สมเกียรติ ศรลัมพ์ หารือเรื่องภารกิจของอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนระบบและทัศนคติของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคเอกชน และขอให้รัฐบาลพิจารณาการวางแผนและสนับสนุนภาคเอกชนในการเข้าสู่การค้าในอาเซียน นอกจากนี้ สมเกียรติ ยังหารือเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ยากลำบากให้สมาชิกสภาทำงาน และเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งกรรมาธิการแก้ไขปัญหา และยังหารือเรื่องความสามารถของบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีในการทำงานในภารกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอก โดยไม่ต้องวิ่งเต้นในกรอบของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขอเรียนด้วยว่าวันนี้ผมตั้งใจ ที่จะมาพูดถึงเรื่องภารกิจเกี่ยวกับข้อตกลงของอาเซียน สมัยที่เปึนวิปรัฐบาล รัฐบาลก็ ตั้งใจที่จะทํางานแบบนี้เหมือนกัน ผมเชื่อแม้ว่ารัฐบาลมาเปึนฝ์ายค้านก็ยินดีที่จะให้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มันเปึนหน้าที่มันไม่ใช่นโยบาย แต่เปึนหน้าที่พันธกิจของสมาชิกอาเซียน ที่พึงกระทําต่อกัน ผมได้อ่านหนังสือที่มาแจกนะครับ ผมเห็นทุกประเทศเขาเซ็นกันหมด ยกเว้นประเทศไทยนี่ผมละอายใจจริง ๆ ว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น ทําไมคนในสังคมไทย ที่โลกเขามองว่าเปึนซีวิไลเซชั่น (Civilization) กว่าประเทศอื่นในอาเซียน เปึนผู้นํา ของอาเซียน เปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน แต่ประเทศไทยนั้นกลับไม่สามารถดําเนินการ ในฐานะเปึนผู้นําของอาเซียนได้ แล้ววันนี้ผมได้ดูสาระต่าง ๆ เหล่านั้น ผมจะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของพันธกรณีนี้ที่จะทําข้อตกลงนี้ ผมเห็นว่ามีความสําคัญมาก เพราะพันธกิจ แต่ละเรื่องนั้นจะนําไปสู่ทําให้ประเทศอาเซียนทั้งมวลเปึนเหมือนเขตเศรษฐกิจรวม เหมือนอย่างยุโรป เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วจะเห็นได้ว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดัน ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมเชื่อว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลก่อนหน้านี้ ๒-๓ รัฐบาล ก็อยากจะผลักดัน แต่ว่าภารกิจหรือพันธกิจ หรือว่าภาวะจํากัดที่เกิดขึ้นมันมีมากมาย มหาศาลเหลือเกิน ผมจึงคิดว่าส่วนนี้ล่ะครับ ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา แล้วตั้งใจ แล้วก็บอกเพื่อนในกลุ่มว่าจะโหวตให้แล้วจะพูดสนับสนุนให้เปึน อย่างยิ่ง แล้วใครก็อย่ามาอ้างว่าผมนี่สนับสนุน เพราะว่าเขาคอนโทรล (Control) กลุ่มผม ได้ แต่สิ่งเหล่านี้ผมจะขอกราบให้ท่านว่าเรามีความตั้งใจ เรามีความอยากจะให้สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งให้ประเทศชาติภายนอกได้เห็นว่าเราสามัคคีกัน เราตั้งใจให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เรามาดูสาระนะครับว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ผมดูรายละเอียดแล้ว ก็คือปฏิญญาต่าง ๆ ที่เราจะรับรองนั้นไม่ว่าเปึนเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของอุตสาหกรรม หรือเรื่องของความ มั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน สิ่งเหล่านี้ได้วางรูปแบบไว้อย่างสมบูรณ์ ถามว่าสาระสําคัญสิ่งเหล่านี้เราควรพิจารณาไหม