สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในชนบท

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตั้งกระทู้ถาม ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่อง การขยายเขตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตร เป็นกระทู้คําถาม สั้น ๆ แต่รวบรวมมาจากความต้องการของพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในเขตห่างไกลในชนบท ถ้าเราจะสังเกตกระทู้ถามแรกเมื่อสักครู่นี้ก็เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท โดยเฉพาะในเรื่องของการต้องการที่จะให้มีน้ําใช้ ท่านประธานครับ หลังจากมีน้ําใช้ แล้วกระทู้ถามของผมต่อไปก็เกี่ยวข้องกันนะครับ การขยายเขตไฟฟ้าให้กับเกษตรกรนั้น เป็นสิ่งจําเป็นและเป็นความต้องการสูงสุดของพี่น้องเกษตรกรในขณะนี้รองลงมาจากปัจจัยน้ํา ปัจจัยเรื่องของไฟฟ้าถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิต เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรปัจจุบันนี้ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสออกไปในชนบท จะเห็นว่า ขณะนี้พี่น้องที่ทําการเกษตรก็มีการไปปลูกเป็นเพิง ปลูกเป็นกระต๊อบ ปลูกเป็นเถียงนา อยู่ในบริเวณไร่นาของเขา และในขณะเดียวกันนอกจากที่จะทํานาทําไร่แล้ว เกษตรกร ปัจจุบันนี้ก็หันมาดําเนินการตามแนวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียง มีการขุดสระน้ํา มีการปลูกผัก มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ในพื้นที่เกษตรกร แต่ท่านประธานครับ ความจําเป็น ในการใช้ไฟฟ้าเพื่อปัจจัยการผลิตของเกษตรกรนั้นมีความสําคัญมากถ้าหากว่าพวกเราจะ มองเห็นถึงความต้องการเหล่านั้น ผมอธิบายท่านประธานง่าย ๆ ว่าเวลาที่ออกไปจาก หมู่บ้านหรือชุมชนของตัวเองเพื่อที่จะเดินไปสู่เถียงนาซึ่งอยู่ออกไป อาจจะประมาณสัก ๑ กิโลเมตรหรือ ๒ กิโลเมตรจากบริเวณชุมชน ส่วนใหญ่แล้วปัจจุบันนี้ไร่นาของพี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะในภาคอีสานยังเป็นไร่นาที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าไปถึง แต่ด้วยความยากจน ด้วยความขยันหมั่นเพียรของพี่น้องเกษตรกร ก็เห็นสระน้ําแล้ว ชลประทานไปขุดแล้ว พัฒนาที่ดินไปขุดสระน้ําให้แล้ว จะปล่อยให้ทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ก็เอาปลาไปเลี้ยง เลี้ยงปลาเสร็จก็ปลูกเป็นกระต๊อบ เลี้ยงไก่ต่อ เลี้ยงเป็ดต่อ แล้วสุดท้ายพอขยายกิจการขึ้น ก็มีการเลี้ยงหมูด้วยคราวนี้ พอเลี้ยงไปเรื่อย ๆ ลงทุนเรื่อย ๆ คราวนี้ก็เกิดความไม่สบายใจ ท่านประธานครับ ก็มีความกลัวในเรื่องของการเป็นอยู่อาศัย ทําอย่างไรที่จะอยู่ได้อย่างสบาย ก็ต้องมีไฟฟ้า นอกจากนั้นถ้าหากว่ามีไฟฟ้าเข้าไปแล้ว ถ้าหากรัฐบาลได้ดําเนินการช่วยเหลือ เกษตรกรเหล่านั้น ก็จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตให้กับเกษตรกรด้วย ลดต้นทุนอย่างไร ท่านประธานต้องดูนะครับ เดี๋ยวนี้เกษตรกรเมื่อก่อนนั้นใช้เครื่องสูบน้ําด้วยพลังงานดีเซล (Diesel) หรือเบนซิน (Benzene) ก็ตามแต่ แต่ปัจจุบันด้วยภาวะวิกฤตของราคาน้ํามันที่พุ่ง สูงขึ้นเรื่อย ๆ ต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรที่จะสูบน้ําเข้าไปยังพื้นที่ในไร่นาก็ดี ในสวนผัก ต่าง ๆ ก็ดี ก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีกําไรเพราะว่าไปเสียเป็นค่าน้ํามันหมด แต่ถ้าหากว่าทางการได้ขยายพื้นที่ไฟฟ้าออกไปให้กับเกษตรกรเหล่านั้น และมีโอกาสเข้าสู่ เทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจจะเป็นเครื่องสูบน้ําด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการใช้ น้ํามันเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ นอกจากนั้นถ้าหากว่าได้มีการขยายไฟฟ้า ไปให้พื้นที่ทํากินทางการเกษตรแล้ว ยังอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้น ได้มีโอกาสอยู่ อาจจะอยู่ที่บริเวณทุ่งนาไร่นาของเขาสัก ๒ วัน กลับมาที่บ้าน ๒ วัน อย่างน้อยก็จะมีไฟฟ้าแสงสว่าง ได้ดูทีวี ได้ฟังวิทยุ มีความสะดวกสบาย มีความปลอดภัย ในทรัพย์สิน ซึ่งที่กระผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกร ในไร่นา แล้วก็ไปเสริมให้เกิดการอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้แล้วก็เป็นกระทู้ถามที่ผมจะต้องการถามรัฐบาล เนื่องจากว่าปัจจุบัน มีราษฎรจํานวนมาก ผมมั่นใจว่าแทบจะทุกพื้นที่ในเขตชนบทที่มีความต้องการที่จะใช้ไฟฟ้า เพื่อการเกษตรเหล่านั้น ยังรอความหวังจากทางรัฐบาล ยังรอดูถึงแนวนโยบายในการ ดําเนินการดังกล่าวว่าจะมีการจัดทําให้หรือไม่ เพราะช่วงก่อนหน้านี้ปีหรือ ๒ ปี มีข่าวว่าทางภาครัฐจะช่วยดําเนินการในด้านนี้ มีการอนุมัติโครงการผ่านการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคเป็นเงินถึงพันกว่าล้านบาท แม้นว่าจะเป็นเงินกู้เสียเป็นส่วนมาก แต่ทางพี่น้อง เกษตรกรก็ยังรอความหวังที่ว่ารัฐบาลจะออกไปดําเนินการให้หรือไม่ ผมยกตัวอย่าง พื้นที่ในเขตจังหวัดหนองบัวลําภูนะครับ ซึ่งวันนี้ก็จะขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นะครับ วันนี้มานั่งตอบ ขอมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ก็มี จนปัจจุบันนี้ก็ ๖ ปีแล้วครับท่านประธาน มีกลุ่มเกษตรกรที่ฝากผมมาที่จะยื่นเอกสารให้กับท่านรัฐมนตรี ๑๕๘ กลุ่ม ผมไปเช็ก (Check) กับการไฟฟ้า เช็กล่าสุดเมื่อวานนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดหนองบัวลําภูบอกว่าปีนี้อนุมัติได้ประมาณ ๔ กลุ่ม ไม่เกิน ๕ กลุ่ม ท่านประธานครับ นี่ก็คือมันสวนทางกับความต้องการของเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาที่ผมจะต้องตั้งกระทู้ถามวันนี้ ถามรัฐบาล ถามในแง่ของการกําหนดนโยบาย ว่ารัฐบาลนี้มีเงินภาษีที่เก็บมาจากพี่น้องประชาชนเกือบ ๒ ล้านล้านบาท ท่านให้ความสําคัญ กับพี่น้องเกษตรกรมากน้อยเพียงใด การกระจายรายได้ลงไปสู่พี่น้องเกษตรกร โดยไม่ได้ ให้เป็นเงินเปล่าเหมือนที่รัฐบาลนี้กําลังพยายามทํา นั่นก็คือขออะไรมารัฐบาลก็หาเสียง ก็ให้เป็นเงินสด ให้เป็นเงินสด ให้เป็นเงินสด ยกตัวอย่างอย่างโครงการประกันรายได้ ทุ่มงบประมาณลงไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปจ่ายส่วนต่างประกัน ราคา ถามว่าได้รับความเป็นธรรมไหม ผมเรียนท่านประธานว่าพี่น้องและเกษตรกร ในภาคอีสานของผมนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการนี้ครับ เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แทบจะละลายไป แต่ไม่ถึงคนอีสานเพราะอะไร คนอีสานปลูกข้าวเหนียวครับท่านประธาน ปีนี้จะด้วยอะไรก็ตามแต่ ข้าวเหนียวเป็นราคาไม่มีส่วนต่าง แต่พอไปขายจริง ๆ พ่อค้าคนกลาง ก็กดราคา ไม่ได้ประโยชน์ตรงนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงมีคําถามที่จะฝากไปทางรัฐบาลนะครับว่า รัฐบาลเองมีแนวนโยบายหรือแนวคิดอย่างไรในการที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้อง ในชนบท โดยเฉพาะในเรื่องของการขยายไฟฟ้าไปสู่เขตที่ดินทํากินด้านการเกษตร ผมเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนไปทางท่านรัฐมนตรีที่จะตอบด้วยนะครับ นั่นก็คือ โครงการที่ผมพูดถึงนี้เป็นโครงการที่ภาครัฐออกไปขยายไฟฟ้าให้กับราษฎร ฟรีนะครับ ท่านประธาน ฟรีนะครับ นั่นก็คือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยเฉพาะผู้ยากไร้ในชนบท ดังนั้นคําถามของผมในคําถามแรกที่อยากจะฟังจากท่านรัฐมนตรี นั่นก็คือ รัฐบาลมีนโยบาย ในการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรอย่างไร ในปี ๒๕๕๔ และในอีก ๕ ปีข้างหน้า เป็นคําถามแรกท่านประธานครับ