ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอแนะว่ายุทธศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญในการแก้ไขปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการกระจายอำนาจให้คนท้องถิ่นมีส่วนในการแก้ไขปัญหาของเขา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานของคณะกรรมาธิการผมเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ที่รัฐบาล จะรับไปพิจารณาและจะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นถ้าได้นําข้อคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกในวันนี้ เพิ่มเติมเข้าไปในสิ่งที่จะทําให้รัฐบาลสามารถนําไปแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นะครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหา ที่พวกเราทราบกันดีว่าหนักหน่วง และเป็นปัญหาหนักใจของรัฐบาลทุกรัฐบาล น่าเห็นใจ พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะความไม่สงบนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย กับประเทศอย่างรุนแรง ทั้งชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทั้งชีวิตทรัพย์สินของ ทางราชการ ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูบาอาจารย์ ต้องบาดเจ็บ ต้องเสียชีวิต นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจพังยับไม่มีผู้มาลงทุน นี่คือปัญหาที่ดํารงอยู่ในปัจจุบันนี้ ผมเห็นว่ายุทธศาสตร์ เป็นเรื่องสําคัญ ถ้าวางยุทธศาสตร์ได้ถูกต้องปัญหาต่าง ๆ ก็คงจะคลี่คลาย ผมจะขออนุญาต เพิ่มเติมในส่วนความคิดเห็นนอกเหนือจากรายงานที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอ ต่อสภาแห่งนี้
ประเด็นแรกก็คือผมให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ ประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มประเทศมุสลิมมีความสัมพันธ์อันดีกันมาตลอด ประเทศไทย มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ทรงเป็น อัครศาสนูปถัมภก ทั่วโลกทราบดี นั่นเป็นเรื่องนโยบาย ส่วนตัวบุคคลที่ถือนโยบายท่านหนึ่ง ที่สําคัญมากคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับเมื่อวานนี้เอง วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปบรรยายในการสัมมนา ในหัวข้อประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเหตุการณ์ปกติหรือไม่ภายใต้คําถาม ท่านบอกว่า อย่างนี้ครับ ท่านบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาว เวียดนาม มาเลเซีย ถือว่า มีเสถียรภาพเป็นอย่างยิ่ง พูดได้ว่าอยู่ในระดับเอ เรียกว่าหากขออะไรก็ได้หมด และท่าน ก็ยกตัวอย่างมาเลเซีย เมื่อต้นปีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางมาประเทศไทยและลงพื้นที่ ภาคใต้พร้อมท่านนายกรัฐมนตรีของไทยของเรา นายกรัฐมนตรีมาเลเซียพูดกับชาวมุสลิม ในภาคใต้ว่า ขอให้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย แสดงให้เห็นจุดยืนว่าไม่สนับสนุน การแบ่งแยกดินแดน ไม่ยุแยงส่งเสริมเพราะเห็นว่าหากภาคใต้ของไทยมีปัญหา เท่ากับ ภาคเหนือของมาเลเซียมีปัญหาด้วย พอคล้อยหลังเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ระเบิดก็ยังมี อย่างต่อเนื่อง ผมไม่ได้ว่ามาเลเซียสนับสนุน แต่อยู่ที่ยุทธศาสตร์หรือแนวทางแก้ไขปัญหา มันถูกต้องหรือไม่ ผมเห็นว่าคงจะไม่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องปัญหาก็คงจะคลี่คลายลง เราก็คง จะต้องมาหาแนวทางที่ถูกต้องร่วมไม้ร่วมมือกันทํางาน นอกจากนั้นท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งทําให้ผมตกใจมากครับท่านประธาน เพราะในฐานะผู้บริหารประเทศเป็นหน้าตา ของประเทศ ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดดังต่อไปนี้ ต่อไปหากมีปัญหา กับกลุ่มประเทศมุสลิมจะใช้ท่านหรือมอบหมายท่านให้ไปประสานงานให้เป็นประโยชน์ ต่อประเทศของเราได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างท่านพูดว่าอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่า เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมากัมพูชาทําสําเร็จในการเปิดแนวรบให้รุนแรง โดยอาจจะมีประเทศอื่น สนับสนุน อย่างเช่น รัสเซีย อินเดีย และจีน วุฒิภาวะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศพูดถึงมหาอํานาจอย่างรัสเซีย อินเดียและจีนอย่างนี้ได้อย่างไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องหามิตร ไม่ใช่หาศัตรู แล้วภาคใต้ของไทย หากมีปัญหารุนแรงไปมากกว่านี้เราจะหามิตรจากประเทศมุสลิมได้อย่างไร นอกจากนั้น ท่านยังกล่าวว่าในการสนทนากับนายฮอร์ นําฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะคุย แบบเปิดอกว่าจะรักษาอาเซียนและความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศนี้ไว้ หรือจะสู้รบ ฟาดฟันกันตลอดแนวชายแดนก็ได้ ท่านประธานครับ ท่านยังพูดต่ออีกว่าที่ผ่านมาพิสูจน์ ให้เห็นแล้วว่าอย่ามาต่อกลอนกับไทย เพราะหากยังเกเรมีแต่เจ็บตัวลูกเดียว นี่คือวุฒิภาวะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศในปัจจุบัน ส่วนตัวผมเมื่อวานผมพูดถึงท่านอ้อมไปอ้อมมาเพราะเกรงใจ แต่วันนี้ผมรับไม่ได้แล้วครับท่านประธาน หมด หมดกันแล้วนะครับ นี่หรือที่จะมาทํา ภาระหน้าที่เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าลืมว่าสิ่งที่สําคัญที่สุด ในเรื่องการแก้ไขปัญหาของประเทศนั้น มันมีทั้งนอกบ้านและในบ้าน นอกบ้านที่จะ มาช่วยเราในภาคใต้ก็สําคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มมุสลิม ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ผมจะผ่านประเด็นนี้ไป มาถึงเรื่องยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายใน ท่านประธานครับ ผมก็เหมือนกับคนไทยทั่วไปที่มีความเห็นว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้ นี่คือมาตราหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาความไม่สงบมาเป็นระยะ ๆ จากรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ในข้อหนึ่งได้เสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงบริหารกิจการ ชายแดนภาคใต้ ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมเห็นว่านี่เป็นลักษณะของการรวมศูนย์อํานาจ สิ่งที่ผม อยากจะเห็นก็คือการกระจายอํานาจ ทําอย่างไรถึงจะให้คนท้องถิ่น ซึ่งเขามีอัตลักษณ์ ของตนเอง มีวัฒนธรรม มีภาษา มีวิถีชิวิตของเขาที่มั่นคงให้เขาได้แก้ไขปัญหาของเขา ในระดับหนึ่ง ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือในเรื่องของการแบ่งแยกดินแดนจะเกิดขึ้น ไม่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งคนไทยทั้งประเทศยอมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะยอมได้ก็คือว่า การปกครอง ตนเองในรูปแบบพิเศษให้เขามีส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหาของเขาในพื้นที่ ยกเว้น ปัญหาหลัก ๆ หรืองานหลัก ๆ ที่ส่วนกลางจะต้องทําก็คือเรื่องความมั่นคงของชาติ เรื่องภาษี สําคัญ ๆ และเรื่องการต่างประเทศ สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะรณรงค์อย่างแน่นอนในการเลือกตั้ง ทั่วไปหากมีการยุบสภา นั่นก็คือแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของ การเมืองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่เรียกว่า มหานครปัตตานี นูซันตารา (NUSANTARA) นี่คือสิ่งที่จะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ เราจะนําเสนอต่อสาธารณะในโอกาสต่อไป ผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพียงเท่านี้ ทั้งในเรื่อง ยุทธศาสตร์ทางด้านการต่างประเทศ นโยบายถูกต้อง แต่คนถ้าไม่ปรับผมมั่นใจว่า ประเทศไทยของเราชักน้ําเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ส่วนเรื่องภายใน ความมั่นคงภายใน การแก้ไข ปัญหาในเรื่องที่จะให้พี่น้องประชาชนมีสัดมีส่วนในการแก้ไขปัญหาของตนเองเป็นเรื่องสําคัญ ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