกพันผลบังคับ มีผลบังคับใช้ต่อไป อันนี้ก็จําเปึน ที่จะต้องให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ซึ่งเวลานี้ดิฉันคิดว่าสมาชิกรัฐสภาเองก็ยาก ที่จะเข้าถึง คือเราก็เพิ่งเห็นเอกสารเมื่อวันศุกร์ แล้วก็เพิ่มเติมเมื่อเช้านี้ เพราะฉะนั้นการที่ ประชาชนจะได้มีโอกาสเห็นอันนี้ก็อาจจะยังยาก ซึ่งอันนี้อยากจะให้ท่านได้ชี้แจงว่าได้ทํา อย่างไรบ้างในกรณีนี้ ส่วนในเรื่องของเนื้อหาสาระในเรื่องของความตกลงนั้น พูดถึง ๔ ส่วน คือการเป่ดเสรีนั้นมีพันธกรณีคือ เป่ดเสรีให้กับการค้าและการลงทุนของอาเซียน แล้วก็ต้องส่งเสริมนะคะ มีการอํานวย ความสะดวกต่าง ๆ แล้วก็คุ้มครองการลงทุน ซึ่งขอบเขตของการเป่ดเสรีนั้นครอบคลุม ธุรกิจ ๕ ส่วนด้วยกัน ๕ ภาค คือมีภาคเกษตร ประมง ป์าไม้ เหมืองแร่ แล้วก็ภาคการผลิต นะคะ ส่วนในแง่ของการคุ้มครองนั้น นอกจากการคุ้มครองในเรื่องของการลงทุนอื่น ๆ แล้วนี่ ให้รวมถึงการลงทุนในธุรกิจการบริการ แนวทางในการเป่ดเสรีนั้นให้ปฏิบัติต่อ ผู้ลงทุนเยี่ยงคนชาตินะคะ และปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง
ประการต่อมาบอกว่า ห้ามกําหนดเงื่อนไขการลงทุน ประการต่อมาบอกว่า ห้ามกําหนดเงื่อนไขการดํารงตําแหน่งผู้บริหารอาวุโสและคณะกรรมการ ซึ่งในส่วนนี้ทําให้ มีคําถามนะคะว่า เราปฏิบัติต่อเขาคนในอาเซียนแล้วก็อันนี้จริง ๆ ก็จะเปึนแนวทางในการ ทําสัญญากับเกาหลี จีน และนิวซีแลนด์ ออสเตรเลียด้วยเช่นเดียวกันนะคะ เปึนกรอบ อันเดียวกัน เมื่อมีการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติแล้วนี่ ห้ามกําหนดเงื่อนไขการลงทุน อาจจะ เปึนไปได้ว่าการลงทุนของบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศเรา ถ้าหากว่าก่อผลที่กระทบกับ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นั้นนี่ เราก็อาจจะไม่สามารถไปกําหนดอะไรได้ หรือรวมทั้งการกําหนด ว่าจะต้องใช้ทรัพยากรจากภายในประเทศ ซึ่งในอดีตเวลาการลงทุนนั้นเราสามารถที่จะ กําหนดเงื่อนไขเหล่านี้ได้ แต่เมื่อมีการระบุว่า ห้ามกําหนดเงื่อนไขการลงทุนแล้วนี่นะคะ ก็เกรงว่าอันนี้จะทําให้ประเทศชาติเราได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดนะคะ เนื่องจากว่า การกําหนดเงื่อนไขในการลงทุนนั้นส่วนหนึ่งจะเปึนการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ นะคะ แล้วก็การห้ามการกําหนดคณะกรรมการหรือผู้บริหาร ดิฉันคิดว่าเมื่อประเทศ อาเซียนทั้งหลายมาลงทุนในประเทศไทยแล้วนี่ ได้นําคนของเขาเข้ามา อาจจะไม่ได้เปึน ประโยชน์กับประเทศไทยเราที่จะสามารถพัฒนาบุคลากรของเราเข้ามาอยู่ในระดับของ การบริหารนะคะ
แล้วอีกประการหนึ่ง การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติมีธุรกิจหลายประการที่ให้เขา ถือหุ้นได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ดิฉันเองไม่แน่ใจว่าจะขัดแย้งต่อ พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ร.บ. การประกอบกิจการของคนต่างด้าวหรือไม่นะคะ ซึ่งอันนี้มีระบุเอาไว้ในกิจการหลาย ประเภทที่ให้ประเทศในอาเซียนนั้นสามารถมาลงทุนได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ โดยเฉพาะถ้าหากว่ากรอบของการลงทุนอันนี้ ซึ่งไม่เฉพาะแค่ในประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่จะเปึนกรอบที่นําไปใช้ร่วมกับประเทศอื่น ๆ นะคะ เมื่อการลงทุนจากประเทศที่พัฒนา แล้วดิฉันเกรงว่าประเทศเราจะสู้ไม่ได้นะคะ แล้วโดยปกติแล้วดิฉันก็ไม่ทราบว่า เราได้ มีการให้แต้มต่อกับคนไทยด้วยหรือเปล่า เมื่อเรามีการระบุว่า การลงทุนจะต้องปฏิบัติต่อ คนเหล่านี้เยี่ยงคนชาติ แสดงว่าจะไม่มีแต้มต่อให้กับคนไทยหรือไม่นะคะ เพราะที่จริง ดิฉันคิดว่า การเป่ดเสรีเต็มที่โดยไม่คุ้มครองคนของเราเองนั้น ไม่ค่อยมีประเทศไหนที่เขา ทํากันนะคะ อาจจะมีนักธุรกิจบางส่วนในไทยที่มักจะพูดว่า ไม่ต้องให้คนไทยมีแต้มต่อ เพราะว่าเพื่อจะให้คนไทยได้ขยับตัว ปรับปรุงสถานะตัวเองขึ้นมา ซึ่งดิฉันคิดว่า เมื่อจะต้องไปต่อสู้กับประเทศที่พัฒนาแล้ว เราอาจจะยังไม่มีความสามารถในกิจการ การลงทุนหลาย ๆ ประเภทนะคะ ซึ่งอันนี้ดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตไว้นะคะว่า ไม่ทราบว่า ท่านคิดในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
ประการต่อมา เอกสารที่ท่านส่งมานั้นไม่ได้มีการระบุนะคะว่า มีการศึกษา มากน้อยแค่ไหนว่าจีดีพีที่เพิ่มขึ้นนั้นก่อผลกระทบในความเปึนจริงในเรื่องอะไรได้บ้าง คือส่วนใหญ่แล้วนี่มักจะดูแต่เพียงแค่จีดีพีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในทรรศนะของดิฉันเห็นว่าจีดีพี ที่เพิ่มขึ้นอาจจะเปึนเพียงมายาภาพเท่านั้น เพราะว่าดูอย่างกรณีเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลียนะคะ การที่เราจะเป่ดการไม่คุมโควตาแล้วก็ยกเว้นภาษี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับเรื่องโคนม ใน ๑๐ ป้ข้างหน้า ซึ่งเวลานี้เหลือ ๗ ป้นะคะ ท่านอาจจะบอกว่าในรายงานการศึกษาของ กระทรวงพาณิชย์บอกว่า จะทําให้เราสูญเสียจีดีพีเพียง ๐.๐๑ เท่านั้น แต่การสูญเสียจีดีพี ๐.๐๑ นั้น คนที่ได้รับผลกระทบนี้อาจจะสูงถึง ๓ ล้านคน อันนี้เปึนการศึกษาของกลุ่มคน ที่อยู่นอกภาคราชการนะคะ ส่วนยานยนต์ที่จะได้รับประโยชน์จากการทําเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลียนั้น จะได้ ๐.๒ ของจีดีพีนะคะ ซึ่งอันนี้คนที่ได้ประโยชน์อาจจะเปึนแค่ หลักแสนคนเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าในการทํารายงานการศึกษาไม่ได้บ่งบอกถึง สิ่งเหล่านี้อย่างชัดเจนว่า เราได้ดูจีดีพีเพียงอย่างเดียว ไม่ทราบว่าการศึกษานั้นได้ดูความ เสี่ยงหรือผลกระทบจากการเป่ดเสรีและการคุ้มครองการลงทุนเอาไว้ด้วยหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีการระบุถึง
ประการต่อมาการเป่ดเสรีในเรื่องการลงทุนนั้น รวมไปถึงเรื่องการโอนเงิน ลงทุนและกําไรทั้งหมดหรือบางส่วน รวมทั้งเงินปันผลออกไปได้โดยอิสระ นี่เปึนข้อบังคับ ข้อหนึ่งว่า รัฐจะต้องอนุญาตให้มีการทําได้โดยอิสระและไม่ล่าช้า ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันคิดว่า การปล่อยให้เงินลงทุนและกําไรจากนักลงทุนต่างชาติสามารถส่งออกไปได้โดยอิสระเสรี นั้นอาจจะทําให้เสถียรภาพของประเทศไทยในเรื่องของการเงินมีปัญหา ซึ่งสิ่งนี้ไม่ทราบ ว่าทางรัฐมนตรีได้มีการกําหนดอะไรในการปัองกันเอาไว้หรือไม่นะคะ
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับกลไกการระงับข้อพิพาทโดย อนุญาโตตุลาการ ซึ่งในบางอันระบุเอาไว้ชัดเจนว่าให้ถือเปึนที่สุด ซึ่งในแง่นี้ ในแง่ของการ ลงทุนแล้วเอกชนสามารถฟัองรัฐได้ เอกชนส่วนใหญ่ก็ต้องการที่จะให้กระบวนการในเรื่อง การระงับข้อพิพาทนั้นเปึนไปโดยรวดเร็ว ก็อยากจะใช้อนุญาโตตุลาการ ทีนี้การใช้ อนุญาโตตุลาการนั้นสิ่งที่เปึนผลที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า เอกชนนั้น ๆ สามารถเลือก อนุญาโตตุลาการได้ และอาจสามารถเข้าแทรกแซงได้ด้วยนะคะ ในขณะที่ศาลนั้นเรา อาจจะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือเลือกได้ สิ่งนี้จะเปึนการทําให้เราเสียสิทธิสภาพ นอกอาณาเขตหรือไม่ ถ้าหากว่าเราปล่อยให้กระบวนการเอกชนสามารถฟัองรัฐได้ แล้วก็ ระงับข้อพิพาทนั้นโดยอนุญาโตตุลาการ แล้วก็ไม่ได้ใช้ศาล คือดิฉันอ่านเอกสารทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีการพูดถึงนะคะว่า เราสามารถเป่ดช่องให้ศาลไทยสามารถที่จะเข้ามาพูดถึงเรื่องนี้ หรือดูแลเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน คือเป่ดให้เปึนเรื่องของอนุญาโตตุลาการแล้วถือว่า เปึนที่สุด ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะก่อให้เกิดผลเสียกับประเทศเรานะคะ กรอบเนื้อหา ตรงนี้เปึนกรอบที่จะใช้กับประเทศอื่น ๆ แล้วเมื่อเราเป่ดเสรีในอาเซียนแล้วเราก็คง ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการที่จะเป่ดเสรีให้กับประเทศอื่น ๆ ซึ่งเวลานี้เราอาจจะพูดถึง แค่ ๓ ประเทศ คือมีจีน มีเกาหลี และก็มีออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แต่ต่อไปเราจะมีกับทาง อียู (EU) กับทางสหรัฐอเมริกา ดิฉันคิดว่าวิธีการนําเสนอข้อมูลในลักษณะแบบนี้อาจจะ ก่อปัญหาในระยะยาวได้ เพราะว่าเอกสารต่าง ๆ เข้ามาในลักษณะที่ใช้เวลาจํากัดมาก สมาชิกรัฐสภามีโอกาสได้ศึกษาน้อย แล้วก็ทางฝ์ายของข้าราชการรวมทั้งทาง ครม. เอง ก็ไม่ได้มีการช่วยที่จะทําให้เกิดความชัดเจนขึ้นมา ทั้งในแง่ของการทําตารางให้เห็นชัดเจน ว่าในแต่ละกรณีที่เอาเข้ามานั้นไม่ใช่เปึนการสร้างภาระให้กับสมาชิกรัฐสภาเพื่อที่จะ หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของตัวเอง หรือทําให้คนเกิดความรู้สึกว่า มาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญนั้นเปึนสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามาก จําเปึนจะต้องยกเลิกไปหรือแก้ไข ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องทําให้ชัดเจน ระบุให้ชัดเจนว่าเวลานี้มาขอในฐานะอะไร ขอกรอบการเจรจาก็ไม่ได้ระบุว่าเจรจาอะไรบ้าง คือส่งเอกสารเข้ามานี่เปึนรายละเอียด เยอะมาก แต่ว่าไม่ได้มีการทําสรุปให้เห็นชัดเจนว่าในแต่ละเรื่องนี่ต้องการขออนุมัติเพื่อไป ทําอะไรบ้าง หลาย ๆ อันที่ดิฉันคิดว่าไม่ค่อยเกี่ยวข้องเท่าไรที่เข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง จีเอ็มพี (GMP) หรือเรื่องของวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ดิฉันคิดว่าหลาย ๆ อันเปึนเพียงแค่ การกําหนดกระบวนการในการที่จะไปตกลงหรือร่วมมือกับเขา ซึ่งสิ่งนี้ดูแล้วไม่น่าจะเข้า กรอบมาตรา ๑๙๐ เท่าไร แต่ก็มีการส่งเข้ามาทั้งหมดโดยที่ไม่ได้มีการแยกแยะ ดิฉันคิดว่า อยากจะขอให้ทางคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทํางานให้มีระบบมากกว่านี้ในการที่จะ ทําให้ผู้อ่าน ซึ่งอาจจะต้องอ่านเอกสารเยอะเกินไปนั้นนี่ได้มีบทสรุปที่ชัดเจน ง่ายต่อการ เข้าใจ แล้วตัวท่านเองก็จะต้องทําความเข้าใจด้วยเหมือนกันว่าในกรณีดังกล่าวนั้นมีเรื่อง อะไรบ้างที่จําเปึนจะต้องขอ เรื่องอะไรบ้างไม่จําเปึนต้องขอสามารถทําไปได้เลย แล้วก็ อยากให้ท่านตอบคําถามนะคะ เพราะดิฉันคิดว่าหลาย ๆ เรื่องที่เราตั้งคําถามมาท่าน อาจจะยังไม่ได้ตอบ ดิฉันไม่รังเกียจนะคะที่จะให้ทางเจ้าหน้าที่จากกระทรวงต่าง ๆ ที่อาจจะรู้ดีในเรื่องเหล่านี้ตอบแทนท่านรัฐมนตรีบ้างก็ได้นะคะ ก็อยากขอความชัดเจน ในเรื่องที่ได้ระบุถึงค่ะขอบคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตั้งเวลาผมเท่าไรครับ
ของท่านไม่มีกําหนดครับ ท่านบริหารเวลาเอาเองครับ
ผมขอ ๑๕ นาทีครับ
ครับ ๑๕ นาที
ตั้งที่ ๑๕ นาทีครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอชี้แจงที่ท่านผู้ทําหน้าที่ ประธานคือท่านประธานชัยได้เรียกแล้ว ผมไม่อยู่ในที่ประชุม ผมได้ประสานงานทางวิป ฝ์ายค้านบอกว่าไม่มีชื่อผมในลําดับถัดไปนะครับ ผมก็เลยต้องออกไปเพื่อยกร่างคําฟัอง ท่านประธานชัยที่ท่านบอกว่าผมขอให้ท่านถอนคําว่า ตะแบง ท่านไม่ถอน ท่านให้ผมฟัอง เอา ผมก็เลยไปฟัองครับ ร่างเสร็จ เมื่อ ส.ส. พรรคเพื่อไทยหนึ่งในห้าลงชื่อเสร็จ ผมจะฟัอง ท่านในข้อหาท่านไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองแต่เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร กระทําการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของท่านประสงค์ สุ่นสิริ ประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ วันศุกร์กรุณารอรับคําร้องด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่ออภิปรายถึงแนวนโยบายกรอบที่ทางรัฐบาลได้เสนอนั้น ผมขอกราบเรียนว่าไม่สามารถจะลงในรายละเอียดได้ลึกทั้งหมด เพราะเอกสารมีจํานวน มากและได้รับเอกสารในเวลาเพียงวันและสองวันเท่านั้น ต้องเสียสละเวลาที่จะไปงานศพ ของราษฎรครับ ไปงานศพไม่ได้ครับเพราะต้องมานอนอ่านหนังสือ การไปงานศพนี่ ท่านประธานครับ ถ้าไปงานศพของวีรสตรีของพันธมิตรมีโอกาสขึ้นถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นะครับ และถ้าไปงานศพของบุคคลที่เอาแหวนมาหมั้นนี่ก็จะโด่งดังไปทั้งประเทศ ท่านประธานผมก็เลยเลียนแบบแต่ว่าต้องเสียสละเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ ยืนยันว่าสมาชิกทั้งหลายพูดว่า การส่งเอกสารในเวลาจํากัด ศึกษาไม่เพียงพอนั้นได้เห็น ได้ชัดว่า ท่านประธานและรัฐมนตรีได้ขอให้อธิบดีเปึนผู้ชี้แจงแทนรัฐมนตรี นั่นหมายความ ว่าแม้แต่ตัวรัฐมนตรีเองที่จะไปทําสนธิสัญญาไปตกลงอะไรกับทางต่างประเทศทาง อาเซียนนั้น ก็ยังไม่รู้เรื่องละเอียดลึกซึ้งเพียงพอ นี่คือประเด็นสําคัญแม้แต่รัฐมนตรีเอง ก็ยังไม่รู้เรื่องละเอียดลึกซึ้งเพียงพอ ประเด็นข้อเสนอของทางพรรคเพื่อไทยก็คืออยากให้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมขึ้นมาเพื่อศึกษาให้รอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ท่านประธานครับ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องมาตรา ๑๙๐ ซึ่งท่านเพื่อนสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปมากแล้ว แต่ประเด็นของมันก็คือว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ เสนอไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าผู้ที่รับผลกระทบนั้นจะได้รับการเยียวยาอย่างไร ผมจะพูดไปถึง คุณสมบัติของผู้ที่จะไปทําหน้าที่ลงนามในสัญญาหรือไปเจรจากรอบ ซึ่งเปึนการอภิปราย ไปในคุณสมบัติของบุคคล ซึ่งท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยแล้วว่าอภิปรายได้ ท่านประธานที่เคารพ พระพุทธเจ้าท่านพูดไว้คําหนึ่งครับ ตถาวาที ตถาการี ตถาคตคือพระพุทธเจ้า ท่านพูด อย่างไร ท่านจะทําได้อย่างนั้น ตถาการี ตถาวาที ท่านทําอย่างไร ท่านจึงจะพูดอย่างนั้น ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลที่พูดอย่างแล้วก็ทําอย่างครับ นโยบายนี้ครับ รัฐบาลนี้เสนอเข้ามานั้นบอกว่าเปึนรัฐบาลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตร ไม่มีส่วนใด ๆ และพันธมิตรไม่มีส่วนบงการการทํางานของรัฐบาล แต่ปรากฏว่าบุคคลซึ่งมีส่วนสําคัญ ในการที่จะไปเจรจาเรื่องกรอบที่ ๔ ท่านประธานครับ ผมอยู่ที่กรอบที่ ๔ นั่นคือเรื่องสิทธิ มนุษยชน ผมจะพูดไปที่สัญญาที่ ๑ ว่าด้วยการเจรจายกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ องค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน และจะพูดไปที่หน้า ๒ ตอนสุดท้ายว่า ประโยชน์ของ ประเทศไทยและประโยชน์ของประชาชนจะได้รับนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อ่านนะครับ ทางรัฐบาลได้บอกว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการจัดตั้งองค์กร สิทธิมนุษยชนอาเซียน คือองค์กรดังกล่าวจะช่วยให้การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ มนุษยชนในประเทศไทย สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น อันนี้หมายความว่า ท่านยอมรับใช่ไหมครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น เปึนผู้ที่ละเมิด สิทธิมนุษยชน กล่าวคือท่านได้เปึนส่วนสําคัญในการป่ดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ นั่นคือ ละเมิดสิทธิมนุษยชนสากลว่าด้วยการเดินทาง สิทธิและเสรีภาพในการเดินทาง ท่านมี ส่วนสําคัญในการกระทําอย่างนี้ ท่านเปึนคนพูดอย่างทําอย่างหรือเปล่าครับ ถ้าเปึน อย่างนี้แล้ว ถ้าฝ์ายอาเซียนอีก ๙ ประเทศ ถามว่าบุคคลที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีความชอบธรรม ความชอบธรรมนี้เหนือกฎหมายนะครับ ท่านประธานครับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีพูดอยู่แล้วว่า ความชอบธรรมและจริยธรรมนั้นเปึน สิ่งที่เหนือกฎหมาย แม้จะชอบด้วยกฎหมายอาจจะไม่ชอบธรรมก็ได้ จริงครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีสิทธิ มีคุณสมบัติทุกอย่างที่จะดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ความชอบธรรมที่จะไปเจรจาเรื่อง สิทธิมนุษยชน ในขณะที่ท่านเองเปึนตัวการสําคัญที่กระทําการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง อันอาจจะเข้าข่ายการก่อการร้ายสากล ผมถามว่าถ้ากลุ่มประเทศอาเซียนถามย้อนมาว่า รัฐบาลไทยจะยอมให้มีการป่ดสนามบิน โดยอ้างว่าการชุมนุมโดยสงบอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่มั่นใจครับ ว่าทางอาเซียนเขาจะร่วมลงนามด้วย ผมตั้งคําถามไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่อยู่ไม่เปึนไรครับ เจ้าหน้าที่คงจะจดไว้ให้ท่านตอบ ท่านประธานครับ สิทธิมนุษยชน สิทธิในการชุมนุม ซึ่งจะตกลงกันนั้น หมายถึงการขนอาวุธระเบิดป่งปอง การมีไม้ตีกอล์ฟ เบสบอล การมี ธงแหลมเข้าไปเพื่อร่วมชุมนุม แล้วป่ดหน้าเหมือนมหาโจรไปร่วมชุมนุม อันนี้ก็เปึนการ ชุมนุมโดยสงบเป่ดเผยตามรัฐธรรมนูญและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ และในหน้า ๒ ตอนสุดท้ายยังพูดต่อไปว่า เปึนหลักประกันและสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไทยอีกขั้นหนึ่ง นอกเหนือจากกลไก ในระดับชาติ ให้องค์กรที่จัดตั้งขึ้นมามีการส่งเสริมให้ความช่วยเหลือและให้คําแนะนําแก่ ประเทศสมาชิก นั่นหมายถึงไทยก็เปึนสมาชิกประเทศหนึ่ง ผมถามว่านั่นหมายความว่า ในกรอบนี้ถ้ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรงเหมือนอย่างตัวอย่างที่ผมได้ยกขึ้นมา เช่น การป่ดสนามบิน จะให้กองกําลังของเพื่อนอาเซียนประเทศอาเซียนเข้ามาช่วยกันใน การปราบพวกป่ดสนามบินได้ใช่หรือไม่ ถ้าได้ ท่านได้ปัองกันเรื่องการเยียวยาสิทธิของ ประชาชนในประเทศที่จะสูญเสียไป หรือเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนในเรื่องนี้ไว้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ไปที่อันสุดท้ายซึ่งท่านพูดไปนะครับ ๒ บรรทัดสุดท้ายบอกว่า เพื่อการ พัฒนาบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคที่ไม่ต่ํากว่ามาตรฐานสากล และต่อไปใน อนาคตเมื่อประเทศสมาชิกมีความพร้อมก็อาจจะอนุญาตให้องค์กรดังกล่าวมีอํานาจ สอดส่องดูแลสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย ท่านประธาน ครับ อันนี้เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศแน่นอนครับ เกี่ยวกับอํานาจอธิปไตยแน่นอน ครับ เรื่องสําคัญอย่างนี้ถ้ามีการป่ดสนามบินนานาชาติ เช่น สุวรรณภูมิ ถ้าจะให้ประเทศ อาเซียนใช้กองกําลังใช้ตํารวจหรือทหารเข้ามาร่วมอย่างนี้ เปึนเรื่องสําคัญมาก ในเวลา เพียง ๒ วันนี้ ผมเชื่อว่ารัฐสภาแห่งนี้อนุมัติกรอบให้ท่านไม่ได้หรอกครับ นี่คือเปึนสิ่งที่ จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาให้ละเอียดครับ ท่านประธานครับ คําตอบต้อง มีนะครับ นั่นคือเปึนเรื่องของการเข้ามาใช้อํานาจอธิปไตย นอกจากนั้นท่านประธาน ที่เคารพ การฟัองร้องเรียกค่าเสียหายในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าไปละเมิด อย่างการป่ดสนามบินสุวรรรณภูมิ ถ้าเพื่อนอาเซียนหรือประเทศในสังกัดของเขาถือ สัญชาติของเขาเข้ามาแล้วถูกละเมิดอย่างนั้นการแก้ปัญหาข้อพิพาทหรือการชดใช้ ค่าเสียหายนั้นจะทํากันอย่างไร ใช้อนุญาโตตุลาการหรือครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ด้านวุฒิสภาก็ให้ความเห็นแล้วว่านักกฎหมายไทยที่มีความสามารถระดับเจรจาเปึน ภาษาอังกฤษนั้นมีน้อยนะครับ ท่านประธานครับ และยิ่งต้องไปเจรจาในด้านของ กฎหมายระหว่างประเทศนั้นน้อยยิ่งกว่าน้อยท่านประธานครับ เราพร้อมหรือยัง สถาบันการศึกษาด้านนิติศาสตร์พร้อมหรือยัง อันนี้ผมมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ขอประทานเอ่ยนามท่าน ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นี่เปึนประเด็นที่สําคัญมากในการที่ จะพิจารณาว่าเมื่อมีข้อพิพาทเหล่านี้เกิดขึ้นฝ์ายนักกฎหมายของเราพร้อมหรือยัง ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้เสนอนโยบายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ถ้าสมมุติเขาบอกว่า การชุมนุมประท้วงรัฐบาล ผมไม่ทราบว่าประเทศอื่นเขาชุมนุมประท้วงหรือเปล่านะครับ ประเทศไทยของเราถึงเวลาหรือยังที่จะมีกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการชุมนุมในที่ สาธารณะซึ่งผมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไว้ยังคาอยู่ในวาระ หรือเราจะพูดว่าการห้าม การชุมนุมหรือการจํากัดสิทธิบางอย่างในการชุมนุมนั้นเปึนการจํากัดสิทธิมนุษยชน ผมอยากฝากตรงนี้ครับ ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หยิบยกขึ้นมา ว่าขอบเขตของการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อชุมนุมประท้วงใด ๆ ก็ตามนั้นจะต้องถึงขั้น กระทําผิดกฎหมายละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นด้วยก็ได้กระนั้นหรือ ท่านประธานครับ อันนี้ เปึนสิ่งสําคัญครับ และถ้าประเทศเพื่อนอาเซียนอีก ๙ ประเทศถามว่า ประเทศไทยมี กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะหรือยัง ท่านจะตอบว่าอย่างไร หรือท่านจะบอก ว่าใครอยากชุมนุมอย่างไรก็ชุมนุมได้ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ให้อํานาจไว้ ถ้าอย่างนั้นเขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะไม่ถูกอีกฝ์ายหนึ่งคือ ฝ์ายเสื้อแดงเข้าไปป่ดล้อม ผมไม่เกี่ยวข้องกับฝ์ายเสื้อแดงนะครับ ท่านประธานครับ อันนี้ เปึนสิ่งที่สําคัญครับ นี่คือฝากรัฐบาล ฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าควรเอาพระราชบัญญัติ จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะที่ผมเสนอไว้ขึ้นมาก่อนกฎหมายผู้สูงอายุหรือยัง อันนี้ฝากท่านนะครับได้พิจารณา หรือท่านเห็นว่ามันละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธาน ครับ รัฐบาลนี้พยายามที่จะพูดว่าไม่เกี่ยวข้องกับพันธมิตร ถ้าฝ์ายต่างประเทศถามว่าแล้ว นายพฤฒิพงศ์ กุลทนันท์ เอกอัครราชทูตประจํากระทรวงซึ่งกําลังจะได้รับการแต่งตั้งให้ เปึนอธิบดีกรมสนธิสัญญา ซึ่งจะมีบทบาทสําคัญประการหนึ่งนะครับ ตําแหน่งหนึ่งในการ ที่จะไปทําข้อตกลงของกรอบอาเซียน เกี่ยวข้องกับท่านประสงค์ สุ่นศิริ คือเปึนบุตรเขย ครับ เหมาะสมหรือยังที่จะมาอยู่ในตําแหน่งนี้ เปึนการต่างตอบแทนหรือไม่ การบริหาร ราชการแผ่นดิน การเสนอต่าง ๆ เหล่านี้เปึนหุ่นเชิดของพันธมิตรหรือไม่ เปึนที่สงสัยต่อ พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้จะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม ผมพูดได้ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้จะ ไปขโมยกระดิ่งเอามืออุดหูตัวเองครับ คนได้ยินทั้งประเทศกระดิ่งมันดังครับ อุดหูตัวเอง ตัวเองไม่ได้ยินแต่นานาประเทศได้ยินและได้ทราบว่าผู้ก่อการร้ายสากลที่เปึนพันธมิตร ป่ดล้อมสนามบินสุวรรณภูมินั้น เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีความชอบธรรมที่จะไปเจรจากรอบสัญญากับอาเซียน ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกของรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายในกรอบที่ ๕ ว่าด้วยความตกลงการค้า สินค้าของอาเซียน แล้วก็โดยเนื้อหาของความตกลงดังกล่าวเชื่อมโยงอยู่กับกรอบที่ ๑๕ คือแผนนโยบายบูรณาการความมั่นคงทางด้านอาหารของอาเซียน ผมจึงขออนุญาตได้ใช้ สิทธิอภิปรายเพียงครั้งเดียว แล้วก็ขออนุญาตที่จะเชื่อมโยงในส่วนเนื้อหาที่เชื่อมโยงกัน อยู่แล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยและเห็นชอบความตกลง ทั้งกรอบนะครับ เพราะว่าจากการศึกษาได้พบว่าอาเซียนเรามีความแตกต่างกันมาก แม้ว่าโดยสภาพภูมิประเทศเราก็ใกล้เคียงกัน สภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกัน ประเพณี วัฒนธรรมไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ว่าจนถึงปัจจุบันนี้เรามีความแตกต่างกันมาก เหตุที่มี ความแตกต่างนั้นเพราะว่าเราผ่านการเมืองที่แตกต่างกัน เรามีนโยบายภายในที่แตกต่างกัน แล้วก็กระแสการค้าเสรี กระแสโลกาภิวัตน์ทําให้อาเซียนจึงแตกต่างกัน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเรามีปัญหาในเรื่องของตลาด ตลาดการค้าในภูมิภาคนี้นะครับ ในกลุ่ม อาเซียนบางประเทศผลิตได้มากมายเหลือเฟ๋อ แล้วก็ส่งไปขายในประเทศไกล ๆ ใน บางสินค้าโดยเฉพาะพืชอาหาร และเช่นเดียวกันบางประเทศในกลุ่มอาเซียนมีปัญหา ขาดแคลนผลิตไม่ได้เปึนบางช่วงหรือผลิตไม่ได้ในระยะยาว ต้องสั่งซื้อสินค้าเหล่านี้ โดยเฉพาะพืชอาหารจากประเทศไกล ๆ นะครับ ผมคิดว่าด้านตลาดมีปัญหาเพราะกลุ่ม อาเซียน
๒. เราเปึนกลุ่มที่ต้องยอมรับว่าเรามีเทคโนโลยีในการผลิตค่อนข้างด้อยสมัย ไม่ทันสมัย ไม่มีการพัฒนาการผลิตแบบยั่งยืน จึงมีความแตกต่างกับหลายประเทศ เราจึง มีความแตกต่างกันโดยเฉพาะเทคโนโลยีการสํารองอาหาร จากปรากฏการณ์นี้ ทําให้ ผมขออนุญาตสรุปว่าในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันเรามีบางประเทศขาดแคลน เรามีหลายประเทศยากจนและเราไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเท่าที่ควร ผมคิดว่า แนวทางแก้ไขก็คือ
๑. เราต้องมีข้อมูลที่เที่ยงตรง แม่นยํา เพียงพอที่จะเอามาใช้ว่าประเทศนั้น ผลิตอะไรได้เท่าไรในแต่ละป้ ต้องแม่นยําเที่ยงตรงนะครับ เราต้องมีข้อมูลร่วมกันและเรา ต้องใช้ข้อมูลร่วมกันนี้ในกลุ่มประเทศที่จะมีความตกลงร่วมกัน
๒. เราจะต้องดําเนินการร่วมกันในการแก้ปัญหาของกลุ่มประเทศอาเซียน และ
๓. เราจะต้องพัฒนาตลาดร่วมกันไม่ใช่ประเทศไทยทําตลาดกลุ่มหนึ่ง แล้วก็อีกประเทศหนึ่งทําตลาดอีกกลุ่มหนึ่ง เราจะต้องพัฒนาตลาดพร้อม ๆ กัน แล้วก็
๔. เราจะต้องร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสํารองอาหาร ไว้ในอนาคตให้ได้ วันที่เรามีวิกฤติเราต้องมีอาหารสํารองสําหรับคนในอาเซียน วันที่เรามีภัยธรรมชาติเราต้องมีอาหารสํารองสําหรับคนในอาเซียน และถ้าเราขาด เราประสบปัญหาสัก ๑๐ ป้ เราต้องมีอาหารเพียงพอ เราต้องมีเทคโนโลยีที่จะเก็บพืช อาหารเอาไว้สัก ๑๐ ป้ เปึนอย่างน้อย ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าทางออกของ ทุกปัญหาที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือ ๑. เราต้องเร่งที่จะให้มีความตกลงการค้า สินค้าของอาเซียนโดยเร็ว ๒. สภาต้องผ่านความเห็นชอบแผนนโยบายบูรณาการความ มั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแผนกลยุทธ์ทางด้านความมั่นคงด้านอาหารของ อาเซียน และร่างแถลงการณ์กรุงเทพว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน โดยเร็ว และรัฐบาลต้องไปดําเนินการโดยเร็ว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้ฝาก ข้อสังเกตไว้เพียง ๒–๓ ประเด็นนะครับ ก่อนจะจบการอภิปราย ผมคิดว่าการประชุม อาเซียนที่จะเกิดขึ้น โดยที่รัฐบาลจะไปลงนามความตกลงระหว่างประเทศในครั้งนี้นะครับ ผมอยากที่จะให้รัฐบาลได้เผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในเรื่องของความมั่นคงทางด้านอาหาร เพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีเศรษฐกิจพอเพียงที่มีหลักแนวคิดบอกว่า ผลิตเพื่อบริโภค ก่อน แล้วก็ส่งไปขาย ถ้าอาเซียนทุกประเทศได้ร่วมกันทําแบบนี้ผมคิดว่าประเทศไทยและ อาเซียนจะมีความมั่นคงทางด้านอาหารอย่างยั่งยืน
๑. ผมอยากให้เผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถในเรื่องของฟูัด แบงก์ (Food Bank) ที่พระองค์มีแนวคิดว่าต้องสร้างป์า สร้างพื้นที่เพื่อผลิตปัจจัย ๔ มาให้ได้ ผมคิดว่าแนวคิด ๒ แนวคิดดังกล่าว ควรได้รับการ เผยแพร่พระเกียรติคุณออกไปในห้วงของการประชุมอาเซียนในครั้งนี้
๒. ผมอยากให้รัฐบาลได้ขยายพืชอาหารครอบคลุมไม่เพียงแต่ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง และมันสําปะหลังเท่านั้น อยากให้ครอบคลุมไปถึงผัก ผลไม้ สมุนไพร และโดยเฉพาะเครื่องเทศ ซึ่งประเทศไทยมีตัวเลขว่าเราต้องสั่งเข้าเครื่องเทศป้หนึ่ง ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท และตลาดหลักของเราก็คือในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน เราควรจะ เปึนผู้ผลิต ประเทศไทยสามารถผลิตพืชเครื่องเทศนี้ได้นะครับ
๓. ฝากรัฐบาลไปให้ความสําคัญว่า การผลิตพืชอาหารสัตว์ในอาเซียน ควรให้ความสําคัญเรื่องการผลิตพืชอาหารสัตว์แบบปลอดภัยไว้เปึนมาตรฐานนะครับ เพราะว่าในตลาดยุโรปหลายประเทศนะครับที่ยอมที่จะซื้อสินค้าที่ผลิตโดยปลอดสารเคมี ปลอดปุิยเคมีในราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไปถึง ๒ เท่า
๔. ข้อสังเกตก็คือ ขอให้สํารองอาหารให้ได้สัก ๑๐ ป้นะครับ วันข้างหน้า เราอาจจะมีวิกฤติจากภัยธรรมชาติต่อเนื่องกันสัก ๑๐ ป้ อาจจะมีได้นะครับในวันข้างหน้า ผมอยากให้รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณ ได้ทุ่มเทงานวิจัยทางกลุ่มอาเซียนนะครับเพื่อ สํารองอาหารเอาไว้ได้ ฉะนั้นทั้งหมดผมคิดว่าสิ่งสําคัญที่สุดของกรอบเจรจาดังกล่าวก็คือ ต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน เที่ยงตรง มีระบบเตือนภัยที่ล่วงหน้า และมีความร่วมมือของกลุ่ม ประเทศอาเซียนอย่างเหนียวแน่น แล้วร่วมกันปฏิบัติงานตามกรอบข้อตกลงที่สภาวันนี้ได้ ผ่านความเห็นชอบไป ผมคิดว่าจะทําให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีฐานะความมั่นคงใน ทางด้านอาหารนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านธีระจิตต์ นะครับ ท่านมีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ
