รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๒

สุพจน์ เลียดประถม หารือเรื่องเขตการค้าเสรีและผลกระทบต่อประชาชน โดยระบุว่าเขตการค้าเสรีจะกระทบต่อเขตอํานาจของรัฐ พี่น้องประชาชน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ และผลกระทบต่อภาคการเกษตรของไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประเมินผลจากการเข้าข้างกับเขตการค้าเสรี และการเยียวยาผลกระทบต่อประชาชน โดยเรียกร้องการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน และไม่ควรให้การเจรจาเป็นเพียงการเจรจาเพื่อเกินดุลการค้าเท่านั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องน้ำตาลไทยที่อินโดนีเซียไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรี และขอให้อินโดนีเซียซื้อน้ำตาลไทยเฉลี่ย 550,000 ตันใน 3 ปี

นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา ตราด

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดตราด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประเด็นที่ผมจะขอกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องเขตการค้าเสรี กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีมีอยู่ ๒–๓ ประเด็น เราคงเข้าใจกันเปึนทั่วไปว่า การเจรจาเขตการค้าเสรี เปึนสิ่งที่เราต้องนําผลประโยชน์ไปแลก คงไม่มีใครเจรจากับเรา แล้วเขาไม่ได้อะไรเลย เราได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเราคงไม่เจรจากับใครในทํานองตรงกัน ข้ามเช่นเดียวกัน ถ้าเราพูดในแง่ของอุดมคติ การเจรจาที่ยุติธรรมและเหมาะสมนี่อาจจะ ต้องได้ ๕๐ แล้วก็เสีย ๕๐ แต่ในทางปฏิบัติก็คงจะนับเช่นนั้นยาก ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือถ้าเรามองโลกในแง่ดีนะครับว่า เราอาจจะได้ผลประโยชน์ประมาณสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และเราเสียแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คําถามต่อมาก็คือคน ๔๐ เปอร์เซ็นต์เหล่านี้อยู่ที่ไหน และภาครัฐได้เตรียมมาตรการใด ๆ ไว้รองรับแล้วหรือยัง การเจรจาเขตการค้าเสรีเปึนหลักการที่ดี ซึ่งหลายฝ์ายยอมรับ เปึนการหาตลาดที่ชัดเจน และแน่นอน เปึนการเจรจากันในกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ประเทศที่อยู่ นอกกลุ่มก็จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูง ประเทศที่อยู่ในกลุ่มการค้าที่เปึนภาคีกัน ก็จัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ํา หรือไม่ได้เก็บภาษีเลย พูดง่าย ๆ ก็คือเปึนการหาแต้มต่อ ทางการค้า การลงทุน และการบริการ แต่ที่น่าเสียดายก็คือภาครัฐเองไม่ได้ออกมา ชี้ให้เห็นถึงคนกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สภาแห่งนี้ คงจะได้อภิปรายกัน การจัดทําเขตการค้าเสรีจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง บางครั้ง กระทบกับเขตอํานาจรัฐ ต้องมีการแก้กฎหมายหลายฉบับ กระทบต่อพี่น้องประชาชน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ซึ่งหมิ่นเหม่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญของเรา ในมาตรา ๔๓ ซึ่งหลาย ๆ อาชีพพี่น้องประชาชนของเราก็ไม่สามารถจะประกอบอาชีพ อยู่ได้ เมื่อมีการตกลงตามเขตการค้าเสรีขึ้นมา เนื่องจากมีสินค้าที่ราคาถูกกว่า เทคโนโลยี สูงกว่า ด้วยทุนมหาศาลกว่า ก็สามารถจะชนะสินค้าของไทยได้ ยกตัวอย่างเช่น สินค้า ทางการเกษตร บางครั้งกระทบกับเขตอํานาจของศาลไทย ซึ่งเราอาจจะไปใช้กระบวนการ อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแทน และที่สําคัญที่สุดก็คือกระทบกับโครงสร้าง เศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่เปึนประเด็นของเขตการค้าเสรี

