ฐิติมา ฉายแสง แสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่สามารถบรรเทาหรือยุติความไม่สงบลงไปได้ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีส.ส.มากมายในพื้นที่ เธอจึงขอชื่นชมรายงานผลการพิจารณาและขอเสนอแนะเพื่อปรับปรุงข้อมูลสถิติและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา เธอยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจและให้เกียรติอัตลักษณ์ของคนภาคใต้ และการไม่เข้าใจเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมที่ทำให้เกิดความไม่สงบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีมาอย่างยาวนาน แล้วก็ยืดเยื้อ ทุกคนทราบดีอยู่ แต่ว่าพวกเราเองแล้วก็ประชาชนทั่วไปก็คาดหวังว่า ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล และภาคใต้เองก็มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์มากมาย น่าจะเข้าใจ น่าจะรู้ปัญหา น่าจะสามารถที่จะบรรเทาหรือยุติความไม่สงบลงไปได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าผิดหวังจริง ๆ ค่ะ ผิดหวังเพราะว่าเหตุที่เกิดขึ้นในตลอด ๗ ปีที่ผ่านมานั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ก็ดี แต่ละครั้งมัน รุนแรงขึ้นมันน่าจะบรรเทาลง งบประมาณก็สูง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ทําไมยังปล่อยให้มีเหตุรุนแรงมากถึงหมื่นกว่าครั้ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ จังหวัดปัตตานี ๓,๐๐๐ กว่าครั้ง จังหวัดยะลา ๓,๐๐๐ กว่าครั้ง จังหวัดนราธิวาสประมาณ ๔,๐๐๐ ครั้ง จังหวัดสงขลาอีก ๕๐๐-๖๐๐ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๔,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งเป็นประชาชนเข้าไป ๓,๘๐๐ ราย ทหารเกือบ ๓๐๐ ราย ตํารวจอีก ๒๐๐ กว่าราย มีผู้บาดเจ็บเกือบ ๘,๐๐๐ ราย ทําไมยังมีเหตุการณ์ที่เราสามารถเรียกได้ว่ามีการยิงกัน มีการทําร้ายกัน มีการวางเพลิง วางระเบิด มีการฆ่าตัดคอ มีการปล้น ปล้นทั้งอาวุธปืน วัตถุระเบิด ซิมการ์ด (Simส Card) โทรศัพท์ สายไฟฟ้าก็ปล้น มีชุมนุมประท้วง มีก่อกวน มีทําลายแม้กระทั่งธงชาติ หรือจับเป็นตัวประกัน ทําไมยังมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่ มันเรื่องที่ น่าเศร้าใจมาก ท่านประธานคะ รายงานฉบับนี้ดิฉันคงต้องมีทั้งขอชื่นชม รายงานผลการพิจารณา ศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเรากําลังอภิปรายกันอยู่ ต้องขอชื่นชม ว่าเขาเขียนได้ดีเหมือนกันนะคะ เขียนได้ดีเพราะว่าอ่านแค่สรุปผู้บริหาร ก็สามารถเข้าใจว่า สภาพปัญหาคืออะไร หรือกรอบคิดที่สําคัญที่จะให้เราคํานึงถึงการแก้ปัญหามันคืออะไร มีข้อเสนอแนะอะไร เขาก็มี แต่ที่ควรจะปรับปรุงก็ต้องมีด้วย ดิฉันพบว่าข้อมูลสถิติ ยังไม่ได้ถูกบรรจุลงไป เช่น จํานวนประชากร หรือว่าเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมีกี่ครั้ง อย่างไรบ้าง ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ไม่มี ข้อมูลรายละเอียดงบประมาณที่ลงไปในชายแดนภาคใต้ก็ไม่มี ข้อมูลพวกนี้สําคัญอย่างไร แน่นอนเพื่อให้ ส.ส. เราได้ทราบ แล้วก็เพื่อจะรวมรวบวิเคราะห์ ต่อไปได้ด้วย จากข้อมูลที่มีให้ ที่บอกว่าดีนั้น แน่นอนคนที่ไม่รู้เรื่องภาคใต้ที่มีปัญหา พออ่านแล้วจะเข้าใจได้พอสมควรเลยที่เดียว อันนี้ต้องขอชื่นชมกันไว้ แต่การที่ข้อมูลมันขาดไปนั้น ทําให้ ส.ส. ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีเดียว ซึ่งดิฉันต้องไปหาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ไปหาความรู้จากคนอื่นที่พูดคุย ซึ่งประเด็นปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องที่ดิฉันให้ความสนใจ และมีการพูดคุยทีไรดิฉันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยตลอด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าทางแก้ปัญหานั้นจะเป็น อย่างไร แต่ก็พยายามเสนอแนะอยู่เรื่อย ๆ ทีนี้ปัญหาโดยรวมที่เขียนไว้ในรายงานนี้น่าสนใจ มากนะคะ เขาจะแยกเป็นทั้งระดับโครงสร้างทางสังคมและระดับมิติทางวัฒนธรรม ซึ่งทางสังคมนั้นเรารู้อยู่แล้ว่าการจัดการทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือนโยบายในการแก้ไขปัญหานั้น เขาบอกเลยว่ามันไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต แล้วก็การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ นี่เขาสรุปได้อย่างนี้ แล้วก็ขาดพื้นที่ทางการเมือง ที่จะให้ประชาชนเขาสามารถแสดงออกถึงความต้องการที่จะกําหนดอนาคตหรือทิศทาง ของตนเองหรือชุมชนของตนเอง ส่วนมิติทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่เราพูดกันเยอะทีเดียว แล้วไปถามใครก็มักจะพูดถึงมิติทางวัฒนธรรมนี้ จนกระทั่งท่านเจะอามิง ท่านเพิ่งพูด เมื่อสักครู่ว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง อันนี้อาจจะไม่มีคนพูดมากมายนัก มันยาก มันลึกซึ้ง เหลือเกิน แต่ทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่เราจะเจอกันอยู่บ่อย ๆ นั่นคืออะไร จะบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนไม่ได้เห็นคุณค่า ไม่ได้เข้าใจ ไม่ได้ให้เกียรติต่อคนในพื้นที่ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ที่เราพยายามจะพูดว่าเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ คนชายแดนภาคใต้ก็มี วิถีชีวิต มีอัตลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ของพื้นถิ่นของเขาที่แตกต่างไปจากคนทางซีกภาคกลาง หรือทางภาคอีสานหรือพื้นที่อื่น ๆ เขามีอัตลักษณ์ของเขา องค์ประกอบหลายเรื่อง ที่ทําให้เห็นว่ากลไกของรัฐนั้นไม่ได้ทําเรื่องให้สอดคล้องเลย ไม่ได้ให้เกียรติ แถมอาจจะยัง หมิ่นศักดิ์ศรีของคนภาคใต้ด้วยซ้ํา ไม่ได้คํานึงถึงชาติพันธุ์ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม ไม่ได้คํานึงถึงความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของเขา ในอัตลักษณ์ของเขา ความไม่เข้าใจ เรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมนั้น เราจะเจอมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ แล้วค่ะ พระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านประธานคะ ท่านได้ให้ ไว้ถึง ๖ ข้อด้วยกัน แต่ดิฉันจะไม่ได้อ่านทั้ง ๖ ข้อ ขออนุญาตที่จะเอ่ยถึงว่าบางข้อที่เรา จะพูดถึงกันนี้เช่น ข้อที่ ๑ บอกว่า ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติอย่างใดเป็นทางให้พลเมือง รู้สึกเห็นไปว่าเป็นการเบียดเบียน กดขี่ศาสนาอิสลาม ต้องยกเลิกหรือแก้ไขเสียทันที ข้อต่อมาก็ยังพูดอีกว่า การกดขี่บีบคั้นแต่เจ้าพนักงานของรัฐบาล เนื่องแต่การใช้อํานาจ ในทางที่ผิดไม่เป็นธรรมก็ดี เนื่องจากการหมิ่นลู่ดูแคลนพลเมืองชาติแขกโดยฐานที่เป็นคน ต่างชาติ ควรจะต้องยกเลิกกันไป หรือข้าราชการที่แต่งตั้งออกไปประจําตําแหน่งในมณฑล ปัตตานี พึงเลือกเฟ้นแต่คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สงบเสงี่ยมเยือกเย็น