สมนึก เฮงวาณิชย์ อภิปรายเกี่ยวกับหนังสือสัญญาทางเศรษฐกิจ 23 ฉบับ และผลกระทบต่อกระทรวงพาณิชย์ โดยเน้นย้ำถึงแนวความคิดพื้นฐานของการมีหนังสือสัญญาเหล่านี้ รวมถึงผลที่ตามมาจากนโยบายของธนาคารโลกที่นำไปสู่การแปรรูปกิจการของรัฐ ลดอํานาจในการกําหนดนโยบายของรัฐลง และลดการอุดหนุนของภาคสังคม นอกจากนี้ยังพูดถึงผลที่ตามมาของโลกาภิวัตน์ที่นำไปสู่การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และการเพิ่มขึ้นของช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสมนึก เฮงวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอใช้โอกาสอภิปรายแสดง ความคิดเห็นของผมที่มีต่อหนังสือสัญญาทางเศรษฐกิจ จํานวน ๒๓ ฉบับ ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ต่อที่ประชุมแห่งนี้
ประการแรก ท่านประธานครับ แนวความคิดพื้นฐานของการมีหนังสือ สัญญาทางเศรษฐกิจฉบับต่าง ๆ ในวันนี้นั้น ล้วนแต่มีที่มา มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ มาเปึนระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งจากการที่ผมมีความสนใจจึงได้ศึกษาอย่างละเอียด แล้วก็ขอประมวลออกมาสั้น ๆ ดังนี้ ท่านประธานครับ ยุคทองของระบบทุนนิยม ร่วมสมัยระหว่างป้ ๒๔๘๘ ถึงป้ ๒๕๑๘ นั้น เปึนช่วงเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พรวดพราด ทั้งในศูนย์กลางและรอบนอกของวงจรระบบทุนนิยม จากการเร่งรัด อัดฉีด ฟุ๋นฟู บูรณะประเทศ ไม่ว่ากลุ่มประเทศยุโรปและเอเชียตะวันออกหลังจากที่เกิดสงคราม โลก ครั้งที่ ๒ ซึ่งได้ส่งผลให้ค่าแรงได้พุ่งสูงขึ้น อัตราการบริโภคการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในกลางทศวรรษประมาณสัก ๑๙๗๐ ศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในฝัืงของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ก็ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจ ต้องถดถอย พร้อมตัวเลขอัตราเงินเฟัอที่ถีบตัวสูงขึ้น เนื่องจากการฟุ๋นตัวเต็มที่ของ ประเทศเยอรมนีและประเทศญี่ปุ์น รวมถึงดาวรุ่งอย่างประเทศบราซิล ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลีใต้ ที่ปรากฏตัวพร้อมกับกําลังการผลิตอย่างเต็มสูบและความสามารถ ในการแข่งขันอย่างเต็มร้อย ยิ่งผนวกกับราคาน้ํามันที่สูงขึ้น แน่นอนครับ กําไรที่เคยได้ อย่างมหาศาลจากกลุ่มอํานาจเศรษฐกิจจึงลดลงอย่างมากมาย บรรดากลุ่มทุนทั้งหลาย ก็หาทางออกโดยการแอบออกแบบช่องทางหลบหนีเปึน ๒ ช่อง การปฏิรูปโครงสร้าง ตามแนวความคิดเสรีนิยมใหม่และโลกาภิวัตน์
หนทางแรก การปฏิรูปโครงสร้างทางแนวความคิดของเสรีนิยมใหม่นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางมากาเร็ต แทชเชอร์ ได้ใช้ในประเทศอังกฤษ นายโรนัลด์ เรแกน ได้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศที่กําลังพัฒนาหลาย ๆ ประเทศที่ถูก ธนาคารโลกบังคับให้ทําแผนปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่แปรรูปกิจการของรัฐ ลดอํานาจในการกําหนดนโยบายของรัฐลง และลดการอุดหนุนของภาคสังคม ซึ่งหลาย ๆ ประเทศได้บอกว่านโยบายนี้บางประเทศก็บอกว่าแซ่บ บางประเทศก็บอกว่าไม่แซบ นะครับ เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์นั้นก็เพื่อที่จะดึงทรัพยากรจากคนชั้นกลางและคนจน