ขอบพระคุณ ครับท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระจิตต์ สถิตโรตมวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในนามของ สมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบคุณมากที่ท่านประธานได้อนุญาต ความจริงผมคิดว่า ผมจะต้องได้พูดเวลา ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม ทั้ง ๆ ที่เกิดความเรียกว่า คอนฟ่วซิ่ง (Confusing) ความสับสน ซึ่งผมอยากจะขออนุญาตว่าเปรียบเปรยเรื่องหนึ่ง คําว่า สับสน นี้เกิดขึ้น อย่างไร จะเห็นมีชาวประเทศญี่ปุ์นมาเที่ยวเมืองไทยเขาบอกว่า แบงคอค อิท’ส แวร์รี่ แวร์ รี่ บิวตี้ฟูล บัท ทราฟฟ่ค อิทส แวร์รี่ แวร์รี่ คอนฟ่วซิ่ง (Bangkok it’s very very beautiful But Traffic It’s very very confusing) เช้านี้ที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้านก็ดี ประธานวิปฝ์ายรัฐบาลก็ดี ซึ่งได้มีการตกลง รวมทั้งทางวิปของวุฒิสภาซึ่งท่านเปึนคนตาม อยู่เฉย ๆ ปรากฏว่าก็มีการเข้าใจซึ่งสับสนกันนิดหน่อย ทําให้พวกกระผมซึ่งเปึนผู้ที่จะต้อง อภิปรายก็ไม่ทราบว่า ตามกรอบเวลา ตามที่ได้วางตัวเอาไว้จะต้องพูดตอนไหน เพราะฉะนั้นบอกว่าคอนฟูสซิ่ง แกบอกว่า ทราฟฟ่ค อิน แบงคอค อิน เดอะ มอร์นิ่ง อิท’ส อะ วัน เวย์ ทราฟฟ่ค อิน เดอะ อาฟเทอร์นูน ทู เวย์ อิน เดอะ อีฟเวนนิ่ง โน เวย์ (Traffic in Bangkok in the morning it’s a one way, traffic in the afternoon two way, in the evening no way.) นี่แหละคือความสับสน ท่านประธานที่เคารพ อย่างไรก็ตามต้องขอ ชมเชยท่านประธานที่ได้สามารถดําเนินการการประชุมมาด้วยความเรียบร้อย ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านผู้ทรงเกียรติได้มีการอภิปรายมามากมาย เหลือเกินแล้วก็สิ่งที่ทางรัฐบาลได้นําเสนอเข้ามาทั้งหมด ๑๙ ฉบับ รวมทั้งที่เสนอใหม่ ขึ้นมาอีก ๑ หรือ ๒ ผมจําไม่ได้ อันนี้ก็ตามครั้งแรกสุดตามความเข้าใจว่า เนื่องจากเปึน เรื่องของกรอบอาเซียน ไม่ว่าจะเปึนผู้ค้าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้า มันน่าจะเปึนเรื่องกรอบเดียวกันที่จะต้องคุย เพราะการที่ จะไปทําข้อตกลงอะไรต่าง ๆ มันก็เปึนมีฟอร์แมท (Format) มีรูปแบบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องของอาเซียนแน่นอนครับ มันเปึนเรื่องเกี่ยวพันกับทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาการแข่งขัน ส่งเสริมความได้คอมพลีททีเนส (Completeness) คือความได้เปรียบ ส่งเสริมสมรรถภาพทางด้านการผลิตของเรา เพื่อ พร้อมที่จะไปแข่งกับผู้อื่นได้ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านคงจะจําได้ว่าประเทศไทยเราเอง ก็เหมือนประเทศพัฒนาต่าง ๆ เรามีเรื่องของการให้มีบีโอไอ มาเมื่อ ๔๐ กว่าป้ก่อน เรา ไม่ได้โดนหลอกหรอกครับ แต่เขาเรียกว่าภาษาของเราโดนแหกตา การให้บีโอไอไป การ เอาเครื่องจักรที่เข้ามาลงทุนจะเปึนเครื่องจักรเก่า ๆ สมัยก่อนนะครับเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้ ขึ้นมา ตามที่ผมได้เรียนท่านประธานที่เคารพ เราจะเห็นว่าแม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาแล้ว ทางยุโรป เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี เนื่องจากการพัฒนาการแข่งขันที่เปึนโกลบัลไลเซชั่น (Globalization) นั้นเมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้ว เขาก็เล็งเห็นว่าเขาคงจะสู้ยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกา ไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็เกิดการรวมตัวขึ้นมาที่ครั้งแรกที่สุดก็เรียกว่าอีซี (EC) นะครับ คอมมอน ยูโรเป้ยน (Common European) ขึ้นมา มาร์เก็ต (Market) ขึ้นมา การพัฒนา ๕๐ ป้ของเขาขึ้นมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้ทําให้เกิดความแข็งแกร่งที่เขาสามารถใช้การ ต่อรองที่เปึนแบบรีเจินนอล (Regional) อันเดียวกันก็เกิดขึ้นกับประเทศไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าผมขออนุญาตเอ่ยนามในป้ พ.ศ. ๒๕๓๕ เดือนมกราคม ท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน ได้ใช้ความสามารถทางการทูตและทางที่ประสบการณ์ ทางการธุรกิจ ทางการค้าที่ท่านมีโน้มน้าวให้อาเซียนซึ่งขณะนั้นมีแค่ ๖ ประเทศ โดยมี การโน้มน้าวท่านนายกรัฐมนตรีก๊ก จ๊ก ตง ก่อน ดอกเตอร์มหาเธร์ ทางมาเลเซีย พระมหา ราชาของกษัตริย์บรูไน ฟ่ลิปป่นส์ อินโดนีเซีย ให้เห็นพ้องต้องกันว่าเพื่อที่เราจะแข่งขันกับ คนอื่น ๆ ได้เราควรจะต้องรวมตัวกัน เพราะฉะนั้นก็ได้มีการที่เรียกว่า สิงคโปร์ ดีคละเรชั่น (Singapore Declaration) เมื่อมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ อันนั้นเปึนการเริ่มต้นที่เรียกว่า จะผลักดันเรื่องเขตการค้าเสรีต่อเนื่องจากอันนั้นมา ซึ่งเราใช้ชื่อว่า อาเซียน ฟรีเทรด แอเรีย หรือเรียกว่า อาฟตา (AFTA) นั่นเอง โดยข้อเท็จจริงคําว่า อาฟตา สมกับนามของ อาฟตา เรียกว่า แอคชั่น เฟ่ร์สท ทอล์ค เลทเตอร์ (Action first talk later) ก็ได้มีการพูดกัน มาตลอดมา ๑๐ กว่าป้นะครับ อันนี้ถึงพัฒนาถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนาประสงค์ที่จะพัฒนาอาเซียน ฟรี เทรด แอเรีย (Free trade area) นี่ก็เพื่อจะทําให้ พัฒนาทางประสิทธิภาพของทางกลุ่มผลิตภัณฑ์หรืออุตสาหกรรมของเรา พร้อมทั้งการส่งออก ไม่ว่าจะพืชผลหรือผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมจะต้องมี ความสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ อันนี้เปึนปัจจัยที่สําคัญ เพราะฉะนั้นเรื่องหลาย ๆ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาก็เพื่อที่จะพัฒนาตัวเราเองเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ ในเรื่องเกี่ยวกับกรอบอาเซียนที่เสนอ เข้ามาขอเห็นชอบนั้น ผมได้ฟังท่านผู้มีเกียรติหลาย ๆ ท่านพูดถึงมาตรา ๑๙๐ ผมคิดว่า อันนี้เปึนนิมิตที่ดี เพราะว่าเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็ตาม ความจริงก็มีข้อที่บังคับไว้ว่าจะต้องในเรื่องที่เกี่ยวกับสนธิสัญญาเกี่ยวพันกับ ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศก็น่าจะนําเข้ามาสู่สภาให้รับทราบ แต่การปฏิบัติไม่ได้ มีการทําอย่างนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ซึ่งได้พูดชัดเจนว่า มาตรา ๑๙๐ และท่านผู้ทรงเกียรติได้มีการอภิปรายอย่างชัดเจน ผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องดี แต่ว่าน่าจะ ให้มีการยืดหยุ่นได้ในบางกรณี เพราะมิฉะนั้นแล้วการที่จะให้รัฐบาลหรือให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปเจรจาบางอย่างซึ่งเปึนเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศชาติอาจจะ ไม่ทันกาล เพราะฉะนั้นผมก็เอาเรื่องนี้เปึนข้อสังเกตฝากไว้เรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งที่อยากจะเรียนว่า เรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น หรือที่เรียกว่าเออีซี นัยต่อประเทศไทยเราและทางปรับตัวเปึนเรื่องที่น่าสนใจและ น่าติดตาม แน่นอนสิ่งที่ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานที่ได้เตรียมเอกสารมาให้ผมต้องขอ ชมเชย ผมเองอยากจะกราบเรียนว่า พอดีมีประสบการณ์มาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องของการ ที่คุยเรื่องเกี่ยวกับทางด้านที่สมัยก่อนเราเรียกว่า เริ่มต้นเรียกว่า เซพท (CEPT) เซพท คือ คําว่า เปึนกลไกที่ใช้ในการเรื่องของฟรี เทรด แอเรีย คอมมอน เอฟเฟคทีฟ พรีเฟอเรน เชียล แทร์ริฟ (Common Effective Preferential Tariff) คือใช้มาตรการภาษี เพราะฉะนั้น วันนี้ผมเข้าใจว่าจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังก็น่าจะนั่งอยู่ในนี้ เพราะเปึนผู้ที่ เกี่ยวข้องโดยตรงเรื่องหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับภาษีทางการค้านี่นะครับ และสิ่งที่ได้ปฏิบัติกันมา อย่างต่อเนื่องเปึนเวลา ๑๐ กว่าป้ ผมคิดว่าได้สะสมความชํานาญ หวังเปึนอย่างยิ่งว่า หน่วยราชการคงจะต้องได้มีประสบการณ์มากขึ้น เพราะเรื่องของการต่อรองหรือการไป เจรจากับคู่ค้าต่างประเทศเราต้องทันเกม ความพร้อมแม้กระทั่งความร่วมมือ มีส่วนร่วม ของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในสมัยก่อน ๆ นั้นเราจะได้ยินคําว่าหน่วยราชการนั่งเทียน เขียนเอาจริง ๆ ท่านเองก็คงได้พยายามที่จะขอข้อมูลจากภาคเอกชนบ้าง จากสถิติของ ท่านบ้าง ผมเรียนอย่างนี้ว่า สถิติหรือดาตา คอลเล็กชั่น (Data collection) ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในสมัยก่อนนี้ใช้ไม่ได้เลย เพราะอันนี้เปึนเรื่องที่จะต้องปรับปรุง เพราะถ้าท่านไม่มีดาตาที่ อัพเดท (Up date) แล้วท่านจะไปเจรจากับใครไม่ได้ทั้งนั้น ผมมีประสบการณ์ที่ได้รับ มอบหมายไปคุยกับทางนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ปรากฏว่าไปถึงทางฝัืงคู่ค้าเราเอกสารเขา มีเปึนตั้ง ฝ์ายไทยเราไปมี ๒ แผ่น เพราะฉะนั้นจะไปคุยอะไรเขา นี่คือ ๑๐ กว่าป้ก่อน แต่ หวังว่าปัจจุบันนี้ทางฝ์ายราชการคงจะได้มีการเตรียมตัวดีมากกว่านี้ เรื่องของการที่กรอบ ของอาเซียนที่เรามีคู่ค้า ไม่ว่าประเทศจีน เกาหลีแล้วก็ญี่ปุ์น ผมอยากจะฝากข้อสังเกต เรื่องหนึ่ง ท่านจะต้องคํานึงถึงทางด้านพืชผลทางเกษตรให้มาก ทางอุตสาหกรรมท่านทํา อยู่แล้วผมทราบ และยิ่งผมได้เห็น ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเอ่ย นามหน่อย ท่านอลงกรณ์ ซึ่งจะพยายามที่จะพอได้รับตําแหน่งก็ได้มีความมุ่งมั่นที่จะดู เรื่องอาเซียน แล้วก็ได้มีการติดตามไปทั้งทางด้านสภาอุตสาหกรรม หอการค้าต่าง ๆ แต่อย่าลืมครับ เรื่องของพืชผลเกษตร ผมถือว่าสําคัญที่สุด การต่อรอง ยกตัวอย่างเช่น อย่างญี่ปุ์น เรามี ปัญหามากเลย เรื่องที่จะไปขายข้าวให้เขา ไม่มีทางเลยเรื่องนี้ การต่อรองสมัยก่อนมี สินค้าต่าง ๆ มีตั้งแต่ไม่ว่า เซนซิทิฟ ลิสท์ (Sensitive list) คือรายการที่ไม่สามารถที่จะ นํามาแลกเปลี่ยน เทมเพอรารี เอ็กคลูซิฟ ลิสท์ (Temporary Exclusive list) สินค้าที่มีการ ยกเว้นเปึนพิเศษ ฟาสท์ แทรคท์ (Fast Tract) อันที่เขาให้ง่าย ๆ เขาก็ให้เรา ฟาสท์ แทรคท์ อะไรอย่างนี้ ผมคิดว่าของพวกนี้ทางราชการเราต้องมีความพร้อม แล้วก็มี ความแน่ใจ ผมเห็นแล้วครับ ที่ตั้ง ๆ นี่ผมมีโอกาสไปเป่ดพลิกเอา ก็เห็นเปึนรายการ ละเอียดยิบเลย ซึ่งเปึนรายการของแทร์ริฟ นัมเบอร์ (Tariff Number) ๘ รีจิค (Regic) ๙ รีจิค เราไม่มีโอกาสไปอ่าน และไม่มีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นอันนี้อยากจะฝากว่า ความพร้อมนี้เปึนเรื่องที่สําคัญที่สุดของหน่วยราชการที่จะไปประชุมกับเขา แน่นอนครับ กรอบของอาเซียน หรือต่อไปจะเปึนประชาคมอาเซียนของเรา มีทั้งประโยชน์ และมีทั้ง สิ่งที่จะต้องกระทบ เพราะสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัว ก็คือทางภาครัฐบาลจะต้องมีการ พยายามสนับสนุนให้ฝ์ายประชาชนหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้มีความแข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะต่อสู้ พร้อมที่จะมีความสามารถในการแข่งขันกับคู่ค้าของเราได้ นี่เปึนปัจจัยที่ สําคัญที่สุด เราจะมัวแต่คิดว่าไปชดเชย ยกตัวอย่างอันหนึ่ง หลังจากที่กรอบอาเซียนที่เรา อนุมัติ จะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติผมยังไม่ทราบ แต่ถ้าอนุมัติ เห็นชอบ สิ่งที่ผมเห็นว่าต่อไป จะมีผลกระทบ และสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรจะทําเปึนอย่างยิ่ง เช่น พืชผลการเกษตรไม่ควรจะมี การประกันราคาสินค้าพืชผลการเกษตร เหตุผลที่ผมพูดเพราะอะไร เพราะว่าขณะนี้ ในภูมิภาคเรา ประเทศเพื่อนบ้านเราซึ่งอยู่ในภาคีอาเซียนเรา ไม่ว่าจะเปึนกัมพูชา ลาว ประเทศไทยเราไปลงทุนปลูกพืชเกษตรมากมาย และเมื่อวันหนึ่งที่เป่ด ฟรี เทรดขึ้นมา การขนส่งสินค้าข้ามแดนมาอย่างเป่ดเสรีเมื่อไร เมื่อเราประกันสินค้าของ ประเทศไทยเรา มันก็จะเกิดการที่เราเรียกว่า นุ่งโสร่ง ตามที่ขณะนี้ที่ท่านเจออยู่ แต่ถ้า เมื่อไรกรอบอาเซียนเป่ด อันนี้จะเกิดขึ้นเยอะ เพราะสิ่งที่ควรจะทําผมอยากจะบอกว่า เรื่องประกันราคาสินค้าน่าจะเปลี่ยนแนวคิด น่าจะไปส่งเสริมเกษตรกรเราในอีกทางหนึ่ง ไม่ว่าจะทางด้านจัดการ ทางด้านสนับสนุน ทางการเงิน การลงทุน การสนับสนุนทางด้าน ปุิยราคาถูก แต่ขอให้เปึนปุิยดีนะครับ ไม่ใช่เปึนปุิยที่เห็นเปึนเรื่องอยู่ตลอดเวลา เปึนต้น
ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับเรื่องอื่น ๆ ผมเข้าใจว่า ผมต้อง ขออนุญาตที่พูดภาพรวม เพราะว่าจะเปึนลงลึกไปแต่ละเรื่องคงจะใช้เวลาอีกนาน สิ่งที่ ผมเห็นที่สําคัญมาก ๆ อีกอันหนึ่ง ที่เราน่าจะใช้เปึนประโยชน์ หลังจากได้มีการเห็นชอบ ในเรื่องกรอบอาเซียน โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ผมขอเพียงพูดสั้น ๆ แค่นี้ว่า ยกตัวอย่าง ปตท.สผ. หรือ พีทีที เอกซ์โพลเรชั่น แอนด์ โพรดักชั่น (PTT Exploration and Production) ภายใต้ ปตท. ภายใต้กํากับของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจากการที่มีการพัฒนา ตัวเองทุกท่านจะเห็นว่าขณะนี้ถือว่าเปึนผู้เชี่ยวชาญ ไปลงทุนถึงในมิดเดิล อีสท์ (Middle East) ลงทุนถึงแอฟริกา ในเรื่องของการขุดเจาะน้ํามัน วันซ์ (Once) เมื่อใดที่กรอบ อาเซียน หรือโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านเราซึ่งเข้าไปอยู่ในภาคี เราน่าจะใช้ประโยชน์จากอันนี้มีความร่วมมือมาลงทุน โดยเฉพาะอย่างพม่า อินโดนีเซีย กัมพูชา ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาผมคิดว่ารัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลก็พยายามเดิน แต่วิธีเดินเดินให้ มันถูกต้อง อันนี้จะเปึนประโยชน์ แทนที่อาจจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากมายการไปลงทุนที่ ไกล ๆ เพราะอันนี้ผมก็ฝากเรื่องนี้ให้กับท่านทางรัฐบาลเปึนข้อสังเกต แล้วที่สําคัญที่สุด ก็คือคณะทํางานภายใต้กํากับของกระทรวงของรัฐมนตรีต่าง ๆ ขอให้คํานึงถึงว่าการมี ส่วนร่วม ข้อมูลต่าง ๆ จากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องโดยตรงนี้ ผมว่าจะเปึนประโยชน์มาก ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็คงใช้เวลาสั้น ๆ แค่นี้ล่ะครับ เพราะคิดว่าหลาย ๆ ท่านได้ พูดไปมากในเรื่องเดียวกัน ก็ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขอเรียนด้วยว่าวันนี้ผมตั้งใจ ที่จะมาพูดถึงเรื่องภารกิจเกี่ยวกับข้อตกลงของอาเซียน สมัยที่เปึนวิปรัฐบาล รัฐบาลก็ ตั้งใจที่จะทํางานแบบนี้เหมือนกัน ผมเชื่อแม้ว่ารัฐบาลมาเปึนฝ์ายค้านก็ยินดีที่จะให้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มันเปึนหน้าที่มันไม่ใช่นโยบาย แต่เปึนหน้าที่พันธกิจของสมาชิกอาเซียน ที่พึงกระทําต่อกัน ผมได้อ่านหนังสือที่มาแจกนะครับ ผมเห็นทุกประเทศเขาเซ็นกันหมด ยกเว้นประเทศไทยนี่ผมละอายใจจริง ๆ ว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น ทําไมคนในสังคมไทย ที่โลกเขามองว่าเปึนซีวิไลเซชั่น (Civilization) กว่าประเทศอื่นในอาเซียน เปึนผู้นํา ของอาเซียน เปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน แต่ประเทศไทยนั้นกลับไม่สามารถดําเนินการ ในฐานะเปึนผู้นําของอาเซียนได้ แล้ววันนี้ผมได้ดูสาระต่าง ๆ เหล่านั้น ผมจะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของพันธกรณีนี้ที่จะทําข้อตกลงนี้ ผมเห็นว่ามีความสําคัญมาก เพราะพันธกิจ แต่ละเรื่องนั้นจะนําไปสู่ทําให้ประเทศอาเซียนทั้งมวลเปึนเหมือนเขตเศรษฐกิจรวม เหมือนอย่างยุโรป เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วจะเห็นได้ว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดัน ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมเชื่อว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลก่อนหน้านี้ ๒-๓ รัฐบาล ก็อยากจะผลักดัน แต่ว่าภารกิจหรือพันธกิจ หรือว่าภาวะจํากัดที่เกิดขึ้นมันมีมากมาย มหาศาลเหลือเกิน ผมจึงคิดว่าส่วนนี้ล่ะครับ ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา แล้วตั้งใจ แล้วก็บอกเพื่อนในกลุ่มว่าจะโหวตให้แล้วจะพูดสนับสนุนให้เปึน อย่างยิ่ง แล้วใครก็อย่ามาอ้างว่าผมนี่สนับสนุน เพราะว่าเขาคอนโทรล (Control) กลุ่มผม ได้ แต่สิ่งเหล่านี้ผมจะขอกราบให้ท่านว่าเรามีความตั้งใจ เรามีความอยากจะให้สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งให้ประเทศชาติภายนอกได้เห็นว่าเราสามัคคีกัน เราตั้งใจให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เรามาดูสาระนะครับว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ผมดูรายละเอียดแล้ว ก็คือปฏิญญาต่าง ๆ ที่เราจะรับรองนั้นไม่ว่าเปึนเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของอุตสาหกรรม หรือเรื่องของความ มั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน สิ่งเหล่านี้ได้วางรูปแบบไว้อย่างสมบูรณ์ ถามว่าสาระสําคัญสิ่งเหล่านี้เราควรพิจารณาไหม ควรพิจารณานะครับ แต่สิ่งที่จะ พิจารณาคือว่าถ้าเรามาดูภาพรวมหลังจากที่เราพิจารณาได้อย่างไม่มีเวลามากนัก ถ้าเอา ประเทศอาเซียนมา ๑๐ ประเทศ มารวมกันแล้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรานี้เปึนประเทศ ที่มีศักยภาพมากในการที่จะสามารถที่ใช้ประโยชน์ของพันธกรณีนี้ เพราะเราสามารถจะ ขยายการลงทุนไม่ว่าภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ ไปสู่ประเทศอาเซียน ทั้งหมด จากกรอบคิดทฤษฎีที่เรามาเห็นว่าเวลาเราทําธุรกิจอะไร เราคํานึงถึงคนประมาณ ๖๔ ล้านนั้น เราจะต้องพัฒนาให้คนในภาคอุตสาหกรรมเรา ภาคเกษตรเราให้นึกถึงว่า ต่อไปนี้เราต้องคํานึงถึงคน ๕๐๐ ล้านคนในอาเซียน นั่นหมายถึงว่ากรอบอาเซียนที่จะทํา อย่างนี้แหละ จะทําให้เรามีความรู้สึกว่าเราสามารถดําเนินการให้ประเทศไทยเรามีความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ มั่นคงด้านพลังงาน และมั่นคงด้านต่าง ๆ ผมเสียดายครับว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกดําเนินการโดยข้าราชการประจําเปึนส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้มีการหารือโดยส่วนลึกกับภาคเอกชน ผมได้ถามสภาอุตสาหกรรม หอการค้า หรือว่าภาคเกษตร ยังไม่มีใครบอกเลยว่าหลังจากข้อตกลงอันนี้แล้วธุรกิจหรือหน่วย ทางด้านการดําเนินงานหรือว่าภาคอุตสาหกรรมภาคใดจะเกิดประสบปัญหา ภาคใดจะสามารถขยายเจริญเติบโต ผมเชื่อว่ากระบวนการกฎหมายของไทยไม่ว่า ศุลกากร ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามน่าจะพัฒนาให้เท่าสิงคโปร์ น่าจะพัฒนาระบบการจัดพิกัดอะไร ต่าง ๆ เพื่อจะไม่ให้เปึนปัญหาอุปสรรคในการเข้าและในการออก ในการที่จะเปึนสมาชิก อาเซียนที่สามารถเข้ารวมกับพันธกิจนี้ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าพันธกรณีนี้ ข้อสัญญานี้หรือสิ่งที่เราจะมอบหมายให้รัฐบาลไปทําข้อตกลงนี้มีประโยชน์นะครับ ทีนี้ผม มาดูข้อกังวลว่า
ข้อกังวลประการแรกที่ท่านสมาชิกได้กล่าวแล้วคือว่า ข้อกังวลด้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเปึนหนามที่แทงใจทั้งฝ์ายค้านและ ฝ์ายรัฐบาล คือสมาชิกรัฐสภานี้ ผมเชื่อว่าเราอย่ารู้สึกเลยว่าต้องมีการแก้ไขแล้วช่วยกัน แก้ไข เดี๋ยวนี้จะทําหนังสือจะทําอะไรไปถึงหน่วยงานราชการอะไรต่าง ๆ ทําไม่ได้เลย นั่นก็คือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนสาระรายละเอียดเพื่อจะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกรัฐสภานั้นทํางานได้อย่างยากลําบาก ผมขอ กราบเรียนฝ์ายรัฐบาลนะครับ ไม่ต้องกลัวสิ่งใดถ้าเราทําสิ่งใดถูกนั้นพึงกระทําให้เรียบร้อย นี่คือปัญหาด้านรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการหรือไม่อะไรต่าง ๆ ก็ขอให้ท่าน คิดดู
ประการที่ ๒ คือปัญหาด้านความสามารถของบุคคลที่เปึนรัฐมนตรีในการ ทํางานในภารกิจนี้ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีอะไรต่าง ๆ นั้นจะต้องทํางานมาก ผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรีหลายท่านที่ไปทํางานเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าคนที่จะทําหน้าที่อย่างนี้ ต้องมีคอนเนคชั่น (Connection) ต้องมีบารมีในการประสานงานติดต่อและต่อเนื่อง แต่ท่านครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เปลี่ยนคนหนึ่งเปึนประมาณ ๕ ป้ ๑๐ ป้ แต่ประเทศไทย ๑ ป้ เปลี่ยน ๔ คน แล้วรัฐมนตรีต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีความสําคัญ ไม่สามารถดําเนินการได้เลย เพราะฉะนั้นแล้วขอกราบเรียนปัญหาที่ผมมองคือปัญหา บุคคล ๒. ปัญหาระบบราชการ ระบบราชการจะต้องปรับตัว เลิกออกกฎระเบียบที่ ควบคุมภาคเอกชน ปรับตัวว่าต่อไปนี้เราจะต้องสอนให้ภาคเอกชนก้าวไปสู่โลกภายนอก เวลาผมไปดูงานที่เกาหลี ที่ญี่ปุ์นนะครับ ประเทศเกาหลีเขาสร้างสนามบินอินชอน เขาสร้างเสร็จแล้วหรือการไฟฟัาฝ์ายผลิตเขา การไฟฟัาเขาบอกว่าเขาจะเปึน โอเพอเรท (Operate) ไฟฟัาที่แอฟริกา เขาจะโอเพอเรทไฟฟัาที่โน่นที่นี่ สิงคโปร์เขาบอก เขาจะไปบริหารที่ลอมบอก บริหารที่ประเทศไทย ท่าเรือเขา เขาคิดจะออกนอกกรอบของ ประเทศ ออกนอกกรอบไปสู่โลกที่จะดําเนินการทางธุรกิจไม่ว่าจะเปึนรัฐวิสาหกิจหรือว่า งานต่าง ๆ แต่คนของเราคนในประเทศเราคิดแต่ในกรอบวิ่งเต้นวิ่งเส้นใน ๖๔ ล้านคน แย่งกัน บริษัทใหญ่ ๆ ต่าง ๆ แทนที่จะไปใช้ศักยภาพของตัวเองไปต่อสู้โลกก็ใช้ศักยภาพ มาวิ่งการเมืองบีบบดขยี้คนที่เปึนบริษัทเล็ก ๆ แย่งกันอยู่นั่นแหละ ผมไม่รู้ว่าทําอย่างไร คนไทยจึงกระจายออกนอกประเทศบ้าง เพราะฉะนั้นแล้วภารกิจอันนี้ที่กําลังจะทําขึ้น น่าจะสั่งสมทําให้คนไทยเรากล้ากระโจนออกไปนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างแรกคือ เขตอาเซียน ๑๐ ประเทศ ซึ่งเรามีโอกาสมากกว่าเขานะครับ นี่คือปัญหาอีกด้านหนึ่ง
ปัญหาประการสุดท้ายที่ผมจะกราบเรียนท่านคือ ปัญหาเกี่ยวกับ ภาคเอกชนในการปรับตัว ท่านครับ ภาคเอกชนของเราไม่เคยมีการวางแผนที่จะไป โก อินเตอร์ (Go inter) นะครับ แม้กระทั่งเขตอาเซียนนั้นก็มีความรู้สึกที่ไม่กล้า อาจจะ เปึนเพราะว่า ๑. ระบบราชการไม่เอื้ออํานวย ๒. การที่ระบบการสนับสนุนของหน่วยงาน ราชการนั้นก็ไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้ผมขอให้ทางราชการหรือทางรัฐบาลไม่ใช่ ว่าแก้เท่านั้น ถ้าท่านไม่ขับเคลื่อนกระบวนการราชการ กระบวนการกฎหมายหรือ กระบวนการทางด้านสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบหรือทัศนคติของราชการแล้วเราจะ เสียเปรียบอย่างแน่นอนนะครับ เราจะเสียเปรียบต่างประเทศอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น
ประการสุดท้ายที่ผมขอฝากท่านคือว่า ข้อตกลงอาเซียนที่จะทําขึ้นนั้นเปึน ประโยชน์ แล้วพร้อมที่จะผลักดันให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปึนไปตามครรลอง แต่ขอให้พึงคํานึงถึงว่าต้องขับเคลื่อนอย่างเปึนระบบ แล้วก็ไม่ใช่ว่าขับเคลื่อนตามภารกิจ หน้าที่พึงกระทําแค่นี้เท่านั้น ต้องอบรมข้าราชการมีฝ์ายดูแลจัดการที่ชัดเจนว่าสิ่งใดบ้าง ที่เราเสียเปรียบ สิ่งใดบ้างที่เราได้เปรียบ ผมยังมีความรู้สึกไม่สบายใจ เดี๋ยวเวลา งบประมาณมาจะได้พูดกันว่า นโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมานี่ในการลดแลกแจกแถม ความรู้สึกรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการยังไม่สํานึกว่าสิ่งเหล่านี้ปัญหาของโลกที่กําลัง เกิดขึ้นนี่นะครับ ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นแก้ไขด้วยการเอาเงินไม่กี่แสนล้านบาทนี่ไปแก้ไขปัญหา แต่อีกป้ข้างหน้า ๒–๓ ป้ข้างหน้ายังเกิดปัญหาอยู่ แล้วเมื่อนั้นแหละครับ สายป์านท่านจะ หมด การที่ทําให้ประชาชนไม่สามารถเดินด้วยตัวเองได้นั้น สิ่งเหล่านี้เปึนหายนะที่เกิดขึ้น ต่อประเทศไทยที่จะเปึนผู้นําอาเซียนในอนาคต ขอบคุณครับ
ครับ ต่อไปเชิญ ท่านอรรถวิชช์นะครับ ท่านมีเวลา ๘ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ครับ ผมเองรอการประชุมอาเซียน ซัมมิท มานานแล้วครับ รอมาตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย แล้วก็ส่งใจเชียร์ตลอดว่าน่าจะจัดได้ ซึ่งเราคาดว่าจะจัดกันในครั้งนั้นคือ ๑๓– ๑๘ ธันวาคม ที่เชียงใหม่ ส่งใจเชียร์ตลอดครับ แต่ไม่สําเร็จครับ เพราะบ้านเมืองเรา ในขณะนั้นมันแตกแยก และแน่นอนครับ นําไปสู่ความล่มสลายของรัฐบาลในอดีต พอมาถึงวันนี้ครับ สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันพยายามจะเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ มีเนื้อหามีสาระ เหมือนกันเลยครับ เหมือนกับที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชายเสนอที่นี่ล่ะครับ พยายามจะเสนอที่นี่ล่ะครับ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ไม่ได้มีความแตกต่างในสาระสําคัญ ครับ เนื้อหาเดียวกันและไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ทําไมพูดอย่างนี้ครับ พูดอย่างนี้เพราะว่า ผมกลัวครับ วันนี้จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการหรือไม่ ยังเปึนประเด็นที่ต้องคุยกัน มันมี ความแตกต่างนะครับ ร่างอาเซียนญี่ปุ์น ในคราวที่แล้วที่เข้าสู่สภา โดยพรรคฝ์ายค้าน ปัจจุบันที่เสนอเข้ามา ในคราวนั้นมีการตั้งกรรมาธิการ ก็แน่นอนสิครับ เพราะว่าซีกฝ์าย ค้านนั้นอีกฝัืงหนึ่งเขาไม่เคยรับรู้เรื่องมาก่อน แต่วันนี้อยู่ในข้อเท็จจริงที่แตกต่าง วันนี้ อยู่ในข้อเท็จจริงที่บอกว่า ทางฝัืงโน้นก็รู้ดี เพราะเปึนเนื้อหาสาระเดียวกัน พอมาถามครับ ว่า แล้วกระทรวงพาณิชย์เขาไปเผยแพร่ให้กับที่อื่นเขารู้เรื่องหรือเปล่า ในเรื่องข้อตกลง ต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องบอกว่า เขาเผยแพร่นะครับ ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่กลัวกันนัก ว่า เรื่องแบบนี้ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในมุมกว้าง ก่อนจะเข้ามาที่นี่ต้องให้ประชาชน มีส่วนรับรู้ เขาก็ทําครับ ทําเยอะหมดเลยครับ ผมขอชี้แจงสักนิดนะครับว่า ในเรื่องของ การทําความตกลงกัน การค้าสินค้า ความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน เกี่ยวกับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนลงหนังสือพิมพ์นิตยสาร ๓๓ ครั้ง สื่อวิทยุ ๕๖ ครั้ง โทรทัศน์ ๒ ครั้ง ความตกลงด้านการลงทุนเกี่ยวกับอาเซียน-จีน วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ไม่น้อยไปกว่า กันครับ เกาหลีครับ หนังสือพิมพ์ ๑๐ ครั้ง วิทยุ ๒ ครั้ง อาเซียน-อินเดีย ครับ หนังสือพิมพ์ ๑๙ ครั้ง วิทยุ ๙ ครั้ง กรอบอาเซียน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หนังสือพิมพ์ ๑๑ ครั้ง วิทยุ ๑๖ ครั้ง ทีวีอีก ๑ ครั้ง ต้องบอกว่าเขาใช้ทุกวิถีทางแล้วครับ ในการเผยแพร่ให้กับ ประชาชนทราบ ท่านประธานครับ ผมขอพูดรวมไปนะครับท่านประธานครับ ต้องบอกว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เอง โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เขานํา ทุกภาคส่วนของการมีส่วนร่วมหมด ตั้งแต่สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม แล้วก็ ภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบจากเรื่องนั้น ๆ ต้องบอกว่า เขาพยายามอย่างยิ่งยวดแล้ว นะครับ ให้ทุกคนรับรู้ข่าวสาร ผมกังวลใจครับว่า เราจะมีการประชุมอาเซียน ซัมมิท ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๑ มีนาคม แล้วกรอบการเจรจาต่าง ๆ ครับ ที่เรียงรายชื่อ มาในวันนี้ต้องใช้ ต้องขอมติจากรัฐสภาแห่งนี้ รวมไปถึงข้อตกลงอื่น ๆ ที่จะอาศัยเวที อาเซียนนี่แหละครับ ในการเจรจาในรูปแบบของทวิภาคี ก็กลัวครับกลัวจะไม่ทัน ถ้าต้องมีการตั้งกรรมาธิการกันอีก ผมเรียนอย่างนี้ว่าถ้าเราจบกันได้วันนี้ พรุ่งนี้ แล้วทําให้ ประเทศไทยไปได้ ทําเถอะครับ เพราะฝัืงโน้นเองก็ทราบข้อเท็จจริงดี พี่น้องประชาชนก็มี โอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ เว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์มีหมดครับท่านดูได้ครับ ดับเบิลยู ดับเบิลยู ดับเบิลยู ดอท ไทย เอฟทีเอ ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (www.ThaiFTA.go.th) มีข้อมูลพวกนี้หมด ท่านประธานครับ ที่ผมพูดว่าเรารีบ เพราะเรา กําลังอยู่ใน สปอตไลท์ (Spotlight) ของโลกครับ ท่านเชื่อไหมว่าการประชุมที่เปึน การประชุมเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยครับ ภายหลังการเกิดวิกฤติ เศรษฐกิจของโลก ทางการเงินที่เราเรียกว่า แฮมเบอเกอร์ ไครซิส (Hamburger crisis) เรื่องนี้ไม่เคยเกิด แล้ววันนี้อาเซียน ซัมมิท จะเปึนสปอตไลท์ของโลก ท่านประธานครับ เราน่าภูมิใจไหมว่าท่ามกลาง ๑๐ สมาชิก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว พม่า บรูไน กัมพูชา รวมถึงไทยด้วย วันนี้เราจะมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนประธานอาเซียน เรากําลังจะมีดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ จาก พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนี่ละครับ เปึนเลขาธิการอาเซียน เรากําลังจะจัดในสถานที่ ที่สวยงามครับ นั่นคือหัวหิน เราเปึนสปอตไลท์นะครับ นี่คือความเชื่อมั่นที่รัฐบาลนั้น พยายามจะทําครับ ถามว่าความเชื่อมั่นนั้นมีส่งผลอย่างไร แน่นอนครับ ส่งผลต่อความ มั่งคั่งของประเทศที่เขาวัดกันโดยจีดีพี จีดีพีนั้นง่าย ๆ ผมอธิบายว่ามี ๔ ตัวที่ทําให้จีดีพี มันไดรฟี (Drive) แล้วมันไปได้ ๒ ตัวแรกคือการบริโภคภายในประเทศและรายจ่าย ภาครัฐ ๒ ตัวนี้ท่านเห็นว่า ๑ เดือนที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลพยายามจะฉีดยาแรงเข้าไปใน ระบบ นั่นคือการใช้ทั้งเครื่องมือการเงินและการคลัง การเงินคือพยายามผลักดันให้อัตรา ดอกเบี้ยนั้นลดลงเพื่อคนจะได้ใช้เงินมากขึ้น การคลังก็คือนโยบายด้านภาษีอากรครับ ตอนนี้ลดภาษีอากรเยอะแยะเลย นี่คือการใช้เครื่องมือแบบเต็มรูปแบบทั้งการเงินและ การคลัง รวมไปถึงการใช้งบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท อัดลงไปในระบบอีก นี่คือการเพิ่มรายจ่ายภาครัฐ เน้นการบริโภคภายในประเทศ นี่คือเครื่องยนต์ ๒ ตัวที่ต้อง ติดให้จีดีพีมันไป แต่ ๒ ตัวท้าย เรื่องของการส่งออก เรื่องของการลงทุน เรื่องนี้ต้องใช้ ความเชื่อมั่นครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้เราอยู่ในสปอตไลท์ อย่าทําให้โอกาสนี้เสียไปครับ นี่คือโอกาสทองของประเทศไทย