สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ร้องเรียนว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์มีจุดบกพร่องในการบริหารจัดการ ทำให้เกิดปัญหาการขึ้นราคาสินค้า และการขึ้นเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องที่หนักมากที่กระทู้ถามของ ส.ส. ในสภา ๒ ท่านก่อนหน้าผมก็เรื่องของสินค้าราคาแพง ปากท้องพี่น้องประชาชนนี้ได้รับผลกระทบ เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องมาต่อว่ารัฐบาลนี้ว่าการบริหารจัดการ ของรัฐบาลนี้ล้มเหลว สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่การขึ้นเงินเดือน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ประกาศขึ้นเงินเดือน พอขึ้นเงินเดือนทุกครั้ง สินค้าอุปโภคบริโภค ขึ้นราคาไปหมด เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอราคาต่าง ๆ ของสินค้ากะปิ น้ําปลา น้ํามันพืช ซึ่งผมเองก็ได้ไป ตรวจสอบในตลาดนะครับ สินค้าทุกอย่างขึ้นราคาหมด อันนั้นไม่ว่ากัน แต่ผมได้วิเคราะห์ ต่อไปว่าเหตุใดสินค้าเหล่านี้จึงได้ขึ้นราคา ประชาชนผู้มีรายได้น้อย คนจน ประชาชนที่ไม่มี เงินเดือนประจํา ผู้สูงอายุ คนชรา คนพิการ หาเช้าไม่พอกินค่ําละครับ รายได้ไม่พอรายจ่าย แม้กระทั่งข้าราชการ หรือ อบต.ที่ได้ขึ้นเงินเดือนไป ล้วนลําบากยากเข็ญทั้งนั้นครับ ท่านประธาน ผมเองเป็นห่วงที่สุดคือชาวนา เกษตรกรกว่า ๓๐ ล้านคน มีรายรับอะไรเพิ่มขึ้น หรือไม่ รัฐบาลนี้เคยให้อะไรเขาหรือไม่ มันไม่มีเลย ประชาชนเหล่านี้เดือดร้อน แล้วรัฐบาล จะดูแลเขาอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นมันยิ่งกว่าสภาวะสงคราม รัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องน้ํามันท่านประธาน นี่ครับ ผมไปดูน้ํามันในตลาด ไปตามหิ้งนะครับ อันนี้ที่ร้านท็อปส์ (Tops) ในหิ้งนี่เขาขายให้ ๑ ขวด แต่บนหิ้งไม่มีน้ํามันเลย แม้กระทั่งในเทสโก้โลตัส (Tesco Lotus) ผมไปถ่ายภาพมา น้ํามันปาล์มก็ไม่มีแม้แต่ขวดเดียว จะให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อใช้ แม้กระทั่งน้ํามันถั่วเหลืองก็ไม่มีครับท่านประธาน นอกจากนั้นจะมีก็น้ํามันที่นําเข้าจาก ต่างประเทศ ลิตรหนึ่ง ๑๒๐ กว่าบาท พี่น้องประชาชนเดือดร้อนนะครับ ท่านรัฐมนตรี ควรที่จะลงไปเดินในตลาดด้วยตัวเองนะครับ ทีนี้ผมก็มาดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ปรากฏว่าธนาคารแห่งประเทศไทยครับ ท่านยอมรับว่าเงินเฟ้อพุ่งเกินคาด โดยการสัมภาษณ์ ของนางอัจนา ไวความดี ท่านรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ท่านบอกชัดเจนว่าปีนี้ นโยบายการเงินของประเทศ บาทแข็ง เงินเฟ้อพุ่ง ทุนนอกทะลัก อันนี้คือท่านยอมรับเลย ครับ แล้วก็จากการวิเคราะห์ของท่าน ท่านบอกว่าอาหารสําเร็จรูป น้ํามันปาล์ม และกะปิ ปรับเพิ่มสูงกว่าที่คาดไว้ ทําให้ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดปรับเพิ่มขึ้น แต่ที่น่าสนใจที่สุดครับ ท่านบอกว่าแรงกดดันทางด้านราคาที่ทําให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ก็มีอาหาร พลังงาน รวมไปถึง การปรับขึ้นเงินเดือนลูกจ้างของภาครัฐ และการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา อันนี้ชัดเจนว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ล้มเลว เพราะการปรับขึ้นของท่านทําให้อัตราเงินเฟ้อมันสูง เขาได้วิเคราะห์ ต่อครับ ผมดูว่าธนาคารแห่งประเทศไทยวิเคราะห์ต่อไปอย่างไร ขออนุญาตท่านประธาน เงินเฟ้อทะยานพุ่ง เศรษฐกิจระส่ํา แบงก์ชาติจับตาราคาสินค้าแพง ท่านประธานครับ สินค้าหมวดอาหารและเครื่องประกอบอาหารราคาสูงขึ้นมาก แล้วท่านก็บอกว่าท่านไป ตรวจสอบราคาข้าวแกง มันไม่เพิ่มขึ้น ก๋วยเตี๋ยวมันไม่เพิ่มขึ้น ก๋วยเตี๋ยวก็ไม่เพิ่มขึ้นนะครับ ปกติแล้วจะต้องเพิ่มขึ้นจานละ ๕ บาท ก๋วยเตี๋ยวนี้ชามละ ๒ บาท ก็สุดแล้วแต่ ท่านไปวิเคราะห์ ไปติดตามมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือว่าราคาเท่าเดิมแต่เขาตักน้อยลง ท่านประธาน เขาตักให้น้อยลงครับ อย่างไอศกรีมเคยขาย ๒ ลูก ๑๐ บาท วันนี้ถ้าเด็กไปซื้อ ขายลูกเดียว ๑๐ บาท อันนี้เป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะคาดคิดไม่ถึง เขาตักหรือให้น้อยลง ลูกชิ้นเคยให้ ๕ ลูก วันนี้ให้ ๒ ลูก อะไรทํานองนี้ครับ ก็อยากจะฝากไว้ นอกจากนั้นแล้วเขาบอกว่าในที่สุดหากปล่อยให้เงินเฟ้อขึ้นมาก ประชาชนที่ได้ค่าจ้าง แรงงานเพิ่มขึ้น ข้าราชการที่ได้เงินเดือนขึ้น ก็จะไม่ได้ประโยชน์เพราะค่าจ้างเงินเดือน ที่เพิ่มสูงขึ้นไม่ทันกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะถามท่านประธาน ถามท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่มาตอบแทนนะครับว่า ท่านยอมรับความผิดพลาดของท่านในการขึ้นเงินเดือนจนก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือไม่นะครับ จะแก้ปัญหาให้คนจนและผู้มีรายได้น้อยได้อย่างไร วันนี้วิถีชีวิตของคนไทยมันเปลี่ยนไปแล้วครับท่านประธาน ในมือผมนี่ครับผมไปถ่ายมา ชาวบ้านอยากจะกินน้ํามันกับซีอิ๊วหรือน้ํามันกับไข่ ที่อยู่ในถุงนี้นะครับท่านประธาน ต้องใช้วิธีซื้อเบอร์ครับ เบอร์ละ ๒๐ บาท ๓ เบอร์ ๕๐ บาท แล้วก็จับรางวัล จับฉลากกัน เพื่อจะได้กินไข่ กินน้ํามัน กินซีอิ๊ว ผมไม่รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยไปดูไหม ท่านรัฐมนตรี เคยไปเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ไหม วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป แล้วนายกรัฐมนตรีจะแก้ อย่างไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะแก้อย่างไร อันนี้คือคําถามแรกครับ ขอบคุณครับ