สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ หารือเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีการปกครองพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเสนอให้ใช้โมเดลการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกระทรวงปัตตานีในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิและเสรีภาพของแต่ละบุคคล และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาสังคม

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคมาตุภูมิ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ พอดีวันนี้ผมเข้าใจผิด นึกว่ารายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้จะเข้าสภาในวันนี้ เพราะทีแรกวิปรัฐบาลบอกว่าจะเข้าเกี่ยวกับเรื่องของ การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ แต่ผมกลับไปบ้านตั้งใจว่าจะไป ต่างจังหวัด แต่เมื่อสังเกตว่าในที่ประชุม คุณนัจมุดดีนก็มีภารกิจ คุณฟารีดาก็มีภารกิจ ผมเลยขึ้นแท็กซี่มาเมื่อสักครู่นี้นี่เอง ท่านประธานครับ พอดีผมไม่ได้ฟังการอภิปรายของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการคนหนึ่งก็ร่วมการศึกษา ในเรื่องนี้ อยากจะเรียนท่านประธานว่าอันที่จริงแล้วในเรื่องของปัญหาภาคใต้นี้มีทั้งของ กอศ. ที่มีท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน มีของวุฒิสมาชิกหลายชุดหลายสมัย มีของ สถาบันพระปกเกล้า แล้วก็มีของ ส.ส. ทุกสมัยของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราจะรวบรวมทั้งหมดนั้นมาเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลนะครับ ผมคิดว่าก็คงจะ ครบถ้วน ไม่มีอะไรที่จะขาดตกแม้แต่นิดเดียว ท่านประธานที่เคารพเมื่อกี้นี้ผมเองก็ได้ฟัง ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้บอกว่ารายงานชิ้นนี้เป็นรายงานที่ดี ก็มีบางเรื่องที่ไม่เห็นด้วย ที่เห็นว่า ไม่ดีนะครับ พอดีเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยคํานึงถึงของรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ เกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ เกี่ยวกับข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ภายใต้กรอบคิดแบบเป็นการนี้นะครับ กรอบที่ ๑ ที่ว่าจัดตั้งทบวงการบริหารกิจการ ชายแดนภาคใต้ อันที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ว่าเป็นรูปแบบการปกครองพิเศษประเภทหนึ่ง บางทีการปกครองนี้บางทีเราอย่าไปสับสนกับการปกครองตนเอง การปกครองตนเอง คือการปกครองพิเศษ แต่การปกครองพิเศษนั้นไม่ใช่เป็นการปกครองตนเอง เดี๋ยวนี้ สังคมไทยนั้นกําลังสับสนนึกว่าการปกครองตนเองกับพิเศษนั้นอันเดียวกัน ไม่ใช่อันเดียวกัน นะครับ อยากเปรีบบเทียบว่าปลาวาฬนั้นคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนะครับ แต่แมวไม่ใช่ปลาวาฬ แมวนี่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้เข้าใจว่าการปกครองตนเองนั้น หลักสําคัญก็คือว่ามีการปกครองโดยประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ เลือกผู้นํา โดยมีความอิสระ ในการบริหารจัดการภายในพื้นที่ ยกเว้น ๒ เรื่อง เรื่องความมั่นคงกับเรื่องของต่างประเทศ ทีนี้บางคนบอกว่าอยากจะเอารูปแบบโมเดล (Model) ของ กทม. ไปใช้ หรือจะเอารูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบพัทยาหรืออะไรก็ตามที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญไปใช้ ซึ่งผมเห็นว่าในฐานะที่ผม เป็นคนที่นั่นเกิดมาตั้งแต่เล็กจนถึงบัดนี้ ผมเองเป็นนักการเมืองนั้น ผมเคารพเกี่ยวกับ เรื่องของการกระจายอํานาจ ไม่มีนักการเมืองคนใดหรอกครับที่ไม่เห็นด้วยกับการกระจาย อํานาจ แต่การกระจายอํานาจนั้นต้องดูกาลเทศะ ต้องดูสถานการณ์ หากว่ามีการกระจาย อํานาจหรือเลือกตั้งคนที่มีอํานาจที่นั่น แล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นจะสงบหรือไม่ ตรงนี้นะครับ ตรงที่ผมอยากจะชี้แจงว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประการที่ ๑ ต้องมี ความจริงใจก่อน ประการที่ ๒ ต้องเป็นไปได้ ประการที่ ๓ นั้นประชาชนจะได้รับประโยชน์ สูงสุดอย่างไร ๓ ข้อนี้ต้องเข้าใจนะครับว่าในการที่จะเสนอแก้ไขรูปแบบใดก็ตามแต่ บางครั้งเราอาจจะใช้เป็นวิธีวัฒนธรรมทางการเมือง เมื่อกี้ผมได้ฟังเพื่อนร่วมอดีตพรรค เดียวกันกับผมเมื่อก่อน สมัยอยู่พรรคความหวังใหม่ ผมเองก็ถือว่าเคารพนับถือ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นําของผมตลอดนะครับ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๗ ผมกับ พลเอก ชวลิต ได้ไปที่มัสยิดกรือเซะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ ในวันนั้นเป็นงานเมาลิด เป็นงานเฉลิมฉลองวันประสูติของท่านศาสดา มีคนที่อยู่ในมัสยิดกรือเซะขณะนั้น มาต้อนรับท่านเป็นพันคน ท่านได้ปราศรัยหลายเรื่องหลายราวเป็นที่ประทับใจของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ท่านยังบอกว่าการแก้ไขปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ต้องมีรูปแบบ การปกครองมหานครปัตตานี ชาวบ้านปรบมือเกรียวกราวนะครับ ซึ่งถูกใจชาวบ้านพอได้ยิน คําว่า นครปัตตานี นั้น ผมว่าชาวบ้านทุกคนเขาชอบ แต่โครงสร้างเป็นอย่างไร เนื้อหา เป็นอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ วันรุ่งขึ้นหรือวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗ สื่อก็ได้ถามอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิน ชินวัตร ว่า พลเอก ชวลิตได้บอกว่าจะให้ มีการประกาศมหานครปัตตานีนี้ท่านเห็นเป็นอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นท่านปฏิเสธ ท่านบอกว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะคนยังยากจนอยู่ ถ้าจะใช้วิธีนี้ก็ต้องอีก ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า พอวันที่ ๒ กรกฎาคม สื่อก็ถามท่านอีกว่าเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณปฏิเสธแล้ว ท่านว่าอย่างไร ท่านก็บอกว่าสื่อฟังเข้าใจคนละทางกับที่ท่านพูด ท่านบอกว่าขณะนี้ก็มีการปกครอง มีซีอีโอ มีอะไรต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนั้นก็มีสื่อได้เขียนไว้ชัดเจน