เราหมดเวลาเล่นการเมืองครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ถ้าให้ลงไปถึงรายละเอียดสักนิดหนึ่ง ผมขอใช้เวลาที่เหลือของผม ๑ นาทีกว่า ๆ แบบรวบรัด พูดถึงเรื่องของเอฟทีเอ อาเซียน-อินเดีย สักนิดหนึ่งครับ วันนี้อินเดียนั้นบอก ว่าในภูมิภาคเอเชียเขาเปึนรองแค่ญี่ปุ์นและจีนเท่านั้น ภาษาฝรั่งเขาบอกว่าอินเดียเปึน นิช มาร์เก็ต (Niche market) เราต้องเข้าตลาดใหม่นี้ให้ได้ เพราะวันนี้ยุโรปและ สหรัฐอเมริกานั้นผันผวน เราต้องไปสู่ตลาดใหม่ให้ได้ อย่างตลาดแอฟริกาแบบนี้ ตลาด บราซิลแบบนี้ และแน่นอนอินเดีย วันนี้ผมสนับสนุนเต็มที่ให้เกิดนะครับ อินเดียเปึน ประเทศที่มีการโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยแล้ว ๘ เปอร์เซ็นต์ทุกป้ หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าประเทศเขาพัฒนา ๘ เปอร์เซ็นต์ อีกป้หนึ่งก็อีก ๘ เปอร์เซ็นต์ทุกป้ครับ ถือว่าโตเร็วมาก ประเทศไทยตั้งแต่เราทําเอฟทีเอ ก่อนหน้านี้เรามีการทําเอฟทีเอ อินเดีย-ไทยมา หลังจากทําประเทศไทยเราเกินดุลตลอดครับ ล่าสุดเราเกินดุลอยู่ ๒๑,๘๖๘ ล้านบาท เยอะนะครับ แล้วที่ผมบอกว่าทําไมต้องรีบทําเรื่องนี้ ท่านทราบไหม ว่า เวิลด์ แบงก์ (World bank) จัดลําดับอินเดียเปึนประเทศที่ยากต่อการเข้าไปทําธุรกิจ ที่เราเรียกว่า ดูอิง บิสซิเนส รีพอร์ท (Doing business report) ป้ ๒๐๐๙ วัดกันที่ ๑๘๘ ประเทศ เขาบอกว่าอินเดียการยากในการดําเนินธุรกิจอยู่ที่ลําดับที่ ๑๒๒ ความซับซ้อนในเรื่องของภาษีอากรลําดับที่ ๑๖๙ ยากมากครับ แต่วันนี้ด้วยข้อตกลง อาเซียน-อินเดียนี่แหละจะพาเราฝ์าไป แล้วทําให้เราได้เปรียบประเทศอื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมขอเวลาท่านประธานอีกสักนิดเดียวเพื่อประโยชน์ ทําไมวันนี้ต้องเร่งทําครับ เพราะ อินเดียเขามีมาตรการการกีดกันทางการค้าและมาตรการกีดกันเรื่องของภาษีนําเข้า มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในประเทศอาเซียน เราช้าไม่ได้เลยครับ เพราะอะไรครับเพราะว่าสินค้าสําคัญที่เราต้องไปใช้ในอินเดียมีเครื่องใช้ไฟฟัา อิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ ถ้าเราจับมือกับเขาช้า เพื่อนบ้านเรา จีนและก็กลุ่มอาเซียนอีก ๙ ประเทศที่เหลือที่ไม่รวมประเทศไทย เขาเก่งหมดเลยครับ ทั้งด้านเครื่องไฟฟัา อิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติกและชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อนก็จะแซงเรา ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเถอะครับวันนี้เขากําลังจะเซ็นเอฟทีเอกับสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ์น ออสเตรเลีย ช้านั่นคือความเสียหายของประเทศ ท่านประธานครับ ผมมาถึงจุดสุดท้ายนะครับ ที่จะอภิปรายในวันนี้ว่าผมกังวลใจเรื่องการ ตั้งกรรมาธิการแล้วจะส่งผลทําให้เราไม่สามารถที่จะประชุมอาเซียน ซัมมิท ในช่วงเวลา นั้นเราไม่สามารถที่จะผงาดได้ พูดได้ไม่เต็มปาก วันนี้ขอนะครับเรื่องของการตั้ง กรรมาธิการ อย่างที่ผมเรียนแล้วครับ ฝัืงฟากทางโน้นฝ์ายค้าน ท่านเคยเสนอในสารัตถะ เดียวกันท่านต้องทราบครับ ท่านวุฒิสมาชิกครับ พี่น้องประชาชนทางบ้านครับ เรื่องนี้เขา โปรโมท (Promote) กันมาเปึนป้ ท่านเข้าในเว็บไซต์ได้ของกระทรวงพาณิชย์ ผมฝากครับ ท่านประธานครับ ขอให้เร่งรีบ แล้วสิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้จีดีพีเราเกิด ไม่ว่าจะเปึนนโยบายแสนล้านบาท ในเรื่องงบกลางป้ สิ่งที่เราพยายามจะดันจีดีพี ให้เกิด ในเรื่องของความเชื่อมั่น ประเทศไทยไปได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านประเสริฐครับ ท่านมีเวลา ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะเข้าสู่เนื้อหาในการอภิปราย ผมอยากจะขอหารือท่านประธานในเบื้องต้นว่า ในเรื่องของการพิจารณากรอบที่เราได้ตกลงกันเอาไว้ ในเรื่องระเบียบวาระที่ ๒ ถึง ระเบียบวาระที่ ๗ ในกรอบที่ ๑ ที่ได้หารือกันเมื่อช่วงเช้าก่อนการเป่ดอภิปรายบอกว่า เราจะแบ่งเปึนห้วงเวลาของการพิจารณาในกรอบต่าง ๆ โดยในช่วงแรกนั้นเปึนห้วงของ กระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ตามด้วยกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็หน่วยงานตามกระทรวง ต่าง ๆ ที่ตามมาจนครบ จึงอยากเรียนถามท่านประธานว่าขณะนี้นั้น ผมเองได้รับการ วางตัวในการอภิปรายในเรื่องของกรอบในช่วงที่ ๒ อยากจะเรียนถามท่านประธานว่า ขณะนี้นั้นกรอบในช่วงที่ ๑ นั้นได้อภิปรายสิ้นสุดลงแล้วใช่หรือไม่ เพราะว่าสมาชิก วุฒิสภาบางท่านได้นําเรียนแต่เบื้องต้นว่าเปึนรายสุดท้าย ถ้ามีการอภิปรายสิ้นสุดลงใน กรอบที่ ๑ อยากจะให้ท่านประธานได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ก็คือ การลงมติ เปึนห้วงเวลาไป ท่านประธานครับ
คือยังไม่จบนะครับ ท่านวุฒิสมาชิกก็ยังต่อคิวในเรื่องกระทรวงการต่างประเทศอยู่นะครับ เชิญท่านต่อนะครับ
ถ้าท่านประธานยืนยันเช่นนั้นนะครับ ผมก็จะคอยให้จบในห้วงกรอบที่ ๑ ก่อนนะครับ แล้วก็จะขอต่อในห้วงกรอบที่ ๒ เปึนท่านแรกครับ และก็ขอให้เปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายต่อในกรอบที่ ๑ ครับ
ตกลงท่านจะไม่อภิปราย ต่อใช่ไหมครับ
ท่านประธานยังยืนยันว่าการอภิปรายยังอยู่ในกรอบที่ ๑ อยู่ ผมถูกการวางตัวจากพรรค เพื่อไทยในการอภิปรายในกรอบที่ ๒ เพราะฉะนั้นหลังจากกรอบที่ ๑ ได้สิ้นสุดลงแล้วและ มีการลงมติเห็นชอบเปึนที่เรียบร้อยแล้วก็จะได้เริ่มอภิปรายในกรอบที่ ๒ ต่อ ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า เหตุที่ผมได้นําเสนออย่างนี้ก็เนื่องจากว่าเพื่อ ความง่าย แล้วก็เปึนประโยชน์กับสภาแห่งนี้จะได้เปึนการง่ายกับรัฐบาลในการทํางาน อีกทางหนึ่งด้วย จึงเรียนท่านประธานไปด้วยความเคารพครับ
เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ความจริงช่วงนี้อยู่ในช่วงของการที่หารือในการที่จะลงมติกันหรือไม่นะครับ แต่เนื่องจากว่ามีประเด็นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ประเด็นแรกคือ ในกรณีของการเสนอกรอบของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ช่วงเช้านี้ นะครับ ในส่วนของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้น ท่านยังมีกรอบที่เสนอใน ความรับผิดชอบของท่านยังคงค้างอยู่อีก ๔ กรอบนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานจะกรุณาให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ได้เสนอกรอบของท่านตั้งแต่กรอบที่ ๑๐ กรอบที่ ๑๑ กรอบที่ ๑๒ และกรอบที่ ๑๓ นะครับ รวมถึงกรอบที่ ๑๔ ด้วยนะครับ ร่างบันทึกความเข้าใจไทยและอินโดนีเซีย เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวง พาณิชย์ได้สําเร็จเรียบร้อยและท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงกรอบไปเสร็จเรียบร้อยด้วยนะครับ นอกจากนั้นเข้าใจว่าในขณะนี้ก็ยังมีเพื่อนที่จะขออภิปรายในกรอบดังกล่าวอยู่ ก็ขอให้ ท่านประธานได้กรุณาดําเนินการต่อไปครับ
เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ แล้วก็ยัง งงอยู่นะครับว่า การอภิปรายต่อไปนี้จะรวมทั้งหมดเลยใช่ไหมครับ หรือว่าไม่เปึนไปตาม ข้อตกลงที่ได้คุยกันเมื่อตอนเช้านี้ ผมยังสับสนอยู่ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับ
คือก็ยังคงอยู่ในกรอบแรก ที่ตกลงกันไว้นะครับ กําลังพูดกระทรวงการต่างประเทศอยู่ เห็นทางที่ได้รับโพยขึ้นมานี้ กระทรวงการต่างประเทศของวุฒิสมาชิกยังติดใจที่จะพูดต่อนะครับ ถ้าเผื่อท่านจะข้ามไป ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวผมเรียกทางวุฒิสมาชิกต่อได้นะครับ เชิญครับ ท่านมีอะไร
ขออนุญาตปรึกษาครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยวันนี้ท่าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านไม่ได้พูดในกรอบที่ ๑ ท่านพูดในกรอบที่ ๒ กรอบที่ ๓ เพราะฉะนั้นผมขอให้เปึนสิทธิของพรรคเพื่อไทยนะครับ ซึ่งวันนี้คุณประชา ประสพดี ก็นั่ง อยู่ตรงนี้แล้ว ผมคิดว่ามีรายชื่ออยู่กับท่านประธานอยู่แล้วนะครับ
ถ้าอย่างนั้นเชิญ ท่านประชาขึ้นพูดแทนนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า ที่จริงแล้วการอภิปรายในวันนี้ผลจะออกมาในวันนี้หรือพรุ่งนี้หรือ วันไหน ๆ ก็แล้วแต่ แต่เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ผมมั่นใจว่าสมาชิกทุกท่าน ก็เล็งเห็นประโยชน์ที่สําคัญของชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกรอบ อาเซียน แต่ก็ต้องฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า การตกลง อาเซียน และก็ได้มีท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าวว่า ปัญหาที่มีท่านสมาชิกได้อภิปราย ในเรื่องของกําหนดระยะเวลาการรับเอกสารนั้น ก็บอกว่าเปึนร่างที่ได้ร่างขึ้นมาในสมัย นายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะร่างขึ้นมาในสมัยนั้นหรืออะไรก็สุดแท้แต่ แต่ข้อสังเกตที่จะเรียนท่านประธานว่า การที่เราจะไปตกลงกับต่างประเทศมันเปึนเรื่องที่มี ความละเอียดอ่อน ในสาระต่าง ๆ นั้น ถ้านิติกรรมที่เราได้ไปดําเนินการกับต่างประเทศ หากมีผลหรือเกิดผลกระทบขึ้นในอนาคต ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ต่างประเทศคู่สัญญา เขาคงที่จะไม่ได้คิดที่จะเสียเปรียบกับประเทศไทยเปึนแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมขออภิปรายไปที่กระทรวงการต่างประเทศโดยขอยกตัวอย่างว่า วันนี้รัฐบาลที่มี ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านจะมุ่งเน้นแต่ความมั่นคงหรือสถานะ การดํารงตนของรัฐบาลเพียงเท่านั้นหรือไม่ ประโยชน์ที่ท่านบอกว่า ถ้าไม่รีบดําเนินการในกรอบอาเซียน ประเทศไทยจะเสียโอกาส เราจะนําพาทั้งประเทศไป ตกเปึนคู่สัญญาหรือผูกพันสัญญากับประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าในหมวดของการค้า การพาณิชย์หรือสนธิสัญญาอื่น ๆ ก็ตาม ถ้าหากว่าเราได้รีบรัดเร่งร้อนดําเนินการไป ความเสียหายที่เกิด รัฐบาลหรือสภาแห่งนี้จะรับผิดชอบต่อลูกหลานคนไทยหรือเยาวชน ที่จะเติบโตต่อไปในข้างหน้ามากน้อยเพียงไหน แค่กรณีเขาพระวิหารเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัย ผมเปึนเด็ก ๆ วันนี้ก็มาสําแดงฤทธิ์สําแดงเดชในสมัยที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ในรัฐบาลในสมัยสภาที่ผ่านมาให้ได้เห็นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าตาของประเทศไทย การที่เราจะไปทําสนธิสัญญาหรือไปตกลงกับต่างประเทศ ผมเข้าใจว่าการลงนามนั้นเปึน หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรืออาจจะ มอบหมายให้กระทําการแทนก็สุดแท้แต่ อย่างกรณีของการป่ดสนามบินและยึดสนามบิน ไว้โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รัฐบาลเองถ้าได้ตระหนักและฉุกคิด วันนี้ผมขอยืนยันว่าอย่างไร เสียผมก็เห็นด้วยและไม่ได้ขัดขวาง และก็จะลงมติให้ในกรอบเรื่องอาเซียน แต่ก็อยากจะ บอกว่าเราจะรีบร้อนไปเพื่ออะไร ทําไมเราไม่ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องกรอบ แนวทางและปฏิบัติให้เปึนไปตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดได้ตราเอาไว้ ต่างประเทศเขาก็คงจะแลเห็นว่าวันนี้ประเทศไทยไม่ได้ยึดหรือได้ปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญ ได้ตราเอาไว้ ถ้าหากแม้ว่าเราดันทุรังที่จะผ่านมติหรือผ่านกรอบแล้วเกิดมีกรณีที่จะต้อง ยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๙๐ วรรคหก ถามว่าใครจะรับผิดชอบ ถ้าวันนี้ เราได้อภิปรายได้วางกรอบได้มีกรรมาธิการเกิดขึ้นไปศึกษาข้อดีข้อเสียให้รัดกุมโดยให้ ประเทศหรือโอกาสของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยในแผ่นดินได้เสียเปรียบ ทางการค้า ได้เสียเปรียบทางข้อตกลงไม่ว่าสนธิสัญญาการนําเข้าการส่งออกด้วยประการ ใด ๆ น้อยที่สุดหรือไม่เสียเปรียบคงเปึนไปไม่ได้ ในเรื่องของสัญญานั้นมันต้องมี ผู้ได้เปรียบและเสียเปรียบ ความเท่าเทียมกันยังมองไม่เห็นเปึนเรื่อง ๆ ไป รัฐมนตรีที่ ทําหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็มีสมาชิกมีเพื่อน ๆ ได้ อภิปรายให้เห็นว่าการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแล้วไปยึดสนามบินมันสร้างความเสียหาย ทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ถ้ามันสร้างความเสียหายแต่เพียงคนไทยในประเทศยังพอ รับได้ แต่นี่มันสร้างความเสียหายให้กับประเทศเพื่อนบ้านไปทั่วโลก รวมถึงระบบการบิน ต่าง ๆ แล้วรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่เช่นว่านี้ ถ้าไปลงนามไปตกลง ผมถามว่าเราจะเอาหน้า ไปไว้ที่ไหน เพราะฉะนั้นเรื่องกรอบของอาเซียนผมเห็นว่าถ้าเราจะได้ตัดสินใจหรือโหวต ผมมั่นใจเหลือเกินว่าโหวตอย่างไรเสียรัฐบาลหรือสมาชิกเสียงข้างมากก็ต้องได้รับเสียง การโหวตให้ผ่านไปแน่นอนนะครับ ถ้าเราโหวตให้มันช้าและตั้งกรรมาธิการนะครับ ผมขอ ย้ําแล้วไปศึกษาหาข้อสรุปนําร่างเก่า ๆ ที่ท่านสมาชิกได้บอกว่าได้ร่างไว้ในสมัยรัฐบาล ที่แล้วนี้กลับมาทบทวนและตรวจสอบจะช้าไปอีกนิดหนึ่งทําไมเราจะต้องรีบเปึนเสือ เปึน เสือทางการค้า เปึนเสือที่ตัวใหญ่ ถ้าเราจะเปึนเสือที่เล็กลงหน่อยแล้วไปช้าให้อีกนิดหนึ่ง มันไม่ได้เสียหาย แต่มันมีความปลอดภัยนะครับ ดีกว่าปล่อยให้รัฐมนตรีที่สร้างความ เสียหาย ---------------------------------------------------------------------------------------------- ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ผมว่ามันก็ไม่ได้เสียหน้า เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้บอก อยู่เสมอว่าประเทศไทยไม่ใช่เปึนของคนใดคนหนึ่ง สมัยที่ท่านทําหน้าที่เปึนผู้นําฝ์ายค้าน ท่านก็อภิปรายมาตลอดมาเสมอ ถ้าเรายึดและเรานึกถึงเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียง วันนี้ ที่เราจะต้องรีบไปตกลงทําข้อตกลงกับต่างประเทศ ก็เพราะเราเกรงว่าเราจะเสียโอกาส ต่าง ๆ ทําให้คนไทยเสียโอกาส แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ สนธิสัญญาที่รัฐบาลที่แล้วได้ไปตกลง ในเรื่องเขาพระวิหารนั้น ที่จริงแล้วมันไม่ได้เปึนสนธิสัญญานะครับ มันเปึนข้อตกลง มันก็เกิดปัญหาให้เห็น แล้ววันนี้รัฐบาลยังไม่เข็ด ผมถามว่ากรณีเขาพระวิหาร วันนี้ถ้าเรา ไปตกลงกับเขานี่เราจะตกลงในสถานะใด ๑. เราจะเรียกเขาพระวิหารคืน ก็ในเมื่อมี คําตัดสินของศาลโลก หรือเราจะต้องไปตกลงในฐานะที่เราเปึนผู้เช่าเปึนคู่สัญญาใน ฝ์ายเช่า เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมรับไม่ได้กับกระทรวง การต่างประเทศ เพราะไม่ใช่กระทรวงที่ทํานิติกรรมหรือตกลงเฉพาะในประเทศเท่านั้น มันเปึนกระทรวงหน้าด่านที่เราจะต้องเป่ดประตูของประเทศไทยออกไปสู่ตลาดสากล ในอนาคตข้างหน้ามันรวมไปถึงทุกกระทรวงต่าง ๆ ที่จะเกิดข้อผูกพันกันเกิดขึ้น วันนี้ พวกมากลากไป พวกมากลากไป ลากไปแล้ว วันหนึ่งท่านมั่นใจได้อย่างไรว่า ท่านจะนั่ง อยู่ในตําแหน่งฝ์ายบริหารได้ตลอดทุกสมัยรัฐบาล มันเปรียบเสมือนน้ําขึ้น น้ําลง ครั้งหนึ่ง ในสภาแห่งนี้ ผมจําได้แม่น สิ่งที่ผมเห็นอยู่และจดจําได้ทุกวันนี้คือ ๑. บอยคอท (Boycott) เดินออกจากห้องการประชุม ๒. ขอนับองค์ประชุม ๓. ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ ๔. วอล์ก เอาท์ (Walk out) ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้นะครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมอยากจะสะท้อนให้ท่านนายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าช้า อีกนิดหนึ่งเถอะครับ มันไม่ได้ทําให้ประเทศไทยเสียหาย เพราะที่ผ่านมานั้นเราเสียหายกัน จนไม่สามารถประเมินค่าได้ ท่านคิดไหมครับว่า สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในจังหวัด สมุทรปราการ มันก็คือสนามบินสุวรรณภูมิของคนไทยทั้งประเทศ มีเครื่องบินนานาชาติ หลายประเทศมาจอดอยู่ ท่านทราบหรือไม่ครับว่า ทูตหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในประเทศมหาอํานาจ เขามีความวิตกกังวลในเรื่องที่เราจะดําเนินการในเรื่องคดีกับ พันธมิตร เขาไม่มีความมั่นใจ ความเสียหายที่เกิดขึ้น คดีอย่างนี้ เปึนคดีที่ใหญ่โตทั่วโลก แต่กระบวนการขับเคลื่อนในทางคดีก็เปึนไปด้วยความล่าช้า เพราะฉะนั้นในเรื่องของ กระทรวงการต่างประเทศนะครับ ผมต้องย้ําเลยนะครับ ท่านรัฐมนตรีที่ชื่อนายกษิต วันนี้ ท่านก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ก็ดูจะเปึนการเอาเปรียบ แต่ครั้งหนึ่งท่านไปพูดให้เกิดความ เสียหายต่อชาติบ้านเมือง ทั้งที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ วันนี้ท่านกลับมาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านมาในโควตา หรือสังกัด พรรคการเมืองใด แต่จะปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าไม่ได้รับการเชื้อเชิญจากผู้นํารัฐบาล ท่านก็เข้า มาไม่ได้นะครับ และอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของเงื่อนเวลาและข้อกฎหมาย ทําไมเราถึงละเลย ที่จะไม่ให้ความสําคัญกับในเรื่องของกฎหมายที่กําหนดให้จะต้องไปทําตามขั้นตอน รัฐบาลนี้เพิ่งดํารงตําแหน่งทําหน้าที่ได้ประมาณแค่เดือนกับอีกนิดหน่อย เห็นได้ชัดว่าเรา เริ่มที่จะละเลยไม่ได้ยึดถือกรอบปากกับใจนั้นไม่ตรงกัน ก็ขอยืนยันว่าอย่างไรเสียทุกคนมี จิตสํานึกและมองเห็นประโยชน์ของชาติเปึนสําคัญ แต่ทําไมเราถึงละเลยข้อกฎหมาย เราละเลยรัฐธรรมนูญที่เราได้ใช้บังคับกัน ก็เพราะ เหล่านี้ละครับ ที่เราละเลยกฎหมายถึงไม่เปึนกฎหมาย ความยุติธรรมเลือกใช้กับคน บางคนหรือเปล่านะครับ ค่าของคนอยู่ที่คนของใครหรือไม่ ความยุติธรรมอยู่ที่ความพอใจ หรือเปล่า ที่ผ่านมาเราละเลย คือ เราจะป่ดถนน จะยึดทําเนียบ ป่ดสนามบิน ยกพวก ยกพ้องไปกล่าวไปว่าไปป่ดกระทรวง ไปป่ดถนนต่าง ๆ เราทําได้ แต่วันนี้เรากําลังจะกลับ เข้าไปสู่วังวน ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า อย่างไรเสียรัฐบาลน่าจะทบทวน รวมถึง เพื่อนสมาชิกด้วยนะครับว่า ควรที่จะมีกรอบนะครับ โดยการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา ร่วมกันหลายฝ์าย แล้วให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสเข้ามากําหนด นะครับ ได้มารับรู้ก่อนที่จะพาพวกเขาจะต้องไปตกเปึนคู่สัญญานะครับ วันนี้ท่านเปึน นายกรัฐมนตรี ท่านเปึนรัฐมนตรี เปึนรัฐบาล พวกกระผมเปึนฝ์ายนิติบัญญัติเปึนสมาชิก รัฐสภา แต่วันข้างหน้าเมื่อเราได้ตกลงเบ็ดเสร็จ แล้วปรากฏผลเกิดขึ้น มันแก้อะไรไม่ได้ มันก็จะเกิดความวุ่นวายตามมาไม่รู้จักสิ้นรู้จักสุด ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ส่วนในเรื่องอื่น ๆ นั้นมีหลายหมวดในเรื่องของการตกลงในระหว่าง อย่างกรณีของเรื่อง แรงงานนะครับ เรื่องแรงงานที่เราส่งไปทํางานในต่างประเทศ เรื่องการค้าการขายสินค้า เมื่อเร็ว ๆ นี้เราก็เห็นว่ามีสินค้าที่นําเข้าก็เกิดปัญหามีสารปนเปุ๋อน จนสร้างความเสียหาย แล้ววันนี้รัฐบาลคํานึงถึงเรื่องนี้ไหม ผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลพยายามที่จะขับเคลื่อนไป ข้างหน้านี่ให้เร็วที่สุด ท่านจะรีบไปไหนครับ ก็ในเมื่อท่านบอกว่าท่านจะเปึนรัฐบาลที่ ยาวนาน ท่านใช้ระบอบ ใช้นโยบายประชานิยม ทั้งให้ ทั้งแถม อย่างกรณีแค่ในประเทศ เรื่องสิทธิมนุษยชนที่เราได้รับสิทธิในเรื่องของการให้จากรัฐบาล ผมขอยกตัวอย่าง อย่าง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ท่านก็ได้เห็นแล้ว นี่แค่สิทธิขั้นพื้นฐานใน ประเทศนะครับ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิจากรัฐบาลในเรื่องของ ปลากระปิอง ต้องขอเข้าไปเกี่ยวนะครับ ปลากระปิอง ยารักษาโรค เราปฏิเสธไม่ได้ ยารักษาโรคบางตัวเราก็สั่งนําเข้าจากต่างประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเวลาหมดแล้วใช่ไหมครับ อย่างไรเสียผมก็ไม่ได้ขัดขวาง แล้วผมเห็นด้วย กับในเรื่องกรอบของอาเซียน แต่ถ้ามันจะช้าลงไปอีกหน่อย แล้วเกิดความรัดกุม เกิดความปลอดภัย เผื่อไว้ให้นายกคนต่อไปในสมัยรัฐบาลหน้า เขามีความปลอดภัย นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ต่อไปเชิญ ท่านชรินทร์ครับ
ขอหารือครึ่งนาทีครับท่านประธานครับ
ครับ ๆ ขอเชิญ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อยากจะเรียน ถามท่านประธานว่า ในกรอบที่ ๑ ยังเหลือผู้อภิปรายกี่คน ผมจะได้บริหารเวลาถูก เพราะว่าถ้าปล่อยให้อย่างนี้ ผมจะออกไปธุระไหน เดี๋ยวถึงคิวผมแล้ว ผมจะกลับมาไม่ทัน อยากจะเรียนถามท่านประธานว่าในกรอบที่ ๑ ยังมีผู้อภิปรายเหลืออยู่อีกกี่ท่านครับ ท่านประธานครับ
มีอยู่ประมาณ ๑๐ คน นะครับ อย่างน้อยที่สุด เพราะทางวุฒิสมาชิกส่งขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ ต่อไปเชิญ ท่านชรินทร์นะครับ ท่านมีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจาก จังหวัดตาก ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้ผมและท่านสมาชิกทุกท่านก็อยู่ระหว่าง การ ผมเข้าใจเองนะครับว่าเปึนการพิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติความตกลง ต่าง ๆ ที่ฝ์ายบริหารได้ทําความตกลงแล้วมาให้ความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง นะครับ ไม่ใช่เสนอเพื่อไปทําความตกลงหรือว่าเพื่อเสนอกรอบความตกลง คือผมได้ยิน เมื่อเช้าบอกว่าจะมาเสนอกรอบความตกลงหรือว่าจะเสนอขอความเห็นชอบ ผมคิดว่า กรอบความตกลงนั้นหลาย ๆ สัญญานั้นได้มีการดําเนินการไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่า เมื่อเจรจากับคู่เจรจาเสร็จแล้วก็จะมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นะครับ ซึ่งแน่นอนครับหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ จะต้องเร่งดําเนินการโดยรีบด่วนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หลายท่านก็บอกว่า โอ๊ย จะรีบร้อนไปทําไมกัน ท่านนายกรัฐมนตรีก็อยากจะอยู่หลาย ๆ ป้ ก็ช้า ๆ ก็ได้นะครับ ส่วนตัวเองในฐานะวุฒิสมาชิกก็เห็นว่าเราไม่มีเรื่องสําคัญเช่นนี้ ควรจะคํานึงถึงผลได้ ผลเสียประโยชน์ประเทศชาติเปึนที่ตั้งนะครับ ไม่ได้เอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องให้ มากนัก เพราะว่าอาเซียนนั้นเปึนองค์กรที่สําคัญที่สุดในฐานะที่ประเทศไทยเปึนสมาชิก ๑ ใน ๑๐ และหลายประเทศนั้นเขาได้ลงนามกันเรียบร้อยแล้ว เขารอประเทศไทยประเทศ เดียว ถ้าหากว่าเราจะมัวรอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาอีกผมก็เกรงว่ามันจะไม่เกิด ผลดีกับประเทศไทยเราเอง ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนมิตรประเทศอาเซียนทั้งหลาย ก็อาจจะไม่ค่อยพอใจหรือไม่แฮปปุ้ (Happy) เท่าที่ควรก็ได้นะครับ ในการพิจารณาให้ ความเห็นชอบหนังสือสัญญาการค้าการลงทุนในวันนี้ทาง ครม. ได้เสนอมาหลายฉบับ ด้วยกัน แต่ว่าฉบับที่ผมให้ความสนใจและอยากจะอภิปรายก็มีเรื่อง ๒ เรื่องใหญ่ด้วยกัน เรื่องแรกคือความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน เรื่องที่ ๒ ก็คือหนังสือสัญญาของ อาเซียนกับคู่เจรจา ๔ ฉบับ ได้แก่ ความตกลงว่าด้วยการลงทุนภายใต้ความตกลงความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุมด้านต่าง ๆ ระหว่างอาเซียนกับจีน ๒. ความตกลง ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน-กาหลี ๓. ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย และ ๔. ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย
ในประการแรกคือ ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน เรื่องนี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่มีความสําคัญค่อนข้างจะมาก เพราะว่าเปึนเรื่องที่จะช่วยอํานวยความสะดวก การค้าระหว่างประเทศอาเซียนให้ดําเนินไปอย่างรวดเร็ว ในอดีตที่ผ่านมานั้นสาระสําคัญ ของความตกลงต่าง ๆ นั้นมักจะกระจัดกระจายในฉบับย่อย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการ อํานวยความสะดวกทางการค้า เรื่องว่าด้วยแหล่งกําเนิดของสินค้า เรื่องสุขอนามัย และ สุขอนามัยพืช สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่กระจัดกระจายกัน แต่ว่าในความตกลงฉบับนี้เท่าที่ได้ ศึกษาแล้วก็สอบถามเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง ก็เห็นว่าเปึนการเอามา รวมกันเพื่ออยู่ในฉบับเดียวกัน เช่นเดียวกับความตกลงของประเทศที่พัฒนาแล้วที่เขาทํา กัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทางรัฐสภาควรจะให้ความเห็นชอบ อย่างยิ่ง
เรื่องกลุ่มที่ ๒ ที่กระผมสนใจก็คือ หนังสือสัญญาของอาเซียนกับคู่เจรจา ฉบับแรกคือความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างอาเซียนกับจีน ท่านสมาชิกที่เคารพ ท่านทั้งหลายคงจะทราบดีนะครับว่าจีนนั้นเปึนคู่ค้าที่สําคัญของไทย แล้วความสัมพันธ์ ๒ ฝ์ายก็ค่อนข้างจะแน่นแฟันเปึนอย่างมาก ที่ผ่านมานั้นขณะปัจจุบันนี้จีนเปึนคู่ค้าสําคัญ ของไทย สําคัญรองลงมาจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ์น นั่นก็คือเราถือว่าจีนเปึนคู่ค้าสําคัญ อันดับ ๓ นะครับ และปัจจุบันนั้นนักธุรกิจของไทยที่สนใจไปลงทุนในเมืองจีนก็มีมากมาย หลายสาขา ไม่ว่าจะเปึนธุรกิจทางด้านอาหารสัตว์ น้ําตาล อาหารแปรรูป กระดาษ การทําธุรกิจเหมืองแร่และพลังงาน แล้วก็ธุรกิจบริการ อย่างเช่น โรงเรียน ผู้ประกอบการ ไทยไปทําโรงเรียนที่เมืองจีนนะครับได้รับความนิยมเปึนอย่างสูงทีเดียว และยังมีธุรกิจ เกี่ยวกับเรื่องการค้าปลีกและค้าส่ง รวมทั้งร้านอาหารไทยด้วย ทางจีนเองก็เข้ามาลงทุนในไทยมากมายและนับวันสนใจจะเข้ามาลงทุนกับเรามากขึ้น เรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างอาเซียน กับจีนนี่นะครับ ก็เปึนเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความเอาใจใส่แล้วก็อนุมัติ โดยเร็ว เพราะขณะนี้ประเทศต่าง ๆ เขาก็รอประเทศไทยอยู่ประเทศเดียว เรายิ่งรอไป นี่นะครับเท่ากับว่าเราเหมือนกับมัดขาตัวเอง แทนที่จะทําให้ผลประโยชน์ทั้งหลาย ทั้งอาเซียนและรวมของเราด้วยนี่เปึนไปด้วยดี คนอื่นเองเขาก็อยากจะให้ความตกลงนี้ มีผลใช้บังคับโดยเร็ว ก็กลับจะต้องมารอประเทศไทย เปึนเรื่องที่ประเทศไทยเท่าที่เปึน ผู้นําอาเซียนประเทศหนึ่งแล้วเราก็ได้รับความเชื่อถือเปึนอย่างมากทั่วโลกและในอาเซียน เราควรจะปฏิบัติตัวให้เปึนตัวอย่างประเทศอื่น ๆ นะครับ
สําหรับความตกลงกันภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอีก ๓ ฉบับนะครับ คือ ในกรอบอาเซียน-เกาหลี อาเซียน-อินเดีย อาเซียน-ออสเตรเลียนั้น ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกนะครับว่า ประเทศไทยเองเราได้ทํากรอบความตกลง เอฟทีเอ หรือการค้าเสรี ๒ ฝ์ายกับประเทศต่าง ๆ มานานหลายป้แล้วนะครับ แล้วทาง ประเทศไทยเองในที่ผ่านมาในรัฐบาลชุดก่อน ๆ ก็ได้ถือว่าความตกลงอาเซียน ขอโทษ นะครับ เรื่องการทําเขตการค้าเสรีเอฟทีเอนั้นเปึนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศไทย นั่นก็คือเราไม่เพียงแต่ว่าเปึนนโยบายสําคัญเท่านั้น แต่ว่าถือเปึน ยุทธศาสตร์ในการที่จะสร้างความเจริญให้กับประเทศไทยเราทีเดียวนะครับ ในการทํา เอฟทีเอกับประเทศต่าง ๆ นั้นนะครับ ได้สร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างมาก ทีเดียวนะครับ ดูง่าย ๆ นะครับในภาพรวมการค้ารวมระหว่างไทยเรากับออสเตรเลีย จีน และอินเดีย ซึ่งเราได้ทําเอฟทีเอ ๒ ฝ์ายไปแล้วนะครับ ในป้ ๒๕๕๐ กับออสเตรเลีย มูลค่า การค้ารวมเพิ่มขึ้น ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ในป้ที่ผ่านมานั้นแค่ ๑๑ เดือน เพิ่ม ๖๓ เปอร์เซ็นต์ กับ จีน ป้ ๒๕๕๐ เพิ่ม ๑๓ เปอร์เซ็นต์ และป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านไป ๑๑ เดือนก็เพิ่มถึง ๑๑ เปอร์เซ็นต์ อินเดีย ระหว่างไทยกับอินเดียนะครับ ป้ ๒๕๕๐ เพิ่ม ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๕๑ ๑๑ เดือน เพิ่ม ๙๑ เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยครับว่าเอฟทีเอ ระหว่าง ๒ ฝ์ายนั้นมันมีผล มีคุณค่า เปึนประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของไทยนะครับ แม้เรา บอกว่ามีปัญหาเรื่องการว่างงานนะครับ ท่านทราบไหมครับว่า คนจะมีงานทํามันต้องมี โรงงานอุตสาหกรรม มันต้องมีการส่งออกมาก ๆ มีการผลิตสินค้า ถ้าเราไม่ทําเอฟทีเอกับ ประเทศเหล่านี้ เราก็จะเปึนประเทศที่ถูกแยกออกมา นั่นก็คือว่าตามขบวนรถไฟเขาไม่ทัน คนอื่นเขาทําเอฟทีเอกันเราไม่ทํา เท่ากับว่าเราเองมัดมือมัดเท้าเราเองนะครับ ทีนี้ถ้าหากเราพิจารณาในแง่การส่งออกระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าเอฟทีเอ ๕ ประเทศ คือ ได้แก่ ที่ไทยเราทํากับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน ญี่ปุ์น รวมกันกับ ๕ ประเทศ นี้ในช่วง ๑๑ เดือนที่ผ่านมานั้น เราส่งออกสินค้าออกภายใต้เอฟทีเอมีมูลค่ารวมกันถึง ๑,๑๑๖ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเปึนสัดส่วนถึง ๒๕.๖ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกทั้งหมดเลย นะครับ นี่แหละครับเปึนเอฟทีเอระหว่าง ๕ ประเทศนี้ สามารถส่งออกได้ถึง ๒๕.๖ เปอร์เซ็นต์ โดยไทยได้ดุลการค้าเกินดุลกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์แล้วก็อินเดีย แต่ว่าขาดดุลให้กับจีนและญี่ปุ์น ซึ่งเราขาดดุลให้ญี่ปุ์นนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร นะครับ เพราะว่าสินค้าไทยไปญี่ปุ์นก็เปึนสินค้าที่ผลิตจากโรงงานญี่ปุ์นทั้งนั้นเลยนะครับ และขณะนี้ถ้าหากว่ามาโฟกัส (Focus) ในส่วนที่เกี่ยวกับอาเซียน-เกาหลี อาเซียน-อินเดีย อาเซียน-ออสเตรเลีย ก็ในเมื่อเรามีความตกลง ๒ ฝ์ายกับที่อินเดียและออสเตรเลียไปแล้ว โดยเกิดผลดีกับไทยเราเปึนอย่างมาก ฉะนั้นการที่เราจะเปึนส่วนหนึ่งของอาเซียนแล้ว อาเซียนไปทําเอฟทีเอกับอินเดียหรือกับออสเตรเลียนั้น มันไม่น่าจะเกิดผลเสียแต่อย่างใด เลย ตรงกันข้ามกลับจะทําให้เกิดผลดีมากยิ่งขึ้น กับเกาหลีนั้นไทยเราไม่เคยทําความ ตกลงเอฟทีเอ ๒ ฝ์ายกับเกาหลีนะครับ แต่ว่าอาเซียนเขาได้ทําความตกลง ๒ ฝ์ายกับ เกาหลี ลงนามกันไปนานแล้วแต่ขาดประเทศไทยอยู่เพียงประเทศเดียว เพราะตอนนั้นเรา มัวงอนเกาหลีอยู่ เพราะเราต้องการให้เกาหลีเป่ดตลาดข้าวให้เรา แต่ว่าเกาหลีเขาถือว่าข้าวเปึนสินค้า สําคัญของเขา เปึนวัฒนธรรมสําคัญ เขาไม่ต้องการเป่ดตลาดข้าวให้เรา เราก็เลยไม่ยอม เซ็นไป ปรากฏว่าเราเปึนประเทศเดียวที่ไม่ลงนามความตกลงอาเซียนกับเกาหลี อาเซียน เขาก็เลยเอาไทยออกประเทศเดียว ตอนนี้เราก็หายงอนแล้วเราก็จะขอมากลับเข้าไปเปึน คู่สัญญาเพิ่มขึ้นรวมกันเปึน ๑๐ ประเทศ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เปึนเรื่องที่เราได้ประโยชน์ นะครับ เพราะว่าข้าวถึงเราไม่ขายให้เกาหลีแต่เราก็ขายให้กับประเทศอื่นทั่วโลก เปึน ร้อย ๆ ประเทศ ยิ่งข้าวหอมเราตอนนี้ก็ปอปปูล่าร์ (Popular) มาก เกาหลีไม่ซื้อ ประเทศเดียวก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนะครับ อย่างกรณียกตัวอย่างนะครับว่า ที่ผ่านมา นั้นการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เขาไปลงนามความตกลงกับเกาหลีเรียบร้อยแล้ว อย่างเวียดนาม ฟ่ลิปป่นส์ อินโดนีเซีย เขาส่งออกได้เพิ่มขึ้นถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ ไทยเราเองกับเกาหลี เราขยายตัวเพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ มันเห็นชัดเลยนะครับว่า การที่เรา อยู่นอกวงเขานั้นเราเสียเปรียบเขาเพียงใดนะครับ ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ โดยสรุปนั้นผมคิดว่าความตกลง ๒ ฝ์ายระหว่างอาเซียนกับอีก ๓ ประเทศดังกล่าวนั้น เปึนเรื่องรีบด่วนครับ ถ้าเราเห็นเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เห็น ประโยชน์กับลูกหลานของเรานะครับ อย่ามัวช้าครับ ประเทศไทยอยู่ได้ด้วยการส่งออก ใครบอกการส่งออกไม่สําคัญ ค้าขายแต่ในประเทศก็พอนั้น ผมอยากให้คิดทบทวนให้ดี ๆ นะครับ เราจะต้องซื้อ ทํารถไฟใต้ดิน รถไฟฟัาบนดิน สินค้าพวกนี้เราผลิตเองไม่ได้ เราจะต้องซื้อจากต่างประเทศทั้งนั้น ถ้าเราส่งออกได้น้อย ไฉนเลยเราจะมีเงินไปซื้อสินค้า เหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่เราดําเนินการต่อไปนะครับ เหตุผลโดยสรุป เหตุผล ที่ผมคิดว่า สมาชิกจะต้องช่วยกันอนุมัติความตกลงเหล่านี้โดยเร็วก็มีดังนี้ครับ
ประการที่ ๑ ผมเชื่อมั่นในความรอบคอบ การเจรจาของคณะผู้แทนไทย ซึ่งได้ดําเนินการมาหลายป้แล้วนะครับ ผมมั่นใจเลยนะครับ ในฐานะที่ผมเองก็เปึน ข้าราชการเก่ากระทรวงพาณิชย์ การดําเนินการทุกอย่างนั้นเราทําด้วยความรอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็หารือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด สภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทยเองหรือสภาอุตสาหกรรมเขาก็มีหน่วย ดับบลิวทีโอ (WTO) มีหน่วยเอฟทีเอ มอนิเตอร์ (Monitor) ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ และเอกชนเหล่านี้ก็เรียกร้องให้รัฐบาลไทย ดําเนินการทําข้อตกลงเอฟทีเอกับญี่ปุ์นหรือประเทศอะไรก็ตาม แล้วไทยเราเองก็เปึน ประเทศเดียวที่ล้าหลังเขาอยู่เสมอเลยนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเราจะต้องรีบแก้ไขจุดนี้นะครับ
ประการที่ ๒ ผมได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วครับว่า ความตกลงเอฟทีเอ ๒ ฝ์ายระหว่างไทยกับอินเดียกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์นั้นเปึนประโยชน์เพียงใด เมื่อ ๒ ฝ์ายเปึนประโยชน์ในกรอบใหญ่คืออาเซียนกับประเทศเหล่านี้ มันก็ไม่น่าจะเกิด ผลเสียประการใด ตรงกันข้ามเราจะได้ประโยชน์ต่าง ๆ จากข้อตกลงที่ประเทศอาเซียน อย่างอื่นเขาไปเรียกร้องจากเกาหลี เรียกร้องจากนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย เรียกร้องจาก อินเดีย เพราะหลักการความตกลง ๒ ฝ์ายนั้น ถ้าเกาหลีให้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็ต้องให้กับประเทศอื่นทุกอาเซียน ประเทศอาเซียนทุกประเทศอย่างเดียวกันนะครับ
เหตุผลประการที่ ๓ คือการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนไทย เองและนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่เขารอเห็นความตกลงเหล่านี้มีผลสมบูรณ์นะครับ การที่อาเซียนยังไม่สามารถลงนามความตกลงนั้น สาเหตุสําคัญก็เนื่องจากว่าไทยเราเอง ขาดประเทศไทยเราประเทศเดียว เราจะต้องให้คนอื่นเขาตราหน้าเราหรือครับว่า เราเปึน ประเทศเดียวที่ทําให้ไปถ่วงอาเซียนอื่นด้วย เพราะฉะนั้นเราจะมัวไปตั้งกรรมาธิการ วิสามัญผมว่าอย่าตั้งเลยครับ เสียเวลาเปล่า ๆ ครับ
อย่างไรก็ตามเมื่อได้พูดถึงผลดีต่าง ๆ แล้ว ผมคงจะต้องกล่าวพูดถึงผลเสีย ในการทําเอฟทีเอ เพราะในการทําข้อตกลงนั้นไม่มีความตกลงใดหรอกครับที่จะมีแต่ผลดี แล้วไม่มีผลเสีย อุตสาหกรรมหลายอย่างหรือว่าภาคเกษตรกรรม บางเซคเตอร์ (Sector) ก็ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงเหล่านี้ รัฐบาลเองก็มีมาตรการเยียวยาโดยการตั้งกองทุน ขึ้นมา ๒ กองทุนนะครับ คือกองทุนปรับโครงสร้างภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ อันแรกเขาเรียกกองทุนปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการทําเอฟทีเอกับประเทศ ต่าง ๆ นะครับ อันที่ ๒ เขาเรียกว่า กองทุนเอฟทีเอ อันนี้อยู่ในความดูแลของกระทรวง พาณิชย์ แต่ทั้ง ๒ กองทุนนี่นะครับ ต้องขอพูดตรง ๆ นะครับว่า บริหารงานแย่มาก มีการบริหารการจัดการที่ไม่สามารถที่จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ทันท่วงที และก็ ค่อนข้างจะช้า มีกลไกที่มีงบประมาณน้อย เจ้าหน้าที่เองก็ไม่ค่อยจะเพียงพอ เพราะฉะนั้น หลักการในเอฟทีเอมันดีแล้ว เมื่อส่วนรวมได้ประโยชน์ คนที่ได้รับผลกระทบนั้นภาครัฐก็ ควรที่จะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ว่ากลไกการบริหารการจัดการนั้นไม่ดี เพราะฉะนั้น กระผมเองก็ขอเสนอว่า
๑. ภาครัฐจะต้องเพิ่มงบประมาณให้มีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลไม่ว่าที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ดี หรือกระทรวงพาณิชย์ก็ดีให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเพียงพอ แล้วก็ จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในกองทุน ทั้งเจ้าหน้าที่บุคคลแล้วก็กองทุนที่จะให้กับ กองทุนเยียวยาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ
๒. ตั้งแต่ตั้งมาผมคิดว่าภาครัฐมีการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ได้รับผลกระทบ น้อยมาก ผู้ได้รับผลกระทบที่จะรู้เรื่องดีก็มักจะเปึนกรรมการ ไม่ว่าจะเปึนหอการค้าไทย หรือว่าสภาอุตสาหกรรมและอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดนั้นแทบจะไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เพราะฉะนั้นก็อย่าลืมนึกถึงผู้ประกอบการที่อยู่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SME) ทั้งหลายที่เขาอาจจะได้รับผลกระทบตรงนี้ รัฐบาลจะต้องโอบอุ้มเอาใจใส่เขาให้มากขึ้น กว่าที่เปึนอยู่นะครับ หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความช่วยเหลือก็เช่นเดียวกัน นะครับ ที่ผ่านมาเอกชนบ่นมากว่าจะต้องรวมกันเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) นะ เปึน กลุ่มก้อนเพื่อขอความช่วยเหลือ อันนี้ผมคิดว่าเงื่อนไขต่าง ๆ นั้นควรจะพิจารณาให้มัน รอบคอบกว่านี้หน่อยว่า การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความตกลงจะ ๒ ฝ์ายหรือว่าในอนาคตระหว่างอาเซียนกับประเทศต่าง ๆ ก็ดีนั้น ก็ควรจะคํานึงถึงว่า ประเทศผู้ประกอบการของเรานั้นหลายคนต้องการการเยียวยาที่รวดเร็ว และก็ไม่ควรจะ ตั้งเงื่อนไขที่สลับซับซ้อนทําให้ยากแก่การปฏิบัติด้วยนะครับ อันนี้ก็คิดว่าทั้งหมดทั้งปวงที่ ผมได้เรียนไปแล้ว เปึนเรื่องสําคัญที่ภาครัฐเองจะต้องให้ความสําคัญกับเรื่องเอฟทีเอให้ มากขึ้น ผมเข้าใจดีนะครับว่าตอนนี้พอพรรคหนึ่งกลับมาเปึนรัฐบาล อีกพรรคหนึ่งซึ่งก็ เห็นดีเห็นงามก็บอก ไม่ดี ตรงข้ามกับคราวก่อน พรรคหนึ่งบอก ดีเหลือเกิน อีกพรรคหนึ่งก็คัดค้านสุดชีวิต ผมคิดว่าเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติจะต้อง คํานึงให้มากนะครับ การเมืองก็ควรจะแยกไว้ว่ามีเรื่องอื่นไหมที่จะไปเอาเรื่องนั้นมา ต่อรอง ไม่อยากให้เอาอนาคตของชาติ ความเจริญรุ่งเรืองของชาติมาเปึนเครื่องต่อรอง จะทําให้เศรษฐกิจของเราซึ่งมีปัญหามากมายเหลือเกินต้องได้รับผลกระทบไปด้วยนะครับ โดยสรุปผมอยากจะให้ท่านสมาชิกทั้งหลายที่เคารพรักของผมนึกถึงเศรษฐกิจของ ประเทศ นึกถึงปัญหาที่กําลังรอรับการแก้ไข เอฟทีเอระหว่างอาเซียนกับประเทศต่าง ๆ หรือกฎเกณฑ์การลงทุนต่าง ๆ นั้นจะช่วยทําให้สร้างขีดความสามารถให้กับประเทศเรา มากขึ้น การสร้างขีดความสามารถขณะนี้เปึนหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องช่วยกันกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเรามัวมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไม่ทราบว่าอีก ๔๕ วันจะเห็นหรือเปล่า แล้วผม เรียนตรง ๆ นะครับ ถึงตั้งมาอีก ๑ เดือน ก็คงไม่แตกต่างอะไร ในที่สุดท่านก็ต้องให้ความ เห็นชอบอยู่ดี เพราะผมคิดว่าในใจท่านลึก ๆ แล้วท่านจะเห็นด้วย แต่อาจจะมีทิฐิ บางอย่างเท่านั้นที่ทําให้ท่านเห็นว่ายิ่งช้าก็อาจจะยิ่งดี ผมว่าอนาคตของประเทศชาติรอ ไม่ได้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี นะครับ ท่านมีเวลา ๘ นาทีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตได้ให้ความเห็นต่อหนังสือสัญญาข้อตกลง ต่าง ๆ เกี่ยวกับอาเซียนนะคะ ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อรัฐสภาในกรอบเรื่องวาระ เร่งด่วนที่ ๓ การให้ความเห็นชอบเอกสารสําคัญที่เกี่ยวกับความร่วมมือของประเทศคู่ เจรจาในกรอบอาเซียน + ๓ และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกนะคะ ในส่วนของ ร่างแถลงการณ์ว่าด้วยความร่วมมือ ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานนะคะ เนื่องจากว่าร่างแถลงการณ์ดังกล่าวนั้นมีเนื้อหาที่คล้ายคลึงแล้วก็เกี่ยวข้องกับ ในวาระเร่งด่วนที่ ๑๕ ที่อยู่ในกรอบที่ ๒ นะคะ ก็คือแผนนโยบายบูรณาการความมั่นคง ด้านอาหารของอาเซียน แล้วก็แถลงการณ์ของกรุงเทพว่าด้วยอาหาร ความมั่นคงนี่นะคะ ก็ขออนุญาตอภิปรายในคราวเดียวเลยนะคะท่านประธาน พร้อมนอกจากนั้นในเรื่องของ อาหารและพลังงานนั้นก็เกี่ยวข้องกับเกษตรกร แล้วก็เกี่ยวข้องกับน้ําตาล ก็ขออนุญาตไป ที่ร่างความเข้าใจไทยและอินโดนีเซีย เรื่องน้ําตาลด้วยนะคะ ในเบื้องต้นดิฉันขอ กราบเรียนว่า ดิฉันเห็นด้วยสําหรับกรอบการเจรจาทั้งหมดนี้ที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอต่อ รัฐสภา เพราะว่าเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่เปึนสมาชิกในสังคมโลก แล้วก็เปึนสมาชิกของ อาเซียนนั้น การก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคงนั้นก็จะทําให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง ดังนั้น ข้อตกลงต่าง ๆ กลไกที่จะทําให้อาเซียนทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็เปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เปึนองค์กรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ทําให้ ประชาชนในภูมิภาคของเราได้เกิดความร่วมมือ ย่อมเปึนสิ่งที่พวกเราทุกคนย่อมจะให้การ สนับสนุนอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าความเหลื่อมล้ําของประชากรในแต่ละ ประเทศที่มีความแตกต่างกันในการพัฒนา แล้วก็โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร หรือว่า ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ยังไม่เท่าเทียม ก็ยังมีข้อที่อยากจะฝากเปึนข้อสังเกตผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะ
ในส่วนของความมั่นคงด้านอาหาร เมื่อเช้าดิฉันได้ยินท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงเรื่องของผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับ พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงในเรื่อง คลังข้าวสํารองของอาเซียน ซึ่งในกรอบการเจรจานี้ก็จะทําให้โอกาสที่ประเทศไทยเรา ในการจัดตั้งคลังข้าวสํารอง ดิฉันก็ได้อ่านในเอกสาร ซึ่งได้ให้รายละเอียดไว้อย่างมาก แต่ว่ามีคําหนึ่งที่บอกว่า ถ้าเราได้ร่วมลงนามในครั้งนี้ก็จะทําให้ประเทศไทยได้เปึน ศูนย์กลาง แล้วก็เปึนพื้นที่จัดตั้งองค์กรถาวรในการสํารองข้าวฉุกเฉินในภูมิภาค ก็ขอ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า แนวทางปฏิบัติจากการที่ต่อสัญญา โครงการมา ๒ ระยะแล้ว ขณะนี้การเตรียมการอยู่ในขั้นใดนะคะ แล้วก็องค์กรนี้ถ้าจัดตั้ง ในประเทศไทยจะจัดตั้งที่ไหน จังหวัดใด แล้วก็มีแนวทางการบริหารจัดการอย่างไร ทําให้ ประเทศในภูมิภาคนี้ได้มีข้าวสํารอง แล้วก็เปึนประโยชน์กับชาวนาไทยอย่างแน่นอน ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยอธิบายด้วยนะคะ
ในส่วนเรื่องของพืชพลังงานอีกตัวหนึ่ง ก็คือเรื่องของน้ําตาล ซึ่งเกี่ยวข้อง กับกระทรวงพาณิชย์ อันนี้เปึนกรอบการเจรจาระหว่างอินโดนีเซียแล้วก็ ไทยนี่นะคะ อันนี้ชัดเจนว่า อันนี้ต้องขอชื่นชมกระทรวงพาณิชย์ ถ้าใครได้มีโอกาสอ่าน ในเอกสารจะเห็นได้ว่า จริง ๆ แล้วอินโดนีเซียนี้ได้กําหนดน้ําตาลไว้เปึนสินค้าในบัญชี ที่โอนจากบัญชีที่ยกเว้นภาษี เขาขอไปอยู่ในบัญชีอ่อนไหวสูง ซึ่งถ้าหากว่ามีการย้าย น้ําตาลไปอยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหวสูง ก็จะมีผลต่อมาตรการภาษีที่อินโดนีเซียจะใช้กับ ไทย ทําให้ประเทศไทยนั้นซึ่งปกติแล้วก็ส่งน้ําตาลเข้าไปอินโดนีเซียมากเปึนอันดับหนึ่ง นี่นะคะ ถ้าหากว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เจรจาต่อรองไว้ จนกระทั่งมีข้อตกลงอันนี้ ก็อาจจะทําให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับผลกระทบได้ ดังนั้นอันนี้ก็เห็นว่าประโยชน์จาก กรอบข้อตกลงนี้ก็น่าจะเปึนประโยชน์ต่อไทย สามารถทําให้อินโดนีเซียยังต้องนําเข้า สินค้าน้ําตาลจากประเทศไทย แล้วก็เปึนการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคําถามไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าหากตกลงตามกรอบนี้แล้ว หมายความว่าไทยจะ ยินยอมให้อินโดนีเซียโอนย้ายสินค้าน้ําตาลจากบัญชียกเว้นชั่วคราวไปอยู่ในบัญชี อ่อนไหวสูง โดยมีเงื่อนไขใช่หรือไม่ เพราะเดิมทีดูเหมือนว่าไม่ยอมให้ย้ายบัญชี ขออนุญาตเรียนถามเพื่อความชัดเจนนะคะ
ในอีกกรอบหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ก็คือเรื่องของสินค้าเกษตร ที่อยู่ใน ส่วนของอาเซียน ออสเตรเลีย แล้วก็นิวซีแลนด์ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากในเรื่องของสินค้า ปศุสัตว์ของไทย โดยเฉพาะโคนมที่กําลังประสบปัญหาอยู่ อันนี้เมื่อเช้าได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงกองทุนช่วยเหลือผลกระทบเกษตรกรจาก เอฟทีเอ ว่าจะมีการบูรณาการกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และก็กระทรวง พาณิชย์ ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่าจากที่ได้ติดตามเรื่องผลการดําเนินงานของกองทุน เอฟทีเอก็ยังพบว่าที่ผ่านมารัฐบาลก่อน ๆ นั้นก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ได้ตรงจุดนะคะ เพราะว่าจะดูว่าเกษตรกรโคนมได้รับผลกระทบมาก แต่ว่าไปดูใน รายละเอียดของกองทุนเอฟทีเอแล้วนี่ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ในเรื่องของการเตรียมความพร้อม ในเรื่องของสาขาอื่น ๆ ยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนมนะคะ แล้วขณะนี้ผลกระทบชัดเจนเรื่องของนมผงที่นําเข้ามาในประเทศไทย แล้วก็มี ราคาต้นทุนถูกกว่า ทําให้ผู้ประกอบการนํามาใช้ทดแทนน้ํานมดิบนะคะ ซึ่งประเทศไทย เราผลิตได้มาก อันนี้ก็ขอฝากทางรัฐบาลด้วยนะคะว่าน่าจะได้มีมาตรการส่งเสริมให้ คนไทยนั้นบริโภคนม แล้วก็เน้นเรื่องคุณค่าของน้ํานมดิบที่มีมากกว่าน้ํานมผง ซึ่งมีความ ต่างกัน จะทําให้เราไม่สามารถไปปกปัองในเรื่องของภาษีได้ แต่ว่าเราจะช่วยเหลืออย่างไร ให้การบริโภคน้ํานมดิบได้มากขึ้น อันนี้ก็ขอฝากทางรัฐบาลด้วยนะคะ
อีกประการหนึ่ง ดิฉันมีเอกสารชัดเจนที่ได้มีการสัมมนานะคะ แต่ว่าไม่มี เวลาจะนําเสนอ มีการสัมมนาเรื่องผลกระทบในด้านการเจรจาการค้าที่มีต่อสาขาเกษตร มันก็จะมีทั้งโอกาสที่สินค้าเกษตรไทยเราจะมีโอกาสทางบวกก็ดีขึ้น ไม่ว่าจะเปึนข้าว หรือไก่เนื้อ แต่สินค้าเกษตรที่คิดว่าน่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากต้องมีมาตรการดูแล อย่างทั่วถึง ก็มีหลายตัวนะคะ ก็ขออนุญาตทางรัฐบาลได้ติดตามด้วยนะคะ เนื่องจาก มีเวลาจํากัด ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในการเจรจานั้นสิ่งสําคัญ เมื่อเช้า ท่านนายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่าไม่มีได้ทั้งหมดแล้วก็เสียทั้งหมดนะคะ แต่ว่าทําอย่างไร ให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติเรานั้นได้รับการปกปัอง แล้วก็ต้องระวังว่าประเทศคู่ค้า นั้นก็เปึนคู่แข่งกันด้วยนะคะ ก็ขอฝากกราบเรียนทางรัฐบาล แล้วก็ขอสนับสนุนในกรอบ การเจรจาครั้งนี้ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านมณเฑียร นะครับ ท่านมณเฑียรท่านมีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก่อนที่ผมจะ เข้าสู่ประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับกรอบความตกลงอาเซียนในครั้งนี้นะครับ ผมขอเวลา นอกนิดเดียวครับท่านประธาน ผมอยากขอฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี นะครับ อันนี้เพื่อความเชื่อมั่นที่มากขึ้นนะครับ ผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ อยากจะให้ท่านช่วยกรุณาบอกหมายเลขโทรศัพท์ให้ชัดเจนด้วยนะครับ ไม่ใช่บอกว่าตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏใต้จอ เพราะผมมองไม่เห็นนะครับ แล้วก็มี เพื่อน ๆ อีกเปึนหมื่นเปึนแสนคนที่มองไม่เห็นครับ อีกอันหนึ่งครับ ก็ประเด็นต่อเนื่อง กัน แต่ว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงความล้าหลังของบ้านเรานะครับ ท่านได้กรุณาบอก หน่วยงานสื่อของรัฐที่อยู่ในกํากับของท่านนะครับว่า การพยากรณ์อากาศอย่าได้ พยากรณ์อากาศเปึนเสียงดนตรีเลยครับ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องที่รัฐบาลกํากับอยู่ ทั้งหมด ขอให้พยากรณ์อากาศเปึนเสียงพูดดีกว่านะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเข้าใจว่ากรอบการเจรจาทั้งหลายทั้งปวงนี้ได้มีการจัดทํากันมาต่อเนื่องตั้งแต่ รัฐบาลชุดก่อน ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นเองผมจะไม่ติดใจในรายละเอียดมากมาย แต่ว่า ผมก็ยังสงสัยเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ในฝัืงวุฒิสภานะครับ เมื่อสักครู่ได้มีท่าน ส.ว. หลายท่านที่ได้เรียนถามนะครับว่า เราไม่ทราบว่ากรอบความตกลงฉบับใดที่เปึนการมา ขอความเห็นชอบในเบื้องต้น ก็คือมาขอแค่กรอบแล้วนําไปเจรจา หรือว่าอย่างไหนเปึน เรื่องของการมาขอความเห็นชอบหลังจากที่ท่านเจรจาสําเร็จแล้ว เพื่อจะได้ลงสัตยาบัน ถ้าเราไม่ทราบความชัดเจนก็จะเปึนการยากที่เราจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความ เห็นชอบได้อย่างดีนะครับ เพราะจะเปึนการให้ความเห็นชอบหรือปฏิเสธโดยขาด องค์ความรู้ที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมผมก็คงจะเห็นในลักษณะเดียวกันกับ หลายท่านที่มองว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะอยู่บนพื้นฐานของการเมืองนะครับ น่าจะเปึนเรื่องของสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวมมากกว่านะครับ ผมอยากจะอภิปรายในส่วนที่เปึน ผมไม่ทราบว่าจะเปึนการตั้งข้อสังเกต คือผมไม่ทราบ จริง ๆ ว่าเอกสารเหล่านี้ไปถึงขั้นท้ายที่สุดแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วหรือยังคงเป่ดกว้างให้มี การแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องของแผนจัดตั้งประชาคมอาเซียนทั้ง ๓ ฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแผนจัดตั้งประชาคม สังคม และวัฒนธรรมอาเซียนนะครับ ซึ่งก็ได้กล่าวถึงเรื่องของผู้ด้อยโอกาสไม่ว่าจะเปึนเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการเอาไว้ ผมคิดว่าเปึนเอกสารที่กล่าวถึงบุคคลเหล่านี้อย่างชัดเจนที่สุดซึ่งก็ต้องน่าขอบคุณแล้วก็ เปึนสิ่งที่น่ายินดีด้วย อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันยังขาดความลึกซึ้งแล้วก็ความก้าวหน้าใน หลายประการนะครับ ผมคิดว่ามันไปหยุดอยู่ที่เรื่องของสวัสดิการ ไปหยุดอยู่ที่เรื่องของ การมองกลุ่มเปัาหมายเหล่านี้ในลักษณะที่เปึนผู้รับความช่วยเหลือมากกว่าที่จะเปึน หุ้นส่วนการพัฒนาอย่างแท้จริง จะสังเกตได้ว่าความเชื่อมโยงของแผนฉบับนี้กับแผน จัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงซึ่งกล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนนะครับ ตอนนี้ แหละเปึนตอนที่ผมคิดว่าผมมีปัญหามากที่สุด ในขณะที่แผนด้านการจัดตั้งประชาคม ด้านสังคมและวัฒนธรรมนั้นได้กล่าวเอาไว้ค่อนข้างดีพอสมควรครอบคลุมในหลายมิติ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของสิทธิสวัสดิการและประโยชน์ต่าง ๆ ความเสมอภาคด้านโอกาส แต่ในกรณีแผนการเมืองและความมั่นคงนั้น โดยเฉพาะใน ข้อเอ ๑๔ (A 14) นะครับ ในส่วนที่เปึนการจัดตั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งก็จะไปสัมพันธ์ กับกรอบที่ ๔ ต่อไปนะครับ ได้กล่าวไว้ถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยกว้าง ซึ่งผมไม่มีปัญหา ครับ รับได้ แต่ว่ากรณีที่ได้กล่าวถึงเฉพาะด้าน ท่านกลับกล่าวถึงเฉพาะเด็กกับสตรีนะครับ ซึ่งผมก็ดีใจแทนบรรดาเด็ก เยาวชนและสตรีที่ได้รับการกล่าวถึงในองค์กรด้านสิทธิ มนุษยชน แต่ว่าประเทศไทยเรานั้นได้ก้าวไกลไปกว่ากลุ่มเฉพาะเพียงกลุ่มเดียวหรือ ๒ กลุ่ม ประเทศไทยจะดี ๆ ชั่ว ๆ อย่างไรถือว่ามีความก้าวหน้าทางความคิดเกี่ยวกับสิทธิ มนุษยชนหลายด้านเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกัน ประเทศไทยเปึนผู้นํา ในการยกร่างเจรจาและให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการซึ่งเปึนอนุสัญญา ด้านสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของศตวรรษที่ ๒๑ แต่ปรากฏว่าในแผนจัดตั้งประชาคมด้าน สังคมและวัฒนธรรมในส่วนที่พูดถึงคณะมนตรีที่จะดูแลเรื่องสิทธิของคนเฉพาะกลุ่ม เฉพาะด้านกลับมองข้ามเรื่องนี้ไปทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยเพิ่งจะให้สัตยาบันในอนุสัญญา ฉบับนี้ในเดือนกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ นี้เอง ผมว่าเปึนความผิดพลาดอย่างน่าเสียดายแล้วก็ น่าละอายที่สุดนะครับ ผมเชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศรู้เรื่องนี้เปึนอย่างดีว่า ประเทศไทยมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการเจรจา มีส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการต่อรอง และ เปึนประเทศเดียวในอาเซียนที่มีความกระตือรือร้นในเรื่องการเจรจาในอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิคนพิการ ตั้งแต่เริ่มต้นการเสนอร่างซึ่งเสนอที่กรุงเทพมหานครจนได้รับการขนานนาม ว่า แบงคอค ดราฟท์ (Bangkok draft) ไปจนถึงการให้การรับรองโดยสมัชชาแห่ง สหประชาชาติ วันลงนามเราก็ลงนามเปึนวันแรกเปึนประเทศแรก ๆ ที่ลงนาม แม้เราจะลง ให้สัตยาบันช้าไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเราก็ได้ปรับเปลี่ยนปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ จนกระทั่งเรามีกฎหมายด้านคนพิการที่ก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ เรามีกฎหมาย ระดับพระราชบัญญัติซึ่งเปึนกฎหมายลูกเพียงกฎหมายฉบับเดียวนะครับ คือเปึน กฎหมายด้านคนพิการเท่านั้นที่มีมาตรการห้ามเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยไม่เปึนธรรม เรายังไม่มีพระราชบัญญัติห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมต่อบุคคลในลักษณะทั่วไปเลย นะครับ ได้มีความพยายามในการขับเคลื่อนกฎหมายดังกล่าวในสมัย สนช. แต่ก็ไม่เปึนผล สุดท้ายก็เลยมีเฉพาะห้ามเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ นั่นเปึนความสําเร็จภายในประเทศ ที่ประเทศไทยควรจะมีความภาคภูมิใจและจะต้องชิงความเปึนผู้นําในการเสนอ ไม่ว่า จะเปึนกรอบความตกลง ไม่ว่าจะเปึนกรอบในเรื่องขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ว่า จะเปึนแผนจัดตั้งประชาคม ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม แล้วก็ด้านการเมืองและความ มั่นคง แต่ปรากฏว่ามันมีความขาด หรือบกพร่อง หรือหายไป ผมไม่ทราบว่าท่านลืม หรือ ท่านไม่รู้ หรือท่านนึกไม่ถึง หรือท่านไม่สนใจ ผมไม่ทราบได้นะครับ สําหรับกรณีรัฐบาล ชุดนี้นะครับ แม้ว่าท่านไม่ได้รับผิดชอบในการเตรียมเอกสารฉบับนี้มาตั้งแต่แรก แต่ผมว่า ท่านหนีความรับผิดชอบขณะนี้ไปไม่พ้น เพราะฉะนั้นผมหวังว่าท่านจะดําเนินการใด ๆ ก็ตามที่จะทําให้กรอบเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนนั้นมีเรื่องของคนพิการให้ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น แม้ว่าผมจะต้องถูกมัดมือไพล่หลังให้รับรองในกรอบทั้งหมดในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ผมก็จะให้ การรับรองด้วยความขมขื่นและเจ็บปวดที่สุด ผมไม่เชื่อว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้ ผมไม่เชื่อว่า บรรดาสมาชิก ส.ส. ส.ว. แล้วก็ฝ์ายบริหารของเรายังมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องคนพิการที่ ล้าหลังแล้วเปึนแบบเวทนานิยม แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบคําถามทางทีวีเมื่อวาน เรื่องคนพิการเฉพาะเรื่องเบี้ยยังชีพ ไม่เปึนไรครับ ผมยังให้โอกาสท่านนะครับ เพราะเรื่อง ของคนพิการไม่ได้มีแค่เรื่องเบี้ยยังชีพนะครับ ไปไกลกว่านั้น ท่านทราบดีครับ เพราะท่าน มีประสบการณ์ตรงครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยควรจะต้องถือโอกาสในการประชุม สุดยอดในครั้งนี้แสดงว่า เรามีความเปึนผู้นําในเรื่องเหล่านี้ ท่านอย่าคิดนะครับว่า เรื่องคนพิการนั้นเปึนเรื่องของคนกลุ่มน้อย มีคนมาลงทะเบียนเปึนคนพิการเพียง ๘ แสนคน แต่นั่นมันเปึนเพราะว่าบริบทสังคมเวทนานิยมแบบไทย ๆ เราต่างหาก ถ้าเราลองมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองอย่างเต็มที่ สังคมเป่ดกว้างให้โอกาส เชื่อได้ ว่าประเทศไทยจะมีคนพิการตามการประมาณการขององค์การอนามัยโลกนะครับ ขณะประเทศไทยน่าจะมีคนพิการประมาณ ๖ ล้านคนเศษ ซึ่งผมเรียนบรรดานักการเมือง พรรคการเมืองทั้งหลายว่า เพียงพอที่จะเปึนฐานเสียงทางการเมืองของท่านได้อย่าง แน่นอน ท่านอย่ามองข้ามเรื่องนี้นะครับ และยิ่งประเทศเจริญก้าวหน้าเท่าไร เปึนอุตสาหกรรมมากขึ้นเท่าไร การสาธารณสุขเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไรก็ตาม ท่านประธานครับ ยิ่งจะมีคนพิการมากขึ้น ท่านเชื่อไหมครับว่าเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว สมัยที่ อดีตประธานาธิบดีคลินตันหาเสียง ประเทศสหรัฐอเมริกามีคนพิการที่ออกมาแสดงตนว่า เปึนคนพิการถึง ๕๔ ล้านคน นั่นแสดงว่าประเทศยิ่งเจริญ ความพิการไม่ได้ลดลงครับ เพราะว่าความพิการนั้นมันอยู่ควบคู่กับสังคมที่เป่ดกว้าง ความพิการมันอยู่กับสังคม ที่เคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ครับ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดว่ามีคนพิการมา จดทะเบียนแค่ ๘ แสนกว่าคนนี่ต้องแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาของเรานั้นยังล่าช้า อันนี้ผมก็ฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วก็ขอให้ท่านได้อาศัยโอกาสและจังหวะที่ประเทศไทยเปึน แกนนําในการยกร่างและเจรจาอนุสัญญา ในการนําเสนอบริบทด้านคนพิการเข้าไปใน กรอบนี้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามีความจําเปึนจะต้องพูดถึงนะครับ แม้ว่าอาจจะ ยังดูห่างไกลสักนิดหนึ่งสําหรับหลายท่าน ในแผนด้านเศรษฐกิจ ท่านพูดถึงเรื่องไอซีที (ICT) และท่านพูดถึงเรื่องการอบรม ท่านพูดถึงเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ท่านพูดแต่มิติของการอบรมไอซีที แต่ท่านไม่พูดถึงเรื่องของการพัฒนาไอซีที โดยเฉพาะ การพัฒนาไอซีทีตามหลักการการออกแบบที่เปึนสากล หรือ ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal design) ซึ่งประเทศไทยเปึนผู้นําทางความคิดเหล่านี้ ในอาเซียนไม่มีใครเกิน เราในเรื่องนี้ เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการและผู้สูงอายุในอาเซียน ผมกล้ารับประกันว่าเมืองไทยก้าวหน้าที่สุดนะครับ แต่ว่ากลับไม่ได้รับการนําเสนอเข้าไป ในกรอบใด ๆ เลย เท่าที่ปรากฏ ผมฝากไว้ด้วยนะครับ เปึนข้อสังเกตว่าถ้าท่านยังสามารถเจรจาเพิ่มได้ ท่านควรจะต้อง นําสิ่งเหล่านี้เข้าไปในกรอบการเจรจา หรือเพิ่มเข้าไปในร่างแผนจัดตั้งประชาคม ถ้ายัง เปึนไปได้ ถ้าเปึนไปไม่ได้ขอให้ทําเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติมเข้าไปก็ยังดี หรือพูดในเวที ให้คนอื่นได้รับรู้รับทราบว่าประเทศไทยให้ความสนใจ ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ แม้ว่าท่าน เข้ามาเรียนงานใหม่ก็ตาม ผมว่าท่านน่าจะอาศัยโอกาสนี้