ไม่ใช่สักแต่ว่าส่งไป บรรจุให้เต็มตําแหน่งหรือส่งไปเป็นการลงโทษ เพราะเลว นี่ยกตัวอย่างใน ๓ ข้อ ที่พระองค์ท่าน ได้ให้พระบรมราโชบายไว้ ทีนี้มันมาตรงกับเหตุการณ์ที่เรามักจะเจอและพูดถึงกันในมิติ ทางวัฒนธรรม ที่บอกว่าข้าราชการคนใดไม่เอาใจเจ้านายก็ดี หรือว่าไม่ถูกกับเจ้านายก็ดี กับเพื่อนฝูงก็ดี จะไม่ส่งส่วย จะอะไรก็แล้วแต่ที่มันมีเรื่องที่ว่าไม่ชอบหน้ากัน ก็จะถูกลงโทษ ส่งไปอยู่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาเยอะมากทีเดียวค่ะท่านประธาน ปัญหาอันนี้มันคือความไม่เข้าใจที่สะสมมากขึ้น ๆ เพราะคนพวกนี้คือคนที่ไปจากต่างถิ่น เมื่อไม่เข้าใจวัฒนธรรมอย่างที่ดิฉันกล่าวมาข้างต้น ก็อาจจะไปประพฤติปฏิบัติไม่ดี และพระบรมราโชบายนี้มีตั้งแต่ปี ๒๔๖๖ ค่ะท่านประธาน เราอย่าได้พูดกันว่าเหตุการณ์ รุนแรงต่าง ๆ มันเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ อย่างนั้นอย่างนี้ แน่นอนรุนแรง แต่มันสะสมกันมา อย่างยาวนาน และยังปล่อยให้มันสะสมอยู่ อันนี้สิผิด แต่ในรายงานนี้ไม่ได้พูดถึง พระบรมราโชบายบ้างเลย ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว น่าสนใจตรงที่ว่า ไม่ได้แก้ไขความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งโครงสร้างพวกนี้ เหตุความรุนแรงต่าง ๆ ทําให้มี ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ มีหญิงหม้ายเกิดขึ้น ที่เรารู้ว่าสถิติตอนนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคน มีเด็กกําพร้าที่เกิดขึ้นประมาณ ๕,๐๐๐ คน แล้วยังมีผู้ที่คับแค้นใจอีกนับไม่ถ้วน ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นปัญหาสังคมแบบนี้มันจึงเป็นปัญหาระยะยาว ระยะยาวที่ ผู้ที่มีชีวิตต่อไปเขาต้องรับภาระหนักมาก หญิงหม้ายต่าง ๆ เขาต้องดูแลครอบครัวของเขา ด้วยความลําบาก เพราะเขาขาดคู่ชีวิตก็ดี เขาขาดผู้ที่จะช่วยเหลือเขา เขาไม่มีเวลา ดูแลลูก เมื่อไม่มีเวลาดูแลลูกก็ปล่อยลูกไว้ ปล่อยลูกไว้ ลูกก็มีโอกาสที่จะไปเสพยาเสพติดได้ หรือไปเข้าขบวนการ ซึ่งเข้าไปอยู่ในเรื่องของมิติความมั่นคงนั่นเองว่า ไปอยู่ในขบวนการ ก่อการร้าย อันนี้เราก็เข้าใจ ได้ยิน ได้ฟัง จะถูกชักจูงไปในเรื่องต่าง ๆ นานามากมาย เพราะฉะนั้น ประเด็นของการเยียวยาจึงเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาตอนนี้ที่จะพูดถึง เรื่องการเยียวยาเพราะว่าในมิติตรงนี้เป็นมิติที่ควรจะให้ความสนใจ ถ้าหากว่า เราเยียวยาหรือเราแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจหรือเห็นใจ และเราใช้จ่ายงบประมาณ ไปในทางที่ถูก มันอาจจะทําให้ความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมา ผู้ที่คับแค้นใจต่าง ๆ อาจจะ ลดน้อยลง อันนี้คือหวังว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์น่าจะเข้าใจ รัฐบาลนี้น่าจะเข้าใจ แต่ท่านประธานคะ กลับพบว่าการเยียวยานั้น การจัดสรรงบประมาณเยียวยานั้นน้อย น้อยกว่าปกติที่ควรจะเป็น แต่งบประมาณทางด้านความมั่นคงกลับเยอะมากทีเดียว ทีนี้งบประมาณเยียวยาเป็นอย่างไร ดิฉันคิดว่ากระทรวงที่น่าจะทําการเยียวยาได้ดีคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพบว่าในงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๔ ที่เพิ่งจะพิจารณากันไปจนขณะนี้เราใช้นั้น งบประมาณตัวนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ชื่อว่า เงินอุดหนุน การช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเป็นคําเดียวที่ดิฉันเห็นอยู่ในงบประมาณตัวนี้ของภาคใต้ว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีแค่เพียง ๒๑๓.๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วก็ตั้งไว้ที่สํานักงานปลัดกระทรวง ๒๐๐ กว่าล้านบาท กับเหตุการณ์ที่มันเรื้อรังมานานจากที่ดิฉันกล่าวถึง มันไม่เพียงพอหรอกค่ะ แน่นอนบางคน บอกว่าเด็กกําพร้าก็ดี ๕,๐๐๐ คน หญิงหม้ายอีก ๒,๐๐๐ คน คงรวมเป็นแค่ ๗,๐๐๐ คน เอา ๗,๐๐๐ มาหาร ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็ได้ตั้ง ๓๐,๐๐๐ บาทกว่าคน คิดแบบนี้ไม่ได้ ถ้าสมมุติจะเถรตรงคิดแบบนี้ ท่านก็ลองคิดดู กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ก็ต้องมีโครงการอีกมากมาย เขาไม่ได้เอาเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทไปให้ต่อหัวที่เกิดเหตุ หรือว่าคนที่จะต้องเยียวยา ไม่ใช่ โครงการต่าง ๆ มากมาย ทําไปทํามาเหลือไม่กี่ร้อยบาทถึงต่อคน หรือเปล่า ยังไม่แน่ใจ มาดูงบประมาณเยียวยาอื่น ๆ ที่ไม่รวมอยู่ในงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ดิฉันเองไม่อยากจะเรียกว่ามันเป็นการเยียวยา ท่านประธานคะ มันมีงบประมาณ เป็นวงเงินถึง ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก กอ.รมน. ๘,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงกลาโหม ๓,๖๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ ๒,๔๐๐ ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตํารวจ ๑,๖๐๐ ล้านบาท เป็นต้นนะคะ อันนี้เป็นงบประมาณที่ไม่ได้เรียกว่าเยียวยา ดิฉันกําลังพูดประเด็นว่าเยียวยาอาจจะช่วยทําให้สถานการณ์มันดีขึ้น ผ่อนเบาได้บ้าง ให้คนที่รู้สึกคับแค้นใจ หรือคนที่เขาเสียหาย หรือว่าน่าสงสารได้มีความสุขมากขึ้น แต่ปรากฏว่างบประมาณชาตินี้ที่ใช้กันไปเรื่องชายแดนภาคใต้นั้น ท่านประธานคะ ปี ๒๕๔๗ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจําปีนะคะ งบประมาณชายแดนภาคใต้นะคะ ปี ๒๕๔๘ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๔๙ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๑ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทด้วยซ้ํา ปี ๒๕๕๒ น่าสนใจมาก ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ อีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ดิฉันพูดถึง ตรงนี้มันเงินเยอะเหลือเกินที่หลายคนบ่นว่า ๑.๔ แสนล้านบาทมันเยอะ มันเยอะมาก แล้วยังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอเสนอว่า เยียวยาเป็นเรื่องสําคัญ ที่ต้องให้ความใส่ใจ แต่แล้วพอเยียวยากันไป แต่ว่ามันมีเรื่องอย่างนี้ค่ะท่านประธาน เรื่องอื่นที่ดิฉันขอเสนอก็คือว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งรายงานฉบับนี้พูดถึง ประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ มีส่วนร่วมมากมายใหญ่โตหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน แต่ปรากฏว่าการมีส่วนร่วมนั้นประชาชนจะได้มีส่วนร่วมเข้าไปจริง ๆ หรือเปล่า ที่หลายคน บอกว่ามี พ.ร.