ร้อยตำรวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่าปัญหานี้มีตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ไม่ใช่ปัญหาของยุคสมัยทักษิณหรืออภิสิทธิ์ และเรียกร้องให้หยุดการใส่ร้ายและกล่าวหาซึ่งกันและกันระหว่างพรรคการเมือง พร้อมกับการคัดกรองเจ้าหน้าที่รัฐให้ดี และพิจารณาการส่งเจ้าหน้าที่จากภายนอกมาปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการรับบัณฑิตไทยที่จบการศึกษาจากประเทศตะวันออกกลางมาบรรจุเป็นอนุศาสนาจารย์ประจําหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเปรียบเทียบกับสงครามในประเทศเปรู
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากพื้นที่เลือกตั้งในกลุ่มที่ ๗ อันประกอบด้วย จังหวัดราชบุรีเป็นพื้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้ เช่นเดียวกับท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่น ๆ แต่ก่อนที่จะลงไปในรายละเอียดหรือเสนอแนะอะไร เพิ่มเติมนั้น ผมขออนุญาตบ่นดัง ๆ กับท่านประธาน เป็นการปรารภ เพราะที่ผ่านมานี้ พอเวลาพูดถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนสมาชิกจากซีกของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็จะอภิปรายหรือแสดงความคิดเห็น พยายามที่จะพูดโน้มน้ามหรือจูงใจ ให้ผู้ฟังเข้าใจว่าปัญหาภาคใต้นั้นมันเกิดขึ้นและรุนแรงในยุคสมัยของพรรคไทยรักไทย ที่มีอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ประหนึ่งว่าเป็นความผิดของอดีต นายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในขณะเดียวกันเมื่อ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็ได้แก่ พรรคเพื่อไทย มีโอกาสอภิปรายเมื่อใดก็ตามก็จะพูดให้ผู้ฟังเข้าใจว่า พรรคประชาธิปัตย์นั่นล่ะเป็นฝ่ายผิดพลาด และจะชี้ให้เห็นเลยว่า ๒ ปีที่ผ่านมาทําอะไร ก็ไม่สําเร็จ แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ ผิดทั้งคู่ พรรคประชาธิปัตย์จะมากล่าวหาพรรคไทยรักไทย ก็ไม่ใช่ พรรคเพื่อไทยไปกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ใช่ เมื่อสักครู่นั้น ส.ส. จากจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณฐิติมา ฉายแสง ได้หยิบหยกพระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ปี ๒๔๖๖ มาอภิปราย ประกอบ แต่ไม่ได้ลงในรายละเอียด ผมขออนุญาตที่จะซ้ําตรงนี้ ประเด็นนี้ แท้ที่จริงแล้ว ปัญหาภาคใต้มันไม่ได้เพิ่งเกิดในยุคสมัยทักษิณ ไม่ได้เกิดในยุคสมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แต่มันเกิดมาตั้งแต่สมัยดึกดําบรรพ์ อีกไม่กี่ปีก็จะครบ ๑๐๐ ปีแล้ว พระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอ่านลายพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ ๓/๗๘ ลงวันที่ ๖ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ซึ่งมีความดังต่อไปนี้ ข้อหนึ่ง ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติ อย่างใดเป็นทางให้พลเมืองรู้สึกเห็นไปว่าเป็นการบิดเบือน กดขี่ศาสนาอิสลาม ต้องยกเลิก หรือแก้ไขเสียทันที การใดจะจัดขึ้นใหม่ต้องอย่าให้ขัดกับลัทธินิยมของศาสนาหรือยิ่งทําให้ เป็นการอุดหนุนศาสนามูฮัมเหม็ดได้ยิ่งดี ข้อสอง การกะเกณฑ์อย่างใด ๆ ก็ดี การเก็บภาษี อากรหรือพลีอย่างใด ๆ ก็ดี เมื่อพิจารณาโดยส่วนรวมเทียมกัน ต้องอย่าให้ยิ่งกว่าที่พลเมือง ในแว่นแคว้นของต่างประเทศซึ่งอยู่ใกล้เคียงติดต่อกันนั้น ต้องเกณฑ์ ต้องเสียอยู่เป็นธรรมดา เมื่อพิจารณาเทียบกันแต่เฉพาะอย่าง ต้องอย่าให้ยิ่งหย่อนกว่ากันจนถึงเหตุเสียหายในการ ปกครองได้ ข้อสาม การกดขี่บีบคั้นแต่เจ้าพนักงานของรัฐบาล เนื่องแต่การหมั่นดูแล ไปดูแคลนพลเมืองชาติแขกโดยฐานที่เป็นคนต่างชาติก็ดี เนื่องแต่การหน่วงเหนี่ยวชักช้า ในกิจการตามหน้าที่เป็นเหตุให้ราษฎรเสียความสะดวกในการหาเลี้ยงชีพก็ดี พึงต้องแก้ไข ระมัดระวังมิให้มีขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องทําให้ผู้ทําผิดรองรับผลตามความผิดโดยยุติธรรม ไม่ใช่สักแต่ว่าจะจัดการกลบเกลื่อนให้เงียบไปเสียเพื่อจะไว้หน้าสงวนศักดิ์ของราชการ ข้อสี่ กิจการใดทั้งหมดอันเจ้าพนักงานต้องบังคับแก่ราษฎร ต้องระวังอย่าให้ราษฎรขัดข้อง เสียเวลา เสียการในการหาเลี้ยงชีพของเขาเกินสมควร แม้จะเป็นการจําเป็นโดยระเบียบการ ก็ดี เจ้าหน้าที่พึงสอดส่องแก้ไขอยู่เสมอเท่าที่สุดจะทําได้ ข้อห้า ข้าราชการที่จะแต่งตั้งออกไป ประจําตําแหน่งในมณฑลปัตตานี พึงเลือกเฟ้นแต่คนมีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สงบเสงี่ยม เยือกเย็น ไม่ใช่สักแต่ว่าส่งไปบรรจุให้ตําแหน่งหรือส่งไปทางลงโทษ เพราะเลว เมื่อจะส่งไป ต้องสั่งสอนชี้แจงให้รู้ลักษณะทางการอันพึงประพฤติ ระมัดระวัง โดยหลักที่กล่าวได้ว่า ในข้อ ๑ และข้อ ๔ ข้างบนนั้น ผู้ใหญ่ในท้องที่พึงสอดส่องฝึกฝนอบรมกันต่อ ๆ ไป ในคุณธรรมเหล่านั้น ไม่ใช่คอยให้พลาดพลั้งลงไปก่อนแล้วจึงมากล่าวลงโทษ ข้อหก เจ้ากระทรวงทั้งหลายจะจัดวางระเบียบอย่างใดขึ้นใหม่ หรือบังคับการอย่างใด ในมณฑลปัตตานี อันจะเป็นทางพากพานถึงสุขทุกข์ราษฎร ก็ควรพิจารณาเหตุผลหรือแก้ไข ยับยั้ง ถ้าไม่เห็นด้วยก็ยกมูลเหตุขัดข้องควรหารือกระทรวงมหาดไทย แม้ยังตกลงกันไม่ได้ ระหว่างกระทรวง ก็ถึงนําความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย
ท่านประธานครับ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้เป็นตัวบ่งชี้ ว่าเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันเกิดขึ้น มีวิวัฒนาการและอยู่มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลายาวนาน ปีนี้ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ อีก ๑๒ ปีก็ครบ ๑๐๐ ปีแล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นพวกเรา ในฐานะที่เป็นนักการเมือง เป็นตัวแทนของประชาชนต้องหยุด ต้องเลิกกล่าวหา ซึ่งกันและกัน ผมขอเรียกร้อง วิงวอนทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลที่กล่าวหาว่า อดีตนายกฯ ทักษิณขึ้นมาบริหารบริหารบ้านเมืองแล้วก่อให้เกิดปัญหาเหล่านี้ หรือแม้แต่ เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยของผม ต่อไปนี้ผมก็จะต้องร้องขอว่าอย่าไปกล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลแล้วทําผิดพลาด แต่บางทีการโฆษณาว่าจะแก้ปัญหา ภายใน ๙๙ วันนั้น ก็มันเป็นวิธีการทางการเมือง ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า เพย์ โพลิติค (Play politic) ก็คือเล่นการเมือง ก็คือพูดเพื่อจะเอาคะแนนเสียงเท่านั้นเอง อย่าไปจริงจัง อะไรกันนักหนา แล้วต้องเลิกกันเสียทีครับ การที่จะอภิปรายใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ทําให้พวกเราในสมาชิกในสภาแห่งนี้ ๔๘๐ คน กลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่า ไปที่ไหน สังคมข้างนอกก็ดูถูกดูแคลน เพราะพวกเราสังคมเดียวกัน อาชีพเดียวกันก็ยังด่าว่ากัน ไม่มีการยกย่องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้ต้องหยุดแล้ว ท่านประธานครับ ปีนี้ปีสุดท้าย พวกเรามาจาก การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เหลืออีกไม่กี่วัน แล้วที่แน่ ๆ ก็คือ สภาชุดนี้จะไม่อยู่ครบวาระจนถึงวันที่ ๒๒ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นเราจะมี เวลาในการทํางานร่วมกันอยู่น้อยมาก ก็ควรที่จะสมัครสมานและหาลู่ทางในการที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของประชาชน เยียวยา ชาติบ้านเมืองน่าจะเป็นการชอบมากกว่า ที่จะมานั่งใส่ร้ายซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางคนนี้ขึ้นมาประท้วงอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล จนทําให้ผมมีอารมณ์ ผมถึงได้หลุดคําบางคํา ออกไป ซึ่งท่านประธานในที่ประชุมบอกให้ผมถอน ผมก็ถอน นี่เป็นตัวอย่าง บางคนขึ้นมา ประท้วงโดยไม่ดูกําพืดของตัวเอง ชาติปางก่อนนี้ทําบาปทําเวรทํากรรมไว้จนหน้าตา อัปลักษณ์ เกิดมาชาตินี้ก็แย่อยู่แล้ว ยังมาแสดงพฤติกรรมต่ําทรามในสภา ชาติหน้า ผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดมาเป็นอย่างไร อันนี้ผมก็ขอฝากเอาไว้ในฐานะผมอายุมากกว่า อาวุโสกว่า เชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่พูดไว้ในสภาแห่งนี้ให้ปรากฏ กลับมาถึงรายงาน ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ หากมีโอกาสเพิ่มไว้ในรายงานได้ก็จะเป็นการดี
ในข้อที่ ๑ ผมอยากจะกราบเรียนว่าจากพระบรมราโชบายที่เมื่อสักครู่ ที่ยกมา เห็นไหมครับว่าสมัยรัชกาลที่ ๖ ยังได้มีพระราชปรารภบอกว่าการจะส่งข้าราชการ ไปนั้น ต้องคัดกรองให้ดี เอาคนที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ส่งไปในลักษณะว่าไปลงโทษเขา นี่มันเกิดขึ้น ๘๘ ปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันตรงไหน ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมเวลาทําอะไรที่ไม่ถูกใจผู้บังคับบัญชา โน่นครับ คําสั่งย้ายไปอยู่ภาคใต้ เหมือนเอา เขาไปลงโทษ ที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการส่งเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร เอาจากพื้นที่ ภาคอีสาน กองทัพภาคที่ ๒ ไปปฏิบัติการในพื้นที่ วัฒนธรรมก็ต่างกัน วิถีชีวิตก็ต่างกัน กว่าจะเรียนรู้ ปลดประจําการ ต้องกลับแล้ว ควรที่จะเอาคนในพื้นที่ ผมขอชื่นชมความคิดของ พลเอก หาญ ลีลานนท์ อดีตแม่ทัพภาค ๔ ที่เอาคนพื้นที่ที่ปลดกระจําการแล้วมาบรรจุ เป็นทหารพราน อยู่ในพื้นที่เขารู้จักวัฒนธรรมประเพณี ทํางานกันเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติเป็นเชื้อ เหตุการณ์ก็ร่มเย็นจนถึงออกมาเป็นคําว่า ใต้ร่มเย็น แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า ใต้ลุกเป็นไฟ ท่านประธานครับ ตรงนี้ต้องฝากไว้ คณะกรรมาธิการควรที่จะบรรจุไว้ใน รายงานฉบับนี้ด้วย
ข้อที่ ๒ ในสมัยที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับผมเคยมีโอกาส เดินทางไปที่ประเทศอียิปต์ ที่ประเทศไคโร ผมไปมีโอกาสพบนักเรียนไทยจํานวนนับเป็น พัน ๆ คน ซึ่งขณะนี้หากเหตุการณ์ที่ผมไปประชุมมาถึงวันนี้ผ่านไปแล้ว ๘ ปี ปรากฏว่า การชุมนุมประท้วงของชาวอียิปต์ที่จตุรัสทาห์เรียร์ มีผู้คนออกมามากมายก่ายกอง รัฐบาลไทยก็ดูแลให้การช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศอียิปต์ ตัวเลขรายงานผ่านสื่อต่าง ๆ ว่ามีนักเรียนไทยอยู่ที่นั่น ๒,๕๐๐ คน คนเหล่านี้ที่ไปเรียบจบ มาจากมหาวิทยาลัยในประเทศอียิปต์และในประเทศอื่น ๆ ในอาหรับ ในประเทศตะวันออกกลาง รัฐบาลเคยคิดที่จะเอามาทําประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองไหม ผมคิดว่าบางคนไปเรียนวิชา ศาสนา วิชาปรัชญา คนเหล่านี้เป็นบัณฑิต จบปริญญาทางศาสนาเปรียบเทียบหรืออะไร ก็แล้วแต่ แต่เขาเรียนลึกลงไปในเรื่องของศาสนาอิสลาม หน่วยทหารต่าง ๆ ในกองทัพ ทุกภูมิภาคจะมีตําแหน่งหนึ่งเรียกว่าอนุศาสนาจารย์ เท่าที่ผมเห็น ท่านประธานครับ ก็จะบรรจุพระเปรียญธรรม ๙ ประโยค ที่สอบบาลีได้ ๙ ประโยค ไปเป็นอนุศาสนาจารย์ ประจําหน่วยทหาร มียศตั้งแต่ชั้นร้อยตรีไปจนถึงพันเอก นาวาอากาศตรีไปจนถึง นาวาอากาศเอก เป็นนายพลก็มีครับท่านประธาน ทหารเรือก็เช่นกัน ทีนี้พื้นที่ในจังหวัด ภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ก็ขยายขึ้นมาถึงจังหวัดสงขลา มาจนถึงจังหวัดพัทลุง ตําแหน่งที่เป็นอนุศาสนาจารย์ในหน่วยทหารเหล่านี้ รัฐบาลจะเปลี่ยน นโยบายเอาบัณฑิตที่สําเร็จการศึกษาจากประเทศตะวันออกกลาง ที่เขาไปเรียนศาสนา อิสลาม เรียนปรัชญา เรียนศาสนาเปรียบเทียบ อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ศาสนาอิสลาม มาบรรจุคนเหล่านี้เป็นอนุศาสนาจารย์ประจําหน่วยทหารในพื้นที่เหล่านั้น ได้ไหมเพราะประชากรส่วนใหญ่ คือกําลังพลส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวมุสลิม เป็นพี่น้องมุสลิม ดังนั้นก็น่าที่จะเอาบัณฑิตที่จบการศึกษาจากประเทศตะวันออกกลางมาเป็นบรรจุ ตรงนี้จะทําได้ หรือไม่ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะไปเพิ่มในรายงานเพื่อให้รัฐบาลรับไปดําเนินการได้หรือไม่ ผมก็ฝากไว้
ข้อที่ ๓ จาการอภิปรายของกรรมาธิการ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ ฟื้นแสน ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านนิดหนึ่ง ท่านให้ข้อมูลรายละเอียดตัวเลข ทหารตายเท่าไร ตํารวจตายเท่าไร ครูตายเท่าไร ประชาชนตายเท่าไร ชัดเจนเหลือเกิน ผมได้มีโอกาสไปประเทศเปรูกับท่านประธานมารุต บุนนาค ทันทีที่ก้าวออกจากเครื่องบิน ในสนามบินก็เปิดเพลงปลุกใจกระหึ่มเลยครับ เพลงปลุกใจนี่ฟังทํานองแล้วเรารู้ทันทีว่า เป็นเพลงปลุกใจ พอขบวนรถออกจากสนามบินเปรู เรามองไปตามบ้านเรือนอาคารต่าง ๆ ทุกบ้านชักธงชาติประเทศเปรู ผมบอกกับตัวเองว่านี่เรามาเลือกจังหวะมาเยือนเปรู ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติแน่นอน เมื่อเช็กห้องเข้าไปในโรงแรมผมเปิดทีวีในห้องดู สงครามครับ ท่านประธานครับ กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมไม่แน่ใจประเทศเปรูติดกับ เมื่อวานนี้หมอบรรพตได้เอ่ยชื่อ ไม่ใช่ประเทศชิลี หมอบรรพตได้เอ่ยชื่อไปเมื่อวานนี้ วันที่ท่านประธานมารุตเข้าพบประธานรัฐสภาเปรู ประธานรัฐสภาเปรูก็บอกว่าเสียใจนิดหนึ่ง ที่ไม่สามารถต้อนรับคณะจากประเทศไทยได้อย่างเต็มที่ เพราะขณะนี้เราอยู่ในสถานะ สงคราม ผมก็เลยถามว่าสงครามเริ่มเกิดขึ้นกี่วันแล้ว แล้วมีการสูญเสียชีวิตทหารไปเท่าไร ท่านประธานรัฐสภาเปรูก็บอกว่า โฟร์ตี้ไฟว์ เดย์ (Forty-five day) ท่านอายุมากแล้ว โฟร์ตี้ไฟฟ์เดย์ เสียงพูดยานหน่อย ๔๕ วัน วี ลอส อะเบาท์ ไฟว์ฮันเดร็ด โซลเจอส์ (We lose about fivehundred soldiers) ทหารตายไปประมาณ ๕๐๐ ผมก็หัวเราะ ยิ้ม ๆ เพื่อน ส.ส. ที่นั่งข้าง ๆ ก็หัวเราะกัน ผมก็บอกว่าบ้านเราไม่มีสงครามหรอก แค่ขี่มอเตอร์ไซด์ (Motorcycle) ชนหมาตาย ๔๕ วัน ๑๕ วัน มากกว่า ๕๐๐ ศพ ช่วงสงกรานต์มากกว่านั้น ประธานรัฐสภาเปรูก็งงครับ ถามผมว่ามีอะไรขําหรือ วอท อิส ฟันนี (What is funny) ผมก็บอก ยัวร์ แอคซะเลินซี มาย คันทรี วี แฮฟว โน วาร์ บัท อิน ฟิฟทีน เดย์ วี ลอส มอร์ แธน ไฟร์ ฮันเดร็ด ไท พีเพิล (Your excellency my country we have no war but in fifteen days we lose more than fivehundred Thai people) เขาบอก โอ มาย ก็อด มาย ก็อด วอท แฮพเพินเนด (Oh my god my god what happened) เกิดอะไรขึ้น ในประเทศไทย ผมบอก แอคซิเดินท์ บาย โมเทอะไซเคิล (Accident by motorcycle) เหมือนกันในภาคใต้นี้ ตั้งแต่เกิดเหตุนี่ตายเป็นพัน ๆ คน ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าได้ศึกษาตรงนี้ไหม ข้าราชการที่ถูกส่งไปจากที่อื่น ไปอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ แล้วเสียชีวิต ผมได้ยินได้ฟังมาหลายรัฐบาลแล้วบอกว่าจะดูแลครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลัง อยากจะถามประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นผู้ที่ผมให้ความเคารพนับถือ ว่าได้ตรวจสอบ หรือเปล่าว่าทหาร ตํารวจที่ตายไปนี้มีบรรจุลูกเขาก็ดี เมียเขาก็ดี ที่มีคุณสมบัติพอที่จะรับ ราชการได้ เพื่อเป็นหลักของครอบครัว มีไหม ถ้ามีทําไปแล้วกี่ราย นี่เป็นข้อที่ ๓
ข้อที่ ๔ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ นโยบายของรัฐบาลนี้ละครับ ที่บอกว่าใครที่ไปปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีเวลาราชการทวีคูณ แล้ว ๔ ปีก็จะพิจารณาย้ายออกจากพื้นที่ เวลานี้เกิดข้าราชการ จํานวนหนึ่งเป็นข้าราชการผีครับ ท่านประธานครับ มีแต่ชื่อ ไม่มีตัว เสร็จแล้วพวกที่มีแต่ชื่อ นี่ละครับ ได้ความดีความชอบ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตําแหน่ง ได้พิจารณาย้ายจากชื่อที่เอาไป ฝากไว้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าครบ ๔ ปี คือขั้นเงินเดือนได้พิเศษกว่า มันก็เกิด การเปรียบเทียบระหว่างคนที่อยู่ในพื้นที่ทํางานจริง ๆ ตรงนี้เป็นการทําลายขวัญและ กําลังใจของข้าราชการในพื้นที่ ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่าคณะกรรมาธิการได้ศึกษาความบกพร่องตรงนี้ด้วยหรือเปล่า แล้วได้ทํารายงานให้รัฐบาลรับรู้นําไปแก้ไขด้วยหรือไม่ ผมก็ขออนุญาตที่จะขอบคุณ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ มันก็ไปสอดคล้องกับการศึกษาของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ซึ่งท่านประธาน เจะอามิงเป็นประธานคณะกรรมาธิการ แต่นั่นเป็นกรรมาธิการสามัญประจําสภา เราคงจะมี โอกาสได้อภิปรายผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในเชิงลึก ซึ่งในโอกาสต่อไปก็จะได้มาใช้เวลาของสภานี้กราบเรียนท่านประธานอีก สําหรับวันนี้ ขอขอบคุณครับ