รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๒

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องข้อตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการขนส่ง และเรียกร้องให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมในการรองรับข้อตกลงนี้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เช่น การขนส่งทางรถไฟและทางน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาค

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย ถึงข้อตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการขนส่ง โชคดีครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมท่านนั่งฟังอยู่ด้วยครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่ามีสิ่งจําเปึนที่ประเทศไทยของเราจะต้อง เตรียมความพร้อมในการรองรับข้อตกลงเหล่านี้ครับ เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะทําให้ ประเทศไทยของเราเปึนศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียน หรือประตูสู่อาเซียนครับ การจะเปึนประตูสู่อาเซียนได้นั้นมีปัจจัยสําคัญ ๒ ประการ

ประการแรก ก็คือทําเลที่ตั้ง

ประการที่ ๒ คือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง

สําหรับประการแรกนั้นไม่น่าห่วงครับ ประเทศไทยของเรามีทําเลที่ตั้งที่ดี จากประเทศไทยของเราสามารถเดินทางไปสู่ประเทศอื่นได้โดยสะดวก ไม่ว่าจะเปึนทาง บก ทางน้ํา หรือทางอากาศ เพราะประเทศไทยของเรานั้นมีเขตแดนที่เปึนทั้งพื้นน้ําและ พื้นดิน ต่างกับบางประเทศที่มีเขตแดนเปึนเพียงพื้นน้ําหรือพื้นดิน ทําให้เกิดข้อเสียเปรียบ ในการเดินทาง ในการขนส่ง ท่านประธานครับ สําหรับปัจจัยที่ ๒ นั้นเรื่องความพร้อมทาง โครงสร้างพื้นฐาน ท่านจะเห็นว่าระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ในประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนนั้นมีความแตกต่างกันมากครับ ประเทศไทยของเรานั้น มีความพร้อมค่อนข้างสูง สําหรับเรื่องถนนนั้นผมไม่ห่วงครับ มีความหนาแน่นของถนนที่อยู่ แนวหน้า แต่เรื่องเส้นทางรถไฟถึงแม้ว่าความหนาแน่นของทางรถไฟจะสูงที่สุดในกลุ่ม สมาชิกอาเซียนก็ตาม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอื่นแล้ว ต่ํากว่ามาก ครับ เปึนผลทําให้ค่าโลจิสติค (Logistic) ของเรานั้นสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอื่นเปึน อย่างมาก ดังนั้นผมจึงอยากเรียนเสนอให้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อการขนส่งระบบราง มากกว่าถนน ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดก่อสร้างทางรถไฟ ทางคู่โดยรีบด่วน ท่านประธานครับ นอกเหนือเส้นทางรถไฟที่เชื่อมโยงประเทศสิงคโปร์ กับกรุงเทพมหานครแล้ว ไม่มีเส้นทางรถไฟสายอื่นเลยที่เปึนการเชื่อมโยงเมืองหลวงของ ประเทศในอาเซียน แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางรถไฟสายนี้ไม่ได้มีบทบาทความสําคัญ ในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า จําเปึนที่ยังต่อเชื่อมไปยังประเทศจีนตอนใต้ ประเทศจีนนั้น เปึนศูนย์กลางการผลิตและการบริโภคที่สําคัญของโลก ถ้าเราสามารถช่วงชิงเปึนผู้นํา การพัฒนาถนนหรือรถไฟได้โดยเชื่อมโยงกับประเทศจีน หรือประเทศในกลุ่มภูมิภาค ลุ่มแม่น้ําโขง หรือประเทศในอนุภาค หรือคาบสมุทรมลายา รับรองครับว่าเราจะเปึน ศูนย์กลางการขนส่งทางบกครับ ทางบกนั้นไม่น่าห่วงแต่ทางน้ําน่าห่วงครับ เพราะใน ภูมิภาคนี้สิงคโปร์มีบทบาทสําคัญที่สุด