มานะศักดิ์ จันทรประสงค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หารือถึงความเสี่ยงจากการลงทุนในข้อตกลงอาเซียน (ACIA) โดยเฉพาะประเด็นการชดเชยกรณีความไม่สงบ และเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจาสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาทางการเมืองภายในอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะของสมาชิกรัฐสภาวันนี้ ผมคงจะต้องพูด ๒ ประเด็นเกี่ยวกับความเห็นชอบเอกสารเกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบ อาเซียนของการรวมตัวกันเปึนประชาคมอาเซียน แล้วในกรอบของข้อที่ ๒ ก็คือความ ตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน ท่านประธานครับ กระผมก็ต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานตรง ๆ เลยว่า กระผมและสมาชิกทุก ๆ ท่านพร้อมกับพี่น้องคนไทยทั่วทั้ง ประเทศต่างตั้งหน้าตั้งตารอที่จะเห็นว่าทางรัฐสภาก็คือทางรัฐบาลนั้นมีความจริงใจที่จะมี การผลักดันในการจัดประชุมซึ่งจะเปึนเจ้าภาพในการจัดประชุมของอาเซียนก็คือ อาเซียน ซัมมิท ครั้งที่ ๑๔ ที่หัวหิน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จัดที่เมืองหลวงของเราก็ตาม แต่ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนที่ไหนที่ใดมันก็คือประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมก็คงจะขอภาวนาว่า จะต้องให้มีการจัดให้อย่างดีที่สุดนะครับ
ส่วนเรื่องของการพิจารณาในเรื่องของข้อตกลงในความร่วมมือในกรอบ อาเซียนและการรวมตัวกันของอาเซียนนั้น โดยจะเห็นได้ว่า ข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของ อาเซียนใหม่ ฉบับที่ ๑ ก็คือเมื่อ ๖ ป้ที่แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ ๒๕๕๑ นั้นก็จะเน้น ในเรื่องของการลดช่องว่างของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยการรวมตัวกันของอาเซียน ๔ ประเทศ ก็คือ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศเวียดนาม เพราะ ประเทศเหล่านี้ที่เราเรียกกันว่าเปึนประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ซึ่งประเทศไทยก็จะเปึน ๑ ใน ๖ ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือกับประเทศซีแอลเอ็มวีเหล่านี้เพื่อที่จะส่งเสริม ขีดความสามารถในการพัฒนาของภูมิภาคทางอาเซียนของเราได้ พร้อมกับการจัดตั้ง ๓ เสาหลักของอาเซียนด้วยกัน ทั้ง ๓ เสาหลักเหล่านี้ก็คือว่าเปึนการจัดตั้งประชาคมทาง เศรษฐกิจ การจัดตั้งประชาคมทางสังคมและวัฒนธรรม และประชาคมทางการเมืองและ ความมั่นคง ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จให้ได้ภายในอีก ๖ ป้ ก็คือเริ่มตั้งแต่ป้นี้ป้๒๕๕๒ จนไปถึง ป้ ๒๕๕๘ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีในการวางแผนในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา ทักษะและการเร่งในเรื่องของการศึกษาในการจัดตั้งโครงการและการแลกเปลี่ยนระหว่าง กันและกัน และการส่งเสริมให้อาเซียนของเรามีความเข้มแข็ง แข็งแกร่งในการบริหาร การจัดการและการแข่งขันอย่างเปึนธรรม ท่านประธานครับ กระผมคงจะไม่ลงใน รายละเอียดในทุก ๆ ประเด็นที่ทางรัฐบาลนั้นเสนอมา แต่กระผมมีข้อสังเกตอยู่เพียงไม่กี่ข้อ ดังเช่น ในเรื่องของความตกลงว่าด้วยการลงทุนของอาเซียน หรือที่เราเรียกกันว่า เอซีไอเอ (ACIA) ที่ในที่ประชุมของผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๑๓ ในเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่าน มา ได้มีการรวมกรอบเอาไว้ ๒ กรอบก็คือ ๑. กรอบของความตกลงของเขตการลงทุนของ อาเซียนและ ๒. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุนมาเปึนการ รวมกันมาเปึนกรอบของความตกลงการลงทุนของอาเซียนหรือ เอซีไอเอ ซึ่งได้รับ มอบหมายให้ ๓ หน่วยงานหลักของประเทศไทยนี้ให้มีการเจรจากัน ทําข้อตกลงโดย กระทรวงการต่างประเทศและเปึนหัวหน้าคณะเจรจาและทั้ง ๓ หน่วยงานหลักก็คือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพราะฉะนั้นทั้ง ๓ หน่วยงานนี้จึงจําเปึนที่จะต้องพัฒนา แล้วก็ร่วมมือกันสร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกของอาเซียนโดยรวม โดยมีพันธกรณีความ ตกลงว่าด้วยการลงทุนทางอาเซียน แบ่งออกเปึน ๔ หลักใหญ่ ๆ ก็คือ ๑. เป่ดเสรีการค้า ๒. การส่งเสริม ๓. การอํานวยความสะดวก ๔. การคุ้มครองการลงทุน โดยครอบคลุมทั้ง การลงทุนโดยตรง หรือที่เราเรียกกันว่า ฟอร์เรน ไดเรคท์ อินเวสเมนท์ (Foreign Direct Investment) และการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือที่เราเรียกกันว่า พอร์ทโฟลิโอ อินเวสเมนท์ (Portfolio Investment) เพราะฉะนั้นถ้าจะดูให้ดีจะเห็นได้ว่าการลงทุนโดยตรงนั้น โดยเฉพาะการลงทุนในหลักทรัพย์แบบเสรีจะเปึนการลงทุนที่มีการเคลื่อนย้ายทุนขนาด ใหญ่และเร็วอาจจะใช่ที่มีการสร้างบรรยากาศในการลงทุนที่เปึนลักษณะแบบนี้ แบบเสรี แต่จะเปึนการสร้างฐานของเศรษฐกิจให้เปึนแบบการก้าวกระโดด แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เงินทุนหรือหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนนั้นจะเปึนการลงทุนแบบ ครั้งเดียวหรือจะเปึนการแบบว่าย้ายฐานออกไปเพื่อแสวงหากําไร ซึ่งมันก็จะเปึนการ ลงทุนแบบไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทางคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะทางนายกรัฐมนตรี ได้ช่วยโปรดพิจารณาดูว่าข้อตรงไหนมันจะเปึนผลดี หรือว่าข้อด้านไหนจะเปึนผลร้าย แต่สิ่งที่สําคัญที่จะเปึนกังวลนั่นก็คือ ขอบเขตของการใช้บังคับว่าด้วยความตกลงด้วยการ ลงทุนของอาเซียนที่มีการกําหนดใช้การบังคับของสาขา ดังต่อไปนี้ การผลิต การเกษตร การประมง การประปา กรมป์าไม้ เหมืองแร่ เหมืองหิน ตลอดจนถึงการบริการในแขนงสาขาต่าง ๆ ฉะนั้นในสถานการณ์ที่เปึนวิกฤติอยู่ในขณะนี้ จึงได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของภาคการผลิต และในส่วนของความต้องการของตลาดที่มีความลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ส่งออกนั้น จะต้องเจอกับคู่แข่งที่สําคัญ ทั้งจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เปึนต้น ตรงนี้เองทําให้ประเทศ เหล่านี้มีการห้ําหั่นกันทางราคาเพื่อชิงความได้เปรียบของทางตลาด รัฐบาลจึงจําเปึน ที่จะต้องดูดี ๆ ในเรื่องของขอบเขตหรือความตกลงว่าด้วยการลงทุนของอาเซียน
