รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ มกราคม ๒๕๕๒

ตวง อันทะไชย หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีกลไกที่ช่วยให้สมาชิกรัฐสภาสามารถศึกษาและพิจารณาเอกสารที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตวง อันทะไชย เสนอแนวคิดเร่งให้สภาเห็นชอบกรอบเจรจาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคต และแนะนำให้ท่านประธานดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมจะไม่ใช้เวลาของสภาแห่งนี้นาน เนื่องจากว่าสมาชิกวุฒิสภาได้แบ่ง ภาระหน้าที่ที่จะทํารายละเอียดในประเด็นเพื่อเปึนข้อเสนอต่อรัฐบาล ผมกราบเรียน ท่านประธานเบื้องต้นว่า ในหลักการนั้นผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยมีความจําเปึนที่จะต้องให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา แล้วก็ผ่านไปเพื่อประโยชน์ของประเทศโดยรวมโดยเฉพาะถ้าเริ่มต้นที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาพูดเอาไว้ตอนต้นว่า ประเทศอื่นเขาพร้อมหมดแล้วเหลือเฉพาะประเทศไทย ยิ่งตอกย้ําให้เห็นว่าสภาแห่งนี้ต้องรีบดําเนินการท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณา รูปแบบอย่างนี้ผมคิดว่าไม่ใช่เปึนครั้งสุดท้าย การพิจารณาในรูปแบบอย่างนี้ที่เราจะต้อง ทํามันมีปัญหาทุกครั้งเสมอไป รวมทั้งครั้งนี้ด้วย ข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาที่เสนอต่อ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีจะได้กรุณาพิจารณามีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้

ท่านประธานครับ แม้จะพิจารณาแยกหรือรวมก็ตาม เราจะพบว่าปัญหา ในเรื่องของการพิจารณากรอบตกลงทุกครั้งก็จะมีอยู่ ๓ ประการด้วยกัน

ประการแรก คือประเด็นในข้อกฎหมาย

ประการที่ ๒ ประเด็นในทางปฏิบัติ ทั้งกระทรวง ทบวง กรม และ คณะรัฐมนตรี และ

ประการที่ ๓ ซึ่งเปึนปัญหาที่เราถกกันมาตั้งแต่เช้า และวันนี้ก็เปึนปัญหา อยู่เหมือนกัน ก็คือปัญหาในการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเวลา น้อย

เราก็มีข้อเสนอที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ใน ข้อกฎหมายนั้นผมเรียนท่านประธานว่า เราก็ถกกันมาตั้งนานว่า มาตรา ๑๙๐ นั้นมันเปึน ปัญหาสําคัญ มันเปึนปัญหาที่เราไม่สามารถที่จะก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เวลาไปทําความตกลงเจรจา ถ้าเปึนการเจรจาในระบบทวิภาคีนั้นอาจจะไม่เปึนปัญหา แต่ถ้าเปึนการเจรจาในระบบพหุภาคีนั้น บางเวทีประเทศไทยก็เปึนเพียงส่วนหนึ่ง เท่านั้นเอง บางเวทีเราไม่อาจที่จะไปเจรจาต่อรองได้เลย ถ้าเราไม่ยอมเจรจาหรือไม่ยอม เซ็นสัญญาในเวลานั้น เราก็ตกขบวนนั้นไปเลย ในมาตรา ๑๙๐ นั้น โดยเจตนานั้นจะมี คนมาพูดต่อไป แต่ผมเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นว่า หัวใจสําคัญที่เปึนเจตนาก็คือว่า ทําอย่างไรจะให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนได้ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เราไปเซ็น สัญญากับไอเอ็มเอฟ แอลโอไอ (LOI) เราไปเซ็นเอฟทีเอโดยที่ทุกฝ์ายเรียกร้องว่า เวลาที่ จะเอาประเทศไทยไปผูกพันระหว่างประเทศนั้นควรที่จะต้องให้คนไทยก็คือรัฐสภาไทย นั้นเปึนผู้ที่จะได้วิพากษ์วิจารณ์ ได้แสดงความคิดเห็น ได้ให้ข้อคิดเห็นบ้างว่า มันมี บางประเด็นที่เราไปเจรจาทําความตกลงมาแล้ว เรามองว่าเราได้ประโยชน์ แต่แท้จริงเรา ได้ประโยชน์เพียงบางส่วน แต่ในส่วนใหญ่ที่เปึนเกษตรกรนั้นเราได้รับกระทบกระเทือน ผมยกตัวอย่างกรณีการทําเอฟทีเอกับประเทศจีน ผมจะไม่ลงรายละเอียดเพื่อที่จะบอก ท่านประธานว่าคืออะไร แต่ที่มาของมาตรา ๑๙๐ นั้น มันเปึนเรื่องที่เปึนหัวใจสําคัญที่เรา คิดว่า มันก็มีคุณค่าและมีความสําคัญพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีปัญหา ท่านประธานครับ

