สุรจิต ชิรเวทย์ หารือเรื่องรัฐบาลขออนุมัติรัฐสภาในแต่ละเรื่องของทั้ง ๔ กรอบใหญ่ในระดับใดบ้าง และเรียกร้องการชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการอนุมัติข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศอื่นและอาจนำไปสู่ปัญหาการควบคุมแมลงและผลกระทบต่อสุขภาพ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว. สมุทรสงคราม แม่กลองนะครับ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา คือเพื่อให้การพิจารณากรอบข้อตกลงต่าง ๆ ชัดเจนขึ้นนะครับ ผมก็ อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกผู้เกียรติทุกท่านว่า ใครอ่านวาระการประชุมวันนี้แล้วเข้าใจ บ้างว่า รัฐบาลขออนุมัติรัฐสภาในแต่ละเรื่องของทั้ง ๔ กรอบใหญ่ในระดับใดบ้าง ระดับ การขอความเห็นชอบนะครับ แล้วก็ด้วยเงื่อนไขอะไรบ้างนะครับ อันนี้ก็เพื่อสมาชิกจะได้ พิจารณาได้ชัดเจนนะครับ เช่น บางประเด็นแค่ขอกรอบการเจรจา บางประเด็นเจรจา ไปแล้วจะขออนุมัติไปลงนาม หรือว่าบางประเด็นลงนามแล้วต้องมาทํากระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสามกับ วรรคสี่นะครับ แล้วจึงจะให้รัฐสภาให้สัตยาบันให้มีผลผูกพัน คือผมเองนี่ดูแล้วก็ยัง ไม่เข้าใจ เพราะก็อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านก็บ่นอยู่ว่าเอกสารมันเยอะมากนะครับ ทีนี้ ทําอย่างไรจะให้เรื่องมันชัดเจนขึ้นล่ะครับ แล้วก็หลายเรื่องที่ได้มีโอกาสอ่าน ผมก็เข้าใจว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ วรรคสองนะครับ คือกรอบหรือเรื่อง ที่จะเข้าข่ายที่รัฐบาลจะต้องมาขอความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง มันมีอยู่แค่ ๕ เรื่องเท่านั้นนะครับ ก็คือหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ นะครับ หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตแต่ประเทศมีอธิปไตยนะครับ แล้วก็ ๓ ก็คือสัญญา ที่จะต้องออกเปึนพระราชบัญญัติ หรือ ๔ สัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจสังคมอย่างกว้างขวางนะครับ แล้วก็ข้อสุดท้ายก็คือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณอย่างมีนัยสําคัญนะครับ ซึ่งผมคิดว่าหลายเรื่องใน ๔ กรอบใหญ่ ที่เสนอมานี้ไม่เข้าข่าย แต่ว่ารัฐบาลถือปลอดภัยไว้ก่อนก็เลยส่งทั้งหมดมาให้เรา เนื่องจาก กฤษฎีกาเขาก็ไม่รับตีความว่านอกกรอบหน้าที่เขา ศาลรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาต่อเมื่อ เปึนคดี ไม่ได้รับปรึกษานะครับ รัฐบาลก็เลยส่งทั้งหมดมา ซึ่งความจริงมาตรา ๑๙๐ เขาได้ให้เครื่องมือและหลักเกณฑ์ไว้แล้วนะครับในวรรคห้า กับ วรรคหกนะครับ ผมก็เลย จะขอถามเลยนะครับ เวลาไม่มาก
คําถามแรก ก็คือทั้ง ๒๐ เรื่องที่รัฐบาลเสนอเข้ามานี้นะครับ ขอให้รัฐบาล ช่วยจําแนกแจกแจงว่าเสนอเข้ามาด้วยเหตุผลอะไรนะครับ เข้าเงื่อนไขข้อใดของ มาตรา ๑๙๐ โดย
๑. ก็คือเรื่องใดขออนุมัติกรอบเจรจา เรื่องใดขออนุมัติลงนาม แล้วก็
