สมเกียรติ ศรลัมพ์ พูดเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดความสามัคคี ความรัก และการพัฒนาที่ไม่สมดุล นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่า กรณีการรบในภาคใต้นั้นไม่ใช่การต่อสู้แบบในแบบ แต่เป็นการรบที่นอกแบบ ซึ่งต้องใช้ความสามัคคี ความรัก และการพัฒนาอย่างจริงจัง
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมในฐานะเป็นผู้เสนอญัตตินี้เข้าสภา ตามที่ท่านประธาน ได้เรียนแล้ว ก่อนอื่นที่ผมจะพูดนี้ ผมขอโทษท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมด้วย ที่เป็นการ ประท้วงครั้งแรกในชีวิตของผมในการเป็น ส.ส. แต่ว่าเพื่อที่จะให้เกิดความกระชับ ขอบคุณท่านครับที่ให้ผมประท้วงแล้วท่านก็สรุปเลย คืออย่างนี้ครับท่านครับ ปัญหาของ ภาคใต้ที่เรานําเสนอญัตติอันนี้ขึ้นมา เพราะเรามีความรู้สึกเจ็บช้ําเจ็บปวด เรามาดูย้อนหลัง ว่างบประมาณแต่ละปี ๆ ที่เข้าไปเป็นหมื่นล้านบาท เดี๋ยวนี้เป็นแสนล้านบาท แล้วเป็น ล้านล้านบาทตามที่ท่าน ส.ส. สุรพงษ์พูดนี่นะครับ จํานวนทหารก็เข้าไปจํานวนมาก จํานวน ผู้เสียชีวิตก็เป็นจํานวนมาก เรามาดูหลักง่าย ๆ ว่า เอาท์คัม (Outcome) กับอินคัม (Income) และโปรเซส (Process) กระบวนการต่าง ๆ ครับ เงินก็เข้าไปมาก คนก็เข้าไปมาก โครงการ พัฒนาก็เข้าไปเยอะ แต่เอาท์คัมที่ออกมาคือมีคนตายมากขึ้น มีการสูญเสีย การนํามากขึ้น ปัจจุบันมีการเข้าถึงประชาชนนี่นะครับ แล้วแนวร่วมของประชาชนมีน้อยลง แล้วเรามาดูว่า ถ้าอย่างนั้นมันต้องเกิดมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแล้วว่าตามหลักการบริหาร ถ้าอินคัมมากขึ้น เอาท์คัมก็ต้องมีผลสัมฤทธิ์ตามนโยบาย แต่ว่าผลเสียที่เกิดจากเอาท์คัม กลับเป็นความรุนแรง กลับเป็นลักษณะของทั้งปริมาณและจํานวนคุณภาพของความรุนแรงนี้ สูงขึ้น แต่ก่อนไม่เคยมีคาร์บอม (Car bomb) ไม่เคยมี มีแต่วางระเบิด จํานวนความเข้ม หรือความรุนแรงมันมากขึ้น อันนี้ผมพูดจากคนที่มองจากข้างนอกนะครับ ทีนี้เรามาดูว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็เกิดปัญหาแล้ว ผมก็เลยเสนอญัตตินี้ขึ้นมา พอเสนอญัตตินี้ผมได้ศึกษาดูว่าการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการที่ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาแต่ละเรื่องนี่นะครับ ไม่ว่าอนุกรรมาธิการ ด้านการเมืองการปกครอง อนุกรรมาธิการด้านอํานวยความยุติธรรม อนุกรรมาธิการ ด้านความมั่นคง และอนุกรรมาธิการด้านการต่างประเทศ อนุกรรมาธิการการศึกษา วัฒนธรรม แล้วก็อนุกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา อนุกรรมาธิการศึกษาปัญหา กิจการฮัจย์ ผมขอกราบเรียนนะครับท่านคณะกรรมาธิการครับ แล้วผมอ่านรายละเอียด ของการศึกษาของอนุกรรมาธิการแล้ว ผมว่าท่านศึกษาไม่ตรงหมัดครับ คณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาปัญหากิจการฮัจย์ ก็ไปเที่ยวประสานงานเรื่องเครื่องบิน เรื่องพิธีฮัจย์ เรื่องอะไรต่าง ๆ นี่เป็นงานประจําของข้าราชการประจํานะครับท่าน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรืออะไรก็ตามที่เขาดําเนินการ แต่ละเรื่องคือการเอาโครงสร้างของข้าราชการภายในมา ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับว่า จริง ๆ ถ้าเราจะศึกษากันให้ชัด ๆ ถึงประเด็นปัญหา เราต้องดูวิเคราะห์ปัญหาว่าปัญหาชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาภายในหรือภายนอก มีทั้งภายนอกและภายใน ภายในกี่เปอร์เซ็นต์ ภายนอกกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นปัญหาภายนอก ก็คือว่าปัญหาว่ามีคนได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ แล้วมาทําการเคลื่อนไหวที่จะ ทําการแบ่งแยกดินแดน นี่คือแนวคิดของคนกลุ่มหนึ่ง ท่านต้องแยกแยะว่าคนที่มี กลุ่มหัวรุนแรงอันนี้มีกี่เปอร์เซ็นต์ กี่คน กลุ่มไหนบ้าง เพราะการดําเนินงานกับคนกลุ่มนี้ ต้องมีวิธีการที่ต่างกันนะครับ ๒. เป้าหมายอีกอย่างหนึ่งคือว่ามันเกิดความคับแค้นทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ ก็คือว่าพี่น้องถูกฆ่า แล้วก็ความคับแค้น เขาเรียกว่าความไม่สามารถปรับตัวกัน ทางวัฒนธรรม มีความรู้สึกว่าเป็นผู้ด้อยโอกาส เป็นชนชั้น ๒ ด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับการ บีบคั้นจากข้าราชการ ปัญหานี้แก้ได้ด้วยระบบการจัดการ คือถ้าเราแยกแยะประเด็นปัญหา ความรุนแรงหรือเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายเสียก่อน วิธีการแก้มันจะไม่เหมือนกัน ทีนี้พอมาดูว่า วิธีการแก้ทําอย่างไรครับ การต่อสู้เป็นการต่อสู้นอกบทนะครับ ท่านต้องรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ เขาต่อสู้แบบจรยุทธ์ มีคนไม่กี่พันคน แต่ท่านใช้คนเป็น ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คน มันสู้กัน ไม่ได้หรอกครับ ทหารนี่ถูกจ้างให้รบในแบบ รบแบบกองทัพ ที่กําลังจะไปสู้ที่เขมรนี่นะครับ อันนี้เขาถนัด เมื่อเขายิงปืนใหญ่มาระยะ ๒๐ เมตร ปืนใหญ่เรายาวเราถอยหลังร่น นี่คือยุทธศาสตร์การต่อสู้ในแบบ ซึ่งทหารไทยถนัด แต่การรบที่ภาคใต้ นอกแบบ เมื่อเขามา จรยุทธ์นอกแบบ การปรับกระบวนท่า กระบวนต่อสู้นี่ต้องเป็นนอกแบบต้องใช้กําลัง ของประชาชนมากกว่ากําลังทหาร ต้องใช้ความสามัคคี ความรัก การพัฒนาอย่างที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงดําริไว้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่ผมยังไม่เคยเห็นกรอบ ในการแก้ไขว่าจะเอาหลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนามาเป็นกรอบแล้วก็จําแนกแจกแจง ประเด็นต่าง ๆ แต่ว่าท่านแบ่งตามฟังก์ชัน (Function) ถ้าหลักการบริหารก็คือว่าแบ่งตาม หน้าที่ มันก็ต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) กันไม่ออก ขาไม่ได้แบ่งศึกษาในเชิงยุทธศาสตร์ ถ้ายุทธศาสตร์ทหารนี่นะครับ ล้มเหลวตั้งแต่การจัดทัพแล้ว ว่าเป็นการจัดทัพรบแบบในแบบ แล้วเอาคนจากจังหวัดนครสวรรค์ คนจากจังหวัดลพบุรี คนจากจังหวัดเชียงราย เอาเข้าไป เขาจะรู้ได้อย่างไร เขาอยากจะกลับบ้าน โครงการที่เสนอ สมมุติจะเสนอปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขงบประมาณนะครับ เสนอไปกว่าจะตกมาประมาณ ๕-๖ เดือน คนที่เสนอ ถูกย้ายกลับแล้ว คนใหม่ก็ทําอะไรไม่ถูก ไม่ทัน ก็รีบทําด้วยวิธีพิเศษ เงินมันก็รั่วไหล เป็นจํานวนมาก ผมยังไม่ได้ดูเลยครับว่าที่ท่านลงลึก ๆ ลงไปถึงตรงนี้ไหม ทหารที่รบนี่นะครับ มีคนบอกว่าแม้จะใช้ในแบบ ต้องมีการบูรณาการ ลองให้อํานาจกองทัพภาค ๔ เขาสิครับ พลเอก หาญ ลีนานนท์ ท่านมีประสบการณ์ ท่านเขียนลงมติชนมากมาย ท่านก็ไม่ได้เรียก พลเอก หาญมาชี้แจงด้วยนะครับ ในนี้ก็ไม่มี แล้วก็มีหลายคนที่เขารู้เรื่อง พอท่านเอาข้าราชการ เอาคนในระบบมาเขาก็ต้องชี้แจง เพราะการจัดอนุกรรมาธิการ ท่านจัดเป็นเชิงฟังก์ชัน เขาเรียกโครงสร้างหน้าที่ มันก็คือเข้าไปศึกษาโครงสร้างหน้าที่ ตามระบบที่มีอยู่แล้ว แต่ว่าไครซิส แมนเนจเมนท์ (Crisis management) การศึกษาอะไรก็ตามที่เกิดปัญหาวิกฤติ มันไม่ได้ศึกษาตามโครงสร้างครับ เขาต้องไม่มองโครงสร้างเลย มองเอาท์คัมว่าปัจจุบัน มันเกิดผลเสียอย่างไร แล้วก็ไม่สนหรอกว่าถ้าทําอย่างนี้จะแก้กฎหมายอย่างไร แก้ระเบียบ อย่างไร อันนี้ละครับ ผมก็ขอชมว่ากฎหมายที่ออกมา ที่ผู้อภิปรายได้พูดเมื่อสักครู่นี้ครับ เรื่องพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกกฎหมาย อันนี้มาถูกทาง แล้วผมก็คุยกับท่านรัฐมนตรีถาวรว่า ท่านมีเครื่องมือแล้วนะครับอย่าช้า สมัยก่อนนี้ไม่มีความชัดเจนเดี๋ยวนี้สามารถออกกําหนด ประกาศให้ชัดเจนเลยว่ากลุ่มไหนดําเนินการอย่างไร นี่คือการแก้ไขที่ถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามอํานาจต่าง ๆ ที่ดําเนินการ มีหลายคนครับ ทําไมหมวดนี้โดนยิง หมวดนี้ จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ท่านครับ ทหารที่ส่งไปนะครับบางส่วนเป็นนาวิกโยธิน เขาก็จะรับฟังคําสั่งผู้บังคับบัญชาของเขา บางส่วนเป็นแม่ทัพภาค บางส่วนเป็น หน่วยรบพิเศษลพบุรี เห็นไหมครับ เวลาเราส่งไป ทุกคนมีสายบังคับบัญชาเขา ไม่มีการ บูรณาการกัน ผมไม่เห็นท่านศึกษาแบบนี้เลย ว่าทําไมมีการบุกวางระเบิด ๒๐ กว่าจุด พร้อมกัน การข่าวเราไม่รู้เลย เพราะอะไรถึงไม่รู้เรื่อง ท่านรู้ไหมครับ เดิมนี้สมัยก่อนที่จะยุบ ศอ.บต. เราได้มีการวางโครงข่ายข่าวไว้ลึกซื้งในสายกํานันผู้ใหญ่บ้าน สายของหน่วยพัฒนา ต่าง ๆ ทุกคนจะเป็นประชาชนแล้วก็มีงบประมาณให้เขาดําเนินการ ซึม ลึก รู้สภาพพื้นที่ ทั่วไป หลังจากมีการปรับปรุงแก้ไข ล้มงบประมาณพวกนี้หมดเลย แล้วข่าวทุกวันนี้ ไม่ลึกซึ้ง มันเป็นข่าวฟังจากร้านกาแฟ ความจริงแล้วต้องมีคนฝังตัวเข้าไปเลยนะครับ สามารถที่จะรู้เลยว่ามีการประชุมอย่างไร และไม่ต้องรีบ ท่านคิดดูมีการวางระเบิดที่ถนน ลึกขนาดนั้น ไม่สามารถรู้ซึ่งก็ใช้เวลา ไม่ได้เอาคนอยู่เฉยๆ เอาจอบขุดได้ ต้องสามารถ มีเครื่องมือ ก็แสดงว่าการนํามวลชนเราน้อย การสูญเสียอํานาจรัฐนี่สูง เพราะว่าเราไม่ได้ มวลชนจากประชาชนมาให้ข่าวหรือมาส่งข่าวให้กับฝ่ายรัฐ สิ่งเหล่านี้ที่ผมต้องการเห็น ในการศึกษา แต่ท่านศึกษาในเชิงฟังก์ชัน ก็คือตั้งคณะอนุกรรมาธิการเข้าไปลง พอลงอย่างนี้ การแก้ไขปัญหามันก็ไม่บูรณาการ เพราะว่าถ้าการแก้ไขปัญหา ศึกษาจริง ๆ นี้ต้องไม่สน โครงสร้างในระบบราชการเดิม แล้วถามว่าผลอันนี้ออกมาอย่างไร เรียกทหารมา ทหารบอก ผมขอรับผิดชอบ ลองให้แม่ทัพภาค ๒ สมัยก่อน พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ท่านเปลี่ยนเป็น ระบบการพัฒนาการเข้าถึง มีการเอาโครงการไปให้ พอรุ่นหลัง ๆ ก็บอกว่าหน่วยนั้น หน่อมแน้ม ไม่สมศักดิ์ศรี ทหารต้องรบ เห็นไหมครับ คือนี่มันเป็นการสู้นอกแบบ แต่ถ้าเอา ทหารในแบบไปต่อสู้ มันไปไม่รอดหรอกครับ แล้วเวลาโดนยิงก็สงสาร เราต้องไปงานวีรชน ตลอดเวลา ผมไม่อยากให้ประเทศไทยเรามีวีรชนอีกแล้ว เราน่าจะหยุดสักทีเพื่อจะได้ ให้เห็นว่าเรานี้เข้าถึง แล้วพอเราทําเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ปัญหาไม่จบหรอกครับ เมื่อปัญหา ไม่จบ ผมก็เลยขอให้ท่านคณะกรรมาธิการที่ท่านใช้ระยะเวลายาวนาน แล้วในฐานะที่ ผมก็เป็นผู้ที่เสนอญัตตินี้ พอผมอ่านแล้วนะครับผมยังรู้สึกว่าเกายังไม่ถูกที่คันครับ พออ่านเสร็จแล้วผมก็ยังไม่รู้ว่ามันจะแก้อย่างไร เงินที่เสียไปนี้ คนตายตลอด จริง ๆ แล้ว ปัญหาที่ วปอ. เขาก็มีการศึกษา แล้วก็ที่หลายส่วน ผมดูคณะอนุกรรมาธิการกิจการฮัจย์ ก็ไปติดต่อเรื่องเครื่องบินอะไรต่าง ๆ คือกลับไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของมวลชน ไปช่วยทํางานให้กับข้าราชการประจํา ไปต่อจิกซอว์ให้งานสําเร็จ เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ถูก ไม่ดีนะครับ เป็นเรื่องดีแต่ไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ นี่ไม่ได้ว่านะครับ แต่ว่าผมเสียดายเวลาเราอยากจะได้คัมภีร์ยุทธ์สักอันหนึ่ง เล่มนี้ ผมฝันนะครับที่ผมเสนอนี้ว่า พอถึงเวลาปุ๊บ ฝ่ายกฎหมายแก้อย่างไร อะไรที่เป็นอุปสรรคด้านกฎหมายบ้าง อะไรที่เป็นอุปสรรคด้านงบประมาณ พอไปถามจริง ๆ นะครับท่านก็คงรู้ ไปถามนายอําเภอ ก็ไม่มีเงิน ไปถามทหารก็ไม่มีเงิน แล้วเงินมันไปไหนกันหมดที่เราอนุมัติตั้ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปถาม กอ.