คําถามที่เปึนความห่วงใยที่เราพูดกันมาทั้งวันในวันนี้ ประเด็นของการ อภิปรายก็คือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรี รัฐบาลได้มีการจัดทําเขตการค้าเสรีอย่าง รอบคอบ ชัดเจน ได้เตรียมการทําการบ้านมาอย่างดี มีกระบวนการวิจัยศึกษา โปร่งใส และตรวจสอบได้หรือเปล่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนคําถามที่คาใจท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเข้าใจว่า ความเข้าใจ เข้าถึงของสังคมไทยในกระบวนการจัดทําเขตการค้าเสรีอาจยังมี ไม่มากนัก ภาครัฐเองยังมีความพยายาม ไม่ว่าจะสื่อประชาสัมพันธ์ไปทางวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ผ่านการประชาสัมพันธ์ไปยังองค์กรภาครัฐและเอกชน ผ่านการสัมมนา ต่าง ๆ แต่สิ่งเหล่านี้สังคมก็ยังรับรู้น้อยมาก ก็จะรับรู้กันต่อเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเดือดร้อน และเกิดม็อบ (Mob) ขึ้นมา สภาแห่งนี้เหมือนเปึนปราการด่านสุดท้ายที่พวกเราจะได้มา อภิปรายถกเถียงกัน ท้วงติงในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับประเทศชาติของเรา แต่ก็อีกนั่นแหละ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า เรามีเวลาน้อยมาก หลายท่านเพิ่งได้รับเอกสารวันสองวัน หลายท่านเพิ่งได้รับเอกสารวันนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้นะครับทําให้การพิจารณาอาจจะขาดความละเอียดรอบคอบ ไป ส่วนตัวผมเองผมมีความกังวลในประเด็นของภาคการเกษตร ประเทศชาติของเรา มีจุดเด่นทางด้านการเกษตร หลายป้ก่อนเรามีความพยายามจะเปึนประเทศอุตสาหกรรม ใหม่ แต่ท้ายที่สุดเราก็หลอกตัวเองไม่ได้ ด้วยประเทศชาติของเราพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ยังยากจน และอยู่ในภาคการเกษตรเปึนส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ภาครัฐเองไม่ได้ พัฒนาภาคการเกษตรไปอย่างถูกทิศถูกทาง ภาครัฐเองหลายยุคหลายสมัยไม่ได้สร้าง องค์ความรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรของเรา ภาครัฐเองได้ใช้มาตรการแทรกแซง ประกันราคา จํานําราคาพืชผลอะไรต่าง ๆ จํานําผลผลิตทางการเกษตรอะไรต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ภาครัฐ เหมือนกับไปซ้ําเติมเขา สอนให้เขาอ่อนแอ แล้วเรากําลังจะใช้เอฟทีเอนี่แหละเปึนแต้มต่อ ในการจะส่งผลผลิตภาคการเกษตรของเราไปยังต่างประเทศ โดยไม่ได้พัฒนาตัวตนของ ตัวเองอย่างแท้จริงว่าภาคการเกษตรของเรานี่ขาดการวิจัยและพัฒนา ขาดการวางแผน ระยะยาว ท่านคงจะเห็นว่าหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร สินค้าราคาตกต่ํา พัฒนาการการแก้ไขปัญหาไม่เคยหลุดพ้นไปจาก เริ่มต้นจากผลผลิต ทางการเกษตรตกต่ํา พี่น้องเกษตรกรรวมตัวป่ดถนน เกิดม็อบ ภาครัฐก็จะเฮโลกันไปแก้ไข ปัญหาในสิ่งเหล่านี้ ผ่านกระบวนการใช้งบประมาณอย่างมหาศาล ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนสิ่งที่ภาครัฐขาดการจัดการที่เหมาะสมในระยะยาว มองภาพการแก้ปัญหาในระยะสั้น ซึ่งตอนนี้เองเราหวังว่าการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีเหล่านี้จะทําให้เราสามารถ ส่งผลผลิตทางการเกษตรออกไปยังประเทศคู่ค้า ประเทศคู่เจรจาอย่างมากมายมหาศาล แต่แน่นอนนะครับ ประเทศคู่เจรจาเขาก็มองเราว่าเขาจะต้องส่งสินค้าของเขามาขายให้ เราเช่นเดียวกัน เราคงต้องเป่ดใจกว้างว่าการเจรจาต้องมีเสียแล้วก็ต้องมีได้ เปึนการเอา ผลประโยชน์ไปแลก อย่างที่ผมได้กราบเรียนแต่ต้น ภาคการเกษตรของเราอ่อนแอ ขนาดไหนครับทุกวันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านคงเคยได้ยินในภาค ตะวันออก เราโค่นยางปลูกเงาะ เมื่อหลายป้ก่อนนะครับ ยางกิโลกรัมละไม่ถึง ๑๐ บาท เราโค่นยางจํานวนมากเลยเพื่อปลูกเงาะ ตอนนี้นะครับเงาะไม่ถึง ๕ บาท เราโค่นเงาะ ปลูกยางมาหลายป้แล้วครับ ตอนที่ยางขึ้นไปเปึน ๑๐๐ บาท เพราะฉะนั้นบางท่านมีที่ดิน เปึนร้อย ๆ ไร่ แต่ไม่เคยมีผลผลิตออกมาขายเลย เพราะว่าโค่นไปโค่นมาอยู่นั่นแหละครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนถึงองค์ความรู้ของภาคการเกษตรของเราเปึนอย่างดี แนวความคิดที่ว่า ภาคการผลิตใดผลิตแล้วสู้ไม่ได้ให้เลิกไป อันนี้เปึนแนวความคิด พื้นฐานที่หลายท่านคงเคยได้ยิน รัฐมนตรีหลายท่านเคยพูด เปึนแนวความคิดที่พี่น้อง ประชาชนของเรานี่ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเดือดร้อนอย่างมาก พวกเขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสที่จะเลือก ด้วยทุนที่จํากัด เทคโนโลยี หรือความรู้อะไรต่าง ๆ ที่จํากัด เขาไม่มี โอกาสเปลี่ยนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราบอกว่าผลิตไม่ได้ให้เลิกไป เขาไม่รู้จะเลิกไป ทําอะไรครับ แนวความคิดอย่างนี้นี่ครับยังกระทบไปถึงความมั่นคงทางด้านอาหารของ ประเทศ ภาคตะวันออกอาจจะไม่ใช่เปึนแหล่งอัญมณี ทางผลไม้ที่มีคุณค่าต่อไปก็ได้ เพราะตอนนี้เรากําลังโค่นเงาะกันหมดแล้วครับ กําลังไปปลูกยาง ปลูกปาล์มอะไรต่าง ๆ ซึ่งในกรอบเจรจานี้ก็มีกรอบเจรจาเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารด้วย นี่ยังไม่พูดถึงเรื่อง กระเทียม เรื่องผลไม้จีนที่เข้ามายังไทยอย่างมากมาย หลังจากเราทําอาเซียน-จีน นี่นะครับ เราอาจจะซื้อผลไม้จีนในเมืองไทยได้ง่ายกว่าซื้อผลไม้ไทยด้วยซ้ํา ผลไม้จีน มีจํานวนมาก ตอนนี้เราอาจจะทานส้มผลเล็กนะครับ บอกว่าอร่อยกว่าส้มผลใหญ่ของ ไทยแล้ว มีแอปเปุ่ล มีสาลี่ มีอะไรต่าง ๆ มากมาย อย่าลืมไปว่าดินแดนของไทยนั้นเปึนแหล่งที่มี ผลผลิตผลไม้หลากหลายนะครับ เปึนแหล่งที่มีคุณค่าทางด้านอาหารเหล่านี้ ประเด็นของ เรื่องพืชทดแทนนี่นะครับ เมื่อเราบริโภคสินค้าต่างประเทศนี่ แน่นอนในขณะเดียวกัน เราไม่ได้บริโภคผลไม้ไทย เพราะฉะนั้นประเด็นที่ว่าเมื่อมีผลไม้หรือผลผลิตของ ต่างประเทศเข้ามา ไหลบ่าเข้ามายังเมืองไทยนี่ ก็ทําให้ผลไม้ไทยหรือผลผลิตทาง การเกษตรราคาตกต่ํา แล้วก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้นะครับซ้ําซากป้แล้วป้เล่านะครับ เราเป่ด ข้อตกลงอาเซียนกับจีนเมื่อป้ ๒๕๔๖ แต่เรียนถามผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับว่าผลไม้ไทยส่งไป จีนได้มากน้อยแค่ไหน ราคาท่านได้สมราคามากน้อยแค่ไหน นอกจากการอํานวยความ สะดวกที่ริมแดนที่เราพูดกันเสมอนี่ เปึนประเด็นของเขตการค้าเสรีว่าเราจะลดภาษี ระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุดหรือเปึน ๐ แต่มันยังมีเงื่อนไขอย่างอื่นครับท่านประธาน ที่ภาครัฐเองไม่เคยเข้าไปดูแล้วแก้ไข ได้มีการสอบถามแล้วก็บอกว่าเปึนประเด็นภายใน ของเขา เช่น การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าการเกษตรของจีน ประเด็นเหล่านี้คล้าย ๆ กับ มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีที่หลายท่านได้อภิปรายตั้งแต่ต้น เขาจะมีการประเมินสินค้าของเรา นะครับ แม้สินค้านําเข้าเปึน ๐ ครับ แต่มีภาษีท้องถิ่นอีก ๑๓ เปอร์เซ็นต์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เขาจะประเมินสินค้าของเราเปึนตู้ ๆ ว่า ตู้หนึ่งราคาเท่าไรอะไรแบบนี้ มันเปึน ประเด็นที่ขัดขวางการนําเข้า นี่เรายังไม่พูดถึงประเด็นของมาเฟ้ยนะครับ เรามีกรอบ เจรจาอาเซียน-จีน มีบันทึกข้อตกลงกันอยู่ แต่การส่งสินค้าไปจีนเปึนเรื่องที่ไม่ง่าย กวางโจวมีประชากรเกิน ๑๐๐ ล้านคน แต่ที่สนามบินของเขานะครับมีคนที่สามารถนํา สินค้าออกได้เพียงคนสองคนเท่านั้นเอง พ่อค้าไทยทุกคนที่จะไปค้าขายกับมณฑลนี้ ต้องผ่านคนแค่คนหรือสองคนเท่านั้นเอง กวางสีที่อยู่ทางด้านเหนือของเรานะครับ ผ่านลาวไปเราก็ไม่สามารถส่งผลผลิตไปขายได้ เพราะรัฐบาลของเขาปักกิ่งเขาบอกว่า การที่ส่งผลผลิตไปนี่ทําให้ผลไม้ของไทยไปปนกับเวียดนาม เพราะฉะนั้นเขาก็ระงับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขตการค้าเสรีไม่ได้ช่วยเราเลย ท้ายที่สุดนี้ที่เมืองนี้นะครับ ก็เปึนผลไม้ ของเวียดนาม ในอดีตนะครับเราเคยครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ประเด็นเหล่านี้นะครับ ได้เข้ามาถึงเมืองไทย เรานําสินค้าไปขายยังประเทศจีนนี่เราแค่ทําได้ฝากขายเท่านั้นเอง ท่านประธาน แต่ประเทศจีนมาเมืองไทยทําอย่างไรครับ ทุกวันนี้เขามาตั้งล้งรับซื้อนะครับ ล้งก็คือแผงรับซื้อผลไม้ใหญ่ ๆ ตามภาคตะวันออกหรือทั่วประเทศ เขามาตั้งตู้เลยนะครับ ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เลยเปึนตู้เย็นรับซื้อผลไม้เองเลยนะครับ เอาไปขายยังเมือง เขา เราจะไปเมืองเขาทําอย่างไรครับ ได้แค่ไปฝากเขาขายเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นประเด็น เหล่านี้เปึนประเด็นที่ภาครัฐคงจะต้องมองต่อ ๆ ไปว่าจะมีการแก้ไขอย่างไรนะครับ ก็บอกว่าประเทศไทยเป่ดเสรีนี่ เสรีจริง ๆ เสรีอย่างไรครับ เขาบอกว่าผลผลิตผลไม้จีน พืชผักผลไม้นี่มาเมืองไทยมาถึงห้องนอนเลยนะ แต่เราไปเขาจะเข้าท่าเรือยังยากเลย เหมือนที่ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย เขาบอกประเทศ ไทยเปึนประเทศที่มีการค้าเสรีดีที่สุด น่าลงทุนที่สุด ทุกวันนี้พี่น้องโชห่วยของเรา ตายหมดแล้วนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เราเป่ดเสรีนี่เราเป่ดเต็มที่เลยนะครับ แต่ประเทศ อื่นเขาไม่ได้เป่ดเต็มที่แบบเรานะครับ เรามีบทเรียนในอดีตมาตลอดนะครับว่า การสร้าง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ พี่น้องภาคเกษตรของเรานี่โดยดูตัวเลขจากจีดีพี โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเขาไม่ได้รับผลประโยชน์มากนัก เรากําลังวัดความสําเร็จ ด้วยจีดีพี ด้วยดุลการค้า และด้วยตัวเลขของนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนในเมืองไทย เราเคยย้อนดูตัวเลขป้ ๑๙๙๐ ถึงป้ ๑๙๙๕ ต่อจนกระทั่งป้ ๑๙๙๗ ก่อนจะเกิดวิกฤติ ต้มยํากุ้งไหมครับ ตัวเลขเหล่านี้เปึนบวกดีมาก ๆ ป้ ๑๙๙๐ ถึงป้ ๑๙๙๖ ท่านลอง ย้อนกลับไปดูครับ จีดีพีค่าเฉลี่ยเกิน ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วป้ ๑๙๙๗ เปึนอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นตัวเลขเอกสารที่ท่านแจกมานี่นะครับ ท่านมักจะอ้างถึงดุลการค้าว่า เราได้เปรียบดุลการค้าที่โน่นที่นี่เยอะแยะหลังจากทําเขตการค้าเสรีความตกลงอะไร ต่าง ๆ มันอาจจะไม่ใช่ภาพที่แท้จริงก็ได้