บ. ใต้ แล้วก็ พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพิ่งผ่านไป มีคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือตัวย่อว่า กพต. มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านประธานคะ ปรากฏว่า ในคณะกรรมการชุดนี้ดิฉันเคยต่อว่าในคราวที่แล้วเราพูดชายแดนภาคใต้ไปทีหนึ่ง บอกว่า ให้ ครม. เกือบทั้งคณะเลยมาเป็นกรรมการอยู่ มีข้าราชการระดับสูง ซึ่งทั้งหมดนี้มาจาก ส่วนกลาง ไม่ได้เข้าใจพื้นฐานของคนภาคใต้จริงจัง แต่ให้ภาคประชาชนเป็นเพียงที่ปรึกษา ซึ่งมุมมองของดิฉันคิดว่าให้เป็นแค่ที่ปรึกษา เป็นสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มันไม่เพียงพอ มันอาจจะต้องคํานึงกันใหม่แล้ว เพราะเรายังคงพูดภาคใต้ มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา คํานึงใหม่ว่าอะไร การที่เขาเป็นที่ปรึกษามันเพียงพอหรือเปล่า ท่านไม่ขอคําปรึกษาก็จบเห่กันนะคะ เขาไม่ได้ให้คําปรึกษา ดิฉันไม่เห็นด้วยว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ เวลาเข้ามาแล้วพิจารณาแบบนี้ออกไปเป็น พ.ร.บ. เอาละ ดิฉันแพ้ไปแล้ว ไม่เป็นไร แต่ดูเหมือนว่าข้าราชการต่าง ๆ หรือนายกรัฐมนตรีนั้นกลัวสูญเสียอํานาจ จึงไม่ให้พวกนี้ เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง ทีนี้พวกนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง เปิดโอกาสจริงตามที่คณะกรรมาธิการ ได้ทําการศึกษาหรือเปล่า ท่านบอกว่าเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ท่านบอกว่าคิดริเริ่ม ต้องให้ส่วนร่วม ร่วมกําหนดนโยบาย ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติตามแผน ร่วมตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ร่วมติดตามประเมินผล ร่วมรับผิดชอบ ดิฉันไม่มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมแบบนี้ สภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมจริงจังขนาดไหน อาจจะไม่กล้าที่จะพูดเลย หรือพูดก็น้อยมาก ก็คงเป็นเพียงใครมาขอคําปรึกษาก็คงต้องให้ไป มันไม่จริงจัง เพราะฉะนั้น จึงฟังเสียงประชาชนได้ไม่เต็มที่ ดิฉันจึงอยากจะขอให้คณะกรรมการชุดนี้ได้ทําการศึกษา เพิ่มเติม เพิ่มเรื่องการมีส่วนร่วมเข้าไปมาก ๆ เถอะค่ะ ในขณะเดียวกันเรื่องสุดท้ายของการที่ จะมีข้อเสนอแนะ ท่านประธานคะ มิติความมั่นคง เรารู้อยู่ว่าเราสงสัย บางคนอาจจะเชื่อมั่น เลยก็ได้ว่ามีขบวนการที่เรียกว่าการก่อความไม่สงบ เป็นขบวนการ ในฐานะที่ดิฉันเอง เป็นกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งจากประสบการณ์ดิฉันคิดว่าปัญหาหลายส่วนที่หลายคน สะท้อนมามันเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือความไม่เข้าใจในอัตลักษณ์ หรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดังนั้นวิธีที่จะบรรเทาปัญหาเพื่อเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ยุติปัญหาในที่สุดเลยก็ว่าได้ มันน่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกลุ่มมุสลิม ขอความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ขอแนวร่วมเพื่อให้เขา มาช่วย ให้มิติทางด้านความมั่นคงนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าในวันนี้ ที่ดิฉันอภิปราย ก็ขอสรุปได้ว่าดิฉันก็ผิดหวังในพรรคประชาธิปัตย์ที่มาเป็นรัฐบาล แล้วยัง มิสามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนได้ นอกจากนั้นแล้วความไม่สงบมันไม่ได้อยู่แค่ภาคใต้ มากรุงเทพฯ ท่านก็ยังคงปวดหัวอยู่ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าคงต้องให้ท่านทํางานในระยะเวลา อันสั้น ซึ่งท่านบอกว่าท่านจะยุบสภาเร็ว ๆ นี้ ก็ขอให้ที่คณะกรรมาธิการได้มีข้อมูล หรือตอบโจทย์ครั้งสุดท้ายให้กับ ส.ส. ได้เข้าใจมากขึ้นว่าท่านจะทําอย่างไรต่อไป แล้วก็ ขอกราบขอบพระคุณที่ทํารายงาน ซึ่งดิฉันได้ประโยชน์จากตรงนี้มากด้วยเช่นกัน ขอบพระคุณค่ะ