ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องการเจรจาความเมืองในกรอบอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้ความไว้วางใจในผู้นำของประเทศในการเจรจาความเมือง และการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการเจรจา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการปักปันเขตแดนเขาพระวิหาร โดยเสนอให้รัฐบาลไทยมองเห็นในมุมของการพัฒนาร่วมกันในเชิงเศรษฐกิจระหว่างไทยและกัมพูชา โดยแบ่งผลประโยชน์และดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานในการ อภิปรายในกรอบของอาเซียน ซึ่งเปึนกรอบแรกที่บรรดาเพื่อนสมาชิกของเราได้พูดคุยกัน ในวันนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจําเปึน แล้วก็ความสําคัญที่สภาของเรา นั้นจะต้องผ่านกรอบร่างแผนงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนแผนงานทางด้านความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านวัฒนธรรม เพื่อที่จะเปึนหลักเปึนกรอบให้รัฐบาล โดยการนํา ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็บรรดาท่านรัฐมนตรีทั้งหลายได้ไปเจรจากับมิตรประเทศ ในอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ แล้วก็สามารถที่จะทําให้เกิดการเจรจา มีการตกลง มีการเซ็น สัญญา และจะทําให้เศรษฐกิจของประเทศนั้นมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น ดังนั้นความ จําเปึนที่รัฐบาลได้เสนอร่างเข้ามาในวันนี้นั้น ผมถือว่าผมให้การสนับสนุนในร่างทั้งหมด นะครับ แล้วก็ขออนุญาตให้เหตุผลประกอบไว้ด้วย ในสิ่งที่ได้มีการพูดกันมากในเรื่องของ กรอบตรงนี้ก็คือความไว้วางใจในตัวของรัฐมนตรี แล้วก็คุณสมบัติของรัฐมนตรี หรือของ ผู้นําซึ่งจะไปเจรจาความในกรอบของอาเซียนตรงนี้ ผมขอเรียนว่าในฐานะซึ่งผมเปึน สมาชิกรัฐสภา แล้วก็ได้สัมผัสกับการทํางานของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมมีความเชื่อมั่น ว่าวันใดวันหนึ่งซึ่งท่านจะไปเจรจาความเมือง ไปตกลงในเรื่องของผลประโยชน์ของ ประเทศชาติระหว่างทวิภาคี ระหว่างไทยกับกัมพูชา ระหว่างไทยกับพม่า หรือไทยกับ มาเลเซีย ไทยกับอินโดนีเซีย ผมมีความเชื่อมั่นว่าผู้นําของประเทศซึ่งเปึนคู่เจรจาของเรา นั้นมีความไว้วางใจในตัวของผู้นําของประเทศไทย ณ ขณะนี้ เพราะสิ่งที่ผู้นําสามารถจะ ให้ความไว้วางใจ ให้ความมั่นใจให้กับมิตรประเทศได้ ก็คือว่าเมื่อผู้นําของเราไปเจรจากับ เขานั้นไม่นําเอาสินค้าของบริษัทตัวเองไปขายให้กับประเทศอื่นด้วย เหมือนดังกรณีที่ เกิดขึ้นที่ประเทศพม่า ซึ่งผมเองก็เปึนกรรมาธิการงบประมาณ ก็ได้เห็นผลของการที่อดีต ผู้นําของเราได้ไปเจรจาความเมืองเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ แต่ทําไปทํามาประเทศ ไทยต้องกลับกลายต้องใช้หนี้สิน ผลจากความผิดพลาดที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนของ อดีตผู้นํา นั่นคือเปึนเหตุผล แล้วก็ผมมีความเชื่อมั่นว่าในเรื่องของอาเซียนเช่นกัน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือท่านรัฐมนตรี อื่น ๆ ซึ่งจะไปเจรจาต่อยอดในเรื่องของพื้นที่ เรื่องเขตทับซ้อน เรื่องของการจัดการ ผลประโยชน์ทั้งทางบกแล้วก็ในทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา และก็ประเทศอื่นนั้น ผมมี ความเชื่อมั่นว่าผู้นําของประเทศซึ่งจะเจรจาด้วยนั้นมีความมั่นใจในตัวของผู้นําว่าไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีเรื่องของการพัฒนาเกาะกง ไม่มีเรื่องของการที่จะให้สิทธิในการ ลงทุนให้กับบริษัทบริวารของตัวเองในการเช่าพื้นที่ในการไปหาผลประโยชน์ตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่ผมว่านี่คือสาระของการให้ความไว้วางใจในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมเองก็ขอ เรียนกับท่านประธานว่าในการเจรจาความเมืองในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศนั้น ความไว้วางใจนั้นเขาจะดูกันที่เนื้อหา ดูกันที่สาระ ดูกันที่กรอบ ดูกันที่เนื้อหาในการเจรจา อดีตปูมหลังของผู้นําในช่วงเปึนฝ์ายค้าน ในช่วงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเปึนเรื่อง ปกติวิสัยของการเมืองระหว่างประเทศ ในช่วงที่เปึนฝ์ายค้านก็ทําหน้าที่ในการเปึน ฝ์ายค้าน ในการตรวจสอบ ในการให้ความเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่ใช่เปึนการ ให้ความเห็นในลักษณะที่ไปเสียดสี หรือไปบอกกล่าวในสิ่งที่เสียหายให้กับประเทศอื่น เปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของเหตุของผล ผมเองก็ขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน ว่าเคยไปประเทศเขมร ในฐานะซึ่งเปึนกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ไปพร้อมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แล้วก็บรรดาเพื่อนสมาชิกของเรา ไปในเรื่องของวัฒนธรรม ไปเพื่อที่จะเชิญชวนพี่น้องลาว พี่น้องเขมร พี่น้องไทยมาร่วมกันเอาวัฒนธรรม ในการนํา ในการพัฒนา ในการที่จะสร้าง ความสันติสุข สร้างความเปึนมิตรภาพ ก็ได้รับการตอบรับจากรัฐสภาของประเทศลาว ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้นําของประเทศเขมร ให้เกียรติ แล้วก็พูดคุย และเกิดผลงาน มีรูปธรรมในการปฏิบัติมาจนกระทั่งถึง ณ ปัจจุบันนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็เปึนฝ์ายค้าน เคยวิพากษ์ เคยวิจารณ์ในเรื่องกรณีของเขาพระวิหาร แต่สิ่ง ที่การคุยระหว่าง ๒ ประเทศนั้นเขาจะดูกันที่เนื้อหา แล้วก็ดูที่สาระ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ในร่างแผนงานทางด้านการเมืองและความมั่นคง ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีจะไปเจรจาความเมืองในเรื่องกรอบอาเซียนกับประเทศมิตรประเทศอีก ๑๐ ประเทศนั้น เรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วทั้งประเทศนั้นก็คือ เรื่องของกรณีของ เขมร ปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่ชายแดนบนบก แล้วก็ปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ในฝัืงทะเลอ่าวไทย ซึ่งเปึนปัญหา ซึ่งยังแก้ไม่ตก ผมเอง ในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเสนอความเห็น เสนอแนวทาง เผื่อว่าจะเปึน ประโยชน์ให้กับรัฐบาลในการนําไปเจรจา นําไปพูดคุยกับทางเขมร ๒ กรณี กรณีแรก ก็คือบนบก และกรณีที่ ๒ ก็คือในพื้นที่ในทะเลฝัืงทะเลอ่าวไทย ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร
กระผมขอเรียนว่าในกรณีประเด็นที่ ๑ กรณีของเขาพระวิหารนั้น ขณะนี้ คณะกรรมการในการปักปันเขตแดน คณะกรรมการมรดกโลก คณะกรรมการรัฐภาคี ๗ ประเทศ ก็ดําเนินการไปตามกระบวนการของเขา แต่ผมอยากจะเสนอให้รัฐบาลได้ มองเห็นว่า ณ ขณะนี้ทั้งเขมร ทั้งไทย ทั้งลาว แล้วก็ทั่วโลกนั้นประสบภาวะวิกฤติ เราต้องการรายได้ เราต้องการเงิน เราต้องการภาษีอากรมาเพื่อที่จะมาพัฒนาประเทศ เราต้องการฟุ๋นฟูทางด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลมองในมุมของการ พัฒนาร่วมกันในเชิงเศรษฐกิจในพื้นที่เขาพระวิหาร ทั้งตัวปราสาทแล้วก็พื้นที่โดยรอบ ทําอย่างไรที่จะมีคณะกรรมการร่วมกันระหว่างไทยแล้วก็ทางกัมพูชา ๒ ประเทศเท่านั้น ไม่มีประเทศฝรั่ง ไม่มีประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ๒ ประเทศเท่านั้น และก็แบ่ง แล้วก็มีการ แชร์ (Share) ผลประโยชน์กัน แล้วก็ดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผมมีความเชื่อมั่นว่าทาง รัฐมนตรีซึ่งมองปมตรงนี้ออก เราสามารถที่จะพัฒนาเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันบน พื้นฐานของความเสมอภาค แล้วก็ความเปึนธรรม แล้วก็ผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่าง ๒ ประเทศ ไม่ใช่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง แต่บนพื้นฐาน ของระหว่าง ๒ ประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมมองว่าเปึนทางออกและเปึนสิ่งที่เราสามารถที่จะเดิน ไปได้ในอนาคตในวันข้างหน้า แต่ถ้าหากว่าเรามานั่งคุยกันในเรื่องของสนธิสัญญาสมัย ฝรั่งเศสกับไทยซึ่งทํา ซึ่งเขมรก็เคยเปึนอาณานิคมของฝรั่งเศส มันไม่จบ สนธิสัญญา เดียวกัน แต่แผนที่คนละฉบับมันจบ ก็ปล่อยให้กระบวนการของการปักปันเขตแดน เดินต่อไป แต่สิ่งที่รัฐบาลจะต้องมุ่งทําเพื่อที่จะสอดรับกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คือ ทําอย่างไรที่จะให้นักท่องเที่ยวมาที่เขาพระวิหาร แล้วก็เรากับทางเขมรได้ผลประโยชน์ ร่วมกัน เหมือนกับที่มัสยิดอัล-อักซอที่อิสราเอล ทางปาเลสไตน์ ทางจอร์แดน ทางอิสราเอลเขาก็ขัดแย้งกัน แต่ก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน สามารถที่จะสร้างรายได้ในพื้นที่ ตรงนั้นได้ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลได้มุมมองในประเด็นตรงนี้มากกว่ามองในเรื่องของ การเมือง เรื่องของการเอาชนะคะคานกันในเรื่องต่าง ๆ นะครับ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ข้อเสนอของผมนั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องเสียดินแดน พื้นที่ในตัวของเขาพระวิหารก็ ยังเปึนของไทยอยู่ แผนที่ต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ว่าเรามามองในเรื่องของการพัฒนา เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติเปึนกรณีสําคัญ