สุรพงษ์ วิจารณ์รัฐบาลล้มเหลวต้นเหตุใต้ชี้ทหารคุมพื้นที่ช่วยป้องกันความรุนแรง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล วิจารณ์การบริหารจัดการความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยชี้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันล้มเหลวและกล่าวหาอดีตรัฐบาลทักษิณว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาการตรวจสอบเหตุระเบิดที่ตลาดยะลาซึ่งแสดงให้เห็นว่าการมีทหารเข้าควบคุมพื้นที่ช่วยป้องกันความรุนแรง และวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย 99 วันของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ไม่สามารถสร้างความสงบได้ตามเป้าหมาย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กรณีการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรายงานผลการพิจารณาศึกษาของท่านนั้นผมได้อ่านแล้ว ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หากรัฐบาลเอากรณีศึกษาเหล่านี้ไปปฏิบัติ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อนสนิทของผมอยู่ภาคใต้ ผมได้ติดตามปัญหาเรื่องความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอดครับ หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามที่จะนํา ประเด็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาทําลายกันเอง กล่าวหากันไปกันมา ตั้งแต่สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณเมื่อมีการปราบโจรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็กล่าวหากัน ทําลายกันด้วยฝีปาก ท่านประธานครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พี่น้องประชาชนล้วนแต่ลําบาก ความสงบไม่เคยเกิดขึ้น พี่น้องในจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา อําเภอหาดใหญ่นี่นะครับ เดือดร้อนกัน โดยถ้วนหน้า ความสงบสุขไม่เคยเกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลชุดนี้ก็ไปกล่าวอ้างว่า การบริหารจัดการของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณประสบความล้มเหลว ก็มีการแก้ระเบียบ บริหารจัดการให้กลับมาเป็น ศอ.บต. เหมือนเดิม วันนี้ ศอ.บต. ก็ไม่ประสบความสําเร็จ การก่อเหตุร้ายก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมอยากจะถามท่านประธานไปยังรัฐบาลชุดนี้ ด้วยนะครับ แทนคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่า เลิกได้หรือยังที่จะมากล่าวหากันว่าการบริหารจัดการนั้น ไร้ประสิทธิภาพ ถ้าจะถามความเห็นของผม ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ ล้มเหลว โดยสิ้นเชิง แต่เป็นเรื่องที่ผมอยากจะนํามาเล่าให้ท่านประธาน ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ได้ฟัง เมื่อสัก ๒ ปีที่ผ่านมาครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ใหม่ ๆ เลยครับ สด ๆ ร้อน ๆ เพื่อนผม ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเป็น ส.ส. จังหวัดยะลา ท่านมาเชิญผม ท่านประธานไปตรวจสอบกรณีเกิดเหตุระเบิดที่ตลาดจังหวัดยะลา ดูว่าพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นรัฐบาลจะเยียวยาทันเหตุการณ์หรือไม่ ผมเป็นคนภาคเหนือ โชคดีครับไปเจอผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นคนภาคเหนือ แต่ท่าน ส.