วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องกรอบข้อตกลงอาเซียน โดยมองว่ามันจะนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีของประชาชนในอาเซียน และส่งเสริมการเปิดเสรีในหลายด้าน รวมถึงการเปิดเสรีบริการของแพทย์และทันตแพทย์ อย่างไรก็ตาม เขาก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของกลุ่มวิชาชีพแพทย์และทันตแพทย์ และเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมมาตรฐานการผลิตให้ใกล้เคียงกัน และแก้ไขปัญหาการไหลของแพทย์ไทยไปทำงานในประเทศที่มีมาตรฐานสูงกว่า
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ที่รัฐสภา ได้มีการพิจารณาร่วมกัน คือการพิจารณากรอบเกี่ยวกับอาเซียนทั้งหมด ซึ่งผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานผ่านเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้รับทราบว่า กรอบข้อตกลงอาเซียนวันนี้มันมีที่มาจากวิสัยทัศน์ของผู้นําอาเซียน ซึ่งผมเชื่อว่า ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นของการเจรจาหรือข้อสรุปในวันนี้จะนําพาซึ่งความอยู่ดีกินดีของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งพี่น้องประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด เท่าที่ผมได้ศึกษาเท้าความดูนั้น ผู้นําอาเซียนได้มีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าประมาณ ป้ ๒๐๒๐ จะทําให้อาเซียนนั้นเปึนกลุ่มหุ้นส่วนร่วมกันในการพัฒนาอย่างมีพลวัต และเท่าที่ดูแล้ว หลักการเป่ดเสรีที่เกิดขึ้นนั้นนอกจากจะเปึนการเป่ดเสรีเรื่องการค้า ก็จะมีการเป่ด เสรีเรื่องบริการ ผมได้ดูผู้นําของกลุ่มประเทศอาเซียนได้มีการประชุมร่วมกัน ป้ ๒๕๔๖ ที่เกาะบาหลี ได้มีการกําหนดกรอบในการเป่ดเสรีเรื่องการบริการร่วมกัน ในกลุ่มนี้การ เป่ดเสรีการบริการร่วมกันนั้นเท่าที่เปึนกลุ่มอาชีพนั้นจะมีกลุ่ม ๖ อาชีพ ซึ่งในกลุ่ม ๖ อาชีพนั้น ปรากฏว่ามีอยู่ ๓ กลุ่มอาชีพ ซึ่งมีการเซ็นสัญญาร่วมกันไปแล้ว นั่นคืออาชีพ วิศวกร ซึ่งมีการเซ็นสัญญาร่วมกันในป้ ๒๕๔๘ อาชีพพยาบาลนั้นมีการเซ็นสัญญา ร่วมกันในป้ ๒๕๔๙ และอาชีพสถาปนิกมีการเซ็นสัญญาร่วมกันในป้ ๒๕๕๐ วันนี้เราได้มี การศึกษาหรือมีการหาข้อสรุปร่วมกันในการเซ็นสัญญาข้อตกลงร่วมกันของกลุ่มอาชีพอีก ๓ อาชีพ คือ กลุ่มอาชีพแพทย์ กลุ่มอาชีพทันตแพทย์ และกลุ่มอาชีพบัญชี สิ่งที่ผมจะ นําเสนอมุมมองหรือเสนอความคิดเห็นนั้นเปึนข้อสังเกตสั้น ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพ แพทย์และกลุ่มอาชีพทันตแพทย์ ในแง่ของกลุ่มอาชีพแพทย์และทันแพทย์นั้น เท่าที่กรอบ ที่ส่งมานั้น ปรากฏว่าในวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมานั้น ณ ประเทศสิงคโปร์ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนได้มีการลงนามร่วมกันไปเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ๙ ประเทศ ยกเว้นประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งใน ๙ ประเทศนั้นที่มีการลงนามร่วมกัน ก็คือ เปึนข้อตกลงร่วมกันทางด้านอาชีพแพทย์แล้วก็ทันตแพทย์ ผมมองว่าขณะนี้มันค่อนข้าง จะช้าเกินไปในการที่จะทําให้การตกลงร่วมกันในกลุ่มอาชีพแพทย์และทันตแพทย์เพิ่งจะมี การพิจารณา เพราะถ้าดูอดีตที่ผ่านมานั้น อดีตท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เตรียมที่จะนําเสนอข้อตกลงร่วมของอาชีพแพทย์และทันตแพทย์เข้าสู่การพิจารณาของ ที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา แต่บังเอิญมีปัญหาวิกฤตทาง การเมืองที่เกิดขึ้น ทําให้รัฐสภาไม่สามารถจะพิจารณากรอบข้อตกลงร่วมของอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้บัญญัติไว้ แต่วันนี้ก็ถือว่าเปึนโชคดีที่คิดว่า การพิจารณาร่วมตรงนี้จะมาซึ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ผมอยากจะสรุป เปึนประเด็นสาระว่าวันนี้ข้อตกลงร่วมของอาชีพแพทย์และทันตแพทย์ได้มีสาระสําคัญ ๆ อยู่ ๓ ประเด็น