รมน. ครับ กอ.รมน. บอกไม่มีเงิน ผมไปประชุม คณะกรรมาธิการของท่าน พันตํารวจโท สมชาย ก็มีคนมาบอก เขานี่นะครับมีการคิดเรื่อง ระบบการวอร์นนิ่ง (Warning) สมมุติมีใครที่จะบุกเข้ามาในค่าย สามารถที่จะเตะอันนี้ เสียงดัง ตูม อันหนึ่งไม่กี่บาท ประมาณเป็น ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง เชื่อไหมครับไม่มีเงิน นี่คือการปกปักรักษาชีวิตของหน่วยทหาร หรือมีก็ไปใช้ซื้อของแพง ๆ ไปซื้อบอลลูน (Balloon) อย่างนี้ ตั้ง ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ผมเลยอยากให้ท่านได้ศึกษา ผมหาไม่เจอเลยนะครับว่า ระบบที่เขาเรียกว่าซีซีทีวี (CCTV) คือระบบเชิงรุกกับเชิงรับนะครับ เชิงรับเรามีอะไรบ้าง เชิงรุกมีอะไรบ้าง การรุกมี ๒ อย่าง รุกในส่วนที่เป็นผู้ก่อการร้ายที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน นี่ว่าอีกรูปแบบหนึ่ง รุกในส่วนที่ประชาชนที่คับแค้นใจแล้วก็อยากจะแก้แค้น หรือว่า กลุ่มพวกนี้นี่ความจริงเป็นคนที่มีสติปัญญามากนะครับ พอเราจบปอเนาะแล้ว ระบบโครงสร้างในมหาวิทยาลัยเราไม่มีที่รองรับ เพราะตอนนั้นเทียบการศึกษาไม่ให้ เขาก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอิรัก ไปเรียนต่อที่ประเทศอียิปต์ และเรียนต่อทุนต่างประเทศ กลับมาแล้วเด็กพวกนี้มีสติปัญญา แต่เราไม่มีอะไรรองรับ เขาก็ไปทําหน้าที่สอนศาสนาต่อ พอจํานวนมาก ๆ ขึ้นเป็น ๑๐ ปี กําลังอย่างนี้เขาก็คิด หมกมุ่นต่อเรื่องที่เขาจะทําเรื่องงาน ที่เขาเรียนมา ความจริงเด็กพวกนี้ไม่ใช่เด็กเกเร เขาเป็นเด็กฉลาดแต่เรียนปรัชญา ศาสนา เพราะฉะนั้นแล้วถ้าท่านเข้าถึงจริง ๆ แล้วอธิบายกันจริง ๆ สามารถจะเปลี่ยนคน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นนะครับที่ว่าไม่ได้คิดแบ่งแยกดินแดน เข้ามาพัฒนา โรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องการคนที่เก่งภาษายาวีนะครับ มามากมาย แล้วมีอะไรต่าง ๆ นี่ครับที่เราอยากจะ มองเห็นในการแก้ในเชิงเอาท์คัมที่เกิดขึ้น แต่พอผมมองขึ้นมา ผมยังรู้สึกว่าผมคันแล้วมัน ไม่ได้เกาหลังผมที่แท้จริงนะครับท่านประธาน ก็เลยขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านก็ศึกษามาแล้ว ใกล้ยุบสภาแล้ว เชื่อว่าคัมภีร์ยุทธที่ผมหวังจะได้ มันไม่ได้ แต่ได้มิติการทํางานของแต่ละหน่วยงานในเรื่องต่าง ๆ ก็ไม่ว่ากันนะครับ สภาหน้า ก็คงได้ศึกษาอีก ขอบคุณครับ