ส. ประเสริฐพาผม วิ่งไปตามเส้นทางทางหลวง หลบหลีกผู้ก่อการร้าย เพื่อนกรรมาธิการในคณะไม่มีใครอยากไปเพราะกลัวเสี่ยง แต่ผมเชื่อว่าท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ คงไม่พาผมไปโดนฆ่าตายเพราะท่านเป็นเพื่อนผม ผมก็ตามท่านไป ลัดเลาะไปครับไม่เจอระเบิดเลยครับ ไปเจอถนนหลวงซึ่งเคยก่อสร้างมาแต่สร้างไม่เสร็จ เพราะเกิดความวุ่นวายจนต้องใช้ให้ทหาร ทหารไทยนี่นะครับ กองทัพมาสร้างถนนเส้นนั้น โดยกองทัพใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือของกองทัพ แต่คิดค่าก่อสร้างเหมือนกับ บริษัทเอกชนเลย เอาละเราไม่ว่ากัน แต่ในที่สุดก็สร้างสําเร็จ เพราะเวลาทหารก่อสร้าง ไม่มีโจรผู้ร้ายมาลอบวางระเบิดเลย แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน พอผมลงไปใน ตลาดสดที่เกิดระเบิด ผมก็ถามประชาชน เขาก็เข้ามาคุยกับผมเพราะส่วนใหญ่แล้วก็เป็น หัวคะแนนของเพื่อนผม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เขาบอกว่า ถ้าวันนั้นทหารไม่เข้ามาจ่ายตลาดไม่มีระเบิดเกิดขึ้นหรอกครับ อันนี้เป็นข้อคิดที่อยากจะฝากไว้ ท่านประธานลองดูนะครับ สยามรัฐออกมาเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม บอกว่า ไฟใต้ลุกโชน ก่อการร้ายฮึกเหิม ฤารัฐบาลบวกกองทัพไทยไร้น้ํายา เดี๋ยวต้องให้คณะกรรมาธิการไปอ่าน มันต้องถึงเวลาที่จะต้องมาวิเคราะห์กันให้ถ่องแท้ ผมอยากจะย้อนกลับไปนิดเดียวครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ขึ้นมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๑ ผมอดดีใจไม่ได้ท่านประธาน อดดีใจ เพราะว่าผมไปแอบอ่านนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะผมไม่มีโอกาสได้มาฟังในสภาผู้แทนราษฎร นโยบาย ในการก่อให้เกิดความสงบ ความเรียบร้อย เหตุการณ์ในภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนจะกลับมา เป็นปกติ ท่านบอกว่าในนโยบายของท่าน ๙๙ วันทําได้ ผมแอบดีใจแทนพี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๙๙ วันผมก็นับในใจเลยท่านประธาน เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๒ เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ มันก็ประมาณ ๙๐ วันบวกไปจนถึง สงกรานต์ในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ผมจะได้เห็นพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่ความสงบ สันติสุขกลับคืนสู่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อดดีใจไม่ได้ครับท่านประธาน ไม่ใช่เชียร์ (Cheer) ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับ ท่านทํากับผม มีงูเห่าภาค ๒ เกิดขึ้น ผมเป็นรัฐบาลอยู่ดี ๆ เช่นเดียวกับท่านประธาน ตื่นเช้ามากลายเป็นฝ่ายค้าน มันน่าสลดใจ เป็นอย่างยิ่งท่านประธาน แต่เอาละ แต่ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารบ้านเมืองตามนโยบายที่ได้ พูดไว้ ๙๙ วันทําได้ ผมอดดีใจแทนพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ผมอยากเห็น ความสงบเกิดขึ้น วันนี้พี่น้องในจังหวัดยะลาก็ดี ในหลายจังหวัดครับต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงราย ในจังหวัดเชียงใหม่ ย้ายรกรากถิ่นฐานไปประกอบการค้า ในพื้นที่จังหวัดผมทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติ ทะเลมีความสดสวยงดงามใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่สามารถที่จะประกอบธุรกิจได้ เสียใจจริง ๆ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจหลาย ๆ อย่างล้วนแต่ ไม่สามารถดํารงอยู่ได้ท่านประธาน อ่านนโยบายต่อไปครับ ในนโยบายของท่านรัฐบาลชุดนี้ละครับ ท่านอภิสิทธิ์ก็บอกว่าจะให้มี รัฐมนตรีดูแลพื้นที่นี้โดยตรง ผมไม่ได้กล่าวหารัฐมนตรีที่ดูแลปัจจุบันนะครับ ท่านเป็นคน ภาคใต้จริงแต่ท่านไม่ใช่ ส.ส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําไมไม่เอาท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานเจะอามิง โต๊ะตาหยง ขออนุญาตเอ่ยนาม หรือไม่อย่างนั้นก็เอาเพื่อนผมก็ได้ ท่าน ส.ส. ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เป็นรัฐมนตรีดูแล ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนผมไม่ต้องยิ้มครับผมไม่ได้เชียร์ท่าน แต่ผมอยากเห็นคนที่เป็น ส.