สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอให้ประชาชนในจังหวัดเหล่านี้มีส่วนร่วมในการปกครองผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายที่กดขี่ประชาชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาการมาลาเรีย และการฝึกอบรมพยาบาล 3,000 คน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอแสดง ความคิดเห็น แล้วก็สนับสนุน แล้วก็ขัดแย้งในบางเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้รายงานผลเกี่ยวกับพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผม จะนําส่วนที่ท่านสรุปเกี่ยวกับเรื่องแนวทางในการแก้ปัญหา บางอย่างผมก็เสนอเพิ่มเติม เท่าที่มีเวลาเหลืออยู่นะครับ โดยเฉพาะหัวข้อแรกที่ท่านได้เสนอว่าแนวทางในการแก้ปัญหา คือให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครอง หรือว่าตั้งทบวงอย่างที่ท่านยกขึ้นมา ผมก็ เห็นด้วยนะครับสําหรับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่าในขณะที่มีทบวงนั้น ผมอยาก สนับสนุน อย่างท่านซูการ์โนได้เสนอไปแล้วคือนครปัตตานี หรือถ้าไม่เป็นนครปัตตานีจริง ๆ ผมขอเสนอเพิ่มเติมนะครับว่าน่าจะมีการให้ประชาชนได้ปกครองตนเองโดยประชาชน ใน ๓ จังหวัด หรือ ๔ จังหวัด ๕ จังหวัดนั้น ตามพระราชบัญญัติชายแดนภาคใต้ที่เราได้ทํา ไปแล้วนะครับ ให้มีการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชนของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริง ๆ คือให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าสมมุติมีบางท่านถามว่าถ้ามี อบจ. อยู่แล้ว จะทําอย่างไร เราก็เปลี่ยน อบจ. มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าถ้าเรากล้าที่จะคิดอย่างนี้ ปัญหาในการซื้อขายตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เราพูดกัน ในสภานี้มันจะหายไป มันจะมาจากประชาชนจริง ๆ ผมอยากให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัด ไม่ว่าจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล รวมถึงจังหวัดสงขลาด้วยก็ได้ เพราะเอาเข้าพระราชบัญญัตินี้ ผมว่าถ้ามีการเลือกตั้งจริง ๆ เพราะเขาเป็นผู้มาจากประชาชน ๔ ปีเขาก็ต้องจากไปถ้าเขาไม่สามารถที่จะครองใจ ประชาชนได้ ให้เป็นตัวอย่างเป็นโมเดลสําหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สภานี้เรากล้าไหมที่จะออกกฎหมายหรือร่างกฎหมาย เริ่มต้นเลยครับในขณะนี้ล่ะ มันจะ เป็นเกียรตประวัติสําหรับสภานี้ว่าสภารุ่นพวกเรานี่ล่ะได้ร่างพระราชบัญญัติเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเอา ๓ จังหวัดหรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ว่ามีปัญหานี่ล่ะ ลองให้ประชาชน ๓ จังหวัดหรือ ๕ จังหวัดนี้ได้ปกครองตนเอง ก็คือปกครองก็เพียงให้ ประชาชนมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น ไมได้หนีรัฐธรรมนูญฉบับไหนเลยนะครับ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แม้แต่กรุงเทพมหานครเราเป็นเมืองหลวงแท้ ๆ เรายังเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากประชาชนทําไมจะทําไม่ได้ ผมอยากให้เราคิดนอกกรอบ กล้าที่จะทํา ผมอยากให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๕ จังหวัดนี้ ส.ส. ร่างพระราชบัญญัติ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผมว่าจะได้รับการสนับสนุน คือ ศอ.บต. ผมว่าแก้ไม่ได้หรอก มันเป็นภาพลวงตา ความรู้สึกของผมมันก็ยังไม่ใช่ประชาชนปกครองกันจริง ๆ มันยังเป็น อํานาจไปจากนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายไปเป็น ตัวแทนอยู่นั่นล่ะ เพราะฉะนั้นผมถึงสนับสนุนวิธีการแก้ปัญหาในข้อนี้ ๓ จังหวัดนี้ ถ้ายังอยากเป็นทบวงอยู่ก็เอาทบวง ๓ จังหวัด หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นกับทบวงนี้ เป็นกรณีพิเศษ มีไหมในโลกนี้เขาทํา มี ประเทศลาวก็มี เขาเอาชนเผ่า เผ่าไหน พงสาลีเขาก็ เอาเจ้าแขวงพงสาลีมาจากคนเชื้อชาติที่บ้านเราเรียกว่าฮ่อนะครับ แต่เขาเรียกว่า ภูน้อย เผ่าภูน้อย อันนี้ก็ยกตัวอย่าง หรือที่จีนมลฑณยูนานเขาให้ชนชาติกลุ่มน้อยปกครองตนเอง โดยเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดคือสิบสองปันนา จังหวัดเต๋อหง พวกนี้ในจีนนะครับเขาก็ มีการเลือกตั้งจากชนเผ่าให้มาปกครองบริหารบ้านเมืองเขา เขาถึงสงบครับ ก็ไม่เห็นมีปัญหา อะไร อันนี้ก็เพียงยกตัวอย่าง ผมสนับสนุนในการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม คือถ้าเราไม่ทํา เราไม่รู้ บางคนเขาบอกว่าเลือกตั้งแล้วถ้าไม่หายล่ะ ถ้ายังมีปัญหาอยู่ล่ะ ก็ถ้ายังมีปัญหาอยู่ ก็คิดวิธีอื่นต่อไป แต่ตอนนี้เราไม่เคยให้เขาแล้วเรากลัวมากจนไม่กล้าที่จะให้ประชาชน ได้ปกครองในรูปแบบพิเศษนี้นะครับ
ต่อไปท่านเสนอว่ายกเลิกกฎหมายที่กดขี่ข่มเหงประชาชน โดยเฉพาะ กฎอัยการศึก ไม่ว่าแต่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลายจังหวัดในประเทศนี้ก็ยังประกาศ กฎอัยการศึกอยู่ อันนี้มันเป็นเรื่องที่ล้าสมัย เรากลัวเกินไป รัฐบาลกลัวเกินไปจนเอา กฎหมายอันนี้ไป ประชาชนที่อยู่ในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกว่ากดขี่ข่มเหง โดยกฎหมาย หรือพระราชกําหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ เท่าที่ฟังคือได้ยินว่า ยกเลิกอยู่บางส่วนหรือยกเลิกหมดหรือยัง ถ้ายังไม่ยกเลิกผมว่ายกเลิกเสีย เพราะว่ามันเป็น กฎหมายที่ให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมสําหรับประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็สนับสนุนเรื่องนี้นะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมสนใจเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพการสาธารณสุข ผมอยากเพิ่มเติมคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านไม่เขียนรายละเอียด ผมว่ายกระดับ ด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ๒-๓ เดือนข้างหน้าฝนมา ชิคุนกุนยามาแน่ใช่ไหมครับ นี่เป็นปัญหามาตลอด พี่น้องประชาชนนอนขดงออยู่ ไม่มีกําลังวังชา ไปจะทํางาน โรคนี้ทําให้ปวดข้องอกระดูก เพราะฉะนั้นอยากให้กรรมาธิการเขียนให้ชัด ลงไปเลยว่านี่คือโรคประจํา แล้วก็โรคมาลาเรีย เขียนลงไปในรายงานเลยครับ เพื่อจะเสนอ รัฐบาลว่ามันเป็นวาระของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขปัญหา เมื่อฝนตกมาแล้วฉีดยาป้องกันยุง