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนก็คือ เรื่องของคมนาคม เพราะว่าผมรู้สึก ประเทศไทยเรานี้มันน่าน้อยใจเหลือเกินนะครับ เราอ้างว่าเรามีสนามบินที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาค แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าสนามบินที่สร้างเสร็จก่อนเรา เช่น ที่สิงคโปร์และ ที่กัวลาลัมเปอร์ มีสภาพแวดล้อมที่เปึนมิตร ที่เอื้อต่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ของคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก คนที่อ่อนแอ ตลอดจนคนพิการ สนามบิน สุวรรณภูมิตอนจะสร้างนี่พวกเราคนพิการก็พยายามเข้าไปเกี่ยวข้อง ดังเช่นโครงการ ขนาดใหญ่หลาย ๆ โครงการที่เราพยายามจะเสนอแนะ แต่ในขณะนั้นผู้มีอํานาจก็บอกว่า เขารู้ดีเรื่องนี้ฝรั่งเปึนคนออกแบบ เมื่อสร้างใกล้จะเสร็จเราเข้าไปดูก็บอกว่าฝรั่งออกแบบ ไม่ดีมันจึงเปึนเช่นนี้ ไม่เปึนไรเราจะใช้คนแบก คนหาม คนถูลู่ถูกังเอา เรามีพนักงานเยอะ ผมก็บอกท่านไปว่าวิธีการของท่านมันเหมาะสมเมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้ว มันไม่เข้ากับยุค เข้ากับ สมัยอีกต่อไป และมันเปึนการเลือกปฏิบัติ ขัดหลักสิทธิมนุษยชนโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ถ้าท่านคิดจะเปึนเสือในเรื่องของการคมนาคมนะครับ ขอให้ไปทําความสะอาดสนามบิน สุวรรณภูมิให้เรียบร้อยเสียก่อน ทําอย่างไรให้มันเปึนมิตร ทําอย่างไรให้คนทุกคนสามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ร่วมกัน ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม ไม่สร้างความ เดือดร้อน ไม่สร้างอุปสรรคต่อบุคคล ไม่ว่าเขาจะมีเงื่อนไขทางกายภาพใด ๆ ก็ตาม เพราะมันจะส่งผลไปถึงเรื่องอื่นอีกทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของคมนาคม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าคิดจะเปึนศูนย์กลาง แล้วต้องเปึนศูนย์กลางที่ดีครับ กระผมขอเรียนว่าการยอมรับในเรื่องคนพิการและความ พิการนั้นอาจจะเปึนเรื่องใหม่สําหรับสังคมไทย หลายท่านอาจจะรู้สึกอึดอัด ขัดข้อง ขัดใจ บางครั้งจะมาพูดกับผมก็รู้สึกกระมิดกระเมี้ยน พยายามบอกว่าไม่อยากจะเรียกผมว่า เปึนคนพิการ ขอบอกตรง ๆ ว่าเรียกไปเถอะครับ ผมยอมรับตัวตนที่แท้จริง ผมไม่เคยรู้สึก ว่ามันเปึนเรื่องน่าอับอายขายหน้าที่ไหน และผมคิดว่าพี่น้องคนพิการของเราทั่วประเทศ จํานวน ๖ ล้านคน ไม่ได้คิดว่ามันเปึนเรื่องน่าอับอายตรงไหน แต่เรามีความรู้สึกน้อยใจ นอกจากท่านจะยอมรับความพิการของเราไม่ได้ ท่านยังยอมรับการมีอยู่ของเราไม่ได้ ท่านยอมรับการมีส่วนร่วมของเราไม่ได้ ท่านยอมรับการเข้าไปได้รับประโยชน์ในฐานะ พลเมืองชั้นหนึ่ง การมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของเราไม่ได้เช่นกัน ผมก็ ไม่เข้าใจเหมือนกันนะครับว่าเราจะต้องรอให้ท่าน ส.ส. ส.ว. หรือคณะรัฐมนตรีอายุมาก จนกระทั่งกลายเปึนคนพิการทั้งหมดจึงจะเริ่มยอมรับ หรือก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะว่า ท่านทั้งหลายยังอยู่ในวงจร ยังอยู่ในสังสารวัฏของเวทนานิยม ท่านอาจจะยอมจํานนแล้ว ก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรมก็ได้ แต่ผมไม่ขอยอมจํานนเหมือนท่าน และคนพิการอีก เปึนแสนเปึนล้านคนเราก็ไม่ยอมจํานนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอเรียกร้องว่า รัฐบาลใหม่กําลังจะทําสิ่งใหม่ ๆ กําลังจะเปึนผู้นําอาเซียน ซึ่งประเทศในอาเซียนขณะนี้ มีเพียง ๒ ประเทศที่ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ มีแต่ไทยกับฟ่ลิปป่นส์ เราควรจะถือโอกาสนี้เปึนผู้นําการเปลี่ยนแปลง นําเสนอสิ่งดี ๆ ที่จะเปึนประโยชน์ต่อ อาเซียนโดยรวม เปึนผู้นําในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทุกคน เปึนผู้นําในหลักการ การออกแบบที่เปึนสากล เปึนผู้นําในการสร้างงาน สร้างอาชีพที่ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่า คนคนนั้นจะเปึนชนกลุ่มน้อยกลุ่มใด ไม่ว่าจะเปึนสตรี เปึนผู้สูงอายุ หรือเปึนคนพิการ ก็ตาม ผมอยากจะขอความเชื่อมั่นจากทางรัฐบาลชุดนี้นะครับ และถ้าเปึนไปได้ถ้าผมทราบว่าการรับรองให้ความเห็นชอบในกรอบเจรจาต่าง ๆ หรือใน สิ่งที่เจรจาไปแล้วเปึนสิ่งที่ถูกต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ผมเองก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุน นะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติอันเปึนที่รักยิ่งของเราต่อไป ท้ายนี้ผมก็ขอให้ท่านทั้งหลายได้กรุณาลองหลับตาดูสักนิดหนึ่งครับ เมื่อท่านหลับตาแล้ว ท่านจะเห็นได้ว่าเสรีภาพและความเสมอภาคมีอยู่จริง และสันติภาพก็จะเปึนผู้ได้รับ ชัยชนะอย่างถาวร ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ อภิปรายถัดจากท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายในประเด็นของสิทธิ มนุษยชนของผู้พิการ ซึ่งโดยแท้ที่จริงแล้วผมควรจะท้วงท่านประธาน เพราะว่าถ้าดู ตามลําดับแล้วน่าจะเปึนโอกาสของผม แต่ผมเห็นท่านมณเฑียร ต้องขออภัยเอ่ยนามท่าน นะครับ ได้ลุกขึ้นอภิปราย ผมกลับดีใจครับที่ได้อภิปรายหลังท่าน ท่านประธานที่เคารพ ครับ ในสิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ในเรื่องของหนังสือสัญญา ข้อตกลงเพื่อมาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น กระผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า เราได้ แบ่งเปึนกลุ่มเปึนหมวดก็จริงอยู่ แต่ว่าในคําอภิปรายของผมอาจจะมีก้าวล่วง แต่จะไม่ลง ลึกในประเด็นรายละเอียด จะพาดพิงเรื่องหัวข้อ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดผมกราบเรียน ท่านประธานครับ เท่าที่ผมได้ตรวจสอบเรื่องด่วนที่ ๒ ๓ ๔ ของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่ง ฯพณฯ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้รักษาการและชี้แจงแทน มีอยู่ ๓ กรอบใหญ่ ๑๑ เรื่อง ๑๑ กรอบเล็ก ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจง โดยแบ่งเนื้อหาสาระเปึนเรื่องของภายในสมาคมอาเซียนของเราในเรื่องด่วนที่ ๕ ๖ ๗ ๑๒ ๑๓ และ ๑๔ แล้วก็เปึนเรื่องของอาเซียนบวกกับคู่เจรจาที่อยู่นอกกลุ่มสมาคม อาเซียน คืออาเซียน + ๓ อีกในเรื่องที่ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ผมจะไม่ลงรายละเอียดในเนื้อหา สาระทั้งหมด แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าในการอภิปรายของผมครั้งนี้ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อาจจะมี ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเข้าใจผิดในการทําหน้าที่ของสมาชิก ไม่ว่าจะเปึนฝ์าย นิติบัญญัติหรือฝ์ายบริหาร โดยเฉพาะผู้ที่ทําหน้าที่เปึนสมาชิกเสียงข้างน้อยในสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ที่เปึนผู้แทนของราษฎร ผมมีความเชื่อมั่นนะครับว่าทุกหัวใจ ในอณู ในสายเลือดเขา เขาต้องการทําประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ บ้านเมือง ในทิศทาง ในจังหวะและโอกาสที่ดีที่สุด ไม่แตกต่างครับ ขณะที่ซีกโน้นเปึนฝ์าย เสียงข้างน้อยก็พยายามทําหน้าที่ของฝ์ายตรวจสอบให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วแต่มุมมองว่าวิธีการนั้นจะเปึนอย่างไร ผมเองกราบเรียนท่านประธานครับในการที่จะ ทําหน้าที่ของผมในวันนี้ บนพื้นฐานของประโยชน์สุข ประโยชน์โดยรวมของพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ผมไม่เคย คิดขัดขวาง ไม่เคยคิดจะปฏิเสธ เต็มใจครับ ยินดีอย่างยิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบ การเจรจาหรือข้อตกลงต่าง ๆ เข้ามาถึงแม้จะ ๒๐ เรื่อง รวมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็เปึน ๓๐–๔๐ เรื่อง ภายใต้เวลาที่จํากัด ภายใต้โอกาสที่ไม่มีมากนัก เราก็พยายามทําหน้าที่ให้ ดีที่สุด เพราะฉะนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ไม่เคยคิดขัดขวางพร้อมจะสนับสนุน ครับ แต่การสนับสนุนนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อห่วงใยที่เปึนประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมจะอภิปรายก็คือข้อห่วงใยกับพี่น้องประชาชน ไม่ได้คิดจะเปึนลักษณะของการเล่นเกมทางการเมือง ไม่คิดที่จะเอาชนะคะคาน เพราะรู้ ครับว่าประเทศชาติบ้านเมืองเราเสียหายมากขนาดไหน เราเสียโอกาสมา ๒ ป้ ๘ เดือน ที่ผ่านมาเรายิ่งเพิ่มโอกาสและการเสียโอกาสให้กับประเทศชาติมากขึ้น หลายท่านพูดใน ที่นี้ครับ ทุกสิ่งมันมีโอกาสเท่ากัน มันมีความเปึนไปได้เท่ากัน แต่สิ่งที่เปึนไปไม่เท่ากันก็คือ โอกาส ประเทศไทยเปึนประธานอาเซียน หนึ่งในสิบของสมาคมอาเซียน เปึนประเทศที่ เสียโอกาสมากที่สุดในอาเซียน ในการที่จะทําข้อตกลง ข้อเจรจาต่าง ๆ ไม่ว่าจะในสมาคม อาเซียนเอง หรืออาเซียนกับประเทศอื่น ๆที่อยู่นอกกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะครั้งนี้ ทําอาเซียน + ๓ จีน อินเดีย เกาหลี ท่านประธานครับ ข้อห่วงใยเหล่านี้เองครับ ผมก็ อยากจะท้วงติง มีข้อเสนอให้กับสภาแห่งนี้ ที่เราเรียกเต็มปากว่าเปึนรัฐสภาครับ เพราะ เราประกอบด้วยท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราต้อง ทําหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๙๐ เขียนไว้ชัดครับ ให้สมาชิกรัฐสภาครับ ให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นบนพื้นฐานของผู้แทนปวงชน ส่วนใหญ่ตรงนี้ ข้อห่วงใยเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมกราบเรียนด้วยความ ปรารถนาดีอย่างยิ่งในข้อท้วงติง ท่านประธานครับสิ่งที่เราต้องคุยกัน เราต้องดูกันให้ชัด นะครับว่าระหว่างผลประโยชน์ของประเทศชาติกับผลเสียที่จะเกิดขึ้นนี่ ในระยะเวลา ๑ เดือนจากนี้ อันไหนมาก อันไหนน้อย สําหรับกรอบ ๒๐ กรอบที่ท่านส่งเข้ามา ต้องดู ครับ ต้องดูลงไปในรายละเอียด ผมดีใจครับที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านนะครับ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน เพราะมีแนวคิดคล้ายกันเลย ตั้งประเด็นคําถามต่าง ๆ นานา ซึ่งเหมือนกับผมจะตั้งเหมือนกันแต่ผมจะไม่พูดลงไปในรายละเอียด แต่ผมจะยก เปึนเหตุผลที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยความห่วงใยตรงนี้แหละครับ ที่ผม ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเราช้าอีกสัก ๑๕ วัน ๒๐ วัน ไม่ได้หรือครับ ทันไหมครับ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ทันครับ ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภา ด้วยความเคารพนะครับว่าเราร่วมกันเถอะครับ ร่วมกันมาจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วม ของรัฐสภา หรือฝ์ายรัฐบาลเข้ามาร่วม บุคคลภายนอกเข้ามาร่วม เพื่อเข้าไปดูใน รายละเอียดเพื่อตอบคําถามต่าง ๆ นานาที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งคําถามกับ รัฐบาลไป ผมเชื่อว่ารัฐบาลตอบได้ไม่หมดครับ คําถามที่น่าตอบ ผมยกคําอภิปรายของ ท่านสมาชิกวุฒิสภามากราบเรียนท่านประธาน ๒๐ กรอบ ๒๐ เรื่องที่ส่งมาตรงนี้ เรื่องไหนครับที่เปึนกรอบเจรจา เปึนกรอบเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้อนุมัติ แล้วท่านนําไปเจรจา เปึนร่างข้อตกลง ตรงนี้ไม่เท่าไรครับ แต่อันไหนล่ะครับที่เปึนร่างข้อตกลงที่เสร็จเรียบร้อย แล้ว มาขอให้เราอนุมัติให้ความเห็นชอบท่าน แล้วท่านไปลงนามที่เรียกว่าสัตยาบัน ที่มีผลแสดงเจตนาให้มีการผูกพันกับประเทศชาติบ้านเมืองถึงขั้นตอนการปฏิบัติ อันไหน ล่ะครับ ตอบยาก มีหนังสือมากมายครับท่านประธานครับ ถ้าจะให้ผมตอบด้วยตัวเองผม ต้องนั่งอ่านประมาณ ๗ วันครับ ผมถึงจะรู้ ถึงจะไล่เรียงออกมาได้ว่าอันนี้คือข้อตกลงที่จะ มีผลเปึนเรื่องของสัตยาบันแสดงเจตนาเพื่อจะให้มีผลผูกพัน อันนี้คือกรอบ ท่านประธาน ครับ ในเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ขณะนี้เรากําลังปฏิบัติตามวรรคสามครับ วรรคสามนี่รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบหลังจากที่ท่านได้นํากรอบเหล่านั้นไปรับฟังความ คิดเห็น ให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงข้อมูล แล้วทํากรอบมาเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ถ้าเปึนตามวรรคสามนั้นจะเปึนเฉพาะกรอบการเจรจาผมไม่ห่วงครับท่านประธาน ผมไม่ ห่วงครับ เพราะอะไรครับ เพราะอาศัยวรรคสองเขียนล็อกเอาไว้ให้ไปปฏิบัติตามวรรคสี่ วรรคสี่นี่หลังจากที่ท่านลงนามแล้วจะให้สัตยาบันก่อนที่ท่านจะลงนาม ก่อนจะให้ สัตยาบันเพื่อให้มีผลผูกพัน ต้องกลับมาให้พวกเราช่วยอนุมัติอีกรอบหนึ่ง ถ้าทําตาม มาตรา ๑๙๐ เปึนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเปึนกรอบการเจรจาทั่วไปเพื่อเปึนร่างข้อตกลง ที่ท่านจะไปลงนามเปึนร่างข้อตกลงนี่ ทําไมต้องลงนามร่างข้อตกลงท่านประธานครับ เพื่อผลทางการเมือง เพื่อผลเปึนข้อรับรอง ข้อตกลงร่วมกัน ก่อนที่จะนํากลับไปสู่แต่ละ ประเทศ ไปปฏิบัติตามกฎหมายแต่ละประเทศว่าต้องทําอะไร ของเรามี มาตรา ๑๙๐ รองรับว่าคุณต้องกลับเข้ามา มาให้สภารับรองหลังจากที่คุณให้ ข้อมูลพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนได้ถึงข้อมูลได้มาให้เรารับรองอีกครั้งหนึ่ง ๒ ขั้นตอน อันนั้นผมไม่ห่วงครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามีความจําเปึน ครับที่ผมจะต้องอ้างเปึนเหตุผลที่จะขอให้ตั้งกรรมาธิการเข้าไปช่วยดูหน่อยสิครับว่าอะไร คือกรอบ รัฐบาลไม่ตอบ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะกรรมาธิการ วิสามัญร่วมกันของรัฐสภาแห่งนี้เข้าไปดูครับ และทํารายละเอียดให้เห็นเลย พวกเราง่าย ครับ และผมก็ฝากประเด็นนี้เปึนวิธีการทําเอกสารให้กับพวกเราด้วยในโอกาสต่อไป นอกจากจะมีวิสามัญร่วมกันของรัฐสภาเข้าไปดูแลเปึนประจําแล้วนี่ เวลาท่านทําเอกสาร นี่อย่าคิดว่าพวกผมฉลาดมากจนกระทั่งมองปุ็บเดียวก็ออก มันไม่ใช่ท่านประธานครับ ช่วยทําสรุปหน่อยครับว่าอันนี้คือกรอบเจรจา อันนี้คือข้อตกลงที่จะลงสัตยาบัน นี่คือ ผลบวก นี่คือผลลบ ทํามาสิครับไม่เห็นยากเลยครับ เอกสารที่เปึนตั้ง ๆ ถามสิครับว่า ใครอ่านครับ เทวดาก็อ่านไม่ทันท่านประธาน มันมากมาย ผมเสียดายครับเอกสารเหล่านี้ เปึนเอกสารอ้างอิงที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายของสภาทําเองที่เปึนรูปเล่มลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานครับ เปึนฝ์ายสภาทําเอง ฝ์ายประชุม ฝ์ายวิชาการเขาทํามาให้ มีข้อมูล ดีมาก ฝ์ายของกระทรวง ฝ์ายของ ครม. ทํามาก็ดีมากครับ แต่ไม่มีโอกาสได้ดูทั้งหมด เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลอันหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าต้องตั้งกรรมาธิการ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการตั้งกรรมาธิการนี่จะทํา ให้ประเทศชาติเสียหายไหม ผมมั่นใจครับภายใต้กรอบเวลาที่เรามีอย่างจํากัดไม่ได้ ขัดขวางนะครับ จะมีการประชุมวันที่ ๒๘ จะเปึนการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเรื่องไหน ล่ะครับที่จะเข้าไปนําเปึนการลงนามในวันที่ ๒๘ ในการประชุมครั้งที่ ๑๔ ของสุดยอดผู้นํา อาเซียนครั้งนี้ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ทั้ง ๒๐ เรื่องครับ หรือเปึนทั้งหมดหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ เพราะฉะนั้นก็เปึนคําถามเหมือนกันครับว่า ท่านต้องตอบพวกผมครับว่ามีเรื่องไหนที่เข้า วันที่ ๒๘ ในการประชุมที่หัวหินในครั้งที่ ๑๔ นี่ ที่จําเปึนเร่งด่วนเข้าวันที่ ๒๘ กรรมาธิการ สามารถพิจารณาให้ท่านได้ ท่านก็กลับเข้ามาสู่สภาได้เร็วขึ้น เรื่องไหนที่จะไปลงนามวันที่ ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งผมฟังจากท่านนายกรัฐมนตรีพูดนี่ จะมีอีกรอบหนึ่งคือ ช่วงเมษายน ๒๕๕๒ เปึนเรื่องไหนครับ เราก็สามารถดูแลให้ท่านได้ นั่นคือเหตุผลอีก ประการหนึ่งที่จะมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่จะเปึนประโยชน์ที่ผมบอกว่าเมื่อตั้งแล้วจะเปึนประโยชน์มีอีกเรื่องหนึ่งครับ คือสิ่งที่ เปึนข้อทักท้วงของบรรดาเพื่อนสมาชิก ท่านผู้อาวุโสทั้ง ส.ว. ส.ส. ในที่นี้ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ข้อทักท้วงข้อห่วงใยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนข้อทักท้วงข้อห่วงใยเรื่องกระบวนการที่ ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๐ มีหลายท่านทักท้วงไว้ ผมเสนอท่านประธานครับ ท่านสงวนพูด ชัดเจนว่าไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญใช้วรรคหก อาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๔ วรรคหนึ่ง ใช้สิทธิของสมาชิกในการตรวจสอบยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ยิ่งช้าไปอีกครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ไม่เสียหายหรอกครับที่ท่านจะไปดูแล้วช่วยไปทํากรอบให้เราเห็นด้วยว่า ผลบวก ผลลบ แต่ละเรื่องเปึนอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นเนื้อหาสาระว่าความจําเปึนที่รัฐบาล ชุดนี้ต้องอาศัยรัฐสภาเปึนเกราะกําบังอันยิ่งใหญ่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนี่ ๑๕ วัน ไม่เสียหายจะเปึนประโยชน์ในเรื่องที่ ๓ เพราะรัฐสภาแห่งนี้แหละครับที่จะเปึนตัวบอกว่า ให้พี่น้องสมาคมอาเซียนทั้ง ๙ เชื่อมั่นเรา อาเซียน+๓ เชื่อมั่นเรา เพราะด้วยสภาพความ เปึนรัฐบาลผมเชื่อว่าเขาไม่มีความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเปึนตัวท่านนายกรัฐมนตรีที่หลายท่าน บอกว่ามาด้วยความไม่ชอบธรรม ไม่ว่าจะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ปฏิบัติ หรือบุคคลอื่น ๆ แม้กระทั่งสิ่งที่เขากริ่งเกรงที่สุดครับ เขากริ่งเกรงในเรื่องของ การเมืองการปกครองของเรา ผมเห็นด้วยนะครับที่จะทําประชาคมอาเซียนว่าด้วยการ พัฒนาเรื่องการเมือง ในกรอบของกระทรวงการต่างประเทศที่ทํามาตรงนั้น ท่านประธานครับ ประเทศอื่น เมืองอื่นเขามองว่าบ้านเมืองเราไม่ได้ปกครองระบอบ ประชาธิปไตยระบบรัฐสภานะครับ ในเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ ในเจตนารมณ์ของ พวกเราทุกคนในบ้านในเมืองนี้บอกว่าเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ระบบการปกครองเปึนรูปแบบของการปกครอง เปึนรูปแบบของการปกครอง ระบอบเปึน หลักการของการปกครอง แต่สิ่งที่เราเปึนอยู่ขณะนี้หลายท่านบอกต่างประเทศมองว่า เราเปึนรัฐทหาร สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่สิ่งหนึ่งที่ ผมไม่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเลยก็คือว่า ความเปึนเมืองปกครองระบอบ ประชาธิปไตยของเรามันถูกแทนด้วยคําว่า ระบอบเผด็จการ ระบบรัฐสภา สิ่งเหล่านี้คือ เปึนสิ่งที่เขาไม่เชื่อมั่น เพราะฉะนั้นท่านต้องอาศัยรัฐสภาของเราเปึนผู้สร้างความเชื่อมั่น ให้กับกลุ่มมิตรประเทศต่าง ๆ ที่จะมาเจรจาเปึนคู่ค้ากับเรา ท่านประธานครับ ผมขอเวลา อีกนิดเดียวที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องที่เหตุผลและความจําเปึนที่จะต้องตั้ง กรรมาธิการ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ในเนื้อหาสาระที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ในกรอบการเจรจาระหว่างอาเซียน + ๓ ก็คือ อาเซียนกับเกาหลี ประเทศอื่น ๆ เขาทําไปหมดแล้วเหลือแต่เราครับ ในกรอบนี้ไทยต้องไป เซ็นสัญญากับประเทศเกาหลีหลายเรื่องครับ โดยเฉพาะภาคบริการ แต่เรื่องหนึ่งที่น่าเปึน ห่วงครับ คือคนที่เขาจับตามองทางด้านเอฟทีเอ เขามองว่าไทยที่จะไปเจรจากับเกาหลี โดยเฉพาะด้านบริการมีเรื่องที่น่าเปึนห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง เปึนสิ่งที่หลายท่านอาจจะคิดไม่ถึง ในกรอบเจรจาก็อาจจะไม่ได้บอก ในเรื่องที่ ๓ ครับ ในหมวดบริการที่ให้บริษัทเกาหลี มาทําธุรกิจบริการในประเทศไทยได้ ท่านประธานครับ ในข้อเจรจานั้นผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ เราให้สิทธิพิเศษเขาในการที่จะถือหุ้นมากกว่ากฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ของบ้านเราที่ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ ๔๙ หรือ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ อันนี้ตัวอย่างง่าย ๆ ครับที่เขียนเอาไว้โดยไม่มีความรอบคอบ เป่ดกว้าง ครับ การศึกษา สิทธิตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เขาจะมาทํากับเราในเรื่องการบริการ ผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานนี่เปึนตัวอย่างนะครับ จําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานว่า มีเหตุผลอย่างยิ่งที่ต้องตั้งกรรมาธิการ ท่านประธานครับ การตั้งกรรมาธิการตรงนี้ไม่ได้ เกิดขึ้นเฉพาะครั้งนี้ที่ผมนี่ครับเปึนฝ์ายค้าน เปึนเสียงข้างน้อยเรียกร้อง ผมเชื่อว่าท่าน สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านก็เห็นด้วย ไม่ได้แกล้งรัฐบาลครับ ใช้เวลาสั้นที่สุดทํางานให้ได้ ดีที่สุด กรองครับ ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อเลยครับ ๒๐ เรื่องที่ส่งเข้ามานี่จริง ๆ แล้วผม ชอบใจที่ท่าน ส.ว. ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่าน ส.ว. รสนา ท่านได้ยกประเด็นขึ้นมา อาจจะมีเรื่องปนเข้าไปโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือมีบางเรื่องที่ไม่จําเปึนต้องส่งมานะครับ อย่างของกระทรวงการต่างประเทศ ผมตรวจสอบรายละเอียด ๑๑ เรื่องในรายละเอียด ย่อยนะครับ มี ๙ เรื่องที่ไม่จําเปึนต้องส่งมาเลย เพราะมีกรอบการเจรจาทําไว้หมดแล้ว จําเปึนจริง ๆ ๒ เรื่องเท่านั้นเองครับ ก็ฝากกรรมาธิการไปช่วยดูว่าต่อไปนี่จะใช้พวกเรา ทํางานนี่ให้มันมีคุณภาพ ก็ขอให้ส่งสิ่งที่มันเปึนคุณภาพเข้ามา อย่าได้ส่งขยะเข้ามาครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเองขอสรุปในตรงนี้ท่านประธานครับว่า การทําหน้าที่ของ พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนด้วยความเคารพครับ เพื่อประโยชน์สุขของ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการอาจจะใช้เวลา ๑๕ วัน หรือไม่เกิน ๒๐ วันในการพิจารณากลั่นกรองเรื่องทั้งหมดแล้วเอากลับมาให้เราดูอีก ครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าพวกเราให้การสนับสนุนแล้วก็รับรองกรอบการเจรจาของสมาคม อาเซียนและอาเซียน + ๓ ได้อย่างแน่นอนและทันเวลาครับ ก็ไม่เสียโอกาสแล้วรัฐบาล จะได้ประโยชน์ด้วย เพื่อสร้างประเทศของเราให้เปึนที่ยอมรับของนานาประเทศ ภาพมัน ต่ําสุดแล้วท่านประธานครับ ต้องดึงขึ้นมาครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิก
๘ นาทีครับ
๘ นาทีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตไม่ใช้เวลานานจะพูดถึงเรื่องของกรอบการเจรจา ยกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ท่านประธานคะที่จริง เรื่องของกลไกอันนี้คือองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของอาเซียนนี้ได้พูดกันนานมาแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ แล้วก็เห็นพ้องตรงกัน ว่า ควรจะให้มีการพิจารณาจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิในอาเซียน แต่ตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๖ เปึนต้นมาก็ยังไม่ได้มีกลไกดังกล่าวเลย จนกระทั่งได้มีการลงนามในกฎบัตร อาเซียนเมื่อปลายป้ ๒๕๕๐ ซึ่งกําหนดให้จัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน แต่ว่าก็ยัง ไม่เปึนผล ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะเหตุที่ว่าประเทศสมาชิกยังให้สัตยาบันยังไม่ครบ ๑๐ ประเทศด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็หวังว่าอีกไม่ช้าไม่นานเราจะสามารถมีกลไกนี้ขึ้นมาได้ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ได้ไหมคะ คือเนื่องจากกลไกการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนอันนี้เปึนเรื่องใหญ่ และเปึนเรื่องที่หลายคนนั้นมักจะติงว่าเปึนเรื่องความคิด ของตะวันตกบ้าง ของในทวีปนี้นะคะ เราดูแลกันดีอยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วการดูแลเรื่องของ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้นกลายไปเปึนภาระขององค์การสหประชาชาติ หรือเปึน กลไกระดับโลก ระดับสากลที่ต้องคอยเฝัาดูแล โดยการที่สร้างจะเปึนเรียกว่า อนุสัญญา ก็ดี หรือปฏิญญาก็ดี แล้วก็ประเทศภาคีทั้งหลายนั้นก็ได้ไปลงนาม แล้วก็ได้กลับมาดูแล ในประเทศ แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามในภูมิภาคอาเซียนนี้ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกัน และการรวมตัวกันเปึนประชาคมที่จริงเกิดขึ้นมาแล้วกว่า ๓๐ ป้ แต่ปัจจุบันนี้ก็กําลังที่จะ ก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ความสําคัญของการที่จะต้องมีกลไกนี้อยู่มีแน่นอน ท่านประธาน คะวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาเซียนนั้นรวมตัวเพื่อที่จะดําเนินการในเรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็ การเชื่อมโยงของประเทศทั้งหมดทั่วโลก มันก็เปึนการเชื่อมโยงอย่างชนิดที่เกือบจะ ไร้พรมแดน การเลื่อนไหลของทุน การเลื่อนไหลของแรงงาน และก็อีกมากมายเปึนไปได้ อย่างรวดเร็ว ท่านประธานคะ ภาวะตรงนี้เรื่องของความวิกฤติในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเปึน ผลกระทบทั่วไปทั้งโลก ยิ่งจะกลายไปเปึนปัจจัยที่ผลักดันให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน จากประเทศหนึ่งไปสู่ประเทศหนึ่ง แล้วไปอีกหลาย ๆ ประเทศ เฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เองก็มีการเคลื่อนย้ายกันอยู่ไม่น้อยเลย แล้วก็ไกลออกไปกว่าอาเซียนก็มี การเคลื่อนย้าย แรงงานตรงนี้มีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และการเคลื่อนย้ายแรงงานที่ผิด กฎหมายนั้นก็มีทั้งเรื่องของการที่พยายามลักลอบเข้ามาบ้าง แต่มาด้วยความสมัครใจ แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือว่าเปึนเรื่องของการค้ามนุษย์ แล้วก็นําเอาทั้งเด็ก ทั้งสตรี และรวมทั้ง สุภาพบุรุษก็ไม่แพ้กันก็ถูกจับผ่าด้วยการจะเรียกว่าถูกหลอกไปก็ได้หรืออะไรก็ได้ และนําไปสู่เรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานคงจะจําได้ เมื่อไม่นานป้ที่แล้วที่มีการขนคนใส่ตู้ใส่รถป่ดมาหมด เป่ดมาอีกทีหนึ่งตายกันไปหมดแล้ว อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นกลไกที่จะดูแลเรื่องของสิทธิมนุษยชนในอาเซียนนั้น จึงจําเปึนต้องมีแน่นอน ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะฝากไปยัง รัฐบาลว่ามีข้อเสนอแนะในเรื่องของการจัดตั้งกลไกที่จะคุ้มครองในสิทธิมนุษยชน ในอาเซียนก็ควรจะต้องคิดอย่างเหมาะสม คือควรจะมีกลไกทั้งที่เปึนกลไกด้านกฎหมาย แล้วก็กลไกที่เปึนด้านสถาบัน คําว่า เปึนกลไกทางด้านกฎหมาย นั้น ก็อยากจะให้นึกถึง อย่างนี้ค่ะว่า อาเซียนควรจะต้องมีหรือนึกถึงนะคะการมีตราสารสิทธิมนุษยชนที่จะมีพันธะทาง กฎหมาย และให้ประเทศสมาชิกนั้นได้ปฏิบัติตาม แล้วก็ควรจะเปึนตราสารที่ครอบคลุม สิทธิพื้นฐาน สิทธิของพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
ในส่วนที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไว้ นะคะก็คือเรื่องของกลไกทางด้านสถาบัน ซึ่งจริง ๆ แล้วถึงแม้วันนี้ยังไม่ได้คิดกันชัดเจน ในเมื่อรัฐบาลจะไปร่วมกันร่างกรอบนี่นะคะ ก็อยากให้คิดถึงด้วยว่ากลไกแบบไหน รูปแบบใดที่น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ที่จริงแล้วมี รูปแบบของกลไกหลากหลาย ไม่ว่าจะเปึนในยุโรป ไม่ว่าจะเปึนที่อเมริกา ไม่ว่าจะเปึนที่ แอฟริกา จริง ๆ หากเปึนไปได้ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ช่วยนําเอาข้อวิพากษ์วิจารณ์ บทเรียนต่าง ๆ ของการมีกลไกในรูปแบบต่าง ๆ มาศึกษาแล้วก็หาที่เหมาะสมที่สุด อันที่ จริงอาจจะเริ่มต้นไปจุดหนึ่งก่อนก็ได้ อาจจะเปึนรูปแบบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรืออาจจะเปึนรูปแบบของกึ่งตุลาการ หรือไม่ก็เปึนในลักษณะของตุลาการ อะไร ก็แล้วแต่นี่นะคะ ก็อยากที่จะให้ได้ไปศึกษาแล้วก็นํามาตั้งขึ้น
ในประการสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ฝาก ไปยังรัฐบาลก็คือว่า ไม่ว่ารูปแบบจะเปึนอย่างไรก็แล้วแต่ ดิฉันคิดว่าอาเซียนควรจะมี กลไกที่ทําหน้าที่ในเชิงรุกและในเชิงบวก คือแทนที่จะต้องไปไล่จับกันอยู่อุตลุดหมดนี่ นะคะ แล้วก็ลงโทษ แต่ควรจะต้องรุกไปในเชิงของการทําความเข้าใจในแนวคิดเรื่อง สิทธิมนุษยชน ที่ดิฉันคิดว่าวันนี้คนทั้งหลายที่อยู่ในอาเซียนเอง แม้แต่ในประเทศไทยดิฉัน ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไรนักว่าเข้าใจแนวคิดเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นหน้าที่ ตรงนี้อันแรกเลยดิฉันก็อยากจะขออนุญาตฝากเอาไว้นะคะว่า ให้ไปลุกขึ้นช่วยกันร่าง กรอบนะคะ กลไกอันนี้ที่เปึนองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน โดยมีรูปแบบที่ดีที่เหมาะสม แล้วก็มีเรื่องของตราสารเพื่อจะให้กลไกนี้สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรินทร์ เทียมจรัส ๒๐ นาทีนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ ก่อนอภิปรายกระผมขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการประชุมวันนี้ว่าสภาแห่งนี้จะต้อง รับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชนที่ฟังรายการอยู่ การแสดงภูมิปัญญาและ ความสามารถเราคงต้องเคารพประชาชน ต้องให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา
ข้อสังเกตข้อแรก กรณีที่มีการกล่าวอ้างในที่ประชุมแห่งนี้ว่าการป่ด สนามบินสุวรรณภูมิเปึนการก่อการร้ายนั้น ผมเห็นว่าการก่อการร้ายนั้นเปึนเรื่องที่จะต้อง ยึดอํานาจในการบริหารจัดการสนามบินได้ แต่การล้อมเฉย ๆ นั้นไม่น่าจะเปึนการ ก่อการร้าย ซึ่งข้อมูลเช่นนี้เมื่อออกไปแล้วมันมีผลและภาพเสียต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งถ้าจะพูดกัน ตรงนี้คงต้องพูดกันชัดเจนว่า วันนั้นใครเปึนคนสั่งไม่ให้มีการบิน ทั้ง ๆ ที่เครื่องบินหลาย เที่ยวบินสามารถที่จะบินออกไปได้
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ สมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธว่าไม่มีเวลา เพียงพอที่จะอ่านเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่จะต้องอภิปรายในวันนี้ เนื่องจากประชาชนได้ จ่ายภาษีอากรให้เราเปึนเงินเดือนและค่าตอบแทน ค่าประจําตําแหน่ง ถ้าจะให้สมาชิก แห่งนี้ทํางานได้เต็มที่ผมคิดว่าเปึนหน้าที่ของรัฐบาลคงจะต้องให้ข้อมูลข่าวสารโดยเนิ่น ๆ เพื่อสมาชิกแห่งสภานี้จะได้ทําการเตรียมการ
