รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๒

ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการสร้างกลไกสิทธิมนุษยชนในอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีกลไกดังกล่าวเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอแนะให้อาเซียนมีตราสารสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตาม ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียน และขอให้รัฐบาลช่วยศึกษาและร่างกรอบสำหรับองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ผุสดี ตามไท ย้ำถึงความสำคัญของการสร้างกลไกสิทธิมนุษยชนในอาเซียนเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

๘ นาทีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตไม่ใช้เวลานานจะพูดถึงเรื่องของกรอบการเจรจา ยกร่างขอบเขตอํานาจหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน ท่านประธานคะที่จริง เรื่องของกลไกอันนี้คือองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของอาเซียนนี้ได้พูดกันนานมาแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ แล้วก็เห็นพ้องตรงกัน ว่า ควรจะให้มีการพิจารณาจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิในอาเซียน แต่ตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๖ เปึนต้นมาก็ยังไม่ได้มีกลไกดังกล่าวเลย จนกระทั่งได้มีการลงนามในกฎบัตร อาเซียนเมื่อปลายป้ ๒๕๕๐ ซึ่งกําหนดให้จัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน แต่ว่าก็ยัง ไม่เปึนผล ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะเหตุที่ว่าประเทศสมาชิกยังให้สัตยาบันยังไม่ครบ ๑๐ ประเทศด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็หวังว่าอีกไม่ช้าไม่นานเราจะสามารถมีกลไกนี้ขึ้นมาได้ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ได้ไหมคะ คือเนื่องจากกลไกการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนอันนี้เปึนเรื่องใหญ่ และเปึนเรื่องที่หลายคนนั้นมักจะติงว่าเปึนเรื่องความคิด ของตะวันตกบ้าง ของในทวีปนี้นะคะ เราดูแลกันดีอยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วการดูแลเรื่องของ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้นกลายไปเปึนภาระขององค์การสหประชาชาติ หรือเปึน กลไกระดับโลก ระดับสากลที่ต้องคอยเฝัาดูแล โดยการที่สร้างจะเปึนเรียกว่า อนุสัญญา ก็ดี หรือปฏิญญาก็ดี แล้วก็ประเทศภาคีทั้งหลายนั้นก็ได้ไปลงนาม แล้วก็ได้กลับมาดูแล ในประเทศ แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามในภูมิภาคอาเซียนนี้ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกัน และการรวมตัวกันเปึนประชาคมที่จริงเกิดขึ้นมาแล้วกว่า ๓๐ ป้ แต่ปัจจุบันนี้ก็กําลังที่จะ ก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ความสําคัญของการที่จะต้องมีกลไกนี้อยู่มีแน่นอน ท่านประธาน คะวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาเซียนนั้นรวมตัวเพื่อที่จะดําเนินการในเรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็ การเชื่อมโยงของประเทศทั้งหมดทั่วโลก มันก็เปึนการเชื่อมโยงอย่างชนิดที่เกือบจะ ไร้พรมแดน การเลื่อนไหลของทุน การเลื่อนไหลของแรงงาน และก็อีกมากมายเปึนไปได้ อย่างรวดเร็ว ท่านประธานคะ ภาวะตรงนี้เรื่องของความวิกฤติในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเปึน ผลกระทบทั่วไปทั้งโลก ยิ่งจะกลายไปเปึนปัจจัยที่ผลักดันให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน จากประเทศหนึ่งไปสู่ประเทศหนึ่ง แล้วไปอีกหลาย ๆ ประเทศ เฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เองก็มีการเคลื่อนย้ายกันอยู่ไม่น้อยเลย แล้วก็ไกลออกไปกว่าอาเซียนก็มี การเคลื่อนย้าย แรงงานตรงนี้มีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และการเคลื่อนย้ายแรงงานที่ผิด กฎหมายนั้นก็มีทั้งเรื่องของการที่พยายามลักลอบเข้ามาบ้าง แต่มาด้วยความสมัครใจ แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือว่าเปึนเรื่องของการค้ามนุษย์ แล้วก็นําเอาทั้งเด็ก ทั้งสตรี และรวมทั้ง สุภาพบุรุษก็ไม่แพ้กันก็ถูกจับผ่าด้วยการจะเรียกว่าถูกหลอกไปก็ได้หรืออะไรก็ได้ และนําไปสู่เรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานคงจะจําได้ เมื่อไม่นานป้ที่แล้วที่มีการขนคนใส่ตู้ใส่รถป่ดมาหมด เป่ดมาอีกทีหนึ่งตายกันไปหมดแล้ว อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นกลไกที่จะดูแลเรื่องของสิทธิมนุษยชนในอาเซียนนั้น จึงจําเปึนต้องมีแน่นอน ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะฝากไปยัง รัฐบาลว่ามีข้อเสนอแนะในเรื่องของการจัดตั้งกลไกที่จะคุ้มครองในสิทธิมนุษยชน ในอาเซียนก็ควรจะต้องคิดอย่างเหมาะสม คือควรจะมีกลไกทั้งที่เปึนกลไกด้านกฎหมาย แล้วก็กลไกที่เปึนด้านสถาบัน คําว่า เปึนกลไกทางด้านกฎหมาย นั้น ก็อยากจะให้นึกถึง อย่างนี้ค่ะว่า อาเซียนควรจะต้องมีหรือนึกถึงนะคะการมีตราสารสิทธิมนุษยชนที่จะมีพันธะทาง กฎหมาย และให้ประเทศสมาชิกนั้นได้ปฏิบัติตาม แล้วก็ควรจะเปึนตราสารที่ครอบคลุม สิทธิพื้นฐาน สิทธิของพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

ในส่วนที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไว้ นะคะก็คือเรื่องของกลไกทางด้านสถาบัน ซึ่งจริง ๆ แล้วถึงแม้วันนี้ยังไม่ได้คิดกันชัดเจน ในเมื่อรัฐบาลจะไปร่วมกันร่างกรอบนี่นะคะ ก็อยากให้คิดถึงด้วยว่ากลไกแบบไหน รูปแบบใดที่น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ที่จริงแล้วมี รูปแบบของกลไกหลากหลาย ไม่ว่าจะเปึนในยุโรป ไม่ว่าจะเปึนที่อเมริกา ไม่ว่าจะเปึนที่ แอฟริกา จริง ๆ หากเปึนไปได้ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ช่วยนําเอาข้อวิพากษ์วิจารณ์ บทเรียนต่าง ๆ ของการมีกลไกในรูปแบบต่าง ๆ มาศึกษาแล้วก็หาที่เหมาะสมที่สุด อันที่ จริงอาจจะเริ่มต้นไปจุดหนึ่งก่อนก็ได้ อาจจะเปึนรูปแบบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรืออาจจะเปึนรูปแบบของกึ่งตุลาการ หรือไม่ก็เปึนในลักษณะของตุลาการ อะไร ก็แล้วแต่นี่นะคะ ก็อยากที่จะให้ได้ไปศึกษาแล้วก็นํามาตั้งขึ้น

ในประการสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ฝาก ไปยังรัฐบาลก็คือว่า ไม่ว่ารูปแบบจะเปึนอย่างไรก็แล้วแต่ ดิฉันคิดว่าอาเซียนควรจะมี กลไกที่ทําหน้าที่ในเชิงรุกและในเชิงบวก คือแทนที่จะต้องไปไล่จับกันอยู่อุตลุดหมดนี่ นะคะ แล้วก็ลงโทษ แต่ควรจะต้องรุกไปในเชิงของการทําความเข้าใจในแนวคิดเรื่อง สิทธิมนุษยชน ที่ดิฉันคิดว่าวันนี้คนทั้งหลายที่อยู่ในอาเซียนเอง แม้แต่ในประเทศไทยดิฉัน ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไรนักว่าเข้าใจแนวคิดเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นหน้าที่ ตรงนี้อันแรกเลยดิฉันก็อยากจะขออนุญาตฝากเอาไว้นะคะว่า ให้ไปลุกขึ้นช่วยกันร่าง กรอบนะคะ กลไกอันนี้ที่เปึนองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียน โดยมีรูปแบบที่ดีที่เหมาะสม แล้วก็มีเรื่องของตราสารเพื่อจะให้กลไกนี้สามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบพระคุณค่ะ