มณเฑียร บุญตัน อภิปรายเรื่องกรอบความตกลงอาเซียน และเสนอแนะการขาดความลึกซึ้งและความก้าวหน้าในหลายประการ โดยเฉพาะการพัฒนาไอซีที และการแก้ไขปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิให้เหมาะสมกับยุคสมัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก่อนที่ผมจะ เข้าสู่ประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับกรอบความตกลงอาเซียนในครั้งนี้นะครับ ผมขอเวลา นอกนิดเดียวครับท่านประธาน ผมอยากขอฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี นะครับ อันนี้เพื่อความเชื่อมั่นที่มากขึ้นนะครับ ผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ อยากจะให้ท่านช่วยกรุณาบอกหมายเลขโทรศัพท์ให้ชัดเจนด้วยนะครับ ไม่ใช่บอกว่าตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏใต้จอ เพราะผมมองไม่เห็นนะครับ แล้วก็มี เพื่อน ๆ อีกเปึนหมื่นเปึนแสนคนที่มองไม่เห็นครับ อีกอันหนึ่งครับ ก็ประเด็นต่อเนื่อง กัน แต่ว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงความล้าหลังของบ้านเรานะครับ ท่านได้กรุณาบอก หน่วยงานสื่อของรัฐที่อยู่ในกํากับของท่านนะครับว่า การพยากรณ์อากาศอย่าได้ พยากรณ์อากาศเปึนเสียงดนตรีเลยครับ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องที่รัฐบาลกํากับอยู่ ทั้งหมด ขอให้พยากรณ์อากาศเปึนเสียงพูดดีกว่านะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเข้าใจว่ากรอบการเจรจาทั้งหลายทั้งปวงนี้ได้มีการจัดทํากันมาต่อเนื่องตั้งแต่ รัฐบาลชุดก่อน ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นเองผมจะไม่ติดใจในรายละเอียดมากมาย แต่ว่า ผมก็ยังสงสัยเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ในฝัืงวุฒิสภานะครับ เมื่อสักครู่ได้มีท่าน ส.ว. หลายท่านที่ได้เรียนถามนะครับว่า เราไม่ทราบว่ากรอบความตกลงฉบับใดที่เปึนการมา ขอความเห็นชอบในเบื้องต้น ก็คือมาขอแค่กรอบแล้วนําไปเจรจา หรือว่าอย่างไหนเปึน เรื่องของการมาขอความเห็นชอบหลังจากที่ท่านเจรจาสําเร็จแล้ว เพื่อจะได้ลงสัตยาบัน ถ้าเราไม่ทราบความชัดเจนก็จะเปึนการยากที่เราจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความ เห็นชอบได้อย่างดีนะครับ เพราะจะเปึนการให้ความเห็นชอบหรือปฏิเสธโดยขาด องค์ความรู้ที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมผมก็คงจะเห็นในลักษณะเดียวกันกับ หลายท่านที่มองว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะอยู่บนพื้นฐานของการเมืองนะครับ น่าจะเปึนเรื่องของสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวมมากกว่านะครับ ผมอยากจะอภิปรายในส่วนที่เปึน ผมไม่ทราบว่าจะเปึนการตั้งข้อสังเกต คือผมไม่ทราบ จริง ๆ ว่าเอกสารเหล่านี้ไปถึงขั้นท้ายที่สุดแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วหรือยังคงเป่ดกว้างให้มี การแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องของแผนจัดตั้งประชาคมอาเซียนทั้ง ๓ ฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแผนจัดตั้งประชาคม สังคม และวัฒนธรรมอาเซียนนะครับ ซึ่งก็ได้กล่าวถึงเรื่องของผู้ด้อยโอกาสไม่ว่าจะเปึนเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการเอาไว้ ผมคิดว่าเปึนเอกสารที่กล่าวถึงบุคคลเหล่านี้อย่างชัดเจนที่สุดซึ่งก็ต้องน่าขอบคุณแล้วก็ เปึนสิ่งที่น่ายินดีด้วย อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันยังขาดความลึกซึ้งแล้วก็ความก้าวหน้าใน หลายประการนะครับ ผมคิดว่ามันไปหยุดอยู่ที่เรื่องของสวัสดิการ ไปหยุดอยู่ที่เรื่องของ การมองกลุ่มเปัาหมายเหล่านี้ในลักษณะที่เปึนผู้รับความช่วยเหลือมากกว่าที่จะเปึน หุ้นส่วนการพัฒนาอย่างแท้จริง จะสังเกตได้ว่าความเชื่อมโยงของแผนฉบับนี้กับแผน จัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงซึ่งกล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนนะครับ ตอนนี้ แหละเปึนตอนที่ผมคิดว่าผมมีปัญหามากที่สุด ในขณะที่แผนด้านการจัดตั้งประชาคม ด้านสังคมและวัฒนธรรมนั้นได้กล่าวเอาไว้ค่อนข้างดีพอสมควรครอบคลุมในหลายมิติ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของสิทธิสวัสดิการและประโยชน์ต่าง ๆ ความเสมอภาคด้านโอกาส แต่ในกรณีแผนการเมืองและความมั่นคงนั้น โดยเฉพาะใน ข้อเอ ๑๔ (A 14) นะครับ ในส่วนที่เปึนการจัดตั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งก็จะไปสัมพันธ์ กับกรอบที่ ๔ ต่อไปนะครับ ได้กล่าวไว้ถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยกว้าง ซึ่งผมไม่มีปัญหา ครับ รับได้ แต่ว่ากรณีที่ได้กล่าวถึงเฉพาะด้าน ท่านกลับกล่าวถึงเฉพาะเด็กกับสตรีนะครับ ซึ่งผมก็ดีใจแทนบรรดาเด็ก เยาวชนและสตรีที่ได้รับการกล่าวถึงในองค์กรด้านสิทธิ มนุษยชน แต่ว่าประเทศไทยเรานั้นได้ก้าวไกลไปกว่ากลุ่มเฉพาะเพียงกลุ่มเดียวหรือ ๒ กลุ่ม ประเทศไทยจะดี ๆ ชั่ว ๆ อย่างไรถือว่ามีความก้าวหน้าทางความคิดเกี่ยวกับสิทธิ มนุษยชนหลายด้านเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกัน ประเทศไทยเปึนผู้นํา ในการยกร่างเจรจาและให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการซึ่งเปึนอนุสัญญา ด้านสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของศตวรรษที่ ๒๑ แต่ปรากฏว่าในแผนจัดตั้งประชาคมด้าน สังคมและวัฒนธรรมในส่วนที่พูดถึงคณะมนตรีที่จะดูแลเรื่องสิทธิของคนเฉพาะกลุ่ม เฉพาะด้านกลับมองข้ามเรื่องนี้ไปทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยเพิ่งจะให้สัตยาบันในอนุสัญญา ฉบับนี้ในเดือนกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ นี้เอง ผมว่าเปึนความผิดพลาดอย่างน่าเสียดายแล้วก็ น่าละอายที่สุดนะครับ ผมเชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศรู้เรื่องนี้เปึนอย่างดีว่า ประเทศไทยมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการเจรจา มีส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการต่อรอง และ เปึนประเทศเดียวในอาเซียนที่มีความกระตือรือร้นในเรื่องการเจรจาในอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิคนพิการ ตั้งแต่เริ่มต้นการเสนอร่างซึ่งเสนอที่กรุงเทพมหานครจนได้รับการขนานนาม ว่า แบงคอค ดราฟท์ (Bangkok draft) ไปจนถึงการให้การรับรองโดยสมัชชาแห่ง สหประชาชาติ วันลงนามเราก็ลงนามเปึนวันแรกเปึนประเทศแรก ๆ ที่ลงนาม แม้เราจะลง ให้สัตยาบันช้าไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเราก็ได้ปรับเปลี่ยนปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศ จนกระทั่งเรามีกฎหมายด้านคนพิการที่ก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ เรามีกฎหมาย ระดับพระราชบัญญัติซึ่งเปึนกฎหมายลูกเพียงกฎหมายฉบับเดียวนะครับ คือเปึน