สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

พรทิวา นาคาศัย หารือเรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงเกินไปและกระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน และเรียกร้องการแนวทางที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย พร้อมเสนอว่ารัฐบาลมีแนวทางดูแลผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว และพยายามลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ในความห่วงใยถึงเรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภคนะคะ แล้วก็รายได้ประชาชนก็ไม่พอกับ รายจ่าย ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนนะคะ จริง ๆ กระทู้ถามนี่จะเชื่อมโยงเลยนะคะ วันนี้ที่ตอบนี่ก็ในเรื่องของราคาสินค้านะคะ อย่างที่ท่านก็คงทราบดีว่าในเรื่องของระบบ การค้า มันก็แบ่งเป็นต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา ถ้าต้นน้ํานี่โดยเฉพาะพวกเรา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านก็อยากจะให้ต้นน้ํา ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรได้ผลผลิต ที่มีราคาดี มันมากระทบแน่นอนถึงปลายน้ําคือผู้บริโภค ตรงนั้นดี แต่ถ้าตรงนี้ได้ราคาสูง วัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรที่ออกมาได้ราคาสูงพวกเราก็ยินดีนะคะ เกษตรกรได้รับราคาสูง จากผลผลิตที่เกิดขึ้น ในขณะที่วันนี้มันก็มากระทบถึงผู้บริโภคด้วย ฉะนั้นตรงนี้มันเป็นโจทย์ ที่พูดง่าย ๆ ว่าก็ต้องตอบให้ได้ แล้วก็ต้องพยายามทําอย่างไรให้มีความเท่าเทียมกันนะคะ เพราะฉะนั้นเกษตรกรเราก็อยากให้ดี แต่ผู้บริโภคเราก็อยากให้ใช้จ่ายน้อย ๆ มันก็อย่างที่ บอกนะคะว่าค่อนข้างจะบริหารจัดการ ก็ต้องให้มีแนวทางที่เป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่ายนะคะ

ในส่วนที่ท่านพูดถึงการเพิ่มเงินเดือน เรื่องของผู้มีรายได้น้อยนี่นะคะ ก็ต้องเรียนว่านโยบายรัฐบาลก็อยากที่จะดูแลประชาชนทุก ๆ กลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มี รายได้น้อย ก็ต้องยอมรับว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้มีการแถลงนโยบายในการที่จะให้ พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยได้รับความเป็นธรรม ในเรื่องของการค้าขาย เรื่องของระบบ นอกระบบต่าง ๆ ที่มีขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ผู้มีรายได้น้อย เหล่านี้ให้ยืนอยู่ได้ แล้วก็มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดํารงชีวิตนะคะ แม้กระทั่งการเพิ่ม เงินเดือนให้ทั้งระบบนี่นะคะ ท่านก็พยายามที่จะให้เห็นว่าการเพิ่มเงินเดือน จริง ๆ ไม่ได้ ขึ้นมานานนะคะ หลายปีมากเลย แล้วก็ตรงนี้ก็เป็นแนวทางที่ท่านมองเห็นว่ามันก็ถึงเวลา วันนี้เศรษฐกิจโลกมันมีการพัฒนา แล้วก็ในเรื่องของเงินเฟ้อ เรื่องของสินค้า เรื่องของน้ํามัน จริง ๆ ต้องถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ๆ เลยที่ทําให้สินค้าทุก ๆ ประเภทมันปรับตัวขึ้น เพราะฉะนั้นสินค้าหลายประเภทเลยมันอิงอยู่กับราคาน้ํามัน วันนี้เกือบจะ ๑๐๐ เหรียญ เข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเป็นต้นทุนจริง ๆ เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นต้นทุนที่มาจาก ภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งเราไม่สามารถไปควบคุมตรงนั้นได้ เพียงแต่ว่าเราก็ต้องมาดูในส่วนที่ มันเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้วนํามาบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ แล้วก็ให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด อันนี้ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องปุ๋ยนี่นะคะ ที่เมื่อสักครู่ ท่านสถาพร ขออภัยที่เอ่ยถึงนะคะ ว่าในส่วนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับราคาน้ํามันเป็นหลัก โดยเฉพาะ ปุ๋ยยูเรียซึ่งพี่น้องเกษตรกรเรานี่ต้องนํามาใช้ในการผลิต แล้วก็ใช้ในปริมาณที่เยอะ มันมีราคา ตามตัวน้ํามันที่มันขึ้นจริง ๆ อย่างที่ท่านบอกว่าได้ยินมาว่าจะปรับราคา ก็ต้องเรียนตามตรงว่ามีการขอปรับนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกระทรวงยังไม่ได้พิจารณานะคะเรากําลังดูอยู่ว่าการขึ้นของน้ํามัน ต้องดูแนวโน้ม พิจารณารอบด้านก่อนนะคะว่าก่อนที่จะพิจารณาว่าจะมีการให้ปรับหรือไม่ อย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอเรียนว่าเราก็ต้องดูให้มันเป็นธรรมแล้วก็เหมาะสมไปตามกลไก ของภาวะตลาดและของโลกไม่ให้บิดเบือน วันนี้หลายอย่างเราอาจจะไปตรึงราคานาน เราก็คงเห็นอยู่นะคะว่า อย่างน้ํามันปาล์ม ยกตัวอย่าง ทําให้มันเกิดการขาดแคลนเพราะว่า เรื่องราคาไม่ได้ เพราะเราไม่มีกองทุนดูแล ในขณะที่มันไหลไปในส่วนที่มีกองทุนดูแล ไปในพลังงานทดแทน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ทําให้ผู้บริโภคเดือดร้อน ตรงนี้ก็คือแนวทางหนึ่ง ที่เราจะต้องพยายามที่จะดูแลให้มันเป็นธรรม ก็อยากจะขอเรียนว่าในส่วนของผู้มีรายได้น้อย อย่างที่เมื่อกี้นี้ได้เรียนนะคะว่ารัฐบาลก็มีแนวทางที่จะดูแลผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้วในเรื่องของ การดํารงชีพ เป็นอาชีพนะคะ ให้ลดภาระค่าใช้จ่าย อย่างเช่น หาบเร่แผงลอยก็มีการกําหนด แล้วก็ให้อยู่ในโซน (Zone) ที่กําหนดแล้วก็เป็นโซนที่ผ่อนผันอย่างนี้ ตัวที่เคยจ่ายนอกระบบ ก็ไม่ต้องไปควักกระเป๋าเพื่อที่จะไปจ่าย ตรงนี้ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลก็พยายามที่จะดูแล ผู้ที่มีรายได้น้อยทุก ๆ พื้นที่ให้เท่าเทียมกัน ก็อยากจะเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็กําชับ แล้วท่านก็มีความตั้งใจจริง รัฐบาลก็พยายามทําในสิ่งที่มันเป็นปัญหาในขณะนี้ แล้วก็พยายามแก้ไข เรื่องราคาสินค้า ก็ต้องกราบเรียนว่ามันเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกจริง ๆ ในส่วนที่มันเกิดขึ้น แต่เราก็พยายามให้มันเหมาะสมไปตามเรื่องของราคา อย่างราคาอาหาร อย่างที่ท่านพูดนะคะ กระทรวงเราก็พยายามที่จะขอเมนู (Menu) ทางเลือก เรามีร้านอาหาร ธงฟ้าซึ่งเข้าร่วมกับเรา ๖,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ ก็มีขายที่ ๒๕ บาท ปริมาณก็คือ เป็นส่วนที่เราบอกว่าปริมาณร้านอาหารธงฟ้า ก็คืออย่าลดลงไปควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่เคยขาย อยู่ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกให้ประชาชนนะคะใครที่มีกําลังก็อาจจะซื้อเพิ่มมากกว่านั้น แต่ในส่วนของทางเลือกเราก็มีให้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างที่เรียนนะคะว่ามีอาหารที่เข้าร่วม ร้านอาหารธงฟ้า ตามตลาดสดก็มี ในห้างก็มี อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเรียนชี้แจงว่า เราก็พยายามหาหลาย ๆ ช่องทางที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยที่เราตรึงราคามานาน ปัจจุบันก็ยังไม่ถึงกับหมดเขต คือเรากําหนดไว้ถึงเดือนมีนาคม และหลังเดือนมีนาคมนี่นะคะอันไหนที่มันไม่ไหวจริง ๆ เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับ ผู้ประกอบการด้วย ตัวอย่างก็คือจะเห็นได้ว่าน้ํามันปาล์มมันก็หายไปจากระบบ เพราะต้องยอมรับว่าอันนั้นมันมีคนดีและคนไม่ดีรวมอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เราบริหาร จัดการก็คือเราก็ตรวจสอบ จับ ใครกักตุน เราก็ดําเนินคดีตามกฎหมายอย่างที่ท่านจะเห็น เป็นข่าวอยู่นะคะที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในส่วนของเรื่องของต้นทุนก็เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่เรา จะต้องช่วยดูแลผู้มีรายได้น้อย เรื่องราคาสินค้าก็พยายามทําอย่างเต็มที่นะคะ แต่เรื่องการตรึงราคาถึงเดือนมีนาคม ส่วนแนวโน้มเรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ประกอบการในเชิงการค้าก็มีคู่แข่งหลายราย ซึ่งตรงนี้เราก็จะมาหารือกัน ถ้าราคายังไม่ปรับขึ้น พอแบกรับไหว ก็ยังจะดูแลอยู่ให้เป็นราคาเท่าเดิม ส่วนที่ไม่ไหว ขึ้นกับเรื่องน้ํามันเป็นหลัก เราก็ต้องพิจารณาให้ทุก ๆ กลุ่มอยู่ได้ ไม่ว่าเกษตรกร ประชาชนผู้บริโภคแล้วก็ ผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องดูทั้ง ๓ กลุ่มให้มีความเท่าเทียมแล้วก็เสมอภาค และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายค่ะ