กลับไปที่คนรวย โดยเชื่อว่าเมื่อคนรวย ๆ ขึ้นก็จะมีการจูงใจในการลงทุนเพื่อเดินหน้า เศรษฐกิจอีกครั้ง แต่หนทางนี้ส่งผลให้ในทางตรงกันข้ามครับ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วงป้ ๑๙๘๐ ถึงป้ ๑๙๙๐ อยู่ในแค่ระดับ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้น ในขณะที่ ป้๑๙๗๐ ซึ่งเปึนช่วงที่มาแรงของระบบเศรษฐกิจที่เน้นบทบาทของรัฐสร้างความ เจริญเติบโตได้มากกว่าหรือที่รู้จักกันดีว่าเปึนเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ (Keynes)
หนทางที่ ๒ โลกาภิวัตน์ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อรวมเอาพื้นที่ต่าง ๆ ที่ยัง ไม่เคยถูกหาประโยชน์จากทุนนิยมเข้ามาอยู่ในวงจรเศรษฐกิจโลกเพื่อใช้แรงงานราคาถูก แหล่งวัตถุดิบและที่ดินอันกว้างใหญ่ไพศาลแต่มีราคาถูกแสนถูก รวมถึงแนวโน้มที่จะเปึน ตลาดใหม่ ๆ วิธีการแบบนี้ไม่ยากครับท่านประธาน ด้วยการเป่ดเสรีทางการค้า ขจัด อุปสรรคไหลเข้าออกของทุน และทําลายกําแพงการลงทุนจากต่างประเทศ กรณีเช่นนี้จะ เห็นได้ชัดเจนนะครับ ประเทศจีนคือประเทศเปึนตัวอย่างที่ดีที่สุด บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ ในฟอร์จูน ๕๐๐ (Fortune 500) แห่กันเข้าไปใช้ประโยชน์ของดีราคาจีนกันเปึนแถว โดยเฉพาะแรงงานจีนราคาถูก เพียงช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ ๒๑ นั้น กําไร มากมายมหาศาลถึง ๔๐–๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของบรรษัทในสหรัฐอเมริกานั้น ได้มาจากการ ผลิตในจีนและขายของให้กับตลาดใหม่ ๆ อย่างจีน แต่แล้วบรรดากลุ่มทุนก็พบว่าวิธีการนี้ ไม่ใช่คําตอบที่ดีที่สุด เมื่ออํานาจการผลิตมหาศาลของจีนที่ล้นเกินไปเสียทุกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเปึนชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เหล็ก รถยนต์ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ ทําให้ราคาและกําไรของ พวกเขาถดถอยในราว ป้ ๒๕๕๐ กําไรของบริษัทในสหรัฐอเมริกานั้นหยุดโต ซึ่งไม่ต้องพูด ถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คนที่ถูกผลาญไปกับการผลิตอันล้นเกิน ตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษ ดังปรากฏหลักฐานซึ่งเปึนวิกฤติสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๒๐–๓๐ ป้ที่ผ่านมานั้น โลกาภิวัตน์ประชาคมโลก เชื่อว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกนั้นไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากจะต้องโหนรถด่วนทุนนิยม ขบวนสุดท้ายให้ได้ ใครตกขบวนก็กลายเปึนประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ดูเหมือนว่าโลกจะไม่มีทางอื่นใดจริง ๆ เมื่อสัญลักษณ์ของอุดมการณ์ทางการเมืองขั้ว ตรงข้ามอย่างสังคมนิยม ถึงคราวล่มสลาย กําแพงเบอร์ลินถูกรื้อถูกทุบ ประเทศที่เคย ยิ่งใหญ่และพอที่จะถ่วงดุลอํานาจกับทุนนิยมโลกได้อย่างสหภาพโซเวียต ก็แตกย่อย ออกเปึนประเทศเล็กประเทศน้อย โลกทั้งใบคล้ายถูกเหวี่ยงโดยมหาอํานาจขั้วเดียว จากนั้นมา ผลลัพธ์และผลข้างเคียงที่ตามมาก็อย่างที่ทราบ ๆ กันอยู่ ภายใต้ระเบียบ กติกาของทุนนิยมที่ใช้กลไกการเป่ดเสรีทางการค้าเปึนอาวุธหลักนําร่อง ผลลัพธ์ที่ออกมา นอกเหนือจากจะไม่ได้ทําให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศที่เลือก