ส่วนในเรื่องของความคุ้มครองทางการลงทุนในเอซีไอเอ ในข้อตกลงที่ว่า การปฏิบัติที่เปึนธรรม การชดเชยในกรณีเหตุความไม่สงบ การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ กับการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุน โดยเฉพาะการชดเชยในกรณีเหตุเกิดความไม่สงบ นั้น ผมเปึนห่วงครับ ถ้าเราไม่ศึกษาดูให้ดี ๆ มันจะเกิดผลเสียหายกับประเทศไทยได้อย่าง ร้ายแรง เพราะว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยเองก็ดี ได้ส่ง ผลกระทบต่อการลงทุนอย่างมากมายมหาศาล ดังตัวอย่างเช่น การป่ดล้อมสนามบิน สุวรรณภูมิและดอนเมือง ได้ส่งผลกระทบในการฟัองร้องของนักลงทุนที่ได้รับความ เสียหายในเหตุการณ์ครั้งนั้นเปึนจํานวนมหาศาล ซึ่งตรงนี้เองก็เปึนข้อเสียเปรียบในทาง อนาคตได้ ดังนั้นว่าด้วยข้อ ๑๒ ของความตกลงว่าด้วยการลงทุนของอาเซียนที่เขียนไว้ว่า รัฐสมาชิกแต่ละรัฐจะต้องให้ต่อผู้ลงทุนของรัฐสมาชิกอื่นใดที่เกี่ยวกับการลงทุน ที่ครอบคลุมซึ่งได้รับความเสียหายในดินแดนของรัฐสมาชิกอันเปึนผลมาจากการสู้รบด้วย อาวุธ การจลาจลของพลเมือง หรือภาวะฉุกเฉิน การไม่เลือกปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การชดใช้คืน การชดเชยหรือการตอบแทนอื่นใด ตรงนี้นี่เองที่ผมอยากจะกล่าวว่า มันอาจจะเปึนผลเสียอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้นทางคณะเจ้าหน้าที่หรือทางรัฐบาลเองก็ดี ควรที่จะต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ตรงนี้ ฉะนั้นผมว่าทางรัฐบาลหรือคนไทยหรือประเทศ ไทย ควรที่จะต้องมีสิทธิประโยชน์ในการทําเจรจาการค้า ๑. ว่าด้วยความตกลงของ อาเซียนตรงนี้ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์มันควรจะได้มากกว่าหรือเปล่า ไม่แน่ว่าสิทธิ ประโยชน์ทางการค้าทางด้านภาษี โดยเฉพาะทางด้านภาษี การบริการที่ครอบคลุมถึง ทุก ๆ แขนงในสาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ เพราะว่าในการทําข้อตกลงนั้นจําเปึนที่จะต้องยื่น สัตยาบันให้แก่เลขาธิการอาเซียนหลังจากนั้นก็มีการลงนามในข้อตกลงกัน อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีผลดีในการลงนามในข้อตกลงทางการค้าในหลาย ๆ ด้าน ดังเช่น ผลประโยชน์ ที่ควรจะได้ ก็คือการใช้สิทธิด้านภาษี การเป่ดเสรีของกรอบอาเซียนที่จะเปึนโอกาสทาง การค้าของไทยในการใช้สิทธิประโยชน์ ทั้งนี้ต้องอย่าลืมว่าอาเซียนเปึนประเทศคู่ค้า ที่สําคัญของไทย เพราะตามข้อมูลนั้นได้แสดงแล้วว่าในแต่ละป้นั้นการค้าระหว่างไทยกับ อาเซียนซึ่งคิดเปึนมูลค่ามหาศาลถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีการขยายตัว ต่อป้ ๙–๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเปึนตลาดที่สําคัญอย่างยิ่งในการลงทุน เพราะฉะนั้นเรา ก็ไม่ควรที่จะมองข้ามในจุดนี้ครับ
ส่วนจุดด้อยของการทําประชาคมอาเซียนก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น การ พัฒนาเศรษฐกิจที่มีความเหลื่อมล้ํากันมาก นี่เปึนจุดด้อย ความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ความแตกต่างกันในทางประวัติศาสตร์ของแต่ละอาเซียน แต่ละภูมิภาคนี้ ค่อนข้างมาก ตรงนี้ก็จึงเปึนอุปสรรคอย่างมากมายที่จะทําให้เกิดประชาคมอาเซียนนั้น เปึนไปด้วยความยากลําบาก ฉะนั้นทางรัฐบาลจึงจําเปึนที่จะต้องทําให้สมาชิกอาเซียน ร่วมกันสร้างความรู้สึกแบบภูมิภาคให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อเปึนรากฐานในการยกระดับของ อาเซียนให้เปึนแกนนํา เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมจึงขอฝากผ่านไปยังท่านประธานไปถึงทาง รัฐบาลให้ช่วยกันดูในข้อตกลงสิทธิสัญญาว่าประเทศไทยนี้ควรที่จะได้รับผลประโยชน์ มากน้อยขนาดไหน เพราะว่าบางข้อบางสิ่งเปึนสิ่งที่จําเปึนที่คนไทยแล้วก็ทางสมาชิกเอง ควรที่จะได้รับรู้ นอกจากข้อหรือกรอบการตกลงต่าง ๆ แล้ว ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