ข้อสังเกตข้อที่ ๓ การพูดถึงคุณสมบัติของท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีก็ดี ถ้าจะพูดผมคิดว่าพออภิปรายกันอย่างพอหอมปากหอมคอพอไหว แต่จะเอาเวทีแห่งนี้เปึนเรื่องการพูดตลกโปกฮา คงต้องใช้เวทีอื่น ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า
(นายประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ชัยภูมิ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่าน ประธานครับ ผมขอประท้วงครับ ท่านประธาน
ท่านวรินทร์ครับ มีผู้ประท้วง ประท้วง อะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย ท่านพูดว่าสภานี้ เปึนตลกโปกฮานั่น ผมอยากให้ถอนคําพูดนี้ สภานี้เปึนสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ ท่านอย่าพูด อย่างนี้ ทําให้พี่น้องประชาชนพวกท่านต้องพูดให้อยู่ในกรอบนะ จริง ๆ ท่านก็ไม่พูดอยู่ใน กรอบ แต่ท่านไปพาดพิงว่าพวกผมทําให้สภาเปึนสภาโจ๊กทํานองนั้นอยากให้ประธานสภา ให้เขาถอนคําพูดครับท่านประธาน สภานี้เปึนสภาที่ศักดิ์สิทธิ์ครับ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านมา จากการคัดสรรหรือว่ามาจากการเลือกตั้ง
ผมว่าไม่ใช่ สาระสําคัญนะครับ
เดี๋ยว ผมวินิจฉัยครับ ก็คงจะ ไม่รุนแรงกระมังครับ ก็ขอให้อยู่ในกรอบของอาเซียนก็แล้วกันนะครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ทําให้เสียหายนะท่านประธาน
ท่านครับ ท่านวินิจฉัยไปแล้วนะครับ
ท่านยังไม่ได้ วินิจฉัย แต่ท่านพูดทํานอง ผมให้ท่านวินิจฉัยออกมาอีกครั้งครับ ท่านพูดว่าขอ ๆ มันไม่ได้ นะท่านประธาน จะเปึนสภาโจ๊กได้อย่างไร ท่านดูถูกสภามาก ท่านอยู่ในนี้ก็บอกเปึน สภาโจ๊ก ท่านก็พูดในสิ่งที่ผมไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืด สภานี้ไม่ใช่สภาโจ๊ก นะครับ ไม่ใช่ตลก
ผมพูดตรงไหนว่า เปึนสภาโจ๊กล่ะครับ
เมื่อสักครู่ นะครับ
เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย นะครับ คือสภาโจ๊กไม่ได้พูดนะครับ ท่านวรินทร์ไม่ได้พูด แต่ว่าก็มีอยู่คํานิดเดียวนะครับ ที่โยงไปเรื่องต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากอาเซียนนี่นะครับ ผมอยากจะขอความกรุณาท่าน
ถ้าเห็นว่าตรงที่ ท่านประธานว่ามันโยงไปตรงนั้นผมถอนก็ได้ครับ
ครับ ขอถอนครับ
ถ้าคุณสมบัติของ รัฐมนตรี ถึงขนาดจะถอดถอนได้นี่กระบวนการก็ควรจะไปว่าในเรื่องการถอดถอน ไม่ใช่ ใช้เวลาตรงนี้ในการอภิปราย เหตุผลที่จะต้องตั้งข้อสังเกตเพราะว่าเปึนการประชุมร่วม ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะต้องรักษาเวลาและรักษา ประโยชน์สูงสุดของประเทศไว้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกหลายท่านขอให้รัฐบาล ชี้แจงว่าเรื่องใดจะต้องขอกรอบความเห็นชอบ เรื่องใดจะต้องขอกรอบการพิจารณา กระผมเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้นไม่ต้องแก้ไข เหตุผลก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น กฎหมายกําหนดให้รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ร่วมกันออกกฎหมายประกอบเพื่อใช้เปึนเครื่องมือในการพิจารณาวินิจฉัยว่าเรื่องใด ควรจะนํามาสู่ความเห็นชอบหรือขอกรอบการเจรจาแห่งสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกแห่งสภานี้จะต้องทําหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยได้อย่างเต็มที่ ถ้าไม่จําต้องจํานน ต่อข้อมูลข่าวสารที่รัฐบาลจะให้มา ถ้ารัฐบาลจะนําเสนอกรอบการเจรจาหรือกรอบการ ตกลง โดยให้ข้อมูลข่าวสารในเชิงการเปรียบเทียบว่าถ้าเจรจาหรือไม่เจรจาในกรอบแต่ละ กรอบแล้วจะเกิดความเสียหาย หรือเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ การเจรจาและกรอบการตกลงจําเปึนอย่างยิ่งว่าจะต้องมีผลกระทบต่อทุก ภาคส่วนอย่างไร เช่น ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริหาร และมีผลกระทบ โดยตรงต่อด้านสิ่งแวดล้อม ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อในสถาบันหลักของชาติ เช่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และกองทัพด้วย ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลและคณะผู้เจรจา จะต้องขวนขวายให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการคิด ในการวิเคราะห์ ในการพิจารณา และวิจารณ์ว่าแต่ละกรอบการเจรจาและกรอบการตกลงนั้นจะมีผลกระทบอย่างไร รัฐบาลและคณะเจรจาไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะอ้างว่าผลการเจรจาและความเสียหายนั้น เปึนเรื่องที่ปัจเจกชนหรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจะต้องไปขวนขวายเอาเอง เพราะรัฐบาลมีหน้าที่จะต้องให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องที่จะไปเจรจากับประชาชนตาม พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารด้วย ท่านประธานที่เคารพ ปฏิญญาว่าด้วยแผนสําหรับ ประชาคมอาเซียน คริสต์ศักราช ๒๐๐๙-๒๐๑๕ ถือเปึนปฏิญญาแม่บทสําคัญฉบับหนึ่ง ที่รัฐบาลจะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ กล่าวโดยสรุปปฏิญญาฉบับนี้ เปึนเรื่องการยกระดับมวลสมาชิกใน ๖ ด้าน ใน ๖ ด้านนั้นผมมีข้อสังเกตว่า ใช้ถ้อยคําว่า ภายใต้อัตลักษณ์ร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าเจรจาหรือทําความตกลงภายใต้อัตลักษณ์ร่วมกัน นั้นคงหาความร่วมมือมิได้ เนื่องจากว่าอัตลักษณ์เปึนเรื่องของคนแต่ละคน ซึ่งมีจุดยืน ที่ต่างกัน ในทํานองเดียวกันที่บอกว่า จะมีการคุ้มครองถึงสิทธิและความยุติธรรม ประชาชนควรได้รับทราบข้อมูลว่า ประชาชนคนไทยจะได้รับการคุ้มครองสิทธิหน้าที่ อย่างไรบ้าง ความยุติธรรมก็เช่นกัน การเจรจาตกลงจะได้ผลอย่างไร การปัองกันและการ ปราบปรามทุจริตในมวลหมู่สมาชิกจะได้ให้การคุ้มครองมากน้อยเพียงใด จะมีการให้สิทธิ ในการลงทุนในประเทศสมาชิกอย่างไร คนที่มีมลทิน คนที่ทุจริต คนที่เปึนอาชญากร จะถูกกีดกันในการลงทุนในประเทศมวลสมาชิกหรือไม่ รวมตลอดถึงจะมีกระบวนการ ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน ถือเปึนเรื่องที่น่าห่วงใย ซึ่งสภาแห่งนี้คงต้องให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง อาจจะยกตัวอย่างได้ เช่น การพัฒนาหลุมแก๊ส บ่อแก๊ส แก๊สธรรมชาติเมื่อทําการขุดขึ้น มาแล้วไม่มีการพัฒนาตลอดสาย นําส่วนที่เหลือจากการใช้ปล่อยทิ้งไปในอากาศ หรือเผา ทิ้งไป หรือทําการกระบวนการฟอกโดยการนําใส่เรือบรรทุกและไปฟอกในทะเลหลวง กลับมาเพื่อทําให้มูลค่าของแก๊สภายในประเทศเพิ่มขึ้น ตรงนี้ถือว่าเปึนการพัฒนายั่งยืน หรือไม่ และกรอบการเจรจาจะครอบคลุมถึงสิ่งเหล่านี้หรือไม่ การฟุ๋นฟูธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ถือเปึนข้อตกลงซึ่งมวลสมาชิกจะต้องตกลงร่วมกันหรือไม่ ประชาชนจะมี ส่วนร่วมในทุกกรอบการเจรจาของรัฐบาลอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ผลกระทบทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม มีมากน้อย เพียงใด จะปัองกันความงดงามของศิลปวัฒนธรรมของชาติได้อย่างไร และจะส่งเสริมได้ อย่างไร หลังการเจรจาตกลง ผลการอนุญาโตตุลาการที่ถึงที่สุดจะเปึนผลกระทบถึง อธิปไตยแห่งรัฐไทยหรือไม่ ถ้ามีการล่วงละเมิดข้อตกลงหรือความตกลงในเขตอํานาจ ราชอาณาจักรไทย
ข้อต่อไป ความตกลงในการลงทุนโดยไม่มีเงื่อนไขและข้อจํากัด การลงทุน แน่ใจได้อย่างไรว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์และไม่เสียประโยชน์
ท้ายที่สุดหลักการเรื่องการปฏิบัติเยี่ยงชนชาติจะนํามาใช้ในการตกลงใน กรอบเจรจาและความตกลงทุกกรอบหรือไม่ เหตุผลเพราะว่า ได้พบว่าหลังจากที่พูดถึง กรอบการปฏิบัติเยี่ยงชนชาติแล้ว กลับมีข้อสงวนที่จะไม่ให้ปฏิบัติ จึงไม่แน่ใจว่ากรอบการ ปฏิบัติเยี่ยงชนชาตินั้นเปึนกรอบการเจรจาระหว่างประเทศสากล ตรงนี้รัฐบาลต้องให้ ความชัดเจน ขอบคุณครับ
(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบ สัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ
ต่อไป
ท่านประธานครับ
มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ประท้วงผมหรือประท้วงใครครับ
ประท้วงผู้อภิปรายครับ
ท่านอภิปรายจบไปแล้ว
นั่นสิครับ ผมเปึนคนมีมารยาทระหว่างเขาอภิปรายผมไม่ประท้วงเพื่อที่จะให้บรรยากาศ ของการแสดงความคิดเห็นของเขาว่าไปเรื่อย ๆ แต่พอจบแล้วผมจําเปึนต้องใช้สิทธิ เพราะ คําว่า สภาแห่งนี้ไม่ใช่สภาตลกโปกฮา ถ้าจะเล่นกันอย่างนั้นถ้าทํากันอย่างนั้นต้องไปใช้ เวทีอื่นอะไรอย่างนี้ครับ
ถอนแล้วครับ
มิได้ครับ ท่านประธานครับผมต้องขอชี้แจงนิดหนึ่ง ท่านประธานคงจําได้เมื่อป้ ๒๕๒๒ สภานี้แหละครับ เวลาสมาชิกอภิปรายพูด ๆ พูดหัวทิ่มลงไปเส้นโลหิตฝอยในสมองแตก ท่านศิริ ทุ่งทอง ท่านชูสิน โคนันท์ ท่านประยูร โง่นคํา กี่คนครับที่เส้นโลหิตฝอยใน สมองแตกระหว่างอภิปราย เพราะฉะนั้นผมก็มองว่าจําเปึนที่จะต้องลดบรรยากาศของ ความตึงเครียด การพูดแล้วสร้างอารมณ์ขัน ในขณะเดียวกันมีสาระให้คนติดตามนั้น มันเปึนศิลปะท่านประธาน ผมจะทําอย่างนั้นเปึนประจํา เพราะในการที่ท่านผู้มีเกียรติ ที่เปึนสมาชิกประเภทไหนไม่ทราบ สรรหาหรือเลือกตั้ง ผมเปึนทั้ง ส.ว. เปึนทั้ง ส.ส. มาแล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะมาว่าคนอื่นอย่างโน้นอย่างนี้ ขอให้พิจารณาตัวเองด้วย ท่านพูดดีครับ ปากท่านดีมาก ไปหาส่วนประกอบข้างหน้าใช่ไหมครับ อย่างนี้ ลักษณะ อย่างนี้
ขอบคุณครับ ๆ พอแล้วครับ ต่อไป คุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา
๒๐ นาทีนะครับ
ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ นี่ล่ะครับท่านประธาน นี่คือสิ่งซึ่งผมคิดว่า การยอมรับ วันนี้ถ้ามีการยอมรับกันทุกสิ่งทุกอย่างก็ง่าย ถ้าไม่ยอมรับกันทุกอย่างก็ยาก ครับท่านประธานครับ วันนี้มีหลายท่านกล่าวว่า กรอบการเจรจาอันที่จริงก็มีอยู่แล้ว ต้องมีการนําเสนอตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ใช่ครับ ก็ตอนนี้เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว พวกกระผมก็ไปอยู่ฝ์ายค้าน ฝ์ายค้านก็ไปเปึนฝ์ายรัฐบาล แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ กระผมก็อยากจะคิดอย่างสร้างสรรค์ ก็ปรับตัวครับมาเปึนฝ์ายค้าน หลายคนก็ดูแคลนว่า พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย มีที่มาเดียวกัน เอ๊ะเปึนแต่ รัฐบาล แล้วเมื่อเปึนฝ์ายค้านจะค้านได้เรื่องหรือเปล่า จะมีเหตุมีผลไหม หรือว่าจะไร้สาระ ท่านประธานครับ วันนี้ก่อนอื่นผมต้องขอบอกอย่างที่กราบเรียนแล้วว่า พวกผมก็ต้อง ปรับตัว ต้องเปึนฝ์ายค้าน แล้วก็ต้องทําให้มีการยอมรับกันให้ได้ นี่คือเรื่องสําคัญที่สุด วันนี้ต้องทําอย่างนี้ก็เพราะว่าจะได้สร้างความน่าเชื่อถืออย่างไรครับท่านประธาน วันนี้ ในรัฐสภาแห่งนี้ผมก็อยากเห็นครับท่านประธาน อยากจะเปลี่ยนแนวคิด วิธีคิด หลักการ เหตุผล แบบที่ผ่านมา โพลิทิเคิล พาร์เลียเมนท์ (Political parliament) รัฐสภาแบบ การเมืองไม่เอาแล้ว วันนี้จะว่าด้วย ไซเอินทิฟ่ค พาร์เลียเมนท์ (Scientific parliament) ครับ รัฐสภาแบบวิทยาศาสตร์ เราจะใช้เหตุใช้ผลกัน แล้วถ้าดีเราก็ส่งเสริมกัน ถ้าไม่ดีเราก็ แนะนํากัน หรือจะเหน็บบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ว่ากัน ท่านประธานครับ วันนี้เปึนวาระ ของการพิจารณาการอนุมัติกรอบการพิจารณา มีเยอะมาก ๒๐ เรื่อง อยู่ในกํามือของผมนี่ แหละครับ ๒๐ เรื่อง ผมเองผมก็ชอบอ่านอยากเรียนรู้ แต่ว่าในเวลาสั้นอย่างนี้ค่อนข้างจะ ยากทีเดียว แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเดี๋ยวจะไปจบอยู่ตรงไหน แต่กระผมเข้าใจว่าถ้าเปึนอย่างนี้ แล้ว ถ้าเราจะทําอย่างมีเหตุมีผล ปรับวิธีคิดวิธีการทํางานใหม่ให้เปึนรัฐสภาแบบ วิทยาศาสตร์ พยายามค้นคว้า ตั้งข้อสังเกต หารายละเอียด ผมคิดว่าเราจะได้สิ่งที่ดีเราจะ ได้สิ่งใหม่ ๆ จากกรอบการพิจารณาข้อตกลงทั้งหลาย ๒๐ เรื่อง ผมดูผมก็กลัวนะครับ เพราะว่าวันนี้ถ้ามีการอนุมัติกรอบต่าง ๆ เหล่านี้ไปแล้ว พวกเราเองก็ไม่ได้เปึนผู้เจรจา สาระสําคัญต่าง ๆ เราก็ไม่ได้รับทราบมากมายนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าจําเปึนต้องให้ผ่าน แต่จะให้ผ่านอย่างไรล่ะครับ ก็ในเมื่อเนื้อหามีเยอะแยะมากมายอย่างนี้ อย่างน้อยผมก็ เชื่อว่าแนวคิดของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ เสียเวลาอีก สักนิดหนึ่งก็น่าจะเปึนประโยชน์และน่าจะมีความปลอดภัย วันนี้ในกรอบแรกพิจารณา ในเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ และในกระทรวงพาณิชย์ ผมก็มานั่งนึก ๆ กระทรวง การต่างประเทศทําอะไรนะ ประเทศของเรา ประเทศของผม ประเทศของคนไทย ทั้งประเทศ ผมก็คิดถึงประเทศของผม ประเทศของผมในน้ํามีปลา ในนามีข้าว หิมะไม่ตก ไม่แห้งแล้งแบบทะเลทราย สู้กันด้วย คอสท์ (Cost) ไม่แพ้ญี่ปุ์นแน่ ญี่ปุ์นจะทําอุณหภูมิ จากอุณหภูมิ ๐ องศา เปึน ๒๕ องศา พลังงานใช้เยอะแยะ ร้อนแบบทะเลทราย จะทําให้ เย็นก็ใช้พลังงานเยอะแยะ แต่ว่าผ่านมา ๗๗ ป้แล้ว นี่เข้าป้ที่ ๗๗ พ.ศ. ๒๔๗๕ มาถึง พ.ศ. ๒๕๕๒ กระผมเข้าใจว่าบ้านเมืองของกระผมยังตามหลังอาเซียนอยู่เลย นี่คือเรื่องที่ ผมเสียใจ ถ้าเมื่อก่อนไม่ได้เปึน ส.ส. อาจจะต้องทําใจ แต่วันนี้เข้ามาเปึนผู้แทนราษฎร ซึ่งก็เหมือนกับเพื่อนผู้แทนราษฎรทุกท่าน เหมือนกับท่านวุฒิสมาชิกทุกท่าน ผมคิดว่า เราต้องรักษาครับ ความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้วางใจ สิ่งนี้แหละครับจะเปึนสิ่งที่เราจะขาย วันนี้เรามีทรัพยากรแสนดี ผ่านมา ๔๐-๕๐ ป้ แพ้หมด แพ้ญี่ปุ์น แพ้เกาหลี แพ้ไต้หวัน แพ้สิงคโปร์ แพ้ฮ่องกง แพ้มาเลเซีย เดี๋ยวจะไปแพ้เวียดนามหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ว่าวันนี้ เราจําเปึนในโลกยุคใหม่ต้องมีกรอบการทํางานร่วมกัน เปึนพระเอกร่วมกันก็ดีครับ เปึนนางเอกร่วมกันก็ดี มีของดีเข้ามาสะสม มาร่วมกัน แล้วก็ช่วยกันคิด ช่วยกันทํา ช่วยกันขาย แล้วก็ดูแลกันให้ดี ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ทํา สัมมาอาชีพ ไม่ว่าจะทําเกษตรกรรม เปึนชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ จะเปึนกรรมกร จะทํา ประมง จะค้าจะขาย ทุกคนเขาก็ต่อสู้ชีวิต เขาก็อยากมีความหวัง เขาก็ไม่อยากจะ เสียเปรียบ วันนี้ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ๒๐ เรื่อง เมื่ออนุมัติไปแล้วเราจะเผชิญชะตากรรม อย่างไร อย่างที่กราบเรียนแล้วว่าจําเปึนครับ ผมเข้าใจว่าการลงทุนระหว่างประเทศ อย่างถ้าผม จะไปลงทุนประเทศไหน ผมก็ดูด้วยหลักวิชา ผมก็ดูการเมือง เศรษฐกิจ สังคมก่อนเลย ครับ แล้วก็ดูเทคโนโลยีเลยครับ แต่ตัวที่ผมจะดูมากที่สุดเลยท่านประธานครับ การเมือง ครับประธานครับ ถ้าการเมืองดี การเมืองมีความแข็งแกร่ง พี่น้องคนไทยทุกคน ร่วมใจ ร่วมพลังกัน การต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยดีแล้วครับ ถูกต้องแล้วครับ ไม่อยากจะเห็นเปึนระบอบเผด็จการหรือคอมมิวนิสต์ วันนี้ผมคิดว่าการเมือง ถ้าการเมือง เราแข็งแกร่งแบบเดียวกับสิงคโปร์ก็ดี มาเลเซียไม่กล้านึกครับ เพราะว่าตอนนี้ก็สู้กัน มากแล้ว เนื่องจากว่ามีความเจ็บปวด มีการกลั่นแกล้งกัน ทําร้าย ทําลายกัน ประเทศไทย คล้ายคลึงกันครับ ๘ ป้มานี้มีทั้งดีและไม่ดี วันนี้การเมืองประเทศไทยไม่ดีครับ จริง ๆ แล้ว เพื่อน ส.ส. หลายท่านก็ได้เสนอแล้วว่าทําให้มันสง่างามเถอะ ผมก็อยากจะเห็นให้มันสง่างามเถอะ วันนี้ล้างไพ่ใหม่ก็ได้ มันจะได้รู้ว่าคนมาเปึนรัฐบาล มาเปึนรัฐมนตรี เมื่อไปเจรจากรอบการค้าหรือเจรจาข้อความการตกลงกันในระหว่าง ประเทศ ในแต่ละศาสตร์ แต่ละสาขา จะได้มีความน่าเชื่อถือ เขาจะได้เกรงอกเกรงใจ ความน่าเชื่อถือท่านประธานครับ วันนี้ผมเคารพท่านประธานครับ ผมถือว่าท่านเปึน คุณพ่อของผม ผมเปึนลูก แล้ววันนี้คุณพ่อก็มีลูกทั่วทั้งประเทศไทยด้วย นายกรัฐมนตรี ก็เหมือนกัน ฐานะก็เปึนพ่อของประเทศนี่แหละ รัฐมนตรีก็เหมือนกัน รายละเอียดในนี้ไม่ดู ครับ เพราะว่าต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากเหลือเกิน แต่ว่าผมเข้าใจว่าการที่จะไปเจรจา หลาย ๆ ประเทศ ถ้าประเทศของเราแข็งแกร่ง ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ทะเลาะ กัน ไม่เกิดการแบ่งฝัก แบ่งฝ์าย แบ่งสี ไปถือศักดิ์ถือดี ป์านนี้แหละครับท่านประธานคงไม่ ต้องมาลงกันถึง ๒๐ เรื่องนี้หรอกครับ แล้วก็คงไม่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ขึ้นมาด้วย แต่วันนี้มันช่วยไม่ได้จริง ๆ หรือว่ามันจะช่วยไม่ได้ตั้งแต่นี้ต่อไปอีก ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ ๕๐ ป้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าโอกาสของประเทศไทย โอกาสของประชาชนให้เขาขยัน สักแค่ไหนเถอะ ให้คนเก่งสักแค่ไหน ๒๕๔๐ ก็สอนเราแล้ว คนเก่งก็ฆ่าตัวตายมากมาย คนรวยก็จนได้ทันที คนจนก็ตายไปเลย ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้รัฐบาล รัฐสภา แห่งนี้เปึนศูนย์รวมแห่งความรู้ ศูนย์ร่วมแห่งความคิดครับ ท่านประธานเปึนคุณพ่อ ท่านประธานต้องช่วยครับ ฝ์ายรัฐบาลต้องยอมรับในหลายเรื่อง ถ้าท่านบอกยุติธรรม สมานฉันท์ ท่านต้องทําให้ได้ครับ อย่าไปใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ หรือแม้กระทั่งพูดในสภา แห่งนี้ครับ ท่านต้องอดทนครับ ผมเปึนฝ์ายค้าน ตอนนี้ผมเปลี่ยนจากฝ์ายรัฐบาลมาเปึน ฝ์ายค้าน ผมก็ฝ๊กครับ คือต้องทําตัวเปึนฝ์ายค้านที่ดีนะ ไม่ใช่ฝ์ายรัฐบาลอีกแล้ว แล้วผม เข้าใจว่าพวกเราเปึนฝ์ายค้านพวกเรามีมารยาท เราก็ไม่ไปกระแนะกระแหนอะไรมากมาย นักหรอกครับ แต่ว่าทางฝ์ายรัฐบาล ซึ่งจากฝ์ายค้านไปเปึนฝ์ายรัฐบาล ผมเข้าใจว่าวิธีคิด ยังติดเปึนฝ์ายค้านอยู่ อันนี้ก็ขอแนะ ขอติงเตือนนะครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อเปึนการแก้ไข ที่จุดยอดก่อนครับ รัฐสภาต้องดีก่อน ท่านต้องพิสูจน์ให้ทั่วทั้งโลกเห็นว่ารัฐสภานี้สามารถ จัดการได้อย่างมีเหตุมีผล มีหลักเกณฑ์ มีหลักการ มีกฎกติกา มีมารยาท กระทรวง การต่างประเทศจะได้ไปประชุม จะไปเจรจาความตกลงกัน หรือรับฟัง หรือแสดง ข้อคิดเห็น จะได้ไม่ไปติดมาตรา ๑๙๐ วันนี้แค่คิดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ มาตราโน้น มาตรานี้ก็น็อค (Knock) ไปแล้วครับ แต่ไม่เปึนไรครับ วันนี้ท่านไปเปึนฝ์ายรัฐบาล ถ้าท่าน แก้ได้ ท่านแก้เถอะ ผมเองก็ไม่อยากให้คนไทยไปเสียศักดิ์ศรี ไปนั่งประชุมระหว่าง ประเทศไปนั่งเหมือนกับเปึนผู้สังเกตการณ์อย่างนี้ แล้วจะไปคุยอะไรครับกับ ๒๐ เรื่องนี้ ซึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถมาก ท่านประธานครับ สร้างเถอะครับความสง่างาม ผมก็อยากจะเห็น ผมชื่นชมโอบามามากเลย เปึนรุ่นน้องผมอีก วันนี้ผมก็อยากจะเห็นครับ ถ้าคนไทยเปึนเหมือนกับโอบามาได้ ท่านมีโอกาสท่านทําสิ อย่าให้เขาต้องว่าเลยครับว่า รัฐบาลเธอมาเจรจากับฉัน ประเทศของเธอยังไม่เรียบร้อย เลย การเมืองของเธอยังไม่แข็งแกร่งเลย เพราะในเมื่อเธอมาเจรจากับฉันในเรื่องสินค้า เกษตรก็ดี หลักเกณฑ์หลักการต่าง ๆ ก็ดี แม้กระทั่งไปถึงสิทธิมนุษยชนก็ดี โรฮิงญาก็ดี มันเปึนเบี้ยรองบ่อนเขาไปหมด มันไม่มีศักดิ์ศรีเลย เกียรติยศศักดิ์ศรีไปไหนครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นรัฐบาลนี้ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ซึ่งท่านก็ชื่ออยู่แล้วว่า อภิสิทธิ์ จะทําอะไรก็แล้วแต่ท่านต้องตระเตรียมคนให้ดี ตระเตรียม แนวคิด หลักการ เหตุผล เวลาไปเจรจากันระหว่างการเมืองกับเพื่อนบ้านมันไม่เหมือน ภายในประเทศ ใครแข็งแกร่งกว่าใคร ใครเฉลียวฉลาดกว่าใคร ใครมีทรัพยากรธรรมชาติ ดีกว่าใคร วันนี้ผมเข้าใจว่าประเทศของผมทรัพยากรธรรมชาติดีมาก ไม่แพ้ประเทศญี่ปุ์น แต่ว่าห่างไกลจากประเทศญี่ปุ์นเหลือเกิน ไม่แพ้ประเทศมาเลเซีย ไม่แพ้ประเทศเวียดนาม แต่ไม่มีทางตามประเทศมาเลเซียทัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การยอมรับความ น่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ ถ้าการเมืองเราแข็งแกร่งไปเจรจากรอบการค้าตั้งกําแพงภาษี สินค้าใครจะขายเท่าไร แม้กระทั่งน้ํามันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ท่านจะถ่ายเทจากประเทศ มาเลเซียมานี่หรืออย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งนั้นครับท่านประธานครับ จะเปึนสิ่งซึ่งจะ ทําให้ประเทศไทยเราไปเจรจาแล้วไม่เสียเปรียบ ไม่เสียดุลการค้า กระทรวง การต่างประเทศก็จะพูดถึงภาพพจน์ภาพลักษณ์ประเทศไทยสร้างเข้าไปก็มีความ น่าเชื่อถือ กระทรวงพาณิชย์จะเจรจาสินค้าแต่ละตัวไม่เสียเปรียบ แล้วก็มีทางในการ เจรจา วันนี้ได้แต่พูดไปพูดมา ผมจะเรียนเลย ผมนี่เปึนมือผลิต ท่านไปเรียนองค์กร เขาบอกมี ๓ ด้านที่จะต้องดูแล ด้านการเงิน ด้านการตลาด ด้านการผลิต แล้วอยากจะ กราบเรียนเลยว่าการผลิตยากที่สุด แต่การตลาดสําคัญที่สุด แต่ถ้าไม่มีเงินนะตายครับ ประเทศเดินไม่ได้ บริษัทเดินไม่ได้ เจ๊ง เพราะฉะนั้นกรอบการพิจารณา ๒๐ เรื่องนี้ อยู่ใน ลําดับไหนยังไม่ทราบ ก็หวังว่าภายใต้การนําของรัฐบาลอภิสิทธิ์ท่านอย่าไปทําให้เสีย อย่าไปทําให้เขาดูแคลนเรา และควรจะปรับการเมืองให้มันเหมือนกับการเล่นหมากรุก รัฐบาลเดินตาหนึ่ง ฝ์ายค้านก็เดินตาหนึ่ง ไม่เดิน ๒ ตา ไม่แอบยกม้า ยกเม็ด ขยับเบี้ย เติมบ้าง หายบ้าง ไม่ทําครับ เราฝ์ายค้านเราก็ไม่ทํา อย่างวันนี้เราเสนอขอกรอบการ พิจารณานี้ขอให้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา เสนออย่างนี้ อาจจะเสียเวลาบ้าง แต่ผมอ่านแค่หัวข้อเดียวกรอบการเจรจาเกี่ยวกับราคาสินค้า ความตกลงการค้าสินค้า ของอาเซียน แค่นี้ผมก็กลัวแล้วครับ ข้าวเปลือกจะไปขายเท่าไร ข้าวสารขายเท่าไร น้ํามันปาล์ม ยางพารา จะซื้อเขาเท่าไร แก๊ส ถ่านหิน แล้วยังไปพูดถึงสิทธิมนุษยชน ไปทํางานประเทศเขาก็เยอะ เอ๊ะจะดูแลคนของเราได้ดีหรือเปล่า เราจะมีศักดิ์ศรีหรือเปล่า เพราะฉะนั้นครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ขอนะครับ พวกกระผมนี่จะฝ๊กเปึนฝ์ายค้าน ที่ดีให้ได้ มีอะไรเราติงเตือนกัน ถ้าเดี๋ยวหยิบรายละเอียดขึ้นมาแต่ละเรื่องมาว่ากัน ผมว่า จะเปึนประโยชน์มากที่สุด ถ้ามารวม ๆ อย่างนี้ ก็พิจารณาไปผ่านได้ แต่ว่าขอให้ผ่าน อย่างมีความละเอียดลออ โดยการตั้งกรรมาธิการครับ ทางวุฒิสภา วุฒิสมาชิก ท่านคงจะ ได้ร่วมพิจารณาด้วย เราใช้หลาย ๆ สมองรวมกัน ผมคิดว่าเราไม่น่าจะเสียเปรียบจะได้มี ความละเอียด เราจะได้สรรหา เราจะได้ตั้งข้อสังเกต หาสิ่งที่ดีที่สุดแบบวิทยาศาสตร์ครับ ขอบคุณมากครับ
รักษาเวลาได้ดีมากครับ ต่อไป คุณนคร มาฉิม ๘ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลาที่จํากัด นะครับ ก่อนที่จะอภิปรายถึงเนื้อหา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับ หลักการ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้อํานาจกับประชาชนที่จะได้รับรู้ถึงข้อตกลงใด ๆ ที่รัฐบาล หรือฝ์ายบริหาร หรือรัฐ ของเราจะไปทําสนธิสัญญา พันธะสัญญา หรือข้อตกลงระหว่างประเทศหรือกลุ่มต่าง ๆ ของภูมิภาค ก่อนหน้านี้ครับ ผมเองเปึน ส.ส. มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เคยผิดหวังกับรัฐบาล ก่อน ๆ ว่าเวลาท่านไปทําข้อตกลง ไม่ว่าจะเปึนเอฟทีเอกับประเทศใด ๆ แม้กระทั่งผมเอง หรือเพื่อนสมาชิกรัฐสภานี่นะครับ ขอรายละเอียดยังไม่ได้เลย อย่าว่าแต่ประชาชนทั่วไป จะรับรู้เลยครับ แม้กระทั่งสมาชิกรัฐสภาซึ่งยืนอยู่ในฐานะผู้แทนปวงชนนี่นะครับ ยังไม่มี สิทธิที่จะรับรู้ข้อตกลงใด ๆ ที่รัฐบาลก่อน ๆ ไปทําสนธิสัญญาหรือข้อตกลงกับประเทศ อื่น ๆ ผลกระทบก็ตามมาอย่างมหาศาลครับ ไม่ว่าจะเปึนพี่น้องเกษตรกรทางภาคเหนือ ภาคอีสาน พี่น้องเกษตรกรที่ทําหอม กระเทียม ลําไย หรือผลไม้เมืองหนาว พืชผักต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้รับผลกระทบในปัจจุบันก็คือ เกษตรกรไทย คนไทยส่วนหนึ่งของ ประเทศ แต่พอมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ บังคับให้รัฐบาลจะต้อง รายงานผล จะต้องขออนุมัติกรอบ จะต้องขอความเห็นจากผู้แทนปวงชนในนามของ รัฐสภา ว่าคุณจะไปตกลงใด ๆ เกี่ยวกับกรอบในการเจรจา ในการทําสัญญา ในการทํา ข้อตกลงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเงิน การลงทุน ด้านพลังงาน แม้กระทั่งการเมืองหรือความมั่นคง ระบบขนส่ง ที่มีผลกระทบระหว่าง รัฐไทยนะครับ ต่อประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนแง่บวกหรือแง่ลบ รัฐบาลนั้น ๆ จะต้องถูก บังคับโดยกฎหมายสูงสุดฉบับนี้ครับ จะต้องผ่านความเห็นชอบของผู้แทนปวงชนในนาม ของรัฐสภาไทยก่อน ซึ่งถือว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศมีสิทธิที่จะได้รับรู้ มีสิทธิที่จะ แสดงความคิดเห็นผ่านผู้แทนปวงชน เปึนสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เปึนสิ่งที่ควรที่จะให้ความ เห็นชอบเปึนอย่างยิ่ง แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็ได้วินิจฉัยนะครับ เปึนบรรทัดฐานไว้ กรณีเขาพระวิหาร เรื่องนี้จึงถือว่าเปึนเรื่องที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าภาคภูมิใจแทนคนไทย ทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาการแข่งขันในเวทีโลกไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่จะยอม เสียเปรียบต่อกันและกันได้ง่าย แล้วก็ไม่มีประเทศไหนหรอกครับ ที่เปึนคู่ค้าอย่าง เสมอภาค ที่เราให้เกียรติต่ออารยประเทศอย่างเท่าเทียมกันในฐานะรัฐต่อรัฐ จะมาเอา เปรียบซึ่งกันและกันได้โดยง่าย ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่า แต่ละรัฐ แต่ละประเทศมีดีครับ แต่การมารวมกันก็เพื่อที่จะ ๑. แสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน สงวนจุดต่างที่มันต่างกัน ในขณะเดียวกันถ้าเกิดว่าเรารวมกันในฐานะอาเซียน มีความเข้มแข็งขึ้น มีความมั่นคงขึ้น มีการเชื่อมโยงอย่างเปึนป๊กแผ่นมากขึ้น ผมก็เชื่อมั่นว่าอาเซียนของเราจะไปเชื่อมสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเปึนญี่ปุ์น จีน ออสเตรเลีย อินเดีย หรือภูมิภาคอื่น ๆ ของโลกต่อไป ไม่ว่าจะเปึน อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ยุโรป หรือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาจะขับเคลื่อนประเทศของเราให้ทัดเทียมกับ อารยประเทศได้ และจะพัฒนาอาเซียนของเราให้ก้าวไปอย่างเสมอภาคและมีอํานาจ ต่อรองในผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง ด้านสังคม วัฒนธรรม หรืออารยธรรมอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเราไม่ควรที่จะเปึนถ่วงรั้งของ อาเซียนด้วยซ้ําไปในช่วงเวลานี้ เพราะฉะนั้นจึงเห็นชอบกับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เปึนอย่างยิ่งว่า ควรที่จะเดินหน้าอย่าให้ไทยเปึนตัวถ่วงของกลุ่มอาเซียน แต่เราในฐานะ ประธานอาเซียนควรที่จะเดินเข้าไปข้างหน้า และนําพากลุ่มอาเซียนให้เจริญ แล้วก็ให้ ก้าวทันโลกยิ่งขึ้น แต่ผมฝากไว้ประเด็นเดียว ท่านประธานครับ ก็คือบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสี่และวรรคห้า ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานโดย สั้น ๆ ในช่วงเวลาจํากัด ก็คือ เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะ แสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีจะต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียด ของหนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการ แก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเปึนธรรม ขออนุญาต ท่านประธานสั้น ๆ อีกวรรคห้าก็คือ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการ จัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน อย่างมีนัยสําคัญ รวมทั้ง การแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวโดยคํานึงถึง ความเปึนธรรมระหว่างผู้ได้รับผลประโยชน์กับผู้ที่ได้รับกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือ สัญญานั้นและประชาชนทั่วไป ก็คืออยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ในเมื่อได้รับความเห็นชอบในกรอบของอาเซียนทั้งหมดจากรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชน ไปแล้ว ในกรณีที่รัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามพันธะสัญญาหรือสนธิสัญญาใด ๆ แล้วไป กระทบกับผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง หรือประชาชนทั่วไป เรามีมาตรการในการที่ จะเยียวยาอย่างไร อย่างเช่นกรณีที่พี่น้อง หอม กระเทียม ลําไย พืชผลทางการเกษตร หรือมันสําปะหลัง หรือข้าวโพด หรือข้าว ที่เราอาจจะมีผลกระทบต่อไป เพราะของเราเปึน เกษตรกรรม แต่คนที่เราไปทําสัญญาด้วยอาจจะเปึนอุตสาหกรรม และเขามีความ เชี่ยวชาญกว่าเรา อันนี้คือมาตรการที่จะต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า เราจะ มีมาตรการในการที่จะรองรับ แก้ไขเยียวยา และช่วยเหลือคนไทยได้อย่างไร เพื่อที่จะ รองรับกับโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้ทันท่วงทีอย่างไม่เสียเปรียบ แล้วก็เราจะเดินไปด้วยกัน กับกลุ่มของอาเซียน เพื่อที่จะแข่งขันกับเวทีโลกได้อย่างเท่าเทียม ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุพจน์ เลียดประถม ๒๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดตราด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประเด็นที่ผมจะขอกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องเขตการค้าเสรี กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีมีอยู่ ๒–๓ ประเด็น เราคงเข้าใจกันเปึนทั่วไปว่า การเจรจาเขตการค้าเสรี เปึนสิ่งที่เราต้องนําผลประโยชน์ไปแลก คงไม่มีใครเจรจากับเรา แล้วเขาไม่ได้อะไรเลย เราได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเราคงไม่เจรจากับใครในทํานองตรงกัน ข้ามเช่นเดียวกัน ถ้าเราพูดในแง่ของอุดมคติ การเจรจาที่ยุติธรรมและเหมาะสมนี่อาจจะ ต้องได้ ๕๐ แล้วก็เสีย ๕๐ แต่ในทางปฏิบัติก็คงจะนับเช่นนั้นยาก ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือถ้าเรามองโลกในแง่ดีนะครับว่า เราอาจจะได้ผลประโยชน์ประมาณสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และเราเสียแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คําถามต่อมาก็คือคน ๔๐ เปอร์เซ็นต์เหล่านี้อยู่ที่ไหน และภาครัฐได้เตรียมมาตรการใด ๆ ไว้รองรับแล้วหรือยัง การเจรจาเขตการค้าเสรีเปึนหลักการที่ดี ซึ่งหลายฝ์ายยอมรับ เปึนการหาตลาดที่ชัดเจน และแน่นอน เปึนการเจรจากันในกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ประเทศที่อยู่ นอกกลุ่มก็จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูง ประเทศที่อยู่ในกลุ่มการค้าที่เปึนภาคีกัน ก็จัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ํา หรือไม่ได้เก็บภาษีเลย พูดง่าย ๆ ก็คือเปึนการหาแต้มต่อ ทางการค้า การลงทุน และการบริการ แต่ที่น่าเสียดายก็คือภาครัฐเองไม่ได้ออกมา ชี้ให้เห็นถึงคนกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สภาแห่งนี้ คงจะได้อภิปรายกัน การจัดทําเขตการค้าเสรีจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง บางครั้ง กระทบกับเขตอํานาจรัฐ ต้องมีการแก้กฎหมายหลายฉบับ กระทบต่อพี่น้องประชาชน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ซึ่งหมิ่นเหม่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญของเรา ในมาตรา ๔๓ ซึ่งหลาย ๆ อาชีพพี่น้องประชาชนของเราก็ไม่สามารถจะประกอบอาชีพ อยู่ได้ เมื่อมีการตกลงตามเขตการค้าเสรีขึ้นมา เนื่องจากมีสินค้าที่ราคาถูกกว่า เทคโนโลยี สูงกว่า ด้วยทุนมหาศาลกว่า ก็สามารถจะชนะสินค้าของไทยได้ ยกตัวอย่างเช่น สินค้า ทางการเกษตร บางครั้งกระทบกับเขตอํานาจของศาลไทย ซึ่งเราอาจจะไปใช้กระบวนการ อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแทน และที่สําคัญที่สุดก็คือกระทบกับโครงสร้าง เศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่เปึนประเด็นของเขตการค้าเสรี
