เจะอามิง โตะตาหยง ระบุว่าปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้เกิดจากการตั้งโจทย์ผิดและต้องแก้ไขโดยปราศจากอารมณ์ อาวุธ และอคติ โดยเน้นย้ำว่าปัญหาคือความมั่นคงเป็นหลัก ไม่ใช่โจรก่อการร้าย พร้อมชี้ว่าการศึกษาของคณะกรรมาธิการต้องปรับมุมมองจากความมั่นคงแห่งรัฐเพื่อแก้ไขความผิดพลาดระดับนโยบาย เจะอามิง โตะตาหยง หารือปัญหาเงินค้างท่อและโครงการล่าช้าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันว่าการบริหารราชการตาม พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๓ เป็นไปตามหลักการบูรณาการที่คณะกรรมาธิการเห็นด้วย และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งติดตามงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงให้ทันต่อระเบียบวาระสภา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตท่านประธานว่าการศึกษาปัญหาความไม่สงบจังหวัด ชายแดนภาคใต้ หลายเรื่องครับที่ตรงประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้แสดงข้อคิดเห็นต่อ คณะกรรมาธิการ ก็หลายเรื่องเหมือนกันที่ทางคณะกรรมาธิการไม่ได้นําไปศึกษา ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตปูพื้นฐานปัญหาเรื่องความไม่สงบ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องยอมรับก็คือว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยที่จะได้รับการ ยอมรับ เราต้องยอมรับครับว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มก่อการความไม่สงบ มีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนคือต้องการที่จะมุ่งหมายถึงดินแดน การศึกษาทุกหน่วยงาน ณ วันนี้ ทั้งวิจัย ทั้งด้านเอกชนก็ดี ทั้งของสภาผู้แทนราษฎรก็ดี จะพูดถึงตรงกัน ประเด็นนี้สิครับ ซึ่งแต่เดิมเราต้องยอมรับว่าหลายเรื่องของคณะกรรมาธิการได้ไปศึกษามานี้นะครับ ปัญหาเราก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมันก็เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐ ซึ่งแต่เดิมเราต้องยอมรับ ว่าพอไปดูในมิติของการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ท่านลองไปดูในมิติทางด้านความมั่นคงแห่งรัฐ ในเอกสาร หน้า๗๘ นี่นะครับ ท่านจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาความไม่สงบจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมีตัวตนในการต่อสู้ของกระบวนการที่ต่อสู้อย่างมีเป้าหมายอย่างชัดเจน ที่ผมพูดถึงในเรื่องดินแดน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ครับ ปัญหาที่ผมบอกว่ามันเกิดขึ้นจากความผิดพลาด ระดับนโยบาย ซึ่งก่อนหน้านี้มันเกิดความผิดพลาดจริง ๆ เพราะในสมัยนั้นเป็นที่ยอมรับของ รัฐบาลในสมัยก่อนหน้านั้นบอกว่ามันไม่มีขบวนการโจรก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แต่กระบวนการเวลาไปศึกษาจริง ๆ ในข้อมูลที่เป็นจริงแล้ว มันมีขบวนการที่มี การเคลื่อนไหว มีเป้าหมายอย่างชัดเจนที่มุ่งหมายไปสู่ดินแดน
ทีนี้ในกรอบของคณะกรรมาธิการได้ไปศึกษาครับท่านประธาน และอยู่ ภายใต้โครงสร้างของกลุ่มขบวนการหลาย ๆ ขบวนการมารวมกันเป็นขบวนการเดียวกัน แต่ผมไม่ขอเอ่ยชื่อขบวนการอะไรในนี้ ๗-๘ ขบวนการ ซึ่งแต่เดิมนี่ก่อนที่จะมีการศึกษา เรื่องนี้ ไม่มีการยอมรับ แต่วันนี้แสดงให้เห็นว่าบางครั้งในระดับนโยบายถ้าเกิดไม่รู้โจทย์ ไม่รู้ถึงปัญหาที่แท้จริงจะทําให้การตั้งโจทย์มันผิด แล้วจะเป็นการซ้ําเติมกับการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มขึ้น จากการศึกษาหลายครั้งของคณะกรรมาธิการได้มีการศึกษา ในหลายมิติ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เราต้องยอมรับว่าการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เรื่องง่าย ณ วันนี้ การแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องที่ยากและต้องทําความเข้าใจและตั้งใจ ที่สําคัญที่สุดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือต้องไม่อยู่บน ๓ อ ๓ อ คือ ไม่อยู่กับอารมณ์ กับอาวุธ กับอคติ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่มีระดับนโยบายในภาครัฐบาล ถ้าไม่มี ๓ อ นี้ก็สามารถที่จะแปรกับแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ไปได้ระดับหนึ่ง
