เจะอามิง โตะตาหยง หารือเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และขอขอบคุณสมาชิกทุกพรรคที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ เขาเข้าใจว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์ การเมือง และการปกครองของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขออนุญาตชี้แจงว่าความล่าช้าในการบรรจุระเบียบวาระไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร เขายังบอกว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหานี้ต้องรู้ปัญหา รู้โจทย์ และโจทย์ ณ วันนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจ ในการที่มาวิพากษ์เพื่อนําสู่ในการแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เราต้องยอมรับอย่างนี้ครับท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง ให้ความสนใจกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความรู้สึกเดียวกัน ครับท่านประธานว่า คนที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้มีความรู้สึกหดหู่เมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่มีการฆ่ากัน มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะของคนที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องรับผิดชอบทั่วทั้งประเทศ ด้วยความรู้สึกของผม ต้องขอขอบคุณด้วยความจริงใจที่ท่านสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองและทุกภาคด้วยที่ได้ให้ ความสนใจ ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตชี้แจงต่อกรณีที่ พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ได้ลาออก ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ ที่ท่านได้ลาออกจากประธานคณะกรรมาธิการก็สืบเนื่องจาก มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในสมัยที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ สมัยนั้นพรรคของท่านเป็นรัฐบาล แต่ในเมื่อมีพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลช่วงหลัง เพื่อมารยาททางการเมือง ท่านได้ให้เหตุผลอย่างนี้ครับ ท่านถึงได้ลาออกจากประธาน คณะกรรมาธิการ เพื่อให้ในส่วนของรัฐบาลได้กํากับดูแลอย่างเต็มที่ นี่คือเหตุผลที่ท่าน ได้ให้ไว้นะครับ ประเด็นที่ผมขออนุญาตเรียนทําความเข้าใจว่าความล่าช้าในการที่บรรจุ ระเบียบวาระ ที่จริงไม่ใช่เป็นเรื่องของรัฐบาลครับ เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้เราต้องเข้าใจว่าระเบียบวาระในการบรรจุในการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีหลายระเบียบวาระ หลายเรื่อง หลายกรณี เพราะฉะนั้นการนําสู่ในการพิจารณาของ สภานั้นต้องใช้ระยะเวลา อันนี้ด้วยความจริงใจของสภาเองก็อยากที่จะนําเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณาก่อน แต่ว่าด้วยเหตุผลการจะเลื่อนระเบียบวาระนั้นต้องเป็นไปตามที่ได้บรรจุไว้ ก่อนหน้านี้ ที่ท่านสมาชิกเห็นห่วงว่าเวลานําเสนอเอกสารของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้นําเสนอนั้นรู้สึกว่าจะไม่ทันสถานการณ์ จะไม่ทันเหตุการณ์ก็อาจจะเป็นจริงบ้าง ในบางกรณี และบางกรณีที่ทางกรรมาธิการได้ศึกษาอยู่ก็ยังมีความทันสมัยที่จะสามารถนําสู่ ให้กับรัฐบาลนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเรียน เพื่อทําความเข้าใจว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสภาพข้อเท็จจริงเราต้องยอมรับว่า มันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครองของที่นั่น ของพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และที่เป็นเงื่อนไขขึ้นมาด้วยเหตุผลไม่ยากนะครับ ถ้ากลไกของรัฐไม่ไปทํา เงื่อนไขเพิ่มเติม ปัญหาต่าง ๆ คงจะไม่ถึงขนาดนี้ แต่สิ่งที่เรายอมรับอยู่อย่างหนึ่งประเด็น ในสภาผู้แทนราษฎร ณ วันนี้ก็คือว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหาเราต้องรู้ปัญหา รู้โจทย์ โจทย์ ณ วันนี้กระบวนการในการเคลื่อนไหวในการต่อสู้กับภาครัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือมีกลุ่มกระบวนการทั้งหมดที่ผมได้ไปศึกษามานี้มีประมาณ ๑๐ กว่ากลุ่ม ๑๐ กว่ากลุ่มนี้ ได้รวมกันมาเป็นกลุ่มเดียวกันภายใต้การนําของบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต (BRN Coordinate) การต่อสู้มีจุดมุ่งหมายอย่างที่ผมได้กราบเรียนก่อนหน้านี้ว่าจุดมุ่งหมายเพื่อดินแดน จากนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ถึงสตูล นั่นคือเหตุผล แต่เงื่อนไขการเคลื่อนไหว ของฝ่ายที่ก่อการก็พยายามที่จะเคลื่อนไหวภายใต้เงื่อนไข หากกลไกของรัฐซึ่งอยู่ในพื้นที่ ที่มีความเข้าใจในด้านเอกลักษณ์และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ามีความเข้าใจ ไม่สร้างเงื่อนไข ไม่สามารถทําให้ฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายก่อการไม่สามารถเอาเงื่อนไขไปขยายผล ประวัติศาสตร์ด้านดั้งเดิมของที่นั่น เวลาเป็น เงื่อนไขขึ้นมามีปัญหาอย่างนี้ครับท่านประธาน อย่างกรณีตากใบเป็นปัญหาและฝังใจ อีกเรื่องหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเงื่อนไข ให้ฝ่ายตรงข้ามนําไปขยายผล สู่การเคลื่อนไหว สิ่งที่ผมต้องทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ว่า ถามว่า ณ วันนี้ กลุ่มก่อการมีมากหรือไม่ ผมว่าไม่ว่าทั้งกลไกของรัฐหรือระดับนโยบายที่ไหนก็แล้วแต่ ยังไม่มีใครสรุปตัวเลขได้ที่แน่นอนครับ แต่ถามเรื่องหนึ่งครับ คนในจังหวัดขายแดนภาคใต้ เวลาผมลงพื้นที่ก็ดี เวลาเจอพรรคพวกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน ๕ จังหวัด เขาถาม ความมุ่งหมายเดียวกันว่า ท่านผู้แทนเมื่อไรบ้านเราจะสงบสักที นั่นแสดงให้เห็นว่า คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิมต้องการความสันติสุข ความสงบสุข อย่างแท้จริง แต่มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มน้อยพยายามสร้าง และสร้างพละกําลังให้ตัวเอง ให้เห็นว่าตัวเองนั้นมีพละกําลังในการที่จะต่อสู้อํานาจรัฐ เหตุผลที่คนเหล่านี้ต้องทําเหล่านี้ ต้องทําอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะต้องการแสดงพละกําลังให้เห็นว่าเขามีอํานาจเหนือกว่ากลไกของรัฐจนให้ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่กล้าให้ความร่วมมือกับกลไกของรัฐ ด้วยเหตุผลเพราะกลไก ของรัฐไม่สามารถไปควบคุมพื้นที่เวลาเขาอยู่ในพื้นที่ พี่น้องประชาชนที่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง กับทางรัฐทางกลไกของรัฐ ถ้าฝ่ายตรงข้ามได้รู้ ถามว่าคนเหล่านั้นจะมีชีวิตอยู่ไหมครับ พวกเราอยู่พื้นที่ อยู่ในหมู่บ้าน อยู่ในตําบล ชีวิตความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่แตกต่างแล้วครับ ทุกคนคงน่าจะรู้ หากกลไกของรัฐไม่สามารถควบคุมพื้นที่ ก่อเหตุได้ และไม่สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองว่าสามารถควมคุมความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนได้ ประชาชนยังให้ความร่วมมือกับกลไกของรัฐน้อยมาก ผมถึงเคยบอก ก่อนหน้านี้ว่า ณ วันนี้เราต้องไปดูในมิติในด้านความมั่นคงด้านการข่าวก็ดีด้านใช้พละกําลัง ในการที่จะประหัสประหารซึ่งกันและกันก็ดี ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรทุกคนไม่อยากที่จะเห็น การใช้กําลังเข้าไปประหัสประหารในพื้นที่ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ จังหวัดไหน เพราะนั่นจะแสดงให้เห็นว่าการสูญเสียย่อมเกิดขึ้น ไม่ว่าพี่น้องประชาชน หรือกลไกของรัฐ ควรจะเห็นด้วยกับแนวทางในการทํางานของรัฐบาลหรือไม่เห็นด้วยกับ รัฐบาล ความสูญเสียมันเกิดขึ้น แต่สิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. ทั้งหมดนี้ไม่เห็นด้วยก็คือ ต้องไม่ใช้พละกําลัง ถึงบอกว่าเป็นที่มาของการใช้สันติวิธี แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ต้องยึดการเมืองนําการทหารบวกด้วยการพัฒนา สิ่งที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือต้องใช้แนวทางสันติวิธีกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหล่านี้ครับ สิ่งที่เรื่อง รายละเอียดที่ลงไป อย่างที่ท่านเรวัตบอกว่าเรื่องโอไอซี องค์กรมุสลิมไม่สนใจ ที่จริงไม่ใช่การ สร้างเงื่อนไขที่เป็นเงื่อนไขอะไรขึ้นอย่าง กลุ่มฝ่ายก่อการพยายามที่นําเรื่องประเด็น ต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นําสู่โอไอซี ซึ่งเป็นองค์กรสันนิบาตมุสลิมโลก เพื่อที่จะ นําขยับขยายตัวเขาขยับตัวเขาขึ้นสู่ระดับของยูเอ็น (UN) เห็นไหมครับ อันนี้คือประเด็น ในข้อที่ลึก ๆ จริง ๆ ประเด็นเหล่านี้มันเกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ แม้กระทั่งในกรณีตากใบ โอไอซีเคยนําเข้าไปสู่การพิจารณาของโอไอซี แต่ว่าความทันสมัยของรัฐบาลในสมัยนั้น ได้พยายามทําความเข้าใจในกรณีที่เกิดขึ้น จนว่ามีทูตจากโลกอาหรับเข้ามาเยี่ยมเยียน อยู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนรัฐบาลจากรัฐบาลก่อนหน้านี้รัฐบาลนี้ก็ดี ก็พยายาม ทําความเข้าใจในระดับหนึ่ง ณ วันนี้กลุ่มโลกมุสลิมมีความเข้าใจในรัฐบาลแห่งประเทศไทย ที่ได้ปกครองบ้านเมืองดีขึ้น และมีความเข้าใจมากขึ้น ว่าที่จริงปัญหานั้นมันเกิดขึ้นจาก หลายประเด็น หลายเงื่อนไขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ กระบวนการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องแก้ไขทีละเรื่อง ประเด็น ในด้านการศึกษา ผมเรียนชี้แจงประเด็นด้านการศึกษาต่อท่านสมาชิกนิดหนึ่งครับ ถ้าไปดู ในเล่มแดงที่ผมได้ศึกษาไว้ ไปดูในเล่มแดงที่ผมศึกษาไว้นี้เด็กที่เรียนในชั้นประถมจํานวนมาก เรียนโรงเรียนของรัฐเลยนะครับ จํานวนมากเลยครับ จาก ป.๑ ถึง ป.๖ จํานวนมาก จาก ม.๑ ถึง ม.๖ ท่านลองไปดูในสถิติของเล่มแดงที่ผมให้ท่านไว้นะครับ เด็กส่วนหนึ่ง จะหาย แต่ถ้าไปตามจริง ๆ ขึ้นมาแล้ว เด็กเหล่านี้หายไปไหนค หายไปอยู่ในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนี้เขาสอนอย่างไรครับ สอนทางด้าน ศาสนาและด้านสามัญควบคู่กันไป แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือว่ามันมีเด็กส่วนหนึ่ง ที่ไม่ได้เข้าระบบในด้านการศึกษาเลย คนเหล่านี้หายไปไหน เยาวชนเหล่านี้หายไปไหน ฉะนั้นกระบวนการการคิดถ้าย้อนถามกลับมาหาผมไม่ว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหา อย่างนี้จะแก้อย่างไร ถึงบอกว่าจะต้องให้เป็นไปตามอัตลักษณ์ตามวิถีชีวิตของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ วิถีชีวิตในด้านการเรียนการสอนให้เป็นไปตามวิถีชีวิต ถ้าเป็นมุสลิมให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของมุสลิม ถ้าเป็นพุทธให้เป็นไปตามวิถีชีวิตพุทธ เหตุผล เพราะอะไรครับ ถ้าย้อนหลักดูในของกระบวนการที่เกิดขึ้นของการศึกษาของมุสลิมนี้นะครับ มันเป็นเรื่องที่คนซึ่งเป็นมุสลิมจะต้องเรียนในด้านศาสนาเป็นหลัก และสามัญก็ไม่ขัดข้อง ฉะนั้นคนส่วนหนึ่งที่ไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามก็เพราะว่าเขาต้องการ ศาสนาไว้ในการปลูกฝังในชีวิตของเขา แนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อที่จะให้เห็นว่า รัฐบาลมีความตั้งใจและสนใจกับการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาให้เป็นไปตามวิถีชีวิต เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของเขา รัฐบาลควรที่จะเอานโยบายของโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามบรรจุเรื่องศาสนาให้เข้าในหลักสูตรของโรงเรียนเพื่อจะดึงเด็กเหล่านั้น กลับมาอยู่ในพื้นที่ในสถานศึกษา อันนี้คือประเด็นง่าย ๆ กระบวนการที่บอกว่า ทางกรรมาธิการได้ศึกษาและส่วนใหญ่ก็จะเป็นหัวข้อ แต่ในรายละเอียดถ้าผมชี้แจงอย่างนี้ มันจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานครับ แต่ละเรื่องผมเชื่อชี้แจงได้ และรายงานการศึกษา ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าให้ไปปรับปรุงผมก็ต้องน้อมรับ แต่ว่าสิ่งที่ กรรมาธิการทํา ถ้าถามเป็นประเด็นแต่ละเรื่องผมตอบได้ ผมแยกแยะเป็นประเด็น ๆ ลองถามแต่ละประเด็นและคุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ในกรอบความคิดของกรรมาธิการ คิดอย่างนี้อย่างไร อย่างที่ผมได้ยกกรณีตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ครับ ยกประเด็นในด้านการศึกษา นิดเดียวผมแก้ทั้งระบบ แต่ว่ากระบวนการเหล่านี้ที่จะแก้ปัญหา ถึงบอกว่าต้องเป็นคนที่รู้ และรู้ลึกกับแนวทางในการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ ที่สําคัญที่ตรงกันกับที่เพื่อนสมาชิก พูดถึงตลอดว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ต้องคนที่มีความรู้ และตั้งใจ และต้องไม่มีอคติกับพี่น้องประชาชน อย่าง ๒ ภาษา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามวัฒนธรรมเขา เขาบอกว่าสิ่งหนึ่งที่ปลูกฝังและเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามนําไปสู่ในการ สร้างเงื่อนไข เขาพยายามบอกว่ารัฐไทยพยายามกลมกลืนภาษามลายู ไม่ยอมรับ เพราะเขา ต้องการภาษามลายูให้เป็นภาษาถิ่นของเขาให้อยู่ แต่ถามว่าในกระบวนการถ้าเรากลับมาดู ในกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญมันผิดกฎหมายไหม ก็ไม่ได้เห็นผิดอะไร กระบวนการการเรียนรู้ เรียนเถอะภาษาอะไรขอให้มันเรียน ถูกไหมครับ ถ้าถามว่า ณ วันนี้ เราไปเปิดโรงเรียนสอนภาษาจีน เรียนภาษาอังกฤษทําไมมาเรียนได้ ทําไมภาษามลายูซึ่งเป็น ภาษาถิ่นในพื้นที่ของประเทศไทยเองทําไมจะไม่สามารถให้เขาได้เรียนรู้ภาษาของเขาเองได้ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดคืออย่ามีอคติ ความมีอคติและไม่เข้าใจวิถีชีวิตอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ มันเลยสร้างเงื่อนไขครับ ฉะนั้นเงื่อนไขที่สําคัญที่สุดก็อยู่ที่คนครับ กระบวนการทั้งหลาย ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงแม้จะมีระเบียบดี มีกฎหมายดี ถ้ากลไกของรัฐ โดยเฉพาะคนที่ไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคนที่ไม่ตั้งใจมันก็แก้ไม่ได้ หรอกครับ มันจะเป็นปัญหาที่สุกงอมอย่างนี้ตลอดไปครับ ที่ผมอยากจะทําความเข้าใจต่อ ท่านสมาชิกในประเด็นของแพทย์ ของพยาบาล ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าวันนี้ที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยเฉพาะ ศอ.บต. ได้ให้ทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาได้ไปเรียนพยาบาล ซึ่งพยาบาล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดแคลนมาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน เกือบ ๆ ๓,๐๐๐ คน วันนี้ใกล้จะจบแล้วครับ คนเหล่านี้ต้องได้รับทุนแล้วก็กลับไปชดใช้ทุนใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ต่อไปข้างหน้าทุนเหล่านี้จะไม่ขาดแคลนแล้วครับ และสิ่งที่สําคัญที่สุดรัฐบาล ได้รองรับตําแหน่งการงาน คนเหล่านี้จบแล้วต้องกลับไปทํางานในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างแน่นอน นี่คือกระบวนการการแก้ส่วนหนึ่ง สิ่งที่สําคัญที่ท่านเป็นห่วงวันนี้บอกว่าทําไมยังแก้ปัญหาไม่ได้ มีกฎหมาย ศอ.