คําถามที่เปึนความห่วงใยที่เราพูดกันมาทั้งวันในวันนี้ ประเด็นของการ อภิปรายก็คือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรี รัฐบาลได้มีการจัดทําเขตการค้าเสรีอย่าง รอบคอบ ชัดเจน ได้เตรียมการทําการบ้านมาอย่างดี มีกระบวนการวิจัยศึกษา โปร่งใส และตรวจสอบได้หรือเปล่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนคําถามที่คาใจท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเข้าใจว่า ความเข้าใจ เข้าถึงของสังคมไทยในกระบวนการจัดทําเขตการค้าเสรีอาจยังมี ไม่มากนัก ภาครัฐเองยังมีความพยายาม ไม่ว่าจะสื่อประชาสัมพันธ์ไปทางวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ผ่านการประชาสัมพันธ์ไปยังองค์กรภาครัฐและเอกชน ผ่านการสัมมนา ต่าง ๆ แต่สิ่งเหล่านี้สังคมก็ยังรับรู้น้อยมาก ก็จะรับรู้กันต่อเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเดือดร้อน และเกิดม็อบ (Mob) ขึ้นมา สภาแห่งนี้เหมือนเปึนปราการด่านสุดท้ายที่พวกเราจะได้มา อภิปรายถกเถียงกัน ท้วงติงในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับประเทศชาติของเรา แต่ก็อีกนั่นแหละ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า เรามีเวลาน้อยมาก หลายท่านเพิ่งได้รับเอกสารวันสองวัน หลายท่านเพิ่งได้รับเอกสารวันนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้นะครับทําให้การพิจารณาอาจจะขาดความละเอียดรอบคอบ ไป ส่วนตัวผมเองผมมีความกังวลในประเด็นของภาคการเกษตร ประเทศชาติของเรา มีจุดเด่นทางด้านการเกษตร หลายป้ก่อนเรามีความพยายามจะเปึนประเทศอุตสาหกรรม ใหม่ แต่ท้ายที่สุดเราก็หลอกตัวเองไม่ได้ ด้วยประเทศชาติของเราพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ยังยากจน และอยู่ในภาคการเกษตรเปึนส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ภาครัฐเองไม่ได้ พัฒนาภาคการเกษตรไปอย่างถูกทิศถูกทาง ภาครัฐเองหลายยุคหลายสมัยไม่ได้สร้าง องค์ความรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรของเรา ภาครัฐเองได้ใช้มาตรการแทรกแซง ประกันราคา จํานําราคาพืชผลอะไรต่าง ๆ จํานําผลผลิตทางการเกษตรอะไรต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ภาครัฐ เหมือนกับไปซ้ําเติมเขา สอนให้เขาอ่อนแอ แล้วเรากําลังจะใช้เอฟทีเอนี่แหละเปึนแต้มต่อ ในการจะส่งผลผลิตภาคการเกษตรของเราไปยังต่างประเทศ โดยไม่ได้พัฒนาตัวตนของ ตัวเองอย่างแท้จริงว่าภาคการเกษตรของเรานี่ขาดการวิจัยและพัฒนา ขาดการวางแผน ระยะยาว ท่านคงจะเห็นว่าหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร สินค้าราคาตกต่ํา พัฒนาการการแก้ไขปัญหาไม่เคยหลุดพ้นไปจาก เริ่มต้นจากผลผลิต ทางการเกษตรตกต่ํา พี่น้องเกษตรกรรวมตัวป่ดถนน เกิดม็อบ ภาครัฐก็จะเฮโลกันไปแก้ไข ปัญหาในสิ่งเหล่านี้ ผ่านกระบวนการใช้งบประมาณอย่างมหาศาล ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนสิ่งที่ภาครัฐขาดการจัดการที่เหมาะสมในระยะยาว มองภาพการแก้ปัญหาในระยะสั้น ซึ่งตอนนี้เองเราหวังว่าการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีเหล่านี้จะทําให้เราสามารถ ส่งผลผลิตทางการเกษตรออกไปยังประเทศคู่ค้า ประเทศคู่เจรจาอย่างมากมายมหาศาล แต่แน่นอนนะครับ ประเทศคู่เจรจาเขาก็มองเราว่าเขาจะต้องส่งสินค้าของเขามาขายให้ เราเช่นเดียวกัน เราคงต้องเป่ดใจกว้างว่าการเจรจาต้องมีเสียแล้วก็ต้องมีได้ เปึนการเอา ผลประโยชน์ไปแลก อย่างที่ผมได้กราบเรียนแต่ต้น ภาคการเกษตรของเราอ่อนแอ ขนาดไหนครับทุกวันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านคงเคยได้ยินในภาค ตะวันออก เราโค่นยางปลูกเงาะ เมื่อหลายป้ก่อนนะครับ ยางกิโลกรัมละไม่ถึง ๑๐ บาท เราโค่นยางจํานวนมากเลยเพื่อปลูกเงาะ ตอนนี้นะครับเงาะไม่ถึง ๕ บาท เราโค่นเงาะ ปลูกยางมาหลายป้แล้วครับ ตอนที่ยางขึ้นไปเปึน ๑๐๐ บาท เพราะฉะนั้นบางท่านมีที่ดิน เปึนร้อย ๆ ไร่ แต่ไม่เคยมีผลผลิตออกมาขายเลย เพราะว่าโค่นไปโค่นมาอยู่นั่นแหละครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนถึงองค์ความรู้ของภาคการเกษตรของเราเปึนอย่างดี แนวความคิดที่ว่า ภาคการผลิตใดผลิตแล้วสู้ไม่ได้ให้เลิกไป อันนี้เปึนแนวความคิด พื้นฐานที่หลายท่านคงเคยได้ยิน รัฐมนตรีหลายท่านเคยพูด เปึนแนวความคิดที่พี่น้อง ประชาชนของเรานี่ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเดือดร้อนอย่างมาก พวกเขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสที่จะเลือก ด้วยทุนที่จํากัด เทคโนโลยี หรือความรู้อะไรต่าง ๆ ที่จํากัด เขาไม่มี โอกาสเปลี่ยนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราบอกว่าผลิตไม่ได้ให้เลิกไป เขาไม่รู้จะเลิกไป ทําอะไรครับ แนวความคิดอย่างนี้นี่ครับยังกระทบไปถึงความมั่นคงทางด้านอาหารของ ประเทศ ภาคตะวันออกอาจจะไม่ใช่เปึนแหล่งอัญมณี ทางผลไม้ที่มีคุณค่าต่อไปก็ได้ เพราะตอนนี้เรากําลังโค่นเงาะกันหมดแล้วครับ กําลังไปปลูกยาง ปลูกปาล์มอะไรต่าง ๆ ซึ่งในกรอบเจรจานี้ก็มีกรอบเจรจาเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารด้วย นี่ยังไม่พูดถึงเรื่อง กระเทียม เรื่องผลไม้จีนที่เข้ามายังไทยอย่างมากมาย หลังจากเราทําอาเซียน-จีน นี่นะครับ เราอาจจะซื้อผลไม้จีนในเมืองไทยได้ง่ายกว่าซื้อผลไม้ไทยด้วยซ้ํา ผลไม้จีน มีจํานวนมาก ตอนนี้เราอาจจะทานส้มผลเล็กนะครับ บอกว่าอร่อยกว่าส้มผลใหญ่ของ ไทยแล้ว มีแอปเปุ่ล มีสาลี่ มีอะไรต่าง ๆ มากมาย อย่าลืมไปว่าดินแดนของไทยนั้นเปึนแหล่งที่มี ผลผลิตผลไม้หลากหลายนะครับ เปึนแหล่งที่มีคุณค่าทางด้านอาหารเหล่านี้ ประเด็นของ เรื่องพืชทดแทนนี่นะครับ เมื่อเราบริโภคสินค้าต่างประเทศนี่ แน่นอนในขณะเดียวกัน เราไม่ได้บริโภคผลไม้ไทย เพราะฉะนั้นประเด็นที่ว่าเมื่อมีผลไม้หรือผลผลิตของ ต่างประเทศเข้ามา ไหลบ่าเข้ามายังเมืองไทยนี่ ก็ทําให้ผลไม้ไทยหรือผลผลิตทาง การเกษตรราคาตกต่ํา แล้วก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้นะครับซ้ําซากป้แล้วป้เล่านะครับ เราเป่ด ข้อตกลงอาเซียนกับจีนเมื่อป้ ๒๕๔๖ แต่เรียนถามผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับว่าผลไม้ไทยส่งไป จีนได้มากน้อยแค่ไหน ราคาท่านได้สมราคามากน้อยแค่ไหน นอกจากการอํานวยความ สะดวกที่ริมแดนที่เราพูดกันเสมอนี่ เปึนประเด็นของเขตการค้าเสรีว่าเราจะลดภาษี ระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุดหรือเปึน ๐ แต่มันยังมีเงื่อนไขอย่างอื่นครับท่านประธาน ที่ภาครัฐเองไม่เคยเข้าไปดูแล้วแก้ไข ได้มีการสอบถามแล้วก็บอกว่าเปึนประเด็นภายใน ของเขา เช่น การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าการเกษตรของจีน ประเด็นเหล่านี้คล้าย ๆ กับ มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีที่หลายท่านได้อภิปรายตั้งแต่ต้น เขาจะมีการประเมินสินค้าของเรา นะครับ แม้สินค้านําเข้าเปึน ๐ ครับ แต่มีภาษีท้องถิ่นอีก ๑๓ เปอร์เซ็นต์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เขาจะประเมินสินค้าของเราเปึนตู้ ๆ ว่า ตู้หนึ่งราคาเท่าไรอะไรแบบนี้ มันเปึน ประเด็นที่ขัดขวางการนําเข้า นี่เรายังไม่พูดถึงประเด็นของมาเฟ้ยนะครับ เรามีกรอบ เจรจาอาเซียน-จีน มีบันทึกข้อตกลงกันอยู่ แต่การส่งสินค้าไปจีนเปึนเรื่องที่ไม่ง่าย กวางโจวมีประชากรเกิน ๑๐๐ ล้านคน แต่ที่สนามบินของเขานะครับมีคนที่สามารถนํา สินค้าออกได้เพียงคนสองคนเท่านั้นเอง พ่อค้าไทยทุกคนที่จะไปค้าขายกับมณฑลนี้ ต้องผ่านคนแค่คนหรือสองคนเท่านั้นเอง กวางสีที่อยู่ทางด้านเหนือของเรานะครับ ผ่านลาวไปเราก็ไม่สามารถส่งผลผลิตไปขายได้ เพราะรัฐบาลของเขาปักกิ่งเขาบอกว่า การที่ส่งผลผลิตไปนี่ทําให้ผลไม้ของไทยไปปนกับเวียดนาม เพราะฉะนั้นเขาก็ระงับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขตการค้าเสรีไม่ได้ช่วยเราเลย ท้ายที่สุดนี้ที่เมืองนี้นะครับ ก็เปึนผลไม้ ของเวียดนาม ในอดีตนะครับเราเคยครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ประเด็นเหล่านี้นะครับ ได้เข้ามาถึงเมืองไทย เรานําสินค้าไปขายยังประเทศจีนนี่เราแค่ทําได้ฝากขายเท่านั้นเอง ท่านประธาน แต่ประเทศจีนมาเมืองไทยทําอย่างไรครับ ทุกวันนี้เขามาตั้งล้งรับซื้อนะครับ ล้งก็คือแผงรับซื้อผลไม้ใหญ่ ๆ ตามภาคตะวันออกหรือทั่วประเทศ เขามาตั้งตู้เลยนะครับ ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เลยเปึนตู้เย็นรับซื้อผลไม้เองเลยนะครับ เอาไปขายยังเมือง เขา เราจะไปเมืองเขาทําอย่างไรครับ ได้แค่ไปฝากเขาขายเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นประเด็น เหล่านี้เปึนประเด็นที่ภาครัฐคงจะต้องมองต่อ ๆ ไปว่าจะมีการแก้ไขอย่างไรนะครับ ก็บอกว่าประเทศไทยเป่ดเสรีนี่ เสรีจริง ๆ เสรีอย่างไรครับ เขาบอกว่าผลผลิตผลไม้จีน พืชผักผลไม้นี่มาเมืองไทยมาถึงห้องนอนเลยนะ แต่เราไปเขาจะเข้าท่าเรือยังยากเลย เหมือนที่ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย เขาบอกประเทศ ไทยเปึนประเทศที่มีการค้าเสรีดีที่สุด น่าลงทุนที่สุด ทุกวันนี้พี่น้องโชห่วยของเรา ตายหมดแล้วนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เราเป่ดเสรีนี่เราเป่ดเต็มที่เลยนะครับ แต่ประเทศ อื่นเขาไม่ได้เป่ดเต็มที่แบบเรานะครับ เรามีบทเรียนในอดีตมาตลอดนะครับว่า การสร้าง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ พี่น้องภาคเกษตรของเรานี่โดยดูตัวเลขจากจีดีพี โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเขาไม่ได้รับผลประโยชน์มากนัก เรากําลังวัดความสําเร็จ ด้วยจีดีพี ด้วยดุลการค้า และด้วยตัวเลขของนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนในเมืองไทย เราเคยย้อนดูตัวเลขป้ ๑๙๙๐ ถึงป้ ๑๙๙๕ ต่อจนกระทั่งป้ ๑๙๙๗ ก่อนจะเกิดวิกฤติ ต้มยํากุ้งไหมครับ ตัวเลขเหล่านี้เปึนบวกดีมาก ๆ ป้ ๑๙๙๐ ถึงป้ ๑๙๙๖ ท่านลอง ย้อนกลับไปดูครับ จีดีพีค่าเฉลี่ยเกิน ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วป้ ๑๙๙๗ เปึนอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นตัวเลขเอกสารที่ท่านแจกมานี่นะครับ ท่านมักจะอ้างถึงดุลการค้าว่า เราได้เปรียบดุลการค้าที่โน่นที่นี่เยอะแยะหลังจากทําเขตการค้าเสรีความตกลงอะไร ต่าง ๆ มันอาจจะไม่ใช่ภาพที่แท้จริงก็ได้
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ มาตรการเยียวยา ซึ่งอยู่ในมาตรา ๑๙๐ เราอาจจะ พูดกันน้อยมากนะครับ ว่าหนังสือสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงใด ๆ ในวรรคสี่ หากมีผู้ได้รับ ผลกระทบ คณะรัฐมนตรีต้องมีการเยียวยาอย่างถูกต้องรวดเร็วและเปึนธรรม เขตการค้า เสรีหรือความตกลงเขตการค้าเสรีต่าง ๆ จําเปึน รัฐบาลต้องมีการประเมินผลและแสดง เอกสารว่ามีการวิจัยหรือศึกษามาอย่างถ่องแท้แล้วว่าภาคไหนจะได้รับผลกระทบบ้าง แล้วมีขนาดของกองทุนขนาดไหน และการเข้าถึงของกองทุนที่มีเรื่องร้องเรียนมากว่า เข้าถึงได้ยาก มีมาตรการรองรับไหมสําหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในการที่เราต้อง นําผลประโยชน์ของชาติเพื่อไปแลกในสิ่งที่เราอยากได้
และประเด็นสุดท้ายก็คือ อยากให้มองว่าเอฟทีเอเปึนเรื่องของคนทั้งชาติ อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทํา ได้ให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างชัดเจน และอย่ามองเรื่องการเกินดุลการค้าแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ให้มองถึงการกระทบของ ภาคสังคม หรือโครงสร้างเศรษฐกิจของสังคมด้วย
และอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรากําลังมองเอฟทีเอเปึนตัวตั้ง ไม่ได้มองจุดแข็ง ของเราเปึนตัวตั้งในการเจรจา เพราะฉะนั้นเราก็จะเจรจา ถ้าเรามองจุดแข็ง สมมุติว่า ภาคเกษตรของเราเปึนจุดแข็ง เอฟทีเอเปึนเพียงยุทธศาสตร์หนึ่งเท่านั้นเอง
ผมจะขออภิปรายในประเด็นของน้ําตาลไทยกับอินโดนีเซียสักเล็กน้อย นะครับ อินโดนีเซียได้กําหนดน้ําตาลเปึนสินค้าในบัญชียกเว้นภาษีชั่วคราว ต้องลดภาษี เปึน ๐ ในป้ ๒๕๕๓ แต่อินโดนีเซียมีความพยายามนะครับ จะเลื่อนขั้นสินค้าในบัญชี ยกเว้นภาษีชั่วคราวเปึนสินค้าอ่อนไหวสูง ซึ่งข้ามขั้นสินค้าอ่อนไหวด้วยซ้ํา ประเด็นที่ไทย เรียกร้องก็คือ ต้องขอชดเชยในสิ่งที่อินโดนีเซียกําลังจะจัดบัญชีในบัญชียกเว้นภาษี ชั่วคราวนี่ไปอยู่ในบัญชีสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง โดยสรุปอย่างนี้นะครับ โดยเขตการค้า เสรีอาเซียน อินโดนีเซียต้องลดภาษีเปึน ๐ ในป้ ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นภาษีปัจจุบัน อินโดนีเซียเก็บใน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ภายในป้ ๒๕๕๘ ในบันทึกตกลง ความเข้าใจนะครับ อินโดนีเซียจะลดเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นที่เราคาดหวังในการเจรจาเขต การค้าเสรีมาก แต่ท้ายที่สุดนั้นมีตัวอย่างที่ชัดเจนคืออินโดนีเซียไม่ได้ปฏิบัติตาม เราก็เลย ขอให้อินโดนีเซียทําสัญญาบันทึกตกลงความเข้าใจกับเราว่า จะต้องซื้อน้ําตาลของไทยใน ป้ละเฉลี่ยป้ละ ๖ แสนตัน ประมาณ ๕๕๐,๐๐๐ ตัน ใน ๓ ป้ล่าสุดเฉลี่ยนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ ประเทศอินโดนีเซียไม่ได้มีความ พยายามที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่ให้กับไทยไว้แต่แรก แล้วพยายามจะบ่ายเบี่ยง ชะลอมาตลอดนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถือว่าไทยได้เสียประโยชน์ของเราไปส่วนหนึ่ง แล้ว ก็คงจะเปึนประเด็นที่รัฐบาลไทยคงต้องพิจารณาว่า การตกลงหรือการเจรจาเขตการค้า เสรีใด ๆ ก็คงต้องระมัดระวังนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่กําลังจะเกิดขึ้นอีกด้วย ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอรรถพร พลบุตร ๘ นาที อยู่ไหม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ในเบื้องแรกกระผมในนามตัวแทนของชาวจังหวัดเพชรบุรี ขอขอบคุณรัฐบาล ภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ได้เลือกจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์บ้านพี่เมืองน้องเปึนสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในปลาย เดือนกุมภาพันธ์นี้ พวกเราทั้ง ๒ จังหวัดภาคภูมิใจ และจะทําหน้าที่เจ้าบ้านให้ดีที่สุดเท่าที่ จะเปึนไปได้ ความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้น เกิดเพราะเราตระหนักดีว่าการเจรจาและกิจกรรม ที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ที่หัวหิน จะมีผลอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลง โฉมหน้าของภูมิภาคนี้ ภูมิภาคซึ่งมีประชากรมากกว่า ๕๕๐ ล้านคน มีผลิตภัณฑ์มวลรวม ประชาชาติมากกว่า ๑ ล้าน ๆ ดอลลาร์ มีรายได้รวมจากการค้ามากกว่า ๑,๔๐๐ พันล้าน ดอลลาร์ ภูมิภาคที่ถูกกระหน่ําย่ํายีโดยคนที่ตัวใหญ่กว่า ประเทศที่ใหญ่กว่าทั้งกระสุน และอํานาจทุนมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน เราตระหนักดีว่าถ้าคนตัวเล็ก ๆ คือ ๑๐ ประเทศที่เปึนสมาชิกอาเซียนไม่จับมือกัน ไม่รวมหัวใจกัน และคิดเหมือนกันใน ทิศทางเดียวกันด้วยความเคารพต่อความแตกต่าง เราจะสู้คนตัวใหญ่ได้อย่างไร และเรา จะยืนอย่างทระนงองอาจท่ามกลางกระแสมรสุมร้ายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้อย่างไร นั่นคือ พันธกิจที่อาเซียนได้ดําเนินมาจนถึงวันนี้ ๔๐ ป้เต็ม ๆ พวกเรายังตระหนักด้วยว่าถ้า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ที่จะเกิดขึ้นผ่านไปตามเปัาประสงค์โดยราบรื่น ก็เปึนการประกาศความเชื่อมั่นให้โลกทั้งโลก ให้ภูมิภาคทุกภูมิภาคเห็นว่าประเทศไทย มีภาวะของความผู้นําอาเซียน ทั้งในฐานะประธานอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และประเทศ ซึ่งมีวิถีทางประชาธิปไตยเปึนตัวของตนเอง ท่านประธานครับ พวกเราชาวเพชรบุรีและ ประจวบคีรีขันธ์ยังคาดหวังว่า การที่จะก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างบริบูรณ์ ในป้ ๒๕๕๘ นั้น การเจรจาข้อตกลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์จะทําให้ เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและขวากหนามสําคัญที่ทําให้การก้าวสู่เปัาหมายได้สะดุด หยุดลงหลายครั้งหลายตอน ไม่ว่าจะเรื่องของการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจที่ไม่ เท่าเทียมในหมู่ประเทศสมาชิก เนื่องจากความแตกต่างหรือขีดความสามารถ เรื่องของ การแข่งขัน ทั้งเรื่องการตลาด การค้า และเรื่องของทุน ไม่ว่าจะเรื่องการขาดการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนใน ๑๐ ประเทศที่มองว่าอาเซียนยังเปึนเรื่องของรัฐบาลและองค์กรใน ระดับชาติมากกว่าการเชื่อมโยงในระดับประชาชนของภูมิภาค ไม่ว่าจะในเรื่องราวต่าง ๆ มากกมายหลายเรื่อง ซึ่งเวลาอันจํากัดนี้ผมคงกราบเรียนได้ไม่หมด ท่านประธานครับ เราคาดหวังในฐานะของคนที่มาจากพื้นที่และมองในเชิงจุลภาค ประชาชนเขาก็คาดหวัง เขาหวังว่าด้วยการเจรจาที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลจะทําให้ราคาสินค้าการเกษตร ไม่ว่า จะเปึนมะนาวของคนเมืองเพชร ไม่ว่าจะเปึนสับปะรดของคนประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเปึน พืชผักผลไม้ของพี่น้องชาวเมืองเหนือหรือพืชผลการเกษตรจากพื้นที่อันชุ่มฉ่ําของภาคใต้ ภาคตะวันออก จะมีราคาสูงขึ้น เขาจะไม่ต้องกลืนน้ําตาของตนเองเหมือนกรณีเอฟทีเอ ของประเทศจีนที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา พี่น้องชาวประมง ๒๔ จังหวัด วันนี้ใช้ธาตุทรหด ต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด เขาก็แอบคาดหวังอยู่ในใจว่ากรอบการเจรจาที่จะเกิดขึ้นจะทําให้ เขาสามารถร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเปึนอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเปึนเวียดนาม พม่า หรือกัมพูชา พัฒนาสัตว์น้ําและจัดการระบบทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลร่วมกัน เขาจะได้ไม่ต้องถูกทําร้าย ถูกจองจํา ถูกขังลืมอยู่ในคุกที่เกาะแห่งใดแห่งหนึ่ง วันนี้อย่าว่าแต่ลมหายใจจะได้กลับบ้าน กระดูกยังไม่มีโอกาสกลับบ้านเลยครับ พี่น้อง ในเมืองท่องเที่ยวไม่ว่าจะเปึนที่จังหวัดหัวหิน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่จังหวัดพัทยา ที่จังหวัด ระยอง ที่จังหวัดภูเก็ต อําเภอหาดใหญ่ เขาก็หวังว่าถ้ากรอบการเจรจาครั้งนี้มี ประสิทธิภาพด้วยฝ้มือของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เงินใน กระเปิาของเขาจะมากขึ้นโดยนักท่องเที่ยวซึ่งมาจากประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ประเทศ เพื่อนบ้าน ซึ่งมีสัดส่วนการหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น ๆ เปึนสัดส่วนที่ใกล้เคียงจาก นักท่องเที่ยวที่มาจากยุโรปหรืออเมริกานอกภูมิภาค เขาหวังไว้อย่างนั้นครับ อย่าให้ใคร มาทําลายความหวังตรงนี้นะครับ ความขัดแย้งในทางการเมือง ความขัดแย้งในทาง ความเชื่อหรือความศรัทธาไม่มีคุณค่าเหนือกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ ความขัดแย้งที่ เกิดขึ้นในทางการเมืองหรือทางสังคมเราหาข้อยุติในบ้านของเราได้ ไม่มีประโยชน์อะไร เลยที่จะเติมเปลวไฟแห่งความขัดแย้งให้มากขึ้นด้วยเชื้อเพลิงที่มาจากนอกบ้าน ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เปึนความเสียหายของคนชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรือ กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนความ เสียหายของคนทุกคนไม่ว่าจะชื่ออะไรหรือภูมิภาคอะไร กระผมในนามของตัวแทนชาว เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์จะทําหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้การประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะ เกิดขึ้นนั้นบรรลุสู่วัตถุประสงค์และก้าวไปสู่การเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในป้ ๒๕๕๘ แม้ว่าจะต้องเปึนปราการด่านหน้าก็ตามแหละครับ ก็พร้อมจะทําหน้าที่ เหมือนที่คนเพชรบุรี คนประจวบคีรีขันธ์เคยทําหน้าที่ตรงนี้มาแล้วตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ หรือยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เรียกว่า กบฏบวรเดช เราพร้อมครับ แต่สิ่งที่ เหนือกว่าความเปึนปราการด่านหน้าก็คือเรื่องราวของจิตสํานึกของความเปึนชาติ สิ่งที่จะ เกิดขึ้น ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น มันเกิดกับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีความเชื่อหรือมี ประชาธิปไตยในความหมายที่แตกต่างกันอย่างไรก็ตามชาวเพชรบุรีขอเปึนเจ้าบ้านที่ดี ที่สุดครับ และหวังว่าในการประชุมสุดยอดอาเซียนซัมมิทที่จะเกิดขึ้นปลายเดือน กุมภาพันธ์นั้นจะไม่มีคําพูดถึงเสื้อสีอะไร คําพูดเดียวที่จะพูดในวันนั้นคือคําว่า แผ่นดิน ของเรา ขอบคุณครับ
เชิญท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ยะลา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้เป่ดโอกาสให้ผมได้มาทําหน้าที่ในฐานะที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ทําหน้าที่ในการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลในฐานะ ฝ์ายค้าน ท่านประธานที่เคารพ ผมได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ได้อภิปรายในเรื่องกรอบการเจรจาความร่วมมือประชาคมอาเซียน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๒๐ กว่าเรื่องนั้นมาทั้งวัน ผมก็รู้สึกและเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติ หลายท่านที่เห็นว่า วันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าการรีบเร่งของรัฐบาลในการที่จะพิจารณาผ่าน กรอบการเจรจาความร่วมมือประชาคมอาเซียนในวันนี้นั้น อาจจะส่งผลกระทบให้เกิด ความเสียหายกับประเทศชาติในอนาคตได้หรือไม่นั้น แต่ก่อนอื่นผมขอยืนยันกับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพว่า ผมเห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยจะเปึนเจ้าภาพจัดการ ประชุมอาเซียนขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ตามที่เพื่อนสมาชิก หรือเปึนที่ทราบกันอยู่ใน ข่าวต่าง ๆ เหล่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากว่าหลายท่านที่เปึนเพื่อน สมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตก็คือ จากการที่พิจารณากรอบการเจรจาถึง ๒๐ เรื่อง แล้วเนื้อหาสาระซึ่งมีความสําคัญ แล้วก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ได้มีเวลาเพียงพอในการศึกษาเพื่อจะได้นํามาตั้งข้อสังเกตในการพิจารณาความเห็นชอบ ต่อกรอบต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น วันนี้ผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พยายามพูดถึงบทบาทหน้าที่ของ สมาชิกรัฐสภาว่ามันเปึนบทบาทหน้าที่ที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติและต้องมีความพร้อมที่จะ ทําการศึกษาได้ทันกับเวลาตามที่สภาได้นําเอกสารมาให้ ผมก็ไม่แน่ใจกับเพื่อนสมาชิก ที่ได้กล่าวนั้นว่า ท่านเองนั้นได้ศึกษาครบถ้วนหรือไม่กับเอกสารที่ทางสภาแห่งนี้ได้ส่ง ให้กับพวกเรา ผมเชื่อแน่ว่าความหนามากกว่าเกือบ ๆ ๑๐,๐๐๐ หน้า หรืออย่างที่ท่าน สมาชิกจากพรรคเพื่อไทยได้กล่าวไว้ว่า สูงกว่า ๑ ศอก ใครจะใช้เวลาอ่านได้ครบถ้วน ละเอียดถี่ถ้วนอย่างที่ท่านได้กล่าว ซึ่งผมเชื่อมันว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนก็ตระหนักถึง บทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพี่น้องประชาชน และระลึกเสมอว่าในการทําหน้าที่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ทุกคนก็กินเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับทุกคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ จากการที่ ในการพิจารณากรอบการเจรจาความร่วมมือประชาคมอาเซียนในครั้งนี้มีเอกสาร มากมายนั้น ผมอยากตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องว่า วันนี้ในการเจรจาการประชุมอาเซียนนั้น ผมเชื่อมั่นว่าจะเปึนประโยชน์กับ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่ง อยากฝากข้อสังเกตให้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่จะต้องไปเจรจานั้น ได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณา เจรจาความต่าง ๆ และพึงสังวรและใช้ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ในการที่จะไปเจรจา เหล่านั้น ซึ่งผมก็เห็นว่าประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นที่พวกเราเปึนห่วงในเรื่องของภูมิหลัง วิสัยทัศน์ แล้วก็ประสบการณ์ความสามารถของรัฐมนตรีบางท่าน ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ท่านก็ได้พูดถึงการได้มาซึ่งตําแหน่งครั้งนี้อาจจะเกิดจากตามที่สื่อหรือที่พวกเราทราบ กันว่าเปึนการต่างตอบแทนนั้น ผมก็เปึนห่วงในประเด็นนี้ เพราะเท่าที่นั่งฟังมาวันนี้ ๑ วัน มีรัฐมนตรีหลายท่านก็ไม่มีความเข้าใจในกรอบเนื้อหาของสาระที่สําคัญ พยายามที่จะ อธิบายความเข้าใจให้กับสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้เข้าใจ แต่ก็ต้องอาศัยกลไก ของรัฐหรือการนําข้าราชการผู้ที่มีความชํานาญเชี่ยวชาญมาเปึนผู้ชี้แจงแทนท่านรัฐมนตรี ผมก็ไม่สบายใจนะครับท่านประธาน เหตุผลที่ผมไม่สบายใจจากการที่นําจะเอา บุคคลภายนอกมาชี้แจงต่อในสภาแห่งนี้ แม้ว่าระเบียบข้อบังคับของรัฐสภาได้เป่ดโอกาส แต่ในข้อเท็จจริงในวันประชุมกรอบการเจรจาประชาคมอาเซียนนั้น ท่านไม่สามารถที่จะ นําบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญขึ้นไปนั่งร่วมโต๊ะเจรจากับทวิภาคีได้ อันนี้สิ่งที่ผมเปึนห่วง เพราะตามที่ทราบในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่เปึนสมาชิกประชาคม อาเซียน ๑๐ ประเทศนั้น ไม่ว่าจะเปึนประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ประเทศ เหล่านี้มีการพัฒนาการทางการเมืองที่มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีความมั่นคงทาง การเมืองมายาวนานกว่าประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เขาจะได้เปรียบในเรื่องของบุคลากรหรือ บุคคลที่ทําหน้าที่ในการเจรจาต่อรองทวิภาคี สิ่งเหล่านี้ที่ผมเปึนห่วงว่า การที่เราไปเจรจา แล้วรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้นไม่มีความเข้าใจในเนื้อหาสาระหรืออาจจะอ่อนประสบการณ์ ในการประชุมระดับอาเซียน ผมก็เปึนห่วงว่าประเทศไทยอาจจะเสียประโยชน์และ ประชาชนอาจจะเสียประโยชน์ได้ในวันข้างหน้านะครับ ท่านประธานที่เคารพ สําหรับ ในการอภิปรายของผมในวันนี้ ผมจะเน้นในกรอบของการเจรจาความร่วมมือเรื่องของ ทางด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งผมก็รู้สึกไม่สบายใจอีกเช่นกัน โดยอํานาจหน้าที่หรือบทบาทของรัฐบาลภายใต้การนํา ของนายกรัฐมนตรีตามประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เปึนผู้ที่จะลงนามในสนธิสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศ เท่านั้น หรือว่าอาจจะเปึนรัฐมนตรีที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึน ผู้มอบหมาย แต่วันนี้ในเรื่องของบทบาทสิทธิมนุษยชนนั้น ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ไม่สบายใจที่ประวัติหรือพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ซึ่งเปึน ตัวแทนของประเทศชาติที่จะต้องไปเจรจาลงนามในฐานะตัวแทนของประเทศไทยนั้น เปึนผู้ที่หลายฝ์ายสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้หลายท่านได้กล่าวว่า ท่านได้ละเมิด สิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้ว่าการที่ ผู้ที่มีอํานาจในการลงนามเจรจาสนธิสัญญารองจากนายกรัฐมนตรีคือเจ้ากระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ เคยมีพฤติกรรมและเคยแสดงต่อสื่อสาธารณชนในเกี่ยวกับการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมจะไม่กล่าวว่าในการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ บุกยึดทําเนียบ รัฐบาล บุกยึดสถานที่ราชการต่าง ๆ เหล่านั้น ท่านจะมีส่วนเกี่ยวข้องแค่ไหน เพราะ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนั้นอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จาก จังหวัดยะลา ในการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมินั้นเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่ในช่วงของการที่จะต้องเดินทางไป ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่ทุกคนต้องกังวล รุ่มร้อน ไม่สบายใจ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าหากท่านประธานเปึนผู้หนึ่งซึ่งจะเปึนผู้ที่ไปประกอบ พิธีกรรมทางศาสนา ในเมื่อท่านถูกกระทําโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพตามสิทธิมนุษยชนของประชาชนที่สมควรจะได้รับโดยทั่วไปว่าท่านจะรู้สึก อย่างไรในเมื่อสภาพจิตใจของท่านซึ่งมีความตั้งใจสูง มีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะเข้าไป ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่แล้วต้องมาได้รับผลกระทบจาก การกระทําของบุคคลในการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เหล่านี้ผมเชื่อมั่นว่าท่านในฐานะ ที่เคยกล่าวและมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงว่า การชุมนุมเปึนเรื่องสนุก ดนตรีเพราะ อาหารอร่อย สิ่งเหล่านี้ย่อมบ่งบอกถึงว่าพฤติกรรมของผู้ที่ผมอาจจะทราบข้อมูลมาว่า เปึนผู้ที่จะลงนามนั้นมีพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน แล้วท่านจะไป สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศชาติหรือนานาชาติในการเจรจาความได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ ป้ ที่ผ่านมา วันนี้เหตุการณ์นับวันแม้ว่าจะมีความถี่ห่างไป แต่ว่าความรุนแรงของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าวันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังรุนแรง มากขึ้น และทางด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะได้ลงไปตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่นับถือ ศาสนาอิสลามนั้น ถูกละเมิดสิทธิทางด้านมนุษยชนมาโดยตลอดอย่างเปึนที่ทราบแล้วก็ ไม่มีการเข้าไปดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง ผมอยากฝากท่านประธานผ่านถึงรัฐบาล ก่อนที่ท่านจะไปเจรจากรอบข้อตกลงในด้าน สิทธิมนุษยชนกับนานาประเทศหรือประชาคมอาเซียนนั้น เปึนไปได้ไหมครับ ทําให้ ประเทศไทยเราหรือให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศไทยนี้ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่าง เท่าเทียมกัน ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมเชื่อมั่นว่าประเด็นการเจรจาความทาง การเมืองในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะมาถึงนั้น ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องถูกเพื่อนสมาชิกประชาคมอาเซียนทั้งหลาย แม้ว่าจะเปึน ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือแม้แต่ฟ่ลิปป่นส์ จะต้องพูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าจะเปึนเหตุการณ์ที่อําเภอตากใบ เหตุการณ์ กรือเซะ เหตุการณ์ที่อิหม่ามยะผากอซิม อิหม่ามอําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ที่ถูก กระทําโดยกลไกของรัฐ หรือผู้มีอํานาจบารมีที่สามารถเข้ามาแทรกแซงกระบวนการ บริหารงานของรัฐบาลเหล่านั้น ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลแม้ว่า จะเปึนกี่รัฐบาลก็ตาม ๔-๕ ป้มาแล้วไม่สามารถสร้างความกระจ่างต่อสาธารณชนได้ใน เรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น วันนี้ผมเชื่อมั่นว่านานาประเทศหรือ ประชาคมโลกได้ให้ความสนใจ ประเทศใดที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เคารพ สิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศ การต่อรองการเจรจาความทางการเมืองหรือการ เจรจาความข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านั้นย่อมอาจจะได้รับการพิจารณาหรือการต่อต้านจาก นานาประเทศที่เจริญแล้ว วันนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าที่จะเปึนของคดีที่ผมกล่าว มาแล้ว ก็ยังมีบุคคลซึ่งอีกเปึนร้อยเปึนพันคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูก ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ท่านประธานที่เคารพ บรรดาผู้ที่ถูกกล่าวหา โดยรัฐในคดีข้อหาความมั่นคง วันนี้ในจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส นั้นมีเกือบ ๑,๐๐๐ คน ไม่มีสิทธิที่จะใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ สิทธิเสรีภาพตามมนุษยชนที่ต้องออกมาต่อสู้ว่าความตาม กระบวนการยุติธรรม แล้วประเทศไทยยังคิดหรือครับว่าท่านพร้อมที่จะไปเจรจาความ เรื่องสิทธิมนุษยชน ในเมื่อประชาชนของประเทศท่านเองยังไม่ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่าง เท่าเทียมกัน สิ่งเหล่านี้ผมก็เปึนห่วงนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ จากประเด็นทั้งหมดก็ยังมีประเด็นหนึ่งที่เปึน ประเด็นสุดท้ายที่ผมจะต้องพูดถึงในประเด็นของสิทธิมนุษยชนก็คือ อาจจะมีเพื่อน สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึง ก็คือกรณีของกลุ่มโรฮิงญาซึ่งเปึนพี่น้องที่นับถือศาสนา อิสลาม ผมขอเรียนผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ประชาคมอิสลามนั้นเขาไม่มีพรมแดน มุสลิมทั่วโลกเปึนพี่น้องกัน การเจ็บปวดของพี่น้อง มุสลิมที่จังหวัดยะลา การเจ็บปวดจากการกระทําของพี่น้องมุสลิมในจังหวัดนราธิวาสหรือ จังหวัดปัตตานี การเจ็บปวดจากการะทําของกลุ่มบุคคลของพี่น้องมุสลิมในเลบานอน หรือปาเลสไตน์ จากการกระทําของอิสราเอลเปึนความเจ็บปวดของพวกเราพี่น้องมุสลิม ทั่วโลก วันนี้ผมยังไม่เห็นรัฐบาลภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสดงท่าที หรือบอกการกระทําของประเทศในตะวันออกกลางในการละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานที่เคารพ โรฮิงญาเปึนพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม เปึนพี่น้องของพวกเรา ทุกคนชาวมุสลิมทั่วโลก ฉะนั้นเขาแม้ว่าจะเปึนคนเร่ร่อนสําหรับสหภาพพม่า เขาก็เปึนมนุษย์ คนหนึ่งที่เกิดมาบนโลกแห่งนี้ด้วยความเชื่อและนับถือเอกองค์อัลเลาะห์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เพียงองค์เดียวเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ ผมว่ารัฐบาลควรจะมีความเด็ดขาด ควรจะใช้อํานาจเข้าไป แทรกแซงกระบวนการจัดการ การดําเนินการ การกระทําของกองทัพ โดยเฉพาะการเข้าไป ตรวจสอบว่าในบรรดากลุ่มผู้ลี้ภัยโรฮิงญาทั้งหลายนั้นได้รับการกระทําที่มีการละเมิดสิทธิ เสรีภาพต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร เอาข้อเท็จจริงเหล่านี้มาเป่ดเผยต่อสาธารณะให้ได้ โดยเร็วที่สุด สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าองค์การสหประชาชาติหรือว่าองค์กรสิทธิมนุษยชนของโลก ได้ให้ความสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจจะเปึนข้อหาที่ประเทศไทยต้องแสดง บทบาทที่ชัดเจนในการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ ฉะนั้นสุดท้ายท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านทางสภาว่า ในการพิจารณากรอบการเจรจาความร่วมมือ ประชาคมอาเซียนในครั้งนี้ เปึนระเบียบการเจรจาที่มีความสําคัญต่อประเทศชาติและ พี่น้องประชาชน และพวกเราทุกคนในสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมจึงเห็นควรว่า แม้ว่าเราในฐานะฝ์ายค้านจะแพ้การโหวต แต่อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาความละเอียดของกรอบการเจรจา อีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณจุติ ไกรฤกษ์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ที่เรากําลังพิจารณา กรอบของอาเซียนทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย เพราะว่าเปึนเรื่องที่เสนอมาตั้งแต่ รัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ พวกกระผมนั้นอยู่ในวิปฝ์ายค้านก็ได้มีโอกาสได้รับการชี้แจง คําบรรยายจากส่วนราชการต่าง ๆ แต่บังเอิญว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วันนี้ร่าง อันนี้ก็เลยเข้าสภาเข้ามา แต่ว่าผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างที่เข้ามาวันนี้อยู่ ในภาวะการกดดันของเศรษฐกิจของโลกซึ่งกําลังมีปัญหา แล้วก็วันนี้โอกาสทางการค้า ของประเทศไทยนั้นก็แคบลงเหมือนกับประเทศต่าง ๆ ฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนให้มี การอนุมัติกรอบเจรจาข้อตกลง ๓๐ กว่าฉบับนี้ จากสมาชิกรัฐสภาโดยทั่วไป โดยกระผม ขอให้เหตุผลดังนี้ครับท่านประธานครับ
เหตุผลแรกก็คือว่า หลายท่านมีความกังวลว่ามีการอนุมัติกรอบเจรจา อาเซียนมาบ้างหรือเปล่านะครับ กราบเรียนท่านประธานว่ามีแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ แล้วก็วันนี้มาขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในข้อตกลงต่าง ๆ ที่เรามาขอในกรอบอาเซียน นั้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการเจรจาเขตการค้าเสรี ซึ่งเราทํามาแล้วนะครับ ระหว่าง ไทย-นิวซีแลนด์ แล้วก็ไทย-ออสเตรเลีย สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วก็ ไทย-ญี่ปุ์น สมัยรัฐบาลท่านพลเอก สุรยุทธ์ หรือแม้กระทั่งกรอบข้อตกลง เออร์ลี่ ฮาร์เวสท์ (Early Harvest) ระหว่างไทย-อินเดีย ก็ทํามาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ ฉะนั้นวันนี้ ถ้าเราคิดว่าเราจะไปขอดูรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุมนั้น ผมขอ กราบเรียนท่านประธานว่า คงจะไปปรับปรุงในรายละเอียดอะไรไม่ได้มาก สาเหตุ เนื่องจากว่าข้อตกลงทางการค้า เขตเสรีทางการค้า ระหว่างไทย-ออสเตรเลียก็ตาม ไทย-นิวซีแลนด์ก็ตาม ไทย-ญี่ปุ์นก็ตาม ไทย-อินเดียก็ตามนั้นนี่ ได้มีการบังคับใช้มาแล้ว แล้วก็ต้องบอกว่าประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากข้อตกลงตรงนั้น ฉะนั้นการที่ เราจะไปขอเจรจาเพิ่มเติม หรือว่าขอเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดนั้น ทําให้ประเทศคู่ค้า เขามีความระมัดระวังว่าเขาจะต้องไม่เสียเปรียบประเทศไทยเพิ่มเติม ผมยกตัวอย่าง ให้ฟัง อย่างเช่น การค้าระหว่างไทยกับอินเดีย ท่านประธานครับ มีข้อตกลงทางการค้า ระหว่างไทย-อินเดีย ซึ่งเอามาดูว่ามีการเจรจาอยู่ ๘๔ รายการ ซึ่งใน ๘๔ รายการนั้น เดิมทีก่อนที่มีการตกลงนี้ ประเทศไทยนั้นเสียดุลการค้ากับประเทศอินเดียมา แต่หลังจาก ที่มีการใช้ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว ทําให้ประเทศไทยได้ดุลการค้าระหว่างไทยกับอินเดีย ฉะนั้นการที่เราจะไปขอรื้อฟุ๋นเขาอีก ผมเชื่อว่าคงจะเปึนการยาก แล้วก็อินเดียคงจะต้อง ระมัดระวังในการเจรจารอบใหม่กับประเทศไทยเพื่อไม่ให้เสียเปรียบไปมากกว่านั้น นอกจากนั้นแล้วผมเชื่อว่าผลประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากข้อตกลงทางการค้า ทั้งหลาย ส่วนใหญ่แล้วในระดับทวิภาคีนั้นเราจะได้ประโยชน์มากกว่าในกรอบของ อาเซียน ฉะนั้นผมไม่เห็นเหตุผลที่ว่าถ้าเราจะไปตกลงทบทวนในกรอบของอาเซียนแล้ว เราจะได้ประโยชน์มากกว่า ผมยังมองไม่เห็นตรงนี้ ฉะนั้นถ้าเผื่อประเทศไทยนั้นมีการ เร่งรัดให้มีการทํางานแสวงหาโอกาสทางการค้าเพิ่มมากขึ้น เราก็จะขยายส่งออกไปยัง ต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น การจ้างงานก็จะมากขึ้น โอกาสคนตกงานก็จะน้อยลง สิ่งที่ อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ในส่วนของการค้าทั่วโลกขณะนี้กําลังมีปัญหา ครับท่านประธานครับ ที่มีปัญหาเพราะว่าขณะนี้เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ว่า จะเปึนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น จีน ซึ่งเปึนเศรษฐกิจใหญ่ยักษ์ใหญ่สุดของโลก ๓ ประเทศ รวมไปถึงกลุ่มประชาคมยุโรป รวมไปถึงประเทศเกาหลี ซึ่งมีข้อตกลงกับประเทศเกาหลี ด้วยนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานได้ว่าวันนี้ทุกประเทศเขามีปัญหา สถาบันการเงิน เขาล้ม กําลังซื้อเขาลดลง คนตกงานเพิ่มมากขึ้น ปริมาณการค้าระหว่างประเทศลดลง ฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานได้ว่าถ้าเราไม่รีบฉวยโอกาสแต่เนิ่น ๆ ที่จะไป ฉกฉวยผลประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านั้นตามข้อตกลงแล้ว ประเทศไทยนั้นจะตกรถไฟ ถามว่า เพราะอะไร เพราะว่าถ้าเผื่อท่านประธานดูว่าเศรษฐกิจที่เรามีฟองสบู่มันมีมานานกว่า ๗ ป้ครับ ในรอบขาขึ้นนานกว่า ๗ ป้ แล้วเศรษฐกิจของโลกที่มันพีค (Peak) ที่สุด คือจุดสูงสุด คือป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ฉะนั้นที่ผ่านมาทั้งในเชิงของสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้า การเกษตรทุกประเทศเร่งผลิตขาย เพราะเชื่อว่ากําลังซื้อของโลกนั้นจะทะยานไปอีก แต่ปรากฏว่าเมื่อป้ที่แล้ว ๒๕๕๑ นั้น เหตุการณ์กลับตาลปัตรพลิกจากหน้ามือเปึนหลังมือ คนที่เคยผลิตสินค้าเกษตรเอาไว้ สินค้าอุตสาหกรรมเอาไว้ ขณะนี้สต็อก (Stock) คงค้าง ทั่วโลกมีมหาศาล เมื่อสต็อกคงค้างทั่วโลกมีมหาศาล ก็หมายความว่าวันนี้ทุกประเทศ จะพลิกตําราการค้าขาย จะต้องพยายามระบายสินค้าเกษตร ระบายสินค้าอุตสาหกรรม โดยไม่คํานึงถึงข้อตกลงทางการค้าหรือมารยาททางการค้าเปึนอันขาด แล้วก็จะมีการขาย ตัดราคากันอย่างรุนแรง แล้วก็ผมเชื่อว่าประเทศไทยก็จะเปึนประเทศหนึ่งที่มีผลกระทบ ตรงนั้น ฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้ถ้าเผื่อเราไม่เร่งรีบที่จะให้ส่วนราชการก็ตาม รัฐบาลก็ตามไป รีบฉกฉวยโอกาสทางการค้าระหว่างนี้ ผมเชื่อว่าเรานั้นจะเสียโอกาสทองไปในที่สุด ผมให้ท่านประธานดูตัวเลขเศรษฐกิจได้ครับว่า เศรษฐกิจสหรัฐ เศรษฐกิจของจีน เศรษฐกิจของญี่ปุ์น เศรษฐกิจของประชาคมยุโรป ปริมาณทางการค้า ส่งออกนําเข้านั้น ลดลง ขณะนี้เห็นตัวเลขแล้วเพียงจุดเริ่มต้นร้อยละ ๒๐ ครับ ลดลงมากกว่าร้อยละ ๒๐ อย่างประเทศเกาลีนั้นนําเข้าลดลงมากกว่าร้อยละ ๔๗ ประเทศไทยนั้นส่งออกขณะนี้ ก็ทราบแล้วว่าตัวเลขการส่งออกนั้นลดลงมากกว่าร้อยละ ๑๘ ฉะนั้นผมคิดว่ากรอบ การตกลงทางการค้าการลงทุนต่าง ๆ ของอาเซียนนั้นจะเปึนประโยชน์และเปึนช่องทาง ใหม่ที่รัฐบาลแล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ นั้นจะนําไปใช้โดยเร็วที่สุด ฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุน ในประเด็นนี้ว่าขอให้สมาชิกรัฐสภานั้นได้ให้โอกาสคนไทย ให้โอกาสประเทศไทยได้ไป ช่วงชิงความได้เปรียบทางการค้า ท่านอาจจะมองว่าเดือนสองเดือนนั้นไม่ใช่ แต่ผมบอก ได้เลยว่าบางครั้งทางการค้าโอกาสทองมีแค่หนเดียว พลาดไปแล้วก็พลาดไปเลยตลอด ทั้งป้ ผมจึงวิงวอนท่านสมาชิกรัฐสภาทั้งหลายว่าได้กรุณาเห็นใจประเทศไทย เห็นใจ คนยากคนจนที่ทํางานด้านการเกษตร หรือผลิตสินค้ามาขายในด้านอุตสาหกรรมนั้นได้ สามารถระบายสินค้าของประเทศไทยช่วงชิงโอกาสทองตอนนี้ที่มีเหลืออยู่น้อยนิดนี้ จึงขอให้ทุกท่านนั้นช่วยกรุณาผ่านร่างทั้งหมดให้กับประเทศไทยด้วยครับ ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญคุณวันชัย แสงสุขเอี่ยม ส.ว. ครับ เชิญ โดยในการประชุมผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๔ ที่ประเทศสิงคโปร์ ๖ ประเทศสมาชิกขณะนั้น มีมติเห็นชอบกับข้อเสนอของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน นะครับ โดยให้มี การจัดตั้งอาฟตาขึ้น โดยใช้ข้อตกลงว่าด้วยอัตราศุลกากรพิเศษที่เท่า ๆ กัน หรือเรียกย่อ ว่า เซพท นะครับ เปึนกลไกในการดําเนินการครับ โดยมีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งอาฟตา ที่สําคัญก็คือเพื่อให้การขายสินค้าภายในอาเซียนเปึนไปโดยเสรี มีอัตราภาษีต่ํา และ ปราศจากข้อจํากัดทางการค้า ๒. เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนในกลุ่มประเทศ อาเซียน ๓. และเพื่อให้มีอํานาจต่อรองและเปึนเวทีแสดงความคิดเห็นหากได้รับ ความกดดันหรือถูกเอาเปรียบจากการค้าจากประเทศอื่น ๆ ครับ ท่านประธานครับ กลไก การดําเนินการลดภาษีของอาฟตาที่เรียกว่า เซพท นี่นะครับ กําหนดให้ประเทศสมาชิกให้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรแก่กันในลักษณะต่างตอบแทนครับ คือการที่จะได้ สิทธิประโยชน์จากการลดภาษีสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งของประเทศอื่น ประเทศนั้น ๆ จะต้องประกาศลดภาษีสําหรับสินค้าชนิดเดียวกันด้วย แล้วก็ประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง ๖ ประเทศในขณะนั้นมีพันธกิจที่สําคัญ คือจะต้องทยอยลดภาษีสินค้าเกษตรและ อุตสาหกรรมตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๙๓ ให้เปึนร้อยละ ๐ ในป้ ค.ศ. ๒๐๑๐ โดยแบ่งกลุ่ม สินค้าออกเปึน ๔ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือ สินค้าในบัญชีลดภาษี ซึ่งจะต้องลดภาษีเปึนร้อยละ ๐ ในป้ ๒๐๑๐ ครับ กลุ่มที่ ๒ คือ สินค้าในบัญชียกเว้นภาษีชั่วคราว ซึ่งอินโดนีเซียในเรื่อง ของน้ําตาลปัจจุบันนี้อยู่ในกลุ่มนี้ครับ กลุ่มที่ ๒ นะครับ ซึ่งจะต้องเข้ามาอยู่ในบัญชี ลดภาษีในป้ ๒๐๐๐ และลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ ๐ ในป้ ๒๐๑๐ ครับ กลุ่มที่ ๓ คือ สินค้าอ่อนไหว ซึ่งจะต้องเข้ามาอยู่ในบัญชีลดภาษีในป้ ๒๐๐๓ และจะต้องลดภาษีเหลือ ๐ ในป้ ๒๐๑๐ เช่นกันครับ กลุ่มที่ ๔ คือ สินค้าอ่อนไหวสูง ซึ่งประเทศอินโดนีเซียเรื่องของ น้ําตาล อินโดนีเซียมีความต้องการที่จะย้ายมาอยู่กลุ่มนี้ครับ กลุ่มสินค้าอ่อนไหวสูง กลุ่มนี้นะครับจะต้องนําเข้ามาอยู่ในบัญชีลดภาษีในป้ ๒๐๐๕ และจะต้องทยอยลดภาษี ตั้งแต่ป้ ๒๐๐๘ เปึนต้นไปนะครับ ส่วนอัตราสุดท้ายของภาษีในป้ ๒๐๑๐ ก็ไม่แน่นอน นะครับ ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกัน ซึ่งอินโดนีเซียต้องการจะย้ายมาอยู่กลุ่มสินค้า อ่อนไหวสูง ท่านประธานครับ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ประเทศอินโดนีเซียมีแผนการลดภาษี น้ําตาลตามข้อผูกพันอาฟตา คือต้องการเปลี่ยนจากที่ได้เรียนไปแล้วว่า จากบัญชีชนิด ยกเว้นภาษีชั่วคราวเปึนบัญชีชนิดสินค้าอ่อนไหวสูงครับ ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ประเทศ อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรประมาณ ๒๖๐ ล้านคน เปึนประเทศใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศ อาเซียนนะครับ นําเข้าน้ําตาลจากประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย น้ําตาลดิบ น้ําตาล ทรายขาว และน้ําตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เมื่อป้ ๒๐๐๗ ประมาณ ๑.๓๖ ล้านตันครับ มูลค่าประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท และป้ ๒๐๐๘ ที่เพิ่งผ่านมานี่เดือนมกราคมถึง เดือนกันยายนนําเข้า ๑.๔๑ ล้านตัน มูลค่าประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท อินโดนีเซีย ต้องการน้ําตาลเพื่อบริโภคประมาณ ๔.๘๕ ล้านตันต่อป้ ขณะที่ประเทศไทยมีผลผลิต น้ําตาลนะครับ ในป้การผลิต ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๕๑ ป้การผลิตนี้ประมาณ ๗.๘๑ ล้านตัน แล้วก็ใช้บริโภคภายในประเทศประมาณ ๒ ล้านตัน ส่วนอีก ๔.๗ ล้านตัน ส่งออกไปยัง ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้นะครับ เพราะฉะนั้นการขอแก้ไขของอินโดนีเซียนี้นะครับ เราก็จะเห็นว่าในป้ ๒๐๑๐ แทนที่ภาษี ขาเข้าน้ําตาลของอินโดนีเซียจะเปึน ๐ แต่ก็จะเปึน ๓๐–๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็สุดท้าย ในป้ ๒๐๑๕ ภาษีก็จะไม่ใช่ ๐ ครับ แต่จะเปึนประมาณ ๕–๑๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะเก็บภาษีน้ําตาลที่นําเข้าจากประเทศ ไทยนี้นะครับ ในป้ ๒๐๐๘ ได้ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท และป้ ๒๐๑๕ นี้ยังคงเก็บภาษี ขาเข้าได้อีกนะครับ ถ้าคิดที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะอยู่ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาทครับ แทนที่จะเปึน ๐ ในป้ ๒๐๑๐ แสดงว่าในป้ ๒๐๑๐ นี่นะครับ ก็ยังมีกําแพงภาษีสําหรับ สินค้าน้ําตาลที่นําเข้านะครับ ไปยังอินโดนีเซียนี่นะครับ ขณะที่สินค้าจากไทยนะครับ ในขณะที่สินค้าไทยที่นําเข้าอินโดนีเซียหลายรายการจะมีภาษี ๐ ในป้ ๒๐๑๐ ตามสัญญาเดิม ก็ขอเรียนว่าไทยจะเสียเปรียบครับ แล้วก็เกษตรกรไทยก็จะเสียเปรียบ ด้วยนะครับ ถ้าเรามาดูร่างบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู (MOU) ที่จะทําระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทยและกระทรวงการค้าแห่งประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีอยู่ สองหน้านี่นะครับ เอ็มโอยูนี่ก็จะมีข้อตกลงที่สําคัญอยู่ ๕ ข้อเท่านั้นแหละครับ ผมขอยก ข้อที่ ๔ นะครับ ข้อที่ ๔ ในเอ็มโอยูบอกว่า ในช่วงที่อินโดนีเซียขอใช้สิทธิตามพิธีสาร สําหรับสินค้าเข้าและน้ําตาลดังกล่าวนี่นะครับ อินโดนีเซียคงรักษาระดับการค้าน้ําตาลกับ ไทย ตามระดับการค้าเฉลี่ยในช่วง ๓ ป้ย้อนหลัง ยกเว้น ยกเว้นอย่างไรครับ ยกเว้นกรณีที่ ราคาน้ําตาลในตลาดโลก และการผลิตภายในประเทศของอินโดนีเซียเองไม่สามารถ รักษาระดับการค้าน้ําตาลดังกล่าวได้ เห็นไหมครับว่ามีข้อยกเว้น ข้อยกเว้นนี่แหละครับจะ เปึนจุดอ่อนครับ จะเห็นว่าอินโดนีเซียนี่จะรักษาระดับการนําเข้าน้ําตาลจากประเทศไทย ที่กล่าวมาแล้วนี่ แต่ก็มีข้อยกเว้น หมายความว่า อินโดนีเซียอาจจะไม่ต้องปฏิบัติตามข้อที่ ๔ ในเอ็มโอยูฉบับนี้ก็ได้นะครับ โดยอ้างว่าไม่สามารถรักษาระดับการค้ากับประเทศไทย ได้ เนื่องจากราคาน้ําตาลในตลาดโลก และเนื่องจากปริมาณการผลิตของน้ําตาล ภายในประเทศอินโดนีเซียเองเพราะฉะนั้นเอ็มโอยูฉบับนี้จะมีจุดอ่อนอยู่นะครับ ท่านประธานครับ เหตุใดล่ะครับว่าประเทศไทยนี้จะต้องเร่งลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ กับอินโดนีเซีย ท่านประธานทราบไหมครับว่า อินโดนีเซียเปึนประเทศแรกใน ๑๐ ประเทศ อาเซียนเลยครับ ที่ต้องการขอแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยอัตราศุลกากรเพื่อประโยชน์ของ อินโดนีเซียเองเปึนประเทศแรกนะครับ ยังไม่มีประเทศไหนแก้ไขนะครับ ถ้าประเทศไทย ยินยอมแก้ไขในครั้งนี้แบบง่าย ๆ โดยตกลงแล้วก็ลงนามในเอ็มโอยูฉบับนี้ ก็ขอเรียนถาม รัฐบาลว่า รัฐบาลไม่กลัวประเทศอื่นในกลุ่มประเทศอาเซียนจะขอแก้ไขข้อตกลงเดิม เพิ่มเติมอีกในสินค้าอื่น ๆ หลาย ๆ ประเทศหรือครับ ถ้าการแก้ไขข้อผูกพันเดิมที่จะกระทํา โดยเอ็มโอยูฉบับนี้ ถ้ามีความจําเปึนจะต้องแก้ไขจริง ๆ จะต้องทําขึ้นจริง ๆ ไทยก็ควรจะมี ข้อต่อรองผลประโยชน์เพิ่มเติมครับ ท่านทราบไหมครับว่าไทยนําเข้าสินค้าจากอินโดนีเซีย ถึง ๘๑ รายการครับ ในป้ ๒๐๐๘ ป้ที่แล้ว ไทยนําเข้า ๘๑ รายการ เปึนมูลค่าถึง ๑๗๙,๗๗๑ ล้านบาท แสดงว่าเรานําเข้าสินค้าของอินโดนีเซียมูลค่า ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อป้ ควรพิจารณาว่าสินค้ารายการใดบ้างที่ไทยควรจะขอทําเอ็มโอยู เปลี่ยนแปลงอัตราภาษีขาเข้าบ้าง เพื่อปกปัองผู้ผลิตภายในประเทศไทยครับ ไม่ใช่ให้ อินโดนีเซียทําการเปลี่ยนแปลงโดยมีการเซ็นสัญญาเอ็มโอยูใหม่เท่านั้น ถ้ารัฐบาล ไม่ทราบว่าสินค้า ๘๑ รายการนี้ มีรายการใดบ้างที่ควรจะมีการขอปรับปรุงอัตราภาษี อากรขาเข้าเข้ามาในประเทศไทย ก็ควรจะได้ปรึกษากับทางด้านเอกชน ให้เอกชนมี ส่วนร่วม เอกชนก็จะทราบดีว่าควรจะปรับปรุงภาษีอะไรบ้าง เพื่อปกปัองผู้ผลิต ภายในประเทศไทย ไม่ใช่ยินยอมให้อินโดนีเซียเปึนผู้เปลี่ยนแปลงเพียงฝ์ายเดียว ผมขอ ย้ําว่า ไม่ใช่ยินยอมให้อินโดนีเซียเปึนผู้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิมเพียงฝ์ายเดียว ก็ขอเรียน ท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลว่า ควรจะทบทวนข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ใหม่ โดยรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการตั้งแต่ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ําตาล และ ผู้ส่งออก และต่อรองผลประโยชน์แลกเปลี่ยนระหว่างกันมากกว่านี้ ถ้าตกลงกันแค่นี้ ไทยก็จะเสียประโยชน์มากครับ และที่สําคัญกว่านั้นคือการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปึนกรณี ตัวอย่างที่ทําให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอีกหลายประเทศนํามาเปึนข้ออ้างอิงได้ว่าจะขอ ลดหย่อนบ้าง จะขอปรับปรุงแผนการลดภาษีสินค้าอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายรายการได้ด้วย ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งก็จะมีบันทึกข้อตกลงอย่างนี้ เอ็มโอยูอย่างนี้เข้ามาสู่สภาแห่งนี้ เรื่อย ๆ เพราะว่าเขาสามารถที่จะอ้างอิงการเปลี่ยนแปลงในการบันทึกเอ็มโอยู ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ทราบไหมครับว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้จากข่าวของหนังสือพิมพ์ ฉบับหนึ่ง วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ เขาลงว่าอย่างไร เขาลงว่าอินโดนีเซีย มาเลเซียแสบ ห้ามนําเข้าน้ําตาลไทย มีการกีดกันการนําเข้าน้ําตาลทรายขาวจากประเทศไทย โดยรัฐบาลอินโดนีเซียใช้นโยบายที่จะลดการนําเข้าน้ําตาลทรายขาวไปจนกระทั่งถึงมีการ ห้ามนําเข้าน้ําตาลทรายจากประเทศไทยเลยทีเดียว ทําให้ผลเปึนอย่างไรครับ ทําให้บริษัท โคคาโคล่าของอินโดนีเซีย ซึ่งต้องใช้น้ําตาลทรายขาวที่มีค่าของสีไม่เกิน ๔๕ ซึ่งก็จะเปึน น้ําตาลทรายขาวที่ส่งไปจากประเทศไทยถึงจะมีค่าของสีไม่เกิน ๔๕ เปึนสูตรในการผลิต โค้กครับ ในขณะเดียวกันน้ําตาลทรายขาวที่ผลิตโดยโรงงานในอินโดนีเซียล้วนแล้วแต่มี ค่าของสีเกินกว่า ๖๗ ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น เขาไม่สามารถผลิตน้ําตาลขาวให้มีค่าของ สีไม่เกิน ๔๕ เปอร์เซ็นต์อย่างไทยได้ เพราะฉะนั้นโค้กอินโดนีเซียต้องใช้น้ําตาลทรายขาว ของไทยแน่นอน การจํากัดการนําเข้าของอินโดนีเซียคราวนี้ก็จะทําให้บริษัทนําเข้าน้ําตาล ทรายขาวในอินโดนีเซียอาจจะถูกยกเลิกใบอนุญาตในการนําเข้า ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่า ความตกลงอาฟตาไม่มีข้อกําหนดว่าจะต้องมีเงื่อนไขการออกใบอนุญาตในการนํา สินค้าเข้า ส่วนที่ผมกล่าวไปแล้วเปึนข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับน้ําตาลทรายขาว ส่วนน้ําตาลดิบและน้ําตาลทรายขาวบริสุทธิ์ก็ไม่ได้มีการดําเนินการที่จะห้ามนําเข้า ผมคิด ว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วก็เปึนกรณีศึกษา ซึ่งประเทศอาเซียนอื่น ๆ จะเอาเปึนข้ออ้างอิง ในการขอแก้สัญญา โดยการมีบันทึกเอ็มโอยู อย่างที่เสนอเข้ามาในสภาวันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ขอฝากท่านประธาน ขอเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาล ขอให้ รัฐบาลกรุณาทบทวนข้อตกลงบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและ ของประเทศชาติเปึนสําคัญ ทบทวนให้มีความเหมาะสม และก็ควรจะคํานึงถึงว่าถ้าไทย ยอมให้อินโดนีเซียแก้ไขสัญญาโดยการทําเอ็มโอยูขึ้นมาใหม่ จะเปึนตัวอย่างให้กับประเทศอื่นในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะอ้างอิง แล้วก็ยกขึ้นมาเปึน ข้อแม้ที่จะขอแก้ไขสัญญาบ้าง ซึ่งเปึนประเด็นที่สําคัญครับ ไม่อย่างนั้นก็จะขอแก้ไข สัญญากันใหญ่ เราควรจะมีข้อต่อรองครับ โดยการเอาประโยชน์ของประเทศเราควรที่จะ แลกประโยชน์กันครับ ไม่ใช่ให้อินโดนีเซียได้รับประโยชน์ไปแต่ฝ์ายเดียวนะครับ ก็ขอเรียน ท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณ เรวัติ สิรินุกุล ครับ
ท่านประธานครับ
ให้เขาจบก่อนเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าข้อตกลงของเราเมื่อเช้านี้คืออธิบาย เปึนกรอบแล้วก็ลงมติครับ ผมขอเสนอญัตติให้ป่ดการอภิปราย กรอบ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ เนื่องจากไม่มีสมาชิกท่านใดอภิปรายกรอบนี้แล้วครับ กรอบที่ ๑ วาระ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ท่านประธานครับ ผมขอเสนอญัตติให้ป่ดอภิปรายกรอบนี้ แล้วก็ลงมติว่าเราจะทําอย่างไร รับหรือไม่รับครับ
ขอผู้รับรองครับ
ขอผู้รับรอง ครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอเสนอญัตติให้เป่ดอภิปรายต่อ เนื่องจากยังมี สมาชิกอีกหลายท่านยังไม่ได้อภิปรายครับท่านประธานครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ คุณจุมพฏมีอะไรต่อ
ท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อมีความเห็นต่าง กระผมขอให้ลงมติครับว่าจะป่ดอภิปราย หรือจะอภิปรายต่อ เพราะว่าข้อเท็จจริงปรากฏชัด เมื่อสักครู่ท่านวุฒิสมาชิกท่านอภิปราย กรอบที่ ๑๔ แล้วครับ นอกกรอบที่ ๑ แล้ว ไปกรอบ ๒ กรอบอะไรแล้วครับ ซึ่งผู้ที่กําลัง อภิปรายเขาก็รอนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานถามมติที่ประชุมครับ
เนื่องจากเราได้พิจารณากันมาอย่าง เปึนอันหนึ่งอันเดียวกันนะครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดชลบุรี ที่มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้ กล่าวถึงว่าในกรอบที่ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ไม่มีผู้อภิปรายแล้ว กระผมเองนั้นขณะนี้กําลังรอ อภิปรายในข้อที่ ๗ อยู่ คือความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียนนะครับ ผมยังไม่ได้ อภิปรายกําลังรอคิวอยู่นะครับ ช่วยพิจารณาด้วยครับ
ผมได้วินิจฉัยดูแล้วนะครับ เวลาก็ พอสมควร ผมขอป่ดประชุมครับ