ยอมรับในรถด่วนขบวนสุดท้ายนี้โตได้ดังที่โฆษณา ผลข้างเคียงของมันก็ยังทําให้ช่องว่าง ความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจทางกว้างมากขึ้น ทั้งช่องว่างความรวยความจนของคนใน ประเทศเดียวกัน รวมถึงความรวยความจนระหว่างประเทศต่อประเทศนั้น นับวันที่จะ ก่อให้เกิดความรุนแรงในระดับอาชญากรรมได้ ในขณะที่บรรดาประเทศผู้ที่สัมปทานเอา ทุนนิยมมาเปึนทิศทางหลักกําลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจรอบแล้วรอบเล่า อีกทั้งด้านหนึ่ง มันก็มีตัวอย่างของประเทศที่พยายามจะใช้ต้นทุนทางประวัติศาสตร์ของตนเอง เปึนทั้ง เครื่องมือหลักและเครื่องมือรองในการที่จะรับมือ ตัวอย่างเช่น มาเลเซีย ที่ตัดสินใจ สวนทางสูตรยาไอเอ็มเอฟยุคต้มยํากุ้ง หลายประเทศในลาตินอเมริกา รัฐอิสลามใน หลาย ๆ แห่งก็นําหลักคุณธรรมเข้ามากํากับเศรษฐกิจของตนเอง นี่ยังไม่พูดถึงประเทศที่ ค่อนข้างจะมีโรแมนติกอย่างภูฏานนั้น ได้ใช้หน่วยวัดคุณภาพชีวิตแบบอื่นซึ่งไม่ใช้เงินหรือ วัตถุ ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่กระผมยกมาเหล่านี้เปึนเพียงกรณีเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับ สัดส่วนการครอบงําของระบบทุนนิยม แต่อย่างน้อยมันก็เปึนหลักฐานยืนยันว่า ทางเลือก ทั้งปวงบนโลกใบนี้นั้น ไม่เคยจํากัดแค่หนทางเดียว
ประการที่ ๒ ในช่วงระยะเวลา ๓–๔ ป้ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยเรามีการ เจรจาทําเขตการค้าเสรีต่าง ๆ กับต่างประเทศจํานวนมากมาย โดยบางกรณีอยู่ในช่วง จัดทํากรอบความตกลงด้วยการจัดทําเขตการค้าเสรี บางกรณีเริ่มมีผลเกิดขึ้นแล้วในบาง กลุ่ม ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาและติดตามนโยบายและดําเนินการของรัฐบาล ดังกล่าวมาโดยตลอด เนื่องจากเห็นว่าเปึนนโยบายที่มีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชนในหลายอาชีพ และอาจเกิดผลกระทบต่อชีวิตและความเปึนอยู่ของประชาชนในทุกระดับอย่าง กว้างขวาง ศึกษาข้อมูลและหน่วยงานรับผิดชอบได้แก่กรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ องค์การจากภาคธุรกิจและเอกชน จึงมีข้อสังเกต ดังนี้
๑. กระบวนการเจรจาค่อนข้างเปึนไปด้วยความรีบเร่ง โดยไม่มีความชัดเจน
๒. ไม่ปรากฏข้อมูล ศึกษาข้อมูล ศึกษาให้เปึนระบบเท่าที่มีการชี้แจง
๓. ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมหรือการมีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง
๔. ขาดการเตรียมรับรองผลกระทบรอบด้านอย่างเพียงพอ คําตอบที่ หน่วยงานรัฐควรยึดเปึนคําตอบหลัก ซึ่งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนอาชีพ หรือเปลี่ยน ชนิดพืชที่ปลูก ซึ่งแสดงว่าไม่ได้ให้การศึกษาหรือจัดทําแผนรองรับผลกระทบอย่าง รอบคอบ
จากข้อสังเกตที่ผมให้นั้นหวังอย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบนั้นก็คงจะรับฟัง อย่างน้อย ๆ ผมก็อุ่นใจนะครับว่าทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้น ได้มีนโยบายที่จะทําให้เรื่องราวทุกเรื่องนั้นโปร่งใส ผมขอเรียนว่าผมยินดีสนับสนุนและ เต็มใจอย่างยิ่ง และขอเรียนว่าจะติดตามการทํางานเรื่องนี้ของรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด ขอบคุณครับ