พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน หารือเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดําเนินการแก้ไขปัญหา โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ ทหาร พลเรือน และประชาชน รวมถึงการใช้งบประมาณที่มากและไม่มีผลลัพธ์ที่ดี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากการรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้น เราได้มีการพิจารณาไปให้เสร็จสิ้นมาเป็นเวลาปีเศษแล้ว แล้วก็ ณ วันที่มารายงานนี้ มีสถานการณ์ที่ผ่านมานั้นเปลี่ยนแปลงไปอีกเป็นจํานวนมากนั้น ก่อนที่ท่านจะอภิปราย ปัญหาต่าง ๆ นั้น กระผมอยากจะขอสรุปเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรือการดําเนินการ เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เดิมเป็น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกกับ จังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรวมไปถึง จังหวัดสงขลาทั้งจังหวัด และจังหวัดสตูลอีกจังหวัด ตามพระราชบัญญัติการบริหารของ ศอ.บต. ซึ่งประกาศใช้มาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคมปีที่แล้ว แล้วก็มีผลการปฏิบัติตั้งแต่ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เราจะเห็นว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กระผมจะขอสรุปว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีการปล้นปืนค่ายทหาร กองพันพัฒนา แล้วทางรัฐบาลหลายรัฐบาลได้ดําเนินการป้องกันและปราบปราม หรือการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นนั้น ปรากฏว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรากฏว่าในปีทั้งหมดนี้มีข้าราชการตํารวจ ที่เสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติงานจํานวน ๒๖๒ คน บาดเจ็บ ๑,๐๔๒ คน ทหารเสียชีวิตไป ๓๐๘ คน บาดเจ็บไป ๑,๔๘๒ คน ครูเสียชีวิตไป ๑๓๗ คน บาดเจ็บไป ๑๒๓ คน นักเรียน นักศึกษา ตายไป ๓๖ คน บาดเจ็บ ๑๖๖ คน พลเรือนและประชาชน ตายไป ๓,๗๕๑ คน บาดเจ็บ ๕,๑๑๒ คน สรุปแล้วมีคนตายทั้งสิ้น ๔,๔๙๔ คน บาดเจ็บ ๗,๙๒๑ คน รวมทั้งผู้บาดเจ็บและตาย ๑๒,๔๑๕ คน สรุปแล้วมีการตายปีละประมาณ ๖๖๘ คนนะครับ ที่ผมนําเรียนมานี้ก็หมายความว่าการที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แล้วการ ปฏิบัติงานครั้งนี้ การใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นประมาณ ๑.๔ แสนล้านบาท และใช้กําลังพลตํารวจ ทหาร พลเรือน ใช้ในการปฏิบัติงานนี้ทั้งหมด ๖๘,๐๐๐ กว่าคนครับ สิ่งที่เราน่าจะต้อง พิจารณาว่าการดําเนินการของผู้ก่อความไม่สงบนั้น ในขณะปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าเป็นการ ชี้ให้เห็นว่าในการปัจจุบันนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีการปล้นค่าย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวันที่ ๑๙ เดือนมกราคมนั้น ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบได้เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร ในอําเภอระแงะ ทําให้นายทหารตายไปแล้วก็บาดเจ็บอีกจํานวนหลายคน และขณะเดียวกัน ได้ยึดอาวุธในพื้นที่ฐานปฏิบัติการนั้นที่สะสมอาวุธไปเป็นจํานวนมาก ซึ่งจะไม่บอกถึง รายละเอียด สิ่งที่น่าต้องพิจารณาว่าหลังจากที่เหตุการณ์ที่มีทหารที่เกิดขึ้นนั้น ที่ใช้อาวุธ ในการเข้าโจมตีฐานหรือถูกเรด (Raid) ฐานนั้น ปรากฏว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานะครับ มีปัญหาเกิดขึ้นต่อเนื่อง ต่อมามีชาวไทยพุทธถูกฆ่าตายบ้าง ขณะเดียวกันก็มีทหารถูกทําร้าย ขณะที่ไปคุ้มครองพระ มีชาวบ้านไปหาของป่าถูกฆ่าตายบ้าง ต่อเนื่องเกือบจะเป็นรายวัน คือถูกซุ่มตี เจ้าหน้าที่บาดเจ็บจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มาก เคยมีคนเขากล่าวว่า บอกกันมาบอกว่าในขณะนี้ผู้ก่อการร้ายนั้นหรือผู้ก่อความไม่สงบนั้น ได้แยกคนเพื่อจะแยก แผ่นดิน ในทัศนะมองว่าเป็นอย่างนี้ ขณะเดียวกันปรากฏว่าการศึกษาของฝ่ายความมั่นคง ต่อกรณีที่สําคัญที่อยู่ในพื้นที่อยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคนที่จะปฏิบัติการ มีปัญหาสําคัญว่า ยุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีที่จะเข้าดําเนินการที่เรามาใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นเราใช้การเมือง นําการทหาร และขณะเดียวกันดําเนินตามโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านมีกระแสพระราชดํารัสไว้ คือ ความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และในปัจจุบันนี้ ทางราชการ เดิมที พ.ศ. ๒๕๔๙ ในการรับผิดชอบแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ให้ กอ.รมน. เป็นคนรับผิดชอบตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ทหารรับผิดชอบในด้านการทหาร พลเรือน รับผิดชอบในการพัฒนา แล้วทางรัฐบาลปัจจุบันนี้ก่อนจะเข้ามาบริหารราชการบอกว่า จะดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วันในการแก้ปัญหาพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกันท่านได้ ออกกฎหมายเรื่องจัดตั้ง ศอ.บต. ซึ่งมารับผิดชอบทางการเมืองนะครับ มีความรับผิดชอบกัน ทางการเมืองหรือการพัฒนา อย่างในปัจจุบันนี้ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่ามีหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงาน คือ กอ.รมน. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีแม่ทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบ และขณะเดียวกันจัดตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมาแล้ว ให้ ศอ.บต. นี้รับผิดชอบในเรื่องการเมือง แล้วขณะเดียวกันทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ก็มีนายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธานคณะกรรมการ มันก็มี ปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าเราจะต้องมีการพิจารณาก็คือ สิ่งสําคัญว่าผู้ที่ให้นโยบายแท้จริง เป็นหน่วยงานไหนที่จะกําหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธีแผนนโยบายออกไป เมื่อแผนนโยบาย ออกไปแล้ว มีปัญหาสําคัญก็คือว่า หน่วยงานไหนที่จะกํากับดูแล กอ.รมน. หน่วยงานไหน ที่จะกํากับดูแล ศอ.บต. ให้ทํางานเป็นเนื้อเดียวกันหรือผนึกกําลังกัน ให้ทํางานอย่าให้มี ข้อขัดข้อง มีประสิทธิภาพ ซึ่งคณะ ส.ส. หรือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้น่าจะให้ ข้อคิดเพิ่มเติมต่อจากที่ศึกษา ที่พวกเราได้ศึกษาเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ไปแล้ว สิ่งที่น่าจะต้องพิจารณาก็คือในสถานะปัจจุบันนี้ ก็คือว่าการที่มีเหตุขึ้นไปรายวันนั้น ปรากฏว่าพวกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองนั้น ไม่สามารถครองพื้นที่ในถนนหนทาง คือไม่สามารถรักษาความปลอดภัยให้แก่ตัวเองและชาวบ้านได้ ปัญหาสําคัญที่สุด ที่เกิดขึ้น สิ่งต่าง ๆ คือปัญหาครูที่จะไปสอนหนังสือก็ถูกทําร้าย ปัญหาประชาชนจะไปทํามาหากิน ก็ถูกทําร้าย และขณะเดียวกันมีปัญหาด้านการใช้งบประมาณทั้งหลายที่เกิดขึ้นในนี้ ๑.๔ แสนล้านบาทเศษ ๆ นี่มันไปถึงประชาชนหรือไม่ ไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้น้อยที่ปฏิบัติงาน ในสนามหรือไม่ เป็นปัญหาที่สําคัญและเราจะมาศึกษาว่าที่เราศึกษามาเป็นเล่มนี่ครับ การพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมาะสมไหม ควรจะเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร มีความคิด ความเห็นอย่างไร สาระสําคัญ ก่อนที่การเมือง จะนําการทหาร การรักษาความปลอดภัย เราสามารถปกครองภัยให้คนได้หรือไม่ และสําคัญ ที่สุดผู้ปฏิบัติรู้หรือไม่ว่าเราไปรบกับใคร เป็นคนในประเทศหรือนอกประเทศ เรารู้ไหม ถ้ามีหน่วยจากองค์กรระหว่างต่างประเทศ เราจะดําเนินงานด้านกิจการการต่างประเทศ ได้อย่างไร นี่เป็นจุดบกพร่องของรายงานฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึง คือเป็นปัญหาที่เริ่มสําคัญมาก และผมก็อยากให้ท่านศึกษา ให้ข้อเสนอแนะ ใครมีความเห็นอะไร อย่างไรก็ตาม ตามที่รัฐบาลนี้ได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศอ.บต. มารับผิดชอบงานการเมืองและการ พัฒนานั้นเหมาะสมหรือไม่ ถูกต้องตามยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการแก้ปัญหาความไม่สงบ ซึ่งเป็นปัญหาพิเศษใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีหลาย ๆ ปัญหานะครับว่ามีการ ดําเนินการหรือไม่ ขณะเดียวกันคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีส่วนได้การกระจาย อํานาจในการปกครองตนเองได้อย่างไร มีการศึกษาพิจารณาหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วก็สําคัญที่สุดนะครับ เน้นอีกครั้งหนึ่งก็คือ การใช้งบประมาณนั้นไปถึงข้างล่างหรือไม่ ถึงประชาชนหรือไม่ เป็นสิ่งประเด็นสําคัญ ผมถึงกราบเรียนต่อท่านคณะกรรมาธิการ และที่ประชุมได้ช่วยพิจารณาประเด็นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