๒. ในกรณีขออนุมัติลงนาม มันจะต้องมีมาตรการก่อนลงนามตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสามนะครับ รัฐบาลได้ทําสิ่งเหล่านั้นแล้วยัง แล้วก็หลังลงนามมี มาตรการให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดและมีมาตรการเยียวยาตามวรรคสี่ รัฐบาลได้ทํา สิ่งเหล่านั้นหรือยังนะครับ ถ้าหากท่านขออนุมัติลงนามนะครับ แล้วก็
ข้อที่ ๓ ก็คือมีเรื่องใดที่เสนอแบบควบรวมมาหรือเปล่าในคราวนี้นะครับ โดยขออนุมัติทั้งลงนามและทั้งให้สัตยาบันให้มีผลผูกพัน ซึ่งถ้าเสนอรวมแบบนี้มันทํา ไม่ได้นะครับตามรัฐธรรมนูญ ก็คือมันจะต้องมีขั้นตอนนะครับ ฉะนั้นขอให้ความชัดเจนว่า จะให้สภาให้ความเห็นชอบในเรื่องใดในระดับใดบ้างนะครับ เราจะได้รู้ว่าบางเรื่องเรามี เวลา มีโอกาสไปศึกษาหรือตั้งกรรมาธิการก่อนให้สัตยาบันนะครับ ถ้าเปึนอย่างนั้นก็จะได้ มีโอกาสที่จะได้ร่วมคิดหรือให้ข้อเสนอแนะกันต่อไปได้ จะได้ไม่ต้องมาลงรายละเอียดกัน ในที่นี้นะครับ
ส่วนเรื่องใดไม่มีโอกาสศึกษาแล้ว ต้องเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ตรงนี้อยากจะขอความกระจ่างนะครับ เนื่องจากว่ายังมีข้อวิตกกังวลอีกมากนะครับ เช่น ในความตกลงอาเซียนเกาหลี หรือความตกลงอาเซียนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ยังมีอีก หลายประเด็น เช่น การเป่ดเสรีบริการทางด้านการศึกษา ซึ่งเราจะต้องมีการปฏิรูปกัน ขนานใหญ่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก เรายังไม่น่าจะมีความพร้อมแบบนั้น
ประเด็นการเพาะเมล็ดพันธุ์พืชคลุมดิน ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวจะมี ส.ว. ท่านอื่นลง ในเรื่องรายละเอียดนะครับ
แล้วก็มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เมื่อเช้าท่านสุนัยพูดนะครับ ในกรณีนี้ผมก็อยากจะให้เห็นข้อกังวลให้ชัดเจนขึ้นว่า เรามีความพร้อมหรือไม่นะครับ มีคนเอาปาล์มน้ํามันไปปลูกที่แม่กลองบ้านผมแค่ไม่กี่ต้นนะครับ ยังไม่ได้ปลูกจริงจัง แต่ว่าก็ปรากฏว่ามันมีแมลงหนามดํา เพราะว่าปาล์มน้ํามันนี้เอามาจากอินโดนีเซีย มีแมลงหนามดําติดมาด้วยนะครับ เสร็จแล้วจะต้องไปเอาแตนเบียนสัญชาติเวียดนามมา กินมันอีกทีหนึ่ง อันนี้เราไม่ทราบว่ามาตรฐานสุขอนามัยพืชเรามีหลักเกณฑ์อย่างไร และ ทําไมมันถึงหลุดเข้ามาได้
แล้วในขณะที่เรากําลังจะเป่ดกว้างออกไปอีกนะครับ อันนี้เปึนข้อวิตก กังวลก็คือ ผลจากที่เราเคยตั้งกรรมาธิการศึกษาข้อตกลงอาเซียนญี่ปุ์น ซึ่งเปึน สนธิสัญญาแรกที่เข้ามาสู่รัฐสภาแห่งนี้นะครับ เราได้เห็นข้อบกพร่องเยอะมากนะครับ ซึ่งถ้าได้มีโอกาสทํางานร่วมกันก็จะได้ช่วยกันคิดนะครับ แล้วก็รัฐบาลก็ควรจะออกกฎหมายโดยกระทรวงการต่างประเทศกําหนดวิธีการขั้นตอน ตามที่มาตรา ๑๙๐ กําหนดไว้นะครับ ท่านไม่กําหนดออกมาแล้วท่านโยนเรื่องทั้งหมดมา ที่สภานี้ สภาก็ต้องหงุดหงิดกันบ้าง เพราะว่าเอกสารมันเยอะมากนะครับ ก็อยากจะขอ คําตอบในส่วนนี้นะครับ เพื่อว่าจะได้ชัดเจนในเวลาพิจารณาและในการที่จะลงมติต่อไป ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