ควรพิจารณานะครับ แต่สิ่งที่จะ พิจารณาคือว่าถ้าเรามาดูภาพรวมหลังจากที่เราพิจารณาได้อย่างไม่มีเวลามากนัก ถ้าเอา ประเทศอาเซียนมา ๑๐ ประเทศ มารวมกันแล้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรานี้เปึนประเทศ ที่มีศักยภาพมากในการที่จะสามารถที่ใช้ประโยชน์ของพันธกรณีนี้ เพราะเราสามารถจะ ขยายการลงทุนไม่ว่าภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ ไปสู่ประเทศอาเซียน ทั้งหมด จากกรอบคิดทฤษฎีที่เรามาเห็นว่าเวลาเราทําธุรกิจอะไร เราคํานึงถึงคนประมาณ ๖๔ ล้านนั้น เราจะต้องพัฒนาให้คนในภาคอุตสาหกรรมเรา ภาคเกษตรเราให้นึกถึงว่า ต่อไปนี้เราต้องคํานึงถึงคน ๕๐๐ ล้านคนในอาเซียน นั่นหมายถึงว่ากรอบอาเซียนที่จะทํา อย่างนี้แหละ จะทําให้เรามีความรู้สึกว่าเราสามารถดําเนินการให้ประเทศไทยเรามีความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ มั่นคงด้านพลังงาน และมั่นคงด้านต่าง ๆ ผมเสียดายครับว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกดําเนินการโดยข้าราชการประจําเปึนส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้มีการหารือโดยส่วนลึกกับภาคเอกชน ผมได้ถามสภาอุตสาหกรรม หอการค้า หรือว่าภาคเกษตร ยังไม่มีใครบอกเลยว่าหลังจากข้อตกลงอันนี้แล้วธุรกิจหรือหน่วย ทางด้านการดําเนินงานหรือว่าภาคอุตสาหกรรมภาคใดจะเกิดประสบปัญหา ภาคใดจะสามารถขยายเจริญเติบโต ผมเชื่อว่ากระบวนการกฎหมายของไทยไม่ว่า ศุลกากร ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามน่าจะพัฒนาให้เท่าสิงคโปร์ น่าจะพัฒนาระบบการจัดพิกัดอะไร ต่าง ๆ เพื่อจะไม่ให้เปึนปัญหาอุปสรรคในการเข้าและในการออก ในการที่จะเปึนสมาชิก อาเซียนที่สามารถเข้ารวมกับพันธกิจนี้ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าพันธกรณีนี้ ข้อสัญญานี้หรือสิ่งที่เราจะมอบหมายให้รัฐบาลไปทําข้อตกลงนี้มีประโยชน์นะครับ ทีนี้ผม มาดูข้อกังวลว่า
ข้อกังวลประการแรกที่ท่านสมาชิกได้กล่าวแล้วคือว่า ข้อกังวลด้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเปึนหนามที่แทงใจทั้งฝ์ายค้านและ ฝ์ายรัฐบาล คือสมาชิกรัฐสภานี้ ผมเชื่อว่าเราอย่ารู้สึกเลยว่าต้องมีการแก้ไขแล้วช่วยกัน แก้ไข เดี๋ยวนี้จะทําหนังสือจะทําอะไรไปถึงหน่วยงานราชการอะไรต่าง ๆ ทําไม่ได้เลย นั่นก็คือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนสาระรายละเอียดเพื่อจะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกรัฐสภานั้นทํางานได้อย่างยากลําบาก ผมขอ กราบเรียนฝ์ายรัฐบาลนะครับ ไม่ต้องกลัวสิ่งใดถ้าเราทําสิ่งใดถูกนั้นพึงกระทําให้เรียบร้อย นี่คือปัญหาด้านรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการหรือไม่อะไรต่าง ๆ ก็ขอให้ท่าน คิดดู
ประการที่ ๒ คือปัญหาด้านความสามารถของบุคคลที่เปึนรัฐมนตรีในการ ทํางานในภารกิจนี้ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีอะไรต่าง ๆ นั้นจะต้องทํางานมาก ผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรีหลายท่านที่ไปทํางานเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าคนที่จะทําหน้าที่อย่างนี้ ต้องมีคอนเนคชั่น (Connection) ต้องมีบารมีในการประสานงานติดต่อและต่อเนื่อง แต่ท่านครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เปลี่ยนคนหนึ่งเปึนประมาณ ๕ ป้ ๑๐ ป้ แต่ประเทศไทย ๑ ป้ เปลี่ยน ๔ คน