ประการที่ ๒ มาตรา ๑๙๐ นั้น เขาออกแบบมาให้ใช้ในสภาวะที่ประเทศอยู่ ในภาวะปกติ ประเทศที่ไม่ได้มีความแตกต่างทางความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง หลากหลาย จนกระทั่งว่าไม่สามารถที่จะพูดคุยกันได้ มีหลายประเด็นที่สมาชิกวุฒิสภา ได้ถกกันและคุยกัน ซึ่งผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่า บางประเด็นมันไม่มีความจําเปึนที่จะต้องนํามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมยกตัวอย่าง เช่น กรณีข้อตกลงร่วมสาขาวิชาชีพแพทย์ของอาเซียน ทันตแพทย์หรือวิชาชีพบัญชีของ อาเซียน ถ้าท่านประธานพลิกเข้าไปดูข้างในท่านประธานจะพบว่า วิชาชีพเหล่านี้มันมี กฎหมายของมันประกอบ มันมีพระราชบัญญัติควบคุม มันมีสภาวิชาชีพที่ควบคุมอยู่แล้ว โดยอัตโนมัติ แต่ว่าเพราะเหตุของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่อยู่ในสภาวะ ที่ไม่ปกตินั้น รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีจําเปึนต้องเสนอเข้ามา เพื่อจะไม่เกิดปัญหาในการ ตีความในภายหลัง เช่น กรณีกรอบการเจรจาของไทยและเขมร ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของปัญหาในทางปฏิบัติที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน เราได้เชิญกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาชี้แจง มาเล่าให้ฟังว่าสภาพปัญหามันคืออะไร อย่างที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานว่า ความจริงแนวทางอย่างนี้เราเคยทํามาแล้ว เราเคยนํามาให้ ที่ประชุมของรัฐสภาได้พิจารณาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเปึนทําตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ว่าด้วยเรื่องของ เจแคปปา (JCAPPA) หรือ เอเจเซพ (AJCEP) ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ตาม แต่ว่ามันก็จะมีปัญหาในประการที่ ๒ ที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลถ้าจะทําเรื่องนี้ต่อไป และผม คิดว่าจะต้องทําต่อไปก็คือว่า จะต้องค้นหากลไกที่จะช่วยสมาชิกรัฐสภาในการศึกษา กรอบเจรจาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลาย ท่านที่บอกว่า ๓ วันเอกสารนี่ยังไม่ได้ถึงสมาชิก แล้วยังมีกองอยู่ข้างนอก ซึ่งเปึนความจริง ที่เราต้องยอมรับแม้จะเปึนภาระหน้าที่ของเราก็ตาม วุฒิสภาเราก็คุยกันว่า เอ๊ะ จะทําอย่างไรจะได้อ่านทุกหน้า ทุกเรื่อง เราก็แบ่งกันไปว่า ใครที่ถนัดเรื่องไหนก็พูดเรื่องนั้น ใครที่เข้าใจเรื่องใดก็เอาเรื่องนั้นไปศึกษาแล้วมานํา กราบเรียนเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้เปึนข้อพิจารณา นี่คือสิ่งที่เราได้ ตกลงกันเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เราหวังว่าในอนาคตข้างหน้าที่จะมีการนํามาให้ สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ก็ควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องหากลไกสําคัญที่จะมาช่วยในการ กลั่นกรองให้สมาชิกรัฐสภาได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา

ประการที่ ๒ ที่เปึนข้อเสนอที่ผมเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ก็คือว่า วันนี้รัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องรีบเร่งให้มีการออกกฎหมาย เปึนกฎหมาย ประกอบกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ทําไมผมถึงย้ําว่าตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมดีใจว่าเมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่มันจะต้องรีบทําท่านประธานครับ ยิ่งทําช้าประเทศ เราก็จะเสียเปรียบ โลกมันเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีอย่างเร็วและสลับซับซ้อน

ประการที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานว่า ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในวรรคสองซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ของการที่รัฐบาลต้องเสนอก็คือเพียง ๒ คํา และ ๒ ความหมายเท่านั้นก็เปึนปัญหาใหญ่สําหรับเรา ก็คือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง คําถามที่เราถามไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็ตาม หรือในนักกฎหมายก็ตาม ล้วนแต่ไม่สามารถตอบได้ว่าอย่างกว้างขวางมันคืออะไร อย่างกรณีตัวอย่างที่ผม ยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านได้ดู กรณีของสาขาวิชาชีพแพทย์ของอาเซียน วิชาชีพทันตแพทย์ ของอาเซียน หรือวิชาชีพบัญชีของอาเซียน มันกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ ของสังคมไทยอย่างกว้างขวางอย่างไร นั่นประการที่ ๑ ที่จะต้องไปเขียนไว้ในบทบัญญัติ ของกฎหมายขั้นตอนฉบับนั้น

ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ คําที่เปึนปัญหาที่มันเชื่อมโยงแล้วทําให้ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็ต้องหอบ เข้ามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ให้พิจารณา ทั้งที่บางอย่างนั้นสามารถที่กระทําได้โดยปกติ เปึนภารกิจ เปึนหน้าที่ปกติของกระทรวง ทบวง กรม หลายประการที่กระทรวง การ ต่างประเทศชี้แจงว่า เขาได้ทําการลงสัญญากันมาก่อนหน้านี้ บางอย่างมันเปึนเพียง องค์ประกอบย่อยเท่านั้นเองที่จะต้องทําต่อเนื่องต่อไป ก็คืองบประมาณที่มัน กระทบกระเทือนต่องบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ คําถามผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลก็คือว่า วันนี้รัฐบาลจะต้องเร่งที่จะต้องทําความหมายของการ กระทบกระเทือนต่องบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ มันคือกี่บาท กองทัพบกจะไปซื้อ เครื่องมือ เครื่องจักร หรืออาวุธร้อยล้านบาท มันมีนัยสําคัญหรือไม่ นัยสําคัญใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันควรจะเปึนเท่าไร กฎหมายขั้นตอนฉบับนี้ก็จะไปช่วยรัฐบาลในการ ทํางาน ประเด็นใดที่มีความสําคัญ มีความจําเปึนที่เปึนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ก็ควร ที่จะต้องเอามาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผมไม่ติดใจ แต่บางประเด็นที่เราค้นพบก็คือว่า มันเปึนเพียงประเด็นที่เขาทําต่อเนื่องอย่างยาวนานมา บางอย่างได้เจรจาเมื่อคราว ป้ที่แล้ว วันนี้มีความจําเปึนที่จะต้องไปเซ็นสัญญาก็จะต้องกลับมาให้สภาแห่งนี้ได้ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญที่เปึนข้อเสนอของสมาชิก วุฒิสภาที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ตราบใดก็ตามถ้าท่านยังไม่เร่งรัดให้ออก พระราชบัญญัติกําหนดตาม มาตรา ๑๙๐ ขั้นตอน วิธีการในการพิจารณาให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว ตราบนั้นสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ก็จะเผชิญปัญหาเอกสารที่กองเปึนตั้ง ๆ อย่างที่ท่านประธานได้เห็น ก็จะเผชิญกับการที่ไม่สามารถจะลงไปสู่รายละเอียดลึก ซึ่งไม่ได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ที่บอกว่า ต้องการให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็นกับสิ่งที่ เปึนผลกระทบต่อประเทศในอนาคตข้างหน้า

ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า เราได้แบ่งภาระหน้าที่กันในการทํางาน รายละเอียดผมกราบเรียนท่านประธานว่า โดยส่วนตัวนั้นสนับสนุนหลักการที่สภาแห่งนี้ต้องรีบให้ความเห็นชอบต่อกรอบเจรจา เหล่านี้ เพื่อที่จะต้องไปเปึนประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคตข้างหน้า แต่ถ้าครั้งหน้าต่อไปนี้ผมไม่เห็นด้วยถ้าหากว่าท่านจะรีบเร่งเข้ามาอย่างนี้ ถ้าหากว่าท่าน จะต้องเอาเอกสารมากองเอาไว้ให้ท่านสมาชิกได้อ่านอย่างนี้ ทําอย่างไรเปึนคําถาม สุดท้ายว่าท่านจะต้องกลับไปทํากลไกเหล่านั้นก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