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ มาตรการเยียวยา ซึ่งอยู่ในมาตรา ๑๙๐ เราอาจจะ พูดกันน้อยมากนะครับ ว่าหนังสือสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงใด ๆ ในวรรคสี่ หากมีผู้ได้รับ ผลกระทบ คณะรัฐมนตรีต้องมีการเยียวยาอย่างถูกต้องรวดเร็วและเปึนธรรม เขตการค้า เสรีหรือความตกลงเขตการค้าเสรีต่าง ๆ จําเปึน รัฐบาลต้องมีการประเมินผลและแสดง เอกสารว่ามีการวิจัยหรือศึกษามาอย่างถ่องแท้แล้วว่าภาคไหนจะได้รับผลกระทบบ้าง แล้วมีขนาดของกองทุนขนาดไหน และการเข้าถึงของกองทุนที่มีเรื่องร้องเรียนมากว่า เข้าถึงได้ยาก มีมาตรการรองรับไหมสําหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในการที่เราต้อง นําผลประโยชน์ของชาติเพื่อไปแลกในสิ่งที่เราอยากได้

และประเด็นสุดท้ายก็คือ อยากให้มองว่าเอฟทีเอเปึนเรื่องของคนทั้งชาติ อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทํา ได้ให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างชัดเจน และอย่ามองเรื่องการเกินดุลการค้าแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ให้มองถึงการกระทบของ ภาคสังคม หรือโครงสร้างเศรษฐกิจของสังคมด้วย

และอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรากําลังมองเอฟทีเอเปึนตัวตั้ง ไม่ได้มองจุดแข็ง ของเราเปึนตัวตั้งในการเจรจา เพราะฉะนั้นเราก็จะเจรจา ถ้าเรามองจุดแข็ง สมมุติว่า ภาคเกษตรของเราเปึนจุดแข็ง เอฟทีเอเปึนเพียงยุทธศาสตร์หนึ่งเท่านั้นเอง

ผมจะขออภิปรายในประเด็นของน้ําตาลไทยกับอินโดนีเซียสักเล็กน้อย นะครับ อินโดนีเซียได้กําหนดน้ําตาลเปึนสินค้าในบัญชียกเว้นภาษีชั่วคราว ต้องลดภาษี เปึน ๐ ในป้ ๒๕๕๓ แต่อินโดนีเซียมีความพยายามนะครับ จะเลื่อนขั้นสินค้าในบัญชี ยกเว้นภาษีชั่วคราวเปึนสินค้าอ่อนไหวสูง ซึ่งข้ามขั้นสินค้าอ่อนไหวด้วยซ้ํา ประเด็นที่ไทย เรียกร้องก็คือ ต้องขอชดเชยในสิ่งที่อินโดนีเซียกําลังจะจัดบัญชีในบัญชียกเว้นภาษี ชั่วคราวนี่ไปอยู่ในบัญชีสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง โดยสรุปอย่างนี้นะครับ โดยเขตการค้า เสรีอาเซียน อินโดนีเซียต้องลดภาษีเปึน ๐ ในป้ ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นภาษีปัจจุบัน อินโดนีเซียเก็บใน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ภายในป้ ๒๕๕๘ ในบันทึกตกลง ความเข้าใจนะครับ อินโดนีเซียจะลดเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นที่เราคาดหวังในการเจรจาเขต การค้าเสรีมาก แต่ท้ายที่สุดนั้นมีตัวอย่างที่ชัดเจนคืออินโดนีเซียไม่ได้ปฏิบัติตาม เราก็เลย ขอให้อินโดนีเซียทําสัญญาบันทึกตกลงความเข้าใจกับเราว่า จะต้องซื้อน้ําตาลของไทยใน ป้ละเฉลี่ยป้ละ ๖ แสนตัน ประมาณ ๕๕๐,๐๐๐ ตัน ใน ๓ ป้ล่าสุดเฉลี่ยนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ ประเทศอินโดนีเซียไม่ได้มีความ พยายามที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่ให้กับไทยไว้แต่แรก แล้วพยายามจะบ่ายเบี่ยง ชะลอมาตลอดนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถือว่าไทยได้เสียประโยชน์ของเราไปส่วนหนึ่ง แล้ว ก็คงจะเปึนประเด็นที่รัฐบาลไทยคงต้องพิจารณาว่า การตกลงหรือการเจรจาเขตการค้า เสรีใด ๆ ก็คงต้องระมัดระวังนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่กําลังจะเกิดขึ้นอีกด้วย ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