ในมิติด้านความมั่นคง ผมขออนุญาตเรียนลงไปลึกนิดหนึ่งครับว่าสถิติ เราต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมานี่เกิดเหตุการณ์แค่ ๘๓ ครั้ง ต่อมาลดลงมาเรื่อย ๆ แม้กระทั่งในปี ๒๕๔๓ นี่เกิดเหตุการณ์เพียง ๑๕ ครั้งในสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น จะสังเกตเห็นว่าสถานการณ์และเหตุการณ์มันลดลง และมา ช่วงหลังมันเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ก็เริ่มต้นตั้งแต่มีการวางระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ นั่นเป็นโจทย์ที่บอกว่าปัญหามันจะเกิดความรุนแรง แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือการไม่รู้ข้อมูล ที่เป็นจริง บอกว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีโจรก่อการร้าย ไม่จริงครับ ปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่บนพื้นฐานของการเคลื่อนไหวในมิติด้านความมั่นคงเป็นหลัก ก่อนที่จะไปสู่มิติในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา
ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ที่จริงเวลาท่านสมาชิกอภิปรายถึงเรื่องงบประมาณ ที่จริงเรื่องของคณะกรรมาธิการศึกษา ก็มุ่งพุ่งไปที่เรื่องงบประมาณเหมือนกัน เรื่องงบประมาณ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่างบประมาณเท่าที่คณะกรรมาธิการ ได้ไปศึกษาในรายละเอียด แต่ว่าไม่ได้นําบรรจุไว้ในรายละเอียด มันมีเงินค้างท่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ เกิดเงินค้างท่อจริง ๆ แต่ช่วงหลังมีการขับเคลื่อน การผลักดัน อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่า มีเส้นทางบางเส้นทางที่สร้างไม่เสร็จ รัฐบาลนี้ก็พยายามผลักดันเส้นทางนี้จนแล้วเสร็จ และมีอีกหลายเส้นทางแม้กระทั่งเส้นทางตะโล๊ะหะลอ ปาลอปาต๊ะ ระหว่างอําเภอรามัน จังหวัดยะลากับจังหวัดนราธิวาส วันนี้รัฐบาลก็พยายามผลักดัน เพราะฉะนั้นจะสังเกตเห็นว่า หลายงบประมาณที่ค้างท่อไป มันเกิดเหตุเพราะว่าบริษัทก่อสร้างที่ไปก่อสร้างเส้นทาง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาจากบริษัทที่ไม่ได้เป็นบริษัทในพื้นที่ทิ้งงานไป อ้างความมั่นคง อ้างความไม่ปลอดภัย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่หากจะตามลึกลงไปใน รายละเอียดจริง ๆ ในเรื่องงบประมาณ หลายโครงการครับที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าโครงการที่รัฐบาลลงไปนี่ดีไหม ดีครับ แต่ว่าดีแล้ว การติดตาม ซึ่งในเอกสาร ด้านการศึกษาก็ได้มีข้อสรุปอยู่ส่วนหนึ่งบอกว่า ในการจัดสรรงบประมาณนั้นรัฐบาลเองก็ต้องไปติดตามเพื่อไม่ให้เงินค้างท่อ วันนี้เราจะเห็น ได้ว่าหลายเรื่องที่รัฐบาลได้ทําไว้ ที่จริงเอกสารการศึกษานี้เข้าบรรจุระเบียบวาระ เพื่อนําเสนอต่อสภาตามลําดับขั้นตอนมันทําให้ล่าช้า บางเรื่องรัฐบาลได้ทําจริง ๆ แม้กระทั่ง ในเรื่องการบริหารการปกครองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลกลับล้ําหน้า ทําไปก่อนที่เอกสารได้เสนอต่อสภา จะสังเกตเห็นว่าในการออกพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๓ ซึ่งกฤษฎีกาได้ประกาศ ณ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ จะสังเกตเห็นว่าในนี้จากการกระบวนการศึกษานี่นะครับ มันมีมิติการศึกษาด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษาด้านวัฒนธรรม กระบวนการทั้งหลายมาอยู่ภายใต้โครงสร้างของกฎหมาย ที่รัฐบาลนี้เขาทํา ถามว่ากรรมาธิการเห็นด้วยไหม กรรมาธิการเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องไปคิดถึงการปกครองพิเศษ เหตุผลเพราะว่าในรูปแบบของกฎหมายนี้ นายกรัฐมนตรี ตามที่เอกสารของกรรมาธิการได้ศึกษา บอกว่าจะต้องเข้ามากํากับดูแลเป็นการเฉพาะ เป็นการบูรณาการ ในกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๓ จะมีอยู่ ในนี้หมดและทุกอย่างขึ้นต่อนายกรัฐมนตรี งบประมาณสามารถไปจัดสรรเอง ไปคิดเอง ทําเอง ภายใต้โครงสร้างของคณะกรรมการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในเอกสาร ในการศึกษาของกรรมาธิการก็อยู่ แต่ว่ารัฐบาลได้ทําเรื่องเหล่านี้ล้ําหน้าไปแล้วส่วนหนึ่ง ทีนี้ในส่วนของที่เพื่อนกรรมาธิการได้พูดถึงว่าการใช้งบ ๑.๔ แสนล้านบาท เดี๋ยวประชาชน ที่ฟังการอภิปรายอยู่ในขณะนี้จะเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลนี้อย่างเดียว ที่จริงไม่ใช่นะครับ มันเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ๑๓,๔๕๐ ไล่ลงมาเป็นพัน ๆ ล้านบาท จนรวมมาถึง ๑.๔ แสนล้านบาท มาถึงหลายรัฐบาลครับ แต่ว่าหลายรัฐบาลบนพื้นฐานในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องเข้าใจว่าปัญหาจริง ๆ ของโจทย์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้จากการศึกษา ปัญหาจริง ๆ ก็คือมิติในด้านความมั่นคงก่อนที่จะไปด้านเศรษฐกิจ สังคม ด้านการศึกษา และด้านวัฒนธรรม และความเป็นธรรมของสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการทําโครงการในการศึกษา ในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เพราะในพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รวบรวมสิ่งเหล่านั้นอยู่ในเอกสารเหล่านี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