พวกนี้เลยทันทีหรือหาวิธีอะไรป้องกัน ไม่ใช่ให้เกิดยุงพวกนี้มาระบาดแล้วเราถึงมาแก้ เหมือนปีที่แล้ว ผมก็เป็นอนุกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย-มาเลเซีย ผมฟังเรื่องนี้ก็หดหู่ พี่น้องหลายทุกจังหวัดเกือบทุกอําเภอเป็นโรคนี้ทํางานไม่ได้ รักษาก็หายยากนะครับ อีกอันหนึ่งก็เรื่องด้านคุณภาพ แล้วท่านลืมไปเกี่ยวกับเรื่องพยาบาล ๓,๐๐๐ คน พยาบาล ๓,๐๐๐ คน ผมอยากให้รายงานอยู่ตรงนั้น เพราะว่านี่คือการยกระดับการสาธารณสุขของ พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีนโยบายในการกําหนดให้มีการศึกษาพยาบาล ตั้ง ๓,๐๐๐ คน ปีนี้ปีจบ เท่าที่ผมติดตามใช่ไหมครับ เขาจบปีที่ ๔ ปีนี้ เพราะเราเข้ามาก็ปีที่ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ๔ เป็นปีที่เขาจบ แล้วเราจะให้เขาบรรจุไหม มีใครรับประกัน อันนี้อยากให้ กรรมาธิการเขียนไปให้ชัดเจนเลยว่า นี่คือปัญหาในด้านสาธารณสุขของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ จบมาแล้วถ้าไม่มีงานทํานั่นล่ะคือปัญหาต่อไป จะเป็นปัญหามากเลยถ้าเกิดจบมาแล้ว เขาไม่ได้ทํางานก็แปลว่าเขาถูกหลอก ถ้าเกิดเมื่อเขารู้สึกว่าถูกหลอก แล้วถ้ามีฝ่ายที่เขากําลัง ดําเนินการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในการแบ่งแยกดินแดนก็ตาม ถ้าเขามาชวนพวกนี้ ไปล่ะ เขาไปเป็นหมออยู่ในป่า สุขภาพอนามัยพวกอยู่ในป่าเขาจะดีขึ้น การปราบปราม จะยากขึ้นนะครับ อีกข้อหนึ่งที่ผมสนใจในเรื่องการศึกษา ผมคงพูดสนับสนุนไปทุกข้อไม่ได้ เรื่องการศึกษาก็สําคัญ เท่าที่ฟังการรายงานของพี่น้องหรือข้าราชการ หรือตัวแทนประชาชน ที่มารายงานในคณะอนุกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งผมเป็นอนุกรรมาธิการ อยู่ด้วย ผมก็ได้รับทราบว่าเด็กวัยรุ่นที่จบระดับ ม. ๓ หรือ ม. ๖ ไม่ได้เรียนหนังสือ เป็นส่วนใหญ่ ทําอย่างไรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการหรือกรมตํารวจ หรือทหารก็ตามจะได้นําเขาเข้ามาสู่ระบบราชการ หาวิธีใดก็ตามที่จะให้พวกวัยรุ่นนี้ เขาได้เรียนหนังสือหรือเข้ามารับราชการนะครับ มันจะได้ลดปัญหา โดยเฉพาะตํารวจ เขาเป็นตํารวจเขาอาจจะมารับราชการที่จังหวัดอื่น แล้วก็มาศึกษาชีวิตของพี่น้องประชาชน ภาคอื่น แล้วถึงกลับไปดําเนินการทํางานที่บ้านเกิดเมืองนอนเพื่อแก้ปัญหา ผมว่าก็จะดี เพราะว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือว่า กศน. ก็ตาม เราทําอย่างไรถึงจะประชาสัมพันธ์ให้เขา ได้มีการเล่าเรียนเพิ่มเติมให้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กจบ ม. ๓ หรือ ม. ๖ ถ้าจบ ม.๖ กศน. จะจัดเป็นวิทยาลัยการพิเศษเรื่องอาชีพต่าง ๆ ขึ้นได้ไหม โดยที่เขาไม่ต้องเข้าสู่ระบบ เอาสถาบันต่าง ๆ หรือเอาวัด เอาโรงเรียนอื่น วันเสาร์ วันอาทิตย์ ให้เขาได้มีโอกาส ได้ไปฝึกฝนวิชาชีพ ให้เขามีลู่ทางในการประกอบอาชีพ ในขณะเดียวกันถ้ามีการทํางาน ที่ต่างประเทศในประเทศมุสลิมเราก็ส่งเขา รัฐบาลเป็นตัวแทนได้ไหม กระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคมเป็นตัวแทนส่งเขาไปตามที่เขาฝึกงานนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ ขอบคุณมากครับ