สิงคโปร์มีท่าเรือที่มีความสําคัญมากตั้งอยู่ในทําเล ยุทธศาสตร์ที่ดี มีเรือมาใช้บริการมากกว่า ๔๐๐ สาย ให้บริการขนส่งสินค้าไปสู่ท่าเรืออื่น มากกว่า ๗๐๐ ท่าเรือทั่วโลก ของเรานั้นมีท่าเรือแหลมฉบังที่พอจะมีศักยภาพให้บริการ เรือโดยไม่ต้องผ่านสิงคโปร์ได้บ้าง แต่ก็ยังถือว่ายังเปึนรองอยู่มากครับ เพราะทําเลที่ตั้งฅ ไม่ดี ท่านประธานครับ มีการพูดถึงโครงการขุดคอคอดกระมาแล้วกว่า ๓๐๐ ป้ ผมดีใจ ครับ ที่รัฐบาลนี้ไม่หยิบอภิมหาโครงการนี้มาปัดฝุ์นอีกครั้งหนึ่ง แต่เลือกที่จะสานต่อ โครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) หรือสะพานเศรษฐกิจ สะพานเศรษฐกิจนั้นเปึนการ เชื่อมโยงการขนส่งทางน้ําด้วยการขนส่งทางบกผ่านถนน ทางรถไฟหรือท่อส่งน้ํามัน แต่ผมเปึนห่วงครับว่า สะพานเศรษฐกิจจะช่วยประหยัดเวลาได้จริงหรือไม่ ระยะทางนั้น ไม่เปึนห่วงครับสั้นกว่าแน่ แต่เวลาเปึนห่วง เพราะว่าจะต้องมีการขนถ่ายสินค้าน้ํามันลงสู่ ทางรถไฟ ลงสู่รถบรรทุก ลงสู่ท่อส่งน้ํามัน จากทะเลด้านหนึ่ง และขนส่งไปสู่ทะเลอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็ขนลงสู่เรือ เพื่อนําส่งประเทศปลายทางต่อไป ด้วยเหตุนี้ครับไม่มีความมั่นใจว่า สะพานเศรษฐกิจจะช่วยประหยัดระยะเวลาได้ ท่านประธานครับ ทางบกไม่น่าห่วงไม่เปึน สองรองใคร แต่ทางน้ํานั้นน่าเปึนห่วง และทางอากาศครับ ทางอากาศนั้นเรามีคู่แข่งที่ น่ากลัว ๒ ประเทศก็คือ สิงคโปร์กับมาเลเซีย สิงคโปร์นั้นเป่ดให้บริการอาคารผู้โดยสาร หลังที่ ๓ ไปแล้วครับ ทําให้เขามีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ถึงป้ละ ๖๔ ล้านคน มาเลเซียก็มีสนามบินแห่งใหม่ ด้วยเหตุนี้ ๒ ประเทศนี้นะครับ ได้รับการยกย่องให้เปึน สนามบินชั้นนําของเอเชีย ประเทศไทยของเราตั้งความหวังไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ถ้า ดูสถานการณ์การขนส่งทางอากาศในปัจจุบัน ผมไม่แน่ใจครับว่า สนามบินสุวรรณภูมิ จะเปึนศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียนได้ เพราะว่าความไม่แน่ชัดของนโยบาย รัฐบาลบอกว่า ต้องการพัฒนาสนามบินดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ในขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอกว่าจะใช้นโยบาย ซิงเกิล แอร์พอร์ต (Single airport) พร้อมทั้งบอกว่า จําเปึนจะต้องมีการขยายขีดความสามารถ ของสนามบินสุวรรณภูมิโดยใช้เงินประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่เข้าใจครับว่าทําไม ต้องเร่งก่อสร้างรันเวย์ (Run way) เส้นที่ ๓ เส้นที่ ๔ ทั้ง ๆ เวลานี้เรามีรันเวย์อยู่ ๒ รันเวย์ รันเวย์ทั้งสองนั้นห่างกันถึง ๒.๒ กิโลเมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ อีกหลายป้ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีโดยการใช้ดอนเมืองควบคู่กันไปด้วย พูดถึง ดอนเมืองแล้วนะครับ จําเปึนต้องมีแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) เชื่อมโยงสุวรรณภูมิผ่าน มักกะสันไปยังดอนเมือง ผมพูดถึงแอร์พอร์ต ลิงค์ ครับ เวลานี้ก่อสร้างเกือบแล้วเสร็จ จากสุวรรณภูมิมาที่มักกะสันสู่พญาไท แต่มีเรื่องที่เปึนห่วง นั่นก็คือหลังจากก่อสร้างเสร็จแล้ว ใครจะเปึนผู้บริหารเดินรถยังไม่แน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าประเทศไทย จะมีทําเลที่ตั้งที่เหนือกว่า และแม้ว่าคนไทยจะมีจิตใจการให้บริการที่ดีกว่า แต่ถ้าการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังต้องเดินตามหลังประเทศคู่แข่ง ประตูสู่อาเซียนจะไม่เป่ดกว้าง สําหรับประเทศไทยอีกต่อไป ขอบพระคุณครับ