รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้รวมไปถึงปีนี้ด้วย ประชาชนได้รับ ผลกระทบจากปัญหาเรื่องภัยแล้ง น้ําท่วมกันอย่างซ้ําซาก จําเจ แล้วก็ต่อเนื่อง ความเสียหายนั้น เกิดขึ้นมีมูลค่ามากขึ้นทุกปี ๆ โดยเฉพาะปีนี้น้ําท่วมหนักที่สุดในรอบหลาย ๆ ปี ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนและคนไทยทั้งประเทศนั้นมันประเมินค่าไม่ได้ แม้ว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะพยายาม หามาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหลายอย่าง เช่น การชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับ ภัยพิบัติจากอุทกภัย ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท การช่วยเหลือและทดแทนพี่น้องประชาชน ที่ทําการเกษตรแล้วถูกน้ําท่วมหลายหมื่นบาท แต่การเยียวยาต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ ยาบรรเทาปวด ไม่สามารถที่จะชดเชยความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร หรือพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอ หลังจากที่ในปัจจุบันนี้นะครับ การเยียวยาและชดเชยการเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยยังไม่จบ ก็คืออยู่ในระหว่าง การพิจารณาเพื่อเยียวยาอยู่ แต่ในขณะเดียวกันบางพื้นที่ในหลายจังหวัดของประเทศ ในหลายภาคของประเทศก็เกิดภาวะวิกฤติซ้ํารอยขึ้นมาในระหว่างที่การเยียวยาเรื่องน้ําท่วม ยังไม่เสร็จก็คือเรื่อง ภัยแล้ง ตอนนี้หลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมไปถึงภาคใต้บางส่วนเอง ภัยแล้งก็เริ่มมาเยือน แล้วก็มาเยือนเร็วกว่าที่กําหนด ด้วยซ้ํา ถามต่อไปว่า แล้วประเทศของเรามันจะเกิดภาวะซ้ําซากแบบนี้ทุกปีอย่างนั้นหรือ เราจะปล่อยให้ภาวการณ์เป็นไปแบบนี้โดยขาดการบริหารจัดการที่มีเอกภาพ เป็นระบบ แล้วก็เป็นยุทธศาสตร์ กําหนดทิศทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําให้มันเป็น วาระแห่งชาติได้ไหม เพื่อที่ว่านับจากนี้ไปอีก ๕ ปีข้างหน้าน้ํามันจะไม่ท่วมซ้ําซากแบบนี้ อีกแล้ว อีก ๕ ปีข้างหน้าหรือ ๑๐ ปีข้างหน้า พื้นที่ของประเทศจะต้องได้รับการปรับปรุง พัฒนา ก่อสร้าง และบูรณาการเรื่องน้ําให้เป็นระบบ แล้วก็สร้างจุดแข็งให้เกิดขึ้นกับประเทศ ของเราในฐานะเป็นประเทศทําการเกษตร แล้วก็ให้เป็นทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ส่งผลดี ต่อประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศและโดยภาพรวมของคนไทยทั้งประเทศให้ดีแล้วก็ เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพ พอผมกลับมาดูข้อมูลทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ รวมไปถึงแผนพัฒนาตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ จนถึงปัจจุบันเข้าแผนที่ ๑๐ ก็คือถึง ปี ๒๕๕๔ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่บังคับใช้กันมา ๑๐ แผน บังคับใช้เกือบ ๕๐ ปี แต่ความเหลื่อมล้ําคนจนคนรวยมากยิ่งขึ้น ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้ววิกฤติ ก็ยังคงธํารงอยู่ ผมขออนุญาตที่จะฉายภาพผ่านจอวิดีทัศน์ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ได้ฉายภาพรวมถึง ๒๕ ลุ่มน้ําครับ
ให้เจ้าหน้าที่เขาได้ขออนุมัติ ล่วงหน้าหรือยัง
ผมขออนุมัติแล้วครับ ท่านประธานครับ
ผมยังไม่ได้เห็นและยังไม่ได้ อนุมัติเลยครับ ก็พูดไปก่อนก็แล้วกันนะครับ
คือประเทศของเรามีทั้งหมด ๒๕ ลุ่มน้ําหลัก โดยเฉพาะภาคเหนือก็มีลุ่มน้ําสาละวิน ลุ่มน้ําปิง วัง ยม น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มี ลุ่มน้ําโขงแล้วก็ ชี มูล เป็นลุ่มน้ําหลัก ภาคกลางก็มีลุ่มน้ําเจ้าพระยา ลุ่มน้ําป่าสัก ลุ่มน้ําท่าจีน ลุ่มน้ําแม่กลอง และอีกหลาย ๆ ลุ่มน้ํา รวมไปถึงภาคใต้ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือลุ่มน้ําหลักของประเทศ แต่ในลุ่มน้ําสาขาประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง และหน่วยย่อย ที่เป็นลําคลอง ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ อีกหลายหมื่นแห่ง ประมาณ ๖๐,๐๐๐ แห่ง เท่าที่ข้อมูลที่ทางกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ําได้ส่งข้อมูลให้ผม ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าแผนในการพัฒนายุทธศาสตร์เรื่องการบริหารจัดการน้ําอย่างมีระบบของประเทศนั้น ขาดเอกภาพจริง ๆ เพราะฉะนั้นภัยที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั้งภัยแล้งและน้ําท่วมจึงซ้ําซาก แล้วก็ความเสียหายก็มากขึ้น เบื้องต้นผมจึงอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ดีใจที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ผมชื่นชมในผลงานของท่าน แล้วก็ได้รู้จริงในการทํางานเพื่อเกษตรกร คือท่านศุภชัย โพธิ์สุ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ว่ารัฐบาลมีนโยบายในการวางระบบบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําทั่วประเทศทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําหลักของประเทศ รวมไปถึงลุ่มน้ําสาขา และห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ข้อที่ ๒ ก็คือรัฐบาลมีแผนในการยกระดับ ปัญหาการขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภคและน้ําเพื่อการเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ และมี ทิศทางในการที่จะรวมเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกระจายและบริหารจัดการน้ํา ที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวงและกรมต่าง ๆ เช่น กรมชลประทานก็ไปอยู่ที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ําก็ไปอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งนะครับ ประมาณ ๘,๐๐๐ องค์กร ๘,๐๐๐ หน่วยหลักก็อยู่ในกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านมีทิศทาง รัฐบาลมีนโยบายหรือทิศทางในการที่จะกําหนดแผนเป็นระบบ เพื่อบูรณาการให้องค์กรต่าง ๆ นี้ดําเนินการในการแก้ไขป้องกันและพัฒนาระบบชลประทาน ตั้งแต่ในระดับหน่วยย่อย ห้วย หนอง คลอง บึง ไปจนถึงลุ่มน้ําสาขา แล้วก็ลุ่มน้ําหลัก ของประเทศให้มีทิศทางอันเดียวกันหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด แล้วก็ข้อสําคัญ ที่สุดที่ผมต้องพูดถึงแล้วก็ขอคําตอบจากรัฐบาลด้วยก็คือ รัฐบาลมีนโยบายในการที่จะ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ในโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําอย่างไร เบื้องต้นผมขออนุญาตถามเป็นชุดคําถาม ๓ คําถาม กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณศุภชัย โพธิ์สุ ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านติดภารกิจเดินทางไปเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ ที่ต่างจังหวัด ก็ได้มอบหมายให้ผมมาเป็นผู้ตอบกระทู้ชี้แจงกระทู้ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก คือท่านนคร มาฉิม นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ที่ได้มีความสนใจแล้วก็ สอบถามปัญหาเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ําเพื่ออุปโภคบริโภคและ การวางระบบชลประทานของรัฐบาลที่จะดําเนินการ ผมขออนุญาตนําเอาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภค แล้วก็การวางระบบชลประทานในส่วนความ รับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาชี้แจงกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือท่านนคร มาฉิม ให้ได้รับทราบดังต่อไปนี้
ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากจะเรียนกับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่า กรมชลประทานนี้ได้มีการปรับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและบริหารจัดการน้ํา ในเชิงรุก ก็ได้มองเห็นปัญหาและได้มองเห็นความสําคัญ น้ําคือชีวิต และประเทศไทยเราเป็น ประเทศเกษตรกรรมที่มีความจําเป็นที่จะต้องดูแลพัฒนาบริหารจัดการน้ําให้เป็นระบบและ สามารถที่จะตอบสนองพี่น้องประชาชนและแก้ปัญหาประเทศชาติได้ ฉะนั้นกรมชลประทาน จึงได้วางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรของ กระทวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายให้ได้ประมาณ ๖๐ ล้านไร่ เป็นตามศักยภาพ และเพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม ทันต่อการแก้ไขปัญหาน้ําส่วนใหญ่ของประเทศ จึงเน้นการพัฒนาและการใช้น้ําภายใน ๒๕ ลุ่มน้ําตามที่ท่านนคร มาฉิม ได้เรียนชี้แจงไปแล้ว ๒๕ ลุ่มน้ําหลักที่มีส่วนสําคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่มีทั้งสภาวะน้ําท่วมแล้วก็สภาวะขาดแคลนน้ํา แล้วจึงพิจารณา หาแนวทางการผันน้ําระหว่างลุ่มน้ําภายในประเทศเป็นอันดับถัดไป โดยจําแนกกรอบการ พัฒนาตามประเภทของอาคารชลประทาน รวมทั้งสิ้น ๑๐ ประเภท โดยกําหนดมาตรการ ด้านการบริหารจัดการแบ่งออกเป็น ๔ แนวทางหลัก ซึ่งจะขออนุญาตนําเรียนให้สมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้รับทราบครับ
แนวทางที่ ๑ ก็คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทาน ได้แก่ โครงการ เหลียวหลัง นะครับ โครงการเหลียวหลังนี้เป็นโครงการปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โครงการชลประทานเดิมที่ใช้งานมาแล้วประมาณ ๒๐ ปี หรือว่าหลาย ๆ ปีที่มีปัญหา เกิดการชํารุด เกิดการตื้นเขิน ใช้ประโยชน์ไม่ค่อยดี ก็จัดโครงการเหลียวหลัง เป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการส่งน้ําในระดับไร่นา โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ํา และโครงการพัฒนา ระบบส่งน้ํา
แนวทางที่ ๒ จะเป็นแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ํา ได้แก่ การก่อสร้าง อ่างเก็บน้ํา สร้างฝาย และประตูระบายน้ํา เขื่อนระบายน้ํา เพื่อให้มีน้ําต้นทุนอย่างเพียงพอ และขยายพื้นที่ส่งน้ําเพิ่มขึ้น นี่คือแนวทางที่ ๒
แนวทางที่ ๓ เป็นแนวทางการเพิ่มศักยภาพ ได้แก่ โครงการโครงข่ายน้ํา หรือการผันน้ําระหว่างลุ่มน้ําภายในประเทศหรือลุ่มน้ําระหว่างประเทศ นี่คือแนวทางที่ ๓ ที่จะต้องดําเนินการ
แนวทางที่ ๔ เป็นการบรรเทาภัยจากน้ํา เน้นในเรื่องการบรรเทาปัญหาน้ําท่วม เป็นหลักนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีกบางส่วน ได้แก่ โครงการแก้มลิงและโครงการระบบระบายน้ํา ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ํา ในประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตามกรอบการพัฒนาชลประทาน คือกรอบน้ํา ๖๐ ล้านไร่นะครับ มีผลสําเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้และเป็นรูปธรรมชัดเจน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้วางแผนการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก จํานวนทั้งสิ้น ๘,๗๘๙ โครงการครับ ในขอบเขตทั่วทั้งประเทศ เพื่อเก็บกักน้ําเพิ่มเติมประมาณ ๒๖,๖๐๓ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีปริมาณน้ําที่ใช้ สามารถควบคุมได้เพิ่มเติมอีกประมาณ ๕,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้วงเงินลงทุน ไม่น้อยกว่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งหากสามารถดําเนินการได้ตามแผนพัฒนาทั้งหมดนี้นะครับ คาดว่าจะได้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๓๔.๐๔ ล้านไร่ นี่คือเป้าหมายที่วางเอาไว้ ในระยะไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เราต้องการที่จะพัฒนาระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๓๔.๐๔ ล้านไร่ ดังนั้นเมื่อรวมกับการพัฒนาระบบชลประทานที่มี ในปัจจุบัน เอาที่มีในปัจจุบันนะครับ จะทําให้ประเทศไทยมีแหล่งกักเก็บน้ําเท่ากับ ๑๒๐,๙๗๓ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ํา ของประเทศ และมีพื้นที่ชลประทานรวมทั้งสิ้นประมาณ ๖๒.๔๐ ล้านไร่ นี่คือเอาของ เป้าหมายที่เราวางเอาไว้บวกกับของเก่าที่มีอยู่แล้ว เราก็จะได้มีปริมาณน้ําและปริมาณพื้นที่ ชลประทานเพิ่มขึ้นอย่างที่ได้เรียนให้ทราบแล้ว
ส่วนประเด็นคําถามที่ ๒ ที่ท่านถามว่ารัฐบาลมีแผนยกระดับปัญหา การขาดแคลนน้ําให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยการรวมเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กระจัดกระจาย อยู่ในหลายกระทรวง หลายกรมนะครับ เข้ามาเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้อย่างไร ในเรื่องนี้ผมอยากจะเรียนกับท่านที่เคารพว่า ถึงแม้ว่าการดูแลเรื่องการบริหาร จัดการน้ําของรัฐบาล ส่วนหนึ่งอยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่ง อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อยู่ทั้ง กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน แต่ถึงอย่างไรก็ตามอยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่าโครงสร้างของการบริหารจัดการของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม มันมีการปฏิรูปมา ในลักษณะอย่างนี้ เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงกัน แต่ในแง่ของการปฏิบัติที่เป็นจริงนั้น ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมต่าง ๆ ที่ดูแลโดยตรงก็ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกัน วางแผนแม่บทในการพัฒนา ลุ่มน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาก้าวเดินไปด้วยกันอย่างเป็นระบบ ผมอยากจะเรียน กับท่านว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานได้ดําเนินการพัฒนา เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปัจจุบันยังขาดแคลนน้ําสําหรับพื้นที่ การเกษตรอีกประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ํา หากใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยใช้สิ่งก่อสร้างได้แก่ อ่างเก็บน้ํา ตามโครงการ การจัดทําแผนพัฒนาชลประทานระดับลุ่มน้ําอย่างเป็นระบบที่กรมชลประทานดําเนินการอยู่ พบว่าต้องใช้ระยะเวลาเพื่อแก้ไขปัญหานี่นะครับประมาณ ๑๐ ถึง ๑๕ ปี ถ้าเป็นไปตามแผน ที่กรมชลประทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางเอาไว้ เราจะสามารถบริหารจัดการน้ํา อย่างเป็นระบบได้ทั้งประเทศ เป็นตามความต้องการทั้งพื้นที่ ทั้งระบบการกระจายน้ําลงสู่ พื้นที่การเกษตรจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ใช้เวลาประมาณ ๑๐ ถึง ๑๕ ปี ทั้งนี้จะต้อง ได้รับความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่านนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ที่ท่านได้เสนอความเห็นในเรื่องนี้ เพราะท่านนคร มาฉิม ท่านเป็นคนที่สนใจเรื่องการพัฒนาทั้งดินและน้ํามาโดยตลอดนะครับ ก็เห็นด้วยกับท่านที่ท่านเสนอบอกว่าประเทศไทยเราน่าจะมีการร่วมวางแผนร่วมกัน อย่างเป็นระบบ การแก้ไขปัญหาเรื่องการพัฒนาน้ําอุปโภคบริโภคของประเทศควรจะจัดเป็น วาระแห่งชาติ ในเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าใจและได้เสนอแนวทางนี้มา โดยตลอด แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับในระยะที่ผ่านมาผมเชื่อมั่นครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็นั่งอยู่ตรงนี้ ยืนยันได้ว่าทั้ง ๒ กระทรวงเรามีการประชุมร่วมกัน วางแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ําร่วมกัน ถึงแม้จะยังไม่สามารถที่จะรวมเป็นหน่วยงานเดียวกัน องค์กรเดียวกัน แต่เราก็มีแผนแม่บท ในการที่จะดูแลและบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบร่วมกัน เห็นด้วยครับว่าในอนาคตต่อไป ควรจะมีหน่วยงานและองค์กรเดียวเพื่อจะมาบริหารจัดการน้ํา ต้องทําเป็นวาระแห่งชาติ เรื่องนี้จึงจะสามารถที่จะขับเคลื่อนไปได้ด้วยดีได้ ขออนุญาตเรียนตอบท่านผู้ทรงเกียรติ เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนคร มาฉิม จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งให้ความสําคัญกับเรื่องน้ํามาโดยตลอด แล้วก็ท่านก็ติดตามปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่อําเภอพรหมพิราม แล้วก็หลายอําเภอ ของจังหวัดพิษณุโลกของท่านเองก็ประสบปัญหาความแห้งแล้ง น้ําในแม่น้ําลําน้ําต่าง ๆ ก็แห้งขอดนะครับ มีผลกระทบรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนในเขตจังหวัดพิษณุโลกเองก็ได้สนใจ แล้วก็พยายามที่จะให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ การบริหารทรัพยากรน้ําของชาติ ถึงแม้ว่า จะอยู่คนละหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่เรามีคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการดูแลในเรื่องของยุทธศาสตร์ในภาพรวม ในการที่จะประสานงานแล้วก็จัดสรร แบ่งปันในเรื่องของงานความรับผิดชอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาดําเนินการในส่วนที่ เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินําเสนอนั้น ผมอยากจะ กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งสําคัญนะครับ วันนี้เราจะมามองเฉพาะลุ่มน้ําใดลุ่มน้ําหนึ่ง คงไม่ได้ เพราะว่าการบริหารจัดการน้ําคงต้องมองเป็นองค์รวมทั้งประเทศ ผมเองตั้งแต่เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อปี ๒๕๓๘ ก็มีการพยายามผลักดันให้มีการ ดําเนินการในลักษณะบูรณาการทั้งหมด แล้วก็ได้มีการดําเนินการในการศึกษาความเป็นไปได้ ในการสร้างเครือข่ายน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํานี่นะครับ ได้มีการศึกษาเบื้องต้นออกมาแล้ว มีผลการศึกษาออกมาแล้ว ว่าถ้าเผื่อว่าเรามีการบริหารจัดการที่ดีแล้วก็สามารถที่จะเชื่อมโยง ลุ่มน้ําต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นเครือข่าย และสามารถที่จะดูแลบริหารจัดการน้ําโดยเอาน้ํา ที่มีอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ํามากแบ่งปันไปให้พื้นที่ที่มีน้ําน้อยสามารถใช้ได้นะครับ แล้วก็มีการใช้น้ํา ด้วยความเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาตรงนี้ก็จะสามารถดําเนินการได้ดีแล้วก็มีประสิทธิภาพ พี่น้องประชาชนก็ได้รับประโยชน์
อันที่ ๒ เราพูดกันอยู่ตลอดเวลาว่ามีน้ําเท่านี้ พื้นที่เท่านี้ต้องใช้น้ําเท่านี้ แต่ว่าในขณะนี้เนื่องจากสภาวการณ์เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น ปัญหาเรื่องฝนตกหนัก ในช่วงสั้น ฤดูแล้งที่ยาวขึ้น มันทําให้เกิดปัญหาผลกระทบกับเรื่องการบริหารจัดการน้ํา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นกระบวนการในการดําเนินการคงต้องตั้ง คําถามใหม่นะครับว่า มีที่ดินอยู่ทั้งหมดนี้เราจะใช้น้ําที่มีอยู่ในการที่จะมาดําเนินการจัดสรรน้ําให้กับ พี่น้องประชาชนเกษตรกรด้วยความเป็นธรรมได้อย่างไร แล้วก็การดูน้ําคงไม่ได้ดูเฉพาะเรื่อง ของน้ําอย่างเดียว ก็ต้องดูเรื่องของการปรับโครงสร้างการผลิตทางด้านภาคการเกษตรไปด้วย ว่าบริเวณพื้นที่ที่มีผลผลิต มีการผลิตข้าวจะต้องใช้น้ําเท่าไร อ้อยใช้น้ําเท่าไร มันสําปะหลัง ใช้น้ําเท่าไร พื้นที่ที่มีความจําเป็นต้องใช้น้ําในพื้นที่การเกษตรอื่น ๆ ก็คงต้องมีการบริหาร จัดการน้ําให้เกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพโดยการนําเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นกระบวนการขั้นตอนในขณะนี้ จริง ๆ แล้วที่ทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นําเสนอว่า ๑๐-๑๕ ปี จริง ๆ ตอนนี้ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ กําลังมองว่าจะทําอย่างไรให้มันรวดเร็วขึ้นในขณะนี้ เพราะว่า วันนี้รัฐบาลเองให้ความสําคัญนะครับ จริง ๆ แล้วก็เป็นวาระแห่งชาติครับ เพราะว่า เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า ปี ๒๕๕๕ พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้านต้องมีน้ําประปา น้ําสะอาดใช้ อย่างครบถ้วน พื้นที่หมู่บ้านที่มีระบบประปาแล้วมีผลกระทบปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วง ฤดูแล้งจะต้องได้รับการดูแลแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับปรุงในเรื่องของ ประปาบาดาล การบริหารจัดการน้ําต้นทุนที่จะต้องมีการนําน้ําไปเติมในแหล่งน้ําต่าง ๆ ก็ต้องมีกระบวนการในการดําเนินการในเรื่องนี้
ในภาพรวมในขณะนี้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญมากนะครับ แล้วก็ผลกระทบ ที่มันเกิดขึ้น ปีนี้เนื่องจากงบประมาณจํากัด ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาจัดสรรงบประมาณ ให้กับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดําเนินการศึกษาความเป็นไปได้ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สํารวจ ออกแบบในการที่จะวางระบบเครือข่ายน้ํา ที่จะนําน้ํา เข้าไปถึงไร่นาพี่น้องประชาชนทุกแปลง อีก ๑๕ เดือน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เราจะเห็นแบบแปลนออกมาชัดเจนว่าการจัดส่งน้ําจะไปอย่างไร จะไปแบบคลอง จะมีท่อ แล้วสุดท้ายน้ําจะต้องลงไปถึงไร่นาทุกแปลงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณ ในการสํารวจคือ ๑๐ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนนะครับ ซึ่งจากงบประมาณ จํากัดแล้วก็ต้องทําเป็นเครือข่าย เราของบประมาณไปทั้งประเทศนะครับ แต่ว่าเนื่องจากว่า งบประมาณมีเท่านี้แล้วก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ก่อนนะครับ ก็ได้รับความกรุณาจาก ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะโครงการนี้ได้มีความพยายามผลักดันกันมา ผมเองผลักดันมา เกือบ ๒๐ ปีนะครับ เพิ่งมีรัฐบาลนี้ครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญเรื่องน้ํา ได้กรุณา จัดสรรงบประมาณให้เพราะเห็นว่าอยากจะช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นโครงการสําคัญ พี่น้องประชาชนเมื่อมีแบบแล้ว เราก็จะไป สอบถามเขาอีกทีหนึ่งว่าเขาอยากได้โครงการนี้ไหม ถ้าอยากได้โครงการนี้ก็ต้องเข้าสู่ กระบวนการในการพัฒนาฝึกอบรมในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ในเรื่องของ การตลาด ในการนําการผลิต ไม่ใช่ผลิตแล้วไม่รู้จะไปขายที่ไหนนะครับ และกระบวนการ ทั้งหมดเราจะดําเนินการอย่างเป็นองค์รวมเพื่อทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีรายได้ที่สม่ําเสมอ มีงานทําตลอดทั้งปี แล้วเราสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้อง ประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และโครงการนี้จะเป็นโครงการที่สําคัญ แล้วก็ในขณะนี้ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังดูว่าจาก ๑๕ ปีจะลดลงมา ให้มันเหลือ ๕ ปีได้ไหม เราจะทุ่มเทงบประมาณไปดําเนินการในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ํา ของประเทศทั้งประเทศเลย จะทําอย่างไร โครงการผันน้ําแม่น้ําโขง แม่น้ําปิง แม่น้ําน่าน ที่จะมาเติมในส่วนของเขื่อนสิริกิต์ ผันน้ําลุ่มน้ําสาละวินมาเติมในเขื่อนภูมิพลแล้วก็ปล่อยน้ํา ลงมาเลี้ยงในส่วนของภาคกลาง โครงการในส่วนของการผันน้ําในส่วนของลุ่มน้ําแม่กลอง ที่จะลงไปในภาคใต้ ไปทางจังหวัดเพชรบุรี ไปทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกําลังประสบ ปัญหาภัยแล้งอยู่ในขณะนี้ ผันน้ําจากเขื่อนรัชประภาไปที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต ไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ลุ่มน้ําโขง ลุ่มน้ําชี ลุ่มน้ํามูล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะครับ ในการจะเชื่อมเครือข่ายในการบริหาร จัดการน้ําอย่างเป็นระบบทั้งหมด แล้วก็มีการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ในองค์รวม คือต้องมี การฟื้นฟูแก้มลิงนะครับ พื้นที่ชุ่มน้ําทางธรรมชาติที่เป็นแนวทางพระราชดําริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จริง ๆ แล้วเราฟื้นฟูแก้มลิง คือพื้นที่ชุ่มน้ําแหล่งห้วย หนอง คลอง บึง ต่าง ๆ ก็สามารถจะเก็บกักน้ําได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ระบบเครือข่ายน้ําเราสามารถที่จะ ระบายน้ําในพื้นที่น้ําท่วมออกไป และในขณะเดียวกันก็เอาน้ําในพื้นที่มากไปเติมในแหล่งน้ํา ในพื้นที่ที่แห้งแล้งเพื่อที่จะกระจายน้ําให้กับพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่ง เพราะฉะนั้น โครงการนี้เป็นโครงการแบบบูรณาการ โครงการที่จะแก้ไขปัญหาทั้งน้ําท่วม ทั้งภัยแล้ง แล้วก็น้ําจะไปถึงพี่น้องประชาชน โครงการนี้ผมเรียกว่าโครงการน้ําถึงไร่นาประปาถึงทุกบ้าน เป็นโครงการที่สําคัญที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดําเนินการผลักดัน โครงการนี้ออกมา เพราะฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการที่สําคัญ
ในเรื่องของการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ท่านถามในข้อสุดท้ายนั้น ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสําคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็ได้กําชับหน่วยงานของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกหน่วยงานนะครับว่าการดําเนินการต้องโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบกฎหมายและสามารถตรวจสอบได้ เราให้มีการดําเนินการในการจัดทํา จีพีเอส (GPS) แหล่งน้ําต่าง ๆ จะต้องบอกว่าอยู่ที่จุดไหน อย่างไร มีการตรวจวัดโดยจีพีเอส ซึ่งไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายไปไหนได้นะครับในการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ มีการถ่ายรูป มีการจัดทําโพรไฟล์ (Profile) หรือว่าฐานข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อที่จะให้มีการตรวจสอบได้ หลังจากที่ได้มีการดําเนินการ พอเริ่มดําเนินการและหลังจากที่มีการดําเนินการไปแล้ว กระบวนการดังกล่าวนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ํา ได้มีการดําเนินการในส่วนนี้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดในกระบวนการที่ทําให้เกิดการทุจริต และประพฤติมิชอบ เพราะว่าจริง ๆ แล้วทางกระทรวงเองก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้อย่างยิ่ง แล้วก็ได้มีการกําชับให้ผู้บริหารระดับสูงลงไปตรวจสอบ ถ้าเผื่อว่ามีการร้องเรียนเข้ามา เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบและถ้าเป็นความจริงก็ต้องถูกดําเนินการตามระเบียบและกฎหมาย ต่อไปนะครับ ฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าอันนี้เป็นนโยบายที่สําคัญของรัฐบาลในการ ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของการดําเนินการในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ก็อยากจะกราบเรียนท่านนคร มาฉิม ได้รับทราบในเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้อง ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านสุวิทย์ คุณกิตติ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านศุภชัย โพธิ์สุ เป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์และมีแผนปฏิบัติการ แต่สิ่งที่ ผมอยากจะถามเป็นคําถามที่ ๒ ก่อนที่จะถามเป็นคําถามที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ํา สภาผู้แทนราษฎร ทําเสร็จมาแล้วนะครับ ๒ เล่มหลัก เป็นรายงานที่มีคุณค่าที่สุดต่อแผนและระบบในการบริหารจัดการแหล่งน้ํา อยากจะ กราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านว่าขอให้ดึงหรือว่า เอาเอกสารที่สภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษามาอย่างละเอียดรอบด้าน ได้ไปนําให้เป็นรูปธรรม และปฏิบัติให้เป็นผล สิ่งที่ผมอยากจะขอก็คือแผนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการ พัฒนาลุ่มน้ําต่าง ๆ ที่ท่านตั้งงบประมาณไว้จํานวน ๑.๗ ล้านล้านบาทนะครับซึ่งเป็นแผนที่ดี แล้วก็เชื่อว่าถ้าเกิดว่าบรรลุตามแผนสามารถที่จะก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างจุดแข็งให้กับ ประเทศของเราได้ในฐานะประเทศเกษตรกรรม แต่ระยะเวลานี่ครับคือปัญหา ท่านบอกว่า ระยะเวลาที่จะต้องใช้จะประมาณ ๑๐-๑๕ ปีผมว่าประชาชนคงไม่มีใจที่จะรอได้ถึงขนาด ๑๐-๑๕ ปีท่านประธานครับ แล้วก็ยิ่งมาคํานวณความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละปี ทั้งค่าชดเชย ค่าเสียหาย ทั้งน้ําท่วม ทั้งความเสียหายในภาคประชาชนที่เกิดขึ้นจากน้ําแล้ง แล้วก็น้ําท่วมทุกปีซ้ําซากกันนี่ครับ มันมากกว่างบประมาณที่ตั้งไว้อีกครับว่าปีหนึ่ง ก็ไม่น้อยกว่า ๑ แสนล้านบาท ถ้า ๑๕ ปีก็เกือบ ๒ ล้านล้านบาท มูลค่าของความเสียหาย ที่มันวิ่งเลยไปกว่าสิ่งที่รัฐบาลกําหนดแผนในการที่จะพัฒนาแล้วก็บริหารจัดการน้ํา เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ไหมครับว่าภายใน ๕ ปีให้มันเสร็จ แล้วก็ขอแผนที่ท่านบอกว่า ๘,๐๐๐ กว่าโครงการในการพัฒนาลุ่มน้ําสาขา แล้วก็ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ ก่อนที่จะ มาเป็นลุ่มน้ําหลัก แล้วก็แผนในการพัฒนาลุ่มน้ําหลักทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา นําเสนอต่อท่านประธาน เพื่อที่จะให้ท่านประธานได้เอารายละเอียดทั้งหมดให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ ผู้แทนปวงชนชาวไทย ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัดนี่นะครับ นําเอาไปให้รู้ว่า แผนของรัฐบาลนั้นมีแผนในการที่จะพัฒนาจังหวัดของแต่ละท่านอย่างไรบ้าง ถ้าเกิดว่า ถูกละเลยไป ถูกหลงลืมไปเราจะได้ตามได้ถูก แล้วที่เป็นปัญหาแล้วก็อุปสรรคมากในการ พัฒนาแผนเรื่องแหล่งน้ําก็คือสภาพัฒน์ ท่านประธานครับ ผมดูแผน ผมไม่ได้กล่าวอ้าง ลอย ๆ ท่านประธานครับ ผมดูแผนของสภาพัฒน์ ผมมีข้อมูลหมด แผนของสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่แผนที่ ๑ ปี ๒๕๐๕ ถึงปี ๒๕๐๙ แผนที่ ๑๐ ก็คือ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ งบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําลดลง ๆ จนแทบจะติดดิน ขอฝากกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าขอให้ไปคุยกับสภาพัฒน์หน่อย กําหนดแผนเรื่องน้ําถ้าเป็นวาระแห่งชาติจริง ๆ เอาเรื่องสภาพัฒน์ในการที่จะกําหนด ทิศทางการบริหารประเทศ แล้วก็การบริหารน้ําให้ได้ก่อน แล้วหลังจากนั้นให้สอดคล้องกับ แผนของรัฐบาลแล้วก็ความต้องการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ต้องขอชื่นชม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง ท่านบอกว่า มีโครงการน้ําถึงไร่นาประปาถึงทุกหมู่บ้าน ขอให้เร่งได้ไหมครับท่านรัฐมนตรีครับว่าภายในปีนี้ ซึ่งสมัยหน้าเราไม่รู้ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเปล่า แล้วก็ได้มีโอกาสสานแผนนี้ต่อหรือเปล่า ถ้าเกิดว่าท่านกําหนดแผนแล้วก็เป็นกําหนดงบประมาณต่อเนื่องแล้วก็ผูกพันไว้ ประชาชน ต้องการ แล้วก็แผนที่ท่านบอกว่าภายใน ๑๕ เดือนจะมีโครงร่างทั้งหมด ขอให้ทําทั้งประเทศ ท่านรัฐมนตรีครับ แล้วก็ขอให้นําแผนต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ ผู้แทนปวงชนชาวไทยได้รับทราบ พวกเราจะได้เร่งขับเคลื่อน เร่งติดตาม เร่งดําเนินงาน และสุดท้ายจริง ๆ เรื่องการคอร์รัปชัน ท่านประธานครับ ผมนี่ละครับผมประกาศเลยว่า ผมจะต่อสู้ อันที่จริงเรื่องการคอร์รัปชัน ผมเป็นผู้จุดประเด็นแล้วก็ติดตามเรื่องการทุจริต โครงการฝายแม้ว ตั้งแต่อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งของกระทรวงท่าน แล้วผมก็นําคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสภาผู้แทนราษฎร ที่นําโดยท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ไปตรวจสอบ แล้วก็ได้สรุปมูลความผิด นําเสนอเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต เพราะเราอนุมัติ สภาแห่งนี้อนุมัติงบประมาณไป ฝายละ ๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าไปสร้างจริงฝายละประมาณ ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาท ตอนนี้พังหมดแล้วครับ อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน ขอความคืบหน้าให้ท่านดําเนินการแล้วก็ชี้แจงในที่ประชุม ของสภาแห่งนี้ เพื่อความโปร่งใสชัดเจนแล้วก็พวกเราจะได้ทราบความคืบหน้า สุดท้ายจริง ๆ ก็คือเรามีส่วนในการที่จะดึงองค์กรภาคท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ํา อย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นเรื่องฝายแม้วที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนคร มาฉิม ได้นําคณะกรรมาธิการพร้อมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ไปตรวจสอบนะครับ เรื่องทั้งหมดนี้ตอนนี้อยู่ที่ ป.ป.ช. ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความร่วมมือกับทาง ป.ป.ช. อย่างเต็มที่ในการ ให้ข้อมูล ในการที่จะเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ของเราไปชี้แจงกับทาง ป.ป.ช. แล้วก็เรื่องนี้คิดว่า ใกล้จะได้ข้อสรุปในส่วนของ ป.ป.ช. แล้วนะครับ ผมคิดว่ากระบวนการขั้นตอนก็คงจะมี ความชัดเจนในส่วนนี้มากขึ้น แล้วก็ในส่วนของการดําเนินการนี้เราก็ได้มีการดูแล แล้วผม ก็ได้กําชับให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ซึ่งได้เคยดําเนินการ โครงการลักษณะอย่างนี้ ได้ดูแลตรวจสอบป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ แล้วก็มีการ วางมาตรการในการที่จะสามารถที่จะทําให้เกิดการตรวจสอบได้ ทั้งเรื่องของการก่อสร้าง ทั้งการดําเนินการการใช้เงินด้วย ในส่วนของกระทรวงเองก็จะเร่งรัดดําเนินการในส่วนที่ เกี่ยวข้องต่อไปครับ ท่านประธานครับ
ในส่วนของโครงการบริหารจัดการน้ําในภาพรวมทั้งหมดนี้ ผมอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโครงการน้ําถึงไร่นา ประปาถึงทุกบ้านนี้ ที่จริงได้รับงบประมาณปีนี้ ซึ่งผูกพันงบประมาณไปถึงปีหน้า ในช่วงระยะเวลา ๑๕ เดือนนี้เราเพิ่งได้แค่ ๑๐ จังหวัด เท่านั้นเอง แล้วในส่วนที่เหลือนี้เรามีการศึกษาเบื้องต้นไว้แล้ว ก็พยายามประสานกับ หน่วยงานต่าง ๆ ให้มีการดําเนินการ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งในส่วนของภาคกลาง การผันน้ําจากลุ่มน้ําสาละวินเข้ามาเติมที่เขื่อนภูมิพลซึ่งมีการศึกษาแล้ว จากแม่น้ําเมยนี่ครับ ไม่ได้ไปเอาน้ํานานาชาตินะครับ ในส่วนของเราซึ่งอยู่ติดกันเข้ามาเติม สามารถดําเนินการได้ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตผมก็ได้ประสานงานและได้พูดคุยกับท่านผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตน่าจะต้องมีการลงทุน เพราะว่าเขื่อนภูมิพล มีน้ําประมาณครึ่งหนึ่งหรือว่าต่ํากว่านั้นมาตลอด ยังมีที่เก็บกักน้ําได้อีกเยอะแล้วในช่วง หน้าน้ํานี้สามารถที่จะผันน้ําลงมาเติม เติมแล้วก็สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้า แล้วก็ยังมีน้ํา มาหล่อเลี้ยงในส่วนของภาคกลาง ป้องกันแก้ไขปัญหาเรื่องผลกระทบภัยแล้งซึ่งเกิดขึ้น เกือบทุกปีในขณะนี้ รวมทั้งการป้องกันในเรื่องของน้ําเค็ม ซึ่งเริ่มจะไหลกลับเข้ามาสูงขึ้น เรื่อย ๆ และส่งผลกระทบในเรื่องของประปาในกรุงเทพมหานครด้วย ผมอยากจะกราบเรียน อย่างนี้นะครับว่าในส่วนของการดําเนินการทั้งหมดนี้ ท่านประธานคณะกรรมการ ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้กําชับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วครับว่าให้เร่งรัด ดําเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ผมอยากจะกราบเรียนว่าแนวทางของกระทรวงในขณะนี้ ก็จะนําข้อเสนอของคณะกรรมาธิการไปดู ไปศึกษาดูนะครับ แล้วก็ดูว่าในส่วนไหนที่สามารถ เร่งรัดดําเนินการได้ ในส่วนไหนต้องวางแผนในระยะกลาง ระยะยาวต่อไป ก็จะดูว่าจะ ดําเนินการต่อไปอย่างไร เพราะว่าจริง ๆ แล้วต้องขอบคุณสภาแห่งนี้นะครับ ขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ แล้วทุกสมัย เรามีคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา แต่ว่าเรื่องน้ําก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเป็นองค์รวมเสียทีหนึ่ง เราแก้ไขปัญหาเป็นจุดเล็ก ๆ มาตลอด แล้วมันก็ไม่เสร็จสิ้น งบประมาณที่ใช้ไปนี้ไม่รู้กี่ล้านล้านบาทแล้ว วันนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําทั้งระบบ ได้อย่างมีคุณภาพ แล้วก็สามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง แล้วปัญหาสิ่งที่เรา มองเห็นจากการศึกษาของกระทรวงนี้นะครับ ผมเรียนเลยว่าในส่วนของพื้นที่ที่มี แต่การชลประทาน ในเปอร์เซ็นต์สูงอย่างพื้นที่ลุ่มน้ําเจ้าพระยานี้นะครับ ความยากจนนี้ ต่ํากว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่พื้นที่ในภาคเหนือ ภาคอีสานบางส่วน ชลประทานในภาคอีสาน ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ความยากจนนี้เกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น ภาคเหนือ ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้เลยจากสถิติข้อมูลตรงนี้ เราจะบอกได้เลยว่าน้ํามีส่วนสําคัญกับการ แก้ไขปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรถึงให้ประชาชน มีน้ําใช้นั้น ผมคิดว่ารัฐบาลนี้นะครับแล้วก็ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนครับว่าในส่วนที่เหลือนี้เราก็ได้เตรียมการไว้แล้ว ถ้าเผื่อว่า มีงบประมาณมาเราสามารถดําเนินการได้เลยในการลงไปศึกษาและสํารวจออกแบบ แล้วก็ หลังจากสํารวจออกแบบเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว การดําเนินการนี่ถ้าเผื่อว่ามีการจัดสรร งบประมาณให้ดําเนินการในโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็สามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วถ้าทํากันอย่างจริงจังนะครับ แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปในตัวด้วย เพราะว่าจะเป็นการกระจายในเรื่องของการลงทุนออกไปในภูมิภาค ลงไปใน พื้นที่ ชาวบ้านไม่ต้องเข้ามาทํางานในกรุงเทพมหานคร ไม่ต้องมีปัญหาสังคม ไม่ต้องเกิด ความแออัดในกรุงเทพมหานคร ชาวบ้านทํามาหากินอยู่ในพื้นที่ ครอบครัวมีความอบอุ่น ปัญหาสังคมก็หมดไป ปัญหาเรื่องของคุณภาพการศึกษา การเจริญเติบโตของเด็กก็มีคุณภาพ เพราะอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่ ผมว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสําคัญที่จะต้องเอาเข้ามารวมด้วย แล้วก็ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองไม่ได้ดูเฉพาะในเรื่องของน้ํา อย่างเดียว แต่เราดูในองค์รวม ในภาพรวมทั้งหมดนะครับถึงกระบวนการการผลิต ไปถึงเรื่อง ของการตลาดด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเป็นส่วนสําคัญที่จะแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนว่า ๕ ปีนี้ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นําเสนอนั้นก็อยู่ในแนวทาง เดียวกันกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วว่า เราจะทําอย่างไร ให้มันเสร็จสิ้นภายใน ๕ ปีให้ได้นะครับเพราะเป็นนโยบายที่สําคัญ แล้วก็รัฐบาลนี้ ก็ให้ความสําคัญกับเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ํา และผมเองก็ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ เหมือนกับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ใครอยู่ในสภานี้มานานเท่าไรก็พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา มาตลอดเช่นเดียวกันครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนคร มาฉิม ที่ได้ให้ความสําคัญ แล้วก็ได้เร่งรัดการดําเนินการในเรื่องนี้ ผมเรียนครับว่าจริง ๆ แล้วการสร้างน้ํา กระจายน้ํา ให้พี่น้องประชาชนทั้งหมดนี้นะครับ ในส่วนของภูมิภาค จริง ๆ แล้วต้นทุนในการลงทุน ยังถูกกว่าในเรื่องของการลงทุนรถไฟฟ้า ๑๓ สายในกรุงเทพมหานครด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถ้าหากว่าสามารถที่จะดูแลงบประมาณในส่วนนี้ได้ก็จะแก้ไขปัญหาได้ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
จะตอบไหม เชิญครับ สรุปหน่อยครับ กินเวลามาเยอะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบเพิ่มเติมในคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนคร มาฉิม เพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ในเรื่องแผนงานในการเพิ่มพื้นที่ระบบชลประทานที่ผมได้เรียนกับสภาแห่งนี้ ว่าอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ ๑๐-๑๕ ปีในการที่จะแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ํา ทั้งระบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คํานวณจากกรอบ ของงบประมาณที่เราได้ในแต่ละปี ๆ จากรัฐบาลนะครับ อันนี้ก็เรียนให้ท่านทราบ ฉะนั้น ถามว่าถ้าจะย่นระยะจาก ๑๐-๑๕ ปีลงมาเหลือสัก ๕ ปีได้ไหม ผมตอบว่าได้เลยครับ ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีจัดงบประมาณให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอันดับ ๑ ของบรรดากระทรวงทั้งหลายทั้งปวง ผมมั่นใจเลยว่าภายใน ๕-๑๐ ปีจบเลย ฉะนั้น ต้องขอความกรุณาท่านนคร มาฉิม ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคแกนนําในการตั้งรัฐบาล ท่านช่วยคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยคุยกับท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้ด้วยว่าขอให้จัดงบประมาณให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอันดับ ๑ ในบรรดากระทรวงทั้งหมด เราจะดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ําทั้งระบบได้อย่างเต็มที่เลย ก็ฝากท่านนครนะครับ ท่านจะช่วยผมอีกแรงหนึ่ง
ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ผมเรียนเพิ่มเติม กับท่านที่เคารพครับว่า ความจริงแล้วรัฐบาลมีเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ ในการที่จะป้องกัน และแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ค่อนข้างมีบทบัญญัติอะไรต่าง ๆ ครอบคลุมเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย พระราชบัญญัติ ระเบียบต่าง ๆ ที่นํามากํากับการ และนอกจากนั้น ยังมีภาคประชาชนเข้ามาตรวจสอบด้วย โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีแผนในการที่จะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ โครงการเล็ก ๆ หรือว่าโครงการใหญ่ ๆ ก็ตามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเรามีแผนกลยุทธ์ กรมชลประทานใสสะอาด ซึ่งมีทั้งหมด ๓ แผนงานหลัก แผนที่ ๑ แผนงานส่งเสริมจิตสํานึก “ราชการใสสะอาด” เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ทุกคนของกรมชลประทาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีจิตสํานึก เรื่องจริยธรรม ข้อบังคับ จรรยาและทางวินัยด้วย แผนที่ ๒ ก็คือแผนป้องกันเหตุการณ์และ พฤติกรรมต่าง ๆ ที่อาจเป็นภัยต่อการก้าวไปสู่โครงการประเทศไทยใสสะอาด เพื่อเสริมสร้าง ระบบงานของกรมชลประทานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม แผนที่ ๓ แผนการจัดการ กรณีการทุจริตและคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่กําลังเกิดขึ้น เพื่อป้องกันปราบปรามแก้ไข ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในกรมชลประทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีทั้งหมดอยู่ ๓ แผนหลัก จัดให้มีการดําเนินการทางวินัยเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล การไม่สนับสนุนและไม่ให้มีความร่วมมือแก่เอกชนที่ทําการทุจริต ที่มีประวัติไม่ดีในการ เข้ามารับงานของกรมชลประทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่ ถ้าหากว่ามีประวัติที่มี การทุจริตเราจะไม่ให้ความร่วมมือโดยเด็ดขาด นอกจากนั้นก็ยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก ร่วมเป็นพยานในการให้ข้อมูลกรณีมีการทุรจิตคอร์รัปชันด้วย และนอกจากนั้นเรายังมี แผนป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมชลประทานนี่ที่ใช้ในงบประมาณ ๔ ปี จากปี ๒๕๕๒ ถึงปี ๒๕๕๕ ก็มีแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามกรอบ แนวทางการดําเนินขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต มีอยู่ทั้งหมด ๔ ยุทธศาสตร ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือปลุกจิตสํานึกค่านิยมของ ข้าราชการ ของเจ้าหน้าที่ สร้างความมีวินัย ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็รวมพลังงานแผ่นดิน ปกป้อง การปราบปรามการทุจริต ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ของหน่วยงานภายในในการตรวจสอบ ในการต่อต้านการทุจริต และยุทธศาสตร์ที่ ๔ ก็คือ สร้างบุคลากรมืออาชีพที่ต้องมาช่วยดูแล ช่วยป้องกันในการปราบปรามการทุจริต ให้เกิดผลสําเร็จ นี่คือกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ของกรมชลประทาน และของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการเป็นการภายในของเราเอง นอกจากจะได้รับการดูแล จากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรอิสระต่าง ๆ แล้ว นี่คือยุทธศาสตร์ของพวกเราครับ ขอเรียนท่านนคร มาฉิม ได้รับทราบครับ
คงจะพอกระมังครับ ผมว่าพอแล้ว
ขออนุญาตฝาก เพราะว่าท่านประธานครับ พอดีท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านยังไม่ได้รับปากกับผม กับท่านประธานเลยว่าจะส่งแผน ให้กับสภา และก็ฝากเป็นเรื่องสุดท้ายก็คือ เวลาชาวบ้านที่เดือดร้อนที่อยู่ตามเขา ตามอุทยานต่าง ๆ เวลาขออนุญาตใช้น้ําหรือว่าสร้างที่เก็บกักน้ําเล็ก ๆ น้อย ๆ และก็ส่งผ่าน ตามระบบท่อมา ขอความอนุเคราะห์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษนิดหนึ่งเพราะว่าบางครั้งไม่สามารถเก็บกัก ในบริเวณอุทยานแล้วก็ไม่สามารถขออนุญาตใช้พื้นที่ได้ ก็เป็นปัญหาต่อประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน กราบขอบพระคุณครับ
ก็ฝากแค่นั้นครับ
ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตรับปากท่าน เมื่อสักครู่นี้ได้หารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วครับ ฯพณฯ สุวิทย์ ยินดีครับที่จะนําเอา แผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ําทั้งระบบของประเทศไทยของพวกเรา เสนอให้ทาง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแจกจ่ายให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เห็นและรับทราบ แล้วช่วยกันขับเคลื่อนต่อไปครับ
ก็จบกระทู้ถามที่ ๑.๑.๑ ต่อไปกระทู้ถามที่ ๒
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๖๕ เรื่อง การขยายเขตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร (นายพิษณุ หัตสงเคราะห์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ มอบให้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งกระทู้ถาม ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่อง การขยายเขตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร เป็นกระทู้คําถาม สั้น ๆ แต่รวบรวมมาจากความต้องการของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในเขตห่างไกลในชนบท ถ้าเราจะสังเกตกระทู้ถามแรกเมื่อสักครู่นี้ก็เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท โดยเฉพาะในเรื่องของการต้องการที่จะให้มีน้ําใช้ ท่านประธานครับ หลังจากมีน้ําใช้ แล้วกระทู้ถามของผมต่อไปก็เกี่ยวข้องกันนะครับ การขยายเขตไฟฟ้าให้กับเกษตรกรนั้น เป็นสิ่งจําเป็นและเป็นความต้องการสูงสุดของพี่น้องเกษตรกรในขณะนี้รองลงมาจากปัจจัยน้ํา ปัจจัยเรื่องของไฟฟ้าถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิต เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรปัจจุบันนี้ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสออกไปในชนบท จะเห็นว่า ขณะนี้พี่น้องที่ทําการเกษตรก็มีการไปปลูกเป็นเพิง ปลูกเป็นกระต๊อบ ปลูกเป็นเถียงนา อยู่ในบริเวณไร่นาของเขา และในขณะเดียวกันนอกจากที่จะทํานาทําไร่แล้ว เกษตรกร ปัจจุบันนี้ก็หันมาดําเนินการตามแนวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียง มีการขุดสระน้ํา มีการปลูกผัก มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ในพื้นที่เกษตรกร แต่ท่านประธานครับ ความจําเป็น ในการใช้ไฟฟ้าเพื่อปัจจัยการผลิตของเกษตรกรนั้นมีความสําคัญมากถ้าหากว่าพวกเราจะ มองเห็นถึงความต้องการเหล่านั้น ผมอธิบายท่านประธานง่าย ๆ ว่าเวลาที่ออกไปจาก หมู่บ้านหรือชุมชนของตัวเองเพื่อที่จะเดินไปสู่เถียงนาซึ่งอยู่ออกไป อาจจะประมาณสัก ๑ กิโลเมตรหรือ ๒ กิโลเมตรจากบริเวณชุมชน ส่วนใหญ่แล้วปัจจุบันนี้ไร่นาของพี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะในภาคอีสานยังเป็นไร่นาที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าไปถึง แต่ด้วยความยากจน ด้วยความขยันหมั่นเพียรของพี่น้องเกษตรกร ก็เห็นสระน้ําแล้ว ชลประทานไปขุดแล้ว พัฒนาที่ดินไปขุดสระน้ําให้แล้ว จะปล่อยให้ทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ก็เอาปลาไปเลี้ยง เลี้ยงปลาเสร็จก็ปลูกเป็นกระต๊อบ เลี้ยงไก่ต่อ เลี้ยงเป็ดต่อ แล้วสุดท้ายพอขยายกิจการขึ้น ก็มีการเลี้ยงหมูด้วยคราวนี้ พอเลี้ยงไปเรื่อย ๆ ลงทุนเรื่อย ๆ คราวนี้ก็เกิดความไม่สบายใจ ท่านประธานครับ ก็มีความกลัวในเรื่องของการเป็นอยู่อาศัย ทําอย่างไรที่จะอยู่ได้อย่างสบาย ก็ต้องมีไฟฟ้า นอกจากนั้นถ้าหากว่ามีไฟฟ้าเข้าไปแล้ว ถ้าหากรัฐบาลได้ดําเนินการช่วยเหลือ เกษตรกรเหล่านั้น ก็จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตให้กับเกษตรกรด้วย ลดต้นทุนอย่างไร ท่านประธานต้องดูนะครับ เดี๋ยวนี้เกษตรกรเมื่อก่อนนั้นใช้เครื่องสูบน้ําด้วยพลังงานดีเซล (Diesel) หรือเบนซิน (Benzene) ก็ตามแต่ แต่ปัจจุบันด้วยภาวะวิกฤตของราคาน้ํามันที่พุ่ง สูงขึ้นเรื่อย ๆ ต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรที่จะสูบน้ําเข้าไปยังพื้นที่ในไร่นาก็ดี ในสวนผัก ต่าง ๆ ก็ดี ก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีกําไรเพราะว่าไปเสียเป็นค่าน้ํามันหมด แต่ถ้าหากว่าทางการได้ขยายพื้นที่ไฟฟ้าออกไปให้กับเกษตรกรเหล่านั้น และมีโอกาสเข้าสู่ เทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจจะเป็นเครื่องสูบน้ําด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการใช้ น้ํามันเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ นอกจากนั้นถ้าหากว่าได้มีการขยายไฟฟ้า ไปให้พื้นที่ทํากินทางการเกษตรแล้ว ยังอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้น ได้มีโอกาสอยู่ อาจจะอยู่ที่บริเวณทุ่งนาไร่นาของเขาสัก ๒ วัน กลับมาที่บ้าน ๒ วัน อย่างน้อยก็จะมีไฟฟ้าแสงสว่าง ได้ดูทีวี ได้ฟังวิทยุ มีความสะดวกสบาย มีความปลอดภัย ในทรัพย์สิน ซึ่งที่กระผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกร ในไร่นา แล้วก็ไปเสริมให้เกิดการอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้แล้วก็เป็นกระทู้ถามที่ผมจะต้องการถามรัฐบาล เนื่องจากว่าปัจจุบัน มีราษฎรจํานวนมาก ผมมั่นใจว่าแทบจะทุกพื้นที่ในเขตชนบทที่มีความต้องการที่จะใช้ไฟฟ้า เพื่อการเกษตรเหล่านั้น ยังรอความหวังจากทางรัฐบาล ยังรอดูถึงแนวนโยบายในการ ดําเนินการดังกล่าวว่าจะมีการจัดทําให้หรือไม่ เพราะช่วงก่อนหน้านี้ปีหรือ ๒ ปี มีข่าวว่าทางภาครัฐจะช่วยดําเนินการในด้านนี้ มีการอนุมัติโครงการผ่านการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคเป็นเงินถึงพันกว่าล้านบาท แม้นว่าจะเป็นเงินกู้เสียเป็นส่วนมาก แต่ทางพี่น้อง เกษตรกรก็ยังรอความหวังที่ว่ารัฐบาลจะออกไปดําเนินการให้หรือไม่ ผมยกตัวอย่าง พื้นที่ในเขตจังหวัดหนองบัวลําภูนะครับ ซึ่งวันนี้ก็จะขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นะครับ วันนี้มานั่งตอบ ขอมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ก็มี จนปัจจุบันนี้ก็ ๖ ปีแล้วครับท่านประธาน มีกลุ่มเกษตรกรที่ฝากผมมาที่จะยื่นเอกสารให้กับท่านรัฐมนตรี ๑๕๘ กลุ่ม ผมไปเช็ก (Check) กับการไฟฟ้า เช็กล่าสุดเมื่อวานนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดหนองบัวลําภูบอกว่าปีนี้อนุมัติได้ประมาณ ๔ กลุ่ม ไม่เกิน ๕ กลุ่ม ท่านประธานครับ นี่ก็คือมันสวนทางกับความต้องการของเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาที่ผมจะต้องตั้งกระทู้ถามวันนี้ ถามรัฐบาล ถามในแง่ของการกําหนดนโยบาย ว่ารัฐบาลนี้มีเงินภาษีที่เก็บมาจากพี่น้องประชาชนเกือบ ๒ ล้านล้านบาท ท่านให้ความสําคัญ กับพี่น้องเกษตรกรมากน้อยเพียงใด การกระจายรายได้ลงไปสู่พี่น้องเกษตรกร โดยไม่ได้ ให้เป็นเงินเปล่าเหมือนที่รัฐบาลนี้กําลังพยายามทํา นั่นก็คือขออะไรมารัฐบาลก็หาเสียง ก็ให้เป็นเงินสด ให้เป็นเงินสด ให้เป็นเงินสด ยกตัวอย่างอย่างโครงการประกันรายได้ ทุ่มงบประมาณลงไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปจ่ายส่วนต่างประกัน ราคา ถามว่าได้รับความเป็นธรรมไหม ผมเรียนท่านประธานว่าพี่น้องและเกษตรกร ในภาคอีสานของผมนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการนี้ครับ เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แทบจะละลายไป แต่ไม่ถึงคนอีสานเพราะอะไร คนอีสานปลูกข้าวเหนียวครับท่านประธาน ปีนี้จะด้วยอะไรก็ตามแต่ ข้าวเหนียวเป็นราคาไม่มีส่วนต่าง แต่พอไปขายจริง ๆ พ่อค้าคนกลาง ก็กดราคา ไม่ได้ประโยชน์ตรงนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงมีคําถามที่จะฝากไปทางรัฐบาลนะครับว่า รัฐบาลเองมีแนวนโยบายหรือแนวคิดอย่างไรในการที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้อง ในชนบท โดยเฉพาะในเรื่องของการขยายไฟฟ้าไปสู่เขตที่ดินทํากินด้านการเกษตร ผมเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนไปทางท่านรัฐมนตรีที่จะตอบด้วยนะครับ นั่นก็คือ โครงการที่ผมพูดถึงนี้เป็นโครงการที่ภาครัฐออกไปขยายไฟฟ้าให้กับราษฎร ฟรีนะครับ ท่านประธาน ฟรีนะครับ นั่นก็คือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยเฉพาะผู้ยากไร้ในชนบท ดังนั้นคําถามของผมในคําถามแรกที่อยากจะฟังจากท่านรัฐมนตรี นั่นก็คือ รัฐบาลมีนโยบาย ในการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรอย่างไร ในปี ๒๕๕๔ และในอีก ๕ ปีข้างหน้า เป็นคําถามแรกท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประเด็นคําถาม รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับการขยายเขตไฟฟ้าไปสู่พื้นที่ทํากิน ไร่นาของประชาชนหรือไม่ อย่างไร กระผมต้องเรียนท่านประธานที่เคารพว่า รัฐบาลได้มี นโยบายชัดเจนครับ โดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ไปกําหนดแนวทางเพื่อที่จะกระจายความเจริญสู่ชนบท สู่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่ม ที่เป็นเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ หนึ่งในแนวทางที่กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปกําหนดโครงการที่เรียกว่า โครงการขยายเขตไฟฟ้า สู่พื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชน ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในรัฐบาลนี้ครับ เหตุผลสําคัญ ก็คือว่ประชาชนที่เป็นชนบทหรืออยู่ในภูมิภาคที่มีอาชีพเป็นเกษตรกร สิ่งสําคัญที่สุดครับ เขาต้องผูกพันอยู่กับปัจจัยหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปุ๋ย เรื่องยาปราบศัตรูพืช และไฟฟ้า ในการสูบน้ํา หรือในการไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับไร่นาของเขา ก่อนหน้านั้นปีไหนที่น้ํามัน ราคาสูง เขาก็ต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงตาม ในขณะเดียวกันเครื่องปั่นไฟที่ใช้เครื่องสูบน้ํา ใช้น้ํามัน ก็ต้องมีการซ่อมมีความเสียหายที่เกิดขึ้น เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายนโยบาย ที่จะดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการลดรายจ่าย ลดต้นทุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย จึงกําหนดโครงการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร โครงการนี้ก็คือการขยายไฟฟ้าไปสู่ไร่นาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่ปลูกพืช ชนิดใดก็ตาม อยู่จังหวัดใด ภาคใดของประเทศไทยก็ตาม ที่เขายังขาดไฟฟ้าในการ ทําการเกษตรของเขา เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ ครม. ชุดนี้ครับได้มีมติให้การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคลงทุนเพื่อจะขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกร จํานวน ๓๐,๐๐๐ แปลงครับ โดยใช้งบลงทุน ๑,๖๕๕ ล้านบาท หลังจาก ครม. มีมติดังกล่าวแล้ว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ดําเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในขณะนี้ได้มีการดําเนินการ ขยายเขตไฟฟ้าสู่ที่ไร่ที่นาของประชาชนไปแล้วจํานวนทั้งสิ้น ๑๓,๖๘๘ แปลง อยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยที่มีคําร้องขอของพี่น้องประชาชน ในปี ๒๕๕๔ ก็จะมีอีก ประมาณ ๑๐,๕๐๐ แปลง ปี ๒๕๕๕ อีก ๘,๑๐๐ แปลงก็จะครบเป้าหมายในจํานวนที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทํา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสําคัญโครงการนี้เป็นไปตามที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวว่า ประโยชน์ชาวบ้านได้แน่นอนครับ และความต้องการของชาวบ้านตามภูมิภาคตามชนบทนั้นก็มีความต้องการกัน แนวทางสําคัญที่จะต้องอธิบายให้ท่านประธานได้รับทราบไปถึงพี่น้องประชาชน คือการขอใช้ไฟฟ้าลักษณะอย่างนี้ก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากครับท่านประธาน ประชาชนไม่ต้อง เสียเงินครับ เป็นการลงทุนของการไฟฟ้า ฟรีครับ แปลงหนึ่งก็ไม่เกิน ๔๕,๐๐๐ บาท วิธีการ อยู่ในพื้นที่ของการไฟฟ้าใดที่ใกล้บ้านตัวเองก็ไปยื่นความประสงค์ว่าต้องการที่จะมีการ ขยายเขตไฟฟ้า รวมเป็นกลุ่ม ก็ถูกต้องแล้วครับ เวลาปักเสาพาดสายไปแล้วคงไม่ได้ประโยชน์ แปลงเดียวครับจะมีแปลงที่ได้รับประโยชน์อีกหลายเจ้าของ จากนั้นก็จะมีการจัดงบประมาณ ลงไปให้กับพี่น้องเกษตรกร ขั้นตอนทั้งหมดพี่น้องเกษตรกรทราบดีครับ เพราะกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าภูมิภาคได้ทําการประชาสัมพันธ์ผ่านกลไกของกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าที่ประชุม กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแม้แต่ประชาสัมพันธ์โดยผ่านเอกสาร สื่อต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รู้ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างดําเนินการอย่างต่อเนื่องแล้วก็มีเป้าหมายจนถึงปี ๒๕๕๕ จํานวน ประมาณ ๓๐,๐๐๐ แปลง ประเด็นที่ต้องเรียนว่าจะมีประชาชนต้องการอีกจํานวนมาก ใช่หรือไม่ อยู่ที่พื้นที่ครับ ถ้าประชาชนมีความต้องการอย่างที่ผมเรียนแล้ว หลักเกณฑ์วิธีการนั้น มีกําหนดเป็นข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ก็ไปยื่นแสดงความต้องการ จากนั้นการไฟฟ้าก็จะทําเรื่อง เพื่อจะจัดงบประมาณที่มีอยู่ประมาณ ๑,๖๕๕ ล้านบาทลงไปดูแลให้กับพี่น้องประชาชน ดังกล่าว สําหรับในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลําภูของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นนะครับ ก็คือเป็นจังหวัดหนึ่งครับที่มีพี่น้องประชาชนได้ร้องขอขึ้นมา ซึ่งขณะนี้ได้มีการดําเนินการรวม จนถึงปัจจุบันนี้ ๑๙๒ แปลง ในปี ๒๕๕๔ ก็จะได้อีกประมาณ ๗๐ กับ ๘ ครัวเรือนนะครับ ที่อนุมัติไปโดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยใช้งบในการลงทุนทั้งสิ้นขณะนี้ประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่มีกลุ่มอื่นขอมาก็จะมีการพิจารณาให้เป็นกลุ่ม ๆ ไปดูความเหมาะสม ท่านประธานครับ ปัญหาก็คือบางครั้งเราต้องการแต่พื้นที่ที่ไปขอนั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนบ้าง เป็นพื้นที่ของทางราชการบ้าง ตรงนี้เมื่อไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็ให้ไม่ได้ ที่สําคัญที่สุด พื้นที่ใดจะขอมา การรับรองความถูกต้องก็จะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตรงนั้น รับรองหรือหน่วยงานราชการยืนยันรับรองว่าไม่ใช่ที่หลวงหรือไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่ถ้าเป็นที่ส่วนตัวของเกษตรกร มีเอกสารสิทธิถูกต้อง มีการรับรองถูกต้องจะได้รับ การผลักดันไปครับ แล้วจะดูว่าเข้าหลักเกณฑ์มีกี่กลุ่ม มีจํานวนเท่าไร ใช้งบเท่าไร ซึ่งขณะนี้ ผมต้องเรียนว่าโครงการนี้มีประโยชน์ครับ รัฐบาลก็เห็นความสําคัญที่จะต้องให้พี่น้อง เกษตรกรนั้นลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน และโครงการนี้ก็จะทําอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี ๒๕๕๕ ครับ
เชิญถามครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส. จังหวัดหนองบัวลําภู อีกครั้งหนึ่งครับ มีเพื่อนสมาชิก ที่ต้องการที่จะแจ้งถึงท่านประธานในเรื่องของความจําเป็นในการขยายเขตไฟฟ้า ยกตัวอย่าง เช่น ส.ส. ปวีณ แซ่จึง จากจังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่ของอําเภอราษีไศล อําเภอยางชุมน้อย แล้วก็อีกหลายอําเภอซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกหอมแดง ปลูกกระเทียม ปลูกพริก อย่างปีนี้หอมแดง ก็สร้างรายได้ให้กับจังหวัดศรีสะเกษถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่ขนาดว่าไฟฟ้ายังขยายไม่ครบ ถ้าขยายไฟฟ้าได้จริง ๆ ถึงทุกที่ที่เขาต้องการนี้ผมว่าทะลุหมื่นล้านบาทแน่นอน ยกตัวอย่างอีกครับ อย่างพื้นที่ของท่าน ส.ส. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข จังหวัดเลย ซึ่งอยู่ ติดกับจังหวัดหนองบัวลําภู เขามีปัญหาคล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะพี่น้องที่ปลูกยางพารา ท่านประธานครับ ยางพารานี้สําคัญมากเพราะว่าปลูกแล้วนี้มันใหญ่มากเป็นพื้นที่ที่ปกคลุมไป พื้นที่ใหญ่นะครับ แต่ถ้ามีการไฟฟ้าช่วยเข้าไปก็จะสามารถสูบน้ําไปหล่อเลี้ยงต้นยางพารา ซึ่งปีที่แล้วมีต้นยางพาราที่ยืนต้นตายเนื่องจากว่าน้ําไปไม่ถึงเป็นจํานวนมากพอสมควร นี่คือปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการของเกษตรกรที่ต้องการไฟฟ้าใช้ ผมขออนุญาต ถามคําถามอีกคําถามหนึ่ง ซึ่งเป็นคําถามนโยบาย อยากจะเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรี ซึ่งดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในเรื่องของการอุดหนุน เป็นไปได้ไหมครับที่ภาครัฐเอง จะกําหนดนโยบายอุดหนุนค่าใช้จ่ายการลงทุนตรงนี้ให้กับท้องถิ่น เป็นไปได้ไหมครับ อย่างสมมุติว่า ตําบลกุดดู่ อบต. กุดดู่ ท่านจะจัดตั้งงบประมาณให้เขา ว่ารัฐบาลจะอุดหนุนให้ เพื่อขยายไฟฟ้า ซึ่งก็จะเป็นการโค (Co) กันระหว่างองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นกับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ท่านก็อาจจะจัดเม็ดเงินอุดหนุนลงไปปีนี้สักหมื่นล้านบาทกระจายไปตามตําบล ต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าตําบลหรือว่านายกองค์การบริหารส่วนตําบลนั้น ๆ ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ ชาวบ้าน แล้วก็จัดลําดับความเหมาะสม ความจําเป็น เพื่อที่จะให้โครงการนี้ออกไปถึง พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คําถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สําหรับจังหวัดที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอนั้น ผมต้องเรียนว่าก็เป็นจังหวัดที่มีการร้องขอ ของพี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ซึ่งในปีนี้ได้มีการสนับสนุนโครงการนี้ลงอยู่ในพื้นที่ ๒ จังหวัดดังกล่าวนะครับ จังหวัดเลยนั้นก็จะมีการสนับสนุนไปประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ได้รับประโยชน์ก็ประมาณ ๒๒๖ ครัวเรือน ของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี้ สําหรับจังหวัดศรีสะเกษ ที่พูดถึงนั้นก็คือพื้นที่ที่มีการผลักดันในปีนี้ ๓๒๕ ครัวเรือน งบประมาณประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีอยู่ทั่วประเทศครับท่านประธาน อยู่ที่พี่น้อง เกษตรกรได้ร้องขอมาหรือไม่ วันนี้โครงการดีมีประโยชน์ เห็นตรงกัน ประชาชนที่ต้องการ โครงการนี้จะต้องดําเนินการร้องขอให้ถูกต้องตามขั้นตอน จากนั้นเมื่อมีการสํารวจถูกต้อง มีประโยชน์ ชัดเจน เข้าหลักเกณฑ์ ก็มีการสนับสนุนงบประมาณที่ตั้งไว้ ๑๖,๕๕ ล้านบาท งบประมาณมีครับ ท่านประธานครับ
ส่วนประเด็นที่เป็นคําถามว่าจะมีการจัดงบประมาณให้กับองค์กรท้องถิ่น เป็นผู้ดําเนินการรับผิดชอบได้ไหม คงต้องตอบอย่างนี้ครับ คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะงาน เรื่องของไฟฟ้าไม่ใช่เป็นเรื่องของงานที่จะต้องถ่ายโอนให้กับองค์กรท้องถิ่นไปรับผิดชอบ มันเป็นเรื่องของงานเทคนิคในการที่จะต้องมีการปักเสาพาดสาย และมีการติดตามดูแล อย่างตลอดเวลา แต่องค์กรปกครองท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการขอขยายเขตไฟฟ้า เขาก็มีส่วนร่วมนะครับในการเข้ามาดูแล ในการเข้ามารับผิดชอบ เสนอแนะให้กับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค นั่นก็คือเวลาที่กลุ่มเกษตรกรรายย่อยขอขึ้นมา ทั้งหมดจะต้องมีการรับรองจากองค์กรท้องถิ่นครับว่า กลุ่มดังกล่าวนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร แล้วก็ที่ดินทํากินดังกล่าวนั้นเป็นที่ดินที่หวงห้ามไหม เป็นที่ดินที่ผิดกฎหมายหรือไม่ องค์กรท้องถิ่นเขาจะเข้ามาดูแล หลังจากมีการก่อสร้าง หรืออยู่ระหว่างดําเนินการ องค์กรท้องถิ่นก็จะต้องออกไปดูอีกครับ แนวเขต แนวที่ดิน ทั้งหมด แต่การบริหารจัดการในระยะยาวการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเป็นผู้ดูแล ฉะนั้นขณะนี้ ที่ทําอยู่ยังสามารถดําเนินการไปด้วยดีและองค์กรท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็พึงพอใจครับ เพียงแต่ว่า บางครั้งอาจจะมีการล่าช้าบางจุดบ้าง บางครั้งความต้องการเสนอมามาก แต่การได้ไป ยังช้าอยู่ ตรงนี้ก็จะเร่งรัดดูแลให้ทั่วถึงมากที่สุดครับ
พอสมควรกระมังครับ มัวแต่ร่ายยาวไม่ได้เนื้อหา
ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ คงไม่ยาว กราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ในกรณีที่ผมถาม เรื่องของการอุดหนุนท้องถิ่น ไม่ได้ให้ท้องถิ่นทํานะครับ ท่านประธานครับ อุดหนุนเม็ดเงิน ลงไปที่ท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นก็ไปอุดหนุนชาวบ้านอีกทีหนึ่ง อันนี้เป็นหลักคิดที่ฝากท่านบุญจง นะครับ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่ท่านบุญจงบอกว่ามีงบประมาณเหลือเฟือ ผมมีรายชื่ออยู่ ๑๕๘ กลุ่ม ผมจะผ่านท่านประธานนะครับ ส่งไปทางท่านรัฐมนตรีบุญจง ขอขอบพระคุณครับ
ก็หมดนะครับ ท่านรับเรื่อง เขาไป ไม่ต้องตอบ จบกระทู้ถามที่ ๒
ต่อไปเป็นกระทู้ที่ ๓ เรื่องการจัดสร้างโรงพยาบาลชุมชน คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ผู้ตอบกระทู้ถามคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปเป็นวันที่ ๑๗ นะครับ เชิญคุณอภิชาตมีอะไรไหมครับ สักเล็กน้อย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของสภาแล้วนะครับว่า ตามหนังสือ ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เรื่อง ขอเลื่อนการตอบชี้แจงกระทู้ถามทั่วไปของกระผม ซึ่งลงนามโดยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณบุณย์ธีร์ พานิชประไพ บอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีความจําเป็นต้องขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถาม เรื่อง การจัดสร้างโรงพยาบาลชุมชน ของกระผมไว้ก่อน เนื่องจากว่าติดภารกิจ ท่านต้องไปเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมโครงการบูรณาการความร่วมมือท้องถิ่น กับการพัฒนางานสุขภาพภาคประชาชน ที่เมืองทองธานี ซึ่งตรงกับเวลานี้ ซึ่งก็ถือว่า เป็นภารกิจที่มีความสําคัญ ก็ต้องถือว่าเป็นผลดีต่องานในความรับผิดชอบของท่านนะครับ ความจริงวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่มีโรงพยาบาลชุมชนประจําอําเภอ
ผมว่าเท่านี้ก็พอกระมังครับ เขาขอเลื่อนแล้วครับ แล้วค่อยถามไปวันที่ ๑๗ ท่านจะถามอะไรก็ถามได้
ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธาน
เขาขอเลื่อนท่านแล้ว ท่านไม่ขัดข้อง ก็จบ
ผมขอสัก ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ เพื่อว่าเนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่รอคอยโรงพยาบาลชุมชน ประจําอําเภอ อย่างที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช อําเภอพระพรหม อําเภอนบพิตํา อําเภอช้างกลาง รอคอยการตอบกระทู้ถามของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในวันนี้นะครับ แล้วก็บางส่วนก็ได้มีการนัดหมายว่าจะรอฟังคําตอบทางสถานีวิทยุกระจายเสียง อยู่แล้วนะครับ อย่างไรก็ตามก็ชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็เตรียมข้อมูลที่จะตอบผมอยู่แล้วในวันนี้ นะครับ ถ้าเลื่อนไปสัปดาห์หน้าก็คงไม่เป็นไรครับผมรอได้ แต่ว่าผมเกรงอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ว่าถ้าหากในสัปดาห์เกิดปัญหาว่าจะมีการพิจารณาเรื่องอื่นของสภา แล้วก็ทําให้วาระการตอบกระทู้ถามของผมต้องเลื่อนออกไปอีก ก็ทําให้เสียโอกาสนะครับ
ก็ไม่เป็นไรครับ คือรัฐมนตรี กับท่านก็อยู่พรรคเดียวกันครับ ถามกันได้ครับ
มิได้ครับ อันนี้เป็นหน้าที่ของ ฝ่ายนิติบัญญัติที่มีต่อฝ่ายบริหารนะครับ ท่านประธานครับ ก็เลยอยากฝากอย่างนี้นะครับ ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า ถ้าหากว่าท่านพิจารณาแล้ว เห็นว่าสามารถดําเนินการอนุมัติงบประมาณเพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลชุมชนในอําเภอที่ยัง ไม่ได้จัดสร้างแล้วก็มีความพร้อมนะครับ ท่านสามารถอนุมัติไปได้เลยนะครับ แล้วทําเสร็จแล้ว แล้วค่อยมาตอบกระทู้ถามผมก็ได้นะครับ ขอบพระคุณครับ
จบกระทู้ถามทั่วไปแล้วนะครับ ต่อไปกระทู้ถามสด มีอยู่ ๓ กระทู้ถาม
๑.๒ กระทู้ถามสด
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๗ ส. เรื่อง การขาดแคลนน้ํามันปาล์ม (นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับท่านรองนายกรัฐมนตรี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
ขณะนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั่งอยู่ตรงนี้แล้วครับ แล้วก็เรียน ให้ทราบด้วยว่าเราตั้งกฎเกณฑ์ในข้อบังคับไว้ กระทู้ถามสด ๓ กระทู้ถาม ๑ ชั่วโมง คือกระทู้ถามละ ๒๐ นาที ผู้ถาม ผู้ตอบ คนละ ๑๐นาทีครับ แล้วก็ตั้งเวลาให้แน่นอนครับ ขอเชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เรียนว่าปัญหาของน้ํามันปาล์มซึ่งปัจจุบันนี้มีปัญหามากมายนะครับ แล้วเมื่อเช้าผมได้ลองไป ที่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) หรือว่าร้านค้าต่าง ๆ ไม่มีน้ํามันพืช ขายเลย แล้วก็ปัญหาราคาก็ขึ้นมากมายในช่วง ๒–๓ เดือนนี้ จริง ๆ แล้วผมจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ผมเองก็ต้องขอบคุณมากครับที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ได้กรุณามาตอบปัญหานี้ด้วยตัวเอง ซึ่งผมเองในฐานะผู้น้อยต้องกราบขอบพระคุณมากครับ เพราะว่าผมก็มีความรู้เรื่องปาล์มน้อยมากนะครับ ก็อยากจะสอบถามทางท่านนายกรัฐมนตรี โดยผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ในการขาดแคลนและในปัญหาที่เกิดขึ้น กับน้ํามันปาล์มในปัจจุบันนี้ท่านมีแนวทางและวิธีการแก้ไขในระยะยาว ระยะสั้นอย่างไรครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามัน แห่งชาติ ขออนุญาตกราบเรียนตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชาดา ดังนี้
คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติมีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาดูแล การผลิตปาล์มน้ํามันภายในประเทศตั้งแต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับโรงงานสกัดน้ํามันปาล์มและโรงงานกลั่นน้ํามันปาล์ม เพื่อที่จะดูแลให้เกิดความสมดุล ในปริมาณการผลิตและความต้องการใช้ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาเราก็ได้ดูแลเรียบร้อยดีนะครับ เราใช้วิธีการติดตามดูความต้องการใช้น้ํามันปาล์มในประเทศ แล้วก็ดูว่าผลผลิตน้ํามันปาล์ม ที่เกษตรกรผลิตได้นั้นจะล้นตลาดหรือไม่ รัฐบาลก็ได้ใช้มาตรการในการเพิ่มปริมาณ น้ํามันปาล์มในกระบวนการผลิตไบโอดีเซล (Bio-diesel) เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการดูดซับปริมาณ ปาล์มน้ํามันที่เกินความต้องการของตลาดภายในประเทศ จากการผลิตไบโอดีเซล บี ๓ (B3) ก็ขยายเป็นบี ๕ (B5) นะครับ สถานการณ์ก็ดูเป็นปกติดีมาจนใกล้ ๆ จะสิ้นปี ๒๕๕๓ ก็ปรากฏว่าผลผลิตปาล์มน้ํามันลดลงครับเนื่องจากภาวะความผันผวนของธรรมชาติ ทั้งฝนแล้ง ทั้งอุทกภัย เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ของท่านรัฐมนตรีพรทิวาก็ได้แจ้งต่อคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ ว่าจะเกิดภาวการณ์ขาดแคลนน้ํามันปาล์มในประเทศ ขออนุญาตนําน้ํามันปาล์มเข้ามา ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าในขณะเดียวกันตัวแทนของชาวสวนปาล์มน้ํามันในจังหวัดกระบี่ ในจังหวัด นครศรีธรรมราช ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดต่าง ๆ ก็แสดงความคิดเห็น ทําหนังสือถึง คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติว่าขอให้พิจารณาให้รอบคอบ ยังไม่ควรนําเข้า น้ํามันปาล์ม ดูแลตัวเลขให้ชัดเจนเสียก่อนเพราะกลัวว่าจะกระทบกับราคาที่เกษตรกรจะขาย ผลผลิตได้ รัฐบาลก็ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติครับ แล้วก็ทบทวน ในที่สุดเมื่อวันที่ ๖ มกราคมก็อนุมัติให้นําเข้าน้ํามันปาล์มชุดแรก ๓๐,๐๐๐ ตัน โดยให้กระทรวงพาณิชย์เป็นคนบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลน ในขณะเดียวกัน ก็ติดตามดูสถานการณ์ตลอดมา ขณะนี้ก็ยังติดตามดูอยู่ครับจนเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ก็อนุมัติให้นําเข้ามาอีก ๑๒๐,๐๐๐ ตัน คือจะให้นําเข้าให้เสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ตัน ก็คิดว่าน่าจะแก้ไขสถานการณ์ได้ครับ
เชิญผู้ถามกระทู้ถามถามต่อ
ต้องขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นอย่างยิ่งนะครับ จริง ๆ แล้วอยากถามคนอื่นมากกว่าท่านนะครับ เพราะด้วยความรักและเคารพท่านมากที่สุดเลยนะครับ คืออย่างนี้ครับปัญหาของ น้ํามันปาล์ม วันนี้มันเป็นปัญหาความเดือดร้อน มันมีช่วงของการได้กําไรซึ่งมากมายนัก เรื่องแรกก็คือว่าสภาพของการปั่นราคา ซึ่งผมเองคงจะไม่ไปสนใจตรงนั้นมากนักเพราะว่า ใครจะได้กําไรก็เป็นเรื่องของธุรกิจ แต่สิ่งที่อยากจะถามก็คือว่า ปัญหาของกระทรวงพลังงาน จริง ๆ แล้วเราใช้น้ํามันปาล์มประมาณล้านตันต่อวันในการไปผสมเป็นไบโอดีเซล ผสมกับ น้ํามันดีเซลซึ่งเราใช้วันละ ๕๐ ล้านลิตร ถ้าวันละประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ขวด เราใช้น้ํามัน ที่กระทรวงพลังงานใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ จริง ๆ แล้วไม่ต้องแก้ปัญหาด้วยการนําเข้า เพราะผมเองก็เป็นห่วง การขึ้นราคาของปาล์มนั้นเป็นรื่องที่ดีกับพี่น้องเกษตรกร คือทางหนึ่ง ก็ได้ผลประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร แต่อีกทางหนึ่งก็มีความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน แต่ในทางกลับกันนั้นวันนี้ผลประโยชน์กําไรไม่ได้ไปตกอยู่ตรงนั้นมากมาย ผมเองไม่ค่อยเห็นด้วย กับการนําเข้ามากนัก แต่น่าจะใช้กระทรวงพลังงานป็นกลไกในการกําหนดราคา ก็คือว่า กระทรวงพลังงานอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่า จาก บี ๕ ลดมา บี ๓ บี ๓ นี่เราใช้ตอนที่ภาวะปาล์มกําลังมากมายในท้องตลาด ถ้าปรับมาโดยกระทรวงพลังงาน เป็น ๒ หรือ ๑ ก็จะลดการใช้น้ํามันปาล์มในระบบเรื่องของน้ํามันไบโอดีเซล ก็จะทําให้ไม่เกิด ปัญหาการขาดแคลนเพราะว่าในสภาพปัจจุบันนี้ประเทศมาเลเซีย ๔๐ บาท ของเรา ๖๐ บาท จริง ๆ ในกองทุนน้ํามันนั้นถ้าลดไบโอดีซลได้เท่าไรก็เท่ากับลดภาระจากพี่น้องประชาชน ที่ใช้น้ํามันเบนซิน กองทุนน้ํามันเบนซินนั้นได้มาดูแลในเรื่องน้ํามันดีเซลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซ แอลพีจี (LPG) ซึ่งมีราคาแพงมาก ทุกวันนี้ก็ถือว่ารัฐดูแลอยู่ จริง ๆ แล้วผมเองอยากให้ใช้ กลไกในตรงนั้นที่จะปรับให้ราคาความต้องการมันอยู่ในตลาดที่ไม่เกิดความขาดแคลน ในหลักดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) แต่วันนี้ปัญหามันกระทบเป็นเรื่องที่จะทําให้ เกิดปัญหาระยะยาวอีกมากมาย แล้วในอนาคตผมมองว่ากลไกของรัฐวันนี้ช้าเกินไป กว่าจะสั่งมา กว่าจะนําเข้า กว่าจะนํามาผลิต แล้วก็ราคามันก็ห่างกัน ๒๐ บาท ผู้นําเข้า ก็ได้ผลประโยชน์ ได้กําไร อันนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ผลมันไม่ได้ตกกับพี่น้องประชาชน โดยตรง ผมอยากให้ทางส่วนราชการเองได้สร้างระบบและกลไกตอนนี้ให้เกิดความแข็งแกร่ง ก็คือว่าสามารถปรับและขึ้นลงได้ไวนะครับ คงจะใช้อํานาจของท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่า ปัจจุบันนี้มี ๓ กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํามันปาล์มอย่างเดียว ก็มีกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพลังงาน ถ้ากระทรวงพลังงานปรับเคลื่อนไหวตัวนี้ได้ไว จะทําให้ไม่เกิดภาวะขาดแคลนแล้วก็ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เรียนด้วยความเคารพว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้ก็โดนว่ามากมายครับในเรื่องนี้ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ แล้วอยากจะถามว่าในระยะยาวท่านมีความคิด เมื่อสักครู่นี้ ที่ผมถามหมายถึงว่า ว่าจะทําอย่างไรดีนะครับในการแก้ปัญหาน้ํามันปาล์มซึ่งในอนาคตนี้ ทั้งเฟ้อ แล้วก็ขาดแคลนจะต้องเกิดขึ้นแน่ เพราะผู้คนกําลังปลูกยางพารา ปลูกปาล์มกัน มากมายในประเทศไทยนะครับ จากราคาที่ผ่านมา แล้วปาล์มใช้เวลาเพียง ๑๘ เดือนก็เก็บ ผลผลิตได้แล้ว ถ้าพื้นที่ไหนมีน้ําก็จะรับรองได้ว่าพี่น้องประชาชนก็จะปลูกกันเยอะ ถ้าอุดมสมบูรณ์ ก็กราบเรียนว่าทั้งการขาดแคลน คือวันนี้เราเหมือนคุมทางเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเหมือนคุมทางเดียว จริง ๆ ถ้าเราจะเปิดเสรีก็เปิดเสรีทั้ง ๒ ทาง ถ้าเราจะปิดเราก็ต้องปิดกั้น แล้วภายในกฎอาฟตา (AFTA) มันเกิดปัญหาครับ มันเกิดปัญหา ที่ว่าเราอาจจะปิดเขาไม่ได้ แต่ทราบว่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ ได้ให้นําเข้าผ่าน อคส. ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ผ่าน อคส. ซึ่งก็เป็นกลไกที่ถูกต้องนะครับ ต้องขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ ที่ให้เข้าทาง อคส. เพราะขั้นตอนต่อไปเดี๋ยวจะเข้ากันมากมายแล้วก็จะเกิดภาวะล้นตลาด ผมอยากจะทราบว่ารัฐบาลมีแนวคิดอย่างไรในระยะยาวที่ว่าจะใช้กลไกของกระทรวง พลังงาน แล้วก็ใช้กลไกที่มีอยู่ในการบริหารจัดการเรื่องนี้ ๓ กระทรวงนะครับ ในระยะยาว ต่อไป ผมอยากทราบการแก้ปัญหาระยะยาวขอบพระคุณมากครับ
รัฐบาลยังเหลือเวลาอยู่ ๖ นาทีกับ ๒๐ วินาที เชิญตอบครับ
ท่านประธานครับ ผมจะขอ อนุญาตตอบสั้น ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงเรื่องการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ํามันในส่วนของผู้บริโภค ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปถึง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชาดานะครับว่า ความต้องการใช้น้ํามันในประเทศเดือนหนึ่ง ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ตัน ในจํานวน ๑๑๐,๐๐๐ ตันนี้เป็นน้ํามันสําหรับการบริโภค ๗๕,๐๐๐ ตัน แล้วเป็นน้ํามันสําหรับใช้ทําไบโอดีเซลประมาณ ๓๕,๐๐๐ ตัน เราก็ได้อาศัย ตัวเลขนี้ครับเพื่อที่จะบริหารจัดการให้เกิดความสมดุล ท่านประธานครับ ตามปกติปริมาณ ผลผลิตปาล์มน้ํามันของเราพอดีกับจํานวนที่เราใช้อยู่ ทีนี้ขณะนี้ท่านถามว่าในระยะยาวจะใช้ เครื่องมืออะไร เราก็จะติดตามดูจํานวนผลผลิตที่ผลิตได้เป็นรายเดือนไป ในขณะเดียวกัน ถ้าเราเห็นว่าผลผลิตน้อยเราก็จะดําเนินการเหมือนที่ดําเนินการตอนนี้ครับ คือลดการผลิต ไบโอดีเซลลงจากที่ผลิตเป็นบี ๕ ตอนนี้ก็ถอยลงมาผลิตแค่บี ๓ เพื่อให้จํานวนที่จะดูดซับ ในส่วนของพลังงานลดลง ถ้ายังไม่พอก็ใช้วิธีการอย่างที่ทําเดี๋ยวนี้ คือเป็นวิธีการเฉพาะหน้า อนุญาตให้นําเข้าเป็นครั้งคราว ครั้งแรกอนุญาตให้นําเข้า ๓๐,๐๐๐ ตัน ให้ทําให้เสร็จภายใน วันที่ ๓๑ มกราคม แต่พอทําไปแล้วกระทรวงพาณิชย์เขาก็บอกว่าไม่พอ ผู้ใช้ทั้งรายย่อย ทั้งรายใหญ่ ทั้งผู้ที่ผลิตบะหมี่ มาม่า ยํายํา ทั้งหลาย ผู้ที่ส่งไก่ออกไปขายต่างประเทศ เขาบอกว่าเขาเดือดร้อนมาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ประชุมกรรมการที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทําหนังสือถึงคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อเรียกร้อง กระทรวงพาณิชย์ว่าขอนําเข้าเพิ่ม วันที่ ๑ กุมภาพันธ์เราก็ได้อนุมัติให้นําเข้าเพิ่มทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ตัน โดยจะต้องทําภายในเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็เดือนมีนาคม อันนี้เป็นมาตรการ เฉพาะหน้าส่วนการบริหารจัดการนั้นให้กระทรวงพาณิชย์เป็นคนดําเนินการ ขออนุญาต ท่านประธานให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียติ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ได้ตั้งกระทู้ถามถามเรื่องของการขาดแคลนน้ํามันปาล์มแล้วก็มีผลกระทบทั้งต่อเกษตรกร แล้วก็ผู้บริโภคนะคะ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์นะคะอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพท่านได้ตอบไปถึงภาวะแล้วก็เรื่องของการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบาย ปาล์มน้ํามันแห่งชาติ เรามีฐานะกระทรวงพาณิชย์ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องของการดูแลผู้บริโภค และเกษตรกรให้มีความสมดุลนะคะ ก็อยากจะเรียนอย่างนี้นะคะว่าการนําเข้าน้ํามันปาล์มในช่วงลอต (Lot) แรก ๓๐,๐๐๐ ตันนี้ เราก็ได้กระจายไปสู่ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่น โรงสกัด เพื่อที่จะนํามาผลิตเป็นขวด แล้วก็ออกมาสู่ท้องตลาดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภคในปริมาณ ๓๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งตรงนั้นก็อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปเมื่อกี้นะคะว่าใน ๓๐,๐๐๐ ตัน ในการประชุมนี้เราขอไป ๕๐,๐๐๐ ตัน แต่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ํามันแห่งชาติ พิจารณาว่า ๓๐,๐๐๐ ตันน่าจะเหมาะสม ซึ่งก็ได้พิจารณาอนุมัติมา กระทรวงพาณิชย์เราก็ ไปดําเนินการในการบริหารจัดการกระจายไปสู่ผู้ประกอบการเพื่อที่จะได้นํามาผลิต ให้บรรเทาความเดือดร้อนผู้บริโภค แต่ถึงวันนี้หลายท่านอาจจะเห็นว่ายังไม่ได้รับ ที่เรียกว่า ผ่อนคลายหรือว่าทําให้สินค้านี้มีในท้องตลาด ก็ต้องเรียนตามตรงว่า ๓๐,๐๐๐ ตันนี้ ปริมาณมันไม่เพียงพอ แต่ในช่วงนั้นก็ได้บรรเทาไปได้ระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าในเรื่องของราคา ที่เรากําหนดไว้ วันที่เรามีการหารือกับผู้ประกอบการในส่วนที่กําหนดราคาไว้ที่ ๔๗ บาท แต่การซื้อปาล์มมาจากต่างประเทศ นําเข้านี้อยู่ที่ ๓๖ บาทกว่า ซึ่งตรงนั้นเป็นสิ่งที่เรา คํานวณเพื่อที่จะกําหนดราคาขาย แต่หลังจากนั้นพอประชุมนะคะ วันที่ประชุมแล้วก็มีการ อนุมัติ แล้วเราก็เร่งดําเนินการพิจารณาเรื่องของราคานี้ ก็กลายเป็นว่าราคาปาล์มมันถีบตัว สูงขึ้น อันนั้นเนื่องจากภาวะหลาย ๆ ปัจจัยอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีอาจจะได้เกริ่น ไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาวะแห้งแล้ง การขาดแคลน รวมถึงตลาดโลก เศรษฐกิจของโลก มีความต้องการมากราคามันก็ถีบตัวสูงขึ้น ฉะนั้นจาก ๓๖ บาท เป็น ๓๙ บาทกว่า เกือบ ๔๐ บาท แต่เรายังกําหนดราคาขายอยู่ที่ ๔๗ บาท ซึ่งก็เรียนตามตรงว่าผู้ประกอบการ ก็ยังเรียกร้อง แล้วก็พูดบ่นในทํานองว่ามันยังขาดทุนอยู่ แค่เห็น ๆ ตรงนั้นก็คือ ๓ บาทเข้าไปแล้ว แต่ว่าเราก็ขอความร่วมมือ พูดกันตรง ๆ นะคะว่าขอความร่วมมือทั้งผู้ประกอบการ และห้างในส่วนที่จะต้องเป็นส่วนที่ช่วยเราในการที่จะกระจายสินค้าไปสู่ประชาชน ก็ขอให้ ไม่คิดค่าดําเนินการในส่วนของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ทั้ง ๕ ห้าง อันนี้ก็เป็นในเชิงการบริหาร จัดการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเราก็เร่งดําเนินการอยู่ และหลังจากที่ ๓๐,๐๐๐ ตันนี้ จะบรรจุขวดเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็จะหมดลอตที่ได้เข้ามา เดือนกุมภาพันธ์นี้ ขวดที่บรรจุนี้ก็จะหมดลง ซึ่งปริมาณตรงนั้นก็ถือว่าเราก็ต่อเนื่องนะคะว่าเราขอให้มีการ นําเข้าต่อที่ ๑๒๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งจริง ๆ ต้องเรียนตามตรงว่ามันขาดแคลนจริง ๆ แล้วผลผลิต ก็น้อย วันนี้เกษตรกรอาจจะออกมาบอกว่ามีผลผลิตเพียงพอ อาจจะต้องขอลดการนําเข้า ถ้าราคามันตกต่ําลงไปมาก ๆ ก็ต้องขอเรียนอย่างนี้นะคะว่าถึงวันนั้นเราก็มาพิจารณากันอีก รอบหนึ่งได้ ไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่วันนี้เราต้องดูผู้บริโภคด้วย ในส่วนของเกษตรกร เราก็ต้องดู แต่ก็ให้เหมาะสมในส่วนที่ราคาปาล์มดิบมันขึ้นราคาจาก ๓.๕๐ บาท ไปจนถึง ๑๑ บาท ซึ่งถือว่ามันผิดปกติต้องยอมรับ แต่วันนี้อยู่ที่ ๖ บาทกว่า เกือบ ๗ บาท ก็ต้องถือว่า เป็นส่วนที่เกษตรกรก็ได้รับประโยชน์ ก็คืออาจจะกําไรน้อยลงไปแต่ก็ถือว่ายังได้กําไร ถือว่าเป็นร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์แล้วก็ถือว่าเป็นผลประกอบการที่ดีนะคะ ก็ต้องกราบเรียนว่า ทางกระทรวงพาณิชย์เราก็พยายามที่จะบริหารจัดการน้ํามันปาล์มที่นําเข้า เพื่อให้คลี่คลาย ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แล้วประชาชนจะได้รับการแก้ไขปัญหาจากที่เกิดขึ้นนะคะ ขอขอบคุณค่ะ
ท่านผู้ถามยังเหลือเวลา ๓ นาที ๒๙ วินาที ถามครั้งที่ ๓ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณมากครับ ผมเอง ก็คงจะเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ซึ่งท่านก็เป็นผู้ที่ขยันขันแข็ง ในการทํางานนะครับ เรียนว่าน้ํามันปาล์มที่ตั้งราคาไว้ ๔๗ บาทนี้ ไม่มีขายในท้องตลาด ที่สต็อก (Stock) เมื่อเช้านี้ผมไป มี ๑ ขวดครับ แล้วผมไปซื้อมา ๑ ขวด ๔๗ บาท อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พูดจริง ๆ แต่ให้คนที่ ๒ ไปซื้อ ไม่มีแล้ว แต่ผมคิดในหลักคิดง่าย ๆ นะครับว่าวันนี้ ๑,๕๐๐ ตันที่เราใช้น้ํามันไบโอดีเซล ๑,๕๐๐ ตัน เราไม่ต้องไปประกาศนําเข้าหรืออะไรก็ตาม ๑,๕๐๐ ตันนี้เท่ากับว่า ๑๕๐,๐๐๐ ลิตร ถ้าเราลดลง จากบี ๕ บี ๓ เหลือ บี ๒ ลดแค่ ๕๐๐,๐๐๐ ลิตร ก็ ๕๐๐,๐๐๐ ขวด ผมเชื่อว่าประเทศไทย คนบริโภค ๕๐๐,๐๐๐ ขวดนี้ก็เยอะนะครับ ในทุกวันนี่นะครับ แล้วผมว่าปัญหามันก็จะ ทุเลาเบาบางลง กราบเรียนด้วยความเคารพว่าปัญหาของน้ํามันปาล์มนั้นมีไปถึง ผู้ประกอบการและชาวบ้าน และที่สําคัญเป็นปัญหาถึงสุขภาพพลานามัยของพี่น้องประชาชน มีการใช้น้ํามันปาล์มซ้ําเนื่องจากน้ํามันปาล์มแพง ก็ทําเกิดปัญหามากมายในเรื่องของสุขภาพ แล้วก็ปัจจุบันนี้ก็มีการไปปั่นราคาถั่วเหลือง ซึ่งตอนนี้ก็ถูกปั่นราคานะครับ ซึ่งจริง ๆ ถั่วเหลืองนั้นมีสารปนเปื้อนเยอะไม่เหมาะที่จะเอามาใช้น้ํามันพืช ในการบริโภคน้ํามันพืชนะครับ คราวนี้เดี๋ยวผมกลัวว่าปัญหาวันข้างหน้ามันจะพันกันไปอีกหลายตัว กราบเรียนด้วยความเคารพ ข้อแนะนําของผมก็คือว่าต้องตั้งกองทุนน้ํามันปาล์มครับ กองทุนน้ํามันปาล์มนั้นเป็นสิ่งที่จะ มาแก้ไขกลไกตลาดของน้ํามันปาล์มได้ ดูจากกองทุนยางพารา กองทุนต่าง ๆ นะครับ ผมเชื่อว่าถ้าตั้งกองทุนน้ํามันปาล์มขึ้นมาปัญหาต่าง ๆ จะเบา แต่วันนี้กลไกของรัฐเอง ดูดซับตลาดมากกว่า จาก บี ๓ ไปใช้ บี ๕ กระทรวงพลังงานกําหนดนั้นเท่ากับ ดูดซับน้ํามันไบโอดีเซลไปมากขึ้นนะครับ จริง ๆ แล้วน่าจะลดลง ลดลงก็เท่ากับไม่ต้องใช้ เงินกองทุนน้ํามันมาก แล้วก็ภาวะขาดแคลนของพี่น้องประชาชนก็จะเบาลง ในระยะที่ มันเฟ้อก็ค่อยเป็นตัวปรับ ปรับสมดุลให้เกิดความสมดุลกับตลาดนะครับ น้ํามันไบโอดีเซลนั้น จะเป็นตัวสําคัญในการที่จะเป็นตัวซับ (Sub) ตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกร วันนี้ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าจาก ๖ บาท ๗ บาท ราคาปาล์มนะครับ ซึ่งหลังจากรัฐให้นําเข้าปุ๊บ ตรุษจีน เปิดโรงงานมาราคาก็ลงมาตลอดนะครับ จากที่พี่น้องเกษตรกรได้ประมาณ ๖ บาท หรือ ๗ บาท ซึ่งก่อนนั้นถึง ๑๑ บาท ก็เป็นเรื่องดี ผมก็ยินดีครับ ผมถือว่าอะไรที่เป็น สินเค้าเกษตรแพงก็ได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ก็กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าการตั้งกองทุนน้ํามันปาล์มจะเป็นไปได้ไหมครับในอนาคต แล้วผมอยาก ให้ใช้กลไกเพราะว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน เป็นผู้ดูแลน้ํามันปาล์ม ๓ กระทรวง ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ
ไม่ต้องตอบกระมัง เพราะหมดเวลาแล้ว หมดเวลาเกินไป
ครึ่งนาที นิดเดียวค่ะ
เชิญครับ
ก็ขออนุญาต เพิ่มเติมนะคะที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงเรื่องของกองทุนนี้นะคะ ต้องกราบเรียนว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าในส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน เราได้นําเรื่องเพื่อพิจารณา ทราบ ให้กับ ครม. ไปแล้วเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนนะคะว่า จริง ๆ วันนี้สถานการณ์เรื่องน้ํามันปาล์มมันผิดปกติทั้งในเรื่องของราคาแล้วก็ปริมาณ ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้ผู้บริโภคแบกรับ ในขณะที่ในส่วนของวัตถุดิบ น้ํามันปาล์มดิบ เราถูกนําไปใช้ในส่วนของพลังงานทดแทนบางส่วน ซึ่งช่องทางนี้ต้องยอมรับว่าเขามีกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงคอยดูและแล้วก็ให้การอุดหนุนอยู่ ในขณะที่ด้านของผู้บริโภคและ อุตสาหกรรม เราไม่มีกองทุนดูแลเลย ซึ่งตรงนี้กระทรวงพาณิชย์ดูแล แล้วก็เรียกว่าพอเจอ ปัญหาแบบนี้ มันเป็นธรรมดานะคะของแพงนี่มีส่วนที่รับผิดชอบ มีกองทุนสนับสนุน สินค้าต่าง ๆ วัตถุดิบมันไหลไปทางนั้นหมด จะเห็นได้ว่าที่ขาดแคลนก็ต้องยอมรับ ความเป็นจริงเลยนะคะว่าตรงนี้เราไม่มีส่วนที่มาดูแลผู้บริโภคเลย ซึ่งตรงนี้ถือว่าผู้ประกอบการ ต้องรับภาระเองทั้งหมด เพราะฉะนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่าน ส.ส. ชาดานะคะ ส่วนนี้กรมการค้าภายใน เราได้เสนอเข้า ครม. ให้ทราบแล้วนะคะว่าเรากําลังศึกษาเรื่องกองทุนเพื่อจะมาอุดหนุน แล้วก็ดูแลผู้บริโภคนะคะ ต้องขอขอบคุณท่านประธานค่ะ
เกินเวลาไป ๑ นาที ๓๑ วินาทีครับ
สภายินดีต้อนรับผู้นําชุมชนชาวพม่า สถาบัน วาซู ริเวอร์ ออฟ ดีเวลอปเมนท์ (Wasu River of Development) ประเทศสหรัฐอเมริการ่วมกับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้เรากําลังพิจารณากระทู้ถามสดนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๒
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๘ ส. เรื่อง ความล้มเหลวในการไม่กํากับราคาสินค้า ควบคุมที่มีผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างรุนแรง (นายสถาพร มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อนที่จะ เข้ากระทู้ถามนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานเรียบร้อยในการที่จะมีตัวอย่างเพื่อเป็น องค์ประกอบของกระทู้ถามผม ซึ่งได้รับทราบว่าท่านประธานอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพในระบบรัฐสภา ด้วยความเคารพ ในเสียงพี่น้องประชาชนซึ่งพวกเราในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ได้รับเสียงสะท้อน ๒ ปีกว่าที่บ้านนี้เมืองนี้โชคดีที่ได้รัฐบาลมาจากค่ายทหาร ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ท่านประธาน ก็เป็นผู้แทนราษฎร ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็เป็นผู้แทนราษฎร ลองเดินไปถาม ในตลาดร้านค้าสิครับว่าวันนี้พี่น้องประชาชนในบ้านนี้เมืองนี้นั้นมีใครบ้างไม่โดนด่า สภาวะเศรษฐกิจที่ข้าวของแพง แล้วขณะเดียวกันนั้นรัฐบาลก็มีมาตรการครับท่านประธาน มาตรการโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าราคาและ บริการ เรื่อง กําหนดราคาสินค้าบริการควบคุม ปี ๒๕๕๔ ซึ่งทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๔๑ รายการ ท่านประธานครับ ๔๑ รายการนั้นมีรายการไหนบ้างที่เป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์ ประกาศควบคุม มันขึ้นหมดครับท่านประธาน นี่แสดงสะท้อนนัยของการบริหารจัดการ เรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ล้มเหลว ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล และผลร้าย ตกกับพี่น้องประชาชน แต่คนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มทุนขุนศึก กลุ่มนักการเมือง เอาตัวอย่าง น้ํามันปาล์ม เวทีพันธมิตรข้างทําเนียบเขาว่าเรียบร้อย ว่าใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ คนเสียประโยชน์คือประชาชน ปลายน้ํา เหมือนท่านรัฐมนตรีว่า ต้นน้ําได้ประโยชน์ เขามีตัวย่อ ตัว ส ตัว ท ตัว ร ผมไม่ว่าหรอกครับ ประชาชนจะเป็นผู้พิสูจน์ในการที่ตาม หายออกจาก ระบบทันทีทันใดเหมือนกับเสกได้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เมื่อน้ํามันปาล์ม ซึ่งเป็นชนิดหนึ่ง ซึ่งท่านผู้ทรงเกียรติก็ได้ไปเรียบร้อย มันเป็นอะไรครับท่าน พอน้ํามันปาล์ม ขาดตลาด ปรากฏว่าแม่ค้าขายปาท่องโก๋ จากเดิมทอด ๒ ครั้ง เดี๋ยวนี้ทอด ๔ ครั้งแล้วครับ ท่านกินปาท่องโก๋ทอดซ้ําทอดซาก ๆ ผลก็จะเกิดว่ากลายเป็นมะเร็งครับ อย่างนี้ละครับ ดํา ๆ อย่างนี้ครับ นี่ทอด ๔ ครั้งครับ น้ํามันปาล์มนี่นะครับขวดขนาดนี้ ท่านรัฐมนตรี ท่านอาจจะไม่เคยไปจ่ายตลาด ท่านบอกว่า ๔๗ บาท มัน ๔๗ บาทไม่กี่ขวดครับ อ้ายบริษัท ห้างร้าน ซุปเปอร์สโตร์ (Superstore) ใหญ่ ๆ นั่นละครับอ้ายตัวร้าย มันไปขายหลังร้าน ประกาศ ๔๗ บาท แต่หลังร้านเอาไปให้กับพวกร้านโชห่วย กลายเป็น ๖๗ บาทครับ ท่านอย่าไปเดินห้างนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีเดินห้างมันก็จะมาชี้แนะ ๆ ครับ อย่างนี้ครับ ท่านรัฐมนตรี ถูกแล้วครับ ต้องถูกอย่างนี้ ท่านควบคุมดี แต่ท่านต้องไปเดินหลังร้านครับ แล้วก็ไปเดินตลาดจริง ๆ ครับ นี่ครับ ๖๗ บาท กะทิครับ ท่านรัฐมนตรี มีรายชื่อควบคุม เรียบร้อย นี่จะกินแกงเลียง จะผัดอะไรสักอย่างหนึ่ง จะกินซุปอะไรสักอย่างใส่กะทิ นี่เท่าไร ท่านรัฐมนตรี ๘๙ บาทครับ เมื่อก่อน ๖๗ บาท เดี๋ยวนี้ ๘๙ บาท ไม่มีขายอีก ถ้าจะขายพ่วง ก็ได้อีก กะปิ ท่านรัฐมนตรี นี่เราจะกินกะปิสักมื้อหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรีคิดว่ากล่องนี้เท่าไรครับ ๙.๒๕ บาท เมื่อก่อน ๕.๔๕ บาท จะกินน้ําพริกกะปิหรือครับ ผมยังไม่ได้เอาปลาทูมา เขาไม่ให้เอามาเพราะมันเหม็น มื้อหนึ่งนี่นะครับแค่นี้ละครับ ๙ บาทกว่าแล้ว แล้วค่าแรง ขั้นต่ําเท่าไรท่านรัฐมนตรี ไข่ครับ ท่านรัฐมนตรี เป็นสินค้าควบคุม นี่ ๘๙ บาทครับ ในห้าง ๖๙ บาท ๑ ครอบครัวซื้อได้ ๖ แพค (Pack) แต่พอเดินออกมาตลาดโชห่วยทั้งหลาย ๘๙ บาทครับ นี่จ้างบริษัทฝรั่งปรึกษาเรื่องขายไข่เป็นกิโลกรัม ผมยังเจ็บใจอยู่เลยครับ ๖๙ ล้านบาท ไม่รู้ไปคิดได้อย่างไร มาถามสภาผู้แทนราษฎรสักหน่อย เกรงใจเจ้าของภาษี เขาบ้าง เอะอะก็เอาเงินหลวงไปจ้างบริษัทที่ไหนมาก็ไม่รู้เอามาให้ขายไข่เป็นกิโลกรัม วันนี้หนังสือพิมพ์เขาเยาะเย้ยถากถาง ไข่อภิสิทธิ์จะขายเป็นกิโลกรัม ถ้าผมซื้อ ๒ ลูกมันไม่ถึง กิโลกรัมแล้วจะทําอย่างไร นี่ ๖๙ บาท ในห้าง แต่ในตลาดจริง ๆ ๘๙ บาท ท่านรัฐมนตรี นี่ไข่แห้งนะครับ ถ้าขายเป็นกิโลกรัมน้ําหนักจะเบา ซื้อไข่อย่าไปซื้อยามเช้าครับ ถ้าขายเป็นกิโลกรัม นี่คือสินค้าควบคุมครับท่านรัฐมนตรี น้ําปลา ในห้างประกาศขาย ๑๙.๒๕ บาท แต่ในตลาดสดจริง ๆ ๒๑.๕๐ บาทครับ แล้วผมถามว่าประชาชนคนไทย จะไปเดินห้างแล้วจะไปซื้อน้ําปลา ๑ ขวด น้ํามันพืชนี่ต้องเข้าคิวนะครับ ตอนนี้ ต้องหนีบผัวหนีบเมียไปด้วยนะครับจะไปซื้อน้ํามันพืชเพราะมันได้คนละขวด หนีบลูกไปด้วย เอาคนใช้ ใครมีคนใช้ก็เอาคนใช้ไปด้วย บางทีจ้างรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ๑๕ บาท เพื่อไปหิ้วแค่นี้ ตรุษจีนนี่สับสนอลหม่านหมด ไม่มีน้ํามันจะทอด จะจับจะจ่ายครับ น้ําตาลครับ ท่านรัฐมนตรี ในห้างติดราคา ๒๕ บาท แต่นี่โชห่วย ในตลาดสดทั่วไปที่ชาวบ้านชอบจ่าย มัน ๒๙ บาท ๑ กิโลกรัมครับ สีแดงครับไม่ใช่สีขาว นี่ละครับ นี่คือความล้มเหลวในการ ไม่บริหารจัดการเรื่องสินค้าราคาเกษตร สินค้าต่าง ๆ นี่บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปครับท่านประธาน ในห้างตั้งไว้ ๕๗ บาท
ท่านใช้เวลาไป ๗ นาทีกว่า แล้วครับ
ในห้างตั้ง ๕๗ บาท แต่ที่ตลาดมันขาย ซองละ ๖.๕๐ บาท ถ้าแกะออกมาขายย่อย เพราะฉะนั้นแทนที่คนจนจะได้ประโยชน์ กลับต้องเสียประโยชน์ครับ ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นผมจึงนําเรียนท่านประธานผ่านไป ทางท่านรัฐมนตรีว่าตลอดระยะเวลาที่ช่วงนี้การบริหารจัดการของประเทศที่ล้มเหลว ชายแดนก็เดือดร้อน พี่น้องก็อพยพหนีภัยสงคราม ในประเทศก็เดือดร้อนข้าวยากหมากแพง ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง สินค้าเถื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง มันเป็นลูกโซ่ที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงสภาพ ความล้มเหลวในการบริหารจัดการ คําถามที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมจะถามทางรัฐมนตรี ปกติต้องถามนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ไม่รู้ไปไหน จะได้ถามกันให้เต็มที่ ในฐานะบริหารจัดการล้มเหลว เพราะท่านรัฐมนตรีตอบผมมาเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ตอบเรื่องปุ๋ย ปุ๋ยก็แพงอีก ตอบเรื่องยาว่าจะถูกก็แพงอีก มันสวนทางกันหมดครับท่านรัฐมนตรี ท่านตอบว่าถูกแต่ตลาดมันแพงครับ ท่านสั่งไปมันไม่ทําครับ มันหัวเราะเอิ้ก ๆ เลยครับ สั่งได้อย่างไร ผมซื้อมาแค่นี้ ไม่ได้ก็ไม่ต้องเอา ผมก็ต้องครับผม คําถามที่ ๑ ครับท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ท่านจะมีนโยบายจัดการราคาสินค้าควบคุมที่มีผลกระทบกับค่าครอง ชีพของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ท่านไว้อย่างไรครับ
ท่านใช้เวลาไป ๘ นาที ๔๔ วินาทีนะครับ
สภายินดีต้อนรับอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนวัดเนินพิชัย จังหวัดสงขลา ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้สภากําลังดําเนินการซักถามกระทู้ถามสด ซึ่งสมาชิกกําลังถาม รัฐบาลอยู่นะครับ เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ในส่วนที่ท่าน ได้มีความห่วงใยกับพี่น้องประชาชน ก็รวมถึงเกษตรกรด้วยนะคะ ซึ่งท่านก็ถามมาตลอด อย่างในเรื่องของสินค้าเกษตรที่ท่านดูแลในพื้นที่ มีความห่วงใยแทนเกษตรกร ก็ต้องเรียน ตามตรงนะคะว่าเรื่องของราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์เรามีเรื่องของการกําหนดราคา สินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ. อย่างที่ทุกคนทราบนะคะว่าเรามี พ.ร.บ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ มีสินค้าควบคุม แต่สินค้าควบคุมก็ถือว่าเป็นการกําหนดเนื้อที่ที่จะใช้มาตรการทางกฎหมาย เช่น เรื่องของการแจ้งปริมาณสถานที่เก็บ การแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาเพื่อทราบนะคะ เพื่อทราบ การแจ้งการขนย้าย ส่วนในการควบคุมราคา เรามีเพียง ๑ รายการเท่านั้น ก็คือน้ําตาลทราย ซึ่งตรงนี้เรื่องของการเปลี่ยนแปลงราคามันเป็นส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ เราขอความร่วมมือ มันเป็นมาตรการทางบริหารในการขอความร่วมมือให้แจ้งการ เปลี่ยนแปลงราคาสินค้า แล้วเราก็จะพิจารณาให้เหมาะสม เพื่อที่จะให้มีการบริหารจัดการ แล้วก็จําหน่ายไป ซึ่งสิ่งที่ท่านพูดถึงสินค้าว่ามันแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ํามันเราก็ต้องยอมรับ ว่ามันขาดแคลน คือพูดตรง ๆ สินค้าเกษตรทั้งระบบวันนี้ มันเกิดจากปัญหาหลัก ๆ ก็คือ เรื่องของภาวะโลกร้อน มันเกิดการแห้งแล้ง รวมถึงประเทศไทยเราเจอน้ําท่วมเข้าไปอีกนะคะ ก็เจอปัญหาซ้ําซ้อนเข้าไป ศัตรูพืชอีก อย่างกะทิที่ท่านพูดถึงการเช่นกันนะคะ มะพร้าวก็เจอ ศัตรูพืชก็มา ผลผลิตลดลงทุกประเภทจากที่คาดการณ์ไว้ ไม่ว่าจะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือสํานักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ ก็คือผลผลิตที่คาดการณ์ไว้มันลดลงหมดเลยทุกประเภท แน่นอนมันกระทบราคาแน่นอน ผลผลิตลด แต่เกษตรกรมีผลผลิตที่ออกมาได้ราคาสูงขึ้น แต่แน่นอนตรงนี้กระทบผู้บริโภคแน่นอน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาดูว่าสิ่งที่พูด ไม่ว่าจะเป็น ท่านพูดถึงเรื่องของปีที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่าเราตรึงราคาสินค้าไว้ค่อนข้างนาน จากปี ๒๕๕๑ ที่เข้ามารับภาระจนถึงปี ๒๕๕๒ นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ก็พยายามที่จะทําเต็มที่ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ ท่านก็สั่งการแล้วก็ให้นโยบายชัดเจนว่าต้องดูแล พี่น้องประชาชนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของค่าครองชีพ โดยเฉพาะเรื่องราคา สินค้าเราก็ตรึงมาตลอดแล้วก็ขอความร่วมมือ แต่ถ้าอะไรที่มันไปพูดกันตรง ๆ ว่าเราไป บิดเบือนมากก็จะทําให้เกิดภาวะอย่างเช่น น้ํามันปาล์มที่เห็น เพราะฉะนั้นตรงนี้เนื่องจากเรา คิดถึงประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว นโยบายรัฐบาล แล้วสิ่งที่ราคาที่ท่านพูด อย่างเช่น กะปิ ท่านพูดว่าราคาเดิมมันเท่านี้ ๆ แต่ว่าปัจจุบันเท่านี้ ท่านก็น่าจะระบุนิดหนึ่งว่ามันช่วงไหน อย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของราคาอย่างที่บอกนะคะว่า เราพยายามดูแลเต็มที่ แต่ท่านต้องเข้าใจว่าการค้า วันนี้มีทั้งค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ ซึ่งโอเคเป็นราคาที่ กระทรวงพาณิชย์เราสามารถควบคุมได้ ขอความร่วมมือได้ดี ราคาก็ตรงตามที่เราแนะนํา แต่ว่าในส่วนของยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ซึ่งอยู่ตามตลาดส่ง เราต้องยอมรับแม่ค้าแม่ขายตามตลาดสด ไม่ใช่ดิฉันไม่เดินนะคะ ดิฉันเดิน เพียงแต่ว่าในสิ่งที่หลาย ๆ ท่านพูดนี่ดิฉันเข้าใจได้ว่า มองเหมือนว่าเราดูแต่ห้าง ไม่ดูตลาดสด เรามีส่วนที่เราดูแลกํากับ เราดูแลอยู่แล้วในส่วนนี้ แล้วก็ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว นี่นะคะมันเป็นการค้าขายแบบปกติ การค้าขายวันนี้ไม่ใช่มีเฉพาะค้าปลีก มียี่ปั๊ว ซาปั๊ว ไปถึงแม่ค้าระดับที่อยู่ในตามตลาดสดด้วย ตรงนี้มันเป็นช่องทางปกติ ซึ่งการขายปลีก แน่นอนว่าคนขายก็ต้องมีกําไร จะไปขายราคาตามห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ซึ่งขายเป็นปริมาณเยอะ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ ในเรื่องของช่องทางของผู้ประกอบการมันก็ต้องมีช่องทางที่ให้เขา ประกอบธุรกิจไปได้ เพราะฉะนั้นมันก็อาจจะต้องมีกําไร ซึ่งตรงนั้นเป็นขายปลีก ขายในปริมาณ ที่น้อย เพราะฉะนั้นการบวกกําไรไปบ้างมันก็เป็นเรื่องของทางการค้าในช่องทางปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กระทรวงพาณิชย์เราก็มีหน่วยตรวจติดตาม แล้วก็ตรวจสอบอยู่แล้วในเรื่องของราคา ที่ท่านไม่ได้รับทราบหรือไม่เป็นข่าว ก็คือสิ่งที่เราตรวจจับ ขายเกินราคาเราก็จับ เราก็ปรับ แต่ท่านก็ต้องเข้าใจถ้ามันออกข่าวมาก ๆ ก็โดนโจมตีอีกว่าเขาเป็นแม่ค้าแม่ขายหาเช้ากินค่ํา ไปเที่ยวตรวจจับ นั่นก็คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เราก็ไม่อยากทํา แต่ก็มีสิ่งที่เราได้รับการ ร้องเรียน เพราะฉะนั้นเราก็พยายามทําให้มันสมดุลที่สุด ช่องทางปกติช่องทางที่เป็นส่วนที่ ผู้ประกอบการยี่ปั๊ว ซาปั๊ว แม่ค้าต้องมี เราก็มีความจําเป็นที่จะต้องให้เขามีรายได้ที่เกิดขึ้น จากการค้าขายด้วยเช่นกันนะคะ ก็อยากจะกราบเรียนว่าเราก็พยายามดูทุกอย่าง อย่างสินค้าเกษตร ท่านก็อยากให้ได้ราคา ท่านก็มาพูดในสภาตลอดนะคะอยากให้กระเทียม หอมแดง เราเข้าใจ ลําไยอย่างนี้นะคะ คือเราก็พยายามทําให้ได้ราคา แต่นี่นะคะกระเทียม มันก็เป็นต้นทุน เป็นวัตถุดิบที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรืออะไรก็เอามาใช้ ประกอบธุรกิจ มันสูง ราคาปลายทางมันก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งมันเป็นต้นทางมันมาแบบนี้ ต้นทางขึ้น ปลายทางไม่ได้ แม่ค้าปลายทางก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ ก็พยายามทําให้มันมีความสมดุลแล้วก็เป็นธรรมกับทุกฝ่ายนะคะ แต่ขอเรียนย้ําว่าเราก็ได้รับ นโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีกําชับหนักหนาเรื่องนี้ให้ดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่อง ราคาสินค้า ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ค่ะ
ทางรัฐบาลใช้เวลาไป ๖ นาที ๒๖ วินาทีครับ เชิญท่านสถาพรมีเวลา ๑ นาที กับ ๑๖ วินาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดลําพูน ซึ่งผมเองนั้นต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการ การควบคุมราคาสินค้า ท่านรัฐมนตรียังไม่เข้าใจ ประเด็นปัญหาก็คือว่าขณะนี้รัฐบาล ได้พึ่งพาเฉพาะห้างสโตร์ (Store) ใหญ่ ๆ ทําไมกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการ ไม่โชว์ (Show) วิสัยทัศน์ เอาสินค้าไปปล่อยให้กับร้านค้าชุมชน สหกรณ์ น้ํามันพืชอย่างนี้ ท่านประธานครับ เอาไปให้สหกรณ์พวกผมบ้าง ประกาศเลยว่าสหกรณ์แต่ละสหกรณ์ มีโควตาเท่าไร จะไปผสมน้ํามัน บี ๓ เท่าไร หรือวันนี้ถ้าราษฎรเดือดร้อน บี ๓ บี ๖ (B6) ก็ไม่ต้องแล้ว บี ๕ ก็ไหลเอามาใช้ตรงนี้ มันเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านประธาน ผมกล่าวหาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ว่าฤทธิ์เดชของน้ํามันปาล์ม เอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ มันจะได้เห็นกันว่าเงินตกใส่กระเป๋าใครในพรรคการเมืองพวกเรานี่ละ มันต้องให้ร้านค้า ชุมชนซึ่งมีทุกหมู่บ้าน สหกรณ์มารับจากกระทรวงพานิชย์ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ ขนไปให้เขา ธงฟ้าของท่านมันเป็นการจัดมหกรรมคอนเสิร์ต (Concert)
เวลาจะหมดแล้วครับ ท่านไม่ถามหรือครับ
เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมถามว่าท่านจะดําเนินการมาตรการเยียวยาให้ราคาสินค้าถูกลงเพื่อส่งตรงถึงพี่น้อง ประชาชนชนบทและรากหญ้าอย่างไรครับ คําถามที่ ๒ ครับ
หมดเวลาของท่านแล้ว นะครับ ต่อไปรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านสถาพร มณีรัตน์ เรื่องที่เมื่อสักครู่ท่านแนะนํา จริง ๆ ก็เป็น สิ่งที่เราก็คิดเช่นกัน แต่ในการบริหารจัดการเรามองว่าที่ห้างค้าปลีก ค้าส่ง เป็นตัวเสริม ช่วยเราเนื่องจากว่ามันมีระบบการบริหารจัดการที่กระจายได้ทั่วถึง วันนี้เราต้องยอมรับว่าค้าปลีก ค้าส่ง มีแทบทุกพื้นที่ แล้วการบริหารจัดการมันรวดเร็วแล้วก็สะดวก ในส่วนของสหกรณ์ หรืออะไรก็ตามมันก็เป็นแนวทางที่ทางนโยบายของขวัญ ๙ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ มอบให้ประชาวิวัฒน์ ก็มีเรื่องของการให้สหกรณ์เข้ามาช่วยกระจาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คือท่านก็ต้องเข้าใจ ไม่ใช่ดิฉันไม่เข้าใจเรื่องของการบริหารจัดการราคาสินค้า ท่านต้องเข้าใจ เรื่องเชิงการค้าด้วยในส่วนที่บอกว่าให้สหกรณ์ มันมีเรื่องของระบบบัญชี เรื่องของสินค้า ที่เข้าสู่ระบบ อย่างค้าปลีก ค้าส่ง เข้าห้าง ผู้ประกอบการคือตัวใหญ่ ตัวจักรสําคัญ เรื่องของบัญชี ที่จะต้องชําระ เรื่องของเงินที่จะต้องกลับมา อันนี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบการก็ต้องยอมรับว่า เป็นผู้ที่กําหนดนะคะว่าเขาจะไปลงสู่สหกรณ์ แล้วการบริหารจัดการซึ่งตรงนี้ถือว่าการดําเนินการนี้อาจจะยังไม่มี แต่ก็เป็นแนวทางที่ดีที่ ท่านสถาพรได้พูดถึง แล้วทางรัฐบาลเราก็ดูอยู่ว่าเรื่องของสหกรณ์นี้จะช่วยกระจาย อย่างเช่น เรื่องของวัตถุดิบที่จะทําให้ลดลง โดยมีตัวเลือกเข้ามาก็คือเอาสหกรณ์นี้มาเป็นส่วนที่ช่วย กระจาย รวบรวมกันเพื่อจะซื้อวัตถุดิบได้ถูกลง อย่างเรื่องของอาหารสัตว์อย่างนี้นะคะ ก็คือเป็นแนวทางที่ทางรัฐบาลมีนโยบายทําอยู่แล้วนะคะว่าจะทําแบบนี้ ๆ เช่นกัน ส่วนเรื่อง การขายนี้มันก็เป็นช่องทางอย่างที่บอกนะคะว่าธุรกิจนี้มันก็เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเขาก็ต้องมี ความมั่นใจในการทําการค้า เรื่องระบบการเงิน เรื่องบัญชีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เข้าใจ ทุก ๆ ฝ่าย แต่ในส่วนนี้เราก็พยายามที่จะทําให้มันเรียกว่าตรงตามโจทย์มากที่สุด แล้วที่ท่านแนะนํา ดิฉันเห็นด้วยว่าให้สหกรณ์หรืออะไรเข้าไปดูแลบางส่วน แบ่งช่องทางกันไปเลยเพื่อที่จะได้ลด ภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งวันนี้เราจะมีการหารือกับผู้ประกอบการตอนบ่าย ก็คงจะนําแนวทางที่ จริง ๆ ก็ต้องบอกว่าเราก็มีตัวนี้อยู่เช่นกัน แล้วท่านยิ่งเสริมนี่ดิฉันยิ่งเห็นด้วยนะคะในส่วนนี้ แล้วก็ให้ผู้ประกอบการรับทราบ แล้วก็ให้ไปคิดกันว่าเราจะบริหารจัดการในส่วนนี้ช่วยเหลือ รายย่อย ๆ ได้อย่างไร อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณท่านสถาพรที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ไม่แพ้กับรัฐบาลที่ต้องดูแลเช่นกัน ท่านเป็น ส.ส. พวกเราในสภาก็เป็น ส.ส. ห่วงใยเช่นกัน เราไม่อยากให้เกิดปัญหาในเรื่องของราคาสินค้าแพง แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาเราก็ต้องยอมรับว่า เราควบคุมราคาไม่ดี ปัญหาของเรื่องเงินเฟ้อก็อยู่ในกรอบที่ไม่ถึงเป้าตามที่สํานักงานต่าง ๆ ได้วิเคราะห์ไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทุกอย่างเราพยายามดูแลให้มันเป็นธรรมแล้วก็สมดุล มากที่สุด อย่างไรก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นะคะในส่วนที่ท่านห่วงใย ก็อยากจะเรียนว่า ดิฉันพยายามที่จะทําให้เต็มที่ แล้วก็ดูแล ไม่ว่าตลาดค้าปลีกหรือว่าค้าส่ง ตลาดสด ดิฉันก็เดินแต่บางทีอาจจะยังไม่เห็นกัน ต้องขอประทานโทษด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ก็หมดเวลา
ท่านประธานครับ ขอสัก ๓๐ วินาที เถอะครับ
ไม่ได้ครับ เพราะว่า เดี๋ยวการถ่ายทอดกระทู้ถามที่ ๓ เขาไม่ได้ถ่ายทอดเหมือนท่าน
ผมฝากประเด็นเดียวครับ ไม่ได้ถามครับ ขอฝากนิดเดียวครับ
ให้ครึ่งนาทีครับ
ขอให้ท่านรัฐมนตรี ซึ่งห้วงเวลานี้ เป็นห้วงเวลาที่เกษตรกรจะใช้ปุ๋ย ใช้ยา ข้าวนาปรังนาดอนทางภาคเหนือ พริกสด ขายไม่ออก เพราะว่าเกษตรกรส่งทางยุโรปไม่ได้ ทําให้สินค้ากระจุกตัว แล้วก็ไม่มีพ่อค้าครับ วันนี้ไม่รู้ว่า พ่อค้ารายย่อย รายใหญ่ รายเล็กด้านสินค้าเกษตร ไม่ลงพื้นที่เลยครับ มันหายไปไหนไม่รู้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยกระตุ้นเตือนว่าให้เขาช่วยไปรับซื้อสินค้าเกษตร โดยเฉพาะพริก แล้วก็ปุ๋ยที่ใส่ข้าวนาปรังนี้นะครับอย่าให้ขึ้นราคา วันนี้จะเตรียมขึ้นอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมไม่มีอะไรกับท่านรัฐมนตรีหรอก แต่นี่ของจริงครับ มันเตรียมขึ้นอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ท่านช่วยตรวจสต็อก ปุ๋ย ยาอะไรพวกนี้ เพื่อเตรียมพร้อมให้เกษตรกรของพวกเราได้สบายอกสบายใจว่ารัฐมนตรีได้สั่งกําชับ เราก็จะ เอาคําสั่งของรัฐมนตรีนี้ไปยักกับพวกผู้ประกอบการที่อ้างอยู่ตลอดเวลา หลังร้านครับ ท่านรัฐมนตรี หน้าร้านติดป้ายหนึ่ง หลังร้านอีกป้ายหนึ่ง กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เป็นอันจบ กระทู้ถามสดที่ ๒ ครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๙ ส. เรื่องสินค้าอุปโภคและบริโภคราคาแพง รายได้ของประชาชนไม่พอรายจ่าย (นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
เชิญเจ้าของกระทู้ถาม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องที่หนักมากที่กระทู้ถามของ ส.ส. ในสภา ๒ ท่านก่อนหน้าผมก็เรื่องของสินค้าราคาแพง ปากท้องพี่น้องประชาชนนี้ได้รับผลกระทบ เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องมาต่อว่ารัฐบาลนี้ว่าการบริหารจัดการ ของรัฐบาลนี้ล้มเหลว สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่การขึ้นเงินเดือน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ประกาศขึ้นเงินเดือน พอขึ้นเงินเดือนทุกครั้ง สินค้าอุปโภคบริโภค ขึ้นราคาไปหมด เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอราคาต่าง ๆ ของสินค้ากะปิ น้ําปลา น้ํามันพืช ซึ่งผมเองก็ได้ไป ตรวจสอบในตลาดนะครับ สินค้าทุกอย่างขึ้นราคาหมด อันนั้นไม่ว่ากัน แต่ผมได้วิเคราะห์ ต่อไปว่าเหตุใดสินค้าเหล่านี้จึงได้ขึ้นราคา ประชาชนผู้มีรายได้น้อย คนจน ประชาชนที่ไม่มี เงินเดือนประจํา ผู้สูงอายุ คนชรา คนพิการ หาเช้าไม่พอกินค่ําละครับ รายได้ไม่พอรายจ่าย แม้กระทั่งข้าราชการ หรือ อบต.ที่ได้ขึ้นเงินเดือนไป ล้วนลําบากยากเข็ญทั้งนั้นครับ ท่านประธาน ผมเองเป็นห่วงที่สุดคือชาวนา เกษตรกรกว่า ๓๐ ล้านคน มีรายรับอะไรเพิ่มขึ้น หรือไม่ รัฐบาลนี้เคยให้อะไรเขาหรือไม่ มันไม่มีเลย ประชาชนเหล่านี้เดือดร้อน แล้วรัฐบาล จะดูแลเขาอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นมันยิ่งกว่าสภาวะสงคราม รัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องน้ํามันท่านประธาน นี่ครับ ผมไปดูน้ํามันในตลาด ไปตามหิ้งนะครับ อันนี้ที่ร้านท็อปส์ (Tops) ในหิ้งนี่เขาขายให้ ๑ ขวด แต่บนหิ้งไม่มีน้ํามันเลย แม้กระทั่งในเทสโก้โลตัส (Tesco Lotus) ผมไปถ่ายภาพมา น้ํามันปาล์มก็ไม่มีแม้แต่ขวดเดียว จะให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อใช้ แม้กระทั่งน้ํามันถั่วเหลืองก็ไม่มีครับท่านประธาน นอกจากนั้นจะมีก็น้ํามันที่นําเข้าจาก ต่างประเทศ ลิตรหนึ่ง ๑๒๐ กว่าบาท พี่น้องประชาชนเดือดร้อนนะครับ ท่านรัฐมนตรี ควรที่จะลงไปเดินในตลาดด้วยตัวเองนะครับ ทีนี้ผมก็มาดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ปรากฏว่าธนาคารแห่งประเทศไทยครับ ท่านยอมรับว่าเงินเฟ้อพุ่งเกินคาด โดยการสัมภาษณ์ ของนางอัจนา ไวความดี ท่านรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ท่านบอกชัดเจนว่าปีนี้ นโยบายการเงินของประเทศ บาทแข็ง เงินเฟ้อพุ่ง ทุนนอกทะลัก อันนี้คือท่านยอมรับเลย ครับ แล้วก็จากการวิเคราะห์ของท่าน ท่านบอกว่าอาหารสําเร็จรูป น้ํามันปาล์ม และกะปิ ปรับเพิ่มสูงกว่าที่คาดไว้ ทําให้ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดปรับเพิ่มขึ้น แต่ที่น่าสนใจที่สุดครับ ท่านบอกว่าแรงกดดันทางด้านราคาที่ทําให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ก็มีอาหาร พลังงาน รวมไปถึง การปรับขึ้นเงินเดือนลูกจ้างของภาครัฐ และการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา อันนี้ชัดเจนว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ล้มเลว เพราะการปรับขึ้นของท่านทําให้อัตราเงินเฟ้อมันสูง เขาได้วิเคราะห์ ต่อครับ ผมดูว่าธนาคารแห่งประเทศไทยวิเคราะห์ต่อไปอย่างไร ขออนุญาตท่านประธาน เงินเฟ้อทะยานพุ่ง เศรษฐกิจระส่ํา แบงก์ชาติจับตาราคาสินค้าแพง ท่านประธานครับ สินค้าหมวดอาหารและเครื่องประกอบอาหารราคาสูงขึ้นมาก แล้วท่านก็บอกว่าท่านไป ตรวจสอบราคาข้าวแกง มันไม่เพิ่มขึ้น ก๋วยเตี๋ยวมันไม่เพิ่มขึ้น ก๋วยเตี๋ยวก็ไม่เพิ่มขึ้นนะครับ ปกติแล้วจะต้องเพิ่มขึ้นจานละ ๕ บาท ก๋วยเตี๋ยวนี้ชามละ ๒ บาท ก็สุดแล้วแต่ ท่านไปวิเคราะห์ ไปติดตามมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือว่าราคาเท่าเดิมแต่เขาตักน้อยลง ท่านประธาน เขาตักให้น้อยลงครับ อย่างไอศกรีมเคยขาย ๒ ลูก ๑๐ บาท วันนี้ถ้าเด็กไปซื้อ ขายลูกเดียว ๑๐ บาท อันนี้เป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะคาดคิดไม่ถึง เขาตักหรือให้น้อยลง ลูกชิ้นเคยให้ ๕ ลูก วันนี้ให้ ๒ ลูก อะไรทํานองนี้ครับ ก็อยากจะฝากไว้ นอกจากนั้นแล้วเขาบอกว่าในที่สุดหากปล่อยให้เงินเฟ้อขึ้นมาก ประชาชนที่ได้ค่าจ้าง แรงงานเพิ่มขึ้น ข้าราชการที่ได้เงินเดือนขึ้น ก็จะไม่ได้ประโยชน์เพราะค่าจ้างเงินเดือน ที่เพิ่มสูงขึ้นไม่ทันกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะถามท่านประธาน ถามท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่มาตอบแทนนะครับว่า ท่านยอมรับความผิดพลาดของท่านในการขึ้นเงินเดือนจนก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือไม่นะครับ จะแก้ปัญหาให้คนจนและผู้มีรายได้น้อยได้อย่างไร วันนี้วิถีชีวิตของคนไทยมันเปลี่ยนไปแล้วครับท่านประธาน ในมือผมนี่ครับผมไปถ่ายมา ชาวบ้านอยากจะกินน้ํามันกับซีอิ๊วหรือน้ํามันกับไข่ ที่อยู่ในถุงนี้นะครับท่านประธาน ต้องใช้วิธีซื้อเบอร์ครับ เบอร์ละ ๒๐ บาท ๓ เบอร์ ๕๐ บาท แล้วก็จับรางวัล จับฉลากกัน เพื่อจะได้กินไข่ กินน้ํามัน กินซีอิ๊ว ผมไม่รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยไปดูไหม ท่านรัฐมนตรี เคยไปเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ไหม วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป แล้วนายกรัฐมนตรีจะแก้ อย่างไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะแก้อย่างไร อันนี้คือคําถามแรกครับ ขอบคุณครับ
ใช้เวลาไป ๖ นาที ๓๗ วินาทีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ในความห่วงใยถึงเรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภคนะคะ แล้วก็รายได้ประชาชนก็ไม่พอกับ รายจ่าย ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนนะคะ จริง ๆ กระทู้ถามนี่จะเชื่อมโยงเลยนะคะ วันนี้ที่ตอบนี่ก็ในเรื่องของราคาสินค้านะคะ อย่างที่ท่านก็คงทราบดีว่าในเรื่องของระบบ การค้า มันก็แบ่งเป็นต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา ถ้าต้นน้ํานี่โดยเฉพาะพวกเรา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านก็อยากจะให้ต้นน้ํา ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรได้ผลผลิต ที่มีราคาดี มันมากระทบแน่นอนถึงปลายน้ําคือผู้บริโภค ตรงนั้นดี แต่ถ้าตรงนี้ได้ราคาสูง วัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรที่ออกมาได้ราคาสูงพวกเราก็ยินดีนะคะ เกษตรกรได้รับราคาสูง จากผลผลิตที่เกิดขึ้น ในขณะที่วันนี้มันก็มากระทบถึงผู้บริโภคด้วย ฉะนั้นตรงนี้มันเป็นโจทย์ ที่พูดง่าย ๆ ว่าก็ต้องตอบให้ได้ แล้วก็ต้องพยายามทําอย่างไรให้มีความเท่าเทียมกันนะคะ เพราะฉะนั้นเกษตรกรเราก็อยากให้ดี แต่ผู้บริโภคเราก็อยากให้ใช้จ่ายน้อย ๆ มันก็อย่างที่ บอกนะคะว่าค่อนข้างจะบริหารจัดการ ก็ต้องให้มีแนวทางที่เป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่ายนะคะ
ในส่วนที่ท่านพูดถึงการเพิ่มเงินเดือน เรื่องของผู้มีรายได้น้อยนี่นะคะ ก็ต้องเรียนว่านโยบายรัฐบาลก็อยากที่จะดูแลประชาชนทุก ๆ กลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มี รายได้น้อย ก็ต้องยอมรับว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้มีการแถลงนโยบายในการที่จะให้ พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยได้รับความเป็นธรรม ในเรื่องของการค้าขาย เรื่องของระบบ นอกระบบต่าง ๆ ที่มีขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ผู้มีรายได้น้อย เหล่านี้ให้ยืนอยู่ได้ แล้วก็มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดํารงชีวิตนะคะ แม้กระทั่งการเพิ่ม เงินเดือนให้ทั้งระบบนี่นะคะ ท่านก็พยายามที่จะให้เห็นว่าการเพิ่มเงินเดือน จริง ๆ ไม่ได้ ขึ้นมานานนะคะ หลายปีมากเลย แล้วก็ตรงนี้ก็เป็นแนวทางที่ท่านมองเห็นว่ามันก็ถึงเวลา วันนี้เศรษฐกิจโลกมันมีการพัฒนา แล้วก็ในเรื่องของเงินเฟ้อ เรื่องของสินค้า เรื่องของน้ํามัน จริง ๆ ต้องถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ๆ เลยที่ทําให้สินค้าทุก ๆ ประเภทมันปรับตัวขึ้น เพราะฉะนั้นสินค้าหลายประเภทเลยมันอิงอยู่กับราคาน้ํามัน วันนี้เกือบจะ ๑๐๐ เหรียญ เข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเป็นต้นทุนจริง ๆ เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นต้นทุนที่มาจาก ภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งเราไม่สามารถไปควบคุมตรงนั้นได้ เพียงแต่ว่าเราก็ต้องมาดูในส่วนที่ มันเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้วนํามาบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ แล้วก็ให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด อันนี้ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องปุ๋ยนี่นะคะ ที่เมื่อสักครู่ ท่านสถาพร ขออภัยที่เอ่ยถึงนะคะ ว่าในส่วนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับราคาน้ํามันเป็นหลัก โดยเฉพาะ ปุ๋ยยูเรียซึ่งพี่น้องเกษตรกรเรานี่ต้องนํามาใช้ในการผลิต แล้วก็ใช้ในปริมาณที่เยอะ มันมีราคา ตามตัวน้ํามันที่มันขึ้นจริง ๆ อย่างที่ท่านบอกว่าได้ยินมาว่าจะปรับราคา ก็ต้องเรียนตามตรงว่ามีการขอปรับนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกระทรวงยังไม่ได้พิจารณานะคะเรากําลังดูอยู่ว่าการขึ้นของน้ํามัน ต้องดูแนวโน้ม พิจารณารอบด้านก่อนนะคะว่าก่อนที่จะพิจารณาว่าจะมีการให้ปรับหรือไม่ อย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอเรียนว่าเราก็ต้องดูให้มันเป็นธรรมแล้วก็เหมาะสมไปตามกลไก ของภาวะตลาดและของโลกไม่ให้บิดเบือน วันนี้หลายอย่างเราอาจจะไปตรึงราคานาน เราก็คงเห็นอยู่นะคะว่า อย่างน้ํามันปาล์ม ยกตัวอย่าง ทําให้มันเกิดการขาดแคลนเพราะว่า เรื่องราคาไม่ได้ เพราะเราไม่มีกองทุนดูแล ในขณะที่มันไหลไปในส่วนที่มีกองทุนดูแล ไปในพลังงานทดแทน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ทําให้ผู้บริโภคเดือดร้อน ตรงนี้ก็คือแนวทางหนึ่ง ที่เราจะต้องพยายามที่จะดูแลให้มันเป็นธรรม ก็อยากจะขอเรียนว่าในส่วนของผู้มีรายได้น้อย อย่างที่เมื่อกี้นี้ได้เรียนนะคะว่ารัฐบาลก็มีแนวทางที่จะดูแลผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้วในเรื่องของ การดํารงชีพ เป็นอาชีพนะคะ ให้ลดภาระค่าใช้จ่าย อย่างเช่น หาบเร่แผงลอยก็มีการกําหนด แล้วก็ให้อยู่ในโซน (Zone) ที่กําหนดแล้วก็เป็นโซนที่ผ่อนผันอย่างนี้ ตัวที่เคยจ่ายนอกระบบ ก็ไม่ต้องไปควักกระเป๋าเพื่อที่จะไปจ่าย ตรงนี้ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลก็พยายามที่จะดูแล ผู้ที่มีรายได้น้อยทุก ๆ พื้นที่ให้เท่าเทียมกัน ก็อยากจะเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็กําชับ แล้วท่านก็มีความตั้งใจจริง รัฐบาลก็พยายามทําในสิ่งที่มันเป็นปัญหาในขณะนี้ แล้วก็พยายามแก้ไข เรื่องราคาสินค้า ก็ต้องกราบเรียนว่ามันเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกจริง ๆ ในส่วนที่มันเกิดขึ้น แต่เราก็พยายามให้มันเหมาะสมไปตามเรื่องของราคา อย่างราคาอาหาร อย่างที่ท่านพูดนะคะ กระทรวงเราก็พยายามที่จะขอเมนู (Menu) ทางเลือก เรามีร้านอาหาร ธงฟ้าซึ่งเข้าร่วมกับเรา ๖,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ ก็มีขายที่ ๒๕ บาท ปริมาณก็คือ เป็นส่วนที่เราบอกว่าปริมาณร้านอาหารธงฟ้า ก็คืออย่าลดลงไปควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่เคยขาย อยู่ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกให้ประชาชนนะคะใครที่มีกําลังก็อาจจะซื้อเพิ่มมากกว่านั้น แต่ในส่วนของทางเลือกเราก็มีให้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างที่เรียนนะคะว่ามีอาหารที่เข้าร่วม ร้านอาหารธงฟ้า ตามตลาดสดก็มี ในห้างก็มี อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเรียนชี้แจงว่า เราก็พยายามหาหลาย ๆ ช่องทางที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยที่เราตรึงราคามานาน ปัจจุบันก็ยังไม่ถึงกับหมดเขต คือเรากําหนดไว้ถึงเดือนมีนาคม และหลังเดือนมีนาคมนี่นะคะอันไหนที่มันไม่ไหวจริง ๆ เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับ ผู้ประกอบการด้วย ตัวอย่างก็คือจะเห็นได้ว่าน้ํามันปาล์มมันก็หายไปจากระบบ เพราะต้องยอมรับว่าอันนั้นมันมีคนดีและคนไม่ดีรวมอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เราบริหาร จัดการก็คือเราก็ตรวจสอบ จับ ใครกักตุน เราก็ดําเนินคดีตามกฎหมายอย่างที่ท่านจะเห็น เป็นข่าวอยู่นะคะที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในส่วนของเรื่องของต้นทุนก็เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่เรา จะต้องช่วยดูแลผู้มีรายได้น้อย เรื่องราคาสินค้าก็พยายามทําอย่างเต็มที่นะคะ แต่เรื่องการตรึงราคาถึงเดือนมีนาคม ส่วนแนวโน้มเรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ประกอบการในเชิงการค้าก็มีคู่แข่งหลายราย ซึ่งตรงนี้เราก็จะมาหารือกัน ถ้าราคายังไม่ปรับขึ้น พอแบกรับไหว ก็ยังจะดูแลอยู่ให้เป็นราคาเท่าเดิม ส่วนที่ไม่ไหว ขึ้นกับเรื่องน้ํามันเป็นหลัก เราก็ต้องพิจารณาให้ทุก ๆ กลุ่มอยู่ได้ ไม่ว่าเกษตรกร ประชาชนผู้บริโภคแล้วก็ ผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องดูทั้ง ๓ กลุ่มให้มีความเท่าเทียมแล้วก็เสมอภาค และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายค่ะ
ท่านใช้เวลาไป ๗ นาที ๕๒ วินาที เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมฟัง ท่านรัฐมนตรีตอบแล้วไม่ได้แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนเลย โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาที่อยู่ในชนบท เขาคงไม่มีความสุขกับธงฟ้าของท่านนะครับ สินค้าทุกอย่าง ขึ้นราคาหมดในขณะที่รัฐบาลก็บอกว่าเศรษฐกิจดี จีดีพี (GDP) โตขึ้นแค่นั้นแค่นี้ ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างนั้น ประชาชนเขาเดือดร้อนกันมาก โดยเฉพาะตอนนี้ปัญหาคือ ธุรกิจกล้วยทอด กล้วยแขก ทอดปาท่องโก๋ เต้าหู้ เผือกทอด ไก่ทอด หมูทอด เขาอยู่ไม่ได้ครับ น้ํามันเขาต้องใช้ราคาก็แพง วันนี้เขาขายก็ไม่ได้เพราะเขาต้องลดปริมาณขายลง อย่างกล้วยทอด ผมเคยไปซื้อ ๑๐ บาท ๖ ชิ้น วันนี้ ๑๐ บาทเหลือ ๓ ชิ้น อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ ที่สําคัญที่สุดคือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว วันนี้ผลผลิตจะออกสู่ตลาด ในอีก ๒ เดือน จะขายข้าวได้ราคาหรือไม่ ในขณะที่ค่าเงินบาทช่วงนี้บางวันก็อ่อนค่า บางวันก็แข็งค่าขึ้น แล้วอะไรคือตัวการันตี (Guarantee) หรือประกันว่าผลผลิตจะทําให้ ชาวนาได้ชื่นใจขายข้าวได้ราคา ท่านประธาน ผมไปในตลาดครับ ข้าวเหนียว นี่ครับ ผมไปถ่ายทํามา ข้าวเหนียวในตลาดซึ่งคนพี่น้องภาคเหนือกับภาคอีสานซื้อกินกัน เดิมทีกระสอบละ ๙๐๐ บาท วันนี้ข้าวเหนียวขึ้นไปกระสอบละ ๑,๕๐๐ บาท ตกกิโลกรัมละ ๓๒ บาท ราคาเท่ากับข้าวหอมมะลิ แต่คนอีสาน คนเหนือ กินข้าวเหนียว หรือภาษาเหนือ เรียกว่า ข้าวนึ่ง เขาอยู่ไม่ได้ ในขณะที่เขาขายไปได้ราคาเท่าไร ผมอยากจะถามรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์นะครับว่า ท่านบริหารจัดการข้าวอย่างไร พ่อค้าคนกลางร่ํารวย แต่พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรยากจน ชาวนายากจนขายข้าวไม่ได้ราคา ขอถามครับ ท่านประธาน
ท่านใช้ไป ๒ นาที ๖ วินาที เหลืออยู่ ๑ นาทีกว่า ๆ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน
ท่านรัฐมนตรีมีเวลา ๒ นาที กับ ๘ วินาทีนะครับ
ค่ะ เวลานิดเดียว ก็เอาเป็นสั้น ๆ เลยนะคะว่าเรื่องของราคาสินค้าทุกประเภทนะคะโดยเฉพาะสินค้าทางด้าน การเกษตร ก็ต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลก็มีนโยบายในการประกันรายได้เพื่อให้เกษตรกรได้รับ ราคาผลผลิตที่ทั่วถึงแล้วก็เป็นธรรมทุก ๆ ฝ่ายนะคะ ในส่วนนี้เราก็ต้องยอมรับว่า พอสินค้าเกษตรพี่น้องเกษตรกรได้ราคาดี ในมุมอีกมุมหนึ่งก็คือก็ต้องไปซื้อของที่ตัวเองผลิต กลับมารับประทานนี่แพง เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเห็นได้ชัดนะครับว่าเกษตรกรเราอยากให้ได้ ราคาดีแต่ว่าเวลาไปซื้อเองกลับราคาแพง เพราะฉะนั้นถ้าเราไปทําให้สินค้าเกษตรราคาตก ไม่ได้ตกต่ํา ราคาไม่ดี ก็จะมีปัญหาอีกว่าของที่ออกมา เป็นข้าวเหนียวหรือข้าวสารอะไรก็ตาม มันก็ต่ําไปด้วยก็โดนต่อว่าอีก เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า นโยบายรัฐบาล ได้ดูแลในเรื่องของราคาสินค้าอย่างที่บอกนะคะ แล้วก็ดูเรื่องของเกษตรกรโดยการนํา นโยบายประกันรายได้มาให้พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรได้รับความเป็นธรรม แล้วก็ได้ราคาจากผลผลิต โดยรัฐบาลจ่ายส่วนต่างในส่วนที่ถือว่าไม่ได้เป็นราคาที่เหมาะสม ตรงนั้นรัฐบาลก็เข้ามาดูแล เพราะฉะนั้นในแนวทางที่ท่านว่าจะทําอย่างไรให้ราคาข้าว มันแพง วันนี้ก็ต้องยอมรับว่าในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สําคัญของประเทศไทย การบริหารจัดการวันนี้ มันก็มีอย่างที่ท่านว่า พ่อค้าคนกลาง ผู้ส่งออกได้ประโยชน์ตรงนั้น เราก็ถึงพยายามดูที่ต้นทางนะคะว่าการขายไม่ใช่ไปกดราคา โดยเรามีราคาตลาดอ้างอิง เป็นราคาเกณฑ์ แล้วก็ประกันรายได้เท่าไร เพราะฉะนั้นซื้อต่ํากว่านั้นรัฐบาลก็รับผิดชอบไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่รัฐบาลดูแล ส่วนเรื่องของราคาน้ํามันที่ทําให้เป็นต้นทุน ของผู้ประกอบการแม่ค้า พ่อค้ารายย่อย ก็เข้าใจแล้วมันกระทบไปถึงเรื่องของสุขภาพอย่างที่ ท่าน ส.ส. ท่านชาดาได้พูดถึงเมื่อกี้นะคะ เราเห็นด้วยเช่นกันนะคะว่ามันทําให้เกิดการ นํามาใช้ซ้ําซากแล้วก็เกิดปัญหาในเรื่องสุขภาพ เพราะฉะนั้นตรงนี้อย่างที่บอกว่าน้ํามันวันนี้ มันขาดแคลนเราก็ต้องยอมรับ วันนี้ต้องขอเรียนว่าเดี๋ยวมีการประชุม เราอาจจะพูดถึงเรื่องนี้ ว่าทําอย่างไรไม่ให้ราคามันบิดเบือน พอบิดเบือน ของมันไม่มีเราก็พยายามควบคุมแล้วก็ ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง วันนี้ดิฉันให้รายงานทุก ๆ วันเรื่องของการเข้า การออกของน้ํามัน แล้วก็ในห้างปริมาณเท่าไร อย่างไร แล้วก็ยี่ปั้ว ซาปั้วที่นําไปขายข้างนอก อย่างที่เมื่อกี้ท่านสถาพรก็ได้พูดถึงว่ามีการไปขายหลังร้านหรืออะไร เราก็พยายามตรวจสอบ แล้วก็จับนะคะไม่ใช่ไม่จับ คืออันนี้ต้องเรียนตามตรงว่าเราทําทุกทางในการที่จะควบคุม แต่เนื่องจากปริมาณมันขาดจริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่ามันขาด ถึงได้มีการประชุมแล้วนําเข้า มาใหม่อีก ๑๒๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่ามันน่าจะคลี่คลายไปได้เมื่อมีการนําเข้ามา แม่ค้า พ่อค้ารายย่อยที่ซื้อ ก็จะได้น้ํามันปี๊บไปเป็นวัตถุดิบในการขายอาหาร ขายสินค้าที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ เดือนมีนาคมผลผลิตมันก็จะออกมา มันก็จะช่วยลดภาระเรื่องของการขาดแคลน ราคามันก็น่าจะเข้าสู่ระดับปกติ ต้องขอเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะคะว่า ในเรื่องของข้อเท็จจริงนี้อยากจะให้ได้เข้าใจตรงกันว่ามันเป็นภาวะที่เกิดการขาดแคลนจริง ๆ มันเป็นเรื่องดีมานด์ ซัพพลายจริง ๆ นะคะอันนี้ของมันน้อย ราคามันสูง มันเป็นหลักที่ เรียกว่าเป็นหลักที่เป็นข้อเท็จจริงจริง ๆ ที่มันเกิดขึ้น แต่เราก็พยายามไปหารสินค้าให้มี พอเพียงแล้วก็เท่าเทียมเพื่อที่จะได้ราคาที่เหมาะสม แล้วก็ผู้บริโภคคือประชาชนไม่เดือดร้อน มันเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ทํา แต่ว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ทําแล้วก็โดนติ โดนว่าเรื่องราคาแพง แล้วมันก็เป็นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจโลก
เกินเวลาไปมากแล้วครับ
อย่างไรก็ต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นท่านสุรพงษ์หรือท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่าน ที่มีความห่วงใยประชาชน ไม่แพ้กันนะคะ รัฐบาลก็ถือว่าเป็นรัฐบาลที่ต้องบริหารให้มี ประสิทธิภาพแล้วก็ประชาชนไม่เดือดร้อน ไม่ได้ไม่ทํานะคะ รัฐบาลก็ทํานะคะ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็กําชับนักกําชับหนาให้ดูแล แล้วก็พยายามหามาตรการต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นระบบการค้าเราก็ต้องดูให้มันดําเนินการไปได้ ผู้ประกอบการ ทุกกลุ่มที่เราดูแลก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่ขอเรียนนะคะว่าดิฉันก็ตรวจตลาดเหมือนท่าน เหมือนกันนะคะก็เข้าใจ ดิฉันก็ทราบว่ามันเกิดภาวะอย่างนี้ ก็ยังคิดอยู่จะทําอย่างไร ไม่ให้มีการไปขายนอกระบบโดยราคาตรงนี้มันเดือดร้อนประชาชน ก็ถึงได้มีการบริหาร จัดการในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ปริมาณมันพอดี เมื่อปริมาณมันพอดีสินค้ามันก็ไม่เกิดการขาดแคลน ก็จะไม่มีการขึ้นราคาหรือทําให้ราคาขึ้นสูงจนประชาชนเดือดร้อน ถือว่าเป็นนโยบายรัฐบาล ที่ตั้งใจทําอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ต้องขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ที่มีความห่วงใยประชาชนนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ
เชิญท่านผู้ถามกระทู้ถามครับ เหลือเวลา ๑ นาที ๑๗ วินาทีครับ
ผมต้องขอใช้เกินบ้างครับ เพราะว่ารัฐมนตรีใช้เกินครับ
ครับ นั่นสิ เราถึงแก้ไข ข้อบังคับข้อนี้แล้วละครับ
ผมเป็นพี่น้องประชาชน ถ้าผมฟังคําชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ยิ่งผมเป็นชาวนาแล้ว ผมไปผูกคอตายนะครับ เพราะท่านไม่ได้แก้ปัญหาเลยว่าข้าวที่ชาวนาจะออกมาอีก ๒ เดือน จะทําอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องน้ํามันปาล์มก็อีกครับ ผลผลิตน้ํามันปาล์มที่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ภาคใต้ปลูกกันอยู่ ผลผลิตจะออกมา จะทําอย่างไร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีให้ตอบ แต่ท่านหมดเวลาแล้วไม่ต้องตอบครับ ผมว่าประชาชน ที่ปลูกปาล์มนี้แย่แน่นอน เพราะรัฐบาลชุดนี้บริหารงานด้านพลังงานผิดพลาด ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ท่านประธาน เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงว่าการทําไบโอดีเซล ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากน้ํามันพืช คือน้ํามันปาล์มไปผลิต แล้วเราต้องไปสนับสนุนเงินเพื่อซื้อ น้ํามันปาล์มในราคาที่แพงกว่าปกติ ราคาแพงกว่าน้ํามันดีเซลต่อลิตรด้วยซ้ํา อันนี้คือ ความผิดพลาด แต่เราจะปฏิเสธความรับผิดชอบก็ไม่ได้ เพราะเราสนับสนุนให้มีการใช้แก๊ส โซฮอล์ (Gasohol) ใช้น้ํามันพืชมาผสม แต่การบริหารจัดการนั้นเมื่อมีวิกฤติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะ เป็นน้ําท่วม ฝนแล้ง ผลผลิตน้ํามันปาล์มมันน้อย ก็ควรที่จะลดการใช้ในส่วนนี้ลงเพื่อให้พี่น้อง มีน้ํามันได้บริโภค ท่านประธาน คําถามของผมเป็นคําถามสุดท้ายที่อยากจะถามให้ได้ตอบกัน แต่ว่าไม่มีโอกาสตอบไม่เป็นไร ผมอยากจะถามว่ารัฐบาลได้มีการตรวจสอบเบื้องหลังว่ามีผู้ใด ได้ประโยชน์ นักการเมืองได้ผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีการนําเข้าน้ํามันปาล์มหรือไม่ ท่านยอมรับสารภาพไหมครับว่าการบริหารด้านพลังงานของรัฐบาลชุดนี้ผิดพลาด อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนต้องประณามกันทั้งหมด ทําให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มีน้ํามันพืชบริโภค ประชาชนทุกหย่อมหญ้าเดือดร้อนหมด แล้วยิ่งฟังการแก้ไขปัญหาที่ผม ถามไป ประชาชนไม่มีความหวังใด ๆ ทั้งสิ้นกับรัฐบาลชุดนี้ ขอบคุณครับ
ขอจบกระทู้ถามสดที่ ๓ รัฐมนตรีตอบไม่ได้เพราะหมดเวลาแล้วครับ ก็จบกระทู้ถามสดทั้ง ๓ กระทู้ถามแล้วนะครับ
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อลงมาประชุม จํานวน ๓๓๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอดําเนินการการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป ก่อนที่จะ ดําเนินการ ผมขอต้อนรับผู้สูงอายุจากจังหวัดสมุทรสงครามด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลัง ดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เสร็จแล้ว
เชิญคณะกรรมาธิการครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ก็มีท่าน พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง รองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านนัจมุดดีน อูมา รองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านฟาริดา สุไลมาน รองประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านยืนหยัด ใจสมุทร ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา ท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดแถลงได้ครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมต้องขออนุญาตหารือท่านประธานก่อนครับ เนื่องจากรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีเนื้อหาสาระลักษณะเดียวกัน บรรจุในระเบียบวาระที่ ๔.๕ กระผมจะขออนุญาต ต่อที่ประชุม
คือประเด็นปัญหามีว่า ประธานคนเดียวกันหรือเปล่า
คนละคนกันครับ
คนละคน มันก็ผิดข้อบังคับ เอาแต่เรื่องของท่านให้เสร็จ ให้เร็วก็แล้วกัน ผมไม่เห็นด้วยครับ ไม่อนุญาต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญ ทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้มีการประชุมญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวนและศึกษาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ (นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ และนายแวมาฮาดี แวดาโอะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายเจะอามิง โตะตาหยง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาด้านการศึกษา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายนัจมุดดีน อูมา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการเมือง และความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายนัจมุดดีน อูมา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นางฟาริดา สุไลมาน กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายกูเฮง ยาวอหะซัน เป็นผู้เสนอ) และการประชุมครั้งนั้นได้มีการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ประกอบด้วยคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๖ ท่าน
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาศึกษาญัตติดังกล่าวและได้จัดทํา รายงานสรุปผลการพิจารณาศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานสรุปผลพิจารณา ศึกษาปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบและเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองโดยภาพรวมต่อไปครับ
ต่อไป ก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อรายงานผลการพิจารณา ศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษา และนําเสนอ ผมจะให้อภิปรายสลับกันไปนะครับ เชิญ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แล้วต่อด้วยท่านนริศ ขํานุรักษ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากการรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้น เราได้มีการพิจารณาไปให้เสร็จสิ้นมาเป็นเวลาปีเศษแล้ว แล้วก็ ณ วันที่มารายงานนี้ มีสถานการณ์ที่ผ่านมานั้นเปลี่ยนแปลงไปอีกเป็นจํานวนมากนั้น ก่อนที่ท่านจะอภิปราย ปัญหาต่าง ๆ นั้น กระผมอยากจะขอสรุปเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรือการดําเนินการ เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เดิมเป็น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกกับ จังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรวมไปถึง จังหวัดสงขลาทั้งจังหวัด และจังหวัดสตูลอีกจังหวัด ตามพระราชบัญญัติการบริหารของ ศอ.บต. ซึ่งประกาศใช้มาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคมปีที่แล้ว แล้วก็มีผลการปฏิบัติตั้งแต่ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เราจะเห็นว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กระผมจะขอสรุปว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีการปล้นปืนค่ายทหาร กองพันพัฒนา แล้วทางรัฐบาลหลายรัฐบาลได้ดําเนินการป้องกันและปราบปราม หรือการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นนั้น ปรากฏว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรากฏว่าในปีทั้งหมดนี้มีข้าราชการตํารวจ ที่เสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติงานจํานวน ๒๖๒ คน บาดเจ็บ ๑,๐๔๒ คน ทหารเสียชีวิตไป ๓๐๘ คน บาดเจ็บไป ๑,๔๘๒ คน ครูเสียชีวิตไป ๑๓๗ คน บาดเจ็บไป ๑๒๓ คน นักเรียน นักศึกษา ตายไป ๓๖ คน บาดเจ็บ ๑๖๖ คน พลเรือนและประชาชน ตายไป ๓,๗๕๑ คน บาดเจ็บ ๕,๑๑๒ คน สรุปแล้วมีคนตายทั้งสิ้น ๔,๔๙๔ คน บาดเจ็บ ๗,๙๒๑ คน รวมทั้งผู้บาดเจ็บและตาย ๑๒,๔๑๕ คน สรุปแล้วมีการตายปีละประมาณ ๖๖๘ คนนะครับ ที่ผมนําเรียนมานี้ก็หมายความว่าการที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แล้วการ ปฏิบัติงานครั้งนี้ การใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นประมาณ ๑.๔ แสนล้านบาท และใช้กําลังพลตํารวจ ทหาร พลเรือน ใช้ในการปฏิบัติงานนี้ทั้งหมด ๖๘,๐๐๐ กว่าคนครับ สิ่งที่เราน่าจะต้อง พิจารณาว่าการดําเนินการของผู้ก่อความไม่สงบนั้น ในขณะปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าเป็นการ ชี้ให้เห็นว่าในการปัจจุบันนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีการปล้นค่าย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวันที่ ๑๙ เดือนมกราคมนั้น ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบได้เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร ในอําเภอระแงะ ทําให้นายทหารตายไปแล้วก็บาดเจ็บอีกจํานวนหลายคน และขณะเดียวกัน ได้ยึดอาวุธในพื้นที่ฐานปฏิบัติการนั้นที่สะสมอาวุธไปเป็นจํานวนมาก ซึ่งจะไม่บอกถึง รายละเอียด สิ่งที่น่าต้องพิจารณาว่าหลังจากที่เหตุการณ์ที่มีทหารที่เกิดขึ้นนั้น ที่ใช้อาวุธ ในการเข้าโจมตีฐานหรือถูกเรด (Raid) ฐานนั้น ปรากฏว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานะครับ มีปัญหาเกิดขึ้นต่อเนื่อง ต่อมามีชาวไทยพุทธถูกฆ่าตายบ้าง ขณะเดียวกันก็มีทหารถูกทําร้าย ขณะที่ไปคุ้มครองพระ มีชาวบ้านไปหาของป่าถูกฆ่าตายบ้าง ต่อเนื่องเกือบจะเป็นรายวัน คือถูกซุ่มตี เจ้าหน้าที่บาดเจ็บจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มาก เคยมีคนเขากล่าวว่า บอกกันมาบอกว่าในขณะนี้ผู้ก่อการร้ายนั้นหรือผู้ก่อความไม่สงบนั้น ได้แยกคนเพื่อจะแยก แผ่นดิน ในทัศนะมองว่าเป็นอย่างนี้ ขณะเดียวกันปรากฏว่าการศึกษาของฝ่ายความมั่นคง ต่อกรณีที่สําคัญที่อยู่ในพื้นที่อยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคนที่จะปฏิบัติการ มีปัญหาสําคัญว่า ยุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีที่จะเข้าดําเนินการที่เรามาใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นเราใช้การเมือง นําการทหาร และขณะเดียวกันดําเนินตามโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านมีกระแสพระราชดํารัสไว้ คือ ความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และในปัจจุบันนี้ ทางราชการ เดิมที พ.ศ. ๒๕๔๙ ในการรับผิดชอบแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ให้ กอ.รมน. เป็นคนรับผิดชอบตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ทหารรับผิดชอบในด้านการทหาร พลเรือน รับผิดชอบในการพัฒนา แล้วทางรัฐบาลปัจจุบันนี้ก่อนจะเข้ามาบริหารราชการบอกว่า จะดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วันในการแก้ปัญหาพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกันท่านได้ ออกกฎหมายเรื่องจัดตั้ง ศอ.บต. ซึ่งมารับผิดชอบทางการเมืองนะครับ มีความรับผิดชอบกัน ทางการเมืองหรือการพัฒนา อย่างในปัจจุบันนี้ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่ามีหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงาน คือ กอ.รมน. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีแม่ทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบ และขณะเดียวกันจัดตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมาแล้ว ให้ ศอ.บต. นี้รับผิดชอบในเรื่องการเมือง แล้วขณะเดียวกันทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ก็มีนายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธานคณะกรรมการ มันก็มี ปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าเราจะต้องมีการพิจารณาก็คือ สิ่งสําคัญว่าผู้ที่ให้นโยบายแท้จริง เป็นหน่วยงานไหนที่จะกําหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธีแผนนโยบายออกไป เมื่อแผนนโยบาย ออกไปแล้ว มีปัญหาสําคัญก็คือว่า หน่วยงานไหนที่จะกํากับดูแล กอ.รมน. หน่วยงานไหน ที่จะกํากับดูแล ศอ.บต. ให้ทํางานเป็นเนื้อเดียวกันหรือผนึกกําลังกัน ให้ทํางานอย่าให้มี ข้อขัดข้อง มีประสิทธิภาพ ซึ่งคณะ ส.ส. หรือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้น่าจะให้ ข้อคิดเพิ่มเติมต่อจากที่ศึกษา ที่พวกเราได้ศึกษาเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ไปแล้ว สิ่งที่น่าจะต้องพิจารณาก็คือในสถานะปัจจุบันนี้ ก็คือว่าการที่มีเหตุขึ้นไปรายวันนั้น ปรากฏว่าพวกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองนั้น ไม่สามารถครองพื้นที่ในถนนหนทาง คือไม่สามารถรักษาความปลอดภัยให้แก่ตัวเองและชาวบ้านได้ ปัญหาสําคัญที่สุด ที่เกิดขึ้น สิ่งต่าง ๆ คือปัญหาครูที่จะไปสอนหนังสือก็ถูกทําร้าย ปัญหาประชาชนจะไปทํามาหากิน ก็ถูกทําร้าย และขณะเดียวกันมีปัญหาด้านการใช้งบประมาณทั้งหลายที่เกิดขึ้นในนี้ ๑.๔ แสนล้านบาทเศษ ๆ นี่มันไปถึงประชาชนหรือไม่ ไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้น้อยที่ปฏิบัติงาน ในสนามหรือไม่ เป็นปัญหาที่สําคัญและเราจะมาศึกษาว่าที่เราศึกษามาเป็นเล่มนี่ครับ การพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมาะสมไหม ควรจะเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร มีความคิด ความเห็นอย่างไร สาระสําคัญ ก่อนที่การเมือง จะนําการทหาร การรักษาความปลอดภัย เราสามารถปกครองภัยให้คนได้หรือไม่ และสําคัญ ที่สุดผู้ปฏิบัติรู้หรือไม่ว่าเราไปรบกับใคร เป็นคนในประเทศหรือนอกประเทศ เรารู้ไหม ถ้ามีหน่วยจากองค์กรระหว่างต่างประเทศ เราจะดําเนินงานด้านกิจการการต่างประเทศ ได้อย่างไร นี่เป็นจุดบกพร่องของรายงานฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึง คือเป็นปัญหาที่เริ่มสําคัญมาก และผมก็อยากให้ท่านศึกษา ให้ข้อเสนอแนะ ใครมีความเห็นอะไร อย่างไรก็ตาม ตามที่รัฐบาลนี้ได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศอ.บต. มารับผิดชอบงานการเมืองและการ พัฒนานั้นเหมาะสมหรือไม่ ถูกต้องตามยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการแก้ปัญหาความไม่สงบ ซึ่งเป็นปัญหาพิเศษใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีหลาย ๆ ปัญหานะครับว่ามีการ ดําเนินการหรือไม่ ขณะเดียวกันคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีส่วนได้การกระจาย อํานาจในการปกครองตนเองได้อย่างไร มีการศึกษาพิจารณาหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วก็สําคัญที่สุดนะครับ เน้นอีกครั้งหนึ่งก็คือ การใช้งบประมาณนั้นไปถึงข้างล่างหรือไม่ ถึงประชาชนหรือไม่ เป็นสิ่งประเด็นสําคัญ ผมถึงกราบเรียนต่อท่านคณะกรรมาธิการ และที่ประชุมได้ช่วยพิจารณาประเด็นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ก่อนท่านนริศนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครู นักเรียน และบุคลากร ทางการศึกษาจากองค์การบริหารส่วนตําบลพรุดินนา อําเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ จํานวน ๑๒๐ ท่านที่มาเยี่ยมชมสภา ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังอภิปรายรายงานผล การพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่นะครับ เชิญท่านริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าไม่เพียงแต่ผม แต่ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็สงสัยเหมือนกับกระผมว่า ทําไมประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียซึ่งพรมแดนติดกันนะครับ บางส่วนมีสันปันน้ํา เป็นตัวบอกแบ่งประเทศ บางพื้นที่ บางส่วนก็ใช้ลําคลองแคบ ๆ แบ่งพื้นที่ แต่ว่าสถานการณ์ ทั้ง ๒ ประเทศทําไมถึงแตกต่างกันลิบลับขนาดนี้นะครับ ในประเทศมาเลเซีย ขณะนี้ ประเทศเขาสงบครับ ร่มเย็น มีเศรษฐกิจที่ดี ประชาชนก็มีความสุขครับ แล้วก็ในประเทศไทย ซึ่งมีแผ่นดินติดกันนะครับก้าวข้ามไปไม่กี่ก้าวนะครับ ประเทศมีสถานการณ์ที่รุนแรงนะครับ เศรษฐกิจก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากสําหรับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประชาชนอยู่อย่างไม่มีความสุขครับ ข้อสงสัยเหล่านี้ทุกคนต้องการคําตอบทั้งสิ้นนะครับ และกระผมคิดว่ารายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เล่มที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เสนอต่อรัฐสภา ผมคิดว่าได้ตอบคําถามนี้ไปบางส่วนแล้ว แล้วก็ในบางส่วนที่ยังตกค้างอยู่ ผมจะขออนุญาตที่จะได้อภิปรายเพื่อที่จะให้ทาง คณะกรรมาธิการได้รับทราบ แล้วเพื่อที่จะให้ราชการที่เกี่ยวข้องได้รับไปปฏิบัติครับ คําตอบของรายงานและคําตอบโดยทั่วไปคิดว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศไทย กับประเทศมาเลเซียที่แตกต่างกันแม้เราอยู่ใกล้ชิดติดกัน เป็นเพราะความผิดพลาดในทาง นโยบายของบางรัฐบาลในอดีต กับเป็นความผิดพลาดของข้าราชการและผู้มีอํานาจที่มี แนวทางปฏิบัติ แนวทางการทํางาน และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อพื้นที่ดังกล่าว ต่อประชาชน ดังกล่าว ต่อประวัติศาสตร์ดังกล่าวนะครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่าที่ผม ประมวลทั้งในรายงานและที่ผมเคยรับราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มา ผมคิดว่ามันไม่สามารถแยกได้ครับว่ามันเป็นปัญหาของฝ่ายปกครอง ปัญหาของตํารวจ ปัญหาของทหาร เป็นปัญหาต่างประเทศ เป็นปัญหาการศึกษา หรือเป็นปัญหาศาสนา ความเชื่อ แต่ว่าที่จริงแล้วมันเป็นปัญหาที่ผมกล่าวแล้วนี้รวม ๆ กันครับ เมื่อไม่สามารถ แยกส่วนของปัญหาได้ การมี ศอ.บต. จึงเป็นทางเลือกของการแก้ปัญหา เป็นการตอบโจทย์ ในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดครับ แล้วก็ครั้งหนึ่งเราเว้นวรรค ศอ.บต. ไว้ ปัญหาจึงครุกรุ่น รุนแรงเกิดขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมคิดว่าในรายงานเขียนถึงเรื่องการ ปกครอง การกระจายอํานาจ เขียนถึงเรื่องความปลอดภัย เขียนถึงเรื่องความมั่นคง เขียนเรื่องประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ไว้ค่อนข้างชัดเจน แต่ว่าสิ่งที่ผมจะเติม แม้หากว่า ไม่สามารถจะทบทวนในรายงานนี้ได้ แต่ผมคิดว่าหน่วยงานที่ไปปฏิบัติถ้าได้นําข้อเสนอ ของผมไปก็จะเกิดประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโลกนี้ ไม่มีประเทศใด ท่านประธานครับ ที่จะเจริญรุ่งเรืองและประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจจะดีได้ โดยไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประเทศที่เจริญต้องมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ เท่านั้นนะครับ แต่ว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ทรัพยากรธรรมชาติใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกทําลายลงอย่างรุนแรง อย่างกว้างขวาง ไม่ปรากฏมาก่อนแบบนี้ในอดีต ที่จริงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มากนะครับ มาก ไม่น้อยกว่า ในภาคใดเลยของประเทศ มิหนําซ้ํามากอยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ป่าฮาลา-บาลา ป่าบูโด ป่าสันกาลาคีรี ป่าทรายขาว ป่าพรุโต๊ะแดง และมีป่าสงวนแห่งชาติ กระจายอยู่เต็มพื้นที่ แต่ว่าสถานการณ์ขณะนี้สําหรับพื้นที่ป่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การตัดไม้ทําลายป่านี้เหมือนกับทําได้อย่างอิสระ เจ้าหน้าที่ไม่อาจควบคุมการตัดไม้ ทําลายป่าได้เลย มีการจับได้บ้างในขณะที่ขนไม้ออกจากป่าไปยังบ้าน ไปยังหมู่บ้าน ไปยังเมืองเท่านั้นครับ จับได้บนถนนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นปลายทาง แต่ว่าการป้องกัน ในพื้นที่ป่านี่ทําไม่ได้ หน่วยงานป่าไม้นี้มีมากมายครับแต่ว่ามีหน้าที่ที่จะต้องรักษาหน่วย ตัวเอง ไม่สามารถรักษาป่าเหล่านั้นไว้ได้ เมื่อสัก ๓-๔ เดือนที่ผ่านมานี้มีรายงานการจับ โรงเลื่อยเถื่อนในจังหวัดนราธิวาส มูลค่าโรงเลื่อยเถื่อนนี้เป็น ๑๐ ล้านบาท ผมคิดว่าการที่รัฐ ไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ และการมีโรงเลื่อยไม้เถื่อนมูลค่าเป็น ๑๐ ล้านบาทอยู่ในพื้นที่ ทําลายทรัพยากรธรรมชาติไปเยอะนะครับ แล้วก็มีสมมุติฐานว่าเมื่อป่าไม้ เมื่อป่ามันเปลี่ยน สัตว์ก็เปลี่ยน เมื่อป่าเปลี่ยน สัตว์เปลี่ยน คนเปลี่ยน สังคมเปลี่ยนนะครับ วันนี้สภาพป่าไม้ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็จังหวัดสงขลาด้วย ได้รับความเสียหายยับเยินที่สุด มีตัวเลขรายงานว่าไม่กี่พันไร่ บางตัวเลขรายงานว่าหมื่นไร่ แต่ผมยืนยันกับท่านประธานว่า เป็นแสนไร่เลยครับ ป่าที่ถูกบุกรุกนี่มากกว่าที่เหลืออยู่ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่บางคน ไปรับราชการอยู่ในพื้นที่ถึง ๓๐ ปี อยู่ในภาวะกดดันแบบนี้ครับ ออกนอกหน่วยไม่ได้ แต่ว่าเขาไม่ได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายไปผ่อนคลายที่อื่นบ้าง ทหารเขายังมีเป็นผลัด ๖ เดือนสักผลัด ๓ เดือนสักผลัด แต่ว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับกรมอุทยานนี้บางคนอยู่ ๒๐ ปี บางคนอยู่ ๓๐ ปี อยู่ในพื้นที่โดยไม่ถอนตัวออกมาผ่อนคลายได้เลย เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ในพื้นที่ดังกล่าวนี้ครับ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้มีสัตว์ป่า มีฝูงช้าง มีกระซู่ สัตว์ชนิดเดียวกับแรดนี้ก็มีอยู่ ซึ่งหายากมาในโลกนะครับ แล้วก็มีนกเงือก ที่มีชนิดพันธุ์ที่มากที่สุด เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ถึงขนาดนี้ แต่ว่ามีคนเข้าไปล่า เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้มีข่าวว่ามีคนเข้าไปล่าสัตว์ ถูกระเบิดตายถึง ๗ คน แม่น้ําลําคลอง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแม่น้ําสายบุรี แม่น้ําปัตตานี และแม่น้ําสุไหงโก-ลก แห้งแล้วครับ เพราะว่าต้นน้ําถูกบุกรุกทําลาย แม่น้ํา ๓ สายนี้ไม่สําคัญเพียงแต่ ประเทศไทย ไม่สําคัญเพียงแต่หล่อเลี้ยงจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส แม่น้ําดังกล่าวนี้ไปหล่อเลี้ยงตอนบนของประเทศมาเลเซียด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัฐกลันตัน รัฐเกดะห์ และรัฐเประ ตอนบนของประเทศมาเลเซีย ผมจึงขออนุญาตสรุปกับท่านประธานว่า ขณะนี้ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกบุกรุกทําลาย แล้วรัฐก็ไม่สามารถ ควบคุมได้ในขณะนี้ ผมจึงมีข้อเสนอเพื่อที่จะเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านจะทบทวน รายงานหรือไม่ท่านก็ต้องฝากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับไปปฏิบัติ ผมคิดว่าทางแก้ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อกรณีทรัพยากรธรรมชาติถูกบุกรุกนี้
๑. กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องร่วมมือกันเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ให้พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน พื้นที่ไหนเป็นของ เอกชน ออกโฉนดเลย ที่เหลือจากนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องเข้าไปอนุรักษ์ ต้องเข้าไปป้องกัน เพราะว่าสภาพป่าที่เหลือนี้ต้องไม่ถูกบุกรุกแม้แต่ ไร่เดียวแล้วนะครับ ต้นไม้สักต้นหนึ่งก็ต้องไม่ถูกตัดทําลายอีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะว่า ถูกทําลายไปมากแล้วนะครับ
๒. การดําเนินการในทางกฎหมายกับผู้กระทําผิดต้องจริงจัง ต้องทบทวนว่า ไม่เพียงแต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแล ตามกฎหมาย ไม่ว่ากฎหมายป่าไม้ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายคุ้มครองและ สงวนสัตว์ป่า กฎหมายอุทยานแห่งชาติ มีตํารวจ มีทหารสัญญาบัตร มีนายกเทศมนตรี และรองนายกเทศมนตรี มีนายอําเภอ ไม่ใช่มีแต่ป่าไม้อย่างเดียว ต้องทบทวน แล้วก็ทหาร ซึ่งรับทราบว่ามีถึง ๖๐,๐๐๐ กว่าคนในพื้นที่ ก็เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องมาช่วยในการ ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ด้วยนะครับ
๓. สําหรับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ที่ทํางานอย่างเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา ๒๐ ปี ๓๐ ปี ควรได้รับบําเหน็จรางวัลและควรย้ายออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวด้วย
๔. รัฐต้องเร่งฟื้นฟูป่าที่ถูกบุกรุกทําลายที่เสื่อมโทรม ที่เสื่อมสภาพ ปลูกใหม่ พื้นที่ไหนที่เป็นของรัฐ ต้องเร่งปลูก เร่งฟื้นฟูสภาพป่า โดยเฉพาะป่าที่เป็นป่าต้นน้ําลําธาร เขาบอกว่าผลไม้ในจังหวัดนราธิวาส รสชาติเปลี่ยนไปครับ เพราะว่าความชุ่มชื่น ในชั้นบรรยากาศลดน้อยลง การที่จะฟื้นฟูป่าอีกครั้งให้กลับมาให้มีสภาพเช่นดังเดิมได้ ผมคิดว่าจะทําให้ผลไม้ จะทําให้เศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับสู่ลักษณะ กลับสู่แบบเดิมได้
สุดท้าย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าสถาบันที่ทุกคนยอมรับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีความคลางแคลงสงสัยเลย และเป็นที่คาดหวัง เป็นที่คาดหมาย คือสถาบันพระมหากษัตริย์ เรามีโครงการพระราชดําริ โครงการพระราชดํารัส โครงการ พระราชเสาวนีย์ มากมายใน ๓ จังหวัด ราชการไม่จําเป็นต้องคิดโครงการใหม่เลยครับ เพียงแต่ว่าสนับสนุนต่อโครงการพระราชดําริ พระราชดํารัส พระราชเสาวนีย์ต่าง ๆ ดังกล่าว อย่างเต็มที่ อย่างทุ่มเท อย่างเอาใจใส่ ไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติ แต่ผมคิดว่าเป็น การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โครงการหลัก ๆ เช่นโครงการสวนป่าพระนามาภิไธย ป่าฮาลา-บาลา เป็นป่าที่อยู่ชายล่างสุดของประเทศไทย แล้วก็บนสุดของประเทศมาเลเซีย ขณะนี้ป่าผืนนี้ที่สมบูรณ์ได้เพราะว่าของประเทศมาเลเซียมีป่าอยู่มาต่อกับเรา ของเขาเกือบ ล้านไร่ ของเราเหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ และเป็น ๒ ป่าอีกนะครับ ความอุดมสมบูรณ์ ของประเทศมาเลเซียมันทําให้ป่าของประเทศไทยพลอยอุดมสมบูรณ์ไปด้วย สายพระเนตร ที่ยาวไกลของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ประกาศให้ผืนป่าอยู่ใน พระนามาภิไธย ต้องถูกปกป้องอย่างเข้มข้น ต้องไม่มีการบุกรุกเด็ดขาด ป่าพรุโต๊ะแดงของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นศูนย์ศึกษาสิรินธร ศูนย์รวบรวม พันธุกรรมไม้ดอก ไม้ประดับในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการพระราชดําริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ต้องได้รับการดูแลทุ่มเทอย่างเอาใจใส่ ทั้งงบประมาณ กําลังคน โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา โครงการแกล้งดิน เพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพทุ่งนา ป่าพรุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหล่านี้ครับจะเป็นการแก้ไขปัญหา ผมได้ดูรายงาน ฉบับดังกล่าว ผมคิดว่ารัฐบาลได้ทําไปเกือบครบถ้วน ด้วยความเอาใจใส่ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ท่านรัฐมนตรีถาวรก็ได้ดูแลเอาใจใส่ในการแก้ไข ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างครบถ้วนแล้วนะครับ และโดยเฉพาะมิติ ทางวัฒนธรรมที่ท่านรายงาน ผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมอยู่บ่อยครั้ง ท่านก็ลงไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอแนะของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเพียงแต่ฝากประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เท่านั้น เพราะว่าในตามหลักวิชาการบอกว่าไม่มีประเทศใดเจริญรุ่งเรืองได้ ประชาชนมีความสุขได้ ถ้าทรัพยากรธรรมชาติไม่สมบูรณ์ ไม่มีทางเลยครับ ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียน กับท่านประธานว่า หากวันข้างหน้าเหตุการณ์จะสงบลง ถ้าทรัพยากรธรรมชาติยังไม่สามารถ ฟื้นฟูกลับมาได้ประชาชนก็ไม่มีความสงบสุขแม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นก็ตาม ผมจึงฝาก ข้อสังเกต คําอภิปรายผมเพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้รับทราบ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กรณีการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรายงานผลการพิจารณาศึกษาของท่านนั้นผมได้อ่านแล้ว ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หากรัฐบาลเอากรณีศึกษาเหล่านี้ไปปฏิบัติ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อนสนิทของผมอยู่ภาคใต้ ผมได้ติดตามปัญหาเรื่องความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอดครับ หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามที่จะนํา ประเด็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาทําลายกันเอง กล่าวหากันไปกันมา ตั้งแต่สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณเมื่อมีการปราบโจรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็กล่าวหากัน ทําลายกันด้วยฝีปาก ท่านประธานครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พี่น้องประชาชนล้วนแต่ลําบาก ความสงบไม่เคยเกิดขึ้น พี่น้องในจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา อําเภอหาดใหญ่นี่นะครับ เดือดร้อนกัน โดยถ้วนหน้า ความสงบสุขไม่เคยเกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลชุดนี้ก็ไปกล่าวอ้างว่า การบริหารจัดการของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณประสบความล้มเหลว ก็มีการแก้ระเบียบ บริหารจัดการให้กลับมาเป็น ศอ.บต. เหมือนเดิม วันนี้ ศอ.บต. ก็ไม่ประสบความสําเร็จ การก่อเหตุร้ายก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมอยากจะถามท่านประธานไปยังรัฐบาลชุดนี้ ด้วยนะครับ แทนคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่า เลิกได้หรือยังที่จะมากล่าวหากันว่าการบริหารจัดการนั้น ไร้ประสิทธิภาพ ถ้าจะถามความเห็นของผม ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ ล้มเหลว โดยสิ้นเชิง แต่เป็นเรื่องที่ผมอยากจะนํามาเล่าให้ท่านประธาน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ได้ฟัง เมื่อสัก ๒ ปีที่ผ่านมาครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ใหม่ ๆ เลยครับ สด ๆ ร้อน ๆ เพื่อนผม ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเป็น ส.ส. จังหวัดยะลา ท่านมาเชิญผม ท่านประธานไปตรวจสอบกรณีเกิดเหตุระเบิดที่ตลาดจังหวัดยะลา ดูว่าพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นรัฐบาลจะเยียวยาทันเหตุการณ์หรือไม่ ผมเป็นคนภาคเหนือ โชคดีครับไปเจอผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นคนภาคเหนือ แต่ท่าน ส.ส. ประเสริฐพาผม วิ่งไปตามเส้นทางทางหลวง หลบหลีกผู้ก่อการร้าย เพื่อนกรรมาธิการในคณะไม่มีใครอยากไปเพราะกลัวเสี่ยง แต่ผมเชื่อว่าท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ คงไม่พาผมไปโดนฆ่าตายเพราะท่านเป็นเพื่อนผม ผมก็ตามท่านไป ลัดเลาะไปครับไม่เจอระเบิดเลยครับ ไปเจอถนนหลวงซึ่งเคยก่อสร้างมาแต่สร้างไม่เสร็จ เพราะเกิดความวุ่นวายจนต้องใช้ให้ทหาร ทหารไทยนี่นะครับ กองทัพมาสร้างถนนเส้นนั้น โดยกองทัพใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือของกองทัพ แต่คิดค่าก่อสร้างเหมือนกับ บริษัทเอกชนเลย เอาละเราไม่ว่ากัน แต่ในที่สุดก็สร้างสําเร็จ เพราะเวลาทหารก่อสร้าง ไม่มีโจรผู้ร้ายมาลอบวางระเบิดเลย แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน พอผมลงไปใน ตลาดสดที่เกิดระเบิด ผมก็ถามประชาชน เขาก็เข้ามาคุยกับผมเพราะส่วนใหญ่แล้วก็เป็น หัวคะแนนของเพื่อนผม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เขาบอกว่า ถ้าวันนั้นทหารไม่เข้ามาจ่ายตลาดไม่มีระเบิดเกิดขึ้นหรอกครับ อันนี้เป็นข้อคิดที่อยากจะฝากไว้ ท่านประธานลองดูนะครับ สยามรัฐออกมาเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม บอกว่า ไฟใต้ลุกโชน ก่อการร้ายฮึกเหิม ฤารัฐบาลบวกกองทัพไทยไร้น้ํายา เดี๋ยวต้องให้คณะกรรมาธิการไปอ่าน มันต้องถึงเวลาที่จะต้องมาวิเคราะห์กันให้ถ่องแท้ ผมอยากจะย้อนกลับไปนิดเดียวครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ขึ้นมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๑ ผมอดดีใจไม่ได้ท่านประธาน อดดีใจ เพราะว่าผมไปแอบอ่านนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะผมไม่มีโอกาสได้มาฟังในสภาผู้แทนราษฎร นโยบาย ในการก่อให้เกิดความสงบ ความเรียบร้อย เหตุการณ์ในภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนจะกลับมา เป็นปกติ ท่านบอกว่าในนโยบายของท่าน ๙๙ วันทําได้ ผมแอบดีใจแทนพี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๙๙ วันผมก็นับในใจเลยท่านประธาน เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๒ เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ มันก็ประมาณ ๙๐ วันบวกไปจนถึง สงกรานต์ในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ผมจะได้เห็นพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่ความสงบ สันติสุขกลับคืนสู่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อดดีใจไม่ได้ครับท่านประธาน ไม่ใช่เชียร์ (Cheer) ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับ ท่านทํากับผม มีงูเห่าภาค ๒ เกิดขึ้น ผมเป็นรัฐบาลอยู่ดี ๆ เช่นเดียวกับท่านประธาน ตื่นเช้ามากลายเป็นฝ่ายค้าน มันน่าสลดใจ เป็นอย่างยิ่งท่านประธาน แต่เอาละ แต่ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารบ้านเมืองตามนโยบายที่ได้ พูดไว้ ๙๙ วันทําได้ ผมอดดีใจแทนพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ผมอยากเห็น ความสงบเกิดขึ้น วันนี้พี่น้องในจังหวัดยะลาก็ดี ในหลายจังหวัดครับต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงราย ในจังหวัดเชียงใหม่ ย้ายรกรากถิ่นฐานไปประกอบการค้า ในพื้นที่จังหวัดผมทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติ ทะเลมีความสดสวยงดงามใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่สามารถที่จะประกอบธุรกิจได้ เสียใจจริง ๆ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจหลาย ๆ อย่างล้วนแต่ ไม่สามารถดํารงอยู่ได้ท่านประธาน อ่านนโยบายต่อไปครับ ในนโยบายของท่านรัฐบาลชุดนี้ละครับ ท่านอภิสิทธิ์ก็บอกว่าจะให้มี รัฐมนตรีดูแลพื้นที่นี้โดยตรง ผมไม่ได้กล่าวหารัฐมนตรีที่ดูแลปัจจุบันนะครับ ท่านเป็นคน ภาคใต้จริงแต่ท่านไม่ใช่ ส.ส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําไมไม่เอาท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานเจะอามิง โต๊ะตาหยง ขออนุญาตเอ่ยนาม หรือไม่อย่างนั้นก็เอาเพื่อนผมก็ได้ ท่าน ส.ส. ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เป็นรัฐมนตรีดูแล ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนผมไม่ต้องยิ้มครับผมไม่ได้เชียร์ท่าน แต่ผมอยากเห็นคนที่เป็น ส.ส. ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รู้ปัญหาของคนภาคใต้ ที่รู้ปัญหาจริง ๆ ที่คลุกคลีกับชาวบ้าน ขึ้นมาแก้ไขปัญหา ความสงบสุขมันจะได้เกิดขึ้น ท่านประธานลองดูตัวเลขที่ทางคณะทํางาน พรรคเพื่อไทยสรุปมา ตัวเลขสถานสภาพการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เลย ถ้าไม่เอาปี ๒๕๔๙ ท่านก็บอกว่าจะมาใส่ร้ายรัฐบาลชุดนี้ ปี ๒๕๔๙ เป็นรัฐบาลท่านสมัคร ปี ๒๕๔๙ ตอนปลายเป็นรัฐบาลคณะปฏิรูป พลเอก สนธิ ปี ๒๕๕๐ คณะปฏิรูป ขอโทษครับ ปี ๒๕๔๙ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณครับก่อนถูกปฏิวัติ ปี ๒๕๕๑ ตอนต้น ท่านสมัคร ตอนปลายท่านสมชาย ตอนสุดท้ายท่านอภิสิทธิ์ จะเห็นว่ามีผู้เสียชีวิตเบ็ดเสร็จ ๓,๕๕๐ คน ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ทหาร พลเรือน พี่น้องประชาชน บาดเจ็บ ๖,๓๔๔ คน บุคลากร พี่น้องประชาชนที่มีค่าเป็นอย่างยิ่งต้องมาสูญเสียชีวิตไปกับเหตุการณ์เหล่านี้ คําครหามันก็ เกิดขึ้นตลอดเวลาว่าวิกฤติในชายแดนภาคใต้นั้นมันมีงบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ทั้งหมด ท่านประธานครับ เขารวมตัวเลขไว้ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ใช้งบประมาณไปตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๕๔ เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๑,๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะมากท่านประธาน ถ้าเราอยากให้ความสงบ ผมพูดเล่น ๆ ผมคิดแบบนักคํานวณ เราเอา ๑,๔๔๐,๐๐๐ บาท ไปแจกให้พี่น้องทุกครัวเรือน ครัวเรือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องก็ไม่จําเป็นต้องทนทุกข์ ยากลําบาก จะดีไหม อันนี้คือคิดนะครับ คิดจากสมองของผมนี่ละครับคิดแบบเร็ว ๆ ความสงบน่าจะเกิดขึ้นได้ไหม ทุกคนก็จะหลุดจากความยากจน ถ้าความยากจนเป็นปัญหาที่ ก่อให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวที่จะไปกล่าวอ้างประเทศเพื่อนบ้าน ขอร้องครับอย่าไปกล่าวอ้างว่าประเทศเพื่อนบ้านจะมายั่วยุเลย ถ้าหากการปกครอง ของประเทศเรา การบริหารงานของรัฐบาล การดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้มีความสุข เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เกิดขึ้นครับ ๒ ปีกว่า รวมเบ็ดเสร็จ ๒๔ เดือน มันเลยเวลา ๓ เดือน ๑๐ วัน มา ๒๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถามนายอภิสิทธิ์ ถามรัฐมนตรีที่ดูแลปัญหาชายแดนภาคใต้ ท่านไม่รู้สึกละอายใจหรืออย่างไร ท่านแก้ไขปัญหาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง การบริหารราชการแผ่นดิน โดยใช้วิธีทหารนั้นเป็นการดําเนินการที่ผิดพลาดอย่างปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมมีข้อคิดเห็นเหล่านี้ แล้วเดี๋ยวผมก็จะมอบเอกสารข่าวสารต่าง ๆ อย่ามอบดีกว่า ให้คณะกรรมาธิการเอาไปอ่าน เผื่อท่านจะได้เอาไปเพิ่มเติมในรายงานของท่าน มันเป็นประโยชน์ครับท่านประธาน อันสุดท้ายมติชนสุดสัปดาห์พูดถึงขุนเขาทมึนไกล ไว้อาลัยผู้กองกฤช หลับเถิดนักรบหนุ่ม อนาคตของท่านผู้กองกฤช ต้องสูญเสียชีวิตไป ท่านเป็นที่พึ่งพาของครอบครัว เป็นผู้นํา ของครอบครัว แต่ท่านต้องมาสูญเสียชีวิตเมื่ออายุยังน้อย ผมอยากให้สิ่งเหล่านี้หมดไป จากประเทศไทย วันนี้อยากให้สภานี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ถ้าใครได้กลับมา บริหารบ้านเมือง พวกผมได้กลับไปบริหารบ้านเมือง ขอร้องครับอย่าใช้ปัญหาเหล่านี้มา ทําลายกัน มาใช้วาจา ใช้น้ําลายมาละเลงมาทําลายกัน มาช่วยกันครับ มาช่วยกันบริหาร บ้านเมืองให้มีความสงบสุข สันติสุขจะได้กลับคืนสู่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นเรื่องดีที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ส่งรายงานเรื่องของการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่ การประชุมของสภา แล้วก็ต้องขอบคุณครับที่ทางสภาก็ได้บรรจุเรื่องปัญหาความไม่สงบ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าสู่การประชุมสภา ทําให้พวกเราได้มีโอกาสพูด ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าโอกาสอันดีงามวันนี้ที่เรากําลังพิจารณาเรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ ผมคิดว่ามีประชาชนทั่วไปก็สนใจฟังปัญหานี้อยู่มาก แล้วที่สําคัญมีประชาชนจํานวนหนึ่งที่สนใจต่อปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าวันนี้ท่านทั้งหลายก็กําลังเฝ้าติดตามการ พิจารณาของสภาอยู่ แต่ที่สําคัญกว่านั้นผมคิดว่ามีฝ่ายที่ตรงข้ามกับรัฐครับก็กําลังรับฟังการ พิจารณาของสภาอยู่ ผมคิดว่าเมื่อมีโอกาสอย่างนี้สภาเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสามารถสื่อสาร กับฝ่ายที่ตรงข้ามกับรัฐได้ เพราะเขาสามารถรับฟังการพิจารณาของสภาและการพิจารณา ของพวกเราโดยทางวิทยุกระจายเสียงซึ่งมีครอบคลุมทุกพื้นที่อยู่ได้ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงพูดถึงการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่ส่งมาตามเล่มนี้นะครับ ตามเล่มนี้นะครับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผมเปิดดู สาระสําคัญใหญ่ ๆ ก็จะอยู่ตั้งแต่ หน้าที่ ๑ ไปจนถึงหน้าที่ ๑๔ มีเริ่มต้นตั้งแต่คณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๑ ถ้านับจนปัจจุบันนี้ไม่ครบ ๓ ปี ก็เกือบ ๆ แล้วครับ
ประการที่ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้เขียนเอาไว้ครับว่ามีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๘ คณะ เท่าที่ผมลงไปอ่าน ก็มีด้านการเมืองการปกครอง มีด้านอํานวยความยุติธรรม มีด้านความมั่นคง มีด้านการต่างประเทศ มีด้านสังคม การศึกษา วัฒนธรรม และสาธารณสุข มีด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา มีด้านศึกษาปัญหากิจการฮัจย์ มีด้านการจัดทํารายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ใช้เวลามาก แล้วได้จัดตั้ง คณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาถึง ๘ คณะ ประโยชน์ที่ได้รับจากคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็ย่อมต้องมี และถ้าเราลงลึกไปกว่านั้นก็ยังมีการตั้งโจทย์ ๒ ประการในการไปศึกษา ประการที่ ๑ ก็เป็นเรื่องของรัฐ ประการที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของสังคม และยังบอกต่อว่าใน ๒ ประการนี้จําเป็นต้องมีกรอบคิด ถึง ๘ ข้อ และต้องมีข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหา อีก ๒๐ ประการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ก็ยังต้องมีอีก ๙ ประการเพื่อนําไปสู่ความสําเร็จ ประโยชน์ของกรรมาธิการชุดนี้และการจัดทํารายงานชุดนี้ เล่มนี้ ผมถือว่าเป็นประโยชน์ มากทีเดียว
ประการถัดมาครับ ในนโยบายของท่านที่ท่านเขียนถึงเรื่องบรรลุเป้าหมาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยความสําเร็จ ๙ ประการ ผมให้ความสําคัญใน ๙ ประการที่ท่านเขียน เพราะเราต้องการนําไปสู่ความสําเร็จในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และนําไปให้ความสงบสุข เกิดขึ้นกับประชาชนและในพื้นที่ และในประเทศของเราได้ ผมเลยเน้นไปที่ ๙ สาระสําคัญ ที่ท่านพูดถึง ถ้าท่านติดตามไปกับผม ท่านก็เปิดดูหน้า ๑๒ เป็นต้นไป ตั้งแต่หน้า ๑๒ ท่านก็เขียน เรื่องที่ ๑ การส่งสัญญาณของรัฐบาล ท่านก็ไล่ไปนะครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียดลึก เพราะเพื่อความประหยัดเวลา แต่ผมเอาทั้ง ๙ เรื่องของท่านมาจัดเรียงเสียใหม่เพื่อให้เป็นไป ตามลําดับ ผมคิดว่าเรื่องที่ ๑ ผมจะพูด อาจจะไม่ตรงตามลําดับใน ๙ หัวข้อตามหน้า ๑๒ กับหน้า ๑๓ ที่ท่านเขียน แต่ทั้งหมดจะอยู่ใน ๙ ข้อที่ท่านพูด แต่ผมมาจัดลําดับเสียใหม่
ประการที่ ๑ นโยบาย แนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ท่านใช้คําว่า ต้องเข้มข้น จริงจัง และชัดเจน ผมคิดว่านโยบายของรัฐบาลเข้มข้นแน่นอน จริงจังแน่นอน แล้วก็ชัดเจนแน่นอน
ประการที่ ๒ ท่านก็พูดถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาแบบสันติวิธี ถ้าท่านดูตามเล่ม ก็จะเป็นข้อที่ ๘ ผมจะเอา ๒ ข้อนี้พูดรวมกันว่านโยบายรัฐบาล ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ ใช้วิธีสันติวิธีแน่นอน แล้วก็ชัดเจนแน่นอน เพราะรัฐบาลชุดนี้ใช้วิธีประกาศนโยบายว่า เป็นการเมืองนําการทหาร การพัฒนานําความมั่นคง ทําไมต้องใช้การเมืองนําการทหารครับ ทําไมต้องใช้การพัฒนานําความมั่นคงครับ เพราะการเมืองนําการทหาร และใช้การพัฒนามา นําความมั่นคง นี่คือใช้วิธีสันติวิธี แล้วก็เน้นลงไปว่าถ้าจะเอาการพัฒนานําความมั่นคงได้ ต้องทําให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย ต้องยกระดับรายได้ให้มีรายได้สูง รัฐบาลก็เลยกําหนด เป้าหมายว่าจาก ๖๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ต้องทําให้ได้ ในปี ๒๕๕๕ ครับ
ประการถัดมาครับ การจัดตั้งและ/หรือพัฒนาองค์กรแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเขียนไว้ในข้อ ๕ ตามรายงานนะครับ รัฐบาลชุดนี้ทําเรียบร้อย แล้วครับ ก็คือจัดตั้ง พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ บัดนี้ก็ได้เริ่ม ประกาศใช้แล้วครับ การแก้ปัญหาโดยการจัดตั้ง พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ผมคิดว่าตอบโจทย์ทั้งหมดจากนี้ไปในการเขียนรายงานของคณะกรรมาธิการได้ครบถ้วนแล้วครับ ท่านพูดต่อไปว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนตามข้อ ๗ พ.ร.บ. ศอ.บต. ก็ตอบโจทย์ได้ครับ ผมจะไล่ตามหัวข้อ เดี๋ยวผมจะพูดรายละเอียดของ ศอ.บต. ท่านพูดถึงระบบการจัดสรร งบประมาณที่ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตามข้อ ๔ ท่านพูดถึงการปฏิบัติ ตามกฎหมายด้วยหลักนิติธรรมตามข้อ ๖ ท่านครับ กฎหมาย ศอ.บต. ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่รัฐบาลชุดนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศว่า ๙๐ วันทําได้จริง ตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้เริ่มยกร่างครับ แต่ว่าเนื่องจาก ขั้นตอนการทํายกร่างต้องมีความละเอียดอ่อน ต้องมีการพิจารณาถึงสาระเนื้อหาและปัญหา และความต้องการให้รอบด้าน และต้องเคารพต่อความอัตลักษณ์ของประชาชนในพื้นที่ ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกองค์กร การทํากฎหมาย ศอ.บต. จึงมีความละเอียดอ่อนและต้องใช้ เวลา ประกอบกับเวลานําเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะกรรมาธิการ ก็มีการถกเถียงใช้เวลากันมาก กฎหมายจึงออกมาช้า แต่ก็สมบูรณ์ครบถ้วนรอบด้าน เพราะฉะนั้นคําว่า ๙๐ วันทําได้จริงไม่ใช่เรื่องแปลกปลอมของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่อง ไร้สาระที่รัฐบาลชุดนี้พูดแล้วทําไม่ได้ ไม่ใช่ กฎหมาย ศอ.บต. นี่เขียนไว้ชัดเจนครับว่า ต่อจากนี้ไป ศอ.บต. ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ผอ.ศอ.บต. ปัจจุบันเรียกกันใหม่ครับว่าเป็น เลขาธิการ ศอ.บต. ทําให้ขั้นตอนมันสั้นขึ้นมีปัญหา ตรงกับนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง สํานักกฎหมาย ศอ.บต. เขียนเอาไว้ว่าจําเป็นต้องให้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจัดทํา นโยบาย นโยบายที่จะจัดทําขึ้นมาจะต้องประกอบด้วยด้านการพัฒนา ด้านความมั่นคง และที่สําคัญก็คือต้องมีด้านความต้องการของประชาชนในพื้นที่ สอดคล้องกับวิถีชีวิต ของประชาชน ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงจะเขียนเป็นนโยบายได้ แล้วนโยบายอันนี้สํานักงานจัดทําเสร็จ ต้องส่งให้สภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณาก่อนครับ ถ้าสภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณาแล้วผ่าน จึงจะนําเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ ถ้าคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบแล้ว ยังไม่ได้ครับ ต้องส่งเข้ามาที่พวกเราครับ พวกที่มาจากผู้แทนของ ประชาชน พวกที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ก็คือรัฐสภาครับ ถึงจะเอาไปใช้ได้ การจัดทํานโยบายต่าง ๆ อย่างนี้สามารถทําได้ทุก ๓ ปีครับ หรือถ้าไม่ตรง เกิดมีปัญหาอะไร ที่อาจจะ ๓ ปีรัฐบาลเห็นว่าล่าช้าก็ปรับปรุงได้เร็วกว่านั้นครับ โดยคณะรัฐมนตรีสามารถ ทําได้เร็วกว่า ๓ ปี แต่อย่างน้อยทุก ๓ ปีต้องมีการปรับปรุงนโยบาย การจัดทํานโยบาย ที่สําคัญที่สุดไม่ใช่ความต้องการของประชาชนอย่างเดียว ต้องนําความคิดเห็นของประชาชน ทุกภาคส่วนนะครับตามกฎหมายเขียนไว้ ทุกภาคส่วนไปใช้ในการจัดทํา ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง เอาทุกภาคส่วนใส่เข้าไปครับ แล้วที่สําคัญครับ ต้องมีสภาที่ปรึกษาและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้ความเห็นชอบ สภาที่ปรึกษามาจากไหนครับ มาจากประชาชน เลือกมาจากประชาชนครับ ผมเว้นวรรคไว้ก่อนครับ เดี๋ยวจะพูดต่อในเรื่องของสภาที่ปรึกษา แล้วในชุดนี้ก็ยังมีพูดถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พูดด้านการพัฒนานะครับ เพื่อให้ประชาชนได้รับอานิสงส์จากการพัฒนา เรียกโดยย่อว่า กพต. มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก ๑๙ คน เป็นกรรมการ และมีผู้แทนจากภาครัฐไปนั่งเป็นกรรมการ ที่สําคัญครับมีผู้แทน ภาคประชาชนจังหวัดละ ๑ คน โดยการคัดเลือกของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเป็นกรรมการร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ศอ.บต. ทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้การกํากับ การบริหารของนายกรัฐมนตรี โดยตรงเท่านั้น อํานาจหน้าที่มากมายครับเพื่อลดขั้นตอน อดีต การคุ้มครองสิทธิต้องไปอีกหน่วยหนึ่ง กฎหมายนี้ใช้ ไม่ต้องครับ มาที่ ศอ.บต. คุ้มครองสิทธิได้ อดีต เยียวยาต้องไปที่ สํานักนายกรัฐมนตรี กฎหมายนี้ประกาศใช้ เยียวยามาคุยกันที่ ศอ.บต. อดีต ทุกอย่าง หน่วยงานของรัฐต้องขึ้นตรงต่อส่วนกลาง ปัจจุบันไม่ต้อง ศอ.บต. มีอํานาจแนะนําและเสนอ ต่อหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เป็นตามกฎหมายที่พวกเราออกกัน ที่พวกเราเขียนให้กัน ที่สําคัญครับ ศอ.บต. จะต้องมีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ทุกเรื่องมาอยู่ที่นี่ ในอดีตครับ กิจการฮัจย์ไปอยู่กระทรวงวัฒนธรรม ปัจจุบันไม่ต้องแล้วครับ ฮัจย์ก็อยู่ภายใต้ การกํากับของ ศอ.บต. นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่พอ กฎหมายนี้เขียนไปครับว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ศอ.บต. ต้องสรุปและเขียนให้ตรงกับปัญหาและสถานการณ์ที่แท้จริง ก็แปลว่าจากนี้ไม่ต้องกลัวครับว่าที่ท่านเขียนมาในรายงาน ว่าจะบิดจะเบี้ยว จะซ่อนเร้น ไม่ต้องห่วงมีครบครับ ที่สําคัญนะครับในอดีตเราบอกว่าถ้าข้าราชการที่ไปอยู่ในพื้นที่มีปัญหา แล้วแก้อะไรไม่ได้เลย สร้างปัญหาให้กับพื้นที่ อํานาจกฎหมายฉบับนี้รัฐบาลให้แล้ว ให้ ศอ.บต. มีอํานาจหน้าที่ย้าย สั่งย้ายข้าราชการที่ปฏิบัติต่อประชาชนได้ไม่ดีออกจากพื้นที่ สั่งย้ายข้าราชการทุกระดับที่มีปัญหา สร้างปัญหาให้กับพื้นที่ ให้กับประเทศชาติ ให้กับประชาชน ออกจากพื้นที่ได้ และที่สําคัญครับ ที่เป็นหัวใจอย่างยิ่งก็คือสภาที่ปรึกษา ที่มาจากประชาชน ตาม พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านต้องติดตามไป หน้าที่ ๑๐ ครับ หน้าที่ ๑๐ มาตรา ๑๙ เราเขียนไว้ชัดครับ สภาที่ปรึกษาประกอบไปด้วย ๑. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดละ ๑ คน มาจากอะไรครับ มาจากประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มาจากประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ๒. ผู้แทนกํานัน และผู้ใหญ่บ้านจังหวัดละ ๑ คน ๓. ผู้แทนกรรมการอิสลามประจําจังหวัดและอิหม่าม ประจํามัสยิดจังหวัดละ ๑ คน ผู้แทนเจ้าอาวาสในพระพุทธศาสนาจังหวัดละ ๑ คน และยังเอาผู้แทน ศาสนาอื่นเข้ามาอีกครับ จํานวนอีก ๑ คน มีผู้แทนซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดละ ๑ คน มีผู้แทนผู้สอนและ บุคลากรทางการศึกษา มีผู้แทนกลุ่มสตรีอีกครับ มีผู้แทนหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม มีผู้แทนสื่อมวลชน มีผู้ทรงคุณวุฒิ องค์ประกอบอย่างนี้นะครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านสมเกียรติประท้วงอะไรครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านครับ ท่านชี้แจงเกี่ยวเรื่องกฎหมาย นานแล้วครับ พวกเราก็เป็นคนผ่าน กฎหมายนี้ รู้สาระรายละเอียดมากเลย คือผมอยากให้ท่านคอมเมนท์ (Comment) ที่คณะกรรมาธิการรายงานมา เข้าเป้าไหม ห่างอย่างไร คือถ้าลงละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย เราก็ฟัง ท่านลองสรุปแล้วก็เอาเฉพาะที่คณะกรรมาธิการรายงานมา ผมจะได้รีบฟังให้เข้าประเด็น แล้วจะได้ต่อไปครับ
ท่านก็กรุณารวบรวมรัดหน่อยนะครับ เอาเฉพาะสาระเพราะว่ามีผู้ที่ประสงค์จะอภิปราย เยอะเลยนะครับ ขอความกรุณานะครับเพราะว่าประธานก็ไม่อยากกําหนดเวลา ก็อยากเปิดโอกาส ให้ท่านพูดกัน แต่อยากจะให้เข้าสาระตรงประเด็นข้อเสนอแนะที่เพิ่มเติมจากที่รายงาน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตชี้แจง ประเด็นนี้นิดหนึ่ง ผู้ประท้วง ผมเคารพนะครับ ผมประธานก็ยิ่งด้วยความเคารพ แต่เมื่อสักครู่ผมเกริ่นนําว่าวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนในพื้นที่จะรับฟัง ผมเข้าใจครับว่า ท่านอ่านกฎหมายเป็นเพราะท่านเป็นนักกฎหมาย ผมไม่ใช่นักกฎหมายหรอกครับ แต่ผมก็ อ่านกฎหมายเป็น แต่ว่าเราคุยกัน เราอยากให้ประชาชนที่ผมพูดนะครับ ๓ กลุ่มในพื้นที่ แล้วเราอยากใช้เวทีนี้สื่อสารกับบางกลุ่มที่ตรงกันข้ามกับรัฐเขาได้ฟังว่ารัฐบาลมีนโยบายดี ๆ อะไรอย่างนี้ครับ ไม่อย่างนั้นเขาไม่เข้าใจนะครับ ขอโอกาสนิดหนึ่งครับ
ก็จําเป็นจะต้องดูเวลาด้วยนะครับ เพราะว่ามีหลายท่านที่จะอภิปราย
เข้าใจครับ แต่ว่าที่ผมชี้แจง ผมบอกแล้วว่ารัฐบาลจะตอบข้อความสําเร็จ ๙ ประการตามรายงานนี้ได้ครบถ้วนครับ
ท่านให้กระชับหน่อยแล้วกันนะครับ
ได้ครับ ถ้าท่านคอมเมนท์ว่าให้กระชับ ผมก็เอาอย่างนี้ครับว่า ท่านครับ ผมคิดว่าวันนี้เราพูดความจริง รัฐบาลชุดนี้นะครับ ชุดที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาล ผมคิดว่าไม่ใช่รัฐบาลที่สร้างปัญหา แน่นอน เพราะปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ครับ แต่รัฐบาลชุดที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาเป็น เป็นชุดที่แก้ไขปัญหาครับ มาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาเพื่อสร้างปัญหา แล้วก็ท่านมาท่านก็ทําอะไรไว้เยอะแยะครับ ได้ดําเนินการอะไร ไปมากครับ แบบที่เมื่อสักครู่ผมเรียนนะครับ ใช้การเมืองนําการทหาร เช่นมีการจัดงบ โครงการพนพ โครงการพนม ใช้เงินงบประมาณให้แก่ทนายอาสามุสลิม เพื่อไปแก้ไขปัญหา คนในพื้นที่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับผมคิดว่าปัญหาในพื้นที่ วันนี้เราพูดกัน เราต้องยอมรับว่าปัญหามันเกิดมานาน คนที่มาพูดปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ มีมากมายเหลือเกิน ทุกคนรู้ปัญหา แบบที่ถ้าทางการเมืองพูดก็บอกว่า รู้ปัญหาแบบไป ตัดแปะครับ ไปตัดมาจากหนังสือพิมพ์มาแปะเข้าไป มาปะติปะต่อ ผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะยิ่งทําให้บ้านเมืองเดินไปได้ยากขึ้น เพราะว่าวันนี้การแก้ปัญหาที่แท้จริง ผมปรารถนาที่จะให้คนที่รู้จริง เขาไปแก้ปัญหา ผมอยากเห็นบ้านเมืองนี้สงบ ผมคิดว่า ผู้แทนราษฎรแบบพวกเรา ไม่ว่าพรรคไหนหรอกครับ เมื่อสักครู่ ก็ต้องขอบคุณท่านดอกเตอร์ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านนะครับ แต่ท่านก็พูดยกยอ พูดถึงชื่อผมหลายครั้ง ผมก็คิดว่าทุกคนปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ทุกคนปรารถนาดีต่อปัญหา ของประเทศชาติ อยากให้บ้านเมืองนี้เดินไปได้ อยากให้บ้านเมืองมันสงบนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมขอลําดับผู้ที่จะอภิปรายดังนี้นะครับ ต่อจากนี้จะเป็นท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านเจือ ราชสีห์ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ แล้วก็ท่านบรรพต ต้นธีรวงศ์ เอาเป็นชุด อย่างนี้ก่อน เชิญท่านสมเกียรติครับ ทางท่านกรรมาธิการครับ ผมว่าท่านเก็บประเด็นไว้ก่อน ดีกว่านะครับ เพราะเดี๋ยวมันจะเป็นการโต้ตอบกันอะไรกัน เอาไว้ทีเดียวเป็นชุดนะครับ เพราะว่ามีผู้ที่จะอภิปรายมากมายหลายท่านเหลือเกิน เชิญท่านสมเกียรติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมในฐานะเป็นผู้เสนอญัตตินี้เข้าสภา ตามที่ท่านประธาน ได้เรียนแล้ว ก่อนอื่นที่ผมจะพูดนี้ ผมขอโทษท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมด้วย ที่เป็นการ ประท้วงครั้งแรกในชีวิตของผมในการเป็น ส.ส. แต่ว่าเพื่อที่จะให้เกิดความกระชับ ขอบคุณท่านครับที่ให้ผมประท้วงแล้วท่านก็สรุปเลย คืออย่างนี้ครับท่านครับ ปัญหาของ ภาคใต้ที่เรานําเสนอญัตติอันนี้ขึ้นมา เพราะเรามีความรู้สึกเจ็บช้ําเจ็บปวด เรามาดูย้อนหลัง ว่างบประมาณแต่ละปี ๆ ที่เข้าไปเป็นหมื่นล้านบาท เดี๋ยวนี้เป็นแสนล้านบาท แล้วเป็น ล้านล้านบาทตามที่ท่าน ส.ส. สุรพงษ์พูดนี่นะครับ จํานวนทหารก็เข้าไปจํานวนมาก จํานวน ผู้เสียชีวิตก็เป็นจํานวนมาก เรามาดูหลักง่าย ๆ ว่า เอาท์คัม (Outcome) กับอินคัม (Income) และโปรเซส (Process) กระบวนการต่าง ๆ ครับ เงินก็เข้าไปมาก คนก็เข้าไปมาก โครงการ พัฒนาก็เข้าไปเยอะ แต่เอาท์คัมที่ออกมาคือมีคนตายมากขึ้น มีการสูญเสีย การนํามากขึ้น ปัจจุบันมีการเข้าถึงประชาชนนี่นะครับ แล้วแนวร่วมของประชาชนมีน้อยลง แล้วเรามาดูว่า ถ้าอย่างนั้นมันต้องเกิดมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแล้วว่าตามหลักการบริหาร ถ้าอินคัมมากขึ้น เอาท์คัมก็ต้องมีผลสัมฤทธิ์ตามนโยบาย แต่ว่าผลเสียที่เกิดจากเอาท์คัม กลับเป็นความรุนแรง กลับเป็นลักษณะของทั้งปริมาณและจํานวนคุณภาพของความรุนแรงนี้ สูงขึ้น แต่ก่อนไม่เคยมีคาร์บอม (Car bomb) ไม่เคยมี มีแต่วางระเบิด จํานวนความเข้ม หรือความรุนแรงมันมากขึ้น อันนี้ผมพูดจากคนที่มองจากข้างนอกนะครับ ทีนี้เรามาดูว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็เกิดปัญหาแล้ว ผมก็เลยเสนอญัตตินี้ขึ้นมา พอเสนอญัตตินี้ผมได้ศึกษาดูว่าการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการที่ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาแต่ละเรื่องนี่นะครับ ไม่ว่าอนุกรรมาธิการ ด้านการเมืองการปกครอง อนุกรรมาธิการด้านอํานวยความยุติธรรม อนุกรรมาธิการ ด้านความมั่นคง และอนุกรรมาธิการด้านการต่างประเทศ อนุกรรมาธิการการศึกษา วัฒนธรรม แล้วก็อนุกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา อนุกรรมาธิการศึกษาปัญหา กิจการฮัจย์ ผมขอกราบเรียนนะครับท่านคณะกรรมาธิการครับ แล้วผมอ่านรายละเอียด ของการศึกษาของอนุกรรมาธิการแล้ว ผมว่าท่านศึกษาไม่ตรงหมัดครับ คณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาปัญหากิจการฮัจย์ ก็ไปเที่ยวประสานงานเรื่องเครื่องบิน เรื่องพิธีฮัจย์ เรื่องอะไรต่าง ๆ นี่เป็นงานประจําของข้าราชการประจํานะครับท่าน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรืออะไรก็ตามที่เขาดําเนินการ แต่ละเรื่องคือการเอาโครงสร้างของข้าราชการภายในมา ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับว่า จริง ๆ ถ้าเราจะศึกษากันให้ชัด ๆ ถึงประเด็นปัญหา เราต้องดูวิเคราะห์ปัญหาว่าปัญหาชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาภายในหรือภายนอก มีทั้งภายนอกและภายใน ภายในกี่เปอร์เซ็นต์ ภายนอกกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นปัญหาภายนอก ก็คือว่าปัญหาว่ามีคนได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ แล้วมาทําการเคลื่อนไหวที่จะ ทําการแบ่งแยกดินแดน นี่คือแนวคิดของคนกลุ่มหนึ่ง ท่านต้องแยกแยะว่าคนที่มี กลุ่มหัวรุนแรงอันนี้มีกี่เปอร์เซ็นต์ กี่คน กลุ่มไหนบ้าง เพราะการดําเนินงานกับคนกลุ่มนี้ ต้องมีวิธีการที่ต่างกันนะครับ ๒. เป้าหมายอีกอย่างหนึ่งคือว่ามันเกิดความคับแค้นทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ ก็คือว่าพี่น้องถูกฆ่า แล้วก็ความคับแค้น เขาเรียกว่าความไม่สามารถปรับตัวกัน ทางวัฒนธรรม มีความรู้สึกว่าเป็นผู้ด้อยโอกาส เป็นชนชั้น ๒ ด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับการ บีบคั้นจากข้าราชการ ปัญหานี้แก้ได้ด้วยระบบการจัดการ คือถ้าเราแยกแยะประเด็นปัญหา ความรุนแรงหรือเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายเสียก่อน วิธีการแก้มันจะไม่เหมือนกัน ทีนี้พอมาดูว่า วิธีการแก้ทําอย่างไรครับ การต่อสู้เป็นการต่อสู้นอกบทนะครับ ท่านต้องรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ เขาต่อสู้แบบจรยุทธ์ มีคนไม่กี่พันคน แต่ท่านใช้คนเป็น ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน มันสู้กัน ไม่ได้หรอกครับ ทหารนี่ถูกจ้างให้รบในแบบ รบแบบกองทัพ ที่กําลังจะไปสู้ที่เขมรนี่นะครับ อันนี้เขาถนัด เมื่อเขายิงปืนใหญ่มาระยะ ๒๐ เมตร ปืนใหญ่เรายาวเราถอยหลังร่น นี่คือยุทธศาสตร์การต่อสู้ในแบบ ซึ่งทหารไทยถนัด แต่การรบที่ภาคใต้ นอกแบบ เมื่อเขามา จรยุทธ์นอกแบบ การปรับกระบวนท่า กระบวนต่อสู้นี่ต้องเป็นนอกแบบต้องใช้กําลัง ของประชาชนมากกว่ากําลังทหาร ต้องใช้ความสามัคคี ความรัก การพัฒนาอย่างที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงดําริไว้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่ผมยังไม่เคยเห็นกรอบ ในการแก้ไขว่าจะเอาหลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนามาเป็นกรอบแล้วก็จําแนกแจกแจง ประเด็นต่าง ๆ แต่ว่าท่านแบ่งตามฟังก์ชัน (Function) ถ้าหลักการบริหารก็คือว่าแบ่งตาม หน้าที่ มันก็ต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) กันไม่ออก ขาไม่ได้แบ่งศึกษาในเชิงยุทธศาสตร์ ถ้ายุทธศาสตร์ทหารนี่นะครับ ล้มเหลวตั้งแต่การจัดทัพแล้ว ว่าเป็นการจัดทัพรบแบบในแบบ แล้วเอาคนจากจังหวัดนครสวรรค์ คนจากจังหวัดลพบุรี คนจากจังหวัดเชียงราย เอาเข้าไป เขาจะรู้ได้อย่างไร เขาอยากจะกลับบ้าน โครงการที่เสนอ สมมุติจะเสนอปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขงบประมาณนะครับ เสนอไปกว่าจะตกมาประมาณ ๕-๖ เดือน คนที่เสนอ ถูกย้ายกลับแล้ว คนใหม่ก็ทําอะไรไม่ถูก ไม่ทัน ก็รีบทําด้วยวิธีพิเศษ เงินมันก็รั่วไหล เป็นจํานวนมาก ผมยังไม่ได้ดูเลยครับว่าที่ท่านลงลึก ๆ ลงไปถึงตรงนี้ไหม ทหารที่รบนี่นะครับ มีคนบอกว่าแม้จะใช้ในแบบ ต้องมีการบูรณาการ ลองให้อํานาจกองทัพภาค ๔ เขาสิครับ พลเอก หาญ ลีนานนท์ ท่านมีประสบการณ์ ท่านเขียนลงมติชนมากมาย ท่านก็ไม่ได้เรียก พลเอก หาญมาชี้แจงด้วยนะครับ ในนี้ก็ไม่มี แล้วก็มีหลายคนที่เขารู้เรื่อง พอท่านเอาข้าราชการ เอาคนในระบบมาเขาก็ต้องชี้แจง เพราะการจัดอนุกรรมาธิการ ท่านจัดเป็นเชิงฟังก์ชัน เขาเรียกโครงสร้างหน้าที่ มันก็คือเข้าไปศึกษาโครงสร้างหน้าที่ ตามระบบที่มีอยู่แล้ว แต่ว่าไครซิส แมนเนจเมนท์ (Crisis management) การศึกษาอะไรก็ตามที่เกิดปัญหาวิกฤติ มันไม่ได้ศึกษาตามโครงสร้างครับ เขาต้องไม่มองโครงสร้างเลย มองเอาท์คัมว่าปัจจุบัน มันเกิดผลเสียอย่างไร แล้วก็ไม่สนหรอกว่าถ้าทําอย่างนี้จะแก้กฎหมายอย่างไร แก้ระเบียบ อย่างไร อันนี้ละครับ ผมก็ขอชมว่ากฎหมายที่ออกมา ที่ผู้อภิปรายได้พูดเมื่อสักครู่นี้ครับ เรื่องพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกกฎหมาย อันนี้มาถูกทาง แล้วผมก็คุยกับท่านรัฐมนตรีถาวรว่า ท่านมีเครื่องมือแล้วนะครับอย่าช้า สมัยก่อนนี้ไม่มีความชัดเจนเดี๋ยวนี้สามารถออกกําหนด ประกาศให้ชัดเจนเลยว่ากลุ่มไหนดําเนินการอย่างไร นี่คือการแก้ไขที่ถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามอํานาจต่าง ๆ ที่ดําเนินการ มีหลายคนครับ ทําไมหมวดนี้โดนยิง หมวดนี้ จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ท่านครับ ทหารที่ส่งไปนะครับบางส่วนเป็นนาวิกโยธิน เขาก็จะรับฟังคําสั่งผู้บังคับบัญชาของเขา บางส่วนเป็นแม่ทัพภาค บางส่วนเป็น หน่วยรบพิเศษลพบุรี เห็นไหมครับ เวลาเราส่งไป ทุกคนมีสายบังคับบัญชาเขา ไม่มีการ บูรณาการกัน ผมไม่เห็นท่านศึกษาแบบนี้เลย ว่าทําไมมีการบุกวางระเบิด ๒๐ กว่าจุด พร้อมกัน การข่าวเราไม่รู้เลย เพราะอะไรถึงไม่รู้เรื่อง ท่านรู้ไหมครับ เดิมนี้สมัยก่อนที่จะยุบ ศอ.บต. เราได้มีการวางโครงข่ายข่าวไว้ลึกซื้งในสายกํานันผู้ใหญ่บ้าน สายของหน่วยพัฒนา ต่าง ๆ ทุกคนจะเป็นประชาชนแล้วก็มีงบประมาณให้เขาดําเนินการ ซึม ลึก รู้สภาพพื้นที่ ทั่วไป หลังจากมีการปรับปรุงแก้ไข ล้มงบประมาณพวกนี้หมดเลย แล้วข่าวทุกวันนี้ ไม่ลึกซึ้ง มันเป็นข่าวฟังจากร้านกาแฟ ความจริงแล้วต้องมีคนฝังตัวเข้าไปเลยนะครับ สามารถที่จะรู้เลยว่ามีการประชุมอย่างไร และไม่ต้องรีบ ท่านคิดดูมีการวางระเบิดที่ถนน ลึกขนาดนั้น ไม่สามารถรู้ซึ่งก็ใช้เวลา ไม่ได้เอาคนอยู่เฉยๆ เอาจอบขุดได้ ต้องสามารถ มีเครื่องมือ ก็แสดงว่าการนํามวลชนเราน้อย การสูญเสียอํานาจรัฐนี่สูง เพราะว่าเราไม่ได้ มวลชนจากประชาชนมาให้ข่าวหรือมาส่งข่าวให้กับฝ่ายรัฐ สิ่งเหล่านี้ที่ผมต้องการเห็น ในการศึกษา แต่ท่านศึกษาในเชิงฟังก์ชัน ก็คือตั้งคณะอนุกรรมาธิการเข้าไปลง พอลงอย่างนี้ การแก้ไขปัญหามันก็ไม่บูรณาการ เพราะว่าถ้าการแก้ไขปัญหา ศึกษาจริง ๆ นี้ต้องไม่สน โครงสร้างในระบบราชการเดิม แล้วถามว่าผลอันนี้ออกมาอย่างไร เรียกทหารมา ทหารบอก ผมขอรับผิดชอบ ลองให้แม่ทัพภาค ๒ สมัยก่อน พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ท่านเปลี่ยนเป็น ระบบการพัฒนาการเข้าถึง มีการเอาโครงการไปให้ พอรุ่นหลัง ๆ ก็บอกว่าหน่วยนั้น หน่อมแน้ม ไม่สมศักดิ์ศรี ทหารต้องรบ เห็นไหมครับ คือนี่มันเป็นการสู้นอกแบบ แต่ถ้าเอา ทหารในแบบไปต่อสู้ มันไปไม่รอดหรอกครับ แล้วเวลาโดนยิงก็สงสาร เราต้องไปงานวีรชน ตลอดเวลา ผมไม่อยากให้ประเทศไทยเรามีวีรชนอีกแล้ว เราน่าจะหยุดสักทีเพื่อจะได้ ให้เห็นว่าเรานี้เข้าถึง แล้วพอเราทําเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ปัญหาไม่จบหรอกครับ เมื่อปัญหา ไม่จบ ผมก็เลยขอให้ท่านคณะกรรมาธิการที่ท่านใช้ระยะเวลายาวนาน แล้วในฐานะที่ ผมก็เป็นผู้ที่เสนอญัตตินี้ พอผมอ่านแล้วนะครับผมยังรู้สึกว่าเกายังไม่ถูกที่คันครับ พออ่านเสร็จแล้วผมก็ยังไม่รู้ว่ามันจะแก้อย่างไร เงินที่เสียไปนี้ คนตายตลอด จริง ๆ แล้ว ปัญหาที่ วปอ. เขาก็มีการศึกษา แล้วก็ที่หลายส่วน ผมดูคณะอนุกรรมาธิการกิจการฮัจย์ ก็ไปติดต่อเรื่องเครื่องบินอะไรต่าง ๆ คือกลับไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของมวลชน ไปช่วยทํางานให้กับข้าราชการประจํา ไปต่อจิกซอว์ให้งานสําเร็จ เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ถูก ไม่ดีนะครับ เป็นเรื่องดีแต่ไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ นี่ไม่ได้ว่านะครับ แต่ว่าผมเสียดายเวลาเราอยากจะได้คัมภีร์ยุทธ์สักอันหนึ่ง เล่มนี้ ผมฝันนะครับที่ผมเสนอนี้ว่า พอถึงเวลาปุ๊บ ฝ่ายกฎหมายแก้อย่างไร อะไรที่เป็นอุปสรรคด้านกฎหมายบ้าง อะไรที่เป็นอุปสรรคด้านงบประมาณ พอไปถามจริง ๆ นะครับท่านก็คงรู้ ไปถามนายอําเภอ ก็ไม่มีเงิน ไปถามทหารก็ไม่มีเงิน แล้วเงินมันไปไหนกันหมดที่เราอนุมัติตั้ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปถาม กอ.รมน. ครับ กอ.รมน. บอกไม่มีเงิน ผมไปประชุม คณะกรรมาธิการของท่าน พันตํารวจโท สมชาย ก็มีคนมาบอก เขานี่นะครับมีการคิดเรื่อง ระบบการวอร์นนิ่ง (Warning) สมมุติมีใครที่จะบุกเข้ามาในค่าย สามารถที่จะเตะอันนี้ เสียงดัง ตูม อันหนึ่งไม่กี่บาท ประมาณเป็น ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง เชื่อไหมครับไม่มีเงิน นี่คือการปกปักรักษาชีวิตของหน่วยทหาร หรือมีก็ไปใช้ซื้อของแพง ๆ ไปซื้อบอลลูน (Balloon) อย่างนี้ ตั้ง ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ผมเลยอยากให้ท่านได้ศึกษา ผมหาไม่เจอเลยนะครับว่า ระบบที่เขาเรียกว่าซีซีทีวี (CCTV) คือระบบเชิงรุกกับเชิงรับนะครับ เชิงรับเรามีอะไรบ้าง เชิงรุกมีอะไรบ้าง การรุกมี ๒ อย่าง รุกในส่วนที่เป็นผู้ก่อการร้ายที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน นี่ว่าอีกรูปแบบหนึ่ง รุกในส่วนที่ประชาชนที่คับแค้นใจแล้วก็อยากจะแก้แค้น หรือว่า กลุ่มพวกนี้นี่ความจริงเป็นคนที่มีสติปัญญามากนะครับ พอเราจบปอเนาะแล้ว ระบบโครงสร้างในมหาวิทยาลัยเราไม่มีที่รองรับ เพราะตอนนั้นเทียบการศึกษาไม่ให้ เขาก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอิรัก ไปเรียนต่อที่ประเทศอียิปต์ และเรียนต่อทุนต่างประเทศ กลับมาแล้วเด็กพวกนี้มีสติปัญญา แต่เราไม่มีอะไรรองรับ เขาก็ไปทําหน้าที่สอนศาสนาต่อ พอจํานวนมาก ๆ ขึ้นเป็น ๑๐ ปี กําลังอย่างนี้เขาก็คิด หมกมุ่นต่อเรื่องที่เขาจะทําเรื่องงาน ที่เขาเรียนมา ความจริงเด็กพวกนี้ไม่ใช่เด็กเกเร เขาเป็นเด็กฉลาดแต่เรียนปรัชญา ศาสนา เพราะฉะนั้นแล้วถ้าท่านเข้าถึงจริง ๆ แล้วอธิบายกันจริง ๆ สามารถจะเปลี่ยนคน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นนะครับที่ว่าไม่ได้คิดแบ่งแยกดินแดน เข้ามาพัฒนา โรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องการคนที่เก่งภาษายาวีนะครับ มามากมาย แล้วมีอะไรต่าง ๆ นี่ครับที่เราอยากจะ มองเห็นในการแก้ในเชิงเอาท์คัมที่เกิดขึ้น แต่พอผมมองขึ้นมา ผมยังรู้สึกว่าผมคันแล้วมัน ไม่ได้เกาหลังผมที่แท้จริงนะครับท่านประธาน ก็เลยขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านก็ศึกษามาแล้ว ใกล้ยุบสภาแล้ว เชื่อว่าคัมภีร์ยุทธที่ผมหวังจะได้ มันไม่ได้ แต่ได้มิติการทํางานของแต่ละหน่วยงานในเรื่องต่าง ๆ ก็ไม่ว่ากันนะครับ สภาหน้า ก็คงได้ศึกษาอีก ขอบคุณครับ
เชิญท่านฐิติมา
ท่านประธาน ขออนุญาตครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงหรือครับ เดี๋ยวนะครับ เอาสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ คือขณะนี้ท่านเสนอรายงานแล้วก็ฟังสมาชิกแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงาน ก็ให้ชี้แจง ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตท่านประธานว่าการศึกษาปัญหาความไม่สงบจังหวัด ชายแดนภาคใต้ หลายเรื่องครับที่ตรงประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้แสดงข้อคิดเห็นต่อ คณะกรรมาธิการ ก็หลายเรื่องเหมือนกันที่ทางคณะกรรมาธิการไม่ได้นําไปศึกษา ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตปูพื้นฐานปัญหาเรื่องความไม่สงบ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องยอมรับก็คือว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยที่จะได้รับการ ยอมรับ เราต้องยอมรับครับว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มก่อการความไม่สงบ มีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนคือต้องการที่จะมุ่งหมายถึงดินแดน การศึกษาทุกหน่วยงาน ณ วันนี้ ทั้งวิจัย ทั้งด้านเอกชนก็ดี ทั้งของสภาผู้แทนราษฎรก็ดี จะพูดถึงตรงกัน ประเด็นนี้สิครับ ซึ่งแต่เดิมเราต้องยอมรับว่าหลายเรื่องของคณะกรรมาธิการได้ไปศึกษามานี้นะครับ ปัญหาเราก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมันก็เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐ ซึ่งแต่เดิมเราต้องยอมรับ ว่าพอไปดูในมิติของการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ท่านลองไปดูในมิติทางด้านความมั่นคงแห่งรัฐ ในเอกสาร หน้า๗๘ นี่นะครับ ท่านจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาความไม่สงบจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมีตัวตนในการต่อสู้ของกระบวนการที่ต่อสู้อย่างมีเป้าหมายอย่างชัดเจน ที่ผมพูดถึงในเรื่องดินแดน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ครับ ปัญหาที่ผมบอกว่ามันเกิดขึ้นจากความผิดพลาด ระดับนโยบาย ซึ่งก่อนหน้านี้มันเกิดความผิดพลาดจริง ๆ เพราะในสมัยนั้นเป็นที่ยอมรับของ รัฐบาลในสมัยก่อนหน้านั้นบอกว่ามันไม่มีขบวนการโจรก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แต่กระบวนการเวลาไปศึกษาจริง ๆ ในข้อมูลที่เป็นจริงแล้ว มันมีขบวนการที่มี การเคลื่อนไหว มีเป้าหมายอย่างชัดเจนที่มุ่งหมายไปสู่ดินแดน
ทีนี้ในกรอบของคณะกรรมาธิการได้ไปศึกษาครับท่านประธาน และอยู่ ภายใต้โครงสร้างของกลุ่มขบวนการหลาย ๆ ขบวนการมารวมกันเป็นขบวนการเดียวกัน แต่ผมไม่ขอเอ่ยชื่อขบวนการอะไรในนี้ ๗-๘ ขบวนการ ซึ่งแต่เดิมนี่ก่อนที่จะมีการศึกษา เรื่องนี้ ไม่มีการยอมรับ แต่วันนี้แสดงให้เห็นว่าบางครั้งในระดับนโยบายถ้าเกิดไม่รู้โจทย์ ไม่รู้ถึงปัญหาที่แท้จริงจะทําให้การตั้งโจทย์มันผิด แล้วจะเป็นการซ้ําเติมกับการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มขึ้น จากการศึกษาหลายครั้งของคณะกรรมาธิการได้มีการศึกษา ในหลายมิติ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เราต้องยอมรับว่าการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เรื่องง่าย ณ วันนี้ การแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องที่ยากและต้องทําความเข้าใจและตั้งใจ ที่สําคัญที่สุดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือต้องไม่อยู่บน ๓ อ ๓ อ คือ ไม่อยู่กับอารมณ์ กับอาวุธ กับอคติ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่มีระดับนโยบายในภาครัฐบาล ถ้าไม่มี ๓ อ นี้ก็สามารถที่จะแปรกับแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ไปได้ระดับหนึ่ง
ในมิติด้านความมั่นคง ผมขออนุญาตเรียนลงไปลึกนิดหนึ่งครับว่าสถิติ เราต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมานี่เกิดเหตุการณ์แค่ ๘๓ ครั้ง ต่อมาลดลงมาเรื่อย ๆ แม้กระทั่งในปี ๒๕๔๓ นี่เกิดเหตุการณ์เพียง ๑๕ ครั้งในสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น จะสังเกตเห็นว่าสถานการณ์และเหตุการณ์มันลดลง และมา ช่วงหลังมันเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ก็เริ่มต้นตั้งแต่มีการวางระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ นั่นเป็นโจทย์ที่บอกว่าปัญหามันจะเกิดความรุนแรง แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือการไม่รู้ข้อมูล ที่เป็นจริง บอกว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีโจรก่อการร้าย ไม่จริงครับ ปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่บนพื้นฐานของการเคลื่อนไหวในมิติด้านความมั่นคงเป็นหลัก ก่อนที่จะไปสู่มิติในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา
ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ที่จริงเวลาท่านสมาชิกอภิปรายถึงเรื่องงบประมาณ ที่จริงเรื่องของคณะกรรมาธิการศึกษา ก็มุ่งพุ่งไปที่เรื่องงบประมาณเหมือนกัน เรื่องงบประมาณ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่างบประมาณเท่าที่คณะกรรมาธิการ ได้ไปศึกษาในรายละเอียด แต่ว่าไม่ได้นําบรรจุไว้ในรายละเอียด มันมีเงินค้างท่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ เกิดเงินค้างท่อจริง ๆ แต่ช่วงหลังมีการขับเคลื่อน การผลักดัน อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่า มีเส้นทางบางเส้นทางที่สร้างไม่เสร็จ รัฐบาลนี้ก็พยายามผลักดันเส้นทางนี้จนแล้วเสร็จ และมีอีกหลายเส้นทางแม้กระทั่งเส้นทางตะโล๊ะหะลอ ปาลอปาต๊ะ ระหว่างอําเภอรามัน จังหวัดยะลากับจังหวัดนราธิวาส วันนี้รัฐบาลก็พยายามผลักดัน เพราะฉะนั้นจะสังเกตเห็นว่า หลายงบประมาณที่ค้างท่อไป มันเกิดเหตุเพราะว่าบริษัทก่อสร้างที่ไปก่อสร้างเส้นทาง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาจากบริษัทที่ไม่ได้เป็นบริษัทในพื้นที่ทิ้งงานไป อ้างความมั่นคง อ้างความไม่ปลอดภัย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่หากจะตามลึกลงไปใน รายละเอียดจริง ๆ ในเรื่องงบประมาณ หลายโครงการครับที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าโครงการที่รัฐบาลลงไปนี่ดีไหม ดีครับ แต่ว่าดีแล้ว การติดตาม ซึ่งในเอกสาร ด้านการศึกษาก็ได้มีข้อสรุปอยู่ส่วนหนึ่งบอกว่า ในการจัดสรรงบประมาณนั้นรัฐบาลเองก็ต้องไปติดตามเพื่อไม่ให้เงินค้างท่อ วันนี้เราจะเห็น ได้ว่าหลายเรื่องที่รัฐบาลได้ทําไว้ ที่จริงเอกสารการศึกษานี้เข้าบรรจุระเบียบวาระ เพื่อนําเสนอต่อสภาตามลําดับขั้นตอนมันทําให้ล่าช้า บางเรื่องรัฐบาลได้ทําจริง ๆ แม้กระทั่ง ในเรื่องการบริหารการปกครองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลกลับล้ําหน้า ทําไปก่อนที่เอกสารได้เสนอต่อสภา จะสังเกตเห็นว่าในการออกพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๓ ซึ่งกฤษฎีกาได้ประกาศ ณ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ จะสังเกตเห็นว่าในนี้จากการกระบวนการศึกษานี่นะครับ มันมีมิติการศึกษาด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษาด้านวัฒนธรรม กระบวนการทั้งหลายมาอยู่ภายใต้โครงสร้างของกฎหมาย ที่รัฐบาลนี้เขาทํา ถามว่ากรรมาธิการเห็นด้วยไหม กรรมาธิการเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องไปคิดถึงการปกครองพิเศษ เหตุผลเพราะว่าในรูปแบบของกฎหมายนี้ นายกรัฐมนตรี ตามที่เอกสารของกรรมาธิการได้ศึกษา บอกว่าจะต้องเข้ามากํากับดูแลเป็นการเฉพาะ เป็นการบูรณาการ ในกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๓ จะมีอยู่ ในนี้หมดและทุกอย่างขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี งบประมาณสามารถไปจัดสรรเอง ไปคิดเอง ทําเอง ภายใต้โครงสร้างของคณะกรรมการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในเอกสาร ในการศึกษาของกรรมาธิการก็อยู่ แต่ว่ารัฐบาลได้ทําเรื่องเหล่านี้ล้ําหน้าไปแล้วส่วนหนึ่ง ทีนี้ในส่วนของที่เพื่อนกรรมาธิการได้พูดถึงว่าการใช้งบ ๑.๔ แสนล้านบาท เดี๋ยวประชาชน ที่ฟังการอภิปรายอยู่ในขณะนี้จะเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลนี้อย่างเดียว ที่จริงไม่ใช่นะครับ มันเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ๑๓,๔๕๐ ไล่ลงมาเป็นพัน ๆ ล้านบาท จนรวมมาถึง ๑.๔ แสนล้านบาท มาถึงหลายรัฐบาลครับ แต่ว่าหลายรัฐบาลบนพื้นฐานในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องเข้าใจว่าปัญหาจริง ๆ ของโจทย์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้จากการศึกษา ปัญหาจริง ๆ ก็คือมิติในด้านความมั่นคงก่อนที่จะไปด้านเศรษฐกิจ สังคม ด้านการศึกษา และด้านวัฒนธรรม และความเป็นธรรมของสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการทําโครงการในการศึกษา ในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เพราะในพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รวบรวมสิ่งเหล่านั้นอยู่ในเอกสารเหล่านี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้นะครับ อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการนั่งจดประเด็นไว้ก่อน แล้วท่านจะได้ขึ้นมา ชี้แจงทีเดียวนะครับ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกอยากแสดงความเห็น แล้วก็เอกสารนี้ก็ถือว่า คณะกรรมาธิการได้ศึกษา ได้ตั้งอนุกรรมาธิการดูมารอบด้านนะครับ ก็ฟังเพื่อนสมาชิก สะท้อน อาจจะมีอะไรเพิ่มเติมส่วนที่ขาดตกบกพร่อง อันไหนที่ไม่เข้าใจจะซักถามท่าน เดี๋ยวท่านจดประเด็นแล้วก็ตอบเสียทีเดียว เชิญท่านฐิติมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีมาอย่างยาวนาน แล้วก็ยืดเยื้อ ทุกคนทราบดีอยู่ แต่ว่าพวกเราเองแล้วก็ประชาชนทั่วไปก็คาดหวังว่า ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล และภาคใต้เองก็มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์มากมาย น่าจะเข้าใจ น่าจะรู้ปัญหา น่าจะสามารถที่จะบรรเทาหรือยุติความไม่สงบลงไปได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าผิดหวังจริง ๆ ค่ะ ผิดหวังเพราะว่าเหตุที่เกิดขึ้นในตลอด ๗ ปีที่ผ่านมานั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ก็ดี แต่ละครั้งมัน รุนแรงขึ้นมันน่าจะบรรเทาลง งบประมาณก็สูง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ทําไมยังปล่อยให้มีเหตุรุนแรงมากถึงหมื่นกว่าครั้ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ จังหวัดปัตตานี ๓,๐๐๐ กว่าครั้ง จังหวัดยะลา ๓,๐๐๐ กว่าครั้ง จังหวัดนราธิวาสประมาณ ๔,๐๐๐ ครั้ง จังหวัดสงขลาอีก ๕๐๐-๖๐๐ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๔,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งเป็นประชาชนเข้าไป ๓,๘๐๐ ราย ทหารเกือบ ๓๐๐ ราย ตํารวจอีก ๒๐๐ กว่าราย มีผู้บาดเจ็บเกือบ ๘,๐๐๐ ราย ทําไมยังมีเหตุการณ์ที่เราสามารถเรียกได้ว่ามีการยิงกัน มีการทําร้ายกัน มีการวางเพลิง วางระเบิด มีการฆ่าตัดคอ มีการปล้น ปล้นทั้งอาวุธปืน วัตถุระเบิด ซิมการ์ด (Simส Card) โทรศัพท์ สายไฟฟ้าก็ปล้น มีชุมนุมประท้วง มีก่อกวน มีทําลายแม้กระทั่งธงชาติ หรือจับเป็นตัวประกัน ทําไมยังมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่ มันเรื่องที่ น่าเศร้าใจมาก ท่านประธานคะ รายงานฉบับนี้ดิฉันคงต้องมีทั้งขอชื่นชม รายงานผลการพิจารณา ศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเรากําลังอภิปรายกันอยู่ ต้องขอชื่นชม ว่าเขาเขียนได้ดีเหมือนกันนะคะ เขียนได้ดีเพราะว่าอ่านแค่สรุปผู้บริหาร ก็สามารถเข้าใจว่า สภาพปัญหาคืออะไร หรือกรอบคิดที่สําคัญที่จะให้เราคํานึงถึงการแก้ปัญหามันคืออะไร มีข้อเสนอแนะอะไร เขาก็มี แต่ที่ควรจะปรับปรุงก็ต้องมีด้วย ดิฉันพบว่าข้อมูลสถิติ ยังไม่ได้ถูกบรรจุลงไป เช่น จํานวนประชากร หรือว่าเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมีกี่ครั้ง อย่างไรบ้าง ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ไม่มี ข้อมูลรายละเอียดงบประมาณที่ลงไปในชายแดนภาคใต้ก็ไม่มี ข้อมูลพวกนี้สําคัญอย่างไร แน่นอนเพื่อให้ ส.ส. เราได้ทราบ แล้วก็เพื่อจะรวมรวบวิเคราะห์ ต่อไปได้ด้วย จากข้อมูลที่มีให้ ที่บอกว่าดีนั้น แน่นอนคนที่ไม่รู้เรื่องภาคใต้ที่มีปัญหา พออ่านแล้วจะเข้าใจได้พอสมควรเลยที่เดียว อันนี้ต้องขอชื่นชมกันไว้ แต่การที่ข้อมูลมันขาดไปนั้น ทําให้ ส.ส. ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีเดียว ซึ่งดิฉันต้องไปหาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ไปหาความรู้จากคนอื่นที่พูดคุย ซึ่งประเด็นปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องที่ดิฉันให้ความสนใจ และมีการพูดคุยทีไรดิฉันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยตลอด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าทางแก้ปัญหานั้นจะเป็น อย่างไร แต่ก็พยายามเสนอแนะอยู่เรื่อย ๆ ทีนี้ปัญหาโดยรวมที่เขียนไว้ในรายงานนี้น่าสนใจ มากนะคะ เขาจะแยกเป็นทั้งระดับโครงสร้างทางสังคมและระดับมิติทางวัฒนธรรม ซึ่งทางสังคมนั้นเรารู้อยู่แล้ว่าการจัดการทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือนโยบายในการแก้ไขปัญหานั้น เขาบอกเลยว่ามันไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต แล้วก็การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ นี่เขาสรุปได้อย่างนี้ แล้วก็ขาดพื้นที่ทางการเมือง ที่จะให้ประชาชนเขาสามารถแสดงออกถึงความต้องการที่จะกําหนดอนาคตหรือทิศทาง ของตนเองหรือชุมชนของตนเอง ส่วนมิติทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่เราพูดกันเยอะทีเดียว แล้วไปถามใครก็มักจะพูดถึงมิติทางวัฒนธรรมนี้ จนกระทั่งท่านเจะอามิง ท่านเพิ่งพูด เมื่อสักครู่ว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง อันนี้อาจจะไม่มีคนพูดมากมายนัก มันยาก มันลึกซึ้ง เหลือเกิน แต่ทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่เราจะเจอกันอยู่บ่อย ๆ นั่นคืออะไร จะบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนไม่ได้เห็นคุณค่า ไม่ได้เข้าใจ ไม่ได้ให้เกียรติต่อคนในพื้นที่ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ที่เราพยายามจะพูดว่าเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ คนชายแดนภาคใต้ก็มี วิถีชีวิต มีอัตลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ของพื้นถิ่นของเขาที่แตกต่างไปจากคนทางซีกภาคกลาง หรือทางภาคอีสานหรือพื้นที่อื่น ๆ เขามีอัตลักษณ์ของเขา องค์ประกอบหลายเรื่อง ที่ทําให้เห็นว่ากลไกของรัฐนั้นไม่ได้ทําเรื่องให้สอดคล้องเลย ไม่ได้ให้เกียรติ แถมอาจจะยัง หมิ่นศักดิ์ศรีของคนภาคใต้ด้วยซ้ํา ไม่ได้คํานึงถึงชาติพันธุ์ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม ไม่ได้คํานึงถึงความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของเขา ในอัตลักษณ์ของเขา ความไม่เข้าใจ เรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมนั้น เราจะเจอมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ แล้วค่ะ พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านประธานคะ ท่านได้ให้ ไว้ถึง ๖ ข้อด้วยกัน แต่ดิฉันจะไม่ได้อ่านทั้ง ๖ ข้อ ขออนุญาตที่จะเอ่ยถึงว่าบางข้อที่เรา จะพูดถึงกันนี้เช่น ข้อที่ ๑ บอกว่า ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติอย่างใดเป็นทางให้พลเมือง รู้สึกเห็นไปว่าเป็นการเบียดเบียน กดขี่ศาสนาอิสลาม ต้องยกเลิกหรือแก้ไขเสียทันที ข้อต่อมาก็ยังพูดอีกว่า การกดขี่บีบคั้นแต่เจ้าพนักงานของรัฐบาล เนื่องแต่การใช้อํานาจ ในทางที่ผิดไม่เป็นธรรมก็ดี เนื่องจากการหมิ่นลู่ดูแคลนพลเมืองชาติแขกโดยฐานที่เป็นคน ต่างชาติ ควรจะต้องยกเลิกกันไป หรือข้าราชการที่แต่งตั้งออกไปประจําตําแหน่งในมณฑล ปัตตานี พึงเลือกเฟ้นแต่คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สงบเสงี่ยมเยือกเย็น ไม่ใช่สักแต่ว่าส่งไป บรรจุให้เต็มตําแหน่งหรือส่งไปเป็นการลงโทษ เพราะเลว นี่ยกตัวอย่างใน ๓ ข้อ ที่พระองค์ท่าน ได้ให้พระบรมราโชบายไว้ ทีนี้มันมาตรงกับเหตุการณ์ที่เรามักจะเจอและพูดถึงกันในมิติ ทางวัฒนธรรม ที่บอกว่าข้าราชการคนใดไม่เอาใจเจ้านายก็ดี หรือว่าไม่ถูกกับเจ้านายก็ดี กับเพื่อนฝูงก็ดี จะไม่ส่งส่วย จะอะไรก็แล้วแต่ที่มันมีเรื่องที่ว่าไม่ชอบหน้ากัน ก็จะถูกลงโทษ ส่งไปอยู่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาเยอะมากทีเดียวค่ะท่านประธาน ปัญหาอันนี้มันคือความไม่เข้าใจที่สะสมมากขึ้น ๆ เพราะคนพวกนี้คือคนที่ไปจากต่างถิ่น เมื่อไม่เข้าใจวัฒนธรรมอย่างที่ดิฉันกล่าวมาข้างต้น ก็อาจจะไปประพฤติปฏิบัติไม่ดี และพระบรมราโชบายนี้มีตั้งแต่ปี ๒๔๖๖ ค่ะท่านประธาน เราอย่าได้พูดกันว่าเหตุการณ์ รุนแรงต่าง ๆ มันเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ อย่างนั้นอย่างนี้ แน่นอนรุนแรง แต่มันสะสมกันมา อย่างยาวนาน และยังปล่อยให้มันสะสมอยู่ อันนี้สิผิด แต่ในรายงานนี้ไม่ได้พูดถึง พระบรมราโชบายบ้างเลย ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว น่าสนใจตรงที่ว่า ไม่ได้แก้ไขความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งโครงสร้างพวกนี้ เหตุความรุนแรงต่าง ๆ ทําให้มี ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ มีหญิงหม้ายเกิดขึ้น ที่เรารู้ว่าสถิติตอนนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคน มีเด็กกําพร้าที่เกิดขึ้นประมาณ ๕,๐๐๐ คน แล้วยังมีผู้ที่คับแค้นใจอีกนับไม่ถ้วน ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นปัญหาสังคมแบบนี้มันจึงเป็นปัญหาระยะยาว ระยะยาวที่ ผู้ที่มีชีวิตต่อไปเขาต้องรับภาระหนักมาก หญิงหม้ายต่าง ๆ เขาต้องดูแลครอบครัวของเขา ด้วยความลําบาก เพราะเขาขาดคู่ชีวิตก็ดี เขาขาดผู้ที่จะช่วยเหลือเขา เขาไม่มีเวลา ดูแลลูก เมื่อไม่มีเวลาดูแลลูกก็ปล่อยลูกไว้ ปล่อยลูกไว้ ลูกก็มีโอกาสที่จะไปเสพยาเสพติดได้ หรือไปเข้าขบวนการ ซึ่งเข้าไปอยู่ในเรื่องของมิติความมั่นคงนั่นเองว่า ไปอยู่ในขบวนการ ก่อการร้าย อันนี้เราก็เข้าใจ ได้ยิน ได้ฟัง จะถูกชักจูงไปในเรื่องต่าง ๆ นานามากมาย เพราะฉะนั้น ประเด็นของการเยียวยาจึงเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาตอนนี้ที่จะพูดถึง เรื่องการเยียวยาเพราะว่าในมิติตรงนี้เป็นมิติที่ควรจะให้ความสนใจ ถ้าหากว่า เราเยียวยาหรือเราแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจหรือเห็นใจ และเราใช้จ่ายงบประมาณ ไปในทางที่ถูก มันอาจจะทําให้ความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมา ผู้ที่คับแค้นใจต่าง ๆ อาจจะ ลดน้อยลง อันนี้คือหวังว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์น่าจะเข้าใจ รัฐบาลนี้น่าจะเข้าใจ แต่ท่านประธานคะ กลับพบว่าการเยียวยานั้น การจัดสรรงบประมาณเยียวยานั้นน้อย น้อยกว่าปกติที่ควรจะเป็น แต่งบประมาณทางด้านความมั่นคงกลับเยอะมากทีเดียว ทีนี้งบประมาณเยียวยาเป็นอย่างไร ดิฉันคิดว่ากระทรวงที่น่าจะทําการเยียวยาได้ดีคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพบว่าในงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๔ ที่เพิ่งจะพิจารณากันไปจนขณะนี้เราใช้นั้น งบประมาณตัวนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ชื่อว่า เงินอุดหนุน การช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเป็นคําเดียวที่ดิฉันเห็นอยู่ในงบประมาณตัวนี้ของภาคใต้ว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีแค่เพียง ๒๑๓.๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วก็ตั้งไว้ที่สํานักงานปลัดกระทรวง ๒๐๐ กว่าล้านบาท กับเหตุการณ์ที่มันเรื้อรังมานานจากที่ดิฉันกล่าวถึง มันไม่เพียงพอหรอกค่ะ แน่นอนบางคน บอกว่าเด็กกําพร้าก็ดี ๕,๐๐๐ คน หญิงหม้ายอีก ๒,๐๐๐ คน คงรวมเป็นแค่ ๗,๐๐๐ คน เอา ๗,๐๐๐ มาหาร ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็ได้ตั้ง ๓๐,๐๐๐ บาทกว่าคน คิดแบบนี้ไม่ได้ ถ้าสมมุติจะเถรตรงคิดแบบนี้ ท่านก็ลองคิดดู กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ก็ต้องมีโครงการอีกมากมาย เขาไม่ได้เอาเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทไปให้ต่อหัวที่เกิดเหตุ หรือว่าคนที่จะต้องเยียวยา ไม่ใช่ โครงการต่าง ๆ มากมาย ทําไปทํามาเหลือไม่กี่ร้อยบาทถึงต่อคน หรือเปล่า ยังไม่แน่ใจ มาดูงบประมาณเยียวยาอื่น ๆ ที่ไม่รวมอยู่ในงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ดิฉันเองไม่อยากจะเรียกว่ามันเป็นการเยียวยา ท่านประธานคะ มันมีงบประมาณ เป็นวงเงินถึง ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก กอ.รมน. ๘,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงกลาโหม ๓,๖๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ ๒,๔๐๐ ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตํารวจ ๑,๖๐๐ ล้านบาท เป็นต้นนะคะ อันนี้เป็นงบประมาณที่ไม่ได้เรียกว่าเยียวยา ดิฉันกําลังพูดประเด็นว่าเยียวยาอาจจะช่วยทําให้สถานการณ์มันดีขึ้น ผ่อนเบาได้บ้าง ให้คนที่รู้สึกคับแค้นใจ หรือคนที่เขาเสียหาย หรือว่าน่าสงสารได้มีความสุขมากขึ้น แต่ปรากฏว่างบประมาณชาตินี้ที่ใช้กันไปเรื่องชายแดนภาคใต้นั้น ท่านประธานคะ ปี ๒๕๔๗ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจําปีนะคะ งบประมาณชายแดนภาคใต้นะคะ ปี ๒๕๔๘ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๔๙ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทด้วยซ้ํา ปี ๒๕๕๒ น่าสนใจมาก ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ อีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ดิฉันพูดถึง ตรงนี้มันเงินเยอะเหลือเกินที่หลายคนบ่นว่า ๑.๔ แสนล้านบาทมันเยอะ มันเยอะมาก แล้วยังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอเสนอว่า เยียวยาเป็นเรื่องสําคัญ ที่ต้องให้ความใส่ใจ แต่แล้วพอเยียวยากันไป แต่ว่ามันมีเรื่องอย่างนี้ค่ะท่านประธาน เรื่องอื่นที่ดิฉันขอเสนอก็คือว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งรายงานฉบับนี้พูดถึง ประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ มีส่วนร่วมมากมายใหญ่โตหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน แต่ปรากฏว่าการมีส่วนร่วมนั้นประชาชนจะได้มีส่วนร่วมเข้าไปจริง ๆ หรือเปล่า ที่หลายคน บอกว่ามี พ.ร.บ. ใต้ แล้วก็ พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพิ่งผ่านไป มีคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือตัวย่อว่า กพต. มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านประธานคะ ปรากฏว่า ในคณะกรรมการชุดนี้ดิฉันเคยต่อว่าในคราวที่แล้วเราพูดชายแดนภาคใต้ไปทีหนึ่ง บอกว่า ให้ ครม. เกือบทั้งคณะเลยมาเป็นกรรมการอยู่ มีข้าราชการระดับสูง ซึ่งทั้งหมดนี้มาจาก ส่วนกลาง ไม่ได้เข้าใจพื้นฐานของคนภาคใต้จริงจัง แต่ให้ภาคประชาชนเป็นเพียงที่ปรึกษา ซึ่งมุมมองของดิฉันคิดว่าให้เป็นแค่ที่ปรึกษา เป็นสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มันไม่เพียงพอ มันอาจจะต้องคํานึงกันใหม่แล้ว เพราะเรายังคงพูดภาคใต้ มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา คํานึงใหม่ว่าอะไร การที่เขาเป็นที่ปรึกษามันเพียงพอหรือเปล่า ท่านไม่ขอคําปรึกษาก็จบเห่กันนะคะ เขาไม่ได้ให้คําปรึกษา ดิฉันไม่เห็นด้วยว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ เวลาเข้ามาแล้วพิจารณาแบบนี้ออกไปเป็น พ.ร.บ. เอาละ ดิฉันแพ้ไปแล้ว ไม่เป็นไร แต่ดูเหมือนว่าข้าราชการต่าง ๆ หรือนายกรัฐมนตรีนั้นกลัวสูญเสียอํานาจ จึงไม่ให้พวกนี้ เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง ทีนี้พวกนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง เปิดโอกาสจริงตามที่คณะกรรมาธิการ ได้ทําการศึกษาหรือเปล่า ท่านบอกว่าเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ท่านบอกว่าคิดริเริ่ม ต้องให้ส่วนร่วม ร่วมกําหนดนโยบาย ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติตามแผน ร่วมตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ร่วมติดตามประเมินผล ร่วมรับผิดชอบ ดิฉันไม่มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมแบบนี้ สภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมจริงจังขนาดไหน อาจจะไม่กล้าที่จะพูดเลย หรือพูดก็น้อยมาก ก็คงเป็นเพียงใครมาขอคําปรึกษาก็คงต้องให้ไป มันไม่จริงจัง เพราะฉะนั้น จึงฟังเสียงประชาชนได้ไม่เต็มที่ ดิฉันจึงอยากจะขอให้คณะกรรมการชุดนี้ได้ทําการศึกษา เพิ่มเติม เพิ่มเรื่องการมีส่วนร่วมเข้าไปมาก ๆ เถอะค่ะ ในขณะเดียวกันเรื่องสุดท้ายของการที่ จะมีข้อเสนอแนะ ท่านประธานคะ มิติความมั่นคง เรารู้อยู่ว่าเราสงสัย บางคนอาจจะเชื่อมั่น เลยก็ได้ว่ามีขบวนการที่เรียกว่าการก่อความไม่สงบ เป็นขบวนการ ในฐานะที่ดิฉันเอง เป็นกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งจากประสบการณ์ดิฉันคิดว่าปัญหาหลายส่วนที่หลายคน สะท้อนมามันเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือความไม่เข้าใจในอัตลักษณ์ หรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดังนั้นวิธีที่จะบรรเทาปัญหาเพื่อเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ยุติปัญหาในที่สุดเลยก็ว่าได้ มันน่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกลุ่มมุสลิม ขอความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ขอแนวร่วมเพื่อให้เขา มาช่วย ให้มิติทางด้านความมั่นคงนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าในวันนี้ ที่ดิฉันอภิปราย ก็ขอสรุปได้ว่าดิฉันก็ผิดหวังในพรรคประชาธิปัตย์ที่มาเป็นรัฐบาล แล้วยัง มิสามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนได้ นอกจากนั้นแล้วความไม่สงบมันไม่ได้อยู่แค่ภาคใต้ มากรุงเทพฯ ท่านก็ยังคงปวดหัวอยู่ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าคงต้องให้ท่านทํางานในระยะเวลา อันสั้น ซึ่งท่านบอกว่าท่านจะยุบสภาเร็ว ๆ นี้ ก็ขอให้ที่คณะกรรมาธิการได้มีข้อมูล หรือตอบโจทย์ครั้งสุดท้ายให้กับ ส.ส. ได้เข้าใจมากขึ้นว่าท่านจะทําอย่างไรต่อไป แล้วก็ ขอกราบขอบพระคุณที่ทํารายงาน ซึ่งดิฉันได้ประโยชน์จากตรงนี้มากด้วยเช่นกัน ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเจือ ราชสีห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา เดิมผมเองจะอภิปรายเพียงรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้นะครับ แต่เมื่อสักครู่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกในสภาได้พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดถึงรัฐบาลที่ทํางาน เหมือนกับว่าล้มเหลว ก่อนที่จะลงในรายละเอียดของรายงานผลการศึกษา ผมเองต้อง ขออนุญาตพูดถึงสักเล็กน้อยครับท่านประธาน ต้องยอมรับเสียก่อนนะครับว่าความไม่สงบ ชายแดนภาคใต้นั้นไม่ใช่เกิดในรัฐบาลชุดนี้หรอกครับ จริง ๆ ไม่อยากจะย้อนกลับไป แต่ว่าเมื่อเพื่อนสมาชิกพูดถึงก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง รัฐบาลชุดนี้มารับ หน้าที่เมื่อ ๒ ปีนี้เอง ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เป็นรัฐบาลของท่านเองบริหารประเทศมา อย่างน้อย ๖ ปี เกือบ ๗ ปี ก่อนหน้านั้นตอนนายกรัฐมนตรีท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนจะสิ้นวาระ ความรุนแรงในภาคใต้เราเกือบจะจบแล้วครับ มาเริ่มรุนแรงมากก็ตอนที่รัฐบาลของท่านเป็นรัฐบาล ความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นลําดับ ลําดับ เราเป็นฝ่ายค้านเราก็ให้ความเห็นในสภาตลอดเวลา แต่ความรุนแรง ความสูญเสียในภาคใต้ มากเหลือเกิน พวกผมมาเป็นรัฐบาล ๒ ปี มันคงไม่ง่ายหรอกครับในการที่จะแก้ปัญหา ได้ทันทีทันใดในความเจ็บช้ําน้ําใจในการที่ญาติพี่น้อง อย่างน้อย ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียชีวิตไปมากมาย ไม่ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตก็ตาม จํานวนเงินงบประมาณก็ตาม ถ้าท่านไปดูใน รายละเอียดตัวเลขทั้งหมดนั้นผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขในรายละเอียดงบประมาณ รัฐบาลของท่านใช้ไป มากแค่ไหน ตัวเลขผู้เสียชีวิตมากกว่ารัฐบาลนี้ทั้ง ๒ อย่างนะครับ ผมเองไม่อยากจะลงลึกใน รายละเอียด แต่ว่าท่านไปดูตัวเลขได้ ไม่ว่างบประมาณก็ตาม จํานวนผู้เสียชีวิตก็ตาม นั่นสิ่งแรกที่อยากจะทําความเข้าใจให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้ว่าเราเองมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคประชาธิปัตย์ทางภาคใต้เกือบทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ พวกเราเข้าใจครับ พวกเราปรารถนาเหลือเกินที่อยากจะให้ความสงบกลับมาสู่บ้านเรา อย่างเร็วที่สุด ถามว่าหลังจากที่เราได้มาเป็นรัฐบาลคราวนี้ เราได้ทําอะไรขึ้นมาบ้าง วันแรกทีเดียวท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศกับสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ได้ทําทันที เราก็ได้ทํา มีคณะรัฐมนตรีชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองได้เดินทางไปภาคใต้หลายครั้งครับ เพื่อนําคณะรัฐมนตรีไปเพื่อที่จะรับฟังความเห็น นํางบประมาณไปพัฒนา แล้วก็ได้ช่วยร่น ระยะอุปสรรคปัญหาของส่วนราชการต่าง ๆ ที่ผ่านมา หลังจากที่มีคณะรัฐมนตรี ชายแดนภาคใต้แล้ว ท่านเองก็ได้ตั้งอนุกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นประธาน ท่านรัฐมนตรีถาวร เป็นรองประธาน หลักที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทําก็คือการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ ให้กับพี่น้องใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทําตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง ต้องขออนุญาตเรียนทางสภานี้เพื่อให้ได้รับทราบเป็นการเบื้องต้นนะครับว่ารัฐบาลตั้งใจ อย่างมากในการที่จะใช้การพัฒนาในพื้นที่เป็นหลัก ท่านประธานครับ เมื่อกลับมาสู่รายงาน การพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะกรรมาธิการนั้น ท่านได้ทุ่มเทมากนะครับ ได้ไปดูแล้ว ได้แบ่งคณะอนุกรรมาธิการออกมาหลายชุด แล้วก็มี ข้อเสนอแนะดี ๆ มากนะครับ ผมเองเห็นว่าข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการนั้นเป็นสิ่งที่ รัฐบาลส่วนหนึ่งได้ทําไป ผมเองคงจะไม่ไปพูดทุกประเด็น คงจะใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อให้ เพื่อนสมาชิกท่านอื่นได้ใช้เวลาตรงนี้บ้าง ผมเองเห็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการว่า มีการขอให้ยกเลิกการบังคับใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในชายแดนภาคใต้ อันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ทําไปแล้วนะครับ ต่อข้อเสนอของกรรมาธิการ ถ้าเพื่อนในสภานี้จะจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ ให้เห็นชอบยกเลิกประกาศใช้กฎอัยการศึก ใน ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลานะครับ แล้วก็ในให้ใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในแทน แล้วก็หลังจากนั้น เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ก็ได้ประกาศยกเลิกในอําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี เพื่อจะให้ใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายใน ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการยังขอให้ใช้มาตรา ๒๑ ใน พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญมากครับ คณะรัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ได้ทําตาม หรือทําข้อเสนออันนี้นะครับ ซึ่งเราก็ได้ใช้มาตรา ๒๑ เพื่อที่จะป้องกันสิทธิให้กับผู้ต้องหา ผู้หลงผิดใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งเหล่านี้ครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้มีความตั้งใจ อย่างน้อย ผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดสงขลา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นว่าเป็นความตั้งใจของรัฐบาล แล้วก็ต่อข้อเสนอแนะนําของกรรมาธิการ รัฐบาลเอง ได้ทําไปหลายข้อครับ ผมเลยถือโอกาสตรงนี้ครับที่จะมาเรียนให้กับกรรมาธิการได้รับทราบ ว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ศึกษานั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งนะครับ หลายข้อที่ได้เรียน ไปแล้ว หลายข้อที่อยู่ในรายงานของกรรมาธิการ ผมเองก็คงไม่ต้องลงลึกนะครับ คงใช้เวลา สั้น ๆ ตรงนี้ เพื่อจะขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษา ที่ได้ให้พวกเราในสภานี้ ได้แสดงความเห็นต่อรายงานฉบับนี้ ผมได้ใช้เวลาสั้น ๆ แค่นี้ครับ ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากพื้นที่เลือกตั้งในกลุ่มที่ ๗ อันประกอบด้วย จังหวัดราชบุรีเป็นพื้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้ เช่นเดียวกับท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่น ๆ แต่ก่อนที่จะลงไปในรายละเอียดหรือเสนอแนะอะไร เพิ่มเติมนั้น ผมขออนุญาตบ่นดัง ๆ กับท่านประธาน เป็นการปรารภ เพราะที่ผ่านมานี้ พอเวลาพูดถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนสมาชิกจากซีกของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็จะอภิปรายหรือแสดงความคิดเห็น พยายามที่จะพูดโน้มน้ามหรือจูงใจ ให้ผู้ฟังเข้าใจว่าปัญหาภาคใต้นั้นมันเกิดขึ้นและรุนแรงในยุคสมัยของพรรคไทยรักไทย ที่มีอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ประหนึ่งว่าเป็นความผิดของอดีต นายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในขณะเดียวกันเมื่อ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็ได้แก่ พรรคเพื่อไทย มีโอกาสอภิปรายเมื่อใดก็ตามก็จะพูดให้ผู้ฟังเข้าใจว่า พรรคประชาธิปัตย์นั่นล่ะเป็นฝ่ายผิดพลาด และจะชี้ให้เห็นเลยว่า ๒ ปีที่ผ่านมาทําอะไร ก็ไม่สําเร็จ แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ ผิดทั้งคู่ พรรคประชาธิปัตย์จะมากล่าวหาพรรคไทยรักไทย ก็ไม่ใช่ พรรคเพื่อไทยไปกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ใช่ เมื่อสักครู่นั้น ส.ส. จากจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณฐิติมา ฉายแสง ได้หยิบหยกพระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ปี ๒๔๖๖ มาอภิปราย ประกอบ แต่ไม่ได้ลงในรายละเอียด ผมขออนุญาตที่จะซ้ําตรงนี้ ประเด็นนี้ แท้ที่จริงแล้ว ปัญหาภาคใต้มันไม่ได้เพิ่งเกิดในยุคสมัยทักษิณ ไม่ได้เกิดในยุคสมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แต่มันเกิดมาตั้งแต่สมัยดึกดําบรรพ์ อีกไม่กี่ปีก็จะครบ ๑๐๐ ปีแล้ว พระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอ่านลายพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ ๓/๗๘ ลงวันที่ ๖ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ซึ่งมีความดังต่อไปนี้ ข้อหนึ่ง ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติ อย่างใดเป็นทางให้พลเมืองรู้สึกเห็นไปว่าเป็นการบิดเบือน กดขี่ศาสนาอิสลาม ต้องยกเลิก หรือแก้ไขเสียทันที การใดจะจัดขึ้นใหม่ต้องอย่าให้ขัดกับลัทธินิยมของศาสนาหรือยิ่งทําให้ เป็นการอุดหนุนศาสนามูฮัมเหม็ดได้ยิ่งดี ข้อสอง การกะเกณฑ์อย่างใด ๆ ก็ดี การเก็บภาษี อากรหรือพลีอย่างใด ๆ ก็ดี เมื่อพิจารณาโดยส่วนรวมเทียมกัน ต้องอย่าให้ยิ่งกว่าที่พลเมือง ในแว่นแคว้นของต่างประเทศซึ่งอยู่ใกล้เคียงติดต่อกันนั้น ต้องเกณฑ์ ต้องเสียอยู่เป็นธรรมดา เมื่อพิจารณาเทียบกันแต่เฉพาะอย่าง ต้องอย่าให้ยิ่งหย่อนกว่ากันจนถึงเหตุเสียหายในการ ปกครองได้ ข้อสาม การกดขี่บีบคั้นแต่เจ้าพนักงานของรัฐบาล เนื่องแต่การหมั่นดูแล ไปดูแคลนพลเมืองชาติแขกโดยฐานที่เป็นคนต่างชาติก็ดี เนื่องแต่การหน่วงเหนี่ยวชักช้า ในกิจการตามหน้าที่เป็นเหตุให้ราษฎรเสียความสะดวกในการหาเลี้ยงชีพก็ดี พึงต้องแก้ไข ระมัดระวังมิให้มีขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องทําให้ผู้ทําผิดรองรับผลตามความผิดโดยยุติธรรม ไม่ใช่สักแต่ว่าจะจัดการกลบเกลื่อนให้เงียบไปเสียเพื่อจะไว้หน้าสงวนศักดิ์ของราชการ ข้อสี่ กิจการใดทั้งหมดอันเจ้าพนักงานต้องบังคับแก่ราษฎร ต้องระวังอย่าให้ราษฎรขัดข้อง เสียเวลา เสียการในการหาเลี้ยงชีพของเขาเกินสมควร แม้จะเป็นการจําเป็นโดยระเบียบการ ก็ดี เจ้าหน้าที่พึงสอดส่องแก้ไขอยู่เสมอเท่าที่สุดจะทําได้ ข้อห้า ข้าราชการที่จะแต่งตั้งออกไป ประจําตําแหน่งในมณฑลปัตตานี พึงเลือกเฟ้นแต่คนมีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สงบเสงี่ยม เยือกเย็น ไม่ใช่สักแต่ว่าส่งไปบรรจุให้ตําแหน่งหรือส่งไปทางลงโทษ เพราะเลว เมื่อจะส่งไป ต้องสั่งสอนชี้แจงให้รู้ลักษณะทางการอันพึงประพฤติ ระมัดระวัง โดยหลักที่กล่าวได้ว่า ในข้อ ๑ และข้อ ๔ ข้างบนนั้น ผู้ใหญ่ในท้องที่พึงสอดส่องฝึกฝนอบรมกันต่อ ๆ ไป ในคุณธรรมเหล่านั้น ไม่ใช่คอยให้พลาดพลั้งลงไปก่อนแล้วจึงมากล่าวลงโทษ ข้อหก เจ้ากระทรวงทั้งหลายจะจัดวางระเบียบอย่างใดขึ้นใหม่ หรือบังคับการอย่างใด ในมณฑลปัตตานี อันจะเป็นทางพากพานถึงสุขทุกข์ราษฎร ก็ควรพิจารณาเหตุผลหรือแก้ไข ยับยั้ง ถ้าไม่เห็นด้วยก็ยกมูลเหตุขัดข้องควรหารือกระทรวงมหาดไทย แม้ยังตกลงกันไม่ได้ ระหว่างกระทรวง ก็ถึงนําความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย
ท่านประธานครับ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้เป็นตัวบ่งชี้ ว่าเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันเกิดขึ้น มีวิวัฒนาการและอยู่มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนาน ปีนี้ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ อีก ๑๒ ปีก็ครบ ๑๐๐ ปีแล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นพวกเรา ในฐานะที่เป็นนักการเมือง เป็นตัวแทนของประชาชนต้องหยุด ต้องเลิกกล่าวหา ซึ่งกันและกัน ผมขอเรียกร้อง วิงวอนทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลที่กล่าวหาว่า อดีตนายกฯ ทักษิณขึ้นมาบริหารบริหารบ้านเมืองแล้วก่อให้เกิดปัญหาเหล่านี้ หรือแม้แต่ เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยของผม ต่อไปนี้ผมก็จะต้องร้องขอว่าอย่าไปกล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลแล้วทําผิดพลาด แต่บางทีการโฆษณาว่าจะแก้ปัญหา ภายใน ๙๙ วันนั้น ก็มันเป็นวิธีการทางการเมือง ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า เพย์ โพลิติค (Play politic) ก็คือเล่นการเมือง ก็คือพูดเพื่อจะเอาคะแนนเสียงเท่านั้นเอง อย่าไปจริงจัง อะไรกันนักหนา แล้วต้องเลิกกันเสียทีครับ การที่จะอภิปรายใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ทําให้พวกเราในสมาชิกในสภาแห่งนี้ ๔๘๐ คน กลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่า ไปที่ไหน สังคมข้างนอกก็ดูถูกดูแคลน เพราะพวกเราสังคมเดียวกัน อาชีพเดียวกันก็ยังด่าว่ากัน ไม่มีการยกย่องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้ต้องหยุดแล้ว ท่านประธานครับ ปีนี้ปีสุดท้าย พวกเรามาจาก การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เหลืออีกไม่กี่วัน แล้วที่แน่ ๆ ก็คือ สภาชุดนี้จะไม่อยู่ครบวาระจนถึงวันที่ ๒๒ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นเราจะมี เวลาในการทํางานร่วมกันอยู่น้อยมาก ก็ควรที่จะสมัครสมานและหาลู่ทางในการที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของประชาชน เยียวยา ชาติบ้านเมืองน่าจะเป็นการชอบมากกว่า ที่จะมานั่งใส่ร้ายซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางคนนี้ขึ้นมาประท้วงอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล จนทําให้ผมมีอารมณ์ ผมถึงได้หลุดคําบางคํา ออกไป ซึ่งท่านประธานในที่ประชุมบอกให้ผมถอน ผมก็ถอน นี่เป็นตัวอย่าง บางคนขึ้นมา ประท้วงโดยไม่ดูกําพืดของตัวเอง ชาติปางก่อนนี้ทําบาปทําเวรทํากรรมไว้จนหน้าตา อัปลักษณ์ เกิดมาชาตินี้ก็แย่อยู่แล้ว ยังมาแสดงพฤติกรรมต่ําทรามในสภา ชาติหน้า ผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดมาเป็นอย่างไร อันนี้ผมก็ขอฝากเอาไว้ในฐานะผมอายุมากกว่า อาวุโสกว่า เชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่พูดไว้ในสภาแห่งนี้ให้ปรากฏ กลับมาถึงรายงาน ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ หากมีโอกาสเพิ่มไว้ในรายงานได้ก็จะเป็นการดี
ในข้อที่ ๑ ผมอยากจะกราบเรียนว่าจากพระบรมราโชบายที่เมื่อสักครู่ ที่ยกมา เห็นไหมครับว่าสมัยรัชกาลที่ ๖ ยังได้มีพระราชปรารภบอกว่าการจะส่งข้าราชการ ไปนั้น ต้องคัดกรองให้ดี เอาคนที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ส่งไปในลักษณะว่าไปลงโทษเขา นี่มันเกิดขึ้น ๘๘ ปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันตรงไหน ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมเวลาทําอะไรที่ไม่ถูกใจผู้บังคับบัญชา โน่นครับ คําสั่งย้ายไปอยู่ภาคใต้ เหมือนเอา เขาไปลงโทษ ที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการส่งเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร เอาจากพื้นที่ ภาคอีสาน กองทัพภาคที่ ๒ ไปปฏิบัติการในพื้นที่ วัฒนธรรมก็ต่างกัน วิถีชีวิตก็ต่างกัน กว่าจะเรียนรู้ ปลดประจําการ ต้องกลับแล้ว ควรที่จะเอาคนในพื้นที่ ผมขอชื่นชมความคิดของ พลเอก หาญ ลีลานนท์ อดีตแม่ทัพภาค ๔ ที่เอาคนพื้นที่ที่ปลดกระจําการแล้วมาบรรจุ เป็นทหารพราน อยู่ในพื้นที่เขารู้จักวัฒนธรรมประเพณี ทํางานกันเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติเป็นเชื้อ เหตุการณ์ก็ร่มเย็นจนถึงออกมาเป็นคําว่า ใต้ร่มเย็น แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า ใต้ลุกเป็นไฟ ท่านประธานครับ ตรงนี้ต้องฝากไว้ คณะกรรมาธิการควรที่จะบรรจุไว้ใน รายงานฉบับนี้ด้วย
ข้อที่ ๒ ในสมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับผมเคยมีโอกาส เดินทางไปที่ประเทศอียิปต์ ที่ประเทศไคโร ผมไปมีโอกาสพบนักเรียนไทยจํานวนนับเป็น พัน ๆ คน ซึ่งขณะนี้หากเหตุการณ์ที่ผมไปประชุมมาถึงวันนี้ผ่านไปแล้ว ๘ ปี ปรากฏว่า การชุมนุมประท้วงของชาวอียิปต์ที่จตุรัสทาห์เรียร์ มีผู้คนออกมามากมายก่ายกอง รัฐบาลไทยก็ดูแลให้การช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศอียิปต์ ตัวเลขรายงานผ่านสื่อต่าง ๆ ว่ามีนักเรียนไทยอยู่ที่นั่น ๒,๕๐๐ คน คนเหล่านี้ที่ไปเรียบจบ มาจากมหาวิทยาลัยในประเทศอียิปต์และในประเทศอื่น ๆ ในอาหรับ ในประเทศตะวันออกกลาง รัฐบาลเคยคิดที่จะเอามาทําประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองไหม ผมคิดว่าบางคนไปเรียนวิชา ศาสนา วิชาปรัชญา คนเหล่านี้เป็นบัณฑิต จบปริญญาทางศาสนาเปรียบเทียบหรืออะไร ก็แล้วแต่ แต่เขาเรียนลึกลงไปในเรื่องของศาสนาอิสลาม หน่วยทหารต่าง ๆ ในกองทัพ ทุกภูมิภาคจะมีตําแหน่งหนึ่งเรียกว่าอนุศาสนาจารย์ เท่าที่ผมเห็น ท่านประธานครับ ก็จะบรรจุพระเปรียญธรรม ๙ ประโยค ที่สอบบาลีได้ ๙ ประโยค ไปเป็นอนุศาสนาจารย์ ประจําหน่วยทหาร มียศตั้งแต่ชั้นร้อยตรีไปจนถึงพันเอก นาวาอากาศตรีไปจนถึง นาวาอากาศเอก เป็นนายพลก็มีครับท่านประธาน ทหารเรือก็เช่นกัน ทีนี้พื้นที่ในจังหวัด ภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ก็ขยายขึ้นมาถึงจังหวัดสงขลา มาจนถึงจังหวัดพัทลุง ตําแหน่งที่เป็นอนุศาสนาจารย์ในหน่วยทหารเหล่านี้ รัฐบาลจะเปลี่ยน นโยบายเอาบัณฑิตที่สําเร็จการศึกษาจากประเทศตะวันออกกลาง ที่เขาไปเรียนศาสนา อิสลาม เรียนปรัชญา เรียนศาสนาเปรียบเทียบ อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ศาสนาอิสลาม มาบรรจุคนเหล่านี้เป็นอนุศาสนาจารย์ประจําหน่วยทหารในพื้นที่เหล่านั้น ได้ไหมเพราะประชากรส่วนใหญ่ คือกําลังพลส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวมุสลิม เป็นพี่น้องมุสลิม ดังนั้นก็น่าที่จะเอาบัณฑิตที่จบการศึกษาจากประเทศตะวันออกกลางมาเป็นบรรจุ ตรงนี้จะทําได้ หรือไม่ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะไปเพิ่มในรายงานเพื่อให้รัฐบาลรับไปดําเนินการได้หรือไม่ ผมก็ฝากไว้
ข้อที่ ๓ จาการอภิปรายของกรรมาธิการ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ ฟื้นแสน ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านนิดหนึ่ง ท่านให้ข้อมูลรายละเอียดตัวเลข ทหารตายเท่าไร ตํารวจตายเท่าไร ครูตายเท่าไร ประชาชนตายเท่าไร ชัดเจนเหลือเกิน ผมได้มีโอกาสไปประเทศเปรูกับท่านประธานมารุต บุนนาค ทันทีที่ก้าวออกจากเครื่องบิน ในสนามบินก็เปิดเพลงปลุกใจกระหึ่มเลยครับ เพลงปลุกใจนี่ฟังทํานองแล้วเรารู้ทันทีว่า เป็นเพลงปลุกใจ พอขบวนรถออกจากสนามบินเปรู เรามองไปตามบ้านเรือนอาคารต่าง ๆ ทุกบ้านชักธงชาติประเทศเปรู ผมบอกกับตัวเองว่านี่เรามาเลือกจังหวะมาเยือนเปรู ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติแน่นอน เมื่อเช็กห้องเข้าไปในโรงแรมผมเปิดทีวีในห้องดู สงครามครับ ท่านประธานครับ กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมไม่แน่ใจประเทศเปรูติดกับ เมื่อวานนี้หมอบรรพตได้เอ่ยชื่อ ไม่ใช่ประเทศชิลี หมอบรรพตได้เอ่ยชื่อไปเมื่อวานนี้ วันที่ท่านประธานมารุตเข้าพบประธานรัฐสภาเปรู ประธานรัฐสภาเปรูก็บอกว่าเสียใจนิดหนึ่ง ที่ไม่สามารถต้อนรับคณะจากประเทศไทยได้อย่างเต็มที่ เพราะขณะนี้เราอยู่ในสถานะ สงคราม ผมก็เลยถามว่าสงครามเริ่มเกิดขึ้นกี่วันแล้ว แล้วมีการสูญเสียชีวิตทหารไปเท่าไร ท่านประธานรัฐสภาเปรูก็บอกว่า โฟร์ตี้ไฟว์ เดย์ (Forty-five day) ท่านอายุมากแล้ว โฟร์ตี้ไฟฟ์เดย์ เสียงพูดยานหน่อย ๔๕ วัน วี ลอส อะเบาท์ ไฟว์ฮันเดร็ด โซลเจอส์ (We lose about fivehundred soldiers) ทหารตายไปประมาณ ๕๐๐ ผมก็หัวเราะ ยิ้ม ๆ เพื่อน ส.ส. ที่นั่งข้าง ๆ ก็หัวเราะกัน ผมก็บอกว่าบ้านเราไม่มีสงครามหรอก แค่ขี่มอเตอร์ไซด์ (Motorcycle) ชนหมาตาย ๔๕ วัน ๑๕ วัน มากกว่า ๕๐๐ ศพ ช่วงสงกรานต์มากกว่านั้น ประธานรัฐสภาเปรูก็งงครับ ถามผมว่ามีอะไรขําหรือ วอท อิส ฟันนี (What is funny) ผมก็บอก ยัวร์ แอคซะเลินซี มาย คันทรี วี แฮฟว โน วาร์ บัท อิน ฟิฟทีน เดย์ วี ลอส มอร์ แธน ไฟร์ ฮันเดร็ด ไท พีเพิล (Your excellency my country we have no war but in fifteen days we lose more than fivehundred Thai people) เขาบอก โอ มาย ก็อด มาย ก็อด วอท แฮพเพินเนด (Oh my god my god what happened) เกิดอะไรขึ้น ในประเทศไทย ผมบอก แอคซิเดินท์ บาย โมเทอะไซเคิล (Accident by motorcycle) เหมือนกันในภาคใต้นี้ ตั้งแต่เกิดเหตุนี่ตายเป็นพัน ๆ คน ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าได้ศึกษาตรงนี้ไหม ข้าราชการที่ถูกส่งไปจากที่อื่น ไปอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ แล้วเสียชีวิต ผมได้ยินได้ฟังมาหลายรัฐบาลแล้วบอกว่าจะดูแลครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลัง อยากจะถามประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นผู้ที่ผมให้ความเคารพนับถือ ว่าได้ตรวจสอบ หรือเปล่าว่าทหาร ตํารวจที่ตายไปนี้มีบรรจุลูกเขาก็ดี เมียเขาก็ดี ที่มีคุณสมบัติพอที่จะรับ ราชการได้ เพื่อเป็นหลักของครอบครัว มีไหม ถ้ามีทําไปแล้วกี่ราย นี่เป็นข้อที่ ๓
ข้อที่ ๔ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ นโยบายของรัฐบาลนี้ละครับ ที่บอกว่าใครที่ไปปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีเวลาราชการทวีคูณ แล้ว ๔ ปีก็จะพิจารณาย้ายออกจากพื้นที่ เวลานี้เกิดข้าราชการ จํานวนหนึ่งเป็นข้าราชการผีครับ ท่านประธานครับ มีแต่ชื่อ ไม่มีตัว เสร็จแล้วพวกที่มีแต่ชื่อ นี่ละครับ ได้ความดีความชอบ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตําแหน่ง ได้พิจารณาย้ายจากชื่อที่เอาไป ฝากไว้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าครบ ๔ ปี คือขั้นเงินเดือนได้พิเศษกว่า มันก็เกิด การเปรียบเทียบระหว่างคนที่อยู่ในพื้นที่ทํางานจริง ๆ ตรงนี้เป็นการทําลายขวัญและ กําลังใจของข้าราชการในพื้นที่ ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่าคณะกรรมาธิการได้ศึกษาความบกพร่องตรงนี้ด้วยหรือเปล่า แล้วได้ทํารายงานให้รัฐบาลรับรู้นําไปแก้ไขด้วยหรือไม่ ผมก็ขออนุญาตที่จะขอบคุณ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ มันก็ไปสอดคล้องกับการศึกษาของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ซึ่งท่านประธาน เจะอามิงเป็นประธานคณะกรรมาธิการ แต่นั่นเป็นกรรมาธิการสามัญประจําสภา เราคงจะมี โอกาสได้อภิปรายผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในเชิงลึก ซึ่งในโอกาสต่อไปก็จะได้มาใช้เวลาของสภานี้กราบเรียนท่านประธานอีก สําหรับวันนี้ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านบรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง รวมทั้งคณะของท่านทุกท่านที่ได้จัดประชุมอย่างขะมักเขม้นและได้รายงานฉบับนี้ขึ้นมา ผมถือว่าเป็นรายงานที่มีคุณค่ามากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณค่าทางด้านวิชาการครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้อ่านในบทสรุปของผู้บริหาร ตั้งแต่หน้า ๗ เป็นต้นไป ผมคิดว่า เป็นบทสรุปที่ค่อนข้างที่จะครอบคลุมและตรงกับความจริงทั้งสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทําไปแล้ว และสิ่งที่จะต้องทําไปในอนาคตด้วย ท่านประธานครับ ผมขอแจกแจงสักเล็กน้อยนะครับ ตั้งแต่ได้ยกเอาสภาพปัญหามา ว่าปัญหาหลักมันคืออะไร คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้ยกว่า มันมีสาเหตุมา ๒ ระดับด้วยกัน คือระดับโครงสร้างและระดับมิติทางด้านวัฒนธรรม ท่านประธานครับ โดยหลักแล้วในเรื่องของความขัดแย้งนี่นะครับ พื้นฐานเลย เขาบอกว่า ความขัดแย้งที่จะนําไปสู่ความรุนแรงนี่มีต้นเหตุสําคัญ ๆ อยู่ ๓ ระดับ ๓ ชนิดด้วยกัน ระดับที่ ๑ ระดับบุคคล เป็นความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางตรง ระดับที่ ๒ เป็นเรื่องของ โครงสร้าง และระดับที่ ๓ คือทางด้านวัฒนธรรม ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้หยิบยก เอาประเด็นวิชาการที่แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือในการทํางานมาแจกแจงในรายละเอียด ลงไปสู่ในเรื่องคําถามสําคัญซึ่งก็มี ๒ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือว่าทําอย่างไรที่จะให้โครงสร้างของรัฐเอื้อต่อการแก้ปัญหา โดยคํานึงถึงความสอดคล้องกับอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และบริบทของคนในท้องถิ่น อันนี้ตรงเลยครับ แก้ปัญหาด้านโครงสร้าง
ประการที่ ๒ ทําอย่างไรที่จะให้รัฐและประชาชนในสังคมเห็นคุณค่า ในอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสร้าง ความภาคภูมิใจโดยการยอมรับและให้เกียรติรากฐานสังคม วัฒนธรรมท้องถิ่น อันนี้ก็ตรงอีกครับ เพราะเป็นเรื่องของต้นเหตุ การแก้ไขที่ต้นเหตุ เรื่องของมิติทางด้านวัฒนธรรม
รายงานก็ต่อไปอีกนะครับ ท่านประธานครับ ผมจําเป็นจะต้องเท้าความ ไม่ใช่มารายงานแทนท่านประธานคณะกรรมาธิการแต่ประการใดนะครับ เพื่อจะบอกว่า ผมเห็นด้วยกับเรื่องอะไรบ้างและไม่เห็นด้วยกับเรื่องอะไรบ้าง และมีข้อเสนออะไรต่อไป ในรายงานนี้ก็บอกว่านําไปสู่กรอบแนวคิดสําคัญอยู่ ๘ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือจะต้องสร้างความเป็นธรรม เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และ ยึดมั่นในแนวสันติวิธี
ประการที่ ๒ ต้องคํานึงถึงมิติทางด้านสังคม วัฒนธรรม ควบคู่กับมิติ ทางความมั่นคง
ประการที่ ๓ บังคับใช้กฎหมายต้องตามหลักนิติธรรม
ประการที่ ๔ กลไกของรัฐจะต้องมีลักษณะที่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะ พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านชาติพันธุ์ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม
ประการที่ ๕ ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการกําหนดทิศทางและอนาคต ของชุมชนของตนเอง
ประการที่ ๖ การพัฒนาเศรษฐกิจควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงและความเป็นลักษณะเฉพาะของพื้นที่
ประการที่ ๗ การสร้างความเข้าใจกับสังคมในพื้นที่และสังคมส่วนใหญ่ ว่าสันติวิธีนั้นเป็นแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหา และ
ประการที่ ๘ ให้ความสําคัญกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ หรือพีซ ทอล์ค (Peace talk) กับกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในทุกระดับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอันนี้เป็นแนวทางที่ตรงและนําไปสู่เรื่องการแก้ไข ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๒๐ ประการ ผมจะขอหยิบยกเฉพาะประเด็นที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และประเด็นที่ผมอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วย เอาประเด็นที่ผมอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยก่อนแล้วกันครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอว่าควรจะมีการจัดตั้งกระทรวงการบริหารจัดการชายแดน ภาคใต้ ข้ออ้างก็คือว่าสร้างเอกภาพของหน่วยงานรัฐในการบริหารจัดการการเมืองการปกครอง และการพัฒนาอันสอดคล้องกับลักษณะพิเศษของพื้นที่ คําถามสําคัญก็คือว่าอันนี้จะเป็นการ รวบเอาภารกิจต่าง ๆ ไปอยู่ในทบวงนี้แต่เพียงทบวงเดียวหรือไม่ กระบวนการที่จะทําให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมก็ดีหรืองานของกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้จะต้องถูกลบไปและนํามาเข้าสู่ทบวงนี้แต่เพียงทบวงเดียว อย่างนั้นหรือไม่ ที่ผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่าตรงนี้ละครับเพราะมันเป็นเรื่องของค่อนข้างที่จะ เป็นการรวมศูนย์อํานาจมากเกินไป แต่ถ้าเกิดว่าเราตั้งเป็นลักษณะของศูนย์ประสานงาน หรือที่เรียกว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่อง ศอ.บต. ขึ้นมา ผมคิดว่าน่าจะตรงกว่า การที่จะไปตั้งทบวงขึ้นมาที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งก็คือระบบราชการที่เรามี ความรู้สึกว่ามันช้า มันไม่ทันการ มันไม่ตรงประเด็นปัญหา มันไม่เข้าใจปัญหา ก็คือระบบ วัฒนธรรมของข้าราชการมันก็จะกลับคืนมาอีก ซึ่งอันนี้คือเป็นเหตุผลที่ผมขอจะอภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยตรงนี้ แต่ลักษณะที่ควรจะตั้งก็คือในลักษณะของศูนย์บริหารหรือว่าศูนย์ประสาน การบริหารอันนี้น่าจะถูกต้องกว่า เพราะตรงนี้จะเป็นฐานของการที่ทําให้เกิดการบูรณาการ กิจกรรมที่จําเป็นและเอื้อต่อการที่จะทําให้ประชาชนทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ทุกระดับ เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างสะดวก อย่างแท้จริงนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นด้วยในข้อเสนอว่าการสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมกับการ ปฏิบัติงานในพื้นที่นั้น จะต้องสรรหาและให้การปฐมนิเทศหรือการอบรมก่อนเข้าไป ปฏิบัติงานในพื้นที่เพราะว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นพื้นที่ที่มีความจําเพาะ ในเรื่องของสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตและศาสนา
ประเด็นที่ ๓ ที่กระผมเห็นด้วยก็คือว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อํานวยการ กองรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ต้องให้ความสําคัญกับนโยบายการเมืองนําหน้า การทหาร ซึ่งจะต้องมีการติดตามประเมินผลเพื่อปรับปรุงและการดําเนินการแก้ไขปัญหา อย่างต่อเนื่อง ผมอยากจะให้กําหนดตัวชี้วัดไปด้วยซ้ํานะครับว่าถ้าทําตรงนี้อย่างได้ผลแล้ว คือเรื่องของการนําการเมืองนําหน้าการทหาร งบประมาณทางด้านความมั่นคงหรือ งบประมาณทางทหารจะต้องลดลงครับ งบพัฒนาของพื้นที่นี้จะต้องมากขึ้นครับอันนี้เป็น ตัวชี้วัดที่สําคัญเลยซึ่งอยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ไว้นะครับ
ประการต่อมาที่เห็นด้วยก็คือว่า การปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนการดําเนินงาน และบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเสนอว่าควรให้ประธานศาลฎีกานั้นออกระเบียบ ราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการพิจารณาคดีและการสืบพยานหลักฐานคดี เกี่ยวกับความมั่นคง การจัดตั้งแผนกคดีความมั่นคงในศาลชั้นต้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการตั้งแผนกคดีครอบครัวและมรดกอิสลามขึ้นในศาลชั้นต้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดียวกัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงประเด็นครับในเรื่องของความไม่ยุติธรรม ก็ต้องแก้ปัญหาโดยจัดกระบวนการยุติธรรมนั้นให้เกิดความยุติธรรมและให้สอดคล้องกับ วัฒนธรรม ศาสนาของคนในพื้นที่นี้ อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ สิ่งที่ผมเห็นด้วย ประการต่อมานะครับใน ๒๐ ประการที่ทางกรรมาธิการได้เสนอมานะครับ ก็คือเรื่องการ พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานศึกษาของรัฐให้สอดคล้องกับ วิถีชีวิตชุมชน ให้ความสําคัญกับเรื่องสันติศึกษาและการศึกษาข้ามวัฒนธรรม อันนี้เป็น ประเด็นที่สําคัญเลยครับ ท่านประธานครับ ผมเคยมีประสบการณ์แล้วผมได้เคยเสนอนะครับ สมัยท่านนายกรัฐมนตรี สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มอบนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุขผลิตพยาบาลเพิ่ม ๓,๐๐๐ ตําแหน่ง แล้วก็มีการเลือกสรรเอานักศึกษาพยาบาลนี้ส่วนใหญ่ก็มาจาก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่ละครับ แล้วกระจายออกไปศึกษาในวิทยาลัยพยาบาลต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ประเด็นที่ผมเสนอและได้รับการตอบสนองบ้าง ไม่ได้รับการตอบสนองบ้าง ก็คือว่าวิทยาลัยพยาบาลต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับควรที่จะเอาหลักสูตรเรื่องสันติศึกษาและ การศึกษาข้ามวัฒนธรรมนี้ใส่เข้าไปครับ เพราะว่านักศึกษาพยาบาลอยู่กับวิทยาลัยพยาบาล ๔ ปีเต็ม อันนี้ละครับเขาจะเป็นคนที่จะไปเปลี่ยนอะไรต่าง ๆ ให้ใช้แนวของสันติวิธี ในการทํางาน ในการที่จะทําความเข้าใจหรือว่าให้คําปรึกษากับประชาชนต่าง ๆ ในเรื่องภาระหน้าที่ทางด้านบริการสุขภาพของเขา เขาเป็น เชนจ์ เอเจนท์ (Change agent) ที่สําคัญมาก เขาเป็นคนเปลี่ยนที่สําคัญมากตรงนี้ แต่ก็ปรากฏว่ากระทรวงสาธารณสุข ก็ทําบ้างไม่ทําบ้าง แล้วบางทีผู้บริหารบางคนก็ไม่เข้าใจว่าทําไมจะต้องเป็นหน้าที่ ของวิทยาลัยพยาบาล หน้าที่ของเขาก็คือต้องใส่วิชาการพยาบาลมาเยอะ ๆ อันนี้ก็ไม่ได้ โจมตีหรอกนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจ ต้องใช้เวลาในการเข้าใจ สําหรับผู้บริหาร
ประการต่อมาที่ผมเห็นด้วยก็คือว่า ส่งเสริมให้มีศาสนะเสวนาทั้งระหว่าง ต่างศาสนาและภายในศาสนาเดียวกัน เพื่อความเข้าใจอันดีต่อกัน โดยนําหลักการศาสนา เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี อันนี้ตรงไปตรงมาเลย ควรจะมีที่เขาเรียกว่า การสนทนาระหว่างศาสนา จะเป็นอินทรา (Intra) หรือว่าอินเตอร์เฟซ ไดอะล็อก (Interface dialog) อันนี้ก็แล้วแต่ อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะว่าเราจะได้เข้าใจนะครับ มุสลิมจะได้เข้าใจ พุทธว่าเป็นอย่างไร คริสต์ว่าเป็นอย่างไร พุทธ คริสต์ จะได้เข้าใจว่ามุสลิมเป็นอย่างไร อิสลามเป็นอย่างไร เราอยู่ท่ามกลางความแตกต่างทางด้านความเชื่อได้ครับ
ประการต่อมาครับ ในการที่จะทําให้เกิดความต่อเนื่อง คณะกรรมาธิการก็ยัง เสนอต่อไปนะครับว่าจะทําให้มีปัจจัยนี่สําเร็จอยู่ ๙ ประการด้วยกัน สิ่งที่ผมสนใจ และเห็นด้วยนะครับ ผมไม่ได้เสนอทั้ง ๙ ประการนะครับ ผมเห็นด้วยกับประการที่ ๓ ครับ การปรับเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ และกระบวนทัศน์ในการแก้ไขปัญหาใหม่ของเจ้าหน้าที่ ของรัฐบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จากการที่เคยมองปัญหา ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาความมั่นคงของรัฐในมิติเดียว ซึ่งจําเป็น จะต้องเพิ่มมิติด้านประชาชนและด้านสังคมเข้ามาด้วย นั่นก็คือความมั่นคงของประชาชน และความมั่นคงทางด้านสังคมวัฒนธรรมเข้ามาด้วย ไม่ใช่มิติความมั่นคงของรัฐแต่เพียง อย่างเดียว และให้ความสําคัญกับการใช้ยุทธศาสตร์สันติวิธีในการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจากการไม่มีอคติ และยึดมั่น เคารพเกียรติและตระหนักในคุณค่าของอัตลักษณ์ ซึ่งกันและกัน สิ่งที่จะทําให้ประสบความสําเร็จอีกประการหนึ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอแล้ว ผมเห็นด้วยก็คือ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการร่วมคิด กําหนดและ ติดตามประเมินผลในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ในลักษณะของภาคีเครือข่ายสนับสนุน การแก้ปัญหา ด้วยการให้ภาควิชาการ ภาคผู้นําศาสนา ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในทุกระดับอย่างแท้จริงจากฐานรากมิใช่เฉพาะระดับผู้นําชุมชนเท่านั้น อันนี้สําคัญครับ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือองค์กรของรัฐหลายองค์กร หลายคนมีความ เข้าใจว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็คือการมีส่วนร่วมระดับผู้นําชุมชนก็เพียงพอแล้ว อันนั้นไม่ใช่ครับ ยังไม่ใช่การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับต้องใช้จุดแข็ง ที่เป็นต้นทุนทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านศาสนาหรือทรัพยากรมนุษย์ เช่น นักศึกษา ไทย-มุสลิมที่จบการศึกษา และที่กําลังศึกษาในต่างประเทศ ตอนนี้มีสงคราม จะเรียกว่าสงครามกลางเมืองหรือเปล่า ผมไม่ทราบนะครับที่ประเทศอียิปต์ แล้วกําลังจะลุกลามไปยังประเทศมุสลิมหรือประเทศที่ผู้นําอยู่ยาวนานเกินไปในหลาย ประเทศ แล้วก็นักศึกษาไทย นักศึกษามุสลิม ไทย-มุสลิม ก็กําลังทยอยกลับมา ผมเข้าใจว่า หลายร้อยคนที่ศึกษาอยู่ในประเทศอียิปต์ ผมเคยไปพบนักศึกษาเหล่านี้แล้วคุยกับเขา ที่ประเทศอิหร่าน เขาเหล่านี้ก็มีความตั้งใจที่จะกลับมาพัฒนาบ้านพัฒนาเมืองทําให้ สังคมไทยมีความเจริญ มีความสงบสุขร่มเย็นครับ ท่านเหล่านี้ นักศึกษาเหล่านี้หรือผู้ที่ จบการศึกษาเหล่านี้เราจะละเลยเขาไม่ได้ครับ จะต้องมีกลไกและจะต้องเป็นหน้าที่ของ องค์กรใดก็ตามในการที่จะเชื่อมต่อแนวคิดวิถีการแก้ไขปัญหาจากนักศึกษาและผู้ที่ จบการศึกษาเหล่านี้ให้มาใช้เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้อย่างชัดเจนจนได้ ท่านประธานครับ ผมเหลือประเด็นสุดท้ายอีกประเด็นเดียวซึ่งอาจจะ เป็นข้อเสนอที่อาจจะยาวนิดหนึ่ง ต้องขออนุญาตท่านประธาน ท่านประธานครับเหตุผล ของผมที่ผมชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้เพราะว่าผมเห็นว่าแนวทางของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้มันสอดคล้องครับ สอดคล้องกับผลการทํางานของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งท่านเป็นประธานกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติหรือ กอส. ครับ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะกรรมการชุดนี้เริ่มต้นมีแนวคิดคล้าย ๆ กับคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ ก็คือความเข้าใจว่าความขัดแย้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีสาเหตุระดับ โครงสร้างคล้ายกับปัญหาชนบทไทยอื่น ๆ ก็คือปัญหาความยากจน ความโหดร้ายจาก การแย่งชิงทรัพยากร อํานาจเศรษฐกิจภายนอก ความอ่อนด้อย คุณภาพการศึกษา ความไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ และความบกพร่องของกระบวนการยุติธรรม ท่านจะ เห็นว่าคล้ายคลึงกันเลยนะครับ เพราะฉะนั้นยังบอกต่อไปอีกว่า แต่ความขัดแย้งที่ทําให้ เข้มข้นอันตรายมากขึ้นก็คือ ความแตกต่างทางด้านศาสนา ชาติพันธุ์ ภาษา และความเข้าใจ ประวัติศาสตร์ ซึ่งอันนี้ความแตกต่างทางศาสนาไม่ได้เป็นสาเหตุของความขัดแย้ง แต่ว่า ถูกอ้างครับ ถูกใช้เป็นข้ออ้างก่อให้เกิดความรุนแรงได้อย่างง่ายที่สุด เพราะฉะนั้นจะเอาชนะ อย่างไร ความขัดแย้ง ความรุนแรง ๓ จังหวัดชายแดนภาคขขใต้จําเป็นต้องใช้มาตรการ การเมืองเป็นหลัก นั่นก็คือนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ครับ ที่อยากจะให้ใช้การเมืองนําหน้า การทหาร นั่นก็คือมุ่งจัดการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน ระหว่างคน ส่วนใหญ่กับคนส่วนน้อยในพื้นที่และในประเทศ สําคัญมากครับเรื่องของความสัมพันธ์ เพราะความสัมพันธ์นั้นเป็นตัวกําหนดความสําเร็จ ความสัมพันธ์เป็นความจําเป็นพื้นฐาน ของมนุษย์ครับ เพราะฉะนั้นจะต้องให้ความสําคัญกับมิติของความสัมพันธ์ให้เพิ่มระดับ มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้างและต่อสู้กับข้ออ้างแห่งความรุนแรงในระดับวัฒนธรรม อันนี้คือเป็นเรื่องของความจริงและเหตุผลทางด้านวิชาการที่ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ กอส. ก็ยังเสนอต่อไปอีกว่า การแก้ปัญหาความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะประสบความสําเร็จ ส่วนสําคัญส่วนหนึ่งก็คือ จะต้องมีกลไกที่อํานวยให้ยุทธศาสตร์ของ ภาครัฐในพื้นที่เป็นเอกภาพ ความเป็นเอกภาพครับ ไม่ใช่ต่างคนต่างทํานะครับ และกลไก ที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคประชาชน กอส. จึงเสนอให้มีทางออกอย่างนี้นะครับ ซึ่งอาจจะไม่ค่อยสอดคล้อง หรือว่าสอดคล้องเพียงเป็นบางเรื่องบางระดับเท่านั้นครับ คือ กอส. เสนอให้มีพระราชบัญญัติสันติสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เขาเรียกว่า พ.ร.บ. ดับไฟใต้ เป็นเครื่องมือแก้ปัญหา แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ได้เสนอ พ.ร.บ. เรื่องของ ศูนย์อํานวยการยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็มีวัตถุประสงค์ ที่คล้ายคลึงกัน กอส. เองเสนอว่าควรมีการจัดตั้งองค์กรแก้ปัญหาความรุนแรง จังหวัดชายแดนใต้ ๓ องค์กร คือ ๑. ศูนย์อํานวยการยุทธศาสตร์สันติสุขเพื่อส่งเสริมความ เข้าใจ สร้างความเป็นเอกภาพ ความไม่เป็นธรรม ความยุติธรรม ๒. องค์กรสภาพัฒนาพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้เพื่อส่งเสริมการสร้างความรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ๓. องค์กร กองทุนสนับสนุน เยียวยา และสมานฉันท์ ซึ่งมีสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วว่า การเยียวยาสําคัญมากที่จะทําให้เกิดการสมานฉันท์ตามมา มีกฎหมายและงบประมาณ รองรับชัดเจน และได้มีการเสนอมาตรการสมานฉันท์เฉพาะหน้าไว้ ๑๑ ประการ ซึ่งกระผม เห็นว่าอยากจะเสนอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้นําเข้ามาเพิ่มเติมในรายงานคืออย่างนี้นะครับ
ประการที่ ๑ เสนอให้กองทัพไทยตั้งหน่วยสันติเสนา เป็นหน่วยผสมระหว่าง พลเรือน ตํารวจ ทหาร และประชาชน หน้าที่คือป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แล้วที่จะบานปลายไปสู่ความรุนแรง ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ในสังคมมนุษย์ ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่จะทําอย่างไรครับ เอาหน่วยสันติเสนาไปทําความเข้าใจ ไปลดความขัดแย้ง ไม่ให้กระจายบานปลายไปสู่ความรุนแรง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน
ประการที่ ๒ เสริมสร้างประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมโดยให้สังคม เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมด้วย ก็จะเห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เสนอให้ ประธานศาลฎีกาออกกระบวนการต่าง ๆ ให้ดีขึ้นนั้น ยังไม่ได้พูดถึงว่าจะให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมมากน้อยแค่ไหน
ประการที่ ๓ เสริมสร้างให้สันติวิธีเป็นแนวทางหลักในนโยบายที่จะแก้ปัญหา ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ในการสร้างเสริมความสัมพันธ์ ระหว่างมุสลิมในประเทศไทยและในโลกมุสลิม อันนี้สําคัญครับ ก็คงไม่ต้องอธิบายมากกว่านี้นะครับ ว่าอย่างไร
ประการที่ ๔ ส่งเสริมความหลากหลายในเรื่องของวัฒนธรรมทั่วทั้งประเทศ ในสังคมไทย และสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม ต้านความรุนแรง เสริมสร้างความอดทน หรือขันติธรรมให้คนส่วนน้อยและคนส่วนใหญ่มีโอกาสพบกันในเวทีทั้งที่เป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ เป็นการฝึกการร่วมฟัง ร่วมคิด ในความคิดที่แตกต่างและหาทางออกร่วมกัน ผมคิดว่าตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ควรจะเกิดให้เป็นวัฒนธรรมในการที่จะทําให้เกิดฉันทามติ ในสังคมไทยครับ ท่านประธานครับ ฉันทามติเป็นทางออกที่สําคัญ เพราะฉันทามติเกิดจาก การที่ร่วมคิด ร่วมฟัง ร่วมกันหาทางออกของกระแสความคิดเห็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยัง ไม่คุ้นเคยในสังคมไทย ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะเสริมสร้างระบบหรือเวทีให้สังคมไทย คุ้นเคยกับเรื่องของกระบวนการสร้างฉันทามติ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า คอนเซนซัส บิวดิ้ง (Consensus Building) ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากเลยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่จะกลายเป็นความรุนแรงได้อย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้นเป็นวัฒนธรรมที่คิดว่าผมขอเสนอ ให้ทางคณะกรรมาธิการใส่เข้าไปครับว่าควรจะสร้างวัฒนธรรมในการที่จะเสริมสร้าง หรือทําให้เกิดกระบวนการที่เป็นฉันทามติขึ้นมาเป็นสําคัญ อันนี้ต้องมีความรู้เข้ามา ประกอบด้วย
และประการสุดท้าย ส่งเสริมให้สันติวิธีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย ในการเผชิญความขัดแย้งทั้งประเทศ แน่นอนครับ ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้เราพูดถึงสันติวิธี เยอะครับ แต่หลายคนก็ยังไม่เข้าใจว่าสันติวิธีที่แท้จริงนั้นคืออะไร ก็ต้องให้ความรู้ ให้ความรู้ ให้ความเข้าใจกันนะครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัตเสริมสร้างความสมานฉันท์ และการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี เสนอเข้าสภาไปแล้วครับร่วมกับเพื่อน ส.ส. ๒๐ ท่านเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาครับ แต่เนื่องจากว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น เป็น พ.ร.บ. ที่จะต้องมีเรื่องการที่จะมีหน่วยงานที่จะเป็นหน่วยธุรการในการที่จะมา เสริมสร้างหรือช่วยในการทํางานของคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ ซึ่งจะต้องมีการ สรรหาเลือกสรรเหมือนกับสรรหาองค์กรอิสระแล้วจะต้องผ่านมาในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และโปรดเกล้าแต่งตั้ง เพราะฉะนั้นจะต้องมีหน่วยธุรการซึ่งอยู่ในองค์กรอิสระ ที่เป็นกลาง จึงจะต้องมีกําลังคนและค่าใช้จ่าย จึงเป็น พ.ร.บ. การเงิน ก็ต้องฝาก ท่านประธานสภาไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยว่า ถ้าเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ และสอดคล้องกับเรื่องการที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งสังคมไทย รวมทั้งเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย อันนี้ก็ควรที่จะนําเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็วครับ
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ทุกฝ่ายทุกพรรคการเมือง ผมคิดว่ามันจะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันครับ งานอะไรก็ตามที่เราเห็นว่ามันเป็น ปัญหาวิกฤติที่เราจะต้องแก้ไขเป็นสถานการณ์พิเศษที่เราจะต้องรีบแก้ไข ถ้าหากปล่อยไว้ มันก็จะทําให้เกิดการแบ่งแยกซึ่งเราไม่ประสงค์เช่นนั้น ไม่ว่าจะแบ่งแยกอย่างไรก็ตามนะครับ ผมคิดว่าทุกฝ่ายนั้นจะต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันครับ ความรับผิดชอบร่วมกันนั้นจะ ทําให้เรารู้ว่าเป้าหมายถึงแม้เราอาจจะมีวิธีการที่จะแตกต่างกันแต่เป้าหมายนั้นเราเป้าหมาย เดียวกันก็คือความรับผิดชอบที่จะให้ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่เป็นหนึ่งเดียวอยู่ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายเรียงตามลําดับไว้เกือบ ๒๐ ท่านนะครับ ผมจะ อ่านให้ฟังก่อน ๑๐ ท่าน ท่านแรกคือคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณวัชระ เพชรทอง คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คุณสมัย เจริญช่าง คุณสงวน พงษ์มณี คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ และนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ในช่วงนี้จะขออย่างนี้ได้ไหมครับ ถ้าท่านละ ๑๐ นาทีอย่างน้อยเกือบ ๔ ชั่วโมง แต่ผมจะขอ ตั้งกรอบไว้สัก ๑๒ นาทีก็แล้วกันนะครับ เพื่อคนข้างหลังจะได้มีโอกาสได้อภิปรายบ้าง แต่ถ้า อยู่ในประเด็นก็จะต่อให้อยู่แล้วนะครับ ขอเชิญคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานของคณะกรรมาธิการผมเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ที่รัฐบาล จะรับไปพิจารณาและจะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นถ้าได้นําข้อคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกในวันนี้ เพิ่มเติมเข้าไปในสิ่งที่จะทําให้รัฐบาลสามารถนําไปแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นะครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหา ที่พวกเราทราบกันดีว่าหนักหน่วง และเป็นปัญหาหนักใจของรัฐบาลทุกรัฐบาล น่าเห็นใจ พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะความไม่สงบนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย กับประเทศอย่างรุนแรง ทั้งชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทั้งชีวิตทรัพย์สินของ ทางราชการ ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูบาอาจารย์ ต้องบาดเจ็บ ต้องเสียชีวิต นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจพังยับไม่มีผู้มาลงทุน นี่คือปัญหาที่ดํารงอยู่ในปัจจุบันนี้ ผมเห็นว่ายุทธศาสตร์ เป็นเรื่องสําคัญ ถ้าวางยุทธศาสตร์ได้ถูกต้องปัญหาต่าง ๆ ก็คงจะคลี่คลาย ผมจะขออนุญาต เพิ่มเติมในส่วนความคิดเห็นนอกเหนือจากรายงานที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอ ต่อสภาแห่งนี้