บต. แล้วยังแก้ ไม่ได้ กฎหมาย ศอ.บต. ผ่านกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกระบวนการในการทํา กฎหมายจากทุกพรรคการเมือง เห็นมีความเห็นสอดคล้องกันหมด กระบวนการที่ออกมา เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ในส่วนหนึ่งที่เราพูดถึงว่าในกฎหมาย ศอ.บต. จะรวมปัญหาทั้งหมด ที่มีการศึกษาจากนักวิชาการก็ดี จากใครต่อใครก็ดีครับ จะรวมยอดไว้ที่นั่นหมดอย่างที่ท่านสมาชิกพูดในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าน่าจะมี เขตการปกครองพิเศษ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเขตปกครองพิเศษไม่ใช่คําตอบสุดท้ายในการ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถามว่ากรณีอาเจะ กรณีในฟิลิปปินส์มันมีการแบ่ง การปกครองพิเศษถามว่าหลังจากมีการปกครองพิเศษแล้วสถานการณ์ยุติไหม ก็ยังไม่ยุติครับ ก็ยังเกิดเหตุอีกครับแต่ถามว่าวันนี้การรวมศูนย์ของกฎหมายอํานวยการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ถ้ามองแล้วจะเป็นการรวมศูนย์ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอํานาจเด็ดขาดในการดูแล แต่ในกระบวนการข้อกฎหมายนี้ กฎหมาย ศอ.บต. สามารถจัดทําแผนทํางบประมาณ โดยการมีประชุมของสภา ของ ศอ.บต. แล้วก็นําไปสู่นายกรัฐมนตรีโดยตรง มันจะทําให้ กระบวนการในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งที่เราบอกว่างบประมาณลงไปในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๑.๔ แสนล้านบาท ถามว่า ๑.๔ แสนล้านบาทลองตามลงไปดูให้ลึกเถอะครับ ผมเคย ตามลงไปดูให้ลึกมันไปโป่งอยู่ที่ฝ่ายกองกําลังครับมันไม่ได้อยู่ที่ ศอ.บต. ศูนย์อํานวยการ ศอ.บต. ก่อนหน้านี้เวลาจะทําแผนงานในการพัฒนาทุกอย่างต้องขอไปที่ กอ.รมน. เห็นไหมครับ นั่นกระบวนการการขับเคลื่อนก่อนหน้านี้มันทําให้การขับเคลื่อนในการแก้ไข ปัญหามันมีปัญหา แต่ทุกอย่างก็มาบรรจุในกฎหมาย ศอ.บต. ฉบับใหม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของ นายกรัฐมนตรีไปคิดเองทําเอง เห็นไหมครับ การคิดเองทําเองก็เหมือนการปกครองเอง ละครับ แต่ถามว่าวันนี้อย่างที่ท่านนาแพทย์อสิได้พูดถึงว่ากระบวนการทั้งหลายจะทําอย่างไร การปกครองพิเศษหรืออะไรก็แล้วแต่กระบวนการทั้งหมดมันต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรครับ ถ้าสภาเห็นอย่างไรรัฐบาลก็ต้องทําอย่างนั้น นี่คือประเด็นจริง ๆ ของปัญหา ผมขออนุญาต ท่านประธานคงจะไม่ลงลึกไปมากกว่านี้ เพราะสิ่งที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงผมก็คงเชื่อว่า ท่านสมาชิกก็รู้อยู่แล้วครับ เพราะท่านสมาชิกที่สอบถามก็ได้ไปศึกษาเรื่องนี้เหมือนกัน ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับข้อคิดเห็นดี ๆ ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ให้ทางคณะเลขานุการได้บันทึกไว้อยู่ข้างหลัง แล้วผมจะนําความคิดดี ๆ ของท่าน ทั้งหลายที่มีการพูดถึงในสภานี้นําเป็นเอกสารอีก ๑ ชิ้นเพื่อประกอบเอกสารที่ได้มีการศึกษา นําส่งสู่รัฐบาลเพื่อหาแนวทางการแก้ไขหลายเรื่องครับ วันนี้จากการที่ทุกคนได้ขัดเกลา ความคิด ใช้ความคิดแล้วก็ให้ทางกรรมาธิการเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และบ้านเมืองครับ ผมต้องขออนุญาตด้วยความจริงใจจริง ๆ ครับท่านประธาน วันนี้ต้อง ขอขอบคุณทาง ส.ส. ขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็นเสมือนหนึ่งว่าท่านก็มีส่วนร่วมกับ แนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อยู่แล้วครับ และผมเชื่อครับถ้าประเด็นเหล่านี้ นําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาในภาครัฐบาลอย่างแท้จริง แนวทางแก้ไขปัญหามันก็เดินหน้า ไปได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