ในขณะนี้ก็มีคําว่า นครปัตตานี เกิดขึ้น เป็นการที่อยากจะให้มีการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ผมไม่ขัดหรอกครับ เพราะว่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าหากว่ามีการปกครองรูปแบบใดก็ตามแต่ถ้าที่นั่นสงบ ผมเห็นด้วยทั้งนั้น แต่จากการที่เรา ได้ศึกษานะครับ เมื่อมีการประกาศว่านครปัตตานีมีการทําโพลล์ (Poll) ทั่วประเทศ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ คนทั่วประเทศไม่เห็นด้วย ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด แต่เมื่อถามโพลล์ทั้งประเทศคน ๘๖ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เห็นด้วย เมื่อคนทั่งประเทศไม่เห็นด้วย ผมถามว่าถ้าจะเสนอกฎหมายเข้าสภา ผมถามว่า ส.ส. แต่ละจังหวัดที่ได้รับการเลือกตั้ง ในจังหวัดพื้นที่ต่าง ๆ นั้น ท่านจะฝืนต่อความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ ตรงนี้เป็นที่สําคัญ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการที่เราอยากจะแก้ปัญหานั้นจะทําอย่างไรให้คน ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เขาไม่มีความรู้สึกว่าเป็นคําแสลง เขาไม่มีความรู้สึก ว่าสิ่งนั้นจะทําให้เกิดความรู้สึกทําให้กลายเป็นรัฐอิสระ เพราะคนไทยเรานั้นยังไม่เข้าใจอะไร ถูกปลุกระดมง่าย ๆ ท่านไม่ต้องดูอื่นไกลครับ ขนาดเขาพระวิหารของเขมร ศาลได้ตัดสิน เมื่อตั้งแต่ ๒๕๐๕ ปัจจุบันก็ยังมีการปลุกระดมว่าจะเอาคืน ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้ประชาชน ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเขาเชื่อนะครับ เขาเชื่อว่าเขาพระวิหารยังเป็นของไทยอยู่ เพราะฉะนั้นปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมไม่อยากจะให้เป็นเรื่องของการพูดเพื่อการ ได้คะแนนเสียงของการเมือง ผมอยู่ที่นั่นตั้งนานผมรู้ ผมนี่รักการกระจายอํานาจ แต่ถ้าหาก ว่าสถานการณ์ยังมีการสู้รบอยู่ ผมว่าการกระจายอํานาจนั้นก็ไม่สามารถแก้ปัญหาชาวบ้านได้ ผมยกตัวอย่างที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปี ๒๕๓๖ ผมไปที่มินดาเนา ผมเป็นนักการเมือง ผมศึกษา ว่าจะเอาอย่างไรแก้ไขปัญหาภาคใต้ให้ได้ดีที่สุด ไปที่มินดาเนาตอนนั้นมินดาเนาได้รับ อนุญาตจากรัฐบาลอาควิโนให้มีการปกครองตนเองมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผมไป ตอนนั้นท่านเด่นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อไปเราเห็นก็ทึ่ง เห็นว่าเขามีการเลือกตั้งผู้ว่าชาวบ้านก็มีความร่าเริงสนุกสนาน แล้วท่านทราบไหมครับ ว่าขณะนั้นการตกลงของขบวนการกู้ชาติมอนโร ซึ่งตกลงที่จะเลือกปกครองตนเองนั้น ตกลงกับรัฐบาลก็จริงอยู่ แต่ก็มีกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มอาบูซายับไม่เห็นด้วย กลุ่มอาบูซายับ ก็ยังปฏิบัติภารกิจต่อสู้กับรัฐบาลกลางตลอดเวลา ผมไป ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๔๗ ผมไปที่ ฟิลิปปินส์ไปที่มะนิลา ผมไปที่มะนิลาไปดูมัสยิดที่ลิเบียสร้างให้กับคนมุสลิมที่นครมะนิลา ผมเห็นมีเต็นท์อยู่รอบ ๆ มัสยิดนครมะนิลาเป็นร้อย ๆ เต็นท์ ผมไปถามว่าพวกเรานี้ มาจากไหน เขาบอกว่าเขามาจากมินดาเนา ผมถามว่าเมื่อปกครองตนเองแล้วน่าจะสบาย แล้วทําไมมาอยู่ที่นี่ เขาบอกว่าจน ไม่มีงานทํา ท่านประธานที่เคารพครับ การคิดจะแก้ การจะพัฒนาต่าง ๆ นั้น ถ้าหากว่ามีการสู้รบ แน่นอนผมว่าไม่สามารถที่จะทําให้แก้ไขปัญหา ปากท้องประชาชนได้แน่นอน จากที่เราได้ดูตัวอย่างว่ามันเคยมีปรากฏที่มะนิลา บ้านเรา ก็เช่นกัน ผมถามว่าการที่เราจะปกครองโดยใช้เอาเรื่องของอดีตมาพูด ไม่ว่าจะเป็นปัตตานี นูซานตารา ผมอยากจะบอกตรง ๆ ว่าเราอยากแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นเราต้องแก้ไขปัจจุบัน และอนาคต เราจะเดินไปข้างหน้าผมไม่อยากจะให้เราหันหลังไปมองข้างหลังนาน ๆ ของที่ ผ่านไปแล้วนี้อาจจะหันหลังไปแว็บหนึ่งได้ แต่ถ้าหันหลังไปดูนาน ๆ ท่านจะเดินข้างหน้า ท่านเดินไม่ถูก ท่านต้องเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะประกาศอะไรก็ตามเพื่อให้ โดนใจคนอย่างเดียวนั้นผมว่ามันทําให้เกิดความอะไรต่าง ๆ มันจะตามมาอีกมากมาย เพราะว่าที่จริงแล้วเรื่องการเลือกตั้งโดยรวม ๓ จังหวัดมารวมเป็นจังหวัดเดียว ผมอยากจะ ถามว่าเดี๋ยวนี้องค์กรต่าง ๆ เขาพยายามจัดองค์กรให้เล็กลงเพื่อต้องการให้สะดวกในการ บริหารจัดการ เพื่อที่จะดูแลบริการคนได้ดีที่สุด ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะรวมมา ให้เป็นใหญ่ แล้วการบริหารองค์กรใหญ่มันเทอะทะ ระบบข้าราชการ บูร็อคเครซี (Bureaucracy) นี้ เป็นระบบราชการที่เทอะทะ ท่านเห็นไหมครับว่าช้างนี้จะหันไปทั้งทีเอี้ยวตาไปช้า ๆ ถ้ากระต่ายนี้กระโดดโลดเต้นว่องไว เพราะฉะนั้นองค์กรต่าง ๆ ต้องสากลนี้เขาต้องการ ใช้องค์กรเล็ก ๆ แก้ไขปัญหาได้คล่องตัว ๓ จังหวัดถ้าจะมารวมเป็นจังหวัดเดียว ผมถามว่าเราเอาอะไรเป็นเกณฑ์ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ก็เป็นจังหวัด มาตั้งเกือบ ๒๐๐ ปี ก็เป็นประวัติศาสตร์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นกัน เป็นประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ว่าสมัยรัชกาลที่ ๑ ให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ไปตีปัตตานีแล้วก็แบ่งแยกเป็น ๗ หัวเมือง ตั้งแต่นั้นมาเมืองรามันห์ เมืองยารอ เมืองหนองจิก เมืองต่าง ๆ ๗ เมืองนั่นก็คือประวัติศาสตร์ของภูมิภาคที่นั่นเช่นกัน เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เห็นด้วยตรงที่ว่าทําไมในเมื่อท่านจะเรียกร้องสู่อดีต ท่านต้องทําให้ บางส่วนที่มีแล้วในอดีตนั้นหายไป ให้เหลือนครปัตตานีอย่างเดียว ตรงนี้ผมว่ายังไม่ใช่ เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง วิธีการอย่างนี้ทําให้เกิดความรู้สึก คนยะลาว่าอย่างไร คนนราธิวาสเขารู้สึกอย่างไร