แล้วรัฐมนตรีต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีความสําคัญ ไม่สามารถดําเนินการได้เลย เพราะฉะนั้นแล้วขอกราบเรียนปัญหาที่ผมมองคือปัญหา บุคคล ๒. ปัญหาระบบราชการ ระบบราชการจะต้องปรับตัว เลิกออกกฎระเบียบที่ ควบคุมภาคเอกชน ปรับตัวว่าต่อไปนี้เราจะต้องสอนให้ภาคเอกชนก้าวไปสู่โลกภายนอก เวลาผมไปดูงานที่เกาหลี ที่ญี่ปุ์นนะครับ ประเทศเกาหลีเขาสร้างสนามบินอินชอน เขาสร้างเสร็จแล้วหรือการไฟฟัาฝ์ายผลิตเขา การไฟฟัาเขาบอกว่าเขาจะเปึน โอเพอเรท (Operate) ไฟฟัาที่แอฟริกา เขาจะโอเพอเรทไฟฟัาที่โน่นที่นี่ สิงคโปร์เขาบอก เขาจะไปบริหารที่ลอมบอก บริหารที่ประเทศไทย ท่าเรือเขา เขาคิดจะออกนอกกรอบของ ประเทศ ออกนอกกรอบไปสู่โลกที่จะดําเนินการทางธุรกิจไม่ว่าจะเปึนรัฐวิสาหกิจหรือว่า งานต่าง ๆ แต่คนของเราคนในประเทศเราคิดแต่ในกรอบวิ่งเต้นวิ่งเส้นใน ๖๔ ล้านคน แย่งกัน บริษัทใหญ่ ๆ ต่าง ๆ แทนที่จะไปใช้ศักยภาพของตัวเองไปต่อสู้โลกก็ใช้ศักยภาพ มาวิ่งการเมืองบีบบดขยี้คนที่เปึนบริษัทเล็ก ๆ แย่งกันอยู่นั่นแหละ ผมไม่รู้ว่าทําอย่างไร คนไทยจึงกระจายออกนอกประเทศบ้าง เพราะฉะนั้นแล้วภารกิจอันนี้ที่กําลังจะทําขึ้น น่าจะสั่งสมทําให้คนไทยเรากล้ากระโจนออกไปนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างแรกคือ เขตอาเซียน ๑๐ ประเทศ ซึ่งเรามีโอกาสมากกว่าเขานะครับ นี่คือปัญหาอีกด้านหนึ่ง
ปัญหาประการสุดท้ายที่ผมจะกราบเรียนท่านคือ ปัญหาเกี่ยวกับ ภาคเอกชนในการปรับตัว ท่านครับ ภาคเอกชนของเราไม่เคยมีการวางแผนที่จะไป โก อินเตอร์ (Go inter) นะครับ แม้กระทั่งเขตอาเซียนนั้นก็มีความรู้สึกที่ไม่กล้า อาจจะ เปึนเพราะว่า ๑. ระบบราชการไม่เอื้ออํานวย ๒. การที่ระบบการสนับสนุนของหน่วยงาน ราชการนั้นก็ไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้ผมขอให้ทางราชการหรือทางรัฐบาลไม่ใช่ ว่าแก้เท่านั้น ถ้าท่านไม่ขับเคลื่อนกระบวนการราชการ กระบวนการกฎหมายหรือ กระบวนการทางด้านสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบหรือทัศนคติของราชการแล้วเราจะ เสียเปรียบอย่างแน่นอนนะครับ เราจะเสียเปรียบต่างประเทศอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น
ประการสุดท้ายที่ผมขอฝากท่านคือว่า ข้อตกลงอาเซียนที่จะทําขึ้นนั้นเปึน ประโยชน์ แล้วพร้อมที่จะผลักดันให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปึนไปตามครรลอง แต่ขอให้พึงคํานึงถึงว่าต้องขับเคลื่อนอย่างเปึนระบบ แล้วก็ไม่ใช่ว่าขับเคลื่อนตามภารกิจ หน้าที่พึงกระทําแค่นี้เท่านั้น ต้องอบรมข้าราชการมีฝ์ายดูแลจัดการที่ชัดเจนว่าสิ่งใดบ้าง ที่เราเสียเปรียบ สิ่งใดบ้างที่เราได้เปรียบ ผมยังมีความรู้สึกไม่สบายใจ เดี๋ยวเวลา งบประมาณมาจะได้พูดกันว่า นโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมานี่ในการลดแลกแจกแถม ความรู้สึกรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการยังไม่สํานึกว่าสิ่งเหล่านี้ปัญหาของโลกที่กําลัง เกิดขึ้นนี่นะครับ ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นแก้ไขด้วยการเอาเงินไม่กี่แสนล้านบาทนี่ไปแก้ไขปัญหา แต่อีกป้ข้างหน้า ๒–๓ ป้ข้างหน้ายังเกิดปัญหาอยู่ แล้วเมื่อนั้นแหละครับ สายป์านท่านจะ หมด การที่ทําให้ประชาชนไม่สามารถเดินด้วยตัวเองได้นั้น สิ่งเหล่านี้เปึนหายนะที่เกิดขึ้น ต่อประเทศไทยที่จะเปึนผู้นําอาเซียนในอนาคต ขอบคุณครับ