กฎหมายด้านคนพิการเท่านั้นที่มีมาตรการห้ามเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยไม่เปึนธรรม เรายังไม่มีพระราชบัญญัติห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมต่อบุคคลในลักษณะทั่วไปเลย นะครับ ได้มีความพยายามในการขับเคลื่อนกฎหมายดังกล่าวในสมัย สนช. แต่ก็ไม่เปึนผล สุดท้ายก็เลยมีเฉพาะห้ามเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ นั่นเปึนความสําเร็จภายในประเทศ ที่ประเทศไทยควรจะมีความภาคภูมิใจและจะต้องชิงความเปึนผู้นําในการเสนอ ไม่ว่า จะเปึนกรอบความตกลง ไม่ว่าจะเปึนกรอบในเรื่องขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ว่า จะเปึนแผนจัดตั้งประชาคม ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม แล้วก็ด้านการเมืองและความ มั่นคง แต่ปรากฏว่ามันมีความขาด หรือบกพร่อง หรือหายไป ผมไม่ทราบว่าท่านลืม หรือ ท่านไม่รู้ หรือท่านนึกไม่ถึง หรือท่านไม่สนใจ ผมไม่ทราบได้นะครับ สําหรับกรณีรัฐบาล ชุดนี้นะครับ แม้ว่าท่านไม่ได้รับผิดชอบในการเตรียมเอกสารฉบับนี้มาตั้งแต่แรก แต่ผมว่า ท่านหนีความรับผิดชอบขณะนี้ไปไม่พ้น เพราะฉะนั้นผมหวังว่าท่านจะดําเนินการใด ๆ ก็ตามที่จะทําให้กรอบเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนนั้นมีเรื่องของคนพิการให้ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น แม้ว่าผมจะต้องถูกมัดมือไพล่หลังให้รับรองในกรอบทั้งหมดในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ผมก็จะให้ การรับรองด้วยความขมขื่นและเจ็บปวดที่สุด ผมไม่เชื่อว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้ ผมไม่เชื่อว่า บรรดาสมาชิก ส.ส. ส.ว. แล้วก็ฝ์ายบริหารของเรายังมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องคนพิการที่ ล้าหลังแล้วเปึนแบบเวทนานิยม แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบคําถามทางทีวีเมื่อวาน เรื่องคนพิการเฉพาะเรื่องเบี้ยยังชีพ ไม่เปึนไรครับ ผมยังให้โอกาสท่านนะครับ เพราะเรื่อง ของคนพิการไม่ได้มีแค่เรื่องเบี้ยยังชีพนะครับ ไปไกลกว่านั้น ท่านทราบดีครับ เพราะท่าน มีประสบการณ์ตรงครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยควรจะต้องถือโอกาสในการประชุม สุดยอดในครั้งนี้แสดงว่า เรามีความเปึนผู้นําในเรื่องเหล่านี้ ท่านอย่าคิดนะครับว่า เรื่องคนพิการนั้นเปึนเรื่องของคนกลุ่มน้อย มีคนมาลงทะเบียนเปึนคนพิการเพียง ๘ แสนคน แต่นั่นมันเปึนเพราะว่าบริบทสังคมเวทนานิยมแบบไทย ๆ เราต่างหาก ถ้าเราลองมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองอย่างเต็มที่ สังคมเป่ดกว้างให้โอกาส เชื่อได้ ว่าประเทศไทยจะมีคนพิการตามการประมาณการขององค์การอนามัยโลกนะครับ ขณะประเทศไทยน่าจะมีคนพิการประมาณ ๖ ล้านคนเศษ ซึ่งผมเรียนบรรดานักการเมือง พรรคการเมืองทั้งหลายว่า เพียงพอที่จะเปึนฐานเสียงทางการเมืองของท่านได้อย่าง แน่นอน ท่านอย่ามองข้ามเรื่องนี้นะครับ และยิ่งประเทศเจริญก้าวหน้าเท่าไร เปึนอุตสาหกรรมมากขึ้นเท่าไร การสาธารณสุขเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไรก็ตาม ท่านประธานครับ ยิ่งจะมีคนพิการมากขึ้น ท่านเชื่อไหมครับว่าเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว สมัยที่ อดีตประธานาธิบดีคลินตันหาเสียง ประเทศสหรัฐอเมริกามีคนพิการที่ออกมาแสดงตนว่า เปึนคนพิการถึง ๕๔ ล้านคน นั่นแสดงว่าประเทศยิ่งเจริญ ความพิการไม่ได้ลดลงครับ เพราะว่าความพิการนั้นมันอยู่ควบคู่กับสังคมที่เป่ดกว้าง ความพิการมันอยู่กับสังคม ที่เคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ครับ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดว่ามีคนพิการมา จดทะเบียนแค่ ๘ แสนกว่าคนนี่ต้องแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาของเรานั้นยังล่าช้า อันนี้ผมก็ฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วก็ขอให้ท่านได้อาศัยโอกาสและจังหวะที่ประเทศไทยเปึน แกนนําในการยกร่างและเจรจาอนุสัญญา ในการนําเสนอบริบทด้านคนพิการเข้าไปใน กรอบนี้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามีความจําเปึนจะต้องพูดถึงนะครับ แม้ว่าอาจจะ ยังดูห่างไกลสักนิดหนึ่งสําหรับหลายท่าน ในแผนด้านเศรษฐกิจ ท่านพูดถึงเรื่องไอซีที (ICT) และท่านพูดถึงเรื่องการอบรม ท่านพูดถึงเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ท่านพูดแต่มิติของการอบรมไอซีที แต่ท่านไม่พูดถึงเรื่องของการพัฒนาไอซีที โดยเฉพาะ การพัฒนาไอซีทีตามหลักการการออกแบบที่เปึนสากล หรือ ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal design) ซึ่งประเทศไทยเปึนผู้นําทางความคิดเหล่านี้ ในอาเซียนไม่มีใครเกิน เราในเรื่องนี้ เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการและผู้สูงอายุในอาเซียน ผมกล้ารับประกันว่าเมืองไทยก้าวหน้าที่สุดนะครับ แต่ว่ากลับไม่ได้รับการนําเสนอเข้าไป ในกรอบใด ๆ เลย เท่าที่ปรากฏ ผมฝากไว้ด้วยนะครับ เปึนข้อสังเกตว่าถ้าท่านยังสามารถเจรจาเพิ่มได้ ท่านควรจะต้อง นําสิ่งเหล่านี้เข้าไปในกรอบการเจรจา หรือเพิ่มเข้าไปในร่างแผนจัดตั้งประชาคม ถ้ายัง เปึนไปได้ ถ้าเปึนไปไม่ได้ขอให้ทําเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติมเข้าไปก็ยังดี หรือพูดในเวที ให้คนอื่นได้รับรู้รับทราบว่าประเทศไทยให้ความสนใจ ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ แม้ว่าท่าน เข้ามาเรียนงานใหม่ก็ตาม ผมว่าท่านน่าจะอาศัยโอกาสนี้
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนก็คือ เรื่องของคมนาคม เพราะว่าผมรู้สึก ประเทศไทยเรานี้มันน่าน้อยใจเหลือเกินนะครับ เราอ้างว่าเรามีสนามบินที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาค แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าสนามบินที่สร้างเสร็จก่อนเรา เช่น ที่สิงคโปร์และ ที่กัวลาลัมเปอร์ มีสภาพแวดล้อมที่เปึนมิตร ที่เอื้อต่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ของคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก คนที่อ่อนแอ ตลอดจนคนพิการ สนามบิน สุวรรณภูมิตอนจะสร้างนี่พวกเราคนพิการก็พยายามเข้าไปเกี่ยวข้อง ดังเช่นโครงการ ขนาดใหญ่หลาย ๆ โครงการที่เราพยายามจะเสนอแนะ แต่ในขณะนั้นผู้มีอํานาจก็บอกว่า เขารู้ดีเรื่องนี้ฝรั่งเปึนคนออกแบบ เมื่อสร้างใกล้จะเสร็จเราเข้าไปดูก็บอกว่าฝรั่งออกแบบ ไม่ดีมันจึงเปึนเช่นนี้ ไม่เปึนไรเราจะใช้คนแบก คนหาม คนถูลู่ถูกังเอา เรามีพนักงานเยอะ ผมก็บอกท่านไปว่าวิธีการของท่านมันเหมาะสมเมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้ว มันไม่เข้ากับยุค เข้ากับ สมัยอีกต่อไป และมันเปึนการเลือกปฏิบัติ ขัดหลักสิทธิมนุษยชนโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ถ้าท่านคิดจะเปึนเสือในเรื่องของการคมนาคมนะครับ ขอให้ไปทําความสะอาดสนามบิน สุวรรณภูมิให้เรียบร้อยเสียก่อน ทําอย่างไรให้มันเปึนมิตร ทําอย่างไรให้คนทุกคนสามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ร่วมกัน ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม ไม่สร้างความ เดือดร้อน ไม่สร้างอุปสรรคต่อบุคคล ไม่ว่าเขาจะมีเงื่อนไขทางกายภาพใด ๆ ก็ตาม เพราะมันจะส่งผลไปถึงเรื่องอื่นอีกทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของคมนาคม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าคิดจะเปึนศูนย์กลาง แล้วต้องเปึนศูนย์กลางที่ดีครับ กระผมขอเรียนว่าการยอมรับในเรื่องคนพิการและความ พิการนั้นอาจจะเปึนเรื่องใหม่สําหรับสังคมไทย หลายท่านอาจจะรู้สึกอึดอัด ขัดข้อง ขัดใจ บางครั้งจะมาพูดกับผมก็รู้สึกกระมิดกระเมี้ยน พยายามบอกว่าไม่อยากจะเรียกผมว่า เปึนคนพิการ ขอบอกตรง ๆ ว่าเรียกไปเถอะครับ ผมยอมรับตัวตนที่แท้จริง ผมไม่เคยรู้สึก ว่ามันเปึนเรื่องน่าอับอายขายหน้าที่ไหน และผมคิดว่าพี่น้องคนพิการของเราทั่วประเทศ จํานวน ๖ ล้านคน ไม่ได้คิดว่ามันเปึนเรื่องน่าอับอายตรงไหน แต่เรามีความรู้สึกน้อยใจ นอกจากท่านจะยอมรับความพิการของเราไม่ได้ ท่านยังยอมรับการมีอยู่ของเราไม่ได้ ท่านยอมรับการมีส่วนร่วมของเราไม่ได้ ท่านยอมรับการเข้าไปได้รับประโยชน์ในฐานะ พลเมืองชั้นหนึ่ง การมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของเราไม่ได้เช่นกัน ผมก็ ไม่เข้าใจเหมือนกันนะครับว่าเราจะต้องรอให้ท่าน ส.ส. ส.ว. หรือคณะรัฐมนตรีอายุมาก จนกระทั่งกลายเปึนคนพิการทั้งหมดจึงจะเริ่มยอมรับ หรือก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะว่า ท่านทั้งหลายยังอยู่ในวงจร ยังอยู่ในสังสารวัฏของเวทนานิยม ท่านอาจจะยอมจํานนแล้ว ก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรมก็ได้ แต่ผมไม่ขอยอมจํานนเหมือนท่าน และคนพิการอีก เปึนแสนเปึนล้านคนเราก็ไม่ยอมจํานนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอเรียกร้องว่า รัฐบาลใหม่กําลังจะทําสิ่งใหม่ ๆ กําลังจะเปึนผู้นําอาเซียน ซึ่งประเทศในอาเซียนขณะนี้ มีเพียง ๒ ประเทศที่ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ มีแต่ไทยกับฟ่ลิปป่นส์ เราควรจะถือโอกาสนี้เปึนผู้นําการเปลี่ยนแปลง นําเสนอสิ่งดี ๆ ที่จะเปึนประโยชน์ต่อ อาเซียนโดยรวม เปึนผู้นําในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทุกคน เปึนผู้นําในหลักการ การออกแบบที่เปึนสากล เปึนผู้นําในการสร้างงาน สร้างอาชีพที่ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่า คนคนนั้นจะเปึนชนกลุ่มน้อยกลุ่มใด ไม่ว่าจะเปึนสตรี เปึนผู้สูงอายุ หรือเปึนคนพิการ ก็ตาม ผมอยากจะขอความเชื่อมั่นจากทางรัฐบาลชุดนี้นะครับ และถ้าเปึนไปได้ถ้าผมทราบว่าการรับรองให้ความเห็นชอบในกรอบเจรจาต่าง ๆ หรือใน สิ่งที่เจรจาไปแล้วเปึนสิ่งที่ถูกต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ผมเองก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุน นะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติอันเปึนที่รักยิ่งของเราต่อไป ท้ายนี้ผมก็ขอให้ท่านทั้งหลายได้กรุณาลองหลับตาดูสักนิดหนึ่งครับ เมื่อท่านหลับตาแล้ว ท่านจะเห็นได้ว่าเสรีภาพและความเสมอภาคมีอยู่จริง และสันติภาพก็จะเปึนผู้ได้รับ ชัยชนะอย่างถาวร ขอบพระคุณมากครับ