อีกประการหนึ่งที่สําคัญที่สุดท่านประธาน การเลือกตั้งนั้นไม่ใช่ว่าจะได้คนดี เสมอไป เมื่อก่อนเราบอกว่าผู้ใหญ่บ้าน กํานัน อยู่ ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปี จะสร้างอิทธิพล ให้เลือก ๔ ปี พอเลือก ๔ ปีต่อครั้งผู้ใหญ่บ้านไม่สามารถทําอะไรได้เลยในหมู่บ้าน ลูก ญาติ พี่น้อง มากมายจับไก่ตัวหนึ่งไม่กล้าจับ เพราะกลัว ผมถามว่าถ้ามีการเลือกตั้งขึ้นมานี้ แน่นอนครับ การเลือกตั้งก็คือส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยผมเห็นด้วย แต่ในสถานการณ์ที่เขามีการต่อสู้ ที่เราเรียกร้องต่าง ๆ นั้นผมอยากจะถามว่าคนที่จับอาวุธสู้กับรัฐจริง ๆ นั้นเขาเอาหรือเปล่า ถ้าเขาเอาเหตุการณ์สงบผมยินดีด้วย แต่ถ้าเขาไม่เอาเหตุการณ์ไม่สงบยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าคนทั้งประเทศ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยแล้ว แล้วก็ใช้วิธีการแล้วก็คนในพื้นที่ไม่ได้รับ ประโยชน์ผมว่ามันป่วยการ เพราะฉะนั้นจากการที่เราเอาพบกันครึ่งทางภูมิภาคกับท้องถิ่น เรายังไม่หายไป เพราะภูมิภาคนั้นก็มีอิทธิพลพอสมควร เราจึงกําหนดเรื่องของกระทรวง กระทรวงดูแลเฉพาะ ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอให้คนในพื้นที่นั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดูแลเฉพาะใน ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ แต่ถ้าเดี๋ยวนี้ ศอ.บต. ก็ยังอยู่ แต่เราก็เอาคนที่เป็น รองนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีซึ่งเขามีภารกิจมากมายมาดูแล เพียงแต่งานจังหวัด ชายแดนภาคใต้นี้เป็นงานหนึ่งที่หลาย ๆ ร้อยงานของเขา เราถึงมองว่าถาหากว่าเราใช้ กระทรวงนี้ทําให้เราเกิดเอกภาพ ๓ ด้าน ด้านที่ ๑ เอกภาพด้านนโยบาย ด้านที่ ๒ เอกภาพ ทางด้านการสั่งการกําลังคน ด้านที่ ๓ เอกภาพทางด้านงบประมาณ ท่านทราบไหมว่า ๑๙ กระทรวง ๒๐ กระทรวงที่มีอยู่ในขณะนี้ ทุกกระทรวงมีงบประมาณแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทุกกระทวง กระทรวงนี้ ๑๐ ล้านบาท กระทรวงนี้ ๒๐ ล้านบาท ผมถามว่า ๑๘ กระทรวง ๑๙ กระทรวงนี้พอลงในพื้นที่กลายเป็นอะไรครับท่านประธาน ผมไปในพื้นที่โต๊ะอิหม่ามบ่น ทุกกระทรวงเรียกอบรมสัมมนา เขาว่าวัว ควาย ที่อยู่ในทุ่งนานี้ไม่ได้ดูแล เขาเบื่อ โครงการของกระทรวงนี้ให้เลี้ยงแพะ กระทรวงโน้นเลี้ยงแพะ แพะ ๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ผมว่านโยบายนั้นไม่เอกภาพ แต่ถ้าเป็นทบวงเดียวก็เป็นเอกภาพในเรื่องของกําลังคน กระทรวงต่าง ๆ ก็มีผู้บังคับบัญชา แต่ถ้าเราอยู่ในทบวงนี้คน ๆ เดียวสามารถจะสั่งการได้ จะให้อยู่ในการแต่งกายหรือว่าวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของคนที่นั่น คน ๆ เดียว รัฐมนตรีสามารถสั่งการได้ในทบวงหมด ผมนี้เคยต่อสู้ฮิญาบมา เราต่อสู้กับ กระทรวงศึกษาธิการในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการสั่งแก้ไขแล้ว กระทรวงสาธารณสุข ก็ยังไม่ยอม เขาถือว่าคนละกระทรวง หน่วยงานของกระทรวงอื่นก็บอกว่าของเขาไม่เกี่ยวกับ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะไม่มีนโยบายเดียวกัน มันเป็นเรื่องของการขาดเอกภาพ ทางด้านนโยบาย เรื่องการสั่งกําลังคนก็เหมือนกัน ต่างคนต่างก็สั่งกันบางทีชนกันก็มี เรื่องงบประมาณนี้สําคัญที่สุดครับท่านประธาน งบประมาณมีตั้งแสนกว่าล้านบาท แต่ละ ๑๐,๐๐๗ ล้านบาท ๒๐,๐๐๗ ล้านบาท