ประเด็นแรกก็คือผมให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ ประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มประเทศมุสลิมมีความสัมพันธ์อันดีกันมาตลอด ประเทศไทย มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก ทั่วโลกทราบดี นั่นเป็นเรื่องนโยบาย ส่วนตัวบุคคลที่ถือนโยบายท่านหนึ่ง ที่สําคัญมากคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับเมื่อวานนี้เอง วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปบรรยายในการสัมมนา ในหัวข้อประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเหตุการณ์ปกติหรือไม่ภายใต้คําถาม ท่านบอกว่า อย่างนี้ครับ ท่านบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาว เวียดนาม มาเลเซีย ถือว่า มีเสถียรภาพเป็นอย่างยิ่ง พูดได้ว่าอยู่ในระดับเอ เรียกว่าหากขออะไรก็ได้หมด และท่าน ก็ยกตัวอย่างมาเลเซีย เมื่อต้นปีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางมาประเทศไทยและลงพื้นที่ ภาคใต้พร้อมท่านนายกรัฐมนตรีของไทยของเรา นายกรัฐมนตรีมาเลเซียพูดกับชาวมุสลิม ในภาคใต้ว่า ขอให้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย แสดงให้เห็นจุดยืนว่าไม่สนับสนุน การแบ่งแยกดินแดน ไม่ยุแยงส่งเสริมเพราะเห็นว่าหากภาคใต้ของไทยมีปัญหา เท่ากับ ภาคเหนือของมาเลเซียมีปัญหาด้วย พอคล้อยหลังเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ระเบิดก็ยังมี อย่างต่อเนื่อง ผมไม่ได้ว่ามาเลเซียสนับสนุน แต่อยู่ที่ยุทธศาสตร์หรือแนวทางแก้ไขปัญหา มันถูกต้องหรือไม่ ผมเห็นว่าคงจะไม่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องปัญหาก็คงจะคลี่คลายลง เราก็คง จะต้องมาหาแนวทางที่ถูกต้องร่วมไม้ร่วมมือกันทํางาน นอกจากนั้นท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งทําให้ผมตกใจมากครับท่านประธาน เพราะในฐานะผู้บริหารประเทศเป็นหน้าตา ของประเทศ ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดดังต่อไปนี้ ต่อไปหากมีปัญหา กับกลุ่มประเทศมุสลิมจะใช้ท่านหรือมอบหมายท่านให้ไปประสานงานให้เป็นประโยชน์ ต่อประเทศของเราได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างท่านพูดว่าอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่า เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมากัมพูชาทําสําเร็จในการเปิดแนวรบให้รุนแรง โดยอาจจะมีประเทศอื่น สนับสนุน อย่างเช่น รัสเซีย อินเดีย และจีน วุฒิภาวะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศพูดถึงมหาอํานาจอย่างรัสเซีย อินเดียและจีนอย่างนี้ได้อย่างไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องหามิตร ไม่ใช่หาศัตรู แล้วภาคใต้ของไทย หากมีปัญหารุนแรงไปมากกว่านี้เราจะหามิตรจากประเทศมุสลิมได้อย่างไร นอกจากนั้น ท่านยังกล่าวว่าในการสนทนากับนายฮอร์ นําฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะคุย แบบเปิดอกว่าจะรักษาอาเซียนและความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศนี้ไว้ หรือจะสู้รบ ฟาดฟันกันตลอดแนวชายแดนก็ได้ ท่านประธานครับ ท่านยังพูดต่ออีกว่าที่ผ่านมาพิสูจน์ ให้เห็นแล้วว่าอย่ามาต่อกลอนกับไทย เพราะหากยังเกเรมีแต่เจ็บตัวลูกเดียว นี่คือวุฒิภาวะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศในปัจจุบัน ส่วนตัวผมเมื่อวานผมพูดถึงท่านอ้อมไปอ้อมมาเพราะเกรงใจ แต่วันนี้ผมรับไม่ได้แล้วครับท่านประธาน หมด หมดกันแล้วนะครับ นี่หรือที่จะมาทํา ภาระหน้าที่เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าลืมว่าสิ่งที่สําคัญที่สุด ในเรื่องการแก้ไขปัญหาของประเทศนั้น มันมีทั้งนอกบ้านและในบ้าน นอกบ้านที่จะ มาช่วยเราในภาคใต้ก็สําคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มมุสลิม ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ผมจะผ่านประเด็นนี้ไป มาถึงเรื่องยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายใน ท่านประธานครับ ผมก็เหมือนกับคนไทยทั่วไปที่มีความเห็นว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้ นี่คือมาตราหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาความไม่สงบมาเป็นระยะ ๆ จากรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ในข้อหนึ่งได้เสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงบริหารกิจการ ชายแดนภาคใต้ ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมเห็นว่านี่เป็นลักษณะของการรวมศูนย์อํานาจ สิ่งที่ผม อยากจะเห็นก็คือการกระจายอํานาจ ทําอย่างไรถึงจะให้คนท้องถิ่น ซึ่งเขามีอัตลักษณ์ ของตนเอง มีวัฒนธรรม มีภาษา มีวิถีชิวิตของเขาที่มั่นคงให้เขาได้แก้ไขปัญหาของเขา ในระดับหนึ่ง ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือในเรื่องของการแบ่งแยกดินแดนจะเกิดขึ้น ไม่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งคนไทยทั้งประเทศยอมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะยอมได้ก็คือว่า การปกครอง ตนเองในรูปแบบพิเศษให้เขามีส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหาของเขาในพื้นที่ ยกเว้น ปัญหาหลัก ๆ หรืองานหลัก ๆ ที่ส่วนกลางจะต้องทําก็คือเรื่องความมั่นคงของชาติ เรื่องภาษี สําคัญ ๆ และเรื่องการต่างประเทศ สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะรณรงค์อย่างแน่นอนในการเลือกตั้ง ทั่วไปหากมีการยุบสภา นั่นก็คือแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของ การเมืองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่เรียกว่า มหานครปัตตานี นูซันตารา (NUSANTARA) นี่คือสิ่งที่จะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ เราจะนําเสนอต่อสาธารณะในโอกาสต่อไป ผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพียงเท่านี้ ทั้งในเรื่อง ยุทธศาสตร์ทางด้านการต่างประเทศ นโยบายถูกต้อง แต่คนถ้าไม่ปรับผมมั่นใจว่า ประเทศไทยของเราชักน้ําเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ส่วนเรื่องภายใน ความมั่นคงภายใน การแก้ไข ปัญหาในเรื่องที่จะให้พี่น้องประชาชนมีสัดมีส่วนในการแก้ไขปัญหาของตนเองเป็นเรื่องสําคัญ ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับที่รักษากรอบเวลา ผมจะอ่านชุดที่ ๒ ไว้ให้เลยก็แล้วกันนะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ คุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณสมคิด บาลไธสง ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช คุณซูการ์โน มะทา คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เป็นชุดที่ ๒ ต่อจากชุดเมื่อกี้ที่อ่านไปแล้วนะครับ ต่อไป คุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษรกรุงเทพมหาชนคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนกรุงเทพมหานคร ที่ลุกขึ้นอภิปรายปัญหาของภาคใต้ เนื่องเพราะว่าในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญของผมนั้นถนนเส้นหลักก็คือ ถนนเพชรเกษม และเป็นต้นทางที่จะลงไปสู่ภาคใต้เป็นทางหลวงหลักเพียงเส้นเดียว จากภาษีเจริญ บางแค หนองแขม ลงไปถึงสุราษฎร์ธานี ยาวไปถึงหาดใหญ่ ต่อไปยัง นราธิวาสและสิ้นสุดที่สุไหงโก-ลก ประมาณเกือบ ๑,๒๐๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ เมื่อเกิดปัญหาที่ภาคใต้ ผมซึ่งอยู่ต้นถนนก็รู้สึกเดือดร้อนเป็นธรรมดา ประการที่ ๒ คุณพ่อผมนั้นเป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสุดท้ายเพื่อนมุสลิมทั้งหลายก็คือพี่น้องกัน เมื่อ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาตั้งแต่สมัยท่านประธานยังเป็นหนุ่มจนบัดนี้ ในขณะที่ สภานั้นก็ไม่ทราบว่าจะยุบ ยึดหรืออย่างไร แต่ ๓ จังหวัดภาคใต้นั้นต้องเยียวยา ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่เดือดร้อนก็ได้ครับ แต่สักวันหนึ่งไฟอันนั้นก็จะลุกลาม มาสู่เมืองหลวงของเราคือกรุงเทพมหานคร ในขณะนี้ผมอิจฉาพี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่เดือดร้อนจากการขึ้นราคาน้ํามันปาล์ม เพราะว่าที่นั่นกิโลกรัมละแค่ ๕๐ บาท เป็นน้ํามันปาล์มจากมาเลเซีย พี่น้องที่นั่นไม่มีความเดือดร้อน ต่างกับพี่น้อง ในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ แม้ว่าที่นั่นไม่ดีก็คือมีระเบิด มีปืน แต่ว่าน้ํามันปาล์ม ถูกกว่าในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าในรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่คณะกรรมาธิการซึ่งบัดนี้ท่านเจะอามิง โตะตาหยง นั่งเป็นประธานอยู่นั้นได้นําเสนอมา จํานวน ๑๔๗ หน้า น่าสนใจมากครับ แต่ผมไม่อาจที่ยอมรับในรายงานฉบับนี้ได้ในคํา ๆ หนึ่ง ซึ่งท่านเขียนไว้ในหน้า ๒๗ บอกว่า สถานการณ์การใช้ความรุนแรงของราชศัตรูที่ต้อง ถูกจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผมไม่ทราบว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานฉบับแรกที่ผม ได้อ่านและเห็นว่าท่านใช้คําว่า ราชศัตรู คือหมายถึงประชาชนที่ขัดแย้งกับรัฐบาลที่นั่น เป็นราชศัตรู ท่านเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ผมเสนอให้ท่านตัดคําว่า ราช ออก เพราะอะไรครับ ถ้าคําว่า ราชศัตรู นั้นก็แปลว่าเป็นศัตรูของพระราชา หรือศัตรูของพระมหากษัตริย์ เขียนอย่างนี้ไมได้ครับ เพราะในหลวงท่านทรงทศพิศราชธรรมและดูแลพี่น้องประชาชน ทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน ผมอาจจะอ่านไม่ละเอียด แต่ว่าในรายงานของภาคใต้ทุกฉบับ ผมหยิบขึ้นมาอ่านและลุกขึ้นอภิปรายทุกครั้งที่สภาได้พิจารณาถึงปัญหาภาคใต้ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ คําว่า ราชศัตรู นั้น ขอได้โปรดตัดคําว่า ราช ออกได้หรือไม่ ร เรือ สระ อา ช ช้าง เหลือแต่คําว่า ศัตรู ก็เพียงพอแล้ว เพราะแน่นอนว่า ท่านไม่อาจตีความว่าประชาชนเหล่านั้นคือศัตรูของพระราชาได้เลยครับ ท่านประธาน ที่เคารพและนอกจากนี้ในรายงานนี้ใช้คําที่ทันสมัยมากเป็นศัพท์ที่สอดคล้องกับบรรดา ผู้ก่อการต้องการแบ่งแยกดินแดน คือไม่เรียกจังหวัดปัตตานีว่า ปัตตานี แต่เรียกว่า ปาตานี ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะถือว่าใช้คําได้สอดคล้องกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดคําว่า รัฐปาตานี ท่านประธานครับสิ่งที่ผมเรียกร้องไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ขอได้โปรดให้คําตอบกับผมด้วยในช่วงท้าย และในรายงานฉบับนี้ในหน้า ๕๒ ผมภูมิใจมาก ที่ได้อ่านคําอภิปรายของท่านประธาน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ซึ่งเปรียบเสมือนกับพี่ชาย ที่เคารพและคบได้ของผมคนหนึ่ง ท่านได้กล่าวไว้ว่ากรณีกรือเซะ ตากใบ กรณีทนายสมชาย นีละไพจิตร รัฐต้องมีความจริงใจในการหาตัวผู้กระทําผิดมาลงโทษ ผมเห็นด้วยครับท่าน ไม่ว่ายุคใด สมัยใด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็แล้วแต่ เมื่อไรก็แล้วแต่ แต่คนผิดต้องถูกลงโทษ และผมอยากให้เป็นจริง รวมทั้งที่ท่านบอกว่ารัฐจะต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดคน ไปประกอบพิธีฮัจญ์แทน แต่ถ้าท่านได้พูดถึงพี่น้องชาวไทยพุทธ และรวมถึงพระด้วยก็จะเป็น พระคุณยิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะพระในขณะนี้จะไปเมืองนอกยากเย็นแสนเข็ญ เสียเหลือเกิน จะไปสักการะสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพานของพระพุทธเจ้านั้น ปรากฏว่าต้องขอทําพลาสปอร์ต (Passport) ขออนุมัติจากเจ้าคณะตําบล เจ้าคณะตําบล ไปเจ้าคณะอําเภอ เจ้าคณะอําเภอไปเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะจังหวัดไปเจ้าคณะภาค ท่านประธานครับ ขั้นตอนมากมายเหลือเกิน แต่ในพิธีฮัจญ์นั้นผมทราบว่าเป็นวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) ท่านประธานครับ ถ้าศาสนาพุทธหรือพี่น้องชาวพุทธ พระก็ดี หรือพี่น้องประชาชนก็ดี ได้มีการอํานวยความสะดวกจากรัฐบาลให้ไปเมืองนอกได้ง่าย ๆ พอ ๆกับพี่น้องชาวมุสลิมก็จะเป็นพระคุณยิ่ง และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคํากล่าวของ ท่านประธานที่ท่านบอกว่า พี่น้องชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องการ จะแบ่งแยกดินแดน พี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกคนล้วนรักชาติบ้านเมือง ตรงนี้เห็นด้วยเป็นที่สุด ท่านประธานครับ และผมเชื่อว่าท่านประธานนั้นมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลและศึกษา การเปลี่ยนแปลงสังคมมาทั่วโลกแล้ว และท่านก็ยังกล่าวในเชิงสัพยอกในการกล่าวปาฐกถา ครั้งนี้ว่าท่านบอกว่าท่านมองหน้าคนที่อยู่ในที่สัมมนาแล้ว มีรายชื่อผู้ที่ติดอยู่ในบัญชีแบค ลีสต์ (Back list) ถึง ๔ ราย แต่ท่านก็ไม่เอ่ยนาม ถึงท่านไม่เอ่ยนามก็เป็นที่พอจะทราบกันว่า เป็นใคร ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น และผมอยากจะสรุปท่านประธานว่าปัญหา ที่แท้จริงในขณะนี้นอกจากที่มีบางกลุ่ม บางบุคคลต้องการแบ่งแยกดินแดนแล้ว ในขณะที่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายกันอยู่ ท่านประธานครับ พี่น้องอาร์เคเค (RKK) ไม่ใช่แบตเตอรี่ ๓ เค นะครับ พี่น้องอาร์เคเคฟังอยู่บนภูเขา ฟังอยู่ในห้องเช่า ฟังอยู่ ในสถานที่ประกอบศาสนา ฟังอยู่ว่า ส.ส. ที่กรุงเทพมหานครนั้นเขาพูดกันอย่างไรบ้าง แต่ความเป็นจริงก็คือว่ามีคนต้องการแบ่งแยกดินแดน แต่ท่านประธานก็ยืนยันว่าพี่น้อง ชาวมุสลิม ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน เช่นกันครับท่านประธาน พี่น้องชาวมุสลิม หนอกจอก ลาดกระบัง มีนบุรีก็ไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน ท่านประธาน ที่เคารพ ปัญหาของพี่น้องชาวไทยพุทธก็คือว่าในขณะนี้พี่น้องไทยพุทธทิ้งถิ่น ทิ้งหมู่บ้าน ต้องหนีออกมาจากพื้นที่ทุ่งสังหารมาอยู่ในจังหวัดอื่น ขายบ้านขายที่ดิน ขายสวน โยกย้าย มาอยู่จังหวัดอื่น เพราะความไม่ปลอดภัย ใครที่อยู่ก็ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม คนที่ถูกฆ่านั้น มีทั้งพุทธและมุสลิม ท่านประธานครับนี่คือปัญหา และพี่น้องข้าราชการในขณะนี้ ที่รับราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีทั้งหลาย ถ้าเป็นข้าราชการครูขอย้ายให้ย้ายเถอะครับ ท่านรัฐมนตรี ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ซึ่งมาจากครูแท้ ๆ ก็คงเข้าใจหัวอกครูด้วยกัน ให้ข้าราชการครูเหล่านี้ได้ย้าย ใครอยากย้ายให้ย้ายเถอะครับ ข้าราชการกระทรวง สาธารณสุข เป็นอนามัย เป็นสาธารณสุขอยากย้ายท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ควรให้โยกย้ายทันที ข้าราชการฝ่ายปกครองอยากย้ายมหาดไทยก็อย่านิ่งดูดาย ข้าราชการ ที่ดินอยากย้ายรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็ได้โปรดจัดการ ไม่ว่าข้าราชการกรมไหน กระทรวงไหน รวมทั้งตํารวจถ้าอยากย้ายออกนอก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผบ.ตร. ก็ควร ที่จะให้โยกย้าย ท่านประธานครับ ทําไมผมถึงกล่าวเช่นนี้ ก็เพราะว่าในเมื่อหัวใจคนไม่อยู่ เสียแล้ว ไม่มีความจําเป็นอันใดที่จะต้องบังคับให้เขารับราชการที่นั่น ให้มันรู้ไปว่า หน่วยราชการนั้น ๆ จะล้างผู้คน ล้างข้าราชการไม่มีคนมาทํางาน เพราะถ้าท่านไม่อนุมัติ ให้คนที่อยากย้ายได้ย้าย และผลที่สุดเป็นอย่างไรครับ คุณครูถูกฆ่าตายครั้งแล้วครั้งเล่า พระถูกฆ่าตาย อย่าว่าแต่โต๊ะอิหม่ามหรือโต๊ะครู พระ สามเณรก็ไม่เว้น ท่านประธานครับ นี่รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ด้วย ถ้าข้าราชการกระทรวงพาณิชย์อยากย้าย ท่านรัฐมนตรีพรทิวา นาคาสัย ก็ได้โปรดจัดการ โดยเร็ว ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเสนอท่าน เพราะอะไรครับ เพราะว่า มีประวัติว่าท่านผู้พิพากษา ท่านระพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีถูกยิงตาย คาสี่แยกไฟแดงในจังหวัดปัตตานี ทิ้งลูกและภรรยาซึ่งรับข้าราชการเป็นผู้พิพากษา ต้องย้าย มาอยู่ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา จนบัดนี้การเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนก็ยังไม่ทราบ ไม่นับครู นับร้อย ๆ ราย ครูบางคนบางท่าน ถูกยิงตายในขณะที่ท้องแก่ก็มี ครูบางคนถูกยิงตายในขณะที่มือถือชอล์ก (Chalk) อยู่ก็มี ท่านประธานครับ เขาฆ่าครูทําไม เขาฆ่าครูเพราะว่าพวกนั้นคิดว่าครูนั้นจะล้างสมองบรรดา ลูกหลานชาวมุสลิม ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือปัญหาที่ต้องแก้ไข และรัฐบาล ก็ควรที่จะจัดการให้โยกย้ายข้าราชการที่มีความประสงค์จะโยกย้ายออกจาก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ อย่าได้เหนี่ยวรั้งเขาไว้ เพราะผมเชื่อว่ายังมีข้าราชการที่ดี ๆ ต้องการที่จะไป ทํางานที่นั่น และมีลูกหลานของคนที่นั้นต้องการทํางานที่นั่นด้วยเช่นเดียวกัน ผมอยาก ยกตัวอย่างให้ท่านประธานครับ มีนักศึกษานายแพทย์หญิงคนหนึ่งอยู่ที่โรงพยาบาลบึงกาฬ ขอโยกย้ายไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมได้นํามาพูดในสภาผู้แทนราษฎร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นก็ได้จัดการให้เป็นที่เรียบร้อย นักศึกษาแพทย์ผู้หญิงและเป็นนายแพทย์ผู้หญิงได้เหรียญทองดีเด่นจากมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ และที่สําคัญคือเป็นชาวหนองแขม ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งผู้หญิงอายุ ๒๐ ปีเศษ ๆ เด็กหนองแขมยังขอไปรับราชการใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยไม่เลือกจังหวัดและไม่เลือกโรงพยาบาล นี่ครับคือหัวใจของคนไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องแก้ไขปัญหาและมี เพื่อนสมาชิกบางท่านก็มากระซิบบอกผมว่าช่วยบอกทหารหน่อย ให้ย้ายกองทัพภาค ๑, ๒, ๓ ที่ลงไปรับราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ออกมาจากพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ให้กองทัพที่ ๔ รับผิดชอบแต่เพียงภาคเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะเป็นคน พื้นถิ่นที่มีลักษณะนิสัยใจคอและประเพณีใกล้เคียงกัน ท่านประธานครับ นั่นก็คือปัญหาหนึ่ง แต่ผมอยากจะเสนอแนะว่าถ้าเป็นไปได้ ถ้าท่านได้มีการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองเหมือนในอดีต แล้วให้คนที่สมัครใจไปทํากินใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ซึ่งจะแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากินและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ดินทํากินได้อีกส่วนหนึ่งด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ จนถึงบัดนี้การใช้การทหารผมอยากจะถามท่านประธานว่า มีทหารเดินในหมู่บ้านทุกหมู่บ้านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กี่หมู่บ้าน คําตอบก็คือ ไม่ถึง ๓ หมู่บ้าน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่า การใช้การทหารอํานาจการเมืองนั้นน่าจะมีข้อผิดพลาด แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเคารพ ต่อทหาร และด้วยความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ผมก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือว่าการกดขี่จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะตํารวจเลว ๆ บางคน ตํารวจดีก็มี แต่ว่าตายไปแล้ว แต่ตํารวจที่เลวก็มี ที่ได้ก่อเงื่อนไขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เงื่อนไขทั้งหลายทั้งปวงท่านประธานครับ ไม่ได้เกิดจากกลไกของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดมุสลิมด้วยกันเองก็มี เช่น กรณีของสับรี มะตีเย๊าะ ที่อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ปรากฏว่าถูกอดีตอาสาสมัครทหารพรานซึ่งเป็นชาวมุสลิมด้วยกันยัดเยียดข้อหาว่า สับรี มะตีเย๊าะ นั้น เป็นโจรอาร์เคเค (RKK) ทั้ง ๆ ที่เขาถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม และท่านนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบัน ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยไปเยี่ยม ในสมัยผู้นําฝ่ายค้าน และมอบเงินช่วยเหลือให้ ๑,๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น แน่นอนครับ แก้ไม่ได้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และผมยังเคย บอกเพื่อนสมาชิกบางท่านว่าขอวีซ่า (VISA) เข้า ๓ จังหวัดชายแดนไว้ล่วงหน้าได้หรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนก็ไม่มีที่สิ้นสุด และเรา จะพูดถึงพี่น้องมุสลิมเป็นหลัก ในขณะเดียวกันพี่น้องชาวไทยพุทธ ซึ่งเป็นจํานวนมาก เช่นเดียวกัน ไม่นับรวมพี่น้องเงาะป่าซาไกที่อยู่อําเภอธารโต จังหวัดยะลา ท่านประธานครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้นั้นมีหลายกลุ่มชนเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นมุสลิม พุทธ คริสต์ และรวมถึงเงาะป่าซาไก และชาวมอร์แกน ชาวเล ซึ่งอยู่ตามชายทะเล เราต้อง พัฒนาไปพร้อม ๆ กันและทุก ๆ กลุ่มชน อย่าได้เน้นหนักไปที่ใดที่หนึ่ง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าอย่างกรณีของคุณครูมาโนช ชฎารัตน์ ครูโรงเรียนเตชะปัตตนยานุกูล จังหวัดปัตตานี ถูกยิงตายเป็นศพที่ ๑๓๘ พระที่วัดพรหมประสิทธิ์ อําเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ถูกฆ่าแล้วเผา แทนที่พระจะไปเผาชาวบ้านแต่กลับถูกฆ่าแล้วเผาคาผ้าเหลือง หรือพระที่วัดหลักเมือง อําเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เดินบิณฑบาตพร้อมทหารคุ้มครอง ก็ยังปรากฏว่าถูกระเบิด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า คนหนุ่ม คนสาว คนที่มีลัทธิเลียนแบบ ต้องการเลียนแบบแบบกลุ่มมูจาฮีดีน (Mujahideen) ต้องการ เลียนแบบแบบตะวันออกกลาง มีครับ และผมได้เห็นตั้งแต่ในมหาวิทยาลัยรามคําแหง ในขณะที่ผมเป็นนักศึกษา และผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเป็นดังนี้เราชวน คนเหล่านั้นมานั่งคุยกันดีไหม ว่าพื้นที่แผ่นดินตรงนั้นเป็นของคุณและเป็นของพี่น้องคนไทย ทุกคน ไม่ใช่เป็นแผ่นดินของใครคนใดคนหนึ่ง และเป็นแผ่นดินที่อยู่ภายใต้ร่มพระบรม โพธิสมภาร ที่ซึ่งพระองค์นั้นดูแลราษฎรอย่างเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ เราต้องการ เห็นสันติสุข สันติภาพ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และต้องการเห็นการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรัฐบาลนี้โดยท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดูแลพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนอย่างเท่าเทียมกัน สุดท้ายท่านประธานครับ ขอคําตอบ จากท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า คําว่า ราชศัตรู ท่านจะตัดออกได้หรือไม่ ในหน้า ๒๗ แต่ท่านจะพินิจพิจารณาอย่างไรนั้นผมเชื่อว่าท่านมีดุลยพินิจเพียงพอ เพราะในอนาคตนั้นท่านก็คือรัฐมนตรี
เชิญท่านประธานกรรมาธิการ เจะอามิง โตะตาหยง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธาน กรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทาง กรรมาธิการได้ไปศึกษาความตรงกันครับ วันนี้ทั้งในสภาและนอกสภา ทั้งพี่น้องทั้งประเทศ พูดตรงกันครับว่าต้องการความสันติสุข สงบสุข ต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บนพื้นฐานของความเป็นจริงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็ต้องยอมรับอย่างนี้ครับว่า บางเรื่อง เรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วมันเป็นเรื่อง เวลาพูดถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องพูด บนพื้นฐานที่มีความเป็นจริงและเข้าใจถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน การใช้ ความรู้สึกบางครั้งนอกจากไม่แก้ปัญหาแล้วยังเป็นการซ้ําเติมปัญหาเสียด้วยซ้ําไป ผมเรียน ท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่าทางกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาด้วยความตั้งใจ สิ่งไหนที่ ทางเพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อมูล ทางผมเองก็ได้ให้ทางเลขานุการคณะกรรมาธิการได้จดบันทึกไว้ เป็นใบแนบเพื่อนําเสนอต่อรัฐบาลต่อไป อย่างกรณีของท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินทร์ ก็หลายหัวข้อที่มีอยู่ก็จะนําเสนอ ของคุณหมอบรรพตที่มีข้อสังเกตอยู่ ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ จดบันทึกไว้แล้วก็จะนําเสนอต่อรัฐบาลต่อไป สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเวลาพูดถึงปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเข้าใจว่าในความหมายวิถีชีวิตที่เราพูดเพื่อต้องการแก้ไขปัญหา ที่เป็นจริงนั้น เราต้องเข้าใจถึงอัตลักษณ์และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อย่างที่ ท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นพูดเมื่อสักครู่ว่าในหน้า ๒๗ ได้มีการพูดถึงว่าทําไมต้องใช้ปาตานี และอีกส่วนหนึ่งทําไมต้องใช้ปัตตานี แค่นี้เองครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ความหมายของ ปัตตานีนั้นคือจังหวัดปัตตานี ความหมายของปาตานีก็คืออัตลักษณ์ของคนเชื้อสายมลายูปัตตานี แค่ ๒ คํานี้เองครับ การตีความหมายปัตตานีกับปาตานีมันก็เริ่มเป็นประเด็นครับผมถึงบอกว่าเวลาพูดปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ตั้งสติอย่าคิดแต่ความสะใจ หลายเรื่องครับที่รัฐบาลเขาก็ได้ทําไว้ ที่ดีก็ว่ากันไป ในประเด็นที่ท่านพูดถึงเรื่องราชศัตรูถ้าจะตัดออกก็ไม่มีปัญหาครับ ก็ตัดได้ แต่สิ่งที่ความตั้งใจของกรรมาธิการได้ทําไว้ก็คือว่าความหมายศัตรูก็คือคนที่ไม่ยอมรับในการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ผมได้เรียนตั้งแต่ เบื้องต้นถ้าท่านได้ฟังไว้ ก็คือมันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเป้าหมายในการก่อความรุนแรง มีเป้าหมายลึกซึ้งไปถึงดินแดนนั่นคือความหมายที่ลึกซึ้งที่ผมจะพูดในสภานี้แต่ว่าจะไม่ลงลึก ในความหมายอะไร ท่านต้องตีความหมายอย่างละเอียดอย่าใช้การพูดของปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องใช้ในความละเอียดอ่อนนะครับ ในกรณีที่ท่านชวลิตได้พูดถึง นโยบายเรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศ ทางกรรมาธิการได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการต่างประเทศ ในหน้าที่ ๔๒ ข้อที่ ๔.๒.๒๐ ที่จริงได้มีการศึกษาไว้แล้ว ก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้ให้ ความเป็นห่วง ส่วนหนึ่งปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องโยงไปถึงปัญหาในโลกของมุสลิม เพราะว่าประวัติศาสตร์มันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ประวัติศาสตร์ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้มันเป็นสิ่งที่ลุ่มลึกและเป็นปัญหาที่ตราใจคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งและเป็น เงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามนําขึ้นไปสู่ปัญหาของความไม่สงบนั่นคือปัญหาตากใบ วันนี้ปัญหา ตากใบเป็นปัญหาส่วนหนึ่งของปัญหา ซึ่งแต่เดิมปัญหาตากไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยแต่จาก กระบวนที่เกิดเหตุการณ์ของวันนั้น ๘๔ ศพของที่ตากใบก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปสู่ในโลกของ มุสลิม ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าด้วยความเป็นห่วงของกรรมาธิการบอกว่าต้องมีการศึกษา เรื่องนี้ เพื่อทําความเข้าใจกับโลกมุสลิมเพื่อจะต้องมีความเข้าใจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกรณีที่ท่านสมเกียรติได้พูดถึงในเรื่องซีซีทีวี (CCTV) ที่จริงในกรรมาธิการก็ได้พูดถึงครับ ว่าในเรื่องการติดตั้งซีซีทีวีหรือกล้องวงจรปิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความสําคัญ ที่จะต้องมี แต่กระบวนการวันนี้ต้องไม่ใช้แบบไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic) กรรมาธิการ ได้ไปศึกษาว่าน่าจะมีการใช้ในระบบของไวเลส (Wireless) การใช้ในระบบของไฟเบอร์ ออฟติกนั้นจะไม่สามารถที่จะติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว เหตุผลเพราะว่าในพื้นที่เกือบทุกพื้น ที่มีปัญหาด้านความไม่สงบการติดตั้งมันก็จะมีปัญหา ฉะนั้นการที่ทําได้ที่สุดคือทําอย่างไร ให้รวมศูนย์ให้เล็กลงไม่เทอะทะอย่างที่กระทรวงมหาดไทยที่ได้นําเสนอก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็ได้ไปศึกษาเรื่องนี้ หลายเรื่องที่กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้ไปศึกษา มันจะสอดคล้องกับการศึกษาของวิสามัญชายแดนภาคใต้ แม้กระทั่ง ในกรณีปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องกิจการฮัจญ์ เรื่องกิจการฮัจญ์ทําไมต้องไปพูดถึงเรื่องการออกกฎหมายเรื่องอะไรอย่างนี้ครับ ที่จริงถ้ากลับมาดู ณ วันนี้ในทางปฏิบัติแล้วในรัฐบาลไปล่วงหน้ากว่าเอกสารที่เราได้ศึกษา เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้ทางรัฐบาลได้มองเห็นว่าคนที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าที่พื้นที่อื่นก็ได้ให้งบประมาณไปพัฒนาสนามบิน บ้านทอน จังหวัดนราธิวาส ๔๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เกือบเสร็จแล้วครับเพื่อที่จะนําบุคคล ซึ่งเป็นมุสลิมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต้องมาใช้สนามบินหาดใหญ่ ใช้สนามบิน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นําไปสู่นานาชาติคือจากบ้านทอน จังหวัดนราธิวาสไปสู่ ที่ซาอุดิอาระเบียเลย ในวันนี้เกือบเสร็จแล้วครับ นี่คือในทางปฏิบัติที่รัฐบาลทําก้าวหน้าไปเยอะ แต่ว่าเอกสารของเราของสภาล้าหลังเราก็ต้อง ยอมรับตรงนี้ครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าความตั้งใจของรัฐบาลภายใต้แกนนําของท่านอภิสิทธิ์ ก็พยายามทําอยู่ แต่ในกรอบความคิดอีกส่วนหนึ่งว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากความคิด ส่วนหนึ่งก็เกิดจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาด้านเศรษฐกิจวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ โดยเฉพาะในการดูแล ปัญหาด้านราคายางพาราจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เป็นประวัติศาสตร์ ๑๒๐ บาท ขึ้นไปถึง ๑๗๐ บาท นั่นแสดงให้เห็นว่าวันนี้ฐานในด้านเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มดีขึ้น เพราะกลุ่มในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเศรษฐกิจในด้านยางพารา และด้านพืชสวน เหล่านี้มากมาย แต่การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับอานิสงส์ ประชาชนทั่วไป ได้รับอานิสงค์ก็คือคนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ก็ราคายางสูงขึ้นเหมือนกัน ๑๗๐ บาท เหมือนกัน นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้มองการณ์ไกลว่าปัญหาในด้านเศรษฐกิจ ก็ได้แก้ไข ปัญหาในด้านวัฒนธรรมวันนี้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านวัฒนธรรมก็พยายามที่จะไป ดูแลในระบบเพื่อเชื่อมโยงต่อระบบการไปประกอบพิธีฮัจญ์ก็จะพยายามโยง วันไหนที่เสร็จ ได้เร็ว เรื่องสนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาสนี้นะครับ ก็จะได้นําประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ขึ้นจากสนามบินบ้านทอนนี้เป็นเรื่องที่ดี พอมาดูในระบบทางด้านการศึกษา คนยากจน การศึกษายาก คนที่จะมีโอกาสไปรับการศึกษาในมหาวิทยาลัยในพื้นที่อื่น คนที่ยากจนไม่สามารถเดินทางไปได้ ท่านสมาชิกทราบไหมครับว่ามหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีป้ายและไม่มีอาคาร ฝากนักเรียน นักศึกษา ไปที่มหาวิทยาลัยอื่นตลอด แต่วันนี้รัฐบาลภายใต้กําลังของท่านอภิสิทธิ์ให้งบประมาณ ไปสร้างอาคารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยใช้งบของไทยเข้มแข็ง วันนี้ขึ้นเป็น ดอกเห็ด เพื่อรองรับคนที่ยากจนที่ไม่สามารถที่จะไปเรียนต่อที่อื่นได้ ต้องมาเรียนที่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ นั่นแสดงให้เห็นว่ากระบวนการทั้งหมดมันกําลังมีการ ขับเคลื่อนไป แต่มิติในด้านความมั่นคง มิติในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนี้ ต้องยอมรับว่า ถึงแม้สถิติในด้านความมั่นคงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชน วันนี้ถึงแม้จากสถิติจะลดน้อยลงไป แต่ว่าความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ละครั้งรุนแรงขึ้น อันนี้เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ผมถึงบอกว่าตั้งแต่แรกครับว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายกรอบ หลายประเด็น การแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ต้องแยกแยะแก้ไขปัญหาแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น แต่ละมิติ ออกไป มิติด้านความมั่นคง มิติทางด้านการศึกษา มิติอะไรต่าง ๆ มิติวัฒนธรรม ก็ต้อง แก้กันไป แต่กระบวนการเหล่านี้ถามว่าทุกรัฐบาลใครมาเป็นรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้อง มานั่งแก้ปัญหา เรื่องยากครับ เพราะการทําความเข้าใจกับคนมันยาก สิ่งที่สําคัญที่สุด วันนี้ที่เราได้มีการศึกษา การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนกับการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พี่น้องประชาชนจะต้องเป็นตัวหลัก ให้ความร่วมมือกับการแก้ไขปัญหา ถึงแม้เอกสารการศึกษาของคณะกรรมาธิการเพื่อนําไปสู่รัฐบาลเป็นเอกสารที่ดี รัฐบาลนําไป ปฏิบัติ แต่ว่าถ้าประชาชนขาดการมีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่สําเร็จครับ สิ่งที่ทางเพื่อนสมาชิกไม่ได้พูดถึงอีกเรื่องหนึ่ง กรรมาธิการได้พูดถึงว่าปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้มันขาดส่วนตรงกลางที่รัฐบาลจะต้องนําไปพิจารณา ก็คือการ เปิดพื้นที่พูดคุยเพื่อสันติภาพ ผมย้ําว่าเป็นการพูดคุยนะครับ ไม่ใช่การเจรจา ประเด็นปัญหา หลายเรื่องที่กรรมาธิการไปศึกษาว่าปัญหาทุกปัญญาปัญหาจะจบด้วยบนโต๊ะเจรจา ไม่จบด้วยการใช้กองกําลัง การใช้อาวุธมาประหัดประหารซึ่งกันและกัน ปัญหาทุกอย่าง เกิดขึ้นด้วยการทําความใจซึ่งกันและกัน วันนี้ในรัฐบาลในเอกสารการศึกษาก็มีชี้ลงไปครับว่า ต้องทํามวลชนให้ได้ ต้องดึงมวลชนกลับมาให้คนให้ความมือกับองค์กรและกับรัฐบาลให้ได้ เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานเป็นบันไดในการแก้ไขปัญหาให้กับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่ผมขออนุญาตฝากเพื่อนสมาชิกเป็นประเด็นที่ค่อนข้างที่สําคัญ กระบวนการการพูดถึง เวลาการพูดถึงการมีเสียชีวิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่อยากที่จะให้พูดถึงว่า เป็นมุสลิมหรือพุทธ หรือเป็นศาสนาอะไร เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะคนในพื้นที่จริง ๆ ไม่ได้มีข้อแตกแยกในสังคมในเรื่องกิจการด้านศาสนา ศาสนาเป็นตัวอ้างของฝ่ายกลุ่มก่อการ ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับ แต่การที่ย้ําในประเด็นว่าคนศาสนานี้เสียชีวิต ศาสนานี้เสียชีวิต เป็นการตอกย้ําความเจ็บปวดของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนที่จะ แก้ปัญหาสร้างความแตกแยกเพิ่มขึ้นเสียอีก แม้กระทั่งในการออกสื่อมวลชนก็เป็นเหยื่อ อันโอชะให้ฝ่ายตรงข้ามนําประเด็นเหล่านี้ไปเป็นเงื่อนไข ท่านทราบไหมครับ ก่อนหน้านี้ ขณะนี้หลายสื่อมวลชนที่พยายามนําบอกว่าคนพุทธถูกยิงเสียชีวิต ท่านทราบไหมครับ มันเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามนําสิ่งเหล่านี้ไปเป็นประเด็นในการขยายโอกาส ในการทําลาย บ้านเมือง ในการทําลายอีกหลาย ๆ อย่าง ผมถึงบอกว่าคนที่อยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เป็นพุทธ ไม่เป็นมุสลิม แม้จะเป็นพุทธหรือมุสลิมหรือเป็นคนที่นับถือศาสนาอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินพอ ๆ กันครับ ไม่ว่าจะเป็นราชการ ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ทหารก็เหมือนกันนะครับ แต่ความไม่เหมือนก็คือเวลาเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ต้องมีความลุ่มลึกและลึกซึ้งกับปัญหา ลึกซึ้งในการที่จะใช้ถ้อยคําเวลาพูดในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นเหล่านี้ต่างหากนะครับ ประเด็นบางประเด็นมันไม่ใช่ ประเด็นและเป็นเรื่อง มันเป็นเรื่องขึ้นมาได้ครับ ผมถึงขออนุญาตเพื่อนสมาชิกเวลาจะพูดถึง ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้มีความระมัดระวังตั้งสติให้ดี ตั้งสติในการพูดจา ตั้งสติ ในการที่จะพูดถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับแนวทางในการแก้ไขปัญหา
มีผู้ประท้วงครับท่านเจะอามิง คุณทวีวัฒน์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของท่านประธานกรรมาธิการนะครับ ผมคิดว่าท่านชี้แจง และพูดได้ดีมากนะครับ แต่ว่าทั้งหมดนั้นผมเข้าใจว่าอยู่ในบันทึกของคณะกรรมาธิการ หมดแล้ว ควรจะให้เวลาสําหรับสมาชิกทั้งหลายได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่เขายังข้องใจ มากกว่านะครับ ผมขอประท้วงครับ
ก็คือสรุปแล้วก็ขอให้ท่านประธานได้รวบรัดนะครับ ก็ขอให้ท่านประธานรวบรัดด้วยครับ
ขอบคุณครับ ผมเข้าใจครับ สิ่งที่ผมจะต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะว่าจําเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้เพื่อทํา ความเข้าใจให้ตรงกันเวลาพูดถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายคําถามที่เพื่อนสมาชิก ได้ถามถึง ผมพยายามจดบันทึกจะไม่ตอบตรงนี้ครับ อันไหนที่เป็นข้อสังเกตได้ ผมจะทําเป็น ข้อสังเกตไปถึงรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ
คุณวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ อยากกราบเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า ตกลงว่าในหน้าที่ ๒๗ คําว่า ราชศัตรู ในบรรทัดที่ ๑๘ นั้น ท่านจะตัดคําว่า ราช ออกหรือไม่ ขอได้โปรดตอบ ตรงไปตรงมาชัด ๆ ครับ อย่าใช้คําว่า ก็ได้ เพราะว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านจะบอกว่า คนเหล่านั้นเป็นราชศัตรู คือศัตรูของพระราชาหรือศัตรูของพระมหากษัตริย์ ความหมาย มันเหมือนกันครับ
ขอเชิญท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกติดใจก็ไม่ขัดข้องที่จะตัดครับ
ก็เป็นอันว่าคณะกรรมาธิการไม่ติดใจนะครับ ตัดคําว่า ราช ออก ก็เหลือแต่คําว่า ศัตรู อย่างเดียว ผมเองก็ต้องขอพาดพิงไม่เกินนาทีนะครับ เมื่อกี้คุณวัชระได้พูดว่าผมได้ไปกล่าว ในการอภิปรายเปิดสัมมนาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ผมบอกว่าพี่น้องคนไทยมุสลิม ส่วนใหญ่ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความประสงค์ที่จะแบ่งแยกดินแดน ก็เป็นเรื่องจริงครับ ผมต้องการจะเน้นให้ทราบว่าพี่น้องคนไทยมุสลิมส่วนใหญ่ไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน ยกเว้นผู้ก่อความไม่สงบซึ่งเป็นส่วนน้อยนะครับ และผมจะเน้นว่าการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นไม่ใช่ปัญหาการสงครามที่ใช้อาวุธครับ เป็นสงครามทางความคิด เพราะว่าผู้ก่อความไม่สงบคิดว่าสิ่งที่เขานี้เป็นการทําสงครามศาสนาหรือญีฮัด ก็คิดว่าละจาก ดุลยาห์ไปสู่อาคีเราะห์ ก็คือเมื่อตายไปแล้วจะได้พบอัลเลาะห์ ซุบบาฮาฮูวะตะอาลา ซึ่งเป็น สิ่งที่เข้าใจผิดนะครับ ก็เรียนสั้น ๆ แค่นี้ครับ ในช่วงนี้ท่านประธานเจะอามิงขอต่อเนื่อง อีกสักนิดนะครับ
ขออนุญาตนิดหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาต ราชศรัตรูเป็นผู้ก่อความไม่สงบนะครับ ขอเปลี่ยนเป็น ผู้ก่อความไม่สงบ นะครับ
ก็จะเป็นจะถ้อยคําที่เหมาะสมกว่านะครับ เชิญคุณวิชาญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ดูรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลายครั้งก็มีหลายฉบับ ซึ่งแต่ละคณะกรรมาธิการ ทั้งในส่วนของวิสามัญ สามัญ และในคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องก็จะได้มีการศึกษา รวมถึงหลายองค์กร ซึ่งการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ศึกษาแล้วมันต้องนําไปสู่การปฏิบัติ สิ่งที่ผมได้เห็น ในเรื่องรายละเอียด ผมยอมรับครับว่าท่านได้เขียนข้อสรุปต่าง ๆ และหลักการ วิธีการในการ แก้ไขและการปฏิบัติได้ดีครับ แต่ผมเสียดายอย่างหนึ่งครับว่ารายงานฉบับนี้มันควรที่จะมีการ นําเข้ามาสู่การพิจารณาเร็วกว่านี้ ๒ ฉบับแล้วครับ ฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๒ ฉบับเมื่อสัปดาห์ ที่แล้วที่เกี่ยวกับเรื่องแหล่งน้ํา ก็เป็นอันหนึ่งซึ่งใช้เวลาพิจารณา ๓ ปี อันนี้ก็คล้ายกันครับ การพิจารณาในเรื่องที่เป็นเรื่องด่วนและเป็นญัตติ เมื่อพิจารณาในเนื้อหารายละเอียดแล้ว ควรที่จะนําเรื่องเข้ามาสู่การพิจารณาหรือในเรื่องของการแจ้งให้เป็นรายงานต่อสภา เพื่อนําเสนอต่อรัฐบาล ขออนุญาตครับท่านประธาน ปัญหาชายแดนเป็นเรื่องหนึ่งซึ่งเรา เคยพูดกัน แต่ปัญหาในส่วนของพื้นที่ซึ่งอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่เขาเรียกว่า ๕ จังหวัดภาคใต้ แต่ที่เกิดจริง ๆ มัน ๓ จังหวัด ผมถามว่าจังหวัดสตูลไม่มีเหตุครับ ทั้ง ๆ ที่ภูมิศาสตร์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ประชาชน คล้ายคลึงกัน น่าสนใจนะครับ แต่ใน ๓ จังหวัด ในขณะนี้ในรายงานนี้เขียนไว้ว่าความรุนแรงจากสถิติลดลงมา ลดลงครับ แต่ความรุนแรง เพิ่มมากขึ้น แสดงว่าวิธีการดําเนินการในเรื่องของการดําเนินการนั้นเขาเริ่มใช้ยุทธวิธี ตอนแรกอาจจะมองเรื่องการสร้างสถานการณ์ หรือการใช้อาวุธในการยิงต่อสู้ หรือประชิดตัว หรือการดําเนินการ แต่วันนี้เข้ามาสู่วิธีการซึ่งเป็นวิธีการซึ่งน่ากลัวและอันตราย ผมขออนุญาตครับว่าในเรื่องหลักการจริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าทุกคน เพื่อนสมาชิกในสภาคงคิด คล้ายกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจนถึงวันนี้นั้นโทษใครไม่ได้ครับ มันสุกงอมมานานแล้ว แล้วมันเป็นความรู้สึกซึ่งถูกปลูกฝังความรู้สึกในเรื่องของเชื้อสาย เผ่าพันธุ์ ประเพณี แล้วก็ ยังมีเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านเองก็ไม่ได้ เป็นจุดที่จะทําให้เกิดปัญหาดังกล่าวด้วยซ้ํา แต่เมื่อมีเหตุแล้วประเทศเพื่อนบ้านเองกลับเป็น ห่วงวิตกกังวลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนนี้ผมมีโอกาสลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ โดยเป็นหนึ่งใน ๒๓ คน ในสมัยอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วก็เข้าไปสู่การดูในเรื่องของประเด็นปัญหา ที่เกิดขึ้นครั้งแรก เราเองพยายามบอกกล่าวจุดแรกว่ามันเกิดปัญหาขึ้นมานี้ เพราะความคิด ในเรื่องของการแบ่งแยกในเรื่องของศาสนา ท้ายที่สุดมาถึงวันนี้ผมกับคิดคนละด้านหลังจาก ที่มีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุย ท่านประธานครับ ในพื้นที่ผมบังเอิญมีพี่น้องชาวมุสลิมอยู่เยอะ มากพอสมควร แล้วก็มีกลุ่มพี่น้องทางใต้ที่เป็นดะวะห์เข้ามาสร้างมัสยิด แล้วเข้ามาอยู่ทางใต้ เยอะมาก ผมก็ไปนั่งคุย มีโอกาสพูดคุยว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับ เรื่องศาสนาโดยตรง แต่เป็นเรื่องของความไม่เสมอภาค และการไม่รู้ในเรื่องของ การดูแลในเรื่องของการปกครองโดยวัฒนธรรมประเพณี ก็เลยเกิดปัญหาอย่างที่ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เขียนไว้ในเรื่องของศาสนา ในเรื่องของประเพณีวัฒนธรรม ใช่ครับ แต่โดยส่วนหนึ่งที่ท่านเขียนไว้ว่ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาในการตัดสินคดีความ ต่าง ๆ หรือจะบอกว่าเป็นวิธีการที่ใช้หลักการศาสนาเข้ามาช่วยก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่โดยข้อเท็จจริงถ่องแท้แล้วนี่ผมมองว่าทั้งหมดนี่ถ้าย้อนนะครับ จากผมที่ได้อ่านคร่าว ๆผม มองว่าหลักการที่ดีที่สุดในวันนี้ที่ท่านเขียนไว้จะตั้งหน่วยไหนเข้ามาดูแล จะเป็นกลุ่มในเรื่อง ของให้ประชาชนมีส่วนร่วม หรือกลุ่มที่จะช่วยในการปรับเปลี่ยนวิสัยหรือกระบวนการ ในเรื่องของการดําเนินการก็คือกระบวนการบริหารกิจการชายแดนภาคใต้ อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่ง แต่ดีที่สุดแล้วก็คือการให้โอกาสในการที่จะเลือกตัวแทน ท่านประธานต้องยอมรับ ว่ากรุงเทพมหานครนี้ยังมีการเลือกตั้งโดยตรง คือเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันหนึ่งตอนผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมมีโอกาสไปพบหากับกลุ่มคน ทางใต้ ทั้งในกลุ่มที่ดูแลเรื่องศาสนา กลุ่มคนนักธุรกิจ แล้วก็กลุ่มคนที่อยู่ในระบบราชการ เขาบอกตรงกันว่าที่ได้มาตอนนี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนคนที่มาอยู่นี้ให้ขึ้นตามลําดับ อย่างจังหวัดยะลา จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาขึ้นมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ถามว่า เขาเป็นลูกหม้อไหม เป็นครับ คนทางใต้ รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีไหม รู้ แต่อย่างเดียวกัน คือเขารับฟังคําสั่งและวิธีการในการปฏิบัติ ซึ่งจะแตกต่างจากคนที่มาจากการเมืองและ การเลือกตั้ง ผมไม่เห็นมีนักการเมืองคนไหนที่ถูกยิงตาย หรือถูกดําเนินการในเรื่องของ เหตุการณ์รุนแรง ถ้าโดนก็โดนโดยบังเอิญครับ ไม่มีหรอกครับ เพราะเขารู้ว่าเป็นตัวแทน รู้ว่าเป็นบุคคลที่มาทํางาน มาทําหน้าที่ รู้ว่าเป็นคนของประชาชนและรู้ด้วยว่าคนเหล่านี้ ไม่มีพิษ ไม่มีภัยต่อพวกเขา มีแต่เป็นที่พึ่ง แต่ส่วนของระบบราชการนี้ได้มีคําร้องออกมา สม่ําเสมอว่าเอาคนเข้าไป เอาทหารเข้าไป ไม่รู้ขนบธรรมเนียมประเพณี ไปทําสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ชอบไม่ถูกต้อง เช่น จังหวัดทางภาคใต้ ๓ จังหวัดดังกล่าวนี่เขาไม่ดื่มเหล้า ทหารที่ไปนี้ เคร่งเครียดนะครับ โดยเฉพาะทหารทางอีสาน ทางเมืองกาญจนบุรีต่าง ๆ นี่ตรวจเช็คออกมา ดื่มเหล้ากัน ก็ผิดประเพณีในส่วนหนึ่ง
ส่วนที่ ๒ เวลาเหมาแล้วก็ไปละลานครับ จะพูดได้เลยว่าเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง เยอะครับ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทําผืดประเพณีเขาเกิดปัญหาตามมา นี่คือจุดเหตุอันหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ชอบในกลุ่มของทหาร แต่ยังดีครับ ของเราเองมีการฝึกอบรมหน่วยอาสาต่าง ๆ ที่ขึ้นมาช่วยเหลือ แม้กระทั่งทหารพราน แต่ผมเรียนว่าวันนี้ก็คล้ายกันในลักษณะของ การดําเนินการ จะเอาเงินงบประมาณที่เขาบอกว่าทางใต้มีปัญหาทุ่มลงไปเท่าไร เทลงไป เท่าไร ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาความสงบขึ้นหรอกครับ แต่สิ่งที่ผมจะนําเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตบอกกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพราะความรู้สึกของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความต้องการที่จะ ใช้ความรู้สึกตรงนี้แสดงออกให้เห็นว่าการปกครองของเราในขณะนี้ไม่เหมาะสมโดยวิธีการใด ทั้งปวง แต่ถ่ายทอดออกมาโดยใช้ความรุนแรง
ส่วนที่ ๒ ต้องยอมรับว่าทางใต้เป็นพื้นที่ซึ่งห่างไกลและรับขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมต่าง ๆ เข้ามา เราเอาคนที่ไม่มีวัฒนธรรม จารีตประเพณีโดยตรง เข้าไปปกครองดูแลมันก็สะสมความรู้สึก สะสมในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจนมันปะทุขึ้นมา แล้วกลุ่มเหล่านี้ท่านประธานครับเขาได้เรียนอิทธิพลในเรื่องของศาสนาที่เขา ไปเรียนต่างประเทศ เขาเห็นในเรื่องของต่างประเทศที่มีปัญหาในกลุ่มประเทศที่มีการต่อสู้ ความรู้สึกตรงนั้นพอกลับมาสู่พื้นที่ ตอนนั้นผมเคยถามครับ ตอนนั้นลงไปเขาบอกว่า มีคนที่พร้อมที่จะดําเนินการเรื่องดังกล่าวประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน ที่ดําเนินการได้เลย อยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ๑๐,๐๐๐ คนนี้คุณคูณกลับเข้าไปที่สามารถที่จะอยู่ในลักษณะ การสนับสนุนนี้ ๒๐๐,๐๐๐ คน กับ ๓ จังหวัดที่มีอยู่นี้ผมคิดว่ามหาศาล แต่เขาไม่สามารถ ที่จะแสดงออก ดังนั้นในเรื่องของคนจะทําอย่างไร ซึ่งในรายงานฉบับนี้บอกว่าให้เข้าถึง ดูแลปรึกษาหารือผมเห็นด้วยครับ แต่วิธีการจะไปอย่างไร อย่างท่านประธานเจะอามิง บอกว่าต้องใช้เวลา ผมก็เชื่อว่าต้องใช้เวลา การใช้เวลาการซึมซับในเรื่องของปัญหา ความได้เปรียบเสียเปรียบนี้มันต้องสู่การดูแลโดยคนที่จะเข้าไปดําเนินการในเรื่องดังกล่าว
อีกส่วนหนึ่งเรื่องของขวัญกําลังใจอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกผมยังมองว่าประชาชน ต้องอยู่ในภูมิลําเนา อยู่ในสถานที่ พื้นที่ ถ้าบอกว่าจะเอาแบบสมัยก่อนโบราณ เขาบอก อันไหนที่มันไม่สามารถที่จะดําเนินการได้เขาก็แยกปาออกมา ก็คือดึงคนจากหมู่บ้าน หรือกลุ่มต่าง ๆ ออกแล้วปล่อยให้พื้นที่เป็นพื้นที่ว่าง มันก็ยิ่งง่าย แต่ทําไม่ได้หรอกครับ เพราะเราปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ถ้าเมื่อไรเราขยับขยายเอาคนออกลองคิดดูครับ ท่านประธาน แสดงว่าพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ซึ่งเป็นที่ปกครองโดยกฎหมาย แต่กลับยอมแพ้ ดังนั้นจะทําอย่างไรให้คนเหล่านั้นสามารถยอมรับว่ากติกาหรือข้อระเบียบ หรือจุดต่าง ๆ ที่เป็นเงื่อนไขพอที่จะผ่อนปรนได้โดยจะต้องยกร่างกฎหมายซึ่งเป็น กฎหมายเฉพาะและพิเศษ ตรงนี้ผมคิดไม่ออกนะครับ เพราะผมไม่ใช่คนพื้นที่ แต่เขาบอก เขาบอกว่าอะไรก็ตามที่เป็นความเสียเปรียบทางสังคม ทางวัฒนธรรมท่านต้องให้เขาคืนกลับ ในวัฒนธรรมประเพณีหรือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะต้องไปเทียบเคียงกลับไปที่บรรพชนเขา หรือกลุ่มคนที่มาจากมลายู โดยขนบธรรมเนียม ประเพณี และภาษาต่าง ๆ ที่ใช้กันอยู่นี้ ต้องรักษาและต้องดูให้ครบ อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของคนที่ไปดูแลปกป้อง ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสลงไปประมาณเกือบ ๒๐ ครั้งตอนที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมไม่สบายใจครับ ทั้งข้าราชการ ไม่ว่าครูบาอาจารย์ เขาบอกว่าท่านรัฐมนตรีอย่าเอา งบประมาณลงมาเลย เวลานี้อันตราย ยิ่งเอางบประมาณลงมาเยอะ ๆ แล้วไปตรวจสอบ การใช้งบประมาณ เขาตอบว่าอะไรครับ งบประมาณเอามาไม่มีเวลาจัดทํา เพราะสิ้นปี งบประมาณหรือกลางปีงบประมาณท่านพยายามส่งงบประมาณเข้ามาเยอะมาก เขาไม่ได้ ประโยชน์ครับ เพราะสิ่งที่ทํามีแต่คนต้องการขอย้ายเขตการศึกษาไปอยู่ในเขตพื้นที่ ที่ปลอดภัย ดังนั้นงบประมาณไม่ใช่เป็นตัวแปรที่จะช่วย แต่ถ้าจะจัด จัดเสียครั้งเดียว คราวเดียวครับ แต่ต้องดูเรื่องผลประโยชน์ด้วยนะครับจะตกกับประชาชนอย่างไร ผมยังเชื่อ ว่าท่านประธานเองได้ลงไปดูหรือเปล่าในเรื่องของงบประมาณ วันนี้ส่วนใหญ่เป็น งบดําเนินการโดยวิธีพิเศษ และคําว่า พิเศษ นั้น ก็คงจะมีอะไรซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ นอกเหนือจากเป็นงบประมาณซึ่งจะต้องหักลบออกมาเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษให้กับบุคคล ที่เอางบประมาณไปลง นี่เรื่องสําคัญนะครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมากองกําลังทุกกองกําลัง ท่านไปดูครับเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างเบิกจริง จ่ายจริงหรือเปล่า ในรายงานฉบับนี้บอกว่าจะดูแลในเรื่องของระบบคุณธรรม ในเรื่องของการลงพื้นที่ ของข้าราชการนะครับ แต่ในเรื่องดังกล่าวนี้มันไม่จริง เพราะเงินการเบิกเบี้ยเลี้ยงหรือค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ผมยังยืนยันนะครับว่ากองกําลังที่เอาไปใช้จํานวนมหาศาล เดี๋ยวนี้ตั้งแต่บอกว่า มีการหมุนเวียนไป ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ ไปช่วยภาค ๔ ยิ่งเพิ่มปัญหาอย่างเพื่อนสมาชิก บอกครับ ผมก็เพิ่งได้รับรายงาน เมื่อกี้ผมโทรถามคนทางปักษ์ใต้ เขากังวลวิตกครับว่า คนเหล่านี้ไม่มีพื้นเพ ไม่มีความรู้ บางทีปะทะกันเองครับ เพราะความหวาดระแวงวิตกกังวล ว่าประชาชนหน้าตาอย่างไร จิตวิทยาในการที่จะเข้าพื้นที่ ไม่ใช่ถูกหล่อหลอมโดยคนที่อยู่ ในพื้นที่ แต่เอาคนนอกพื้นที่เข้าไปใช้มันผิดวิธีการ แล้วท้ายที่สุดนี้ยังมีการตั้งเฉพาะกิจขึ้นมา อีก ๖-๗ หน่วย เฉพาะกิจนี้ยังพอไหว เพราะว่ามันเป็นกลุ่มคนที่อยู่ภายใน
มีผู้ประท้วงนะครับ คุณทวีวัฒน์ก็คงจะประท้วงว่าขอให้รวบรัดนะครับ เพราะว่าเกินเวลาไป ๒ นาที แต่ผมเห็นว่ายังมีประเด็นครับ ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ
อันนี้มันนอกเหนือจากรายงาน ที่ผมดู ผมก็ขออนุญาต เมื่อกี้ท่านประธานเจะอามิงบอกว่าจะได้จดไว้ส่ง ส่วนการใช้จ่าย เรื่องงบประมาณนี้ผมว่าเป็นเรื่องสําคัญ เพราะถ้ามันไม่มีนอก ไม่มีในนี้ คงไม่มีปัญหา แล้วในเรื่องดังกล่าวทั้ง ๒ ส่วนมันเกี่ยวโยงกับธุรกิจ การสร้างในลักษณะของความวุ่นวาย ที่เกิดขึ้นนี้มันอาจจะมี ซึ่งจริง ๆ มีอยู่แล้วครับ เพราะทางใต้เป็นแหล่งที่ติดกับชายแดน เป็นแหล่งที่ติดกับทะเล บางส่วนมันสามารถที่จะนําสินค้าที่เป็นของหนีภาษีเข้าออก ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้ว เรื่องของยาเสพติด เรื่องต่าง ๆ ผมเรียนท่านประธานไปยังประธาน กรรมาธิการครับว่า ได้มีการส่งเด็กมาเข้าค่ายที่แถวบ้านผม อาชีวะรับไปเยอะครับ ตอนหลัง บอกรับไม่ไหม ผมก็ไปเปิดค่ายครับ ท่านประธานเชื่อไหม ๔ คูณ ๑๐๐ เต็มไปหมดครับ เดี๋ยวเดินด่อม ๆ มอง ๆ ไปเก็บกระท่อมครับ ไปหากระท่อม ไปหายากันยุง เล่นยากันยุง ผสมน้ําโค้กแล้วใส่เหล้าขาวลงไปหน่อย ไปกินครับ ๔ คูณ ๑๐๐ ถ้าอยากจะรู้นะครับที่ส่งไป ที่ไปไหนบ้าง จนกระทั่งประชาชนเองแถวแถบบ้านผมเขาบอกว่า โอ้โหเด็กแถวนี้ที่เอาเข้ามา น่ากลัวครับ เพราะฉะนั้นการคัดหรือดูเด็กที่จะส่งไปผมว่าดีครับ แต่ถ้าจะเข้ากลุ่มเข้าค่าย มันก็ควรจะดูเฉพาะว่าเอาเด็กมาศึกษาในเรื่องที่เป็นโอกาส แต่ถ้าเด็กกลุ่มที่มีปัญหาก็ต้อง เข้าค่ายอีกแบบหนึ่งนะครับ อันนี้เล่าให้ท่านฟัง อีกสิ่งหนึ่งต้องขออนุญาตนะครับ
ต้องขอให้รวบรัดด้วยนะครับ
สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน เพราะเวลาผมพูดเจอล็อก (Lock) เวลาทุกครั้งต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ จริง ๆ ท่านประธานต้องกําหนดเวลาตั้งแต่คนแรกเลย ๑๕ นาที ก็ ๑๕ นาทีหมด นี่ดูเหมือนว่า พูด ๆ แล้ว คนอื่นที่พูดเมื่อกี้ ๔๕ นาทีผมก็นั่งฟัง ผมก็ทนฟังครับ เพราะว่ามันเป็นประโยชน์ ก็นั่งฟังก็เหมือนกับท่านประธานนะครับ สุดท้ายเรื่องการดูแลเรื่องสุขภาพ คนไม่อยากอยู่ ให้ไปเถอะครับ เพราะจิตวิญญาณเขาไม่อยากอยู่ มีการโยกย้าย หมุนเวียน สับเปลี่ยน บางโรงพยาบาลผู้อํานวยการนี่ผมยอมรับเลยครับ อยู่ด้วยใจ อย่างโรงพยาบาลที่จังหวัด นราธิวาสนี้ผมไปเยี่ยมท่าน ท่านอยู่จนเกษียณนะครับ ท่านบอกคนพระโขนง ท่านเป็น คนมุสลิม ท่านบอกว่าท่านอยากจะช่วยเหลือคนที่นี่ ถ้าท่านไม่อยู่คนก็ไม่อยู่ แต่อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้รวมถึงที่พักนะครับ ไม่มีเพียงพอ มีเท่าไรก็ไม่พอครับ เพราะส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ท่านไม่เคยจัด ไม่เคยดูแล เมื่อคราวที่ลงไปดู โรงพยาบาลไฟดับ ๓ วัน เพราะผู้ก่อการร้ายชนเสาไฟหัก ไฟดับทั้งเมือง วันโน้นผมไปจังหวัดนราธิวาส เมืองอะไรครับ ที่ใกล้ ๆ กับ สภอ. ตาย หมอนี่ผ่าตัดตั้งแต่กลางคืนตอนประมาณ ๔ ทุ่มยันถึงตี ๔ แล้วเครื่องปั่นไฟก็ไม่มีท่านประธาน เครื่องปั่นไฟก็ไม่มี โรงพยาบาลขอมานานแล้วก็ไม่ให้ เครื่องถ่ายเอ็กซเรย์ (X-Ray) สมอง เครื่องตรวจแสกน (Scan) ก็เครื่องโบราณ นี่ผมพูดตรงนี้ ให้ฟัง แต่ท่านเอางบประมาณไปใช้อย่างอื่น โรงพยาบาลนี่ รถพยาบาลนี่ รถวอลโว่ (Volvo) รถโบราณครับ หมดสภาพแล้วก็เอามาใช้ ผมคิดว่าในโอกาสตรงนี้การจัดทํางบประมาณนี้เอาให้มันถูกที่คันหน่อย นี่มันเกาไม่ถูกที่คัน คนที่ต้องการรับงบประมาณ คนที่ต้องการใช้งบประมาณเขาไม่ได้มีโอกาสใช้ แม้กระทั่ง เสื้อเกราะที่เก็บมาใช้นี่แจกกันไม่ทั่วหรอกครับ ซื้อกันไม่เท่าไร ลองเอาจํานวนคูณดูสิครับ วัดแถวบ้านผมทอดผ้าป่าให้เสื้อไปตั้งเยอะ เสื้อเกราะ ไปไม่ถึง ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ไปตกอยู่ที่ ไหน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าประเมินกันให้ดี คนที่มีอํานาจที่จะต้องดูแลจัดการต่าง ๆ ในเรื่อง งบประมาณทําให้ดีเถอะครับ รัฐบาลชุดนี้ผมว่ามีโอกาสแล้วอยู่ในกลุ่มของทาง ส.ส. ภาคใต้ ท่านต้องดู แล้วต้องเข้าไปดูตรวจสอบครับ มิฉะนั้นรายงานฉบับนี้ที่ท่านทํานี่ครับ ไม่ได้มี ในเรื่องของรายละเอียด ผมจึงขออนุญาตเล่าแล้วเพิ่มรายละเอียด เพราะว่าท่าน ทําสมบูรณ์แล้ว แต่โดยวิธีการดําเนินการจัดการต้องบันทึกไว้ แล้วก็บอกกล่าวให้กับทาง ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีถาวรซึ่งดูแลเรื่องนี้ได้ช่วยไปกํากับการดูแล ไม่ใช่บอก ให้งบประมาณไปเยอะแล้ว แต่ไม่รู่ว่าให้ไปตรงไหน แล้วใช้จ่ายงบประมาณจริงเอาไปอยู่ ตรงไหน แล้วกองกําลังจริง ๆ แล้วไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้ครับ แต่ให้มีประสิทธิภาพ แล้วก็เพิ่มในเรื่องของทักษะเทคโนโลยี ไม่ใช่เอาไม้ตรวจศพ ซีทีเอ็กซ์ (CTX)
ก็ต้องขอรวบรัดแล้วนะครับ
ก็ต้องขออนุญาตบอกกล่าวว่า สิ่งที่ผมได้นําเรียนนั้นท่านเองช่วยไปดูเพื่อเป็นประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ ต้องขอทุกท่านนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้อยู่ในเวลาครับ ยังมีเพื่อนของเราต้องการอภิปรายอีก ๒๐ กว่าท่านนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญของเราได้นําเสนอในสภาในวันนี้ ผมเองก็ได้เห็นรูปแบบของการนําเสนอ แล้วก็โดยหลักการแล้วก็ข้อเสนอแนะที่มาสาเหตุ ของปัญหานั้นเป็นเรื่องที่ต้องขออนุญาตใช้คําว่าชื่นชม ที่ได้วิเคราะห์สาเหตุปัญหาได้อย่าง ถูกต้องแล้วก็ตรงเป้า แต่ผมเองก็ยังมีข้อเสนอแนะที่อยากจะขอเพิ่มเติม เป็นการเติมเต็ม ให้กับทางคณะกรรมาธิการผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลในกฎหมายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตรง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่าผมเป็นผู้แทนจังหวัดสตูลซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีมา เดิมทีเดียวนั้นต้องขอทําความเข้าใจว่า เป็น ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็มาเพิ่มเป็น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือมีสงขลา เข้ามาพ่วงด้วย เพราะฉะนั้นสตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาสนั้น ได้มีวิถีชีวิตวัฒนธรรม ศาสนา ภาษาพูด วิธีคิดต่าง ๆ คล้ายคลึงกัน แต่หลายคนก็สงสัยว่าทําไมจังหวัดสตูลนั้นมีความสงบ ผู้คนอยู่ในวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันกับ ๓ จังหวัด แต่ทําไมจึงมีความสงบ ไม่มีขบวนการ ก่อการร้าย ไม่มีความคิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งในการที่จะแบ่งแยกดินแดนออกจาก ประเทศไทย ก็ต้องขอเรียนว่าจังหวัดสตูลนั้นไม่ได้เคยมีเงื่อนไขในเชิงประวัติศาสตร์ ผมเองก็ได้กลับไปตรวจสอบประวัติศาสตร์ของจังหวัดสตูลนั้น พบว่าไม่เคยมีเงื่อนไขในทาง ประวัติศาสตร์เหมือนกับปัตตานี ยะลา นราธิวาส คือปัตตานี ยะลา นราธิวาสนั้นมีเหตุการณ์ ใหญ่ ๆ มีเรื่องใหญ่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขอเรียนกับท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ว่า ที่ผ่านมาจะเป็นรัฐบาลในยุคหลายสิบปีที่ผ่านมานั้นเหตุการณ์ที่ฝังใจที่สุด แล้วก็ตรึงอยู่ ในความรู้สึกของพี่น้องประชาชนก็คือการหายตัวไปของหะยี สุหลง ซึ่งเป็นคุณพ่อของ ท่านเด่น โต๊ะมีนา อดีต ส.ส. จังหวัดปัตตานี แล้วก็หายไปโดยที่ไม่มีแม้กระทั่งศพ แล้วก็หายไปโดยที่ทราบว่าถูกถ่วงน้ําเสียชีวิตตายที่หัวเขาที่จังหวัดสงขลา นั่นคือ เป็นเหตุการณ์ที่เริ่มในการที่จะปะทุความรู้สึกของคนว่าทําไมระดับผู้นําของเขา นักวิชาการ ศาสนาที่สูงสุดของเขา แล้วก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ต้องถูกสังหาร แล้วก็ไม่มีแม้กระทั่งศพกลับมา หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่สะพาน กต. มีการถ่วงน้ํา มีการฆ่า แล้วทิ้งเด็กเยาวชนชาวบ้าน ๔–๕ ศพและมีการประท้วงใหญ่ที่ปัตตานีเป็นเหตุการณ์ที่สั่งสม ขึ้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ในสมัยอดีต แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลาย ๆ รัฐบาล ก็ได้พยายามประคับประคองสถานการณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วก็ไม่เติมเชื้อ แห่งความรุนแรง ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นถ้าหากว่าเปรียบเสมือนกับโรคก็คือว่า หมอต้องรักษา พยายามที่จะประคับประคองโรคให้อยู่ในวิสัยที่จะให้ยาที่เป็นปกติ และเป็นการรักษาในระยะยาว แต่หมอที่รักษาหรือรัฐบาลที่มาปกครองนั้นจะต้อง ไม่เติมเงื่อนไขหรือไม่ให้เกิดความรู้สึกในเชิงนโยบายว่ารัฐบาลไปกดขี่เขา เหมือนบางยุค บางสมัยผมไม่อยากจะซ้ําเติมแต่อดจะพูดไม่ได้ว่ามีการประกาศแล้วก็ออกสื่ออย่างชัดเจนว่า แค่โจรกระจอกไม่กี่คนนี้ แล้วก็ส่งสัญญาณให้กับทางฝ่ายความมั่นคงบอกว่า ๓ เดือนจบ แค่นี้เอง แล้วก็เป็นที่มาของการอุ้ม ฆ่า หาย นั่นคือการซ้ําเติมสถานการณ์อย่างรุนแรง นี่คือความผิดพลาดที่รัฐบาลยุคต่อไปและใครจะมาเป็นรัฐบาลจะต้องถือว่า นี่คือการที่เรา ไม่สมควรนี่จะนํามาใช้เป็นนโยบายเป็นอย่างยิ่ง หรือไม่ก็เกิดเหตุการณ์การสังหารหมู่ การสังหารโหด อย่างคดีที่ตากใบหรือที่กรือเซะซึ่งมีกระบวนการวิธีในการเจรจา มีกระบวนการในการที่จะใช้ภาวะผู้นําต่าง ๆ แต่เหตุการณ์ก็จบลงโดยการเสียชีวิตของคน เป็นจํานวนถึง ๘๐ กว่าศพ นั่นคือเป็นเหตุการณ์ที่ฝังใจ และเป็นเหตุการณ์ที่ทําให้ กลุ่มขบวนการต่าง ๆ นั้นได้นํามาขยายผลเป็นเงื่อนไขและสร้างกระบวนการของอาร์เคเค ขึ้นมาในปัจจุบัน และมีการต่อสู้ มีการโจมตี มีการต่อสู้กับกองกําลังของฝ่ายของรัฐบาล ซึ่งเป็นทหาร ตํารวจ อย่างที่ได้ปรากฏในข่าว เพราะฉะนั้นในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ ที่มาบริหารนั้นผมยังไม่เห็นเหตุการณ์ที่เป็นการซ้ําเติมเชื้อแห่งการรุนแรงลงไป เป็นเพียง แค่การประคับประคองสถานการณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้ออกกฎหมาย ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มาในช่วงนี้ ช่วงวันที่ ๓๐ ธันวาคมนั้นผมถือว่า เป็นการออกกฎหมายที่ถูกต้องและตรงกับช่วงจังหวะเวลาเป็นอย่างยิ่งในการที่จะเปลี่ยน ในการที่จะแปรในการที่จะแปรการนําในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากฝ่ายทหารที่ถือปืนนั้นให้มาเป็นภาพพลเรือน มีกฎหมายเป็นตัวนํา แล้วก็มีโครงสร้าง มีระบบของการบริหารแล้วก็มีงบประมาณลงไปสนับสนุนในกฎหมายแห่งนี้ นี่คือสิ่งที่ผม ถือว่าให้ความชื่นชมกับรัฐบาลที่ได้ทํามาถูกต้องในช่วงเวลาตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอเสนอเพิ่มเติม เติมเต็มไปให้กับทางคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะได้นําไปประมวล อีกสักนิดหนึ่งนะครับว่า ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งกับเวทีของโอไอซี แล้วก็เวทีของสันนิบาตโลกมุสลิม เพราะเวลามีการประชุมโอไอซีนั้น ก็จะมีการถามถึงปัญหาในพี่น้องมุสลิมในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีมุสลิมเป็นจํานวนน้อยในแต่ละประเทศ อย่างฟิลิปปินส์ อย่างประเทศไทย อย่างพม่า หรืออย่างประเทศต่าง ๆ นั้นจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูด แต่ถือว่า เป็นโอกาสดีในการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ส่งคนไป จากกระทรวง การต่างประเทศ แล้วก็ส่งนักวิชาการมุสลิมไปเข้าใจชี้แจงสถานการณ์ความเป็นจริงว่า รัฐบาลไทยนั้นไม่ได้กดขี่ ไม่ได้ข่มเหง ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็ปล่อยให้ พี่น้องประชาชนนั้นมีสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนาและปฏิบัติศาสนกิจ และมีรัฐธรรมนูญรองรับการปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อ แล้วก็ความศรัทธาของ แต่ละศาสนา นี่คือสิ่งที่ทําให้โอไอซีสามารถที่จะเข้าใจประเทศของเราได้ นั่นคือจุดหนึ่ง แต่อีกจุดหนึ่งที่รัฐบาลควรจะทําเป็นอย่างยิ่งก็คือว่า รัฐบาลควรที่จะได้เชิญผู้นําศาสนา ผู้นําทางจิตวิญญาณ ผู้นําทางความคิดที่เป็นระดับจิตวิญญาณซึ่งมาจากซาอุดิอาระเบีย ไม่ว่าที่อียิปต์ หรือว่าที่ประเทศไหนก็ตาม นํามาแล้วก็ชี้แจงทําความเข้าใจให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการสู้รบในสถานการณ์ขณะนี้นั้นเป็นการสู้รบโดยความคิดและความเชื่อ กลุ่มขบวนการพยายามที่จะแปรการต่อสู้เพื่อชาติพันธุ์ เพื่อเชื้อชาติให้เป็นเรื่องของศาสนา พยายามที่จะโยงว่าการฆ่าผู้คนซึ่งไม่เข้าใจในแนวคิดของกระบวนการนั้นเป็นเรื่องของการ ไม่บาปและก็ได้บุญและก็ขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการที่เราจะ ดึงเอาผู้นําศาสนาจากโลกอิสลาม แนวคิดของทางด้านซุนหนี่มาอธิบายมาทําความเข้าใจ แล้วก็บอกเล่าให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าแนวคิดที่เขาคิดเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่รัฐบาล ได้พึงกระทํา แต่เสียดายที่ผ่านมาว่าในยุคที่ผ่านมาสมัยยุคท่านนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมานั้น ได้เชิญผู้นําระดับสูงมา แต่ไม่มีโอกาสที่จะให้ได้ออกสื่อ ไม่มีโอกาสที่จะได้พูดให้ประชาชน ทั่วไปได้เห็นถึงความถูกต้องของการฟัตวาหรือว่าการชี้ขาดในประเด็นทางด้านศาสนา ท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะขอเติมเต็มให้กับรายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คือว่ารัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญกับเรื่องของอัตลักษณ์ เราพูดกัน มาเยอะครับ เรื่องของอัตลักษณ์หรือว่าการที่จะเข้าใจในวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน อยากจะให้เห็นเป็นภาคปฏิบัติ อยากจะให้เห็นว่าในโรงเรียนที่สอนของรัฐบาล ให้ความสําคัญกับภาษามลายู เป็นภาษาเลือกเหมือนกับที่เราเรียนภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส และก็ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่น ๆ ภาษาเยอรมัน มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าเกลียดน่ากลัว และก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเสียความมั่นคง ถ้าหากว่าให้เด็กในพื้นที่ได้เรียนเพิ่มเติมด้วยวิชา ภาษามลายูหรือบาฮาซา ภาษาที่ถูกต้องเรียกว่าภาษาบาฮาซา ซึ่งเป็นภาษากลางที่มาเลเซีย เขาพูดกันเหมือนกับที่เราพูดภาษากรุงเทพมหานครที่นี่ละครับ ให้เรียนบรรจุเป็นหลักสูตร ให้เรียนอย่างชัดเจนทุกโรงเรียนในพื้นที่ที่อยู่ใน ๕ จังหวัดภาคใต้ ก็เป็นเรื่องที่จะสอดคล้อง กับวิถีชีวิตและก็อัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ หรือเราจะแปรรูปของการปฏิบัติที่เราพูดว่า อยากจะให้มันสอดคล้องกับอัตลักษณ์ ลองสักจังหวัดหรือลองสักอําเภอ หรือลองสักหมู่บ้าน หรือลองทั้ง ๓ จังหวัดก็ได้นะครับ ลองเรียกชื่อจังหวัดที่เขาคนในพื้นที่เขาเรียกกัน เหมือนอย่างจังหวัดของท่านกรรมาธิการอันวาร์ จังหวัดฟาตอนี่ ทําไมเราไม่เปลี่ยนชื่อให้มัน สอดคล้องกับอัตลักษณ์ที่เขาเรียกละครับ ไปเรียกปัตตานี ซึ่งมันเพี้ยน หรือจังหวัดของ ท่านประธานเจะอามิง นราธิวาสชาวบ้านเขาเรียกนาฆอหรือนาคา ทําไมไม่ให้มันสอดคล้อง กับอัตลักษณ์ที่เขาใช้อยู่ สิ่งเหล่านี้ ชื่อเหล่านี้ได้ถูกเปลี่ยนจากนาฆอมาเป็นนราธิวาสในสมัย ที่มีนโยบายแอ็ซซิมิเลชั่น (Assimilation) หรือว่านโยบายกลมกลืนวัฒนธรรมในสมัยของ รัฐบาลจอมพล ป. ที่ผ่านมา ยังเป็นสิ่งที่ตกค้างอยู่ จังหวัดยะลาแปลว่าแห่ ยารอเรียกเป็นสผ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมเห็นบรรยากาศการพูดคุยในสภาวันนี้ผมดีใจ เพราะว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ได้สนใจการศึกษาของคณะกรรมาธิการเรื่องภาคใต้ ท่านครับ ผมคิดว่าในหนังสือนี้ทั้งฉบับนี้ บทที่ ๓ สําคัญที่สุด ถ้าหากว่าท่านไม่สามารถ จะตีปัญหาให้แตก ไม่ทราบว่าปัญหาคืออะไร ทั้งหมดที่ศึกษามามันก็ไม่ใกล้เคียงกับ ความเป็นจริงเลย ยิ่งผมมาฟังท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมนี้ผมยิ่งเห็นภาพมากขึ้นว่า ประเทศเรา เราไม่มีความสามารถพอหรือไม่กล้าพอที่จะสร้างเอกภาพของประเทศ เอกภาพของชาติบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ท่านเชื่อไหมครับ เมื่อเราไม่ยอมรับ ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น ไม่ยอมรับความมีอยู่จริงของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ปัญหาอะไร ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันคงไม่จบอยู่แค่นั้นครับ ชื่อจังหวัด ชื่อหมู่บ้าน ชื่อตําบล ชื่อสถานที่สําคัญของท้องถิ่น ไม่ว่าภาคเหนือหรือภาคใต้มันถูกดัดแปลงให้เป็น ชื่อของกรุงเทพมหานครทั้งหมด ผมยกตัวอย่างของจังหวัดเชียงใหม่เรื่องหนึ่ง เรารู้จัก อําเภอจอมทอง พระธาตุจอมทอง ทองในภาษาภาคเหนือหมายถึงทองคํานะครับ แต่ในขณะที่ตรงนั้นชาวบ้านเรียกตองคือทองเหลือง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วประเทศเพราะอะไร เพราะการตั้งรักชาติแล้วสร้างเอกภาพของชาติบนความเป็นหนึ่งในสมัย จอมพล ป. มันส่งดอกผลถึงปัจจุบัน ผมคิดว่าสาระทั้งหมดในเวลาเท่านี้ผมอยากจะพูดอีก ๒ เรื่องสั้น ๆ วันนี้เสรีภาพในพื้นที่มันไม่มีครับ ในนี้ผมก็หาไม่เจอว่าท่านจะตอบคําถามชาวบ้านอย่างไร เสรีภาพในการสะสมทุนของคนในพื้นที่ที่เสรีและเป็นธรรมไม่มีครับ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าให้โอกาสหน่วยราชการจัดซื้อ จัดจ้างพิเศษ ราคาก่อสร้างบวกอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมถามท่านประธานกรรมาธิการว่าทําไมส่วนกลางที่คิดเรื่องนี้ ที่กระทําการ เรื่องนี้ จึงไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดเลย ถ้าผมเป็นคนพื้นที่นี้ผมทํามาหากินอย่างสุจริต แต่ผม ต้องไปซับ (Sub) งาน ของานกับบริษัทที่เคยชินกับส่วนราชการ นั่นแสดงว่าเสรีภาพ ในการทํามาหากินของผมไม่มี วันนี้เราเข้าใจว่าเขาต้องการถนน เขาต้องการโรงเรียนที่ดี เขาต้องการอะไรต่าง ๆ มากมายที่เราจะให้เขา ให้เขานี้ ผมว่ามันไม่น่าจะถูก วันนี้พูดว่า การเมืองนําการทหาร บนข้อเท็จจริงที่สําคัญคือภายใต้กฎหมายที่ตัดสิทธิชาวบ้านเรา ไม่สามารถจะพูดคําว่าการเมืองนําทหารจะไปใช้ที่ปักษ์ใต้ได้เลย ถ้าเรายังให้เขาอยู่ อย่างหมดสิทธิทางการเมือง การเมืองนําทหารหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า เสรีภาพทางการเมืองของประชาชนทัดเทียมกับส่วนราชการทุกส่วน วันนี้คนภาคใต้ เกิดเหตุการณ์ตูม เขาสามารถถูกจับทั้งหมู่บ้าน สอบก่อนแล้วคัดเลือกคนผิดทีหลัง ถ้าเราเป็นเขาทําอย่างไร ตอบได้ไหมครับ เขาที่ผมพูดนี่หมายถึงชาวบ้านเพราะผมอยู่ที่อื่น ผมบอกไม่ถูกครับ คนทั้งประเทศเดือดร้อน กฎหมายนี้ใช้ในกรุงเทพมหานครประมาณ ๔ เดือน ๕ เดือน เดือดร้อนกันมาก แต่เขาใช้ติดต่อกันมาหลายปี สิทธิทางการเมืองเขาไม่มี เมื่อไม่มี ถ้ารัฐจะบอกว่าการเมืองนําการทหารนี่รัฐต้องแก้ปัญหาเรื่องสิทธิทางการเมืองก่อน จะคิดได้อย่างไรว่าต้องใช้อํานาจพิเศษถึงจะควบคุมสถานการณ์ได้ แล้วมันได้ไหม ผมได้ยิน ท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งพูดในสภา ผมก็นับถือกันนะครับ ท่านบอกว่ายุคปี ๒๕๔๗ ปล้นปืน กองพัน ยุคนี้ปล้นปืนกองร้อย มันไม่ใช่ครับท่าน มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ วันนี้เขาตีฐานหลัก ฐานละลายครับไม่ใช่ปล้นปืนครับ ดูโครงการแผนงานแล้วใช้ชุด มีดปลายแหลม ชุดไฟควบคุม ชุดกวาดล้าง ไม่ถึง ๒๐ นาทีเสร็จ เป็นการยกระดับ กองกําลังหลัก ผมพูดเรื่องนี้ไม่ใช่พูดเปรียบเทียบว่าใครทําดีทําไม่ดีแต่ผมจะพูดว่าถ้าเรา ไม่ยอมรับความเป็นจริงมันแก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อวานนี้ทางประธานกรรมาธิการการทหาร ได้กรุณาให้โอกาสผมไปฟัง ศอ.บต. มาพูดถึงนโยบาย พูดถึงการดํารงอยู่ของ ศอ.บต. ปัจจุบัน ผมฟังแล้วผมก็บอกว่าถ้าคิดกันอย่างนี้แล้วเอาโครงสร้างนี้มา ท่านบอกว่าอย่างไร รู้ไหมครับ ท่านบอกว่า ศอ.บต. คือรัฐบาลส่วนหน้าผมตกใจมากเลยท่านประธาน นั่นหมายความว่ารัฐบาลส่วนหน้า ก็คือเอาความเข้มข้นของอํานาจรัฐส่วนกลางไปกดทับเขา ข้างบนอีกทีหนึ่ง ผมดูโครงสร้างของกฎหมายแล้วถ้าเราต้องการแก้ปัญหาผมเสนอ ท่านประธานกรรมาธิการว่า ท่านประธานครับ เราจะให้สภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. มาจาก การเลือกตั้งทั้งหมดได้ไหม แล้วให้เลขานี้ก็มาจากการเลือกตั้งด้วย นี่คือการแก้ปัญหาจริง ๆ เราเชื่อใจประชาชนบ้างไหมถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ ยังดํารงอยู่อย่างนี้ผมเห็นภาพการแย่งชิง งบประมาณมาบริหารเท่านั้นเอง ไม่ช่วยอะไรในพื้นที่ได้มากมายหรอกครับ ท่านดูนะครับ ทุกกระทรวงมีตัวแทนหมด แล้วก็เลขา ฝ่ายบริหารก็เลือกไป ที่ปรึกษาก็เลือกโดยฝ่ายบริหาร เหมือนกัน ก็เท่ากับว่าเลือกคนเป็นตัวแทนของส่วนกลางไปกํากับดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้นเอง แต่ว่าโครงสร้างนี้ปรับเปลี่ยนให้เลขามาจากการเลือกตั้งใช่เลยครับท่านประธาน อย่างนี้ใช่เลยครับ ทําได้ไหม กล้าทําไหมครับ ถ้ากล้าทําเราแก้ปัญหานี้ได้ ท่านครับ ถ้าสังคมนั้นเขาไม่ต้องการให้มีการค้าเหล้าในหมู่บ้านเขา ถ้าสังคมนั้นเขาไม่ต้องการให้มีผับ มีบาร์ในสังคมเขา เขาผิดอะไร มันเป็นสิ่งชั่วร้ายหรือ ผมคิดว่าในนี้ผมอ่านดูแล้วผมว่า ท่านกรรมาธิการท่านเก่งครับ ท่านสร้างภาษาที่ละเมียดละไมงดงาม คนส่วนหนึ่งที่อยากได้ ประชาธิปไตยและไม่มีพระมหากษัตริย์มีจริงไหม หนังสือนี้รับว่าจริง มีจริง อ่านแล้วซ่อนอยู่ แต่เป็นส่วนน้อยนิดไม่มาก หนังสือนี้บอกอีกหลายอย่างครับว่าท่านต้องเปิดโอกาสให้ท้องถิ่น สามารถดูแลกันเองได้ ท่านใช้ภาษาว่าอัตลักษณ์ ผมคิดว่าเราเลิกกลัวที่เราถูกหลอกมาตั้ง ปี ๒๕๐๒ ได้ไหม ว่าคนเห็นต่างจากรัฐคือผู้ก่อการร้ายที่จะแยกบ้านแยกเมือง เรามองเห็น การมีอยู่จริงของสังคมจีนได้ไหม ทําไมเขาเปิดโอกาสให้ชนชาติต่าง ๆ ของเขาสามารถ ปกครองตัวเองได้ เขามีมหาวิทยาลัยชนชาติส่วนน้อยครับ ในมหาวิทยาลัยมีทุกภาษาอยู่นั้น สามารถมีตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโทในภาษาของเขาเองแต่เรากลับไปเปลี่ยนแปลง ภาษาเขา ให้คนกรุงเทพมหานครเรียกชื่อเขาง่าย ๆ เท่านั้นเอง ผมจะจบลงตรงนี้ท่านครับ ตรงที่ว่าผมคิดว่าการศึกษาที่เป็นระบบอย่างนี้ นี่มันศึกษาก่อนที่จะมี ศอ.บต. สําเร็จ แต่ในนี้ หลายอย่างมันเป็นความคิดชี้นําที่เกิดขึ้นใน ศอ.บต. แล้ว ผมอยากจะฝากให้กรรมาธิการ ท่านนําข้อสรุปของการอภิปรายรับทราบที่ท่านศึกษามาเป็นบันทึกประกอบคํารายงาน ของท่านได้ไหม ถ้าได้ท่านกรุณาจดบันทึกที่ผมเสนอไปด้วย คือผมคิดว่าในอนาคต หรือต่อไปนี้ถ้าจะแก้ปัญหาภาคใต้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนเลือกเลขา มีส่วนเลือก สมาชิกของเขาได้โดยตัวเขาเอง แล้วท่านถึงจะแก้ภาคใต้ได้ไม่ต้องกลัวการแยกประเทศครับ ท่านไม่ต้องกลัว ผมเสนอท่านอย่างนี้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณสมัย เจริญช่าง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ได้อภิปรายในรายงานของรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ในวันนี้ ต้องขออนุญาตได้ชมเชยทุกฝ่ายครับที่ได้ช่วยกันรังสรรค์ความคิด ในอันที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติของบ้านของเมืองให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี สิ่งที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญคณะนี้ได้รับฉันทานุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรไปดําเนินการ ผมคิดว่าได้ใช้ความรู้ ความสามารถกันอย่างเต็มที่ เสียดายอยู่นิดหนึ่งครับว่าที่ในระหว่างการประชุม ของคณะกรรมาธิการระหว่างการทํางานนั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ลาออกไป กลางคัน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักในคณะกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร จะด้วยสาเหตุอันใดก็สุดแล้วแต่จะเป็นเหตุผลส่วนตัวของท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตได้เรียนด้วยความรับผิดชอบ ที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมืองนี้ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ว่าการพูดคุยกันถึงเรื่องปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะต้องพูดกันในเชิงคุณภาพมากกว่าในเชิงปริมาณ เพราะผมได้ยิน ความคิดความเห็นของพี่น้องประชาชนบางฝ่ายมองว่าประเทศไทยเรามี ๗๖ จังหวัด ถ้าจะเสียไปสัก ๓ จังหวัดก็จะเป็นไรไป ถ้าคิดอย่างนั้นไม่ได้ครับ เพราะว่าบ้านเมืองนี้ เป็นของเรา เราคงไม่ยอมให้เสียไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว คงจะต้องเรียนว่าสิ่งที่เราจะต้องทํา ความตกลงร่วมกันก็คือต้องยกเอาปัญหาของบ้านเมือง เอาเรื่องของประเทศอยู่เหนือ เรื่องของการเมือง เพราะฉะนั้นการพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ต่อจากนี้เป็นต้นไป สําหรับ กระผมนั้นคงจะไม่พูดถึงเรื่องพรรคการเมือง คงจะไม่พูดกันถึงเรื่องรัฐบาลว่าในยุคไหน ใครทําอะไร แต่เราจะต้องมาช่วยกันหาทางออกครับว่าทําอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชน ตรงนั้นได้อยู่กันอย่างสุขสบาย ทําอย่างไรที่จะให้แผ่นดินไทยนั้นอยู่ครบทุกตารางนิ้ว นี่คือเป้าหมายสูงสุดในการที่เราพิจารณาเรื่องของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่ง ที่จะต้องทําความตกลงร่วมกันก็คือ วันนี้ประเทศไทยของเราโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการที่จะให้บรรลุถึงเป้าหมายทั้ง ๒ ด้าน ก็คือ ๑. ประชาชนอยู่ดีมีสุข ๒. ประเทศชาติมีความมั่นคง ตอนนี้เราคงจะต้องให้ความร่วมมือ ด้วยกันทุกฝ่ายครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีอยู่ ๒ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือด้านภายในประเทศ ด้านที่ ๒ ก็คือด้านนอกประเทศ วันนี้เรื่องด้านในประเทศนั้นเราก็พูดกันมามากจากทุกท่าน ที่ได้แสดงความคิดเห็นออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมคิดว่าเรื่องที่เราจะละเลยเสียไม่ได้ก็คือ การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะใช้สตางค์อย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องใช้สติด้วย เพราะฉะนั้น การใช้สติในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่าเงินอย่างเดียวไม่สามารถ จะบันดาลความสุขทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราพูดกันเรื่องเยียวยาสําหรับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้าเราจะคิดวาทําอย่างไรไม่ให้มีการเสียชีวิตจะดีกว่าหรือไม่ เรื่องนี้ต้องใช้สติ ประการหนึ่งที่จะต้องเรียนกับท่านที่เคารพ ก็คือว่าเม็ดเงินงบประมาณของแผ่นดินที่ทุ่มเท ลงไปนั้นมากมายก่ายกอง แต่ว่าในสิ่งหนึ่งที่เราต้องการได้ก็คือต้องการได้ใจ เพราะว่าถ้าหาก เราได้ใจเขาเราก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่จะขออนุญาตได้เรียนต่อท่านประธาน ซึ่งท่านประธานเองผมยอมรับครับว่าเป็นพี่น้องชาวพุทธที่มีความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรม ของมุสลิม วัฒนธรรมอิสลามดีที่สุดคนหนึ่งในแผ่นดินนี้เท่าที่ผมได้รู้จักมักคุ้น คงจะต้อง เรียนครับว่าวันนี้ปัญหาจากภายนอกเป็นปัญหาที่มีความสําคัญไม่ย่นย่อไปกว่าเรื่องที่เรา จะต้องช่วยกันขบคิดเรื่องภายใน วันนี้ประชาคมทั้งโลกที่มีอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านคน เป็นประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามไม่น้อยกว่า ๑,๘๐๐ ล้านคน คนจํานวน ๑,๘๐๐ ล้านคน เขามีมิติสัมพันธ์ที่ไปมาหาสู่กันและมีข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ได้โดยตลอด มุสลิมทั่วโลกเขาพบกันเขารู้จักกันทันทีด้วยการทักทาย ประโยคแรกที่เขาพบกัน ไม่ว่าคนในจังหวัดนนทบุรีของท่านประธาน กับคนที่สุไหงปาดี ของบ้านท่านเจะอามิงพบหน้ากันเขาก็กล่าวอัสสลามุอะลัยกุม พบกับคนยูนานก็ใช้คําพูดนี้ พบกับคนมินดาเนา ฟิลิปปินส์ก็ใช้คําพูดนี้ เพราะฉะนั้นพอเขาทักทายกัน เขาแสดงออกถึง ความเป็นพวกเดียวกัน เป็นพี่เป็นน้องกันในหลักการแห่งความศรัทธา วันนี้เราต้อง ยอมรับครับว่าเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําอย่างไรที่เราจะต้องทําความเข้าใจ กับคนข้างนอกว่านี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา ไม่ได้เป็นเรื่องในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ทางศาสนา เพราะมีความพยายามที่จะใช้องค์กรระหว่างประเทศ เช่น โอไอซี ออแกนไนเซชั่น ออฟ เดอะ อิสลามมิค คอนเฟอเรนซ์ (Organization of The Islamic Conference) องค์กรเหล่านี้มันเป็นองค์กรที่พยายามที่จะเชื่อมโยงประเทศมุสลิมเข้าด้วยกัน ก็คงจะต้อง เรียนท่านครับว่า ประเทศไทยมีความโชคดีมาก ต้องขออนุญาตยกเครดิต (Credit) ให้รัฐบาล ในอดีตสมัย ท่านชวน หลีกภัย ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชื่อ สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในการเจรจานําเอาประเทศไทยของเราซึ่งเป็นประเทศพุทธประเทศเดียวเข้าไป เป็นสมาชิกผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีได้สําเร็จ เขาไม่รับประเทศอื่นเป็นสมาชิกสังเกตการณ์ นอกจากประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราจึงมีตัวแทนของประเทศไทยเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ ในการประชุมหารือแต่ละครั้งของโอไอซีว่าเขาจะพูดคุยเรื่องอะไรกันบ้าง แน่นอนที่สุดครับ ก็มีความพยายามจากคนที่คิดแปลกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ของประเทศ พยายามที่จะนํา เอาเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่โต๊ะการประชุมของโอไอซี ครั้งหนึ่งที่การาจี ที่ปากีสถาน พยายามที่จะไปแจกจ่ายเอกสารเหล่านี้โดยให้เหตุผลว่าเหตุการณ์ในอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลและคนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านคน ได้กระทําต่อพี่น้อง ชาวคริสต์ในติมอร์ เหตุเกิดขึ้นประมาณ ๒,๐๐๐ ครั้ง ในที่สุดยูเอ็น (UN) ยื่นมือเข้ามา แก้ปัญหา มีการทําประชามติแล้วก็แยกตัวออกไปเป็นอิสระ เขาก็บอกว่ารัฐบาลในวันนั้น ได้ดําเนินการแล้วเขาก็เอาตัวเลขที่สะสมมานี่ไปฟ้องโอไอซีว่า มีการกระทําจากรัฐบาลที่เป็น พุทธต่อคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมมากกว่า ๔,๐๐๐ ครั้ง เมื่อเขา เอาตัวเลขอย่างนี้ไปพูด มันทําให้บางประเทศตาลุกครับ เห็นว่าเป็นเรื่องของการรังแก ระหว่างคนที่นับถือศาสนา วัฒนธรรมแตกต่างกัน แต่ว่าประเทศไทยก็โชคดีครับ จากการที่ เรามีพันธมิตรหลายประเทศในกลุ่มประเทศอาหรับไม่ว่าจะเป็นบาห์เรนก็ดี หรือแม้กระทั่ง อินโดนีเซียก็ดี เขาก็พยายามในการที่จะช่วยเหลือ และในที่สุดเรื่องนั้นก็ตกลงไปจากเวที การประชุมของโอไอซีที่การาจี ครั้งถัดมาครับ สิ่งที่เราเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุด เขาไปประชุม กันที่ดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ซึ่งเป็นที่พํานัก ถิ่นพํานักของนายตนกูบีรอ กอตอนีลอ ซึ่งประกาศตัวเป็นผู้นําในการปลดปล่อยรัฐปัตตานี เราก็ส่งตัวแทนไปสังเกตการณ์ครับ ในรัฐบาลชุดนี้ละครับ ซึ่งวันนั้นผมจําได้ว่ามีคุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ วันนั้นเป็นผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไป มีคุณมะหะดี วิมานะ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจําเตหะรานไป มีคุณดํารง พุฒตาล มีคนที่สังคมโลกเขารู้จักว่าเป็นมุสลิม ไปทําความ เข้าใจ ในที่สุดเรื่องเหล่านี้ก็ไม่เข้าสู่เวทีการประชุมของโอไอซี การประชุมครั้งใหม่ก็จะเกิดขึ้น เข้าใจว่าที่อียิปต์ เรื่องเหล่านี้ผมเรียนท่านที่เคารพครับว่าการที่จะทําให้ต่างประเทศไม่มา ยุ่งเกี่ยวกับเราคงจะต้องนําเอาสิ่งที่รัฐบาลและประเทศนี้ให้กับพี่น้องมุสลิม ซึ่งเป็นเรื่องที่ ถือได้ว่าเป็นการให้สิทธิเสรีภาพทางศาสนาเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นําเสนอออกไป วันนี้ ทําอย่างไรครับ จะให้การข่าวของเราเป็นที่ยอมรับของพี่น้องมุสลิมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุด ท่านประธานผมขออนุญาตเรียนว่า สิ่งที่เราต้องพูดคุยกันบนเวทีนี้ก็คือเรื่องการศึกษาที่เขาต้องการ วันนี้ประเทศไทย ให้การสนับสนุนพี่น้องทุกศาสนิก เราให้เงินนิตยภัตกับพระสงฆ์ให้เงินอุดหนุนโรงเรียน พระปริยัติธรรมในบวรพระพุทธศาสนา เราก็ดูแลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนปอเนาะ ไม่ได้ลดหย่อนไปกว่ากันเลย ในสมัยรัฐบาลชวน ๑ ซึ่งช่วงนั้นผมได้มีโอกาสไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ปรับเงินอุดหนุน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนที่มีคุณภาพมาตรฐานจากมาตรา ๑๕ (๒) เป็น มาตรา ๑๕ (๑) ปรากฏว่าเวลานี้เงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้กระทั่งโรงเรียนท่าอิฐศึกษาในเขตเลือกตั้งของท่านประธานเองก็ได้อานิสงส์จากระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการเมื่อครั้งนั้นซึ่งออกมาเมื่อปี ๒๕๓๗ วันนี้การศึกษาเป็นการศึกษา ทางเลือก เขาสามารถเรียนโรงเรียนนราสิกขาลัยได้ โรงเรียนอัตตัรกิยะห์อิสลามียะห์ได้ คุณภาพการศึกษาเท่าเทียมกัน เรียนโรงเรียนระแงะวิทยาได้ เรียนโรงเรียนดารุสลามได้ วันนี้ ผมเรียนท่านที่เคารพครับ ต้องเอาเรื่องอย่างนี้ออกไปเผยแผ่ แม้กระทั่งในเรื่องการจัดตั้ง มัสยิด ในบางประเทศต้องมีการทําประชาพิจารณ์ แม้กระทั่งในประเทศมหาอํานาจตะวันตก ถ้าหากคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยสร้างมัสยิดไม่ได้ ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายกีดกันครับ เราจะสร้างมัสยิดตรงไหนก็ได้ถ้ามีความพร้อม ถูกต้องตามหลักศาสนบัญญัติ นอกเหนือจากนั้นครับ การแสดงสัญลักษณ์ที่นี่จะมีดาว มีโดม อย่างไรก็ไม่มีใครไปห้าม ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขออนุญาตเอ่ยนาม มีกฎหมายห้าม ไม่ให้มีโดม ไม่ให้มีดาวเดือน ในประเทศฝรั่งเศสคลุมฮิญาบไม่ได้ ที่นี่เวลานี้สตรีมุสลิม คลุมฮิญาบได้ทุกกระทรวง ทบวง กรม วันนี้ในเรื่องกิจการฮัจญ์ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียเกิดมาแล้วไปฮัจญ์ได้ครั้งเดียวในชีวิต ประเทศไทยไปกี่ครั้งก็ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าเป็นจุดแข็งที่ขอฝากคณะกรรมาธิการช่วยบรรจุไว้ด้วย ต้องนําเสนอรัฐบาลให้ใช้ จุดแข็งนี้ในการทําความเข้าใจกับประชาคมมุสลิมทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกเหนือจากนั้นครับ ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้ในสังคมนี้เป็นสังคมที่ให้โอกาส ทัดเทียมกันครับ เคยมีประเทศไหนบ้างครับที่ให้คนซึ่งไม่ได้นับถือศาสนาที่คนส่วนใหญ่ นับถือ เป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็นประธานรัฐสภาก็ได้ ที่นี่มีทุกอย่าง เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องของ การข่าวเป็นเรื่องสําคัญ เรื่องข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญ แม้กระทั่งในพื้นที่ ทําอย่างไรจะให้ ประชาชนเชื่อข่าวที่เป็นความจริงจากรัฐมากกว่าข่าวปล่อยข่าวลือ ไม่ใช่เขาบอกว่าวันนี้ นายแมถูกอุ้มไป คนชื่อแมนี้มีเยอะครับครับใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชื่อแม ชื่อแซ ชื่อฮะ ชื่อโกะ ชื่อเอ็ง ชื่อสะปอปา สะตาปอ แต่เสร็จแล้วเขาไม่เอ่ยนามสกุลครับ เขาเอ่ยหมู่บ้าน แมไหนครับ แมสุไหงปาดี แวไหน แวเจาะไอร้อง และเสร็จแล้วคนตําบลนั้น ชื่อมันทับกันมากมายก่ายกอง วันนี้ทําอย่างไรจะให้ประชาชนเชื่อข้อมูลข่าวสารจากราชการ มากกว่าข่าวลือ ข่าวปล่อย ที่ฝ่ายตรงข้ามผู้ไม่หวังดีเขาสร้างขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าวันนี้ต้องขออนุญาตชมเชยครับ ผมทราบว่ารัฐบาลเองก็ได้พยายาม ทําทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในสิ่งที่จะทําให้เกิดความมั่นคงของรัฐ อย่างน้อย ในช่วง ๓ เดือนนี้ ขออนุญาตยกเป็นตัวอย่าง ๓ เดือนจากเดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลได้ทํากิจกรรมที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และเป็นการให้สิทธิเสรีภาพ ให้โอกาสกับพี่น้องมุสลิมมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่การประชุมเอเมด (AMED) ซึ่งเป็นการประชุมบนเวทีร่วมกันทางด้านวัฒนธรรม การศึกษา การค้า ระหว่างประเทศในเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ ถัดมา อีก ๑ สัปดาห์มีเวทีการประชุมสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ครับ ประชุมผู้บริหาร สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรอิสลามศึกษาของโลก ๑๗ ประเทศ ๖๐ มหาวิทยาลัย มาประชุมร่วมกันที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นอกเหนือจากนั้น ขออนุญาตท่านประธานอีกสัก ๑ นาทีครับ ซึ่งมันเป็นสารประโยชน์ที่ต่อเนื่องกัน การประชุม ครั้งนั้นมีโปรเฟสเซอร์ (Professor) จากประเทศการ์ตาท่านหนึ่งได้ขึ้นไปพูดบนเวทีว่า ถ้าไม่ได้มาเยือนประเทศไทยจะไม่เชื่อเลยว่าประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นพุทธ รัฐบาลเป็นพุทธ ให้สิทธเสรีภาพกับชาวมุสลิมมากกว่าประเทศมุสลิมบางประเทศเสียอีก นี่เป็นคําพูดของ ท่านผู้บริหารมหาวิทยาลัยจากประเทศการ์ตาซึ่งอยู่ในตะวันออกกลาง นอกเหนือจากนั้น มีนักวิชาการจากอียิกต์ จากซาอุดิอาระเบีย จากทุกประเทศมาร่วมกันประชุมสัมมนา ๓ วัน ๓ คืน ถัดมาอีก ๒ สัปดาห์ รัฐบาลสนับสนุนเรื่องการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย งานที่รําลึกถึงการประสูติของท่านนาบี มูฮัมหมัด เป็นการประกาศเกียรติคุณไปทั่วโลก ถ่ายทอดทีวี ๔ สถานี ทั้งช่อง ๕ ช่อง ๙ ช่อง ๑๐ เอ็นบีที (NBT) แล้วก็โกลบอล เน็ทเวิร์ค (Global Network) พี่น้องมุสลิมทั่วโลกเขาเห็นถึงสิ่งที่ราชสํานัก ราชนิกูรชั้นสูงคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานที่เป็นงานสําคัญ ทางศาสนา เรื่องอย่างนี้รัฐบาลทําถูก ทําดี เราต้องส่งเสริม
ต่อไปครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันที่ ๒ ถึง ๔ กุมภาพันธ์ รัฐบาลโดยกระทรวง การต่างประเทศสนับสนุนให้มีการจัดประชุมเวทีสัมมนาอิหม่ามมัสยิดอาเซียน ในกรุงเทพมหานคร เพื่อระดมความคิดเห็นในการที่จะต่อจิกซอร์ (Jigsaw) ถึงมิติสัมพันธ์ ของประชาคมมุสลิมในอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยใช้บทบาทของมัสยิดเป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนา และลด ละ เลิก เรื่องอบายมุข เรื่องดี ๆ อย่างนี้ผมเรียนท่านประธานครับว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามทํา แต่บางครั้งข่าวเหล่านี้ไม่ออกไป ก็คงเป็นสโลแกน (Slogan) ที่ว่าข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน เพราะฉะนั้นข่าวดี ๆ ไม่ค่อยได้ออกไปสู่สาธารณะ สุดท้ายครับ ความตกระกําลําบากของลูกหลานพี่น้องชาวปักษ์ใต้ซึ่งไปเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรที่ประเทศอียิปต์ ที่กรุงไคโร มีอยู่ไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐ คน วันนี้รัฐบาล ก็ได้ใช้ความพยายามช่วยเหลือทุกวิถีทางเพื่อจะนําเอานักศึกษาเหล่านั้นกลับมาตุภูมิ ให้ปลอดภัย สิ่งดี ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันจะเป็นจุดแข็งในการที่เราจะรุกเพื่อให้มวลชน ส่วนใหญ่กลับมาเชื่อมั่นในราชอาณาจักรไทย ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นที่พึ่งของ พี่น้องชาวไทยทุกคน ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเป็นคนเกิด ที่กรุงเทพมหานครครับท่านประธาน แต่ลูก ๆ ผมไปเรียนใน ๒ จังหวัด ที่นราธิวาส ๔ คน ที่ปัตตานี ๔ คนในอดีต ก็เลยรู้ ซึมซับว่าวัฒนธรรมที่นั้นเขาคิดอย่างไร อยากจะเรียนท่านประธานว่า แต่เดิมในหลวงของเรา เสด็จไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนเขาเรียกว่ารายอ ซีแย เป็นกษัตริย์ของสยาม แต่หลังจากที่พระองค์ท่านได้ทรงมีพระราชกรณียกิจในการช่วยเหลือพสกนิกรในภูมิภาคนั้น วันนี้คนทุกหมู่บ้านทุกตําบลเขาไม่เรียกรายอ ซีแย ครับ เขาเรียก รายอ กีตอ พระมหากษัตริย์ของเรา นั่นคือพระองค์ทรงเป็นครูของแผ่นดินที่ได้ทรงมอบทฤษฎีให้กับ พวกเราว่าเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราเดินตามแนวพระราชดํารัส ของพระองค์ท่าน ผมมั่นใจว่าประเทศไทยของเราคงจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ลุล่วง ไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณครับ
คุณอันวาร์ สาและ กรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี ในฐานะกรรมาธิการครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้แง่คิดและข้อเสนอแนะที่ดีให้กับ ทางกรรมาธิการเอง ทุกความคิดและก็ทุกข้อเสนอนะครับ กรรมาธิการเองนี่จะนําไปรวบรวม แล้วก็นํามาเป็นรายงานที่เสนอกับทางรัฐบาลต่อไปนะครับ และต้องขอขอบคุณท่านอดีต รัฐมนตรีวิชาญ มีนชัยนันท์ ในเรื่องของข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องการขาดแคลนอะไรต่าง ๆ ในพื้นที่ แล้วก็ข้อมูลในเรื่องของการจัดสรรบริหารในเรื่องของงบประมาณที่มีปัญหาในอดีต ผมคิดว่าทุกรัฐบาลพยายามที่จะแก้ปัญหาในพื้นที่ตรงนั้น แต่ในการแก้ปัญหาในพื้นที่ตรงนั้น ทําไมการแก้ปัญหาถึงไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น หรือว่าความรวดเร็วที่ควรจะเป็น ต้องขอยอมรับนะครับว่าการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นปัญหา ที่มีข้อละเอียดอ่อนแล้วก็ยุ่งยาก วันนี้ต้องขอชี้แจงกับทางสมาชิกทุกท่านว่าในส่วนของ รัฐบาลเองนี่ หลายเรื่องที่เราได้พยายามทําในสิ่งที่ออกมาเพื่อให้ตอบสนองในเรื่องของ การแก้ปัญหาในปัจจุบัน อย่างเช่นที่ท่านวิชาญได้มีข้อซักถามว่าในเรื่องของการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรื่องงบประมาณการจัดการต่าง ๆ ไปอย่างไร ทําไมวันนี้ ยังขาดแคลนทั้งอุปกรณ์หรืออะไรต่าง ๆ ในส่วนของโรงพยาบาล ต้องอย่างนี้นะครับ ในการแก้ปัญหาในเรื่องของภาคใต้มันมีหลายมติครับ แล้วจะบอกว่าโอกาสในพื้นที่ที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้นี่หลายอย่างก็ยังขาดแคลนอยู่ อย่างเช่นในส่วนของสาธารณสุขเอง วันนี้ ทางรัฐมนตรีเองก็พยายามเข้าไปปรับปรุงในเรื่องของการตอบสนองการดูแลรักษาอํานวย ในเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ประชาชนจะไปใช้บริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนามัยหรือ สถานพยาบาลให้ยกระดับให้มีความพร้อมให้มากขึ้น และที่ท่านฮอชาลีท่านได้กล่าวว่า ในกรณีในเรื่องของโอไอซีนั้นต้องบอกอย่างนี้รัฐบาลเรานี้ อย่างของท่านอภิสิทธิ์ถ้าพวกเรา ได้ติดตามข่าว ท่านรัฐมนตรีกษิตเองได้เชิญตัวแทนจากประเทศมุสลิมแล้วก็ประเทศยุโรป ลงไปในพื้นที่ ซึ่งกระผมเองอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดปัตตานีกระผมก็ได้มีการต้อนรับ ตัวแทนเหล่านั้น แล้วก็ได้ทําความเข้าใจกับท่านว่าปัญหาในพื้นที่ตรงนี้ยังมี ความละเอียดอ่อนที่จะต้องอาศัยความเข้าใจและก็ความระมัดระวังในการแก้ปัญหา แล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ทั้งในภาคของกรรมาธิการที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของ ฝ่ายทางพรรคภูมิใจไทยเอง ฝ่ายทุกคนที่อยู่ ทั้งประชาธิปัตย์เอง เป็นข้อเสนอที่ดี ๆ ทั้งนั้น นะครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการจะเอาไปใช้และก็เป็นประโยชน์อย่างสูง และในส่วนของ การแก้ปัญหาในส่วนเรื่องของด้านเศรษฐกิจนี่เราจะได้เห็นว่า ไมโครไฟแนนซ์ (Microfinance) ซึ่งลงไปในพื้นที่นี่ก็สร้างโอกาสให้กับพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างดี แล้วก็ทําให้เข้าถึงแหล่งทุน แล้วก็สามารถที่จะบรรเทาในการใช้ชีวิตในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น ความทุกข์ยากในเรื่องของการทํามาหากิน ในภาวะที่มีความทุกข์ยากในเรื่องของปัญหา ในความไม่สงบ แล้วหลายท่านอย่างเช่น ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านได้บอกว่าเป็นไปได้ไหม ที่จะให้มีการเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนของชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม แล้วก็สะท้อนในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ในเวทีของเขา วันนี้นะครับต้องขอขอบคุณรัฐบาลว่ากรณีที่ พ.ร.บ. บริหาร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ออกมา ต้องยอมรับอันนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เฝ้ารอมา หลายรัฐบาล แล้วก็รัฐบาลนี้ก็สําเร็จมาจนได้นะครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในส่วนของ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะให้การรับรองในส่วนของการให้พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีส่วนร่วม ที่จะเอาตัวแทนของเขาเข้ามานั่งในสภาที่ปรึกษา แล้วก็กําหนดถึงบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ แล้วก็ความรับผิดชอบที่จะต้องทําให้กับพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้น แล้วก็เป็นครั้งแรกนะครับ ที่สภาที่ปรึกษาจะเลือกตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ จากทุกสาขาอาชีพเข้ามานั่งแล้วก็พิจารณา ในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ตอบสนองในเรื่องของความต้องการของคนในพื้นที่ แล้วที่ดีกว่านั้นนะครับใน พ.ร.บ. ศอ.บต. ฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนจากภาคประชาชน ไปนั่งอยู่ กภต. ด้วยนะครับ ซึ่งเดิมที กภต. ก็จะมีท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็หัวหน้าราชการ รัฐมนตรีต่าง ๆ ไปนั่ง ในฉบับนี้ได้รับรองให้ตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมที่จะ เข้าไปนั่งฟังรับรู้ปัญหาของคนในพื้นที่ด้วย แล้วก็สามารถที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ในอนาคต ส่วนของท่านอาจารย์สมัยนะครับ หลายประเด็นที่ท่านได้พูดถึงในเรื่องภาคใต้ต้องยอมรับว่า ท่านมีความรู้ความเข้าใจในส่วนของความเป็นมุสลิมที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่านบอกว่าท่านบอกว่าลูกท่านได้ไปเรียนที่นั่น ผมเข้าใจว่าท่านก็คง ได้ไปเยี่ยมเยียนแล้วก็ได้พบปะกับพี่น้องในพื้นที่ต่าง ๆ นั่นท่านก็จะได้สะท้อนถึง ความต้องการของคนในพื้นที่หลายอย่าง ผมคิดว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ในภาคส่วนใดที่สะท้อนมาตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมจะรวบรวม ทั้งหมด แล้วนําเสนอแล้วก็ประกอบเข้าไปในรายงานเสนอกับทางรัฐบาลต่อไป ขอบคุณครับ
มาถึงตรงนี้ผมขออนุญาตประชาสัมพันธ์สักนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้อาจารย์สมัย ชินะผา พูดถึง เรื่องโอไอซี จากการที่ผมได้ไปร่วมประชุมรัฐสภาโลก ๕ ครั้งหรือ ๖ ครั้งมาแล้ว ได้เห็นความ เข็มแข็งขอกลุ่มประเทศมุสลิมในการลงมติต่าง ๆ ซึ่งการประชุมรัฐสภาโลกในปีนี้จะประชุม กลางเดือนเมษายน อยากจะให้มีสมาชิกที่เป็นมุสลิมร่วมเดินทางไปร่วมการประชุมนี้ด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอพรรคการเมืองแต่ละพรรคได้กรุณาส่งสมาชิกเข้าสมัคร คือจะต้องเป็น กรรมการในหน่วยขององค์การรัฐสภาโลกด้วยถึงจะร่วมเดินทางไปประชุมได้ ก็ขอฝากพรรค การเมืองทุกพรรคด้วยนะครับ ปกติท่านอารีเพ็ญไปร่วม แต่บางครั้งท่านไม่ได้ไปร่วมทุกครั้ง ก็อยากให้มี ส.ส. ที่เป็นมุสลิมไปร่วมด้วยนะครับ ท่านอารีเพ็ญเข้ามาทีหลัง ยังมีคิวค้างอยู่อีก ๖-๗ ท่านนะครับ ท่านจะขอตัดคิวหรือครับ
ท่านประธานครับ พอดีผมมีภารกิจ อื่นที่สําคัญ แล้วก็อยากจะพูดก่อน ขออนุญาตครับ
ก็ต้องขออนุญาตคุณวิสาระดีครับ ขอให้ท่านอารีเพ็ญสักนิดหนึ่งนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคมาตุภูมิ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ พอดีวันนี้ผมเข้าใจผิด นึกว่ารายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้จะเข้าสภาในวันนี้ เพราะทีแรกวิปรัฐบาลบอกว่าจะเข้าเกี่ยวกับเรื่องของ การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ แต่ผมกลับไปบ้านตั้งใจว่าจะไป ต่างจังหวัด แต่เมื่อสังเกตว่าในที่ประชุม คุณนัจมุดดีนก็มีภารกิจ คุณฟารีดาก็มีภารกิจ ผมเลยขึ้นแท็กซี่มาเมื่อสักครู่นี้นี่เอง ท่านประธานครับ พอดีผมไม่ได้ฟังการอภิปรายของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการคนหนึ่งก็ร่วมการศึกษา ในเรื่องนี้ อยากจะเรียนท่านประธานว่าอันที่จริงแล้วในเรื่องของปัญหาภาคใต้นี้มีทั้งของ กอศ. ที่มีท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน มีของวุฒิสมาชิกหลายชุดหลายสมัย มีของ สถาบันพระปกเกล้า แล้วก็มีของ ส.ส. ทุกสมัยของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราจะรวบรวมทั้งหมดนั้นมาเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลนะครับ ผมคิดว่าก็คงจะ ครบถ้วน ไม่มีอะไรที่จะขาดตกแม้แต่นิดเดียว ท่านประธานที่เคารพเมื่อกี้นี้ผมเองก็ได้ฟัง ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้บอกว่ารายงานชิ้นนี้เป็นรายงานที่ดี ก็มีบางเรื่องที่ไม่เห็นด้วย ที่เห็นว่า ไม่ดีนะครับ พอดีเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยคํานึงถึงของรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ เกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ เกี่ยวกับข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ภายใต้กรอบคิดแบบเป็นการนี้นะครับ กรอบที่ ๑ ที่ว่าจัดตั้งทบวงการบริหารกิจการ ชายแดนภาคใต้ อันที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ว่าเป็นรูปแบบการปกครองพิเศษประเภทหนึ่ง บางทีการปกครองนี้บางทีเราอย่าไปสับสนกับการปกครองตนเอง การปกครองตนเอง คือการปกครองพิเศษ แต่การปกครองพิเศษนั้นไม่ใช่เป็นการปกครองตนเอง เดี๋ยวนี้ สังคมไทยนั้นกําลังสับสนนึกว่าการปกครองตนเองกับพิเศษนั้นอันเดียวกัน ไม่ใช่อันเดียวกัน นะครับ อยากเปรีบบเทียบว่าปลาวาฬนั้นคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนะครับ แต่แมวไม่ใช่ปลาวาฬ แมวนี่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้เข้าใจว่าการปกครองตนเองนั้น หลักสําคัญก็คือว่ามีการปกครองโดยประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ เลือกผู้นํา โดยมีความอิสระ ในการบริหารจัดการภายในพื้นที่ ยกเว้น ๒ เรื่อง เรื่องความมั่นคงกับเรื่องของต่างประเทศ ทีนี้บางคนบอกว่าอยากจะเอารูปแบบโมเดล (Model) ของ กทม. ไปใช้ หรือจะเอารูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบพัทยาหรืออะไรก็ตามที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญไปใช้ ซึ่งผมเห็นว่าในฐานะที่ผม เป็นคนที่นั่นเกิดมาตั้งแต่เล็กจนถึงบัดนี้ ผมเองเป็นนักการเมืองนั้น ผมเคารพเกี่ยวกับ เรื่องของการกระจายอํานาจ ไม่มีนักการเมืองคนใดหรอกครับที่ไม่เห็นด้วยกับการกระจาย อํานาจ แต่การกระจายอํานาจนั้นต้องดูกาลเทศะ ต้องดูสถานการณ์ หากว่ามีการกระจาย อํานาจหรือเลือกตั้งคนที่มีอํานาจที่นั่น แล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นจะสงบหรือไม่ ตรงนี้นะครับ ตรงที่ผมอยากจะชี้แจงว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประการที่ ๑ ต้องมี ความจริงใจก่อน ประการที่ ๒ ต้องเป็นไปได้ ประการที่ ๓ นั้นประชาชนจะได้รับประโยชน์ สูงสุดอย่างไร ๓ ข้อนี้ต้องเข้าใจนะครับว่าในการที่จะเสนอแก้ไขรูปแบบใดก็ตามแต่ บางครั้งเราอาจจะใช้เป็นวิธีวัฒนธรรมทางการเมือง เมื่อกี้ผมได้ฟังเพื่อนร่วมอดีตพรรค เดียวกันกับผมเมื่อก่อน สมัยอยู่พรรคความหวังใหม่ ผมเองก็ถือว่าเคารพนับถือ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นําของผมตลอดนะครับ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๗ ผมกับ พลเอก ชวลิต ได้ไปที่มัสยิดกรือเซะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ ในวันนั้นเป็นงานเมาลิด เป็นงานเฉลิมฉลองวันประสูติของท่านศาสดา มีคนที่อยู่ในมัสยิดกรือเซะขณะนั้น มาต้อนรับท่านเป็นพันคน ท่านได้ปราศรัยหลายเรื่องหลายราวเป็นที่ประทับใจของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ท่านยังบอกว่าการแก้ไขปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ต้องมีรูปแบบ การปกครองมหานครปัตตานี ชาวบ้านปรบมือเกรียวกราวนะครับ ซึ่งถูกใจชาวบ้านพอได้ยิน คําว่า นครปัตตานี นั้น ผมว่าชาวบ้านทุกคนเขาชอบ แต่โครงสร้างเป็นอย่างไร เนื้อหา เป็นอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ วันรุ่งขึ้นหรือวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗ สื่อก็ได้ถามอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิน ชินวัตร ว่า พลเอก ชวลิตได้บอกว่าจะให้ มีการประกาศมหานครปัตตานีนี้ท่านเห็นเป็นอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นท่านปฏิเสธ ท่านบอกว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะคนยังยากจนอยู่ ถ้าจะใช้วิธีนี้ก็ต้องอีก ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า พอวันที่ ๒ กรกฎาคม สื่อก็ถามท่านอีกว่าเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณปฏิเสธแล้ว ท่านว่าอย่างไร ท่านก็บอกว่าสื่อฟังเข้าใจคนละทางกับที่ท่านพูด ท่านบอกว่าขณะนี้ก็มีการปกครอง มีซีอีโอ มีอะไรต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนั้นก็มีสื่อได้เขียนไว้ชัดเจน ในขณะนี้ก็มีคําว่า นครปัตตานี เกิดขึ้น เป็นการที่อยากจะให้มีการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ผมไม่ขัดหรอกครับ เพราะว่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าหากว่ามีการปกครองรูปแบบใดก็ตามแต่ถ้าที่นั่นสงบ ผมเห็นด้วยทั้งนั้น แต่จากการที่เรา ได้ศึกษานะครับ เมื่อมีการประกาศว่านครปัตตานีมีการทําโพลล์ (Poll) ทั่วประเทศ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ คนทั่วประเทศไม่เห็นด้วย ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด แต่เมื่อถามโพลล์ทั้งประเทศคน ๘๖ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เห็นด้วย เมื่อคนทั่งประเทศไม่เห็นด้วย ผมถามว่าถ้าจะเสนอกฎหมายเข้าสภา ผมถามว่า ส.ส. แต่ละจังหวัดที่ได้รับการเลือกตั้ง ในจังหวัดพื้นที่ต่าง ๆ นั้น ท่านจะฝืนต่อความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ ตรงนี้เป็นที่สําคัญ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการที่เราอยากจะแก้ปัญหานั้นจะทําอย่างไรให้คน ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เขาไม่มีความรู้สึกว่าเป็นคําแสลง เขาไม่มีความรู้สึก ว่าสิ่งนั้นจะทําให้เกิดความรู้สึกทําให้กลายเป็นรัฐอิสระ เพราะคนไทยเรานั้นยังไม่เข้าใจอะไร ถูกปลุกระดมง่าย ๆ ท่านไม่ต้องดูอื่นไกลครับ ขนาดเขาพระวิหารของเขมร ศาลได้ตัดสิน เมื่อตั้งแต่ ๒๕๐๕ ปัจจุบันก็ยังมีการปลุกระดมว่าจะเอาคืน ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้ประชาชน ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเขาเชื่อนะครับ เขาเชื่อว่าเขาพระวิหารยังเป็นของไทยอยู่ เพราะฉะนั้นปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมไม่อยากจะให้เป็นเรื่องของการพูดเพื่อการ ได้คะแนนเสียงของการเมือง ผมอยู่ที่นั่นตั้งนานผมรู้ ผมนี่รักการกระจายอํานาจ แต่ถ้าหาก ว่าสถานการณ์ยังมีการสู้รบอยู่ ผมว่าการกระจายอํานาจนั้นก็ไม่สามารถแก้ปัญหาชาวบ้านได้ ผมยกตัวอย่างที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปี ๒๕๓๖ ผมไปที่มินดาเนา ผมเป็นนักการเมือง ผมศึกษา ว่าจะเอาอย่างไรแก้ไขปัญหาภาคใต้ให้ได้ดีที่สุด ไปที่มินดาเนาตอนนั้นมินดาเนาได้รับ อนุญาตจากรัฐบาลอาควิโนให้มีการปกครองตนเองมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผมไป ตอนนั้นท่านเด่นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อไปเราเห็นก็ทึ่ง เห็นว่าเขามีการเลือกตั้งผู้ว่าชาวบ้านก็มีความร่าเริงสนุกสนาน แล้วท่านทราบไหมครับ ว่าขณะนั้นการตกลงของขบวนการกู้ชาติมอนโร ซึ่งตกลงที่จะเลือกปกครองตนเองนั้น ตกลงกับรัฐบาลก็จริงอยู่ แต่ก็มีกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มอาบูซายับไม่เห็นด้วย กลุ่มอาบูซายับ ก็ยังปฏิบัติภารกิจต่อสู้กับรัฐบาลกลางตลอดเวลา ผมไป ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๔๗ ผมไปที่ ฟิลิปปินส์ไปที่มะนิลา ผมไปที่มะนิลาไปดูมัสยิดที่ลิเบียสร้างให้กับคนมุสลิมที่นครมะนิลา ผมเห็นมีเต็นท์อยู่รอบ ๆ มัสยิดนครมะนิลาเป็นร้อย ๆ เต็นท์ ผมไปถามว่าพวกเรานี้ มาจากไหน เขาบอกว่าเขามาจากมินดาเนา ผมถามว่าเมื่อปกครองตนเองแล้วน่าจะสบาย แล้วทําไมมาอยู่ที่นี่ เขาบอกว่าจน ไม่มีงานทํา ท่านประธานที่เคารพครับ การคิดจะแก้ การจะพัฒนาต่าง ๆ นั้น ถ้าหากว่ามีการสู้รบ แน่นอนผมว่าไม่สามารถที่จะทําให้แก้ไขปัญหา ปากท้องประชาชนได้แน่นอน จากที่เราได้ดูตัวอย่างว่ามันเคยมีปรากฏที่มะนิลา บ้านเรา ก็เช่นกัน ผมถามว่าการที่เราจะปกครองโดยใช้เอาเรื่องของอดีตมาพูด ไม่ว่าจะเป็นปัตตานี นูซานตารา ผมอยากจะบอกตรง ๆ ว่าเราอยากแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นเราต้องแก้ไขปัจจุบัน และอนาคต เราจะเดินไปข้างหน้าผมไม่อยากจะให้เราหันหลังไปมองข้างหลังนาน ๆ ของที่ ผ่านไปแล้วนี้อาจจะหันหลังไปแว็บหนึ่งได้ แต่ถ้าหันหลังไปดูนาน ๆ ท่านจะเดินข้างหน้า ท่านเดินไม่ถูก ท่านต้องเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะประกาศอะไรก็ตามเพื่อให้ โดนใจคนอย่างเดียวนั้นผมว่ามันทําให้เกิดความอะไรต่าง ๆ มันจะตามมาอีกมากมาย เพราะว่าที่จริงแล้วเรื่องการเลือกตั้งโดยรวม ๓ จังหวัดมารวมเป็นจังหวัดเดียว ผมอยากจะ ถามว่าเดี๋ยวนี้องค์กรต่าง ๆ เขาพยายามจัดองค์กรให้เล็กลงเพื่อต้องการให้สะดวกในการ บริหารจัดการ เพื่อที่จะดูแลบริการคนได้ดีที่สุด ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะรวมมา ให้เป็นใหญ่ แล้วการบริหารองค์กรใหญ่มันเทอะทะ ระบบข้าราชการ บูร็อคเครซี (Bureaucracy) นี้ เป็นระบบราชการที่เทอะทะ ท่านเห็นไหมครับว่าช้างนี้จะหันไปทั้งทีเอี้ยวตาไปช้า ๆ ถ้ากระต่ายนี้กระโดดโลดเต้นว่องไว เพราะฉะนั้นองค์กรต่าง ๆ ต้องสากลนี้เขาต้องการ ใช้องค์กรเล็ก ๆ แก้ไขปัญหาได้คล่องตัว ๓ จังหวัดถ้าจะมารวมเป็นจังหวัดเดียว ผมถามว่าเราเอาอะไรเป็นเกณฑ์ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ก็เป็นจังหวัด มาตั้งเกือบ ๒๐๐ ปี ก็เป็นประวัติศาสตร์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นกัน เป็นประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ว่าสมัยรัชกาลที่ ๑ ให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ไปตีปัตตานีแล้วก็แบ่งแยกเป็น ๗ หัวเมือง ตั้งแต่นั้นมาเมืองรามันห์ เมืองยารอ เมืองหนองจิก เมืองต่าง ๆ ๗ เมืองนั่นก็คือประวัติศาสตร์ของภูมิภาคที่นั่นเช่นกัน เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เห็นด้วยตรงที่ว่าทําไมในเมื่อท่านจะเรียกร้องสู่อดีต ท่านต้องทําให้ บางส่วนที่มีแล้วในอดีตนั้นหายไป ให้เหลือนครปัตตานีอย่างเดียว ตรงนี้ผมว่ายังไม่ใช่ เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง วิธีการอย่างนี้ทําให้เกิดความรู้สึก คนยะลาว่าอย่างไร คนนราธิวาสเขารู้สึกอย่างไร
อีกประการหนึ่งที่สําคัญที่สุดท่านประธาน การเลือกตั้งนั้นไม่ใช่ว่าจะได้คนดี เสมอไป เมื่อก่อนเราบอกว่าผู้ใหญ่บ้าน กํานัน อยู่ ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปี จะสร้างอิทธิพล ให้เลือก ๔ ปี พอเลือก ๔ ปีต่อครั้งผู้ใหญ่บ้านไม่สามารถทําอะไรได้เลยในหมู่บ้าน ลูก ญาติ พี่น้อง มากมายจับไก่ตัวหนึ่งไม่กล้าจับ เพราะกลัว ผมถามว่าถ้ามีการเลือกตั้งขึ้นมานี้ แน่นอนครับ การเลือกตั้งก็คือส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยผมเห็นด้วย แต่ในสถานการณ์ที่เขามีการต่อสู้ ที่เราเรียกร้องต่าง ๆ นั้นผมอยากจะถามว่าคนที่จับอาวุธสู้กับรัฐจริง ๆ นั้นเขาเอาหรือเปล่า ถ้าเขาเอาเหตุการณ์สงบผมยินดีด้วย แต่ถ้าเขาไม่เอาเหตุการณ์ไม่สงบยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าคนทั้งประเทศ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยแล้ว แล้วก็ใช้วิธีการแล้วก็คนในพื้นที่ไม่ได้รับ ประโยชน์ผมว่ามันป่วยการ เพราะฉะนั้นจากการที่เราเอาพบกันครึ่งทางภูมิภาคกับท้องถิ่น เรายังไม่หายไป เพราะภูมิภาคนั้นก็มีอิทธิพลพอสมควร เราจึงกําหนดเรื่องของกระทรวง กระทรวงดูแลเฉพาะ ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอให้คนในพื้นที่นั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดูแลเฉพาะใน ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ แต่ถ้าเดี๋ยวนี้ ศอ.บต. ก็ยังอยู่ แต่เราก็เอาคนที่เป็น รองนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีซึ่งเขามีภารกิจมากมายมาดูแล เพียงแต่งานจังหวัด ชายแดนภาคใต้นี้เป็นงานหนึ่งที่หลาย ๆ ร้อยงานของเขา เราถึงมองว่าถาหากว่าเราใช้ กระทรวงนี้ทําให้เราเกิดเอกภาพ ๓ ด้าน ด้านที่ ๑ เอกภาพด้านนโยบาย ด้านที่ ๒ เอกภาพ ทางด้านการสั่งการกําลังคน ด้านที่ ๓ เอกภาพทางด้านงบประมาณ ท่านทราบไหมว่า ๑๙ กระทรวง ๒๐ กระทรวงที่มีอยู่ในขณะนี้ ทุกกระทรวงมีงบประมาณแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทุกกระทวง กระทรวงนี้ ๑๐ ล้านบาท กระทรวงนี้ ๒๐ ล้านบาท ผมถามว่า ๑๘ กระทรวง ๑๙ กระทรวงนี้พอลงในพื้นที่กลายเป็นอะไรครับท่านประธาน ผมไปในพื้นที่โต๊ะอิหม่ามบ่น ทุกกระทรวงเรียกอบรมสัมมนา เขาว่าวัว ควาย ที่อยู่ในทุ่งนานี้ไม่ได้ดูแล เขาเบื่อ โครงการของกระทรวงนี้ให้เลี้ยงแพะ กระทรวงโน้นเลี้ยงแพะ แพะ ๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ผมว่านโยบายนั้นไม่เอกภาพ แต่ถ้าเป็นทบวงเดียวก็เป็นเอกภาพในเรื่องของกําลังคน กระทรวงต่าง ๆ ก็มีผู้บังคับบัญชา แต่ถ้าเราอยู่ในทบวงนี้คน ๆ เดียวสามารถจะสั่งการได้ จะให้อยู่ในการแต่งกายหรือว่าวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของคนที่นั่น คน ๆ เดียว รัฐมนตรีสามารถสั่งการได้ในทบวงหมด ผมนี้เคยต่อสู้ฮิญาบมา เราต่อสู้กับ กระทรวงศึกษาธิการในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการสั่งแก้ไขแล้ว กระทรวงสาธารณสุข ก็ยังไม่ยอม เขาถือว่าคนละกระทรวง หน่วยงานของกระทรวงอื่นก็บอกว่าของเขาไม่เกี่ยวกับ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะไม่มีนโยบายเดียวกัน มันเป็นเรื่องของการขาดเอกภาพ ทางด้านนโยบาย เรื่องการสั่งกําลังคนก็เหมือนกัน ต่างคนต่างก็สั่งกันบางทีชนกันก็มี เรื่องงบประมาณนี้สําคัญที่สุดครับท่านประธาน งบประมาณมีตั้งแสนกว่าล้านบาท แต่ละ ๑๐,๐๐๗ ล้านบาท ๒๐,๐๐๗ ล้านบาท ปีนี้ปี ๒๕๕๔ ก็ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มีอยู่กระจุกตามกระทรวงต่าง ๆ ผมถามว่าการมีเงินเล็กน้อยอยู่ตามประทรวงต่าง ๆ การที่จะขับเคลื่อนในการที่จะส่งไปเพื่อพัฒนาพื้นที่นั้นจะมีประสิทธิภาพอย่างไร แต่ถ้าเงินก้อนเดียวอยู่ที่กระทรวงเดียวก็สามารถจะทําอะไรให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ ผมถึงบอกว่าการใช้กระทรวงอย่างนี้บางคนอาจจะบอกว่าเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ผมอยากจะยกตัวอย่างว่าที่ไอซ์แลนด์เหนือก็มีแล้ว สก๊อตแลนด์ก็มีแล้วนะครับ เขามีกระทรวงไอซ์แลนด์เหนือ ไอซ์แลนด์เหนือเขาต่อสู้มา ๓๐ ปี คนตายแค่ ๓,๐๐๐ คน บ้านเราคนต่อสู้มา ๗ ปี ตาย ๔,๐๐๐ กว่าคน ท่านลองคิดดูนะครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่า เรากําหนดรูปแบบอย่างนี้โดยที่ไม่มีตัวอย่างมาก่อน เรากําหนดโดยมีตัวอย่างที่เราศึกษา จากประเทศต่าง ๆ เราศึกษาเรื่องของการปกครองตนเอง สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่สถาบัน พระปกเกล้า ปี ๒๕๔๔ ผมทําเรื่องของผมที่เสนอต่ออาจารย์ เรื่องการปกครองพิเศษ ศึกษากรณีใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถึงเขียนไป แต่พอศึกษามานาน ๆ เข้ามา เราเห็นว่าหากมีการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ก็ไม่สงบ แถมไม่สงบแล้วนะครับ ทําให้ คนทั้งประเทศเขาเกิดความรู้สึกว่าเมื่อให้มีการปกครองพิเศษอะไรต่าง ๆ นานา ให้มีอิสระ ไม่มีภูมิภาคแล้ว ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป เพราะฉะนั้นในเรื่องของทบวงนี้โดยที่ผมกําหนดว่าเราบอกว่ามีไม่ใช่ว่าจะมีตลอดไป มีจนกระทั่งว่าเหตุการณ์มันสงบ พอเหตุการณ์สงบแล้วก็ปล่อยให้มีการกระจายอํานาจ ตามหลักสากลทั่วไป ผมอยากจะยกตัวอย่างสมัยท่านฮัจยีสุหลงนะครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วเรื่องของปกครองพิเศษนี้ไม่ใช่ของใหม่ สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ฮัจยีสุหลงได้เสนอต่อรัฐบาลหลวงธํารงนาวาสวัสดิ์ ๗ ข้อ
ข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าให้รัฐบาลเลือกคนในพื้นที่คนหนึ่ง เลือกคนมลายูให้มา ปกครองมีอํานาจเต็มที่นั่น ให้คัดเลือกและให้แต่งตั้ง ให้แต่งตั้งไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง
ข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าภาษีที่เก็บได้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขอให้ใช้เฉพาะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อที่ ๓ เขาบอกว่าให้สอนภาษามลายูในโรงเรียนประถม
ข้อที่ ๔ ฮัจยีสุหลงบอกว่าให้ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาที่สองเป็นภาษาราชการ
ข้อที่ ๕ ฮัจยีสุหลงบอกว่าข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มี พุทธ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราส่วนของมุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ พุทธ ๒๐ เปอร์เซ็นต์
ข้อที่ ๖ ให้มีศาลชารีอะฮ์หรือศาลครอบครัวมรดกของอิสลาม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ในคราวเลือกตั้งในคราวที่แล้วได้มีการประกาศปัตตานี ประกาศชัด ผมก็เสนอเข้าสู่รัฐบาลเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มีการรับรอง ทั้ง ๆ ที่ว่า เป็นคําประกาศปัตตานีที่ท่านหาเสียงเมื่อปี ๒๕๕๐ ถึงบัดนี้ท่านจะยุบสภาอีกไม่กี่วันนี้ ท่านไม่เซ็นรับรอง ผมเสนอมาแล้วตั้ง ๓-๔ เดือนมาแล้วนะครับท่านประธาน เพราะนี่ ผมเสนอตามนโยบายของประชาธิปัตย์ที่ได้พูดตอนหาเสียง คําประกาศของปัตตานีถ้าท่าน ไปเปิดดูมีอยู่ข้อหนึ่งว่าอยากจะให้มีศาลชารีอะฮ์ เป็นนโยบายของรัฐบาลในขณะนี้สามารถ ที่จะทําได้ครับ ที่ว่ายุบสภาก็คงอีก ๒ เดือน แต่ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับรอง กฎหมายเข้าสภาก็อาจจะมีการพิจารณาในยุคนี้นะครับ
ข้อที่ ๗ ฮัจยีสุหลงบอกว่าให้รับรองว่าคนที่นั่นคือคนมลายู คนเชื้อสายมลายู แต่สัญชาติไทย เราเองประเทศเดียวในโลกนะครับที่บอกทั้งเชื้อชาติและสัญชาติคือไทย-ไทย อเมริกามาจากโปโตริกัน เชื้อชาติโปโตริกัน สัญชาติอเมริกา มาจากจีน เชื้อชาติจีน สัญชาติอเมริกา มาจากญี่ปุ่น เชื้อชาติญี่ปุ่น สัญชาติอเมริกา ก็ไม่มีปัญหา แต่ของเรานั้น ไปใส่ทั้งเชื้อชาติทั้งสัญชาติ เพราะฉะนั้นฮัจยีสุหลงตอนนั้นเขามองการณ์ไกลว่าจะให้คนที่นั่น มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนมลายูต้องบอกว่าเขาคือคนมลายูไม่ได้เสียหาย แต่เขา ยอมรับว่าเขาคือคนสัญชาติไทย มาเลเซียมีอินเดีย มีจีน ต่างคนต่างมีเชื้อชาติของตัวเอง แต่เขามีสิทธิเสรีภาพอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าประโยชน์สูงสุดของประชาชนต้องการคืออะไร ๔ เรื่องใหญ่ ๆ ท่านจะ เอารูปแบบไหนมาปกครองสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะว่าขณะนี้รัฐบาลก็ได้มี พ.ร.บ. ศอ.บต. มาใช้แล้วนะครับ เพิ่งใช้ไม่กี่วัน ผมอยากจะดูว่าสักปีสองปี ผมไม่อยากจะดูแค่ปัจจุบัน เดือนสองเดือน ต้องให้เวลารัฐบาลนะครับ ผมให้ความเป็นธรรมเสมอ ผมอยากจะเรียนว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการ
ประการที่ ๑ ประชาชนเขาต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี คืออะไร ๑. มีการศึกษาดี ๒. มีอาชีพการงาน ๓. มีสุขภาพอนามัยที่ดี
ประการที่ ๒ คนที่นั่นเขาต้องการอยู่ในวิถีอิสลามและคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ ของตน
ประการที่ ๓ คนที่นั่นเขาต้องการความเป็นธรรม
ประการที่ ๔ เขาต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
๔ ข้อนี้นะครับท่านจะเอาโมเดลไหน องค์กรไหนมาดําเนินการให้เป็นไปตาม ๔ ข้อนี้ทําได้ทั้งนั้น เพราะว่าทําได้ทั้งนั้น ผมอยากจะใช้หลักที่ว่าท่านเติ้งเสี่ยวผิงบอกว่า แมวเสียอะไรนั้นไม่สําคัญ ให้จับหนูได้ก็แล้วกัน ผมก็เช่นกัน ๔ ข้อนั้นให้สําเร็จ จะใช้ องค์กรไหน หน่วยงานแก้ไขได้ทั้งนั้น ที่เรายกให้การแก้ไขปัญหาให้อยู่ในระดับกระทรวง อยากจะให้เป็นการเมือง คนที่ดูแลนั้นคือรัฐมนตรี รัฐมนตรีต้องมีคนที่นั่นที่รู้เข้าใจที่นั่น กระทรวงและทบวง ต้องไปสร้างไม่ปัตตานี ยะลา หรือนราธิวาส ผมอยากจะถามว่า ถ้ารัฐมนตรีเป็นคนที่นั่นอยู่ที่นั่นใกล้ชิดชาวบ้าน ชาวบ้านไปหาเช้าหาเย็น บางทีรัฐมนตรี อาจจะไปนอนกับชาวบ้านในหมู่บ้านได้ เพราะว่าเราใช้วิธีนี้แต่เป็นวิธีใหม่ซึ่งเราบางที ยังไม่เข้าใจ อาจจะมองว่ามันเพ้อเจ้อ มันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็เข้าไปอยู่ในรายงาน การพิจารณาของกรรมาธิการชุดนี้ โดยที่ไม่มีใครท้วงติง แต่ในขณะเดียวกันนะครับ ของรัฐบาลก็ดําเนินการไป พ.ร.บ. ศอ.บต. ผมก็ถือว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ใช้เวลาสัก ๒ ปี ถ้าหากว่าใช้ ศอ.บต. ไม่ได้ผล ผมขอเสนอให้เอาโมเดลของผม หรือโมเดลของการศึกษา ของกรรมาธิการ คือให้มีทบวงหรือกระทรวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรืออาจจะเป็น กระทรวงปัตตานีเลยก็ได้ ถ้าปัตตานีคือจังหวัด ถ้าปาตานีมันเป็นเนื้อที่ทั้ง ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอนะครับท่านประธาน ผมก็ขอพูดในฐานะที่เป็นกรรมาธิการชี้แจงให้กับบางท่าน ใช้โอกาสชี้แจง แต่ขออยู่ข้างล่าง ไม่อยากขึ้นข้างบนเพราะผมก็มีภารกิจ เดี๋ยวจะไปงาน ที่ยังมีคั่งค้างอยู่นะครับท่านประธาน ขอขอบคุณแล้วก็อยากจะให้การพิจารณาในวันนี้ ให้มีข้อคิดที่สร้างสรรค์ เพราะปัญหาภาคใต้เข้าสู่สภานานเหลือเกินเลยครับ จนกระทั่ง พูดซ้ําแล้วซ้ําเล่า ของใหม่ ๆ นั้นมีน้อย ปรากฏการณ์ที่ยิงรายวัน ๆ นั้นเป็นปรากฏการณ์ ใหม่ ๆ ผมอยากจะให้แก้ไขปัญหาโดยใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูง ต้องใช้สมองสติปัญญา ที่ชาญฉลาด เมื่อไม่กี่วันมานี้มีการปล้นปืนที่มารูโบ ผมกลับไปชาวบ้านต่างหวาดผวากลัวกัน เพราะมีการปล่อยข่าว ปล่อยข่าวกันไม่ทราบฝ่ายไหน เขาว่าจะเก็บอุสตาส ๖๐ คน ว่าจะเก็บอุสตาส ๖๐ คน ผมก็ไปที่ค่ายสิรินธรไปเจอนายทหารคนหนึ่ง ผมบอกว่าไหน ๆ ปืนก็หายแล้ว ทหารก็เสียชีวิต อย่าให้มวลชนหายไปเลย มวลชนยังต้องเอาอยู่นะครับ อาวุธปืนหายไปอย่าทันทีทันใดไม่ต้องเร่งที่จะหาได้ในทันทีทันใด ไหน ๆ ก็หายไปแล้ว ส่วนมวลชนนั้นนะครับท่านประธานผมอยากจะให้เราคงไว้ เพราะว่ามวลชนนั้นเป็นสิ่งสําคัญ ในการที่จะแก้ไขปัญหา ถ้ามวลชนอยู่ฝ่ายรัฐ แน่นอนการแก้ไขปัญหานั้นก็ไมยากเกินกําลัง ที่เราจะแก้ได้ แต่ผมอยากจะบอกว่าการแก้ไขปัญหานั้นท่านอย่าหวังว่าปีสองปีนะครับ ผมเองอยากจะบอกว่าขอให้ใช้เวลาสัก ๑๐ ปี ๑๐ ปีบางทีบอกว่าช้า ผมว่าถ้า ๑๐ ปีอย่าเพิ่ม เงื่อนไขใหม่ ๆ อยากให้คนใหม่ ๆ คิดอย่างนี้ คนเก่า ๆ หายไป ผมเชื่อว่าเวลาก็ไม่ไกลเกินไป แต่ก็ให้เราอดทน รัฐบาลไหนมาผมเชื่อว่ามีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทั้งนั้น แต่การแก้ไขของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ผมยังชื่นชมว่าท่านที่เป็นรัฐบาลมีเหตุการณ์ รุนแรงแค่ไหนไม่เคยปรากฏที่มีนายกรัฐมนตรีหรือว่าผู้ดูแลความมั่นคงแสดงอาการ เกรี้ยวกราด ไม่มีใครแสดงอาการที่ว่าโต้ตอบไปโต้ตอบมานะครับ เพราะถือว่าเป็นการใช้ หลักสุภาษิตจีนบอกว่าใช้ความนิ่งสงบการเคลื่อนไหว หรือใช้ความเย็นยุติความร้อนนะครับ ผมขอขอบคุณท่านประธาน
ต้องขอท่านรวบรัดด้วยนะครับ ขอบคุณครับ เมื่อกี้ต้องขออภัยท่าน ส.ส. สมัย เจริญช่าง นะครับ ผมไปเรียกท่านสมัย ชินผา ขออภัยด้วยครับ และแก้บันทึกประชุมด้วยนะครับ ต่อไปคุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ
ท่านประธาน ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ต้องขอขอบคุณนะคะ เป็นการ รอคอยที่ยาวนานเหลือเกินค่ะ ดิฉันเป็นคนเชียงรายค่ะ แต่วันนี้ก็ขอมีโอกาสได้ร่วมอภิปราย เกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ เพราะว่าดิฉันเองก็ไม่นิ่งนอนใจ แล้วก็ยังมี ความห่วงใยพี่น้องทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ พี่น้องที่เป็นประชาชนคนไทยด้วยกันนะคะ ดิฉันมีโอกาสได้อ่านรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้นี้ ต้องบอกว่าเป็นหนังสือหรือว่าเป็นรายงานที่ดีมากเลยนะคะ ดิฉันต้องขอชื่นชมแล้วก็ชมเชยกรรมาธิการค่ะว่า เป็นหนังสือนี้ที่อ่านแล้วก็พอจะ อ่านคร่าว ๆ แล้วก็เข้าใจได้ค่ะ โดยเฉพาะบทสรุปที่ ๒ และที่ ๓ นี้เป็นการนําเสนอแล้วก็ เป็นสรุปเบื้องต้นได้ดีมากเลยค่ะ แต่อย่างก็ตามการที่ท่านได้ไปทําการศึกษาลงพื้นที่แล้ว แล้วก็ทําออกมาเป็นผลสรุป เป็นรายงานออกมาในเล่มหนังสือเล่มนี้ถ้าสมมุติให้ดูดี ๆ มันก็แค่เป็นรีพอร์ท (Report) เล่มหนึ่ง หรือว่าเป็นหนังสือเล่มเดียวเท่านั้นเองถ้าสมมุติ ไม่มีคนหยิบคนขึ้นมาอ่านหรือว่าไม่มีใครได้ศึกษาอย่างแท้จริงค่ะ วันนี้ดิฉันกลัวค่ะ กลัวว่า หนังสือที่ดีเล่มนี้มันจะเรียกว่าถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะเฉย ๆ ถ้าสมมุติทางรัฐบาลไม่ได้มาเปิดอ่าน หรือว่าทางรัฐบาลเองไม่ได้เอาไปใช้เป็นประโยชน์นะคะ เพราะว่าดิฉันก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลเอง ก็ไม่ค่อยได้ฟังเสียงสภาหรือว่าไม่ได้ฟังเสียงประชาชนเท่าไร ดิฉันเสียดายค่ะว่าถ้าหนังสือที่ มีค่าขนาดนี้จะถูกวางทิ้งไว้เฉย ๆ เพราะว่าดิฉันรู้ค่ะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา เป็นเรื่องของ กรรมาธิการแต่ว่ามันก็เป็นเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งนะคะที่ควรที่จะมีท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามารับฟังด้วยเพราะว่าตั้งแต่เช้าก็ยังไม่เห็นรัฐมนตรีสักคนได้มา ดิฉันก็ไม่ทราบว่าถ้าได้พูดไปจะมีใครรับฟังอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะมีใครได้เอาไปใช้จริง หรือเปล่าค่ะ ดิฉันก็เสียดายค่ะ เหมือนหนังสือเล่มนี้ถ้าจะถูกทิ้งไว้เฉย ๆ แล้วไม่ได้เปิดอ่าน ท่านประธานคะ ดิฉันจําได้ค่ะว่าเมื่อครั้งแรกที่รัฐบาลได้มาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า ๙๙ วันจะแก้ปัญหา ปัจจุบันนี้ผ่านมาปีกว่าแล้วค่ะ ๑ ปียังไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมาเลย ถามว่า ๙๙ วันดิฉันคงไม่ต้องทวงถามนะคะ แล้วก็ในรายงานผลการพิจารณาในเล่มนี้ ก็สรุปเช่นเดียวกันค่ะในหน้าที่ ๑๙ สภาพปัญหาในปัจจุบัน ได้เขียนไว้ว่าสถิติเหตุการณ์ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมีจํานวนลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปี ๒๕๕๐ แต่เหตุการณ์ แต่ละครั้งมีความรุนแรงมากขึ้นค่ะง่าย ๆ ก็คือว่าเหตุการณ์ความไม่สงบนี้มันมีจํานวน น้อยลงจริงแต่ว่าเหตุการณ์แต่ละครั้งมันมีความรุนแรงมากขึ้น ตรงนี้ดูได้จากการที่มีการเข้าตี ค่ายทหารที่เกิดขึ้นในไม่กี่เดือนที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน มันต่างกับในอดีต ในอดีตมันมี การลักขโมยปืน มันมีการปล้นปืน แต่มันไม่เหมือนกันค่ะ ครั้งนี้มีการเข้าโจมตีค่ายทหาร ค่ายทหารที่มีหน่วยทหาร ที่มีทหารเฝ้ายามอยู่ตลอดเวลามันเป็นการยกระดับความรุนแรง มันเป็นการยกระดับการต่อสู้ที่ปฏิเสธไม่ได้นะคะ ๙๙ วัน ดิฉันคงจะไม่หวังค่ะ ๙๙ วัน ดิฉันคงจะไม่ทวงแล้ว เพราะว่าทวงแล้วก็ไม่มีประโยชน์ วันนี้คุณต้องยอมรับว่าคุณสอบตก รัฐบาลชุดนี้สอบตกแล้วค่ะ แต่ปัญหาที่มีอยู่มันก็ต้องแก้ไขกันต่อไปแต่ว่ารัฐมนตรี ของคณะรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี้ เคยมีรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า สมัยนี้ตายน้อยกว่าสมัยก่อนตั้งเยอะ คนตายยุคอภิสิทธิ์มีแค่ ๙๐๐ กว่าศพเอง ท่านรัฐมนตรี เคยพูดคํานี้ไว้แต่จะเป็นใครดิฉันคงจะไม่อยากเอ่ยถึงนะคะ แต่ว่าคําที่บอกว่าคนตาย ยุคอภิสิทธิ์มีแค่ ๙๐๐ กว่าศพ คํานี้ละค่ะ ไม่ว่าเป็นใคร ลองนึกเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเราเป็นพี่น้องเป็นญาติของผู้เสียชีวิตหรือผู้เสียหายดิฉันคงจะรับไม่ได้กับสิ่งที่ท่านได้พูด ออกมา หรือท่านจะพูดว่าเสื้อแดงก็ตายแค่ ๙๐ กว่าศพเอง หรือว่าวันนี้ไทยรบกับเขมร จะตายไม่กี่คนเองคิดอย่างนี้แล้วความรุนแรงเมื่อไรจะยุติลงได้คะ ท่านประธานคะ วันนี้ ดิฉันต้องยอมรับว่ามีพี่น้องประชาชนหลายคนสงสัยกับการทํางานของภาครัฐ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือว่าเรื่องทุจริตคอรัปชันในเรื่องงบประมาณ เรื่อง ความเป็นธรรมในการดําเนินคดีแต่ปรากฏว่าในรายงานฉบับนี้เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ได้ ลงรายละเอียดให้ชัดเจนไม่รู้ว่าเป็นการเกรงใจกันเองหรือเปล่า หรือว่าเกรงใจทางฝ่ายรัฐบาล หรือเกรงใจทางฝ่ายทหารหรือเปล่านะคะ ทําไมไม่พูดละคะว่างบประมาณในภาคใต้ มีตั้ง ๑๔๔,๐๐๐ ล้านบาทที่เอาลงไป มันมีการจัดซื้อจัดจ้างในวิธีพิเศษ ไม่ต้องประมูล ไม่ต้องเปิดซอง บอกสิคะว่ามันสามารถตั้งงบเองได้ที่สูงกว่าราคากลางปกติ หรือว่าราคาปกติ ตั้ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซื้อจีที ๒๐๐ (GT200) ก็แพง ซื้อเรือเหาะก็แพง วันนี้ล่าสุดไปซื้อแกะให้กับพี่น้องประชาชน บอกว่าซื้อตัวละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท จริง ๆ แล้วต้นทุนพี่น้องประชาชนก็ทราบหมดแล้วค่ะว่าต้นทุน แกะตัวหนึ่งมัน ๒,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ชาวบ้านเขาก็ไม่พอใจค่ะ เพราะเชื่อว่ามีการ คอร์รัปชันหรือว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะจากหนังสือพิมพ์มติชน สุดสัปดาห์เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ มีข้อความอันหนึ่งที่น่าสนใจและได้เขียนเอาไว้นะคะว่า ขออนุญาตอ่านนะคะท่านประธาน เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดมารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ไม่เคยกําเนิดนโยบายแก้ไขปัญหานี้อย่างชัดเจนเลย ทําให้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมายรุนแรงขึ้น ขณะที่ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ก็แก้ไม่ได้ ฉะนั้นงบประมาณที่ทุ่มลงไปมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจึงสูญเปล่า ชาวบ้านไม่ได้อะไรมีแต่เสีย คนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าหน้าที่ คําถามก็คือเจ้าหน้าที่ส่วนไหน เป็นทหารหรือว่าเป็นนักการเมือง อันนี้ละคะปัญหาทุจริต พวกนี้ทําไมไม่แก้ไขกัน หรือว่าปัญหาทุกวันนี้ของภาคใต้ที่มันยังไม่จบเพราะว่ามีการแย่งชิง งบประมาณของภาครัฐกันแน่คะ ท่านประธานคะ นอกจากนั้นค่ะทางกรรมาธิการ ก็ยังได้เขียนในหน้า ๒๒ (จ) เขียนว่าบุคลาการทางการแพทย์ถูกแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ และการตรวจพิสูจน์ทางการแพทย์จากฝ่ายความมั่นคงบางส่วน แค่นี้ค่ะ มีหัวข้อแค่นี้เอง แต่ว่าไม่มีรายละเอียดหรือว่าเนื้อหาอะไรเลย ดิฉันเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนะคะว่าเป็น เพราะอะไรว่าที่ไม่ได้เขียนระบุรายละเอียดหรือเนื้อหาเข้าไปเลยค่ะ แต่ดิฉันก็พยายามที่จะ เข้าใจ แล้วพอจะคาดเดาได้ว่ามันก็คงเช่นเดียวกันกับคดีคนซื้อแดงนั่นค่ะที่มันยังไม่ไปไหน เป็นปีแล้วมันก็ยังอยู่ที่เดิม ปัญหาเหล่านี้ค่ะมันฝังใจ มันฝังอยู่กับพี่น้องประชาชน มันฝัง อยู่กับผู้ที่ถูกกระทําค่ะ สถานการณ์มันก็เลยไม่สามารถจะแก้ไขให้บรรเทาได้ การแก้ไข นั่นหรือค่ะดิฉันอยากจะฝากค่ะ ฝากการแก้ไขไปถึงฝ่ายรัฐบาลนะคะว่ามันเป็นการแก้ไข ระยะสั้นซึ่งกรอบอํานาจหน้าที่ของรัฐบาลก็สามารถทําได้อยู่แล้ว นั่นก็คือถ้าท่านมองไปถึง การแก้ปัญหาด้านสังคม หรือว่าจะไปทําความเข้าใจกับผู้ที่ก่อการให้มาร่วมพัฒนาประเทศ ด้วยกัน หรือว่าไปพูดคุยให้เจามีความรู้สึกว่าอยากจะเข้ามาร่วมกับฝ่ายเรามันคงต้อง ใช้เวลานานมากค่ะเป็น ๕ ปีหรือ ๑๐ ปี แต่ว่านานอย่างไรก็จําเป็นที่จะต้องทํานะคะ แต่ว่าสิ่งที่ทําได้ทันทีในวันนี้ก็คือการแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่รัฐเอง อันนี้มันแก้ไขได้ทันที ถ้านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะเอาจริงส่งสัญญาณ มาสิค่ะ ส่งสัญญาณให้ชัดเจนเอาผิดกับผู้ที่ทําทุจริต ไม่ว่าจะเป็นทุจริตทางด้านละเมิด สิทธิมนุษย์ชน เอามาลงโทษให้ได้ค่ะ อย่างที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธิศักย์ศิริ ได้พูดไปเมื่อสักครู่นะคะ ขออนุญาตเช่นเดียวกันค่ะนําพระรมราโชบายของรัชกาลที่ ๖ ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ท่านได้เขียนทรงกําหนด พระบรมราโชบายสําหรับมณฑลปัตตานีไว้ทั้งหมดด้วยกัน ๖ ข้อแต่ดิฉันอยากจะ ขอลงที่ข้อ ๓ เกี่ยวกับการกดขี่บีบคั้นเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐบาล เนื่องแต่การ หมั่นดูแคลนพลเมือง เนื่องแต่การหน่วงเหนี่ยวชักช้าในกิจการตามหน้าที่เป็นเหตุให้ราษฎร เสียความสะดวกในทางเลี้ยงชีพก็ดี พึงต้องแก้ไขระมัดระวังมิให้มีขึ้น เมื่อเกิดแล้วต้องทําให้ ผู้รับผิดรองรับผลตามความผิดโดยยุติธรรม ไม่ใช่สักแต่ว่าจัดการกลบเกลื่อนให้เงียบไป เพื่อจะไว้หน้าสงวนศักดิ์ของราชการ อันนี้ละค่ะไม่ใช่ว่ายกตัวอย่างจากปัจจุบันนี้นะคะ ที่เรียกว่าใครทําผิดเหมือนว่ามีข้าราชการทําผิดก็มีการย้ายออกนอกพื้นที่ ตั้งกรรมการ ขึ้นมาแล้วก็ย้ายออกนอกพื้นที่แค่นั้นมันไม่ได้ค่ะ มันจะต้องมีการแก้ไขที่ถูกต้องค่ะ สิ่งแรก ที่จะทําก็คือเอาจริงเอาจังกับการลงโทษผู้กระทําผิดเหล่านี้ให้ได้นะคะ ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ดิฉันอยากจะฝากกลอนฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการกับทางรัฐบาล นะคะ เป็นกลอนที่ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ได้กรุณาแต่งไว้ให้ค่ะ ท่าน ส.ส. สกลนครนะคะ เห็นคนตายร่างไร้วิญญาณแล้ว โอ้ดวงแก้วคนไทยใยตายหมู่ ทหารตายราษฎร์ตาย ตายอีกแล้วครู หรือการสู้หรือการฆ่ามาซึ่งงบประมาณ เสียงร่ําไห้โหยหวนชวนในคิด นายกอภิสิทธิ์มีสิทธิแค่สมาน กองอํานาจผงาดแข่งงบประมาณ ดวงวิญญาณร่ําโหยไห้ ใครบงการ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ยังเหลือผู้ประสงค์จะอภิปรายอีก ๖ ท่านนะครับ แล้วทั้ง ๖ ท่านอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ท่านแรก คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านที่ ๒ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านที่ ๓ นายแพทย์ เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ท่านที่ ๔ คุณสมคิด บาลไธสง ท่านที่ ๕ คุณโกวิทย์ ธารณา และท่านที่ ๖ ดอกเตอร์พีรพันธ์ พาลุสุข ครับ ก็ขอให้ท่านอยู่ในกรอบเวลาก็แล้วกันนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมต้องขออนุญาตพักเพื่อไปเข้าห้องน้ํานะครับ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็แล้วกัน นะครับ ขอให้อยู่ในกรอบเวลานะครับ เชิญคุณอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้งเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ในขณะนั้นสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่มี คณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาทําหน้าที่ในการพิจารณาศึกษาปัญหานี้ ประกอบกับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ให้ความสนใจกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เมื่อสภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแล้วก็ได้มีการระดมความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิก จากทุกพรรค รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องที่คณะกรรมาธิการเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการศึกษา ในเรื่องนี้ ก็ใช้เวลากันยาวนานนะครับ ผมจําได้ว่ามีการต่ออายุของคณะกรรมาธิการชุดนี้ มาหลายครั้ง ต่อครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้น สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปมา ซึ่งคณะกรรมาธิการได้กรุณาได้สรุปไว้เป็นข้อเสนอแนะถึง ๒๐ ข้อ ใน ๒๐ ข้อนี้ผมคิดว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ไม่สามารถที่จะทําได้ง่าย ๆ แล้วก็คงจะ ไม่สามารถที่จะจบสิ้นได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็น่ายินดีนะครับว่าข้อเสนอทั้ง ๒๐ ข้อ ซึ่งผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการสะสมข้อมูลการกลั่นกรองทั้งหลาย จนกระทั่งตกผลึกนี้ รัฐบาลได้นําไปปฏิบัติแล้วก็เดินไปในทิศทางเดียวกับที่คณะกรรมาธิการ ได้ให้ข้อสรุปนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ว่าจะเป็นการตั้งองค์กรพิเศษ ในการขึ้นมาดูแลปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ไขระเบียบข้อบังคับที่เป็นอุปสรรค ต่าง ๆ เรื่องของการพัฒนาคุณภาพการเรียน การสอน การเสริมสร้างความเข้าใจ การดูแล เรื่องสาธารณสุข การสร้างความมั่นคงเรื่องอาชีพรายได้ รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็ง ฐานทางเศรษฐกิจของพื้นที่และการพัฒนาร่วมกับต่างประเทศ เหล่านี้เป็นต้น เป็นงาน ที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทํา แล้วก็สอดคล้องไปในทิศทางเดียวที่คณะกรรมาธิการได้สรุปไว้ คณะกรรมาธิการก็ยังได้มีข้อเสนอแนะอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่ามีความสําคัญก็คือว่า ใน ๒๐ ข้อ ที่ท่านได้เสนอแนะนี้มันขึ้นอยู่กับปัจจัยสําคัญ เรียกว่าปัจจัยแห่งความสําเร็จ ๙ ประการ ผมขออนุญาตที่จะหยิบยกมาเพียงเรื่องเดียว แล้วก็อภิปรายเพียงประเด็นเดียว คือในข้อที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าการจัดทําข้อมูลความจริงของสถานการณ์และความเป็นจริง ของปัญหาให้มีความสมจริงชัดเจนและให้เป็นชุดเดียวกัน ที่ถูกยอมรับจากทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนในเรื่องทิศทางและการตีความสถานการณ์ปัญหา อันจะส่งผลโดยตรงต่อเอกภาพของทิศทางและนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งเอกภาพ ในทางปฏิบัติโดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนบนพื้นฐานความใจกว้าง และความไว้เนื้อเชื่อใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ข่าวสารชุดเดียวกันที่จะออกมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมคิดว่าในรายละเอียดคณะกรรมาธิการคงไปศึกษา แต่ผมอ่านไม่พบว่ามันควรจะ มีรายละเอียดเรื่องนี้อย่างไรบ้าง แน่นอนครับในเรื่องของความเป็นเอกภาพของหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องไปทําให้เกิดเป็นจริงได้ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะ นําเสนอกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการก็คือ เรื่องของข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่ามี ๒ ส่วน ที่ควรจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้
ส่วนที่ ๑ ก็คือหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่ลงไปทํางานในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้จะต้องมีการเผยแพร่ข่าวสารออกมาในชุดเดียวกันเป็นเอกภาพกัน แล้วก็ สามารถอธิบายกับสังคมได้อย่างเป็นเอกภาพ ท่านประธานครับ จะเป็นอย่างนั้นได้จะต้อง มีโครงสร้างการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนอย่างชัดเจน ผมยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิด มีเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ที่สามารถออกมาบอกกับสังคมกับคนทั้งประเทศได้ว่าเหตุการณ์นั้นมันคืออะไร ข้อเท็จจริง ความจริงมันคืออะไร มันเกี่ยวข้องกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงหรือไม่ ต้องยอมรับความจริงว่าเวลานี้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นอาชญากรรมธรรมดา เป็นเรื่องของการยิงกัน ฆ่ากัน ทุกอย่าง ถูกรวมไว้เป็นความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น ผมคิดว่าหน่วยงานของรัฐ ที่ลงไปทํางานตรงนั้นจะต้องมีข่าวสารออกมาชุดเดียวเท่านั้นที่จะบอกกับสังคมและเป็น ที่เชื่อถือได้ อ้างอิงได้ จริงอยู่ครับท่านประธานว่าในสังคมข้อมูลข่าวสารนั้นเรายากที่จะไป ปิดกั้น ยากที่จะไปบอกว่าข่าวสารจะต้องออกไปในทิศทางนี้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่า ถ้าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยมอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร กับสังคมอย่างถูกต้องเป็นเอกภาพแล้ว ผมเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ความรับรู้ในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพี่น้องประชาชนทั้งหลายจะดีขึ้น
ส่วนที่ ๒ ก็คือ สื่อมวลชนที่เป็นอิสระทั้งหลาย ผมคิดว่าจําเป็นที่รัฐจะต้อง มีกระบวนการในการเข้าไปบริหารจัดการทําความเข้าใจกับสื่อมวลชนในทุกภาคส่วน ที่ทํางานอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งที่อยู่ในส่วนกลาง แต่ว่ารายงานเรื่องราว ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากว่าปล่อยให้ต่างคนต่างได้รับข้อมูล ข่าวสารที่สะเปะสะปะขาดทิศทาง ผมยังเชื่อว่าจะทําให้เกิดความสับสนกับสังคมอย่างมาก ต้องยอมรับนะครับว่าสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสถานการณ์พิเศษ เพราะฉะนั้นการทําหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ทําหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะต้อง มีความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษด้วย โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของสาธารณะ คํานึงถึง ผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่การได้ข่าวร้ายมาแล้วคิดว่าข่าวนั้นก็คือสินค้า แล้วก็ขายข่าวร้ายนั้นออกไปจนกลายเป็นเครื่องมือของผู้ที่ไม่หวังดีกับชาติบ้านเมือง กับผู้ที่ ก่อเหตุ ซึ่งเรื่องนี้เราประสบปัญหากันายาวนาน ผมคิดว่าปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สื่อจะต้องมีท่าทีที่เป็นพิเศษเช่นเดียวกับสถานการณ์ในพื้นที่พิเศษอื่น ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น ในกรณีเกิดปัญหาการปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนกลายมาเป็นปัญหาที่พี่น้อง ประชาชนให้ความสนใจแล้วก็หวั่นวิตกในขณะนี้ น่ายินดีครับ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้และมีข้อเสนอแนะบอกว่า เป็นข้อห่วงใยต่อการนําเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชนกรณีข้อพิพาทชายแดน และการใช้กําลังทหารระหว่างไทย-กัมพูชา ผมคิดว่ากรณีนี้เป็นกรณีศึกษาที่ใช้ได้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตอ่านเพียง ๓ ประเด็นเท่านั้นนะครับ ข้อเรียกร้อง ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติที่มีต่อเพื่อนสื่อมวลชนก็คือ
ข้อที่ ๑ ขอให้เพื่อนร่วมวิชาชีพสื่อมวลชน ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ได้ทําหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน โดยการเสนอข่าวและภาพข่าว ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นต้องเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ แสวงหาหนทาง การแก้ปัญหาข้อพิพาทความขัดแย้งอย่างสันติวิธี
ข้อที่ ๒ ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินนําเสนอประเด็นข่าวและ ภาพข่าวได้ตระหนักถึงความอ่อนไหวและให้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดต่อผลกระทบ ทางด้านความมั่นคง ซึ่งอาจเป็นการเปิดเผยจุดยุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีทางการทหารให้กับ ฝ่ายตรงข้ามนําไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ตั้งใจ
ข้อที่ ๓ การนําเสนอข่าวตลอดจนการแสดงข้อคิดเห็นใด ๆ โดยผ่าน บทสัมภาษณ์ บทความ หรือทางอื่นใดขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาหรือการแสดงท่าทีที่เป็น การดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยาม ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างประชาชนทั้ง ๒ ประเทศ
ข้อเรียกร้องแบบนี้ ผมคิดว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็นําไปใช้ได้ แล้วก็น่ายินดีครับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสมาคมวิชาชีพทางด้านสื่อสารมวลชน ได้เริ่มตระหนักในปัญหานี้ แต่ว่าก็ยังคงมีการปฏิบัติกันเพียงไม่กี่สื่อ วันนี้ก็เท่าที่เห็นสื่อ ที่พยายามที่จะนําเสนอแง่มุมข่าวสารใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเชิงสร้างสรรค์ ในเชิงของการแก้ไขปัญหา ผมยังเห็นอย่างกรณีทีวีไทย แต่ว่าสถานีโทรทัศน์ช่องเดียว ไม่สามารถที่จะควมคุมข่าวสารในทํานองแบบนี้ และให้พี่น้องประชาชนได้เห็นคล้อยตามได้ ไปทั้งหมด แต่ถ้าสื่อมวลชนทั้งหลายได้ตระหนักในเรื่องนี้ แล้วก็เห็นว่าบทบาทภาระหน้าที่ ของตัวเองในพื้นที่พิเศษในสถานการณ์พิเศษจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ผมเชื่อว่าจะทําให้ สถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น สุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือว่าเราไม่ค่อย มีข่าวดีจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ วันนี้รัฐบาลใช้งบประมาณลงไปจํานวน มากมายมหาศาล ผ่านหน่วยงานของรัฐจํานวนมาก แต่ว่าเมื่อลงไปแล้วผมไม่เห็นข่าวสาร ในด้านดีจากหน่วยงานเหล่านั้นกลับมารายงานให้กับสังคมได้ทราบ กองทัพได้ลงไปทําอะไร ที่เป็นประโยชน์แล้วก็สามารถสร้างมิติใหม่ ๆ ในการพัฒนาในพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย ไปอํานวยความยุติธรรมให้กับสังคมในพื้นที่ตรงนั้นได้อย่างไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปส่งเสริมอาชีพ ไปเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างไร ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างไร กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ใช้เงินงบประมาณจํานวนมหาศาล ไปดูแลผู้สูงอายุ ผู้เจ็บป่วย ผู้พิการ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปทําอะไรบ้าง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เหล่านี้ครับ จําเป็นต้องรายงานกับพี่น้อง ประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชนอื่น ๆ ด้วยก็ตามนะครับ สุดท้ายก็คือว่าวันนี้คนจํา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ล้วนแล้วแต่เรื่องร้าย ๆ ทั้งนั้นละครับ จําเมื่อปี ๒๕๔๗ มีการปล้นปืน จําเรื่องมัสยิดกรือเซะ จําเหตุการณ์ตากใบ จําปล้นปืนปี ๒๕๕๔ แต่ไม่มีใครจําเรื่องดี ๆ ของการที่รัฐลงไปแล้วก็สามารถที่จะทําให้พี่น้องในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เขาสามารถ อยู่ได้อย่างมีความสุข เขาสามารถอยู่ได้อย่างโดยมีอัตลักษณ์ของตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ทั้งสื่อมวลชน ทั้งภาครัฐ ทั้งภาคเอกชนจําเป็นที่จะต้องนําเสนอและหน่วยงานของรัฐจะต้อง ให้ความสําคัญ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ช่วงนี้ท่านประธานจะขอชี้แจงก่อนนะครับ เชิญท่านประธานเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจาก การศึกษาของกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าทางเลขานุการคณะกรรมาธิการ กําลังจดบันทึกเพื่อที่จะเอาข้อสรุปที่ท่านได้นําเสนอที่ทางกรรมาธิการไม่ได้มีศึกษาไว้ เพื่อจะได้เป็นการเพิ่มเติม ผมขออนุญาตเพิ่มเติมไปนิดหนึ่งในกรณีที่พูดถึงว่าการใช้ งบประมาณ ณ วันนี้มันมีการพาดพิงไปถึงผมว่าในช่วงงบประมาณที่ลงในพื้นที่ ช่วงที่ ท่านวิชาญได้พูดถึงว่าในกรณีของโรงพยาบาลที่จังหวัดนราธิวาสท่านได้ไปตรวจงานในสมัยที่ ท่านเป็นรัฐมนตรี วันนี้ได้ดําเนินการไปอย่างไร ผมขออนุญาตเรียนในกรณีนี้ว่าผมเองซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ก็ได้ไปติดตาม ที่สําคัญเพื่อจะได้ บันทึกไว้ในสภาว่ารัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ได้ยกฐานะโรงพยาบาลนราธิวาส เป็นโรงพยาบาลศูนย์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้งบประมาณไปในสมัยท่านรัฐมนตรี วิทยา สําหรับที่คาใจของเพื่อนสมาชิกอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่างบประมาณลงในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ถ้าพี่น้องประชาชนฟังอยู่ทางบ้านคงจะตกใจว่ารัฐบาลนี้เอางบประมาณลงไป เยอะแยะมากมายก่ายกอง ที่จริง ๑.๔ แสนล้านบาทนี้มาจากตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แล้วก็ไล่มา จนถึงวันนี้หลายปีมาแล้วนะครับ ๗-๘ ปี รวมแล้ว ๑.๔ แสนล้านบาท ไปถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในขณะนี้ แต่ว่าในแต่ละปีก็มีใกล้เคียงกันนะครับ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นนะครับ แต่ละปีงบประมาณของแต่ละรัฐบาล สําหรับเงินผมได้ติดตามในกรณีที่เงินงบประมาณลงไป พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามันจะไปโป่งหรือมันจะค้างท่อตรงไหน ผมขออนุญาตเรียน อย่างนี้ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงน่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างพิเศษ น่าจะเป็นงบประมาณของ กอ.รมน. ปกติงบประมาณซึ่งลงไปโดยงบประมาณที่ผ่านสภาด้วยงบประมาณปกตินี้จะมีการ จัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่เป็นวิธีการพิเศษนะครับ อันนี้เรียนทําความเข้าใจเพื่อจะเป็นข้อมูลพื้นฐาน ไม่อย่างนั้นจะเข้าว่าทางกรรมาธิการไม่ลงในปลีกย่อย
สําหรับประเด็นของท่านอภิชาตได้พูดถึงว่าในการทําข้อมูลข่าวสารส่วนใหญ่ ไม่เป็นเอกภาพและไม่มีรายละเอียด ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ครับว่าข้อมูลข่าวสาร ที่กรรมาธิการได้ไปศึกษาประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือการรวมข้อมูลของหน่วยราชการในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับการแก้ไขปัญหาไม่เป็นเอกภาพ ต่างคนต่างรายงาน ต่างคน ต่างมีข้อมูลถือคนละฉบับ เพราะฉะนั้นนําไปสู่ปัญหาในการแก้ไขปัญหาไม่เป็นไปมิติเดียวกัน แยกมิติกันเลยทําให้มีปัญหาอยู่ อันนี้ก็ส่วนหนึ่ง สําหรับส่วนในมิติที่ท่านบอกว่าการข่าว ของสื่อมวลชน ต้องพูดในแง่ของดี ๆ บ้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นด้วยกับ ท่านกรรมาธิการท่าน ส.ส. อภิชาตได้พูดถึงว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายเรื่องที่เป็นเรื่อง ที่ดี ๆ เรื่องวัฒนธรรมที่มีความเข้มแข็งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สื่อสาธารณะควรที่จะต้อง นํามาใส่และให้เป็นจุดแข็งในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังสามารถทําได้ แต่ประเด็นที่สําคัญ ไฮท์ไลท์ (Heightlight) ของสังคมมันก็ไม่สามาถที่จะไปกล่าวหา และว่าเขาได้ สังคมของให้ความสนใจและใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรง อันไหน เหตุการณ์ที่มีความลื่นไหลเป็นไปได้ สร้างสรรค์ สังคมกลับไม่ให้ความสนใจในด้านการข่าว อันนี้ก็น่าเห็นใจในลักษณะการทําข่าวด้วย ผมขออนุญาตเรียนสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างยิ่งที่ให้กระผมได้มีโอกาสมีส่วนร่วม ในการอภิปรายนในครั้งนี้ การอภิปรายครั้งนี้ก็คือในเรื่องของรายงานผลการพิจารณา การศึกษาเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และแนวทางการแก้ไข เชิงรุก โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ศึกษาแล้วก็ ทํารายงาน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่าการศึกษาเรื่องใดนั้น ก็ถือว่าวัตถุประสงค์นั้นมีความสําคัญอย่างใหญ่หลวงในเรื่องของการศึกษา เช่นเดียวกัน ขอบเขตของการศึกษาก็เช่นเดียวกันมีความสําคัญอย่างมาก นอกจากนั้นยังไม่พอ วิธีการศึกษานั้นก็ต้องถือว่าเป็นหลักสําคัญ เช่นเดียวกันคําจํากัดความ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มีความสําคัญ แล้วก็ส่วนอื่น ๆ ทําไมผมถึงยกตรงนี้ขึ้นมากล่าว ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับว่าขอบเขตของการศึกษาครั้งนี้วัตถุประสงค์ผ่านไปนะครับ ขอมาที่ขอบเขตการศึกษา ขอบเขตการศึกษาครั้งนี้ต้องบอกว่าระยะเวลาของการศึกษา ที่จะไปศึกษาในระยะของเหตุการณ์ก็คือ ๖ ปี นับแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าความจริงแล้วเหตุการณ์ภาคใต้ ไม่ได้เกิดขึ้น ในยุคสมัยพุทธศักราช ๒๕๔๗ ถึงพุทธศักราช ๒๕๕๒ เท่านั้น เลยปีพุทธศักราชการ ๒๕๕๒ ก็เป็นปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ก่อนหน้านั้นเช่นเดียวกันสถานการณ์ภาคใต้ก็มีความรุนแรง แล้วข้อสําคัญก็คือเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ใดก็ตามแต่ ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องเหล่านั้นได้เกิดก่อนหน้า แล้วก็เป็นปัญหาอุปสรรค ผ่านเนื่องมาจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์หรือเกิดความรุนแรงอันต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่ากรรมาธิการเลือกจับเฉพาะ ๖ ปี นับแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ นั้น ผมคิดว่าเรื่องราวต่าง ๆ การนําเสนอ เรื่องราวต่าง ๆ หรือการศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าจะก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน และความไม่เข้าใจมากขึ้น คงต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าหลายท่าน อาจจะนิยมชมชอบ ความจริงท่านประธานก็เพื่อนผมนะครับ แต่ผมเองอยากจะขอทํา ความเข้าใจ แล้วก็อยากจะขอถามว่าทําไมถึงศึกษาเท่านี้อย่างไรท่านก็คงจะตอบ ผมก็ขออนุญาตอภิปรายขัดจังหวัดไว้นิดหนึ่งว่าท่านคงไม่ตอบนะครับว่าเวลามันน้อย คงไม่ใช่นะครับ เพราะว่าผลของการศึกษาเรื่องนี้มันสามารถนํามาอธิบาย หรือเอามา เป็นกลุ่มคนหรือกลุ่มเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ในการที่จะร้อยเรียงมา ในการที่จะนํามาขยายผล ในเชิงอธิบายได้ ถ้าเราพูดโดยสรุปก็คือกลุ่มคนที่เห็นว่ารายงานฉบับนี้มีความสําคัญ ก็มีผลประโยชน์ต่อตน ต่อกลุ่ม ต่อพวก ก็นํามาขยายผล ถ้ากลุ่มไหนเห็นว่าไม่มีประโยชน์ ก็ไม่นํามาขยายผลสืบเนื่องหรือนําเอามาอ้างอิง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่าห่วงใย ผมเอง น่าห่วงใย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ การศึกษานี้มีตอนหนึ่งบทที่ ๔ ในเนื้อหาบทที่ ๔ ได้แยกแยะว่า วิเคราะห์ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การดําเนินการในระยะเวลาต่อไป จึงจําเป็นต้องวิเคราะห์ทบทวนถึงสาเหตุปัญหาพื้นฐานของประชาชนที่เชื่อมโยง สู่ขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถกําหนดนโยบายและวางกลยุทธ์ ในการพัฒนาและแก้ปัญหาที่ยังคงรุนแรงในพื้นที่ได้ตรงจุด ซึ่งสามารถพิจารณาประเด็น ปัญหาและเงื่อนไขความขัดแย้งได้ดังนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ว่าร้อยเรียงคําพูดมาดูแล้วดีครับ มีความต้องการที่จะแก้ไขสถานการณ์ มีความห่วงใยดีครับ แต่ข้อสําคัญนั้นก็คือ ๔.๑ วิเคราะห์สาเหตุประเด็นปัญหาที่สําคัญ ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมพูดไว้ตรงนี้ก่อนว่าไม่เห็นด้วย แล้วก็เห็นมีความขัดแย้งต่อการนําข้อความเหล่านี้มาใช้ ในผลงานการวิจัยในครั้งนี้ จากการศึกษาในครั้งนี้ จริงอยู่สถาบันใดใครก็ตามแต่จะศึกษา อย่างไรผมเองก็ไปหาอ่านเอา ทุกคนก็ไปศึกษาเอา แล้วทุกคนก็แยกแยะแนวคิดเอาว่า วิเคราะห์เอาถูกต้องหรือไม่ แต่ที่ผมเองไม่เห็นด้วยเป็นเพราะว่าสถานที่แห่งนี้ แล้วการนําเสนอแห่งนี้เป็นผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ เป็นคณะกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษา ซึ่งมีน้ําหนักในการอ้างอิงเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนไม่เห็นด้วยกับข้อความต่อไปนี้ หลังจากการปฏิรูปการปกครอง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยอิทธิพลของความคิดของการเป็นรัฐสมัยใหม่ได้กลายเป็นการเริ่มต้น ของความไม่พอใจของเจ้านายเจ้าเมืองเก่าที่เคยมีอํานาจปกครองบริเวณเมืองปัตตานีเดิม จนกระทั่งมีการใช้นโยบายชาตินิยมที่มีการก่อร่างและได้ตกเป็นผลึกอย่างชัดเจนในรัฐบาล ของจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม โดยในช่วงดังกล่าวก็ได้มีการยืนยันข้อเรียกร้องของประชาชน ในพื้นที่ให้มีการปกครองเขตจังหวัดชายแดนใต้ในรูปแบบเฉพาะภายใต้การนําของฮัจยีสุหลง บิน อับดุลกอเดร์ ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ หรือในกรณีของเหตุการณ์ดุซงญอ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ซึ่งได้กลายมาเป็นเหตุการณ์ที่ถูกนํามาเป็นบทเรียนให้แก่ฝ่ายรัฐและประชาชนในพื้นที่ ได้เรียนรู้ตลอดมา จนกระทั่งปัจจุบันเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ได้กลายเป็นปัญหา ที่ซับซ้อนและมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น และได้มีหลายฝ่ายที่ศึกษาปัญหาและออกมา ให้ข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหา ซึ่งสามารถจําแนกปัญหาด้านต่าง ๆ
สรุปแล้วท่านชัยวัฒน์อยากจะให้แก้ข้อความตรงไหนครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน การปกครองในรูปแบบรัฐบาลรัฐสมัยใหม่ในองค์พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช หรือที่ พี่น้องประชาชนรู้จักกันก็คือสมัยรัชกาลที่ ๕ ไม่ได้ทรงที่จะเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน หรือหัวเมืองต่าง ๆ ที่จะมีความขัดแย้งเลย แต่ว่าการนํามากล่าวดังนี้ผมเองก็ต้องคิดว่า ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งเลย เพราะฉะนั้นผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าเพราะฉะนั้น ผมเองไม่เห็นด้วยที่จะนําข้อความเหล่านี้มากล่าวไว้ในเอกสารฉบับนี้ ซึ่งไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคาพครับว่าขอกรรมาธิการได้ดําเนินการ ในการแก้ไข เพราะว่าการปกครองการปฏิรูปการปกครองรัฐสมัยใหม่ของประเทศไทย ในพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชนั้นไม่ได้ใช้ในเฉพาะภาคใต้ครับ ท่านประธาน ใช้ทั้งประเทศภาคเหนือ ภาคอีสาน ทั้งประเทศครับ ไม่มีแผ่นดินตรงไหนที่มีปัญหา พี่น้องประชาชนคนไทยในปัจจุบันก็แซ่ซ้องสรรเสริญว่าในสมัยรัชกาลในสมัยพระองค์นั้น บ้านเมืองเราเจริญก้าวหน้านะครับ เราปกครอง
คงต้องขอให้คุณชัยวัฒน์ได้เสนอด้วยนะครับว่าจะแก้ให้เป็นอย่างไร แต่เมื่อกี้คุณวัชระแก้ ก็บอกว่าให้ตัดคําว่า ราช ออก ท่านประธานท่านก็แก้ไขให้นะครับ
ตรงนี้ต้องนําออกแก้ไข เปลี่ยนแปลงครับท่านประธาน ผมคิดว่าถ้ายังคงอยู่นี่ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมรับไม่ได้นะครับ ท่านประธานที่จะใช้ข้อความอย่างนี้ กล่าวไว้เช่นนี้ว่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในสมัยนั้นได้สร้างการปกครองปฏิรูปแผ่นดินแล้วทําให้แผ่นดินเราแตกแยก ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ขอให้แก้ไขนะครับ กราบขอบคุณครับ เท่านี้ครับ
เชิญท่านประธานเจะอามิง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริง ด้วยความเข้าใจของท่านสมาชิก ที่จริงวันนี้เราพิจารณาเล่มรายงานผลพิจารณาศึกษาปัญหา ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้เล่มสีน้ําเงิน แต่ว่าที่ท่านพูดไม่ได้ผิดหรอกครับ ก็ถูก ก็เป็นอีกเล่มหนึ่ง เป็นเล่มของรายงานผลพิจารณาศึกษาสถานการณ์ความไม่สงบในจังวัด ชายแดนภาคใต้ แนวทางการแก้ไขเชิงรุก ซึ่งบรรจุในระเบียบวาระแต่ยังไม่ได้นําเข้ามา พิจารณา ผมขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมครับท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขออนุญาตเรื่องที่ท่าน พูดเมื่อสักครู่ไว้รายงานผลพิจารณาศึกษาเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดน ภาคใต้ และแนวทางการไขปัญหาเชิงรุกเข้ามาพิจารณาในกรรมาธิการแล้วเราค่อยไปพูด ตรงนั้น แล้วผมจะไปชี้แจงตรงนั้นอีกทีหนึ่งครับ สําหรับวันนี้ผมขออนุญาตเรื่องพิจารณาวันนี้ ในกรณีรายงานผลพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้รายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนนะครับ
ก็สบายใจแล้วนะครับ ก็เป็นอันว่าท่านประธานเจะอามิง จะรับไปประสานให้นะครับ
ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว ครับขออนุญาตนําแก้ไขก่อนบรรจุได้ไหมครับ
ผมว่าเปิดโอกาสให้ท่านประธานท่านไปประสานงานก่อนก็แล้วกันนะครับ คือรับไป ดําเนินการอย่างนั้น ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันอีกครั้งหนึ่ง ให้ประสานกันโดยตรง ก็แล้วกัน เพราะว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่บรรจุในระเบียบวาระครับ
เข้าใจครับท่านประธาน แต่เป็น เรื่องต่อเนื่องและเป็นเรื่องที่เรียกว่าความจริงต้องเอามาเข้าในคราวเดียวกัน เพื่อการประชุม จะได้ไวขึ้น แต่วิธีการที่เรานํามาประชุมกันและบรรจุไปทีละตอนนี้ผมเองอาจจะนําเสนอ เร็วไปหน่อย แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเป็นห่วงครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ท่านก็รับไปดําเนินการนะครับ ส่วนจะสําเร็จหรือไม่สําเร็จนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ นายแพทย์เทียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทียนชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ จากที่ผมได้อ่านศึกษารายงานที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้ทํามา ก็ถือว่ามีคุณค่า อีกชิ้นหนึ่งที่ทางรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรของเราคงจะได้นําเสนอให้ทางคณะรัฐบาล ได้นําไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมมีเรื่องที่หลังจากอ่านแล้วก็คิดว่ามีเรื่องที่สําคัญอยู่ ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ก็คงจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ได้พูดถึง เรื่องของมิติที่ยิ่งใหญ่ก็คือเรื่องของสื่อสาร ซึ่งสื่อสารที่ออกไปในเรื่องของการเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทําให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปได้รับรู้ถึงความไม่สงบในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นี้ มีความรู้สึกที่อาจจะแตกต่างกันไปตามข้อมูลของแต่ละสื่อที่นําเสนอ เมื่อสักครู่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ได้กล่าวตอบว่าได้ศึกษาในเรื่องสื่อต่าง ๆ เชิญสื่อต่าง ๆ มาให้ หรือการแถลงของสื่อต่าง ๆ ที่ออกไป เท่าที่ผมฟังนี้จะเป็นสื่อทาง ภาครัฐเสียมากกว่า ไม่วาจะเป็นหน่วยงานความมั่นคงด้านต่าง ๆ ซึ่งมีหลายหน่วยงานคุมอยู่ แต่ที่สําคัญนั่นคือสื่อสารมวลชนนะครับ สื่อสารมวลชนที่สําคัญก็คือสื่อสารมวลชนที่อยู่ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งจะมีความรู้สึก รู้ลึกเบื้องหน้าเบื้องหลังและน่าจะเป็นผู้ที่ใกล้ชิด กับเหตุการณ์ เพราะฉะนั้นการนําเสนอข่าวจากเขตในพื้นที่นี้ผมถือว่ามีความสําคัญ และน่าจะเป็นปัจจัยอันหนึ่งที่จะนําไปสู่ความจะทําให้การพัฒนาแก้ไขปัญหาในเรื่องของ เหตุการณ์ไม่สงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้นี้มีส่วนสําคัญในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะพี่น้อง ประชาชนทุกคนก็สามารถที่จะรับรู้ได้โดยการผ่านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออกมา ทางวิทยุ การได้ยิน หรือจากการได้เห็นทางโทรทัศน์ ท่านประธานครับ เรื่องสื่อนี้ในการ เสนอสื่อที่มีความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับเรื่องเชื้อชาติ เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมความแตกต่าง ทางศาสนา มีความละเอียดอ่อนนะครับ มันจะต้องมีการให้ความรู้หรือสภาวิชาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะสภาวิชาชีพทางด้านสื่อ เราจะต้องมีการติดต่อประสานงานให้ความรู้ในการ เสนอข่าว แน่นอนครับ เราต้องให้ความอิสระ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องให้มีวิธีการที่ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการขยายข้อมูลที่อาจจะทําให้เกิดความไม่เข้าใจกับคนในชาติ ซึ่งมีความแตกต่างกันทางด้านศาสนาและเชื้อชาติอยู่เป็นทุนเดิม ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมชาติ นะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เสียหายอะไร อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทาง ท่านประธานได้นําไปแจ้งกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ในเรื่องที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้ทราบว่า มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับรายงานของกรรมาธิการวิสามัญฉบับนี้ในหน้า ๒๒ ที่พูดถึงบุคลากรทางการแพทย์ถูกแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ และการตรวจพิสูจน์ ทางการแพทย์จากฝ่ายความมั่นคงบางส่วน และก็มีข้อความอธิบายต่อไปว่ามันเกิดขึ้น ได้อย่างไร บังเอิญผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือฉบับหนึ่งที่แจกให้กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ชื่อว่า เมื่อฟ้าหม่น เจดีย์หัก ที่ปักษ์ใต้ เรียบเรียงโดยคุณวิมลพรรณ ปีตธวัชชัย ได้มีโอกาสทราบข้อมูลจากหมอที่อยู่ชายแดนภาคใต้ สรุปก็คือว่าแพทย์ที่ทํางาน อยู่ที่นั่นมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องการรักษาความเป็นกลาง ที่คนทํางานด้านสาธารณสุข ในพื้นที่ส่วนใหญ่จะได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ว่ามีความเป็นกลาง ในนี้บอกว่าขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทางฝ่ายความมั่นคงก็หมายถึงทหารและตํารวจกําลังทําให้เสียความเป็นกลาง ของหมอไป ด้วยสาเหตุหลายประการที่เจ้าหน้าที่รัฐดําเนินการอยู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้ หมอในพื้นที่จะยังไม่เคยเสียชีวิตจากการลอบทําร้ายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่หากหมอ เสียความเป็นกลางไปแล้ว ความปลอดภัยของหมอก็อาจจะไม่แน่เสมอไป อันนี้ก็คือสิ่งที่ได้ พูดถึงความเป็นกลาง ในส่วนที่จะบอกว่าฝ่ายความมั่นคงทางการแพทย์ถูกแทรกแซงนะครับ ก็จะมีเรื่องถูกแทรกแซงเท่าที่อ่านมาและทราบมาก็จะมีอยู่ด้วยกัน ๕ ประเด็นด้วยกันครับ
ประเด็นแรก ก็คือว่าฝ่ายความมั่นคงมักจะใช้พื้นที่ โดยเฉพาะสถานีอนามัย ซึ่งเราคงทราบดีนะครับว่าสถานีอนามัยก็จะอยู่ตามหมู่บ้านและตําบลต่าง ๆ ก็จะใช้พื้นที่นั้น ทั้งบ้านพักหรือที่ทําการ เพราะสะดวกครับ มีทั้งไฟฟ้ามีน้ําประปา ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ สิ่งเหล่านี้ก็ทําให้เกิดความกังวลกับแพทย์ เพราะว่าบางครั้งแพทย์กับทหารก็มีการทักทายกัน แต่กลุ่มแนวร่วมที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่อาจจะคิดว่าเป็นการแอบให้ข้อมูลกันได้ ในกรณีนี้ ทางแพทย์ก็ได้บอกทางทหารอย่างเป็นทางการว่าไม่อนุญาตให้เขามาใช้พื้นที่ของโรงพยาบาล หรือสถานีอนามัยประจําหมู่บ้านเป็นสถานที่ตั้งค่ายพักแรม แต่ทหารก็แก้เกม (Game) ด้วยการแอบเข้าตั้งค่ายในช่วงเย็นวันศุกร์ เพราะไม่ค่อยมีใครอยู่ ซึ่งหมอก็ไม่รู้จะทําอย่างไร เหมือนที่สถานีอนามัยบ้านกาลีซาและสถานีอนามัยบ้านบองอ อําเภอระแงะ จังหวัด นราธิวาส ซึ่งการเข้ามาตั้งค่ายในสถานีอนามัยทั้ง ๒ แห่ง ทําให้หมอรู้สึกไม่สบายใจเพราะ กลัวจะตกเป็นเป้าของการถูกทําลายนะครับ อันนี้คือสิ่งที่แพทย์ได้พูดถึง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเป็นส่วนที่รบกวนจิตใจของแพทย์ที่ทํางาน เนื่องจากว่า ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปพบแพทย์ตามสถานีอนามัย เพื่ออะไรครับ เพื่อสอบถามที่อยู่ รวมทั้ง อาจจะมีแผนที่ โดยปกติโรงพยาบาลก็ไม่มีแผนที่หรอกครับ แต่ในนี้จะมีบันทึกบ้านที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะดวกในการติดต่อ ซึ่งทางฝ่ายแพทย์และพยาบาลก็ไม่ค่อยสบายใจ เพราะมันเป็นข้อมูลที่ตํารวจทหารควรจะได้ทราบได้ด้วยการสืบสวนข้อมูลเองโดยไม่ต้องใช้ ข้อมูลของโรงพยาบาล เขาบอกว่าถ้าเราให้ข้อมูลไปเชื่อว่าแม้จะเป็นการแอบให้ชาวบ้าน ก็จะรู้ในที่สุด ซึ่งจะทําให้แพทย์อยู่ในพื้นที่ไม่ได้ แต่พอไม่ให้ข้อมูลไป ฝ่ายความมั่นคงก็จะ ไม่พอใจ มักจะถูกย้อนถามกลับมาว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเปล่า หรือถูกกระแทกกระทั้น ว่าเป็นโจรหรือเปล่า ทั้งที่พวกเขาก็ห่วงความปลอดภัยในเรื่องของการสูญเสียความเป็นกลาง
ประเด็นที่ ๓ ที่มีส่วนนั่นก็คือว่าเกิดความวิตกกังวลก็คือว่าเมื่อผู้บาดเจ็บ ถูกทําร้ายได้เข้าไปสู่โรงพยาบาลแล้ว มันก็เกิดว่าการจับกุมตัวผู้ต้องหามักจะจับกุมได้ ที่โรงพยาบาล ก็ทําให้คนที่นําส่งโรงพยาบาลเกิดความไม่เชื่อถือ ไม่ไว้ใจ เพราะว่าหลังจาก บาดเจ็บเพราะว่าเชื่อแน่ว่าเกิดจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ก็จะมีการตามมาจับกุม ตามโรงพยาบาล นี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ทางเจ้าหน้าที่มีความกังวล เพราะว่าอย่างนี้ครับ พอมีการ จับกุมในโรงพยาบาล มันมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก็คือว่าวันรุ่งขึ้นของวันที่ถูกจับมีญาติ ของคนไข้เดินขึ้นไปหาแพทย์ที่สถานีอนามัย พร้อมกับบอกว่าให้ออกจากพื้นที่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นตาย เนื่องจากการที่หมอไปรับปากโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ําว่าคนร้ายจะถูกจับกุม อันนี้ก็คือเหตุผลที่ว่าบางครั้งคนไข้บาดเจ็บรุนแรงแล้วก็มักจะกลัวว่าผมจะถูกจับกุมไหม หมอก็บอกว่าเอาน่า ไม่น่ามีอะไรหรอก เดี๋ยวหมอจะช่วยดูแลให้ ในที่สุดคําพูดนั้นก็ไม่ได้เป็น อย่างนั้น อันนี้เราก็ต้องเข้าใจทั้ง ๒ ฝ่าย ผมก็เข้าใจในฝ่ายของความมั่นคง ขณะเดียวกัน ของแพทย์เราก็เข้าใจ เราจะปรับวิธีการอย่างไรให้เหมาะสม อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ฝากไว้ ในที่นี้ด้วย
ประเด็นที่ ๔ นายแพทย์บอกว่าการบั่นทอนความเป็นกลางของหมอก็คือ ฝ่ายความมั่นคงจะบังคับให้มีการผ่าหัวกระสุนปืนหรือวัตถุที่ตกค้างอยู่ในคนที่ตายไปแล้ว ซึ่งมันขัดกับความเชื่อถือของคนที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องการให้มีการ ผ่าศพพิสูจน์ เพราะว่าเป็นความเชื่อที่ว่าจะทําให้ศพไม่สมบูรณ์ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทําให้ เกิดความรู้สึกหนักใจ ทําให้แพทย์ต้องตัดสินใจว่าขึ้นอยู๋กับคนป่วยหรือญาติดีกว่า ว่าจะอนุญาตให้หรือไม่ ซึ่งก็สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายความมั่นคง
ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องว่าเป็นกลยุทธ์ของทางฝ่ายความมั่นคงที่นําเอา หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปในพื้นที่ แล้วก็ได้มีการดูแลรักษาคนไข้เป็นปกติ แต่กับแพทย์ หรือพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่มีความหนักใจครับ เพราะเขาเชื่อว่าแพทย์กลุ่มนี้กับแพทย์ที่อยู่ ในพื้นที่ได้มีการประสานงานกัน เพื่อการทํางานด้านข่าวหรือด้านเชิงจิตวิทยาอะไรบางอย่าง ก็ทําให้เกิดความสูญเสียความเป็นกลาง ผมก็เลยเรียนในเรื่องเกี่ยวกับทางสาธารณสุข หรือทางแพทย์ที่มีความหนักใจในเรื่องของการปฏิบัติงาน เพราะว่าความสําเร็จจาก การปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายก็ดี การปฏิบัติการก็ดี รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน การใช้สื่อสาร การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นบุคคลที่จะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจําเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องเข้ารับการอบรม มีการเรียนการสอนให้รู้ เพราะว่าเมื่อเข้าไปแล้วถ้าเรา ปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องมันก็เกิดความไม่เข้าใจกัน แล้วการแก้ไขปัญหาก็มีแต่จะยังเป็นเรื่องของ คาราคาซัง ก็เป็นเรื่องของที่ไม่มีใครจะแก้ได้ แล้วเราก็จะพูดซ้ําแล้วซ้ําเล่า เพราะว่า แผนปฏิบัติการเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด วันนี้ผมก็ถือโอกาสนําเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาเรียน ให้ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ แล้วก็เชื่อมั่นว่าใน ๒ ประเด็นหลัก ที่ผมนําเสนอในวันนี้ ก็คือเรื่องการสื่อสารที่ดีจะเป็นปัจจัยอันสําคัญนําไปสู่การแก้ไข ในปัญหานี้ได้ และเช่นเดียวกันกับหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าเป็นข้าราชการครู ผมเชื่อว่า ก็มีความละเอียดอ่อนไม่เหมือนกัน จะสังเกตเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ที่ทําร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ดี ส่วนใหญ่คือจะมีความรู้สึกออกไปทางความรู้สึกเคียดแค้นชิงชัง เพราะสภาพของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมันบ่งบอกถึงความเคียดแค้นชิงชังที่ไม่สามารถจะประนีประนอมกันได้ เพราะฉะนั้น เราจําเป็นจะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและความเข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเป็นคุณซูการ์โน มะทา เพราะว่าชื่อก่อนคุณสมคิด เมื่อกี้ผมไม่ได้เรียก คุณซูการ์โน มะทา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ผมเป็นกรรมาธิการคนหนึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ วันนี้ต้องขอบคุณ เพื่อนสมาชิกและสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ที่ได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องของรายงานการประชุม ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ได้ให้ประเด็นข้อสังเกตในเรื่องข้อสรุป ทั้ง ๒๐ ประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้สรุปนั้น ในส่วนตัวของผมแล้วผมคิดว่า ก็เป็นประเด็นที่มีประโยชน์ ถ้าหากว่าฝ่ายบริหารนั้นจะนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ในความรู้สึกในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่นั้น ด้วยความล่าช้า ของกระบวนการเข้าสู่การพิจารณาของสภานั้น ข้อมูล ข้อเสนอแนะของกรรมาธิการนั้น จึงไม่ทันสมัย ไม่เข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้แต่ในฐานะที่เป็น ส.ส. ในพื้นที่ผมก็ ขออนุญาตได้พูดในบางประเด็นที่ยังไม่มีในรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งประเด็น เหล่านี้เป็นประเด็นที่มีนักวิชาการของสถาบันการศึกษาที่สําคัญ ๆ ของประเทศแล้วก็องค์กร เอ็นจีโอ (NGO) ต่าง ๆ ได้ทําการไปศึกษาวิจัยถึงความต้องการหรือแนวทางในการแก้ปัญหา ภาคใต้นั้นก็มีข้อสรุปอยู่ประมาณ ๘ ประเด็นด้วยกัน แต่ประเด็นหนึ่งที่เป็นประเด็นที่ได้รับ ความสนใจจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นอย่างสูง ก็คือประเด็นของการส่งเสริมหรือสนับสนุนในการปกครองตนเองในรูปแบบ พิเศษภายใต้กรอบกติกาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ ซึ่งประเด็นนี้ผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นว่าในเมื่อเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยและกรอบกติกา ที่เป็นกฎหมายสูงสุดได้กําหนดและให้ประชาชนที่มีความแตกต่างในเรื่องของอัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ ศาสนา ประเพณีวัฒนธรรมนั้นมีสิทธิที่จะรวมตัวกันเพื่อปกครองตนเองนั้น ผมจึงเห็นว่าแนวทางการที่จะกระจายการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเป็นแนวทางในการ แก้ปัญหา ภาคใต้นั้นเป็นหนทางหนึ่งที่ผมคิดว่าทางกรรมาธิการน่าจะเสนอเป็นแนวทาง ให้กับรัฐบาล เมื่อเช้าวันนี้หลายท่านก็ได้พูดว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาภาคใต้ หลายท่านก็บอกว่าหลายโครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ท่านประธานที่เคารพถ้าท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่แล้ว ข้อเท็จจริง ก็คือวันนี้มีคําเปรียบเปรยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่า คนที่ติดคุกเมื่อได้ออกมาจากคุก ก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในคุก ซึ่งผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็ได้สอบถาม ว่าทําไมถึงพูดอย่างนี้ หมายความว่าอย่างไร แล้วมันเกี่ยวข้องอย่างไรกับความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวบ้านตาดํา ๆ ที่เขารับรู้ข่าวสาร ที่เขารับรู้ถึงปัญหาข้อเท็จจริงในพื้นที่นั้น เขาบอกว่าตราบใดที่รัฐบาลยังทุ่มงบประมาณ ไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของพี่น้องประชาชน ทุ่มกําลังพล สถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีวันสงบ นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมอยากนําเสนอให้กับกรรมาธิการ โดยผ่านท่านประธาน เพื่อเป็นข้อเสนอส่วนหนึ่งว่าวันนี้ท่านก็บอกว่าวันนี้ท่านก็บอกว่า วันนี้เรามีศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ขึ้นมา เพื่อแก้ต้นเหตุ ของปัญหา เพราะว่าหลายท่านก็พยายามพูดถึงว่าต้นเหตุของปัญหาภาคใต้ก็คือเกิดจาก การที่รัฐบาลของพรรคไทยรักไทยนั้นยุบองค์กรหรือหน่วยงานในพื้นที่ลง ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้รัฐบาลบอกว่าเรามีรัฐมนตรีไปกํากับดูแลในพื้นที่ ไปแก้ปัญหาเพื่อสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนให้มีรายได้ถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อหัวต่อคนต่อปี ท่านประธานที่เคารพ ข้อเท็จจริงวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้ดีว่าการทุจริตเชิงนโยบายนั้น มีอยู่สูง จึงอยากฝากประเด็นเรื่องของการทุจริตเชิงนโยบายให้กับทางกรรมาธิการได้รวบรวม เป็นข้อมูลเสนอให้กับรัฐบาลหรือผู้มีอํานาจในการแก้ปัญหา ผมอยากจะยกตัวอย่าง บางประเด็น อย่างกรณีของการแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อหัวต่อปีนั้น ข้อเท็จจริงแล้วเป็นโครงการที่หน่วยงานที่รัฐบาลประกาศนัก ประกาศหนาว่าจะสามารถแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ก็คือ ศอ.บต. ได้ส่งเสริมโครงการขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่าพนพ แล้วก็มีการแจกไม่ว่าจะเป็น สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนหรือแม้ว่าจะเป็นปุ๋ยทางการเกษตร แต่ท่านประธานที่เคารพ มันมีหลาย ๆ องค์กรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ปฏิเสธ ไม่ขอรับเรื่องของบประมาณสนับสนุนจาก ศอ.บต. ในประเด็นของเรื่องของโครงการเหล่านี้ เพราะว่าสิ่งที่ทางราชการแจกให้ถึงมือพี่น้องประชาชนนั้น ไม่ว่าจะเป็นแพะ ไม่ว่าจะเป็นแกะ ไม่ว่าจะเป็นเป็ด หรือไก่ หรือปลา มูลค่าข้อเท็จจริงตามท้องตลาดที่พี่น้องประชาชนสามารถ หาซื้อได้นั้นมีมูลค่าไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานที่เคารพ ข้อมูลที่หน่วยงานที่รัฐบาล ประกาศนักประกาศหนาว่ามีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสามารถแก้ปัญหาได้ ได้ทํารายละเอียดให้ประชาชนในพื้นที่ที่รับโครงการนี้เซ็นเป็นวงเงินถึงคนละ ๕,๐๐๐ บาท แล้วประเด็นนี้ก็ประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดยะลาหลาย ๆ อบต. ด้วยกัน ผมจึง อยากฝากประเด็นว่าการทุจริตเชิงนโยบายที่เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนไม่สบายใจนั้น ให้ทางคณะกรรมาธิการได้รวบรวมเป็นประเด็นสําคัญด้วย เพราะท่านอย่าคิดว่าวันนี้ เรามี ศอ.บต. แล้วเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้น วันนี้เรามีทหารถึง ๖๐,๐๐๐ กว่าคน พี่น้องประชาชน จะอยู่อย่างมีสุขปลอดภัย ผมถามท่านประธานผ่านถึงกรรมาธิการว่าถ้าเราดูกําลังพล ณ วันนี้ ๖๐,๐๐๐ กว่าคนเกือบ ๗๐,๐๐๐ คนในพื้นที่ทําไมครับ ฆ่ายกครัวพี่น้อง ชาวไทยพุทธ ซึ่งสังหารที่ตําบลเขตอําเภอศรีสาคร สามารถผ่านด่านจุดตรวจจะสกัด ที่ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีการเข้มงวดเรื่องของการตรวจเข้ม ผ่านมาถึงเกือบ ๑๐๐ กิโลเมตร มาทิ้งอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลายกครัว ๔ ศพ ๕ ศพ ชาวไทยพุทธ ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ถ้าหากเราไม่ได้ติดตามหรือเจาะลึกในประเด็น เหล่านี้ ปัญหาต่อมาที่จะตามมาก็คือความไม่เข้าใจ ความแตกต่าง ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ระหว่างพี่น้องไทยพุทธกับพี่น้องไทยมุสลิมก็จะเกิดปัญหาขึ้น ฉะนั้นวันนี้ผมอยากเสนอว่า อยากให้ทางกรรมาธิการได้มองถึงประเด็นข้อเสนอของนักวิชาการที่บอกว่าการแก้ปัญหา พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกต้องนั้นคือการมอบอํานาจให้คนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ คนปัตตานี คนยะลา คนนราธิวาสแก้ปัญหาของเขาเอง วันนี้ถ้าเรามองดู ศอ.บต. อํานาจสูงสุดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรี มอบหมาย แต่ความต้องการของพี่น้องประชาชนเขาต้องการที่จะปกครองภายใต้กรอบกติกา ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉะนั้นแนวคิดประเด็นของการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ นครปัตตานีนั้นจึงเป็นแนวคิดแนวคิดหนึ่งที่ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทยสนับสนุนในประเด็นนี้ แต่ไม่ใช่เป็นประเด็นการเมือง เพียงแต่ว่านครปัตตานีของเรานั้นคิดกรอบไม่ต่างจาก ศบ.ชต. ของพรรคประชาธิปัตย์ บริหารงบประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผู้บริหารงบประมาณ มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พี่น้อง ชาวไทยพุทธในพื้นที่ถ้ามีความสามารถ ก็สามารถมาเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรนี้ได้ หรือพี่น้องไทยมุสลิมที่มีความสามารถเข้ามาบริหารตรงนี้ก็มีอํานาจ มีสภาในการตรวจสอบ ซึ่งจะต่างกับองค์กรหรือหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในขณะนี้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท อํานาจ อยู่ที่ส่วนกลาง สภาที่ปรึกษาไม่มีอํานาจอะไรในการอนุมัติหรือสนับสนุนงบประมาณ แก้ไขงบประมาณของ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทที่มีเกิดขึ้น ณ วันนี้ ฉะนั้นผมอยากฝาก กรรมาธิการโดยผ่านท่านประธานว่า การแก้ปัญหาที่แท้จริงนั้นเราต้องยอมรับความคิดเห็น ที่แตกต่างของคนในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมสะเทือนใจและเศร้าใจแทน พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะยะลา ปัตตานี นราธิวาส วันนี้พรรคเพื่อไทยได้ชูนโยบายสนับสนุนนครปัตตานี ได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้ทําความ เข้าใจกับพี่น้องประชาชน ๓ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพ ป้ายของพรรคการเมืองอื่น ๆ มีครับ ป้ายของพรรคเพื่อไทยถูกทําลาย ฉะนั้นหมายความว่าพรรคเพื่อไทยคือศัตรูของคน ในพื้นที่หรือว่าเป็นศัตรูในทางความคิดสําหรับผู้บริหารระดับรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ผมอยากฝาก ทางกรรมาธิการว่าเป็นประเด็นหนึ่งที่พี่น้องประชาชนพูดกันมาก ซึ่งในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่และเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้เสียดายครับ ผมไม่ได้เจ็บปวดครับ ทําไปครับ ท่านทําไป แต่พี่น้องประชาชนยังให้การสนับสนุนนโยบายนี้ ก็ฝากประเด็นนี้ เป็นข้อสังเกตเบื้องต้นสําหรับกรรมาธิการโดยผ่านท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ยังเหลืออีก ๕ ท่านครับ คุณโกวิทย์ ธารณา คุณสมคิด บาลไธสง ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณเรวัต สิรินุกุล เชิญคุณโกวิทย์ ธารณา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม โกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องขอบคุณครับ ของคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้มานะครับ แล้วก็ขอบคุณสภา ส.ส. ทุกท่านแล้วผู้ที่เป็นห่วงเป็นใย ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งระยะเวลาที่มีปัญหาเราก็คิดว่า ปัญหาของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศเป็นปัญหาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสามารถนําพาไปสู่ ความสําเร็จได้ ถ้าพวกเราช่วยกันจริง ๆ คือปัญหาสังคมวันนี้ต้องยอมรับนะครับว่า ปัญหาของอัตตาของคนที่มีปัญหากันมากก็คือเรื่องตัวบุคคลนําไปสู่ความเดือดร้อน ของคนทั้งชาติก็มากที่สุดแล้ว พรมแดนเรามีปัญหา พรมแดนที่เราต้องเยียวยา ให้ประสบความสําเร็จคือความรุ่งเรืองของพรมแดนให้ได้ ไม่ใช่ว่าปัญหาปักษ์ใต้อย่างเดียว วันนี้ทั้งทางเขมรและทางพม่าแล้วก็พรมแดนทุกพรมแดนก็ถือว่าเป็นปัญหาหนักนะครับ จึงเรียนว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือการศึกษาการพิจารณารายงานตรงนี้มันครบถ้วนครับ แต่การปฏิบัติงานของหน่วยราชการที่มันซับซ้อนกันอยู่นี้จะแก้ไขอย่างไร การใช้งบประมาณ ไม่ใช่ตัวปัญหาที่จะทําให้นําพาคน ๓ จังหวัดภาคใต้ไปอยู่ความผาสุกได้ เพราะความยุติธรรม ไม่เกิดกับเขา เขาหวาดระแวงทุกวัน เขาต้องส่งลูกมาเรียนกรุงเทพมหานคร บางคน ครอบครัวต้องจากกัน บางคนมีปัญหาในอดีตที่ครอบครัวบางทีก็รื้อฟื้นไม่ได้ เพราะว่า เขาได้ถูกทําลายครอบครัวเขาไป ส่วนของความไม่เป็นธรรมก็เกิดขึ้น ทุกยุคทุกสมัย มันเกิดขึ้นมา เราจะไม่ย้อนว่าอะไรที่มันเกิดขึ้น ดีหรือไม่ดีมันไม่สําคัญละครับ วันนี้เราต้อง ก้าวกระโดดไปสู่ความที่ว่าทําอย่างไรให้คน ๓ จังหวัดภาคใต้ควรที่จะเกิดมาหรือยังไม่เกิด ที่เขาจะต้องดูแลประเทศไทยทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดว่าทําอย่างไรให้เขามีความเข้าใจ ถ้ายังไม่มีความเข้าใจครับ ไม่มีทางจะแก้ปัญหาได้เลย ว่าวันนี้ฝ่ายทหารต้องเป็นประชาชน ถ้ายังคิดว่าเป็นทหาร ทหารนี่เขาฝึกมาเพื่อรบ เพื่อป้องกันประเทศชาติ พลีชีพครับ เมื่อเขา โดนบ้าง ฝ่ายประชาชนโดนบ้าง ประชาชนก็หวาดระแวงว่าใครเป็นผู้กระทํา นี่คือสาเหตุที่ว่าเรานําพาในสิ่งที่ประชาชน ทหารทุกหน่วยงานเข้าไปผมคิดว่าปกป้อง ประชาธิปไตยของประเทศไทย แต่มันถูกไหมครับว่าคนในพื้นที่มันต่างกรรมต่างวาระ ต่างที่ว่าน้ําเสียงก็ไม่เหมือนกัน อัตลักษณ์ก็ไม่เหมือนกัน กินข้าว การเป็นอยู่ก็ไม่ค่อย เหมือนกัน แต่ลงไปดูพื้นที่ที่เขากําลังลําบากอยู่ บางคนเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ตายหรอกครับ อยู่กองบัญชาการได้ ๒ ขั้น ๓ ขั้นหมด แล้วก็มารายงานว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ มันจะสําเร็จ ได้อย่างไรครับ บางคนเอางบประมาณไปใช้มหาศาลเลยครับ แต่ไปซับซ้อนกับหน่วยงานอื่น จึงมีคําว่า ทุกอย่างคือซับซ้อน ตัวปัญหามันเกิดขึ้นแต่เราไม่เคยวิจารณ์เลยครับว่าสิ่งที่มัน เกิดขึ้นคือปัญหาของสังคมของคนใต้ที่เขาเจ็บปวดที่สุด ทางการเมืองก็สูงครับ ต้องยอมรับว่า การเมืองตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมาเข้าไปชิงพื้นที่ตรงนั้นก็สูงมาก ผมเป็นห่วงเป็นใยคือ ส.ส. ทุกคนที่เป็น ส.ส. ในสภาทุกพรรคการเมืองว่าท่านเป็นบุคคลสําคัญของ ๓ จังหวัดภาคใต้ เลยครับ ท่านสามัคคีกันครับ หาแนวทางการช่วยเหลือการเยียวยาคนของท่านให้อยู่ อย่างผาสุกมีความสุขได้ แล้วทําอย่างไรครับ ในเรื่องของวันนี้คือวัฒนธรรมของท่าน ความเดือดร้อนเรื่องการเกษตรก็เหมือนกันครับ จากลองกองที่นั่น ๓ บาท ๕ บาท แต่กรุงเทพมหานคร ๒๐ บาท ๔๐ บาท ถามว่าเขาเป็นคนไทยหรือเปล่าครับ อาชีพทุกอาชีพ อาชีพชาวเลเดี๋ยวนี้ประมงน้ําลึกก็ไปแย่งเขา ประมงอวนเล็กก็อยู่ไม่ได้ก็ต้องไปทําที่มาเลเซีย เป็นแรงงาน จากชีวิตประจําวันของเขาไปอย่างนี้ ถ้าเรามองภาพรวมทั้งหมดเป็นปัญหา ทั้งหมดนะครับ แล้วเวลาที่ส่งมาเรียนกรุงเทพมหานครต้องเอาคนที่เขาสนใจเรียนกับคน ๓ จังหวัดภาคใต้คือนักเรียนด้วยกัน เขาต้องเอาใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่าวันนี้จะเปิดโรงเรียน ว่าขอให้เขามาได้เรียอย่างเดียว ไม่พอครับ ต้องคํานึงถึงความรู้สึกของเขาว่าเขาเจ็บปวด มาแล้วก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขาอีก สิ่งอย่างนี้มันเกิดขึ้นมาเพราะว่าเราเอาใจใส่อย่าง ทั่วถึงไหม เรานําพาไปสู่ความผาสุกเขาไหม มันมีนักเรียนจํานวนมหาศาลที่เป็นเพื่อนกัน เคยไปดูแล ๓ จังหวัดภาคใต้ไหมครับ แต่ส่งคนไปไม่ถูกวิธี ก็ไม่ถูกวิธีมาตลอด ถามว่า จะดําเนินการให้ถูกวิธีทําอย่างไรครับ เมื่อเรามีประชาชน ๖๐ ล้านคน คน ๒ ล้านคน เราให้ทําเป็นพี่เป็นน้องกันได้ไหมครับ ทําโครงการเยาวชนเหย้ากับเยือนเลย แล้ววันไหน ใครจะอยู่เป็นพี่น้องกันให้ความสุขกับบุคลากรของประเทศชาติ ให้ความอะลุ้มอล่วยเขาไหม ว่าวันนี้มีพี่น้องเกิดขึ้นอีก ๖๐ ล้านคน หรือ ๔๐ ล้านคนที่ดูแลเขา หรือ ๒๐ ล้านคนก็ดี ๑๐ ล้านคนก็ดี หรือ ๑ คนที่เขายังมีการเขียนจดหมายถึงกัน ไม่เคยมีวาระเลยว่าทําอย่างไร ให้เขามีความสุขในเรื่องนี้ว่าเขามีคนเป็นห่วงเป็นใย เราได้แต่มาพูดกันในสภา เรานําไปสู่ ความผาสุกมันต้องใช้มวลชนทั้งหมดทั้งประเทศนะครับ ทั้งคนอิสลามทั่วประเทศด้วยครับ จะทําอย่างไรครับว่าจะให้มวลชนทั้งประเทศของอิสลามลองไปช่วยกันแก้ไข เขารู้ปัญหา ของเขา แล้วต่างคนต่างพูด พูดในสิ่งที่ดีทั้งหมดนะครับ ผมพูดนี้อาจจะไม่ถูกใจคนแต่ก็ต้อง ขออภัยครับ แต่ทุกคนหวังดีทุกคนครับ แต่ความเข้าใจความรู้สึกของเขา ท่านรู้ไหมว่า ความแตกต่างวันนี้เขาคิดอะไรอยู่ เขาคิดคือเขาโดนทําลาย ประชาชนเขาโดนทําลาย ก็คือปัญหาละครับ หน่วยงานของรัฐไปทําลายเขานี้เขาถือว่าปัญหาหนักละครับ เขาไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ทําไมหมออยู่ได้ ทําไมพ่อค้าอยู่ได้ ทําไมครูบางคนที่อยู่ไม่ได้เพราะใคร เป็นคนทําเขา มันเกิดปัญหาอย่างนี้ครับ แล้วต้องเอาคนต่างชาติที่เขารักกันดูแลเขาด้วยครับ เขาไปเรียนต่างประเทศเขาก็กลับมา เขาบรรจุทํางานไม่ได้ก็หน่วยงานของรัฐแยกฐานะเขา ออกไปมากเท่าไรก็เหมือนกับว่าวันนี้ก็คือวันที่เขาคิดว่าดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา จะสมบูรณ์ได้อย่างไรครับ ผมคิดว่าปัญหาอย่างนี้ ปัญหาของคนที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากให้หลอมเป็นหนึ่งเดียว คือผู้นําทั้งที่เป็นตัวแทนเก่าแล้วผู้แทนจํานวนใหม่ของ ส.ส. ไปช่วยกันคิดแล้วร่วมกับภาคประชาชนทั้งหมด ผมเป็น ส.ส. กรุงเทพไปคิดแทนเขา มันก็เหมือนกับคนที่ว่าเพ้อฝันไม่รู้จริง นี่คือปัญหาต้องจับเป็นวาระแต่ละส่วน ถ้าจะเป็นรัฐ ปัตตานีถ้าทําได้แล้วเจริญจริง ๆ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนก็ตั้งองค์กรขึ้นมา โดยภาคประชาชนไม่ใช่ภาคนําเสนอจากรัฐบาลขึ้นไปนะครับ รัฐบาลเสนอไป ส่วนของรัฐบาลผมถามว่ามหาดไทยเขายอมไหม ข้าราชการของผู้ว่ายอมไหม ตํารวจยอมไหม ทหาร ความมั่นคงยอมไหม ปัญหาเหล่านี้ไม่เคยเอามาถกกันเลยว่าจะ ทําอย่างไรให้เป็นผืนแผ่นดินไทยโดยสมบูรณ์ที่สุด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นความข่มขื่นของเขา เขานอนอยู่ก็หวาดผวาทุกนาทีนะครับ ไปทํางานไม่รู้ว่าลูกอยู่กรุงเทพมหานครสบายไหม ส่งไปต่างประเทศกลับมาจะได้อยู่แผ่นดินไทยไหม มันต้องแก้ด้วยการบูรณาการ อย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้ควรไปทําวิเคราะห์วิจัยทั้งหมด แต่ผลสุดท้ายทรัพยากรธรรมชาติ ท่านรู้ไหมว่ามีผู้อิทธิพลไปตัดไม้ทําลายป่าแล้วก็สร้างให้เยาวชนของชาติติดยาเสพติด ปัญหาร้ายแรงมันเกิดขึ้นคือปั่นเสียจนชาวบ้านต้องไปติดยาบางประเภทที่เขาเรียกว่า ยาไอซ์หรือยาอะไรต่าง ๆ เพราะเขาเครียดหนัก บางคนอยู่ในคุกก็ไม่เคยดูแล คนที่สูญเสีย จากครอบครัวไปในเรื่องของตากใบ กรือเซะ ทั้งหมดนี้เยียวยาทั่วถึงไหมครับ ทุกอย่างมันมี ความพร้อมในตัวของมันเอง แต่จะสําเร็จได้คือสภาแห่งนี้ครับ คือทุกคนอย่าไปคิดถึงเรื่อง งบประมาณว่าใครได้ ผลประโยชน์ทับซ้อน เอาจริง ๆ ว่าให้ภาคประชาชนมีส่วนรับรู้ทั้งหมด ผมคิดว่าจะมีความภูมิใจที่สุด อย่าไปคิดเลยครับว่าแยกดินแดนได้ เขามีเครื่องบินหรือ เขามี ฮ. หรือ เขามีอาวุธหรือ เขามีงบประมาณหรือ แต่ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเขานี้ เขามีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ปลูกอะไรก็หวานหมด ปลูกส้มก็หวานหมด แต่ต้องให้ความ เป็นธรรมเขา คือว่ามาส่งกรุงเทพมหานครใช้หน่วยงานของรัฐขนเลยครับ ให้ราคา เท่ากรุงเทพมหานครสิครับ ถามว่าโจรผู้ก่อการร้ายมีเท่าไร เขาไม่มีหรอกครับ ก็ลูกหลาน ตรงนั้น ที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา เขาก็จึงเกิดฉนวนว่าเขาไม่ได้รู้เห็น แต่เขาอดกลั้น ไม่ไหวว่าใครทําร้ายเขา ตลอดเวลานี้ใครทํากับเขา ใครทํากับครอบครัวเขา ใครทํากับ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา ใครทําลายวัฒนธรรมของเขา ผมจึงกราบเรียนด้วยความเคารพ กับท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความจําเป็นของพื้นฐานของประชาชนตรงนั้น ทุกอย่างอย่าเอาคนนอกไปแก้เลยครับ ไปไม่กี่เดือน ไปไม่กี่ปี ได้ตําแหน่ง ๒ ขั้น ๓ ขั้น กลับมาจากตรงนั้น ไปก็ทิ้งไว้เลยครับ ข่มขื่นให้กับเขา ความทุกข์ให้กับเขา เอาระบบใหม่ เกิดขึ้นเลยครับ ก้าวกระโดดไปสู่สิ่งที่ว่าสิ่งที่เลวร้ายทั้งหมดลืมไป เอาสิ่งที่ดี ๆ ไปให้กับเขา กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ
ต่อไปเชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอแสดง ความคิดเห็น แล้วก็สนับสนุน แล้วก็ขัดแย้งในบางเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้รายงานผลเกี่ยวกับพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผม จะนําส่วนที่ท่านสรุปเกี่ยวกับเรื่องแนวทางในการแก้ปัญหา บางอย่างผมก็เสนอเพิ่มเติม เท่าที่มีเวลาเหลืออยู่นะครับ โดยเฉพาะหัวข้อแรกที่ท่านได้เสนอว่าแนวทางในการแก้ปัญหา คือให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครอง หรือว่าตั้งทบวงอย่างที่ท่านยกขึ้นมา ผมก็ เห็นด้วยนะครับสําหรับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่าในขณะที่มีทบวงนั้น ผมอยาก สนับสนุน อย่างท่านซูการ์โนได้เสนอไปแล้วคือนครปัตตานี หรือถ้าไม่เป็นนครปัตตานีจริง ๆ ผมขอเสนอเพิ่มเติมนะครับว่าน่าจะมีการให้ประชาชนได้ปกครองตนเองโดยประชาชน ใน ๓ จังหวัด หรือ ๔ จังหวัด ๕ จังหวัดนั้น ตามพระราชบัญญัติชายแดนภาคใต้ที่เราได้ทํา ไปแล้วนะครับ ให้มีการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชนของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ คือให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าสมมุติมีบางท่านถามว่าถ้ามี อบจ. อยู่แล้ว จะทําอย่างไร เราก็เปลี่ยน อบจ. มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าถ้าเรากล้าที่จะคิดอย่างนี้ ปัญหาในการซื้อขายตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เราพูดกัน ในสภานี้มันจะหายไป มันจะมาจากประชาชนจริง ๆ ผมอยากให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัด ไม่ว่าจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล รวมถึงจังหวัดสงขลาด้วยก็ได้ เพราะเอาเข้าพระราชบัญญัตินี้ ผมว่าถ้ามีการเลือกตั้งจริง ๆ เพราะเขาเป็นผู้มาจากประชาชน ๔ ปีเขาก็ต้องจากไปถ้าเขาไม่สามารถที่จะครองใจ ประชาชนได้ ให้เป็นตัวอย่างเป็นโมเดลสําหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สภานี้เรากล้าไหมที่จะออกกฎหมายหรือร่างกฎหมาย เริ่มต้นเลยครับในขณะนี้ล่ะ มันจะ เป็นเกียรตประวัติสําหรับสภานี้ว่าสภารุ่นพวกเรานี่ล่ะได้ร่างพระราชบัญญัติเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเอา ๓ จังหวัดหรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ว่ามีปัญหานี่ล่ะ ลองให้ประชาชน ๓ จังหวัดหรือ ๕ จังหวัดนี้ได้ปกครองตนเอง ก็คือปกครองก็เพียงให้ ประชาชนมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น ไมได้หนีรัฐธรรมนูญฉบับไหนเลยนะครับ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แม้แต่กรุงเทพมหานครเราเป็นเมืองหลวงแท้ ๆ เรายังเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากประชาชนทําไมจะทําไม่ได้ ผมอยากให้เราคิดนอกกรอบ กล้าที่จะทํา ผมอยากให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๕ จังหวัดนี้ ส.ส. ร่างพระราชบัญญัติ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าจะได้รับการสนับสนุน คือ ศอ.บต. ผมว่าแก้ไม่ได้หรอก มันเป็นภาพลวงตา ความรู้สึกของผมมันก็ยังไม่ใช่ประชาชนปกครองกันจริง ๆ มันยังเป็น อํานาจไปจากนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายไปเป็น ตัวแทนอยู่นั่นล่ะ เพราะฉะนั้นผมถึงสนับสนุนวิธีการแก้ปัญหาในข้อนี้ ๓ จังหวัดนี้ ถ้ายังอยากเป็นทบวงอยู่ก็เอาทบวง ๓ จังหวัด หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นกับทบวงนี้ เป็นกรณีพิเศษ มีไหมในโลกนี้เขาทํา มี ประเทศลาวก็มี เขาเอาชนเผ่า เผ่าไหน พงสาลีเขาก็ เอาเจ้าแขวงพงสาลีมาจากคนเชื้อชาติที่บ้านเราเรียกว่าฮ่อนะครับ แต่เขาเรียกว่า ภูน้อย เผ่าภูน้อย อันนี้ก็ยกตัวอย่าง หรือที่จีนมลฑณยูนานเขาให้ชนชาติกลุ่มน้อยปกครองตนเอง โดยเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดคือสิบสองปันนา จังหวัดเต๋อหง พวกนี้ในจีนนะครับเขาก็ มีการเลือกตั้งจากชนเผ่าให้มาปกครองบริหารบ้านเมืองเขา เขาถึงสงบครับ ก็ไม่เห็นมีปัญหา อะไร อันนี้ก็เพียงยกตัวอย่าง ผมสนับสนุนในการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม คือถ้าเราไม่ทํา เราไม่รู้ บางคนเขาบอกว่าเลือกตั้งแล้วถ้าไม่หายล่ะ ถ้ายังมีปัญหาอยู่ล่ะ ก็ถ้ายังมีปัญหาอยู่ ก็คิดวิธีอื่นต่อไป แต่ตอนนี้เราไม่เคยให้เขาแล้วเรากลัวมากจนไม่กล้าที่จะให้ประชาชน ได้ปกครองในรูปแบบพิเศษนี้นะครับ
ต่อไปท่านเสนอว่ายกเลิกกฎหมายที่กดขี่ข่มเหงประชาชน โดยเฉพาะ กฎอัยการศึก ไม่ว่าแต่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลายจังหวัดในประเทศนี้ก็ยังประกาศ กฎอัยการศึกอยู่ อันนี้มันเป็นเรื่องที่ล้าสมัย เรากลัวเกินไป รัฐบาลกลัวเกินไปจนเอา กฎหมายอันนี้ไป ประชาชนที่อยู่ในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกว่ากดขี่ข่มเหง โดยกฎหมาย หรือพระราชกําหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ เท่าที่ฟังคือได้ยินว่า ยกเลิกอยู่บางส่วนหรือยกเลิกหมดหรือยัง ถ้ายังไม่ยกเลิกผมว่ายกเลิกเสีย เพราะว่ามันเป็น กฎหมายที่ให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมสําหรับประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็สนับสนุนเรื่องนี้นะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมสนใจเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพการสาธารณสุข ผมอยากเพิ่มเติมคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านไม่เขียนรายละเอียด ผมว่ายกระดับ ด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ๒-๓ เดือนข้างหน้าฝนมา ชิคุนกุนยามาแน่ใช่ไหมครับ นี่เป็นปัญหามาตลอด พี่น้องประชาชนนอนขดงออยู่ ไม่มีกําลังวังชา ไปจะทํางาน โรคนี้ทําให้ปวดข้องอกระดูก เพราะฉะนั้นอยากให้กรรมาธิการเขียนให้ชัด ลงไปเลยว่านี่คือโรคประจํา แล้วก็โรคมาลาเรีย เขียนลงไปในรายงานเลยครับ เพื่อจะเสนอ รัฐบาลว่ามันเป็นวาระของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขปัญหา เมื่อฝนตกมาแล้วฉีดยาป้องกันยุง พวกนี้เลยทันทีหรือหาวิธีอะไรป้องกัน ไม่ใช่ให้เกิดยุงพวกนี้มาระบาดแล้วเราถึงมาแก้ เหมือนปีที่แล้ว ผมก็เป็นอนุกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย-มาเลเซีย ผมฟังเรื่องนี้ก็หดหู่ พี่น้องหลายทุกจังหวัดเกือบทุกอําเภอเป็นโรคนี้ทํางานไม่ได้ รักษาก็หายยากนะครับ อีกอันหนึ่งก็เรื่องด้านคุณภาพ แล้วท่านลืมไปเกี่ยวกับเรื่องพยาบาล ๓,๐๐๐ คน พยาบาล ๓,๐๐๐ คน ผมอยากให้รายงานอยู่ตรงนั้น เพราะว่านี่คือการยกระดับการสาธารณสุขของ พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีนโยบายในการกําหนดให้มีการศึกษาพยาบาล ตั้ง ๓,๐๐๐ คน ปีนี้ปีจบ เท่าที่ผมติดตามใช่ไหมครับ เขาจบปีที่ ๔ ปีนี้ เพราะเราเข้ามาก็ปีที่ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ๔ เป็นปีที่เขาจบ แล้วเราจะให้เขาบรรจุไหม มีใครรับประกัน อันนี้อยากให้ กรรมาธิการเขียนไปให้ชัดเจนเลยว่า นี่คือปัญหาในด้านสาธารณสุขของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ จบมาแล้วถ้าไม่มีงานทํานั่นล่ะคือปัญหาต่อไป จะเป็นปัญหามากเลยถ้าเกิดจบมาแล้ว เขาไม่ได้ทํางานก็แปลว่าเขาถูกหลอก ถ้าเกิดเมื่อเขารู้สึกว่าถูกหลอก แล้วถ้ามีฝ่ายที่เขากําลัง ดําเนินการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในการแบ่งแยกดินแดนก็ตาม ถ้าเขามาชวนพวกนี้ ไปล่ะ เขาไปเป็นหมออยู่ในป่า สุขภาพอนามัยพวกอยู่ในป่าเขาจะดีขึ้น การปราบปราม จะยากขึ้นนะครับ อีกข้อหนึ่งที่ผมสนใจในเรื่องการศึกษา ผมคงพูดสนับสนุนไปทุกข้อไม่ได้ เรื่องการศึกษาก็สําคัญ เท่าที่ฟังการรายงานของพี่น้องหรือข้าราชการ หรือตัวแทนประชาชน ที่มารายงานในคณะอนุกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งผมเป็นอนุกรรมาธิการ อยู่ด้วย ผมก็ได้รับทราบว่าเด็กวัยรุ่นที่จบระดับ ม. ๓ หรือ ม. ๖ ไม่ได้เรียนหนังสือ เป็นส่วนใหญ่ ทําอย่างไรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการหรือกรมตํารวจ หรือทหารก็ตามจะได้นําเขาเข้ามาสู่ระบบราชการ หาวิธีใดก็ตามที่จะให้พวกวัยรุ่นนี้ เขาได้เรียนหนังสือหรือเข้ามารับราชการนะครับ มันจะได้ลดปัญหา โดยเฉพาะตํารวจ เขาเป็นตํารวจเขาอาจจะมารับราชการที่จังหวัดอื่น แล้วก็มาศึกษาชีวิตของพี่น้องประชาชน ภาคอื่น แล้วถึงกลับไปดําเนินการทํางานที่บ้านเกิดเมืองนอนเพื่อแก้ปัญหา ผมว่าก็จะดี เพราะว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือว่า กศน. ก็ตาม เราทําอย่างไรถึงจะประชาสัมพันธ์ให้เขา ได้มีการเล่าเรียนเพิ่มเติมให้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กจบ ม. ๓ หรือ ม. ๖ ถ้าจบ ม.๖ กศน. จะจัดเป็นวิทยาลัยการพิเศษเรื่องอาชีพต่าง ๆ ขึ้นได้ไหม โดยที่เขาไม่ต้องเข้าสู่ระบบ เอาสถาบันต่าง ๆ หรือเอาวัด เอาโรงเรียนอื่น วันเสาร์ วันอาทิตย์ ให้เขาได้มีโอกาส ได้ไปฝึกฝนวิชาชีพ ให้เขามีลู่ทางในการประกอบอาชีพ ในขณะเดียวกันถ้ามีการทํางาน ที่ต่างประเทศในประเทศมุสลิมเราก็ส่งเขา รัฐบาลเป็นตัวแทนได้ไหม กระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคมเป็นตัวแทนส่งเขาไปตามที่เขาฝึกงานนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ ขอบคุณมากครับ
ก็เหลือผู้อภิปรายอีก ๓ ท่าน เดี๋ยวจะได้ให้กรรมาธิการได้ชี้แจง เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้องเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อ ๑๐๐ กว่าปี ประมาณ ๑๓๐ ปี ๑๔๐ ปี เหนือสุดกับใต้สุด เหนือสุด ก็คือล้านนา ใต้สุดก็คือปัตตานี เราอยู่ในสถานะเดียวกัน สุดท้ายเราก็เข้มข้นแล้วก็ไม่มี ผู้ครองเมือง เราก็เป็นน้ําหนึ่งใจเดียวกัน แต่ความเรียบร้อยที่ภาคเหนือนั้นเรียบร้อยด้วยดี แต่ทางภาคใต้นั้นการจัดการปัญหาไม่เรียบร้อย มีประวัติศาสตร์ ๑๐๐ กว่าปี ท่านประธานครับ ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน ประเทศจีนยักษ์ใหญ่ กองทัพจีนจะเข่นฆ่าใคร ก็นิดเดียว เขายังมี ๑ ประเทศ ๒ ระบบ มีฮ่องกง มีซินเจียง ซึ่งปกครองตนเอง นี่คือ การแก้ปัญหาที่ชาญฉลาด ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหา ณ วันนี้ผมไม่ทราบว่าเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายไหนเขาบอกว่ายุคนี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับกรรม เพราะว่าเหมือนว่า ถูกเลี้ยงไข้แล้วก็ผลาญงบประมาณ ตราบใดที่ยังมีสงครามอยู่ในประเทศไทย ตราบใดที่ยังมี การสู้รบและความไม่สงบ งบประมาณทางด้านความมั่นคงของประเทศทุกปีจะต้อง ถูกจัดสรรไป ไม่ว่างบลับหรืองบกลาโหม งบประมาณของประเทศไทยอันดับ ๑ อันดับ ๒ หลายปีผ่านมานี้เป็นเรื่องของความมั่นคง หลายปีก็แก้ปัญหาไม่ได้ วันนี้ก็ยิ่งเหมือน วัวพันหลัก ท่านประธานครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าใน ๓ จังหวัด ๔ อําเภอ ของภาคใต้นั้นมันเป็นไข่แดงครับ มหาอํานาจทั่วโลกอยากได้ ดังนั้นถามว่าทําไมมันไม่สงบ เสียที ถามว่าเขาเอาเงินมาจากไหน ถ้าเกิดว่าสามารถที่จะแบ่งแยกเอาออกไปได้ ท่านประธานครับ ก๊าซธรรมชาติ น้ํามัน แร่ธาตุต่าง ๆ ใน ๓ จังหวัดนั้นมีมากมายมหาศาล สําคัญที่สุดเรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ (Logistics) ผมไม่อยากจะพูดนะครับว่าถ้าเกิดเขาอยู่ ของเขาเองได้ ๓-๔ จังหวัดนี้ ประชาชนไม่ต้องทําอะไรครับ ร่ํารวยทุกคน แต่วันนี้เราต้อง ยอมรับว่าความรุนแรงมันรุนแรงมากขึ้น แล้วก็การทําลายล้างสูงขึ้น อาวุธทันสมัยมากขึ้น โจมตีทหารได้ผลมากขึ้น แต่ทางกองทัพหรือทางรัฐบาลก็ส่งกําลังทหารเพิ่มขึ้น อาวุธก็ส่งไป มากขึ้น ผมไม่เห็นว่ามันจะสงบได้อย่างไร ตรงกันข้ามกับฝ่ายที่เขาเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้ต้องการแบ่งแยกดินแดนก่อความไม่สงบนั้น มีการพัฒนายุทธศาสตร์ ยุทธวิธี เข้มแข็งมากขึ้น รัฐบาลใช้งบประมาณ ๗ ปี ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท คดีอาญา ๗๒,๗๐๐ คดี เป็นที่น่าสังเกตว่าคดีเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายนั้น ๖๕,๐๐๐ คดี ธุรกิจผิดกฎหมายนะครับ และคดีความมั่นคง ๗,๔๐๐ คดี ต้องเอาอันนี้ไปวิเคราะห์ว่าธุรกิจผิดกฎหมายทําไมมีตั้ง ๖๐,๐๐๐ คดี เราไม่ปฏิเสธว่ามีขบวนการแบ่งแยกดินแดนจริง แต่ธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจใต้ดินก็มีจริง มันสมประโยชน์ซึ่งกันและกันนะครับ มันทําให้ความขัดแย้งแล้วก็ การก่อการร้ายยังคงอยู่ เพราะมีผู้ได้ประโยชน์คนแบ่งแยกดินแดน คนทําธุรกิจผิดกฎหมาย ใต้ดินบวกกับเจ้าหน้าที่บางคนมันทําให้เหตุการณ์ยังคงอยู่ ต้องยอมรับว่า ๓ จังหวัดนั้นยาเสพติดรุนแรงมาก รุนแรงกว่าภาคอื่นนะครับ การค้า ของเถื่อน น้ํามันเถื่อนมีมากมาย ไม่มีใครกล้าจับ ยกตัวอย่าง ที่อําเภอตากใบมีนักการเมือง ขนน้ํามันเถื่อนลงเรือไปก็ไม่มีการจับกุม หรือว่าไม่เห็น ขบวนการอาร์เคเค (RKK) ศาสนา อุดมการณ์ การเมือง ผลประโยชน์รวมกันอยู่ทั้งหมด ขบวนการนี้มีจริง ตอนนี้เข้าสู่รุ่นที่ ๔ รุ่นที่ ๑ รุ่นที่ ๒ รุ่นที่ ๓ รุ่นที่ ๔ รุ่นที่ ๓ ก็ ๒๐ กว่าปี รุ่นที่ ๔ คือรุ่นปัจจุบัน ปรับปรุง โครงสร้างอย่างดีเพราะมีเงินทุนไหลเข้ามา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเรื่อง คุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้าสู่ขบวนการอาร์เคเค ๑. ต้องเป็นคนโสด ๒. ต้องแข็งแรง ๓. ต้องมีความศรัทธาต่ออาร์เคเคเพื่อญีฮัด อันนี้ผมก็ไมทราบว่าอันนี้เป็นแปลว่าอะไร ๔. กล้าและยอมตาย หวังได้ญาฮีด อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าคืออะไร ๕. ปฏิบัติการลับตลอดเวลา หลบซ่อนและพลางตัว ๖. มีอิสระในการทํางาน ๗. เลือกเป้าหมายวางแผนปฏิบัติการด้วย ตนเองตามลําพังได้เลย ๘. มีความคล่องตัวสูง ๙. มีการสนับสนุนจากองค์กรลับ ๑๐. ชํานาญ การรบในหมู่บ้านและต่อสู้ระยะประชิด ๑๑. มีความชํานาญเรื่องระเบิดแสวงเครื่อง ๑๒. มีหลายขั้นตอนกว่าจะมาสู่อาร์เคเค คือขบวนการคัดเลือกที่จะเป็นนักรบ ๑๓. รบแบบ ไม่มีตัวตน คือไร้ร่องรอย ๑๔. มีการเพิ่มขวัญและกําลังใจปลุกเร้าอยู่ตลอดเวลา มีบุคลากร ซึ่งคอยปลุกเร้าอยู่ในพื้นอยู่ตลอดเวลา ๑๗. ไม่มีเงินเดือน คนเหล่านี้ไม่มีเงินเดือน แต่พร้อม ที่จะสละเงินของตนเองเพื่ออุดมการณ์ได้ ๑๘. ได้รับการยอมรับจากอาเยาะห์ อันนี้ผมก็ ไม่ทราบ ๑๘ ข้อนี้มาเทียบกับกําลังทหาร ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐คนในพื้นที่ ผมคิดว่าทหาร ๕๐ นายนี้ ศักยภาพในการทําลายล้าง ศักยภาพในการต่อสู้นี้ ๕๐ ต่อ ๑ ครับ ๕๐,๐๐๐ คนนี้ ก็เท่ากับของเขาแค่ ๒๐๐ คนเอง ดังนั้นการเอาจํานวนเข้าไปแก้ปัญหาไม่ใช่ครับ มันจําเป็นต้องเอาคนที่มีศักยภาพเท่าเทียมกับเขา ท่านประธานครับ การต่อสู่ด้วยอุดมการณ์ กับการต่อสู้ด้วยระบบมันต่างกันมาก ผลสัมฤทธิ์มันต่างกัน การขนของเถื่อน ยาเสพติด สินค้าใต้ดิน ผลประโยชน์ประสานกันหมด ทําให้โจรมวลชนและเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยกันได้ ท่านประธานครับ ๗ ปีนี้ตายไป ๓,๙๐๐ คน บาดเจ็บ ๗,๐๐๐ คน ๑๑,๕๐๐ คดี เราต้อง ยอมรับว่า ศอ.บต. เป็นองค์กรที่ประสานผลประโยชน์ของกลุ่มคนใน ๓ จังหวัด ผมไม่เถียง มีพรรคการเมืองได้เอา ศอ.บต. มาอ้างว่า นี่แหละคือองค์กรที่แก้ปัญหาของภาคใต้ มาโดยตลอด เขาบอกว่า ๙๙ วัน เมื่อมี ศอ.บต. แล้วจะแก้ปัญหาได้ทันที ท่านประธานครับ เราให้เวลามากกว่า ๙๙ วัน ๒ ปีแล้วครับ การแก้ปัญหาก็ไม่ดีขึ้น วันนี้จําเป็นจะต้องประกาศเป็นวาระแห่งชาติ จะปล่อยให้กองทัพกับพรรคเมืองที่นํา รัฐบาลอยู่แก้ปัญหาโดยลําพังไม่ได้แล้ว จําเป็นต้องประกาศเป็นวาระแห่งชาติ จําเป็นจะต้อง เอาข้อคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านซึ่งเป็นความคิดที่ดี ในวันนี้เป็นการ ชี้ปัญหาของภาคใต้ได้ดีที่สุด ลองเอาเทปไปแกะแล้วก็ไปประมวล อยู่ในนี้หมดครับ ถ้าพ้นจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไม่มีใครหรอกครับที่จะเสนอปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่มีเวทีไหนครับ ประเทศไทยจะมีเวทีไหนที่กล้าพูดกล้าแสดงออกเท่าที่นี่ เราใช้เครื่องมือ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด บวกสตูลเข้าไปอีก บวกสงขลาทั้งจังหวัดเข้าไปอีก เพิ่งจะผ่านเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี้เอง หวังว่า จะแก้ปัญหาได้ อีกพระราชบัญญัติหนึ่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร ปี ๒๕๕๑ ๒ อันนี้ความมั่นคงก็คือมัดมือไว้ครับ ศอ.บต. คือเอาอาหาร ไปยัดปากเขา มัดมือแล้วก็ยัดปากเขา นี่หรือครับคือการแก้ปัญหา แก้ปัญหาโดยไม่มีเสรีภาพ เลขาธิการ ศอ.บต. ไม่ขึ้นตรงกับใครเลยครับ เป็นนิติบุคคล ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเพียง คนเดียว นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว นี่ก็ใช้พระราชบัญญัติแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ตั้ง ศอ.บต. มา จะเข้า ๒ เดือนแล้วก็ยังเหมือนเดิม ฆ่ากันเหมือนเดิมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําอะไรบ้างครับ แล้วรู้ไหมครับพระราชบัญญัติประกาศใช้แล้ว รู้ไหมครับนายอภิสิทธิ์ มีอํานาจเต็มที่จะแก้ปัญหา ๓ จังหวัดภายแดนภาคใต้ รู้หรือยังครับ ศอ.บต.ขึ้นอยู่กับ ท่านเพียงผู้เดียว เลขาธิการย้ายข้าราชการทุกคนใน ๕ จังหวัดได้ภายใน ๗ วัน ๗ วัน ต้องไปรายงานต้นสังกัดที่ถูกย้ายไป นี่คือนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ท่านประธานครับ การเข้าใจเข้าถึงและพัฒนา ทําหรือยังครับ หลายท่านได้เสนอให้มี ความอิสระในการบริหารราชการ หลายท่านเสนอให้มีรัฐมนตรี วันนี้ประธานนั่งอยู่นั่น คนเดียวขยันขันแข็ง เจะอามิง โตะตาหยง นี้ให้เขาเป็นรัฐมนตรีสิครับ ลองดูสัก ๖ เดือน ก่อนยุบสภา เป็นเลย เป็นแล้วไปอยู่ที่โน่นเลย ไปตั้งสํานักงานอยู่ ๓ จังหวัดโน่นเลย มันจะได้ รู้ว่ามีรัฐมนตรีอยู่ที่บ้านเขา มันจะแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ไหม ลองเสี่ยงดูสิครับแค่ ๖ เดือน ท่านประธานครับ ปัญหาชายแดนภาคใต้ ปัญหาชายแดนเขมร ปัญหาชายแดน ทางภาคเหนือแม่สอด ชายแดนก็ยังไม่เปิดเลย ปัญหา ๙๑ ศพ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหา ข้าวยากหมากแพง สินค้าขาดตลาด ยื่นกระทู้สดเมื่อเช้านี้ เป็นเรื่องความเดือดร้อน ของประเทศทั้งนั้น อยู่ทําไมครับรัฐบาลชุดนี้ จะอยู่ทําไมอีกไม่กี่เดือน จะอยู่ใช้งบประมาณ ทําไม ประเทศชาติเสียหายถอยหลังไปหมดแล้ว คืนอิสรภาพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งหมด ยุบสภากลับไปเลือกตั้งใหม่ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านเรวัติครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเรวัติ สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ รายงานผลการพิจารณาศึกษาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมได้ดูแล้ว และดูไปรอบ ๆ มีแต่ พรรคเพื่อไทยกับท่านกรรมาธิการครับท่านประธาน ต้องกราบขออภัยนะครับ ผมไม่ได้ว่า ท่าน ส.ส. ครับ แต่ว่าไม่ทราบว่าสนใจหรือเปล่า แต่พวกผมสนใจนะครับ แม้ว่าผมอยู่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ผมสนใจ ที่สนใจนี้ก็เพราะว่าชาวจังหวัดกาญจนบุรีก็มี ชาวมุสลิมอยู่นะครับ ผมมาดูนะครับเริ่มแรกเลย ท่านประธานครับ ผมมาเห็นเปิดมาปุ๊บ คณะกรรมาธิการหล่อ ๆ ทั้งนั้นเลยครับ พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ลาออกเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ ไม่ทราบว่าลาออกเพราะอะไร เหตุผลอะไร เพราะว่า ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเท่าที่ได้รู้จัก ท่านเป็น ส.ส. เมืองกาญจน์ด้วย เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่จับเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้มาตลอด เป็นนายทหาร ข่าวกรอง ไม่ทราบว่าในขณะที่ลาออกนี่หนังสือเล่มนี้จบหรือยัง แต่ถ้าดูตามจดหมายที่มานี้ จดหมายด่วนรายงานผลมาถึงสภาเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ แต่ท่านลาออกปี ๒๕๕๑ จึงอยากจะกราบเรียนถามว่าสมบูรณ์ไหม หนังสือเล่มนี้สมบูรณ์แล้วหรือยัง หรือถ้ายัง ในช่วงที่ท่านอยู่ สอบถามท่านไหมว่าปัญหาต่าง ๆ ในหนังสือเล่มนี้มีอะไรเพิ่มเติมหรือ ขาดตกบกพร่องหรือไม่ นี่ประการแรกที่กระผมอยากจะกราบเรียนถามถึงเหตุถึงผลครับ เพราะผมเชื่อว่าถ้าหากว่าท่านได้เป็นประธานอยู่มาตลอด ก็คงจะมีเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเรื่องราวต่าง ๆ คงจะดีหรือคงจะมีมากกว่านี้นะครับ ท่านประธานครับ ที่น่าสนใจจริง ๆ ผมอ่านแล้วผมก็งง ๆ ผมอ่านแล้วผมก็อยากจะรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เขียนมานี้ถ้าสมมุติรัฐบาล เอาไปทําแล้วเป็นไปได้ไหม นี่บอกมาเลยนะครับ ท่านประธานครับ เขียนมาเลยครับ บทที่ ๓ การวิเคราะห์สภาพปัญหาและสาเหตุพื้นฐานของปัญหา ได้บอกไว้นะครับปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนและเชื่อมโยงกันในทุกมิติ โอ้โฮ มันตลอดกาลเลยนะครับ อย่างนี้เชื่อมโยงกันตลอดเลยครับ ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์สาเหตุ พื้นฐานและการแก้ไขปัญหาอย่างแยกส่วนออกจากกันได้ เขียนมาอย่างนี้มันแก้ไขไม่ได้ หรอกครับ ใครก็แก้ไขไม่ได้ ถ้าเขียนมาบอกแบบนี้ โอ้โฮมันอย่างไรกันครับ ท่านประธานครับ หากแต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบโดยจําเป็นต้องคํานึงถึงความละเอียดอ่อนในเรื่อง อัตลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการรับรู้ ความรู้สึก และอารมณ์ของประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเลือกใช้ความรุนแรง หรือการเลือกใช้สันติวิธี ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ข้อความตรงนี้นะครับท่านประธานครับ ไม่รู้เขาจะไปทํา อย่างไร เจะอามิงเขาจะยกให้ท่านเป็นรัฐมนตรีแล้ว ผมยกให้ท่านก่อนตั้งแต่ตอนโน้นแล้ว ตอนที่กระทรวงกลาโหมหรืออะไรเข้ามาโน่น ตอนโน้น ท่านตอบหน่อยสิที่เขียนอย่างนี้ มันทําได้ไหม เขียนไว้อย่างนี้มันทําไม่ได้ รัฐบาลเอาไปทําผมก็ว่าทําไม่ได้ และยังต่อมาอีก ท่านประธานครับ ท่านประธานดูนะครับในหน้า ๒๖ สาเหตุพื้นฐานของปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานดูนะครับ ในการกําหนดทิศทางและอนาคต ของตนเอง ตลอดจนชุมชน ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และยังคงมีรูปแบบ เดียวกันกับที่ใช้ในทุกพื้นที่ของประเทศอย่างเหมารวม โดยมิได้คํานึงถึงความเหมาะสม กับลักษณะเฉพาะทางชาติพันธุ์ ศาสนา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น นี่ครับเขียนมาอย่างนี้ นะครับ ต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่อาจจะสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข ปัญหาทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องกับความรู้สึกและ ความต้องการของประชาชน ตามบริบทของพื้นที่ อาทิ การสร้างความมั่นคงปลอดภัย การอํานวยความยุติธรรม การจัดหลักสูตรการศึกษา ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจหรือการบริหารกิจฮัจญ์ เป็นต้น ผมอ่านข้อความตรงนี้ผมก็งงครับท่านประธาน กระผมไม่มั่นใจว่าเมื่อให้รัฐบาลเอาไปทําแล้ว ทําตามนี้แล้วจะสามารถที่จะให้พี่น้องประชาชนชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ดีกินดี อยู่ดีมีสุข แล้วไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนทุกวันนี้หรือไม่ ผมไม่แน่ใจครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเขียนมาอย่างนี้เท่ากับบอกว่าจะต้องทําอย่างโน้นอย่างนี้แต่มันทําไม่ได้เลย ที่เขียนมานี่ทําไม่ได้เลยนะครับ อยากจะให้ทําอย่างนี้แต่ทําไม่ได้เพราะอะไร มันลึกซึ้งครับ และสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วต้องยอมรับว่ารัฐก็ทําแล้ว รัฐบาลก็ทํา มาแล้วนะครับ สิ่งที่ท่านเขียนมารัฐบาลก็ทํามาแล้วแต่ก็ไม่สามารถยุติปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้เลย อย่างในเรื่องของอัตลักษณ์นี้ ท่านประธานครับ ถ้าจะบอกว่า อัตลักษณ์ในประเทศไทยนี้อัตลักษณ์เต็มไปหมดครับ อัตลักษณ์คืออะไร อัตลักษณ์ ความหมายก็คือความเป็นมาเป็นเฉพาะตัวเฉพาะตน อย่างอัตลักษณ์ของคนไทย ในประเทศไทยเรานี้ ท่านประธานครับ มีเยอะแยะ อัตลักษณ์คนจีนก็มี มอญก็มี แล้วก็ ลาวก็มี ไทยทรงดําก็มี สิ่งเหล่านี้มันก็เป็นอัตลักษณ์อยู่แล้วทั่วทั้งประเทศและในเรื่องของ การปกครองการเศรษฐกิจนี้มีครับใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี นราธิวาส แล้วก็ยะลาก็มีครบ อปต. อปจ. เทศบาลก็มีหมด ล้วนแล้วแต่การเลือกตั้ง ปกครองโดยตนเองทั้งนั้น มีมาหมดแล้วครับ แต่ถึงมีอย่างนี้ก็เขียนบอกว่าแม้ว่ามีก็ทําไม่ได้ แล้วมันจะไปทําอย่างไร ท่านประธานครับ ทีนี้มาดูต่อไปท่านประธานครับ ในกรณีที่บอกว่า แม้กระทั่งเรื่องการบริการกิจการฮัจญ์ก็ตามผมก็มีปัญหาที่อยากจะเรียนถามว่า ผมมาดู โครงการที่เกี่ยวกับเรื่องของฮัจญ์ที่สําคัญ ในหน้า ๑๒๖ ปัญหาด้านการสาธารณสุขผู้เดินทาง ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ปัญหาเรื่องอัตราค่าโดยสารเครื่องบนล้วนแล้วแต่มีปัญหาทั้งนั้นละครับ จะไปฮัจญ์ทั้งทีมีแต่ปัญหาครับท่านประธาน ทีนี้เรื่องนี้หนังสือเล่มนี้เกิดมาเมื่อปี ๒๕๕๒ ปีนี้ปี ๒๕๕๓ แล้วก็ปี ๒๕๕๔ ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานครับในฐานะท่านดําเนินการ โดยฐานะเป็นประธานกรรมาธิการว่า ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ที่ท่านบอกว่าปัญหาต่าง ๆ ที่มีนี้ ยังมีอยู่ไหม ผู้ที่ไปทําพิธีฮัจญ์ได้ประสบปัญหาอีกไหม ถ้ามีอีกก็แสดงว่าแก้ไม่ได้ ถึงแม้ท่าน จะบอกว่าต้องแก้อย่างนี้แต่ก็แก้ไม่ได้ แก้ไม่ได้ครับท่านประธานครับแล้วจะทําอย่างไร แล้วจะแก้ไขอย่างไรนี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนถามเป็นประการต่อมานะครับ ทีนี้มาดูต่อไปครับ ท่านประธานตรงนี้ก็น่าสนใจ ในข้อ ๔.๒.๒๐ เสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การประชุมโลกมุสลิม ภาษาอังกฤษบอกว่าอย่างนี้ครับ ผมอ่านผิด หรืออ่านถูกก็ไม่รู้นะครับท่านประธาน ท่านประธานช่วยฟังด้วยครับ ออกาไนซ์เซชั่น ออฟ อิสลามมิก คอนเฟอเรนส์ โอไอซี (Oganization of Islamic Conference OIC) นี่ครับท่านประธานบอกว่าโอไอซี ทีนี้โอไอซีนี้ ผมตามความเข้าใจของผมเท่าที่ได้พอจะรู้ได้บ้างนะครับ เขามองข้ามตรงนี้ไปเลย เขาไม่มี ความสนใจเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย เพราะถือว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นของไทย เขาไม่สนใจหรอกครับ เพราะฉะนั้นเป็นของไทย ไทยก็ดําเนินการบริหาร ปกครองของไทยเองเหมือนกับอีก ๗๓ จังหวัด ถ้าตอนนี้ก็เป็น ๗๔ จังหวัด เป็น ๗๗ จังหวัด เหมือนกันมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาเป็นหน้าที่ของการบริหารคือรัฐบาลไทยที่จะดูแล เช่นเดียวกับพี่น้องคนทั่วทั้งประเทศทั้งชาติ เพราะฉะนั้นการจะแยกดินแดนก็ดี หรือการจะ ดําเนินอะไรก็ดีมันเป็นไปไม่ได้ ทําไม่ได้ โอไอซีเขาไม่สนใจหรอกครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่า เรื่องโอไอซีนั้นพับไปได้เลยถ้าใครคิดว่าจะเอาโอไอซีมาพึ่ง ไม่ได้เขาไม่สนใจ เพราะอย่าลืมว่าโอไอซีเขาก็มองแล้วมุสลิมชาวมุสลิมนะครับท่านประธาน ผมกราบเรียน ไปแต่แรกว่าจังหวัดกาญจนบุรีของกระผมมีพี่น้องชาวมุสลิมอยู่กินสบาย ทํามาหากิน อย่างปกติ ค้าขายปกติทํามาหากินมีความสุขกันทั่วหน้า อย่างนี้โอไอซีเขาก็มองว่าคนมุสลิม ในประเทศไทยนี้มีเยอะนะครับ ภาคใต้จริง ๆ แล้วมีล้านกว่าคน เกือบ ๒ ล้านคน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เกือบ ๒ ล้านคน ๑ ล้านเศษ ๆ แต่ทั่วทั้งประเทศที่เป็นชาวมุสลิมที่อยู่ กระจัดกระจายกันไปทั่วทั้งประเทศมีเกือบ ๑๐ ล้านคน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น คนเหล่านี้ครับในขณะนี้อยู่ดีมีสุข อยู่ดีมีสุขครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนไว้นะครับ ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ที่ประเทศชาติไทยเรานี้ถือว่าชาวมุสลิมคือคนไทยพี่น้องไทย ไม่เคยคิดเป็นอื่น นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนะครับไม่เคยคิดเป็นอื่น แต่มีเรื่องอะไรที่เกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธานเลย ท่านประธานก็เช่นเดียวกัน ที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนก็เหมือนกัน เจ้าหน้าที่ทุกคน ส.ส. ทุกคนมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าเสียดายแล้วก็เสียใจ เสียใจครับ เกิดอะไรขึ้นเสียใจครับ เสียใจที่พี่น้องชาวมุสลิมคนไทยเหมือนกันต้องลําบาก อย่างนี้เป็นต้น ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลยนะครับท่านประธาน
หมดเวลาแล้วครับ
ท่านประธานยังเหลืออีกตั้ง ๑ นาทีกว่า นะครับ
อันนี้เกินมา ๑ นาทีกว่า เมื่อกี้ออดเตือนแล้วครับ
อันนี้เกินหรือครับ ผมมาเจอ ท่านประธานทุกทีเลย ผมหมดเวลาทุกที เดี๋ยวขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธานขอนิดเดียว จะจบแล้ว เอาอย่างนี้ท่านประธานครับ มีข้อหนึ่งที่สําคัญและดีด้วย ซึ่งข้อเสนอแนะ เชิงมาตรการและแผนงานโครงการที่สําคัญ ที่พูดภาษาอังกฤษไว้ว่า แฟลกชิพ โปรเจค (Flagship Projects) ท่านประธานครับตรงนี้สําคัญมาก อันนี้ดีมากเลยแล้วก็ผมเห็นด้วย อย่างในข้อ ๖ นะครับท่านรองประธานในฐานะประธานท่านดูนะครับ หน้า ๑๒๓ ข้อ ๖ (๖) ให้มีการตราพระราชบัญญัติรองรับเขตพัฒนาพิเศษหรือพื้นที่เฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การบริหารจัดการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ มีองค์กรกลไกรองรับที่ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีโดยตรงในการกํากับการพัฒนาและบริหาร จัดการงบประมาณในพื้นที่ ตรงนี้ดีมาก ท่านประธานครับ ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าประเทศใด ก็แล้วแต่ถ้าเจริญรุ่งเรืองพี่น้องประชาชนทํามาหากิน กินดีอยู่ดีแล้วก็มีรายได้เพียงพอ แก่การจับจ่าย เพียงพอแก่การใช้จ่าย อย่างนี้ผมเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น เพราะทุกคนกินดีอยู่ดี ที่เกิดขึ้นเพราะอดยาก ที่มีปัญหาเพราะยากจนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องรีบทําให้เป็นเขตเศรษฐกิจให้กับพี่น้องชาวมุสลิมได้ทํามาหากิน อย่างมีความสุข ไม่ว่าคนที่ไหน ไม่ว่าทั้งภาคทั่วทั้งประเทศไทย ถ้ากินดีอยู่ดีมีสุข ไม่มีปัญหา หรอกครับ ผมเชื่ออย่างนั้น ก็อยากจะฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านสุดท้ายครับ ท่านวัชระมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านเรวัต สิรินุกุล ซึ่งเป็นประธานกลุ่มมิตรภาพไทย-โปแลนด์ที่ผมสังกัดอยู่ด้วยนั้น ท่านได้อภิปรายและบอกว่า ในห้องประชุมนี้มีแต่สมาชิกพรรคเพื่อไทยกับท่านประธานเท่านั้น ผมขอกราบเรียนว่า ไม่เป็นความจริงครับ มีกระผม ส.ส. วัชระ เพชรทอง มีท่าน ส.ส. วิรัตน์ กัลยาศิริ มีท่าน ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง มีท่าน ส.ส. นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี และอีกหลายท่านครับ คือไม่ได้มีเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับท่านประธานเท่านั้น
นั่งเถอะครับ
เกรงว่าท่านผู้ฟังทางบ้าน จะเข้าใจผิด เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาสําคัญและเราสนใจฟังโดยตลอดครับ จึงกราบเรียน ท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็อยู่ในที่ประชุม ขอกราบขอบพระคุณครับ
ก็ยังมีเพื่อน ส.ส. นั่งอยู่รอบ ๆ ห้องอีกเยอะนะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านเรวัตมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เรวัต สิรินุกุล พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วนครับ เมื่อกี้นี้ท่านวัชระครับ ท่านจะโกรธผมไม่ได้ นะครับ เพราะว่าผมพูดจริง ๆ ว่าไม่อยู่ แต่ท่านอยู่ข้างนอก แล้วเวลาที่ผมพูดท่านก็เข้ามา มันเป็นเรื่องจริงนะครับ
เอาละครับ เพราะว่าเพื่อน ส.ส. ก็ทานข้าวอยู่รอบ ๆ ห้องประชุม อยู่แถวนี้ครับ
ถ้าทานข้าวอยู่ข้างนอกผมไม่ว่าครับ
นั่งเถอะครับ
แต่ถ้าหากว่าท่านเข้าใจผิด ผมก็ขออภัย ท่านด้วย แต่ว่าจริง ๆ แล้วอยู่กันทุกพรรคละครับ
เอาละครับ ไม่ต้องตอบโต้กันแล้วครับ
ท่านประธานนิดเดียวจริง ๆ ครับ คือผมอยู่ด้านหลัง ท่านเรวัตมองไม่เห็นครับ
ครับ เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เพื่อน ๆ หลายคนถามผมว่าผมอยู่จังหวัดยโสธรสนใจรายงานของภาคใต้ด้วยหรือ ผมบอก สนใจครับ เพราะเมื่อวานนี้เหตุเกิดที่บริเวณเขาพระวิหาร ทหารที่เป็นลูกบ้านผมนะครับ ทั้งตายและถูกจับ คราวนี้ที่ต้องสนใจเรื่องภาคใต้ด้วยก็เพราะว่าเวลาที่มีทหาร ตํารวจ บาดเจ็บและเสียชีวิต การฌาปนกิจส่วนใหญ่ก็จะกลับไปทําที่ภาคอีสาน ร้อยเอ็ด ยโสธร แถว ๆ นี้ละครับ เพราะฉะนั้นผมจําเป็นจะต้องให้ความสนใจ อย่างน้อยลูกหลาน บ้านผมนะครับ ถ้าหากเหตุการณ์มันดีขึ้นมีความสงบ ท่านเหล่านี้ก็คงจะไปรับใช้ชาติในที่อื่น ไม่จําเป็นจะต้องมาเสียชีวิตที่นั่น ผมเคยไปอ่านจดหมายของทหารที่ไปปฏิบัติในภาคใต้ ท่านประธานครับ เขาเขียนไปถึงคุณพ่อ คุณแม่ของเขา แล้วก็ท่านเหล่านั้นก็เอาจดหมาย มาให้ผมช่วยอ่าน คือเขาอยากจะขอให้เอาลูกเขากลับ คือพลทหารเขียนไป เล่าไปบอกว่า นั่งอยู่ในค่ายกับเพื่อน ๆ หลายคน ทานข้าวอยู่มันก็ไม่อร่อย คือยังไม่แน่ใจว่าขณะที่ ทานข้าวอยู่อะไรจะเกิดขึ้น ศัตรูอยู่ไหนก็ไม่รู้ เลยไม่รู้ว่าตัวเองกําลังไปสู้กับใคร รบกับใคร นี่มันแย่เหมือนกันท่านประธาน ในความรู้สึกนะครับ พอผมอ่านอย่างนี้แล้วผมก็ กลับมาดูรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูคณะกรรมาธิการนะครับ เริ่มตั้งแต่ พลเอก สมชาย ท่านก็ลาออกไปแล้วไม่ทราบว่า ด้วยเหตุด้วยเหตุผลอะไรเหมือนกัน ก็เข้าใจว่าเป็นนายทหารที่น่าจะรู้เรื่องเหล่านี้ มีท่านเจะอามิง โตะตาหยง ซึ่งเป็นรองประธานอยู่ อีกหลายท่านนะครับที่ดูรูปอย่างนี้ เป็นการเรียกว่ารวมพลคนเก่ง คนรู้ปัญหาของภาคใต้ ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าตกลงปัญหา ความไม่สงบของภาคใต้นี้มันเกิดจากอะไรจริง ๆ จะได้แก้ปัญหาให้ตรงจุด ท่านประธานครับ มีรายงานเป็นการศึกษาของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ของมหาวิทยาลัยปัตตานี ในรายงานนี้เมื่อปี ๒๕๕๒ เขาบอกว่าความรุนแรงที่ดูเหมือนจะลดลงมากในช่วง กลางปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา แต่พอต้นปี ๒๕๕๒ แนวโน้มกลับรุนแรงขึ้น แล้วก็ถี่ขึ้น โดยเฉพาะ ในเดือนมกราคม เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ระดับความรุนแรงขยับขึ้นสูง ประมาณ ๑๐๐ ครั้งต่อเดือน เห็นไหมครับ ไหนล่ะที่ท่านบอกว่าพอมี ศอ.บต. แล้ว อะไรมันจะดีขึ้น ปีนี้ก็ยังเจออย่างนี้อีก มันเป็นเพราะอะไร พอไปดูก็มีคําถามต่อไปบอกว่า เหตุใดสถานการณ์ในภาคใต้ภาพรวมยังเป็นเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ภาครัฐ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ในการแก้ปัญหาภาคใต้นั้นทุ่มกําลังคนงบประมาณมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราเห็นแล้ว สื่อก็ลงบอกแล้ว ๑.๔๔ แสนล้านบาทลงไป กําลังทหาร ตํารวจ มากกว่า ๖๐,๐๐๐ คน ในรอบ ๖ ปี มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าคน เสียชีวิตนะครับ หลายคน บอกผมว่าตัวเลขนี้มากกว่าทหารอเมริกันที่เสียชีวิตที่อิรักครับ เราอุตส่าห์ลงทุน ตั้งคณะกรรมาธิการ ดูรายชื่อทั้งหมดแล้วก็คิดว่ารายงานฉบับนี้ผมอ่านดูแล้วน่าจะพบกับ ความสว่าง หาหนทางที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ เพราะอะไร เพราะในรูปภาพทั้งหมด ของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านที่เป็น ส.ส. ในพื้นที่ผมเคยถามส่วนตัว เคยถามท่านว่า ปัญหาจริง ๆ บอกหน่อยสิมันเกิดจากอะไร ตอนที่ผมทํางานอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการครับ ไปเยี่ยมโรงเรียนหลายครั้ง ไปกับท่านรัฐมนตรีสุธรรม แสงปทุม ตอนนั้น เราไปมอบเงิน ช่วยเหลือกับคนพิการที่จังหวัดยะลาตอนเช้า ตอนบ่ายกลับมาโดยขึ้นเครื่องบินกลับนะครับ พอจะถึงหาดใหญ่มีรายงานว่าครูถูกยิงเสียชีวิตก็เลยต้องย้อนกลับไปรดน้ําศพเขา ภาพเหตุการณ์เหล่านี้มันยังคงอยู่ ฉะนั้นพอมาดูผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการผมก็เห็น ความตั้งใจของท่านที่ต้องการศึกษาสภาพปัญหากันอย่างจริง ๆ อุตส่าห์ตั้งเป็น คณะอนุกรรมาธิการหลายชุด แต่ว่าชุดที่ผมพยายามจะดูก็คือชุดอนุกรรมาธิการ เรื่องโครงสร้างของสังคม การเมือง ชุดเรื่องวัฒนธรรม แล้วก็ชุดเรื่องการที่อยากให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้มากขึ้น แล้วพออ่านดูจากรายงานนี้ท่านก็วาง เหมือนกับเป็นรายงาน เหมือนเป็นวิทยานิพนธ์น้อย ๆ ท่านใช้เวลาปีกว่านะครับ แล้วกลับมา เสนอเพื่อสอบ ผมเคยชินกับการอ่านรายงานอย่างนี้ เพราะว่าเคยสอบวิทยานิพนธ์บ่อยมาก พอเริ่มจากบทสภาพปัญหาในปัจจุบันท่านพูดถึงก็ผ่านไป มาถึงเรื่องการวิเคราะห์ สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหาในพื้นที่ พออ่านดูแล้วในบทที่ ๒ ท่านประธานครับ สภาพปัญหา เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เหตุความรุนแรงท่านก็บอกว่าเหตุความรุนแรง ที่เกิดขึ้นรุนแรงมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบที่มีการจัดองค์กร ตลอดจนมีการพัฒนายุทธศาสตร์ ยุทธวิธีเข้มแข็งขึ้น ขณะเดียวกันรัฐก็เลือกที่จะแก้ปัญหา โดยเพิ่มกําลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ลงสู่พื้นที่มากขึ้น พอเป็นอย่างนี้มันแก้ปัญหาได้ไหม พอไปถามประชาชนบอกว่าที่เป็นอย่างนี้ประชาชนรู้สึกอย่างไร ศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัย สงขลาที่ปัตตานีนะครับ ถามว่าประชาชนมีความเห็นอย่างไรในนโยบายอย่างนี้ ประชาชน ในจํานวนมากที่เขาตอบมาเขาบอกว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับการใช้วิธีการทางทหาร ในการจัดกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ก็คือเขาตอบว่าไม่เห็นด้วยเพราะมันแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีข้อมูลพื้นฐานอย่างนี้ผมก็ไปดูกันต่อไป ท่านก็ไม่ได้บอกกลุ่มขบวนการ ก่อความไม่สงบคือใคร ต้องย้อนกลับ บังเอิญผมก็เห็นเล่มแดง ๆ ของท่านกรรมาธิการ ความมั่นคง ท่านประธานเจะอามิงเป็นประธาน มาเล่มนี้เลยครับท่านประธาน ซึ่งก็คงจะเข้า ในวาระต่อไป เล่มนี้จะบอกว่าขบวนการนั้นมีใครบ้าง ก็คือถ้าอ่านเล่มนี้แล้วต้องไปอ่านเล่มนี้ต่อ ก็จะทําให้รายงานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น กลับไปดูเรื่อง มติทางโครงสร้างที่สําคัญเรื่องการกระจายอํานาจทางการเมืองการปกครอง ในนั้นบอกว่า พื้นที่ยังไม่เหมาะสมกับลักษณะทางวัฒนธรรม ศาสนา และอัตลักษณ์ ท่านใช้คํานี้บ่อยมาก ผมก็พยายามอ่านดูหลายเรื่องว่าท่านจะบอกว่าอย่างไร ต้องการพูดว่าอย่างไร จริง ๆ ว่า ต้นตอของปัญหานี้คืออะไร เพราะท่านต้องโจทย์ว่าปัญหานะครับ ท่านตอบโจทย์ได้ไหม ถ้าตอบได้ชัดเจนขึ้น เรื่องที่ท่านเสนอในบทต่อไปก็จะสอดคล้องกัน และทําให้ผู้อ่านเห็นด้วย กับท่าน แต่ว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งมีข้อสงสัย ท่านบอกหลายอย่างนะครับว่าการกระจายอํานาจ ทางการเมืองการปกครองไม่เหมาะสมกับลักษณะปกครองพื้นที่ รัฐยังไม่มีการพัฒนา การเรียนการสอนของโรงเรียนสามัญในพื้นที่เท่าที่ควร ผู้บริหารโรงเรียนไม่เข้าใจและไม่ให้ ความสําคัญกับการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออํานวยต่อการปฏิบัติศาสนกิจของนักเรียน ในด้านนโยบายของรัฐที่ใช้กฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉินหรืออะไรต่ออะไรพวกนี้ก็เหมือนกัน ก็เป็นปัญหาและเป็นอุปสรรคกันไปหมด นี่ปัญหาเรื่องพื้นฐานที่ท่านพูด พอไปดูในบทที่ ๓ วิเคราะห์สภาพปัญหาและสาเหตุพื้นฐานของปัญหา บทนี้ผมก็อ่านหลายรอบ ก็ไม่ว่าอะไร ท่านก็วาดไว้ในข้อ ๓.๑ ปรากฎการณ์ของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บอกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงอาการที่เกิดขึ้นจากเรื่องที่เรื้อรังมา คืออะไรครับ ท่านก็บอกว่าสาเหตุพื้นฐานของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือในเรื่องโครงสร้าง การจัดองค์กรทางการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต การดําเนินชีวิตของท้องถิ่น ไม่เอื้อต่อ การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน พอท่านพูดอย่างนี้ผมก็อ่านในบทที่ ๔ ต่อไป แล้วท่านเสนออะไร ท่านบอกว่าประชาชนขาดพื้นที่ทางการเมือง ขาดพื้นที่ทางการเมือง ในการเข้ามามีส่วนร่วมแปลว่าอะไร ก็คืออยากจะให้ประชาชนเขามีส่วนร่วมมากขึ้น เราเคยมี ศอ.บต. สุดท้ายท่านก็บอกว่าไม่ได้ พอมีพรรคการเมือง สมัยก่อนพรรคท่าน ท่านก็ยุบ ท่านก็บอกไม่ได้ นั่นคือต้นเหตุของปัญหา บัดนี้ท่านออกกฎหมายตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมา นึกว่าเป็นยาที่จะมาแก้ปัญหานี้ได้ เห็นไหมความรุนแรงก็มากขึ้นกว่าเดิมอีก มันไม่ตอบโจทย์ ท่านก็บอกว่าการแก้ปัญหาพวกนี้ ความไม่สงบในภาคใต้นี้ไม่อาจสนองตอบ ต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมขีดเส้นใต้คําว่า อย่างแท้จริง คืออะไร พยายามจะอ่านต่อไปบอกว่ามิติที่สําคัญก็คือเรื่องมิติทางวัฒนธรรม ผมอ่านตรงนี้ ๓-๔ รอบ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการบอกว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วน ยังไม่เห็นคุณค่า ไม่เข้าใจและไม่ให้เกียรติอัตลักษณ์ความเป็นมลายูปัตตานีอย่างจริงจัง และจริงใจ เช่น การปฏิเสธไม่ให้ใช้ภาษามลายูถิ่นเป็นภาษาทํางาน ตามที่คณะกรรมการ อิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ พ.ศ. .... เคยเสนอไว้เมื่อปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ความไม่เข้าใจอย่างนี้มันก่อให้เกิดความขัดแย้งยิ่งขึ้นต่อความรู้สึกของคนไทยเชื้อสายมลายู ปัตตานี ตรงนี้หรือเปล่าคือหัวใจของปัญหา ท่านไม่ฟันธง ไม่บอก แล้วก็อ้อมแอ้มไป อ้อมแอ้มมา คือถ้าเป็นการอ่านงานนี้ผมว่าขี่ม้าเลียบค่าย ตกลงไม่ยอมบอกว่าปัญหา ที่แท้จริงของปัญหาความวรรคท้ายนี้คืออะไร ผมก็หวังว่าจะได้เห็นจากรายงานนี้ล่ะ ถ้าท่าน ตอบตรงไปตรงมาเลยบอกว่าปัญหานี้คือเรื่องปัญหาที่มาจากพื้นฐานทางวัฒนธรรมใช่หรือไม่ ปัญหาทางพื้นฐานเรื่องเผ่าพันธุ์ คือเป็นคนไทยมลายูหรือที่เรียกว่ามลายูปัตตานีใช่หรือเปล่า คนเหล่านี้เขาต้องการอัตลักษณ์ของเขา เขาอยากอยู่อย่างของเขา แต่ว่ารัฐไทยไม่ยอมให้ พอไม่ยอมให้ท่านก็คิดสร้างโน่นสร้างนี่ขึ้นมาเรื่อยเลย แม้กระทั่งล่าสุด พ.ร.บ. ศอ.บต. นี้ ผมก็เคยพูดท่านยก ครม. ทั้งคณะไปไว้ที่ ๓ จังหวัดภาคใต้มันเรื่องอะไร ไหนบอกจะให้เขาปกครองตนเอง ไม่ ยังไปปกครองเขามากกว่าเดิมเข้าไปอีกมันก็แก้ปัญหา ไม่ได้ ผมก็อ่านดูหลายรอบ พอไปถึงคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ บางคณะที่สําคัญ เช่น ของคณะในเรื่องการต่างประเทศ ท่านก็บอกว่าปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ไม่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการก่อการร้ายสากลที่ทําให้เป็นความรุนแรงมากขึ้น ไม่เกี่ยว แต่เนื่องจากกระแสโลก มุสลิมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่อิรัก ปาเลสไตน์ ทําให้คนรู้สึกว่าชาวมุสลิมทั่วโลก รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกรังแก ด้วยเหตุผลนี้กระมังนะครับก็เลยทําให้มันเกี่ยวโยงไปถึง ภาคใต้ แต่ว่าท่านไม่ได้บอกนะว่าปัญหาเรื่องศาสนานี้เป็นปัญหาหลัก ไม่ใช่ พอไปถึง กลุ่มที่ศึกษาเรื่องศาสนาเห็นไหมครับ ท่านบอกว่าอย่างไร ศาสนาไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วอย่างไรล่ะ ตกลงกลุ่มนี้บอกศาสนาไม่ใช่ กลุ่มนี้บอกว่ากลุ่มชาวมุสลิมถูกดูถูกเหยียดหยามเป็นต้นเหตุ นี่คือรายงานมันเป็นอย่างนี้ พอมันเป็นอย่างนี้แล้วผมก็เห็นความพยายามของท่านอุตส่าห์ลงไปพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้อง กระทั่งเชิญอาจารย์ที่มาจากประเทศอังกฤษมาพูดว่าเขาแก้ปัญหาไอแลนด์ของประเทศ อังกฤษเขาแก้ปัญหากันอย่างไร นี่คือความพยายามในการแก้ไขปัญหา แต่ว่าพออ่านดูแล้ว ผมรู้สึกว่ามันไม่ฟันธงเลียบค่ายไปเรื่อย ตกลงอ่านแล้วทั้งหมดเล่มนี้ท่านบอกจะส่งรายงานนี้ ให้รัฐบาล หวังว่ารัฐบาลจะนําเอาข้อคิดเห็นเหล่านี้ไปปฏิบัติ ถ้าผมเป็นรัฐบาลอ่านดูแล้ว ไม่เห็นมีอะไรที่มันมากไปกว่ารายงานอื่นเลย ตกลงถ้าอ่านเล่มนี้ของท่านเจะอามิง จะมีข้อเสนอขัดเจนกว่าด้วยซ้ํา แล้วจะให้ทําอย่างไรครับท่านประธาน
สรุปได้แล้วครับ
ก็สรุปว่าในความเห็นผมนะครับ ถ้าเป็น วิทยานิพนธ์ผมจะบอกว่าไปปรับปรุงใหม่แล้วเขียนให้มันชัดมากขึ้นกว่านี้ได้ไหม ตั้งโจทย์ ให้มันชัด ตั้งโจทย์ว่าปัญหาคืออะไรจริง ๆ ไม่ใช่เลียบไปเลียบมา เลียบไปเลียบมา สุดท้าย ก็สรุปไปอย่างนั้น แต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่ชัดเจนเกิดขึ้น เห็นความพยายามของท่านเหมือนกัน แต่ผมรู้ว่าท่านเจะอามิงท่านรู้ แต่ไม่ยอมเขียน ไม่ยอมบอกว่าต้นตอจริง ๆ ของเรื่องคืออะไร แต่ถ้ายอมบอกว่าก็คนมลายูปัตตานีเขาต้องการอัตลักษณ์ของเขา ปล่อยให้เขาบริหาร จัดการเองได้ไหม พรรคเพื่อไทยเสนอให้มีนครปัตตานี ก็มีคนไปเติมว่านครรัฐปัตตานี ว่าจะแยกปัตตานีขึ้นเป็นรัฐ ไม่ใช่ เราอยากจะเห็นคนที่นั่นเขาบริหารจัดการปกครองตนเอง ด้วยรูปแบบอย่างไร นี่ช่วยกันคิด ถ้าท่านฟันธงเสียอย่างนี้มันจะทําให้งานนี้มันมีคุณค่า มากขึ้น แล้วถ้าส่งไปรัฐบาลแล้วเขาก็ต้องนั่งคิดว่าจะทําตามรายงานนี้อย่างไร ส่งไปอย่างนี้ ผมก็สรุปว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ที่ศึกษากันอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับขอสรุป อีกครั้งว่าถ้าเป็นวิทยานิพนธ์หรือเป็นรายงานในการเสนอ ถ้าผมเป็นอาจารย์ผมจะบอกว่า ไปปรับปรุงให้มันชัดเจนขึ้น แล้วเสนออีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับท่านประธาน
ถือว่าหมดผู้อภิปราย ต่อไปก็เชิญท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงครับ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมก็ขอขอบคุณท่านสมาชิก ทุกท่านทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ช่วยกันอภิปรายเสนอแนะแนวทางมากมายนะครับ ก็มีตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกนะครับ ผมคิดว่าความเห็นก็แตกต่างกันตามลักษณะ ปริญญานะครับ ผมก็เข้าใจท่านอาจารย์พีรพันธุ์ดีนะครับ เพราะว่าท่านก็อยู่กรรมาธิการ เดียวกับผม คือกรรมาธิการการต่างประเทศ ท่านก็เป็นผู้ที่มีความสามารถมาก ปริญญาเอก ฝรั่งเศสนะครับ แม้กระทั่งอารมณ์ของการอภิปรายในวันนี้ก็แตกต่างกัน บางท่านก็สุภาพ เรียบร้อย บางท่านก็ดุดัน ก็เป็นสไตล์ (Style) ของแต่ละคน ผมถือว่าเป็นดอกไม้หลากสี ซึ่งสร้างความสวยงามแก่สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมก็จะสรุปในหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งท่านสมาชิกได้พูดก็คือ ๔ ท่านนะครับ หลังจากนั้น ก็จะให้ท่านประธานกรรมาธิการได้สรุปสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง
การอภิปรายและข้อเสนอแนะของท่านนายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ในเรื่องการสื่อว่า สื่อสารมวลชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดนําเสนอข่าวในพื้นที่มีความสําคัญมากครับ ต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า การทําข่าวซึ่งจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการที่ข่าวสั้น เอาไปยิงเป็นช็อท ๆ (Shot) ออกไปนะครับ ทําให้เกิดความสับสนต่อผู้ชมได้ครับ เพราะว่าข่าวมันสั้นเกินไป หลายครั้ง ดูเหมือนกับว่าข่าวมันถูกบิดเบือนโดยไม่เจตนานะครับ และบางครั้งก็ยังมีข่าวว่านักข่าว ในท้องที่ถูกข่มขู่โดยผู้มีอิทธิพล ซึ่งผมก็คิดว่ามีเรื่องเหล่านี้เป็นความจริงในหลาย ๆ ครั้ง แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านได้พูดถึงก็คือ การแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ผมในฐานะที่เป็นแพทย์ ผมก็มีความไม่สบายใจ เป็นอย่างยิ่งครับ แล้วก็ทราบมาว่ามีข้อเท็จจริงในหลาย ๆ ประการอย่างที่ท่านได้พูดถึงก็คือ มีการดําเนินการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยใช้พื้นที่ของสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาล เป็นฐาน ซึ่งประเด็นนี้ทําให้เกิดความไม่สบายเป็นอย่างยิ่งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแพทย์ ในเรื่องผู้ต้องสงสัยกําลังรักษาตัวอยู่ก็ถูกจับกุม ในเรื่องนี้จรรยาบรรณของแพทย์ต้องรักษา ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพระเอก หรือเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือโจร หรือผู้ร้ายต้องรักษาหมดครับ นี่เป็นจรรยาบรรณแพทย์ แต่ถ้ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วทําให้แพทย์เกิดความลําบากใจเป็นอย่างยิ่งนะครับ ในการรักษาพยาบาล แม้กระทั่ง แพทย์เคลื่อนที่ยังถูกมองว่ามีการประสานงานไปหาข่าว ซึ่งไม่เป็นความจริงใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเชื่อว่าโดยจรรยาบรรณของฝ่ายทางการแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ไม่มีประเด็นนี้ แต่ว่าก็ถูกมองไปในทางที่ผิดพลาด แล้วทําให้เกิดปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยของแพทย์ ของพยาบาลในพื้นที่ เราก็ยอมรับว่าเป็นความจริง แล้วก็จะต้องเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ของท่านซูการ์โนบอกว่าสรุปได้ว่าการปกครองตนเองในรูปแบบพิเศษนะครับ ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นลักษณะที่หลายคนที่พูดออกมาก็ไม่เหมือนกัน จริง ๆ แล้วการปกครอง ในรูปแบบใดก็ตาม อันแรกก็คือต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญครับ อันนี้ชัดเจนที่สุด อันที่ ๒ ก็คือ การตัดสินว่าจะปกครองในรูปแบบใดก็ตามมันไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของสภา ที่จะต้องอนุมัติตรงนี้ครับ มันต้องผ่านสภา รัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะไปกําหนดว่าตรงนี้ จะปกครองแบบนี้ได้ ทั้งหมดเป็นอํานาจ เป็นสิทธิการตัดสินใจของสภานะครับ และในเรื่อง ศอ.บต. ผมยืนยันว่า ตอนนี้ ศอ.บต. ที่เกิดขึ้น ไม่เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มานะครับ กรรมาธิการ ส่วนใหญ่ที่อยู่ในกรรมาธิการศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายท่าน ก็ไปอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็ใช้ข้อมูลตรงส่วนนี้ไปเป็นประโยชน์ในการร่างพระราชบัญญัติตรงส่วนนั้น ว่า การที่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเราเห็นว่านายกรัฐมนตรีมีอํานาจ ในการตัดสินใจสูงสุด ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วฉับพลัน เพื่อการแก้ไขปัญหา ได้อย่างทันท่วงทีนะครับ ไม่ได้มองในด้านอื่นว่าอํานาจล้นฟ้า มันไม่ใช่นะครับ อันนี้เป็นความ เข้าใจที่ไม่ตรงกัน และเราก็ยังมีสภาที่ปรึกษาในเรื่องการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งมาจากทุกกลุ่มนะครับ ผู้สื่อข่าว ตัวแทนของทุกศาสนา ตัวแทนของทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพข้าราชการหรืออาชีพใดก็ตาม ก็มาเป็นสภาที่ปรึกษาการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเปิดโอกาสครั้งแรกนะครับ เพราะก่อนนี้ ศอ.บต. เป็นแค่ เสือกระดาษ ไม่มีกฎหมายรองรับ เราก็เลยต้องร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อให้อํานาจ แก่ ศอ.บต. ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีอํานาจและมีประสิทธิภาพครับ เพราะฉะนั้น การตั้ง ศอ.บต. ครั้งนี้คงไม่มีผลเสีย แต่มีผลดีที่จะทําให้การแก้ไขปัญหาทําได้ดียิ่งขึ้น แต่กฎหมายเพิ่งออกได้สักเดือนหนึ่งประมาณนั้นนะครับ ผมคิดว่าคงไม่มีการแก้ปัญหาอะไร ที่สามารถทําได้รวดเร็วถึงขนาดนี้ ท่านจะหวังเห็นผลใน ๑ เดือนมันเป็นไปไม่ได้ การสร้าง ปัญหานั้นง่ายครับ แต่แก้ปัญหานี่มันยากครับ มันต้องใช้เวลาครับ ท่านโกวิทย์ ธารณา บอกว่างบประมาณหลายอย่างซ้ําซ้อนก็มีจริงครับ ผมเองก็มีโอกาสได้เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เห็นแล้วครับว่า มีการเลี้ยงแพะซ้ําซ้อนครับ บางทีทางการทหารก็เลี้ยงแพะ เกษตรก็เลี้ยงแพะ ผมยังพูดว่ายังดี ที่ตํารวจไม่เลี้ยงแพะนะครับ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหามากครับ ถ้าตํารวจเลี้ยงแพะ และในเรื่องนายทุนแย่งอาชีพของประชาชน เช่น อาชีพประมง ตรงนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การแย่งอาชีพของนายทุนที่ไปแย่งอาชีพคนยากจนนี่เป็นปัญหาของประเทศนี้ ผมคิดว่า คงไม่เป็นเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็นทั้งประเทศที่เราทุกคนในสภาแห่งนี้จะต้อง ช่วยกันแก้ปัญหาต่อไปครับ ความยากจนนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่สําคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทําให้ปัญหามันบานปลาย ผมเชื่อว่าถ้าคนอยู่ดีกินดีก็ไม่ต้องไปทํามาหากินอยู่ถึงมาเลเซีย ปล่อยให้ลูกหลานอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย เพราะพ่อ แม่ ไปอยู่มาเลเซียมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส หรือว่าสตูลก็เหมือนกัน ตรงนี้ เป็นเพราะความยากจน ถ้าเราสามารถทําให้เขาอยู่ดีกินดีได้ปัญหานี้ก็ไม่เกิดขึ้น ผมจึง เห็นด้วยอย่างยิ่งในปัญหานี้ครับ กรรมาธิการก็สรุปในทํานองเดียวกัน
ในเรื่องแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ อุดมจริง ๆ ครับ การปลูกลองกองไม่มีที่ไหน ในประเทศไทยที่ปลูกได้ดีเท่ากับจังหวัดชายแดนภาคใต้ อําเภอระแงะ อําเภอตันหยงมัส จนมีเขากล่าวกันว่าชาวจังหวัดนราธิวาส อําเภอระแงะ อําเภอตันหยงมัส แค่ทานลองกอง แล้วไปถ่ายตรงริมรั้ว ผลที่ได้ยังออกมาดีกว่าไปใส่ปุ๋ยบํารุงอย่างดีในภาคส่วนอื่นของ ประเทศไทย เพราะว่าดินดีอุดมสมบูรณ์ ภูมิอากาศพร้อมดีมากที่ทําให้ลองกองดีที่สุด ในประเทศไทยอยู่ที่อําเภอตันหยงมัส นราธิวาสครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง เสนอเพิ่มเติมในเรื่องนครปัตตานี เรื่องการปกครอง ตนเอง ซึ่งท่านบอกว่าอยากจะเปลี่ยนจากนายก อบจ. มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผมไม่ทราบว่าเปลี่ยนได้หรือเปล่า ตรงนี้ก็คงต้องว่ากันไป เพราะผมยังไม่เคยเห็นนะครับ ว่าเราสามารถเปลี่ยนจากนายก อบจ. มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก็คงต้องดูกันในสภา แห่งนี้ละครับว่าจะเปลี่ยนอย่างไร เพราะเป็นอํานาจของสภา ท่านบอกว่าถ้ามีการเปลี่ยน อย่างนี้แล้วไม่ต้องมีการซื้อตําแหน่ง ผมคิดว่าถ้าการเลือกตั้งแล้วด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จะดีมาก เป็นยอดปรารถนาของคนไทยเลยครับ พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านอยากให้เลิก พวกเราก็เห็นด้วยนะครับ และตอนนี้ทราบมาว่ารัฐบาลก็ได้ยกเลิก พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินในบางอําเภอและเป็นการนําร่องเพื่อดูว่าต่อไป จะทําอย่างไร จะยกเลิกต่อไป ถ้าเป็นผลดีก็จะยกเลิกต่อไปนะครับ
เรื่องพยาบาล ๓,๐๐๐ คนจบแล้วไม่มีงานทํา พอดีผมเองอยู่กรรมาธิการ การสาธารณสุขก็ทราบมาว่าทางการได้จัดตําแหน่งรองรับเรียบร้อยแล้วครับสําหรับ ๓,๐๐๐ คน ก็ขอให้คุณสมคิดสบายใจได้
ท่านบอกว่าอย่าปล่อยเสือเข้าป่า ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในอดีตเราเคย ปล่อยเสือเข้าป่าแล้วมีปัญหาจนถึงทุกวันนี้ เพราะว่าเสือถ้าอยู่ในเมืองหรืออยู่ในสวนสัตว์ ในกรงคงไม่มีฤทธิ์อะไร แต่ถ้าเข้าป่าแล้วมีฤทธิ์มากครับ
วัยรุ่นที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ท่านก็บอกว่าอยากให้รับราชการ ผมว่าดีมาก นะครับ กศน. ก็เป็นทางแก้ปัญหาทางหนึ่งและการเรียนเทคนิค เรียนต่าง ๆ วิชาชีพ แล้วสามารถต่อยอดได้ หรือว่าเรียนวิชาชีพที่ต่างประเทศต้องการ ผมคิดว่าทางกระทรวง การต่างประเทศ หรือกระทรวงแรงงานจะต้องช่วยกันดูแลเรื่องนี้เพื่อให้แรงงานของไทย ที่มีฝีมือได้เข้าไปทํางานในต่างประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตรงนี้เป็นยอดปรารถนา ของคนไทยอีกเหมือนกันครับ ผมก็คงขออนุญาตเพียงแค่นี้ครับ ต่อไปท่านประธาน จะขอชี้แจงต่อ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจ ในการที่มาวิพากษ์เพื่อนําสู่ในการแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เราต้องยอมรับอย่างนี้ครับท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง ให้ความสนใจกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความรู้สึกเดียวกัน ครับท่านประธานว่า คนที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้มีความรู้สึกหดหู่เมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่มีการฆ่ากัน มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะของคนที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องรับผิดชอบทั่วทั้งประเทศ ด้วยความรู้สึกของผม ต้องขอขอบคุณด้วยความจริงใจที่ท่านสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองและทุกภาคด้วยที่ได้ให้ ความสนใจ ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตชี้แจงต่อกรณีที่ พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ได้ลาออก ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ ที่ท่านได้ลาออกจากประธานคณะกรรมาธิการก็สืบเนื่องจาก มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในสมัยที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ สมัยนั้นพรรคของท่านเป็นรัฐบาล แต่ในเมื่อมีพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลช่วงหลัง เพื่อมารยาททางการเมือง ท่านได้ให้เหตุผลอย่างนี้ครับ ท่านถึงได้ลาออกจากประธาน คณะกรรมาธิการ เพื่อให้ในส่วนของรัฐบาลได้กํากับดูแลอย่างเต็มที่ นี่คือเหตุผลที่ท่าน ได้ให้ไว้นะครับ ประเด็นที่ผมขออนุญาตเรียนทําความเข้าใจว่าความล่าช้าในการที่บรรจุ ระเบียบวาระ ที่จริงไม่ใช่เป็นเรื่องของรัฐบาลครับ เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้เราต้องเข้าใจว่าระเบียบวาระในการบรรจุในการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีหลายระเบียบวาระ หลายเรื่อง หลายกรณี เพราะฉะนั้นการนําสู่ในการพิจารณาของ สภานั้นต้องใช้ระยะเวลา อันนี้ด้วยความจริงใจของสภาเองก็อยากที่จะนําเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณาก่อน แต่ว่าด้วยเหตุผลการจะเลื่อนระเบียบวาระนั้นต้องเป็นไปตามที่ได้บรรจุไว้ ก่อนหน้านี้ ที่ท่านสมาชิกเห็นห่วงว่าเวลานําเสนอเอกสารของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้นําเสนอนั้นรู้สึกว่าจะไม่ทันสถานการณ์ จะไม่ทันเหตุการณ์ก็อาจจะเป็นจริงบ้าง ในบางกรณี และบางกรณีที่ทางกรรมาธิการได้ศึกษาอยู่ก็ยังมีความทันสมัยที่จะสามารถนําสู่ ให้กับรัฐบาลนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเรียน เพื่อทําความเข้าใจว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสภาพข้อเท็จจริงเราต้องยอมรับว่า มันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครองของที่นั่น ของพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และที่เป็นเงื่อนไขขึ้นมาด้วยเหตุผลไม่ยากนะครับ ถ้ากลไกของรัฐไม่ไปทํา เงื่อนไขเพิ่มเติม ปัญหาต่าง ๆ คงจะไม่ถึงขนาดนี้ แต่สิ่งที่เรายอมรับอยู่อย่างหนึ่งประเด็น ในสภาผู้แทนราษฎร ณ วันนี้ก็คือว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหาเราต้องรู้ปัญหา รู้โจทย์ โจทย์ ณ วันนี้กระบวนการในการเคลื่อนไหวในการต่อสู้กับภาครัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือมีกลุ่มกระบวนการทั้งหมดที่ผมได้ไปศึกษามานี้มีประมาณ ๑๐ กว่ากลุ่ม ๑๐ กว่ากลุ่มนี้ ได้รวมกันมาเป็นกลุ่มเดียวกันภายใต้การนําของบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต (BRN Coordinate) การต่อสู้มีจุดมุ่งหมายอย่างที่ผมได้กราบเรียนก่อนหน้านี้ว่าจุดมุ่งหมายเพื่อดินแดน จากนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ถึงสตูล นั่นคือเหตุผล แต่เงื่อนไขการเคลื่อนไหว ของฝ่ายที่ก่อการก็พยายามที่จะเคลื่อนไหวภายใต้เงื่อนไข หากกลไกของรัฐซึ่งอยู่ในพื้นที่ ที่มีความเข้าใจในด้านเอกลักษณ์และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ามีความเข้าใจ ไม่สร้างเงื่อนไข ไม่สามารถทําให้ฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายก่อการไม่สามารถเอาเงื่อนไขไปขยายผล ประวัติศาสตร์ด้านดั้งเดิมของที่นั่น เวลาเป็น เงื่อนไขขึ้นมามีปัญหาอย่างนี้ครับท่านประธาน อย่างกรณีตากใบเป็นปัญหาและฝังใจ อีกเรื่องหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเงื่อนไข ให้ฝ่ายตรงข้ามนําไปขยายผล สู่การเคลื่อนไหว สิ่งที่ผมต้องทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ว่า ถามว่า ณ วันนี้ กลุ่มก่อการมีมากหรือไม่ ผมว่าไม่ว่าทั้งกลไกของรัฐหรือระดับนโยบายที่ไหนก็แล้วแต่ ยังไม่มีใครสรุปตัวเลขได้ที่แน่นอนครับ แต่ถามเรื่องหนึ่งครับ คนในจังหวัดขายแดนภาคใต้ เวลาผมลงพื้นที่ก็ดี เวลาเจอพรรคพวกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน ๕ จังหวัด เขาถาม ความมุ่งหมายเดียวกันว่า ท่านผู้แทนเมื่อไรบ้านเราจะสงบสักที นั่นแสดงให้เห็นว่า คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิมต้องการความสันติสุข ความสงบสุข อย่างแท้จริง แต่มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มน้อยพยายามสร้าง และสร้างพละกําลังให้ตัวเอง ให้เห็นว่าตัวเองนั้นมีพละกําลังในการที่จะต่อสู้อํานาจรัฐ เหตุผลที่คนเหล่านี้ต้องทําเหล่านี้ ต้องทําอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะต้องการแสดงพละกําลังให้เห็นว่าเขามีอํานาจเหนือกว่ากลไกของรัฐจนให้ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่กล้าให้ความร่วมมือกับกลไกของรัฐ ด้วยเหตุผลเพราะกลไก ของรัฐไม่สามารถไปควบคุมพื้นที่เวลาเขาอยู่ในพื้นที่ พี่น้องประชาชนที่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง กับทางรัฐทางกลไกของรัฐ ถ้าฝ่ายตรงข้ามได้รู้ ถามว่าคนเหล่านั้นจะมีชีวิตอยู่ไหมครับ พวกเราอยู่พื้นที่ อยู่ในหมู่บ้าน อยู่ในตําบล ชีวิตความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่แตกต่างแล้วครับ ทุกคนคงน่าจะรู้ หากกลไกของรัฐไม่สามารถควบคุมพื้นที่ ก่อเหตุได้ และไม่สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองว่าสามารถควมคุมความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนได้ ประชาชนยังให้ความร่วมมือกับกลไกของรัฐน้อยมาก ผมถึงเคยบอก ก่อนหน้านี้ว่า ณ วันนี้เราต้องไปดูในมิติในด้านความมั่นคงด้านการข่าวก็ดีด้านใช้พละกําลัง ในการที่จะประหัสประหารซึ่งกันและกันก็ดี ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรทุกคนไม่อยากที่จะเห็น การใช้กําลังเข้าไปประหัสประหารในพื้นที่ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ จังหวัดไหน เพราะนั่นจะแสดงให้เห็นว่าการสูญเสียย่อมเกิดขึ้น ไม่ว่าพี่น้องประชาชน หรือกลไกของรัฐ ควรจะเห็นด้วยกับแนวทางในการทํางานของรัฐบาลหรือไม่เห็นด้วยกับ รัฐบาล ความสูญเสียมันเกิดขึ้น แต่สิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. ทั้งหมดนี้ไม่เห็นด้วยก็คือ ต้องไม่ใช้พละกําลัง ถึงบอกว่าเป็นที่มาของการใช้สันติวิธี แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ต้องยึดการเมืองนําการทหารบวกด้วยการพัฒนา สิ่งที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือต้องใช้แนวทางสันติวิธีกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหล่านี้ครับ สิ่งที่เรื่อง รายละเอียดที่ลงไป อย่างที่ท่านเรวัตบอกว่าเรื่องโอไอซี องค์กรมุสลิมไม่สนใจ ที่จริงไม่ใช่การ สร้างเงื่อนไขที่เป็นเงื่อนไขอะไรขึ้นอย่าง กลุ่มฝ่ายก่อการพยายามที่นําเรื่องประเด็น ต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นําสู่โอไอซี ซึ่งเป็นองค์กรสันนิบาตมุสลิมโลก เพื่อที่จะ นําขยับขยายตัวเขาขยับตัวเขาขึ้นสู่ระดับของยูเอ็น (UN) เห็นไหมครับ อันนี้คือประเด็น ในข้อที่ลึก ๆ จริง ๆ ประเด็นเหล่านี้มันเกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ แม้กระทั่งในกรณีตากใบ โอไอซีเคยนําเข้าไปสู่การพิจารณาของโอไอซี แต่ว่าความทันสมัยของรัฐบาลในสมัยนั้น ได้พยายามทําความเข้าใจในกรณีที่เกิดขึ้น จนว่ามีทูตจากโลกอาหรับเข้ามาเยี่ยมเยียน อยู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนรัฐบาลจากรัฐบาลก่อนหน้านี้รัฐบาลนี้ก็ดี ก็พยายาม ทําความเข้าใจในระดับหนึ่ง ณ วันนี้กลุ่มโลกมุสลิมมีความเข้าใจในรัฐบาลแห่งประเทศไทย ที่ได้ปกครองบ้านเมืองดีขึ้น และมีความเข้าใจมากขึ้น ว่าที่จริงปัญหานั้นมันเกิดขึ้นจาก หลายประเด็น หลายเงื่อนไขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ กระบวนการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องแก้ไขทีละเรื่อง ประเด็น ในด้านการศึกษา ผมเรียนชี้แจงประเด็นด้านการศึกษาต่อท่านสมาชิกนิดหนึ่งครับ ถ้าไปดู ในเล่มแดงที่ผมได้ศึกษาไว้ ไปดูในเล่มแดงที่ผมศึกษาไว้นี้เด็กที่เรียนในชั้นประถมจํานวนมาก เรียนโรงเรียนของรัฐเลยนะครับ จํานวนมากเลยครับ จาก ป.๑ ถึง ป.๖ จํานวนมาก จาก ม.๑ ถึง ม.๖ ท่านลองไปดูในสถิติของเล่มแดงที่ผมให้ท่านไว้นะครับ เด็กส่วนหนึ่ง จะหาย แต่ถ้าไปตามจริง ๆ ขึ้นมาแล้ว เด็กเหล่านี้หายไปไหนค หายไปอยู่ในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนี้เขาสอนอย่างไรครับ สอนทางด้าน ศาสนาและด้านสามัญควบคู่กันไป แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือว่ามันมีเด็กส่วนหนึ่ง ที่ไม่ได้เข้าระบบในด้านการศึกษาเลย คนเหล่านี้หายไปไหน เยาวชนเหล่านี้หายไปไหน ฉะนั้นกระบวนการการคิดถ้าย้อนถามกลับมาหาผมไม่ว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหา อย่างนี้จะแก้อย่างไร ถึงบอกว่าจะต้องให้เป็นไปตามอัตลักษณ์ตามวิถีชีวิตของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ วิถีชีวิตในด้านการเรียนการสอนให้เป็นไปตามวิถีชีวิต ถ้าเป็นมุสลิมให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของมุสลิม ถ้าเป็นพุทธให้เป็นไปตามวิถีชีวิตพุทธ เหตุผล เพราะอะไรครับ ถ้าย้อนหลักดูในของกระบวนการที่เกิดขึ้นของการศึกษาของมุสลิมนี้นะครับ มันเป็นเรื่องที่คนซึ่งเป็นมุสลิมจะต้องเรียนในด้านศาสนาเป็นหลัก และสามัญก็ไม่ขัดข้อง ฉะนั้นคนส่วนหนึ่งที่ไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามก็เพราะว่าเขาต้องการ ศาสนาไว้ในการปลูกฝังในชีวิตของเขา แนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อที่จะให้เห็นว่า รัฐบาลมีความตั้งใจและสนใจกับการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาให้เป็นไปตามวิถีชีวิต เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของเขา รัฐบาลควรที่จะเอานโยบายของโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามบรรจุเรื่องศาสนาให้เข้าในหลักสูตรของโรงเรียนเพื่อจะดึงเด็กเหล่านั้น กลับมาอยู่ในพื้นที่ในสถานศึกษา อันนี้คือประเด็นง่าย ๆ กระบวนการที่บอกว่า ทางกรรมาธิการได้ศึกษาและส่วนใหญ่ก็จะเป็นหัวข้อ แต่ในรายละเอียดถ้าผมชี้แจงอย่างนี้ มันจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานครับ แต่ละเรื่องผมเชื่อชี้แจงได้ และรายงานการศึกษา ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าให้ไปปรับปรุงผมก็ต้องน้อมรับ แต่ว่าสิ่งที่ กรรมาธิการทํา ถ้าถามเป็นประเด็นแต่ละเรื่องผมตอบได้ ผมแยกแยะเป็นประเด็น ๆ ลองถามแต่ละประเด็นและคุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ในกรอบความคิดของกรรมาธิการ คิดอย่างนี้อย่างไร อย่างที่ผมได้ยกกรณีตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ครับ ยกประเด็นในด้านการศึกษา นิดเดียวผมแก้ทั้งระบบ แต่ว่ากระบวนการเหล่านี้ที่จะแก้ปัญหา ถึงบอกว่าต้องเป็นคนที่รู้ และรู้ลึกกับแนวทางในการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ ที่สําคัญที่ตรงกันกับที่เพื่อนสมาชิก พูดถึงตลอดว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ต้องคนที่มีความรู้ และตั้งใจ และต้องไม่มีอคติกับพี่น้องประชาชน อย่าง ๒ ภาษา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามวัฒนธรรมเขา เขาบอกว่าสิ่งหนึ่งที่ปลูกฝังและเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามนําไปสู่ในการ สร้างเงื่อนไข เขาพยายามบอกว่ารัฐไทยพยายามกลมกลืนภาษามลายู ไม่ยอมรับ เพราะเขา ต้องการภาษามลายูให้เป็นภาษาถิ่นของเขาให้อยู่ แต่ถามว่าในกระบวนการถ้าเรากลับมาดู ในกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญมันผิดกฎหมายไหม ก็ไม่ได้เห็นผิดอะไร กระบวนการการเรียนรู้ เรียนเถอะภาษาอะไรขอให้มันเรียน ถูกไหมครับ ถ้าถามว่า ณ วันนี้ เราไปเปิดโรงเรียนสอนภาษาจีน เรียนภาษาอังกฤษทําไมมาเรียนได้ ทําไมภาษามลายูซึ่งเป็น ภาษาถิ่นในพื้นที่ของประเทศไทยเองทําไมจะไม่สามารถให้เขาได้เรียนรู้ภาษาของเขาเองได้ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดคืออย่ามีอคติ ความมีอคติและไม่เข้าใจวิถีชีวิตอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ มันเลยสร้างเงื่อนไขครับ ฉะนั้นเงื่อนไขที่สําคัญที่สุดก็อยู่ที่คนครับ กระบวนการทั้งหลาย ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงแม้จะมีระเบียบดี มีกฎหมายดี ถ้ากลไกของรัฐ โดยเฉพาะคนที่ไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคนที่ไม่ตั้งใจมันก็แก้ไม่ได้ หรอกครับ มันจะเป็นปัญหาที่สุกงอมอย่างนี้ตลอดไปครับ ที่ผมอยากจะทําความเข้าใจต่อ ท่านสมาชิกในประเด็นของแพทย์ ของพยาบาล ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าวันนี้ที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยเฉพาะ ศอ.บต. ได้ให้ทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาได้ไปเรียนพยาบาล ซึ่งพยาบาล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดแคลนมาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน เกือบ ๆ ๓,๐๐๐ คน วันนี้ใกล้จะจบแล้วครับ คนเหล่านี้ต้องได้รับทุนแล้วก็กลับไปชดใช้ทุนใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ต่อไปข้างหน้าทุนเหล่านี้จะไม่ขาดแคลนแล้วครับ และสิ่งที่สําคัญที่สุดรัฐบาล ได้รองรับตําแหน่งการงาน คนเหล่านี้จบแล้วต้องกลับไปทํางานในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างแน่นอน นี่คือกระบวนการการแก้ส่วนหนึ่ง สิ่งที่สําคัญที่ท่านเป็นห่วงวันนี้บอกว่าทําไมยังแก้ปัญหาไม่ได้ มีกฎหมาย ศอ.บต. แล้วยังแก้ ไม่ได้ กฎหมาย ศอ.บต. ผ่านกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกระบวนการในการทํา กฎหมายจากทุกพรรคการเมือง เห็นมีความเห็นสอดคล้องกันหมด กระบวนการที่ออกมา เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ในส่วนหนึ่งที่เราพูดถึงว่าในกฎหมาย ศอ.บต. จะรวมปัญหาทั้งหมด ที่มีการศึกษาจากนักวิชาการก็ดี จากใครต่อใครก็ดีครับ จะรวมยอดไว้ที่นั่นหมดอย่างที่ท่านสมาชิกพูดในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าน่าจะมี เขตการปกครองพิเศษ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเขตปกครองพิเศษไม่ใช่คําตอบสุดท้ายในการ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถามว่ากรณีอาเจะ กรณีในฟิลิปปินส์มันมีการแบ่ง การปกครองพิเศษถามว่าหลังจากมีการปกครองพิเศษแล้วสถานการณ์ยุติไหม ก็ยังไม่ยุติครับ ก็ยังเกิดเหตุอีกครับแต่ถามว่าวันนี้การรวมศูนย์ของกฎหมายอํานวยการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ถ้ามองแล้วจะเป็นการรวมศูนย์ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอํานาจเด็ดขาดในการดูแล แต่ในกระบวนการข้อกฎหมายนี้ กฎหมาย ศอ.บต. สามารถจัดทําแผนทํางบประมาณ โดยการมีประชุมของสภา ของ ศอ.บต. แล้วก็นําไปสู่นายกรัฐมนตรีโดยตรง มันจะทําให้ กระบวนการในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งที่เราบอกว่างบประมาณลงไปในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๑.๔ แสนล้านบาท ถามว่า ๑.๔ แสนล้านบาทลองตามลงไปดูให้ลึกเถอะครับ ผมเคย ตามลงไปดูให้ลึกมันไปโป่งอยู่ที่ฝ่ายกองกําลังครับมันไม่ได้อยู่ที่ ศอ.บต. ศูนย์อํานวยการ ศอ.บต. ก่อนหน้านี้เวลาจะทําแผนงานในการพัฒนาทุกอย่างต้องขอไปที่ กอ.รมน. เห็นไหมครับ นั่นกระบวนการการขับเคลื่อนก่อนหน้านี้มันทําให้การขับเคลื่อนในการแก้ไข ปัญหามันมีปัญหา แต่ทุกอย่างก็มาบรรจุในกฎหมาย ศอ.บต. ฉบับใหม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของ นายกรัฐมนตรีไปคิดเองทําเอง เห็นไหมครับ การคิดเองทําเองก็เหมือนการปกครองเอง ละครับ แต่ถามว่าวันนี้อย่างที่ท่านนาแพทย์อสิได้พูดถึงว่ากระบวนการทั้งหลายจะทําอย่างไร การปกครองพิเศษหรืออะไรก็แล้วแต่กระบวนการทั้งหมดมันต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรครับ ถ้าสภาเห็นอย่างไรรัฐบาลก็ต้องทําอย่างนั้น นี่คือประเด็นจริง ๆ ของปัญหา ผมขออนุญาต ท่านประธานคงจะไม่ลงลึกไปมากกว่านี้ เพราะสิ่งที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงผมก็คงเชื่อว่า ท่านสมาชิกก็รู้อยู่แล้วครับ เพราะท่านสมาชิกที่สอบถามก็ได้ไปศึกษาเรื่องนี้เหมือนกัน ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับข้อคิดเห็นดี ๆ ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ให้ทางคณะเลขานุการได้บันทึกไว้อยู่ข้างหลัง แล้วผมจะนําความคิดดี ๆ ของท่าน ทั้งหลายที่มีการพูดถึงในสภานี้นําเป็นเอกสารอีก ๑ ชิ้นเพื่อประกอบเอกสารที่ได้มีการศึกษา นําส่งสู่รัฐบาลเพื่อหาแนวทางการแก้ไขหลายเรื่องครับ วันนี้จากการที่ทุกคนได้ขัดเกลา ความคิด ใช้ความคิดแล้วก็ให้ทางกรรมาธิการเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และบ้านเมืองครับ ผมต้องขออนุญาตด้วยความจริงใจจริง ๆ ครับท่านประธาน วันนี้ต้อง ขอขอบคุณทาง ส.ส. ขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็นเสมือนหนึ่งว่าท่านก็มีส่วนร่วมกับ แนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อยู่แล้วครับ และผมเชื่อครับถ้าประเด็นเหล่านี้ นําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาในภาครัฐบาลอย่างแท้จริง แนวทางแก้ไขปัญหามันก็เดินหน้า ไปได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ก็ถือว่าการอภิปรายยุติแล้วครับ ท่านวิชาญมีอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานได้บอกกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเราได้พูดและนําเสนอนี้ผมเรียนนิดหนึ่งครับ ว่าสิ่งที่ท่านพูดนี้เป็นประโยชน์ต่อสภา ท่านได้นําเรียนตัวท่านนายกรัฐมนตรีหรือเปล่า เพราะในส่วนของ ศอ.บต. ในส่วนของกฎหมายที่ทํามาใหม่นี้ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล ทีนี้ประเด็นต่าง ๆ ผมคิดว่าตัวท่านประธานเองน่าจะเป็นผู้ที่เข้าใจมากที่สุดในส่วนของ คณะท่านเอง และตัวเองท่านน่าจะเป็นบุคคลที่นําเสนอได้ดีที่สุด ท่านได้นําสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไปเสนอเป็นส่วนตัวกับนายกรัฐมนตรีหรือเปล่า เพราะผมคิดว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองนั้น เป็นผู้ที่จะสามารถตัดสินใจอะไรได้ดีกว่า ท่านเสนอมาเราฟัง จากรายงานเราก็เป็นข้อสงสัย ก็สอบถามท่าน ท่านก็ตอบได้ดี ผมยอมรับว่าตอบได้ดีแต่จะทําได้หรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คนที่จะนําไปปฏิบัติกับคนที่ดูแลจริง ๆ ก็คือรัฐบาล แล้ว ศอ.บต. ก็เป็นเพียงเครื่องมือ ดังนั้นต้องขออนุญาตว่าท่านประธานเองควรที่จะนําเรื่องต่าง ๆ ในสภานี้ จากวันนี้แจ้งสภา เพื่อทราบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราทราบครับ ท่านควรจะเร่งรีบในความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกวัน กับทาง ๓ จังหวัดภาคใต้ นําหารือท่านนายกรัฐมนตรี และนําเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ลองไป ปรับใช้จะได้เกิดประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ
เมื่อสักครู่ประธานคณะกรรมาธิการก็เรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับว่านอกจากรายงาน จะนําเสนอรัฐบาลแล้ว ก็จะประมวลความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทั้งหมดนะครับได้เสนอ ประกอบไปด้วย ท่านพีรพันธุ์มีอะไรครับ จบแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข ขอนิดเดียวครับ คือที่ผมพยายามจะเน้นนะครับว่าในรายงานนี่ท่านพูดก็แสดงถึง ความพยายามหลายอย่างอยู่แล้ว แตว่าจุดประเด็นของปัญหาจริง ๆ ที่เราต้องการได้คําตอบ คือปัญหาความไม่สงบจริง ๆ ต้นตอของเรื่องมันเกิดจากอะไร ในนี้ท่านบอกว่าท่านต้องการ จะส่งให้รัฐบาล แล้วท่านก็บอกว่าหวังว่ารัฐบาลจะเห็นความสําคัญของผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการและนําไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงใจจริงจังต่อเนื่อง แต่พอผมไปอ่านดู คํากล่าวปิดสัมมนาของนายกรัฐมนตรี ที่ปิดการสัมมนาของท่านนี่แหละ อ่านดูแล้วทั้งหมดนี้ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ฟันธงเลยว่าปัญหานี้มันเกิดจากอะไร ท่านก็พูดไปเรื่อย เพราะฉะนั้น ผมถึงอยากจะให้รายงานนี้มันสรุปให้ชัดเจนว่าต้นตอของปัญหา ต้นตอของมัน รากเหง้า ของมัน จริง ๆ นี่คือเรื่องอะไรที่ท่านเน้นอยู่หลายครั้งคือเรื่องปัญหาทางวัฒนธรรม ที่ผมถาม ว่าจริง ๆ ก็คือเรื่องคนมลายู ปัตตานีเขาต้องการอยู่ของเขามีเอกลักษณ์ของเขาใช่ไหม ที่เป็นปัญหาของเรื่อง ถ้าตรงนี้คือใช่มันก็จะนําไปสู่อีกหลาย ๆ อย่างตามมา คําถามก็คือว่า ถ้าอย่างไรทําไมทหารมันไม่สําเร็จ ก็เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์ครับ ทุ่มงบลงไปตั้งเยอะแยะ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดนะครับท่านประธาน เอาคนทั้งหมด ๓ จังหวัดมาหาร เงินนี้ผมว่าเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้นนะครับ วันนี้ผมกลับไปภาคใต้ไปเยี่ยมพี่น้องทางโน้น เขายังยากจนเหมือนเดิมนะเงินมันหายไปไหน ก็นี่อย่างไรก็เพราะว่าวิธีการแก้ปัญหานี้ มันไม่ได้ตอบโจทย์จริง ๆ อยากจะให้กรรมาธิการพูดให้ชัดตรงประเด็นนี้ครับ
เอาละครับ ผมถือว่าเป็นข้อสังเกตของท่านสมาชิกนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านสมาชิก หลายท่านก็ดูรายละเอียดก็อาจจะเห็นแตกต่างกันแต่ก็เป็นข้อสังเกต เดี๋ยวท่านก็ประมวล เสนอรัฐบาลไป ท่านสมาชิกครับก็เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานผลการพิจารณา ศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่สภามอบหมายแล้วนะครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการวิสามัญทั้งคณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเจะอามิง โต๊ะตาหยง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านพลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน และท่านอสิ มะหะมัดยังกี ที่ได้กรุณามาอยู่ชี้แจง ให้พวกเรา แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับจากทุกพรรคที่ได้ช่วยกัน ซักถามและให้ข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์นะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ ขอบคุณครับ