สาระสําคัญที่ ๑ คือ กําหนดไว้ว่า คนที่ปฏิบัติหน้าที่เปึนแพทย์หรือปฏิบัติ หน้าที่เปึนทันตแพทย์ในกรอบของกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีประสบการณ์ในการทํางานมา ไม่น้อยกว่า ๕ ป้ มีสิทธิที่จะไปขอใบประกอบวิชาชีพในกลุ่มประเทศอื่นที่อยู่ในอาเซียน ด้วยกัน นั่นหมายความว่าถ้ามีการเซ็นสัญญาร่วมกันตามข้อตกลงของแพทย์และ ทันตแพทย์ เท่ากับว่าหมอไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ทํางานและได้ ประกอบวิชาชีพมา ๕ ป้ มีสิทธิที่จะไปขอใบประกอบวิชาชีพในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม ประเทศอาเซียนร่วมกัน ซึ่งผมมองว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการมีการข้อตกลงร่วมของ กลุ่มอาชีพแพทย์และทันตแพทย์นั้น ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าอาชีพแพทย์ ทันตแพทย์นั้นเปึนอาชีพบริการและวิชาการครับ ประโยชน์จากการที่มีการประชุม ปรึกษาหารือ เปึนการพัฒนาฝ๊กฝนของอาชีพแพทย์และทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศ อาเซียนให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วผมมองว่าผลพวง ถ้ามีการ ลงนามร่วมแล้ว ก็จะเปึนประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนผู้ที่มีความชํานาญทางด้านแพทย์ และทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน และเขาหวังว่าประโยชน์ตรงนี้จะเปึนการ เคลื่อนย้ายของกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้เพื่อไปประกอบอาชีพในกลุ่มประเทศอาเซียนให้มี ความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเนื่องจากว่าเปึนการตกลงร่วมของกลุ่มอาชีพ แพทย์และทันตแพทย์ที่เกิดขึ้นในกลุ่มอาเซียน ผมก็มีข้อกังวลครับ เมื่อสักครู่นั้นสิ่งที่ กราบเรียนกับท่านประธานนั้นคาดว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มอาชีพแพทย์และ ทันตแพทย์ แต่ผมมีข้อกังวลที่ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ อยู่ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ วันนี้กลุ่มอาชีพแพทย์ เอาแค่โรงเรียนแพทย์ในประเทศไทย หรือกลุ่มอาชีพทันตแพทย์เฉพาะโรงเรียนที่ผลิตทันตแพทย์ในประเทศไทยนั้นล้วนมี มาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่เนื่องจากว่าในประเทศไทยเราเองนั้นเรามีแพทยสภาที่มีหน้าที่ ในการควบคุมมาตรฐานของการผลิตแพทย์ เรามีทันตแพทยสภาที่สามารถกําหนด เกณฑ์มาตรฐานในการผลิตทันตแพทย์ให้แพทย์และทันตแพทย์ที่ผลิตจากโรงเรียนแพทย์ และโรงเรียนทันตแพทย์ในประเทศไทยนั้นมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงและเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากว่าในประเทศอาเซียนนั้น สมาชิกหลายท่านคงจะทราบว่ามาตรฐานของ แพทย์และทันตแพทย์ของกลุ่มอาเซียนในภาพรวม ๑๐ ประเทศนั้นยังแตกต่างกันเยอะ ครับ ผมมิบังอาจที่จะเจาะจงไปว่าประเทศโน้นด้อยกว่าประเทศไทย หรือว่าประเทศไหน สูงกว่าประเทศไทย แต่เราสามารถพูดได้เต็มปากว่า วันนี้อาชีพแพทย์และทันตแพทย์ของ ไทยเรานั้นถือว่าเปึนอาชีพชั้นนําได้รับการยอมรับไม่ใช่เฉพาะอาเซียนครับ อาชีพแพทย์ และทันตแพทย์ของเราได้รับการยอมรับระดับโลก ดังนั้นรัฐบาลจะมีมาตรฐานอย่างไร ในการควบคุมการผลิตของแพทย์และทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศอาเซียนต่าง ๆ ให้ ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเปึนประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่าที่จะมีมาตรฐาน ใกล้เคียงกับประเทศไทย นี่คือข้อสังเกตที่ ๑ ที่จะฝากไว้
ข้อสังเกตที่ ๒ ตามกรอบข้อตกลงยอมรับร่วมทําอย่างไรที่จะให้มัน เปึนจริงได้ เนื่องจากว่าข้อตกลงเขากําหนดไว้ว่า แพทย์หรือทันตแพทย์ที่ทํางานมา ๕ ป้ และมีใบประกอบวิชาชีพมา ๕ ป้สามารถย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศอื่นในกลุ่มประเทศ อาเซียนได้ ข้อจํากัดที่ผมกังวลเนื่องจากว่าเท่าที่ทราบการสอบใบประกอบวิชาชีพของ แต่ละประเทศมักจะใช้ภาษาท้องถิ่น การที่แพทย์ต่างชาติจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เปึน แพทย์ในประเทศไทยก็ต้องมาสอบใบประกอบวิชาชีพที่เปึนภาษาไทย ทันตแพทย์ ต่างชาติที่จบจากประเทศฟ่ลิปป่นส์หรือจบจากประเทศอื่นเวลามาขอใบประกอบวิชาชีพ ก็ต้องสอบเปึนภาษาไทยนะครับ ตรงนี้เองผมเกรงว่าจะเปึนข้อจํากัดในการกีดกันที่จะ ทําให้ข้อตกลงร่วมของกลุ่มอาชีพแพทย์และทันตแพทย์นั้นเปึนจริงได้ยากขึ้น เพราะ โอกาสที่แพทย์ที่ผลิตจากประเทศอื่นจะมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยเพื่อให้เปึนการ สมองไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทยนั้นในหลักการมันเปึนไปได้ แต่มาถูกข้อจํากัดของการ สอบใบประกอบวิชาชีพที่เปึนภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ตรงนี้เปึนข้อสังเกตที่ อยากจะฝากไปยังรัฐบาลว่าทําอย่างไรที่จะทําให้ข้อกําหนดนี้มันเปึนจริงขึ้นมาได้ เนื่องจากว่ามีข้อกําหนดที่จํากัดในการสอบใบประกอบวิชาชีพที่เปึนภาษาท้องถิ่นของ แต่ละประเทศ
ข้อสังเกตข้อที่ ๓ เนื่องจากว่ามาตรฐานของแพทย์ไทยและทันตแพทย์ของ ไทยนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษค่อนข้างจะดี แล้วก็แพทย์ ไทยและทันตแพทย์ไทยส่วนใหญ่แล้วเวลาการเรียนการสอนมักจะใช้หนังสือที่เปึน สแตนดาร์ด (Standard) จากต่างประเทศ ทําให้ข้อได้เปรียบเรื่องภาษาของแพทย์และ ทันตแพทย์ของไทยได้เปรียบมากกว่าประเทศอื่นในการที่จะเอาภาษาอังกฤษไปใช้กับอีก ประเทศหนึ่ง โอกาสที่แพทย์จากประเทศอื่นมาสอบภาษาไทยนั้นโอกาสไม่มี แต่โอกาสที่ แพทย์ของไทย อย่างเช่น จะเคลื่อนย้ายไปอยู่ประเทศสิงคโปร์ เคลื่อนย้ายไปอยู่ กัวลาลัมเปอร์ของประเทศมาเลเซีย โอกาสที่แพทย์ไทยจะไปสอบเปึนภาษาอังกฤษที่ ประเทศสิงคโปร์มีความเปึนไปได้สูงมากกว่าแพทย์จากประเทศสิงคโปร์จะมาสอบข้อสอบ ที่เปึนภาษาไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้เองเปึนข้อกังวลที่ห่วงใยที่อยากจะฝากกับรัฐบาลว่า ผมกังวลว่ามันจะเปึนช่องทางเล็ก ๆ ที่จะทําให้มีการไหลของสมองจากแพทย์ไทยและ ทันตแพทย์ไทยไปสู่ประเทศที่มีมาตรฐานทางด้านการแพทย์ที่สูงกว่าประเทศไทย ก็คือโอกาสที่หมอไทยไปสอบใบประกอบวิชาชีพที่ประเทศสิงคโปร์มีความเปึนไปได้ สูงมากครับ โอกาสที่ทันตแพทย์ไทยไปสอบใบประกอบวิชาชีพที่ประเทศสิงคโปร์หรือ ประเทศมาเลเซียที่ใช้วิชามาตรฐานที่เปึนภาษาอังกฤษมีความเปึนไปได้สูง
นี่คือ ๓ ข้อที่เปึนข้อสังเกตที่ผมอยากจะฝากเรียนท่านประธานไปยัง รัฐบาลที่จะดูแลปัญหาเหล่านี้ แต่โดยภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าการลงนามในข้อตกลงร่วม ของอาเซียนในวิชาชีพแพทย์และทันตแพทย์น่าจะเปึนประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยและภาพรวมทั้งหมดและเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน นําพาซึ่งความอยู่ดีกินดีของพวกเราชาวอาเซียนด้วยกันครับ ขอบคุณครับ