ปีนี้ปี ๒๕๕๔ ก็ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มีอยู่กระจุกตามกระทรวงต่าง ๆ ผมถามว่าการมีเงินเล็กน้อยอยู่ตามประทรวงต่าง ๆ การที่จะขับเคลื่อนในการที่จะส่งไปเพื่อพัฒนาพื้นที่นั้นจะมีประสิทธิภาพอย่างไร แต่ถ้าเงินก้อนเดียวอยู่ที่กระทรวงเดียวก็สามารถจะทําอะไรให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ ผมถึงบอกว่าการใช้กระทรวงอย่างนี้บางคนอาจจะบอกว่าเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ผมอยากจะยกตัวอย่างว่าที่ไอซ์แลนด์เหนือก็มีแล้ว สก๊อตแลนด์ก็มีแล้วนะครับ เขามีกระทรวงไอซ์แลนด์เหนือ ไอซ์แลนด์เหนือเขาต่อสู้มา ๓๐ ปี คนตายแค่ ๓,๐๐๐ คน บ้านเราคนต่อสู้มา ๗ ปี ตาย ๔,๐๐๐ กว่าคน ท่านลองคิดดูนะครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่า เรากําหนดรูปแบบอย่างนี้โดยที่ไม่มีตัวอย่างมาก่อน เรากําหนดโดยมีตัวอย่างที่เราศึกษา จากประเทศต่าง ๆ เราศึกษาเรื่องของการปกครองตนเอง สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่สถาบัน พระปกเกล้า ปี ๒๕๔๔ ผมทําเรื่องของผมที่เสนอต่ออาจารย์ เรื่องการปกครองพิเศษ ศึกษากรณีใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถึงเขียนไป แต่พอศึกษามานาน ๆ เข้ามา เราเห็นว่าหากมีการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ก็ไม่สงบ แถมไม่สงบแล้วนะครับ ทําให้ คนทั้งประเทศเขาเกิดความรู้สึกว่าเมื่อให้มีการปกครองพิเศษอะไรต่าง ๆ นานา ให้มีอิสระ ไม่มีภูมิภาคแล้ว ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป เพราะฉะนั้นในเรื่องของทบวงนี้โดยที่ผมกําหนดว่าเราบอกว่ามีไม่ใช่ว่าจะมีตลอดไป มีจนกระทั่งว่าเหตุการณ์มันสงบ พอเหตุการณ์สงบแล้วก็ปล่อยให้มีการกระจายอํานาจ ตามหลักสากลทั่วไป ผมอยากจะยกตัวอย่างสมัยท่านฮัจยีสุหลงนะครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วเรื่องของปกครองพิเศษนี้ไม่ใช่ของใหม่ สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ฮัจยีสุหลงได้เสนอต่อรัฐบาลหลวงธํารงนาวาสวัสดิ์ ๗ ข้อ

ข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าให้รัฐบาลเลือกคนในพื้นที่คนหนึ่ง เลือกคนมลายูให้มา ปกครองมีอํานาจเต็มที่นั่น ให้คัดเลือกและให้แต่งตั้ง ให้แต่งตั้งไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง

ข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าภาษีที่เก็บได้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขอให้ใช้เฉพาะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ข้อที่ ๓ เขาบอกว่าให้สอนภาษามลายูในโรงเรียนประถม

ข้อที่ ๔ ฮัจยีสุหลงบอกว่าให้ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาที่สองเป็นภาษาราชการ

ข้อที่ ๕ ฮัจยีสุหลงบอกว่าข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มี พุทธ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราส่วนของมุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ พุทธ ๒๐ เปอร์เซ็นต์

ข้อที่ ๖ ให้มีศาลชารีอะฮ์หรือศาลครอบครัวมรดกของอิสลาม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ในคราวเลือกตั้งในคราวที่แล้วได้มีการประกาศปัตตานี ประกาศชัด ผมก็เสนอเข้าสู่รัฐบาลเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มีการรับรอง ทั้ง ๆ ที่ว่า เป็นคําประกาศปัตตานีที่ท่านหาเสียงเมื่อปี ๒๕๕๐ ถึงบัดนี้ท่านจะยุบสภาอีกไม่กี่วันนี้ ท่านไม่เซ็นรับรอง ผมเสนอมาแล้วตั้ง ๓-๔ เดือนมาแล้วนะครับท่านประธาน เพราะนี่ ผมเสนอตามนโยบายของประชาธิปัตย์ที่ได้พูดตอนหาเสียง คําประกาศของปัตตานีถ้าท่าน ไปเปิดดูมีอยู่ข้อหนึ่งว่าอยากจะให้มีศาลชารีอะฮ์ เป็นนโยบายของรัฐบาลในขณะนี้สามารถ ที่จะทําได้ครับ ที่ว่ายุบสภาก็คงอีก ๒ เดือน แต่ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีรับรอง กฎหมายเข้าสภาก็อาจจะมีการพิจารณาในยุคนี้นะครับ

ข้อที่ ๗ ฮัจยีสุหลงบอกว่าให้รับรองว่าคนที่นั่นคือคนมลายู คนเชื้อสายมลายู แต่สัญชาติไทย เราเองประเทศเดียวในโลกนะครับที่บอกทั้งเชื้อชาติและสัญชาติคือไทย-ไทย อเมริกามาจากโปโตริกัน เชื้อชาติโปโตริกัน สัญชาติอเมริกา มาจากจีน เชื้อชาติจีน สัญชาติอเมริกา มาจากญี่ปุ่น เชื้อชาติญี่ปุ่น สัญชาติอเมริกา ก็ไม่มีปัญหา แต่ของเรานั้น ไปใส่ทั้งเชื้อชาติทั้งสัญชาติ เพราะฉะนั้นฮัจยีสุหลงตอนนั้นเขามองการณ์ไกลว่าจะให้คนที่นั่น มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนมลายูต้องบอกว่าเขาคือคนมลายูไม่ได้เสียหาย แต่เขา ยอมรับว่าเขาคือคนสัญชาติไทย มาเลเซียมีอินเดีย มีจีน ต่างคนต่างมีเชื้อชาติของตัวเอง แต่เขามีสิทธิเสรีภาพอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าประโยชน์สูงสุดของประชาชนต้องการคืออะไร ๔ เรื่องใหญ่ ๆ ท่านจะ เอารูปแบบไหนมาปกครองสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะว่าขณะนี้รัฐบาลก็ได้มี พ.ร.บ. ศอ.บต. มาใช้แล้วนะครับ เพิ่งใช้ไม่กี่วัน ผมอยากจะดูว่าสักปีสองปี ผมไม่อยากจะดูแค่ปัจจุบัน เดือนสองเดือน ต้องให้เวลารัฐบาลนะครับ ผมให้ความเป็นธรรมเสมอ ผมอยากจะเรียนว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการ

ประการที่ ๑ ประชาชนเขาต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี คืออะไร ๑. มีการศึกษาดี ๒. มีอาชีพการงาน ๓. มีสุขภาพอนามัยที่ดี

ประการที่ ๒ คนที่นั่นเขาต้องการอยู่ในวิถีอิสลามและคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ ของตน

ประการที่ ๓ คนที่นั่นเขาต้องการความเป็นธรรม

ประการที่ ๔ เขาต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

๔ ข้อนี้นะครับท่านจะเอาโมเดลไหน องค์กรไหนมาดําเนินการให้เป็นไปตาม ๔ ข้อนี้ทําได้ทั้งนั้น เพราะว่าทําได้ทั้งนั้น ผมอยากจะใช้หลักที่ว่าท่านเติ้งเสี่ยวผิงบอกว่า แมวเสียอะไรนั้นไม่สําคัญ ให้จับหนูได้ก็แล้วกัน ผมก็เช่นกัน ๔ ข้อนั้นให้สําเร็จ จะใช้ องค์กรไหน หน่วยงานแก้ไขได้ทั้งนั้น ที่เรายกให้การแก้ไขปัญหาให้อยู่ในระดับกระทรวง อยากจะให้เป็นการเมือง คนที่ดูแลนั้นคือรัฐมนตรี รัฐมนตรีต้องมีคนที่นั่นที่รู้เข้าใจที่นั่น กระทรวงและทบวง ต้องไปสร้างไม่ปัตตานี ยะลา หรือนราธิวาส ผมอยากจะถามว่า ถ้ารัฐมนตรีเป็นคนที่นั่นอยู่ที่นั่นใกล้ชิดชาวบ้าน ชาวบ้านไปหาเช้าหาเย็น บางทีรัฐมนตรี อาจจะไปนอนกับชาวบ้านในหมู่บ้านได้ เพราะว่าเราใช้วิธีนี้แต่เป็นวิธีใหม่ซึ่งเราบางที ยังไม่เข้าใจ อาจจะมองว่ามันเพ้อเจ้อ มันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็เข้าไปอยู่ในรายงาน การพิจารณาของกรรมาธิการชุดนี้ โดยที่ไม่มีใครท้วงติง แต่ในขณะเดียวกันนะครับ ของรัฐบาลก็ดําเนินการไป พ.ร.บ. ศอ.บต. ผมก็ถือว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ใช้เวลาสัก ๒ ปี ถ้าหากว่าใช้ ศอ.บต. ไม่ได้ผล ผมขอเสนอให้เอาโมเดลของผม หรือโมเดลของการศึกษา ของกรรมาธิการ คือให้มีทบวงหรือกระทรวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรืออาจจะเป็น กระทรวงปัตตานีเลยก็ได้ ถ้าปัตตานีคือจังหวัด ถ้าปาตานีมันเป็นเนื้อที่ทั้ง ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอนะครับท่านประธาน ผมก็ขอพูดในฐานะที่เป็นกรรมาธิการชี้แจงให้กับบางท่าน ใช้โอกาสชี้แจง แต่ขออยู่ข้างล่าง ไม่อยากขึ้นข้างบนเพราะผมก็มีภารกิจ เดี๋ยวจะไปงาน ที่ยังมีคั่งค้างอยู่นะครับท่านประธาน ขอขอบคุณแล้วก็อยากจะให้การพิจารณาในวันนี้ ให้มีข้อคิดที่สร้างสรรค์ เพราะปัญหาภาคใต้เข้าสู่สภานานเหลือเกินเลยครับ จนกระทั่ง พูดซ้ําแล้วซ้ําเล่า ของใหม่ ๆ นั้นมีน้อย ปรากฏการณ์ที่ยิงรายวัน ๆ นั้นเป็นปรากฏการณ์ ใหม่ ๆ ผมอยากจะให้แก้ไขปัญหาโดยใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูง ต้องใช้สมองสติปัญญา ที่ชาญฉลาด เมื่อไม่กี่วันมานี้มีการปล้นปืนที่มารูโบ ผมกลับไปชาวบ้านต่างหวาดผวากลัวกัน เพราะมีการปล่อยข่าว ปล่อยข่าวกันไม่ทราบฝ่ายไหน เขาว่าจะเก็บอุสตาส ๖๐ คน ว่าจะเก็บอุสตาส ๖๐ คน ผมก็ไปที่ค่ายสิรินธรไปเจอนายทหารคนหนึ่ง ผมบอกว่าไหน ๆ ปืนก็หายแล้ว ทหารก็เสียชีวิต อย่าให้มวลชนหายไปเลย มวลชนยังต้องเอาอยู่นะครับ อาวุธปืนหายไปอย่าทันทีทันใดไม่ต้องเร่งที่จะหาได้ในทันทีทันใด ไหน ๆ ก็หายไปแล้ว ส่วนมวลชนนั้นนะครับท่านประธานผมอยากจะให้เราคงไว้ เพราะว่ามวลชนนั้นเป็นสิ่งสําคัญ ในการที่จะแก้ไขปัญหา ถ้ามวลชนอยู่ฝ่ายรัฐ แน่นอนการแก้ไขปัญหานั้นก็ไมยากเกินกําลัง ที่เราจะแก้ได้ แต่ผมอยากจะบอกว่าการแก้ไขปัญหานั้นท่านอย่าหวังว่าปีสองปีนะครับ ผมเองอยากจะบอกว่าขอให้ใช้เวลาสัก ๑๐ ปี ๑๐ ปีบางทีบอกว่าช้า ผมว่าถ้า ๑๐ ปีอย่าเพิ่ม เงื่อนไขใหม่ ๆ อยากให้คนใหม่ ๆ คิดอย่างนี้ คนเก่า ๆ หายไป ผมเชื่อว่าเวลาก็ไม่ไกลเกินไป แต่ก็ให้เราอดทน รัฐบาลไหนมาผมเชื่อว่ามีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทั้งนั้น แต่การแก้ไขของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ผมยังชื่นชมว่าท่านที่เป็นรัฐบาลมีเหตุการณ์ รุนแรงแค่ไหนไม่เคยปรากฏที่มีนายกรัฐมนตรีหรือว่าผู้ดูแลความมั่นคงแสดงอาการ เกรี้ยวกราด ไม่มีใครแสดงอาการที่ว่าโต้ตอบไปโต้ตอบมานะครับ เพราะถือว่าเป็นการใช้ หลักสุภาษิตจีนบอกว่าใช้ความนิ่งสงบการเคลื่อนไหว หรือใช้ความเย็นยุติความร้อนนะครับ ผมขอขอบคุณท่านประธาน