ส. ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รู้ปัญหาของคนภาคใต้ ที่รู้ปัญหาจริง ๆ ที่คลุกคลีกับชาวบ้าน ขึ้นมาแก้ไขปัญหา ความสงบสุขมันจะได้เกิดขึ้น ท่านประธานลองดูตัวเลขที่ทางคณะทํางาน พรรคเพื่อไทยสรุปมา ตัวเลขสถานสภาพการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เลย ถ้าไม่เอาปี ๒๕๔๙ ท่านก็บอกว่าจะมาใส่ร้ายรัฐบาลชุดนี้ ปี ๒๕๔๙ เป็นรัฐบาลท่านสมัคร ปี ๒๕๔๙ ตอนปลายเป็นรัฐบาลคณะปฏิรูป พลเอก สนธิ ปี ๒๕๕๐ คณะปฏิรูป ขอโทษครับ ปี ๒๕๔๙ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณครับก่อนถูกปฏิวัติ ปี ๒๕๕๑ ตอนต้น ท่านสมัคร ตอนปลายท่านสมชาย ตอนสุดท้ายท่านอภิสิทธิ์ จะเห็นว่ามีผู้เสียชีวิตเบ็ดเสร็จ ๓,๕๕๐ คน ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ทหาร พลเรือน พี่น้องประชาชน บาดเจ็บ ๖,๓๔๔ คน บุคลากร พี่น้องประชาชนที่มีค่าเป็นอย่างยิ่งต้องมาสูญเสียชีวิตไปกับเหตุการณ์เหล่านี้ คําครหามันก็ เกิดขึ้นตลอดเวลาว่าวิกฤติในชายแดนภาคใต้นั้นมันมีงบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ทั้งหมด ท่านประธานครับ เขารวมตัวเลขไว้ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ใช้งบประมาณไปตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๕๔ เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๑,๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะมากท่านประธาน ถ้าเราอยากให้ความสงบ ผมพูดเล่น ๆ ผมคิดแบบนักคํานวณ เราเอา ๑,๔๔๐,๐๐๐ บาท ไปแจกให้พี่น้องทุกครัวเรือน ครัวเรือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องก็ไม่จําเป็นต้องทนทุกข์ ยากลําบาก จะดีไหม อันนี้คือคิดนะครับ คิดจากสมองของผมนี่ละครับคิดแบบเร็ว ๆ ความสงบน่าจะเกิดขึ้นได้ไหม ทุกคนก็จะหลุดจากความยากจน ถ้าความยากจนเป็นปัญหาที่ ก่อให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวที่จะไปกล่าวอ้างประเทศเพื่อนบ้าน ขอร้องครับอย่าไปกล่าวอ้างว่าประเทศเพื่อนบ้านจะมายั่วยุเลย ถ้าหากการปกครอง ของประเทศเรา การบริหารงานของรัฐบาล การดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้มีความสุข เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เกิดขึ้นครับ ๒ ปีกว่า รวมเบ็ดเสร็จ ๒๔ เดือน มันเลยเวลา ๓ เดือน ๑๐ วัน มา ๒๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถามนายอภิสิทธิ์ ถามรัฐมนตรีที่ดูแลปัญหาชายแดนภาคใต้ ท่านไม่รู้สึกละอายใจหรืออย่างไร ท่านแก้ไขปัญหาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง การบริหารราชการแผ่นดิน โดยใช้วิธีทหารนั้นเป็นการดําเนินการที่ผิดพลาดอย่างปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมมีข้อคิดเห็นเหล่านี้ แล้วเดี๋ยวผมก็จะมอบเอกสารข่าวสารต่าง ๆ อย่ามอบดีกว่า ให้คณะกรรมาธิการเอาไปอ่าน เผื่อท่านจะได้เอาไปเพิ่มเติมในรายงานของท่าน มันเป็นประโยชน์ครับท่านประธาน อันสุดท้ายมติชนสุดสัปดาห์พูดถึงขุนเขาทมึนไกล ไว้อาลัยผู้กองกฤช หลับเถิดนักรบหนุ่ม อนาคตของท่านผู้กองกฤช ต้องสูญเสียชีวิตไป ท่านเป็นที่พึ่งพาของครอบครัว เป็นผู้นํา ของครอบครัว แต่ท่านต้องมาสูญเสียชีวิตเมื่ออายุยังน้อย ผมอยากให้สิ่งเหล่านี้หมดไป จากประเทศไทย วันนี้อยากให้สภานี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ถ้าใครได้กลับมา บริหารบ้านเมือง พวกผมได้กลับไปบริหารบ้านเมือง ขอร้องครับอย่าใช้ปัญหาเหล่านี้มา ทําลายกัน มาใช้วาจา ใช้น้ําลายมาละเลงมาทําลายกัน มาช่วยกันครับ มาช่วยกันบริหาร บ้านเมืองให้มีความสงบสุข สันติสุขจะได้กลับคืนสู่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบพระคุณครับ