รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
เรื่องที่ ๒ ที่จะปรึกษาหารือ เท่าที่ผมได้ลงพื้นที่ในเขตพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรีหรือในเขตกรุงเทพมหานครก็ตาม หรือจังหวัดใกล้เคียงก็ตาม อยากจะเรียน ให้ท่านประธานได้ทราบว่าร้านค้าหลายร้านค้าไม่ได้ติดราคาสินค้าให้กับผู้บริโภคได้เห็น แล้วก็ตัดสินใจซื้อ ก็อยากจะฝากไปถึงกระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าภายในอยากให้ ออกตรวจสอบร้านค้าหลายร้านค้าไม่ติดราคาสินค้าให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ดู เพื่อให้เกิดความเปึนธรรมกับผู้บริโภค ก็ฝากไว้ ๒ เรื่องเท่านั้นครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
คุณนฤมล ธารดํารงค์ ไม่อยู่นะครับ คุณบุญรื่น ศรีธเรศ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ๒ เรื่องค่ะท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องขอจากผู้ใหญ่บ้านซึ่งเปึนผู้หญิง พร้อมด้วย พี่น้องประชาชนลูกบ้านของเขานั่นละค่ะ บ้านโนนอํานวย หมู่ที่ ๘ ตําบลนาตาล อําเภอ ท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ มีปัญหาเรื่องน้ําประปาไม่พอใช้ในการบริโภคเพราะในหมู่บ้าน มีน้ําประปาบาดาลขนาดเล็กใช้เปึนเวลานานหลายป้แล้วค่ะ พอมีราษฎรและครัวเรือน เพิ่มขึ้น น้ําประปาที่ใช้อยู่ก็ไม่พอแก่การบริโภคใช้สอย ซึ่งพวกเราก็ทราบดีว่าการขาดน้ํา ลําบากขนาดไหน ท่านประธานคะ อยากจะให้ท่านประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างน้ําประปาเพิ่มให้พี่น้องชาวบ้าน โนนอํานวย หมู่ที่ ๘ ได้มีน้ําใช้สอยอย่างเพียงพอด้วย
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนไร้ฝุ์นของพี่น้องชาวตําบลขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัด กาฬสินธุ์ ซึ่งเปึนตําบลที่กันดารและห่างไกลตัวเมืองที่สุดของอําเภอเมืองกาฬสินธุ์ และพี่น้องชาวตําบลภูสิงห์ อําเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปึนตําบลที่มีพื้นที่อยู่เชิงเขา ภูสิงห์ ถนนหนทางสัญจรไปมาหาสู่กันยากลําบากมาก หน้าฝนเปึนหลุมเปึนบ่อ และหน้าแล้งก็ฝุ์นตลบค่ะท่านประธาน แล้วก็ยังมีอีกหลายตําบลในจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ยัง รออานิสงส์ ถนนไร้ฝุ์นจากงบประมาณของรัฐบาลเพื่อให้ไปช่วยแก้ไขในการสร้างถนน หนทางให้ปลอดฝุ์นและสะดวกสบายในการสัญจรไปมาหาสู่กันและยังใช้ลําเลียงผลผลิต ทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนเข้าสู่ตัวเมืองด้วยค่ะท่านประธาน ทีนี้ดิฉันก็เลย อยากจะหารือท่านประธานเพื่อประสานงานไปยังกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงชนบท ก็ให้งบประมาณจัดสรรลงไปดูพื้นที่ตรงนี้นะคะ เพราะว่ายากลําบากมาก กันดารมาก เพราะว่ามันอยู่เชิงเขา แล้วก็หลายตําบล หลายอําเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็คงจะรอ อานิสงส์จากรัฐบาลชุดนี้อยู่นะคะ ก็ฝากท่านประธานดูแลด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญคุณปรีชญา ขําเจริญ อยู่ไหม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนจังหวัดราชบุรี อยู่ ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก เนื่องด้วยถนนเส้น รบ ๔๐๕๒ แยก ทล ๓๓๖๑ บ้านด่านทับตะโก ระยะทางทั้งหมด ๒๘ กิโลเมตร ปัจจุบันยังเหลือเปึนถนนลูกรังอยู่ ๑๐ กิโลเมตร โดยเฉพาะเส้นบ้านหนองปากดงถึงพุตะเคียน พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จากการสัญจรอย่างยิ่ง เด็กนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนหน้าไหนที่ฝนตก ทางก็จะ เปึนหลุมเปึนบ่อ ส่วนหน้าแล้งทางก็จะมีแต่ฝุ์นละออง พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนอย่างมาก และอย่างยิ่งไปกว่านั้นคือหมู่บ้านพุตะเคียนนี้ถูกตัดขาดจาก หมู่บ้านอื่น ๆ เพราะว่าไม่มีใครที่อยากจะเดินทางไปในหมู่บ้านนี้เนื่องด้วยถนนหนทาง ค่อนข้างที่จะลําบาก พี่น้องประชาชนจึงขอความอนุเคราะห์ส่งเรื่องร้องเรียนผ่านดิฉัน มายังรัฐบาลให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาให้โดยเร็ว และ
เรื่องที่สอง เนื่องด้วยพื้นที่ตําบลธรรมเสน และพื้นที่ตําบลใกล้เคียง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตชลประทานทําให้พี่น้อง เกษตรกรรมประสบปัญหาเรื่องน้ํามาเปึนเวลาช้านาน ซึ่งต้องอาศัยน้ําฝนเพียงอย่างเดียว ช่วงไหนที่ฝนไม่ตก พี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรก็จะประสบปัญหาทําให้ พื้นที่ดังกล่าวนี้ขาดน้ําในเรื่องของการเกษตรและอุปโภค บริโภค เกิดเปึนวิกฤติภัยแล้ง มาอย่างยั่งยืนแล้วค่ะ แล้วก็ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่เนื่องด้วยศักยภาพที่มีอยู่อย่างจํากัดก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ พี่น้องประชาชนเกษตรกร จํานวน ๑๕,๐๐๐ คน มีความเดือดร้อนอย่างมาก จึงขอความ อนุเคราะห์มายังรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งให้ความสําคัญเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเกษตรกร อย่างไรแล้วเพื่อเปึนการแก้ไข ปัญหาทางด้านน้ํา พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จึงเห็นว่าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา หุบเขาคอก ใช้งบประมาณ ๑๗ ล้านบาท น่าจะมาแก้ไขปัญหาในการพัฒนาแหล่งน้ํา ได้เปึนอย่างดี อย่างไรแล้วก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ๒ เรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณนฤมล สายเกินไปนะ วันนี้
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ จริง ๆ แล้วติดประชุมกรรมาธิการ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสอีกสักครั้งค่ะ วันนี้คงมีเรื่องความเดือดร้อน ของประชาชน ในเขตตําบลนาเกลือ อําเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ก็คงจะต้องมาเรียนผ่านทางท่านประธานไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยรับรู้ถึง ความเดือดร้อนของประชาชนในเขตตําบลนาเกลือด้วย
เรื่องแรก เปึนเรื่องของสะพานทางเท้าและสะพานข้ามคลอง ของเขตหมู่ ๑ ตําบลนาเกลือ สะพานข้ามคลองเปึนสะพานที่เชื่อมโยงระหว่าง อบต. นาเกลือ กับ อบต. แหลมฟัาผ่า เนื่องจากว่าเขตนี้มีผู้สัญจรไปมามากมาย ปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนในเรื่องของการสัญจรในส่วนตรงนี้เพราะว่าประชาชนจะต้องไปมาหาสู่กัน ระหว่าง ๒ ฝัืงนี้ด้วยการข้ามเรือก็จะมีผู้เฒ่าผู้แก่รวมทั้งถึงเด็ก ๆ และประชาชน ที่สัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรก็ต้องกราบขอความกรุณาจากผู้เกี่ยวข้อง ด้วยนะคะ ช่วยดําเนินการลงงบประมาณตรงนี้ให้ด้วย สะพานทางเท้าในส่วนตรงนี้จะมี ความยาวประมาณ ๙ เมตรเอง แล้วก็สะพานข้ามคลองเปึน ๒ จุด จุดแรกมีความยาว ๔๐ เมตร จุดที่ ๒ มีความยาว ๕๐ เมตร ในส่วนนี้เปึนอย่างที่เรียนท่านว่าเชื่อมต่อระหว่าง อบต. นาเกลือ กับ อบต. แหลมฟัาผ่า
เรื่องที่สอง เปึนเรื่องของชาวบ้านนาเกลือ ในเขตของหมู่ ๖ เขตบริเวณ วัดศรีคงคาราม เขตนี้โดนน้ํากัดเซาะชายฝัืงพอสมควรนะคะ เนื่องจากมีเรือสัญจร ผ่านไปมามากมาย ตลิ่งก็เริ่มพังแล้ว ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อน ทางประชาชนผู้เดือดร้อน โดยทั่ว ๆ ไป ก็ได้แจ้งไปทาง อบต. นาเกลือ แต่ทางนั้นได้ชี้แจงกลับมาว่าเนื่องจาก งบประมาณตรงนี้ใช้งบประมาณพอสมควร และงบของ อบต. ไม่เพียงพอ ก็จึงอยากเรียน แจ้งมาทางผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดําเนินการให้ด้วยนะคะ ความยาวตรงนี้ตรงหมู่ ๖ ตําบลนาเกลือ ความยาวประมาณ ๑๔๐ เมตร เปึนเขื่อนที่ปัองกันตลิ่งพังของ ตรงวัดศรีคงคาราม ทางวัดก็ได้รับความเดือดร้อนเปึนจํานวนมาก รวมทั้งประชาชน ที่ผ่านไปผ่านมา เนื่องจากว่าละแวกนี้ชาวบ้านไปมาหาสู่กันหรือสัญจรไปมาใช้ทางเรือ เสียส่วนใหญ่ เมื่อตลิ่งมันพังลงมาการที่จะขึ้นวัดท่าน้ําค่อนข้างที่จะลําบาก เพราะฉะนั้น ก็ต้องขอฝากผู้เกี่ยวข้องด้วยนะคะช่วยลงงบประมาณไปให้ด้วย ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ
สภายินดีต้อนรับครู นักเรียน รวมถึงบุคลากร สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สมุทรปราการ เขต ๑ จังหวัด สมุทรปราการ ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปคุณนันทพร วีรกุลสุนทร ไม่อยู่ นะครับ คุณสุวโรช พะลัง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอถือโอกาสตรงนี้กราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. สงกรานต์ จิตสุทธิภากร จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้กรุณาให้เวลากับผมในการหารือ เพราะท่านไป ยื่นเปึนกระทู้ถาม ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่อง แล้วก็เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ดินทํากินใน รูปแบบของนิคมสหกรณ์
ในเรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญ แก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ ของสภาผู้แทนราษฎรครับ เราได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วก็ได้กราบเรียน ไปยังรัฐบาลในส่วนหนึ่งแล้ว แต่ว่าเพื่อที่จะให้การทําหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติได้มีมรรค มีผลและมีน้ําหนักมากยิ่งขึ้น เลยขอกราบเรียน ขอความเมตตาจากท่านประธาน
ในเรื่องที่ ๑ ครับก็คือในเรื่องของการเพิกถอนสภาพที่ดินป์าสงวน ที่เสื่อมโทรมทั่วประเทศครับ มีด้วยกันทั้งหมด ๑๔ ป์า ซึ่งได้มีการดําเนินการในรูปแบบ ของนิคมสหกรณ์ไปแล้วทั้งหมด ๑๓ นิคม แต่ยังมีปัญหา อุปสรรคบางประการ เพราะในขณะนั้นมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ให้มีการชะลอ ไม่ให้ มีการดําเนินการไปสู่การตั้งนิคมสหกรณ์ ซึ่งตรงนี้ครับ มีที่ดินทั้งประเทศประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ มีประชาชนที่รอรับประโยชน์ในเรื่องนี้ตาม พ.ร.บ. ของกรมส่งเสริมสหกรณ์นี่ครับ ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว รวมทั้งที่ดินของจังหวัดบุรีรัมย์ของท่านประธานด้วย นั่นก็คือในเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้นี่ครับ ทางคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือ กราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีฉบับวันที่ดังกล่าว และดําเนินการไปสู่ช่องของนิคมสหกรณ์ตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่รอคอย สิ่งเหล่านี้อยู่ นั่นก็คือในเรื่องที่ ๑
ในเรื่องที่ ๒ ครับ ก็ผลพวงจากที่การที่ผมเปึนประธานแล้วก็เปึนมติของ คณะกรรมาธิการเช่นเดียวกัน ตรงนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาล ชุดนี้ครับ ที่ได้เข้าใจแล้วก็ให้ความเมตตาต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป์าต่าง ๆ ในเขต ที่ดินของรัฐต่าง ๆ ที่เสื่อมโทรม ที่หมดสภาพ ที่ไม่ได้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ในการสงวน หวงห้ามแล้วนี่ครับ วันนี้ประชาชนเข้าไปอยู่แล้วก็ถูกหน่วยงานของรัฐซึ่งปฏิบัติตาม กฎหมายไปจับกุม แล้วก็ถูกดําเนินคดีแล้วก็อยู่ในเรือนจําอีกมากมาย แต่คดีไม่จบครับ ยังมีพี่น้องประชาชนอีกไม่น้อยเปึนจํานวนนับล้านคนอยู่ในที่ดินที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านก็เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านก็ได้ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งดูแลในเรื่องของโฉนดชุมชน แล้วก็ มอบหมายให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยครับทําหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๗๖ จังหวัดครับ ให้ชะลอการจับกุม คุมขังแล้วก็ขับไล่พี่น้องประชาชนออกจากที่ดิน ของรัฐประเภทต่าง ๆ ผมเลยขอความเมตตาจากท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธาน ช่วยมีหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัด เพื่อที่จะให้ชะลอการจับกุม พี่น้องประชาชนเหล่านี้ ขอมอบเอกสารดังกล่าวกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เปึนเรื่องแหล่งน้ําของพี่น้องประชาชนในอําเภอวังสะพุงนะคะ เรื่องสืบเนื่องจากในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๙ ในสมัยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้มีการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดเลย แล้วไปประชุมที่วิทยาลัย การอาชีพ อําเภอด่านซ้าย และได้อนุมัติฝายยางกั้นลําน้ําเลยที่อําเภอวังสะพุง ๒ แห่ง แห่งแรกที่บ้านท่าทิศเฮือง ตําบลปากปวน อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย แห่งที่ ๒ สร้างที่ บ้านทรายขาว หมู่ ๕ ตําบลทรายขาว อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย แห่งแรกนี้ได้มี การดําเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แห่งที่ ๒ นี้ยังไม่ได้มีการก่อสร้าง สาเหตุ สืบเนื่องมาจากการออกแบบการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่หลังจากนั้นประมาณ ๒ ป้ ก็มี การออกแบบก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แล้วพี่น้องประชาชนก็ได้สอบถามมาว่า เมื่อไรจะมี การสํารวจการก่อสร้างฝายยางที่บ้านทรายขาว หมู่ที่ ๕ นี้ ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งรัด ในการก่อสร้างฝายยางกั้นลําน้ําเลยที่บ้านทรายขาว หมู่ที่ ๕ ตําบลทรายขาว อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลยด้วย เพราะว่าพี่น้องรอคอยมา ถ้ามีมาก็จะเปึนอานิสงส์ในการที่จะใช้ในการ อุปโภค บริโภคและการเกษตร
เรื่องที่สอง เกี่ยวกับเรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมรัฐสภา แล้วก็มี พี่น้องประชาชนตําบลหนองงิ้ว โทรศัพท์มาหาดิฉันเกี่ยวกับพี่น้องของเขาคือนางบุญ บุปผา อยู่บ้านหนองหญ้าปล้อง ตําบลหนองงิ้ว อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้ไปจําหน่าย สลากกินแบ่งรัฐบาลที่พัทยา จังหวัดชลบุรี แล้วโดนทําร้ายร่างกาย โดยใช้ท่อแป็บ ห่อด้วยคอนกรีตทุบที่ศีรษะแล้วก็ชิงทรัพย์ไป บาดเจ็บสาหัสเข้าโรงพยาบาล แล้วก็มีการแจ้งความ ที่สถานีตํารวจภูธรบางละมุงแล้ว พี่น้องเขาก็เลยโทรศัพท์มาขอให้ ส.ส. ช่วยเหลือ เพราะว่าเขาไปไกลบ้านไม่มีใครที่จะช่วยเหลือเขาในการที่จะสอบถามการดําเนินการ ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เกี่ยวกับเรื่องการเร่งรัดการจับกุมติดตามโจร ๒ คนที่เปึนผู้ชาย แล้วมาทราบข่าวร้ายนะคะว่า หลังจากนั้นนางบุญ บุปผา ได้เสียชีวิตลง แล้วทําการ ฌาปนกิจศพไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายนนี้ ก็เปึนที่น่าเสียใจ ดิฉันจึงปรึกษาหารือ กับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การหาเช้ากินค่ํา ของพี่น้องประชาชน จึงอยากฝากผ่านไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สังกัดสํานัก นายกรัฐมนตรีช่วยเร่งรัดดําเนินการเรื่องนี้เปึนเรื่องเร่งด่วนนะคะ แล้วก็เอาคนร้าย มาลงโทษเรื่องนี้ด้วย จะขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณพจนารถ แก้วผลึก เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน จะต่อเนื่องจากคราวที่แล้วนะคะ ดิฉันได้เคยนําเรื่องนโยบายพรรคได้มาหารือ ท่านประธานในสภาแห่งนี้ แต่วันนี้ดิฉันก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเปึนระยะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเงิน อสม. เบี้ยผู้สูงอายุ หรือเรียนฟรี ๑๕ ป้ บางที่ ๒ เดือนจ่ายครั้ง หรือบางที่ก็จ่ายไม่ครบกําหนด เรียนฟรีก็บอกว่าเรียนฟรีจริงหรือไม่ หรือถามว่า ได้เบี้ยตลอดชีพจริงหรือไม่ แต่บางหน่วยงานราชการก็ทําตามระบบจ่ายครบตามขั้นตอน จากนโยบายของรัฐบาลต่าง ๆ เหล่านี้ ดิฉันก็ขอชื่นชมหน่วยงานที่รับผิดชอบ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเสนอแนะว่ารัฐบาลควรใช้สื่อของรัฐออกอากาศ หรือชี้แจง รายละเอียดให้เปึนระยะ ๆ และมีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน เพราะเงินต่าง ๆ เหล่านี้ คือเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าเปึนประโยชน์และได้บรรเทาทุกข์ และได้จัดสรรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลมีนโยบาย ดีอย่างไร แต่ถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงาน ราชการต่าง ๆ เงินภาษีประชาชนก็ไม่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ แล้วก็ต้องมีการร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) กันอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานคะ ดิฉันได้เคยขอคําปรึกษาหารือจากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ต่าง ๆ ของรัฐบาลท่านก็ได้ชี้แจงว่าเงินภาษีของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ได้ลงไปตาม หน่วยงานต่าง ๆ ของทางราชการ แต่ว่าบางหน่วยงานก็ไม่ได้ทําตามระบบ ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลให้ช่วยสื่อ และประชาสัมพันธ์บ่อย ๆ และได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินภาษีของพี่น้องประชาชนต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการศึกษา จากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไม่ว่าจะเปึน เรื่องเรียนฟรี ๑๕ ป้ งบประมาณการก่อสร้างโรงเรียน ห้องน้ํา ห้องสมุด เสริมบุคลากร ซึ่งเหล่านี้ก็ได้ทําความพอใจให้กับผู้บริหารโรงเรียนต่าง ๆ และผู้ปกครองเปึนอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะครูโรงเรียนเอกชนเกี่ยวกับ การตัดสิทธิการรักษาพยาบาลซึ่งเปึนมาตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จนมาถึงปัจจุบันนี้ครูได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อป้ แต่ว่าคุณครูก็พยายามที่จะให้รัฐบาล เอาเงินส่วน ๑๐๐,๐๐๐ บาทนี้ให้ไปสู่ครอบครัวของคุณครูด้วย ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๓ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ผลักดันงบประมาณการก่อสร้าง โรงพยาบาล วัสดุครุภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ของดิฉันก็ได้งบการก่อสร้าง โรงพยาบาลหลายแห่งโดยเฉพาะโรงพยาบาลบางละมุงซึ่งดิฉันได้เคยหารือไป เมื่อคราวที่แล้วและขณะนี้ก็ได้จัดสรรแล้ว ทางผู้บริหารของทางโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ ได้ฝากขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเห็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ ขอบคุณค่ะ
รักษาเวลาขอบคุณครับ ต่อไปคุณนิยม วรปัญญา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรขอให้ กรมทางหลวงชนบทสํารวจออกแบบ บูรณะปรับปรุงถนนอีก ๒๙ สาย ซึ่งตกไป เพราะว่า ถนนนี้เปึนการเชื่อมโยงโครงข่าย
๒. ขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยรับถนนที่องค์การบริหารส่วนตําบล ไม่สามารถจะบูรณะปรับปรุงได้ให้มาเปึนของกรมทางหลวงชนบท
๓. ขอให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงถนนที่ในตลาดโคกเจริญ สระโบสถ์ ชงโค หนองรี ท่าหลวง
๔. ทางแยกสาย ๒๑ ที่จะเข้าสู่เมืองเก่าศรีเทพและบ้านนาตะกรุด ๒ ทางนี้ ยังไม่ได้ปรับปรุงให้ เพราะฉะนั้นรถไปจะวิ่งติดอยู่เปึนประจําครับ
๕. ขอให้สร้างเขื่อนกั้นน้ําป์าสักเพื่อพัฒนาลุ่มแม่น้ําป์าสักกักน้ํา ไม่ให้น้ําไหลเลยมาจะได้เอาใช้เปึนประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงพืชและสัตว์ แล้วก็ขอตั้ง โรงงานผลิตกระแสไฟฟัาเพื่อปัองกันน้ําท่วมตอนใต้ด้วยครับ เพราะที่กรุงเทพมหานคร และเมืองบริวาร ๑๐ กว่าจังหวัด ถ้าน้ําแม่น้ําป์าสักไม่กั้นไว้ก็จะน้ําท่วม
๖. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมการปลูกยางพารา เพราะยางพาราที่จังหวัดลพบุรีได้ผลดีแล้วครับ
๗. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมการปลูกปาล์มเพราะปาล์ม ในจังหวัดลพบุรีถึงปัจจุบันนี้ก็มีเปึนหมื่นไร่แล้วครับ แต่ว่าทางราชการยังไม่ได้เข้าไปดูแล
๘. ขอให้ส่งเสริมให้ตลาดคลองลํานารายณ์เปึนตลาดศูนย์กลางจําหน่ายปลา แล้วก็จําหน่ายผักพืชสวนครัว ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องส่งมาที่คลองรังสิตมีค่าใช้จ่ายการขนส่งสูง อย่างตลาดคลองลํานารายณ์พืชผักสวนครัวที่มีก็ต้องส่งเข้ามาตลาดกลางก่อน เพราะตลาดกลาง มีทุนให้ ทีนี้ตลาดท้องที่ไม่มีทุนสํารองก็เลยต้องส่งมาตลาดกลาง ตลาดกลางก็ขายเพิ่มชาร์จ (Charge) ราคาเข้าไป แล้วก็ยังต้องขนกลับไปกลับมาเสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุครับ ส่วนรายละเอียดผมได้ส่งเปึนหนังสือกราบเรียนท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปคุณนาราชา สุวิทย์ อยู่ไหม ต่อไปคุณไกร ดาบธรรม อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณฮอชาลี ม่าเหร็ม ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณขยัน วิพรหมชัย เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลําพูน
เรื่องที่ ๑ ขอกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงบประมาณ ไปดําเนินการขุดลอกอ่างวังชุมภู อ่างห้วยทราย อ่างห้วยขี้เหล็ก อ่างดอยแล ในเขตพื้นที่ ตําบลศรีบัวบาน อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ซึ่งอ่างดังกล่าวตื้นเขิน และพี่น้องไม่มีน้ํา ที่จะทํานา
เรื่องที่ ๒ ขอกรมชลประทานสํารวจดําเนินการก่อสร้างอ่างห้วยหละ ในเขตพื้นที่ตําบลป์าพลู อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน อ่างห้วยสามเหลี่ยม บ้านป์าดํา ตําบลบ้านโฮ่ง อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ซึ่งอ่าง ๒ จํานวนดังกล่าวนั้นตื้นเขินเกษตรกร ไม่มีน้ําในการทํานาและในการดูแลพืชผลการเกษตร
เรื่องที่ ๓ ขอดําเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมถนนในเขตพื้นที่บ้านประตูป์า ถึงโรงเรียนจักรคําคณาทร ซึ่งเปึนย่านชุมชนหนาแน่นถนนดังกล่าวคับแคบ พี่น้อง ประชาชนร้องเรียนมาขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ดําเนินการขยายถนนดังกล่าวนะครับ
เรื่องที่ ๔ ถนนสายบ้านม้าถึงบ้านศรีบัวบาน ซึ่งเปึนย่านในการผลิต เฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ถนนทรุด เปึนหลุมเปึนบ่อขอให้ดําเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม ถนนสายหมู่บ้านนครเจดีย์ถึงเขตอําเภอเวียงหนองล่องซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลําพูน เปึนหลุมเปึนบ่อทรุดโทรม แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ หลายครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตอําเภอป์าซาง ส.จ. ในเขตอําเภอป์าซางว่า มีการเป่ดเล่นการพนันในเขตพื้นที่ท้องที่อําเภอป์าซาง ซึ่งสร้างปัญหาให้เกิดสังคมครอบครัวแตกแยกเปึนหนี้เปึนสิน เหตุการณ์วันที่ผ่านมา มีครอบครัวหนึ่งต้องแขวนคอตาย เพราะว่าเล่นการพนันแล้วเปึนหนี้เปึนสิน อยากจะให้ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจได้มีการเข้มงวดกวดขันและจับกุมผู้ที่เล่นการพนัน และถ้าหากปล่อย ให้มีการเล่นการพนันก็ควรที่จะต้องย้ายผู้ที่รับผิดชอบออกจากพื้นที่อําเภอป์าซาง โดยด่วน
เรื่องที่ ๕ การขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดในเขตอําเภอลี้ อําเภอแม่ทา อําเภอทุ่งหัวช้าง ขณะนี้ขึ้นทะเบียนไปจํานวนหนึ่ง ขอให้ ธ.ก.ส. ได้เร่งรัดการทําสัญญา โดยด่วน เพราะว่ามีพี่น้องผู้ปลูกข้าวโพด ข้าวโพดก็จะออกแล้ว อีกไม่กี่วันข้าวโพด ก็จะออกแล้วนะครับ ขอให้รัฐบาลได้เร่งให้ ธ.ก.ส. ได้รีบทําสัญญา เพื่อที่ชาวบ้านจะได้รับ ความช่วยเหลือเรื่องของการประกันราคาข้าวโพด ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการหารือในวันนี้ค่ะ
เรื่องแรกที่อยากจะหารือกับท่านประธาน ก็เนื่องจากดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องในเขตจังหวัดชัยภูมิค่ะ ไม่ว่าจะเปึนอําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้า อําเภอหนองบัวระเหว แล้วก็อําเภอเมืองค่ะว่าขณะนี้ได้มีน้ําท่วมในเขตตําบลหลายตําบล แล้วก็ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เหตุเกิดเนื่องมาจากว่ามันมีน้ําป์าไหลหลาก ลงมา น้ําในบึงต่าง ๆ ในหนองก็มีปริมาณที่ค่อนข้างสูง แล้วก็ประกอบกับฝนตกลงมา อย่างไม่ได้ตั้งตัว ทําให้มีปริมาณน้ําขึ้นมา ตอนนี้ท่านประธานมีสะพานในหลายหมู่บ้าน ที่เสียหายพังไปไม่สามารถจะสัญจรไปมาได้ ทําให้ประชาชนถูกตัดขาด ไม่ว่าจะเปึน ที่บ้านตาดพัฒนา ตําบลตลาดแร้ง อําเภอบ้านเขว้า สะพานตอนนี้พังไปแล้วค่ะ ท่านประธาน ชาวบ้านสัญจรออกมาภายนอกไม่ได้ อีกจุดหนึ่งที่อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือที่บริเวณบ้านห้วยแย้ ตําบลห้วยแย้ อําเภอหนองบัวระเหว ตรงนี้สะพานก็ขาดชํารุดเหมือนกัน ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเข้าไปดูแล ไม่ว่าจะเปึน การจัดหาเครื่องอุปโภค บริโภค หรือว่าไปซ่อมแซมสะพานแล้วก็หนทางที่ชํารุดเสียหาย ที่เกิดจากน้ําท่วม และที่สําคัญคงจะต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลในเรื่องน้ําที่จะมีโอกาสท่วมในอีกหลายหมู่บ้านในเขตจังหวัดชัยภูมิ เพราะขณะนี้ ปริมาณน้ําค่อนข้างจะสูง ดิฉันไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่น้ําท่วมอาจจะเกิดจากการที่มีชาวบ้าน หรือว่าบุคคลเข้าไปตัดไม้ทําลายป์าในเขตอุทยานของจังหวัดชัยภูมิหรือเปล่า เรื่องนี้ก็ต้อง ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลด้วย เนื่องจากมีข่าวลง หนังสือพิมพ์มาหลายครั้งเรื่องการลอบตัดไม้ทําลายป์าแต่ก็ยังไม่ทราบความคืบหน้า อาจจะเปึนสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดภาวะน้ําท่วมอย่างรุนแรงในจังหวัดชัยภูมิต่อไปได้ค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานก็คือ ตอนนี้พี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาบอกกับดิฉันว่าบางครั้งสวัสดิการที่จะได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่า จะเปึนเรื่องการรักษาพยาบาลก็ตามยังเปึนไปได้ค่อนข้างไม่ค่อยสะดวก แต่ว่าผู้ใหญ่บ้าน กํานัน เปึนบุคคลที่ต้องยอมรับว่ามีงานมีการอะไรต้องผ่านตัวแทนเหล่านี้ทั้งนั้น แต่ว่า เมื่อเกิดการเจ็บไข้ได้ป์วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล บางครั้งก็ยังได้รับการดูแล ที่ไม่ทั่วถึง ไม่ทันท่วงที ก็อยากจะฝากท่านประธานค่ะ อย่างไรฝากกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดูแลจัดสรรในเรื่องสวัสดิการของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกํานัน หรือตัวแทน ต่าง ๆ ที่องค์กรราชการไปขอความช่วยเหลือในการทํางานของราชการ ขอให้ได้รับ การดูแลด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ไม่อยู่ครับ ต่อไปคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม กระผมขออนุญาตหารือเรื่องปัญหา การขาดแคลนน้ําดื่มน้ําใช้ และน้ําเพื่อการเกษตรของเกษตรกรและราษฎร ๖ อําเภอ ได้แก่ อําเภอท่าอุเทน อําเภอโพนสวรรค์ อําเภอบ้านแพง อําเภอนาทม อําเภอศรีสงคราม และอําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งขาดแคลนน้ําดื่มน้ําใช้และแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร ในหน้าแล้ง และในป้นี้คาดว่าจะเกิดภัยแล้งอย่างรุนแรงกว่าทุก ๆ ป้ เพราะว่าขณะนี้ยังอยู่ ในฤดูฝน ราษฎรยังขาดแคลนน้ําดื่มน้ําใช้ และเกษตรกรชาวนาปลูกข้าว ข้าวในนา แห้งตาย มีความเดือดร้อนไปทั่วทั้ง ๖ อําเภอ จึงขอให้หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องน้ําได้มีการสํารวจเตรียมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ซึ่งเปึนพื้นที่ แห้งแล้งกันดารและอยู่ห่างไกล ขาดการพัฒนาต่อเนื่องมาหลายป้ติดต่อกัน จึงขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานได้จัดเครื่องสูบน้ําไปช่วยชาวนาที่ปลูกข้าว ที่ขาดน้ําในขณะนี้ และขอให้สร้างประตูระบายน้ําที่บ้านท่าลาด ตําบลบ้านแพงและบ้านนาเข ตําบลนาเข อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ที่ได้สํารวจออกแบบไว้แล้วนั้น จะมีประโยชน์ต่อการเพาะปลูกข้าว มะเขือเทศ ข้าวโพด และสับปะรดของเกษตรกร หลายหมื่นไร่และทําการเกษตรได้ตลอดทั้งป้ และขอให้สร้างอ่างเก็บน้ําบนอุทยาน ภูลังกา ตําบลนางัว อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และสร้างฝายของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้กรมทรัพยากรน้ําได้มีการสํารวจความ เดือดร้อนของเกษตรกร ได้อนุรักษ์ฟุ๋นฟูแหล่งน้ําทั้ง ๖ อําเภอ รวมที่เดือดร้อน มี ๒๐ หมู่บ้าน และขอให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้ก่อสร้างน้ําประปาให้แก่โรงเรียน และหมู่บ้าน ซึ่งมีหลายหมู่บ้านมีปัญหาขาดแคลนน้ําดื่มน้ําใช้ และมีปัญหาน้ําประปา มีรสเค็ม ดื่มไม่ได้ ซึ่งกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนมามี ๓๐ โรงเรียน ๑๔ หมู่บ้าน กระผม จะได้ส่งเปึนหนังสือให้ท่านประธานต่อไป ขอให้กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้จัดหาถังเก็บน้ําไฟเบอร์ (Fiber) ๔-๕ ถังต่อหมู่บ้านในฤดูฝนนี้ ให้แก่ราษฎรได้เก็บน้ําไว้ใช้ในหน้าแล้ง และขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ขุดลอกหนองน้ําให้แก่เกษตรกร ขอให้กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ได้ขุดบ่อน้ําให้แก่เกษตรกรให้ทั่วถึงทั้ง ๖ อําเภอของจังหวัดนครพนม และขอขอบพระคุณหลายหน่วยงานในป้นี้ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ราษฎร ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชลประทานจังหวัดนครพนมได้นําเครื่องสูบน้ําไปช่วยเหลือ เกษตรกรหลายหมู่บ้าน กราบขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน จะขออนุญาต หารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง สืบเนื่องมาจากราษฎรหมู่บ้านป์าเส้า ตําบลอุโมงค์ จังหวัดลําพูน ได้ร้องเรียนผ่านมายังกระผมว่า เทศบาลได้อนุญาตให้สร้างโรงงานผลิตกล่องกระดาษ ซึ่งราษฎรในหมู่บ้านดังกล่าวนั้นไม่มีความประสงค์ที่จะให้ก่อสร้างโรงงานประเด็น ข้อหารือของกระผมก็คือว่า การใช้อํานาจระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเรื่องนี้ทางเทศบาลอุโมงค์นั้นอนุญาตให้มีการสร้างโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้กฎหมายอีกหนึ่งฉบับ แต่ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมนั้นใช้กฎหมาย ว่าด้วยการขออนุญาตให้สร้างโรงงาน ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้ถ้าบูรณาการร่วมกันก็ดี เพราะว่า ถ้าเทศบาลอนุญาตให้โรงงานดําเนินการก่อสร้างแล้ว เมื่อสร้างเสร็จจะต้องไปขออนุญาต กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่ออนุญาตให้เป่ดโรงงาน เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่อง ก็ต้องมาทําประชาพิจารณ์ ถ้าประชาพิจารณ์ไม่ผ่านโรงงานนั้นก็จะกลายเปึนโรงงานร้าง เนื่องจากไม่สามารถเป่ดเดินเครื่องได้ ซึ่งเรื่องนี้นั้นมีปัญหาไม่ใช่เฉพาะในเขตตําบลอุโมงค์ เท่านั้น แม้แต่เขตอําเภอบ้านธิ หลายโรงงานก็ประสบปัญหาทํานองเดียวกัน ซึ่งจะกลายเปึนเรื่องที่น่าเสียดายที่การบูรณาการเรื่องของกฎหมายนั้นแต่ละหน่วยงาน ไม่ได้ร่วมกัน แล้วเคราะห์กรรมหรือว่าความเสียหายก็จะตกอยู่กับเจ้าของโรงงานที่ไม่ได้ ดําเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ก็จะกลายเปึนโรงงานที่ร้างและไม่สามารถที่จะ ดําเนินการใด ๆ ได้ ก็กลายเปึน เอ็นพีแอล (NPL) ทําให้ระบบเศรษฐกิจและทําให้ที่ดิน บริเวณดังกล่าวนั้นเสียหายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ประเด็นข้อเสนอของกระผม ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมให้นําเรื่องของหมู่บ้านป์าเส้า ตําบลอุโมงค์ จังหวัดลําพูน นั้นเปึนกรณีตัวอย่าง ว่าต่อไปนี้ถ้าท้องถิ่นจะอนุญาตต้องปรึกษาหารือ กับกระทรวงอุตสาหกรรมเปึนอันดับต้นก่อนเพื่อปัองกันโรงงานในการที่จะ ดําเนินการแล้วไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเครื่องก็จะกลายเปึนโรงงานร้างและเปึน เอ็นพีแอล แล้วก็จะทําให้เกิดความเสียหายในระบบเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวัชระ เพชรทอง เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของประชาชนนั้นมีทุกวัน ผมจึงขอ อนุญาตหารือท่านประธานว่า ท่านอาจารย์เจือ สุวรรณเจริญ ซึ่งเปึนอาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่ ในเขตหนองแขมก็ปรารภมาว่า ถนนจากสี่แยกเลียบคลองภาษีเจริญฝัืงเหนือเข้าไปยัง วัดหนองแขมนั้นมีสภาพที่ชํารุดและแคบ และต้องการที่จะให้กรุงเทพมหานคร ไปดําเนินการปรับปรุงระยะทางก็ไม่ถึง ๑ กิโลเมตร
เรื่องที่ ๒ ภายในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ หมู่บ้าน เศรษฐกิจนั้นเปึนหมู่บ้านจัดสรรแห่งแรกของฝัืงธนบุรีสร้างโดยท่านอดีต ส.ส. ไถง สุวรรณทัต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ปัจจุบันถนนภายใน หมู่บ้านเศรษฐกิจเล็กแคบและเวลาฝนตกน้ําท่วมขังกลายเปึนคลอง ซึ่งพี่น้องในหมู่บ้าน เศรษฐกิจต้องการที่จะให้กรุงเทพมหานครไปดําเนินการปรับปรุงถนนในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ตลอดทั้งสายโดยด่วน และด้านหลังนั้นมีทะเลสาบซึ่งได้สร้างเอาไว้แต่ปัจจุบันมีทุ่งปรือ ขึ้นปกคลุมไปหมด ซึ่งทางพี่น้องก็ต้องการที่จะให้ขุดลอกทะเลสาบเพื่อที่จะใช้เปึนแก้มลิง ต่อไป
ท่านประธานครับ เรื่องถัดมา ท่านประธานชุมชนฉัตรชัย เสริมโชค ได้หารือกับผมเพื่อกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานครับ ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร ได้จ่ายเงินอุดหนุนให้กับชุมชนต่าง ๆ เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เพื่อพัฒนาชุมชนทุกชุมชน ปรากฏว่าทางประธานชุมชนฉัตรชัย เสริมโชค ต้องการที่จะให้กรุงเทพมหานครได้จ่าย เปึนรายป้ คือป้ละ ๖๐,๐๐๐ บาท ได้หรือไม่ เพื่อที่จะให้ชุมชนได้บริหารจัดการเอาเอง ชุมชนในกรุงเทพมหานครมี ๑,๐๐๐ กว่าชุมชน ท่านประธานครับ แต่สําหรับชุมชนที่มี การทุจริต คือใช้ใบเสร็จปลอมไปเบิกเงินกับกรุงเทพมหานครนั้น กรุงเทพมหานครก็ต้อง ปรับปรุงไม่ให้มีการทุจริตต่อไป
และอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ คือเรื่องเงินกู้นอกระบบ พี่น้อง ประชาชนมีความเดือดร้อนมาก จ่ายเงินกู้นอกระบบร้อยละ ๒๐ ดอกลอยก็มี และมีการ ข่มขู่พี่น้องประชาชน พ่อค้า แม้ค้ารายย่อยได้รับการเดือดร้อนจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ต้องการเห็นกระทรวงการคลังโดยเฉพาะรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้มาแก้ไขปัญหานี้ โดยด่วนและเรื่องน้ําท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ปรากฏว่าคู คลอง ลําประโดง ถูกนายทุนที่ไร้ศีลธรรม ห้างสรรพสินค้า ไปบุกรุก ยึดครอง อยากจะถาม กรุงเทพมหานครว่า ปัจจุบันได้ดําเนินการทางคดีไปถึงไหนแล้ว และจะดําเนินการให้ คู คลองเหล่านั้นกลับมาเปึนของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ และในหมู่บ้านเอื้ออาทร ซอยเพชรเกษม ๘๑ เขตหนองแขม มีปัญหามาก มีถึง ๓๙ อาคาร ต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ฯพณฯ อิสสระ สมชัย ไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนในเขตหนองแขม ท่านประธานที่เคารพครับ ผลจากการหารือท่านประธาน ทําให้กรมทางหลวงชนบท ได้อนุมัติงบประมาณ ๒๒ ล้านบาท ไปปรับปรุงถนนกัลปพฤกษ์ ในช่วงที่มีปัญหาบริเวณ หน้าหมู่บ้านอินทรา และสี่แยกซอยกํานันแม้น และขอขอบคุณผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้อนุมัติไฟอัจฉริยะให้กับหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๔ เขตหนองแขม ซึ่งเปึนหมู่บ้านที่ใหญ่ ที่สุด ขอขอบคุณครับ
ต่อไปคุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกษตรกรอําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร้องเรียนผมมา โครงการรับจํานําข้าวของรัฐบาล ป้ ๒๕๕๒ ผ่าน ธ.ก.ส. เกษตรกรที่อําเภอแม่อายนําข้าวจํานํากับธนาคาร ธ.ก.ส. จํานําอยู่ ๓ เดือน ตามสัญญา ธ.ก.ส. จะต้องไปเอาข้าวจากเกษตรกรในยุ้งฉางของเกษตรกรที่ฝากไว้ วันนี้ผ่านมาได้ ๗ เดือนแล้วครับท่านประธาน ธนาคารยังไม่ได้ไปนําข้าวจากยุ้งฉางของ ธ.ก.ส. ออกมา เกษตรกรเขาได้รับความเดือดร้อน เฉพาะไม่ไปเอาข้าวในยุ้งฉางก็ยังพอทน แต่ ธ.ก.ส. มีหนังสือถึงเกษตรกร ให้เกษตรกรชําระดอกเบี้ย ไม่ไปเอาข้าวยังจะต้องคิด ดอกเบี้ยกับพี่น้องเกษตรกรอีก มันทําความลําบากให้กับพี่น้องเกษตรกร ข้าวนาป้ ป้ใหม่นี้ก็จะออกมาแล้ว เกษตรกรเขาจะเอาข้าวที่ออกใหม่นี้เก็บไว้ในยุ้งฉางต่อไป ขอฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องเกษตรกร ที่เอาข้าวไปจํานํากับ ธ.ก.ส. ๓ เดือนจะไปรับข้าวมา วันนี้ผ่านไปได้ ๗ เดือนแล้ว ขอย้ําอีกครั้ง เรื่องของคิดดอกเบี้ยกับเกษตรกร ขอฝากท่านประธานไปยัง ผู้รับผิดชอบด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
คุณสมบูรณ์จะเลื่อนไหม หรือจะพูด คุณจะเลื่อนใช่ไหม เลื่อนรอให้คนของคุณมาก่อน ถ้าอย่างนั้นก็คุณสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณองอาจ วงษ์ประยูร ไม่อยู่นะครับ ท่านผุสดี ตามไท เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ค่ะ สิ่งที่จะหารือในวันนี้เปึนเรื่องของสภาพทางสังคม เปึนเรื่องของการที่สมาชิกใช้ความรุนแรงที่มากขึ้น ๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การที่ใช้ความรุนแรงที่บ้านในครอบครัว แล้วก็เปึนเรื่องของความรุนแรงในที่สาธารณะ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ท่านคงจะได้ยินข่าว เช่น นายก อบต. ไปลุกขึ้นใช้ป๋น ทุบกับปลัด อบต. หรืออันนี้มาใกล้ตัวเข้ามาหน่อย เรื่องของสถานศึกษาเปึนเรื่อง พฤติกรรมของเยาวชนทั้งสิ้นนะคะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการตบตีกัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การที่ใช้คัทเตอร์ (Cutter) กรีดศีรษะ ท่านประธานคะ การใช้ความรุนแรงอย่างนี้เปึนเรื่อง ของความไม่มีอารยธรรมอย่างที่สุด ดิฉันทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีบัญชาสั่งกําชับสถานศึกษาให้ดําเนินการอย่างเข้มงวด แม้กระนั้นก็ตามท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เวลาบอกให้ผู้ปฏิบัติทําการอย่างเข้มงวดอย่างนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่า เขาเข้าใจหรือไม่เพียงใด ดิฉันอยากจะขอหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการให้ได้ลุกขึ้นทําเรื่องของการฝ๊กอบรมให้กับครูบาอาจารย์ที่ดูแล นักเรียนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเปึนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรืออาชีวศึกษาก็แล้วแต่ เรื่องของการที่ต้องใช้สันติวิธีในวิถีชีวิต และเปึนเรื่องของการสร้างวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้หมายถึงจะต้องไปสร้างหลักสูตรได้เด็กใหม่ แต่เปึนการทําความเข้าใจให้เลือกที่จะใช้สันติวิธี ท่านประธานคะ ดิฉันเสียดายมากเลย เพราะสังคมไทยนั้นมีสิ่งที่แข็งแกร่งอย่างมากก็คือเรื่องของการที่ปฏิบัติต่อกัน ด้วยความอาทร วันนี้ไม่ทราบตรงนี้หายไปไหนแล้ว และกําลังเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า การใช้ความรุนแรง ไม่ชอบหน้าใคร ผิดใจเรื่องอะไรก็ไปเที่ยวไล่ทุบ ไล่ตี อย่างนี้ดิฉันคิดว่า ต้องเลิกค่ะ แล้วก็เปึนความจําเปึนเร่งด่วนที่ควรจะเปึนวาระแห่งชาติเสียด้วยซ้ําไป ก็เลย อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ด้วยความมุ่งมั่น ฝากท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องช่วยกันเถอะค่ะ ทําเรื่องนี้ให้เปึนจริงเปึนจัง จะได้เลิกความรุนแรง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ลดความรุนแรง ที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ สภายินดี ต้อนรับนักศึกษา สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย กรุงเทพธนบุรี ทั้ง ๖๔ ท่านด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปคุณอํานวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย เนื่องจากผมได้รับคําร้องเรียนจากนายกเทศบาลตําบลท่าหลวง ต้องการขุดลอกคลอง โดยเฉพาะแก้มลิงในเขตเทศบาลนะครับ ทางเทศบาลได้ทําเรื่องของบประมาณไปที่ กรมชลประทาน งบประมาณทั้งหมด ๑๔ ล้านบาท และเขาก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเร่งดําเนินการขุดลอกคลองแก้มลิงให้กับเทศบาล ตําบลท่าหลวงด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันครับ เทศบาลตําบลท่าหลวงได้ทําหนังสือ ถึงกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เรื่องเกาะกลางถนนบ้านท่าหลวง ซึ่งมีอุบัติเหตุ บ่อยครั้งนะครับ ทางเทศบาลต้องการเปึนเกาะเพื่อจะได้ลดชะลอความเร็วของรถ เพื่อปัองกันอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชนในเขตตําบลท่าหลวง และ
เรื่องที่ ๓ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครซึ่งจะเป่ดการเรียนการสอน ให้กับนิสิตนักศึกษาในเขตอําเภอชัยบาดาลยังขาดระบบประปา ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ได้ทําหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ขอประปา ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่ได้รับงบประมาณ แต่โรงเรียนใกล้จะเป่ดแล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ช่วยเร่งดําเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ
และอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องในหมู่บ้านแก่งพะกูด ซึ่งจะเปึนโครงการวางท่อน้ํา จากเขื่อนป์าสักไปสู่บ้านทรัพย์จําปา ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งไปดําเนินการสํารวจประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อที่จะได้บรรเทาความเดือดร้อนให้กับ กลุ่มเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาวไร่อ้อยนะครับ ซึ่งช่วงฤดูแล้งนี้ขาดแคลนน้ํา หากได้น้ําในส่วนนี้ไปใช้เพื่อการเกษตรในอําเภอท่าหลวงแล้วนี่จะแก้ปัญหาขาดแคลนน้ํา อย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่ง ดําเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ
สภายินดีต้อนรับเกษตรกร หม่อนไหมทอผ้า นําโดย ส.ส. สมบูรณ์ จากจังหวัดตรังนะครับ ด้วยความยินดี เชิญ ส.ส. สมบูรณ์เอาสัก ๒ นาทีก็พอนะครับ เอาเปรียบคนอื่นเขา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานนะครับที่ให้โอกาสพี่น้องเกษตรกรกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี อําเภอนาโยง จังหวัดตรัง ได้มีโอกาสเข้ามาฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ซึ่งกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี อําเภอนาโยง จังหวัดตรัง เปึนกลุ่มทอผ้าที่มีชื่อเสียง ไปทั่วประเทศ ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ โดยสถาบันหม่อนไหม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้นํามาศึกษาดูงาน การทอผ้าไหมที่จังหวัดลําพูน ซึ่งได้รับการประสานจาก ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย แล้วก็ได้รับ การประสานดูแลอย่างดีจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ นะครับ ซึ่งกลุ่มแม่บ้านทอผ้านาหมื่นศรีก็จะนําวิธีการทอผ้าไหมเอาไปปรับใช้กับพี่น้องเกษตรกร ที่ทอผ้าอยู่ที่จังหวัดตรัง เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร กลุ่มทอผ้ามีความประสงค์อยากให้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ไปจัดสร้างพิพิธภัณฑ์การทอผ้าให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งในสมัย ปู์ ย่า ตา ยายของกลุ่มเกษตรกรกลุ่มนี้นะครับ ได้ทอผ้าไว้เปึนลายต่าง ๆ นะครับ เปึนร้อย ๆ ลายด้วยกันครับท่านประธาน สวยงามมาก กลุ่มทอผ้าก็อยากเก็บไว้เปึน ที่ระลึก เปึนสมบัติของแผ่นดิน ให้รู้ว่าเดิมปู์ ย่า ตา ยายเปึนคนที่มีฝ้มือมากนะครับ ก็อยากให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ไปจัดทําพิพิธภัณฑ์การทอผ้าของกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี อําเภอนาโยง จังหวัดตรังครับ และส่วนที่ ๒ คณะกลุ่มที่เดินทางมาร่วมในครั้งนี้ก็คือ คณะกรรมการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรังครับ ซึ่งเขาเปึนส่วนหนึ่งของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้มีโอกาสเปึนส่วนร่วมทางการเมือง วันนี้ได้มาฟัง การประชุมรัฐสภา แล้วก็เห็นการทํางานของ ส.ส. แล้วก็ ส.ว. ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานมากครับ
ต่อไปคุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ไม่อยู่นะครับ คุณชลน่าน ศรีแก้ว ไม่อยู่นะครับ คุณอนุสรา ยังตรง ไม่อยู่นะครับ คุณฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉันหารือ วันนี้ดิฉันมีมา ๒ เรื่องค่ะ เรื่องน้ํา และเรื่องไฟค่ะ ปัญหาของประชาชน
ท่านประธานคะ มีผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่งค่ะ ท่านชื่อบุญมา พรหมเจริญ เปึน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๑ ตําบลแปลงยาว อําเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้มีหนังสือ มาถึง ส.ส. วุฒิพงศ์ ฉายแสง และ ส.ส. ฐิติมา ฉายแสง นะคะ ให้ช่วยแก้ปัญหา ซึ่งท่าน เปึนตัวแทนของราษฎรในหมู่ ๓ หมู่ ๘ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๒ หมู่ ๑๓ ของตําบลแปลงยาว และหมู่ ๗ หมู่ ๙ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๑ ของตําบลหัวสําโรง ซึ่ง ๒ ตําบลนี้อยู่ในอําเภอ แปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ มีปัญหาว่าเวลาถึงฤดูฝนน้ําก็ท่วม เวลาฤดูแล้งน้ําก็ขาด เพื่อจะอุปโภค บริโภคหรือว่าจะเลี้ยงสัตว์หรือการประมงก็ตาม เพราะว่าคลองวังด้วน แบ่งเขตระหว่างตําบลแปลงยาวกับตําบลหัวสําโรงนั้น ซึ่งมีความยาว ๙ กิโลเมตร ตื้นเขิน และมีวัชพืช จนไม่สามารถจะเรียกได้ว่าเปึนคลองเลยค่ะ ขอให้ท่านประธานส่งต่อไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําการขุดลอกคลองโดยด่วนนะคะ เพราะประชาชนเดือดร้อน มาก แล้วก็องค์การบริหารส่วนตําบลของทั้ง ๒ ตําบลนั้นไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงไม่ได้ขุดลอกคลองนี้มาเปึนเวลายาวนาน จนประชาชนบอกไม่ได้แล้วว่ากี่ป้ค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน เปึนเรื่องของไฟฟัาของตําบลบางกะไห ซึ่งดิฉัน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกํานันถวิล ยังให้ผล ของตําบลบางกะไห อําเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขาบอกมาว่าในพื้นที่ของตําบลบางกะไหนั้นมีกระแสไฟฟัาตก แต่มีเรื่องที่น่าสนใจ ตรงนี้ค่ะท่านประธานคะ เห็นใจประชาชนจริง ๆ เลยค่ะว่าทุก ๆ วันของตําบลบางกะไหที่ฟัองดิฉันมานี่นะคะ เวลา ๕ โมงเย็นซึ่งยังไม่มืด แต่ประชาชนจะต้องเป่ดไฟทันทีแล้วละค่ะ เปึนการช่วงชิง กระแสไฟฟัาท่านประธาน ถ้าไม่เป่ดตั้งแต่ ๕ โมงเย็นหลอดไฟดวงนั้นก็ดี หรือทีวี หรืออะไรก็แล้วแต่อาจจะไม่ติดในวันนั้นไปเลยนะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นพื้นที่ ของตําบลบางกะไห ซึ่งโดยรวมแล้วก็มีปัญหาเรื่องกระแสไฟฟัาตกทั้งนั้น แต่ว่าหมู่ ๖ หมู่ ๘ แล้วก็หมู่ ๙ นี่คือโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะมีปัญหาหนักมาก หมู่ ๖ ถามว่าทําอย่างไร เขาต้องไปอาศัยหม้อแปลงจากหมู่ ๕ ที่ต้นทาง จากฝัืงคลอง จากหมู่ ๔ อีกค่ะ ไม่อย่างนั้นกระแสไฟฟัาก็จะไม่มีเลย เดือดร้อนมากจริง ๆ ก็ขอความกรุณาท่านประธาน เช่นเคยนะคะว่าส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการไฟฟัาส่วนภูมิภาคจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ช่วยเพิ่มหม้อแปลงไฟฟัาให้กับประชาชนในตําบลบางกะไห อําเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ทางรัฐสภา ยินดีต้อนรับ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตคิวบาประจําประเทศไทย คือ ฯพณฯ ลาซาโร เอร์เรรา มาร์ตีเนซ (H.E. Mr. Lazaro Herrera Martinez) ด้วยความยินดีนะครับ ขอขอบคุณ ฯพณฯ นะครับ ต่อไปคุณสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานได้เรียกผมขึ้นมาหารือ
พูดเลย
ผมได้ไปทําหน้าที่ประธาน คณะอนุกรรมาธิการครับ เลยกราบขอโทษท่านประธานด้วยครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีจากพรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องที่ผมอยาก ปรึกษาหารือท่านประธาน เพื่อกราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรอําเภอศรีราชา ๔ ตําบลนะครับ คือตําบล เขาคันทรง ตําบลบึง ตําบลบ่อวิน และตําบลหนองขาม เรื่องเกี่ยวกับการแบ่งเขตราชการ ของตํารวจที่ไม่ถูกต้องนะครับ แต่เดิมแล้วพี่น้องในเขตอําเภอศรีราชา ๔ ตําบลที่ผม กล่าวถึงนั้นมีการแจ้งใน ๒ สถานีตํารวจภูธรครับ คือตําบลเขาคันทรงและตําบลบ่อวินนั้น แจ้งอยู่กับ สภ.อ. สุรศักดิ์ ตําบลบึงและตําบลหนองขามนั้นแจ้งกับ สภ.อ. หนองขาม แต่เมื่อวันที่ ๗ กันยายน มีการเปลี่ยนแปลงเขตราชการของตํารวจ กล่าวคือตําบล เขาคันทรงไปรวมกับ สภ.อ. หนองขาม แล้วตําบลบ่อวินไปรวมกับ สภ.อ. บึง ซึ่งผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าสภาพทางภูมิศาสตร์ของ ๔ ตําบลนี้เปรียบเสมือนกล่อง ๔ กล่องเรียงกันครับ เริ่มจากทางซ้ายตําบลเขาคันทรงเปึนกล่องที่ ๑ กล่องที่ ๒ ตําบลบ่อวิน กล่องที่ ๓ ตําบลบึง และกล่องที่ ๔ คือตําบลหนองขาม ตามปกติกล่องที่ ๑ กับกล่องที่ ๒ ควรจะรวมกันครับ คือเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาก็ตาม ชาวบ้านพี่น้องประชาชนที่คิดพึ่งหน่วยราชการอันดับแรก ที่เขาคิดถึงคือตํารวจครับ กล่องที่ ๑ กับกล่องที่ ๒ ก็ควรจะแจ้งที่ สภ.อ. สุรศักดิ์ ซึ่งมีพื้นที่ ต่อกัน กล่องที่ ๓ กล่องที่ ๔ คือตําบลบึงแล้วก็ตําบลหนองขามนั้นก็จะแจ้งที่กล่องที่ ๔ ครับ ก็คือ สภ.อ. หนองขาม แต่เมื่อมีประกาศวันที่ ๗ กันยายน ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีการเปลี่ยนแปลงเขตอํานาจการปกครองสืบสวนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติมาแล้ว ทําให้กล่องที่ ๑ จะต้องไปรวมกับกล่องที่ ๔ ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้น ใช้เวลาเดินทางไปกลับ ประมาณสัก ๕๐-๖๐ กิโลเมตร รายชื่อที่ผมมีอยู่ในมือนี้ประมาณสัก ๔,๐๐๐ รายชื่อ พี่น้องประชาชนมีเขียนที่อยู่แล้วก็ชื่อตัว ชื่อนามสกุล รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ เดือดร้อนมากครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าหลังจาก ๖ โมงเย็นแล้ว รถโดยสารที่จะเดินทางไปแจ้งความ ที่สถานีก็ไม่มีครับ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น โทรศัพท์ไป มีการสับสนวุ่นวายทั้งกําลังพล ที่เปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจ มีการสับสนทางผู้นําท้องถิ่นว่าหลังจากนี้ควรจะไปแจ้งที่ไหน ผมเองได้เชิญท่านผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดชลบุรีร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มาหารือในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ ซึ่งปัญหานี้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจและทางจังหวัดบอกว่า เปึนการเปลี่ยนแปลงทางอํานาจศาล ซึ่งเราก็เข้าใจครับ แต่ว่าเนื่องจากเวลาเหลือน้อย และผมเอง ก็บอกว่าปัญหานี้เกิดมานานแล้ว อยากจะให้ท่านประธานปรึกษาไปทาง ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ให้ช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะว่าพี่น้องประชาชนในเขต ๔ ตําบลนี้เดือดร้อนมากครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงนะครับที่ได้ให้โอกาส ผมได้หารือท่านในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ ผมได้ออกไปพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้เปึนฤดู ที่มีการทอดเทียนในงานเข้าพรรษา ถึงวันพระจะมีการทอดเทียน เพราะฉะนั้นแต่ละหมู่บ้านนั้น จะมารวมกันที่วัดหลายวัด ผมก็ได้รับการร้องเรียนในเรื่องถนนไร้ฝุ์นเปึนอย่างมากนะครับ ในเขตอําเภอไชยวาน โดยเฉพาะยกตัวอย่าง ตําบลคําเลาะ ถนนเส้นนี้ไปยังตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ ท่านพ่อใหญ่คนหนึ่งท่านได้มานั่งร้องไห้ว่า เอ๊ะ ถนนตรงบ้านวังชมภู ตอนแรกจะมาสร้างแล้ว มาตอกหมุดแล้วนะครับท่านประธาน แต่ทําไมหมุดมันหายไป ตอนกลางคืนก็ไม่รู้นะครับท่านประธาน อยากจะฝากท่าน มีที่พึ่งที่เดียวคือท่านประธาน ท่านช่วยแจ้งหนังสือที่ผมได้หารือท่านไปหารัฐบาลด้วย บอกให้ไปทําถนนบ้านวังชมพู กับบ้านดงพัฒนา ตําบลคําเลาะ อําเภอไชยวาน แล้วก็ไปตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ ถนนตรงนี้ชํารุดทรุดโทรมมาก ท่านประธานก็ฝากท่านด้วยนะครับ แล้วก็ปัญหา เรื่องโรงเรียนบ้านตาดราษฎร์สมบูรณ์ของบประมาณไปสร้างนานแล้ว รื้อแล้วก็ไม่มี อาคารเรียน ทางคณะครูนักเรียนและผู้ปกครองได้มาหาผมที่บ้านบอกว่าช่วยนําเรื่องนี้ ไปหารือท่านประธานให้หน่อย มีที่พึ่งที่เดียวคือท่านประธานนะครับ เพราะว่าทางรัฐบาล ส.ส. ไม่สามารถที่จะไปหารือกับรัฐบาลได้ก็มีแต่ท่านประธานนะครับ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ผมได้นําหารือท่านนั้นไม่ใช่เฉพาะบ้านวังชมภู บ้านดงพัฒนา หลาย ๆ หมู่บ้าน ในจังหวัดอุดรธานีนั้นรู้สึกว่างบประมาณบางครั้งจัดไปแล้วสมัยรัฐบาลก่อน รัฐบาลนี้ก็มาย้ายก็มี อย่างไรก็ฝากท่านด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านครับ
ต่อไปคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ผมขอหารือกับท่านประธานเพียง ๒-๓ เรื่องสั้น ๆ
เรื่องแรกเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากว่าตอนนี้ การศึกษานั้นไม่ว่าประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาเราไม่มีหน่วยงานระดับอําเภอ ในขณะที่ เรามีผู้ว่าราชการจังหวัด มีนายอําเภอ มีหน่วยงานระดับอําเภอ แต่หน่วยงาน ทางการศึกษาไม่มีหน่วยงานสังกัดนี้ดูแลโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอําเภอต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในโอกาสต่อไปถ้าหากมีการแก้ไข พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ก็ได้ช่วยกรุณาพิจารณาเรื่องนี้ด้วย
เรื่องต่อไปเรื่องอาคารเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาก็ดี มัธยมศึกษาก็ดี ในเขตพื้นที่การศึกษาชํารุดเปึนส่วนมาก แต่ว่าไม่มีงบประมาณในการซ่อมสร้าง ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาด้วยครับเรื่องนี้
เรื่องที่สาม เนื่องจากว่าปัญหาศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ตอนนี้ ก็มีเสียงเรียกร้องจากพระเจ้า พระสงฆ์ และประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธทั่วไป ในเมื่อเมืองไทยเปึนเมืองพุทธ ประเทศเขมรก็ดี ประเทศพม่าก็ดี ประเทศอื่น ๆ ก็ดี ในแถบภูมิภาคนี้นับถือศาสนาพุทธเขายังกล้าเขียนลงไปในกฎหมายรัฐธรรมนูญว่า ให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ท่านประธานครับ ศาสนาพุทธนั้นเปึนศาสนาที่จะเรียกว่า สมถะ ก็ได้ ไม่รุกรานศาสนาอื่น อย่างเช่นในประเทศมาเลเซียก็มีพุทธนะครับ แต่ว่าพุทธก็อยู่อย่างพุทธ ปฏิบัติธรรม ตามคําสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยไปรุกรานในศาสนาอื่น เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงเรียกร้อง ของประชาชนทั่วไป และพระสงฆ์องคเจ้าหรือชาวพุทธทั่วไป ให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนา ประจําชาติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญคุณชมภู จันทาทอง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย
เรื่องแรกที่ดิฉันเองจะหารือ คือเรื่องถนนลูกรัง ดิฉันได้ออกไปเยี่ยมเยียน พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่บ้านฟัาประทาน ตําบลสังคม อําเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ถนนลูกรังจากบ้านฟัาประทานไปถึงบ้านผาแดง ตําบลสังคม อําเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ช่วงนี้แย่มาก ยิ่งเปึนช่วงฤดูฝน ถนนเส้นนี้เปึนถนนซึ่งเปึนทางลัดที่พี่น้องประชาชนนั้น จะต้องใช้สัญจรขนสินค้าเกษตรออกไปสู่อําเภอ ซึ่งทําให้ประชาชนนั้นได้รับ ความเดือดร้อน อย่างไรตัวดิฉันเองก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงคมนาคม ที่รับผิดชอบอยากให้ถนนลูกรังนั้นเปึนถนนไร้ฝุ์น
เรื่องที่สองที่ตัวดิฉันอยากจะหารือท่านประธาน ก็คือเรื่องน้ําประปา ในหมู่บ้าน ประปาในหมู่บ้านแห่งนี้อยู่หมู่ ๑ ของบ้านกองนาง อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ประปาแห่งนี้ใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๙ ประมาณ ๔๓ ป้แล้วเปึนประปาที่ใช้เก่ามาก ตัวดิฉันเอง ขอชื่นชมทั้งท่านนายก อบต. ตําบลกองนาง ซึ่งเปึนผู้หญิง จบปริญญาโท เปึนนางสาวด้วย ท่านก็เห็นความสําคัญตรงนี้ ตัวดิฉันเองก็ได้ไปดูว่าประปาแห่งนี้เปึนประปาที่ไม่มี คุณภาพแล้วค่ะ ผลิตน้ําออกมาทั้งเหลือง ทั้งแดงค่ะท่านประธาน แล้วใช้ทั้งหมด ๔ หมู่บ้าน ทั้งหมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๑๐ แล้วก็หมู่ ๑๑ ทําให้ฤดูแล้งน้ําประปาไม่พอใช้ ตัวดิฉัน ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงมหาดไทยว่าอย่างไรขอให้บําบัดทุกข์บํารุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนซึ่งเดือดร้อน เพราะว่าถ้าหมู่บ้านนั้นขาดน้ําไปหล่อเลี้ยง ในชีวิตประจําวันแล้วก็จะทําให้ชีวิตประจําวันของเขานั้นแย่ไป ดิฉันขอฝาก ทางท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงมหาดไทยเหมือนกันที่จะได้ดูแลพี่น้องประชาชน แล้วนายก อบต. ตําบลกองนางนั้นท่านก็ได้ทําโครงการเสนอตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ อย่างไรดิฉันก็จะฝากโครงการนี้ ฝากท่านประธานไปอีกทีหนึ่งเพื่อจะผ่าน กระทรวงมหาดไทยอีกต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
สภายินดีต้อนรับนักศึกษา จากสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรผู้นําการเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ ๖ ด้วยความยินดี ต่อไป คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกพรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก ขอประทานกราบเรียนหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรกคือเรื่องโครงการพระราชดําริการก่อสร้างเขื่อนแควน้อย ที่อําเภอ วัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโครงการนี้เปึนโครงการที่ดีและมีผลต่อพี่น้องประชาชน โดยใช้งบประมาณหลายพันล้านบาท แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ครับ และผมก็ เชื่อมั่นครับว่าเปึนปัญหาที่จะเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ เพราะเขตชลประทานเปึนเขตเขา เรียกว่า อู่ข้าวอู่น้ํา ปัจจุบันนี้เริ่มมีนายทุนเข้าไปดําเนินการกว้านซื้อที่ดินเปึนจํานวน แปลงใหญ่ ๆ ต่อไปพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน ไม่มีที่ดินในการทํามาหากิน จะทําทั้งที ต้องไปเช่านายทุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยากจะฝากทางท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดิน หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาลที่จะหาแนวทางการปัองกันการเปลี่ยนมือ ของที่ดินไปสู่มือนายทุนที่มีเงินมาก หรืออาจจะเปึนต่างชาติก็ว่าได้ ที่ใช้ลักษณะตัวแทน เข้ามาซื้อที่ดินในพื้นที่เขตชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเขื่อนแควน้อย จังหวัดพิษณุโลกครับ
เรื่องที่สอง คือเรื่องปัญหาภัยแล้ง ตอนนี้จังหวัดพิษณุโลกเองได้ประสบ ปัญหาภัยแล้งแล้วครับท่านประธาน ข้าวม้านในนาไม่เกิดผลผลิต มันไม่หยั่งหัวลงดิน ข้าวโพดก็ไม่ออกรวงออกฝัก ซึ่งประชาชนได้ไปแจ้งกับทางจังหวัดแล้วกว่า ๓๐,๐๐๐ ราย ได้รับความเดือดร้อนตรงนี้ ดังนั้นจึงขอให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้หาทางแก้ไข กันต่อไป จะทําฝนเทียมหรือว่าจะนําน้ําไปให้ทั่วถึงโดยการขุดลอกคูคลองก็ดีไปสู่ไร่นา ของพี่น้องประชาชนครับ
เรื่องที่สาม โครงการถนนไร้ฝุ์น ซึ่งเปึนโครงการที่ดีนะครับ มันมีอยู่หมู่ ๒ บ้านท่าง่าม ตําบลศรีภิรมย์ ระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ถนนนี้ตอนนี้ไร้ฝุ์นอยู่ครับ เพราะน้ํามันขังอยู่ไม่มีฝุ์น แต่อีกสัก ๑ เดือนผมเชื่อว่าฝุ์นครึ่งหน้าแข้งครับ ดังนั้นจึงขอให้ ทางรัฐบาลได้ไปปรับปรุงให้ถนนเส้นนี้ได้ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาในการที่จะ ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งระยะทางนั้น ๑๕ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนได้ทนใช้กัน มานาน และผมเองได้เคยร้องขอไปทางจังหวัดแล้วก็ได้รับงบปรับปรุงมาไม่กี่แสนบาท ซึ่งครั้งนั้นได้สนับสนุนเอาดินผสมลูกรังไปลงให้มันก็เลยเกิดปัญหาเพิ่มขึ้นอีกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับจังหวัดชัยภูมิประสบภาวะน้ําท่วม ฟังเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกฝนแล้ง แปลกนะท่านประธานขนาดเทวดายังลําเอียง มันเกิดอะไร ขึ้นกับประเทศไทย ท่านประธานครับ น้ําท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ วันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ วันที่ ๒๐ กันยายน ชุมชน ๒๕ ชุมชนครับ ท่วมไปประมาณ ๙ ชุมชน น้ําขนาดท่วมถึงคอเลย ท่านประธาน ฝนไม่ตกนะครับ ที่ในตัวเมือง แต่ฝนไปตกที่หลังเขาท่านประธานครับ จังหวัดชัยภูมิทุก ๆ คนภูมิใจแต่ว่าพอหน้าฝนทุกคนกลัว กลัวว่าน้ําจะท่วม ทุกครั้งที่ฝนตก ท่านประธานครับ ในเขตเทศบาลทุกคนกังวล สมัยผมเปึน ส.ส. ที่สามารถร้องเรียนได้ เคยทําเรื่องร้องเรียน สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านได้ออกแบบไว้เรียบร้อย คิดว่า จะได้งบประมาณ ปรากฏว่าแบบตอนนี้มีครบบริบูรณ์ครับเขาเขียนไว้หมดครับ เส้นน้ํา ตรงนี้จะกั้นน้ําตรงนี้ออกไป ลําปะทาว เอียงป์า แม่น้ําชี กันไว้หมดครับ แต่ปรากฏว่า ไม่มีงบประมาณ ผมได้ทําเรื่องในสมัยที่สามารถร้องเรียนได้ ตอนนี้ทําอะไรก็ไม่ได้ครับ รัฐธรรมนูญก็สกัดกั้นการดําเนินการของ ส.ส. จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีคนบอกว่าแก้ไม่ได้ ผมถึงบอกว่านี่ละครับเห็นชัดเจนครับ ผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ไม่ได้เต็มที่เลย เรื่องจะไป โยกย้ายข้าราชการเขาห้ามทํา แต่ท่านประธานก็เห็นมันเปึนอย่างไรครับ โยกย้ายกัน ไปหมด แต่เรื่องนี้มาห้ามผู้แทนราษฎรทํานะท่านประธาน ความจริงน่าจะไปห้ามว่า ส.ส. หรือรัฐมนตรีไม่น่าจะไปโยกย้ายข้าราชการได้ อันนั้นถูกต้อง ชอบธรรม แต่นี่ประชาชน เดือดร้อนนะท่านประธาน ผมเซ็นอะไรไม่ได้ครับ ดูรูปสิท่านประธาน น้ําท่วมทั้งจังหวัดเลยครับ ในเขตเทศบาลท่านครับ ดูแล้วมันอเนจอนาถใจ น่าจะมีงบประมาณครับ ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี อิจฉาจังหวัดอุดรธานี นายกเทศมนตรีอุดรธานี ท่านได้จัด งบท้องถิ่นลงไปบางส่วน แล้วรัฐบาลได้สนับสนุนหลายส่วน สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ตอนนี้จังหวัดอุดรธานี น้ําไม่ท่วม แต่ชัยภูมิยังไม่ได้เลยท่านประธาน เอสพี๒ (SP2) ไปดูแล้วก็ไม่มี ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เห็นเลย เห็นแล้วมันน่าสงสารคนในเขตเทศบาล ฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ลงไปดูแลให้หน่อยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณนริศ ขํานุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน หารือท่านประธาน
๑. เรื่องท่าเทียบเรือที่บ้านปากพล อําเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ขอให้มี การก่อสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าวนะครับ เพราะว่ามีความสําคัญทั้งการสัญจรในทะเล การนําสินค้าประมงขึ้นมาสู่ชายฝัืง แล้วก็เปึนท่าเทียบเรือสําหรับการท่องเที่ยว ขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กรุณาช่วยก่อสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าวด้วย
๒. เรื่องปะการังเทียม จากแนวพระราชดําริ พระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เรื่องความสําคัญของปะการังเทียมในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ นําไปสู่การของบประมาณ สร้างปะการังเทียมถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าแนวพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว ก็คือให้เอาสิ่งที่ชํารุดแล้ว ไม่ว่าจะเปึนรถเมล์ในกรุงเทพมหานคร ตู้โบกี้รถไฟหรือเครื่องบิน ที่ชํารุดแล้วเอาไปทิ้งทะเลเพื่อให้เกิดปะการังเทียม ไม่ใช่จะให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งงบประมาณ ของบประมาณโดยยึดแนวพระราชเสาวนีย์ ดังกล่าว ผมอยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปทบทวน การของบประมาณในการสร้างปะการังเทียม ซึ่งใช้ถึง ๑.๗ หมื่นล้านบาทนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เปึนข่าวหนังสือพิมพ์เล็ก ๆ ท้องถิ่น ในจังหวัดพังงาว่า มีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เปึนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แล้วก็ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อุทยาน แห่งชาติอ่าวพังงา ขอความช่วยเหลืออยู่นานนะครับ แต่ว่าเจ้าหน้าที่อุทยานไม่ออกมา ช่วยจนนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลง เปึนข่าวเล็ก ๆ ผมอยากให้ทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตรวจสอบข่าวนี้ด้วย เพราะว่ากระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว กระทบต่อภาพลักษณ์การทํางานของ อุทยานแห่งชาติทางทะเลนะครับ ผมอยากให้สอบสวนและหากเปึนจริงเจ้าหน้าที่ต้องถูก ลงโทษ เพราะว่าไม่ออกไปช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในทะเลนะครับ ซึ่งรอการช่วยเหลือ และเปึนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ซึ่งได้นําเงินเข้ามาสู่ประเทศมากมายแล้วก็ทางอุทยาน ก็มีครุภัณฑ์มีเรือเร็วที่พร้อมจะช่วยเหลือ แต่ว่าการละเลยดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์ ประเทศไทยเปึนอย่างยิ่งนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่ามี อบต. จากจังหวัดพัทลุง ได้มีโทรศัพท์มาถึงท่านก็คือการยกระดับ อบต. เปึนเทศบาล พัทลุงยังขาดอยู่ ๙ แห่งนะครับ ผมอยากให้ท่านประธานเร่งรัดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะยกเปึน เทศบาลและเพื่อจะให้มีการเลือกตั้งและประชาชนจะได้ประโยชน์จากการยกระดับ อบต. ดังกล่าวครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คนสุดท้ายวันนี้นะครับ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คนสุดท้ายนะครับ เพราะว่ากินเวลามากเหลือเกิน ถึงเวลา กระทู้แล้วครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ถ้าเปึนคนสุดท้ายก็ขอบคุณท่านประธานครับ เพราะว่าจะมีข่าวดีมาบอก ตอนท้าย ๆ พี่น้องที่อําเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ชื่ออําเภอก็คือดอยนะครับ เปึนภูเขาทั้งนั้น ไม่มีสนามกีฬา พี่น้อง อบต. ปงน้อย อําเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ก็ขอรับการสนับสนุนลานกีฬาเอนกประสงค์ เพราะว่าท่ามกลางภูเขานั้น มันไม่มีที่จะเล่น ฟุตบอลเลยนะครับ เปึนบ้านของครูจูหลิน อย่างไรก็ฝากท่านประธานและผู้เกี่ยวข้อง ช่วยไปดูแลหน่อยเรื่องลานกีฬา
เรื่องที่ ๒ โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไทลื้อ บ้านหาดทรายทอง ตําบลริมโขง อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย พี่น้องไทลื้อซึ่งอยู่ตะเข็บชายแดนมีแม่น้ําโขงไหลเกือบครึ่งตําบล พื้นที่สวยงามมากอยู่ตอนเหนือสุดของอําเภอเชียงของ ก็ยังขาดการดูแลจากภาครัฐ อย่างไรฝากท่านประธานบอกผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูแลหน่อยนะครับ เขาจะสร้าง พิพิธภัณฑ์เพื่อชนเผ่าของเขา
เรื่องที่ ๓ โครงการขุดลอกห้วยปลาผา หมู่ ๘ ตําบลริมโขง อําเภอเชียงของ เพราะว่าช่วงนี้น้ําหลาก ลําห้วยตื้นเขินก็ท่วมข้าวโพด ท่วมไร่ นา ของชาวบ้านตําบลริมโขง ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยไปแก้ปัญหาให้ด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ถนนสาย ๑๑๗๔ ทุ่งงิ้ว น้ําม้า ห้วยซ้อ บ้านชมพู ที่อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ก็ไปพบพี่น้องประชาชนที่อําเภอเชียงของ ไปตั้งเต็นท์ใกล้ ๆ สํานักงานของผม ท่านก็ เรียนเชิญผม แต่พอดีผมติดธุระไม่ได้ไป ท่านก็ลงพื้นที่แล้วก็ไปรับปากพี่น้องประชาชน ถนนสาย ๑๑๗๔ นั้น ก็สร้างเปึนช่วง ๆ ครับ ช่วงที่ดีก็ดีนะครับ แต่ที่ยังไม่ได้สร้าง ก็คือว่าเปึนหลุมเปึนบ่อลําบากมาก ประมาณ ๘ กิโลเมตร ก็หวังว่าท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการประจักษ์ที่ไปพบพี่น้องประชาชนคงจะช่วยดําเนินการด้วย แล้วพี่น้อง อําเภอเชียงของก็ฝากมาอีกครับว่า เงินช่วยเหลือแม่บ้านทางรัฐบาลจะจัดให้เมื่อไร ให้ อสม. ให้หน่วยงานอื่นมาเยอะแล้วครับ แม่บ้านซึ่งทํางานหนักก็ฝากมาขอ ทางท่านประธานนะครับ ไม่ขอนายกรัฐมนตรีนะครับ
เรื่องสุดท้ายนะครับ มีหมอดูเมื่อวานไปที่ตําบลริมโขงบอกว่าพักนี้ โหงวเฮ้งท่านประธานรู้สึกว่าจะดีขึ้น ดีวันดีคืนนะครับ เขาว่าจะรับผิดชอบตําแหน่งที่ใหญ่ขึ้น ผมไม่ทราบว่าจะมีตําแหน่งไหนที่มันรับผิดชอบมากกว่าประธานสภาครับ
ใหญ่ที่สุดแล้วตอนนี้
กราบขอบคุณท่านประธานครับ เขาฝากบอกมาครับ
ต่อไปนะครับ ขณะนี้มี ผู้เซ็นชื่อเข้าประชุม ๒๔๗ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผมขอเป่ดประชุม ส่วนท่านที่ค้างอยู่ ๒๐ กว่าท่าน วันพุธหน้าท่านสมคิด ท่านอะไรทั้งหมด มีหมดละครับ ชื่อเอาไว้เปึนลําดับแรก ๆ ทั้งท่านกํานันด้วยนะครับ ก็เข้าระเบียบวาระเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
ระเบียบวาระที่ ๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๑๗๒ เรื่อง โครงการปรับปรุงถนนดินลูกรัง และปรับปรุงถนนส่งเสริมการท่องเที่ยว (นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สผ ๑๒/๒๕๕๒ (ส. นิติบัญญัติ) วาสนา ๑๘/
เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุโขทัย ผมต้องขอขอบคุณต่อท่านประธานสภาเปึนอย่างสูงที่ได้บรรจุกระทู้ ถามของกระผม กระทู้ถามที่ ๑๗๒ ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในสมัยนิติบัญญัตินี้ เพื่อถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ ผมเองนั้นได้รับการร้องเรียน จากผู้นําท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนทางนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ไม่ว่าจะเปึนทางกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เกี่ยวกับถนนหนทางต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ซึ่งในสมัยตอนที่ ท่านเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยนั้น ผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่อง ถนนกับท่านไปครั้งหนึ่งแล้ว เกี่ยวกับถนน ๔ ช่องจราจร สายสุโขทัยไปกําแพงเพชร สายสุโขทัยไปศรีสัชนาลัย เกี่ยวกับความเชื่อมโยงของอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก ๓ แห่ง ต้องขอขอบคุณต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าท่านนั้น ได้อนุมัติงบไปเปึนบางส่วนประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ในการทํา ๔ ช่องจราจร สุโขทัยไปกําแพงเพชรบางส่วนแต่ว่ายังไม่ครบสมบูรณ์ ก็หวังว่า ท่านก็คงจะได้ดําเนินการให้ครบตามแผนที่ท่านได้ตอบกระทู้ผมไป แต่อีกอันหนึ่ง ที่ชาวบ้านเดือดร้อนที่ผมถามไปในคราวเดียวกันยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยก็คือ ยูเทิร์น (U-turn) หน้าวัดอินทรีย์ ถนนสิงหวัฒน์ หมายเลข ๑๒ ถนนยูเทิร์น ชาวบ้านเดือดร้อน จริง ๆ ครับ อันนี้ผมเองก็ได้หารือในสภามา ๓-๔ ครั้ง เพราะว่าถนนยูเทิร์นชาวบ้าน ออกมาจากหมู่บ้าน ตําบลเส้นเดียวกันทั้งหมด แล้วไปยูเทิร์นถนนสายหลักของ กรมทางหลวง ระยะทางยูเทิร์น ๔ กิโลเมตร ไป-กลับ ๘ กิโลเมตร ลําบากมากครับ ถ้าท่านทําอันนี้ได้พี่น้องชาวอําเภอกง พี่น้องชาวตําบลไกรใน ตําบลป์าแฝกก็จะขอบคุณท่าน เปึนอย่างยิ่งครับ อันนี้ก็หวังว่าท่านก็คงจะดูแลให้ ผมเองนั้นได้ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่องโครงการปรับปรุงถนนดินลูกรังและปรับปรุงถนนส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้ง ๒ หัวข้อนี้
ในคําถามหัวข้อแรกที่ผมจะได้ถามต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม โดยผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า ผมเองนั้นลงพื้นที่ ในจังหวัดสุโขทัย ได้มีพี่น้องโดยเฉพาะกํานัน ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ร้องเรียนเปึนจํานวนมากว่าตามโครงการที่รัฐบาลนั้นจะให้ดําเนินการเปึนถนนที่ไร้ฝุ์น ให้เปึนถนนลาดยาง เปึนถนนคอนกรีตส่วนใหญ่ แต่ก็ด้วยติดขัดปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับ เรื่องของการกระจายอํานาจที่ผ่านมา เพราะว่ากรมทางหลวงชนบทนั้นได้ถ่ายโอนให้กับ ท้องถิ่นไปเสียส่วนใหญ่ ถนนเส้นต่าง ๆ ก็โอนให้กับท้องถิ่น แต่เมื่อโอนไปแล้วท้องถิ่น ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ทั้งหมด เพราะว่าท้องถิ่นนั้นมีงบไม่เพียงพอ ศักยภาพ ในการที่จะดูแลในเรื่องถนนหนทาง ช่าง หรือว่าวิศวกร ช่างออกแบบอะไรก็ไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ และอีกอย่างหนึ่งที่ติดขัดปัญหาที่กรมทางหลวงชนบทนั้น บ่นมาตลอดก็คือเกี่ยวกับเรื่องกรมทางหลวงชนบทนั้นจะต้องถูกยุบโดยที่ว่าไม่มีงานทํา ทั้งหมด แต่ ณ บัดนี้กรมทางหลวงชนบทนั้นได้มีพระราชบัญญัติที่อยู่ต่อจะได้ดํารง ในการที่จะดูแลร่วมกันกับท้องถิ่นต่อไปอย่างครบสมบูรณ์ ตามที่ได้มีประกาศเปึน พระราชบัญญัติออกมาเปึนที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่กรมทางหลวงชนบทนั้น จะได้ดูแล เหมือนเดิม แล้วก็ต่อไปในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะเปึนช่างหรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็จะได้ กลับมาสู่กรมทางหลวงชนบทอย่างปกติจะได้ทํางานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้อย่างไรก็ช่างท่านประธานครับ เพราะว่าที่ผ่านมานั้นก็ยังไม่สามารถที่จะดูแล ได้ครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องถนนไร้ฝุ์นต่าง ๆ เปึนจํานวนมาก ผมไม่เชื่อเลยว่าจังหวัด สุโขทัยจะมีมาก โดยพี่น้องชาวอําเภอคีรีมาศ อําเภอศรีสําโรง ถนนที่เปึนลูกรัง ถนนดินนั้น ยังเปึนจํานวนมาก ผมเองประสานกับทางกรมทางหลวงชนบทมาตลอดว่าทําไมถึงเปึน เช่นนั้น ที่ผ่านมาไม่ทราบเหมือนกันว่าทําไมไม่ได้เตรียมโครงการที่สํารวจออกแบบไว้ หรือว่าเตรียมงบประมาณที่จะได้ดําเนินการไว้หลายเส้นทาง ผมเองก็ได้รับการร้องเรียน จากผู้นําท้องถิ่น พี่น้องประชาชนหลายสาย โดยเฉพาะที่อําเภอคีรีมาศ ผมจะได้นํา เอกสารนี้ให้ท่านต่อไปในจํานวนเส้นต่าง ๆ เพื่อที่ท่านจะได้สั่งการไปถึงอธิบดี ถึงผู้อํานวยการทางหลวงจังหวัดต่อไปนะครับ ฉะนั้นในหัวข้อแรกนั้น ผมอยากจะเรียนถามเกี่ยวกับเรื่องถนนในทางหลวงชนบท ซึ่งมีทั้งหมดที่ผมได้นําเสนอท่านไป ประมาณ ๓๒ สายด้วยกันที่ยังไม่มีลาดยาง และเปึนถนนสายสําคัญ ๆ ทั้งนั้นเลย และเปึนถนนดิน ถนนลูกรังว่าท่านจะสามารถที่จะบรรจุงบประมาณ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งนี้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย ไม่ว่าจะเปึน อําเภอคีรีมาศ อําเภอศรีสําโรง แล้วโดยเฉพาะทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเองนั้นก็ได้ทํา หนังสือมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น อยากจะให้มีการซ่อมสร้างผิวจราจร แอสฟัลท์ (Asphalt) คอนกรีตใหม่สายจังหวัดสุโขทัย ๕๐๒๓ ทางแยกทางหลวง หมายเลข ๒๐๐๙ จากบ้านปากแก่ง ตําบลเกาะตาเลี้ยง อําเภอศรีสําโรงเส้นหนึ่งนะครับ และอีกเส้นหนึ่งก็เส้น สท ๓๐๑๙ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ หมายเลข บ้านด่านลานหอย นี่ก็เส้นหนึ่ง แล้วก็อีกเส้นหนึ่งก็เส้นที่อําเภอศรีสําโรง ตําบลวังลึก อําเภอศรีสําโรง สท ๔๐๑๒ แยกทางหลวง ๑๐๕๔ ของอําเภอศรีสําโรง แล้วก็มีของอําเภอคีรีมาศ แทบทุกตําบลเลยที่ยังไม่ได้ลาดยางที่ยังไม่ได้เปึนถนนคอนกรีต ก็อยากจะเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ท่านสามารถที่จะดําเนินการงบไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ได้เลยไหม อย่างไรครับ
เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมตอบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่กรุณาได้เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้มาบอกกล่าว แก่กระทรวงคมนาคม ถือว่าเปึนช่องทางหนึ่งที่ได้นําปัญหาของพื้นที่ที่ส่วนราชการ บางครั้งอาจจะไม่ทราบถึงความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นวันนี้ก่อนที่ผมจะตอบคําถาม ตรงเรื่องจังหวัดสุโขทัย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานและสภาว่านโยบาย ของกระทรวงคมนาคมอนาคตที่จะบริหารจัดการเรื่องถนนนี้อย่างไร วันนี้เรียนอย่างนี้ครับว่า ถนนที่อยู่ในประเทศไทยที่แบ่งความรับผิดชอบออกเปึนอย่างนี้ ถนนทั้งหมดประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงแผ่นดิน ๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ๔๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร และถนน ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ผมจะอธิบายเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับคําถามของท่านสมาชิก ก็ คื อ ถ น น ลู ก รั ง ที่ มี อ ยู่ ใ น ช น บ ท วั น นี้ รั ฐ บำ ล เ อ ง ไ ด้ มี น โ ย บำ ย ถนนไร้ฝุ์น โดยกระทรวงคมนาคม โดยสภาก็ได้อนุมัติงบประมาณไปให้ดําเนิน โครงการถนนไร้ฝุ์น ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งอยู่ใน พ.ร.ก. นี้ ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้ว่าจ้างอยู่ในขณะนี้ และอยู่ใน พ.ร.บ. เงินกู้ เอสพี ๒ อีก ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ทีนี้ผมเรียนเบื้องต้นว่าในถนนทั้งหมดที่อยู่ในความดูแล ของกรมทางหลวงชนบท ใน ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร เปึนโครงข่ายที่กรมทางหลวง ได้ออกแบบ แล้วชื่อเส้นทางเหล่านี้อยู่ในสํานักงานบริหารหนี้ แล้วก็อยู่ในสํานัก งบประมาณอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางทั้งหมด เรามีรายชื่อเส้นทางเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อจบโครงการที่สภานี้ได้อนุมัติ ๗,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร สร้างถนน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ถามว่าประเทศไทยยังมีฝุ์นอีกหรือไม่ มีครับ เพราะว่ายังมีถนน ที่อยู่ในประเทศไทยที่เปึนลูกรังอย่างที่ท่านสมาชิกได้บอกกล่าวอยู่ ๑๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ทีนี้นโยบาย นโยบายที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานและสภาแห่งนี้ก็คือ กระทรวง คมนาคมได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยนโยบายของกระทรวงที่จะนําถนน จัดทํา แผนแม่บทที่จะรีไวน์ด (Rewind) ถนนทั่วประเทศทั้งหมดมาเปึนแผนแม่บทว่า ขณะนี้ อย่างที่ผมเคยเรียนตอบกระทู้ท่านสมาชิกไปแล้วว่า ถนนเส้นเดียวอยู่ทั้งความรับผิดชอบ ของ อปท. อยู่ทั้งความรับผิดชอบของ ทช. ทางหลวงชนบทและทางหลวงแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถนนเส้นเดียวทั้ง ๓ หน่วยงานรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นอนาคตเราก็จะได้ ออกแบบขีดเส้นถนนใหม่ทั้งประเทศว่า ถนนเส้นไหน ทช. บางเส้นต้องโอนให้ทางหลวง บางเส้นทางหลวงอาจต้องโอนให้ ทช. หรือที่เปึนปัญหาใหญ่อย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนต่อท่านประธาน ก็คือถนนไร้ฝุ์น ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ๑๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรจะทําอย่างไร วันนี้เงินที่เราให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ที่ไปดําเนินการ บางพื้นที่ก็ใช้เงินเห็นความสําคัญของเรื่องอื่น บางพื้นที่ก็เห็นความสําคัญของเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้นกระบวนการจัดถนนที่เปึน ระบบโครงข่ายที่จะใช้ในระบบโลจิสติกส์ (Logistics) มันไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นเราจึงจะทําความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยที่จะเอกซเรย์ถนน ที่เปึนถนนลูกรังทั่วประเทศอีก ๑๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร จะแบ่งความรับผิดชอบ ระหว่างถนนเส้นเหล่านี้จะให้ใครรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกว่าผมถือโอกาสได้นําเรียนเปึนเรื่องนโยบายว่าเรากําลังที่จะจัดเวิร์คชอพ (Workshop) เปึนกลุ่มจังหวัดร่วมกับระหว่างกระทรวงคมนาคมกับจังหวัด อาจจะเชิญ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปร่วมที่จะหารือระหว่างที่จะจัดถนนเส้นนี้ว่า เปึนภารกิจของใคร เพราะฉะนั้นการอุดหนุนเงินที่เราจะอุดหนุนให้แก่ท้องถิ่นจะได้ดูว่า ภารกิจแต่ละภารกิจสมกับเงินงบประมาณหรือไม่ ผมก็เรียนท่านสมาชิกเบื้องต้นว่านี่คือ นโยบายที่กระทรวงคมนาคมจะดําเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยต่อไป
ส่วนเรื่องที่ท่านสมาชิกถามถึงเรื่องจังหวัดสุโขทัยของท่าน วันนี้ จังหวัดสุโขทัยมีถนนลูกรังที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทช. แค่ ๗๐ กิโลเมตรทั้งจังหวัด แต่ว่ามีถนนที่เปึนลูกรังที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อปท. หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๒,๖๐๐ กว่ากิโลเมตร ถือว่าเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้นถ้า ทช. ไปทําถนน อีก ๗๐ กว่ากิโลเมตรแล้วถามว่าจังหวัดสุโขทัยมีฝุ์นไหม มีอีก ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เพราะฉะนั้นคําตอบนี้อยู่ที่ที่ผมกราบเรียนท่านว่าเราจะทําต่อไปว่าอาจจะต้องโอนภารกิจ เราจะต้องทําความเข้าใจกันระหว่างจังหวัดกับกระทรวงคมนาคมว่าเส้นไหนจะมอบ ภารกิจให้กระทรวงคมนาคมทํา เพราะฉะนั้นผมก็เรียนท่านสมาชิกว่าวันนี้สิ่งที่ท่านได้นํา ปัญหา ผมก็ได้เรียนนโยบาย ส่วนเรื่องที่เปึนความเร่งด่วนของท่าน ท่านถามผมถึงเรื่องว่า จะจัดงบประมาณอย่างไร วันนี้โครงการถนนไร้ฝุ์นของจังหวัดสุโขทัยท่านก็ได้เส้นทาง ไปทั้งหมด ๔๔ กิโลเมตร เปึนเงิน ๑๖๕ กว่าล้านบาท ก็ดําเนินการไป แต่ถามว่า อันนี้รวมอยู่ใน ๗๐ กิโลเมตร ไม่ใช่ครับ อันนี้หลังจากที่ทําแล้ว เพราะฉะนั้นหลังจากที่เรา สร้างไปอีก ๔๔ กิโลเมตรก็จะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องได้พอสมควร ก็กราบเรียน ท่านประธานไปยังสมาชิกด้วยความเคารพครับ
ถามได้อีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุโขทัย ผมต้องกราบขอบพระคุณต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมเรียนกับท่านว่า ตามที่ผมได้ให้ท่านดูเรื่องคําที่ได้เสนอมานั้นเกี่ยวกับโครงการถนนต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ ดําเนินการมีจํานวนมาก แต่ว่ามันก็จะมาติดปัญหาเกี่ยวกับที่ท่านว่า เพราะว่า อยู่ในท้องถิ่นนั้น ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่ทางท้องถิ่นนั้นก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอ แล้วศักยภาพที่จะทําถนนมาตรฐาน ถนนใหญ่นั้นก็ไม่ค่อยมีความชํานาญ ก็ได้ทําหนังสือ ร้องขอมาทางทางหลวงชนบทแล้วว่าขอให้ทางหลวงชนบทเข้ามาช่วยดําเนินการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ขนพืชไร่การเกษตรของพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย อันนี้ก็ต้องฝากต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในถนนต่าง ๆ ที่ยังมีอีกเปึนจํานวนมาก แล้วฝาก โครงการที่ทางจังหวัดทํามาใน ๔ สายที่จะต้องซ่อม ช่วยฝากดูให้ด้วยนะครับ อันนี้ เปึนเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ เพราะว่าคนในพรรคของท่านไปแล้วบ่นว่าทําไมไม่ได้รับ การซ่อมแซม อันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาเดือดร้อน ผมได้ไปคุยมา ฝากท่านด้วยก็แล้วกัน ครับ
ในคําถามที่ ๒ ที่ผมจะเรียนถามต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมก็เปึนของกรมทางหลวง อันนี้ไม่ใช่ทางหลวงชนบทนะครับ นี่กรมทางหลวง เกี่ยวกับเรื่องของถนนที่เปึนถนนการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัยเปึนถนนสายหลัก คือ ถนนหมายเลข ๑๒ สุโขทัยไปเมืองเก่าครับ ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตรครับท่านประธาน ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตรนี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลายเดือนตุลาคม ต้นเดือนพฤศจิกายนจะเปึนงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟของจังหวัดสุโขทัย เปึนงานประเพณีระดับชาติ ทุกป้นะครับ ถ้านักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเปึนต่างชาติ ไม่ว่าจะเปึนนักท่องเที่ยวในประเทศเราไปเที่ยวจังหวัดสุโขทัยจะบ่นกันก็คือเรื่องของถนน รถติดนะครับ เพราะว่าถนนสายหลักเส้นนี้ ถนนหมายเลข ๑๒ จากตัวเมืองสุโขทัย ไปเมืองเก่าระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร เปึนถนน ๒ ช่องจราจร แล้ว ๒ ช่องจราจรนี้นะครับ เปึนถนนที่มีทั้งส่วนราชการอยู่ ๒ ข้างทาง ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียนขนาดใหญ่ วิทยาลัย โรงพยาบาล เทศบาล หรือว่าห้างนะครับ ไปอยู่ในถนนเส้นนี้ทั้งหมด ฉะนั้นในช่วงที่มี การจราจรคับคั่งนั้นจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยแล้วถนนก็จะติด แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเทศกาลท่องเที่ยวลอยกระทงที่ผมกล่าวมา เส้นนี้จะติดเปึนประจําแล้วนักท่องเที่ยว ก็จะบ่นเปึนประจํา กรมทางหลวงนั้นก็ได้ออกแบบที่อยากจะได้ให้ขยายเปึนถนน ๔ เลน หรือ ๔ ช่องจราจรเปึนถนนตัวอย่างในเชิงวัฒนธรรมด้วยซ้ํา เพราะว่า อุทยานประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุโขทัยเปึนมรดกโลกแทบจะเปึนแห่งแรกก็ว่าได้ แล้วมีนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรม เชิงประวัติศาสตร์เปึนจํานวนมาก แล้วโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาก็ไปเปึนจํานวนมาก แล้วไปก็เกิดอุบัติเหตุเปึนประจํา เพราะว่าถนนนั้นแคบ มีปัญหามาตลอด ดังนั้นผมอยากจะเรียนถามต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ โดยฝากถึงท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีเกี่ยวกับในคําถามที่ ๒ ที่จะได้ดําเนินการก่อสร้างหรือว่าจัดสรรงบประมาณ ในการที่จะทําถนนทางหลวงหมายเลข ๑๒ ตอนสุโขทัย-เมืองเก่า จากจังหวัดสุโขทัย ไปอุทยานประวัติศาสตร์ในระยะทาง ๑๐ กิโลเมตรนี้ เพราะว่ากรมทางหลวง ผมได้ประสานแล้วว่าได้ออกแบบเปึนที่เรียบร้อย แล้วสามารถทําเปึนถนนที่สวยงาม เปึนถนนตัวอย่าง แล้ว ๒ ข้างทางนั้นก็จะเปึนช่องที่เปึนช่องจักรยานได้ แล้วทางใต้ ช่องจักรยานทั้ง ๒ ช่องนั้นจะเปึนรางระบายน้ําได้อย่างดี กันน้ําท่วมของถนนเส้นนี้ได้ ก็ถือว่าเปึนถนนที่สมบูรณ์แบบก็ว่าได้ แล้วจะได้เปึนถนนในเชิงวัฒนธรรมของประเทศ ของจังหวัดสุโขทัยต่อไป ฉะนั้นผมอยากจะถามต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมว่าท่านสามารถที่จะดําเนินการในงบประมาณอันนี้ในไทยเข้มแข็งป้ ๒๕๕๓ นี้ ได้ไหมครับ ผมอยากจะให้ท่านเร่งสร้างถนนเส้นนี้เส้นหลักเพื่อคนไทยทั้งประเทศครับ ไม่ใช่คนสุโขทัยอย่างเดียวครับ เพราะเปึนถนนสายหลักในการท่องเที่ยว ของคนทั้งประเทศที่จะไปเมืองเก่า ไม่ว่ามาจากจังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่ามาจากจังหวัด กําแพงเพชร มาจากภาคเหนือก็ต้องผ่านเส้นนี้ครับ ก็อยากจะให้ท่านนั้นได้ช่วยดูแล ในเรื่องงบประมาณ โครงการไทยเข้มแข็ง ดําเนินการก่อสร้างถนนเส้นนี้เพื่อสร้าง ความปลอดภัย ความสวยงามเปึนถนนเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรมของประเทศไทยครับ ขอบคุณมากครับ ขอเรียนถาม ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ
ทางสภายินดีต้อนรับ อาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยปทุมธานีทุกท่านด้วยความยินดีนะครับ เชิญ ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบ สุดท้ายครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กราบเรียนท่านประธานนะครับ ที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงเรื่องถนนสายเส้น ๑๒ ที่จริงถนนสายเส้น ๑๒ นี้เปึนถนนที่กระทรวงคมนาคมให้ความสําคัญก็คือเปึน อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ (East West corridor) ที่จะไปจากแม่สอดถึงมุกดาหาร ในอนาคตถนนเส้นนี้ จะเปลี่ยนชื่อสาย ๑๒ จนถึงมุกดาหาร เพราะฉะนั้นจะเปึนประตูที่จะเดินสู่เวียดนาม เพราะฉะนั้นถนนเส้นนี้ในอนาคตจะได้รับการปรับปรุงอยู่แล้ว ทีนี้เรียนท่านสมาชิก ที่ท่านถามผม ผมเข้าใจนะครับว่าถนนสายเส้น ๑๒ มันมีเรื่องเมืองที่จะผ่านสุโขทัย แล้ว ถนนที่เข้าสุโขทัยที่ท่านสมาชิกถามเมื่อสักครู่นี้ จากบ้านเมืองเก่าไปถึงสุโขทัยระยะทาง ๙ กิโลเมตร ที่มีปัญหา ผมเรียนนะครับว่าในเบื้องต้นที่เราจะปรับปรุงผิวจราจรและบูรณะ ตีเส้นจราจรแล้ว แล้วก็ออกแบบเปึน ๔ ช่องจราจร ทีนี้ปัญหาว่าขณะนี้ถนนเส้นนี้ มีปริมาณจราจรแค่ ๘,๐๐๐ คันต่อวันแค่นั้น ในการใช้ปริมาณสูงสุดก็คือ ๒๐,๐๐๐ คันต่อวัน ที่เปึน ๔ ช่องจราจรที่สามารถที่จะเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก ฉะนั้นก็เรียนว่าเราจะบรรจุถนนเส้นนี้ในส่วนที่ผ่านชุมชน ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ได้มีนโยบายถนนเพื่อชุมชนก็คือในภาวะที่เรามีเงินอยู่จํากัด โดยกระทรวงเอง ก็ได้มีนโยบายที่จะออกแบบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนก็คือถนนเพื่อชุมชน ผมกราบเรียน ท่านประธาน รบกวนเวลาท่านประธานนิดเดียวนะครับว่าจะได้อธิบายว่า บางเส้นทาง ถ้าเราไปขยาย ๔ ช่องจราจรทั่วประเทศเราไม่สามารถที่จะใช้งบประมาณที่มีอยู่ ในขณะนี้ได้ เราจึงได้ไปจัดลําดับความสําคัญในถนนทางหลวงที่ผ่านย่านชุมชน โดยออกแบบเปึน ๔ ช่องจราจรเฉพาะย่านชุมชน แล้วปรับให้มีเลนจ๊อกกิ้ง (Lane Jocking) หรือปรับให้มีเลนจักรยานที่ออกให้คนได้เดินทาง แล้วแต่เส้นทาง บางเส้นทาง ที่ผ่านชุมชนที่ชาวบ้านเขาเอาข้าวของไปวางขายก็จะมีที่จอดรถ ออกแบบให้มีที่จอดรถ เพราะฉะนั้นถนนเส้นนี้เราก็ได้ออกแบบเปึนถนนทางหลวงเพื่อชุมชนที่ผ่านในย่านชุมชน ก็ขอกราบเรียนว่าในขณะนี้เบื้องต้นเราได้ปรับปรุง แต่ว่าที่จะขยายให้เปึน ๔ ช่องจราจร ก็เปึนการออกแบบไว้ในระยะที่สมควรเราก็จะจัดงบประมาณไปให้ครับนะครับ ขอบคุณครับ
คงจะเปึนที่พอใจแล้ว นะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๗๓ เรื่อง การแก้ไขปัญหาเกลือทะเล (นายอรรถพร พลบุตร เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทําหนังสือแจ้งต่อประธานสภาว่าติดภารกิจ ขอเลื่อนไปตอบในวันที่ ๑ ตุลาคม จึงแจ้งให้เจ้าของกระทู้ทราบ มีอะไรเพิ่มเติมไหมคุณอรรถพร ก็พรรคเดียวกันถามกัน ในพรรคก็ได้กระมังครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานนะครับที่กรุณาบรรจุกระทู้นี้เข้าสู่ วาระการประชุมในวันนี้ รอมาครึ่งป้แล้วครับ วันนี้ก็ได้โอกาสนะครับ วันนี้พี่น้องประชาชน เพชรบุรี แม่กลอง มหาชัย เป่ดวิทยุรอฟังอยู่ ก็อยากได้ยินปัญหาความเจ็บปวดขมขื่น ของเขาได้มาดังในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และนั่นคือคุณูปการของระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีติดภารกิจของชาติซึ่งมีความสําคัญมากกว่า พวกเราก็ไม่ขัดข้อง นะครับและจะใช้โอกาสในสัปดาห์ต่อไปที่จะชี้ให้เห็นว่าพี่น้องชาวนาเกลือ ๓ จังหวัด ได้ตกเปึนเหยื่อของกลไกทุนระบบนิยมอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างไร ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๑๗๔ เรื่อง โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดลําพูน (นายขยัน วิพรหมชัย เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เปึนผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอทําหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลําพูน ตั้งกระทู้ถามท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกรุณามอบหมายท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ มาเปึนผู้ตอบแทน สืบเนื่องจากจังหวัดลําพูนเปึนเมืองเก่า ที่มีอายุถึง ๑,๔๐๐ ป้ เปึนเมืองเกษตรซึ่งมีกระเทียม มีลําไย หอมแดง ข้าว ข้าวโพด เปึนพืชหลักแล้วก็เปึนเมืองนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลําพูนถือได้ว่าเปึนเมืองแฝด ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ที่ผ่านมาจังหวัดลําพูนของเราไม่มีถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งสภาพในตัวเมือง ของจังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนเมืองเก่า เปึนเมืองโบราณ มีวัตถุเก่าแก่ และเปึนเมืองที่เปึน ย่านพาณิชยกรรม มีชุมชนหนาแน่นดังที่จะเห็นในภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าจังหวัดลําพูนเปึนเมืองเกษตรและเมืองนิคมอุตสาหกรรม รถบรรทุกสิบล้อ บรรทุกพืชผลการเกษตร รถบรรทุกหิน ดิน ทราย ก็จะผ่านจากตัวเมืองไปยังจังหวัด เชียงใหม่ ผ่านจากตัวเมืองไปยังจังหวัดลําปาง ซึ่งจะเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เมื่อรถบรรทุก สิบล้อวิ่งผ่านตัวเมืองลําพูนซึ่งถือได้ว่าเปึนเมืองเก่าแก่ แล้วก็มีสภาพของโบราณสถาน อันเก่าแก่ที่สําคัญชํารุดทรุดโทรมจนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งก่อให้เกิดสภาพการจราจรติดขัด และสิ่งสําคัญทําให้เกิดอุบัติเหตุเกือบทุกวัน เพราะว่ารถบรรทุกสิบล้อ รถนักเรียน รถพี่น้องประชาชนที่จะไปทํางาน เมื่อสภาพตัวเมืองเปึนถนนที่เปึนคูเมืองคับแคบ และการจราจรหนาแน่นจึงทําให้เกิดอุบัติเหตุ ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคมที่ผ่านมา มีนักเรียนที่เปึนนักศึกษาทุน เอเอฟเอส (AFS) จากต่างประเทศกําลังจะเดินทาง ไปต่างประเทศต้องมาเสียชีวิตเพราะว่ารถบรรทุกทรายชนแล้วก็เสียชีวิตที่หน้าบ้าน ของตัวเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทางจังหวัดลําพูนก็ได้ประสานไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยได้มีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ที่จะดําเนินการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองสายท่าจักรถึงเหมืองง่าในเขตพื้นที่ตําบลต้นธง ตําบลในเมือง ตําบลเหมืองง่า ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตรครับท่านประธาน แล้วก็มีพี่น้องประชาชนที่จะต้องถูกเวนคืนเปึนจํานวนทั้งหมด ๔๓๔ ราย ขณะนี้ พระราชกฤษฎีกาเวนคืนมีผลแล้ว และจะสิ้นสุดภายในป้ ๒๕๕๓ ถ้าหากว่าไม่ได้รับ งบประมาณการก่อสร้างก็จะทําให้เกิดการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของจังหวัดลําพูน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานถามไปยัง ฯพณฯ รัฐมนรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่าทางกระทรวงมหาดไทยมีแผน มีโครงการที่จะดําเนินการก่อสร้าง ถนนเลี่ยงเมืองเส้นดังกล่าว ซึ่งจะใช้งบประมาณจากการที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดําเนินการสํารวจออกแบบประมาณการแล้วก็หาความพร้อมของพื้นที่ ซึ่งจะใช้ งบประมาณทั้งหมด ๖๐๐ ล้านบาท แยกเปึนงบประมาณเวนคืน ๒๕๐ ล้านบาท งบประมาณดําเนินการก่อสร้างถนนพร้อมรางระบายน้ําและแสงสว่างอีก ๓๕๐ ล้านบาท ว่ากระทรวงมหาดไทย ซึ่ง ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบอยู่ มีแผนงานโครงการที่จะใช้งบประมาณส่วนไหน อย่างไรที่จะดําเนินการก่อสร้างถนน เส้นดังกล่าว ซึ่งเปึนความหวังอันสูงสุดของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลําพูนที่ร้องเรียน ผ่านมายังผม และผมในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรก็ตระหนักดีว่าจังหวัดลําพูนของผมนี่เปึน จังหวัดเล็ก ๆ ครับท่านประธาน เปึนที่น่าน้อยใจว่าที่ผ่านมาไม่มีถนนเลี่ยงเมืองเลยครับ จึงทําให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและคับคั่งแล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในพื้นที่คูเมือง จังหวัดลําพูน ผมจึงกราบเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องปัญหาและความต้องการในการที่จะก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองสาย ค๑-ค๓ ในเขต พื้นที่ตําบลเหมืองง่า ตําบลในเมือง และตําบลต้นธง ว่ามีงบประมาณแผนงานโครงการ ที่จะดําเนินการก่อสร้างเมื่อไร อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ของ ท่าน ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย เปึนตัวแทนของประชาชนชาวจังหวัดลําพูน ผมต้องขอถือ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณท่าน ส.ส. ขยัน เปึนอย่างยิ่งที่ท่านได้มีความห่วงใย โดยเฉพาะ ปัญหาภาพรวมของจังหวัด นั่นก็คือเรื่องของความแออัด เรื่องของการจราจรของจังหวัด ลําพูน ปัญหาที่ท่านกล่าวทั้งหมดนั้นคือปัญหาข้อเท็จจริงที่จังหวัดลําพูนได้ประสบอยู่ นั่นก็คือการจราจรในตัวเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาภาพรวมของผังเมืองจังหวัดลําพูน เห็นพ้องตรงกันกับท่านครับว่า จังหวัดลําพูนนั้น จะต้องมีการทําโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดลําพูน ผมต้องเรียนนะครับว่าเมื่อประมาณปลาย ป้ ๒๕๔๘ กรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ได้มีการสํารวจเกี่ยวกับการที่จะทําถนนเลี่ยงเมืองของจังหวัดลําพูน ซึ่งในขณะนี้ การดําเนินการทั้งหมดนั้นได้มีการสํารวจถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่มีจํานวน ทั้งสิ้น ๔๓๔ ราย เกี่ยวกับเรื่องที่ดินต้องเวนคืน เรื่องของสิ่งก่อสร้างของพี่น้องประชาชน และในขณะนี้ได้ดําเนินการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมคัดค้านแสดงความคิดเห็น จบสิ้นแล้ว แล้วก็เปึนที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนเห็นตรงกันว่าจังหวัดลําพูนนั้นจะต้องมี ถนนเลี่ยงเมืองของจังหวัด ในขณะเดียวกันการออกแบบการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง ของจังหวัดนั้น ขณะนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว มีความยาวทั้งสิ้น ๑๓ กิโลเมตรครับ ซึ่งเส้นทางนี้ จะมีการก่อสร้างเปึนถนนมาตรฐานขนาดกว้าง ๖ เมตร เปึนถนนแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic concrete) บริเวณด้านข้างนั้นก็จะมีภูมิทัศน์ มีเสาไฟฟัา มีระบบทุกอย่าง เปึนมาตรฐาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องจังหวัดลําพูนนั้นชัดเจนครับ อย่างที่ท่าน ส.ส. ขยัน ได้กล่าวทั้งหมด ถ้าถนนเลี่ยงเมืองเส้นนี้เรียบร้อย โดยระยะเวลาก่อสร้างนั้นคือ ๒ ป้ครับ ก็จะทําให้การจราจรของจังหวัดลําพูนนั้น สามารถลดลงไปวันหนึ่ง ๖,๐๐๐ คันต่อวันได้ เพราะไม่ต้องเข้าตัวเมือง ตัวเมืองมีปัญหาเรื่องโบราณสถาน มีปัญหาเรื่องสถานศึกษา ความแออัดในช่วงที่พี่น้องจังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนเกษตรกรโดยเฉพาะที่ปลูกลําไย จากอําเภอเมืองบ้าง อําเภอป์าซางบ้าง ตรงนี้ก็ต้องออกมาถนนเลี่ยงเมือง ทั้งหมดนี้ต้องขอเรียนว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยนั้นได้ดําเนินการทั้งการให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการเวนคืนต่าง ๆทั้งหมด เรียบร้อยทุกขั้นตอน ค่าใช้จ่ายในการเวนคืน ทั้งหมดนั้นก็อยู่ประมาณ ๒๕๐ ล้านบาท ส่วนค่าดําเนินการก่อสร้างถนน ๑๓ กิโลเมตร ก็ ๖๐๐ ล้านบาทครับ ในขณะนี้ เวลานี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ กํากับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ได้ทําหนังสือถึงสํานักงบประมาณเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ที่ผ่านมานี้ครับ โดยขอรับการสนับสนุนเงินเปึนจํานวน ๖๐๐ ล้านบาท ผ่านกลไก กระบวนการ โดยเฉพาะของงบโครงการไทยเข้มแข็งรอบ ๒ ซึ่งขณะนี้เรื่องทั้งหมด อยู่ที่สํานักงบประมาณ กระบวนการต่อไปก็จะผ่านเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการ กลั่นกรอง จากนั้นก็เข้าสู่การประชุมของ ครม. และผมมั่นใจครับว่าโครงการนี้ เปึนโครงการที่มีประโยชน์และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องชาวจังหวัดลําพูน โดยเฉพาะเรื่องการจราจร ที่จะให้พี่น้องชาวจังหวัดลําพูนนั้นได้มีถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งถือว่าเปึนสิ่งที่ช่วยเหลือพี่น้อง ชาวจังหวัดลําพูนอย่างแท้จริงครับ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการ ถึงขั้นตอนนี้ครับ
เชิญถามอีกครั้งครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่เข้าใจปัญหาของจังหวัดลําพูน ยินดีกับผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน โอกาสต่อไป ผมจะใคร่ขอโอกาสกราบเรียนเชิญท่านไปเยี่ยมพี่น้องชาวจังหวัดลําพูนของผมด้วยครับ ผมต้องขอถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่า ตามที่ ฯพณฯ ได้เรียนไว้ว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ ถึงผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๒ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทย ได้ของบประมาณไทยเข้มแข็งเพิ่มเติมทั้งในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมืองและรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปึนเงินที่ขอไปทั้งหมด ๘,๙๙๖ ล้านบาท ผมเปึนห่วงครับท่านประธาน สมมุติว่าถ้าสํานักงบประมาณ ให้งบประมาณกระทรวงมหาดไทยไม่ถึงที่ขอไป โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดลําพูนที่มีความจําเปึน มีความเร่งด่วนและจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ต่อจังหวัดลําพูนจํานวน ๖๐๐ ล้านบาทของกระผม ทางกระทรวงมหาดไทยยังคงเห็น ความสําคัญและจะคงที่จะสนับสนุนโครงการงบประมาณก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง เส้นดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร และฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ซึ่งท่านกํากับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าขณะนี้ มี อบต. ในเขตพื้นที่ของจังหวัดลําพูน ๑๑ แห่งที่หมดวาระและพร้อมที่จะยกฐานะ เปึนเทศบาล ขอ ฯพณฯ ได้ช่วยเร่งรัดการอนุมัติในการที่จะยกฐานะเปึนเทศบาลเพื่อที่จะ ได้ดําเนินการเลือกตั้งผู้บริหารที่จะไปดูแลพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลําพูนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญตอบครับ
รัฐมนตรีช่วยว่าการ: ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กระทรวงมหาดไทย ส่วนประเด็นที่ท่านห่วงใยเกี่ยวกับการขอรับการสนับสนุน งบประมาณในส่วนของไทยเข้มแข็งของกระทรวงมหาดไทยนั้น ผมต้องเรียนครับว่า เราได้จัดลําดับความสําคัญที่จะขอรับการสนับสนุนในโครงการไทยเข้มแข็ง และที่ประชุมนั้น ก็ได้มีการพิจารณากันด้วยความรอบคอบว่าความจําเปึนเร่งด่วนของโครงการ ถนนเลี่ยงเมืองลําพูนนั้นมีความจําเปึน เพราะกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นได้มีการ สํารวจออกแบบมาเปึนเวลาหลายป้แล้ว ที่สําคัญอย่างยิ่งโครงการนี้พี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบก็ให้ความร่วมมือ ให้การสนับสนุนเปึนอย่างดี ในขณะเดียวกันประโยชน์ ที่ได้รับนั้นชัดเจนครับว่าพี่น้องที่เปึนเกษตรกรโดยเฉพาะที่ปลูกลําไยกันนั้น ก็ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างแท้จริงเช่นเดียวกัน ผมขอยืนยันครับ จะติดตาม จากสํานักงบประมาณและขั้นตอนกระบวนการของงบประมาณต่อไป ส่วนในขั้นตอน ของประเด็นที่ฝากมาเรื่องของการยกฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ขณะนี้อยู่ใน ขั้นตอนของการดําเนินการของกรมการปกครองอยู่ที่จะพิจารณา มีการสนับสนุนกัน อย่างไรนะครับ ขอบคุณครับ
จบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามสดนะครับ คือคุณสถาพร มณีรัตน์ ถามนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปึนคนตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาหรือยัง เชิญครับ
๑.๒ กระทู้ถามสด
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๐๕๒ เรื่อง หลอกลวงแรงงานไปต่างประเทศ (นายสถาพร มณีรัตน์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปึนผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ถาม
ท่านประธานครับ ก่อนเข้ากระทู้ กระผม ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานว่าขณะนี้เวลาถ่ายทอดสดช่อง ๑๑ เริ่มขึ้นหรือยังครับ
เริ่ม ๑๓.๐๐ นาฬิกา แต่จะออกหรือยัง ผมนั่งอยู่ตรงนี้เหมือนกับท่าน ก็ยังไม่รู้ว่าเขาออกหรือยังนะครับ ฉะนั้น ท่านมีเวลาถาม ๒๐ นาที คือว่าทั้งรัฐมนตรี ทั้งท่าน ๒๐ นาทีครับ
คืออย่างนี้ครับท่านประธาน เผอิญว่า กระทู้ถามสดที่ผมจะเรียนถาม ที่ท่านเมตตาได้ช่วยในวันนี้เปึนที่สนใจของพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานที่ถูกหลอกลวงไปเปึนจํานวนมาก เขาเองนั้นไม่มีเครื่องจานรับช่องของสภา เขาต้องการรับช่อง ๑๑ หรือช่องหอยม่วง ก็ขออนุญาตนําเรียนหารือท่านประธานว่า ถ้าถ่ายทอดได้จะเปึนความเมตตากรุณาขั้นสูงสุดของสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งที่ได้ ประชาสัมพันธ์ และขณะเดียวกันนั้นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ถูกหลอกไปยังประเทศต่าง ๆ และที่กลับมาเมืองไทยขณะนี้ตั้งตารอช่อง ๑๑ อยู่ และเขาก็โทรมาบอกว่าขณะนี้ สัญญาณช่อง ๑๑ ยังไม่เข้าเลยครับ ท่านประธานครับ ได้โปรดเมตตา ด้วยบารมีของท่าน ช่วยสั่งการให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรโปรดให้ช่อง ๑๑ ดําเนินการด้วยครับ
ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงไหน โปรดช่วยสั่งการด่วนด้วยครับ เพราะเรา ก็ได้ดําเนินการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงอยู่แล้วนะครับ เชิญถามเพื่อไม่ให้เสียเวลา ครับ มันดวงชะตาของท่าน ถ้าเขาถ่ายทอดก็หมายความว่าแสดงว่าท่านมีดวงดีครับ
ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์อยู่ห้อง ๓๔๐๑ ครับ
ก็ผมบอกไปแล้วครับ เขาก็ คงจะจัดการ เชิญถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนาม ตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีพี่น้องมาร้องเรียนเรื่องของแรงงานถูกหลอกไปทํางาน ที่ต่างประเทศทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลางบางส่วน ท่านประธานที่เคารพ ผมเองนั้นได้เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าเรื่องของการถูกหลอกไปทํางาน ต่างประเทศนั้น มี ๒ กระทรวงใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือกระทรวงแรงงานและกระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศนั้นคือเจ้าภาพใหญ่ที่มีเจ้าหน้าที่ทูต อยู่ที่ประเทศต่าง ๆ และจะเปึนด่านแรกในการประทับตราว่ามีตําแหน่งงาน ในต่างประเทศจริง เพราะฉะนั้นผมเองก็เสียใจเปึนอย่างยิ่งที่ไม่มีตัวแทนของกระทรวง การต่างประเทศที่เปึนผู้ประทับตราว่ามีตําแหน่งงานอยู่ต่างประเทศมาตอบกระทู้ถามสด ของผมในครั้งนี้ และผมเองนั้นก็ขอขอบคุณทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งโดยส่วนตัวนั้นเคารพแล้วก็รักท่านในฐานะที่เปึนผู้อาวุโสทางการเมือง แต่การทําหน้าที่ ของผมในครั้งนี้นั้นถือว่าเปึนการทําหน้าที่ปวงชนชาวไทย และในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติไว้ในการเปึนช่องทางช่องหนึ่งในการตรวจสอบฝ์ายบริหารที่ดําเนินกิจกรรม ในการบริหารบ้านเมืองแล้วมีข้อบกพร่อง ท่านประธานที่เคารพ เราในฐานะคนไทย มีความอเนจอนาถใจเปึนอย่างยิ่งที่พี่น้องคนไทยเรานั้นเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไป แสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเกรงว่าอยู่ในประเทศไทยแล้วจะอดตาย ผู้คนเหล่านั้นเอาที่ เอานาไปจํานอง จํานําผ่านกระบวนการนายทุน หลายป้แล้วครับปัญหาซ้ําซาก สมัยรัฐบาลทักษิณมีการไล่ออก ปลดออก ให้ออกปลัดกระทรวงแรงงาน ๑ ท่าน อธิบดี ๑ ท่าน รองอธิบดี ๒ ท่าน และซี ๗ ซี ๘ ถึง ๑๐ ท่านด้วยข้อหาหลอกลวงแรงงานไปนอก เราก็ นึกว่าปัญหานั้นจะหมดไป ท่านประธานที่เคารพเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศในการที่จะสรรค์สร้างนโยบายผู้ใช้แรงงาน และรากหญ้า ปรากฏว่ามีกระบวนการหลอกลวงผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานที่เคารพ ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมนําเอาตัวอย่างซึ่งประกอบไปด้วยลูกบลูเบอร์รี่ (Blueberry) สีดํา สีแดง สีเหลือง รูปร่างมันเปึนอย่างนี้ครับท่าน มันจะออกตามไหล่เขา ในประเทศสวีเดน ประเทศสเปนและประเทศทางยุโรป ไม่ใช่ต้นใหญ่ ๆ เหมือนต้นส้มครับ ลูกมันสีดํา ๆ เสียดายครับ ผมเอามาจากประเทศสวีเดน เขาส่งมาให้มันหล่นก่อน เพราะรอจะถามท่านรัฐบาลมาเปึนเดือนกว่าแล้ว เอาแช่ตู้เย็นไว้ครับ ลูกมันเปึนอย่างนี้ครับ เขาเรียกว่า ผลไม้ป์า เอาไปใช้ทําสมุนไพร ถ้าเปรียบอุปมาก็เหมือนหน่อไม้บ้านเรานั่นละครับ คนไทยนั้นได้ถูกหลอก ถูกลวง เสียค่านายหน้าทั้งหมดประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ๑๒๐,๐๐๐ บาท ลักษณะสัญญาจะเปึน ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ เปึนสัญญาที่ไม่มีตราประทับ ของกระทรวงแรงงาน เปึนสัญญาในลักษณะการจ้างงานแล้วก็บอกว่ามีลักษณะงาน อย่างโน้น อย่างนี้ นี่ละครับ สัญญาการจ้างงานนี่ไปประเทศสวีเดน อย่างที่ ๑ นี่เปึนสัญญากู้เงิน ธ.ก.ส. นี่ไปกู้เงิน ธ.ก.ส. มานะครับ มีการบอกว่าจะมีเงินเดือนถึง ๒๒๐,๐๐๐ บาท ท่านครับนี่กระทรวงแรงงาน จะปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ เพราะไปประเทศสวีเดน ประเทศโปแลนด์ ประเทศสเปน มีการอบรมเรียบร้อย ท่านประธานช่วยตามผมมานะครับ นี่ครับ ตราของกระทรวง กรมการจัดหางานบอกว่าลูกจ้างผ่านการอบรม คณะกรรมการจัดหางานเรียบร้อย เสร็จจากนั้นครับ ประทับตราครับ กรมการจัดหางาน แล้วก็ประทับตราบริษัท ทั้งหมด ทั้งมวลหมายรวมนี้ เปึนการยืนยันว่ามีตําแหน่งงานแน่นอน เพราะกว่าจะได้ตรานี้จะต้อง เสียค่าแป็ะเจี๊ยะ ผมรู้ครับ เพราะคนที่ไปเสียเงินเขาบอก คนที่เสียเงินเขาบอกก็ผ่าน เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน แล้วอบรมที่ไหนครับ อบรมที่กระทรวงแรงงาน อบรม ที่สํานักงานแรงงานจังหวัด ทั้งหมดประมาณ ๑๒,๐๐๐ คน นี่ละครับท่านประธาน นี่ตรากรมการจัดหางาน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี นี่ประเทศโปแลนด์ครับท่าน ประเทศโปแลนด์นั้นมีการนําพามาสมัครงานและมาที่กระทรวงแรงงานแล้วให้สมัคร เปึนสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานต่างประเทศของกรมการจัดหางาน เสียค่าสมัคร ๕๐๐ บาท เสียค่านายหน้า ๑๐๐,๐๐๐ บาท และบินครับท่าน บินไปทํางาน ต่างประเทศกันครับ นี่ใบเสร็จรับเงินถูกต้องหมด ใบเสร็จรับเงินของกรมการจัดหางาน มีตราครุฑด้วยครับท่านประธาน มีตราครุฑ ๕๐๐ บาท บอกว่าเปึนประเทศโปแลนด์ครับ ชื่อได้รับเงินจากนางนิชา กันระวา คนรับเงินคือพนักงานการเงินและบัญชี นางสาวสมร พ่วงบุปผา นี่คือความถูกต้องครับ ลูกชาวไร่ชาวนา ลูกรากหญ้าไม่มีการศึกษา ถ้าเจอ ตราครุฑบอกว่าสําเร็จแล้ว ลูกหลานเตรียมฉลอง พ่อจะได้มีเงินเปึนแสนบาท เอาที่นา ไปจํานอง จํานําครับ เลี้ยงฉลองกันแล้วบอกว่าจะได้บินแน่นอน เพราะไปถึงกระทรวง ชั้นบนสุดเปึนที่ทํางานของท่าน ชั้นล่างเปึนที่อบรมคนที่จะไปทํางาน ท่านครับแล้วอย่างนี้ ไม่รู้ได้อย่างไรครับ เจ้ากระทรวงไม่รู้ได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ไม่รู้ได้อย่างไร นี่ครับ ท่านครับ มันโฆษณากันอย่างนี้ครับ ติดเปึนไวนีล (Vinyl) ทั่วบ้านทั่วเมือง บินด่วนภายใน ๓ เดือน งานเกษตรประเทศโปแลนด์ ผ่านการอบรมจากกรมแรงงาน เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เพื่อความแน่ใจของท่านโปรดคุยกับเรา มันเปึนเอกสารติดทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าเจ้าหน้าที่ ไม่รู้เห็นเปึนใจต้องแจ้งจับฐานหลอกลวงครับ ถ้าเจ้ากระทรวงไม่เห็นนี่ ผมไม่รู้จะว่าอย่างไร มันมีอย่างนี้ครับ นี่ของประเทศโปแลนด์ มีเว็บไซต์ (Web site) ต่าง ๆ ที่ออกมาครับ มีอีกขั้นตอนหนึ่ง จง ๑๒ ท่านประธานที่เคารพ จง. ๑๒ นี้ เปึนใบในการส่งแรงงาน ออกเดินทางครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง ประทับตราเรียบร้อยครับ จากกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ถ้าไม่มีแผ่นนี้บินไม่ได้ครับ จง. ๑๒ อย่าปฏิเสธว่าไม่รู้นะครับ ไม่รู้ ไม่รับผิดชอบ ไม่ได้ครับ นี่อายเขาไปทั่วโลก หนังสือพิมพ์ทั่วโลกเขาลงครับ นี่คนงานไทย นี่เหมือนจะไปหาหน่อไม้บ้านเรานี่ละครับ แล้วก็มีการบอกว่าทางรัฐบาลให้สัญญา แปลความแล้วเปึนภาษาฝรั่งเศส แต่แปลเปึนภาษาไทยใจความได้ว่า จากนี้รัฐบาล ให้สัญญาว่าจะช่วยลดหนี้ให้ครึ่งหนึ่งเมื่อมาถึงเมืองไทย
ถามบ้างได้ไหมครับ ท่านสถาพร ตอนนี้มันครึ่งเวลาแล้วนะครับ ถามบ้างเถอะครับประเด็นไหน
ท่านประธานที่เคารพ นี่เปึนสาระสําคัญครับ คนเสียไร่ เสียนา เสียเมีย มันเจ็บปวดครับท่านประธาน ท่านประธานก็อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ผมก็อยู่จังหวัดลําพูน เราผ่านกระบวนการความทุกข์ความยากมาด้วยกัน ได้โปรดให้ผม อธิบายความครับ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องการหลอกลวงมนุษย์ เข้าข่ายหลายเรื่องครับ ท่าน แล้วมันเชื่อมโยงถึงนักการเมือง เชื่อมโยงถึงฝ์ายบริหารในกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ ได้โปรดให้ข้อเท็จจริง และได้โปรดให้ความเปึนธรรม กับการตั้งกระทู้ กว่าผมจะได้ข้อมูลเหล่านี้มาอดตาหลับขับตานอนเพื่อที่จะได้มาอภิปราย ในวันนี้ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีได้เดินทางไปนะครับ ไปที่สวีเดน เผอิญว่าเทปนี้ ยังมาไม่ถึงมีการถ่ายทํา ท่านรัฐมนตรีไปรับปากอย่างไรก็ไม่รู้ละ แต่อธิบายความได้ว่า มีการช่วยเหลือที่จะคืนค่านายหน้าเขา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้กับคนงานเมื่อเดินทางมาถึง ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ นี่ครับเว็บไซต์ กูเกิล (Google) ทั่วบ้านทั่วเมือง เขาโพสต์ (Post) ไว้หมดครับว่าประเทศไทยนั้นเปึนฐานการหลอกลวงมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุด ของโลกประเทศหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเปึนอย่างนี้พี่น้องจากสวีเดน สเปน โปแลนด์ อดอยากครับ เพราะว่าผลไม้ป์าไม่มีครับ ไม่มีให้เก็บ ทุกป้นั้นเขาอนุมัติไปแค่ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ คนครับ เขาเดินทางก็พอดีกับป์าของประเทศนั้น ๆ แต่ป้นี้ท่านรัฐมนตรี ท่านทราบไหมครับ ท่านกินดีหมีมาจากไหน อนุมัติให้คนไทยไปเก็บของป์าไม่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ คน ป์ามันก็นิดเดียว คนไทยไปมันก็เละสิครับ แล้วอากาศมันก็ไม่สมบูรณ์ ผลไม้ก็ไม่มี คนเมื่อเสียเงินแล้วมันก็ต้องทําให้ได้ แต่เมื่อไม่มีผลไม้ป์าเงินก็ไม่ได้คืนครับ พาสปอร์ต (Passport) ก็ถูกยึด สิ่งที่รัฐมนตรีเดินทางไปนั้นเขาหนีมาครับ หนีมารวมตัวกัน ๔๐๐-๕๐๐ คน พาสปอร์ตอยู่ไหนก็ไม่รู้ วีซ่า (Visa) อยู่ไหนก็ไม่รู้ นี่คือความเปึนจริงครับ ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบข้อมูลว่าลูกน้องของท่านอาจจะให้ท่านไปเปึนแขก แจกผ้าเย็นเปึนประธาน แต่ข้อมูลเบื้องลึกท่านอาจจะไม่รู้ คนพวกนี้ถูกหลอก ถูกหลอก จริง ๆ ไม่ใช่ถูกหลอกเล่น ๆ เสร็จจากนั้นเขาก็กระเสือกกระสนกลับเมืองไทย ไปร้องเรียน ไปแจ้งความไปที่ ดีเอสไอ (DSI) ไปที่กระทรวง วันนี้เงียบกริบ ไม่มีใครสนใจดูแลคนผู้ใช้ แรงงานเหล่านี้เมื่ออนุมานได้ผมจึงตั้งข้อกล่าวหาว่าและกระทู้สดในวันนี้ว่าท่านรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนของนายกรัฐมนตรี ท่านไม่รู้บ้างหรือว่ามีคนไทยถูกหลอกที่ยุโรปประมาณ ๑๒,๐๐๐ คน โดยไม่ได้รับค่าจ้าง โดยผิดสัญญา ถ้าท่านไม่รู้ลูกน้องของท่านปัูมตรา กระทรวงแรงงานได้อย่างไร ลูกน้องของท่านปัุมตรา จง. ๑๒ ได้อย่างไร ลูกน้องของท่าน ไปอบรมทําไม ผมขอถามคําถามแรกครับท่านประธาน
เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอตอบกระทู้สดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คุณสถาพร มณีรัตน์ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณที่ท่านได้เปึนห่วงเปึนใยผู้ใช้แรงงาน ในฐานะผมกับท่านนั้นก็รู้จักกันมานาน ตั้งแต่ท่านยังไม่มาเปึนผู้แทนราษฎร ท่านก็เปึนผู้นําภาคแรงงานอยู่ ผมชื่นชม ในความสามารถของท่านนะครับที่ได้ต่อสู้เพื่อผู้ใช้แรงงานตลอดมา ในประเด็นที่ท่าน ได้กล่าวและตั้งคําถามผม ๒-๓ ข้อเมื่อสักครู่นี้ ผมขอใช้เวลานิดเดียวครับเพื่อให้เข้าใจสภาพเปึนจริง หน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ที่สนับสนุนให้คนงานไปทํางานในต่างประเทศ ซึ่งการเดินทางนั้นไปได้อยู่ ๕ ทางนะครับ ทางที่ ๑ ก็คือตัวบริษัทจัดหางานเปึนผู้ส่งคนไปทํางาน ซึ่งจะมีการเก็บค่าใช้จ่าย ตามกฎหมายที่กําหนดไว้นะครับว่า จะเก็บได้ไม่เกิน ๑ เดือนแรกของเงินเดือนที่ได้รับ บวกกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกรวมแล้ว ๓ เดือน เท่ากับเปึน ๔ เดือน ถ้าหากว่าไปทํางาน ได้เงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาท เดือนแรกนะครับ ก็เก็บได้แค่ ๘๐,๐๐๐ บาท นี่ตามกฎหมาย นะครับ ส่วนที่มีปัญหาเก็บกันมากอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เราสอบถามแล้วเขาไม่บอกเรา แล้วเขาก็กําชับกันว่าถ้าบอกแล้วจะไม่ได้ไป อันนี้เราก็พยายาม ตอนนี้ผมให้ออกระเบียบ ใหม่แล้วครับ บอกว่าต้องมีการบันทึกจากปากคําว่า ลูกจ้างเสียค่าใช้จ่ายจริง ๆ เท่าไร ต้องบันทึก และเวลากลับมาจะได้ทราบว่า เราทราบหรือไม่ทราบนะครับ อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ ผู้ที่หางานและก็เดินทางไปด้วยตัวเอง เช่น มีญาติพี่น้องอยู่ อะไรอยู่แล้วก็ติดต่องาน ติดต่อนายจ้างแล้วก็มาขออนุญาตให้ไปทํางาน อันนี้เราก็ใช้การตรวจสอบโดยที่ว่า ขอหลักฐานจากสถานทูตของเราที่อยู่ในประเทศนั้นนะครับ เปึนคนที่ช่วยรับรอง หรือถ้า ประเทศใดที่เรามีทูตแรงงานอยู่เราก็ให้ทูตแรงงานของเรา เมื่อรับรองแล้วเราถึงจะให้ไป พวกนี้ไม่มีการเก็บค่าหัวนะครับ พวกที่ ๓ รัฐจัดส่ง อันนี้ก็คงจะไม่มีปัญหาหรอกครับ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คงจะไม่ต้องพูด อันที่ ๔ นายจ้างพาไป นายจ้างพาไปในลักษณะที่ การไปเก็บผลไม้นี่เข้าในข้อนี้ครับ คือนายจ้างพาไป และนายจ้างนั้นไม่มีสิทธิที่จะเก็บ ค่าจ้างจากคนที่พาไป เพราะฉะนั้นจึงมีการที่ หลักฐานก็คือนายจ้างกับลูกจ้างมีสัญญา จ้างกัน ในกรณีที่ไปสวีเดนก็มีเงินเดือน ๘,๐๐๐ บาท เบี้ยเลี้ยง ๕๐๐ บาท แต่มีเงื่อนไขอื่น ที่ตามมาในสัญญา ในสัญญานั้นก็คือนายจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่าย ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าที่อยู่ จัดรถในเรื่องของการไปเก็บผลไม้ รวมทั้งค่าอาหาร ค่าอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ เมื่อเก็บผลไม้ได้แล้วก็เอาไปขาย เอาผลประโยชน์นั้นแบ่งกัน ส่วนอันสุดท้ายก็คือการไป ฝ๊กงาน อันนี้คงจะไม่ต้องพูด เพราะฉะนั้นเข้าสู่ในประเด็นคําถามของท่านก็คือ จริง ๆ แล้วที่ท่านบอกว่าคนไทยไปเปึน ๑๐,๐๐๐ คน ตั้ง ๑๕,๐๐๐ คนนะครับ อันที่จริง มันคงจะไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ สําหรับการที่จะไปเก็บผลไม้นั้น มีประเทศที่เก็บผลไม้ป์า จริง ๆ มีแค่ ๒ ประเทศ คือสวีเดนกับฟ่นแลนด์ ส่วนโปแลนด์นั้นเอาไปทําการเกษตร อันนี้เปึนลูกจ้าง นายจ้างที่หลอกกันไปบ้าง ทั้งโปแลนด์ จริง ๆ เกิดก่อนที่ผมจะเข้ามารับ หน้าที่ แต่เมื่อคนเดือดร้อนกลับมาเราก็ต้องช่วยเขานะครับ คือก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา ทํางาน ส่วนประเทศที่มีปัญหาที่ท่านพูดนั้นนะครับคือสวีเดน ในประเทศสวีเดนนี้นะครับ ได้มีการดําเนินการเก็บผลไม้ป์านะครับกับประเทศฟ่นแลนด์ทํามาประมาณสัก ๑๐ กว่าป้ นะครับ โดยพวกนี้เปึนฤดูกาลประมาณสัก ๒ เดือนเศษ ๆ ไม่เกิน ๓ เดือน ส่วนเริ่มต้นก็ พวกมาดาม (Madam) พวกที่ไปได้สามีอยู่อะไรอยู่นะครับ ชักชวนญาติพี่น้องไปท่องเที่ยว แล้วก็ไปใช้เวลาสั้น ๆ วีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราว ๙๐ วัน สําหรับประเทศสวีเดนนะครับ ได้ดําเนินการไปเมื่อที่เขามาเปลี่ยนแปลงให้บริษัทนําคนของเขา ลูกจ้างเองนี่ครับไปเก็บ ผลไม้แล้วไปขายให้สมาคมผู้รับซื้อ เริ่มต้นเมื่อป้ ๒๕๕๐ ตอนนั้นสมาคมส่งไปได้โควตา ให้ไปนะครับ ๑,๑๕๐ คน และอีกส่วนหนึ่งก็คือพวกมาดามพาไป เมื่อป้ ๒๕๕๑ สมาคม ได้ให้โควตา ๓,๖๘๑ คน แล้วก็ทราบว่ามาดามนั้นส่งไปก็ประมาณ ๒,๕๐๐ คน รวมแล้วก็ ประมาณ ๖,๐๐๐ คน ที่ผ่านมา ๒ ป้ไม่มีปัญหา เพราะว่าผลไม้เก็บแล้วแบ่งกันได้ผล พอสมควร สําหรับป้นี้เขามาสทริกท์ (Strict) เรื่องมาดาม
คือเวลาของกระทู้ ๒๐ นาทีมันหมดไปแล้ว แล้วระบบของเราก็ได้วางกติกาไว้ กระทู้ ๓ กระทู้ก็ ๑ ชั่วโมง อันนี้ ๒๐ นาทีแล้วครับ
จริง ๆ คําตอบ ของผมนี้ยังสั้นกว่าคําถามที่ถามมานะครับ ขออนุญาตครับ เพื่อให้ได้ชัดเจนและพี่น้อง ก็สนใจฟังด้วยครับ อันนี้ขออนุญาตท่านประธานเปึนกรณีพิเศษนิดหนึ่ง แต่ผมจะไม่ใช้ เวลามากครับ อีกนิดเดียว สําหรับป้นี้ในประเทศสวีเดนทางสมาคมเองเขาก็ได้ประเมินว่า น่าจะมีคนไปประมาณสัก ๖,๐๐๐ คน ก็คงจะไม่มีปัญหา เขาจึงได้ให้โควตามาทั้งหมด ๕,๙๑๑ คน แล้วของมาดามอีกเขาให้คนละครอบครัวไม่เกิน ๔ คน น่าจะอยู่สักประมาณ ๑,๐๐๐ คน ก็อยู่ใน ๖,๐๐๐ คน แต่ปรากฏว่าป้นี้มากกว่าไปนิดหนึ่งคือประมาณ ๗,๐๐๐ คน ๗,๐๐๐ คนนี้เวลาไปเก็บแล้วนะครับ เผอิญป้นี้ภาคเหนือผลไม้มีน้อย ภาคกลาง ภาคใต้ ไม่มีปัญหา แล้วคนภาคเหนือที่มีปัญหาก็มีปัญหาอยู่ในกลุ่มประมาณ ๔๐๔ คน แล้วก็ที่เดินทางกลับมาแล้วเนื่องจากไม่มีผลไม้ให้เก็บ ตอนที่มีปัญหาอยู่ผมก็ได้ ไปดูด้วยตัวเองว่าปัญหาเปึนอย่างไร ก็ได้บอกเขาว่าถ้ามีปัญหาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ก็มาพูดในเมืองไทย ใครเดือดร้อน ใครกลับมาก็ต้องมาแจ้ง ทางเราเองจะได้ประสาน แล้วก็ข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรที่ออกมาที่จะช่วยกันได้ ถ้าหากว่าคุยกันรู้เรื่องไม่มีปัญหา ก็ไม่มีปัญหา ถ้ามีปัญหาเราต้องดําเนินคดีตามกฎหมาย เพราะว่าผู้ที่พาไปนั้นไม่มีสิทธิ ที่จะเก็บค่าหัว ค่าใช้จ่ายกับผู้ที่พาไปตามเอกสารหลักฐาน เพราะฉะนั้นขอเรียนว่าในช่วง ที่ผมมาดําเนินการเปึนรัฐบาลอยู่ก็มีปัญหาคือเรื่องเก่า ไม่ว่าจะมาจากประเทศลิเบียก็ดี จากประเทศโปแลนด์ก็ดี แต่เรื่องใหม่ก็คือ ป้ ๒๕๕๒ เฉพาะประเทศสวีเดนเท่านั้น ขณะนี้ เขาก็ได้มาลงแจ้งข้อกล่าวหาให้กระทรวงแรงงานช่วยเหลือในจํานวน ๓๐๐ กว่าคน แล้วครับ ขณะนี้เราก็กําลังที่จะดําเนินการช่วยเหลือเขาอยู่ครับ ขอตอบในประเด็นแรก เท่านี้ก่อนนะครับ
กระทู้ที่ ๑ หมดเวลาแล้ว นะครับ คุณสถาพรครับคือเราต้องอาศัยกติกา ท่านเยิ่นเย้อมากไปก็เวลาของท่านเอง
ผมไม่ได้เยิ่นเย้อเลยนะครับ เพราะว่า ข้อเท็จจริง
เปล่าครับ เวลา คือเราตั้ง กฎเกณฑ์เอาไว้ว่ากระทู้สดนี้ กระทู้ละ ๒๐ นาทีนะครับ
นายสถาพร มณีรัตน์ (ลําพูน) ผมเองได้ยืนยันกับเพื่อนสมาชิกในซีกของ พรรคเพื่อไทยเราว่า ถ้าผมเกินเวลาของพรรคเพื่อไทย
ไม่มีเวลาพรรคเพื่อไทยครับ เวลาของสภาที่วางกฎเกณฑ์ไว้ครับ
กระทู้ที่ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกคือคุณซูการ์โน มะทา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เขาเห็นว่าเรื่องนี้มันต้องให้กระจ่าง เพราะว่าโอกาส ในการตั้งกระทู้สด ท่านประธานได้โปรดเห็นใจว่า ถ้าผมเกินเวลาท่านก็หักจาก เพื่อนสมาชิกของผมนะครับ
คุณซูการ์โนก็ ๒๐ นาที เหมือนกันครับ
ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมเองก็เข้าใจครับ
จะตัดเวลาของคุณซูการ์โน ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนผมเสียสละของผม ๕ นาทีให้ท่านสถาพรครับ
๕ นาทีนะครับ ตั้งเวลา ๕ นาทีด้วย เชิญครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคร่งครัดเวลาทั้ง ๆ เปึนเรื่องสาระของผู้ยากไร้ ท่านประธานครับ ต่อคําตอบ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ฯพณฯ ไพฑูรย์ แก้วทอง ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ท่านเปึนเจ้ากระทรวงครับ วันนี้ผมยืนยันชัดเจนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในกระทรวงแรงงาน แน่นอน ท่านครับ ถ้าไม่มีการทุจริตไฉนเลยจะมีการปัูมตราของกรมการจัดหางานครับ การปัูมตราของกรมการจัดหางานนั่นก็หมายความว่า ท่านได้สํารวจตรวจสอบแหล่งงานนั้น เรียบร้อย โดยเฉพาะที่ประเทศสวีเดนที่บอกว่าได้โควตาป้ ๒๕๕๒ ประมาณ ๗,๐๐๐ คน ซึ่งข้อเท็จจริงไปเปึน ๘,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งตรงนี้มีการทุจริตกันแน่นอน ผมต้องนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือยัง ท่านมาโทษเฉพาะพี่น้องประชาชนของพวกเราได้อย่างไร หัวใจมันอยู่ที่กลไกของรัฐครับ เพราะตําแหน่งงานแต่ละตําแหน่งนั้นเจ้าหน้าที่ทูตจะต้องตรวจสอบปัูมตราและเจ้าหน้าที่ กระทรวงแรงงานจะต้องรับรู้ก่อนครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถึงข้อเท็จจริงว่ามีเหตุผลจําเปึนอย่างไรที่ต้องใช้ตรากระทรวงอนุญาตปัูม จง. ๑๒ ปัูม การดําเนินกิจกรรมว่ามีตําแหน่งงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความเจ็บปวดไม่ใช่ว่าคนงานของเรานั้น มันโง่ ถูกเขาหลอกซ้ําซากครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องตอบคําถามผมให้ได้ว่า ท่านตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบลูกน้องของท่านในกระทรวงแรงงานหรือยัง เปึนคําถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขอเรียนว่ายังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ นะครับ แล้วส่วนที่ท่านบอกว่าสแทมพ์ (Stamp) ของกระทรวงนะครับ อันนี้เพราะว่า เขามาขออนุญาตแล้วก็มีสัญญาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแล้วเราอนุญาตให้เขาไป ก็แน่นอนครับต้องตรวจสัญญาเขา แต่ถ้าเขาทําผิดสัญญาเราก็ต้องดําเนินการ เมื่อมีการ ร้องมา มีปัญหามา เราก็ต้องฟัองบริษัทนี่ละครับ ที่ท่านบอกว่าสแทมพ์ก็ต้องรับทราบ ไม่สแทมพ์ได้อย่างไรเพราะว่าเขามาขอ แต่ที่ให้ไปท่านไปบอกว่า ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ คน อะไรพวกนี้ ตัวเลขที่เขาขอที่ออกวีซ่า ๕,๙๑๑ คน ส่วนที่มีมากกว่านั้นคือมาดาม เขาไปท่องเที่ยวแล้วก็บวกคนก็ประมาณสัก ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ คน ก็มากกว่าทุกป้ ซึ่งการท่องเที่ยวนั้นไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน เพราะฉะนั้นกระทรวงแรงงาน ที่สแทมปีคือ ๕,๙๑๑ คน ๔ บริษัท ซึ่งอันนี้เขามีปัญหากลับมาเราต้องเล่นงานเขา ถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่เรามีส่วนที่เกี่ยวข้องหรือเปึนการหลอกลวงถ้าพัวพันไปถึงตอนนั้นละครับ เราถึงจะตั้งคณะกรรมการสอบ ขณะนี้ขอยืนยันว่ายังไม่ได้ตั้งนะครับ
เชิญคําถามสุดท้าย
ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้ฟังคําตอบ ของรัฐมนตรีนั้นก็มีความเชื่อที่เขาเล่าลือว่าบริษัทมันเส้นใหญ่ เจ้าหน้าที่มันเส้นใหญ่ ที่เชื่อมโยงกับญาติโกโหติกาของนักการเมือง ผมเชื่อแล้ว ถ้าท่านรัฐมนตรีตอบอย่างนี้ ผมเชื่อแล้วครับ ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าการตอบเช่นนี้ย่อมชี้ให้เห็นว่าบริษัทจัดหางาน เหล่านั้นมีเส้นสายและกลไกภายใน ก็นําเรียนว่าเมื่อเปึนอย่างนี้แล้วผมเองต้องทําหน้าที่ ต่อไปในการตรวจสอบขุดคุ้ยข้อมูลเพื่อที่จะดําเนินการในการตรวจสอบฝ์ายบริหาร ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของประเทศโปแลนด์ ท่านไม่ได้ตอบว่าเรื่องของประเทศ โปแลนด์นั้นทําอย่างไรและขณะเดียวกันจะเยียวยาคืนเงินของพี่น้องทั้งประเทศสวีเดน ประเทศฟ่นแลนด์ ทั้งประเทศสเปน และประเทศโปแลนด์ได้อย่างไร เพราะคนเหล่านี้นั้นเชื่อโดยสุจริตใจว่าเมื่อไปอบรมที่ใต้ถุนกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางานอบรมนั้น เชื่อโดยสุจริตใจว่าเปึนความถูกต้อง เปึนความที่จะต้องได้รับ การเยียวยาแก้ไขและมีหลักประกันชัดเจน เพราะฉะนั้นก็แสดงว่าเมื่อมีใครมาขออนุญาต แล้วกระทรวงอบรมทําไมครับ กระทรวงอบรมเขาทําไม ถ้าไม่มีเส้นสายอบรมไม่ได้ครับ ต้องมีการร้องขอและบริษัทเหล่านั้นที่มีการล่ําลือกันว่าเปึนญาติโกโหติกา ของนักการเมืองในกระทรวงเหล่า ๆ นั้น ย่อมเปึนที่ทราบแน่ ท่านประธานครับ การอบรม หลักสูตรของกรมการจัดหางานจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบแรงงาน ต้องผ่านกระบวนการของกระทรวงการต่างประเทศมีที่อยู่ ที่กิน ที่หลับนอนชัดเจน แล้วสถานทูตถึงส่งมาที่กระทรวง กระทรวงถึงกําหนดหลักสูตรในการอบรมเก็บผลไม้ป์า หรือไปหาหน่อไม้เมืองนอกได้ เพราะฉะนั้นผมนําเรียนว่ามีการไม่ชอบมาพากล ในกระทรวงแรงงาน และคําตอบของรัฐมนตรียังไม่กระจ่าง และผมขอถามเปึนคําถาม สุดท้ายว่า ท่านรัฐมนตรีมีแนวทางอย่างไรที่จะคืนเงินให้กับผู้ใช้แรงงานเหล่านั้นครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขอเรียนตอบนะครับว่า บริษัทนั้นมีเส้นมีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ขอให้ท่าน ตรวจสอบนะครับ ที่ส่งไปประเทศสวีเดนมีอยู่ ๔ บริษัท ๑. บริษัท สยามรอยัล เซอร์วิส กรุ๊ป จํากัด ๒. บริษัท สิงห์ ซันไชน์ จํากัด ๓. บริษัท ไทยบลูเบอร์รี่ กรุ๊ป จํากัด ๔. บริษัท ทีเอส ลอว์ แอนด์ บิสซิเนส จํากัด ๔ บริษัท ท่านตรวจสอบเลยครับว่า นักการเมืองใครมีส่วนเกี่ยวข้องไหม ถ้ามีก็ให้บอกผมมาแล้วผมจะได้ตั้งกรรมการสอบ แล้วก็ดําเนินการโดยเด็ดขาดครับ
ส่วนข้อที่บอกว่ามีการอบรมไหม จริง ๆ แล้วทุกบริษัทที่เมื่อขอมาแล้ว ก่อนจะเดินทางเราจะมีเจ้าหน้าที่ชี้แจงแนะนําไปประเทศนั้นมันจะเปึนอย่างนั้นนะ มันจะ มีอย่างนั้นนะ แล้วก็ขอให้ทําตัวอะไร อย่างไร แล้วก็ที่บอกว่า ๕๐๐ บาท ที่ไปลงทะเบียน อันนี้ลงทะเบียนไม่สมัครใจนะครับ แต่ถ้าบริษัทที่นําคนงานไปรับจ้างอันนี้เราบังคับ ต้องเปึนสมาชิก ถ้าไปเดือดร้อนอยู่ประเทศโน้นประเทศนี้กลับไม่ได้เราใช้เงินกองทุนนี้ช่วย ถ้ารัฐส่งไปก็เหมือนกัน แต่ลักษณะบริษัทที่พาไปเปึนการสมัครใจ ๕๐๐ บาท ไม่ใช่ว่า ๕๐๐ บาทนี้เปึนสิ่งที่รับรอง อันนี้เปึนสมาชิกนะครับ
สุดท้าย ประเด็นของประเทศโปแลนด์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลนี้ นะครับ แต่เมื่อเขาเดือดร้อนมาก็มาพบผม ผมก็ได้ให้ตรวจสอบแล้วก็ลงลึกไปขณะนี้เรื่อง ของประเทศโปแลนด์มันไปสู่กระบวนการของกฎหมายเกือบทั้งหมดแล้ว ไปสู่กระบวนการ ศาล ไปสู่กระบวนการอะไรต่าง ๆ ผมก็ตั้งคณะกรรมการ โดยคณะที่ปรึกษาฝ์ายกฎหมาย ของผมให้ติดตาม แล้วก็ทั้งกระตุ้นโดยที่ว่าขอความร่วมมือจากตํารวจ แม้กระทั่ง ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินให้ติดตามตัวบุคคลที่มีชื่อนะครับ อย่างนายสายชลอะไรนี่ไม่รู้กี่คดีเรียงมาหลายป้แล้ว แล้วก็อีกหลาย ๆ คน ขณะนี้ ผมให้ดําเนินการ ส่วนที่จะเยียวยาแค่ไหนตอนนี้ไปสู่กระบวนการของศาลนะครับ ก็คงจะต้องติดตาม แล้วเราก็ตั้งคณะที่ปรึกษาฝ์ายแรงงานของเราไปเปึนทนายให้ฟรีครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ จบกระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๑ ครับ ต่อไป
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๐๕๓ เรื่อง ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายซูการ์โน มะทา เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเปึนผู้ตอบ
เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีความจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อตั้งกระทู้สด ถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมก็เคยใช้อาศัยมาตรา ๑๕๗ นี้ ถามท่านนายกรัฐมนตรีต่อกรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่มัสยิดไอปาแยหรือมัสยิดที่บ้านสูแกก็ตาม แต่วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเรามาดูจากปัญหาทั้งหมดวันนี้จะเห็นได้ว่า ๕ ป้นั้น รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณเปึนแสนล้านบาท ในการที่จะนําความสงบสุข สันติสุข กลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ดํารงชีวิต และใช้ชีวิตประจําวันภายใต้ความหลากหลายและความแตกต่างทางชาติพันธุ์ แต่ท่านประธานที่เคารพ ๕ ป้ กับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งสิ้น ถึง ๙,๗๗๐ ครั้ง ท่านประธานครับใน ๙,๐๐๐ กว่าครั้งนั้น รูปแบบการก่อเหตุต่าง ๆ นั้น ก็มีลักษณะแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเปึนการลอบยิงมีถึง ๕,๐๐๐ กว่าครั้ง วางระเบิด ๑,๐๐๐ กว่าครั้ง และที่สําคัญที่สุดมันมีเหตุการณ์อื่น ๆ อยู่ประมาณ ๑,๖๐๐ ครั้ง ท่านประธานครับ ผมตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ท่านก็ได้เปึนผู้รักษาการในฐานะ ของนายกรัฐมนตรี ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าวันนี้ภายใต้ประสบการณ์และบุคลิก ความมีภาวะผู้นําของท่าน ท่านคงตอบคําถามที่ผมจะตั้งกระทู้สดถามท่านไว้ ๓ ข้อวันนี้ได้ เพราะผมมีความเชื่อมั่นว่าท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น มีบุคลิกและภาวะผู้นํามากกว่า ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมานั้นผมถามไปแล้ว ครั้งที่แล้ว ความที่จะแก้ปมด้อย จุดอ่อนของรัฐบาลที่ผ่านมาก็พยายามตอบกระทู้แบบรวดเร็วทันใจ ในกรณีของ มัสยิดบ้านสุแกก็ว่าเปึนผู้ก่อการ แต่วันนี้ออกหมายจับไปแล้ว ๑ คน แต่ท่านครับยังมีอีก ๓ คน ที่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าทําไมไม่มีอยู่ในกระบวนการออกหมายจับด้วยในประเด็นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับสําหรับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น วันนี้ถ้าเราจะดูในช่วงเวลาของ ๕ ป้นั้น ผู้ที่เสียชีวิตท่านประธานครับ ยิ่งทุ่มงบประมาณ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยิ่งต้องสูญเสียชีวิตมากขึ้น ๆ ทุกวัน ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ รับผิดชอบ ท่านดูตัวเลขไหมครับวันนี้แสนกว่าล้านคน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่เปึนพลเรือนและประชาชนนั้นสูญเสียชีวิตทั้งสิ้นถึง ๓,๑๑๘ คน จาก ๓,๕๖๓ คน ๗๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ส่วนที่เหลือ ก็เปึนข้าราชการทหารเพียง ๖ กว่าเปอร์เซ็นต์ ตํารวจ ๖ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในห้วงของเวลา ๑๐ เดือนนั้นก็มีผลออกมาอีกเช่นเคยครับ พี่น้องประชาชนก็เปึนผู้ที่ได้รับผลกระทบ และสูญเสียมากที่สุดอีกเช่นเคย สิ่งเหล่านี้ผมจึงอยากฝากวิงวอนท่านประธาน ถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะที่มาตอบกระทู้ถามวันนี้ พอกันทีครับ เลิกกันทีครับ ประเภทไปใส่ร้ายปัายสีคนอื่นบนความทุกข์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยขาดหลักฐาน แล้วเลิกกันทีครับที่ออกมาชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนว่าปัญหาภาคใต้นั้น เกิดจากกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วันนี้ทุกคนรู้ดีนะครับ พอกันทีครับ ท่าน เอาความจริงใจมาแก้ปัญหาดีกว่า เลิกเอาประเด็นการเมืองมาอาศัยความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน วันนี้ผมจึงอยากถามท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ในฐานะที่ได้รับ มอบหมาย ซึ่งผมก็เชื่อว่าที่ผ่านมานั้นท่านก็เคยทําหน้าที่ฝ์ายค้าน เคยนําเสนอแนวทาง ให้กับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ถึงแนวทาง ในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ท่านได้รับโอกาส จากพี่น้องประชาชนให้มาทําหน้าที่ในการแก้ปัญหาของท่าน ผมอยากทราบว่าวันนี้ นโยบาย ๙๙ วัน แก้ปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ได้จริงหรือไม่ มันผ่านไปแล้ว ๗-๘ เดือน แต่ผู้เสียชีวิตยังมากขึ้นเช่นเดิม และวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่าจากเหตุการณ์อื่น ๆ ๑,๖๗๐ ครั้งนั้น ผมมีความรู้สึกว่าการละเมิด สิทธิมนุษยชนนั้นเกิดขึ้นเปึนจํานวนมากในจํานวนนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่หลายๆ แห่ง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอยกตัวอย่างเฉพาะพื้นที่ในอําเภอยะหา จังหวัดยะลา ท่านรองนายกรัฐมนตรี เคยไปถามลงในพื้นที่บ้างไหมครับว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๕ กันยายนที่ผ่านมานั้น มีผู้ใหญ่บ้านซึ่งก่อนหน้านั้นผู้ใหญ่บ้านโดนยิงไปแล้ว ๑ คน ที่ตําบลบาโร๊ะ อําเภอยะหา ห่างกันไม่ถึง ๙๐ วัน ก็เกิดเหตุยิงขึ้นผู้ใหญ่บ้านตายพร้อมลูกสาวและลูกเขย ๓ คน แต่ท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เหตุการณ์วันนั้นมันแตกต่างกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เพราะผมไปสอบถามจากพี่น้องประชาชน ข้อเท็จจริงก็คือว่ามีกลุ่มบุคคล ได้อาศัยรถยนต์ไปสอบถามเมียและมาจนสุดท้ายนี่ มาเจอผู้ใหญ่บ้าน แต่ข้อสังเกตที่เปึน ข้อกังขาก็คือทําไมที่เปึนหลักฐานไม่ว่าจะเปึนอุปกรณ์ปลอกกระสุนป๋นในที่เกิดเหตุถึงไม่มี ทั้ง ๆ ที่ในบริเวณบ้านนั้นถูกยิงเปึน ๑๐๐ นัด แล้วทําไมจึงหายเฉพาะแค่ป๋นสั้น ของผู้ใหญ่บ้าน ทําไมอาวุธสงครามอาก้า ๓ กระบอกที่อยู่ในบ้านจึงไม่หาย อันนี้ เปึนข้อกังขาที่พี่น้องประชาชนสงสัย ว่าเปึนการกระทําของใครนะครับ ฉะนั้นผมขอถาม คําถามที่ ๑ ว่าวันนี้ท่านรู้หรือยังครับว่าปัญหาที่แท้จริงของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คืออะไร แล้วต้นเหตุหรือแนวทางในการแก้ปัญหานั้นท่านสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ว่า เมื่อไรเขาจะได้รับ ความสงบสุข สันติสุขเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนครับ เปึนคําถามที่ ๑ ครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เปึนผู้ตอบกระทู้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ซูการ์โน มะทา ผมขออนุญาตกราบเรียนตอบ ในกระทู้แรกก่อนว่าที่ท่านอ้างว่าเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมีคนเสียชีวิตมากขึ้นโดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนนั้น ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงแก้ตัวเลขหน่อยนะครับ ถ้านับจํานวน เหตุการณ์ต้องถือว่าเหตุการณ์ลดลงนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ ปล้นป๋น เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ เปึนต้นมา เหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้ป้หนึ่งเปึนพัน บางป้ก็สูงถึง ๒,๕๐๐ เหตุการณ์ ยอดผู้เสียชีวิตก็มีจํานวนมากทั้งประชาชน ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร แต่ว่าป้นี้ครับ จํานวนเหตุการณ์ลดลง ผมมีตัวเลขอยู่ในมือแล้วก็ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็สามารถที่จะตรวจสอบตัวเลขที่เปึนจริงได้นะครับ เหตุการณ์ ลดลงแน่นอนครับ ที่จริงผมต้องเรียนนะครับว่าเหตุการณ์ที่ลดลงนี่มันลดลงตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ท่านครับ มีสัญญาณในเชิงบวกว่าการก่อเหตุนี่มีจํานวนครั้งลดลง ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา จากที่เคยมีเปึน ๒,๐๐๐ ครั้ง ป้ ๒๕๕๑ ก็มีแค่ ๑,๓๗๐ เหตุการณ์ นะครับ และมาป้นี้ก็ลดลงจากป้ ๒๕๕๑ เปึนจํานวนมาก ยอดของผู้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่ ตํารวจ ทหาร และประชาชนก็ลดลงกว่าป้ก่อน ๆ อันนี้เปึนเรื่องแรกที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่าน
เรื่องที่สอง เรื่องตัวเลขงบประมาณที่ท่านบอกว่า ๕ ป้ได้ใช้เงินไปนับแสน ล้านบาท จริง ๆ ไม่ถึงครับท่าน ผมมีตัวเลขอยู่ในมือนะครับ โดยเฉลี่ยแล้วในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีตัวเลขงบประมาณที่ใช้ไปมีประมาณ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ ล้านบาท มีป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ที่ตัวเลขเพิ่มเปึน ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ รวมแล้ว ก็ไม่ได้เปึนจํานวนนับแสนล้านบาทอย่างที่ท่านว่า อันนี้ไม่ได้ไปหักล้างอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าให้ปรากฏเปึนตัวเลขข้อเท็จจริง ท่านถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ ๕ กันยายน ใครเปึนคนทํา ที่จริงท่านเคยพูดคุยกับผม เปึนการส่วนตัว ตอนนี้ผมยังไม่ได้คําตอบ ก็พยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหา แต่ผมเรียนว่าตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศครับ เราได้กําหนดเปึนนโยบายชัดเจนครับ เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ์ายไม่มีการไปไล่ล่าฆ่าสังหารประชาชน เรายึดเอาแนวทางของการพัฒนาเพื่อที่จะยกระดับความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน เปึนหลัก เพราะฉะนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเราก็พยายามที่จะเข้าไปสืบสวนสอบสวน แล้วก็หาคนผิด เมื่อชัดเจนก็ออกหมายจับดําเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ทําอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กฎหมายอนุญาต ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่มัสยิดไอปาแย อย่างที่ ท่านทราบ ออกหมายจับไปแล้ว ๑ คน อีก ๓ คนกําลังพยายามพิสูจน์อยู่ครับว่าเปึนใคร มีผู้ต้องสงสัยอยู่ แต่ว่ายังไม่ชัดเจนก็ยังไม่ได้ออกหมายจับ ผมเรียนกับท่านประธานไปถึง ท่านสมาชิกครับว่า รัฐบาลไม่ให้ใครไปใส่ร้ายปัายสีประชาชนโดยขาดหลักฐาน โดยเด็ดขาดครับ จะทําตามหลักฐานพยานเท่านั้น และที่ท่านบอกว่า รัฐบาลแถลงไว้ว่า จะแก้ปัญหาภาคใต้ภายใน ๙๙ วัน แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ผมกราบเรียนว่าคงจะมี ความสับสนเล็กน้อยครับ นโยบายของรัฐบาลเรื่อง ๙๙ วันนั้นเปึนเรื่องอื่น เช่น เรื่องการศึกษา เรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยประชาชน ในนโยบาย ๙๙ วันนั้นไม่ได้ รวมเอาเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าไปด้วย เพราะเราทราบดีนะครับว่าปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้เพียงไม่กี่วัน หรือไม่กี่เดือน มันเปึน ปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนาน ท่านก็เปึนผู้แทนราษฎรมาหลายป้ ท่านก็อยู่ฝ์ายรัฐบาล มาก่อน ท่านก็เห็นว่าปัญหามันซับซ้อน แล้วก็มีการเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันหลายมิติ แต่ว่า ที่ท่านถามว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ก็ต้องตอบสั้น ๆ ก็คือว่า มีกระบวนการ มีความพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดนแล้วก็ยุยงปลุกปัืน ก่อเหตุเพื่อที่จะบั่นทอน ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล บั่นทอนการบริหารราชการของรัฐบาล แล้วรัฐบาลก็พยายาม แก้ไข ในส่วนของรัฐบาลนี้เราได้ตั้งเปัาว่าเราจะใช้หลักของการพัฒนา ยึดแนวทาง พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เปึนธงชัย ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลครับ ผมเชื่อว่าในช่วง ๓ ป้นับจากนี้เมื่อรัฐบาล ได้ดําเนินโครงการตามนโยบายนี้ครบถ้วน ได้ยกระดับชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ยกระดับรายได้ของประชาชนให้ดีขึ้น ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะหันมาร่วมมือกับ รัฐบาลมากขึ้น กลุ่มของผู้ก่อการร้ายทั้งหลายก็จะได้รับการสนับสนุนน้อยลง และผมเชื่อ ว่าปัญหาก็จะคลี่คลายขึ้นครับ
เชิญ คําถามที่ ๒ นะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการจะตอบเสริมนะครับ เดี๋ยวนะครับท่าน ผู้ตั้งกระทู้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ขอตอบกระทู้ถามสด ในนามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อคําถาม ของท่านซูการ์โนที่ถามว่า รู้แล้วหรือยังสาเหตุของความรุนแรงในภาคใต้เกิดจากอะไร แล้วก็สําทับว่าอย่าไปพูดถึงความผิดพลาดในยุคระบอบทักษิณอีกเลย ผมขอยืนยันว่า พี่น้องประชาชนทราบดีว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้นั้นเกิดจากการใช้นโยบายที่ผิด นั่นคือการไปอุ้มฆ่าพี่น้องประชาชนในยุคของระบอบทักษิณ แต่นักการเมืองบางคน ก็สนับสนุนวิธีการนี้ จนกระทั่งพี่น้องจากยะลา เช่น ญาติของคุณอารง มาร้องเรียนกับผม ขณะที่ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน หรือญาติ ของนายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู มาร้องกับผมว่าถูกอุ้มฆ่า สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าผู้ถามรู้ดีว่า ความผิดพลาดในเชิงนโยบายก็คือไปยกเลิกกองบัญชาการผสมพลเรือนตํารวจ ทหาร ไปยกเลิก ศอ.บต.
ประการถัดไปการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทําอย่างไร เราใช้วิธีการตาม นโยบายเสริมสร้างสันติสุขตามแนวยุทธศาสตร์พระราชทานคือการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาครับ
เชิญคําถามที่ ๒ รวบรัดหน่อยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้ฟังท่านรอง นายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ เกี่ยวกับการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็ได้ตอบ ผมก็ขอยืนยันตัวเลขกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าเปึนเอกสารหลักฐานที่ผมได้รับจากส่วนราชการซึ่งดูแล แก้ปัญหา ในทั้งหมดนี้สถิติคือ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์พี่น้องประชาชนเปึนผู้ที่สูญเสีย และเสียชีวิตมากที่สุดนะครับ ยืนยันตัวเลขผมถูกต้องครับ สําหรับประเด็นที่ผมพยายาม จะไม่พูดถึงก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ขึ้นมาพูดว่าข้อเท็จจริงนั้น เกิดจากปัญหาการรื้อโครงสร้างของระบบราชการในพื้นที่ วันนี้ท่านก็ต้องตอบข้อเท็จจริง ว่า ข้อเท็จจริงคือการตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ ไม่ว่าจะเปึน พตท. ๔๓ หรือ ศอ.บต. ในป้ ๒๕๒๑ นั้นเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบการก่อการร้ายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งแยกดินแดนนะครับ เมื่อสถานการณ์สงบลง ตาม พ.ร.บ. ก็ต้องยุบหน่วยงาน และกระจายงบประมาณให้กับส่วนราชการอื่นได้เข้าไปในการแก้ปัญหา นี่คือข้อเท็จจริง ไม่ใช่เกี่ยวกับระบอบทักษิณ ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ
สําหรับประเด็นคําถามที่ ๒ ที่ผมจะต้องถามท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่กํากับดูแล แล้วก็เปึนรัฐมนตรีคนใต้ ที่มาดูปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านทํางานวันนี้ ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ เดือนแล้ว ท่านพอประมาณการได้ไหมครับว่าการลงพื้นที่ของท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้กลุ่มแนวร่วม กลุ่มก่อการในภาคใต้ ข้อเท็จจริงมันมีจํานวนเท่าไร แล้วใครละครับที่อยู่เบื้องหลัง เพราะว่ามันเกิดขึ้นจนพี่น้องประชาชนสับสน ท่านบอกว่าลดลง แต่ความรุนแรงมากขึ้น พี่น้องประชาชนยังมีเปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตอยู่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ จนถึง ปัจจุบัน อันนี้ยืนยันตัวเลขข้อมูล ที่ผมยืนยันก็ต้องถามท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีในประการที่ ๒ ว่า รัฐบาลรู้ถึงสาเหตุข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แล้ว วันนี้มันมีกองกําลังติดอาวุธที่อยู่ในพื้นที่จํานวนเท่าไร เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้สบายใจ เพราะท่านได้ทุ่มกําลังพลไปหลายหมื่นคนในพื้นที่ ยังไม่พอหรือครับ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังมีความจําเปึนที่จะต้องนําเจ้าหน้าที่จากกองทัพภาคอื่นไปสมทบ อีกหรือครับ วันนี้ผมจึงอยากถามว่าท่านประเมินหรือไม่ว่าแนวร่วมกลุ่มก่อการในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเท่าไร แล้วเมื่อไรท่านจะจัดการให้เสร็จครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอตอบคําถามข้อที่ ๒ อย่างนี้ครับว่าจากช่วงระยะเวลา ๘-๙ เดือนที่เปึนรัฐบาล พวกผมก็ได้ลงพื้นที่มากนะครับ ที่จริงถ้าเทียบกับสมัยรัฐบาลของท่านสมัยที่พวกท่าน เปึนรัฐบาลกันอยู่มีนายกรัฐมนตรี ๒-๓ คนนั้นก็ลงกันไปคนละครั้งนะครับ บางคนก็ลงไป ไม่ถึงพื้นที่ ท่านรัฐมนตรีบางท่านก็ไปแค่จังหวัดสงขลาเองนะครับ แต่ว่าพวกผมลงกัน ทุกสัปดาห์เลยครับ แล้วก็ลงกันไปเกือบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ลงไปในพื้นที่ ลงไปถึงหมู่บ้าน ลงไปถึงตําบลนะครับ ไปพบปะพระสงฆ์องคเจ้า ผู้นําศาสนา โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม ก็ได้พูดคุยกัน อันนี้พี่น้องประชาชนก็เปึนพยานได้ นี่ท่านถาวร เสนเนียม ก็เพิ่งขึ้นมาวันนี้เอง เมื่อวานก็อยู่ในพื้นที่นะครับ ผมก็ลงไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตัวเลขที่ท่านพูดถึงว่าประชาชนเสียชีวิตมากนี่จริงครับ ในเมื่อเทียบกับ จํานวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่เปึนตํารวจที่เปึนทหารนี่พี่น้องประชาชนเสียชีวิตมากกว่า คนในอาชีพอื่นที่เปึนราชการ แต่ว่าที่เปึนเหตุอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ ของรัฐ โดยเฉพาะในยุคนี้ผมยืนยันว่าไม่มีนะครับ ท่านบอกว่าเอากําลังเข้าไป ตั้งหลายหมื่นคนยังไม่พอหรือ มีคนร้ายอยู่เท่าไร มีแนวร่วมอยู่เท่าไร ใครอยู่เบื้องหลัง ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ตัวเลขจริง ๆ ว่ามีผู้ก่อการร้ายกี่คนกันแน่ นี่คงไม่มีใครตอบได้ ท่านเองก็อาจจะรู้จักมักจี่อยู่บ้าง เดินพบปะสวนกันบ้างนะครับ แต่ว่าท่านก็คงตอบไม่ได้ เขาประมาณกันว่าทั้งผู้ร้ายตัวจริง ทั้งแนวร่วมนี่อาจจะมี สัก ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ คน ในพื้นที่ เกินกว่านั้นก็อาจจะเปึนหมื่นกว่าคน แต่ว่าที่เราเอากําลังเข้าไปมากมาย เราไม่ได้เอาไปไล่ฆ่าคนเหล่านั้นครับ ไม่ได้เอาไป ปราบปรามคนเหล่านั้น กําลังของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหารที่ลงไปอยู่ในพื้นที่วันนี้ ลงไปเพื่อ คุ้มครองพี่น้องประชาชนนะครับ การที่เราได้ไปทําหน้าที่คุ้มครองพี่น้องประชาชน ทําให้ ตัวเลขความสูญเสียของพี่น้องประชาชน ทั้งที่เจ็บ ทั้งที่เสียชีวิตในป้นี้ลดลงอย่างเห็น ได้ชัดเมื่อเทียบกับป้ก่อน ๆ ผมคงไม่ลงรายละเอียดเพราะเวลาน้อยแต่ว่ามีเอกสาร อยู่ที่ผม พร้อมที่จะส่งให้ท่านประธานนะครับ จากตัวเลขที่เคยเสียชีวิตกันเปึนพันคน วันนี้ก็เหลือเปึนร้อยคนเท่านั้นเอง ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่เราทําเรายืนครับ เรามุ่งหน้า พัฒนา รัฐบาลนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ คือขยายมาในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูลด้วยนะครับ โดยเราถือว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเปึนเขตพัฒนาพิเศษ แล้วก็ได้พิจารณากําหนดนโยบาย กําหนดมาตรการ โครงการ งบประมาณเพื่อมาดูแลพื้นที่เหล่านี้เปึนพิเศษ ในระยะเวลา ตามแผนนี้ครับ ซึ่งเราได้กําหนดไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๕ รายละเอียดอยู่ในเอกสาร แล้วผมก็ส่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนะครับ เราใช้ เงินทั้งหมดประมาณ ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าในยุคไหน สมัยไหนที่ได้ใช้จ่ายไป ในพื้นที่ภาคใต้ ในงบประมาณทั้งหมดที่ใช้ลงไปเปัาหมายอยู่ที่พี่น้องประชาชนเลยครับ เอาประชาชนเปึนตัวตั้ง เราตั้งเปัาว่าเมื่อสิ้นแผนนี้เราจะต้องให้พี่น้องประชาชน ที่เปึนคนจนมีรายได้เฉลี่ยต่อป้ ต่อครอบครัวให้ถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาทให้ได้ แล้วเราเข้าไป ส่งเสริมอาชีพครับ ทั้งเกษตร ทั้งปศุสัตว์ ทั้งอาชีพค้าขายต่าง ๆ เอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชนเหล่านี้ โดยมีเปัาหมายชัดเจนว่าต้องการยกระดับรายได้ของพี่น้องประชาชน ประชาชนอยากจะทํานาก็เข้าไปส่งเสริมเรื่องทํานา อยากจะปลูกปาล์ม อยากจะ ปลูกสวนยาง อยากจะเลี้ยงแพะ อยากจะเลี้ยงโค อยากจะทําประมงเลี้ยงปลาในบ่อดิน เราลงไปตรงนั้นเลยครับ ตรง ๆ แล้วท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้ไปร่วมดูกับเรา เพราะว่าในการพัฒนาคราวนี้เราจะให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้านเปัาหมาย ๖๙๖ หมู่บ้านนะครับ เราจะใช้วิธีประชาสังคม ให้ประชาชน ในหมู่บ้าน ซึ่งมีคณะกรรมการหมู่บ้าน มีโต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม ผู้นําศาสนาได้มาร่วมคิด มาร่วมตัดสินใจกับพี่น้องประชาชนว่าเขาตั้งใจจะเลือกอาชีพอะไร และจะให้รัฐบาล สนับสนุนส่งเสริมโดยวิธีการอย่างไร ทุกคนจะมีความรู้ มีความเข้าใจเหมือนกันหมด ส่วนราชการต่าง ๆ นั้นผมได้ให้เขาทําเปึนคู่มือเลยครับว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้ แผนงานโครงการเหล่านี้เปึนผลสําเร็จ แล้วสิ่งเหล่านี้เป่ดเผยครับ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็จะได้รับคู่มือเหล่านี้ จะได้รับโครงการเหล่านี้ท่านสามารถติดตาม ตรวจสอบได้ วันไหนทําประชาสังคมในจังหวัดท่านผมจะชวนท่านไปด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเชื่อว่าโดยวิธีการที่เราทําอย่างนี้ เราสามารถที่จะพัฒนา ยกระดับชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็เมื่อสิ้นแผนนี้เราเชื่อว่าคนจน ในหมู่บ้าน ๖๙๖ หมู่บ้านเหล่านี้ทุกครอบครัวจะต้องมีรายได้เกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท นอกจากมีคณะรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกํากับดูแลนโยบาย โครงการ แผนงาน งบประมาณแล้วครับ ยังมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่ พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ผมเปึนประธานเอง ท่านถาวร เสนเนียม เปึนรองประธาน ท่านผู้อํานวยการ ศอ.บต. เปึนเลขานุการ เราก็จะทําหน้าที่เร่งรัด ประสานงานติดตามประเมินผล และเรามีความมั่นใจว่าด้วยวิธีการอย่างนี้ พี่น้องประชาชนทั้งหลายก็จะได้มีความเชื่อมั่น มีความมั่นใจขึ้นว่าอยู่ภายใต้การปกครอง รัฐบาลไทย ดีกว่าที่จะไปฝักใฝ์กับกลุ่มผู้คิดแบ่งแยกดินแดน ผมมั่นใจอย่างนั้นครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ ก็เกินเวลามา ๙ นาทีแล้วนะครับ ขอความกรุณารวบรัด
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา นะครับ เนื่องจากเปึนประเด็นคําถามสุดท้ายที่ผมจะถามท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวร เสนเนียม ก็อยากเรียน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการถาวรนะครับว่ากรณีเหตุการณ์ วันที่ ๕ กันยายนนั้นเกิดที่หมู่ ๒ ตําบลบาโร๊ะ อําเภอยะหา ผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต พร้อมด้วยลูกสาวและลูกเขย เหตุเกิดไม่มีปลอกกระสุนแม้แต่นัดเดียว แต่ที่บ้าน ท่านเคยไปดูหรือยังครับ ลงไปพื้นที่หรือยังครับ สภาพบ้านเปึนอย่างไร ความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนเปึนอย่างไร อันนี้ก่อนที่ผมจะเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ และอยากฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะที่กํากับดูแลในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เลิกเสียทีครับ พูดถึงย้อนอดีต วันนี้ท่านมีหน้าที่ ต้องทําหน้าที่ในการแก้ปัญหา ท่านทําหน้าที่ของท่านเถอะ ท่านอย่าโจมตี อย่าเอาอดีตมาพูด วันนี้ชาวบ้านเขาอยากดู ผลงานของท่านนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากถาม เพราะที่ผ่านมานั้นผมพยายามติดตามการ ให้สัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ และท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กํากับดูแลในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหานั้น ท่านจะพูดเสมอว่าท่าน และพรรคประชาธิปัตย์มุ่งมั่นที่จะใช้การเมืองนําการทหารในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ วันนี้ถ้าเราพูดถึงยุทธศาสตร์ของการนําการเมืองนําการทหารเพื่อในการ แก้ปัญหานั้นมียุทธศาสตร์หนึ่งจะต้องละทิ้งไม่ได้คือการเจรจา ผมมีความรู้สึกและเชื่อมั่น ว่าวันนี้กระบวนการเจรจานั้นมีอยู่ ผมอยากถามเปึนคําถามสุดท้ายสําหรับกระทู้ถามสด ในวันนี้ว่าวันนี้ถ้ารัฐบาลยึดหลักในการเจรจา ซึ่งเปึนยุทธศาสตร์หนึ่งของการนําการเมือง นําการทหารในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากถามท่านว่าใครคือ หัวหน้าที่ไปเจรจา และการเจรจานั้นมีผลคืบหน้าอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าวันนี้ท่านปกป่ด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เพราะเปึนที่ทราบกันว่ามีกระบวนการเจรจาเพื่อหาความสงบสุข สันติสุข กลับมาสู่พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนคําถามสุดท้ายที่ผมจะถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ฝากท่านนะครับ อย่าลืมลงไปดูนะครับ หมู่ ๒ บ้านตันหยง ตําบลบาโร๊ะ ข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร ตําบลนี้ภายใน ๑ เดือนผู้ใหญ่บ้านตาย ๒ คน ท่านเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยังไม่ได้ไปลงนะครับ แล้วก็เลิกเสียทีครับ ย้อนอดีต วันนี้ท่านมีหน้าที่ ต้องทําหน้าที่ทํางานในการแก้ปัญหา ท่านทําหน้าที่ของ ท่านเถอะ แล้วพี่น้องประชาชนจะให้คําตอบ ยอมรับท่านครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอตอบคําถามที่ ๓ นะครับ ในประการแรกท่านสมาชิกผู้มีเกียรติต้องให้ความเปึนธรรม กับผมนิดหน่อยนะครับ ผมไม่เคยไปโจมตีท่านครับ ผมไม่เคยไปโจมตีใครในอดีต เมื่อสักครู่นี้ที่ผมชี้แจง ผมชี้แจงตามตัวเลขเท่านั้นเอง และเพื่อแก้ไขตัวเลขให้ถูกต้องว่า งบประมาณป้ไหนเปึนอย่างไร คนเสียชีวิตเปึนอย่างไรเท่านั้นครับ แล้วผมก็ยืนยันกับท่าน ว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช้วิธีการไปไล่ล่าฆ่าสังหารนะครับ ไม่ทําครับ ตั้งใจอย่างเดียวครับว่า จะต้องพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้ได้ ยึดแนวปรัชญาพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียงเปึนหลัก แล้วก็คํานึงถึงวิถีมุสลิมที่มีประชาชนเปึนตัวตั้ง เปัาหมายสําคัญก็คือยกระดับรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็อํานวย ความเปึนธรรมครับ ผมเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนประธานคณะกรรมการ พัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติอยู่ด้วย แล้วเราได้ทําแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา กระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเปึนพิเศษ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความ เห็นชอบแล้ว ผมได้ประชุมสัมมนาผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้นําประชาชน ทั้งหน่วยราชการต่าง ๆ ไปแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ที่เมืองทองธานี ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ที่โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี ผมลงไปเปึนประธานเอง กระบวนการเปัาหมายคืออํานวยความยุติธรรมด้วยหลักนิติธรรม ด้วยหลักปฏิบัติ ที่เปึนสากล คํานึงถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ สร้างศรัทธาความเชื่อมั่นให้กระบวนการยุติธรรม เปึนที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นพวกผมไม่ทําอย่างอื่นครับ ที่นอกเหนือจากกฎหมาย นอกจากมุ่งพัฒนาคุณภาพคน ยกระดับมาตรฐาน การให้บริการทางสังคมทั้งเรื่องการศึกษา ทั้งเรื่องของการสาธารณสุข เรื่องปัจจัยพื้นฐาน ต่าง ๆ แล้วก็พยายามที่จะไปฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ ผมคิดว่าถ้าเรา ทําให้ที่นั่นอยู่ดีกินดีขึ้น มีความเจริญขึ้นเหตุการณ์ก็คงจะสงบลงนะครับ
เรื่องที่ท่านพูดถึงเรื่องกระบวนการเจรจา ผมกราบเรียนกับท่านตรง ๆ ครับ ผมไม่ทราบจริง ๆ แล้วก็สมมุติว่าท่านจะให้ผมไปเจรจา ผมก็ไม่ทราบว่าจะไปเจรจากับ ใครผมรู้ข่าวว่ามีคนนั้น คนนี้ แม้แต่คนที่เคยอยู่กับท่านนี่ละครับ อาสาว่าจะไปเจรจา อย่างนั้นอย่างนี้ ผมไม่ค่อยเชื่อครับ ผมไม่ค่อยเชื่อว่าจะได้ผล เพราะผมไม่รู้ว่า เขาไปเจรจาถูกคนถูกกลุ่มหรือเปล่า เพราะฉะนั้นที่ท่านถามผมว่าไปเจรจากับใคร ใครเปึนคนเจรจาและได้ผลอย่างไร ผมตอบเลยว่าผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ถาวร เสนเนียม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอกราบเรียนอีกครั้งนะครับว่า ตอบคําถามทุกครั้ง ถ้าท่านไม่ถามผมก็จะไม่ย้อนอดีต ถึงการอุ้มฆ่าในยุคที่ท่านเปึนรัฐบาลอยู่ แต่เมื่อท่านถามมาผมก็ต้องตอบตามความเปึนจริง ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ ขอกราบเรียนให้ทราบว่าคดีทุกเรื่องที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ บวก ๔ อําเภอ ไม่ว่าพระสงฆ์ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านยุโป หรือ ๕ ทหาร พรานถูกฆ่าตาย หรือเหตุเกิดระเบิดที่กลางเมืองยะลา หรือเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ ใกล้ร้านอาหารบริเวณในเขตเทศบาลจังหวัดนราธิวาส หรือแม้แต่ที่มัสยิดไอปาแย ผมจะ ให้ความสนใจทุกเรื่อง และให้ความยุติธรรมตามความเปึนจริงทุกเรื่อง ดังนั้นถ้าหากว่า ท่านผู้ตั้งคําถามต้องการที่จะให้รายละเอียด ถ้าท่านทราบมาก็ขอได้โปรดไปพบกับ พนักงานสอบสวน เมื่อวานนี้ผมพบกับ พลตํารวจโท พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ผู้บัญชาการตํารวจ ส่วนหน้าก็ได้สอบถามถึงความก้าวหน้าของคดีทุกคดีในขณะที่ผมไปปฏิบัติราชการ ที่จังหวัดนราธิวาส ดังนั้นในสิ่งที่ท่านตั้งคําถาม ถ้าท่านสามารถที่จะมีพรรคพวก เพื่อนฝูง พอจะเปึนพยานหลักฐานเอาคนร้ายมาเข้าคุก ผมพร้อมที่จะให้ท่านไปพบกับพนักงาน สอบสวนทุก ๆ คดีนะครับ
สุดท้ายการเมืองนําการทหารที่ท่านพูดถึง ผมขอยกตัวอย่างเพียงโครงการเดียว คือโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะนี้รัฐบาลกดปุ์มโอนเงินให้กับหมู่บ้าน ๒,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๒๒๘,๐๐๐ บาท เพื่อไปเพิ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตทําโครงการตามที่ คณะกรรมการหมู่บ้านและพี่น้องประชาชนเห็นพ้องต้องกันว่าจะนําเอาเงินก้อนนั้น ไปพัฒนาอะไร ทําอะไร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ลงไปที่ตําบลทุ่งพอ อําเภอสะบ้าย้อย และบ้านทุ่งโพธิ์ ที่อําเภอเทพา และไม้แก่นที่อําเภอจะนะ สุดท้ายเมื่อวานซืนผมไปเป่ด โครงการนกเขาเสียงดีที่อําเภอจะนะ ขอกราบเรียนให้ทราบว่าพี่น้องประชาชนได้ใช้เงิน จํานวนนี้ไปแก้ไขการยกระดับรายได้ของพี่น้องประชาชนตามที่เขาต้องการ เช่น การจัดทําบุหงาซีเระขายให้ในระหว่างเพื่อนฝูงที่เข้าพิธีนิกะห์ หรือเอาไปปลูกสวนยาง หรือเย็บปักถักร้อย หรือการถนอมอาหาร ถ้าหากว่าท่านได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมกับผม ไปตรวจเยี่ยมโครงการเหล่านี้ตามหลักการช่วยเหลือตัวเองในแนวเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลทุ่มเท นี่แค่ยกตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ
สําหรับโครงการที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึง เช่น เราจะเพิ่มที่ ปลูกปาล์มประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ เพิ่มพื้นที่ปลูกนาข้าวอีกประมาณ ๘๐,๐๐๐ ไร่ หรือโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ทดแทนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ หรือพัฒนาเพิ่มน้ํายาง ให้กับต้นยางที่กําลังจะหมดอายุอีกประมาณ ๘๐,๐๐๐ ไร่ หรือเลี้ยงแพะอีกจํานวน ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อปัอนโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาล นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รัฐบาลพยายามทุ่มเทนําเอาการพัฒนา หรือการเมือง นําการทหารตามที่ท่านทั้งหลายต้องการเห็นครับ
ก็พอแล้วนะครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน
มีอะไรครับท่าน คําถามท่านหมดแล้วนะครับ
นิดเดียวครับ ฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถาวรนะครับว่าช่วยสร้าง ความกระจ่าง นําความจริงให้ปรากฏกับพี่น้องประชาชนด้วยต่อกรณีที่ตําบลบาโร๊ะ หรือต่อกรณีที่มี สถิติมาบอกว่าเหตุอื่น ๆ ๑,๖๗๐ คดีเหตุนั้น ข้อเท็จจริงมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลไกของรัฐ หรือว่าอะไรก็ตาม ช่วยนําข้อเท็จจริงเหล่านี้มาปรากฏให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ก็เปึนอันจบกระทู้ถามสดที่ ๒ ครับ
ต่อไปเปึนกระทู้ถามสดกระทู้ที่ ๓ เรื่องความคืบหน้าการรับประกันราคา สินค้าเกษตรของท่านนคร มาฉิม
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสมศักดิ์ ประท้วงหรือครับ ประท้วงข้อไหนครับ เชิญครับ
คําพูดที่ท่านรัฐมนตรีถาวร ได้พูดสักครู่นี้ที่อ้างถึงระบอบทักษิณ ก็ต้องขออนุญาตท่านในฐานะที่ถูกพาดพิงใช้สิทธิ ตรงนี้เล็กน้อยครับ
เชิญสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ที่จริงก็ด้วยความรักเคารพ ท่านรัฐมนตรีถาวร แต่ก็ไม่สบายใจที่ได้ฟังท่านพูดเมื่อสักครู่กรณีเรื่อง ๓ จังหวัดภาคใต้ ในกรณีที่ได้อ้างถึงระบอบทักษิณ เปึนเพราะนโยบายของระบอบทักษิณ และมีการอุ้มฆ่า อะไรต่าง ๆ ที่จริงแล้วในฐานะที่ท่านเปึนรัฐบาล ท่านมีภาระหน้าที่ในการที่จะแก้ปัญหา อยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ท่านโยนปัญหาแล้วอ้างเรื่องในอดีตซึ่งจริงหรือไม่จริงไม่ทราบ มาเพื่อที่จะเปึนข้อแก้ตัวไปวัน ๆ หนึ่ง ตรงนี้ฟังแล้วผมก็ไม่สบายใจ และผมก็เชื่อ โดยบริสุทธิ์ใจครับว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนหรอกครับที่เขาจะสั่งอุ้มฆ่าประชาชน ผมเชื่อว่า อย่างนั้น แต่ถึงแม้ว่าจะเปึนจริง ในฐานะที่ท่านเปึนรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ต้องแก้ปัญหา ท่านต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ไม่ใช่ไปอ้างเรื่องในอดีต ซึ่งจริง ไม่จริงคือแก้ตัวไปวัน ๆ เท่านั้น กรณีนี้ในฐานะที่ท่านเองก็เปึนรัฐบาล อยู่มาก็ ๘-๙ เดือนแล้วถ้าปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เกิดจากสาเหตุของระบอบทักษิณจริง ๘-๙ เดือนที่ท่านเปึนรัฐบาล ผมเชื่อว่าปัญหามันจบไปแล้วละครับ แต่ผมไม่เชื่อว่ามันจะเปึนเพราะระบอบทักษิณ แล้วในขณะเดียวกันท่านในฐานะที่เปึนรัฐบาลมา ๘-๙ เดือน ปัญหาก็ยังคงอยู่ แล้วก็ ยังมีอยู่ แล้วก็มีแนวโน้มที่จะไม่จบ ถ้าอย่างนี้ผมกล่าวหาได้ไหมครับว่าปัญหาภาคใต้ ที่มันเกิดขึ้นแล้วไม่เลิกไม่จบสักที มันเปึนเพราะระบอบประชาธิปัตย์ อย่างนี้ผมพูดได้ไหม
ผมว่าพอแล้วท่านสมศักดิ์ ท่านถาวร พาดพิงเอาสั้น ๆ เดี๋ยวจะได้เปึนกระทู้ต่อไป เชิญครับ
ไม่ว่า: ท่านประธานที่เคารพ ผม ถาวร เสนเนียม จริง ๆ แล้วความจริงในพื้นที่ที่มีการรับรู้ กลุ่มพี่น้องข้าราชการหรือพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาทั้ง ๒ ศาสนาเขาทราบดี แม้ว่า จะไม่ตั้งคําถามผม หรือผมไม่ตอบเขาก็ทราบดี แต่นักการเมืองบางคนต่างหากเล่า ที่พยายามจะทําตัวไม่รู้ นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องตอบซ้ําแล้วซ้ําเล่า ถ้าไม่ตั้งคําถามมา หรือไม่พาดพิงมา ผมก็จะไม่พูด
ประการถัดไป รัฐบาลรับรู้รับทราบมาตลอดว่าการแก้ไขปัญหานั้นสาเหตุ มูลเหตุจูงใจพิเศษจริง ๆ เหมือนกับที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดนั้นคือกระบวนการ แบ่งแยกดินแดน แต่การสร้างความรุนแรงต้องโต้ตอบด้วยความรุนแรงนั่นคือปัญหาที่เกิด ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีต ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนี้ รัฐบาล ทุ่มเททุกวิถีทาง ไม่ว่าจะจัดตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาเพื่อดูแลภาคใต้ คณะกรรมการ ขับเคลื่อนหรือแม้แต่ผมลงไปในพื้นที่ทุก ๆ สัปดาห์ สัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันศุกร์ จนถึงวันพุธอยู่ในพื้นที่ตลอด ทําให้ดีที่สุดส่วนผลจะออกมาประการใด ก็อยู่ที่ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่จะต้องเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนคร มาฉิม
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๐๕๔ เรื่อง ความคืบหน้าการรับประกันราคา สินค้าเกษตร (นายนคร มาฉิม เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ และท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรทิวา นาคาศัย มาตอบ เดี๋ยวท่านกอร์ปศักดิ์จะตามมา ตอนนี้ ก็เชิญถามก่อนได้ เดี๋ยวท่านพรทิวาจะตอบไปพลางก่อน
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ จะถามกระทู้ ผมจะขออนุญาตปรึกษาหารือกับท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ ทราบว่า ทางช่อง ๑๑ จะทําการถ่ายทอดแค่อีกเพียงไม่ถึง ๑๐ นาที ผมขออนุญาตหารือ กับท่านประธานว่า
ปกติถ่ายทอดถึง ๑๕.๐๐ นาฬิกานะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตั้งกระทู้สดถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความคืบหน้า ในการรับประกันราคาสินค้าเกษตร เนื่องจากว่าราคาสินค้าเกษตรในปัจจุบันค่อนข้าง ที่จะตกต่ํา โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลัก ๓ ชนิด ก็คือ ข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลัง ซึ่งกําลังเก็บเกี่ยวและพี่น้องเกษตรกรทั่วทุกภูมิภาค กําลังรอฟังคําตอบและความชัดเจน จากรัฐบาล ในปัจจุบันนี้ราคาสินค้าทั้ง ๓ ชนิด ค่อนข้างที่จะตกต่ํา เกษตรกรทุกภูมิภาค ประสบกับภาวะการขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตไม่ว่าจะเปึนปุิย ยา เมล็ดพันธุ์ ค่าแรง ค่าน้ํามันต่าง ๆ ค่อนข้างสูง นํามาซึ่งปัญหาความยากจนของพี่น้องเกษตรกร และปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรผู้เปึนกระดูกสันหลังของชาติ รัฐบาลก่อนรวมจนถึง ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเข้าไปแทรกแซงโดยการรับจํานําราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด แต่ก็ยังไม่ก่อให้เกิดภาวะที่เกษตรกรจะลืมตาอ้าปากหรือมีกําไรเหลือจากสินค้าเกษตร ที่ตนเองประกอบอยู่ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้เปลี่ยนนโยบายจากการรับ จํานํามาเปึนการประกันกําไรราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะพืชทั้ง ๓ ชนิด ก็คือข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลัง โดยมีสโลแกน (Slogan) ว่าเกษตรกรไทยเข้มแข็ง รับประกัน รายได้ เกษตรกรมีกําไรแน่นอน แต่ในปัจจุบันท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้ดําเนินการ ไปแล้วบางส่วน เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การสํารวจพื้นที่ การทําประชาคม ทั่วประเทศ แต่อันนี้เปึนการเริ่มต้นในการที่จะเข้าสู่โครงการในการประกันกําไร ประกัน รายได้ของเกษตรกร แต่ว่าความเข้าใจอย่างถ่องแท้ชัดเจนถึงวิธีการในการเข้าไป ลงทะเบียน วิธีการในการทําประชาคม วิธีการในการสํารวจข้อมูลข้อเท็จจริง แล้วก็เกณฑ์ ราคาพืชแต่ละชนิด เช่น ข้าวก็แบ่งออกเปึนข้าวหลายประเภท ข้าวเหนียวเท่านี้ ข้าวเจ้าขาว เท่านี้ ข้าวหอมจังหวัดเท่านี้ ข้าวหอมมะลิเท่านี้ ข้าวโพดก็มีนะครับ เรื่องความชื้น และจํานวนไร่และการคํานวณว่าต่อไร่กี่กิโลกรัม แล้วแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกันอีก ท่านประธานครับ มันสําปะหลังก็เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้กระทบกับพี่น้อง เกษตรกรทั่วประเทศ ยิ่งถ้าเกิดว่ารัฐบาลใช้เวลาในการตรวจสอบ ใช้เวลาในการ ทําประชาคม ใช้เวลาในการตรวจฐานข้อมูลเนิ่นนานไปเท่าไร ผลผลิตทางการเกษตร ทุกประเภทมันไม่สามารถที่จะรอเวลาได้ ท่านประธานครับ จะต้องไหลออกสู่ตลาด ผมเกรงเหลือเกินว่านโยบายที่ดี ๆ ของรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ชุดนี้ แล้วก็แบบนี้เกรงว่าถ้าเกิดว่าปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปในเกี่ยวกับการจัดทําระบบ จัดทํา ประชาคม จัดทําอะไรต่าง ๆ ถ้าเกิดว่าสินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ หลุดมือออกจากพี่น้อง เกษตรกรไปแล้วเกษตรกรก็อาจจะสูญเสียรายได้ที่จะพึงมีพึงได้ตามนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตที่จะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่มาตอบแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในครั้งที่ ๑ ดังต่อไปนี้นะครับ
การลงทะเบียนของเกษตรกรทั่วประเทศทุกภูมิภาคนี่นะครับ ครบกันแล้วหรือยัง การขึ้นทะเบียนนะครับ แล้วที่ยังตกหล่นอยู่มีจํานวนเท่าไร ถ้าเกิดว่าเกินระยะเวลาเดือนนี้นะครับ คือสิ้นสุดระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนแล้ว รัฐบาลมีมาตรการที่จะขยายระยะเวลาออกไป อีกหรือไม่ เพื่อปัองกันไม่ให้เกษตรกรที่ยังตกหล่นอยู่ได้รับการดูแลแล้วก็เข้าสู่โครงการ ในการประกันรายได้ แล้วก็รัฐบาลนี่นะครับมีนโยบายที่จะทําการเร่งรัดตรวจสอบ ถึงความชัดเจนแม่นยําของเกษตรกรในแต่ละรายอย่างไร รวมไปถึงเกษตรกรที่ไม่มีที่ดิน ของตนเอง อย่างเช่นที่เจ้าของอยู่จังหวัดนี้ อย่างเช่นเจ้าของอาจจะอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าไปเช่านาที่จังหวัดพิจิตร แต่ว่าไม่ได้มีชื่อของตนเองเปึนเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐบาล จะเข้าไปคุ้มครองแล้วก็ดูแลชาวนาที่ทําแบบนี้หรือไม่ อย่างไร รวมไปถึงรัฐบาลขอให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นี่นะครับ ได้แจกแจงรายละเอียดด้วยว่า เกณฑ์ในการ ประกันที่ชัดเจนอย่างไร รวมไปถึงเกณฑ์ในการที่จะประกาศราคาอ้างอิงในแต่ละช่วงของ ๑๕ วันนี่นะครับ ของพืชแต่ละชนิดอยากจะขอความชัดเจนจากรัฐบาลนะครับ อันนี้ก็คือ คําถามชุดที่ ๑ ที่อยากจะขอคําตอบความชัดเจนจากรัฐบาล
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมาตอบ ระหว่างที่รอท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ ในเรื่องของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ได้สอบถามมาคือท่านนคร มาฉิม ที่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ แล้วก็คิดว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านก็คงจะให้ความสนใจในเรื่องของสินค้าเกษตรนี้เช่นกันนะคะ ก็อยากจะนําเสนอข้อมูลถึงการดําเนินนโยบายแล้วก็การประกัน ตอนนี้ต้องขอกราบเรียน ว่าต้องใช้คําว่า เปึนการประกันรายได้นะคะ เปึนศัพท์ที่ใช้ ตรงนี้ในส่วนของกระทรวง พาณิชย์ต้องกราบเรียนว่าทางกระทรวงพาณิชย์ดูแลในเรื่องของการรักษาเสถียรภาพ ก็คงจะอธิบายในลําดับต่อไป แต่ในสิ่งที่ท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ได้สอบถามมาถึงเรื่อง ของการลงทะเบียนเรื่องของขยายเวลาและเรื่องของการตรวจสอบพื้นที่ ก็อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้นะคะ นโยบายนี้เปึนนโยบายจากการที่รัฐบาลเปลี่ยนจากการจํานํา มาเปึนการประกันรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร ถือว่าเปึนการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ การดูแลพี่น้องเกษตรกร เรื่องของสินค้าเกษตร ซึ่งถือว่าเปึนวัตถุประสงค์หลักที่จะให้ พี่น้องเกษตรกรได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง อันนี้เปึนวัตถุประสงค์หลักของรัฐบาลโดยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ทางคณะรัฐบาลก็ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ในส่วนของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ซึ่งเปึนเรื่องที่ต้องให้ความ เข้าใจโดยภาพรวมนี่นะคะ ครั้งที่แล้วได้มีเรื่องของการกําหนดระยะเวลาการขึ้นทะเบียน กําหนดไว้ว่าภายในวันที่ ๓๐ กันยายน แล้วก็จะเริ่มใช้วันที่ ๑ ตุลาคม แต่เนื่องจากว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรยังคงมีขาดตก ยังไม่ครบนะคะ ก็ได้ขยายเวลามาถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม อันนี้เปึนเรื่องของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ขยายมาถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ซึ่งการขึ้นทะเบียนเกษตรกรนี่นะคะ ในวิธีการก็จะมีการจัดประชุมประชาคม แล้วก็ จะมีการออกผลของการออกใบรับรอง ซึ่งขั้นตอนการขึ้นทะเบียนก็จะมี ๓ ขั้นตอน การขึ้น ทะเบียน
ขั้นตอนที่ ๑ ก็คือจะเปึนเรื่องของการรับคําร้อง การรับคําร้องเกษตรกรก็มา ยื่นคําร้องขอขึ้นทะเบียนในการปลูกพืชกับเจ้าหน้าที่เกษตรอําเภอ หรือเกษตรตําบล หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายที่สํานักงานการเกษตรอําเภอ หรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ ได้นัดหมายเอาไว้ อันนี้เปึนขั้นตอนที่ ๑ ในการรับคําร้อง
ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือการตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน เอกสารทั่ว ๆ ไป อย่างเช่น สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาบัตรประชาชน ข้อมูลภาวการณ์การผลิตพืชเหล่านี้ การตรวจสอบ ในส่วนที่ท่านพูดถึงที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ใน ครม. เราก็ได้มีการพูดกัน ถึงเรื่องนี้ที่รุกล้ําที่อะไรอย่างนี้ อันนี้อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังหาข้อยุติอยู่ในส่วนนี้ ในส่วนของการตรวจสอบ พื้นที่จริงก็จะมีคณะกรรมการ ซึ่งจะสุ่มตรวจสอบพื้นที่ของเกษตรกรในร้อยละ ๑๐ ส่วนกรณีที่ชุมนุมมีการโต้แย้งก็จะตรวจทั้งหมดถ้ามีการโต้แย้ง แต่โดยหลักการก็คือ จะสุ่มตรวจร้อยละ ๑๐ เท่านั้น
ขั้นตอนที่ ๓ ก็จะเปึนการออกใบรับรอง ตรงนี้เกษตรกรอําเภอหรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายก็จะเปึนผู้ที่ออกใบรับรองให้กับเกษตรกรตามผลของการทําประชาคม ประชาคมก็คือในหมู่บ้าน ก็จะเปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คือจัดตั้งกันเอง แล้วก็ยืนยันว่า เปึนเกษตรกรตัวจริง อันนี้คือการออกใบรับรองให้ ซึ่งโดยสรุปแล้วจากที่เริ่มดําเนินการ มาถึงปัจจุบันนี้ การดําเนินการของกรมส่งเสริมการเกษตร ถึง ณ วันที่ ๒๓ กันยายนนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เปัาหมายที่ลงทะเบียนก็จะมีประมาณ ๓๗๖,๙๐๙ ราย ขึ้นทะเบียนแล้ว ๓๖๓,๗๓๗ ราย ซึ่งถือว่าเปึนถึงร้อยละ ๙๖.๕๑ ของเปัาหมาย ก็ยังคงมีเหลืออยู่นะคะ
ในส่วนของมันสําปะหลังเปัาหมายที่ตั้งไว้ก็คือ ๓๘๔,๖๒๘ ราย ก็ขึ้น ทะเบียนแล้ว ๓๕๔,๙๐๙ ราย ถือว่าได้ถึงร้อยละ ๙๒ ส่วนข้าวนะคะ เปัาหมายที่ตั้งไว้ก็คือ ๓,๗๑๕,๓๒๖ ราย ขึ้นทะเบียนแล้ว ๒,๕๑๓,๔๘๐ ราย อันนี้ก็ประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ายังไม่ครบ เนื่องจากว่าข้าวนาป้ก็คงจะใช้เวลาเก็บเกี่ยวถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ก็ยังมีเวลาที่จะมาลงทะเบียนนะคะ ทั้งนี้การขยายเวลาก็อย่างที่ได้กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะว่า จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ยกเว้น ภาคใต้ก็จะสิ้นสุดวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เนื่องจากระยะเวลาการเก็บเกี่ยวไม่ตรงกัน แล้วก็ในส่วนการกําหนดราคาตลาดอ้างอิงที่จะต้องมีคณะอนุกรรมการ ก็จะเปึน คณะอนุกรรมการประกอบไปด้วย อนุกรรมการกําหนดราคาตลาดอ้างอิงข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ จะมีคณะอนุกรรมการแยกเปึนทั้งข้าวโพด ทั้งมันสําปะหลัง แล้วก็ข้าวเปลือก โดยจะกําหนดทุกวันที่ ๑ และวันที่ ๑๖ อันนี้ก็ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ดูแล ทั้ง ๓ สินค้า อันนี้จะมีคณะกรรมการแต่ละชุด แต่ละสินค้าเกษตร ในส่วนของข้าวเปลือก คณะอนุกรรมการก็ได้พิจารณาราคาอ้างอิงแล้วเสนอ คชก. ต้องกราบเรียนว่ายังไม่ได้ ประกาศใช้ เพราะว่าต้องรอข้าวนาป้ที่จะออก จะเริ่มเก็บเกี่ยวต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคิดว่าปลายเดือนตุลาคมก็คงจะมีราคาอ้างอิงของราคาข้าวเปลือกออกมา ในส่วนของ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คณะอนุกรรมการก็ได้ประกาศแล้ว ประกาศราคาอ้างอิงของตลาด เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ตกกิโลกรัมละ ๕.๕๙ บาท วันที่ ๑ กันยายน กิโลกรัมละ ๕.๔๑ บาท วันที่ ๑๖ กันยายน ราคากิโลกรัมละ ๕.๔๕ บาท ส่วนของมันสําปะหลังก็เช่นเดียวกับข้าว เนื่องจากการเก็บเกี่ยวก็อยู่ในระยะเวลา ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ยังไม่ได้ประกาศใช้เหมือนกันซึ่งในโอกาสก็น่าจะ ปลายเดือนตุลาคมอย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยัง ท่านสมาชิกนะคะ ในส่วนของที่ท่านได้สอบถามนโยบายตรวจสอบก็อย่างที่ได้เรียนแล้ว ก็คงใช้ประชาคมแล้วก็การขึ้นทะเบียนรวมถึงมีการตรวจสอบกัน แต่เอกสารสิทธิที่ไม่มี ที่บุกรุกที่อะไรเหล่านี้ก็คงจะต้องรอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมติตกลงกัน ส่วนความคืบหน้าของโครงการประกัน รายได้ทั้ง ๓ สินค้าเกษตรที่ได้กล่าวในเรื่องของข้าวเปลือกนาป้ความชื้นที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จะเปึนข้าวเปลือกหอมมะลิตกตันละ ๑๕,๓๐๐ บาท ปริมาณผลผลิตต่อครัวเรือน ให้ไม่เกินครัวเรือนละ ๑๔ ตัน ในส่วนของข้าวเปลือกหอมจังหวัดก็ตันละ ๑๔,๓๐๐ บาท ปริมาณผลผลิตก็ไม่เกินครัวเรือนละ ๑๖ ตัน ในส่วนของข้าวเปลือกปทุมธานีก็ให้ตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ปริมาณไม่เกินครัวเรือนละ ๒๕ ตัน ในส่วนของข้าวเปลือกเจ้านาป้อันนี้ตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ปริมาณไม่เกิน ๒๕ ตันเช่นกัน สุดท้ายคือข้าวเปลือกเหนียวก็ตันละ ๙,๕๐๐ บาท ปริมาณไม่เกิน ๑๖ ตัน ในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ กิโลกรัมละ ๗.๑๐ บาท ซึ่งให้ผลผลิตไม่เกินครัวเรือนละ ๒๐ ตัน มันสําปะหลังเชื้อแปัง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กิโลกรัม ๑.๗๐ บาท ให้ผลผลิตไม่เกินครัวเรือนละ ๑๐๐ ตัน นี่ก็คือความคืบหน้าเรื่องของการขึ้นทะเบียนแล้วก็ราคาของสินค้าทั้ง ๓ ชนิดนะคะ
เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ คําถามที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ได้กําหนด นโยบายที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งว่าพี่น้องเกษตรกรก็จะรอความหวังจากนโยบายที่ดี อันนี้ส่งผลไปถึงพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าจะเปึนรายเล็กหรือรายใหญ่ แต่จะขออนุญาต ถามเปึนคําถามที่ ๒ นะครับท่านประธาน
คําถามที่ ๒ ก็คือ เนื่องจากว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลเรื่องที่ดินของประชาชน ซึ่งส่วนหนึ่งยังไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ เลยในที่ดิน ของตนเองว่า คําตอบท่านจะให้เกษตรกรที่ยังไม่มีสิทธิต่าง ๆ ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึง นโยบายของรัฐบาลในเรื่องการประกันราคาหรือไม่ แล้วก็ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากว่าเปึนไปไม่ได้ถ้าเกิดว่าหมุนอยู่เฉพาะแค่ในประเทศ แล้วก็หมุนอยู่เฉพาะ ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรเท่านั้น เพราะสินค้ามันจําเปึนที่จะต้องมีระบบอย่างครบวงจร ในการที่จะเปึนผู้ผลิต เปึนผู้ซื้อ เปึนผู้แปรรูป แล้วก็เปึนผู้จําหน่าย เพราะฉะนั้นอยากจะ กราบเรียนท่านประธานเปึนคําถามอีกต่อมาในคําถามชุดที่ ๒ ก็คือว่า ท่านได้มี การประสานงานกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงสี ผู้ซื้อ ผู้ส่งออก แล้วก็ผู้ค้า ในต่างประเทศที่เปึนกลไกที่จะกระจายสินค้าของเกษตรกร กระจายสินค้าทางด้าน การเกษตรของไทยไปยังตลาดโลกอย่างไร ได้มีการสร้างตลาดใหม่ ๆ เพื่อที่จะรองรับ สินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อที่จะรองรับนโยบายในการประกันรายได้ ของรัฐบาลที่จะดึงเอาสินค้าจากเกษตรกร เกษตรกรก็จะมีกําไร แล้วก็มีมาตรการใด ที่จะนําสินค้าออกสู่ตลาดโลกเพื่อที่จะให้เกิดดุลของกลไกการตลาดที่สมดุลอันนี้ แล้วก็ ท่านมีนโยบายหรือว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะดึงเอากลไกตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเข้ามา เสริมมาตรการของรัฐบาลอย่างไรบ้าง
แล้วก็สุดท้ายในชุดที่ ๒ ก็คือรัฐบาลเตรียมความพร้อมเรื่องเงินในการที่จะ เข้าไปแทรกแซงในเรื่องการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรโดยผ่านกลไกของ ธ.ก.ส. พร้อมหรือยัง ขอทราบรายละเอียดเปึนคําถามที่ ๒ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ตอบคําถามที่ ๒
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในส่วนคําถามข้อที่ ๒ ที่ท่าน ส.ส. นคร มาฉิม จากจังหวัดพิษณุโลกได้กรุณาให้ความสําคัญก็คือในเรื่องของนโยบาย ของรัฐบาล เรื่องของการประสานงานกับผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ โรงสี เปึนเรื่องของการ ระบาย ก็คือการจําหน่ายอย่างไร ไปสู่ตลาดโลกอย่างไร ตรงนี้ต้องกราบเรียนว่าในส่วน ของกระทรวงพาณิชย์ขออนุญาตพูดถึงสินค้าเกษตรในเรื่องของนโยบายต่ออีกสักนิดหนึ่ง นะคะ กระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของการประกันราคาสินค้าเกษตรครั้งนี้ ได้รับผิดชอบ ในเรื่องของการดูแลเสถียรภาพราคา ซึ่งตรงนี้ต้องขออธิบายสั้น ๆ ให้เข้าใจนิดหนึ่งว่า การดูแลในเรื่องของเสถียรภาพนี้ก็คือไม่ทําให้ราคาตกต่ําลงไปกว่าที่รัฐบาลได้ประกัน รายได้ ยกตัวอย่าง คือจะมีราคาอ้างอิงการจ่ายเงิน ก็โดย ธ.ก.ส. ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านพูด เปึนสุดท้าย ธ.ก.ส. จะเปึนผู้ที่จ่ายเงิน แล้วเงินก็ได้เตรียมพร้อมแล้วนะคะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านก็ได้มีการใช้งบของไทยเข้มแข็ง เตรียมพร้อมแล้ว อยู่ที่วันนี้ว่าจะเริ่มโครงการได้ในต้นเดือนรอผลผลิตที่ออกมา ในเรื่องการเงินไม่ต้องห่วง พร้อมอยู่แล้วก็ ธ.ก.ส. เปึนผู้ที่จ่ายเงินชดเชยตรงนี้ ในส่วนของการจ่ายก็จะอิงกับ ราคาอ้างอิงแล้วก็ราคาที่รัฐบาลประกาศในการรับประกันรายได้ ยกตัวอย่าง ข้าวโพด ๗.๑๐ บาท ราคาอ้างอิง ณ วันนี้ ๕.๔๕ บาท ส่วนต่างก็คือ ๑.๖๕ บาท ซึ่งวันนี้ข้าวโพดก็ ได้เริ่มดําเนินการไปบ้างแล้ว ในส่วนของอันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่าอันนี้คือการรักษา เสถียรภาพราคาของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ออกมาตรการมาหลากหลาย สินค้า แต่ละประเภทจะไม่เหมือนกัน ข้าวโพดก็จะเปึนส่วนหนึ่ง ข้าว แล้วก็มันสําปะหลังก็จะเปึน รูปแบบแตกต่างกันไป
ในส่วนของคําถามที่ท่านได้สอบถาม กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบโดยตรง ในเรื่องของการหาตลาด สินค้าแต่ละประเภทอย่างข้าว เราก็มีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเปึนผู้ที่รัฐบาลได้ให้เปึนผู้ที่ออกไปเรียกว่าเปึนผู้ที่ดูแลเรื่องสินค้าทั้งข้าว มันสําปะหลัง แล้วก็ข้าวโพด ในส่วนข้าวก็อย่างที่ทราบว่าเราก็มีตลาดหลากหลายนะคะ ในส่วนของ ตลาดเดิมเราก็ยังดําเนินการอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องกราบเรียนว่าการขายข้าวก็ถือว่า เปึนหน้าที่ เมื่อก่อนนี้กระทรวงพาณิชย์จะเปึนผู้ที่ดูแลโดยตรงทําในรูปของรัฐบาลคือ จีทูจี (G to G) แต่ปัจจุบันภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนเยอะมากในการที่จะจัดจําหน่ายออกไป ก็เรียกว่าเปึนระบบนี้มานานพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลก็มีแนวทางในการที่จะ จําหน่ายไปยังต่างประเทศโดยแนวทางของจีทูจี แล้วก็ จีทูพี (G to P) หรือ พีทูพี (P to P) ก็คือยังเปึนรูปแบบหลากหลายให้เลือกทําได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดโลกในช่วงนั้น ๆ ว่าจะมีราคาตลาด ราคาของสินค้าที่สูงพอที่จะนําไปจําหน่ายหรือไม่ ในส่วนของ ภาคเอกชนก็ยังมีตลาดที่ดูแลอยู่แล้ว ในส่วนของการระบายการจําหน่ายโดย กระทรวงพาณิชย์ก็ใช้กรมการค้าต่างประเทศเปึนผู้ที่ดูแล ในแนวทางนี้ก็ต้องเรียนว่า ทั้งตลาดเก่าและตลาดใหม่เราก็เจาะอยู่ อย่างล่าสุดดิฉันก็เพิ่งกลับจากประเทศแอฟริกา ก็ถือว่าเปึนตลาดที่ยังมีการขยายตัวอย่างมากในเรื่องของข้าว โดยเฉพาะข้าวนึ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเปึนโอกาสของประเทศไทย เนื่องจากป้หน้าประเทศอินเดียกับ ประเทศเวียดนามก็เกิดเรื่องของสภาวะอากาศแห้งแล้ง ก็ไม่ส่งออก เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเปึนโอกาสที่ดีของไทยในการที่จะขยายตลาด เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์มิได้นิ่งนอนใจ นะคะ กรมส่งเสริมการส่งออก แล้วก็กรมการค้าต่างประเทศก็หาตลาดอยู่ตลอดนะคะ
ในส่วนของรัฐบาลอย่างที่บอกจะดึงเอาตลาดสินค้าเกษตรมาอย่างไร ก็คืออย่างในรูปแบบ จีทูจี อย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้ว เรื่องของเงินก็พร้อมแล้ว ก็คิดว่า คงจะตอบคําถามท่านได้ครอบคลุม
ส่วนการที่จะขึ้นบัญชีเกษตรกรอยากจะขอเน้นย้ําอีกครั้งว่าการขึ้นทะเบียน เกษตรกรต้องขึ้นที่กรมส่งเสริมการเกษตร แล้วที่สําคัญลืมไม่ได้ คือถ้าขึ้นแล้วไม่มา ทําสัญญากับ ธ.ก.ส. เกษตรกรจะเสียโอกาส เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องลืมไม่ได้เลย คือ ต้องมาทําสัญญากับ ธ.ก.ส. เพื่อ ธ.ก.ส. ก็จะได้จ่ายเงินชดเชยในส่วนต่าง ซึ่งตรงนี้ก็จะ กําหนดระยะเวลาหลังจากทําสัญญา ในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังจากทําสัญญา ๑๕ วัน มารับเงินได้ มันสําปะหลังก็ ๔๕ วัน ข้าวเปลือกก็ตก ๑๕ วัน เพราะฉะนั้น ต้องกราบเรียนว่า ธ.ก.ส. จะเปึนหน่วยงานสําคัญในการที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกรในเรื่อง ของการประกันรายได้ เรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ทางเกษตรกรสามารถที่จะใช้สิทธิรับเงิน ชดเชยได้ตามสัญญาที่ได้ทําไว้กับ ธ.ก.ส. ในขณะนี้อย่างที่กราบเรียนไปแล้วว่า การดําเนินการเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ สิงหาคม ถึงวันที่ ๑๗ กันยายน ก็มีผลการดําเนินการดังนี้ ก็คือทําสัญญาไปแล้ว ๙ จังหวัด เชียงราย เพชรบูรณ์ สุโขทัย นครสวรรค์ พิษณุโลก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และราชบุรี จํานวนสัญญาที่ทําคือ ๖,๑๘๐ สัญญา ปริมาณผลผลิตคือ ๘๐,๐๐๐ กว่าตัน ซึ่งตรงนี้คาดว่าในสัปดาห์หน้า เรื่องของมันสําปะหลังก็คงจะทําสัญญาได้ ส่วนข้าวเปลือก ครม. ก็เห็นชอบแล้ว ให้เกษตรกรปลูกข้าวได้ ที่ปลูกข้าวได้มากกว่าป้ละ ๑ ครั้ง ได้รับการประกันรายได้ ได้ไม่เกิน ๒ ครั้งเท่านั้น อันนี้ต้องกราบเรียนว่าได้นาป้ ๑ ครั้ง นาปรัง ๑ ครั้ง มิใช่ ๓ ครั้ง ๖ ครั้ง เหมือนที่ผ่านมา คือทุกรอบ ฉะนั้นต้องกราบเรียนไว้ในโอกาสนี้
ในส่วนเรื่องของสินค้าเกษตรที่ท่านได้ให้ความสนใจ คือ ข้าวโพด ต้อง กราบเรียนว่าปริมาณจริง ๆ ใช้พอเพียงในประเทศ จะมีส่วนเกินบ้าง เรียกว่า พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับมาก ก็ยังพอหาตลาดได้ดี ส่วนมันสําปะหลังก็ยังมีตลาดที่ดีอยู่ แต่ตอนนี้ ตลาดอาจจะอิ่มตัวไปนิดหนึ่ง ก็รอระยะเวลา โดยประเทศใหญ่ ๆ หลัก ๆ ที่ซื้อสินค้า เกษตร มันสําปะหลัง คือประเทศจีนและทางฝัืงยุโรป คิดว่าก็คงจะครอบคลุมคําถามที่ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านนคร มาฉิม ต้องการจะถามเพื่อที่จะเปึนความรู้ให้กับ พี่น้องเกษตรกรถ้าได้รับฟังอยู่ ดิฉันคิดว่าคงจะครอบคลุม แล้วก็ขอเรียนว่ากระทรวง พาณิชย์ก็ได้ให้ความเข้าใจไปแล้ว ๑ ครั้ง ในการประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ที่ประชุมทางไกล เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ทั้งพาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด แล้วก็ พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดก็ได้ทําความเข้าใจไปแล้ว ในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ทํางานกันอย่างเต็มที่ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็ให้ ความสนใจอย่างมาก แล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องนโยบายของรัฐบาล เรื่องของการประกันราคา ประกันรายได้ ต้องถือว่าเปึนนโยบายที่สําคัญของรัฐบาล ทุก ๆ กระทรวงทํางานบูรณาการ ต่างคนต่างรับผิดชอบไป อย่างที่กราบเรียนกระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องเสถียรภาพเราก็จะทํา ตรงนี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้สินค้าในตลาดตกต่ํา ก็กราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่ให้ความสนใจ ตอนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ท่านอาจจะเพิ่มเติม ต้องกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านจะฟังคําถามสุดท้ายก่อนไหม หรือเอาตอนนี้ก่อนครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ต้องขออภัยท่าน ส.ส. เพราะว่ามีภารกิจ อยู่ข้างนอก แต่ก็ฟังมาในวิทยุแล้วก็อยากจะเติมนิดหนึ่ง ก่อนที่จะไปคําถามสุดท้ายก็คือ ในเรื่องของทะเบียน ทะเบียนเปึนเรื่องของหัวใจ เพราะฉะนั้นโครงการประกันรายได้ ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการจดทะเบียน ทีนี้ในการจดทะเบียนพี่น้องเกษตรกรกังวลมาก ท่านประธานครับ เพราะว่าพี่น้อง เกษตรกรไม่ใช่ทุกคนมีโฉนด ไม่ใช่ทุกคนมีเอกสารสิทธิ ไม่ใช่ทุกคนที่มีที่ดินที่ไม่ได้ทํา ในป์า ไม่ใช่ทุกคนมีที่ดินที่ไม่ได้ทําในที่สาธารณะ เพราะฉะนั้นหลายคนก็มีความกังวลว่า ถ้าหากไม่มีเอกสารสิทธินี่แล้วจะได้มีโอกาสไหม ที่รัฐบาลจะช่วยในเรื่องการประกันรายได้ ผมตอบเลยครับ มีครับ ได้ครับ ได้อย่างแน่นอนครับ แล้วก็วิธีการก็จะทําในลักษณะ ประชาคม ไม่ว่าท่านจะมีที่ของท่านอยู่ในที่สาธารณะ อยู่ในค่ายทหาร อยู่ใน อุทยานแห่งชาติ ตราบใดที่ท่านไม่ไปบุกรุกใหม่นะครับ ตราบใดเปึนที่ที่ท่านทํามาหากิน มานานแล้วนี่ไม่มีปัญหาเลยครับ ถ้าหากกรณีที่ท่านไปเช่าที่แล้วก็เจ้าของที่ไม่อยาก ออกสัญญาเช่าให้ก็ไม่เปึนอะไรครับ ขออย่างเดียวครับ ขออย่างเดียวว่าจะต้องเปึนข้อมูล ที่เปึนความจริง ข้อมูลพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบโดยประชาคมได้ สําหรับประชาคมนั้น ก็ไม่ได้ยากอะไรหรอกครับ ก็เปึนเรื่องในตําบลครับ ก็จะมีทาง อบต. เข้ามาช่วย มีทาง ท่านนายอําเภอเขามาช่วย มีทางปลัดอําเภอเข้ามาช่วย มีทางกรมส่งเสริมการเกษตร เข้ามาช่วย มีทาง ธ.ก.ส. เข้ามาช่วย สําหรับเมื่อทําทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็จําเปึนจะต้อง ไปทําสัญญาประกันรายได้ ตรงนี้ก็ไม่ต้องเปึนห่วงอีกนะครับ เพราะว่าหลายคน โดยเฉพาะพี่น้องชาวนาขณะนี้ก็เก็บเกี่ยวพร้อมกันหมดทั่วประเทศ ผมว่า เปึนล้านครัวเรือนเลยละ ทีนี้ถ้าหากว่าทุกคนจะเดินไปที่ ธ.ก.ส. พร้อมกันก็เหนื่อย วันนี้ ทางรัฐบาลก็บอก ธ.ก.ส. ว่าไปบริการให้ถึงที่ ก็คือจะมีการนัดหมายไปทีละหมู่บ้านเลยครับ แล้ว ธ.ก.ส. ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไป เพียงแต่ท่านอยู่ที่บ้านท่านเท่านั้น ผมขออนุญาต ตอบเพิ่มเติมเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน ผู้ตั้งกระทู้คําถามสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อีกครั้งหนึ่งที่ได้ให้ความชัดเจนต่อประเด็นปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศที่จะเข้าสู่ ระบบในการประกันรายได้ตามนโยบายของรัฐบาลได้เกิดความเข้าใจอย่างกระจ่างชัด ยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ผมกังวลแล้วก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาจากพี่น้องเกษตรกร ก็คือตอนนี้รัฐบาล มีนโยบายแล้ว เร่งรัดดําเนินการอยู่ แล้วก็เปึนไปตามกรอบเวลาที่รัฐบาลกําลังดําเนินการ แต่ว่าสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรฝากความห่วงใยมาก็คือ ครม. ยังไม่มีมติในการที่จะเร่งรัด ให้ดําเนินการในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นก็เปึนปัญหาในทางปฏิบัติว่าเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติ ในระดับตําบล อําเภอ จังหวัด แล้วก็ในระดับภาคนี่นะครับ ก็ยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจก็ทําให้เกิด ความกังวล แล้วก็ความสับสนในด้านนโยบายว่ารัฐบาลดําเนินตามนโยบายเรื่อง การประกันรายได้แล้วนี่ ตกลงแล้วเอาอย่างไร วิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนอย่างไร เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าขอให้ท่านเร่งดําเนินการออกมติ ครม. แล้วก็เร่งดําเนินการไปยังฝ์ายปฏิบัติในทุกพื้นที่ ของประเทศเพื่อที่จะให้ผู้ปฏิบัติไม่เกิดความสับสน ไม่เกิดความลังเล แล้วก็ไม่เกิด ความกังวล แล้วก็ในส่วนของครัวเรือนก็ให้ชี้แจงไปด้วยนะครับว่า ในแต่ละครัวเรือน ในแต่ละครอบครัวว่าพืชแต่ละประเภท แต่ละชนิด มีปริมาณในการที่จะได้รับ ตามนโยบายของรัฐบาลนี้อย่างไร
ในคําถามชุดสุดท้ายครับท่านประธาน รัฐบาลมีนโยบายที่จะปัองกันมิให้ มีการสวมสิทธิ หรือการนําเข้าข้าวโพด ข้าว มันสําปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อที่จะ ไม่ให้นโยบายในการประกันรายได้ของรัฐบาลต่อเกษตรกรต้องประสบกับปัญหา หรือมีการ สวมสิทธิเหมือนกับกรณีที่ผ่านมา แล้วก็รัฐบาลมีนโยบายในการที่จะเตรียมความพร้อมในการที่จะ รองรับเขตการค้าเสรี เอฟทีเอ (FTA) นี่นะครับ อย่างไร เพราะอีกไม่นานประเทศของเราซึ่งเปึนประเทศหนึ่งในอาเซียน (ASEAN) ก็จะต้องเข้าสู่ ระบบ เอฟทีเอ แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่าเกษตรกรซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ ของชาติอยู่ได้ รัฐบาลก็อยู่ได้ครับ ถ้าเกิดว่าเกษตรกรอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน แล้วก็ไม่ควรที่จะอยู่ด้วยถ้าแก้ไขปัญหาของเกษตรกรไม่ได้ ขอคําถามชุดสุดท้ายด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีครับ คําถามสุดท้ายนี่ฟังแล้วน่ากลัวมากเลยนะครับ คือบอกว่า รัฐบาลนั้นไม่ควรจะอยู่ หรือว่าอยู่ไม่ได้ ถ้าหากว่าไม่สามารถดําเนินการได้ จริง ๆ แล้ว รัฐบาลตระหนักเรื่องนี้เปึนอย่างดีเลยครับ เพราะว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนเพราะฉะนั้น ในขณะนี้ ปั ญหาที่ หนักอกหนั กใจมากที่ สุ ดก็ คื อเรื่ องของหนี้ ครั บ ทุ กคน มีหนี้สินเยอะมาก ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเพิ่มรายได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นโครงการประกันรายได้กําลังจะ บอกพี่น้องเกษตรกรทุกครัวเรือน โดยเริ่มต้นที่ ๓ พืชไร่ก่อน ก็คือข้าวโพด มันสําปะหลัง แล้วก็พี่น้องที่เปึนชาวนาทั่วประเทศว่าจากนี้ไป รัฐบาลจะประกันรายได้ให้กับท่าน ความหมายก็คือ ว่าเกษตรกรทุกครัวเรือน ไม่มีโควตา ไม่ต้องวิ่งเต้น ไม่ต้องมีเส้นมีสาย ทุกครัวเรือน ขออย่างเดียวให้ไปจดทะเบียน ให้ไปทําประชาคม ถ้าที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิก็ได้ ขออย่างเดียวให้มีประชาคมรับรองกันเอง เชื่อถือกันเอง เชื่อใจกันเอง เอาเอกสารเหล่านี้ครับ เดินไปเลยครับ เดินไปทําสัญญาประกันรายได้ แล้วทําได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ข้าวโพด เริ่มมาทําสัญญากันแล้วมันสําปะหลังก็คงจะไล่มาเร็ว ๆ วันนี้ แล้วข้าวเข้าใจว่าวันที่ ๑ ตุลาคม ธ.ก.ส. ก็พร้อมที่จะเริ่มทําสัญญาประกันรายได้ ในการทําสัญญาประกันรายได้นั้น มีตัวเลขตัวหนึ่งซึ่งเกษตรกรกังวลครับ แบบที่คําถามเมื่อสักครู่ก็คือตัวเลขผลผลิต ผมย้ํา นิดหนึ่งนะครับ การประกันรายได้ไม่เกี่ยวกับการซื้อหรือขายสินค้าของท่าน ความหมายก็คือ ไม่มีการส่งมอบ ไม่ต้องกังวลว่าข้าวที่ท่านผลิตมานั้นท่านจะใช้รับประทานเอง หรือท่านจะขาย ขออย่างเดียวท่านไปจดทะเบียนว่าท่านมีนาอยู่กี่ไร่ สิ่งที่เราทําต่อก็คือวันที่ท่านมาบอกว่า มีนาอยู่กี่ไร่ เราก็จะมีตัวเลขเปึนตัวเลขทางวิชาการของทุกจังหวัดครับ ทุกจังหวัดที่ทํานา มี ๒ ตัวเลขด้วยกัน มีตัวเลขที่เรียกว่า เขตนอกชลประทาน และเขตในชลประทาน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจังหวัดของท่าน นาของท่านอยู่ในพื้นที่ในชลประทาน ท่านก็อาจจะได้ ตัวเลขผลผลิตสูง เพราะน้ําบริบูรณ์ อาจจะ ๖๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่เพื่อนบ้าน ในจังหวัดเดียวกันแต่อยู่นอกเขตชลประทาน แต่อาจจะโชคไม่ดีนักเพราะน้ําไม่บริบูรณ์ ตัวเลขผลผลิตก็จะต่ําลงมาหน่อย อาจจะ ๔๐๐ กิโลกรัมกว่าถึง ๕๐๐ กิโลกรัม รัฐบาล ใช้ตัวเลขตรงนี้ครับ ใช้ตัวเลขตรงนี้เปึนหลักในการคํานวณว่าผลผลิตของท่านที่จะเอามา ประกันเปึนจํานวนเท่าไร ถ้าท่านมี ๑๐ ไร่ ผลผลิต ๖๐๐ ท่านก็มี ๖ ตัน ใช่ไหมครับ ถ้าหากว่าท่านมีอยู่ ๒๐ ไร่ ท่านก็มี ๑๒ ตัน ถ้าท่านมี ๕๐ ไร่ ท่านก็มี ๓๐๐ ตัน อย่างนี้เปึนต้น แต่ว่ารัฐบาลไม่สามารถจะประกันรายได้ให้ท่านทุกไร่ที่ท่านมี ความหมายก็คือ อยากทํา แต่เงินไม่พอครับ เงินมีน้อย เพราะฉะนั้นเราก็จะลิมิท (Limit) ว่าประมาณ ๓๐-๔๐ ไร่ คูณออกมาแล้วเปึนตัวเลขที่ต่างกันครับ อย่างเช่น ภาคกลางผลผลิตก็ดีหน่อย แต่ราคาประกันที่ ๑๐,๐๐๐ บาทก็ให้ ๒๕ ตัน อย่างนี้เปึนต้น แต่ถ้าหากว่าบวก ลบ คูณ หาร มาแล้วก็จะเปึนเกษตรกรที่มีนาประมาณ ๓๐-๔๐ ไร่ หรืออาจจะมากกว่านั้น นิดหน่อย ใครที่มีนาเปึนร้อยไร่ ผมก็ต้องขอโทษกันนะครับว่าวันนี้รัฐบาลยังไม่มีเงิน ที่สามารถจะประกันรายได้ให้ครบทุกเม็ด ทุกไร่
ประเด็นที่ ๒ จะตอบคําถามที่ว่า แล้วเวลาที่เราประกาศ อาฟตา (AFTA) วันที่ ๑ มกราคม สินค้าเกษตรที่มาจากเพื่อนบ้านของเราจะเดินเข้ามาแล้วเราจะทํา อย่างไร เบื้องต้นที่สุด การประกันรายได้ไม่ได้พูดถึงสินค้าตัวจริง เพราะฉะนั้นสินค้า ที่เดินเข้ามาแล้วแอบเข้าโครงการประกันรายได้ทําไม่ได้นะครับ เพราะเราไม่ได้ประกัน ตัวเมล็ดข้าวครับ เราประกันผลผลิตซึ่งคิดในหลักวิชาการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่ต้องเปึนห่วง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ถ้าพี่น้องเกษตรกรมีปัญหา และจากนี้ไปรัฐบาลต้องให้ ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของน้ําท่วม เรื่องของอย่างเวลานี้มันสําปะหลังก็เรื่อง ของเพลี้ยที่ระบาดอย่างรุนแรง เรื่องของความแห้งแล้งไม่มีฝน ถ้าท่านจดทะเบียนไว้ ความช่วยเหลือของรัฐบาลที่จะมีไปให้ท่านนั้นทําได้ง่ายและไม่รั่วไหล และทําได้ทันที ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่มีค้าขายที่ไม่มีพรมแดนที่เรากําลังจะเริ่มไปสู่จุดที่ อาเซียน ๑๐ ประเทศกลายมาเปึ น ๑ ประเทศ เราก็ ต้ องดู แลคนของเรา เราอาจจะได้เปรียบบางตัว บางสินค้า แต่เราอาจจะเสียเปรียบบางตัว บางสินค้า รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลผู้ที่เสียเปรียบโดยการมีมาตรการที่จะต้องเยียวยากัน และมาตรการนี้จะทําได้ครับถ้าท่านไปจดทะเบียนและมีประชาคมเรียบร้อยและบริบูรณ์ และการจดทะเบียนไม่ได้ทําครั้งเดียวนะครับ ถ้าหากทํานา ๒ ครั้ง จดทะเบียน ๒ ครั้ง เพราะต้องการทําสัญญาประกัน ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นการจัดงบประมาณจากนี้ไปซึ่งก็ต้อง ขอความร่วมมือขอความสนับสนุนจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือจะต้องมี งบประมาณให้ขึ้นทะเบียนกันตลอดทุกป้ ๆ เลยครับ ถ้าทําอย่างนั้นแล้วปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนชาวนาหรือชาวไร่ก็จะได้รับการดูแลทั่วถึง และไม่มีการรั่วไหลครับ ท้ายที่สุดไม่ใช่มีแค่นี้ครับ ไม่ใช่มีเฉพาะพี่น้องที่ทํานา หรือทําไร่ข้าวโพด หรือทํามันสําปะหลัง ยังมีชาวสวนอีกนะครับ และยังมีพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกพืชไร่ชนิดอื่นอีก ซึ่งเปึนหน้าที่ที่รัฐบาลก็จะต้องดําเนินการต่อ เราคงจะไม่ทําแค่นี้ หรอกครับ แต่ว่าอันนี้เปึนเรื่องเบื้องต้น จะทําพร้อมกันทั้งหมดทุกอย่างทั่วประเทศครั้งเดียวนั้น มันทําลําบาก แล้วก็จริง ๆ แล้วมันทําไม่ได้ครับ แล้วก็คิดว่าน่าจะครอบคลุมนะครับ เรื่องของ อาฟตา เปึนเรื่องที่พวกเราเปึนห่วงมาก กระทรวงพาณิชย์ขณะนี้ก็กําลังเร่งที่จะออกมา ชัดเจนว่านโยบายในการแก้ไขปัญหานั้นเราจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป
ท้ายที่สุดครับ มติคณะรัฐมนตรีที่ท่านเปึนห่วง ก็น่าเปึนห่วงนะครับ เพราะจริง ๆ เพิ่งให้ความเห็นชอบกันไปเมื่อวันอังคารนี้เองครับ เพราะฉะนั้นมติออกมาแล้ว มีการ ประชุมเรียบร้อยแล้ว วันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพท่านนั่งเปึนประธาน ในที่ประชุมก็ให้ความเห็นชอบในเรื่องนโยบายของข้าวเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ หมายความว่าได้มีการอนุมัติว่าจังหวัดพิษณุโลก ผลผลิตในเขตชลประทานเท่าไร นอกชลประทานเท่าไร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่าไร จังหวัดสุพรรณบุรีเท่าไร ทั่วประเทศเลยครับ วันนี้ไม่ได้เอามาเล่มหนาหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมมีโอกาสผมจะหยิบยื่นให้ท่าน เพื่อจะได้ไปเผยแพร่ต่อไปนะครับ ตรงนี้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เกษตรกร ทั่วประเทศควรจะต้องรู้แล้วว่ามีนากี่ไร่ ผลผลิตเท่าไร และจะประกันประมาณเท่าไรแน่ รู้ชัดเลยครับ และอันนี้เปึนสิ่งที่ดีครับท่านประธาน คือรู้ตั้งแต่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวเลยครับ อีกเดือน ๒ เดือนจะเก็บเกี่ยวรู้แล้ว่ารายได้ตัวเองจะมาจากที่ไหน อย่างไร ขอบพระคุณครับ
ท่านนครมีอะไรครับ จบคําถามหมดแล้วนี่ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกนิดเดียวนะครับ
เอาสั้น ๆ เกินเวลามา
ก็คืออย่างนี้นะครับท่าน ที่อยากจะเพิ่มเติม ก็คือในส่วนของครัวเรือนบางครัวเรือนมีอยู่กัน ๓-๔ ครอบครัวอาจจะอยู่ด้วยกัน จะแตกออก เปึนรายครอบครัวหรือว่าจะใช้วิธีการนับเปึนครัวเรือนเปึนหลังคาในทํานองนั้นนะครับ และก็การขึ้นทะเบียนจะต้องขึ้นกันทุกป้ หรือว่าป้ต่อป้ หรือว่าขึ้นครั้งหนึ่งแล้วก็มี ฐานข้อมูลที่ชัดเจนนะครับ อันนี้ก็ฝาก ก็ขอถือโอกาสนี้ชื่นชมรัฐบาลนะครับ ที่ท่านได้นํา นโยบายในการประกันรายได้เพื่อเกษตรกรไทยเปึนความจริงใจของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ถือว่าจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมแล้วจํานวน ๓๖๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุน ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ นะครับ
ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานกิจการประจําป้งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับ ป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ตามพระราชบัญญัติธนาคาร เพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ มาตรา ๒๖ วรรคสอง ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนารายงานดังกล่าวให้กับท่าน สมาชิกแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกมีประเด็นที่จะติดใจซักถามหรือไม่ครับ มีไหมครับ มีท่านสมาชิกจะติดใจซักถามไหมครับ ท่านรัฐมนตรีท่านก็มารออยู่ เจ้าหน้าที่ก็พร้อม ที่จะตอบข้อซักถามของท่านนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจซักถามนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดติดใจซักถามผมก็ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบและก็ขอผ่านระเบียบวาระนี้ไปนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ เรื่องรับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุลและกําไรขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานกิจการประจําป้ งบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ตามพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๔๕ มาตรา ๔๕ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนา รายงานดังกล่าวให้กับท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกท่านมีปัญหาติดใจ จะซักถามไหมครับ เชิญท่านผ่องศรีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องกับรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทยนะคะ สําหรับรายงานฉบับนี้ในเบื้องต้นดิฉันขออนุญาต ชื่นชมผู้จัดทํารายงานว่าทําได้เรียบร้อยแล้วก็อ่านง่าย แล้วก็เข้าใจนะคะ ดิฉันเองไม่เข้าใจ เรื่องการเงินการคลัง แต่เมื่อได้ศึกษาก็ได้เห็นระบบการทํางานที่ชัดเจนนะคะ แต่ว่าก็ยังมี ประเด็นที่พี่น้องประชาชนฝากดิฉันมานะคะ เนื่องจากสอดคล้องกับรายงานของท่านว่า ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นประสบปัญหาวิกฤติ แล้วก็ เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ได้มีส่วนช่วยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยได้จัด ให้มีการสนับสนุนเงินกู้ในป้ ๒๕๕๑ แล้วก็ป้ ๒๕๕๒ เรื่องของโครงการสินเชื่อ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ (SME Power) ซึ่งในรายงานนี้ก็ปรากฏอยู่นะคะว่า ในป้ ๒๕๕๑ ทางธนาคาร ได้อนุมัติสินเชื่อทั้งหมดในป้ ๒๕๕๑ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งปล่อยสินเชื่อให้กับผู้กู้ จํานวน ๖,๘๐๗ รายนะคะ แต่ก็ลดลงจากป้ ๒๕๕๐ แล้วก็นอกจากนั้นแล้วก็ยังบอกว่า ได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในป้ ๒๕๕๑ อีก ๑,๒๙๖ ล้านบาท แก่ผู้ประกอบการทั้งหมด ๗๖๑ ราย แต่ทีนี้ในรายงานฉบับนี้พอไปอ่านตรงบทนํา ของท่านประธานกรรมการ ท่านก็เขียนความเดียวกันละค่ะ แต่ว่าท่านเขียนเหมือนกับทั้ง ๒ โครงการนี้ ไปปรากฏว่าทางธนาคารได้บริหารสินเชื่อ ภายใต้โครงการสินเชื่อ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ ในป้ ๒๕๕๑ โดยอนุมัติสินเชื่อรวมทั้งสิ้น ๒๐,๗๓๕ ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการ ๖,๘๐๗ ราย ซึ่งก็ตรงกัน แต่เขียนแบบนี้ เหมือนกับให้ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ก็อาจจะไม่ตรงความจริง เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันมีทั้ง เอสเอ็มอี พาวเวอร์ และสินเชื่อใหม่ ทีนี้ประเด็นที่ทาง พี่น้องประชาชนจังหวัดลพบุรีก็ฝากประเด็นมานะคะว่า ตามที่นโยบาย เอสเอ็มอี พาวเวอร์ ก็เปึนเรื่องที่ดีนะคะ เพื่อจะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาเรื่องของ สภาพคล่อง แต่ว่าเนื่องจากเงื่อนไขที่ทางธนาคาร เอสเอ็มอี ได้กําหนดขึ้นก็เปึนปัญหา อุปสรรค ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนของ ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวแล้วก็ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้เข้าไปยื่นคําขอเพื่อจะ ขอกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง คําร้องเรียนที่จะฝากไปเพื่อขอร้องให้ทางธนาคารได้ช่วย ทบทวนก็คือในเงื่อนไขของการกู้ค่ะ ได้กําหนดว่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวแล้วก็ ผู้ผลิตสินค้า โอทอป (OTOP) ที่ได้ขอกู้จาก เอสเอ็มอี แบงก์ ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องการ ขอนะคะ คือการขอก็ขอได้ค่ะ เอสเอ็มอี ก็บอกว่าอนุมัติได้ แต่ติดขัดในหลักเกณฑ์ คุณสมบัติของผู้กู้ว่าจะต้องได้รับการรับรองจากสมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวหรือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งในทาง ปฏิบัติ ถ้าเปึนผู้ประกอบการรีสอร์ท (Resort) หรือว่าที่พักสําหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มี ใบอนุญาตหรือว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่ทางสมาคมโรงแรมแห่งประเทศไทยไม่ออก หนังสือให้ซึ่งในจังหวัดลพบุรีก็จะมีเยอะค่ะ เปึนผู้ประกอบการขนาดเล็ก ไม่มีหนังสือ รับรองของสมาคมที่เอ่ยนามมาแล้ว ผู้ประกอบการเหล่านี้รวมทั้งผู้ผลิตสินค้า โอทอป ก็ไม่ได้เปึนสมาชิกกับหน่วยงานที่กล่าวมาทั้ง ๔ หน่วยข้างต้นนะคะ ก็ไม่สามารถจะได้รับ การพิจารณาออกหนังสือรับรองได้ หมายความว่าเขาไม่ได้เปึนสมาชิกสมาคมภัตตาคารไทย ทั้ง ๆ ที่เขาก็ทําร้านภัตตาคารอาหารแล้วก็โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวอะไรนี่นะคะ ข้อเสนอ ทางหอการค้าจังหวัดลพบุรี ก็ขอความกรุณาว่าถ้าจะให้นโยบายของรัฐบาลได้ช่วยเรื่อง ของการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องให้บังเกิดผล ตามความคาดหวังของรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจนะคะ ก็ขอเรียนเสนอว่า ควรจะพิจารณาเพิ่มหน่วยงานที่สามารถออกหนังสือรับรองให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว หรือว่าธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีก ๓ หน่วยงาน ได้แก่ สํานักงานการท่องเที่ยวและการกีฬาจังหวัด ซึ่งก็เปึนหน่วยงานของรัฐอยู่แล้วที่จะรับรองได้ว่าผู้ประกอบการนั้นมีความน่าเชื่อถือไหม ประกอบกิจการจริงหรือไม่ หรือไม่ก็อาจจะอนุญาตให้หอการค้าจังหวัดเปึนผู้ออก ใบรับรองหรืออาจจะให้สํานักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจําจังหวัดนั้น ๆ ได้รับรองก็จะช่วยให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจทางด้านนี้ได้รับสิทธิ ก็คือมีใบรับรองแล้วก็สามารถ ไปยื่นขอกู้ได้ตามระเบียบ เพราะว่าในหลักเกณฑ์การอนุมัติเท่าที่ทราบมาไม่ได้ติดขัด อะไรเลยนะคะ เพียงแต่ขาดใบรับรองเท่านั้น แล้วก็ในจังหวัดลพบุรีหลายท่านก็ไม่ได้เปึน สมาชิกสมาคมภัตตาคารไทยอะไรอย่างนี้นะคะ เขาก็เลยเสนอมาว่า หอการค้าจังหวัด ลพบุรีก็เสนอขอว่าขอได้เพิ่มผู้รับรองได้หรือไม่ อันนี้ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะคะ อันนี้ก็จะทําให้นโยบายของรัฐบาล ในเรื่องของ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ ได้ประสบผล เพราะว่าถ้าเราดูจากรายงานก็จะเห็นได้ว่า ก็ยังไม่มากที่ ๖๐๐ กว่ารายที่ได้รับไป ในป้ ๒๕๕๑ ถ้าหากว่าได้ปรับแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ปัญหา อุปสรรค ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้มีแหล่งทุนที่จะไปพัฒนาแล้วก็กระตุ้น เศรษฐกิจเพื่อตามเปัาหมายของรัฐบาลนะคะ ดิฉันก็ขอฝากประเด็นที่พี่น้องได้ฝากมา แต่ว่าโดยงานโดยภาพรวมแล้วชัดเจนแล้วก็ขอชื่นชม เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การพัฒนาองค์กร การมีธรรมาภิบาลและพันธกิจต่าง ๆ ที่ธนาคารมีความตั้งใจที่จะทําให้ ธนาคารแห่งนี้เปึนที่พึ่งที่หวังของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนะคะ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ยังมีท่านใดที่ประสงค์จะอภิปรายซักถามไหมครับ นอกจากท่านรัฐมนตรีแล้ว จะมีผู้ที่มาร่วมชี้แจง ซึ่งมาจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย ๒ ท่าน เดี๋ยวผมขออนุญาตเชิญขึ้นมา เพื่อมาร่วมชี้แจงกับท่านรัฐมนตรี ตามที่ท่านรัฐมนตรีร้องขอ และเปึนอํานาจประธานที่จะอนุญาตได้นะครับ เชิญท่านโสฬส สาครวิศว ท่านกรรมการผู้จัดการนะครับเชิญท่านอินทิรา โภคปุณยารักษ์ รองกรรมการ ผู้จัดการ ท่านก็มารอตอบคําถามอยู่นะครับ มีท่านใดจะซักถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ สําหรับรายงานกิจการประจําป้งบดุลและกําไร ขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีไหมครับ ถ้าไม่มีผมก็จะได้ให้ท่านรัฐมนตรี และผู้ชี้แจงได้ตอบข้อซักถามนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องรายงานต่าง ๆ นั้นคงอยู่ในเอกสาร ที่ให้ไปนะครับ แต่ว่าเดี๋ยวจะขออนุญาตท่านสมาชิกและท่านประธาน ได้พูดถึง ๗ เดือน หลังก่อนที่จะสิ้นป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งผลงานของ เอสเอ็มอี แบงก์ นั้น มีเพิ่มเติม ในการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี เพิ่มขึ้นอีกจํานวน ๔,๘๖๖ ราย อนุมัติวงเงิน สินเชื่อไปทั้งหมด ๒๐,๑๑๖ ล้านบาท มีส่วนทําให้ก่อเกิดการจ้างงานใหม่ แล้วก็รักษา สภาพฐานะการจ้างงานเดิมอีก ๕๐,๙๔๗ ราย แรงงานนะครับ แล้วก็ทําให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจอีก ๑๒,๗๐๓ ล้านบาท นี่คือตัวเลขคร่าว ๆ สําหรับป้ ๒๕๕๒ ครึ่งป้หลัง ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ก่อนจะสิ้นป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้น ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มอบนโยบายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และผมมาเร่งดําเนินการให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อ แล้วก็ เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินของรัฐทั้งหมด ๗ แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เอสเอ็มอี แบงก์ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็มีโครงการ เอสเอ็มอี แบงก์ ฟาสท์แทรค (SME bank fast track) คือโครงการซึ่งอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ทั้งรายใหม่และรายเดิม ซึ่งจะต้องการขยายเงินทุนต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากขึ้น อนุมัติภายใน ๕ วัน ๗ วัน ๑๐ วันทําการ แล้วก็สามารถจะเร่งรัดเบิกจ่ายยอดสินเชื่อให้มากที่สุดเท่าที่ทําได้ ซึ่งในรายละเอียดนั้น เดี๋ยวคงจะให้ทางกรรมการผู้จัดการได้มีโอกาสได้เล่ารายละเอียดให้ฟังเพิ่มเติม แต่กราบเรียนว่าหลังจากที่ผ่านมาประมาณ ๒-๓ อาทิตย์นั้น ก็มี เอสเอ็มอี ทั่วประเทศ ที่ติดต่อเข้ามาผ่าน เอสเอ็มอี แบงก์ และได้รับการอนุมัติวงเงินสินเชื่อรวมกันไป เปึนจํานวนมาก ซึ่งเราก็คิดว่าภายในสิ้นป้งบประมาณเราคงจะได้ยอดสินเชื่อทะลุ ตามเปัาที่มุ่งไว้สําหรับสินเชื่อฟาสท์แทรค แต่สําหรับในรายละเอียดที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลพบุรี ท่านได้พูดถึง เอสเอ็มอี ท่องเที่ยว และ เอสเอ็มอี โอทอป ซึ่งถือว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะจังหวัดลพบุรีนะครับ ก็คงจะทั่วประเทศ ที่คงจะมีปัญหาคล้าย ๆ กันอยู่ในเรื่องของเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของผู้กู้ ซึ่งผมเอง ลงพื้นที่ไปใน ๒๐ กว่าจังหวัด ก็ได้ทราบว่าสมาคมชมรมที่เกี่ยวข้องกับภัตตาคาร ห้าง ร้านอาหาร โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ก็มีเรื่องร้องเรียนมาจริงนะครับ ก็คิดว่า ในรายละเอียดก็จะขอให้ทางกรรมการผู้จัดการและทางผู้บริหารของธนาคาร ได้ขออนุญาตท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ตอบในรายละเอียดซักถาม อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านโสฬสครับ
มีอะไรติดใจไหมครับ เชิญท่านผ่องศรี ครับ
กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ก็ขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีและท่านผู้บริหารทาง เอสเอ็มอี ได้ชี้แจง ดิฉันก็คงถาม เพื่อความชัดเจน ถ้าอย่างนั้นคิดว่าใครจะเปึนผู้เสนอไปที่กระทรวง ทางธนาคาร ผู้บริหาร ธนาคารหรือว่าต้องให้ผู้ประกอบการเปึนผู้เสนอหรือว่าทาง ครม. ขออนุญาตได้ฝาก เอกสารถึงท่านรัฐมนตรีด้วยแล้วนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
จะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ
ในเรื่องนี้นะครับ เพราะเนื่องด้วยกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดเปึนคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ก็คิดว่าเรื่องนี้ควรที่จะ ส่งเข้าที่คณะกรรมการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งทางนั้นจะเปึนผู้พิจารณา ซึ่งทางรัฐมนตรีชุมพลเปึนประธานอยู่นะครับ เมื่อพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขแล้ว ทางรัฐมนตรีก็คงจะเอาเรื่องนี้เข้า ครม. ได้ ผมคิดว่าส่งเรื่องเข้าทางนั้นครับ
ท่านรัฐมนตรีจะรออีกคําถามหนึ่งดีไหม ท่านอํานวย คลังผา จะได้ตอบพร้อมกัน เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง แล้วก็ผู้แทน เอสเอ็มอี ได้ชี้แจงเบื้องต้นไปหลายประเด็น และโดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของการท่องเที่ยว ก็เปึนที่ทราบดีนะครับว่าการท่องเที่ยวนั้น เปึนรายได้ส่วนหนึ่งเข้าประเทศของเรา ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรี และท่านผู้มาชี้แจงว่า ภาครัฐโดยเฉพาะ เอสเอ็มอี จะต้องเร่งส่งเสริมฟุ๋นฟูในเรื่องของ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งผมได้ไปพบในผู้นําท้องถิ่น หลายจังหวัดว่าโครงการนี้เปึนโครงการที่ดี แต่ทางรัฐบาลไม่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา หรือตลอดทั้งผู้ประกอบการที่มีความสนใจตรงนี้ดําเนินการล่าช้ามาก เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเพิ่มประเด็นตรงนี้ผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าโครงการดังกล่าวนั้น ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีมีผู้ประกอบการมายื่นคําร้องขอนี่ตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง อยากจะให้ท่านได้ส่งเสริมเร่งดําเนินการในส่วนที่ ๑
ในส่วนที่ ๒ ในด้านงบประมาณขอให้ช่วยอย่างเต็มที่เพื่อกระตุ้นระบบ การท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อนําเงินเข้าประเทศในบ้านเรา นั่นคือจะฝากไว้ ๒-๓ ประเด็น ขอบคุณครับ
ท่านมีประเด็นนะครับ ท่านอภิชาต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของ เอสเอ็มอี แบงก์ อยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ ซึ่งจากการที่ได้อ่านรายงานของท่าน
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ประจําป้ ๒๕๕๑ ซึ่งในรายงานท่านได้ระบุถึงการจัดตั้ง คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของธนาคารขึ้นมานะครับ ประเด็นเวลานี้ข้อมูลข่าวสาร ของราชการซึ่งอยู่ตามหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ มักจะเปึนข้อมูลที่หน่วยงานเหล่านั้น มีความรู้สึกว่าจะต้องเปึนความลับเอาไว้ก่อน การเป่ดเผยต่อสาธารณชนนั้นเปึนเรื่องที่ ค่อนข้างยากลําบาก และมักจะต้องใช้กระบวนการหรือกลไกทางกฎหมายที่ล่าช้า ยาวนานกว่าที่จะเป่ดเผยออกมาได้ ก็อยากจะซักถามว่าข้อมูลข่าวสารประเภทไหน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการจะเป่ดเผย กับสาธารณชนหลังจากที่ตั้งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขึ้นมาแล้วนี่ต้องการจะเป่ดเผย อะไร และมีขอบเขตแค่ไหนในการเป่ดเผยข้อมูลเหล่านี้
ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของมาตรการการรักษาความลับข้อมูลของลูกค้า ซึ่งเราจะพบว่าข้อมูลซึ่งธนาคารได้เก็บข้อมูลของลูกค้าไว้ทั้งหลายนี่ซึ่งข้อมูลเหล่านั้น ลูกค้ามีความคิดว่าสิ่งที่ธนาคารเก็บไว้เปึนข้อมูลส่วนบุคคล หรือว่าเปึนข้อมูล ของกลุ่มลูกค้าที่ควรจะเปึนความลับ การจะเป่ดเผยข้อมูลเหล่านั้นท่านได้มี การประสานงานได้มีการบอกกล่าวกับลูกค้าของท่านหรือไม่ และมีขอบเขตแค่ไหนในการ ที่จะไม่ให้ข้อมูลความลับของลูกค้าเหล่านั้นถูกแพร่ออกไปข้างนอกโดยที่ไม่เปึนธรรม รวมทั้งข้อมูลที่ท่านบันทึกไว้ทั้งหลายได้เป่ดโอกาสให้ลูกค้ามีโอกาสได้ตรวจสอบ ได้แก้ไข มากน้อยแค่ไหน เพื่อความถูกต้องก่อนที่จะเป่ดเผยตามกระบวนการ ตามอํานาจหน้าที่ ของท่านต่อไป
มีประเด็นเล็ก ๆ ก่อนที่จะเปึนอีกประเด็นสุดท้ายก็คือในรายงานฉบับนี้ ได้เขียนถึงเรื่องกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสาธารณประโยชน์ ซึ่งก็ค่อนข้างเห็นใจว่า ธนาคารของท่านอาจจะมีกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ค่อนข้างน้อยไป สักนิดหนึ่ง ก็คือไปแจกสมุดกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับงานทอดกฐิน ผมคิดว่า กิจกรรมแบบนี้มันไม่ใช่กิจกรรมที่จะมารายงานกับสภาผู้แทนราษฎรหรือกับรัฐสภาครับ เปึนเรื่องของเอกสารภายในหรืองานประชาสัมพันธ์ภายในขององค์กรท่านเท่านั้นละครับ นี่ฝากไว้นะครับ
เรื่องสุดท้ายก็คือ ท่านได้รายงานถึงผลงานสนับสนุนนโยบายภาครัฐ อันหนึ่งที่ผมให้ความสนใจแล้วก็คิดว่าเปึนโครงการที่ดีก็คือโครงการเงินหมุนเวียน เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน อันนี้เปึนโครงการที่ผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างจิตสํานึกแล้วก็สร้างค่านิยมในการอนุรักษ์พลังงาน แต่ว่าอ่านตามรายงานของท่านแล้วท่านบอกว่าเปึนโครงการตอบสนองโครงการเงินทุน หมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เพื่อช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน โดยให้ทุนสนับสนุนแก่เจ้าของโรงงาน เจ้าของอาคารหรือบริษัทจัดการพลังงาน เพื่อนําไปใช้ลงทุนและดําเนินงานในการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าขอบเขต ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเขาก็มีบริษัทห้างร้านที่เขา ทําโครงการร่วมกันอยู่แล้วท่านก็ให้เงินทุนสนับสนุนนี้เปึนเรื่องที่ดี แต่ที่ผมต้องการ นําเสนอก็คือว่ามีกลุ่มอนุรักษ์พลังงานทดแทนที่เปึนภาคประชาชนแล้วเขารวมตัวกัน แล้วก็มีแนวคิด มีแนวนโยบายในการที่จะอนุรักษ์พลังงาน ท่านได้สนับสนุนเหล่านี้อย่างไร ผมได้เคยนําเรื่องมาหารือต่อสภาแห่งนี้เรื่องของศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทน ที่ตําบลนาหมอบุญ อําเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน หรือว่าช่างประดิษฐ์ในหมู่บ้านมีความรู้ได้รับการอบรมมา แล้วก็ไปจัดตั้งศูนย์เรียกว่า ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนขึ้นมา โดยการสนับสนุนของสํานักงานพลังงานจังหวัด โดยการสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็จัดตั้งขึ้นมาเปึนศูนย์เรียนรู้ มีผู้คนมากมายจากหลากหลายที่ไปศึกษาเรียนรู้และกลุ่มนี้ก็ได้ประดิษฐ์สินค้าขึ้นมา ซึ่งเปึนสินค้าอนุรักษ์พลังงาน เช่น เตาเผาขยะ เตาแกลบ เตาเผาถ่าน เตาชีวมวล ถังแก๊สชีวภาพ อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งได้ผลดีแล้วก็เปึนการสร้างจิตสํานึกของผู้คนที่ไป ศึกษาดูงานว่าให้เขาได้เรียนรู้ว่ามันมีทางออกมีทางเลือกในการอนุรักษ์พลังงานที่แบบ ชาวบ้าน ๆ เขาใช้กัน แล้วนําไปใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น เตาแกลบ เมื่อเผาแกลบแล้วก็ขึ้นมา เหมือนกับใช้แก๊สหุงต้มนี่ละครับ แล้วประสิทธิภาพเหมือนกัน แต่ว่าใช้พลังงานใช้วัตถุดิบ ต่าง ๆน้อยมาก แล้วก็ราคาต่ํา กลุ่มเหล่านี้เขาก็ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ แล้วก็ออกจําหน่าย แต่ว่าเขาไม่สามารถทําได้แพร่หลายเพราะว่าเขาไม่มีทุนมากพอ เวลานี้ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนที่ตําบลบ้านนาหมอบุญ ก็อยู่ได้ด้วยการที่ให้ผู้คนที่มาศึกษาดูงาน ส่วนใหญ่ก็ทั่วภาคใต้ละครับมาดูงานที่นั่น แล้วก็มีเงินบริจาคหรือว่าจากการขายสินค้าเหล่านี้ไป ถามว่าโครงการแบบนี้ กลุ่มแบบนี้ ท่านจะสามารถที่จะเข้าไปสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาให้เขาได้เติบโตขึ้นมาแล้วก็สร้าง คุณูปการกับสังคมได้กว้างขวางขึ้นกว่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ก็อยากจะตั้ง ข้อสังเกตไว้พร้อมกับ ๓-๔ ข้อข้างต้นที่อยากจะขอคําตอบจากท่านด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ที่ทางธนาคาร เอสเอ็มอี ได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมมีประเด็นที่อยากจะเรียนถามคือ ผมได้ดูใน งบกําไร ขาดทุนนะครับ เมื่อป้ ๒๕๕๑ จะเห็นว่ามีขาดทุนสุทธิ ๒,๗๐๘ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ แล้วก็ป้ ๒๕๕๐ ขาดทุนสุทธิ ๑,๐๖๔ ล้านบาท ผมเห็นว่า ทางธนาคาร เอสเอ็มอี บริหารจัดการแล้วขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่องแล้วก็เพิ่มขึ้น ผมคิด ว่าธนาคารนี้บริหารผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อเป่ดดูคณะกรรมการบริหารของทางธนาคาร ซึ่งแต่ละท่านก็ดูยิ้มแย้มดีนะครับ ผมอยากจะถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่ดูแล รับผิดชอบด้วยว่า ท่านได้ดูแลคณะผู้บริหาร การส่งผู้บริหารลงไปกํากับดูแล การบริหารงานของทางธนาคาร เอสเอ็มอี แบงก์นั้น ท่านได้ดูแลถูกต้องหรือไม่ เอาคนที่ มีความรู้ ความสามารถจริงหรือไม่ หรือเพียงแต่ไปนั่งเปึนคณะกรรมการประชุมแต่ละครั้ง กินเงินเดือนเยอะ ๆ แต่บริหารงานขาดทุนสุทธิแบบนี้มันเปึนไปได้อย่างไร ป้หนึ่ง ป้ ๒๕๕๐ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ นี่ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรืออย่างไร อยากจะถามครับบริหารงานแบบนี้ ผมยอมรับไม่ได้จริง ๆ ท่านประธาน บริหารงานแบบนี้คณะกรรมการผู้บริหารต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าตัวเองนั้นเหมาะสมที่ จะบริหารงานต่อไปหรือไม่ เงินของ เอสเอ็มอี แบงก์ เปึนเงินหลวง เปึนเงินภาษีราษฎร ท่านบริหารขาดทุนแบบนี้ ผมถือว่าใช้ไม่ได้ และวันนี้ธุรกิจ เอสเอ็มอี เจ๊งเปึนแนวระนาบ ได้แต่เจ๊งอย่างเดียวครับ อยู่ไม่รอด รัฐบาลก็ไม่ได้เอาใจใส่ วันนี้แทนที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะนั่ง ก็ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการมา และในรูปนี้ก็เปึนรัฐมนตรีประดิษฐ์ วันนี้ส่งรัฐมนตรีอะไร ผมจําชื่อท่านไม่ได้ ขออภัย อย่างนี้มันไม่ได้เอาใจใส่ในการบริหาร ธนาคารเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมอยากจะถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ที่กํากับดูแล ไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือครับ ผมต้องฝากครับไปพิจารณาเรื่องคณะกรรมการ ที่บริหาร เอสเอ็มอี แบงก์นี้ ท่านต้องดูใหม่ครับ ส่งคนใหม่ลงไป เอาคนที่มีความรู้ คนไม่มี ความรู้บริหารงานขาดทุนป้แล้วป้เล่า อย่าเอาไว้ครับ เปลี่ยนครับ คนที่มีความรู้ ความสามารถมากมายในระบบธนาคารภาคเอกชนก็มีเยอะแยะ มันไม่จําเปึนต้อง เอาคนภาครัฐไปนั่งเลย เอาผู้บริหารจากแบงก์ที่เขาทํากําไรมานั่งกํากับดูแลก็ได้ และอย่างกรณีผู้จัดการ เอสเอ็มอี แบงก์วันนี้เปลี่ยนใหม่ ก็ต้องดูว่ามีคนมีความสามารถ หรือไม่ ประการที่สําคัญที่สุดคือการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจ เอสเอ็มอี ต้องให้กับพ่อค้า นักธุรกิจที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ ต้องดูธุรกิจเปึนครับ ไม่ใช่ไปปล่อยให้พรรคพวก หรือพวกพ้องหาผลประโยชน์กับเงินภาษีราษฎร มันไม่ได้ครับท่านประธาน นี่ถ้าผมเปึนผู้บริหารโดยตรง หรือผมเปึนรัฐมนตรีที่กํากับดูแล ผมปลดออกทั้งบอร์ด (Board) นะครับ เอาไว้ไม่ได้ ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านไม่ได้นั่งตรงนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการท่านประดิษฐ์ด้วยครับ เพราะรูปถ่ายท่านอยู่ใน รายงานฉบับนี้ เวลาไปแจกของก็ยิ้มเลย แต่เวลามาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรกลับไม่ให้ ความสําคัญ แบบนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ท่านชื่อรัฐมนตรี นายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์
ขอบคุณท่านประธานนะครับ ก็จะขอตอบในประเด็นที่ได้รับมอบหมายมาและตอบได้ นะครับ
ในเรื่องของท่าน ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ ผมก็ได้รับสําเนาเรื่องของท่าน ที่หอการค้าจังหวัดลพบุรีมาด้วยเรื่องของ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ ซึ่งท่านห่วงใยว่ามีข้อจํากัด บางประเด็นที่จําเปึนต้องปรับปรุง ซึ่งปกติแล้วต้องเรียนตามตรงว่าทุก ๆ นโยบายและ มาตรการที่ออกไป เมื่อระยะเวลาผ่านไปแล้ว เราคงต้องมาติดตามดูว่ามีปัญหาในทาง ปฏิบัติแค่ไหน มีปัญหาอะไร และคงต้องมานั่งแก้ไขในจุดที่เปึนปัญหาในทางปฏิบัติ เพื่อให้เปัาหมายมันบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งผมคิดว่าในฐานะที่อยู่กระทรวงการคลังได้รับ เรื่องจากท่านมาแล้ว ก็คงประสานไปที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็หวังว่าคงจะได้ มีการพูดคุยกันแล้วก็คิดว่าคงจะดําเนินการประสานงานนําข้อสังเกตของหอการค้า จังหวัดลพบุรี ซึ่งน่าจะเปึนประโยชน์กับหอการค้าทุก ๆ จังหวัดทั่วประเทศเอาไว้ เพื่อให้มี การแก้ไขในอนาคต ซึ่งจะทําให้ เอสเอ็มอี พาวเวอร์ ในเรื่องของการท่องเที่ยว และโอทอป เปึนรูปธรรมมากขึ้น
สําหรับประเด็นที่ ๒ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลพบุรี เช่นเดียวกันนะครับ ท่านอํานวย คลังผา ได้พูดถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมว่า มีการอนุมัติค่อนข้างน้อย แล้วก็อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าไร จริง ๆ แล้วต้อง กราบเรียนว่าเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนั้น รัฐบาลเราก็มีนโยบายชัดเจน ที่มุ่งเน้นเรื่องของการสร้างเสริมวัฒนธรรมให้กับผู้คนทุกระดับ และทุกชนชั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็มีการทยอยปล่อยสินเชื่อที่เรียกว่า ระบบฟาสท์แทรค ซึ่งท่านอาจจะติติงว่าในอดีตช้า ก็กราบเรียนว่าจากนี้ไปเราก็ให้ธนาคารได้พยายามอนุมัติสินเชื่อด้วยความรวดเร็ว แล้วก็ มีความยืดหยุ่นในเรื่องของหลักฐาน หลักเกณฑ์ หลักการต่าง ๆ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ก็พยายามจะอะลุ้มอล่วยเท่าที่จะทําได้นะครับ สําหรับทางท่านสมาชิกจากจังหวัด นครศรีธรรมราช อันนั้นคงเปึนรายละเอียดในเรื่องที่ท่านถาม เดี๋ยวจะให้ทางผู้บริหาร ทางธนาคารได้ตอบไปนะครับ
และเรื่องสุดท้าย ก็คงเปึนเรื่องของนโยบายรัฐบาล ก็กราบเรียนว่ามีการ เปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เอสเอ็มอี แบงก์ ซึ่งผมคิดว่าท่านน่าจะให้โอกาสผู้บริหารใหม่ที่จะ ทํางานได้อย่างเต็มที่ ว่าเราก็รับทราบปัญหาดีว่าที่ผ่านมามันเปึนอย่างไร แต่คิดว่าจากนี้ ไปก็คงจะพยายามแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วทางกระทรวงการคลังเองก็ให้ความมั่นใจกับ ท่านได้ว่า ผู้บริหารชุดใหม่นี้ก็คงจะนําพา เอสเอ็มอี แบงก์ ให้มีผลกําไร แล้วก็พยายาม ลด เอ็นพีแอล ให้น้อยลงมากกว่านี้ ในรายละเอียดจะขอให้ทางผู้บริหารแบงก์ ได้อธิบายเพิ่มเติม ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านกรรมการผู้จัดการ ท่านโสฬสครับ
เรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของทาง ท่านสมาชิกสภาที่สอบถามในเรื่องของข้อมูลความลับของลูกค้าว่า อันไหนที่ควรเป่ดเผย อันไหนที่ไม่ควรเป่ดเผย เราก็แบ่งข้อมูลออกเปึน ๒ ด้าน ซึ่งด้านหนึ่งเปึนข้อมูลที่เปึน ข้อมูลทั่วไป หรือเปึนข้อมูลทางพับลิค (Public) เราก็จะได้ทําการเป่ดเผย ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องการดําเนินงานของธนาคาร เรื่อง โซเชี่ยล (Social) การรับผิดชอบต่อสังคม แล้วเรื่อง ผลการดําเนินงานโดยทั่ว ๆ ไป เราก็จะเป่ดเผย
อีกข้อมูลหนึ่ง ซึ่งเปึนข้อมูลทางด้านความลับ ซึ่งข้อมูลความลับ โดยเฉพาะข้อมูลของลูกค้าเราก็จะเก็บอย่างดี การขอโดยทั่วไปเราจะไม่ยอมเป่ดเผย เราจะเป่ดเผยเฉพาะลูกค้าคนนั้น ๆ เท่านั้นเองที่จะมาขอข้อมูลได้
ส่วนคําถามที่ ๒ ที่ถามว่า ในเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม เราก็ได้ เริ่มมีโครงการที่จะรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น เราได้ไปเริ่มสร้างศูนย์พัฒนาความรู้ให้กับ โรงเรียนในจังหวัดต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น ในจังหวัดน่านเราก็ไปสร้างอยู่นะครับ ซึ่งในป้ต่อ ๆ ไปเราก็จะเริ่มโครงการนี้ให้มากขึ้น ส่วนในเรื่องของการสนับสนุนนโยบาย ภาครัฐในเรื่องของโครงการอนุรักษ์พลังงาน เราเองป้นี้เราก็ได้ส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ไปค่อนข้างเยอะไม่ว่าการผลิตไฟฟัาด้วยชีวมวล การผลิตไฟฟัาด้วยแก๊ส หรือการผลิต ไฟฟัาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์นะครับ ส่วนโครงการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนเตาเผาขยะหรือ อะไรต่าง ๆ เราก็ดูความสามารถที่ในเชิงพาณิชย์อยู่ ถ้ามีการผลิตหรือมีการพัฒนา รูปภัณฑ์ซึ่งสามารถแข่งกับตลาดได้ แล้วหาตลาดได้ เราก็อนุมัติสินเชื่อให้ ซึ่งในขณะนี้ เองเราก็ร่วมมือกันกับหลายหน่วยงานที่จะพัฒนามาตรฐานสินค้าให้กับผู้ผลิตหลาย ๆ โครงการเพื่อที่เขาผลิตสินค้าแล้วจะสามารถอยู่ได้ในตลาดนะครับ
ส่วนคําถามอีกคําถามหนึ่งของทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเรื่อง ของผลการขาดทุนที่เห็นบอกว่าเพิ่มมาทุกป้ ซึ่งอันนี้ผมเรียนว่าปัญหาในการเพิ่ม การขาดทุนของธนาคาร เอสเอ็มอี มันเปึนปัญหาที่ยืดเยื้อ แล้วก็สืบเนื่องมานาน เพราะ เนื่องจากว่าธนาคารมี เอ็นพีแอล (NPL) จํานวนค่อนข้างมาก สาเหตุจํานวน เอ็นพีแอล ค่อนข้างมากมันเกิดมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ตรงนั้นเราก็คง ทราบกันดีนะครับท่านประธานว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับ เอสเอ็มอี แบงก์ ซึ่งผู้บริหารชุดใหม่ ขณะนี้เข้ามาเราต้องทํางาน ๒ ด้านด้วยกันคือ
๑. ในเรื่องของการที่ต้องดําเนินการเดินหน้า ให้ เอสเอ็มอี เดินหน้า เพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไป
๒. อีกด้านหนึ่งที่เราต้องทําและต้องทําอย่างหนักก็คือแก้ไขปัญหาที่มัน เกิดขึ้นในอดีตเพื่อที่จะให้ เอสเอ็มอี เปึนธนาคารที่มั่นคงและเพื่อจะได้รับใช้ประชาชน ในอนาคตได้ยั่งยืนต่อไปครับท่านประธาน
เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านเอกสาร ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนําเสนอมาพร้อมทั้งสรุปรายงานประจํานี้ หนี้ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ สิ้นป้ ๒๕๕๑ ของธนาคารนี้มียอดรวมถึง ๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจํานวน ๑๙,๒๘๐ ล้านบาท เมื่อสิ้นป้ ๒๕๕๐ ผมก็ไม่อยากจะเห็นมันเพิ่มขึ้น อีกต่อไปนะครับ ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีที่กํากับดูแลซึ่งท่านไม่ได้มานั่งตรงนี้ แล้วก็ ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะท่านเปึนคนเซ็นในรายงาน ฉบับนี้ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านเซ็นในรายงาน ฉบับนี้ ท่านต้องให้ความสนใจกับธนาคาร เอสเอ็มอี นี้ให้มากกว่านี้ครับ วันนี้ต้องย้ํา อีกครั้งว่าท่านดูแลกํากับธนาคาร ซึ่งมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนที่กู้เงินในโครงการ โอทอป หรืออะไรก็สุดแท้แต่ ผมคิดว่าวันนี้รัฐมนตรีต้องให้ความสําคัญเปึนอย่างมาก ๆ เพราะถ้าขาดทุนต่อไปอย่างนี้ไม่ได้ละครับ แล้วธนาคารนี้ใช้เงินภาษีเพิ่มทุนทุกป้ ย้ํานะครับ เพิ่มทุนตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ไล่มาเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ธุรกิจล้มหายตายจาก ไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเลย ถ้าธนาคารขาดทุน แต่ธุรกิจพอไปได้ ประชาชนมีงานทํา มีรายได้ อันนั้นพอจะรับได้ แต่วันนี้ธนาคารขาดทุนธุรกิจ เอสเอ็มอี ก็เจ๊ง คนไม่มีงานทํา อันนี้ต้องฝากไว้ครับ เราจะให้ความสนใจในสิ่งเหล่านี้ได้รัฐมนตรีนี่ละครับ ทั้งท่านประดิษฐ์ที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ผู้บริหารสูงสุด อย่างน้อยต้องมานั่งฟังการอภิปรายศึกษารายงานอย่างนี้ให้ถ่องแท้ บางทีท่านไม่มีโอกาส ได้อ่าน พอเสนอเข้ามาก็เซ็น เซ็นชื่อก็ดูสวยลายเซ็นท่าน แต่เนื้อหาสาระไม่รู้ว่าศึกษาเปึน หรือไม่ อย่างไร ฝากท่านประธานไว้แค่นี้ แล้วผู้บริหารใหม่ก็ดูแลนะครับ ผมหวังว่า ท่านน่าจะทําให้ธนาคารมีกําไรเปึนป้แรกก็ยังดีครับ อย่าให้ขาดทุนต่อเนื่องครับ ถ้าขาดทุนต่อเนื่องป้ต่อไปก็จะมาต่อว่ากันอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้โอกาสทางธนาคาร กราบเรียนว่าเรื่องของไทยเข้มแข็งนั้น หนึ่งในเรื่องนั้นก็คือเราก็พยายามมีมาตรการในเรื่องของการเพิ่มทุนให้สถาบันการเงิน ของรัฐ ซึ่ง ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท ได้ออกมาแล้วนะครับ ก็มีหลายธนาคารที่ได้ไป แล้วก็ รวมทั้งของ เอสเอ็มอี ด้วย วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนคือเราต้องการให้แบงก์ ได้มีศักยภาพในการขยายวงเงินสินเชื่อเพื่อให้ เอสเอ็มอี ทุกคนทุกรายได้มีโอกาสเข้าถึง แหล่งเงินทุนได้มากขึ้นตามที่เรียน ไม่ว่าจะเปึนรายเดิมหรือรายใหม่ แล้วก็ในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้มีข้อสังเกตมานั้น ก็กราบเรียนว่าผมได้จดทุกประเด็นของทุกท่าน แล้วก็คงจะนําไปเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณ์ จาติกวณิช และท่านประดิษฐ์ซึ่งดูแลกํากับธนาคารนี้โดยตรง แล้วก็กราบเรียนว่าที่ไม่ได้มา เพราะท่านติดภารกิจจริง ๆ แล้วผมเองก็ได้รับมอบหมายมา เพื่อที่จะมารายงานผลงานนี้ กับท่าน เพราะฉะนั้นทุกข้อสังเกตทุกประเด็นที่ท่านฝากไว้ ผมจะสรุปและนําเรียน ท่านรัฐมนตรีอีก ๒ ท่านต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุลและบัญชีกําไร ขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สําหรับ ป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านผู้ชี้แจงนะครับ
ต่อไปรับทราบเรื่อง ๒.๓ รับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ของสํานักงบประมาณ
ด้วยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานรายการ โอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ (๑ เมษายน ๒๕๕๑ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑) ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ซึ่งสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีท่านสมาชิก ท่านใดติดใจที่จะอภิปรายซักถามไหมครับ เชิญท่านนายแพทย์ชลน่านครับ มีผู้จะชี้แจง ที่ได้รับมอบหมายมาไหมครับ รอสักครู่ท่านชลน่านครับ ผมขออนุญาตเชิญท่านผู้ชี้แจง มีผู้ชี้แจงนะครับ ประกอบด้วย ท่านภุชพงศ์ ทัดเทียมรมย์ ท่านภาวิดา แสงโสภณ ท่านสุธีร์ ดิษสถาพรเจริญ ท่านอินทรายุช จันทร์อินทร์ ท่านกัมปนาท ดาวเรือง เชิญท่านนายแพทย์ชลน่านเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายเพื่อรับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ของสํานักงบประมาณที่ได้บรรจุในระเบียบวาระ ในเรื่องที่ท่านประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ในระเบียบวาระ ๒.๓ ท่านประธานที่เคารพครับกระผมได้ดูรายงานที่สํานักงบประมาณจัดทํามาให้เปึน เอกสารรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ประจําป้งบประมาณป้ ๒๕๕๑ ช่วงตั้งแต่ วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ก็คือช่วง ๖ ป้หลังของป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ผมมีเรื่องที่กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะผู้ชี้แจงจากสํานักงบประมาณ ในเรื่องดังต่อไปนี้
ท่านประธานครับ ในการโอนจ่ายงบประมาณตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ก็เขียนเอาไว้ว่ากรณีมีการโอนจ่ายงบประมาณทาง สํานักงบประมาณเอง ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ บัญญัติว่าในกรณีที่มีการโอนงบประมาณ หรือนํารายจ่ายตามงบประมาณ ที่กําหนดไว้ในรายการใด ซึ่งแน่นอนครับงบประมาณที่กําหนดไว้ในรายการใดย่อมเปึน ที่เห็นชอบของคณะกรรมาธิการ เห็นชอบของผู้อนุมัติงบประมาณคือรัฐสภา เปึนกระบวนการการอนุมัติงบประมาณที่ให้อํานาจฝ์ายนิติบัญญัติได้มอบหมาย ทรัพยากรไปให้ฝ์ายบริหารในการใช้ที่จะบริหารราชการแผ่นดิน เราจะมีการโอนไว้ ที่กําหนดไว้ในรายการใดไปใช้ในรายการอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ให้รัฐบาล รายงานรัฐสภาเพื่อทราบทุก ๖ เดือน ผมเองต้องกราบขอบคุณผ่านท่านประธานไปยัง สํานักงบประมาณที่กรุณานํารายงานนี้มานําเสนอ ตอนนี้ก็เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ รายงานให้ทราบทุก ๖ เดือน ก็คือทุก ๖ เดือนของป้งบประมาณ แต่เผอิญว่า ในตัวรายงานเองก็ไม่ระบุชัดว่าจะต้องรายงานเมื่อไร ผมพยายามหาเอกสารแล้วไม่แน่ใจ ว่ากําหนดห้วงเวลาไว้หรือไม่ เช่น ๑ ป้ ภายใน ๑๒๐ วัน ภายใน ๑๘๐ วัน หรือภายใน เท่าไร อย่างไร แต่เอาละครับก็ถือว่าทันเหตุการณ์พอสมควร เพราะเปึนป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ตอนนี้ก็เดือนกันยายน ๒๕๕๒ ก็ค่อนข้างจะทันเหตุการณ์ สามารถจะติดตาม ได้ ท่านกรุณาได้จัดทําเอกสารรายงานมาว่ามีการโอนงบประมาณอยู่ ๒ กรณี ในช่วงวันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๑ มีการโอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการ ที่ทําความตกลงกับสํานักงบประมาณตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๔๘ ข้อ ๒๗ ที่ท่านอ้างไว้ แล้วก็มีการโอนงบประมาณรายจ่ายโดยใช้ อํานาจของหัวหน้าส่วนราชการที่ท่านให้อํานาจไว้ตามระเบียบว่าด้วยบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๔ ถึงข้อ ๒๖ ผมมีข้อสังเกตและมีข้อสอบถามเรียนถามไปยัง สํานักงบประมาณในฐานะเปึนตัวแทนรัฐบาล เพราะรายงานนี้ผ่านคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วตามนัยของหนังสือที่ส่งมาถึงสภา จากสํานัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรี มีความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ในรายงานนี้ ผมมีข้อสอบถามเรียนถามไปยัง สํานักงบประมาณ ผมดูเม็ดเงินที่โอนทั้งหมด ยอดรวมทั้ง ๒ ส่วน ไม่ว่าจะเปึนส่วนที่ ทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ หรือว่าโอนไปตามอํานาจหน้าที่ของหัวหน้า ส่วนราชการ เม็ดเงินทั้งหมด ๑๙,๕๔๔,๒๗๖,๗๙๙ บาท ตัวเลขในเอกสาร ตีเปึนเลข กลม ๆ ก็โอน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูจะไม่ดี มันจะมากเกินไป เอาตามตัวเลขจริงก็ได้ครับ ๑๙,๕๐๐ กว่าล้านบาท เปึนการโอนที่ทางส่วนราชการเอง รัฐวิสาหกิจเองมาทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ ๘,๗๗๐,๙๗๑,๘๒๑ บาทนะครับ เปึนรายการที่ใช้อํานาจของหัวหน้าส่วนในการโอน โดยไม่ต้องทําความตกลงกับสํานักงบประมาณ เพราะระเบียบให้ครับ ๑๐,๗๗๓ ล้านบาทเศษ ผมเอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมก็มาดูรายการในรายการ ที่โอนนี่ดูรายการที่น้อยกว่า ๑๐๐ ล้านบาทนี่ผมไม่ดูหรอกครับ เพราะว่ามันก็มีเหตุมีผล ถ้ามันมีเงินเหลือจ่าย ปฏิบัติไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ มีเหตุการณ์ มีการเปลี่ยนแปลง สถานะของหน่วยงาน เช่น หน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการนี้นะครับ มีการโอนไป ทั้งหมด ๖,๙๒๘ ล้านบาทเศษ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่รองรับสถานะของ หน่วยงานไปเปึนหน่วยงานในภายใต้การกํากับ มีกฎหมายเฉพาะของเขาก็ต้องโอนไป ตามกฎหมายนั้น อันนี้ผมไม่ติดใจ จริง ๆ แล้วนี้มีการโอนตรงนี้ก็ถือว่าชอบ แต่สิ่งที่ผมดู นะครับ หน่วยงานที่มีการโอนเม็ดเงินค่อนข้างจะมาก ผมไล่เรียงให้ท่านประธานนะครับ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการแล้วนี่ ผมไม่พูดถึง ๖,๙๐๐ กว่าล้านบาทนี้นะครับ งบกลาง ครับท่านประธาน มีการโอนไปทั้งหมด ๕,๙๗๒ ล้านบาทเศษ โดยการใช้อํานาจ ของหัวหน้าส่วนราชการในการโอน ผมสนใจมากครับ ผมก็เลยพลิกไปดูในเหตุผล ของท่านที่ให้มานี่ เอกสารที่มีอยู่ในหน้าท้าย ถ้าท่านสมาชิกสนใจนะครับ เป่ดตามผมไป ท่านจะเห็นเลยครับ เหตุผลที่ให้นะครับ ในการเสนอรายงานท่านจะเสนอเปึนตามผลผลิต และโครงการนะครับ ไม่มีแผนงานในรายละเอียด เพราะว่าเราดูยาก เปึนค่าใช้จ่ายในการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด ป้ ๒๕๕๑ ผมทราบครับว่ามีช่วงต่อของ การทํารัฐประหาร มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาเปึนรัฐบาลที่มาจาก คมช. โครงการทั้งหลายทั้งปวงก็มีการปรับปรุง มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับเปลี่ยน อันนี้อาจจะเปึนเหตุผลหนึ่งที่ท่านจะตอบผมว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันอาจจะเอามา จากส่วนนี้นะครับ มีการให้เหตุผลว่าเปึนมติคณะรัฐมนตรีให้ยุติการดําเนินโครงการ อยู่ดีมีสุข โอนเอาไปทําอะไรครับ โอนเปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ก็โอนกลับไปที่เงินเดิมนะครับ เพื่อนําไปดําเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ผมเองในฐานะเปึนฝ์ายตรวจสอบก็อยากจะทราบ อยากจะรับรู้เหมือนกันครับว่างบกลาง ที่ได้รับกลับเข้าไป ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในป้ ๒๕๕๑ นั้น ดําเนินตามนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาลนี่ จริงอยู่ครับ โดยระเบียบ โดยข้อบังคับ โดยวิธีการนี่ ท่านอาจจะไม่มี ความจําเปึนต้องแนบรายละเอียดโครงการ แผนงานมาให้เราดูเลย ดูแต่ตัวเลขครับ ผมเองก็อยากทราบครับว่าโครงการอยู่ดีมีสุขชาวบ้านก็ไม่ได้อย่างไร จริง ๆ ชาวบ้าน บางส่วนฝากมาขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังสํานักงบประมาณนะครับ ผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีด้วยก็ได้ที่ยุติโครงการนั้น เพราะเขาบอกว่าเปึนโครงการที่อยู่ดีมีทุกข์ครับ เปึนโครงการที่อยู่ดีมีทุกข์ ไม่ใช่โครงการอยู่ดีมีสุขครับ การทําโครงการให้ชาวบ้าน ทําโครงการ ผู้อนุมัติโครงการเปึนส่วนราชการ เพราะฉะนั้นแผนงานโครงการ ที่ไม่เปึนไปตามส่วนราชการเห็นชอบนะครับ ๖ ครั้งครับเดินขึ้นอําเภอ ผมเคยยกตัวอย่าง ในสภาแห่งนี้ พี่น้องในหมู่บ้านในเขตเลือกตั้งผมครับ ที่อําเภอนาน้อยครับ พี่น้อง เขาเปึนพี่น้องพื้นที่สูง เขาทําโครงการ ๖ ครั้ง สุดท้ายนี่ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ทําโครงการ อะไรไปก็ไม่ได้เงิน เห็นในตําบลเดียวกันเขาเลี้ยงกบครับ เอาละ ก็ไปเขียนโครงการ เลี้ยงกบนี่ ผ่านครับ โครงการอยู่ดีมีสุขของหมู่บ้านขุนสถาน ผ่าน พื้นที่ ๑,๔๐๐ กว่าเมตร เหนือระดับน้ําทะเลนะครับ อ้ายสูงอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเลี้ยงกบไม่ได้ครับ แต่มันไม่สอดคล้อง กับวิถีชีวิตเขา แต่จําเปึนต้องทํา เพราะว่าผ่านอนุมัติจากส่วนราชการเหมือนกับโครงการ เอสเอ็มแอล (SML) ครับ เอสเอ็มแอล นี่เปึนสิ่งที่ชาวบ้านเขาตัดสินอยู่ที่ประชาคม ไม่เกี่ยวกับด้านบน ด้านบนเพียงแต่กํากับ ดูแลให้เปึนไปตามเปัาหมายแผนงาน ตามวัตถุประสงค์นั้น ๆ แต่ไม่เปึนผู้อนุมัติครับ ถ้าเปลี่ยนให้ส่วนกลางหรือด้านบน ผมว่า ด้านบนเลยนะครับ เปึนผู้อนุมัติปุ็บนี่ โครงการจะเปึนลักษณะนี้ แล้วเสี่ยงต่อการทุจริต เหมือนกับยกระดับชุมชน โครงการชุมชนพอเพียงเช่นเดียวกันครับ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ ท่านประธานครับ เปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ผมก็อยากจะทราบว่าท่านเอาไปทําอะไรบ้าง พอจะมีรายละเอียดแจ้งคร่าว ๆ ได้หรือไม่ครับว่า ทําอะไร เพราะอะไรครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมคาใจมาตลอด ผมตามมาตลอด งบกลาง ในป้ ๒๕๕๑ มีเหตุการณ์ที่เปึนอุทกภัยทั่วภาคเหนือเลยครับ ช่วงสิงหาคม กันยายน น้ําท่วม สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย มีการขอรับเงินสนับสนุนงบกลางเพื่อซ่อมแซม สาธารณประโยชน์ในงบกลาง กรณีจําเปึนเร่งด่วน ขณะนี้โครงการต่อเนื่องไปถึงป้ ๒๕๕๒ ครับ ๓๐๐ กว่าล้านแช่แข็ง ไม่ใช้สักบาท เมื่อวานนี้ผมก็ถามอย่างนี้ โครงการแรก ๖๐ ล้านบาท ๒ ๓ ๔ ทําทั้งหมด ๔ ระยะ ขอใช้ตรงนี้ ไม่ได้สักบาท แล้วผมก็อยาก ทราบว่ามันไปทําอะไร ใช้ทําอะไรบ้างนั่นกรณีที่หนึ่ง ผมยกตัวอย่างที่ให้ท่านประธาน ได้เห็นแล้วผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจงว่า ลักษณะการโอนถ่ายอย่างนี้ จริงอยู่เมื่อมีรัฐบาลใหม่มา ก็มีมติคณะรัฐมนตรีมีนโยบายใหม่ปรับเปลี่ยนผมไม่ว่าอะไร แต่ว่าการนําไปใช้อย่างน้อย ก็บอกกล่าวกับผู้อนุมัติงบประมาณในฐานะเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนเปึนสถาบันหลัก แห่งหนึ่งของชาติฝ์ายนิติบัญญัติให้ได้รับรู้ รับทราบบ้างว่าเอาไปทําอะไรแล้ว เกิดประโยชน์อย่างไร อยากจะรู้ว่าเกิดประโยชน์อย่างไร ถ้าผมเอาดีกว่านั้น ผมเอา ๔ มิติเลย เปึนไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ คุ้มค่า ประหยัดหรือไม่ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไหม เมื่อวานคุยกันตรงนี้เรื่อง สตง. มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนไหม ตรงนี้ถ้าจะบอก กับสภาผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ อันนั้นเปึนตัวอย่างที่หนึ่ง ในกรณีที่มีการโอน งบประมาณไป บางครั้งในการรายงานต่อสภาแห่งนี้ให้รับทราบ สุดท้ายเรารับทราบ เพราะว่าไม่มีลงมติหรอกครับ แต่ว่าข้อสังเกต ข้อท้วงติงต่าง ๆ ผมคิดว่าน่าจะเปึน ประโยชน์กับการจัดสรรงบประมาณในป้ต่อไป เพราะตัวเลขที่มีการโอนถ่ายถึงเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ผมให้ความยุติธรรมท่านนะครับ ผมก็ดูไปอีก หน่วยงานที่มีการโอนถ่ายเปึนอันดับ ๒ ผมตัดกระทรวงศึกษาธิการออก ๖,๙๐๐ ล้านบาท ผมไม่ดูรายละเอียด เพราะส่วนใหญ่เปึนการโอนตามกฎหมายที่เขาเปลี่ยนสถานภาพเปึน มหาวิทยาลัยภายใต้การกํากับ หน่วยงานที่ ๒ โอนไป ๒,๓๐๘ ล้านบาทเศษ กระทรวง คมนาคม กระทรวงคมนาคมผมก็ไปพลิกดูในรายละเอียด กระทรวงคมนาคมนี่โอนทั้ง ๒ รายการ ขอตกลงกับสํานักงบประมาณไป ๑,๗๕๘ ล้านบาทเศษ แล้วก็โอนโดยใช้ อํานาจของหัวหน้าส่วนตามระเบียบบริหารงบประมาณ ข้อ ๒๔ ถึงข้อ ๒๖ ใช้ไป ๕๕๐ ล้านบาทเศษ ส่วนใหญ่ก็ขอตกลงกับสํานักงบประมาณตามเงื่อนไขที่ท่านบอกไว้ สํานักงบประมาณอนุญาตไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็พลิกมาดูที่กระทรวงคมนาคม ๑,๑๖๔ ล้านบาทเศษ นําไปใช้ในกรณีตามมติคณะรัฐมนตรีเปึนค่าใช้จ่าย ๑. บํารุงรักษา ตามปกติตามระยะเวลา จํานวน ๓๑ สาย เงินเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ๑๙๙ ล้านบาท กรณีที่ ๒ บํารุงพิเศษและบูรณะ จํานวน ๖๘ สาย เงิน ๙๕๒ ล้านบาทเศษ แล้วก็ แก้ไขภัยพิบัติในกรณีที่ ๓ จํานวน ๔ สาย ๑๒,๙๗๐,๐๐๐ บาท ขอโทษทีครับ เปึนลูกบาศก์เมตรครับ ท่านประธานขออนุญาตเขาไม่แจ้งตัวเงินครับ ตัวเงินแจ้งอยู่ข้างหน้า คือใช้เงินไป ๑,๑๖๐ ล้านบาท มีผลผลิตออกมาเปึนลูกบาศก์เมตรใน ๓ รายการ จากการโอน ไปทั้งหมดนะครับ งบประมาณของทางหลวง ลักษณะอย่างนี้ผมเองไปดูเหตุผล ตามมติคณะรัฐมนตรีเหตุผลที่โอน โอนออกเนื่องจาก
๑. ผลการดําเนินงานล่าช้ากว่าแผนงานที่กําหนดไว้ กรรมาธิการ งบประมาณถามตลอดครับ ผมเองเคยทําหน้าที่เปึนกรรมาธิการงบประมาณที่ได้รับ มอบหมายจากสภาแห่งนี้ ล่าช้ากว่าปกติ มันเปึนเหตุผลที่กรรมาธิการฟังแล้วมีความรู้สึก รันทด รันทดมาก ถ้าไม่มีเหตุผลว่าล่าช้าเกิดจากภัยพิบัติ ล่าช้าเกิดจากสิ่งที่เปึนอุปัทวเหตุต่าง ๆ ที่ ไม่คาดการณ์ว่ามันจะเกิดขึ้น เราก็รู้สึกรันทดมาก ถ้าเปึนผลจากการดําเนินการตามปกติ นะครับ
๒. ไม่สามารถทําสัญญาได้ทันในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ เนื่องจาก ผู้ประกวดราคาได้ขอยกเลิกผลการประกวดราคาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๑ อาจจะเปึนป้ช่วงต่อนะครับ มันก็เลยมีความยุ่งเหยิงมาก มันก็เลยเปึนเหตุให้มีการโอนเอางบประมาณไปใช้ในสิ่งที่เปึนความเห็นตามที่ สํานักงบประมาณได้อนุญาตไปนะครับ แล้วก็ตามอํานาจหน้าที่ของเขา ท่านประธานครับ หลายเหตุผลเปึนการปรับแผนครับ หลายเหตุผลเปึนการเหลือจ่าย เหลือจ่ายจากที่ ได้ดําเนินการสําเร็จตามวัตถุประสงค์ แต่เหลือจ่ายนะครับท่านประธาน บางครั้งเหลือจ่าย ถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเหลือจ่ายสัก ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท สําหรับ เม็ดเงินโครงการ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาทนี้ผมถือว่าเปึนเรื่องธรรมดาครับ แต่เหลือจ่าย ๒๐๐ กว่าล้านบาทนี่มันเปึนเรื่องที่ทําใจลําบากครับ ที่จะรับทราบว่าเปึนเหลือจ่าย ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่เขาให้มาตรงนี้มันไม่มีมากกว่านั้นนะครับ สรุปแล้วก็คือโอนจ่ายเปึนไปตามมติคณะรัฐมนตรี โอนจ่ายสําหรับหน่วยงานที่มี สถานะใหม่ตามกฎหมาย โอนจ่ายกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ทัน ตามกําหนดระยะเวลา โอนจ่ายกรณีเปึนเหลือจ่ายทําตามวัตถุประสงค์ เหตุผล อันสุดท้ายสมเหตุสมผลครับในแง่ที่จะต้องโอนไปใช้ เพราะกฎหมายให้อํานาจไว้ รัฐธรรมนูญก็ให้อํานาจไว้เอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมนะครับ มอบอํานาจให้หัวหน้าส่วนราชการได้เลย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังสํานักงบประมาณก็คือว่า ในรายงานนี้ผมยอมรับว่าผมตรวจสอบยาก ในแง่ของว่าเปึนไปตามสิ่งที่เราอยากให้เปึนหรือไม่ แน่นอนครับ สิ่งที่เราอยากให้เปึน ตั้งแต่ต้นป้มันไม่เปึนไปอยู่แล้ว แต่เปึนไปอย่างที่ว่าเปึนก็คือว่าโอนไปแล้วไปใช้ทําอะไร ในงานอะไร ตรงไหน อย่างผมยกตัวอย่างถนนเมื่อสักครู่นี้เกือบ ๑,๒๐๐ ล้านบาทมันไป ลงที่ไหน เปึนธรรมหรือไม่ ทั่วถึงไหม เพราะว่าสิ่งที่ผมได้ฟังได้รู้มาตลอดก็คือว่าใช้วิธีการ อย่างนี้ครับ พอถึงสิ้นป้ก็เหลือจ่ายงบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขณะนี้เข้าสู่ กระบวนการเหลือจ่ายนะครับ อุดหนุนเฉพาะกิจป้ ๒๕๕๒ ที่เขาตั้งไว้ก็โอนอย่างนี้นะครับ ขุดลอกอย่างเดียวห้ามทําอย่างอื่น ที่จังหวัดน่านบ้านผมนะครับชาวบ้านทุกข์ทรมานมาก ได้งบประมาณลาดยางครับ สมัยนั้น ๓ กิโลเมตร ๙ ล้านบาท กิโลเมตรละ ๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ พอถึงจะมีอนุมัติงบประมาณบอกว่าไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรมป์าไม้ เนื่องจากเปึนป์าสงวนแห่งชาติ โอนครับ ลอยไปไหนไม่รู้ ลักษณะอย่างนี้ผมคิดว่า มันบางครั้งก็ฝากสํานักงบประมาณนะครับว่า การให้อํานาจหัวหน้าส่วนไปโอน ตามอํานาจเขาหรือว่าข้อตกลงที่เขาตกลงกับสํานักงบประมาณนี่มันจะประโยชน์ ประหยัดสูงสุด และเปึนไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําป้หรือไม่ และที่สําคัญครับ คํานึงถึงความเปึนธรรมทั่วถึงไหม เพราะว่าสิ่งที่เรารับรู้กันในฐานะที่เปึน ผู้แทนของปวงชนชาวไทยนะครับ เหลือจ่ายเมื่อไรคือขนมหวาน ช่วยหน่อยสิครับ ท่านประธานครับ ฝากไปยังทางสํานักงบประมาณช่วยหน่อยครับ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่จะ เปึนเหลือจ่ายและขนมหวานนี้ทําอย่างไรครับ ช่องทางหากินอย่างโอชะที่จะแปลงไปเปึน ขนมหวานต่าง ๆ ท่านสังเกตได้ครับท่านประธาน สํานักงบประมาณอาจจะสังเกตได้ว่า ทําไม จริง ๆ ผมอยากให้ไปตรวจไทยเข้มแข็งนี่ละ อยากให้ตรวจงบเหลือจ่าย ของป้ ๒๕๕๒ ด้วยนะครับ ท่านช่วยดูด้วยถ้าท่านจะมารายงานใหม่ ว่าเหลือจ่ายที่ไปใช้ การโอนเปลี่ยนถ่ายหมดไปนี่ไปทําอะไร ถ้าท่านเห็นว่ามันเปึนแหล่งน้ําแล้วก็ ขุดลอกออกมานี่ท่านตั้งข้อสังเกตไว้เถอะครับ ผมให้ข้อมูลเบื้องต้นท่านเลยผมไม่อาจจะ กล่าวหาใครได้ แต่สิ่งที่ผมได้รับมาแล้วผมรู้สึกว่าท้อแท้และสิ้นหวังมากก็คือว่า ทุกอย่างเปลี่ยนไปเปึนโครงการขุดลอกหนองน้ํา คู คลอง อย่างเดียว ทําไมครับมันเปึนโอชะมากหรือครับ ขุด ลอก คู คลอง หนองน้ํา ผมไม่ได้มาจากผู้รับเหมา ผมเลยไม่รู้ ผมส่งเสริมดีนะครับ ปัองกันน้ําท่วม พอมีผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งมาบอกว่า ของบจากทุกส่วนมา แล้วเรามาช่วยกันขุดลอกเพื่อปัองกันน้ําท่วมจังหวัดน่าน ทําเสร็จ ป้ ๒๕๔๙ ท่วมใหญ่เลยครับ ตันเหมือนเดิม ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ผมฝากถ้ามันเปึน ข้อสังเกตอย่างนี้ช่วยไปดูสักนิดครับ ท่านรู้ไหมครับ เขาขอเท่าไรครับ ๕๐ ครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ใช้ภาษาอังกฤษนิดหนึ่ง ขอโทษร้อยละ ๕๐ เปึนไปได้อย่างไร ท่านประธานครับ แต่มันเปึนไปแล้วครับ สด ๆ เอา ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการในพื้นที่ตาย เขาบอกเขาไม่ไหว ขอ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ สด ๆ มันไม่ไหว เหลือ ๖๕ เปอร์เซ็นต์นี่ ท่านดูว่าบริหารจัดการไปเท่าไรครับ กําไรที่ท่านให้เราคิดให้อยู่ แล้วร้อยละ ๓๐ ในค่าจ้างเหมาดําเนินการเรื่องกําไร เรื่องของต้นทุนอะไรต่าง ๆ เราให้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บวกค่าแบบ ค่าอะไรอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ค่าวัสดุ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ราคากลางเราให้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์เขาทําได้อย่างไร ๕๐ เปอร์เซ็นต์เขาทําได้อย่างไรครับ ทําได้เขาไม่ขุดลอกครับ เขาลอก ปะ แล้วก็ตรวจรับ เปึนการลอก ปะ แล้วก็ตรวจรับ เปลี่ยนโครงการใหม่เลยครับ ไม่ใช่ขุดลอกครับ ขุดลอกมันทําจริง ขุด ลอก แล้วก็ตกแต่งตามปริมาณงานที่ได้ แต่ส่วนใหญ่ถ้า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อไร ลอก ปะ แล้วตรวจรับ
เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพในประการสุดท้าย ครับ ผมอยากให้เม็ดเงินที่ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน โดยผ่านหน่วยงาน ของราชการไม่ว่าจะเปึนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินที่โอนผมหวังว่าในป้ต่อไป เชื่อว่ารัฐบาลนี้มาจากพี่น้องประชาชน รัฐบาลที่เปึนอยู่ก็มาจากพี่น้องประชาชน จะใช้กระบวนการอะไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่ารายการโอนคงไม่ถึง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้ารัฐบาลเลือกตั้งมีการโอนมากกว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเปึนเรื่องแปลกแล้ว นั่นคือประสิทธิภาพในการบริหารการใช้งบประมาณถือว่าต่ํามาก ถือว่าต่ําเลยนะครับ ถ้าไม่ต่ําก็คือมีกลไกที่จะแปลงเอาตั้งไว้แล้วเปลี่ยนถ่าย เพราะรู้ว่ากรรมาธิการ งบประมาณชุดนี้ ถ้าเปึนงบฝ๊กอบรม สัมมนาตัด ตั้งไว้เปลี่ยนถ่าย ผมไปดูรายการนี้ เปลี่ยนถ่ายไปดูงานต่างประเทศก็เยอะนะครับในนี้ท่านตรวจสอบดู กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมอยากจะให้เม็ดเงินเปึนประโยชน์สูงสุดที่อภิปราย ท้วงติงไว้ เหตุการณ์บางเหตุการณ์ผมไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ครับ เนื่องจากมันผิด กฎหมาย ผมเองก็ไม่มีหลักฐานชัดเจน เพียงแต่เปึนเรื่องบอกกล่าวเรื่องเล่า ซึ่งถ้าเรื่องเล่า ผมเปึนผู้แทนปวงชนครับ คนที่เล่าเขาได้รับผลกระทบแท้จริง เงินทํารางระบายน้ํา ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทครับ ไปทําจริง ๆ ๙๐๐,๐๐๐ บาท รางระบายน้ํา ๙๐๐,๐๐๐ บาท มีที่ไหนครับ ท่านอยากรู้ไปตรวจสอบที่เมืองปัว ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปนายแพทย์บรรพต ต้นธีระวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูรายงานของสํานักงบประมาณ เกี่ยวกับการโอนงบประมาณรายจ่าย ซึ่งรายงานตามมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ของงบประมาณประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ นะครับ ทั้งมีความรู้สึกชื่นชม แล้วก็มีความรู้สึกไม่ค่อยดี ปะปนกันนะครับ เพราะว่าต้องขอขอบคุณท่านด้วยนะครับที่ท่านได้แนบระเบียบว่าด้วยการบริหาร งบประมาณป้ ๒๕๔๘ มาด้วย ในหมวดที่ ๔ เกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ รายจ่ายจริงอยู่ครับ การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายก็มีความจําเปึนในส่วนหนึ่ง จากการที่หลีกเลี่ยงเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของระเบียบนี้ ซึ่งอาจจะมีการซ่อนเร้นป่ดบังอยู่ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่สํานักงบประมาณต้องไม่ใช้วิธีการ เกรงอกเกรงใจ เพราะเนื่องจากว่าป้งบประมาณที่ท่านรายงานมันเปึนเรื่องของคาบเกี่ยวกัน ระหว่างรัฐบาล คมช. กับรัฐบาลของท่านสมชายและท่านสมัครนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ามันจะมีคําครหาเกิดขึ้นทันทีนะครับว่าเปึนเพราะว่าระบบอํามาตย์หรือเปล่า ที่ทําให้เกิดอย่างนี้ขึ้นมา จริงอยู่ครับ ในรายงานฉบับนี้มีส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่เปึนตัวอย่างที่ดีในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุข เปึนต้น ผมเกษียณอายุราชการจากกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้ มาชมกันเอง แต่ว่าผมดูจากหลักฐานนี้ เห็นว่าเขามีเหตุมีผลดีนะครับ โอนเงินงบประมาณ ที่เหลือจ่ายเกี่ยวกับเรื่องของงานบริการรักษาพยาบาลเอาไปสร้างตึกคนไข้ อย่างนี้ดีครับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกระทรวงบางกระทรวง กรมบางกรม มากเลยครับ ผมไม่ทราบว่า มันเปึนการฝ์าฝ๋นระเบียบหรือเปล่า ที่ระเบียบกําหนดว่าการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ รายจ่ายนั้นต้องไม่เปึนการกําหนด ผมอ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องที่ผมจะอภิปรายเท่านั้น นะครับ ต้องไม่เปึนการกําหนดเปึนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศที่มิได้กําหนด ไว้ในแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง นั่นก็หมายความว่าถ้ามันคนละแผนงาน โครงการ หรืองาน หรือกิจกรรม แล้วก็ไม่ได้ กําหนดการศึกษาดูงานต่างประเทศไว้ล่วงหน้าเลย แล้วเอางบประมาณจากแผนงาน โครงการอื่นมาใช้ประโยชน์เพื่อการนี้ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ผลาญงบประมาณที่เปึนภาษี อากรของราษฎรไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองพลิกไปที่ หน้า ๗๘ สิครับ กระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณ จํานวน ๒,๓๗๔,๐๐๐ บาท จากผลผลิตประชาชนได้รับความรู้และมีส่วน ร่วมในสิทธิเสรีภาพไปให้กับข้าราชการครับ เดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ในการที่จะไป ดูงานเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน โดยอ้างว่าต้องอาศัยประสบการณ์ความชํานาญของ หน่วยงานในต่างประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองพยานบังคับใช้แล้ว ผมไม่ทราบว่าจําเปึน ถึงขนาดนั้นหรือครับ ที่ว่าจะต้องไปดูของต่างประเทศเขา ซึ่งไปรบกวนผลผลิตที่เกี่ยวข้อง กับประชาชนโดยตรงเลยครับ คือประชาชนได้รับความรู้และมีส่วนร่วมในด้าน สิทธิเสรีภาพถึง ๒,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เท่านั้นยังไม่พอครับ ยังมีอีกครับ มีการโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ๖,๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ในการประชุมศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาแนวทางปัองกันและปราบปรามยาเสพติดครับ จาก ผลผลิตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชน คือกลุ่มที่ผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้รับการปัองกันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด กลายเปึนว่าเอาของประชาชนไปให้ข้าราชการไปศึกษาดูงานอีกแล้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กระทรวงแรงงานก็ไม่แพ้กันนะครับ แปลงงบประมาณ จากผลผลิตแรงงานไทยในต่างแดนได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ไปใช้ในการศึกษา ดูงานของนักบริหารแรงงานระดับต้นและระดับกลางเพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากร เปึนเงิน ๓,๔๔๑,๐๐๐ บาท กระทรวงแรงงานเช่นเดียวกันนะครับ อีกรายการหนึ่ง ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สถานประกอบกิจการได้รับการส่งเสริม ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน อันนี้เปึนเงินของที่จะเปึนประโยชน์ ต่อสถานประกอบกิจการนะครับ ก็กลายเปึนว่าเปึนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษา ดูงานต่างประเทศตามโครงการฝ๊กอบรมและศึกษาดูงานจัดการรับรองเพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตแรงงาน รองรับการค้าเสรี ๒ รุ่น ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศ ญี่ปุ์น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอันนี้จะมีประโยชน์อะไรกับสถานประกอบกิจการ แล้วก็ มันเปึนเรื่องที่อยู่ในแผนงานโครงการเดียวกันหรือเปล่า และมีการตั้งงบประมาณ การศึกษาดูงานต่างประเทศไว้ในโครงการที่ได้รับการโอนไปตั้งแต่แรกไหม หรือว่าเพิ่งมา คิดได้ภายหลัง ถ้าไม่เปึนเช่นนั้นกระผมก็คิดว่าคงผิดระเบียบที่วางไว้ เพราะฉะนั้นนี่ละครับ คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีทั้งภาพที่ดีนะครับ ก็คือสะท้อนให้เห็นว่ารายงานฉบับนี้ที่จะต้องรายงาน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม เปึนสิ่งที่ทําให้สํานักงบประมาณจะต้องระมัดระวัง ในการที่จะพิจารณาอนุมัติในการโอนงบประมาณรายจ่ายให้มากขึ้น เพราะมิฉะนั้นแล้ว ตัวเลขของการโอนงบประมาณรายจ่ายมันก็จะมากขึ้น ๆ แล้วมันก็ไม่เปึนไปตามระเบียบ ที่วางไว้ ซึ่งน่าเปึนห่วง อันนี้มันจะทําให้ขัดกับหลักของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือเปล่า แล้วตัวท่านเองนั้นได้รับอิทธิพลกดดันอะไรหรือไม่ในการที่ทําให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงหรือโอนงบประมาณในลักษณะเช่นนี้ ก็อยากจะได้รับคําตอบจากท่านว่า สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเปึนส่วนหนึ่งที่อ่านพบจากรายงานของท่าน และยังมีส่วนอื่นอีก หรือไม่ที่ว่าท่านรู้สึกหนักอกหนักใจในการที่จะอนุมัติให้ส่วนราชการต่าง ๆ นั้นทําการโอน งบประมาณรายจ่ายในลักษณะที่มันคลุมเครือ ไม่ชัดเจน หรือไม่เปึนไปตามระเบียบ ท่านจะได้ลดความเกรงอกเกรงใจลงเพราะว่าสภาจะต้องตรวจสอบและให้ข้อคิดเห็น แก่ท่านผ่านท่านประธานสภา ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานฉบับนี้ขออนุญาตที่จะต้องอ่าน ให้ประธานฟังอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่ามีพี่น้องประชาชนอาจจะติดตามการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรจะได้ตามทันนะครับ คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ มาตรา๑๖๙ วรรคสาม บัญญัติว่า ในกรณีที่มีการโอนงบประมาณหรือนํารายจ่ายตามงบประมาณที่กําหนดไว้ในรายการใด ไปใช้ในรายการอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจให้รัฐบาลรายงานรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๖ เดือน อันนี้รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ในมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ทุก ๖ เดือน แต่ท่านประธานครับ ผอ. สํานักงบประมาณบังเอิญท่านไม่ได้มา ท่านส่งใครมาผมก็ไม่รู้จัก ท่านทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ กรณีที่มีการ โอนงบประมาณฉบับนี้ที่เสนอมาต่อสภานี้ซึ่งเปึนงบป้ ๒๕๕๑ สิ้นสุดเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ท่านเสนอไปกรกฎาคม ๒๕๕๒ มัน ๙ เดือน มันเลยกําหนด ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ๖ เดือน ผมถามท่านประธานว่ากรณีอย่างนี้ผมควรจะร้องไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่ากระทําการละเลยไม่ปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญ ทําไม เหตุผล ครับท่านประธาน วันนี้ผมเองก็ได้ยื่นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ป้ ๒๕๕๓ ผ่านประธานสภานี่ละครับ ผ่านประธานรัฐสภา ท่านชัย ชิดชอบ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ยื่นไปตามมาตรา ๑๕๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีที่เพื่อนสมาชิกหรือ ส.ส. อย่างพวกผม ๑ ใน ๑๐ คน เห็นว่าพระราชบัญญัติ งบประมาณหรือกฎหมายฉบับใดก็แล้วแต่ ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก็ใช้อํานาจ ตามมาตรา ๑๕๔ ยื่นไป ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ส่งไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ที่ผมไม่สบายใจคือมีคนมากล่าวหาว่าผมไปขัดขวางไม่ให้ งบประมาณรายจ่ายใช้ได้ทันวันที่ ๑ ตุลาคม ผมทําตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้ง ๆ ที่ ผมไม่เคยชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย แต่วันนี้ผมชักชอบแล้วนะครับ เพราะมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ที่สํานักงบประมาณเสนอมา ๙ เดือน มันไม่ได้เปึน ๖ เดือน ผมจะถาม ท่านประธานว่าผมควรจะร้องไหม เพราะว่าประธานชัย ชิดชอบ บอกว่าผมเปึนนักร้อง แต่ผมเปึนสมาชิกอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมทําตามหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผมผิดด้วยหรือต้องถามครับ และ ผอ. สํานักงบประมาณแทนที่จะมานั่งฟัง ท่านทํางานล่าช้าไป ๓ เดือนเต็ม ๆ และที่สําคัญที่สุดผมอยากจะถามท่านประธานไปยังสํานักงบประมาณ ด้วยว่า การโอนย้ายงบประมาณรายจ่าย ผมเห็นจากข้อมูลเอกสารฉบับนี้ ย้ายภายใน กระทรวงครับ ส่วนใหญ่จะเปึนงบเหลือจ่ายย้ายไปใช้ในโครงการอื่นไม่เปึนไร แต่บังเอิญ ถ้ามีการย้ายข้ามหน่วยงานได้ไหม ผมก็ไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญมันไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน มาตรา ๑๖๙ ว่าเกิดมีการโยกเงินงบประมาณข้ามหน่วยงาน สมมุติจากกระทรวง การต่างประเทศไปสํานักนายกรัฐมนตรีถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เดี๋ยวผมต้องฝาก ท่านประธานสอบถามไปยังผู้มาชี้แจง เดี๋ยวท่านต้องตอบคําถามผมนะครับ เพราะว่าวันนี้ มันมีงบประมาณหลาย ๆ เรื่องด้วยกันที่มีการโยกงบประมาณ โดยเฉพาะในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้บ่นกันดังไปทั่วประเทศว่ามีการโยกงบประมาณ โดยเฉพาะจากกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นโยกงบประมาณจากจังหวัดโน้นไปจังหวัดนี้ จากจังหวัดนี้ไปจังหวัดโน้น วุ่นวายไปหมด และถามว่าท่านจะรายงานให้สภาทราบ ในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ สํานักงบประมาณนะครับ เพราะว่ารายละเอียดของโครงการเคยทําไว้อย่างไร แล้วโยกไปอย่างไร ท่านต้องงทําให้ถูก เพราะเหตุผลอย่างนี้ท่านประธาน ที่ผมได้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ หลังจากที่สภาแห่งนี้พิจารณางบประมาณในวาระสอง วาระสาม กรณี มาตรา ๑๖๘ วรรคหก กล่าวว่าถ้ามีกรรมาธิการหรือ ส.ส. รู้เห็นในการโยกย้าย งบประมาณก็ดีหรือมีการใช้ประโยชน์ของงบประมาณก็ดี ผมสามารถที่จะร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามมาตรา ๑๖๘ วรรคเจ็ด ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยทันที ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าผมไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนก็ยกคําร้องไป ก็ไม่เปึนอะไร แต่วันนี้ ผมยื่นใหม่คือ มาตรา ๑๖๗ เพราะไม่มีรายละเอียดของโครงการ ผมเห็นในรายละเอียดที่ มีการโยกงบประมาณภายในกระทรวง รายละเอียดมันค่อนข้างจะชัดเจนว่าไปทําอะไร ที่ไหน จังหวัดไหน เขื่อนชื่ออะไร อันนี้รับได้ แต่รายละเอียดในการโยกงบประมาณ จากหน่วยงานนั้นไปหน่วยงานไม่มีโครงการอะไรเลย อย่างนี้รับไม่ได้ ถือว่าผิด หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมฝากไว้นะผู้มาชี้แจง เดี๋ยวท่านชี้แจงครับว่าสิ่งที่ท่านทํานี้ ท่านละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ผมจะได้ร้อง ร้องขอเอางบประมาณนี่ละ แล้วก็ร้อง ทั้งรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลต้องมาแจ้งต่อสภาภายใน ๖ เดือน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้รัฐบาล ปล่อยปละละเลย อยากจะเปึนรัฐบาล ทําหน้าที่ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม เอาง่าย ๆ เลยครับ ถ้าทําตามกฎหมายฉบับนี้ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ต้องรีบรายงานต่อสภา อันนี้อยากเปึน คิดจะเปึนรัฐบาลก็เปึน แต่ไม่คํานึงถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปล่อยปละละเลยได้ อย่างไร ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแบบนี้ต้องถามว่าจะแก้ รัฐธรรมนูญมาตรานี้ไหม มันจะได้ทําทันครับ ไม่ใช่ปล่อยมา ๙ เดือน ๑๐ เดือนแล้วมา รายงานกันแบบนี้มันขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมไม่เคยชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอบคุณครับ
คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ได้มีการเสนอรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่ วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ นั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ จะทําให้เห็นนะครับว่าพฤติกรรมของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม นั้น ได้มีพฤติการณ์ ในการใช้งบประมาณช่วงปลายอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ จะสังเกตนะครับว่า ส่วนใหญ่จะเปึนการโอนงบประมาณอย่างเมื่อท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านชี้แจงที่บอกกับ สภาแห่งนี้ก็คือว่าโอนไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยการไปดูงานต่างประเทศ ก็อยากจะ สอบถามนะครับว่าหลาย ๆ โครงการที่เสนอไว้แล้วก็มีเหตุผลในการโอนนั้นก็คือ เปึนค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ก็อยากจะเรียนถามทางสํานักงบประมาณ นะครับว่าเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานนั้นทําไมไม่จัดความสําคัญล่ะครับว่า ในแต่ละป้ ที่ผ่านมาที่จําเปึนจะต้องมีการโอนงบประมาณนั้นอาจจะตั้งกรรมาธิการ หรือตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่า งบประมาณที่จะต้องโอนไปนั้นควรโอนไปใช้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือจัดความสัมพันธ์ของประชาชนนั้นให้มีประสิทธิภาพ อย่างเต็มความสามารถหรือเต็มตามงบประมาณ ไม่เช่นนั้นแล้วโอนไปแล้วไปใช้ ในการศึกษาดูงานก็ดี เพิ่มประสิทธิภาพก็ดี ก็อยากจะเรียนถามนะครับว่าท่านอย่าลืมว่า ในช่วงเดือนกันยายน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนนั้น ราชการในการ เพิ่มประสิทธิภาพบางคนอาจจะเลื่อนชั้น เลื่อนขั้นขึ้นมานั้น ก็ต้องไปเพิ่ม ประสิทธิภาพอีก เปึนไปได้ไหมครับที่ในการวางหลักเกณฑ์สําหรับการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามรัฐธรรมนูญนะครับ มาตรา ๑๖๕ วรรคสามนั้น วางกรอบกฎเกณฑ์ไว้เลย เช่นอะไร ครับ เช่นบอกเลยครับว่า ป้ต่อไป ป้ ๒๕๕๒ นั้นถ้ามีงบที่เหลือแล้วจะต้องโอนไปนั้นจะมี การโอนไปทําอะไรบ้าง เหมือนเปึนโครงการสํารองครับ อย่างน้อย ๆ ให้กรรมาธิการ งบประมาณเขาได้เห็นบ้างว่าถ้างบเหลือจ่ายแล้วมีอะไรที่รอไว้ จะได้เอางบประมาณ ที่เหลือเอาไปใส่ไว้เพื่อจัดลําดับความสําคัญ ไม่เช่นนั้นแล้วพอถึงเวลาก็ใช้จ่าย โดยเอาเหตุผลอย่างเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านนั้นได้ชี้แจงแล้ว โชคดีนะครับที่ในช่วงที่ ป้ ๒๕๕๑ ช่วงวันที่ ๓๐ กันยายน พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เปึนรัฐบาล ผมก็เชื่อเหลือเกิน นะครับว่าคุณภาพในการใช้งบประมาณของแผ่นดินเพื่อให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเปึน ประโยชน์ต่อประชาชนนั้นจะได้เห็นกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็ฝากสํานักงบประมาณ นะครับ ๑. วางกรอบแนวทางในการโอนงบประมาณ ๒. งบประมาณที่จะโอนได้จะต้อง เสนอแผนงานไว้เปึนล่วงหน้าเสียก่อน ไม่ใช่รีบทําช่วงปลายป้ พอจะเสร็จงบประมาณแล้ว ก็เอางบประมาณใส่ อะไรที่มันโอนใส่ง่ายครับ ปัญหามันก็เยอะนะครับ และประชาชน ก็ไม่ได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์เฉพาะบางกลุ่มนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตให้ข้อสังเกตต่อรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ตามที่สํานักงบประมาณ สํานักนายกรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อสภานะคะ ดิฉัน ก็ทราบดีนะคะว่าเวลาวางแผนการใช้งบประมาณ มันอาจจะไม่ได้เปึนไปตามแผน ก็สามารถปรับเปลี่ยนและโยกปรับโอนได้นะคะ แต่ว่าข้อสังเกตเท่าที่ได้เห็นนี่นะคะ
อันที่ ๑ เลย ในส่วนของมีการเปลี่ยนแปลงของงบประมาณจากกระทรวง ที่ดูอย่างเร็ว ๆ ในหน้าที่ ๓ มีอยู่ ๒ กระทรวง ที่ได้โอนไปนะคะลดลง คือส่วนใหญ่แล้ว จะโอนแล้วก็สมดุล ปรับจากหน่วยงานในกระทรวงเดียวกัน แต่มี ๒ กระทรวง ก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงสาธารณสุขที่โอนแล้วก็ตัวเลขลดลง ส่วนกระทรวง ที่เพิ่มขึ้นก็คือกระทรวงมหาดไทย จากเดิมก็มีการปรับโอนไปเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๐๐ กว่า ล้านบาท ดิฉันก็ตามไปดูว่ากระทรวงมหาดไทยส่วนที่ได้เพิ่มขึ้นนั้นไปอยู่ที่หน่วยงานกรม กองใด ไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือไม่ ขออนุญาตเรียนถามคณะกรรมการที่มาชี้แจงนะคะ ว่าเปึนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของกระทรวงมหาดไทยนั้นไปที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ใช่หรือไม่ ประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท เพราะว่าในเอกสารพอตามไปดูที่หน้า ๑๑ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับส่วนที่ถูกปรับลด ของกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็กระทรวงสาธารณสุข แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าโอนมาจากแหล่งใด นะคะ อันนั้นคือข้อที่ ๑ ขอเรียนถามนะคะว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่
อันที่ ๒ ก็คือบางหน่วยงานก็จะมีตัวเลขที่โอนแล้วก็ปรับสมดุลในกระทรวง เท่ากัน แต่พอไปดูในรายกรมก็จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่น กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดิฉันก็น่าสนใจมากนะคะ เพราะว่าในกระทรวงนี้ จะมีอยู่ ๓ กรม ก็คือกรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรน้ําบาดาลแล้วก็กรมอุทยานสัตว์ป์า และพันธุ์พืชที่มีการโอนและก็มีการปรับลดงบประมาณลงนะคะ คือไม่ได้อยู่ในระหว่าง สมดุล แสดงว่ามีการโอนจากกรมนี้ไปที่อื่นนะคะ ตัวเลขของกรมทรัพยากรน้ําก็ปรับลดลง ประมาณ ๒๓ ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ําบาดาลประมาณ ๒๐ ล้านบาท และกรมอุทยานสัตว์ป์า และพันธุ์พืชประมาณ ๑๖๘ ล้านบาท ทั้งหมดก็คือ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็ดูว่า ก็คงโอนอยู่ในกระทรวงเดียวกัน เพราะว่าตัวเลขไปปรากฏที่สํานักงานปลัดกระทรวงนะคะ ก็คือเพิ่มขึ้นมา ๒๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็ดูเหตุผลว่าสํานักงานปลัดกระทรวงที่ปรากฏอยู่ ในหน้า ๕๔ นะคะว่า เงินที่ได้ปรับขึ้นเอาไปทําอะไรนะคะ ในนี้ก็เขียนบอกว่าเอาไปเปึน ค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเพิ่มโดยไม่ได้ระบุว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายเพิ่ม คืออะไร แต่ที่น่าสนใจก็คือในตัวของกรมทรัพยากรน้ําเองนะคะก็มีการโอนค่ะ กรมทรัพยากรน้ําเองปรากฏในหน้า ๕๖ มีรายการหนึ่งเปึนโครงการการบริหารจัดการ และพัฒนาทรัพยากรน้ํา เหตุผลของการโอนงบประมาณไม่มากนะคะ ประมาณ ๒๒ ล้านบาท บอกว่าเปึนงบประมาณเหลือจ่ายจากที่ดําเนินการสําเร็จตามวัตถุประสงค์ แล้วก็ปรับปรุงพื้นที่แหล่งน้ํา มีปัญหาเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ต่อต้านการเข้าไป ดําเนินการ ก็หมายความว่าโครงการนี้ไม่สามารถทําได้เพราะมีชาวบ้านต่อต้าน แต่ถามว่าแล้วโอนไปที่ไหน ปรากฏว่า ๒๒ ล้านบาทนั้นก็โอนไปเปึนค่าใช้จ่าย ของข้าราชการที่เดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว เพื่อร่วมเป่ดงานวันชาติของประเทศไทย นะคะ เสมือนวันชาติของไทยที่ประเทศสเปนนะคะ อันนี้เขาบอกว่าดูจากการปรับโอน จากพื้นที่ที่จะไปพัฒนาแหล่งน้ํา แล้วถูกชาวบ้านประชาชนในพื้นที่คัดค้าน แทนที่จะโอน ไปในพื้นที่ที่พัฒนาแหล่งน้ําที่ยังมีอีกมากเลย แล้วก็ยังรองบประมาณ กรมทรัพยากรน้ํา ไม่ได้พิจารณาอย่างนั้น ดิฉันยกตัวอย่างว่าแค่ในพื้นที่ของดิฉันเองป้ที่แล้วพื้นที่ที่ต้องการ พัฒนาแหล่งน้ํามีมากมายเลยนะคะ แล้วก็ได้เสนอเข้าแผนไว้ก็ยังไม่ได้ทํา ฝนตกมา เมื่อช่วงเดือนที่แล้วพอน้ําหลากลงมาก็ท่วมชาวบ้านอีก จริง ๆ แล้วเราได้เสนอพัฒนา แหล่งน้ําทําแก้มลิง แล้วก็ขุดลอกเพื่อขยายเขตดูแลแก้ปัญหาภัยแล้ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ตําบล โคกสลุง ที่อยู่รอบเขื่อนป์าสักตําบลหนองบัว อําเภอพัฒนานิคม อันนี้ชาวบ้านก็รอว่าไม่มี งบมาพัฒนาแหล่งน้ํา รวมทั้งที่ตําบลท่าศาลา เขาหนีบ อันนี้ก็ทําแก้มลิง ดิฉันก็เลยคิดว่า ถ้าการพิจารณาปรับโอน หากมีงบพัฒนาแหล่งน้ําแล้วเข้าไปในพื้นที่ที่ประชาชน ไม่ยินยอม ก็น่าจะไปพิจารณาในพื้นที่ที่ประชาชนพร้อมที่จะให้ทํานะคะ ไม่ควรจะโอนไป ในประเด็นวัตถุประสงค์อื่น ซึ่งน่าจะมีงบจากแหล่งอื่นได้ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเอกสาร ของกระทรวงศึกษาธิการที่น่าสนใจ ก็คือส่วนที่ปรับลดลง ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่ได้ระบุว่า โอนไปที่ใดนะคะ แต่ตัวเลขที่ลดลงเปึนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งดิฉันก็คิดว่าการศึกษาเปึนเรื่องที่มีความจําเปึน แล้วก็โรงเรียนที่ขาดแคลน หรือว่า กระบวนการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ยังมีความจําเปึน ๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ก็สามารถทําประโยชน์ได้มาก ก็ขอเปึนคําถาม แล้วก็เปึนข้อสังเกตที่ฝากไว้ในวันนี้ด้วย ขอขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญคุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือดิฉันก็เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่กําหนดเอาไว้ ในมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ให้มีการรายงานการโอนเปลี่ยนแปลงงบต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่า การรายงานดิฉันคิดว่าถึงแม้จะเอามาดูมันก็ไม่มีประโยชน์เลย เพราะการโอน เปลี่ยนแปลง ดิฉันจะอธิบาย ดิฉันจะไม่ดูนี่แล้ว เพราะมันไม่มีประโยชน์และมันเลยไป แล้ว ดิฉันจะพูดเรื่องที่ประสบจริง ๆ ให้ท่านฟังเลยว่า ดิฉันเปึนคณะอนุกรรมาธิการ ฝ๊กอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ งบดําเนินงาน ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา การวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ กองทุน เงินอุดหนุนและรายจ่ายอื่น งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ แล้วก็เปึนกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ตอนนี้กําลังเชิญหน่วยงาน ทุกหน่วยงานมาชี้แจงเกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบ งบเหลือจ่ายของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นดิฉันก็คิดว่ามันน่าจะเหมือนกันทุกป้เลย แต่ทีนี้ว่าเรานี่ไม่ค่อยได้ให้ ความสําคัญกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบ แต่พอมาดูแล้วดิฉันก็เศร้าใจมากเลย ดิฉัน บอกกับท่านประธานโดยตรงนะคะว่าดิฉันเปึนคณะอนุกรรมาธิการแค่ระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน ดิฉันลง ๙ กิโลกรัม เพราะรับไม่ได้
ประการที่ ๑ ดิฉันอยากจะให้ท่านไปดูนะคะว่า การของบประมาณของ หน่วยงานราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ขอเข้ามา ดิฉันฟังแว็บ ๆ มาว่า ท่านนายแพทย์ ชลน่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับการตัดงบฝ๊กอบรม สัมมนา ก็จะชี้แจงเหตุผลว่า ทําไมคณะอนุกรรมาธิการฝ๊กอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ งบดําเนินงาน ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา การวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ กองทุน เงินอุดหนุนและรายจ่ายอื่นถึงตัด งบประมาณในส่วนนี้ เหตุผลในการตัด บางโครงการที่ตัดเพราะว่าเขาไม่สามารถจะตอบ ได้ว่าอบรมไปแล้วได้ประโยชน์อะไร ชี้แจงก็ไม่ได้ แล้วการตั้งงบรายหัวค่าอาหารหัวละ ๘๐๐ บาท ดิฉันก็บอกว่าสภาผู้แทนราษฎรมาดูสิหัวละ ๑๕๐ บาท อาหารว่าง สภาผู้แทนราษฎรหัวละ ๒๕ บาท แต่หน่วยราชการเบิกหัวละ ๘๐ บาท และกระเปิา กระเปิาเอกสารท่านไปดูได้เลย ทุกหน่วยงานจะแจกกระเปิาเอกสารหมดเลยลูกละ ๓๕๐ บาท ดิฉันก็มานั่งดูแล้วมันหมดไปกับกระเปิาหิ้ว แล้วท่านจะสังเกตว่าอบรมทุกครั้ง แจกกระเปิาทุกครั้ง บ้านคนที่ไปอบรมมีแต่กระเปิาทั้งนั้นเลยเอาไปวางไว้ไม่ได้ใช้หรอก เพราะว่ามันได้เปอร์เซ็นต์ในการซื้อกระเปิาเยอะ ดิฉันก็เอาตัวอย่างกระเปิาดิฉันไปยก จนกระเปิาดําเลย ยกตัวอย่างให้ดูว่า ส.ส. ทํารณรงค์ลดโลกร้อนลูกละ ๑๖ บาท มีการ์ตูน ส.ส. รังสิมาด้วยเปึนการ์ตูนสกรีนอย่างดีเลย ๑๖ บาท แต่หน่วยราชการตั้ง ๓๕๐ บาท ดิฉันก็เศร้าใจประเทศมันไม่มีเงิน ดิฉันก็บอกกับคนที่มาชี้แจงว่าขอได้ไหมป้นี้ประเทศเรา มันไม่มีเงินจะต้องไปกู้แล้วก็เสียดอกเบี้ย แล้วก็ส้วมเด็กนักเรียนทั่วประเทศยังขาดส้วม อีกเยอะเลยนะคะ บ้านพักพยาบาลก็ยังขาดอีกเยอะ โรงพยาบาลก็ยังขาดอีกเยอะเราควร ที่จะไปทําในสิ่งที่จําเปึนไม่ใช่ว่าทํากันมาแบบนี้ทุกป้ ๆ คือป้ก่อน ๆ ดิฉันไม่ทราบหรอก ดิฉันเพิ่งจะมาทราบป้นี้ว่าการตั้งงบประมาณมันตั้งกันอย่างนี้เชียวหรือ ปากกาด้ามละ ๔ บาท เบิกด้ามละ ๕๐๐ บาท พอบอกก็บอกว่าใส่หน่วยผิด คิดอย่างไรจากด้าม เปึนกล่อง ดิฉันก็บอกว่าเปึนกล่องมันก็ยังไม่ถึง กล่องหนึ่งมี ๕๐ ด้าม คูณ ๔ บาท อย่างไร ก็ได้เท่ากับ ๒๐๐ บาท แต่มาลงในราคาด้ามละ ๕๐๐ บาท ดอกไม้ถวายพระกําละ ๓,๐๐๐ บาท ท่านลองคิดดูสิดอกไม้อะไรกําละ ๓,๐๐๐ บาท เช่าเต็นท์ เต็นท์ละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันก็บอกว่าไปเช่าที่จังหวัดสมุทรสงครามแค่ ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันไปติดต่อให้ราคา ๑,๐๐๐ บาท แต่นี่ตั้งเต็นท์ละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท คือถ้าเรา ไม่ดูละเอียดก็จะมองว่าสภาผู้แทนราษฎรมันเปึนเสือกระดาษไม่ต้องทําเรื่องเข้ามาขอเลย คุณจะเอาเท่าไรคุณก็เขียนไปเลย อยากได้เท่าไรคุณก็เอาไปให้หมดเลยบ้านเมือง มันจะเปึนอย่างไรก็ช่างมัน ดิฉันจึงพูดอยู่ตลอดเวลาว่าขนาดดิฉันไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ไม่มีสามีดีกว่า ดิฉันก็ยังห่วงประเทศชาตินะ แต่คนที่มาชี้แจงทั้งหลายคุณมีลูกทําไม คุณไม่ห่วงลูกหลานของคุณเลยหรือว่าอนาคตข้างหน้าประเทศชาติจะเปึนอย่างไร ถ้าคุณช่วยกันคิดแบบนี้ประเทศชาติมันจะล่มจมฉิบหายหมดดิฉันพูดตรง ๆ ท่านประธาน ไม่ต้องถอนใช่ไหมคะ คือดิฉันพูดตามความเปึนจริงนะ
ไม่เปึนอะไรครับ เพราะคําว่า ฉิบหาย ไม่ใช่คําไม่สุภาพนะครับ
โอเคค่ะ ดิฉันเห็นท่านเปึน ประธานดิฉันก็เลยพูดตรง ๆ จะได้ไม่ต้องถอน ตอนนี้อีกเรื่องหนึ่งเรื่องการดูงาน ต่างประเทศแต่ละหน่วยงานเขาจะตั้งงบดูงานต่างประเทศเยอะมากเลย ดิฉันก็บอกว่า ป้นี้ขอได้ไหมเราเปึนคณะอนุกรรมาธิการฝ๊กอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ งบดําเนินงาน ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา การวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการต่างประเทศ กองทุน เงินอุดหนุนและรายจ่ายอื่น ถ้าท่านไปประชุมแล้ว ท่านไปหาเงินให้กับประเทศดิฉันไม่ขัดข้อง ดิฉันให้ แต่ถ้าท่านไปดูงานแล้วเอาเงินประเทศ ไปเที่ยวกันดิฉันขอได้ไหม ดิฉันก็ไหว้แทบทุกกรมเลยที่มาชี้แจงไปถามข้าราชการ ที่มาชี้แจงได้เลยว่า ดิฉันขอก็แล้วกันนะคะ ถ้าประเทศมีเงินดิฉันก็จะไม่ขัดข้อง แต่นี่ประเทศไม่มีเงินนะคะ และเดี๋ยวดิฉันจะโยง ให้ท่านทราบว่าการโอนเปลี่ยนแปลงงบมันเลวร้ายขนาดไหน ท่านต้องยกเลิกนะคะ นี่ดิฉันยกตัวอย่างก่อนที่ดิฉันประสบในคณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับ เรื่องรถยนต์ คณะอนุกรรมาธิการเราก็บอกว่าป้นี้น้ํามันมันแพง รถขอร้องป้นี้อย่าซื้อ ได้ไหมให้ใช้รถเก่าไปก่อนนะคะ ก็ไม่ให้ ให้เช่าแล้วก็ให้งบไปซ่อม
แล้วอีกประการหนึ่งคือปรับปรุงภูมิทัศน์ ของบมาปรับปรุงภูมิทัศน์ ดิฉัน ก็บอกว่าดิฉันเปึนผู้หญิงดิฉันก็รักความสวยความงาม แต่ป้นี้ประเทศไม่มีเงินขอให้ท่าน ช่วยเอาน้ํารดต้นไม้ที่มีอยู่แล้วก็ตัดหญ้าให้มันดูดีอย่าให้มันตาย อันนี้เราให้ แต่อย่าไป ปรับปรุงภูมิทัศน์ สมมุติว่าต้นเข็มมีอยู่ถอนทิ้งก่อน เพราะต้นเข็มมันถูกกว่าเพื่อนเลย ๕ บาท แต่พอเวลาคุณซื้อมาปลูกคุณซื้อมาต้นละ ๑๐๐ บาท อย่างนี้ คือมันเปึน ๒๐ เท่า ท่านลองคิดดู ดิฉันก็มองว่าปรับปรุงภูมิทัศน์เงินมันรั่วไหลเยอะ ดิฉันก็บอกว่าป้นี้ขอนะ เอาค่ารดน้ํา ค่าตัดหญ้าไปก็แล้วกันก็ โอเค ไม่มีปัญหานะ ตอนเข้ามา คณะอนุกรรมาธิการรถก็ตัด โอเค ก็ให้ตัดไม่เถียง บางคนก็ขอได้ไหมเพราะว่า รถมัน ๑๕ ป้แล้ว มันไม่ไหวจริง ๆ เราก็บอกว่าคุณเอาทะเบียนมาดู ถ้าคุณบอก ๑๕ ป้ คุณเอาทะเบียนมาดูทุกคันเลยว่ามันตั้งแต่เมื่อไร ทะเบียนอะไร คันไหน อะไรอย่างนี้
พอเสร็จอีกอันหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับจ้างที่ปรึกษา การจ้างที่ปรึกษา เปึนช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชันนะคะ เพราะว่าอะไรทุกหน่วยงานจ้างที่ปรึกษาหมดเลย ข้าราชการในหน่วยงานไม่มีความรู้ความสามารถหรืออย่างไร แล้วจ้างก็จ้างลูกเมีย ของหัวหน้า จ้างลูกผัวของหัวหน้าอยู่อย่างนั้น แล้วดิฉันก็เลยมานั่งคิดว่ามันเปึนการ ทํากินวนเวียนอยู่ในครอบครัวของผู้บริหารอยู่อย่างนั้น ที่ดิฉันทราบเพราะว่าจ้าง ที่ปรึกษามันมีการไปต่อยี่ปัูว ซาปัูว ซี่ปัูว แล้วตอนนี้ที่เรื่องมันแดงเพราะซี่ปัูวไม่ได้รับเงิน เมื่อวานนี้เรียกมาชี้แจงก็ยังไม่ได้รับเงินเลยนะคะ เพราะมันมีการต่อร้องใต้โต๊ะยังไม่ตกลง เงินเลยยังไม่จ่ายอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ดิฉันก็บอกว่าจ้างที่ปรึกษาจ้างทีหนึ่ง ๓๐ ล้านบาท ๖๐ ล้านบาท แล้วไปแบ่งยี่ปัูว ซาปัูว ซี่ปัูว พอเสร็จแล้วบางคนผลงานอะไร เอามาไม่ตรงกับความเปึนจริง เพราะว่าไม่ได้ไปทํา ที่เรื่องมันแดงเพราะว่าเขาไม่ได้รับเงิน เขาเลยมาฟัองเรา เราก็เลยตัดงบ อันไหนที่จ้างที่จําเปึนเราให้ อันไหนที่ไม่จําเปึนเราไม่ให้ นะคะ เพราะฉะนั้นพอเวลาเราไม่ให้ก็ไม่ว่าอะไร พอเสร็จเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เราก็ บอกว่าป้นี้คอมพิวเตอร์ เครื่องสํารองไฟ คณะอนุกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเขาก็บอกว่ายังไม่ให้ซื้อที่มีใช้อยู่ได้ก็ให้ใช้ไปก่อนเพราะประเทศไม่มีเงิน บางคนก็พอเราพูดเข้าเขาก็บอกไม่เปึนอะไรตัดได้ เกี่ยวกับการอบรมต่าง ๆ ดิฉันก็ว่ามันก็ เปึนประโยชน์จริง ๆ แล้วมันก็ควรที่จะอบรมให้คนมีความรู้มากขึ้น แต่การอบรมมันมี ผลประโยชน์แอบแฝงมาก เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณางบออกไป บางกระทรวงโทรมาด่า อนุกรรมาธิการอีกต่างหากมาตัดงบผมทําไม ก็คุณตั้งงบมาอย่างนี้เปึนคุณคุณจะให้ไหม เช่าเต็นท์ทีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท คุณจะให้ไหมถ้าเปึนเงินคุณ ดอกไม้กําละ ๓,๐๐๐ บาท อย่างนี้ คุณจะถวายพระไหมถ้าเปึนเงินคุณ ดอกไม้กําละ ๓,๐๐๐ บาท ไปซื้อที่จังหวัด สมุทรสงครามสิคะ ๕ บาทเอง ดิฉันซื้อให้ได้ ดิฉันถึงได้บอกดิฉันรับไม่ได้ว่า เงินประเทศชาติมันเสียหาย เพราะว่าข้าราชการที่เลว ๆ ที่ดิฉันอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันก่อนนี้ค่ะว่าข้าราชการเลว ที่ดีมีนะคะ ดิฉันไม่ได้ว่าทุกคน คนไหนดีดิฉันสนับสนุน ดิฉันภาวนาคนดีเจ้าพระคุณได้เปึนใหญ่เปึนโตเถอะ เพราะมันถูกฝังมานานแล้ว ใครไม่มี เงินจ่ายใต้โต๊ะจะไม่ได้ขึ้นเปึนใหญ่เปึนโตเลย เพราะคนที่ขึ้นเปึนใหญ่เปึนโตปัจจุบัน มันต้องมาหากิน เพราะมันจ่ายใต้โต๊ะ มันถึงจะได้เปึนใหญ่ ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น การพิจารณาตําแหน่งให้กับผู้บริหารทุกจังหวัดไม่ว่าหัวหน้าส่วนอะไรก็แล้วแต่ ดิฉันก็อยากจะให้ผู้บริหารทุกท่าน ดิฉันก็พูดกับท่านนายกรัฐมนตรีนะว่าดิฉันฟัง ท่านที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ท่านก็บอกว่า หนู เราต้องสนับสนุน คนดีให้มาปกครองบ้านเมือง เราอย่าไปสนับสนุนคนที่ไม่ดีให้มาเปึนใหญ่ในการปกครอง เพราะฉะนั้นดิฉันก็มาเห็นใจว่าข้าราชการเขาไม่กล้าที่จะขัดคําสั่งนักการเมือง เพราะถ้าขัดคําสั่งก็จะไม่ได้เปึนใหญ่เปึนโต แต่ถ้าทําตามนักการเมืองก็จะได้เปึนใหญ่เปึนโต แต่ดิฉันก็บอกเอาไว้ทุกคนที่มาชี้แจงเลยว่านักการเมืองที่มันไม่ดีมันก็มีเยอะ ท่านอย่าไปทําอะไรในสิ่งผิดกฎหมาย เราเปึนข้าราชการมีศาลปกครอง ถ้าอะไรไม่ถูก ถ้าเราไปทําตามเขา เวลาติดตะรางนักการเมืองมันไม่ติดหรอกนะคะ ข้าราชการจะติดคุก ดิฉันจึงเตือนทุกคนเลย ทําดีจะได้ดี ถ้าใครทําไม่ดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครโกงแผ่นดินก็จะ มีอันเปึนไปที่ดิฉันพูดอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นดิฉันไม่ได้ว่าข้าราชการที่ดี ๆ ขอให้ได้ ๒ ขั้นป้หน้า แล้วก็ให้ได้เปึนใหญ่เปึนโต แต่ใครไม่ดีไปไหนขอให้เกิดอุบัติเหตุเปึนอัมพฤกษ์ อัมพาต นอนหยอดข้าวต้ม ดิฉันคิดอย่างนี้นะ แต่ดิฉันก็จะพูดให้ท่านฟังว่า การโอนเปลี่ยนแปลงงบนี่มันเลวขนาดไหน ดิฉันก็เพิ่งจะเห็นนี่ละ เปึนมา ๘ ป้ เพิ่งจะมา เห็นความสําคัญของการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เพราะฉะนั้นป้ต่อไปท่านไม่ต้องมา นั่งรายงานหรอกอันนี้ มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะอะไรท่านทราบไหม ดิฉันจะกันไว้ก่อน วันที่ ๑ ตุลาคม ถ้ารัฐธรรมนูญบอกว่าไม่ผิดกฎหมายที่มี ส.ส. ยื่นไป ถ้ามีผลวันที่ ๑ ท่านคอยดูนะ ที่เราห้ามทั้งหลายมันโอนหมดเลยทุกอย่าง นี่ของป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ยกตัวอย่างไม่ให้ซื้อรถ บางกระทรวงซื้อ ๒๐๐-๓๐๐ คัน เราห้ามทําไมคุณยังซื้อ ก็กรรมาธิการไม่ให้ มันเก่าแล้ว มันมีความจําเปึน เราต้องใช้รถในการทํางาน แล้วเรา ขอร้องทําไมคุณไม่เชื่อ ไปต่างประเทศ พองบประมาณผ่านวันที่ ๑ ตุลาคม วันที่ ๕ ตุลาคม มันไปกันแล้ว โอนเปลี่ยนแปลง ๓๐-๔๐ โครงการ ไปดูงานต่างประเทศ ทั้งนั้นเลย แล้วเงินมันมหาศาลเลย ดิฉันก็ไปฟัองท่านกรณ์ เมื่อวันอังคาร ที่พรรคประชาธิปัตย์ บอกท่านคะท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านรู้ไหมว่า การโอนเปลี่ยนแปลงงบงบประมาณป้ ๆ หนึ่งมันเหลือเท่าไร มันโอนไปต่างประเทศ กันหมดเลย นี่ดิฉันพูดภาษาดิฉันนะคะ คนฟังทางบ้านจะได้เข้าใจง่าย ดิฉันก็บอก กับท่านกรณ์ ท่านกรณ์บอกคุณรังสิมาคุณไม่ต้องบอกผมหรอก ผมไปต่างประเทศ ผมไปพักโรงแรมของคนไทย ไปเจอมีแต่คนไทยหมดเลย ข้าราชการไทยทั้งนั้นเลยตอนนี้ เพราะมันจะสิ้นป้งบประมาณ ดูงานต่างประเทศทั้งนั้น โรงแรมนั้นมีแต่คนไทย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงยกตัวอย่างให้ดูว่าการโอนเปลี่ยนแปลงงบ กรรมาธิการไม่ให้อะไร เพราะโอนเปลี่ยนแปลงงบมันเปึนอํานาจ สมัยป้ที่นายชวนเปึนนายกรัฐมนตรี มติ ครม. ไม่อนุมัติให้โอนเปลี่ยนแปลงงบ พอมาป้ ๒๕๔๘ สมัยท่านทักษิณยกเลิกค่ะ ยกเลิกให้มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบได้ เปึนอํานาจของอธิบดี ทีนี้อธิบดีก็มีสิทธิโอน เปลี่ยนแปลง ทีนี้โอนเปลี่ยนแปลงอะไรที่กรรมาธิการห้าม โอนหมด ไม่ให้ซื้อรถ กูก็ซื้อรถ ไม่ให้อบรม อบรมในสิ่งที่โกงกินได้อบรมโครงการละ ๑๘ ล้านบาท เมื่อวานดิฉัน เลือดขึ้นหน้าเลย ทําไมอบรม ๑๘ ล้านบาท อบรมอะไรนี่ เวลายังเหลืออีกกี่วันนี่ เมื่อวานวันที่ ๒๓ เหลืออีก ๗ วัน ตั้งงบโอนไว้ ๑๘ ล้านบาท ดิฉันถามว่าแล้วจะทําทันไหม ๘ วันนี่ แล้วก็มีกระเปิาอีกหรือเปล่า เพราะรายละเอียดไม่มี บอกเลย ยิ่งการโอนเปลี่ยนแปลงงบนี่มันไม่สามารถที่จะดูรายละเอียดได้เลย ถูกไหมคะ เขาจะไม่มาชี้แจง ยิ่งท่านเอามาให้ดูอย่างนี้ มันดูอะไร มันไม่มีประโยชน์ ๑. มันเลย ไปแล้ว ๒. รายละเอียดนี้มันไม่มีรายละเอียดบอกว่าเอาไปทําอะไร ที่เลวร้ายกว่านั้น ท่านลองคิดดูการของบประมาณสร้างส้วม กรมอุทยานแห่งชาติของบโอนเปลี่ยนแปลง ป้ ๒๕๕๒ นะ เมื่อวานดิฉันเพิ่งจะอาละวาดมา ๓๐ ล้านบาท ๑๐ ที่ ดิฉันถามว่ามีที่ไหนบ้าง ให้ส่งเอกสารมา รวบรวม ๑๐ ที่ของอุทยานจังหวัดอื่นไม่ให้เขาเลย เอาไปลงที่ไหนรู้หรือเปล่า บึงฉวาก สุพรรณบุรีที่เดียวเลย ดิฉันก็ถามว่าประเทศไทยมันมีอยู่จังหวัดเดียวหรือ ๗๖ จังหวัด อะไร ๆ ก็ลงสุพรรณบุรี ๆ มาชี้แจง เอสพี ๒ ก็สุพรรณบุรี โอนเปลี่ยนแปลงงบ ก็สุพรรณบุรี งบประมาณปกติก็สุพรรณบุรี ๆ ดิฉันก็เลยบอกว่า ไหนเอามาดูสิจังหวัดอื่นนี่ เขาไม่ต้องการอุทยานหรือ ทางราชการก็ตอบว่าที่ทําไม่ได้เพราะว่าไม่มีความพร้อม มีปัญหา ถ้าไม่โอนมาทําที่บึงฉวากนี่งบมันก็จะตก แล้วทําไมตอนที่คุณจะตั้งงบคุณไม่ดูก่อน หรือว่าพื้นที่นี่มันมีปัญหาไหม ตั้งมาหลอกกันนี่ อย่างนี้ ส.ส. เปึนควายหมดเลย ดิฉันบอก ต่อไปนะ ส.ส. ทุกคนนี่เขางอกเปึนไม้บรรทัดเลย เพราะว่าเวลาขอมานี่เราดูใช่ไหม ว่านี่คุณ ให้ไม่ได้กระจุก คุณให้แล้วกระจายไปจังหวัดนี้ ภาคนี้ ๆ เท่าที่ดิฉันจําได้ สุราษฎร์ธานี ถูกตัด พิษณุโลกก็ ๒ ที่ รู้สึกที่จําได้นะคะ ดิฉันจําของพรรคประชาธิปัตย์มา ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีใครบ้าง เดี๋ยวดิฉันขอรายละเอียด ดิฉันก็จะเอามาให้ดูว่าของคุณนี่ มันถูกตัดไปนะ แล้วมันจริงไหม ให้ไปถามดูสิ แต่ทีนี้เวลาเราพิจารณางบนี่ เราดูเสร็จ ใช่ไหม เราก็ให้ไป แต่เวลาโอนเปลี่ยนแปลงงบเขาไม่มาบอกเรานี่ ว่าเขาโอนเปลี่ยนแปลง งบไปอย่างนี้นะ ขอยุบ ๑๐ โครงการเอาไปรวมบึงฉวากที่เดียว แล้วดิฉันก็ถามเจ้าหน้าที่ ที่มาชี้แจงว่า บึงฉวากนี่เห็นขอมาทุกป้เลย เท่าที่ดิฉันเปึน ส.ส. มานี่ ดิฉันจําได้นะว่า มันมีบึงฉวากทุกป้ แล้วโอนเปลี่ยนแปลงมันก็มีทุกป้อีก งบ เอสพี ๒ มันก็มีอีก แล้วถามว่า มีคนไปเข้าบึงฉวากนี่จํานวนเท่าไร ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ ๆ นะคะ เงินที่เก็บค่าผ่านประตู ได้ป้ละเท่าไร แล้วเงินนั้นไปไหน ทําไมมาขอแต่งบเรา ๆ อ้ายเงินที่เข้ามาไม่เห็นชี้แจงเลย ไม่มีใครตอบสักคํา นี่ฝากท่านไปด้วยนะคะ ท่านช่วยจดเอาไว้ด้วยนะ ไม่ใช่ฟังแล้ว เดี๋ยวก็ลืมไปเลย ต้องจดว่าบึงฉวากนี่ได้งบป้ละเท่าไร แล้วตั้งมาแล้วกี่ป้ ของบประมาณ เราไปเท่าไร
อีกอันหนึ่ง ปรับปรุงภูมิทัศน์ จําตัวเลขรู้สึกจะเปึน ๒๒ ล้านบาท ปรับปรุง ภูมิทัศน์นะ ๔ แห่ง ก็รวม ๔ แห่งเอามาไว้ที่เดียวอีก มังกร มังกรที่สุพรรณบุรีอีกแล้ว มังกรอะไรล่ะ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เพิ่งสร้าง ดิฉันก็สงสัย มังกรมันเปึนมูลนิธิ แล้วคนไปดู ๑,๒๐๐,๐๐๐ คนต่อป้ ดิฉันก็ถามว่าทําไมมาลงมังกรอีกแล้ว ทําไมมันมาลงสุพรรณบุรี อีกแล้ว จังหวัดอื่นเขาไม่เอาหรือ เขาไม่จําเปึนหรือ เขาไม่พร้อม ที่นี่เขามีความพร้อม แล้วที่อื่นประเทศไทยนี่ ๗๖ จังหวัด ดิฉันก็ถามว่า ดิฉันให้ไปขุดคลอง ให้ไปทําอะไรนี่ บอกว่าไม่มีแบบ เปึนมา ๘ ป้ แบบยังไม่ไดทําเลยท่านประธาน แต่ที่อื่นเวลาโอนงบ แบบยังไม่มี ทําให้ได้ดูสิ แต่ว่าสุพรรณบุรีนี่พร้อมตลอดทุกอย่างเลย พอโอนแล้วที่อื่นไม่พร้อมก็ไปลง สุพรรณบุรี ๆ ท่านก็ทราบดีนะสํานักงบประมาณ เมื่อวานนี้ให้เจ้าหน้าที่ตอบก็อึก ๆ อัก ๆ ตอบไม่ได้ บอกอย่าตอบนะ ถ้าตอบไม่ได้ ถ้าตอบผิด ๆ ถูก ๆ นี่ติดคุกนะ ไม่ต้องตอบ ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ คือเรารู้ ดิฉันเข้าใจ ดิฉันก็เลยขอว่าไปเอาสัญญามาสิ บริษัทอะไรมันได้ อยากจะรู้ โอนตั้งแต่เมื่อไร ท่านทราบไหม งบป้ ๒๕๕๒ โอนให้กับบึงฉวากกับมังกรตั้งแต่มกราคมทําเสร็จเรียบร้อย ส่งงานเงินไปแล้ว แล้วมาชี้แจงเราเมื่อวานนี้ แล้วคิดดูสิแล้วอย่างนี้จะเอามาให้เราดูทําไม มันมีประโยชน์อะไร มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะว่ามันทํากันไปตั้งแต่งบประมาณ เริ่มอนุมัติปัูบเราก็จัดการเลย เรียบร้อยแล้ว ไปต่างประเทศก็ไปกันมาหมดแล้ว ดิฉันก็คิดว่า คราวหน้าไม่ต้องมาขอกระมังงบประมาณ เพราะเข้ามามันมาหลอกกันนี่ คุณจะเอาอะไร คุณก็ใส่ ๆ พอเสร็จมาถึงผ่านปัูบคุณก็เปลี่ยน ๆ ตามที่คุณอยากได้ แล้วเราก็มานั่ง พิจารณา ดิฉันมาอยู่ไม่รู้คราวหน้าจะตกหรือเปล่า พื้นที่ไม่ได้ลงเลย เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ได้หยุด เลิกตี ๑ ตี ๒ จะตีกันตายทะเลาะกันเอง อ้ายนั่นไม่ตัด อ้ายนี่จะตัด พรรคเดียวกันก็จะตีกันเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน ดิฉันก็เลยมานั่งคิดว่า ๑. เสียเวลา ๒. อนุกรรมาธิการทุกคณะไม่ใช่เฉพาะ ส.ส. ที่มานั่งเสียเวลา ข้าราชการสํานักงบประมาณ ท่านไปถามได้ คนของท่านทุกคนเลยจะเจอดิฉันหมด ดิฉันก็พูดทุกคณะแล้วก็นั่งตั้งแต่ เช้ายันตี ๑ ตี ๒ เช้าก็ประชุมแต่เช้าเลย ไม่ได้หยุดเลย พื้นที่ก็ไม่ได้ลง แถมงบประมาณ ก็ต้องมาจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ไหนจะเสียเวลา แล้วพอพิจารณาเสร็จตัดไปแล้ว ถูกด่าอีก ด่ายังไม่พอไปโอนเปลี่ยนแปลงงบอีก ยิ่งหนักกว่าเก่าที่เอามาให้ดูอีกทั้ง ๆ ที่ เราห้ามไปแล้ว ดิฉันก็ว่าพูดไม่รู้เรื่องหรือ คุณมีสมองกันหรือเปล่านี่ ดิฉันพูดภาษาไทยนะ ดิฉันก็พูดกับข้าราชการว่า ดิฉันพูดภาษาไทยนะถึงแม้จะเหน่อหน่อยท่านก็น่าจะฟังเข้าใจ
ต้องขอคุณรังสิมารวบรัดสักนิดหนึ่งครับ มีผู้อภิปรายอีกหลายท่านครับ
ทําไมท่านมาป่ดล่ะ ดิฉัน พูดความจริงให้ท่านฟัง ท่านจะได้รู้อย่างไร
ยินดีให้พูดอยู่แล้วครับ แต่รวบรัดสักนิดครับ
อะไรนะคะ
ยินดีให้พูดอยู่แล้วนะครับ แต่รวบรัดสักนิดหนึ่งครับ
นี่ดิฉันอธิบายเปึน ทีละอย่าง ๆ ดิฉันไม่ได้อภิปรายฟุ์มเฟ๋อยนะคะ นี่เหลืออีกไม่กี่หัวข้อ ดิฉันจดหัวข้อเอาไว้ พอท่านมาขัดดิฉันเลยลืมเลย เมื่อกี้ถึงไหนแล้ว
ต้องขออภัยครับ พอดีเห็นหลายท่านยกมือนะครับ ก็เลยบอกว่าขอรวบรัดสักนิดหนึ่ง
ก็ใช่ แต่ท่านมาขัดดิฉันก็เลย จําไม่ได้เลย ทุกคนที่มาชี้แจงดิฉันก็บอกกับทุกคนเลยว่าช่วยกันประเทศไทยมันแย่ ไม่ว่าอะไร ป้หน้าค่อยว่ากันใหม่ ก็ โอเค พอเสร็จเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่ง โต๊ะทํางานอธิบดี รัฐมนตรีมาใหม่ต้องซื้อใหม่ทุกตัวเลย ไม่ทราบรัฐมนตรีนั่งตรงนี้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ซื้อใหม่หรือเปล่าไม่รู้ ช่วยตรวจสอบทีนะ ดิฉันก็เลยบอก กับข้าราชการไป ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย ทําไมรัฐมนตรี อธิบดี พอเปลี่ยนคนปัูบต้องซื้อ เก้าอี้ใหม่นะคะ แล้วก็โต๊ะทํางานก็ต้องซื้อใหม่มันนั่งทับกันไม่ได้ ดิฉันบอกข้าราชการ ให้ไปบอกรัฐมนตรี อธิบดีที่มาใหม่ว่าถ้าคุณไม่นั่งที่เดิมดู ส.ส. กี่ป้ก็นั่งเหมือนเดิม ไม่เห็นเปลี่ยนเลยนี่ขาดก็ยังต้องนั่ง แต่ว่าอธิบดีมาใหม่ต้องเปลี่ยนเก้าอี้ทุกตัว พอเปลี่ยน แล้วรัฐมนตรีก็ต้องเปลี่ยนอีก และอันเก่าไปไหน มันซื้อใหม่อยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดเปลี่ยน รัฐมนตรีทุกเดือนมันก็ต้องซื้อทุกเดือนถูกไหม ดิฉันเลยบอกว่าให้ไปบอกรัฐมนตรีนะ ให้บอกกับอธิบดีที่มาใหม่ว่า รังสิมาบอกถ้าจะด่าให้มาด่ารังสิมานี่ ไม่ต้องตั้งซื้อ ไม่ต้องโอน งบไปซื้อเลย ที่โอนงบไปทั้งหลายเอาไปสร้างส้วมให้นักเรียนทั่วประเทศมันได้เยอะ นี่ซื้อให้ใหม่หมด คอห่านไม่รู้จะต้องเปลี่ยนหรือเปล่าด้วยซ้ําไปนั่งทับกันไม่ได้ ดิฉันจึงอยากจะ ระบายคือดิฉันคับแค้นใจมากเลยว่าทําไมประเทศไทยเปึนอย่างนี้ ข้าราชการทําไมไม่ช่วยกัน ให้มันได้ใช้เงินให้เปึนประโยชน์ เพราะฉะนั้นป้หน้าดิฉันฝากสํานักงบประมาณนะคะ ดิฉันก็จะเรียนกับท่านรัฐมนตรี ท่านกรณ์ แล้วก็ ผอ. สํานักงบประมาณคนใหม่ ที่เปึนผู้หญิง ดิฉันก็ไม่ทราบละ ดิฉันคิดว่าน่าจะดีกว่าผู้ชายหน่อยหนึ่ง อย่างน้อยผู้หญิง ก็จะละเอียดถี่ถ้วน ดิฉันว่าผู้หญิงทุกคนเลย คุณให้เขาไปได้อย่างไร เราเปึนผู้หญิงมันต้อง ตรวจให้ละเอียด ผู้ชายยังสะเพร่าบ้าง ไม่ได้พูดทุกคนนะคะ คือบางคนก็ละเอียด แต่ว่า ผู้หญิงต้องละเอียดกว่า อะไรไม่ถูกต้องก็อย่าให้ แต่คุณก็ให้ไป เพราะฉะนั้นท่าน ผอ. คนใหม่ วันที่ ๑ ตุลาคมนี้ท่านต้องตรวจให้ละเอียดว่าการโอนเปลี่ยนแปลงงบนี้ดิฉันจะไม่ให้ ให้กลับมาเปึนมติ ครม. ป้ ๒๕๔๔ เหมือนเดิม ห้ามโอนเปลี่ยนแปลงงบ เพราะมันเปึนการ ทุจริตร้ายแรงอย่างหนึ่งเลย ดิฉันอยากให้ผู้สื่อข่าวไปดูทุกกระทรวงเลย นี่ยังมีค้างอยู่ ยังตรวจไม่หมดนะคะ เพราะว่ามันตอบไม่ได้เลยมีโอนเปลี่ยนแปลงงบไป ไม่มีรายละเอียด เลยว่าเอาไปลงที่ไหน ยังหาที่ลงไม่เจอเลยตามหน่วยงานต่าง ๆ อบรมตั้งไว้ ๑๕ ล้านบาท เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เพิ่งจะทําสัญญาใช้ไป ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็โอนเหลื่อมป้ ไว้ป้หน้าอีกแล้ว แล้วโอนไปเรื่อย ๆ เหลื่อมป้ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้มันจะมีประโยชน์อะไร ของบเอาไปเราก็เสียดอกเบี้ย งานก็ไม่เห็นอะไรเลย โอนไปทุจริตกัน ดิฉันถึงได้พูดว่า เพราะฉะนั้นป้หน้างบประมาณการตั้งงบต่าง ๆ บางหน่วยงานราชการเงินเดือน เหลือพันกว่าล้านบาท มันเหลือเชื่อไหม ท่านไปดูสิกระทรวงกลาโหม เงินเดือน เหลือพันกว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นการของบประมาณป้หน้า ท่านต้องดูให้ละเอียดเลยว่า ข้าราชการมีเท่าไร ๆ ใช้เท่าไร ไม่ใช่มาขอโป์ง ๆ ไว้ เผื่อคณะอนุกรรมาธิการตัดอย่างไรคะ บางกระทรวงมาบอกดิฉันว่าไม่มาชี้แจงเองหรอก เพราะมาก็ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนที่รู้กัน เพราะฉะนั้นตั้งเผื่อไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าตัด ๕ เปอร์เซ็นต์พอดีเลย ก็ไม่ต้องมาชี้แจง พอให้คนอื่นมาชี้แจงโครงการใหญ่ ๆ พอเราตัดไปโทรมาด่าอีก มันเปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นไม่ได้เด็ดขาดเลย งบโอนเปลี่ยนแปลงต้องไม่ให้มีการโอนเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเกิดไม่ได้จริง ๆ การโอนเปลี่ยนแปลงต้องเอามาเข้าสภาก่อนที่จะอนุมัติให้มีการโอน เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นมันเปึนการทุจริตอย่างหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธาน ไว้ด้วยนะคะ ท่านที่มาชี้แจงช่วยบอก ผอ. ด้วยนะคะ บอกปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เลยว่า วันที่ ๑ ตุลาคมนี้ห้ามโอนเปลี่ยนแปลง ขอบคุณค่ะ
มีผู้ยกมือค้างไว้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถูกพาดพิงครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้มีเกียรติ ท่านรังสิมาได้อภิปรายพาดพิงถึงรัฐมนตรี แม้ท่านจะไม่เจาะจง แต่ท่านก็บอกว่ารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บอกว่า เมื่อมารับตําแหน่งใหม่ก็จะต้องเปลี่ยนโต๊ะ เปลี่ยนเก้าอี้ ผมขอกราบเรียนยืนยันต่อที่ประชุม ต่อผู้ฟังทางบ้านนะครับว่าผมมาทําหน้าที่นี้ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จนถึงวันนี้ ก็นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคนเดิม และโต๊ะทํางานก็เปึนโต๊ะเดิม ไม่ได้มีการซื้อทั้งโต๊ะและเก้าอี้ใหม่ แต่ประการใด ขอทําความเข้าใจครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านรังสิมา พาดพิงกลับ เชิญครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาต ดิฉันต้องกราบขออภัย คือดิฉันล้อท่านเล่น คือดิฉันเห็นกระทรวงอื่นทํา แต่ทีนี้ท่านมาอยู่ ตรงนี้พอดี ดิฉันก็เลยถาม แล้วท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ทราบว่ากระทรวงท่านซื้อใหม่ หรือเปล่า แต่ท่านไม่ได้ซื้อ ดิฉันดูแล้ว ดิฉันก็หยอกท่านเล่น ท่านผู้ฟังจะได้เข้าใจนะคะ ท่านอิสสระ สมชัย ก็เปึนคนที่ประหยัด ไม่ใช้จ่ายฟุ์มเฟ๋อย เพราะอยู่คณะบริหารติดตาม งบประมาณกับดิฉันก่อนที่จะเปึนรัฐมนตรีค่ะ เพราะฉะนั้นท่านผู้ฟังจะได้เข้าใจ ขอบคุณค่ะ
ก็เหมือนผมนะครับ เก้าอี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ใช้เก้าอี้เก่าครับ จนลูกน้องล้อว่า ขนเก้าอี้ติดกางเกงแล้วครับ ต่อไปจะมีผู้ที่ขออภิปรายไว้ ๕ ท่าน มีคุณสถาพร มณีรัตน์ คุณวัชระ เพชรทอง คุณเรวัต สิรินุกุล นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ขอเชิญคุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต่อรายงาน งบประมาณค่าใช้จ่ายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่ามันจะเปึนป้งบประมาณ ๒๕๕๑ แต่ผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้มันทําให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เชื่อมโยงมาจากอดีต ปัจจุบันและอนาคต ถึงแม้ว่า งบประมาณป้นี้ ๒๕๕๑ จะผ่านมา ๒ ป้แล้วก็ตาม ผมเห็นว่าข้อสังเกตและรายงาน ถึงแม้ว่าจะล้าหลังแต่เปึนประวัติศาสตร์ที่ผมภูมิใจที่จะได้อภิปราย ตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ สํานักงบประมาณนั้นได้นําข้อสังเกตของกระผมนั้นไปตักเตือนราชการและฝ์ายบริหาร ฝ์ายการเมืองในการที่เข้ามามีอํานาจกระทรวง สิ่งที่ผมขออภิปรายอยู่กระทรวงเดียวครับ คือกระทรวงแรงงานเมื่อเช้านี้ผมได้ตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องของแรงงานถูกหลอกไปต่างประเทศ และหลังจากที่อภิปรายกระทู้สดเรียบร้อยก็มี ผู้ใช้แรงงานที่ถูกหลอกมายื่นหนังสืออีก แต่พอหันมาดูงบประมาณท่านครับ ท่านสํานักงบประมาณครับ งบประมาณกระทรวงแรงงานหน้าที่ ๘๐ หน้าที่ ๘๑ สํานักงานปลัดกระทรวงได้ตั้งแรงงานไทยในต่างแดนได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านได้ตัดโอนมาเปึนค่าใช้จ่ายตามหลักสูตรการศึกษาในประเทศ ดูงานต่างประเทศของนักบริหารแรงงานระดับต้นและระดับกลางเพื่อพัฒนาสมรรถภาพ บุคลากร ท่านตั้งงบประมาณในเบื้องต้นนั้น ท่านให้เหตุผลว่าเปึนงบประมาณเหลือจ่าย จากการดําเนินการสําเร็จตามวัตถุประสงค์และเปัาหมายที่กําหนด ท่านประธานที่เคารพ การตั้งงบประมาณแล้วชี้วัดตัวนี้ ผมต้องเรียนถามสํานักงบประมาณว่าการชี้วัดนั้น เอาตัวอะไรมาชี้วัด ในขณะที่ตัวชี้วัดคือผู้ใช้แรงงานถูกหลอกไปตกงาน ไปปล่อยเกาะ เรื่องแล้วเรื่องเล่า จนปลัดกระทรวงถูกปลดออก อธิบดีถูกไล่ออก ให้ออก นี่คือ ความเจ็บปวด เพราะฉะนั้นกระทรวงแรงงานในการอ้างว่าประสบสัมฤทธิผล ตามการประเมินผลตัวชี้วัดไม่ถูกต้องครับ แล้วโอนเปลี่ยนมาเปึนการดูงานต่างประเทศ ในขณะที่แรงงานไทยไปทํางานต่างประเทศ อด ๆ อยาก ๆ ผมนั้นอิจฉาประธานาธิบดี กลอเรีย มาคาปาคาล อาโรโย แห่งประเทศฟ่ลิปป่นส์ เวลาท่านจะปราศรัยหรือท่านอภิปราย ให้ขวัญกําลังใจของคนในประเทศของท่าน ท่านจะพูดถึงพี่น้องของท่านในประเทศ และท่านจะกล่าวถึงพี่น้องของเราในต่างประเทศ เพราะประเทศฟ่ลิปป่นส์นั้นเขาดูแล แรงงานต่างประเทศของเขาอย่างดีที่สุด ท่านจะส่งแรงใจถึงพี่น้องประเทศฟ่ลิปป่นส์ที่ไป ทํางานในต่างประเทศเสมอ แรงงานฟ่ลิปป่นส์นั้นส่งเงินเข้าประเทศป้ละหลายแสน ล้านบาท ถ้าเทียบเปึนเงินบาท แต่แรงงานของประเทศไทยเรานั้นต้องจํานอง จํานํา ที่ไร่ ที่นา ไปให้ ธ.ก.ส. เสร็จแล้วไปให้ค่านายหน้า ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วพอ เดินทางไปไม่มีงานทํา ถูกหลอก และสิ่งที่เจ็บปวดที่กระผมนั้นพูดไปแล้วน้ําตาจะไหลให้ได้ นั่นก็คือมีกระทรวงแรงงานเปึนที่สแทมพ์รับรองความถูกต้องของการไปทํางาน ต่างประเทศทุกแผ่น ทุกใบ พอเดินทางไปต่างประเทศสถานทูตไทยก็ไม่เคยให้ข้อมูล ที่เปึนจริงกับคนไทย เพราะการทํางานต่างประเทศนั้นถือว่าสถานทูตไทยจะต้องเปึน ผู้ดูแลทุกอัตราในต่างประเทศนั้นแทนพี่น้องคนไทย แล้วตัวชี้วัดตัวนี้เปึนสิ่งที่พวกผมเอง นั้นถือว่าเปึนการปรับเปลี่ยนงบประมาณโดยการหลอกลวงอย่างสิ้นเชิง การหลอกลวงนั้น ท่านได้หลอกลวงพี่น้องประชาชนเราไปตกระกําลําบากในต่างแดนแล้ว และยังมิหนําซ้ํา ยังหลอกลวงในกระทรวง หลอกลวงตั้งงบประมาณโดยอ้างว่ามีผลสัมฤทธิ์ ท่านสํานักงบประมาณครับได้โปรดจับตาเปึนพิเศษในกระทรวงแรงงาน ยังไม่พอครับ ล่าสุดนี้กระทรวงแรงงานส่งเด็กไปแข่งขันฝ้มือ ๒๑ ล้านบาท ปรากฏว่าเด็กไป ๖ คน ๘ คน แต่คนติดตามเปึนระดับใหญ่ ๆ ในกระทรวงเกือบ ๒๐-๓๐ คน ปล่อยให้เด็กนั้น กินมาม่า คนไปติดตามนั้นกินไวน์ (Vine) กินอาหารหรู ๆ แล้วอ้างว่าบริษัททัวร์จัดให้ อย่างนี้ครับ การสัมฤทธิผลในทางเชิงงบประมาณนั้นไม่จําเปึนหรอกครับ ไม่จําเปึนที่จะต้องเฉพาะ เอกสาร การชี้วัดตัวประเมินผลจากสํานักสื่อที่ร้องเรียน ผู้ร้องเรียน การประเมินผล ที่ความสําเร็จของโครงการที่มีผลสําเร็จ ผลสัมฤทธิ์อย่างไร สํานักงบประมาณต้องดูด้วย ไม่ใช่ว่าดูแต่เอกสารที่เจ้ากระทรวงดําเนินการมาแล้วเอาเอกสารเหล่านั้นมาบอกว่า ตัวชี้วัด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นั่นเปึนการชี้วัดในลักษณะอินไซเดอร์ (Insider) เปึนการพูดกัน ภายในเองครับ แสวงหาข้อมูลเอง แต่ตัวชี้วัดปัจจัยภายนอกคือพี่น้องประชาชนต่างหากครับ ตัวพี่น้องประชาชนต่างหากคือตัวชี้วัด เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ยิ่งเปึนงบเงินกู้ไทยเข้มแข็ง เราไม่ดูไม่ได้เลยครับ บอกว่าเปึนความลับ ไม่ลงเล่มด้วย แล้วเงินนอกงบประมาณอย่างนี้ ถ้ามีการปรับเปลี่ยน สํานักงบประมาณมีอํานาจ ตามกฎหมายหรือเปล่า ผมตั้งข้อสังเกต เงินตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชน เปึนหนี้ทั้งหมด ๖๓ ล้านคน งบมันตกกระจุกครับ มันไม่กระจาย แต่สภาแห่งนี้ไม่สามารถ ตรวจสอบได้เลยว่างบไทยเข้มแข็งนั้นให้ใครเข้มแข็งบ้าง นี่คือบทเรียนอันล้ําค่าในการ ใช้เทคนิคในการบริหารจัดการงบประมาณครับ เปึนเทคนิคครับ เพราะฉะนั้น สํานักงบประมาณได้โปรดตั้งข้อสังเกตด้วยว่างบไทยเข้มแข็งนั้นสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาแห่งนี้จะตรวจสอบอย่างไร วันนี้เอกสารจะดูยังบอกเปึนความลับกันเลยครับ ป่ดหมด โน้นล่ะครับ ท่านเขียนเสร็จบอกว่าอนุมัติแล้ว แล้วจะติดตามกันได้อย่างไรครับ ขนาดที่เราติดตามกันอย่างใกล้ชิด อย่างกรณีของชุมชนพอเพียงก็ยังมีเรื่องฉาวโฉ่กันเลย ครับ เราไม่ต้องมาปฏิเสธกันหรอกครับ ขนาดมีกลไกล็อกซ้าย ล็อกขวา ยังมีช่องว่างที่ พอที่จะให้เกิดการล็อกสเปค (Lock Spec) และโกงกันเลย แล้วเราจะให้มี ความเชื่อมั่นอย่างไรว่างบไทยเข้มแข็ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะใช้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชนเท่านั้นหรือครับ ผมเกรงว่าจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้รับเหมา มากกว่า ตรงนี้ต่างหากที่เราควรที่จะตั้งข้อสังเกตและติดตามงบประมาณอย่างใกล้ชิด พวกเราเองนั้นไม่ใช่สบายใจเลยนะครับ เพราะสื่อก็ดี ประชาชนก็ดี เวลามีงบประมาณ จับจ้องแต่เฉพาะนักการเมือง ผมก็ยืนยันชัดเจนว่านักการเมืองนั้นมันมีชั่ว มีดี และมันมี ทุกชนิดละครับ แต่ส่วนใหญ่นักการเมืองเหล่านี้เขาจะดีหมดละครับ เพราะฉะนั้นเรา ควรจะจับตาให้ครบ ๓๖๐ องศา มุมมองส่วนต่าง ๆ นั้นเปึนมุมมองที่บางครั้งสื่อก็พาไป เหมือนงบไทยเข้มแข็ง ตั้งงบ พีอาร์ (PR) เปึน ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าตรวจ จริง ๆ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ บางทีพี่น้องประชาชนยังมาถามว่าไวนีปักกันทั่วบ้าน ทั่วเมืองมันแผ่นละเท่าไร งบเรียนฟรีก็บอกว่างบเรียนฟรี ที่จริงอุดหนุนบางส่วน ไม่ได้ทั้งหมด ถ้อยคําเหล่านี้ก็ต้องชัดเจนครับ แล้วทําไมมีไวนิวล์เต็มบ้านเต็มเมือง บริษัทสื่อบางบริษัทวิ่งกันจนทะเลาะกันแล้วก็เขียนด่ากันในสื่อ แย่งงบพีอาร์ (PR) ของไทยเข้มแข็ง ซึ่งเช็ก (Check) แล้วมีไม่ต่ํากว่า ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่เช็ก ในเนื้อแล้วมีไม่ต่ํากว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะตรวจสอบได้อย่างไร เราจะรายงาน ต่อสภาอันทรงเกียรตินี้อย่างไร พวกเรานั้นจะชั่ว จะดี จะเลว แต่ก็มาจากพี่น้องประชาชน เลือกให้มาครับ เลือกให้มาเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน มาปกปัองสิทธิประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน ในสภาแห่งนี้ต้องรู้ครับ ไม่รู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่าง ที่กระทําการในวันนี้ก็เปึนสิ่งที่ดีของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ให้อํานาจ มารายงาน แต่การรายงานนั้นถ้าจะปรับเปลี่ยนให้ดีควรจะมีการรายงานก่อน และหลังปรับเปลี่ยน การตั้งข้อสังเกตของพวกเรานั้นก็เปึนเพียงข้อสังเกต แต่ไม่มีอํานาจบังคับในระบบ กฎหมาย แต่ผมก็หวังไว้ว่าจิตสํานึกของข้าราชการสํานักงบประมาณที่ได้เสริมสร้าง บุคลากรและได้ทํางานอย่างหนักมาทุกป้นั้น คงจะได้เห็นได้รู้และเปึนแบบอย่างให้กับ ข้าราชการ ผมเองนั้นภาวนาเหลือเกินว่าวันหนึ่งข้างหน้าถ้ามีโอกาสได้เปึนใหญ่ ผมจะยก สํานักงบประมาณเปึนองค์กรอิสระเพื่อให้ตรวจสอบ มีอํานาจบริหารจัดการเด็ดขาด ครบวงจร แต่วันนี้สํานักงบประมาณยังอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ยังอยู่ภายใต้การบริหาร จัดการทางการเมือง บางครั้งเชิงนโยบายจําเปึนที่จะต้องทํา แต่อยากจะให้สํานักงบประมาณ เขียนวิสัยทัศน์ เขียนอะไรของในองค์กรของท่านนั้นให้เปึนองค์กรอิสระในการที่ดูแล งบประมาณภาษีของประชาชน ป้หนึ่งก็จํานวนหลายล้านล้านบาท งบเหลือจ่าย งบอย่างนี้ครับ อย่างที่กรณีงบของกระทรวงแรงงานที่พี่น้องประชาชนยังถูกหลอก ถูกต้ม ถูกตุ๋น แต่มาเขียนผลสัมฤทธิ์ว่ามีงบเหลือจ่ายจากตรงนี้แล้ว ปรากฏว่าวัดผล ประเมินผลแล้ว แรงงานได้บรรลุผลสัมฤทธิ์ แต่ปรากฏว่าแรงงานยังถูกหลอกถูกลวง แต่ท่านก็แปรงบ เหล่านั้นมาใส่เปึนการดูงานต่างประเทศของผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง อย่างนี้ ละครับเปึนอัตลักษณ์ เปึนเนื้อที่ไม่ควรเอามาใส่ไว้ มันฟัองของท่านเองครับ
ท้ายที่สุดนี้ผมขอให้กําลังใจสํานักงบประมาณที่ดูแลเงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่เปึนภาษีของพี่น้องอย่างสัมฤทธิผล แน่นอนที่สุดครับ การดําเนินโครงการนั้นย่อมมีรั่ว มีไหล แต่การรั่วไหลนั้นขอให้ท่านบันทึกไว้เถอะครับ ผมยังเชื่อว่าเงินงบประมาณ ของแผ่นดินนั้น เปึนเงินที่ตกน้ําไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เปึนเงินของหยดเหงื่อหยาดน้ําตา ของคน ๖๓ ล้านคน เปึนเงินที่ให้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มันผู้หนึ่งผู้ใดที่เอาเงินนี้ไปเปึน ประโยชน์ส่วนตัวส่วนตนนั้น ย่อมมีผลต่อชีวิตอนาคตของลูกของหลาน เหลน โหลน พวกเขาภายหน้า ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปจะขอสมาชิกอภิปรายท่านละ ๑๐ นาที เชิญคุณวัชระ เพชรทองครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมาถึงคิวของผมท่านประธานให้เวลาพูดท่านละ ๑๐ นาที ผมก็น้อมรับ ในความเมตตาจากท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมนั้นเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน้าใหม่ เนื่องจากว่าได้รับการเลือกตั้งในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เปึนฝ์ายค้านและเปึน ส.ส. ฝ์ายค้านคนสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนรัฐบาล ท่านประธานครับการที่สํานักงบประมาณได้มารายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ตามเอกสารที่ได้นํามาแสดงนั้น ผมยังยืนยันในหลักการว่าตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๘ งบประมาณนั้นต้องผ่านไปจากสภาผู้แทนราษฎร คือผ่านไปจากตัวแทน ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ได้มาพิจารณากันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่การโอน งบประมาณดังกล่าว ท่านประธานครับเปึนการใช้อํานาจแทนสภาผู้แทนราษฎร แทน ส.ส. ทุกคน โดยหัวหน้าหน่วยราชการ ถือว่าเปึนการใช้อํานาจแทนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ แล้วปรากฏว่าการโอนงบประมาณรายจ่ายดังกล่าว อย่างที่ท่านประท่านได้ยินได้ฟังท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ว่ามีช่องทาง ที่ส่อไปในทางที่ทุจริตเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน หรือได้โอนจ่ายไปในรายการ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล และไม่มีผลใด ๆ ในการที่จะดูแลทุกข์สุขของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเอกสารหนาขนาดนี้เงินงบประมาณที่โอน จ่ายทั้งสิ้น ๑๙,๕๔๔ ล้านบาทเศษ เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ คนที่ใช้ เงินเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คือหัวหน้าหน่วยราชการ ซึ่งได้ขออนุมัติจากสํานักงบประมาณ ท่านประธานผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ว่าผมจะได้รับเลือกตั้งมา เมื่อป้กลายเมื่อเปึน ส.ส. หน้าใหม่เรียกว่าเปึน ส.ส. ป้หนึ่งก็ได้รับเกียรติให้เปึนที่ปรึกษา ในคณะอนุกรรมาธิการติดตามงบประมาณรายจ่าย ซึ่งได้ดูแลด้านฝ๊กอบรม สัมมนา คืองบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ มีท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ เปึนประธาน ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานครับ ทําให้ผมได้ทราบและได้เห็นว่าการร่างงบประมาณ รายจ่ายของข้าราชการไทยนั้นเต็มไปด้วยความหละหลวมและตั้งงบประมาณเกินจริง เขียนงบประมาณอย่างไม่มีความละเอียดรอบคอบเพียงพอ แม้แต่การตั้งงบประมาณ ในระดับมหาวิทยาลัยคือในระดับองค์การนักศึกษา สภานักศึกษายังมีรายละเอียด ที่รอบคอบมากกว่านี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า มีการตั้งงบประมาณขอซื้อ ปากกาลูกลื่นสีน้ําเงินยี่ห้อแลนเซอร์ (Lancer) ด้ามละ ๕๐๐ บาท เปึนเงินจํานวน นับแสนบาท ส่วนสีแดงยี่ห้อเดียวกันด้ามละ ๓๐๐ บาท ซึ่งต่อมาข้าราชการจะมาอ้าง ภายหลังว่าพิมพ์ผิดก็สุดแท้แต่ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังมีการขอเสนอในการ ที่จัดพิมพ์แผ่นพับ ๔ สีขนาดเอ ๔ แผ่นละ ๑๐ บาทเปึนต้น ซึ่งมันเกินจริงทั้งนั้นครับ เพราะสามารถพิมพ์ได้ในราคาที่ต่ํากว่านี้มากมายซึ่งขึ้นอยู่กับจํานวนที่พิมพ์ว่าพิมพ์มาก เพียงใดและใช้สเปคอย่างไร แต่ปรากฏว่านับตั้งแต่สํานักงบประมาณได้ก่อตั้งมา จนถึงพุทธศักราช ๒๕๕๒ ผมกราบเรียนท่านประธานกลางสภาแห่งนี้ว่า สํานักงบประมาณ ไม่เคยตั้งสเปคสิ่งพิมพ์มาก่อนเลยแม้แต่ป้เดียว คือนับแต่มีสํานักงบประมาณมา ตั้งแต่ มีนายกรัฐมนตรีมา และมีประธานสภาผู้แทนราษฎรมาก็ไม่มีการตั้งสเปคสิ่งพิมพ์ไว้แม้แต่ ครั้งเดียว เพิ่งมาครั้งล่าสุด ท่านประธานครับ ท่านประธานจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งเปึนประธาน อนุกรรมาธิการในขณะนั้นได้บอกให้ผมเปึนคนร่างให้สํานักงบประมาณ ผมก็ร่างให้ สํานักงบประมาณไปเปึนที่เรียบร้อยว่า การที่หน่วยราชการจะขอพิมพ์สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ นั้น ควรที่จะแสดงรายละเอียดสเปคสิ่งพิมพ์ไม่ว่าจะเปึนชนิดกระดาษ กระดาษอะไร หนากี่แกรม (Gram) พิมพ์จํานวนกี่สี ถ้าพิมพ์เปึนวารสารใช้วิธีเข้าเล่มอย่างไร และพิมพ์ จํานวนกี่หน้า ดังนี้เปึนต้น ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือจุดบกพร่องจุดหนึ่งที่เปึน ช่องทางรั่วไหลของงบประมาณนอกจากนี้ ท่านประธานครับ หน่วยราชการ หลายหน่วยงานทีเดียวมีเงินนอกงบประมาณจํานวนนับร้อยล้านบาท พันล้านบาท บางแห่ง มีจํานวนเปึนพันล้านบาท ซึ่งมีเงินนอกงบประมาณไว้ในกระเปิาอยู่แล้วยังมาของบประมาณ จากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปใช้อีก ท่านประธานครับ มิหนําซ้ําบางหน่วยราชการ เช่น กรมอุทยานสัตว์ป์าและพันธุ์พืช ปรากฏว่ากรมกรมนี้ก็มีเงินนอกงบประมาณจํานวน หลายร้อยล้านบาททีเดียว ซึ่งได้จากการเก็บจากค่าชมอุทยาน ค่าเช่าที่พักในอุทยาน แห่งชาติและรายได้จิปาถะต่าง ๆ นานา ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ารวมถึงรายได้ที่มีการลักลอบ การค้าสัตว์ป์าหรือการตัดป์าด้วยหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ปรากฏว่า หน่วยราชการนี้มีการที่จะจัดซื้อถังพลาสติกไปติดตั้งตามอุทยานต่าง ๆ เปึนจํานวนมาก แม้ว่าจะไม่สอดคล้องกับสภาพของอุทยานแห่งชาติก็ตาม มิหนําซ้ํายังมีงบประมาณที่จะ ก่อสร้างบูรณะอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ แต่ปรากฏว่ามีการใช้ซ้ําซ้อนคือจะเบิก ทั้งเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินนอกงบประมาณที่ตัวเองมีอยู่คือเบิกซ้ําซ้อนกัน อย่างเห็นได้ชัด ท่านประธานครับ และมีการตั้งงบประมาณที่สูงเกินจริงเพื่อที่จะให้ กรรมาธิการ ให้ ส.ส. ได้ตัดลง แต่ถึงที่สุดเมื่อ ส.ส. ซึ่งอยู่ในอนุกรรมาธิการได้ตัดไปแล้ว ทางเจ้ากระทรวงนั้น ๆ ก็จะไปขอคืนโดยไปทําเรื่องอุทธรณ์ขอคืนในคณะกรรมาธิการ งบประมาณคณะใหญ่และสุดท้ายก็ได้คืนไปทั้งหมด ที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานให้เห็นว่า การเขียนงบประมาณแผ่นดินของข้าราชการไทยนั้นเปึนที่น่าเสียใจครับว่าข้าราชการไทย จํานวนหนึ่งเขียนงบประมาณแผ่นดิน เขียนขอเงินใช้เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ด้วยความไม่รอบคอบ และบางแห่งนั้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีเจตนาที่ไม่สุจริต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ายังมีหน่วยราชการ อีกหลายแห่งและมีสิ่งที่จําเปึนต้องบูรณะ ต้องทํา ต้องสร้างอีกหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง ทางมหาวิทยาลัยก็ต้องการอาคารของนักเรียน มัธยมสาธิต แต่ปรากฏว่ารัฐบาลก็ไม่ได้ให้งบประมาณหรือแม้กระทั่งวัดศรีมหาโพธิ อําเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีต้นโพธิ์ที่รัชกาลที่ ๕ ท่านได้ทรงปลูกเอาไว้ และได้ทรงรับสั่งก่อนที่จะเสด็จสวรรคตกับรัชกาลที่ ๖ เอาไว้ให้รักษาต้นโพธิ์ที่วัดศรีมหาโพธิ อําเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีเอาไว้ให้ดี จนถึงบัดนี้ก็ปรากฏว่าต้นโพธิ์ดังกล่าวก็ ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทางวัดศรีมหาโพธิก็ต้องการจํานวนไม่มาก ไม่กี่สิบล้านบาท ในการที่จะบูรณะต้นโพธิ์และบูรณะวัด ซึ่งนักวิชาการอย่างท่านอาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ ก็ได้เปึนที่ปรึกษาโครงการนี้ ท่านประธานครับผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า งบประมาณที่จะใช้บูรณะวัดศรีมหาโพธิ์จํานวนไม่กี่สิบล้านบาท แต่เราได้ทุ่มงบประมาณ แผ่นดินจํานวนหลายหมื่นล้านบาทลงไปทางภาคใต้ ผมก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในการพัฒนาบูรณะวัด ท่านประธานครับและการโอนงบประมาณรายจ่ายอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ว่าหน่วยราชการที่ได้เสนอมาและเปลี่ยนแปลงไปใช้จ่ายต่าง ๆ มีการนํางบไปเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ไม่กี่วันจะเกษียณอายุ ๓ เดือนมานี้ท่านประธานครับ ถามว่าอยู่ประเทศไทยกี่วัน ไปต่างประเทศกี่เที่ยว ไปกี่สิบประเทศ ท่านประธานครับนี่แสดงให้เห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดิน ของข้าราชการนั้นยังมีความหละหลวมอยู่มาก และไม่ได้สํานึกว่าทุกบาทที่พี่น้อง ประชาชนได้เสียภาษีอากรไปนั้นคือหยาดเลือดและคราบน้ําตาของพี่น้องประชาชนที่ได้ เสียภาษีอากรให้กับรัฐบาล เพื่อที่จะให้รัฐบาลได้บริหารประเทศอย่างสุจริตต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ
คุณเรวัต สิรินุกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ เท่าที่ผมดูรายงาน การโอนงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ผมดูแล้วผมก็เลยมีความสงสัยนะครับ ยอดเงินที่โอน ๑๙,๕๔๔ ล้านบาทเศษ สงสัยอยู่ว่าเงินงบประมาณนี้ถ้าไม่โอนผมถามนะ ผมไม่ค่อยรู้ ก็เลยถามท่านที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ ท่านพุทธพงศ์ ขอเรียนถามท่านนะครับว่า ถ้าไม่โอนไปไหน อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ เราไม่โอนไปไหน ไม่ย้ายไปทําอะไรก็แล้วแต่ เอาไปไหนครับเงินจํานวน ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเอาไปไหนต่อ กระทรวงนั้น ๆ เอาไปไหนต่อ นี่ถามท่านนะครับ กรุณาตอบผมด้วย
ประการต่อมา การย้ายโครงการหนึ่งไปโครงการหนึ่งบางทีก็บอกว่าทํางาน เสร็จแล้วเหลือจ่าย ตรงนี้ครับความคิดของผมนะครับคนที่ได้งบประมาณมาแล้ว แล้วทํางานเสร็จแล้วโครงการจบ เงินเหลือ คนคนนั้นท่านต้องให้โบนัส (Bonus) เขา นะครับ คือกรมนั้นหรือหน่วยงานต้องให้โบนัสเขา เพราะเขาทําเสร็จแล้วเงินก็ยังเหลือ นี่ครับคือผลงานที่แท้จริงของเขา ท่านต้องให้งบประมาณเขาเพิ่มในป้ต่อไป หรือให้โครงการเขาเพิ่มในป้ต่อไป อย่างนี้ จึงจะบอกว่าการจัดงบประมาณที่แท้จริงและถูกต้อง อย่างนี้สิครับ ผมคิดว่าโครงการ เหล่านี้ และคนที่ทําเงินเหลือจ่ายนี่ครับ ผู้บริหารเหล่านี้ถือว่าเปึนผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ แล้วเงินเหล่านี้ครับก็ไม่ต้องไปใช้ต่อครับ เก็บแล้วเอาไปไว้ไหน เอาไปคืน ท่านหรือเปล่า อย่างนี้เปึนต้น อย่างนี้สิครับผมถือว่าเปึนผู้บริหารที่ดีนะครับ
อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีคนพูดว่าเวลาเหลือจ่าย เสร็จแล้วเอาไปดูงาน ท่านประธานครับตรงนี้ต้องยอมรับว่าความจริงแล้วประเทศไทย นี่ครับ ประเทศไทยเรานี่ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ก็ไปดูงานมาจากต่างประเทศนะครับ ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ หรือโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าถนนหนทาง ไม่ว่าตึกรามบ้านช่อง ก็ล้วนแล้วแต่ไปดูงานทั้งนั้น นับว่าเปึนประโยชน์ครับ ถ้าลองไม่ไปดูงานสิครับ ประเทศไทย ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร อย่างประเทศเพื่อนบ้านเขา เขาไม่ค่อยดูงาน ไม่อะไรอย่างนั้น เขาก็ เจริญไปอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าของเรานี่เจริญทัดเทียมทั่วโลกเขา สากลนิยม เพราะไปดูงาน มา อย่างท่านทั้งหลายนั่งบนโน้น ขอประทานโทษนะครับ ท่านก็ไปดูงานมา จึงได้ทํางาน อย่างเต็มที่ ทํางานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อย่างนี้เปึนต้น ผมจึงเห็นว่าการดูงานนี้ เปึนประโยชน์ เปึนประโยชน์ครับ
อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ งบเหลือจ่ายที่บอกว่าไม่ใช้ อันนี้ ทําไม่ทัน แล้วก็ไปทําอีกโครงการหนึ่ง แล้วดีกว่าของเก่าด้วยซ้ํา อย่างนี้ผมเห็นด้วย และต้องทําครับ อย่างผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างโครงการนี้ของกระทรวงกลาโหม ๒๕๐ ล้านบาท บอกว่าเปึนโครงการที่เนื่องจากไม่สามารถดําเนินการตามแผนได้ทัน ภายในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ อันนี้นะครับ ไม่ทัน แล้วก็เปลี่ยนครับ โอนไปครับ ไปทํางาน อีกอันหนึ่งก็คือว่าเพื่อเปึนค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพิ่มเติม เพื่อ พัฒนาเทคโนโลยี โครงการวิจัยและพัฒนาจรวดนําวิถีเพื่อความมั่นคง อย่างนี้สิครับผม เห็นด้วย อันนี้เปึนประโยชน์ และใกล้เคียงกัน เพราะอันนั้นไปพิจารณาเรื่องของขีด ความสามารถในเรื่องผลิตกระสุน และอันนี้จรวดนําวิถี ไม่เสียหลาย ก็เปึนประโยชน์ อย่างนี้ผมเห็นด้วยทําอย่างนี้สิครับผมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ทราบว่า เลยเรียนถามต่อไป ไม่ทราบว่าทางสํานักงบประมาณว่าการย้ายโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านดูแลไหม ท่านดูไหมว่าอันนี้เปึนประโยชน์ไหม เอาไปทําอะไร หรือว่าเขาเสนอมาว่า เอาไปอย่างนี้ก็เรื่องของเขาไป แล้วก็ปล่อยไป อย่างนี้หรืออย่างไร นี่ท่านดูหรือเปล่า ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วการโอนงบประมาณเขาขอมาแล้วและโอนสับเปลี่ยน ความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ เปึนเรื่องธรรมดา แต่ผมฝากท่านนิดหนึ่งว่าท่านกรุณา ตรวจสอบดูด้วยว่าเงินที่เขาเหลือจ่ายทําไม เพราะเหตุใด ท่านเร่งเขาไหม ท่านมีหน้าที่ไหม ครับ ขอประทานโทษครับ ท่านมีหน้าที่ที่เวลาเขาไม่เบิกเงินไปเร่งให้เขามาเบิกเงินไหม ท่านมีหน้าที่ไหม เพราะเงินเหล่านี้เปึนเงินลงทุนนะครับท่านประธานครับ เปึนเงินลงทุน ที่จะสร้างงานนะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้ผมก็เลยสงสัยว่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลมีเงินเหลือจ่าย เยอะแยะ ทําให้อะไรครับ เศรษฐกิจมันก้าวหน้าไหมครับ เศรษฐกิจก้าวไหมช่วงนั้น ก้าวหน้าไหม ภาวะเศรษฐกิจตกต่ําไหม ท่านดูไหมครับ ท่านดูหรือเปล่าครับ เดี๋ยวตอบผม ด้วยนะครับ ตอบผมด้วยว่าท่านดูถึงไหมว่าเศรษฐกิจที่ผ่านมาช่วงไหนที่ไม่เจริญ ช่วงไหน ที่หยุด ช่วงไหนที่ตกต่ํา เอาเงินไปไหม แล้วเงินเหลือเพราะอะไร แล้วทําไมไม่เอาไปใช้ ความจริงผมก็ไม่ทราบว่าเปึนหน้าที่ของท่านหรือเปล่า ว่าเขาไม่เบิกก็ช่างเขาหรืออะไร อย่างนี้เปึนต้น ความจริงไม่เปึนประโยชน์นะครับ ตั้งงบประมาณแล้วไม่เบิกเงินไม่เปึนประโยชน์นะครับ ท่านต้องลงโทษด้วยนะครับว่ากระทรวงไหน ทบวงไหน ตั้งงบประมาณแล้วไม่มาเบิกเงิน หรือเบิกเงินไปช้า ท่านต้องลงโทษด้วย เพราะอะไร เพราะเท่ากับว่าไม่อยากทํางานนั้น หรือว่าขอประทานโทษ ขอมาอย่างนั้นท่านให้ก็เอา ท่านให้ก็ทํา ไม่ให้ก็ไม่ทํา ไม่มี ความตั้งใจที่จะดําเนินงานนั้น ท่านมองหรือเปล่าครับ มองหรือครับ ท่านก็ใช้ได้อยู่ คือผม ไม่อยากจะพูดอะไรอื่นครับ เพียงแต่ว่างบประมาณก็แล้วแต่ที่เบิกไปผมเห็นด้วยว่าต้องใช้ เพราะว่าถ้ากระทรวงต่าง ๆ ราชการต่าง ๆ ไม่มีเงินไปใช้มันจะพัฒนาได้อย่างไร ไม่มีทาง เจริญรุ่งเรืองเลยครับ เพราะฉะนั้นเรื่องสําคัญที่สุดที่ผมฝากไว้ ท่านรับปากผมไว้ท่าน ที่ปรึกษาประจําสํานักงบประมาณ ท่านภุชพงศ์ ทัดเทียมรมย์ ที่เคารพครับ ผมฝากท่านไว้ หลายเรื่องแล้วนะครับ ท่านต้องทํานะครับสิ่งที่ผมฝาก แล้วผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมืองครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดคือว่าทําไมไม่เบิกงบ เอาไว้ทําไม ตั้งมาแล้ว ไม่เบิกงบ ทีหลังท่านก็อย่าให้ ไม่ทําตามอย่าให้เลย ใครเหลือจ่ายไม่ให้เลย เพราะฉะนั้น ผมถึงกราบเรียนว่ามาตั้งงบแล้วไม่เบิก ไม่ใช่ว่าเปึนผลดี แต่คนที่เปึนอธิบดี หรือกรม กระทรวงต่าง ๆ ที่เบิกไปแล้วทํางานได้สําเร็จแล้วเงินเหลือจ่ายแล้วเก็บไว้อันนี้ เปึนผลดีท่านต้องจารึกคนพวกนี้ไว้ แล้วงบประมาณต่าง ๆ เขาจะขอเพิ่มหรือว่าทําให้ มากขึ้นให้เขาไป อย่างนี้ถูกต้องครับท่านประธาน แล้วดูว่าเอาไปแล้วเศรษฐกิจไม่พุ่ง เศรษฐกิจไม่เจริญ ท่านต้องดูแลเรื่องนี้ด้วย ท่านรับปากผมไว้หลายเรื่องแล้วนะครับ ผมก็คงจะกราบเรียนแค่นี้ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย แล้วเดี๋ยวจะเปึนนายแพทย์บัญญัติ แล้วก็คุณจุมพฏ เชิญคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายในเรื่องของ รายการโอนงบประมาณรายจ่ายประจําป้ของป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ซึ่งตามรายงานนั้น ก็ระบุนะครับว่าเปึนช่วงครึ่งหลัง ก็คือเดือนเมษายนจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ก็ต้องย้ํานะครับว่า นี่คือช่วงของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อป้ที่แล้ว เงินงบประมาณที่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณนั้นมีตัวเลขอยู่ที่ ๑๙,๕๔๔ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ ถ้าหากว่าดูตัวเลขประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินงบประมาณ ประมาณ ๒ ล้านล้านบาท อาจจะมองได้ว่าเปึนตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่ถ้าหากว่าเรามองที่งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราตัดเงินที่เปึนค่าเงินเดือน เปึนค่างบผูกพันออกไป ผมเชื่อว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินลงทุนหรือว่างบลงทุน ของรัฐบาลนั้นต้องถือได้ว่าแต่ละป้มีนัยสําคัญทีเดียวนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าหากเราตัดเงิน งบประมาณอื่น ๆ ออกนี่นะครับ อาจจะเหลือเงินงบที่จะเอามาลงทุนได้อยู่เพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ท่านใช้การโอนงบประมาณจนถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่ามีนัยสําคัญครับ ถ้าหากว่าเราจะได้ดู ผมขออนุญาต ที่ท่านประธานและท่านผู้ชี้แจงในขณะนี้ได้กรุณาดูตามที่ผมจะได้อภิปรายต่อไปนั้น ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงตัวเลขใหญ่ ๆ ของแต่ละหน่วยงานที่เกิดขึ้นตามรายงานของท่าน หน้า ๔๘ เปึนตัวเลขของกรมทางหลวง กรมทางหลวงมีการโอนงบประมาณถึง ๑,๑๖๔ ล้านบาท เหตุผลของกรมทางหลวงก็คือว่าตามมติ ครม. เพราะว่าไม่สามารถ ทําตามสัญญาได้ทันในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ แล้วก็เนื่องจากว่าผู้ประกวดราคาขอยกเลิก ผลประกวดราคาตามมติ ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ คําถามของผมก็ต้องถามท่าน เหมือนกันว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้เปึนประสบการณ์ หรือเปึนบทเรียนหรือไม่ว่า การที่บริษัทไม่สามารถทําสัญญาได้ หรือว่าผู้ที่ไปจ้างเหมาไม่สามารถทําได้ตามที่ตัวเอง ตั้งใจเอาไว้ มันเกิดปัญหาอะไรขึ้น แล้วมันจะเกิดขึ้นในป้อื่น ๆ ต่อไปหรือไม่ เงินของ กรมทางหลวงจึงมีการเปลี่ยนแปลงงบออกมาจนถึง ๑,๑๖๔ ล้านบาท ตามเหตุผลที่ว่านะครับ ผมดูเฉพาะตัวเลขใหญ่ ๆ เท่านั้นเองนะครับท่านประธาน เพราะว่าไม่ได้มีเวลามากนัก ที่จะได้ศึกษาเรื่องนี้ กรมชลประทาน ๒๒๒ ล้านบาท ที่เปึนตัวเลขใหญ่ ก็ต้องถามว่า ตอนแรกตั้งใจจะไปทําแหล่งแล้วก็ระบบส่งน้ําก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดกลาง โครงการที่คลองสียัด โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ําป์าสัก โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน โครงการประแสร์ โครงการฝายท่าระม้านี้ บอกว่าส่วนใหญ่ก็คือเงินงบประมาณเหลือ ถูกไหมครับ ถ้าดูจากตัวเลขอย่างนี้ เหลือ ๑๐ ล้านบาทบ้าง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๑ ล้านบาทบ้าง สุดท้ายกรมชลประทานเหลืองบถึง ๒๒๒ ล้าน บาท ที่เอาไปใช้ในการปัองกันและบรรเทาภัยจากน้ําอย่างนี้เปึนต้นนะครับ รวมตัวเลข ของกรมชลประทานคือ ๒๓๔ ล้านบาท ซึ่งผมก็เชื่อว่านี่ก็ยังเปึนเงินงบที่มีตัวเลข ที่ค่อนข้างใหญ่ หน้าต่อไปเปึนหน้าที่ ๑๕๔ ของกรมทางหลวง กรมทางหลวงดูตัวเลข ใหญ่ ๆ ก็คือ ๓๐๗ ล้านบาท ๓๐๗ ล้านบาทมาจากการที่งบประมาณเหลือจ่ายจากการที่ ได้ดําเนินงานสําเร็จตามวัตถุประสงค์และเปัาหมายที่กําหนดแล้วเหลือตั้ง ๓๐๗ ล้านบาท จากโครงการต่าง ๆ ใช่ไหมครับ แสดงว่าตัวเลขมันเกินหรืออย่างไร เขาตั้งตัวเลขไว้เกิน ขนาดนั้นมันจึงเหลือจ่ายจากงบที่ทําสําเร็จแล้วเปึนตัวเลข ๔๕ ล้านบาทบ้าง ๒๑๘ ล้านบาทบ้าง อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ตัวเลขของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ในหน้า ๑๖๖ มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขไปอีก ๑๒๖ ล้านบาทเศษ ๆ ส่วนใหญ่ก็เหตุผลเดียวกัน ดําเนินงานสําเร็จตามวัตถุประสงค์และตามเปัาหมายแล้ว นั่นแสดงว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ก็แสดงว่าตั้งงบประมาณไว้เกินแล้วจึงโยกงบประมาณ ไปใช้ในหมวดอื่น เรื่องอื่น นําไปใช้ตามนโยบายเร่งด่วน หน้านี้สําคัญมากครับ ท่านประธาน หน้า ๑๖๖ ท่านตอบผมชัด ๆ เลยนะครับ ๑๒๖ ล้านบาท ที่ท่านโอนไปท่าน บอกว่าเปึนค่าก่อสร้างฝายผสมผสานตามมติ ครม. วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ๑,๐๐๐ แห่ง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ แห่ง ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท เปึนเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช่ครับ เพาะชําหญ้าแฝก ๔๗๕,๐๐๐ กล้า เปึนเงินอีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมตัวเลข ๒ ตัวนี้ มันก็ ๕,๗๘๓,๗๕๐ บาท ทําไมตัวเลขรวมของท่านจึงกลายเปึน ๑๒๖,๒๙๒,๕๙๒ บาท ตัวเลขในตารางของงบประมาณที่โอนไปกับเหตุผลที่ให้ใน (๒) ที่ท่านให้ตัวเลขนี้ไม่ตรงกัน และต่างกันอย่างมาก ผมอาจจะดูไม่ละเอียดถ้าผมไม่ละเอียดผมขออภัย แต่ถ้าผมดูจาก ตรงนี้แล้วผมก็เป่ดหน้าอื่น ๆ นะครับท่านประธาน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ผมไม่เห็นตัวเลขอื่นที่รวมแล้วได้ ๑๒๖ ล้านบาท หรือเหตุผลอื่น หรือโครงการอื่น ผมยังไม่เห็นนะครับ ถ้ามีท่านอธิบายแล้วกันเดี๋ยวผมจะนั่งรอฟังคําตอบ จากท่านนะครับ ผมขออนุญาตพอมีเวลานะครับ สํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาเปึนตัวเลขใหญ่อีกเหมือนกัน ๑,๗๔๘ ล้านบาท มาจากไหน ปัญหาคือ เปึนงบบุคลากรเพื่อโอนไปเบิกจ่ายให้ถูกต้องตามบัญชีถือจ่ายของผู้สําเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและผู้รับบริการการฝ๊กอบรมและพัฒนาวิชาชีพระยะสั้น ของประกาศนียบัตรวิชาชีพ ๓๓๓ ล้านบาท เพื่อฝ๊กอบรมและพัฒนาวิชาชีพระยะสั้น ๑,๔๑๕ ล้านบาท ปัญหานี้เกิดอะไรขึ้นกับเงิน ๑,๗๔๘ ล้านบาท ซึ่งถ้าผมอ่านแค่นี้ ผมอาจจะมองได้ว่ามีการเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง มีอีกบัญชีหนึ่งหรืออย่างไร แล้วเปึนเงิน เบิกจ่ายงบบุคลากร ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท หน้า ๒๑๑ ตัวเลขนี้ขอคําอธิบายจริง ๆ เพราะว่าอ่านแล้วตกใจ ถ้าหากว่าท่านทําบัญชีกันผิดหรืออะไรสักอย่างมันเกิดอะไรกันขึ้น ในสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจดูหน่วยงานอื่นแล้วผมก็เหลียวมาดู สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องดูหน่อยมีการโอนงบที่ว่าเกิดขึ้นหรือไม่ ตัวเลขไม่เยอะ ๑๘,๓๔๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ว่าสิ่งที่เราพูดกันมาอยู่ตลอดก็คือว่า งบต่างประเทศโอนมาใช้ในประเทศได้หรือไม่ ป้ ๒๕๕๑ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชนที่ผมเปึนกรรมาธิการอยู่ ถามคําถามนี้ตั้งแต่ต้น เพราะเรารู้ว่าเศรษฐกิจ บ้านเราไม่ดี อยากจะขอเอางบที่ต้องไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้เสียหายนะครับ ท่านเองก็เปึนคนหนึ่งบอกว่าผมไม่อยากเดินทาง ต่างประเทศ ผมไม่ค่อยอยากจะไปสุขภาพผมอาจจะไม่ดีนัก และผมก็ไม่ชอบขึ้นเครื่องบิน ท่านบอกว่าเอาเงินมาใช้ในประเทศดีกว่าไหม มาจัดทําโน้นทํานี้กัน เพื่อที่จะได้เปึน ประโยชน์ต่อคนในประเทศ แล้วก็ทําให้ประชาชนนั้นเข้าใจถึงการพัฒนาการเมือง มากยิ่งขึ้น ซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนความคิดที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ถามมาที่สภาทีไรสภาบอกว่าโอนงบ ระหว่างต่างประเทศมาใช้ในประเทศไม่ได้ แต่สุดท้ายในรายงานของท่านท่านบอกว่า จากผลผลิตสนับสนุนการดําเนินงานตามภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญทั้งในประเทศและด้านต่างประเทศก็มีการโอนมา ๑๔ ล้านบาท แล้วโอน ไปทําอะไร โอนไปพัฒนาระบบบริหารจัดการการรักษาความปลอดภัยเพื่อสนองตอบ ภารกิจของรัฐสภา ๑๔ ล้านบาท ไปรวมกับ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เรื่องประชาสัมพันธ์ เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ๑๔ บวก ๔ เปึน ๑๘ ล้านบาท ก็เอาไปเปึนเรื่องของพัฒนาการรักษาความปลอดภัย ในรายละเอียดบอกว่าไปเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เช่น ค่าตอบแทนพิเศษ ของข้าราชการฝ์ายรัฐสภาเปึนค่าครุภัณฑ์ เปึนค่าใช้จ่ายในการดําเนินการของพิพิธภัณฑ์ ของรัฐสภาอย่างนี้เปึนต้น ก็ถามคําถามนะครับว่า ตกลงสภาแห่งนี้ทําไมตอบคนละครั้ง สองครั้ง จนมาถึงปัจจุบัน บางครั้งผมเข้าประชุมผมก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจเหมือนกัน ท่านเลขาธิการตอบอย่างหนึ่ง ท่านประธานก็ปฏิบัติอีกแบบหนึ่งอย่างนี้เปึนต้น ตกลง งบต่างประเทศเอามาใช้ในประเทศได้หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เรามีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า เราจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินตราต่อต่างประเทศ
สุดท้าย สํานักงบประมาณของท่านอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมเชื่อว่า ผมยังมีความคิดนะครับว่าหน่วยงานของท่านน่าจะดูเล็กเกินไปในภารกิจ อันยิ่งใหญ่ คือการจัดสรรดูแลงบประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ท่านจะเชี่ยวชาญ ขนาดไหนครับ ท่านจะมีคนที่รู้ทุกเรื่องตั้งแต่วิทยาศาสตร์ สาธารณสุข ประมง ป์าไม้ แล้วไปตรวจสอบเงินงบประมาณของหน่วยงานอื่น จากการส่งคนของท่านไปประเมิน ผลงาน บรรยากาศของการที่เราประชุมงบประมาณกันในแต่ละป้ ป้ที่แล้วผมได้ไปเปึน กรรมาธิการงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๒ นะครับ ยังมีความรู้สึกด้วยเหมือนกันว่าบางที ก็รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ของสํานักงบประมาณดูจะมีอิทธิพลอย่างมากในการที่จะ ของบประมาณจากที่นั่นที่นี่ ตั้งตัวเลขเท่านั้นเท่านี้ จะขยับตัวเลขให้ได้หรือไม่ได้ ผมดูว่า ท่านดูมีอิทธิพลสูงมากเลยนะครับ
คําถามก็คือว่า หน่วยงานของท่านถูกตรวจสอบโดยใคร มีธรรมาภิบาล มากน้อยขนาดไหน ท่านมีความรู้ ความเชี่ยวชาญมากกว่าคนในหน่วยงานอื่น ๆ จริงหรือไม่ นี่คือคําถามที่ผมอยากถามท่านครับ ขอบพระคุณครับ
ผมจะเรียนชี้แจงพาดพิงถึงเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมได้เคยชี้แจงในที่ประชุม ประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะนะครับว่า การโอนงบประมาณสามารถทําได้ครับ แล้วก็เปึนอํานาจของหัวหน้าส่วนราชการ คือ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนะครับ แต่ต้องทําความตกลงกับสํานักงบประมาณเสียก่อน เพราะฉะนั้นการโอนงบประมาณ ต่างประเทศมาใช้ในประเทศนั้นสามารถทําได้ครับ ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จะพูดถึงเรื่องที่พาดพิงเสียก่อนนะครับ ไม่เสียหาย ก็ไม่เปึนอะไรนะครับ ผมขอกราบเรียนว่าเมื่อป้งบประมาณที่แล้ว ป้ ๒๕๕๑ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน เปึนคณะเดียวของคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาที่ไม่เดินทาง ไปต่างประเทศ แล้วเราก็มีความคิดเห็นว่าเมื่อไม่เดินทางไปต่างประเทศแล้ว สิทธิที่คณะกรรมาธิการของเรา ๑๕ คนควรจะได้ คือเงินตัวนั้นน่าจะนํามาใช้ในการ พัฒนาการเมือง ทางคณะก็ได้ผลิตสื่อออกมาเปึนหนังสือเล่มเล็ก ๆ ในการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม แต่ก็เปึนที่น่าเสียดายนะครับ ไม่สามารถ โอนงบส่วนนั้นมาใช้ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ และในป้นี้ครับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้เดินทางไปต่างประเทศ ผมเองก็ ปฏิเสธในการเดินทาง เนื่องจากผมได้ดูงานในต่างประเทศที่ประเทศญี่ปุ์นเปึนเวลา ๙ ป้ โดยการ ทํางานจริง ท่านประธานครับทีแรกว่าจะไม่อภิปรายในเรื่องการโอนงบ ผมว่าจะรออภิปรายเรื่องระบบบริหารราชการแล้วก็จะเอาเรื่องโอนงบนี้เข้าไป เนื่องจาก ผมเปึน ส.ส. สมัยแรกก็อยากจะดูว่าวิธีการงบประมาณเปึนอย่างไร จะเหมือนที่ สภาจังหวัดหรือไม่ เข้าใจว่าการโอนงบประมาณคือการเปลี่ยนโครงการ ซึ่งตัวนี้ถ้าจะว่า จริง ๆ แล้วงบประมาณควรจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อมีการโอนงบประมาณก็คือ การเปลี่ยนโครงการหรือเปลี่ยนงบลงทุนทั้งหมด เข้าใจว่างบค่าใช้จ่ายประจํานั้นคงไม่มี การโอนหรือการเปลี่ยน กระผมจะขอพูดอภิปรายไปที่ ๓ กระทรวง คือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผมจะพูดไปที่กรมชลประทาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพี่น้องของกระผมที่จังหวัดสกลนคร ถ้าดูในงบกรมชลประทานได้โอนเงิน ออกแล้วก็โอนเงินเข้า ตัวเลขเท่ากันเป็ะ โอนเงินออก ๑,๒๕๘,๗๓๐,๙๗๕ บาท โอนเงิน เข้าคือรับโอนนะครับ ๑,๒๕๘,๗๓๐,๙๗๕ บาท นี่หรือครับคือการโอนงบประมาณ ผมว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงโครงการงบประมาณที่สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาได้อนุมัติไป อยากตั้งคําถามไปที่สํานักงบประมาณ เพราะว่าในการโอนเงินออกของกรมชลประทาน ได้ตกลงกับสํานักงบประมาณ ๑,๐๒๓,๘๘๘,๙๐๑ บาท และใช้อํานาจของหัวหน้า ส่วนราชการ ๒๓๔,๘๔๒,๐๗๔ บาท เหตุผลในการโอนงบประมาณ ผมเป่ดมาดูเหตุผล และการโอนงบประมาณลงรายละเอียดไปอยู่ที่สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โครงการเดิมที่ได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร คือการปฏิบัติการฝนหลวง และบริการด้านการบิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้จะเปึนตัวอย่างเท่านั้นนะครับ ท่านให้เหตุผลว่าเพื่อเอาเงินส่วนนี้ที่โอนออกไปดําเนินงานในรายการที่สําคัญและมีความ จําเปึนเร่งด่วนกว่า รายการที่ท่านจําเปึนและเร่งด่วนกว่าอยู่ด้านขวามือ ท่านเอาเงินมา ๑๔ ล้านบาท ท่านเอาไปทําอะไรครับ ซื้อรถยนต์ให้หน่วยงานราชการ ๒๒ คัน เร่งด่วน กว่าอย่างไร รถเก่าใช้ไม่ได้หรืออย่างไร แล้วมาดูโครงการที่พี่น้องของกระผมในจังหวัด สกลนคร ๔-๕ อําเภอที่ได้รับผลกระทบ คือพี่น้องในอําเภอพังโคน อําเภอวาริชภูมิ อําเภอ นิคมน้ําอูน อําเภอพรรณานิคม และอําเภอกุดบาก ผลกระทบจากอะไรครับ ผลกระทบ จากการที่กรมชลประทานได้สร้างเขื่อนน้ําอูนเมื่อป้ ๒๕๑๑ ป้ ๒๕๑๒ รัฐจะต้องจัดหา ที่ดินทํากินให้เขา ๑๓ ไร่ และที่อยู่อาศัยอีก ๒ ไร่ เปึน ๑๕ ไร่ เขื่อนสร้างเสร็จ เมื่อป้ ๒๕๑๒ ท่านประธานที่เคารพ ๔๐ ป้ล่วงแล้วจนถึงป้ ๒๕๕๒ พี่น้องของกระผม ๓,๓๕๑ ครัวเรือนยังไม่ได้รับที่ดินทํากินและไม่ได้รับเงินชดเลย เร่งด่วนไหมครับ ให้ตายก่อน ๓ ช่วงอายุคนถึงจะได้หรืออย่างไรครับ อันนี้ผมถามไปที่สํานักงบประมาณว่า กรมชลประทานเมื่อไรจะตั้งชดเชยเขาค่าที่ดินทํากิน
ท่านประธานที่เคารพ มาดูกรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคม อันนี้ ต้องเข้าใจว่ารายการโอนงบทั้งหมดไม่ใช่รัฐบาลปัจจุบัน เปึนรัฐบาลท่านสมัคร ย้ําอีกครั้ง นะครับ เหตุผลในการโอน ใช้เหตุผลเดียวกันเลยครับ เพื่อความจําเปึนเร่งด่วน เนื่องจาก ไม่สามารถทําสัญญาได้ภายในป้งบประมาณ สํานักงบประมาณครับ เมื่อส่วนราชการ เหล่านี้ไปขอทําความตกลงกับท่าน ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาว่าเปึนการเปลี่ยนแปลง งบประมาณ เปึนช่องทางทุจริตหรือไม่ และการที่บอกว่าไม่สามารถทําสัญญา ได้งบประมาณอนุมัติ ๑๒ เดือนไม่สามารถทําสัญญาได้ นั่นคือความไร้ประสิทธิภาพ ของระบบราชการและข้าราชการไทยในกรมนั้น กระทรวงนั้น ที่ควรจะไล่ออก เอาไว้ทําไมครับ ๑๒ เดือนไม่สามารถทําสัญญาได้เลย ท่านเขียนแผนผังงบประมาณ ผ่านคณะกรรมาธิการ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรถกกันแล้วถกกันอีก เตรียมการกันอย่างไร แล้วท่านรู้ไหมครับว่าถ้าโครงการนี้ในการคิดคํานวณค่าใช้จ่ายของโครงการเพื่อให้เกิด ผลผลิต ท่านคํานวณจากค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน ถ้าโครงการนั้นไม่ได้ทํา แล้วถ้าจะย้อน กลับมาทํา ท่านคิดว่ามันจะใช้ในจํานวนเงิน ยอดเงินเดิมได้หรือครับ นี่คือความเสียหาย และคิดว่าการที่ท่านเสนอโครงการนี้ขึ้นมาท่านย่อมเห็นแล้วว่ามันเร่งด่วนกว่าโครงการ อื่น ๆ โครงการอื่น ๆ ย่อมมีความสําคัญน้อยกว่าไม่เข้าแผนยุทธศาสตร์ ท่านจะเอา โครงการนั้นมาเปึนโครงการที่ได้รับการอนุมัติ เพราะโครงการที่เสนอโดยส่วนราชการ ขึ้นมานั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าไม่ใช่มีแต่เฉพาะโครงการที่ได้รับอนุมัติ ตามพระราชบัญญัติงบประมาณของป้นั้นนะครับ เปึนหมื่น ๆ แสน ๆ โครงการครับ ที่ได้ถูกตีตกไป เมื่อโครงการที่ได้รับอนุมัตินั้นเปึนสําคัญกว่าควรได้รับ แล้วท่านบอกว่า มีอย่างอื่นเร่งด่วน ผมว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะไปใช้ในการแก้ไขนะครับ ท่านประธานครับ ถ้ามองในอีกอย่างหนึ่งก็คือ แล้วโครงการที่ท่านบอกว่าสําคัญ เร่งด่วนกว่านั้น ท่านได้ สํารวจ ออกแบบโครงการ คํานวณค่าใช้จ่ายของโครงการไว้มาก่อนหรือไม่ ถ้าสมมุติว่า ในเดือนกันยายนของทุกป้ท่านจะต้องโยกงบ เปลี่ยนงบแล้ว ถามว่าถ้าไม่มีการออกแบบ มาก่อนนี่ ท่านเอาอะไรมาเปึนตัวคํานวณราคา แล้วถามว่าถ้าท่านคํานวณออกแบบ คํานวณราคามาก่อนแล้ว ทําไมโครงการนี้ตอนที่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณจึงไม่สําคัญเร่งด่วนกว่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะชี้ประเด็นนี้นะครับ ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรกครับ บางทีเห็น ไม่อยากจะ ว่ากันเอง แมลงวันไม่อยากตอมแมลงวันนะครับ เข้าใจว่ามีการวิ่งเต้นกับอธิบดี แต่ละกระทรวง แต่ละกรม เพื่อให้งบประมาณได้ลงไปยังพื้นที่ของตัวเอง ใครเปึน ส.ส. หลายสมัยก็ได้เปรียบครับ สมัยแรกนั่นก็เปึนเหยื่อครับ ถ้ายิ่งมานั่งเฝัาสภา ประชุมสภา ไม่เคยรู้จักอธิบดี ไม่เคยรู้จักรัฐมนตรี อันนี้จบเลยครับ ถ้าการพิจารณางบประมาณ ไม่เปึนธรรม เรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพ กรมทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน เร่งด่วนคือทาง ๔ เลน ทาง ๔ ช่องทางการจราจร ท่านประธานครับ ในบ้านผมนี่อําเภอ พังโคนกับอําเภอวาริชภูมิ รถชนกันตายแทบทุกวันครับ เพราะว่ามันแคบ เปึนถนน สายหลักที่ต่อเข้าไปยังชายแดนลาวผ่านมาที่จังหวัดหนองคายได้รับการอนุมัติ งบ ๔ ช่องทางจราจรครับ แต่ว่าแค่ ๑ กิโลเมตรเศษ ๆ เท่านั้นเองครับไว้หน้ามหาวิทยาลัย ผมทั้งยื่นกระทู้ ทั้งอภิปราย แล้วท่านโยกไปทําอะไรครับ ท่านโยกเอาไปปรับปรุงใน กรมทางหลวงชนบทนะครับ ปรับปรุงเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ติดตั้งไฟทั่วประเทศ แต่ตรงนั้นหน้ามหาวิทยาลัยครับ นักศึกษาเข้าออกครับ เปึนย่านชุมชนที่มีสถิตินะครับ ไฟยังไม่ตั้งให้เลยครับ มี ๔ ช่องทางจราจรแต่ไม่มีไฟครับ อุบัติเหตุยังเหมือนเดิมและเปึน ทางเข้าเขื่อนน้ําอูนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องของกระผม ๓,๓๕๑ ครัวเรือนด้วย ก็ฝากสํานักงบประมาณนะครับ ท่านกรุณาได้โปรดพิจารณาว่าเหตุผลที่บอกว่าโครงการ อื่น ๆ จําเปึนเร่งด่วนกว่านั้นจริงหรือไม่ ได้มีการโยกเปลี่ยนแปลงโครงการแล้วก็มี การทุจริตหรือไม่ ควรพิจารณาข้าราชการในกรมที่ไม่สามารถจัดทําสัญญาได้ทันทั้งที่ ใช้เวลา ๑๒ เดือนแล้วนั้น ไม่ต้องให้โบนัสครับ ภาคทัณฑ์ไว้ถ้าป้หน้ายังไม่มีทาง ทําสัญญาได้อีกครับ ไล่ออกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสุดท้ายครับ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอถือโอกาสอภิปรายรายงานการ โอนงบประมาณรายจ่ายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน ๒๕๕๑ นะครับ เปึนที่น่าสังเกตว่ามีงบประมาณที่โอนออกจํานวนประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบเปึนสัดส่วนเปอร์เซ็นต์แล้วก็คงจะอยู่ที่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้นั้นนะครับ แล้วก็มีรายการที่รับโอนเข้านี่ ก็อยู่ที่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ในรายการที่โอนออกนี้นะครับ ผมตั้งข้อสังเกต ว่าเหตุที่มีงบประมาณโอนออกหรือเหลือจ่ายอาจจะมี ๒ ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่ ๑ ก็คือเปึนไปด้วยเหตุผลที่ดี เช่น มีการประหยัดงบประมาณ มีการบรรลุวัตถุประสงค์โดยใช้งบประมาณที่น้อยกว่าที่ตั้งไว้ อันนี้ก็เปึนเหตุผลที่ดี
อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะเปึนเหตุผลที่ไม่ค่อยดี หรือมีความจงใจที่จะทําให้ งบประมาณนั้นไม่สามารถใช้ได้หรือมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากวัตถุประสงค์ ที่สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาอนุมัติไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ อาจจะ ด้วยเหตุผลของข้าราชการประจําก็ดี หรืออาจจะด้วยเหตุผลของข้าราชการการเมืองก็ดี เพราะว่าก็ทราบข่าวมาราว ๆ ว่าบางครั้งก็เปึนวัตถุประสงค์ในเชิงของการเมือง หรือพรรคการเมือง ทําให้งบประมาณนั้นไม่ออกไปตามที่ควรจะเปึน ในส่วนนี้ก็เปึน เหตุผลที่สภาผู้แทนราษฎรจําเปึนที่จะต้องค้นหาสาเหตุ แล้วก็นําไปแก้ไขปัญหา เพราะว่า เมื่อมีการประหยัดงบประมาณ แต่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้ก็ถือว่าประเทศชาติ เสียหาย ในส่วนที่รายการงบที่โอนออกมานี่ อาจจะด้วยเหตุผลที่ดีก็ตาม หรือเหตุผล ที่ไม่ดีก็ตาม เมื่อมีการนํารายการงบนั้นไป รายการที่รับโอนเข้า ควรจะได้ผลที่ดี ส่วนนี้ ผมฟังเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็เปึนกังวลมากว่างบประมาณที่นําไป รับโอนจะเปึนธรรมหรือไม่ ประเด็นสําคัญเลย เปึนธรรมหรือไม่ คําว่า เปึนธรรม ก็หมายความว่า มีความทั่วถึง มีความเท่าเทียมกันหรือไม่ ผมฝากตั้งข้อสังเกตว่า ในป้ต่อไปหรือโอกาสต่อไปสํานักงบประมาณควรที่จะนําข้อนี้มาพิจารณาเปึนพิเศษ เพราะว่าสภานี่ก็รับรู้สิ่งที่นอกเหนือวิสัยที่สภาผู้แทนราษฎรก็คือตัวแทนของประชาชน ที่จะมีโอกาสได้เข้าไปรู้รายละเอียด ควรจะเปึนโครงการที่มีโอกาสที่ทุกคนจะได้รับ ยกตัวอย่าง น่าจะเปึนโครงการที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือคนยากจน เช่น คนยากจนไม่ว่าอยู่ ในภูมิประเทศใด จังหวัดใด ในภูมิภาคใด เขาเปึนผู้มีสิทธิคนแรกที่จะได้รับ นอกจากนั้นก็ จะเปึนกลุ่มของผู้สูงอายุ เมื่อทุกคนมีสิทธิที่จะมีอายุเข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุเขาก็จะได้รับสิทธิ เหล่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุก็ได้ผ่านสภาแล้ว ซึ่งงบประมาณที่จัดให้ นี่ก็เพียงน้อยนิดเดือนละ ๕๐๐ บาท ในส่วนนี้ยังสามารถที่จะเพิ่มโบนัสให้ผู้สูงอายุได้ ยกตัวอย่าง คนอายุ ๖๐ ป้นี่ก็อาจจะปรับเปึน ๖๐๐ บาท ๗๐ ป้อาจจะเปึน ๗๐๐ บาท ๘๐ ป้เพิ่มขึ้นไป ๑๐๐ ป้ อยู่ได้ถึง ๑๐๐ ป้อาจจะเปึน ๑,๐๐๐ บาทอย่างนี้เปึนต้น ในส่วนนี้ เมื่อมีการปรับปรุงงบประมาณให้ไปรับโอนในหมวดที่เปึนเรื่องของการช่วยเหลือ ประชาชนที่ยากจนหรือผู้ด้อยโอกาสแล้ว ผมเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะไม่ ครหานินทาว่าการจัดงบประมาณนั้นเปึนไปอย่างไม่เปึนธรรมอย่างแน่นอน นอกจากนั้น จะขอยกตัวอย่างเรื่องของนักเรียน โครงการอาหารกลางวันนักเรียนปัจจุบันผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งวุฒิสมาชิกก็ดี ได้นํามากล่าวในสภาว่าอาหารของนักเรียน ตามโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ได้คุณภาพของอาหาร ๕ หมู่อย่างแน่นอน ยกตัวอย่าง กินมาม่ากับข้าวเปล่า มาม่า ประทานโทษที่เอ่ยยี่ห้อ บะหมี่สําเร็จรูปกับข้าวเปล่า มันก็คือ คาร์โบไฮเดรตกับคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ก็ไม่มีโปรตีน ไม่มีอาหารที่ครบ ๕ หมู่ เนื่องจากว่า งบประมาณที่จัดลงไปในโครงการอาหารกลางวันมีไม่เพียงพอ ก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้จัดงบประมาณอาหารกลางวันให้ไปครบถ้วน ในป้ ๒๕๕๓ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคุณภาพอาหารเปึนสิ่งสําคัญที่จะพัฒนาสุขภาพ ร่างกายและสมองของเยาวชน ถ้างบประมาณที่เหลือจ่ายประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าได้ลงไปในกองทุนอาหารกลางวัน ให้โรงเรียนต่าง ๆ ได้บริหารแล้ว ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องเสียเวลามารับรู้รับทราบสิ่งที่จัด งบประมาณโครงการที่ไม่ใช่โครงการเร่งด่วน แล้วก็จําเปึนนะครับ ซึ่งโครงการที่ไม่เร่งด่วน จําเปึน แล้วอาจจะมีความลําเอียงในการจัด หรืออาจจะมีเหตุผลทางการเมือง สามารถที่ จะมาจัดในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ถัดไปได้อย่างแน่นอน
ต่อไปก็คือเรื่องของผู้ป์วยนะครับ ปัจจุบันผู้ป์วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็จะมีสิทธิแต่เรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องหยูกยา การผ่าตัด แต่ว่าบุคคลเหล่านี้ เมื่อมาอยู่โรงพยาบาล การเดินทางมาก็ดี เรื่องของผ้าอ้อมต่าง ๆ สําหรับคนที่ช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้ การขับถ่ายก็ดี โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ยากจนอยู่แล้วเขาจะไม่มีกองทุนที่จะมา ช่วยเหลือผู้ป์วยยากจนนี้ ผมเคยอยู่โรงพยาบาลอําเภอแกลง จังหวัดระยอง ทราบว่า มีกองทุนพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป์วยยากจน แล้วก็ทราบจากรายงานของกองทุนนี้ว่ามีประมาณ ๒๐๐ กว่าโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ซึ่งยังไม่ได้มีการสนับสนุนจากหน่วยราชการให้กองทุนนี้เติบโต แล้วก็นําเงินมาสงเคราะห์ อนุเคราะห์แก่ผู้ป์วยยากจนที่ตกทุกข์ได้ยากเจ็บป์วยในโรงพยาบาลรัฐบาล งบประมาณ ส่วนนี้ถ้าเราจัดสรรลงไปสู่กองทุนที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งเช่นนี้จะถือว่าเปึนประโยชน์ แล้วก็ส่งเสริมเกี่ยวกับให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ จะได้มีโอกาสหายไข้ หายป์วย แล้วก็มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาต่อสู้กับชีวิต แล้วก็มีกําลังเรี่ยวแรงในการสร้างชาติต่อไป นะครับ ผมก็ฝากข้อสังเกตเรื่องของรายงานฉบับนี้ในส่วนนี้
ประเด็นสุดท้ายครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ในวรรคสาม ให้รัฐบาล รายงานกรณีที่มีการโอนหรือนํารายจ่ายงบประมาณที่กําหนดไว้ในรายการใดไปใช้ ในรายการอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจให้รัฐบาลรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๖ เดือน ในวันนี้เปึนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมก็อยากจะถามว่า ไม่ทราบว่า มารายงานในที่ประชุมรัฐสภาในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนั้น ในวันนี้มารายงาน ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะถูกต้องหรือไม่ อันนี้เปึนอีกประเด็นหนึ่งที่ฝากเรียนถามด้วย กราบขอบพระคุณครับ
คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด อุบลราชธานี ต่อรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งทางสํานักงบประมาณ ได้เอารายงานมาให้พวกเราดู ในป้ ๒๕๕๒ ผมได้มีโอกาสเปึนประธานคณะอนุ กรรมาธิการก่อสร้างแล้วก็จัดซื้อครุภัณฑ์ ซึ่งป้ ๒๕๕๒ นี้ประเทศไทยได้ประสบภาวะ ปัญหาเศรษฐกิจ เราก็ได้ขอร้องท่านอธิบดี ท่านผู้มาชี้แจงว่าป้นี้อย่างไรขอร้องว่า อย่าได้ซื้อรถ อย่าได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้ามีอยู่ก็ให้ท่านใช้ไป รถที่มีสภาพพอใช้ได้ก็ให้ ท่านใช้ไปต่อ เพราะตอนนั้นราคาน้ํามันก็แพงมาก เราก็มาพูดกันเรื่องพลังงานทดแทน ทุกกรม ทุกกระทรวงก็ได้รับทราบในรายละเอียดที่คณะกรรมาธิการได้ขอร้องไป และในช่วงเดือนนี้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ซึ่งผมก็เปึน รองประธานคณะกรรมาธิการ ก็ได้เชิญแต่ละส่วน แต่ละกรม แต่ละกองของแต่ละ กระทรวงมาชี้แจง ผมตกใจมากครับแต่ละกรมได้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปซื้อรถครับ กรมหนึ่ง ๑๐ คัน ๒๐ คันบ้าง ซื้อคอมพิวเตอร์แล้วมาชี้แจงรายละเอียดในขั้นที่เราอนุมัติ งบประมาณไป เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท กว่าจะผ่านไปเปึนชั่วโมง พอท่านมาโอนเปลี่ยนแปลงซื้อคอมพิวเตอร์ทีหนึ่งก็ ๑๐๐ ชุด ราคาก็แพงเกินความเปึนจริง แล้วก็ซื้อแบบสเปคตกรุ่นอะไรอย่างนี้เยอะแยะเลยครับ แล้วที่เปึนข่าวในวัน ๒ วันที่ผ่านมา ก็คือทาง ครม. ได้อนุมัติงบค่าเสียโอกาสให้กับยายไฮที่อยู่อําเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ผมมี ความเปึนห่วงว่าวันนี้ผู้เสียโอกาสจากการสร้างเขื่อนห้วยละห้า ที่อําเภอนาตาล มีพี่น้องเสียโอกาสอย่างมากมาย แต่วันนี้รัฐบาลของ ฯพณฯ ท่านทักษิณก็คืนนาให้กับยายไฮ แต่ความเดือดร้อนก็เกิดขึ้น ครับ เพราะพี่น้องประชาชนประมาณ ๓๐-๔๐ หลังคาต้องใช้น้ําจากห้วยละห้า วันนี้รัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชยค่าเสียโอกาสให้กับยายไฮ ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมลูกหลาน ซึ่งเปึนคน ๓ ครอบครัว แต่มีพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนอีกกําลังจะ ตามมาขอค่าเสียโอกาสกับรัฐบาลอีก ผมไม่อยากให้ความวุ่นวายเกิดขึ้นต่อไปก็อยากจะ ฝากถึงรัฐบาลว่า ถ้าเอาเงินให้ยายไฮไปพร้อมลูกหลาน ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท ให้รัฐบาล ต้องไปป่ดเขื่อนห้วยละห้าเพื่อเอาน้ํากลับมาให้พี่น้องประชาชนใช้ คนที่เดือดร้อนใช้ ถ้าอย่างนั้นนะครับพี่น้องที่อยู่ห้วยละห้าก็จะมาเดินขบวนขอค่าเสียโอกาส แล้วก็จะขอ ค่าเสียโอกาสอีกหลาย ๆ ที่ในการสร้างเขื่อนของเราทั่วประเทศ แล้วนอกจากนั้นแล้ว ค่าอาหารนักโทษซึ่งในขณะนี้แต่ละเรือนจํายังไม่ได้รับค่าอาหารตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ก็ยังรอการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมก็เห็นด้วยในการที่จะโอนเปลี่ยนแปลงถ้าโอนไปใช้ในความจําเปึนนะครับ สิ่งที่ไม่ได้ ตั้งงบประมาณไว้แต่เปึนภารกิจที่จะต้องทําตามนโยบายรัฐบาลก็เห็นด้วยในการที่จะโอน แต่ว่าวันนี้บางที ฯพณฯ รัฐมนตรีบางกระทรวงยังไม่รู้เลยครับว่าลูกน้องในกระทรวง ของท่านโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ไปใช้ในภารกิจที่ไม่จําเปึน อย่างไปต่างประเทศบ้าง อย่างโอน ไปซื้อรถบ้าง อย่างโอนไปซื้อคอมพิวเตอร์บ้างนะครับ ก็อยากจะฝากทางกรรมาธิการ ผมก็มีเรื่องที่จะฝากแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ
มีสมาชิกสอบถามกันมากนะครับ ขอเชิญท่านที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ คุณภุชพงศ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาซักถาม เกี่ยวกับรายงานการโอนครั้งนี้นะครับ ก็ขออนุญาตว่าทําไมถึงต้องมีการโอนเกิดขึ้นนะครับ เนื่องจากสาระสําคัญอันหนึ่งก็คือว่างบประมาณที่ตั้งไว้เปึนงบประมาณ ตั้งล่วงหน้า ประมาณ ๑ ป้นะครับ เมื่อถึงเวลาการใช้จริงแล้วย่อมมีเหตุขัดข้องหรือข้อที่ต้องมีการ เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนะครับ ดังนั้นจึงต้องมีการโอนเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สํานักงบประมาณได้ตั้งประเด็นไว้ว่าในการโอนเพื่อแก้ปัญหาในการดําเนินงานเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการให้บริการ เพื่อเพิ่มคุณภาพในการให้บริการ พัฒนาบุคลากร พัฒนา เทคโนโลยีและเพื่อสนับสนุนการบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด รวมทั้ง ต้องมีความสอดคล้องกับเปัาหมายการให้บริการกระทรวงและเปัาหมายยุทธศาสตร์ของชาติ โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของประชาชน ความประหยัด ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และที่สําคัญก็คือต้องไม่ทําให้เปัาหมายผลผลิตโครงการตามแผนงานเปลี่ยนแปลงลดลง ในสาระที่สําคัญและไม่มีหนี้ ที่สําคัญก็คือค่าสาธารณูปโภคค้างชําระ เมื่อสิ้นป้งบประมาณนะครับ สําหรับประเด็นปัญหาที่เมื่อสักครู่มีการกล่าวถึงมากก็คือว่า การโอนฉบับนี้ทําไมถึงล่าช้าออกไป ที่จริงแล้วฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๒ มันติดพันมาจาก ฉบับแรกครับ คือฉบับแรกเราได้ตรงเวลานะครับ วันที่ ๑ ตุลาคม ได้เสนอขึ้นมา แต่ว่าได้ติดขัดหลายอย่างจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทําให้เล่มแรกได้เข้าสู่สภา ประมาณเดือนพฤษภาคม เมื่อเล่มแรกยังไม่ไปเราก็ไม่สามารถคาดเดาว่าเล่มที่ ๒ หน้าตาควรจะเปึนอย่างไรเพราะยังไม่ได้รับการชี้แนะจากท่านสมาชิกทั้งหลายนะครับ เมื่อผ่านสภาไปแล้วเราก็นําคําชี้แนะของท่านต่าง ๆ มารวมอยู่ในเล่มที่ ๒ นะครับ ซึ่งการจัดทําเล่มที่ ๒ มันช้าออกไปนิดหนึ่งเพื่อว่าจะได้ให้เหตุผลที่สําคัญตอบคําถาม ทุกอย่างได้ในนั้น ซึ่งเล่มแรกท่านจะเห็นว่าเราโดนซักถามมาก ประเด็นต่าง ๆ มีมาก แล้วก็มารวมครั้งที่ ๒ นะครับ ถึงแม้รัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดเวลาให้เราชี้แจง แต่สํานักงบประมาณก็มีความตั้งใจว่าเราจะไม่ให้เกิน ๒ เดือนจากนี้ไป ซึ่งคาดว่า ในครึ่งแรกของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ จะสามารถชี้แจงได้ภายในเดือนตุลาคมนะครับ และครึ่งหลังในป้ ๒๕๕๓ ก็คงจะไม่เกินในเดือนธันวาคมนะครับ อันนี้ก็ถึงปัญหาที่ท่านได้ สอบถามกันมากก็คือเรื่องของงบกลางที่มีการจัดโอนงบประมาณไปและงบสํารองจ่าย เพื่อฉุกเฉินและจําเปึน งบประมาณ ๕,๙๗๒,๖๙๐,๐๗๖ บาทนะครับ เมื่อนําไปทํา นโยบายที่เร่งด่วนของรัฐบาลประกอบด้วย เปึนเงินทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันที่ ๒ ก็คือโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันที่ ๓ เพื่อเปึนเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มเติมประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท อันที่ ๔ เปึนเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายการศึกษาพื้นฐานโรงเรียนเอกชน ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท
มีอีกข้อที่ท่านสงสัยก็คือเกี่ยวกับว่าผลผลิตทําไมเห็นว่างบประมาณ เหลือจ่ายมาก ขออธิบายเพิ่มเติมว่าผลผลิตเปึนที่รวม ภายใต้ผลผลิตนั้นจะมีกิจกรรม และรายการมากนะครับ อย่างเช่นจะเห็นว่า ๒๐๐ ล้านบาทของกรมชลประทาน สมมุติ นะครับ ภายใต้ผลผลิตนั้นจะมีรายการ โครงการย่อยลงไปทางใต้นั้นอีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท เช่น ขุดคลอง ขุดดิน สร้างถนน เมื่อมีการประมูลและมี การเหลือจ่าย อาจจะมีสัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วก็มี หลายโครงการขึ้นมาเปึน ๒๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตชี้แจงในประเด็นต่อไปนะครับ
เรื่องการโอนข้ามหน่วยงานซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่ ตามหน้า ๑๔ และหน้า ๗๔ นะครับ มีเหตุผลว่าเปึนรับโอนงบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ํา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์าและพันธุ์พืช กรมป์าไม้ กรมทรัพยากรน้ําบาดาล ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๑๕ มาเปึนงบบุคลากร งบดําเนินงาน เนื่องจาก มีภารกิจเพิ่มเติมขึ้นไปครับ
สําหรับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งมีการโอนเงิน ๒๐๘ ล้านบาท ก็เปึนเงินอุดหนุนสําหรับสิทธิประโยชน์ข้าราชการและลูกจ้างถ่ายโอนเงินอุดหนุน เปึนค่าเงินเดือน ค่าจ้างสําหรับข้าราชการ ลูกจ้างถ่ายโอน ก็คือรับโอนจากสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตาม พ.ร.บ. กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ครับ
สําหรับในเรื่องของกรมทรัพยากรน้ําซึ่งโอนไปใช้ในงานเอ็กซโป (Expo) ที่ประเทศสเปนนะครับ โครงการนี้เปึนโครงการแสดงนิทรรศการพระราชกรณีกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของน้ําที่ประเทศสเปนครับ
สําหรับเงินโอนมีท่านถามว่าถ้าเผื่อจํานวนเงิน ๑๙,๕๑๔ ล้านบาทนี้นะครับ ถ้าไม่มีการโอน ไม่ใช้ ก็ต้องส่งคืนคลังครับ
สําหรับประเด็นอื่น ๆ ที่ยังตอบไม่ครบถ้วน ผมไม่ทราบว่าตอบได้ครบถ้วน หมดหรือยังนะครับ ถ้ายังไม่ครบถ้วนจะขอตอบเปึนเอกสารตามมาในภายหลังครับ เพราะรายละเอียดมีมากครับ ขอขอบคุณครับ
ยินดีครับ คืออะไรที่ยังตอบไม่ครบถ้วนก็ขอเปึนเอกสารภายหลังก็แล้วกันครับ ดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สํานักงบประมาณ ที่จริงแล้วควรจะให้ ผอ. สํานักงบประมาณมาชี้แจงต่อสภา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเปึน ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ได้เรียนเชิญ ผอ. สํานักงบประมาณไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ไม่เคยไปเลยครับ มอบหมาย ให้ลูกน้องคนใดคนหนึ่งมาชี้แจง แล้วตอบอะไรก็ไม่ได้ อย่างวันนี้คําถามของผม ผมถามว่าท่านยื่นผิดมาตรา ๑๖๙ เกิน ๖ เดือน วรรคสามนี่ครับ ท่านจะทําอย่างไร ท่านยื่นมา ๙ เดือน มาให้สภารับทราบ แต่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่าต้องยื่นให้สภา รับทราบภายใน ๖ เดือน ท่านจะตอบผมอย่างไรครับ แล้ว ผอ. สํานักงบประมาณก็ไม่มาเอง วันนี้สํานักงบประมาณมีอํานาจมากมาย หน่วยราชการต่าง ๆ อยากได้เงินใช้ อยากเปลี่ยนแปลงโครงการก็ไปวิ่งสํานักงบประมาณ วิ่งกับ ผอ. ถ้ารู้จักกับ ผอ. ดีก็อนุมัติกัน ง่ายดาย แบบนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน ท่านประธานต้องฝากเรียนไปถึงผู้ชี้แจงครับ ถ้าคราวหน้า ผอ. สํานักงบประมาณไม่มา ท่านประธานอย่าเอามารับทราบรายงาน ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ต้องให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมาธิการก็เหมือนกัน ทุกคณะครับ เชิญหน่วยงานไป เชิญปลัดกระทรวงไป ไม่ยอมมา ส่งแต่ระดับ ผอ. หัวหน้ากองมา แบบนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน สภาแห่งนี้เปึนสภาที่ทําหน้าที่แทน พี่น้องประชาชน ต้องให้เกียรติต่อสภาครับ อยากจะฝากท่านประธานไว้นะครับ เพราะไม่ได้ตอบผมหลายประเด็นเลย คําถามที่ผมถามไว้ เพราะท่านไม่จด ๓ ข้อ ผมถามไว้ครับ เดี๋ยวท่านลองตอบนะครับ ขอบคุณครับ
คุณบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก็ต้อง ขอสะท้อนความรู้สึกท่านว่า การอธิบายของท่านไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับการ รอคอยในการเข้าสู่สภาของท่านเลยนะครับ คําถามผมขอข้อเดียว หน้า ๑๖๖ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์าและพันธุ์พืช ๑๒๘ ล้านบาท ท่านลงรายละเอียดไว้แค่ ๕,๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วผมก็ตรวจดูตารางต่าง ๆ ที่ผมถามว่าผมอาจจะไม่แน่ใจ แต่ผมตรวจ ๒-๓ ครั้ง ไม่มีรายละเอียดของ ๑๒๖ ล้านบาท ที่บอกว่าไปทําเปึนพื้นที่ป์า เพื่อการอนุรักษ์ ถ้าท่านทํารายงานมาแบบนี้ก็เข้ามาอีกรอบหนึ่งดีไหมครับ ท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นก็จะบอกว่าทําแค่เปึนหนังสือกลับมา ก็ไม่มีประโยชน์ ละครับ ถ้าอย่างนั้นก็ทําหนังสือกลับมาแล้วก็ไม่ต้องดําเนินตามรัฐธรรมนูญที่เขียนกัน เอาไว้ ถ้ามาชี้แจงต่อสภาก็ต้องเอาให้ชัดเจน ตอบให้ได้ทุกคําถาม เพื่อแสดงความโปร่งใส ของหน่วยงานท่าน ผมจึงถามในประโยคสุดท้ายอย่างไรครับว่า แล้วเราตรวจสอบ ธรรมาภิบาล หรือวิธีการทํางานที่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานท่านอย่างไร ท่านเปึน สํานักงบประมาณในสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมก็เชื่อ ผมก็มั่นใจครับว่าพวกท่าน ก็คงจะมีความรู้ ความสามารถ แต่คําถามคือเมื่อมาสภาแล้วทําได้แค่นี้ ท่านกลับมาใหม่ ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ
ก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับ วาระการรับทราบการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้มีบทลงโทษไว้ แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับมติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ถ้าจะแขวนไว้ หรือนั่นก็แสดงว่าสภายังไม่ยินดีที่จะ รับทราบ แต่ก็ต้องเปึนมติของสภาผู้แทนราษฎรร่วมกัน สามารถทําได้นะครับ แต่ผมว่า ให้โอกาสท่านชี้แจงอีกสักนิดจนพวกเราหายข้องใจ คุณวัชระครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ที่ท่านผู้แทนสํานักงบประมาณได้ชี้แจง ผมก็ได้ พยายามทําความเข้าใจ แล้วผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่ได้กล่าวที่จะให้ ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ถ้ามีเวลาก็กรุณาให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านมาชี้แจงด้วยตนเองก็จะเปึนพระคุณยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ และใน หน่วยราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนปลัดกระทรวง อธิบดี ที่คณะกรรมาธิการ ในสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญให้มาชี้แจง ผมก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิก บางท่านที่ได้กล่าวไปแล้ว คือท่านปลัดกระทรวงท่านอธิบดี หรือหัวหน้าหน่วยราชการ ก็ควรจะให้เกียรติต่อคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆในสภาผู้แทนราษฎร ยกตัวอย่างเช่น ในคณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้เชิญ หัวหน้าหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร และท่านพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ก็ได้ให้เกียรติต่อคณะกรรมาธิการมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ด้วยตนเอง ทั้งตัวของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร และตัวของท่านปลัดกรุงเทพมหานคร คือท่านปลัดพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ซึ่งนับว่า เปึนตัวอย่างที่ดีของข้าราชการประจํา และเปึนตัวอย่างที่ดีของข้าราชการฝ์ายการเมือง ในฐานะหัวหน้าหน่วยราชการการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎร และในอนาคตผมก็หวังอย่างยิ่งว่าสํานักงบประมาณควรจะให้เกียรติและให้ตัว ของผู้อํานวยการสํานักงบประมาณมาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อท่านได้มีโอกาส
ท่านประธานครับ และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตเอาไว้อย่างที่ เพื่อนสมาชิกบางท่านก็ได้กล่าวไปแล้วว่าตัวของผู้อํานวยการสํานักงบประมาณปรากฏว่า มีอํานาจและมีอิทธิพลในการให้งบประมาณต่อกระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ รวมทั้งองค์กรมหาชน ซึ่งผมคิดว่าโดยอํานาจของท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เมื่อท่านมีอิทธิพลมากถึงเพียงนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไร ตามมาหรือไม่ และเท่าที่ได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชน ก็ปรากฏว่าผู้อํานวยการสํานักงบประมาณไม่ว่าใครจะมาเปึนกี่คนก็สุดแท้แต่ก็จะมี ความกริ่งเกรงหรือเกรงใจฝ์ายการเมืองบางคนถึงขั้นนํางบประมาณแผ่นดิน ไปให้พิจารณาถึงที่บ้าน ท่านประธานครับ ถ้ามีในกรณีอย่างนี้จริงผมถือว่า ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณควรจะคํานึงถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการไทย อย่าได้กระทําตัวเปึนกระเปิาเงินหรือจะจัดงบประมาณให้กับฝ์ายการเมืองไม่ว่าคนนั้น จะเปึนใครก็ตาม เพราะที่ที่จะพิจารณางบประมาณแผ่นดินนั้นอยู่ที่ท่านประธานนั่งอยู่ ณ ที่นี้คือที่สภาผู้แทนราษฎรที่พี่น้องประชาชนได้เลือก ส.ส. ทุกคนเข้ามาพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากตั้งข้อสังเกต อีกประการหนึ่งว่าในการพิจารณางบประมาณในแต่ละป้ก็ปรากฏว่าจะมีการวิ่งเต้น จะมีการหักค่าหัวคิว จะมีการซื้องบประมาณ จะมีการล็อกงบประมาณไว้ที่ หน้าห้องประชุมของคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงมีพฤติกรรม ดังกล่าวเกิดขึ้นกับฝ์ายการเมือง และปรากฏว่าข้าราชการบางฝ์าย ข้าราชการบางคน บางกรม อธิบดีบางกรมก็สนองตอบด้วยดี ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่ขัดต่อธรรมาภิบาล การทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณางบประมาณก็ดี หรือขัดต่อ ธรรมาภิบาลในการเปึนข้าราชการที่ดีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมจึง อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังข้าราชการสํานักงบประมาณและทุก ๆ ฝ์ายที่เกี่ยวข้อง กับงบประมาณแผ่นดินได้โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาและในการใช้งบประมาณ แผ่นดินอย่างซื่อสัตย์สุจริต และเพื่อตอบสนองและสนองตอบต่อพระราชดํารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรวมทั้งได้โปรดจดจําพระบรมราโชวาท ของพระองค์ที่ได้ทรงมีพระราชดํารัสไว้ว่า ใครทุจริตแม้แต่บาทเดียวขอแช่งให้มีอันเปึนไป ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านที่ปรึกษาครับ
ขออนุญาต ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์าและพันธุ์พืชนะครับ ที่บอกว่ารายการ ที่รับโอน ๑๒๖ ล้านบาท จริง ๆ แล้วที่เห็นว่ามันบวกไม่เท่าคือเปึนการยกตัวอย่าง ประกอบเหตุผลข้างบนให้เห็นว่ามันมี ซึ่งถ้าต้องการรายละเอียดแล้วมันจะมีมากกว่านี้ แล้วเพื่อเปึนความประหยัดในเนื้อที่ ถ้าท่านต้องการในงวดต่อไปเราจะใส่รายละเอียด มาให้ครบเลยว่ามีรายการอะไรบ้างนะครับ ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้เตรียมมานะครับ ในเล่มต่อไปถ้าต้องการจะใส่รายละเอียดให้เต็มเลยครับ ขออนุญาตครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกยังติดใจไหมครับ ผมขออนุญาตเรียนพาดพิงสักนิดหนึ่งครับ ผมได้ไปร่วม ประชุมองค์กรรัฐสภาโลกมา ๒-๓ ครั้ง แล้วก็ได้รับการท้วงติงจากองค์กรรัฐสภาโลก ถึงแนวทางในการจัดสรรงบประมาณของประเทศไทยเรามาตั้งแต่สมัยสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ เขาบอกว่าการจัดงบประมาณที่ถูกต้องของประเทศที่เปึนประชาธิปไตย อย่างแท้จริงและที่พัฒนาแล้วนั้น อํานาจในการจัดสรรงบประมาณควรจะอยู่ที่รัฐสภา คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เขาบอกว่าประเทศไทยของเราคณะกรรมาธิการ งบประมาณนั้นยังเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ เขาให้ข้อเสนอมาอย่างนี้เลยนะครับ ก็เปึนข้อความคิดที่แลกเปลี่ยนกัน ควรจะต้องจัดตั้งคณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณ ของสภาผู้แทนราษฎร และสํานักงบประมาณควรจะเปึนสํานักงานในกํากับดูแล ของรัฐสภา เราก็ตอบเขาไปว่าประเทศไทยขณะนี้ยังทําอย่างท่านว่าไม่ได้หรอกครับ เพราะเราก็ยังเกรงว่าบางทีสมาชิกบางท่านอาจจะจัดงบประมาณลงในพื้นที่ของตัวเอง แต่ผมก็ได้รับปากเขาไว้ว่าสักวันหนึ่งประเทศไทยของเราก็จะต้องพัฒนาไปถึงระบบนั้นให้ได้ แล้วเราอาจจะต้องมาสร้างวัฒนธรรมนะครับ พรรคใดเปึนรัฐบาล พรรคฝ์ายค้านก็สมควร จะต้องเปึนประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณมันก็จะเปึนวัฒนธรรมที่ดี แล้วก็จะทํา ให้รัฐสภาเปึนอิสระจากฝ์ายบริหารครับ ก็หวังว่าจะเกิดขึ้นในสัก ๕ ป้ หรือ ๑๐ ป้ข้างหน้า นะครับ เขาพูดกับผมอย่างนี้นะครับ ขออภัยนะครับ เขาพูดเปึนภาษาอังกฤษว่า อิท ชูส นอท บี เอนนี เอกซ์เซคคิวทีฟ เมมเบอร์ อิน ดิส คอมมิทตี (It chose not be any executive member in this committee) หมายความว่าไม่สมควรจะมีฝ์ายบริหารอยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณเลย ผมก็บอกว่าคงต้องใช้เวลานะครับสําหรับประเทศไทย ก็เรียนชี้แจงให้ทราบเท่านี้ ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่เข้ามาชี้แจงจากสํานักงบประมาณทุกท่านด้วยครับ ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรเราได้รับทราบรายงานการโอนงบประมาณ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจของสํานักงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๑ เรียบร้อยแล้ว นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านที่ปรึกษาภุชพงศ์ ทัดเทียมรมย์ ท่านผู้อํานวยการ สํานักประเมินผล คุณภาวิดา แสงโสภณ และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เราคงเหลืออีกวาระหนึ่งวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงาน การพัฒนาระบบราชการไทย ประจําป้ ๒๕๕๑ ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ หรือ ก.พ.ร. ก็ต้องขออภัยผู้ที่มาชี้แจง ท่านมารอเรา ๓ ครั้งแล้ว เพราะฉะนั้น วันนี้ต้องขอให้พวกเราได้พิจารณาวาระ ๒.๔ ด้วยนะครับ
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ มาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรทราบ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๗๑/๑๐ (๑๐) ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่ง รายงานดังกล่าวมาให้แก่ท่านสมาชิกแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตเชิญผู้ที่เข้ามา ชี้แจงหรือมารายงานการพัฒนาระบบราชการไทยต่อสภาผู้แทนราษฎร เข้าประจําที่ครับ ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์วีระชัย วีระเมธีกุล ในฐานะเปึนรองประธาน ก.พ.ร. ท่านดอกเตอร์ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. คุณยรรยง คําบรรลือ ที่ปรึกษาสํานักงาน ก.พ.ร. ขอเชิญเข้านั่งประจําที่ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ผมคิดว่าวันนี้เราเพื่อนสมาชิกในสภาเหลือน้อยมากเลยท่านประธาน และเรื่องระบบ ข้าราชการมันน่าจะเปึนเรื่องสําคัญที่สมาชิกควรจะอยู่และอภิปรายร่วมกัน เพื่อแสดง ความคิดเห็นในรายงานต่าง ๆ ผมคิดว่าวันนี้เราประชุมมาพอสมควรท่านประธาน เหลืออยู่ไม่กี่คน ๑๐ กว่าคนเอง ผมว่าน่าจะเลื่อนท่านประธาน มันเปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนที่จะได้ฟังด้วย แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อระบบราชการที่ศึกษากันมา หรือให้ข้อมูลกันมา ผมว่าน่าจะเลื่อนนะครับท่านประธาน
คุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีความเห็นว่าไม่ควรที่จะเลื่อน ควรที่จะได้อภิปรายในวาระการรับทราบการทํางาน ของ ก.พ.ร. เพราะว่าการอภิปรายโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านก็ได้ เตรียมตัวที่จะอภิปรายในวาระนี้ และโดยเฉพาะความคิดเห็นของท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม การแสดงความคิดเห็นของท่านเพียงท่านเดียว ก็เปึนความคิดที่รับฟังได้และเปึนความคิดที่สามารถที่จะเรียกว่าเปึนตัวแทนของ พรรคฝ์ายค้านได้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเมื่อทางข้าราชการ ได้มารอการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเปึนเวลานานแล้ว และนานมาก จึงกราบเรียน ท่านประธานครับ
ผมได้ตัดสินใจให้พวกเรารับฟังการชี้แจงของคณะกรรมการ ก.พ.ร. ไปแล้ว เมื่อสักครู่ ก็ได้เรียนท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีไปว่าผมดูเวลาแล้ว สมควรที่จะเลื่อน การประชุม แต่ท่านก็บอกว่าท่านได้มาแล้ว ๓ ครั้ง ก็เห็นใจนะครับ การอภิปรายนั้น ถึงแม้ว่ามีสมาชิกไม่มาก แต่เราก็จดบันทึกประชุม แล้วก็เปึนหลักฐาน เอกสาร ทางประวัติศาสตร์ได้เก็บไว้อยู่นะครับท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ แต่ถ้าสมาชิกต้องการ จะเลื่อนก็ต้องทําตามข้อบังคับของการประชุมสภานะครับ เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ถ้าท่านมาแล้ว ๓ ครั้ง ผมก็เห็นใจ แล้วก็ถ้าเพื่อนสมาชิกอยากจะอภิปรายผมก็ว่าพอรับได้ ท่านประธาน เพื่อจะได้ผ่าน ๆ ไปนะครับ แต่อยากจะเอารายงานฉบับนี้ได้พัฒนาระบบราชการไทยให้เปึนประโยชน์อย่างแท้จริง ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านดูแลในราชการ ในการปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ให้นําไปปฏิบัติ เพื่อระบบราชการไทยจะได้เจริญรุ่งเรืองพัฒนาต่อไป สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ก็ต้องขอบคุณท่านดอกเตอร์สุรพงษ์นะครับ เราคงอภิปรายกันอย่างเต็มที่นะครับ ไม่ใช่อภิปรายผ่าน ๆ ไป เชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการที่ได้จัดทํา รายงานการพัฒนาระบบราชการไทยประจําป้ ๒๕๕๑ ได้อย่างครบถ้วนแล้วก็สามารถ ที่จะทําให้มองเห็นถึงแนวทางในการพัฒนาระบบราชการไทยในอนาคต ไม่ใช่เฉพาะ แต่ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งท่านได้บันทึกเปึนเอกสารทางประวัติศาสตร์ในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนา ระบบราชการไทยมาแล้ว แต่ว่าในป้ต่อ ๆ ไปท่านก็ได้แสดงให้เห็นว่าท่านจะต้องพัฒนา ระบบราชการไทยไปในทิศทางใด ผมต้องขอแสดงความชื่นชมและก็ยกย่องกับข้าราชการ ทุกคนที่มีความพยายาม มีความมุ่งมั่นและจะเปึนข้าราชการที่ดี เปึนข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มุ่งประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในระบบ ราชการใด ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดทั้งในและต่างประเทศ ก็ขอยกย่องชื่นชมแล้วก็ขอให้ กําลังใจให้เปึนแบบอย่างที่ดีกับข้าราชการทั่ว ๆ ไป เปึนเบื้องต้นไว้ก่อน อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน บทบาทของข้าราชการปัจจุบันนี้เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์มากจากสังคมทั่วไปว่า ข้าราชการไทยปัจจุบันนี้มีทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากที่เคยเปึนที่นิยมยกย่อง ของสังคมไทยในอดีต กลายเปึนว่าสังคมของข้าราชการก็คือสังคมที่รู้รักษาตัวรอด เปึนยอดดี กําลังจะเข้ามามีบทบาทในความคิดความอ่านของพี่น้องข้าราชการของเรา ความจริงแล้วภาวะเช่นนี้ก่อตัวมายาวนานพอสมควร โดยเฉพาะตั้งแต่ในช่วงระยะเวลา ที่ฝ์ายการเมืองหรืออํานาจทางการเมืองมีความเข้มแข็ง แล้วก็สามารถชี้เปึนชี้ตาย ความเปึนความก้าวหน้าหรืออนาคตของผู้ที่เปึนข้าราชการ ไม่มีใครที่อยากจะไป กล้าขัดแย้งกับอํานาจของฝ์ายการเมืองได้ ก็ทําให้ความคิดของข้าราชการจํานวนมาก โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงซึ่งมีบทบาทสําคัญในการกําหนดทิศทางของหน่วยงาน ในการนําพาเพื่อนข้าราชการไปสู่ในทิศทางที่เปึนไปอย่างที่ตัวเองต้องการ ข้าราชการ ระดับสูงเหล่านี้ก็จะมีทัศนะที่คิดจะประคองตัวเองให้อยู่ได้นานที่สุดเพื่อให้รอดพ้น จากการที่ถูกฝ์ายการเมืองรังแก เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่า แนวความคิดหรือว่าทัศนคติ ค่านิยม การรู้รักษาตัวรอดเปึนยอดดีนี้กําลังทําลายระบบราชการของไทย เราได้พบเห็น ปรากฏการณ์บางอย่างในบ้านเมืองของเรา เมื่อบ้านเมืองเกิดภาวะวิกฤติ ไม่ว่าจะเปึน วิกฤติการเมือง การปกครองหรือวิกฤติเศรษฐกิจ หรือวิกฤติทางสังคม ปัจจุบันนี้เราเห็น ข้าราชการน้อยคนมากที่จะออกมายืนต้านวิกฤติเหล่านั้น หรือออกมาเปึนผู้ที่ชี้นํา นําพาหาทางออกให้กับสังคมในภาวะวิกฤติเหล่านั้น ซึ่งแตกต่างกับสมัยก่อน ๆ แม้แต่ ในแวดวงนักวิชาการซึ่งเปึนผู้ที่มีอิสระทางความคิด ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดวิกฤติทางการเมืองเราจะเห็นนักวิชาการตามมหาวิทยาลัย อาจารย์ ศาสตราจารย์ทั้งหลาย ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาออกมาแสดงจุดยืน ออกมาเสนอแนะ ทางออกให้กับสังคม แต่ปัจจุบันนี้ภาพเหล่านี้แทบไม่เห็นแล้วครับ เรามีนักวิชาการ มีข้าราชการในมหาวิทยาลัยจํานวนมากที่ไปสังกัดฝ์าย ไปยืนอยู่ภายใต้อิทธิพล ของการเมือง หรือจมอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มทุน จนไม่สามารถ แสดงบทบาทความเปึนข้าราชการที่จะเปึนหลักให้กับบ้านเมืองได้ สิ่งนี้เปึนเรื่องที่ น่าเปึนห่วง เราจึงเห็นข้าราชการที่มีสภาพความรู้สึกว่าวิกฤติเหล่านั้นนั่นไม่ใช่เรื่อง ของตัวเอง นั่นเปึนหน้าที่ของคนอื่น แล้วก็พูดไปก็สองไพเบี้ย นิ่งเสียตําลึงทอง ลักษณะ เช่นนี้กําลังเกิดขึ้นกับข้าราชการในประเทศของเราอย่างน่าหดหู่ที่สุด ท่านประธานครับ เหล่านี้มันได้สะท้อนอะไรครับ มันได้สะท้อนว่าสังคมพึ่งหวังจากข้าราชการได้น้อยลงทุกที นี่เปึนความรู้สึกที่ผมคิดว่า ผมก็ได้สะท้อนมาจากความรู้สึกของคนจํานวนไม่น้อย ในสังคมปัจจุบันนี้ ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือว่าเราได้ยินคําว่า ข้าราชการเกียร์ว่าง คือในภาวะ ที่บ้านเมืองจะต้องเดินไปข้างหน้า บ้านเมืองจะต้องเข้าไปสู่ความสงบสุข หรือต้องการ การนําพาไปสู่การแก้ไขปัญหาวิกฤติต่าง ๆ เราพบว่ากลไกราชการซึ่งเปึนกลไกสําคัญใน การปฏิบัติงานของรัฐตกอยู่ในภาวะเกียร์ว่าง สภาพเช่นนี้มันเกิดขึ้นมาในสังคมนี้ได้ อย่างไรครับ มันก็เกิดขึ้นมาจากภาวะที่ผมได้กล่าวในตอนต้น ก็คือข้าราชการตกอยู่ ภายใต้อํานาจของการเมือง ภายใต้อิทธิพลของทุน ของธุรกิจ ของอิทธิพล จนกระทั่ง ไม่สามารถที่จะแสดงบทบาทความเปึนตัวของตัวเองออกมาได้ และเมื่ออยู่ในภาวะที่ สุ่มเสี่ยงต่ออนาคต ต่อชื่อเสียง ต่อความมั่นคงในชีวิตของตัวเอง ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการ อยู่ในสภาพเกียร์ว่าง ก็คือไม่ยอมปฏิบัติงาน ในหลายเรื่องมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรครับ เกิดภาวะที่คนชุมนุมกัน มีการจลาจล มีการจะเผาบ้าน เผาเมือง บ้านเมืองจะอยู่ไม่รอด ตํารวจยืนอยู่เฉย ๆ แล้วก็บอกว่ากลัวว่าถ้าปฏิบัติอะไรไปก็จะเปึนความผิด กลัวว่าโทษ จะกลับมาย้อนถึงตัวเอง ภาวะเหล่านี้เกิดขึ้นกับข้าราชการในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้อย่างไรครับ นี่ผมคิดว่าเปึนคําถามที่ผมอยากจะขอคําตอบจาก ก.พ.ร. ด้วยว่า สิ่งนี้เราได้ตระหนักกันหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ข้าราชการประจํา ไม่กล้าที่จะออกมาแสดงจุดยืนหรือความถูกต้องในการทําหน้าที่ของตัวเอง เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องที่ต้องกระตุ้นจิตสํานึกตรงนี้กันอย่างหนัก ก.พ.ร. ไม่ใช่มีหน้าที่เพียงแค่ว่าพัฒนา ระบบราชการให้เอาใจประชาชนเท่านั้น หรือว่าประชาชนพอใจ นั่นท่านถือว่าเปึนการ พัฒนาระบบราชการแล้ว ไม่ใช่ครับ มากไปกว่านั้นก็คือการสร้างจิตสํานึกที่ดีให้กับคนที่ เปึนข้าราชการ ให้กล้าหาญ ให้ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องได้ การยืนหยัดทําหน้าที่บนพื้นฐาน ของความถูกต้อง ความชอบธรรม ถูกกฎหมาย ถูกระเบียบอย่างเคร่งครัด ตรงนี้ต่างหากครับ คือสิ่งที่ข้าราชการต้องพึงปฏิบัติ จะติดคุก จะต้องโทษอย่างไรก็ตาม ถ้ายืนหยัดตรงจุดนี้ ผมคิดว่าสิ่งนี้จะปกปัองข้าราชการที่ดีได้ แต่ถ้าข้าราชการไม่กล้า ไม่มีจิตสํานึก ไม่มีความรู้สึกว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ถูกต้องเสียแล้ว ผมคิดว่าบ้านเมืองวังเวงครับ อย่าลืมว่า อํานาจการเมืองมาแล้วก็ไป แต่สิ่งที่อยู่ คนที่คงอยู่ก็คือข้าราชการ และระบบราชการ จะต้องพัฒนาไปสู่จุดของการเปึนระบบที่มีความกล้าหาญ ยึดมั่นในระบบคุณธรรม ยึดมั่นในระบบความถูกต้องโดยไม่เกรงกลัวอํานาจอิทธิพลใด ๆ ตรงนี้ถึงจะเปึนที่พึ่งหวัง ของสังคมได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้ผมคิดว่าสังคมได้มองข้าราชการ ไปในทางที่ไม่ดีนัก จากสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดแล้ว ก็ยังมีอีก ๕ ประเด็นที่ผมคิดว่าสังคม ตั้งคําถามกับข้าราชการก็คือ
๑. เรื่องของคุณภาพ คนทั่วไปมีความรู้สึกว่าคนเปึนข้าราชการมีคุณภาพ ด้อยกว่าพนักงานเอกชน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามคนมาเปึนข้าราชการอาจจะบอกว่า ไม่รู้จะไปไหนแล้ว ระบบเอกชนเขาไม่เอาก็เลยมาเปึนข้าราชการ ก็เลยทําให้ถูกมองว่า ข้าราชการมีคุณภาพที่สู้กับเอกชนไม่ได้
๒. ก็คือคนที่เปึนข้าราชการโดยส่วนใหญ่ ขาดความกระตือรือร้นในการ พัฒนาตนเอง พัฒนางานในความรับผิดชอบของตนเอง ก็จะเห็นว่าหน่วยงานราชการ ต่าง ๆ มากมายที่อยู่ในสภาพอยู่กับที่เหมือนกับที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายในวาระ รับทราบเรื่องการโอนงบประมาณนั่นละครับ มีสภาพเช่นนั้น แล้วก็ถูกดูถูกดูแคลน แบบนั้นว่าย่ําอยู่กับที่แล้วก็ไม่พัฒนาตัวเอง คิดแต่เอาง่ายเข้าว่าก็เลยสู้คนอื่นไม่ได้
๓. ก็คือการตกอยู่ภายใต้การครอบงําของการฝ์ายการเมือง ขาดความเข้มแข็งเปึนตัวของตัวเอง ไม่กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องดังที่ผมได้เรียนไว้แล้ว
๔. ก็คือการมุ่งที่จะเติบโตก้าวหน้าในทุกวิถีทาง ด้วยการที่ไม่มองว่าวิธีการ ที่จะมาได้ซึ่งความก้าวหน้านั้น มีความถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ อันนี้ร้ายแรงมาก ผมคิดว่าตัวอย่างรูปธรรมที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้าย ปัจจุบันนี้เราแทบ จะยอมรับกันว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในทุกระดับ การที่มีระบบอุปถัมภ์เปึนสิ่งที่ ถูกต้อง เปึนสิ่งที่ข้าราชการเกือบทุกระดับยอมรับว่าจะต้องเปึนไปตามนั้น ถ้าไม่มีเส้น ไม่มีสายยากที่จะเติบโตขึ้นมาได้ ยากจนมองในจุดนี้จนกระทั่งว่าคุณค่าของตัวเอง ลดหายไป แม้ตัวเองจะเก่งอย่างไรก็ตาม แต่ไม่มีความเชื่อมั่นเลยว่าจะเติบโตในระบบ ราชการได้ เพราะว่าสังคมมันยึดถือเรื่องเส้น เรื่องสาย เรื่องระบบอุปถัมภ์ จนไม่มี ความมั่นใจว่าตัวเองจะเติบโตขึ้นแบบนั้นได้ สิ่งนี้ก็เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ การซื้อขาย ตําแหน่ง การใช้เงินเพื่อจะเติบโตในหน้าที่ราชการกลายเปึนปัจจัยที่มีความสําคัญต่อการ เติบโต
สุดท้ายก็คือเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ อันนี้คือหมายความว่า ทั้ง ๕ ประเด็นนี้ก็คือสิ่งที่สังคมมอง การแสวงหาประโยชน์อย่างที่ในรายงานก่อนหน้านี้ เรื่องของงบประมาณ เรื่องของการโยกงบประมาณ เรื่องของการมีนอก มีใน ในการใช้ จ่ายเงินงบประมาณ ข้าราชการอยู่ได้ด้วยอะไรเงินเดือนแค่นี้ ก็ได้ด้วยจากเปอร์เซ็นต์ จากการจ้างเหมาในการจัดทํางบประมาณ นี่คือภาพรวมที่ผมคิดว่าสังคม มองต่อข้าราชการและเปึนสิ่งที่เลวร้ายมาก ผมไม่ได้มีความรู้สึกที่มีอคติกับระบบราชการ แต่ว่าต้องการสะท้อนให้เห็นว่าสังคมได้มองท่านอย่างไร อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมกล่าว ในตอนต้นว่าผมรู้สึกชื่นชมที่ได้เห็นรายงานฉบับนี้ออกมา แล้วก็ได้สะท้อนให้เห็นว่า ก.พ.ร. มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการที่จะพัฒนาระบบราชการ แล้วก็ต้องการที่จะขจัด สิ่งเหล่านั้น ซึ่งผมได้เรียนข้างต้นว่าเปึนสิ่งที่เลวร้ายออกไปจากระบบราชการ และ ก.พ.ร. ก็ได้ทําให้เห็นแล้ว ผมค่อนข้างชื่นชมกับแนวเรื่องวิสัยทัศน์ของการพัฒนาระบบ ราชการไทยในช่วงระยะ ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๕ ซึ่งผมอยากจะอ่านมีเพียง ๒ บรรทัด เท่านั้น ให้ท่านพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่ไม่มีโอกาสได้อ่านรายงานฉบับนี้ ก็คือ ระบบราชการไทยมุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชนและรักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติ มีขีดสมรรถนะสูง สามารถเรียนรู้ ปรับตัวและตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลง โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล ผมคิดว่านี่เปึนธงนําที่มี ความสําคัญมากและท่านต้องยืนในจุดนี้ในตลอด ๓-๔ ป้ข้างหน้า ที่ท่านจะพัฒนาระบบ ราชการไปในทิศทางตามยุทธศาสตร์นี้ ซึ่งในภาพรวมของยุทธศาสตร์ซึ่งทําเปึนแผนผัง ออกมา ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่จะเดินไปสู่จุดนั้นได้ดี ก็ขออนุญาต อ่านนิดเดียวนะครับท่านประธานเพื่อให้ผู้ที่อยู่ทางบ้านได้รับฟังก็คือ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือการยกระดับการให้บริการ และการทํางาน เพื่อตอบสนองความคาดหวัง และความต้องการของประชาชนที่มีความสลับซับซ้อน หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็คือปรับปรุงรูปแบบการทํางานให้มีลักษณะ เชิงบูรณาการ เกิดการแสวงหาความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับฝ์ายต่าง ๆ รวมทั้ง เป่ดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือมุ่งสู่การเปึนองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง บุคลากรมีความพร้อมและความสามารถในการเรียนรู้ คิดริเริ่มเปลี่ยนแปลงและปรับตัว ได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างระบบการกํากับดูแลตนเองที่ดีเกิดความ โปร่งใส มั่นใจและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งทําให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีจิตสํานึก ความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อประชาชน และต่อสังคมส่วนรวม
นี่เปึนแนวยุทธศาสตร์ที่มีความสําคัญและเปึนหลักที่ควรจะเดินไปอย่างยิ่ง นะครับ อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมได้เรียนในตอนต้นว่า ถ้าขาดแล้วซึ่งจิตสํานึกในการเปึน ข้าราชการที่ดี จิตสํานึกในความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ต่อการเปึนหลักให้กับสังคมแล้ว ยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ นี้ก็อยากที่จะเดินไปได้ ก็อยากจะเพิ่มเติมในส่วนของเรื่องจิตสํานึก ความเปึนข้าราชการที่ดีนี้
และข้อสุดท้ายก็คือว่า ในรายงานทั้งฉบับซึ่งผมก็ได้อ่านในบทสรุปย่อ ซึ่งได้สรุปไว้ค่อนข้างดีมากว่า อย่างไรก็ตาม ระบบราชการยังต้องได้รับการเอาใจใส่ เปึนพิเศษและต้องเร่งด่วน โดยเฉพาะในมิติการกํากับตนเองให้เกิดความโปร่งใส มั่นใจ และสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งให้บุคลากรภาครัฐปฏิบัติงานอย่างมีจิตสํานึกรับผิดชอบ ต่อตนเอง ต่อประชาชน และต่อสังคมโดยรวม ผมคิดว่านี่เปึนข้อสรุปของรายงานฉบับนี้ ที่ก่อให้เกิดความมั่นใจในการพัฒนาระบบราชการได้ ผมก็ขอฝากประเด็นที่ได้ตั้งไว้ ข้างต้นให้กับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการได้นําไปปรับปรุงต่อไปด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ขอคนละ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญคุณบรรพตครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมดูรายงานการพัฒนาระบบ ราชการประจําป้ ๒๕๕๑ ครับ ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันคือมีทั้งในส่วนที่ชื่นชมแล้วก็ ในส่วนที่กังขาอยู่ในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน แต่เพื่อสงวนเวลาให้ได้ ๑๐ นาทีนะครับ ผมก็ขอจะหยิบยก
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าที่มาของ ก.พ.ร. ซึ่งก็อิงกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งแก้ไขล่าสุด ป้ ๒๕๔๕ ในส่วนที่ระบุว่าจะต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ ราชการ และเรื่องของวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งก็ออกมาตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๗๔ หรือมาตรา ๗๘ ซึ่งในส่วนของผลงานในภาพรวมนะครับ ทาง ก.พ.ร. ได้วางวิสัยทัศน์ไว้ว่า ในช่วงป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๕ จะมุ่งเน้นพัฒนาระบบ ราชการไทยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ มีขีดสมรรถนะสูง สามารถเรียนรู้และปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล ผมขออนุญาตมองในภาพรวมเกี่ยวกับ ข้าราชการไทย คือผมคิดว่าในเรื่องของการมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ผมคิดว่าข้าราชการ ทุกคนมีความตั้งใจที่จะเปึนอย่างนั้น เช่นเดียวกันครับในการรักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติและการมีสมรรถนะสูง รวมทั้งการเรียนรู้ ผมคิดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แต่ในขณะเดียวกันผมก็คิดว่าข้าราชการจํานวนน้อย ซึ่งเราสามารถจะสัมผัสได้ว่าทํางาน ไปไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แล้วก็ไม่ได้รักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติ แล้วไม่พยายามที่จะพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง ไม่พยายามที่จะ เรียนรู้หรือปรับตัวเลยที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจะทําอย่างไร ที่จะทําให้ในส่วนนี้มันดีขึ้น เท่าที่สังเกตดูอาจจะเปึนความรู้สึก คือในเรื่องของการ มีความรู้สึกว่าเปึนเจ้าขุนมูลนายยังมีช่องว่างอยู่สูงกับประชาชน เพราะข้าราชการจะมี ความรู้สึกว่าเปึนอีกชนชั้นหนึ่ง ซึ่งอยู่เหนือประชาชนแล้วทําให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ถ้าเปึน เรื่องของงานบริการ รวมทั้งงานบริหารด้วย แล้วปัญหาเหล่านี้ทําให้เกิดความขัดแย้ง ขึ้นมา เพราะเดี๋ยวนี้ประชาชนเขาก็รู้สิทธิหน้าที่ของเขา แต่ข้าราชการบางทีไม่ได้ปรับตัว ที่จะรองรับในเรื่องการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ รัฐธรรมนูญอาจจะไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง ไปอย่างไร แต่ข้าราชการก็ยังมีแนวคิดเดิม ๆ แล้วก็ปฏิบัติกับประชาชนแบบเดิม ๆ ก็ทําให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมว่าเปึนจุดเน้นในภาพรวมของ ก.พ.ร. ที่จะต้องนําในส่วนที่ท่านวางวิสัยทัศน์ไปพัฒนาตรงส่วนนี้ให้มีจิตสํานึก ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง การให้บริการ หรือในการบริหารงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนให้ดีขึ้น ลดช่องว่าง ของความเปึนเจ้าขุนมูลนายให้ลดน้อยลงมากที่สุด หรือไม่มีเลย จะเปึนดีที่สุด อันนี้ เปึนประเด็นแรกที่ผมคิดว่าในภาพรวมนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมจําได้ว่าตอนที่เริ่มมีนโยบาย ก.พ.ร. ขึ้นใหม่ ๆ เปัาหมาย สําคัญ คือตั้งแต่รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เรามีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรมากเหลือเกิน มากจนกระทั่งเรียกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินก็ว่าได้ แล้วเราก็มี ก.พ.ร. เพื่อจะทําเปัาหมายในการลดกําลังคนภาคราชการนี้ลงมาให้เหลือเท่าที่จําเปึน ดูจาก รายงานก็ดูน่าพึงพอใจ ท่านก็มีรายงานมาว่าในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๑ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรจํานวน ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ คิดเปึนร้อยละ ๒๗.๘ แต่เมื่อเทียบกับป้ ๒๕๔๖ แท่งที่เปึนสีน้ําเงินมันลดลงในอัตรา ที่ช้ามาก ผมคิดว่าตรงนี้มันลดในอัตราที่ช้าเกินไป นี่เปึนเพราะอะไร สิ่งหนึ่งที่เปึนทางออก ของ ก.พ.ร. คือลดจํานวนข้าราชการแล้วก็ทําให้เกิดลูกจ้างพันธุ์ใหม่ขึ้นมาในส่วน ของทางราชการ ก็คือพนักงานราชการ ซึ่งอันนี้ก็เปึนวิธีการอันหนึ่งที่เรียกว่า ก.พ.ร. ใช้กับ ทางสํานักงานข้าราชการพลเรือนเพื่อที่จะสามารถปรับลดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เลิกจ้าง ได้ง่ายขึ้น แต่จริง ๆ แล้วมันเปึนเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะว่าเราก็ได้เห็นข้อเรียกร้อง จากพนักงานราชการอยู่เสมอ ๆ ว่าขอมีสิทธิเท่ากับราชการในเรื่องสวัสดิการ และเรื่องเงินเดือนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนถามว่าในเรื่องนี้ ซึ่งเปึนความหวังที่เปึนข้อแรก ๆ เลยนะครับ ในการก่อตั้ง ก.พ.ร. ขึ้นมา ท่านมีหลักเกณฑ์และนโยบายในการลดอัตรากําลังคน ภาครัฐนี้อย่างไร แล้วท่านมีวิธีการอย่างไร แล้วท่านได้ประเมินหรือเปล่าว่าวิธีการ ของท่านมันยังมีประสิทธิภาพอยู่มากน้อยแค่น้อยนะครับ เห็นว่าท่านใช้ผู้ที่มาประเมินนี่ เปึนหน่วยงานอิสระจากต่างประเทศด้วยซ้ํานะครับ ไม่ทราบว่าในส่วนนี้ผลการประเมิน นักประเมินอิสระนั้นเขามีความคิดเห็นอย่างไร ผมมีหลายประเด็นครับ แต่ว่าผมจะยกมา ประเด็นที่ผมสนใจอีกสักประเด็นหนึ่งก็แล้วกันครับ เพื่อสงวนเวลา คือ
ประเด็นในส่วนที่ ๒ ความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบราชการไทย ท่านบอกว่าจะนําพาระบบราชการสู่องค์กรของรัฐที่เก่งดีมีส่วนร่วม อ้ายตรงที่ว่า ดีมีส่วนร่วม นี่นะครับ ผมยังมองไม่ค่อยเห็นชัดเจนสักเท่าไร เพราะว่าในระบบราชการนั้น มักจะเปึน ระบบป่ดครับ ไม่ค่อยยินยอมที่จะให้ประชาชน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เปึนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในทุก ๆ กิจการงานของราชการนะครับ มากกว่าครึ่งหนึ่งด้วยซ้ํา แต่ก็ไม่ได้สนใจให้เขามา มีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบบริการและระบบบริหารขององค์กร ราชการแต่ประการใดเลย หรือมีก็น้อยมาก ผมคิดว่าค่านิยมตรงนี้ หรือสิ่งที่ปฏิบัติกันมา ในอดีตจนถึงปัจจุบันต้องเปลี่ยนแปลงครับ เพราะว่าข้าราชการมักจะถือว่าตัวเองรู้ดีที่สุด ตัวเองทํางานอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีใครรู้ดีเกินตัวเอง แต่ลืมนึกไปว่าผู้ที่มาใช้บริการนั้น เปึนประชาชน เพราะฉะนั้นความคิดเห็นของประชาชนย่อมมีความสําคัญในการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของวิธีการหรือปัญหาในการให้บริการได้เปึนอย่างดี ความจริงเขาจะมีส่วนช่วยเรา มาก ๆ เลยในการหาทางออกให้เราด้วยซ้ํา ไม่ใช่ทางออกแบบเดิม ๆ แบบที่ไม่มีส่วนร่วม จากประชาชน
อีกประเด็นหนึ่งครับ ผมคิดว่าตรงนี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยนะครับ ในเรื่อง ของการสร้างธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค เพราะว่าในพระราชบัญญัติบริหารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่เกิดขึ้นมาใหม่นี้นะครับ เขาบอกว่าให้มีการไกล่เกลี่ย ประนีประนอม ข้อพิพาทเปึนหน้าที่ของอําเภอ มีคณะไกล่เกลี่ยในระดับอําเภอ มีนายอําเภอ ปลัดอําเภอ แล้วพนักงานอัยการเปึนคณะไกล่เกลี่ย
๑๐ นาทีแล้วครับ
ผมอีกนิดเดียวครับท่านครับ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะสําคัญนะครับ
ก็ให้เวลาคนอื่นเขาบ้างครับ
ครับผม อีกไม่เกิน ๑ นาทีครับ แต่ปรากฏว่าไม่มีผลงานอะไรเลยครับ ที่ไม่มีผลงานเพราะว่า
๑. คือได้รับหน้าที่ตามกฎหมายไปแล้ว คณะไกล่เกลี่ยนี้ก็ไม่สนใจที่จะ ปฏิบัติหน้าที่
๒. คือไม่สนใจที่จะประชาสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นคดีความต่าง ๆ ก็เลย ไปกระจุกตัวอยู่ที่ทางศาลยุติธรรม
และประเด็นสุดท้ายนะครับ ตรงนี้ล่ะครับ ผมคิดว่า ก.พ.ร. แล้วก็เกี่ยวข้อง กับเรื่องของการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาท ตรงนี้น่าจะเปึนจุดเริ่มต้น เพราะว่า ขณะนี้สังคมไทยเรามีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง เราไม่มีระบบ เราไม่มีกลไก เราไม่มีกติกา เลยครับ ส่วนใหญ่ก็คือการเผชิญหน้ากัน ไม่สนใจที่จะมาเจรจากัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ คือเปึนสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่
พอแล้วครับหมอ
ผมกําลังจะจบแล้วครับท่าน
ก็มันเกิน ๑ นาที ท่านขอ ๑ นาที มันจะไป ๒ นาทีแล้วครับ
หน้าที่ก็คือว่าน่าจะทําเปึน ต้นแบบในการที่จะสร้างระบบและกลไกไกล่เกลี่ยในทางสังคมขึ้นมา โดยเฉพาะเริ่มต้น ในระดับอําเภอและชุมชน เพื่อจะนําไปสู่ในการที่จะพัฒนาให้มีกฎหมายสนับสนุนเรื่องนี้ อย่างชัดเจนต่อไป ขอบพระคุณครับ
คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ สลับกันครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับไม่ผิดหวังที่กระผมนั่งรอเพื่อจะพูดเรื่องระบบการพัฒนา ระบบบริหารราชการไทย ท่านประธานครับ จากโพล (Poll) หรือการสํารวจความคิดเห็น ของประชาชนทั้งประเทศร้อยละ ๘๒ บอกว่า โกงไม่เปึนไร ขอให้บ้านเมืองเจริญ ท่านประธานครับ นี่คือความล้มเหลวของการพัฒนาระบบราชการไทย ฟังอีกครั้งครับ โกงไม่เปึนไรขอให้บ้านเมืองเจริญ เปึนที่ทราบกันทั่วไปร้อยละ ๘๒ ของความเห็น ประชาชนทั้งประเทศนี่คือความล้มเหลวของการพัฒนาระบบราชการไทย ไม่ใช่ ความสําเร็จนะครับ ผมจะพูดไปที่ส่วนที่ ๒ ความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบราชการไทย และพูดไปที่ตัวชี้วัดที่ชื่อว่าการดําเนินการตามมาตรการปัองกันปราบปรามการทุจริต ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่าบ้านเมืองที่โกงแล้วเจริญนั้นไม่มีอยู่ในโลกครับ ฟังอีกครั้งครับบ้านเมืองที่โกงแล้วเจริญนั้นไม่มีอยู่ในโลก ท่านประธานที่เคารพ แล้วเราจะ แก้ปัญหาอย่างไรครับ ถ้าท่านจะพัฒนาระบบราชการไทยนั้น ท่านอย่าไปพัฒนา ความก้าวหน้าของข้าราชการ ต้องแยกให้ออก ถ้าท่านไปคิดสร้างระบบเพื่อให้ข้าราชการ ได้เลื่อนขั้น ได้เลื่อนตําแหน่ง ได้ผลตอบแทนมาก ๆ นั้น ไม่ใช่ความก้าวหน้าของระบบ ราชการไทย ถ้าท่านจะพัฒนาความก้าวหน้าของระบบราชการไทยต้องพัฒนาระบบ การบริการประชาชน ปลุกจิตสํานึกของประชาชนให้ได้ว่าการโกงนั้นเกิดขึ้นได้ ด้วยการกระทํา ๓ ฝ์าย หรือบางครั้ง ก็เกิดขึ้นได้โดยการกระทํา ๒ ฝ์าย ท่านประธานครับ ๓ ฝ์ายคืออะไรครับ ๓ ฝ์ายคือ ๑. นักการเมือง ๒. ข้าราชการ ๓. ประชาชน ถ้า ๓ ก้อนเส้านี้รวมครบเมื่อไรการโกงเกิดขึ้นครับ หรือบางครั้งก็มี ๒ ก้อนเส้า คือข้าราชการกับประชาชนที่ไปให้สินบนกับข้าราชการ มีผู้ให้แล้วก็มีผู้รับ กระผมจะพูดว่า ที่ ๒ ก้อนเส้าก่อนครับ ตรงนี้จะไม่เกี่ยวกับนักการเมือง นั่นก็คือการติดต่อราชการที่ล่าช้า การล่าช้าโดยไม่ให้บริการตามที่ควรจะเปึนนั้นด้วยเจตนาอะไร กระผมจะพูดไป ที่เอาสัก ๒ กรม ผมติดใจมากคือกรมที่ดินกับกรมชลประทาน ติดใจเรื่องกรมที่ดิน ก็คือ เรื่องการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาในกรรมาธิการ การพัฒนาการเมืองจํานวนมาก วันนี้ก็มาครับ เอา ส.ค. ๑ ไปขอออกแล้วก็ไม่ได้ แล้วก็บอกว่าออกโฉนดที่ดินเรียบร้อยแล้วเตรียมจะไปขอแล้วแต่ไม่จ่ายให้ การไม่จ่าย โฉนดที่ดินให้ลักษณะนี้ แน่นอนครับไม่ได้เกิดขึ้นจากนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวด้วย แต่เกิดขึ้นจากการอาศัยความไม่รู้ของประชาชน ท่านจะต้องพัฒนาจิตสํานึก ของข้าราชการ เมื่อมันไม่มีเหตุที่จะไปเรียกเอาค่าฤชาธรรมเนียมใด ๆ จากประชาชน ก็อย่าไปเรียกเลยครับ ท่านต้องดํารงชีพอยู่ให้ได้ในเงินเดือนค่าจ้างที่ท่านได้รับ ถ้าท่าน ไม่สามารถดํารงชีพอยู่ได้ด้วยเงินเดือนค่าจ้างที่ท่านซึ่งได้รับ ท่านก็ทํางานอื่นเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพ ในขณะเดียวกันประชาชนบางคนก็เอาเปรียบประชาชนด้วยกัน คือ ไปให้สินบนข้าราชการ เพื่อให้ให้บริการตัวเองก่อน ดังนี้ก็เปึนสิ่งที่อยู่ที่จิตสํานึก ทีนี้ ถ้านักการเมืองเข้าไปร่วมด้วยเปึน ๓ เส้า ยุ่งเลยครับ อันนี้ต้องมาอยู่ที่ในระดับชาติ และในระดับท้องถิ่น ผมจะขอยกตัวอย่างที่สําคัญตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งข้าราชการมีจิตสํานึก อยู่ในองค์การบริหารส่วนตําบลครับ ข้าราชการขอย้ายทั้งองค์การบริหารส่วนตําบล ทนไม่ไหวที่จะถูกนักการเมืองที่เรียกว่านายกองค์การบริหารส่วนตําบลบังคับขู่เข็ญ ให้ป่ดงาน ให้ป่ดการประกวด เพื่อเรียกเอาสินบนจากพ่อค้าครับ ขอย้ายครับ ผมไม่ขอบอกว่า อบต. ไหนก็แล้วกันนะครับ นี่มีจริง นี่คือข้าราชการเหล่านั้นมีจิตสํานึก เขาเกรงกลัวว่าจะได้รับโทษ เขาก็มาหาผมที่สํานักงาน ผมบอกว่าผมแทรกแซงข้าราชการไม่ได้หรอกครับ ได้แต่แนะนําว่ากฎใด ระเบียบใดที่มีอยู่ ขอให้ท่านยึดกฎนั้น และระเบียบนั้นเปึนเกราะปัองกันตัวท่านก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ถ้าลักษณะนี้ในการพัฒนาระบบของข้าราชการไทย ท่านควรจะได้ส่งเสริมให้ข้าราชการ เหล่านั้นได้รู้จักการใช้กฎหมายระเบียบคุ้มครองศักดิ์ศรีของความเปึนข้าราชการ ที่ผมพูด อย่างนี้เพราะว่าผมมีประสบการณ์ในการรับราชการ ๑๒ ป้ และทําหน้าที่สําคัญคือ เปึนนิติกรควบคุมวินัยข้าราชการครูในจังหวัดประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ เหตุของการทุจริตหรือการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นในวงราชการ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะหลุดครับ แต่ชั้นผู้น้อยซี ๒ ซี ๓ ติดคดีครับ ข้าราชการ ก็ถูกนักการเมืองข่มลงมา นักการเมืองข่มข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้ใหญ่ก็ข่มชั้นผู้น้อย ลงไปเรื่อย ๆ ตายที่ชั้นผู้น้อย ท่านควรจะได้ ถ้าทําโครงการตัวนี้ให้วิชาความรู้ด้านการใช้ กฎหมาย หรือระเบียบราชการให้ชัดเจนเพื่อให้เขาใช้ปัองกันตัวเอง ท่านประธานครับ กรมชลประทานก็ล่าช้า ผมจะเกี่ยวเนื่องไปที่การโยกงบเมื่อสักครู่นี้ การเปลี่ยนแปลง โครงการ ผมกราบเรียนว่า โครงการสร้างเขื่อนชลประทานน้ําอูน ผมพูดอีกครั้งครับ เพราะยายไฮได้ไปแล้ว ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการ สร้างเขื่อนน้ําอูน ซึ่งเสร็จไปเมื่อป้ ๒๕๑๒ ตอนนี้ป้ ๒๕๕๒ เอาไปลบกัน ๔๐ ป้ ราชการ จะต้องจัดหาที่ดินทํากินให้ประชาชนที่ถูกน้ําท่วมนาเขาเนื่องจากการสร้างเขื่อนของรัฐ ๓,๓๕๑ ครัวเรือน หาให้ได้บ้าง หาให้ไม่ได้บ้าง หาให้ไม่ได้ก็ต้องเอาเงินมาชดเชยครับ ข้าราชการร้องเรียนตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีชวลิต ยงใจยุทธ มีคําสั่งเรียบร้อยแล้วครับ จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ได้ครับ วันนี้หนังสือถึงคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองครับ รับเรื่องไว้แล้ว รายชื่อครับ เขาไม่ได้ขอ ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาทหรอกครับ ตีราคาให้เขาไร่ละ ๓๐,๐๐๐ ต่อที่ดิน จ่ายไร่ละหมื่นบาทเขาก็ยอมรับ ขนาดนั้นก็ยังจ่าย ให้ไม่ครบครับ ไม่รู้ทําอะไรอยู่ ราชการเรียกร้องอะไรจากประชาชนเหล่านี้หรือเปล่า นี่คือระบบราชการ การบริการท่านเขียนไว้ย่อ ๆ ข้างหน้า มีรูปพระจันทร์ยิ้มด้วย ท่านบอก ว่า เก่งดี มีส่วนร่วม ตอบสนองทันต่อการเปลี่ยนแปลงครับ ราคาที่ดินตอนนี้ไร่ละหมื่นบาท หาซื้อไม่ได้ครับ ที่จังหวัดสกลนคร ราชการชดเชยไปไร่ละหมื่นบาท เขาก็ไม่ซื้อ ซื้อไม่ได้ครับ เดี๋ยวนี้มันไร่ละ ๕๐,๐๐๐ บาทแล้วครับ ชดเชยเขาไปไร่ละหมื่นบาท ก็ยังไม่ได้ครับ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๒ นี่คือระบบราชการไทย เพราะจิตสํานึก ในการบริการประชาชน ท่านมีน้อยไปหรือไม่ หรือจิตสํานึกอย่างที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่าจิตสํานึกของการเปึนเจ้าขุนมูลนายนั้น ยังคงมีอยู่หรือไม่ ฉะนั้นผมขอเสนอแนะว่าถ้าตราบใดก็ตาม ทัศนคติของคนไทยยังคง ยอมรับว่าโกงไม่เปึนไร ขอแต่ให้บ้านเมืองเจริญยังคงอยู่ นี่คือความล้มเหลวของระบบ ราชการไทย ท่านจะต้องเปลี่ยนจิตสํานึกของประชาชนให้ไม่ยอมรับการโกงแม้แต่ ครั้งเดียว หมู่บ้านไหน ตําบลไหนมีการร้องเรียนการทุจริตมาก ร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้าง มาก หมู่บ้านนั้น ตําบลนั้นละครับคือหมู่บ้านที่ประชาชนมีจิตสํานึกในการหวงแหนภาษี ของเขา ท่านประธานครับ ก็ขอฝากไว้เพื่อให้ ก.พ.ร. ได้โปรดพิจารณาว่าตัวชี้วัดเรื่องการ ทุจริตคอร์รัปชันนั้นจะต้องลดลง เจตนคติของประชาชนที่มีอย่างที่ว่านั้นจะต้องลดลง ถ้าสํารวจจะต้องบอกว่าประเทศที่โกงแล้วเจริญไม่มีในโลก นั่นคือการพัฒนาของระบบ ราชการไทย ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบรบกวนเวลาท่านประธาน เพื่อให้คุ้มค่ากับที่เราได้ใช้เวลารับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการไทยประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อทั้งเปึนการบ้าน เปึนข้อสังเกต แล้วก็เสนอแนะ
ในประเด็นแรกขอถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าดูรายชื่อ ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ในชุดปัจจุบัน ไม่ว่าจะเปึนกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือเปึนฝ์ายเลขาธิการ รองเลขาธิการก็ดี ท่านเหล่านี้ถือว่า เปึนผู้มีประสบการณ์ในระบบราชการเปึนอย่างดี ฝ์ายคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เปึนอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทสําคัญ ได้รู้ระบบราชการอย่างดี รู้ปัญหา รู้ข้อมูล ฝ์ายเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านดอกเตอร์ทศพรก็ถือว่าเปึนผู้ซึ่งมีความรอบรู้และเปึนผู้ที่เอา ใจใส่การปฏิบัติหน้าที่ น่าชื่นชม แต่ว่าประเด็นที่ผมพยายามเป่ดดูรายงานของท่านนั้น คิดว่าเปึนรายงานประจําป้ในการปฏิบัติภารกิจทั่ว ๆ ไป แต่ว่าถ้ามองความสําคัญ ของสถาบันข้าราชการนั้นมันมีประเด็นใหญ่ที่สําคัญยิ่งที่อยากจะเรียนฝากเปึนข้อสังเกต ว่าเราได้ผ่านประสบการณ์ในช่วง ๘ ป้ที่ผ่านมาที่ระบบราชการมีความสําคัญอย่างมาก ทั้งในส่วนการปัองกันไม่ให้เกิดวิกฤติและเปึนส่วนที่ก่อให้เกิดวิกฤติที่สุดในโลก ที่ผม กราบเรียนประเด็นนี้เพราะเหตุว่า ๘ ป้ที่ผ่านมา ระบบราชการเรียนรู้สิ่งที่ทําให้บ้านเมือง เกิดสิ่งที่เราเรียกว่าวิกฤติที่สุดในโลก ซึ่งระบบราชการมีส่วนสําคัญมากที่สามารถเข้าไป ปัองกันได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าทําไมวิกฤติที่สุดในโลกยังเกิดขึ้น คําตอบก็คือว่า นอกเหนือจากเกิดจุดเปึนข้อบกพร่องในสถาบันอื่น ๆ แล้ว สถาบันข้าราชการเองไม่ได้ ปฏิบัติภารกิจในความรับผิดชอบให้เต็มที่เท่าที่ควรจะเปึน อย่างที่เราได้เห็นวิกฤติ ในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าข้าราชการในฝ์ายความมั่นคงในขณะนั้น กล้าทักท้วงสิ่งที่รู้ว่าผิดพลาด เหตุการณ์ก็จะไม่บานปลาย ขยาย เลวร้ายอย่างที่เปึนอยู่ ขณะนี้ แต่ขณะนั้นคงมีแค่สักคนสองคนที่กล้าท้วง แม้ว่าคนสองคนนั้นต่อมาจะถูกย้าย แล้วก็ไม่มีความก้าวหน้าตลอดมาจนเกษียณราชการ แต่อย่างน้อยก็บันทึกได้ว่าเขาได้ทํา หน้าที่แล้ว ในขณะที่ข้าราชการฝ์ายความมั่นคงส่วนใหญ่ไม่ทําหน้าที่ทักท้วง เพราะความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้กับแต่ละฝ์าย ฝ์ายการเมืองก็ผิดพลาดได้ ฝ์ายข้าราชการประจําก็ผิดพลาดได้ แต่ด้วยระบบที่มีการถ่วงดุลหรือเสริมอํานาจเหล่านี้ เปึนส่วนที่ทําให้เราสามารถระงับยับยั้งความผิดพลาดพร้อมกับสามารถส่งเสริมให้การทํา หน้าที่ในแนวทางที่ถูกต้องนั้นไปได้อย่างสมบูรณ์ เพราะภารกิจของข้าราชการไม่ใช่ เพียงรับนโยบายรัฐบาลอย่างเดียว แต่เมื่อรู้ว่ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นก็สามารถทักท้วงให้ ความคิดที่ถูกต้องได้ แต่เมื่อละเลยในที่สุดผลที่เกิดขึ้นเราก็ได้รับผลมาจนถึงปัจจุบันนี้ นี่เปึนตัวอย่างหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ทาง คณะกรรมการและผู้บริหารได้พิจารณาประเด็นเรื่องของความมั่นคงของสถาบัน ข้าราชการ คือต้องยอมรับว่าช่วงหลังข้าราชการได้รับผลกระทบจากอํานาจฝ์ายการเมือง มาก เห็นใจในจุดนี้ แต่กระผมคิดว่าสิ่งที่เปึนภารกิจของสํานักงานนี้ที่จะต้องศึกษาคือหยิบยกตัวอย่าง จากผลกระทบเหล่านั้นมาศึกษา ฝ์ายการเมืองไม่ป่ดหูป่ดตาที่จะทําสิ่งไม่ถูกต้อง แต่ถ้า เราไม่กล้าหยิบยกข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาเปึนอุทาหรณ์ เราก็จะไม่รู้ว่ามันเกิด ความผิดพลาดอะไรขึ้น กระผมยกตัวอย่าง ขออภัยท่านประธาน ทําไมคนระดับ ปลัดกระทรวงการคลัง นักเรียนทุนรัฐบาลถูกไล่ออก ทําไม นักเรียนทุนรัฐบาลที่ได้ถือว่า เปึนคนเก่ง แล้วในความรู้สึกผม เปึนคนดีคนหนึ่ง ทําไมถูกไล่ออก อํานาจ ของปลัดกระทรวงในขณะที่เปึนอธิบดีกับอํานาจฝ์ายการเมืองเกิดข้อขัดแย้งอย่างไร ความถูกต้องอยู่ตรงไหน ทําไมระดับปลัดกระทรวงซึ่งมีความรู้ ระดับอธิบดีมีความรู้ ยังทํา สิ่งที่ผิด ผิดข้อบังคับ ผิดกฎหมาย จนท่านต้องรับกรรม ถูกไล่ออก ผมกราบเรียน ท่านประธานเรื่องนี้เพราะว่ามีข้าราชการกรมสรรพากรไปบรรยายที่ศาลภาษีอากร กระผม ฟังอยู่ด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันเปึนเรื่องของการที่ข้าราชการกลัวว่าฝ์ายการเมือง เขาจะอยู่นาน ต้องยอมทําสิ่งที่รู้ว่าไม่ค่อยถูกต้อง ข้าราชการระดับผู้ใหญ่ท่านนั้น ท่านใช้ คําที่ผมต้องจดไว้ในวันนั้น ผมกับเพื่อน ๆ ส.ส. ไปนั่งฟังอยู่ ท่านใช้คําว่า เมื่อกล้าเสี่ยง ที่จะได้ก็ต้องพร้อมเสี่ยงที่จะเสีย ข้าราชการที่บรรยายนั้นท่านไม่กล้าเสี่ยงที่จะได้ ท่านก็ ไม่เสี่ยงต้องเสีย ท่านก็ยังอยู่ ไม่ถูกไล่ออก ที่กระผมกราบเรียนเรื่องนี้เพราะมันเปึนเรื่อง ของการโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีระเบียบที่ ก.พ. เปึนผู้กําหนด และความจริงกระผมเองคือ คนที่ให้เขาทําเรื่องนี้เมื่อสมัยที่เปึนนายกรัฐมนตรีเพื่อไม่ต้องการให้ฝ์ายการเมืองเข้าไป แทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการระดับ ๙ ระดับ ๑๐ ระดับ ๑๑ มากเกินไป ระเบียบ ออกมาดี ๆ เปึนประโยชน์กับราชการ แต่ข้าราชการเองไม่รักษาสิ่งนี้ จึงได้เกิดเหตุที่ ไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นคือระดับปลัดกระทรวงต้องถูกไล่ออกจากราชการ ผมขอนําเรื่องนี้ มอบให้กับคณะกรรมการบริหารของ ก.พ.ร. นะครับ ช่วยกรุณาไปตั้งเปึนโจทย์สิครับ ศึกษารายละเอียดของเรื่องนี้โดยชัดเจนตั้งแต่ต้นว่ามันไปอย่างไร ระหว่างอํานาจ ฝ์ายการเมืองและฝ์ายประจํา มันผิดพลาดตรงไหน ถึงได้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียดาย ที่สูญเสียคนดีคนหนึ่งของกระทรวงการคลังไป อันนี้คือสิ่งที่อยากถือโอกาสกราบเรียน ท่านประธาน
ในประเด็นของความมั่นคงต่อบ้านเมืองนั้น กระผมต้องกราบเรียนว่าด้วย ความตระหนักว่าสถาบันนี้เปึนสถาบันที่ดูแลความมั่นคงของความอยู่รอดของชาติ บ้านเมืองและระบอบประชาธิปไตย สถาบันหลักของประเทศชาติ สถาบันข้าราชการ มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่ง แต่สถาบันนี้อาจจะทําให้เกิดความอ่อนแอในประเทศได้ ถ้าหาก ว่าเราไม่ได้สนใจโครงสร้างใหญ่ ที่ท่านรายงานมาทั้งหมดนั้นไม่มีนะครับ นั่นก็คือ คณะกรรมการ ก.พ.ร. อาจจะต้องหารือกันว่าครั้งหนึ่งเราเคยพูดถึงเรื่องการปรับกําลัง ข้าราชการให้สอดคล้องกับความเปึนจริงของประเทศ ถึงได้เกิดนโยบายเกษียณ ก่อนกําหนดหรือออกก่อนเกษียณ เพื่อปรับจํานวนของข้าราชการให้สอดคล้องกับ ความเปึนจริง เพราะทุกคน ทุกตําแหน่งล้วนผูกพันกับภาษีประชาชนทั้งสิ้น จะปรับ เงินเดือนข้าราชการให้ขึ้นมา ทําได้ยาก เพราะสัดส่วนข้าราชการมากเกินกว่า ที่งบประมาณจะรับไหว จึงได้เกิดความคิด ในกองทัพก็ปรับโครงสร้างกองทัพ เรียกว่า นายพลที่ล้นในบางกองทัพเปึนร้อยละ ๑๐๐ เลยนะครับ ต้องค่อย ๆ ปรับ ในขณะที่หน่วย ที่ดูแลปัองกันประเทศมีสัดส่วนงบประมาณนิดเดียวแต่งบประจําสูง สวนทาง กับความเปึนจริง สิ่งเหล่านี้มีความพยายาม แต่ในที่สุดกระผมเข้าใจว่าวันนี้ เรื่องนี้ ล้มเหลวไปแล้วครับ ทําได้อยู่สักระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนฝากทาง คณะกรรมการว่าลองศึกษาตัวเลขให้ชัดเจนนะครับ เพื่อเปึนแนวสําหรับความมั่นคงของสถาบันข้าราชการกับความมั่นคงของชาติที่ต้อง ไปด้วยกัน ว่าสัดส่วนที่เหมาะสมนั้นควรจะเปึนอย่างไร เพราะว่าในช่วงหลังนั้นจะมีการ เพิ่มกําลังข้าราชการอย่างน่าตกใจแม้กระทั่งเวลามีการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ให้เพิ่ม หน่วยงานบางหน่วยประจําในจังหวัดต่าง ๆ คนคิดไม่ได้สนใจหรอกครับว่าทุกตําแหน่ง เปึนภาระภาษีประชาชน ช่วงหนึ่งถ้ามันเกินขอบเขตที่ประชาชนจะรับไหวจะมีปัญหา ย้อนกลับอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงด้านการเงิน การคลัง สิ่งนี้อยากจะถือโอกาส เรียนฝากไว้ครับ นอกเหนือจากประเด็นที่กระผมได้กราบเรียนแล้ว ความจริงมีเรื่อง อีกหลายเรื่อง แต่ว่าอยากจะให้กรรมการได้สนใจว่านับแต่เราเริ่มใช้พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ ๕ พุทธศักราช ๒๕๔๕ ปัญหาของเราเกี่ยวกับ เรื่องระบบราชการก็เกิดขึ้นมามาก กระผมไม่คิดว่าเปึนความผิดของตัวกฎหมาย แต่ว่าลองทบทวนดูนะครับว่า นอกเหนือจากเปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรม ของบุคคลทั้งฝ์ายการเมือง ฝ์ายประจําแล้ว ตัวกฎหมายเองมีอะไรที่น่าจะต้องทบทวนว่า เปึนส่วนที่เปึนปัญหาก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เรารู้สึกกันในปัจจุบันนี้ว่าระบบราชการ เปึนระบบซึ่งเกิดความรู้สึกว่าประชาชนฝากความหวังไว้ได้น้อยลง กระผมกราบเรียน เรื่องนี้เพราะว่าเมื่อไม่กี่วันที่สถานการณ์เกิดขึ้นแล้วตํารวจมีความรู้สึกหวั่นไหวซึ่งก็เห็นใจ เขา เห็นใจพี่น้องตํารวจที่เกิดความวิตกกังวลในการปฏิบัติหน้าที่ แต่กระผมคิดว่าถ้าเรา ไม่ปลูกฝังให้ข้าราชการของเรามีความเชื่อมั่นในการทําสิ่งที่ถูกต้อง มีความเชื่อมั่นในการ ทําสิ่งที่เปึนภาระหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความหวังที่ประชาชนเชื่อมั่นต่อราชการ อาจจะสูญเสียไป ซึ่งโดยปกติก็ไม่ควรจะเปึนอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าครั้งที่ผ่านมา เมื่อไม่กี่วันนี้ กระผมคิดว่าเกิดความรู้สึกเรื่องนี้ กระผมเองเปึนคนหนึ่งที่ให้ข้อสังเกตว่า ขอให้พี่น้องตํารวจยึดมั่นกฎหมาย เขาบอกท่านรองนายกรัฐมนตรีรับปากไว้แล้วว่าเขาจะ ดูแลรับผิดชอบเอง ผมบอกอย่าไปสนใจใครรับปาก คํารับปากจะไม่มีผล แต่กฎหมาย มีผล เพราะฉะนั้นเราต้องให้ข้าราชการของเรามีความรอบรู้ในสิ่งเหล่านี้ว่าการปฏิบัติ ภารกิจนั้น ถ้าเขาปฏิบัติไปด้วยความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายแล้ว กฎหมาย คุ้มครองเขา แต่ว่าถ้าเขาไม่มั่นใจภารกิจที่เขาควรจะทําก็ถูกละเลย เพราะฉะนั้นการให้ข้าราชการของเราเกิดความสํานึกที่รับผิดชอบนั้น ผมคิดว่า เปึนสิ่งสําคัญยิ่ง นอกนั้นเปึนรายละเอียด กระผมไม่รบกวนเวลาท่านประธาน แต่ฝากประเด็นที่ได้กราบเรียนท่านประธานไว้ ๒-๓ เรื่องนี้ ขอความกรุณาว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการกรุณาโดยเฉพาะเรื่องกรณีปลัดกระทรวงการคลัง นั้นอยากให้ไปเปึนโจทย์นะครับ ศึกษาดูทั้งระบบเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ข้าราชการ ระดับสูงผิดพลาดอย่างไร ถึงได้เกิดปัญหานี้ขึ้น ขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณไพจิต ศรีวรขาน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อรายงาน การพัฒนาระบบราชการไทยประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่คณะกรรมการ ก.พ.ร. ได้นําเสนอต่อสภาในคราวนี้ ต้องกราบเรียนว่าเปึนเจตนารมณ์ที่พระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ ๕ พุทธศักราช ๒๕๔๕ ได้ให้บทบาทต่อสภาที่จะได้รับฟัง การรายงาน เปึนอีกครั้งหนึ่งที่ต้องรายงานผล ต้องถือว่าความเปึน ความตาย ความเจริญ ความเสื่อมของบ้านมืองอยู่ที่การทํางานของข้าราชการทั้งสิ้น ที่ท่านบอกตัวเลขประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คนเศษ ศักยภาพเหล่านี้ได้มีความพยายามในการที่จะปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์ ต่อการเปึนไม้เปึนมือของรัฐบาลในแต่ละยุค เพื่อให้ส่งผลถึงพี่น้องประชาชนที่จะรับบริการ จากข้าราชการที่เปึนกลไกที่สําคัญอย่างยิ่ง ดูจากรายงานตัวเลขต่าง ๆ ก็น่าชื่นชมนะครับ ว่าเราได้ประสบความสําเร็จในการพัฒนาชาติ ไม่ว่าจะเปึนอันดับ เปึนประเทศที่เอื้อ ต่อการลงทุนในการประกอบธุรกิจประเทศไทยอยู่ลําดับที่ ๑๓ จาก ๑๘๑ ประเทศ แล้วก็ ดีขึ้นเปึนลําดับนะครับ จากลําดับที่ ๑๕ เมื่อป้ ๒๕๑๑ แล้วก็จากความเปึนประเทศ ที่สามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยอยู่ลําดับที่ ๒๗ จากลําดับที่ ๓๓ ๕๕ ประเทศ เช่นเดียวกันเมื่อป้ ๒๕๕๐ แปลว่าลําดับเราดีขึ้น เปึนผลจากปฏิบัติภารกิจของพี่น้อง ข้าราชการส่วนทั้งหมดที่ได้ทุ่มเททํา ผมกราบเรียนว่าถ้าจะให้เกิดความสําเร็จจริง ๆ ที่จะ อํานวยความผาสุกต่อพี่น้องประชาชน ก็ยังมีหลายส่วนที่จะต้อง ท่านรัฐมนตรีวีระชัย ซึ่งเปึนคนหนุ่มที่กํากับดูแลโดยตรงนะครับ แม้ว่าท่านจะไม่เคยรับราชการ แต่รู้ว่าท่านเปึน นักบริหารนักธุรกิจ วิธีการบริหารระบบราชการโดยเนื้อแท้ของการปรับปรุงระบบราชการ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๕ คือเอาความสําเร็จของภาคในการบริหารธุรกิจมาใช้เพื่อให้ มีประสิทธิภาพ มีกําลังคนที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณว่าข้าราชการที่ต้อง ถูกปลดออก หรือขอออกก่อนเวลาอันสมควรที่ประเภทเช้าชามเย็นชามนี่ก็ค่อย ๆ หมดไป ไม่สามารถอยู่ในระบบของการประเมิน การเร่งรัดในด้านคุณภาพของระบบที่ท่านได้ทํา อย่างดีขึ้น ท่านเลขาธิการซึ่งเปึนคนหนุ่มที่พวกเราได้คุ้นเคยกันอย่างดี ก็เข้าใจว่าได้สั่งสม ประสบการณ์ ได้ฟังข้อสังเกตจากการรายงานของพวกเรามาเปึนระยะ ๆ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าขอให้ท่านทําเถอะครับ วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาภาคประชาชนคนยากคนจน อย่างยิ่ง ความทุ่มเทของข้าราชการจะเปึนกําลังที่สําคัญในการขับเคลื่อนในการแก้ปัญหา วิกฤติของบ้านเมือง ท่านประธานครับผมขออนุญาตได้กราบเรียนอยู่ ๒ ส่วนที่อยากต้อง ฝากท่านบอร์ดใหญ่ คณะกรรมการข้าราชการที่มีอยู่ทั้งหมดว่าปัญหาเรื่องท้องถิ่นที่เปึน การกระจายการพัฒนาไปสู่รากฐาน รากหญ้าของประชาชน วันนี้ไม่ว่า จะเปึน อบจ. เทศบาลเมือง เทศบาลตําบล อบต. ท่านทราบไหมว่ามีคนเยอะแยะ หมด ท้องถิ่นเล็ก ๆ บางที ๓๐-๕๐ คน ใน อบต. ในเทศบาลประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ คน เทศบาลตําบล ถ้าเทศบาลเมืองประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ คน ทั้งในส่วนที่เปึนข้าราชการประจํา ไม่มาก ข้าราชการประจําจะไม่มาก ลูกจ้างประจําก็ไม่มาก ลูกจ้างตามภารกิจ ลูกจ้าง ชั่วคราวเยอะแยะไปหมดครับ บางแห่งก็สมมุติมีกําลังมาก ๆ ก็จะเปึนภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนที่ต้องจ่ายเปึนค่าตอบแทนเยอะแยะหมด ผมว่าประสิทธิภาพเหล่านี้ควรจะต้อง มีกําลังที่เหมาะสม บางทีเราให้บทบาทในการบริหารตนเองไม่สอดคล้องกับภาวะที่มัน ไม่เปึนไปก็จะเปึนปัญหาแทนที่จะนําไปสู่การพัฒนา การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน งบประมาณเท่าที่มีจํากัด ข้าราชการในระบบปกติถ้าหากหาความก้าวหน้า ความเจริญ เรื่องซี เรื่องตําแหน่งไม่ได้ ก็จะไปอยู่ส่วนท้องถิ่น ไปเปึนปลัดโอนย้ายกันไป แล้วพอไปอยู่ ตรงนั้นก็เนื่องจากผู้บริหารท้องถิ่น ต้องกราบเรียนว่าความจัดเจนในเรื่องตัวบทกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ มีข้อจํากัดหมดนะครับ ก็จะอยู่ภายใต้การบริหารบุคคลของปลัดก็ดี ของฝ์ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกองช่าง กองคลัง มีปัญหาไปหมด วันนี้เปึนภาระอย่างยิ่ง เผลอ ๆ ท่านเหล่านี้ก็จะทําหน้าที่เปึน บริหาร อปท. เอง ท่านคงจะทราบว่าปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือจากความสามารถ ในการที่จะพัฒนากําลังคนภาครัฐเพื่อให้เปึนประโยชน์ในการบริหารท้องถิ่น การมี ผลประโยชน์ตอบแทน บรรจุคนซีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าซี ๑ ก็ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซี ๒ ก็ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซี ๓ ก็ ๓๐๐,๐๐๐ บาท นี่ก็เปึนความที่จะต้องหาวิธีปลดล็อกเหล่านี้ ให้หมดเสีย ท่านประธานครับ ผมฝากว่าบางทีโบนัส เทศบาลมีงบประมาณประมาณ ๕๐ ล้านบาท บางทีต้องมีโบนัสอยู่ประมาณสัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท วิธีการจ่ายก็เปึนไป ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่กําหนดก็เป่ดช่องอีก เป่ดช่องให้ผู้บริหารบอกว่า จะต้องผ่านการประเมิน ผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่ที่ผู้บริหารท้องถิ่นนั้น เสร็จแล้วท้ายสุด ก็บอกว่าเอาไป เอาไป อบต. ทั้งเทศบาล ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเปึนเงินเยอะ นะครับ แล้วทํางานก็รู้อยู่แล้วนะครับ บางทีผมก็งงเพราะเคยเปึนข้าราชการ อยู่เช่นเดียวกัน ทําไมพอสิ้นป้ต้องได้รับงบประมาณเปึนบําเหน็จ เปึนโบนัสก็เปึนวิธีการ บริหารธุรกรรมที่มีความสําเร็จมีกําไร แต่ผมว่าวันนี้ท้องถิ่นยังไม่ได้มีกําไรหรอก ยังเปึน ภาระของประชาชนที่ควรที่จะได้รับกําไรมาก่อน โบนัสต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะเปึนด้วย ความเหมาะสม ผมฝากเรื่องนี้ให้ไปดูให้หน่อยนะครับ ไปดูเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ ของการบริหารงานบุคคลของ อปท. ทั้งหลาย มีความจําเปึนต้องปรับอะไร ต้องแก้อะไร ต้องถือว่าเปึนหน้าที่ของ ก.พ.ร. ที่จะต้องช่วยดูให้
เรื่องของส่วนที่เปึนงานที่อยากจะฝาก เรื่องของการสนองงานของท่าน ในเรื่องการลดกําลังข้าราชการลง กรมที่ดินมีความจําเปึนเขาก็ถือโอกาสปรับลดไป เช่นเดียวกัน เพราะท่านบอกว่าต้องปรับลงเท่านั้น ๆ เขาก็ลดลงนะครับ แต่ท่านทราบไหม ครับว่าพอลดพวกนี้ลง มันกระทบกับพี่น้องประชาชน เพราะเอกสาร โฉนดที่ดิน น.ส. ๓ เปึนเรื่องตราสารที่ต้องมีตําแหน่งเปึนฝ์ายที่จะออกให้กับประชาชน การจะออกโฉนดที่ดิน ของผม ผมพยายามดูว่าพี่น้องประชาชนไปนอนรอเปึนวันเปึนคืน จะต้องไปทําโอนโฉนด โอนมรดก อะไรทั้งหลายที่สํานักงานที่ดินจังหวัด ทีนี้จังหวัดหนึ่งบางทีมัน ๒๐๐ กิโลเมตร ท่านให้ตั้งสํานักงานที่ดินสาขา ผมก็ต่อว่าทางกรมที่ดินบอกทําไมให้พี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อน เขาบอกว่าเขาไปจัดตั้งสาขาที่จะต้องการอีกประมาณ ๖๐-๗๐ แห่ง ทั่วประเทศ ไม่ได้หรอก เพราะเขามีข้อจํากัดว่าคนที่จะแบ่งแปลนออกโฉนดต้องเปึน ข้าราชการเท่านั้น เปึนลูกจ้างชั่วคราว เปึนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทั้งหลายไม่มีปัญหา เลยนะครับ สภาก็จะให้แต่ว่าจะถูกจํากัดด้วยกรอบกําลังคน พอเปึนแบบนี้ที่อยู่ไกล ๆ ประมาณสัก ๓-๔ อําเภอก็เปึนที่ทําการออกโฉนดที่ดิน แก้ไขเปลี่ยนแปลงรังวัดได้สัก ๑ แห่ง ถ้ามันหลายอําเภอมีปริมาณมาก ๆ ก็นอนรอกันละครับ คนแก่ ๆ เฒ่า ๆ ก็จะ ไปคอย ผมกราบเรียนฝากเรื่องนี้ว่าให้ดูแลเรื่องนี้ให้หน่อยนะครับ ผมมีปัญหาที่ที่ดินสาขา อําเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ อะไรเข้าเกณฑ์หมด แต่ติดอย่างเดียว เรื่องกําลังคน ขอฝากเรื่องนี้ให้เปึนประโยชน์ เราพัฒนาแต่ว่าอย่าให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อน เอกสารสิทธิพิชิตความจน เขาจะได้มีความหวังแล้วก็มีความภูมิใจในฐานะ ที่เกิดเปึนคนไทย ขอบพระคุณครับท่านประธาน
คุณทศพล เพ็งส้ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องจากเราได้มาดูรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีวีระชัย วีระเมธีกุล ที่ได้ตั้งใจฟัง ก็คือตั้งใจที่จะทํางานนี้ให้ ประสบความสําเร็จนะครับ ท่านประธานครับ ตามที่เห็นในรายงานนี้ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่า ในเรื่องขีดความสามารถ ในการแข่งขันของระบบข้าราชการไทยเชิงเปรียบเทียบ เราทราบดีอยู่แล้วในรายงานนั้น เราอยู่ในลําดับที่ ๑๓ แล้วก็อยู่ในลําดับที่ ๑๕ แต่เท่าที่อ่านดูปรากฏว่าท่านยังไม่ได้ วางเปัาหมายว่าป้หน้านั้นจะทําวิธีใดให้ขีดความสามารถนั้นเลื่อนลําดับขึ้นไป ถ้าวางเปัาหมายไว้ เราก็จะได้ดูว่าเปัาหมายของท่านที่วางไว้ในรายงานนั้น ในป้หน้านั้น เราจะได้ร่วมกันผลักดันอย่างไร ถ้าไม่เห็นอย่างนี้นะครับ มันก็เหมือนกับรู้ว่าที่ผ่านมา เท่านี้ แต่ต่อไปไม่รู้ ถ้าเราวางเปัาหมายด้วยการมีการรายงานว่าต่อไปข้างหน้าจะต้อง ติดอันดับ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๑๐ ก็ดี แล้วดูว่าท่านได้วางแนวไว้จะเปึนจริงหรือไม่ มีเปัาหมายแล้วนี่เราจะได้รู้ว่ากรรมวิธีในการสู่เปัาหมายนั้นเปึนอย่างไร อีกตัวอย่างหนึ่ง นะครับ ในเรื่องของจัดลําดับความพร้อมของการเปึนรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ที่น่าเปึนห่วงก็คือดัชนีความพร้อม ๐.๕๐๓๑ ต่ํามาก ต่ํามากแล้วผมก็ดูว่าท่านจะวางแผน อย่างไร ท่านก็ไม่ได้เขียนไว้ว่าแผนในการพัฒนา ท่านมีแต่เพียงรายงานเท่านั้นเองว่า ตอนนี้อยู่ในลําดับที่เท่าไรนะครับ ถามว่าทําไมผมถึงต้องพูดถึงเปัาหมาย เพราะเมื่อไร ก็แล้วแต่นะครับ รายงานของท่านที่เสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรกําหนดเพียงว่าท่าน ทําอะไรมาบ้าง แต่ยังไม่ได้บอกว่าท่านจะทําอะไรต่อไป อันนั้นละครับที่เปึนห่วง สภาเองก็ อยากเห็นครับว่า ก.พ.ร. ต้องการพัฒนาตัวเองไปในด้านใด และที่สําคัญครับ การที่จะให้ บุคคลทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขวัญและกําลังใจครับ ทําให้ประสิทธิภาพในการ ทํางานดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ผ่านไปยังคณะกรรมการนิดหนึ่งว่า รายงานเล่มนี้ เปึนรายงานที่ดี ก็ฝากว่าเมื่อนโยบายก็ควรจะนํารายงานฉบับนี้ไปเผยแพร่ ในระดับอุดมศึกษา เพื่อต้องการที่จะให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาสามารถเข้าใจระบบ ข้าราชการ จะได้รู้เปัาหมายในชีวิตว่าตัวเขาเองนั้น เวลาเรียนนั้นพร้อมที่จะ เข้าทํางานในระบบราชการหรือไม่ อย่าลืมนะครับ ข้าราชการมีทั้งหมดล้านกว่าคน ล้านกว่าคน ไหนจะครอบครัวเขาอีก เด็กบางคนหรือระดับอุดมศึกษา บางทีเรียนและยัง ไม่รู้เปัาหมายเลยว่าถ้ารับราชการจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร มีเปัาหมายในชีวิตอย่างไร ตรงนี้ละครับในรายงานของท่าน ผมยอมรับว่าเปึนรายงานที่ถ้าอ่านแล้วจะได้รู้ครับว่า วิถีชีวิตของข้าราชการในการที่จะนําไปสู่การทํางานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลนั้น สามารถเปึนไปได้ อันนี้ก็คือเปึนคัมภีร์อย่างหนึ่งที่ให้เด็กระดับอุดมศึกษาจะได้รู้ จะได้ เข้าใจ เพราะท่านอย่าลืมนะครับว่า มีหลาย ๆ วิธีคิดในนี้ เขาจะได้นําความรู้ในรายงาน เล่มนี้ไปประพฤติปฏิบัติในการทํางานต่อไปข้างหน้า เปึนไปได้ครับที่อาจจะบอกว่าคนที่ เข้ามาในระบบราชการนั้นอาจจะต้องสอบวิธีคิดในรายงานของท่านที่ทํามาให้สภาแห่งนี้ ละครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้การพัฒนานั้นไม่ขึ้นอยู่กับคนที่จะเข้ามาในราชการ อย่างเดียว แต่สามารถทําให้นักเรียนหรือแม้กระทั่งเยาวชนนั้นเข้าใจระบบราชการ และพร้อมที่จะเข้ามาอย่างเปึนคนที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล จะทําให้ ขีดความสามารถของข้าราชการไทยนั้นดีขึ้น วันนี้ก็ฝากไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณ ท่านประธาน
เชิญคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ เวลาที่ผมเห็นสํานักงาน ก.พ.ร. ได้ลงประกาศที่เกี่ยวกับการการพัฒนาระบบราชการ ผมก็ติดตามดูด้วยความชื่นชม อยากจะเห็นการดําเนินการพัฒนาระบบราชการ มีความก้าวหน้าไปตามที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปผ่านหน้าสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะ ในหนังสือพิมพ์ บางครั้งก็อยากจะไปร่วมรับฟังหรือร่วมแสดงความคิดเห็นในงานประชุม และสัมมนาอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเนื่องจากไม่ได้มีโอกาสที่จะได้รับเชิญหรือรับอะไรไป ก็เลยไม่มีโอกาสที่จะไปร่วม แต่โดยส่วนตัวก็พยายามที่จะติดตามดูความก้าวหน้า ของการพัฒนาระบบราชการอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นในส่วนต้นก็อยากจะให้กําลังใจกับ สํานักงาน ก.พ.ร. ขอให้ได้พัฒนาระบบราชการกันต่อไป ผมมีข้อสังเกตอยู่เล็กน้อย เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกจากพรรคเดียวกัน ท่านไพจิตได้พูดถึงแล้ว เรื่องของบุคลากร ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งพวกผมก็เห็นอยู่เปึนประจํา ทั้งใน อบต. ทั้งในเทศบาล ก็เห็นว่ามีจํานวนบุคลากรค่อนข้างจะเยอะ อาจจะเกินความจําเปึนหลายครั้ง เพราะฉะนั้น ก็เลยอยากจะให้ส่วนนั้น ให้ ก.พ.ร. ได้ไปช่วยพิจารณาดูในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะเมื่อ ทางภาคราชการได้พยายามที่จะลดคนในระบบราชการลง และค่าใช้จ่ายต่องบบุคลากร ท่านก็บอกว่าลดลงอยู่เรื่อย แต่ผมก็เชื่อมันก็จะไปโผล่ที่อื่นอีก เพราะฉะนั้นถ้ามีการ ติดตามหรือการวางระบบของบุคลากรที่อยู่ในภาคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็น่าจะมีส่วนที่จะช่วยทําให้การดําเนินงานนั้นเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนทาง ก.พ.ร. ได้ช่วยดูด้วยเหมือนกัน คือช่วงหลังมีการเสนอ ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเยอะมาก ผ่านการพิจารณาของสภาตรงนี้ คือเปึนหน่วยงานของรัฐ รูปแบบใหม่ หลายครั้งท่านประธานเองอาจจะเห็นชื่อองค์กรมหาชน ซึ่งไม่เคย ได้ยินชื่อเลย ผมก็ผ่านไปบางแห่งก็เพิ่งเห็นขึ้นปัายว่าเปึนองค์กรมหาชนตั้งขึ้นมานะครับ ถ้าจะดูหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ที่ท่านบอกไว้ในรายงานนี้ มีทั้งรูปแบบที่เปึน หน่วยงานธุรการของรัฐที่เปึนอิสระ ที่เปึนกองทุนที่เปึนนิติบุคคล เปึนหน่วยบริการรูปแบบ พิเศษ รวมทั้งประเภทที่เปึนหน่วยงานประเภทหนึ่งที่ใช้อํานาจรัฐ หรือเปึนกลไกของรัฐ แต่ไม่เปึนองค์กรของรัฐ คือแนวโน้มการตั้งองค์การแห่งนี้จะมีมากขึ้น ๆ ท่านประธาน ก็เพิ่งพิจารณาไปเมื่อไม่นานมานี้ มันตั้งขึ้น ๆ อย่างนี้เรื่อย ๆ ก็ทําให้เกิดคําถามว่าทําไม เขาไม่ตั้งเปึนระบบราชการ พอตั้งขึ้นมาเปึนหน่วยงานอย่างนี้ก็ตามมาด้วยค่าตอบแทน แล้วก็ไปดําเนินงานต่าง ๆ เกิดขึ้น เลยทําให้ผมคิดว่าท่านที่ต้องการตั้งหน่วยงานเหล่านี้ ขึ้นมาก็จะหลีกเลี่ยงแล้ว ขอเปึนหน่วยงานของรัฐที่เปึนอิสระบ้าง เปึนองค์กรมหาชนบ้าง เปึนอะไรต่ออะไรบ้าง มันก็จะตามมาอย่างที่ผมเรียน ตามมาด้วยปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนที่จะเกิดขึ้นเปึนจํานวนมาก ก็อยากจะให้พิจารณาดูว่ารูปแบบที่มัน มีหลากหลายมากขึ้น ๆ ขณะนี้ จนกระทั่งหลายครั้งเวลาเขียนกฎหมายต้องมาถกเถียงกัน ว่าเขียนอย่างไร จึงจะให้หน่วยงานเหล่านี้สามารถที่จัดหมายเลขลําดับเพื่อจะได้รับ งบประมาณจากสํานักงบประมาณได้ อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็อยากจะให้ดูในเรื่องนี้ ด้วยเหมือนกัน
ส่วนที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า องค์กร ของรัฐ และยังแยกเปึนองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระ กับองค์กรอื่น เมื่อวานนี้สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้พิจารณากฎหมายของ ป.ป.ช. และ คตง. ด้วย ก็มีการแยกข้าราชการในสํานักงาน แห่งนี้ เพื่อจะได้ให้ค่าตอบแทนเหมือนกับข้าราชการในระบบกระบวนการยุติธรรม พูดง่าย ๆ ก็คือได้ค่าตอบแทนเหมือนอัยการ แล้วก็ให้สํานักงานเหล่านี้สามารถที่จะ กําหนดค่าตอบแทนได้เองอีกด้วย ถ้ามันเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ท่านประธานครับ ค่าตอบแทนก็จะแยกแยะกันออกไป เดี๋ยวก็จะมีคนพยายามที่จะเปึนอย่างนี้เพื่อจะได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น ก็อยากจะให้ ทาง ก.พ.ร. ได้ศึกษาเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนขึ้นด้วย เพราะผมเข้าใจว่าพวกเรายังเข้าใจ ผิดกันเยอะว่า คําว่า หน่วยงานของรัฐที่เปึนอิสระ มันอิสระอะไร ทุกคนเข้าใจว่าเปึนอิสระ ทุกอย่างตั้งแต่งบประมาณ การบริหารงานบุคคล อะไรต่ออะไรก็ได้มันเลยทําให้เกิด ปัญหาขึ้นตามมาอย่างนี้เรื่อย ๆ ก็อยากจะให้มีการศึกษากันอย่างจริง ๆ ว่า คําว่า องค์กร ของรัฐที่เปึนอิสระนั้น ความหมายที่แท้จริงมันคืออะไร เราจะได้กําหนดภาระหน้าที่ และการทํางานขององค์กรเหล่านี้ให้มันสอดคล้องกับความเปึนจริงและตรงกับ ความต้องการของประเทศได้มากขึ้น ในรายงานท่านได้พูดถึงเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย เกี่ยวกับองค์กรมหาชน ซึ่งก็ทราบว่ามีปัญหากันอยู่เยอะ ก็เสียดายเพียงบอกว่า ก.พ.ร. เองพยายามที่จะรายงานเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ได้เสนอ ครม. ไปแล้ว แต่ด้วย สาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจึงยังไม่สามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ต่อรัฐสภาได้ ก็อยากจะให้เร่งทําเรื่องนี้หน่อยเพราะมันมีความจําเปึนจริง ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณผ่องศรี ธาราภูมิ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นต่อรายงาน ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ในรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ด้วยความตระหนัก จริง ๆ ว่า บทบาทภารกิจของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการนั้นยิ่งใหญ่มากเลยด้วย บุคลากรของท่าน ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่าคน ที่จะต้องดูแลข้าราชการที่มีอยู่เปึน ล้านคน แล้วก็ด้วยระบบราชการนั้นก็เปึนกลไกที่สําคัญในการพัฒนาประเทศ แล้วก็ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ถ้าไม่มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นวันนี้ดิฉันคิดว่า ก็คงจะไม่ได้ทําหน้าที่ที่สมบูรณ์ ก็ขออนุญาตใช้เวลาในส่วนหนึ่ง ในส่วนของรายงานดิฉัน ก็ได้สนใจรายงานฉบับนี้ตั้งแต่ที่ได้รับมาเมื่อเกือบเดือนแล้ว แล้วก็ได้อ่านไปทั้งหมด แต่โดยส่วนรวมก็เห็นว่าด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ แล้วก็คุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ขึ้นมาเปึนองค์คณะของผู้บริหารแล้วก็โครงสร้างต่าง ๆ นั้น ดิฉันก็เชื่อมั่นว่าท่านก็มี ความตั้งใจ แล้วก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาระบบราชการของประเทศเรา แล้วก็ดูจาก ช่วงท้ายที่ท่านได้ทํากิจกรรมหลายอย่างที่มุ่งเน้นเรื่องของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ กระบวนการทํางาน วัฒนธรรม ค่านิยมในเรื่องของการให้บริการประชาชนโดยมีการจัด กิจกรรมเวทีปัญญาหลายครั้ง อันนี้ก็เข้าใจว่าท่านให้ความสําคัญในเรื่องของการ ปรับค่านิยม แล้วก็กระบวนทัศน์จริง ๆ แต่ว่าในส่วนนี้ก็อาจจะต้องฝากไปเพิ่มว่า ในส่วนข้าราชการที่เปึนข้าราชการอยู่แล้วก็อาจจะปรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ส่วนที่เปึน ข้าราชการใหม่ที่จะบรรจุเข้ามาอันนี้ก็น่าจะเริ่มต้นด้วยดี หรือแม้แต่ถ้าหากกระบวนการ เหล่านี้จะได้ไปปลูกฝังตั้งแต่ยังเปึนนักเรียน นักศึกษาก็น่าจะเปึนประโยชน์แม้ว่าบุคลากร เหล่านั้นเรียนจบแล้วอาจจะไม่เข้าสู่ระบบราชการ แต่ว่าวิธีคิด วิธีทํางาน วัฒนธรรมอะไร เหล่านี้ก็จะเปึนประโยชน์สําหรับพลเมืองของประเทศเรา เพราะฉะนั้นก็ขอชื่นชม แล้วก็ขอ เปึนกําลังให้กับคณะกรรมการทุกท่าน ตอนนี้ดิฉันเองก็มีโอกาสได้ไปมีส่วนร่วมในเวที รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในหลาย ๆ โอกาส ก็มีเสียงสะท้อนของประชาชนซึ่งเปึน สิ่งที่ประชาชนคาดหวังว่า ข้าราชการที่ดี หรือว่าข้าราชการที่อยู่ในหัวใจของประชาชน ควรจะเปึนอย่างไร ดิฉันขออนุญาตรวบรวมแล้วก็นําเสนอต่อท่านเพราะว่าอาจจะมี บางประการที่ท่านก็ทําอยู่แล้วด้วยนะคะ
อันที่ ๑ ประชาชนคาดหวังอยากจะเห็นข้าราชการทํางานด้วยใจมิใช่ ทําด้วยคําสั่ง ปัจจุบันนี้ ปกติจะทํางานก็ต้องบอกมีคําสั่งหรืออะไรก็ตาม เขาอยากเห็น คนที่ทํางานด้วยใจ โดยเฉพาะระบบราชการอันใหม่ก็จะต้องทํางานร่วมกับภาคประชาชน มากขึ้น แล้วก็เปึนส่วนหนึ่งของภาคประชาสังคม เพราะฉะนั้นบางครั้งคําสั่งก็ไม่บังเกิดผล ถ้าเกิดทํางานด้วยใจก็จะดียิ่ง
อันที่ ๒ ที่ประชาชนอยากเห็น อยากเห็นข้าราชการที่ทํางานแล้วก็ยึด เปัาหมายเปึนที่ตั้ง มิใช่ยึดพิธีกรรมนําหน้า อันนี้หมายความว่าเราจะเห็นว่ามีโอกาสไปร่วมงานของข้าราชการ หรือว่ากิจกรรม ของทางราชการบ่อยก็จะเน้นพิธีกรรมมาก บางทีสาระมีอยู่ตอนท้ายนิดเดียว แต่ว่าเราให้ ความสําคัญ เช่น งานมหกรรมอะไรก็ดีจัดใหญ่โตลงทุนใช้งบประมาณมากมาย ประธาน ไปเป่ดเสร็จ บางทีประธานขึ้นรถกลับยังไม่ทันออกจากงานเลย ทุกอย่างทั้งปวงก็เก็บ หมดแล้ว นิทรรศการทั้งหลายทั้งปวง คนที่มาร่วมงานก็ไม่มีโอกาสดู เปึนการทําให้กับ ประธานหรือว่านายได้ดูเพียงอย่างเดียว อันนี้ก็หมายความว่าก็คือเน้นที่พิธีกรรม หรือว่า สาระ อันนี้ก็ขอฝากไว้ด้วย โดยเฉพาะช่วงนี้ปลายป้งบประมาณดิฉันก็เห็นว่างานต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ก็มักจะนิยมจัดให้ออร์กะไนเซอร์ (Organizer) ได้มามีบทบาทในพิธีกรรมเหล่านั้น ก็เห็นว่าบางครั้งก็ดีเปึนที่ตื่นตาตื่นใจ แต่ว่าบางครั้งก็ใช้งบประมาณมากเกินความจําเปึน อันนี้บางครั้งก็อยากจะดูด้วยว่าสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศน่าจะได้พิจารณา เรื่องงบประมาณด้วย
อีกอันหนึ่งที่ประชาชนคาดหวังอยากเห็นข้าราชการมีศักยภาพ มีคุณภาพ แล้วก็ทํางานได้สําเร็จ มีประสิทธิภาพ มิใช่ทําเสร็จ คือทํางานเสร็จกับสําเร็จคนละแบบกัน คือทํางานเสร็จก็สักแต่ว่าทําให้เสร็จไป แต่ว่าสําเร็จหรือไม่นั้นก็จะต้องประเมินต่อ อันนี้ประชาชนเขาอยากจะเห็นความสําเร็จของงานนะคะ
อีกประการหนึ่งที่ประชาชนสะท้อนมาเขาก็อยากให้พี่น้องข้าราชการ เปึนที่พึ่งที่หวัง เปึนผู้นําที่ดี ได้เปึนผู้ชี้ทางสว่างในเรื่องปัญหาของประชาชน ไม่ว่าจะเปึน นักวิชาการก็ดี เกษตรตําบลหรือว่านักพัฒนาชุมชนอะไรอย่างนี้นะคะ อันนี้ท่านก็คงจะทํา อยู่แล้วเรื่องพัฒนาความรู้ความสามารถให้เปึนที่พึ่ง เพราะว่าประชาชนจะได้เชื่อมั่น ถ้าเกิดเรามีความรู้น้อยกว่าเกษตรกรอย่างนี้นะคะ เกษตรกรก็ขาดความเชื่อมั่นว่าจะเชื่อ ได้ไหมในเมื่อคนที่เปึนผู้นําทางความคิด หรือข้าราชการยังไม่สามารถแนะนําเขาได้ ดิฉันก็ขอฝากไว้ด้วย
อีกอันหนึ่งที่เขาคาดหวังก็คือเรื่องของข้าราชการอยากให้มีการทํางาน แล้วก็เรียนรู้คู่ประชาชน หมายความว่าคงไม่มีใครรู้ไปทุกเรื่อง ก็เรียนรู้ไปกับประชาชน แล้วก็ ไม่ได้วางตนเปึนเจ้านาย เพราะว่าเจ้านายที่แท้จริงก็คือประชาชนมากกว่า เพราะว่า เราทํางานให้กับประชาชน นอกจากนั้นแล้วประชาชนก็อยากจะให้ข้าราชการได้ตระหนักว่า ข้าราชการก็คือประชาชนคนหนึ่ง เมื่อถอดหัวโขนข้าราชการออกแล้ว เขาก็คือประชาชน พอกลับไปถึงบ้าน อยู่ในหมู่บ้านก็คือประชาชน ก็สามารถทําประโยชน์ร่วมกับ พี่น้องประชาชนได้ ซึ่งข้าราชการดี ๆ ที่ทําตนแบบนี้ก็มีอยู่มาก อันนี้ก็เพียงแต่ว่าดิฉัน ก็สะท้อนว่าประชาชนอยากจะเห็นข้าราชการแบบนี้ให้มีมากขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีอื่น ๆ อาทิเช่น อยากเห็นข้าราชการที่ทํางานเต็มที่ อุทิศเวลา แล้วก็คนที่ทํางานดีก็ควรจะได้รับ การสนับสนุน ไม่ต้องเสียขวัญกําลังใจ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่หลายท่านพูดไปแล้ว แล้วก็เรื่อง ของความซื่อสัตย์สุจริต มีภูมิคุ้มกันในตนเองที่จะเปึนเกราะกําบังไม่ให้เกิดการ ฉ้อราษฎร์บังหลวง อันนี้ก็คือเปึนเรื่องของการทําหน้าที่ตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันนี้เปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากจะเห็น ข้าราชการที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ดิฉันเองก็มีความซาบซึ้งเปึนอย่างยิ่งเมื่อได้ยิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดํารัส แล้วก็เล่าถึงประสบการณ์ที่พระองค์ท่าน เขียนว่าอาชีพของพระองค์ท่านคืออาชีพอะไร ที่มีคนไปแล้วพระองค์ท่านก็เล่าว่าอาชีพ ของพระองค์ท่าน ก็คือทําราชการ ก็คืองานของพระราชา ซึ่งก็สอดคล้องกับในรายงาน ฉบับนี้ที่เขียนไว้บอกว่าเปึนพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกที่พระองค์ได้มีพระดํารัสว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม อันนี้ก็คืองานของพระราชาที่ทําเพื่อมุ่งเน้น ประโยชน์ของส่วนรวม ตอนนี้พอข้าราชการ ข้าราชการก็คือทํางานแทนพระราชา ต่างพระเนตร พระกรรณ ก็คงจะต้องยึดนําเอาพระบรมราชโองการนี้มาเปึนหลักในการ ทํางานเช่นเดียวกัน อันนี้ก็ขอเปึนกําลังใจให้กับข้าราชการที่ดีนะคะ ที่ทําหน้าที่ เพื่อแผ่นดิน แล้วก็ขอเปึนกําลังใจให้กับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการทุกท่านด้วย เพราะว่าภารกิจของท่านสําคัญยิ่ง ถ้าท่านทําได้ ทําดี แล้วก็สําเร็จ ผลประโยชน์นี้ก็ตกอยู่ กับประเทศชาติและประชาชน ขอขอบพระคุณค่ะ
คุณฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้อภิปรายด้วย ท่านประธานคะวันนี้ เรามาพูดกันถึงเรื่องการพัฒนาระบบราชการไทย ซึ่งรายงานฉบับนี้ดิฉันก็คงเปึนอีกผู้หนึ่ง ที่ขอชมเชย เปึนรายงานที่ทั้งสวยแล้วก็มีข้อมูลที่ดีมาก แต่มุมมองของดิฉันเองต้องการที่จะพูดถึงเรื่อง ของราชการนั้น เปึนหน้าที่ของ ส.ส.เรานี่เองนะคะว่าเราไปพบเจอะเจออะไรมา แล้วเรา ก็นํามาพูด นํามาหารือกับท่านประธานอยู่เปึนประจํา ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับราชการทั้งนั้นเลย ค่ะ เราคงต้องตั้งคําถามกันเปึนคําถามแรกว่าประเทศไทยเรานั้นเปึนประเทศที่เจริญแล้ว หรือยัง คําตอบแน่นอนทุกคนจะต้องบอกว่ายัง ประเทศไทยเรายังไม่เจริญ เรายังมีปัญหา อยู่มากมาย เรายังเจอคนยากคนจนเยอะแยะ เรายังเจอคนเดือดร้อนมากมาย คนตกงาน ซึ่งเราจะได้ยินว่าประชาชนหลายคนเลยทีเดียวที่แถว ๆ บ้านยังไม่มีถนนหนทาง ยังไม่มี ไฟฟัา อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เราผู้เปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย เรามักจะนําเรื่องเดือดร้อนของประชาชนนั้นมาหารือกับท่านประธานทุก ๆ เช้าของวันพุธ และวันพฤหัสบดี ซึ่งดิฉันเองก็อภิปรายกันไปก่อนหน้านี้เรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้เข้ามาในสภาแห่งนี้ เราก็พูดถึงเรื่องมาตรา ๒๖๖ อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งเปึนเรื่องที่ทําให้เราในฐานะที่เปึน ส.ส. นั้น ทําหน้าที่เหมือนเดิมไม่ได้ เราต้องใช้สภาแห่งนี้ในการที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชน แล้วก็ฝากผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาให้ เช่น เมื่อเช้าดิฉัน ก็หารือกับท่านประธานถึงปัญหาของเรื่องน้ํา หรือเรื่องไฟฟัา เรื่องน้ําที่ดิฉันพูดถึงไปนั้น ก็เปึนเรื่องที่ว่าหน่วยงานราชการเขาไม่ไปขุดลอกคลอง คลองมันก็ลึกตื้นเขินมีวัชพืช มากมาย แทบจะไม่สามารถจะเรียกว่าคลองได้เลย บางคนก็จะเรียกประชดว่าถนนนั่นเอง หรือว่าเราก็รู้อยู่ว่าข่าวล่าสุดที่จังหวัดสมุทรสาครหรือจังหวัดสมุทรสงครามดิฉันจําไม่ได้ นะคะที่มีวัชพืชจนกระทั่งประชาชนลงไปเตะบอล หรือว่าปล่อยให้ชาวบ้านก็ดี หรือโรงงานอุตสาหกรรมก็ดี ปล่อยน้ําเสียลงมา ก็มีปัญหาเรื่องน้ําได้ปล่อยสิ่งปฏิกูลลงไป ในแหล่งน้ําสาธารณะ จนทําให้แหล่งน้ําสาธารณะนั้นดํา ที่ดิฉันพูดไป ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ดิฉันยกตัวอย่างให้ท่านประธาน ซึ่งตอนนั้น เปึนท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี บอกว่าน้ําในคลองแถวบ้านดิฉันดําแบบกางเกงดํา ที่ท่านประธานใส่นั่นละ ดิฉันยกตัวอย่างแบบนี้ หรือว่าปัญหาเมื่อเช้าในเมื่อคลองนั้นไม่มี การขุดลอก ตื้นเขิน จึงขาดแคลนน้ําด้วยในยามน้ําแล้ง เพราะว่ามันตื้นเขิน เวลาฤดูฝน น้ําก็ท่วม อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นปัญหาของประชาชนจึงเกิดขึ้นทั้งภาคเกษตรกรรม อุปโภค บริโภค เกิดปัญหาหมด นี่คือตัวอย่างเรื่องน้ํา ส.ส. ต้องนํามาหารือ
และอีกปัญหาหนึ่งที่ดิฉันนําขึ้นมาอีกก็คือไฟฟัาอย่างนี้ค่ะ เปึนตัวอย่างว่า ไฟฟัานั้นอาจจะไม่มีทั่วทุกบ้าน หรือกระแสไฟฟัาตก ประชาชนต้องเป่ดไฟในหลอดนีออน ดวงนั้นละตั้งแต่ ๕ โมงเย็น ฟัายังไม่มืดเลย แต่ต้องช่วงชิงกระแสไฟฟัา เพราะถ้าไม่ช่วงชิง ไว้หลอดดวงนั้นจะไม่ติดอีกเลย นี่คือกระแสไฟฟัาตก เพราะไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ถามว่าทําไมผู้ใหญ่บ้าน หรือกํานัน หรือชาวบ้านเขาไม่ไปร้องข้าราชการ ทําไม ทําไมยังปล่อย ให้มีหน้าที่แบบนี้ หรือถนนทางหลวง สามแยก หรือสี่แยกก็ตามในพื้นที่เขตของดิฉันเอง เกิดอันตรายบ่อยครั้งมาก มีเสียชีวิต มีเสียทรัพย์สินเงินทอง รถชนกันเต็มไปหมด ชาวบ้านก็ไม่ไปร้องข้าราชการ ก็ยังปล่อยเปึนแบบนั้น ซึ่งดิฉันลงพื้นที่ก็ถามบอกว่าทําไมล่ะ พี่แจ้งเขาไปหรือยัง ยัง ไม่ได้ทํา ผักตบชวาเต็มคลองก็ดี อะไรไม่ได้แจ้ง ทําไมจึงไม่เข้าหา ราชการ ดิฉันเองถ้าเปึนป้ ๒๕๔๐ คือใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เราจะทําหน้าที่เลย คือเราโทรไปหาท่านอธิบดีกรมชลประทาน หรือชลประทานจังหวัดก็ได้บอกว่าท่าน ในคลองนี่นะมันมีผักตบชวาเยอะนะ อย่างนั้นอย่างนี้ ท่านก็รีบทําทันที เราไม่ผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้เราทําไม่ได้ เราต้องมาหารือ ถามว่าที่ดิฉันยกตัวอย่างมา เรื่องน้ํา ไฟฟัา ถนน นี่ตัวอย่างเท่านั้น มันคืออะไร ทําไมราชการ ข้าราชการจึงไม่ทํา มันเปึนหน้าที่ ของข้าราชการหรือไม่ เปึน แต่ทําไมไม่ทํา ทําไมจึงปล่อยให้ประชาชนนั้นเดือดร้อน มากไปกว่านั้น ดิฉันเปึนกรรมาธิการงบประมาณดิฉันก็เจอว่า จนเดือนมิถุนายนแล้ว หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เราดูงบประมาณกันอยู่นี่ใช้งบประมาณไปเพียง ๖๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง พอมาเดือนกรกฎาคม หรือปลายเดือนกรกฎาคมก็ใช้มากขึ้น เพราะโดนต่อว่าในชั้นกรรมาธิการ ใช้งบประมาณมากขึ้นอย่างเช่นอาจจะ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าการที่ไม่ใช้งบประมาณก็คือการไม่ทํางานตามแผนงานนั่นเอง ไม่ไปดูแลเรื่องน้ํา ที่ดิฉันยกตัวอย่าง ไม่ไปดูแลเรื่องไฟฟัา เพราะไฟฟัาชาวบ้านเขาไฟตก ไม่ลงไปหา ประชาชนบ้างเลยหรือข้าราชการ ไม่รู้หรือว่าสี่แยก สามแยกนั้นท่านก็ขับรถผ่าน เช่นเดียวกัน มีอันตรายมากไหม มีคนตายมากมายท่านไม่รู้เลยหรือ นี่คือปัญหา ของข้าราชการไทยที่อาจจะยังไม่ลงไปในพื้นที่ดีพอ ประมงไม่ไปดูว่าเขาเลี้ยงปลากัน เปึนอย่างไร เขามีโรคไหมของปลาหรือกุ้งทําไมเขาเลี้ยงไม่ได้ หรือน้ําจะเสียไปด้านไหน อะไรก็แล้วแต่ ทําไมกระทรวงสาธารณสุขที่ดิฉันพบในชั้นกรรมาธิการของงบประมาณนี้ พบว่าท่านไม่ใช้งบประมาณไปก่อสร้างโรงพยาบาลเลย เต็มไปหมด เป่ดกี่หน้า กี่หน้า ของเล่มงบประมาณ เจอว่าท่านไม่ใช้ ถามว่าประเทศไทยเปึนประเทศที่เจริญแล้วหรือยัง ต้องกลับมาถามคําถามนี้ ยัง เราต้องการโรงพยาบาล เราต้องการมากมาย ต้องการ หลายอย่าง แต่ท่านยังไม่ทํา นี่คือข้าราชการไทยในบางส่วนที่ยังไม่ทํา แต่บางส่วนก็ทําดี เหลือเกิน ดีใจหายบางคน ลงไปดูแลดีมากก็มี แต่ส่วนใหญ่แล้วที่เราพบก็คือยังไม่ลงไป จึงต้องมาเปึนหน้าที่ของผู้แทนราษฎร แล้วนี่ละคือปัญหาที่ว่าเราจะต้องแก้ไข มาตรา ๒๖๖ เพื่อให้เราได้ลงไปช่วยเขาได้มากขึ้น เราได้โทรศัพท์ทันที พอโทรทันที ราชการก็ทําทันทีเหมือนกันค่ะ แต่ในขณะเดียวกันเรามาพูดในสภาแห่งนี้ท่านประธานคะ เรามาพูดในสภาแห่งนี้ มีจดหมายถึงท่านประธาน ท่านประธานส่งต่อไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เขาก็ทําทันที เพียงแต่ปัญหาคือว่าวันพุธ วันพฤหัสบดี ท่านให้เรา ๓ นาที เท่านั้น เรามี ส.ส. ๔๐๐ กว่าคน ให้เรามานั่งแย่งกัน ที่ท่านประธานให้ความกรุณาถูกต้องแล้ว แต่มันน้อย แล้วแก้ปัญหาไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นปัญหาจึงยังอยู่กับประชาชน แล้วแก้ให้ ไม่ทัน เพราะประเทศเรายังไม่เจริญนั่นเอง ทีนี้จึงเกิดคําถามว่าจากงบประมาณที่ดิฉันได้ พูดถึงไปด้วย จึงเกิดคําถามที่จะต้องการถามคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการว่า ท่านจะทําการพัฒนาหน่วยงานราชการ ข้าราชการ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้น อย่างไร ให้ทําตามอะไร ทําตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทําตามแผนงานที่ได้ตั้งไว้ หรือทําตาม งบประมาณที่ตั้งไว้นั่นละ ท่านตั้งงบประมาณไว้แต่ท่านไม่ทํา ไม่ใช้ เพราะฉะนั้นแผนงาน จึงไม่เกิด ทางหลวงที่ดิฉันพูดถึงในพื้นที่นี่มี แขวงการทางส่งเรื่องเข้าไปในกรม แต่กรม ไม่ได้จัดงบประมาณให้ ไม่ได้จัดงบประมาณเพราะเขาไม่เห็นความสําคัญก็คือยังพูดจา กันไม่รู้เรื่องในหน่วยงานของเขาเอง ต้องให้ ส.ส. มาร้อง ต้องให้ประชาชนร้องมากขึ้น จึงอยากจะฝากว่า คําว่า หน้าที่ นั่นเองเปึนคําที่สําคัญที่สุด ไม่ว่าเราจะเปึน ส.ส. หรือเรา จะเปึนหน่วยงานราชการใดก็แล้วแต่ เรามีหน้าที่ต้องทําตามหน้าที่ของตนเองนั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงฝากนะคะว่า คณะกรรมการนั้นจะทําอย่างไรกับงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่กําลังจะใช้ในไม่กี่เดือนนี้ ท่านจะทําอย่างไร คราวหน้าจะมารายงานกันอย่างไร เขาจะ ใช้งบประมาณได้ตรงตามเวลาที่กําหนดหรือไม่ หรือจะมาใช้ในช่วงปลายป้งบประมาณ อย่างเร่งด่วนจนทําให้แผนงานนั้นเสียไปหมด ประชาชนเดือดร้อนนั่นเอง ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน
คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมจะใช้เวลา อย่างสั้นที่สุด กระชับที่สุดนะครับ เพื่อให้เข้าสู่ประเด็นเลยนะครับ ผมจะมี ๕ คําถามไปยัง คณะกรรมการ ก.พ.ร. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการครับ กราบขออภัยครูภาษามือด้วย นะครับ อาจจะต้องรีบทํามือให้ผมเร็ว ๆ นิดหนึ่งครับ
ข้อที่ ๑ ผมถามคําถามง่าย ๆ ท่านครับ ถามคําถามที่ประชาชนถาม มาตลอด ผมคิดว่าในอายุผม ผมก็ได้ยินเรื่องนี้กับระบบราชการไทย ข้อที่ ๑ ความเปึน มืออาชีพ ความรู้ ความสามารถของข้าราชการ มีความรู้ ความสามารถมากพอที่จะเข้าใจ งานตัวเองแล้วหรือยัง ผมขออนุญาตพูดไปถึงทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และโดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นด้วยนะครับ แต่ละหน่วยนั้นเขามีความรู้ ความสามารถเข้าใจ งานของเขาอย่างดีพอหรือยัง หรือยังมีระบบแบบเดิมที่ว่า จากโต๊ะนี้ ไปโต๊ะนั้น ขึ้นชั้นนั้น ออกชั้นนี้ ไปกรมโน้นแล้วกัน แล้วค่อยกลับมาที่นี่ อะไรอย่างนี้ ยังมีอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า ครับ
ข้อที่ ๒ ปริมาณที่มีอยู่ในขณะนี้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน เปึนปริมาณที่เหมาะสม หรือไม่ ดูจากในงบประมาณก็ได้ว่าท่านจะต้องมีทั้งงบบุคลากร งบดําเนินงาน แล้วก็ งบอุดหนุน ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เปึนงบประมาณที่มีนัยสําคัญอย่างยิ่ง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดิน และเพิ่มทุกป้ ป้ล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก ๘ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นอีก ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท เอาแค่งบเงินเดือนก็พอครับ ปริมาณของข้าราชการเหมาะสมแล้ว หรือยัง เรายังเห็นอยู่ไหมครับว่ามีข้าราชการที่ไม่ต้องทําอะไรเลย ๑๑ โมงก็ไปกิน ข้าวเที่ยง บ่ายสองโมงก็ออกไปรับลูก ยังมีอยู่ไหมครับ ผมเชื่อว่าท่านมีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้ท่านคงตอบได้นะครับ ยังมีอีกไหมครับที่เรามีผู้ตรวจราชการที่ไม่ได้ทําอะไรเลย เอาไว้ไปแขวน หรือคนที่ไม่มีความสามารถหรือไม่เข้าตาบรรดาใครต่าง ๆ ก็ตามที่มี อํานาจนั้น ก็ต้องถูกไปแขวนแล้วเราก็ทิ้งเขาไว้อย่างนั้น ยังมีไหมครับ
ข้อที่ ๓ ความเปึนกลางทางการเมืองมีจริงหรือเปล่ากับข้าราชการไทย ผมถามแค่นี้ครับไม่ต้องขยายความเพิ่มครับ
ข้อที่ ๔ การถูกแทรกแซงโดยทางฝ์ายการเมืองที่มีมาโดยตลอดนั้น ท่านมี แผนอย่างไรบ้างที่จะให้ข้าราชการเขามีความภาคภูมิใจได้ว่าถ้าเขาทํางานอย่างเต็มที่ สุจริต ไม่คอร์รัปชัน เขาจะได้ดีทางการเปึนข้าราชการที่มีคุณภาพที่ดีและไม่ถูกแทรกแซง ทางการเมือง
ข้อที่ ๕ ข้อสุดท้าย คือเรื่องเงินเดือนที่ควรจะได้รับให้สมต่อฐานะของเขา คําถามง่ายมากที่ทุกคนก็ถามนะครับ ทําไมนายกรัฐมนตรี ทําไมรัฐมนตรี ประธานสภา ปลัดกระทรวงมีเงินเดือนน้อยกว่า ซีอีโอ (CEO) ของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งล่ะครับ ทําไมครับ ทําไมปลัดกระทรวง อธิบดีซึ่งควบคุมรัฐวิสาหกิจด้วยซ้ํากลับมีเงินเดือนและ ค่าตอบแทนที่น้อยกว่า คําถามต้องถามไปจนถึงบรรดาพวกข้าราชการเล็ก ๆ นะครับ เขามีมากพอที่จะดํารงชีวิตอยู่ได้ในแต่ละเดือนหรือไม่ เรายังเห็นทหารชั้นผู้น้อย ตํารวจ ชั้นผู้น้อยที่เขาต้องถูกคําครหาอยู่ดีว่าแล้วก็ต้องออกไปคอร์รัปชันกัน
นอกจากนั้นนะครับในเรื่องของลูกจ้างทั้งประจําทั้งชั่วคราวที่มีอยู่จํานวน มากนั้นเขาได้รับการตอบแทน การดูแลของเขาอย่างดีจริงหรือเปล่า ผมถามแทนเลย นะครับ ลูกจ้างในสภานี่ครับ ลูกจ้างชั่วคราวทํางานชั่วคราวมาหลายป้แล้วครับ ประกันสังคมก็ไม่มีใช่ไหมครับ ลูกจ้างแม้คนเดียวของเอกชนยังต้องทําประกันสังคมเลย ครับ ท่านประธานครับ ลูกจ้างสภา ลูกจ้างข้าราชการเหมือนกันหมดประกันสังคมยังไม่มี ให้เขาเลย ยังไม่เข้าสู่ระบบเลย เราปล่อยเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับสังคมไทยได้อย่างไรครับ เปึนคําถาม ๕ ข้อที่ผมฝากไว้ครับ ผมเชื่อว่าท่านคงจะมีวิสัยทัศน์และมีเปัาหมายที่ชัดเจน ว่าสิ่งที่ดีขึ้น สิ่งที่ถูกต้องที่มันควรจะเปึนจะเกิดขึ้นได้เมื่อไรครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธานสภาเปึนอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้ให้โอกาสผม ในการที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ท่านคณะกรรมการ ก.พ.ร. ก็คงได้ยิน ได้ทราบ แล้วก็คงจะจําผมได้พอสมควรนะครับ ในการที่จะอภิปรายหรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการทํางาน ในความชื่นชมของมวลหมู่สมาชิกหลายคนท่านก็ได้รับทราบ แล้วก็ได้ทราบว่าเขามี ความชื่นชม บ้านเมืองของเราที่เราผ่านมาได้ ได้ดีจนทุกวันนี้ส่วนลึก ๆ เราก็มีความชื่นชม ซึ่งกันและกันว่าเปึนผลสําเร็จ มิเช่นนั้นประเทศชาติของเราก็คงไม่เจริญหรือดีมาจน ทุกวันนี้ แต่ในหลายเรื่องประเทศเราก็ไม่ควรจะประสบปัญหา แต่ปรากฏก็ประสบปัญหา ในขณะนี้ ดังที่หลาย ๆ ท่านก็คงทราบดี โดยเฉพาะท่านก็คือความแตกแยกใน หมู่พี่น้องประชาชน ก็คงต้องช่วยกันวิเคราะห์และคํานึงถึงว่าส่วนใดบ้างที่จะทําให้เกิด ความแตกแยก ความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคม แล้วส่วนใดบ้างที่จะเปึนตัวช่วยหล่อหลอม ในการที่จะทําให้ความแตกแยกนั้นไม่บังเกิดหรือไม่พึงมี แน่นอนที่สุดความอ่อนแอ ทางสังคมในสังคมของเรา ถ้าสังคมมีความเข้มแข็งก็จะไม่มีความแตกแยกและไม่มี ความขัดแย้ง สาเหตุของการที่มีความแตกแยกและมีความขัดแย้ง เพราะความอ่อนแอ ของสังคม ผมยังไม่แน่ใจ ผมมีความคิดว่าในส่วนนี้ ก.พ.ร. ได้มีตัวชี้วัดในส่วนเหล่านี้ ในข้าราชการหรือไม่ การประเมินผลในเรื่องของการที่ในหน่วยราชการในการที่จะทํางาน ร่วมกัน แน่นอนที่สุดเราใช้ในการให้ความดี แล้วก็การประเมินผลโดยการเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนชั้นยศ การเลื่อนเงินเดือนอะไรก็ตามแต่ แต่ละครั้งแต่ละป้แน่นอนที่สุด ทะเลาะกัน แทบจะไม่เลิกรา เดี๋ยวอีกป้หนึ่งก็มาอีกต่อ คนได้เพิ่มก็ดีใจ คนไม่ได้เพิ่มก็มีความรู้สึกไม่ดี ส่วนเหล่านี้ถ้าเกิดทุกคนมีความตระหนักและมีความเข้าใจในภาระหน้าที่แล้วถ้าเกิดเรามี แบบแผนของการประเมินที่มีคุณภาพที่เอื้อต่อความเปึนธรรมให้กับข้าราชการ ผมก็เชื่อว่าข้าราชการก็คงจะสามารถยอมรับได้ ก็ไม่มั่นใจในแบบแผนหรือวิธีการ ที่ในหน่วยราชการแต่ละหน่วยดําเนินการอยู่ ก.พ.ร. ได้มุ่งแล้วก็ได้กระทําในส่วนเหล่านี้ แล้วก็ปรับเปลี่ยนแปรผลมากน้อยขนาดไหน อย่างไร ถ้าหากเราได้มีโอกาสทํา ในส่วนเหล่านี้มากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าจะเปึนตัวช่วยส่วนหนึ่งที่ทําให้ความแตกแยกในสังคม ของเรานั้นลดน้อยถอยลง ที่ผมเห็นเปึนอย่างนั้น เพราะว่าสังคมไทยเราเปึนสังคมแห่งการ เชื่อผู้นําหรือยอมรับผู้ที่มีความสําเร็จในหน้าที่การงาน ซึ่งข้าราชการจะเปึนแบบอย่าง ในสังคมได้อย่างดี ถ้าหากสังคมของเรา ประเทศของเรานั้นข้าราชการไม่มีความแตกแยก และนักการเมืองไม่มีความแตกแยก ผู้นํา โดยเฉพาะที่เราใช้คําว่า ผู้นําทางสังคม ในระดับ ก็คือข้าราชการนั่นละรวม ๆ แล้วไม่เปึนแบบอย่างที่ไม่ดี ก็เชื่อว่าสังคมเราก็จะได้ส่วนที่ดี ในตรงนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากจะกราบเรียนว่าได้เห็นการชี้วัดหรือการวัด ในเรื่องต่าง ๆ ก็อยากจะให้ได้มีโอกาสได้ทําในเรื่องเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะเปึน ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการวัดหรือการชี้วัดความไม่แตกแยกในหมู่คณะ ในองค์กรถือว่าเปึน ส่วนหนึ่งของการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการที่จะทํางานร่วมกัน ความจริงแล้วความแตกแยกมันสามารถที่จะวัดได้เช่นเดียวกันว่าถ้าองค์กรไหนไม่มี ความเจริญ ไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีการพัฒนาร่วมกันเกิดจากความไม่สามัคคี เกิดจาก ความแตกแยกก็เปึนตัวชี้วัดหนึ่งได้ แต่ว่าการใช้ตัวดังกล่าวนั้นเปึนตัวชี้วัดหรือเปึน ตัวประเมิน ก็ต้องบอกว่าเราเสมือนหนึ่งประเมินทางอ้อม คงต้องหาจุดชี้วัดโดยตรง ออกไป เปึนตัวชี้วัดโดยตรงออกไปว่าสิ่งเหล่านี้จะนํามาซึ่งการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า ในองค์กร แล้วก็ต้องถือว่าตัวชี้วัดเหล่านี้เปึนตัวหนึ่งของประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการทํางานในหน่วยนั้นขององค์กร แล้วก็เปึนส่วนหนึ่งของการที่จะทําให้ข้าราชการ เหล่านั้นสามารถที่จะมีตําแหน่งหน้าที่การงานเพิ่มเติมยิ่งขึ้น
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ติดอกติดใจเปึนอย่างยิ่ง ก็คือหน่วยราชการที่เราวัด บางครั้งเราไปวัดในหน่วยองค์กร บางองค์กรซึ่งต้องมี ข้าราชการในการทํางานประมาณสัก ยกตัวอย่างองค์กรเล็ก ๆ เช่น องค์กรในการ ทําหน้าที่ธุรการอย่างนี้เปึนต้น งานธุรการโดยปกติมันต้องใช้คนประมาณสัก ๕ คน ในองค์กรนั้นถึงจะทํางานได้อยู่ในระดับของมาตรฐานของการวัด แต่ปรากฏว่าพอองค์กรนั้น เหลือบุคลากรสัก ๓ คนอย่างนี้ เราเอาเครื่องไม้เครื่องมือไปจับ บางครั้งตัวชี้วัดมันก็คง ต้องบอกว่าถ้าเราไม่แปรผลกลับก็ต้องบอกว่าบุคลากร ๓ คนนั้นรับงานไม่ไหว คุณภาพ ของงานไม่มี ถ้าเราวัดพึงแต่จะเอาคุณภาพของงานในส่วนเหล่านี้ก็คงต้องบอกว่ามันคง วัดไม่ได้ แล้วถ้าเราจะใช้การวัดโดยปริมาณของงานอย่างเดียวโดยไม่ได้มุ่งหวัง อัตรากําลังแล้ว แน่นอนท้ายที่สุดมันคงไม่ได้ ผมขออนุญาตกล่าวอย่างนี้ครับว่า ถ้าบุคลากรเพิ่มขึ้น คุณภาพและงานมันต้องเพิ่มขึ้น ถ้างานมันประเมินอยู่เท่าเดิม การประเมินโดยมีกําลังเพิ่มขึ้น แน่นอนท้ายที่สุดคุณภาพมันต้องถือว่าลดลงเมื่อคุณ ใช้คนมากขึ้นแล้วคุณภาพไม่มากขึ้น หรือปริมาณงานคุณไม่มากขึ้น เมื่อใช้เงิน ใช้บุคลากรมากขึ้น ประเมินตรงนี้มันต้องลดลง แต่บางครั้งเราประเมินโดยไม่ใช้ ตัวบุคลากรไปเปึนตัวจับวัด จํานวนเราไม่ใช้ เราไปวัดในคุณภาพแล้วก็ปริมาณงานเฉย ๆ ว่าคุณทํางานแล้วงานไม่สอดคล้อง แต่ไม่ได้ดูจํานวนคนหรือจํานวนบุคลากร สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่มีปัญหา เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าอยากจะให้นําจํานวนของบุคลากร มาเปึนตัวในการประเมิน ในการชี้วัดในเรื่องดังกล่าว ความสามารถในการแข่งขัน ทางด้านธุรกิจ ประเทศไทยเราถ้าเราถือว่าการเปึนประเทศที่เราเอื้อต่อการ ลงทุนหรือเปึนประเทศที่เรียกว่าสามารถที่จะทําให้ประเทศต่างๆ เขามาลงทุนบ้านเรา เราก็ติดอันดับอยู่ในระดับที่พอดีขึ้น แต่ในขณะที่ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจทางการ แข่งขันของเราลดลง เราลดลงจากประเทศที่เรียกว่าอยู่ในลําดับที่ ๓๒ ไปจนกระทั่ง ๓๔ แล้วก็ไปที่ ๓๖ ตัวนี้ก็เปึนอีกตัวหนึ่งเหมือนกันที่บอกว่าประเทศเราเปึนประเทศ ที่ก่อให้เกิด เปึนประเทศที่นักธุรกิจ แม้เราจะเอื้อข้าราชการจะทําให้มันเกิดมรรคผลในการ ที่จะเอื้อต่อการที่จะเปึนประเทศที่น่าลงทุนขนาดไหนก็ตาม แต่ท้ายที่สุดมันก็จะทําให้การ แข่งขันหรือเปึนประเทศที่แข่งขันไม่ได้ นักลงทุนก็ไม่มาอยู่ดี สิ่งเหล่านี้ก็คงต้องเปึนตัวที่ ท่านต้องช่วยนํามาประเมินหรือหยิบยกมาช่วยด้วยว่า ในสิ่งเหล่านี้ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ท่านก็ต้องช่วยประเมินว่าในหน่วยราชการเรา เราต้องประเมินช่วยในส่วนเหล่านี้ แล้วท้ายที่สุดเมื่อแม้ว่าเราจะทําให้ประเทศของเราเปึน ประเทศที่น่าเอื้อต่อการลงทุนลําดับที่ดีขึ้น แต่ความถดถอยของเราในด้านความสามารถ ของการแข่งขันทางด้านธุรกิจมันลดลง แล้วตัวนี้เราจะยกระดับได้อย่างไร และจะแก้ไข ได้อย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยของเราเปึนประเทศที่สามารถที่จะขับเคลื่อนทางด้าน เศรษฐกิจได้ สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าไม่พ้นความสามารถของหน่วยงานของ ก.พ.ร. ในการที่ จะช่วยในสิ่งเหล่านี้ต่อภาครัฐของเราในการทํางานเพราะว่าท่านมีบุคลากรที่ล้วนแต่ทรง คุณภาพทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในสิ่งเหล่านี้ก็คงต้องขอฝากเอาไว้ นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของการชี้วัด ในเรื่องของการประเมินประเทศที่เอื้อต่อการลงทุน ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าอยากจะขอให้แจงเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งว่า
พอกระมังครับ
เข้าใจครับท่านประธานว่าเวลาหมด นิดเดียวครับท่านประธาน อีกสักไม่ถึง ๑ นาที อยากจะให้ขอแจงว่าเพื่อให้ประชาชน คนไทยเรารู้ร่วมกัน ได้ทราบร่วมกันก็คือว่าอะไรบ้างที่เราดีแล้ว เราเดินไปด้วยกัน แล้วเรา ทําด้วยกัน อะไรบ้างที่เรายังถดถอยหรือเราไม่ดี เราต้องเดินร่วมกันหรือเราต้องช่วยกัน ในการที่จะเสริมหรือเติมแต่งร่วมกัน ในสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าอยากจะขอให้ แยกมาเปึนด้าน ๆ ซอยให้ละเอียดขึ้นอีกเล็กน้อยนะครับ ในเอกสาร ในหน่วยการชี้แจงต่อ ข้าราชการหรือต่อพี่น้องประชาชน หรือต่อการที่จะประชาสัมพันธ์ตามหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่พี่น้องประชาชนหรือคนไทยจะได้ช่วยกันในสิ่งเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ท้ายที่สุดนี้ คงต้องขอกราบขอบคุณที่ท่านได้ดําเนินการอย่างดียิ่งในครั้งนี้ ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ครับ เชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านชัย ชิดชอบ ประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้คณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการหรือ ก.พ.ร. มารายงานประจําป้ในสภาผู้แทนราษฎร ผมรู้จัก ก.พ.ร. ครั้งแรกเมื่อผมไปเปึนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ การฝ๊กอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ งบดําเนินงาน ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา การวิจัยถ่ายทอด เทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ กองทุน เงินอุดหนุน รายจ่ายอื่น ซึ่งมีท่านจุติ ไกรฤกษ์เปึนประธาน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เพราะ ก.พ.ร. ได้เข้าไปประเมินผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณของหน่วยราชการต่าง ๆ ว่าได้ใช้จ่าย ไปเต็มจํานวนหรือไม่ หรือว่าค้างไว้อย่างไร และประเมินหน่วยราชการนั้น ๆ ว่ามีการ ทุจริตหรือไม่ ได้คะแนนเท่าไร ผมรู้จักครั้งแรกที่ตรงนั้น ท่านประธานครับ และเมื่อ ก.พ.ร. ได้มาพิมพ์รายงาน ผมก็ได้อ่านตามที่เวลามีสมควร เปัาหมาย ๔ ประการของการพัฒนา ระบบราชการที่ท่านได้ตั้งเอาไว้คือให้ประชาชนมีความพึงพอใจในระบบราชการ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐสามารถปรับปรุง สามารถปรับรูปแบบการทํางาน และเป่ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐสามารถ พัฒนาขีดสมรรถนะและความพร้อมในการดําเนินงาน สุดท้ายประชาชนมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจในระบบราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพี่น้องประชาชนได้ยิน พี่น้องประชาชนก็สามารถตัดสินได้ว่ามีความไว้วางใจในระบบราชการมากน้อยเพียงไร หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในระบบราชการมากน้อยเพียงไร ข้าราชการฝ์ายพลเรือนของท่าน ที่ท่านมีทั้งหมด ๑,๙๓๙,๑๕๘ คน ซึ่งมีครูประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน คือ ๓๖.๓๕ เปอร์เซ็นต์ ตํารวจประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน คือประมาณ ๑๖.๕๙ เปอร์เซ็นต์ อัยการ ๐.๒๒ เปอร์เซ็นต์ ตุลาการ ๐.๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือส่วนของ กทม. ๒.๗๘ เปอร์เซ็นต์ เปึนต้น ท่านประธานครับ ข้าราชการครูมีเงินเดือนน้อย ผมนั้น คุณพ่อผมเคยรับราชการเปึนข้าราชการครู สอนที่โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม และที่โรงเรียนทวีธาภิเศกมาก่อน ก่อนที่จะลาออกแล้วไปเปึนทนายความ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ครูมีเงินเดือนน้อย และครูปัจจุบันก็เปึนหนี้สินเปึนจํานวนมาก โดยเฉพาะครู กทม. มีความประสงค์ที่จะกู้เงินของธนาคารกรุงไทย และท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็มีนโยบายช่วยเหลือ ข้าราชการครูเหล่านี้ ก็นับว่าเปึนสิ่งที่ดี ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อได้เห็นถึงระบบ ข้าราชการ และข้าราชการตามหน่วยงานต่าง ๆ ผมจึงพบว่าข้าราชการนั้น มีทั้งที่ดี และไม่ดีปะปนกันไป ข้าราชการที่ดีเปึนอย่างไร ข้าราชการที่ดีที่มีความจงรักภักดีต่อ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ เราควรที่จะส่งเสริม ข้าราชการที่ไม่มีความจงรักภักดี หรือมีความจงรักภักดีน้อยท่านจะดําเนินการอย่างไร ข้าราชการที่ดีไม่ปล่อยเกียร์ว่าง ข้าราชการที่ดีไม่ต้องเอียงข้าง นักการเมืองทุกคน ทุกพรรคต้องการข้าราชการที่มีใจเปึนธรรม มีความยุติธรรมไม่ต้องเอนเอียงเข้าทาง รัฐบาล ไม่ต้องเอนเอียงเข้ามาทางพรรคใดพรรคหนึ่ง นักการเมืองและประชาชนต้องการ เห็นข้าราชการที่มีความเปึนกลาง ท่านประธานครับ อย่างข้าราชการในเขตเลือกตั้ง ของผม ผมบอกท่านข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ว่า ถ้าพรรคฝ์ายค้านมาขอใช้ บริการขอให้ท่านบริการอย่างเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจผม แม้ว่าผมนั้นจะเปึน ส.ส. รัฐบาล ก็ตาม และผมยังได้เอ่ยชื่อซ้ําด้วยว่าถ้าท่านนั้น ท่านนี้จากพรรคฝ์ายค้านมาใช้บริการ ขอให้รีบบริการด้วยความเปึนกลาง ด้วยความรวดเร็ว อย่าชะลอหรือล่าช้าเปึนอันขาด เพราะเขาจะมองได้ว่าท่านนั้นเปึนข้าราชการของฝ์ายรัฐบาลแล้วทําให้งานของเขาได้รับ ความล่าช้า ซึ่งความล่าช้านั้นก็คือความอยุติธรรมอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ นับแต่วันแรกที่ข้าราชการสอบได้เปึนข้าราชการ ผมเชื่อว่าข้าราชการ ชั้นผู้น้อยทุกท่านจะมีหัวใจที่พองโต ป่ติ ยินดี ในความสามารถของตนเองที่สามารถ สอบเข้ารับราชการได้ และเหนือสิ่งอื่นใดที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ความจงรักภักดีต่อผืนแผ่นดิน และความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง ณ ปัจจุบันนั้น ผมสังเกตเห็นว่าข้าราชการมีความจงรักภักดีน้อยลงและเอาตัวรอด ข้าราชการบางยุคบางสมัยท่านประธานที่เคารพครับ เกรงกลัวฝ์ายการเมืองที่จะข่มขู่ หรือใช้อํานาจคุกคาม ต้องปฏิบัติตามฝ์ายการเมืองแม้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม โดยไม่ยึด หลักกฎหมาย ไม่ยึดหลักระบบระเบียบของข้าราชการ ข้าราชการบางคน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต่อให้เกิดมาอีก ๑๐ ชาติ ก็ไม่มีวันที่จะได้เปึนหัวหน้าส่วนราชการ แต่ที่ผ่านมาก็สามารถที่จะได้เปึนหัวหน้าส่วนราชการได้ เพราะอะไรครับ เพราะการใช้ ระบบเส้นสาย ใช้ระบบที่เรียกว่ามีฝ์ายการเมืองเข้าไปดึง ไปฉุดขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่มีคุณธรรม น้อย มีความรู้ ความสามารถน้อยแต่อาศัยว่าประจบสอพลอ และที่สําคัญคือ ทําตาม ใบสั่งของฝ์ายการเมือง นี่นับว่าเปึนจุดบอดของข้าราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้าราชการที่ดีก็มีมากมายครับ ผมอยากจะยกตัวอย่าง เช่น คุณดลจิต เสรีรักษ์ เปึนข้าราชการฝ์ายทะเบียนอยู่เขตหนองแขม เปึนข้าราชการตัวเล็ก ๆ ครับ แต่มีใจ เปึนธรรม มีหญิงชราคนหนึ่งอายุถึง ๘๔ ป้ ไปทําบัตรประชาชนหลายครั้งหลายหน ที่สํานักงานเขตหนองแขม ปรากฏว่าข้าราชการก็ปฏิเสธเรื่อยมาไม่ยอมให้ทําบัตร ประชาชน แต่ข้าราชการผู้นี้ก็ได้ทําการสืบสวน สอบสวน จนกระทั่งสามารถ ทําบัตรประชาชนให้กับหญิงชราคนนี้ได้ เพราะมีลูกเต้าชัดเจน เปึนคนไทยชัดเจน แต่ข้าราชการปฏิเสธเรื่อยมาทุกยุคทุกสมัย จนมาสําเร็จในสมัยที่คุณดลจิต เสรีรักษ์ เปึนฝ์ายทะเบียนอยู่ที่เขตหนองแขม ผมนั้นในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้อง ขอชมเชยข้าราชการกรุงเทพมหานครไว้ ณ ที่นี้ ท่านประธานครับข้าราชการหลายคน ก็มีความประสงค์ที่จะเออร์ลี รีไทร์ (Early Retire) เพราะเปึนนโยบายที่ดี เช่นข้าราชการ ตํารวจ แม้ว่าในวันนี้ก็ยังหวังว่าจะเออร์ลี รีไทร์ เพื่อที่จะได้เงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งมาลงทุน ทํากิจการในชีวิต แต่ปรากฏว่าหัวหน้าสํานักงาน ก็คือผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขอประทานโทษที่ไม่ต้องเอ่ยนาม ปรากฏว่านําเงินที่จะใช้สําหรับการเออร์ลี รีไทร์นั้นไปใช้ในการก่อสร้างเสียหมด ตํารวจ ชั้นผู้ใหญ่ที่มีอายุมาก ๆ คือชั้นผู้ใหญ่ของผมนั้นหมายถึงว่า มีอายุที่เปึนผู้ใหญ่แล้ว ใกล้จะเกษียณแล้ว ไม่ได้หมายถึงว่าเปึนนายพลแต่ประการใด ก็มีความประสงค์อยากจะ ได้เงิน มาลงทุน มาทํากิจการ ก็ไม่สามารถที่จะเออร์ลี รีไทร์ได้ นี่ก็คือจุดบอดอย่างหนึ่ง ที่ทําให้ระบบราชการนั้นต้องเปึนดินพอกหางหมู ท่านประธานครับ มิหนําซ้ําตํารวจ ชั้นประทวนในสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีคุณวุฒิปริญญโท สอบบรรจุได้ตามประกาศ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติจํานวนถึง ๔๒๓ อัตรา แต่ปรากฏว่าตํารวจชั้นประทวน เหล่านี้จบปริญญาโท ๔๒๓ อัตรา เปึนลูกตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ปัาเมี้ยน ก็ไม่ได้รับ การบรรจุ แต่ปรากฏว่าผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติกลับบรรจุบุตรสาวของตัวเองเข้าไป เปึนร้อยตํารวจหญิง โดยข้ามหัวลูกหลานพี่น้องประชาชนเหล่านี้ไปเสีย นี่ก็คือ จุดบอดของระบบราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้าราชการที่ดีมีมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น ข้าราชการที่มีคํานําหน้านามว่า หม่อมหลวง อยู่หน้าบัลลังก์ของท่านผู้พิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านปฏิเสธที่จะรับสินบน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ข้าราชการดี ๆ อย่างนี้ ทําความดีอย่างนี้ ถามว่า ก.พ.ร. ให้อะไรบ้าง จริงอยู่เขาทําตามหน้าที่ไม่ได้ใฝ์ฝัน หรือหวังจะได้เงินรางวัล แต่อย่างใด แต่ข้าราชการที่ดีมีความจงรักภักดี มีความซื่อสัตย์สุจริตจนเปึนที่ประจักษ์ อย่างนี้ สมควรที่ ก.พ.ร. ควรที่จะพิจารณาให้กําลังใจข้าราชการที่ดี ๆ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังมีผู้พิพากษา เช่น ท่านรพินทร์ เรือนแก้ว ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่จังหวัด ปัตตานีถูกยิงตายที่สี่แยกไฟแดงในจังหวัดปัตตานี ท่านประธานครับ ถูกยิงตายถามว่า หน่วยงานดังกล่าวนั้นดูแลอะไรครอบครัวของท่านรพินทร์ เรือนแก้ว ในขณะนี้บ้าง ภรรยา ก็เปึนผู้พิพากษาต้องย้ายมาอยู่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา นี่คือตัวอย่าง ของข้าราชการที่ดี ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากจะหวังและเห็น ก.พ.ร. ได้ทําการ เชิดชู ดูแลข้าราชการที่มีความจงรักภักดี ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ที่ดี ให้รางวัลหรือดูแล เขาเหล่านั้น ส่วนข้าราชการที่ไม่ดี ก็ได้โปรดลงโทษอย่าได้มีเยื่อใยคนที่ไม่จงรักภักดี ต่อประเทศชาติ ประชาชนและพระมหากษัตริย์ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญคุณบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็เปึนวันที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้รับทราบ รายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ซึ่งมีรูปเล่มที่สมบูรณ์ สวยงาม แล้วก็มีความ ละเอียด นอกจากนั้นยังแฝงไปด้วยศิลปะที่สวยงาม มีพระจันทร์ยิ้มอยู่ที่หน้าปก และมี พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม อันนี้เปึนพระบรมราชโองการในพระราชพิธี บรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ ซึ่งถือว่าเปึนสุภาษิต ที่ในหลวงของเราทรงโปรดให้ข้าราชการยึดถือเปึนแบบอย่างในการปฏิบัติราชการ นอกจากนั้นก็ยังมีคําพูดที่จะปลุกเร้าให้ข้าราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ให้สัมฤทธิผล คือว่า เก่ง ดี มีส่วนร่วม ตอบสนองทันต่อการเปลี่ยนแปลง ผมถือว่ารายงานฉบับนี้มีความสมบูรณ์ และก็มีชีวิตชีวาเปึนอย่างยิ่งก็ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการที่ได้ เสียสละเวลา แล้วก็มาฟังคําชี้แจงของเราโดยพร้อมเพียง ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการและมวลหมู่ข้าราชการทั่วทั้งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานจ้างเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนที่ทุกท่านทุกคน ได้ใช้ชีวิตเพื่อราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทําหน้าที่ขับเคลื่อนกลไกต่าง ๆ ในระบบราชการของเราเพื่อบริการพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคนให้ได้มีชีวิต ความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศชาติของเรานั้นก็มีความแข็งแรงเปรียบเสมือนร่างกายของเรามีความแข็งแรง มีความสดใส แล้วก็มีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งนับวันก็จะเปึนสิ่งที่ ท้าทายอย่างยิ่งในภาวะที่ประเทศไทยเราจะต้องเป่ดประเทศเข้าสู่ภาวะสากลมากยิ่งขึ้น ข้าราชการนั้นเปึนบุคคลซึ่งสมัยเด็ก ๆ หรือแม้กระทั่งปัจจุบันผมก็เปึนอดีตข้าราชการ ๑๗ ป้ ที่รับราชการในกระทรวงสาธารณสุข ก็ชื่นชมข้าราชการว่าเปึนผู้ที่มีระเบียบ มีวินัย เปึนบุคคลซึ่งมีคุณภาพ แล้วก็มีจุดแข็งในการที่จะทําการ ทํางานต่าง ๆ ให้สําเร็จลุล่วงไป ผู้ที่ปฏิบัติราชการได้จนถึงเกษียณอายุ ผมชื่นชมมาก ผมเองยังไม่มีความสามารถที่จะอยู่ จนถึงเกษียณอายุ ยังต้องออกมาเสียก่อน ข้าราชการนั้นจุดแข็ง ก.พ.ร. นั้นควรจะรักษา ข้าราชการเหล่านั้นไว้ จุดแข็งของข้าราชการก็คือความเปึนผู้มีระเบียบ เปึนผู้มีวินัย เปึนผู้มีความรู้ทั่ว มีความรู้แจ้งและมีความทันสมัย แล้วก็รู้การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ นะครับ แล้วข้าราชการนั้นเปึนผู้ที่มีอุบายต่าง ๆ มากมายในการที่จะรณรงค์ต่าง ๆ ก็ดี ให้พี่น้อง ประชาชนเปึนไปตามความประสงค์ที่จะหวังดีที่จะให้ประชาชนได้มีความก้าวหน้า มีความเจริญ ข้าราชการนั้นนอกจากบางครั้งมีความใจดีแล้วก็ยังมีความดุ ความน่ายําเกรง ระบบข้าราชการนั้นได้คัดเลือกข้าราชการแต่ละบุคลิก แต่ละจริตให้ไป ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้เปึนอย่างดี จนทําให้สังคมประเทศ ไทยเรานี้ก็ถือว่าเจริญรุดหน้ามาเปึนอันมาก แต่ก็อดจะเปึนห่วงในจุดที่เปึนจุดด้อยหรือว่า เปึนโรคของระบบราชการไม่ได้ ผมเทียบกับเมื่อสมัยผมเปึนเด็ก ๆ ว่ารู้สึกว่าราชการ มีโรคมากยิ่งขึ้น ความที่ข้าราชการนี้มีระบบอุปถัมภ์ที่มากขึ้นกว่าเดิม ระบบอุปถัมภ์ ไม่เพียงที่จะเริ่มตั้งแต่ความเปึนข้าราชการ ระบบอุปถัมภ์นั้นเริ่มมาตั้งแต่โรงเรียนแล้วครับ มีการฝากเด็กอย่างกว้างขวาง ขาดความมั่นใจในความสามารถ แล้วก็ขาดความมั่นใจ ในการสอบที่เรียกว่าใช้ความสามารถพื้นฐาน ใช้โครงสร้างร่างกายหรือความเหมาะสม ทุกคนจะต้องวิ่งให้นักการเมืองก็ดี คหบดีต่าง ๆ ก็ดี ฝากเข้าโรงเรียนตั้งแต่อนุบาล เปึนความน่าเปึนห่วงอย่างยิ่งเลยครับ ผมว่าระบบราชการไม่ทราบว่าจะดูแลไปได้ถึง ระดับของการฝากเด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาลขึ้นมาหรือไม่ แต่ผมคิดว่าข้าราชการ ครูบาอาจารย์นั้นถ้าหากว่าไม่ไปบอกผู้ปกครองว่าให้ไปฝากคนโน้น ฝากคนนี้ผมว่า ทุกอย่างเราใช้ความสามารถ แล้วระบบความสามารถนั้นจะคัดกรองให้คนเข้าสู่ ระบบราชการและคัดกรองให้คนนั้นยึดถือระเบียบแบบแผนและข้อจํากัดของบุคคล หากเราใช้ระบบอุปถัมภ์กันพร่ําเพรื่อ มีผู้แทนราษฎร มีนักการเมืองก็เอาไว้ให้ใช้อภิสิทธิ์ ใช้ฝากคน ใช้เพื่ออํานวยความสะดวกในแง่ของการกระทําความผิดต่าง ๆ แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าเมื่อเป่ดประเทศเราแข่งขันกับต่างประเทศแล้ว เราจะต้องกลายเปึน ลูกจ้างเขาอย่างแน่นอน เพราะว่าประเทศที่เจริญแล้วล้วนแต่ใช้ระบบนิติรัฐ ใช้ระบบการ บริหารจัดการในระบบธรรมาภิบาลทั้งสิ้น ผิดเปึนผิด ถูกเปึนถูก การที่สังคมหรือระบบ ราชการลงโทษทําผิดนั้นเขาไม่ได้ลงโทษเกินกว่าความจําเปึน เขาลงโทษเพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ไฉนเลยจะกลัวความผิด เด็กนักเรียนบางคนหรือข้าราชการบางคนขาดงาน เกิน ๓ วัน ๗ วันก็ไล่ให้ไปเอาใบรับรองแพทย์ ผมเปึนแพทย์ผมไม่เคยออกให้เลย ทําไม ราชการจะต้องไล่ให้ข้าราชการหรือครูบาอาจารย์ไล่นักเรียนให้ไปเอาความเท็จ ไปให้ คุณหมอโกหกมาออกใบแพทย์ แพทย์เขามีจรรยาบรรณในการที่จะออกใบรับรองแพทย์ ไม่ย้อนหลัง ต่าง ๆ เหล่านี้ข้าราชการถือว่าเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้มองข้ามว่าเปึนเรื่องที่ให้มันผ่านไปเปึน เรื่อง ๆ ไปนะครับ ทําไมข้าราชการไม่ตัดสินโดยใช้ดุลยพินิจนะครับ หาข้อมูลว่าอย่างนี้ ให้ลาหรือไม่ลา ผลักภาระไปจากตัวเสียหมด ผมก็เห็นจุดอ่อนต่าง ๆ เหล่านี้ว่าไม่อยากจะ ให้ข้าราชการนั้นใช้ระบบที่ไม่เปึนสิ่งที่จะสร้างธรรมาภิบาลให้ระบบข้าราชการ ซึ่งจะทําให้ อ่อนแอแล้วก็ทําให้ระบบราชการนั้นเสื่อมความน่าเชื่อถือออกไปนะครับ โรคทุจริต คอร์รัปชันก็เช่นเดียวกัน คนเข้าสู่ระบบราชการที่มีตําแหน่งที่จะให้คุณให้โทษได้ ประชาชนรับรู้ทั่วไปว่ามีผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย จากการทุจริต การคอร์รัปชัน จากการรับสินบน และแม้กระทั่งไปถึงนักการเมือง ข้าราชการท้องถิ่นต่าง ๆ ก็ดี เปึนของ ปกติ พฤติกรรมปกติ ซึ่งผมอยากจะให้เกิดการรณรงค์ครั้งใหญ่ว่าสิ่งเหล่านั้นเปึนสิ่ง ผิดปกติ ไม่ใช่เปึนสิ่งที่พึงกระทํานะครับ ผมยังไม่เห็นภาพใหญ่ ๆ เหล่านี้ออกมารณรงค์ นะครับว่านั่นคือโรคภัยไข้เจ็บของระบบราชการและธรรมาภิบาล เมื่อเป่ดประเทศแล้วเรา จะกลายเปึน ผมไม่ได้ดูถูกลูกจ้างนะครับ เราจะกลายเปึนผู้ถูกครอบงําทันที เพราะว่าเรา เปึนผู้ที่ขอให้ผ่านไปเปึนครั้งคราว ไม่ยึดหลักกฎหมาย ไม่ยึดหลักของระเบียบวินัย ก็อยากจะให้ทาง ก.พ.ร. นั้น กําจัดจุดอ่อนเหล่านี้ และส่งเสริมอนุรักษ์ในเรื่องของจุดแข็ง ของข้าราชการไว้ ในส่วนของจุดแข็งที่ควรจะอนุรักษ์ไว้ ผมสังเกตว่าทางระบบราชการนั้น ยังมีการให้รางวัล มีการเชิดชูเกียรติในรูปแบบต่าง ๆ น้อยเกินไป อยู่กันตามมี ตามเกิด นะครับ ข้าราชการนั้นก็จะมีการข่มเหงกันอยู่ในหน่วยงานนะครับ มีการแบ่งงานที่ ไม่เท่าเทียมกัน มีการแบ่งผลประโยชน์ในเรื่องของความเจริญก้าวหน้าไม่เท่าเทียมกัน อันนี้ก็หลักธรรมดาของสังคมของสัตว์โลก อย่างว่าระบบราชการนั้นจะต้องเข้าไปดูตรงนี้ เอาให้มีระบบการเจริญก้าวหน้าให้มีธรรมมาภิบาลเปึนอย่างยิ่ง เพื่อที่จะเอาผู้ที่มี คุณธรรมที่มากกว่าขึ้นมาเปึนผู้บังคับบัญชาให้จงได้นะครับ แล้วก็ในระบบการเมืองนั้น ปัจจุบันข้าราชการในระดับสูงก็ก้มหัวให้นักการเมืองมากเกินไป ผมอยากจะให้ข้าราชการนั้น มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับลูกเสือนะครับ คานอํานาจกับนักการเมือง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อที่ ให้ระบบราชการเดินต่อไปได้ เปึนที่พึ่งของประชาชนต่อไป
แล้วก็สุดท้ายขอฝากว่าโรคภัยไข้เจ็บทางร่างกายและโรคระบาดนั้น กระทรวงสาธารณสุขไม่ว่าจะเปึนหมออนามัย อสม. เขาเอาอยู่ แต่ทําไมโรคจากอบายมุข และยาเสพติด ข้าราชการกระทรวง ทบวง กรมไหนหนอ ทําไมเอาไม่อยู่ ผมขอฝากไว้ด้วยครับ นี่คือโรคของสังคม อันเนื่องจากอบายมุขครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญเจะอามิง โตะตาหยง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาคงไม่มาก กับรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ประจําป้ ๒๕๕๑ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการไทยว่ามูลเหตุที่มาของการที่จะต้องพัฒนาก็คือ มาจากระบบและกลไกของรัฐนั้น เกิดความล้มเหลว มีความบิ่นในตัวของระบบของมัน ท่านประธานครับถ้าจะดู ในสื่อความหมายในการพัฒนา ในความหมายของมันก็คือการเปลี่ยนแปลงให้ไปสู่ ในทิศทางที่ดีขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ระบบราชการไทยนั้น ขาดการพัฒนา หรือการพัฒนาไม่เปึนไปตามที่ได้วางไว้ของระดับนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แลเห็นว่าในการพัฒนาประเทศชาติและบ้านเมืองนั้นที่ไม่สามารถที่จะเดินทาง ต่อไปได้ดีมากกว่านี้ เหตุผลที่สําคัญระบบของมันนั้นคงพัฒนากันไปได้ แต่สิ่งที่เราจะต้อง กลับมาคิด นั่นก็คือการพัฒนาคน ปัญหาทุกอย่างมันไม่ได้อยู่ที่ระบบครับท่านประธาน ปัญหาทุกอย่างอยู่ที่คนสร้างปัญหาให้กับระบบ มันเปึนที่มาของว่าระบบราชการไทยในขณะนี้บ้านเมืองจะสามารถพัฒนาไปมากกว่านี้ หากการทุจริต การคอร์รัปชันไม่เกิดขึ้น แต่ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าเราไม่มีการ พัฒนาในด้านจิตใจ กระผมถึงอยากจะฝากไปทางคณะกรรมการว่า ในการดูแลของ คณะกรรมการจะต้องดูแลและพัฒนาให้ควบคู่ไปก็คือการพัฒนาคน และพัฒนาระบบให้ เปึนไปทางควบคู่ นั่นหมายถึงว่าการพัฒนาจะต้องเปึนคู่ขนาน การพัฒนาอย่าให้ ความสําคัญในการพัฒนาระบบอย่างเดียว การพัฒนาระบบดีขึ้น การพัฒนาระบบไปได้ วางโครงการ หลักการ และเหตุผลดี แต่ตราบใดที่เราไม่วางคน ไม่สร้างคนให้อยู่ใน ระเบียบวินัย ให้มีความสามัญสํานึกในความรับผิดชอบในหน้าที่การงานแล้ว มันก็ ไม่สามารถที่จะพัฒนาไปได้นะครับ กระผมเห็นถึงความสําคัญในการพัฒนา กระผม ขออนุญาตท่านประธานลงลึกไปนิดหนึ่งว่า ในการพัฒนาคณะกรรมการจะต้องมีความ ใกล้ชิดและควบคุมในการดูแล กระผมขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างในกรณีที่ผม ได้ติดตามโครงการติดตั้งกล้องวงจรป่ดของสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า มันมีการขาดการติดตามของคณะกรรมการ ท่านลองไปดูสิครับว่า งบประมาณ ๙๙๖ ล้านบาทที่เกิดในป้ ๒๕๕๐ ในสมัยท่านอารีย์ วงศ์อารยะ เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้มีการของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎร ๙๖๐ ล้านบาท ไปติดตั้งกล้องวงจรป่ดใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สัญญาจ้าง ๑ ป้ ครบระยะเวลา ๑ ป้ ก็ยังไม่มีการติดตั้ง และติดตั้งยังไม่สําเร็จ สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้คณะกรรมการได้แลเห็นว่า ความล้มเหลวแม้กระทั่งในระดับล่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงในสภาผู้แทนราษฎร ขาดการติดตาม แม้แต่ในระดับซึ่งอยู่ในระดับหัวใจใกล้ระดับนโยบาย อยู่ในสํานักงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ขาดการติดตาม เพราะฉะนั้นกระบวนการทั้งหลายถ้าเรา ไม่ติดตามตั้งแต่ระดับนโยบายลงไปถึงระดับลึกในระดับภูมิภาค ในระดับอําเภอ ในระดับ ตําบลแล้ว มันก็ไม่สามารถที่จะพัฒนาได้แล้วครับ สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากจะฝากว่าในการ ดูแล ในการติดตามเรื่องเหล่านี้คณะกรรมการต้องให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีเงินในการพัฒนาประเทศลงไปมากมาย ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ มาถึงวันนี้ ลงไปในจังหวัดชายแดนกันมากมาย ถาม ว่าในโครงการเรานั้นที่ลงไปอยู่ในระบบราชการ คณะกรรมการได้ไปติดตาม หรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะแลเห็นก็ไม่อยากจะให้เปึนไปเหมือนกับโครงการระบบ ซีซีทีวี (CCTV) ของสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เงินงบประมาณที่ไปจาก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้ว เมื่อเงินไปมีการพัฒนา ผลที่ได้ก็คือพี่น้องประชาชน ประเทศชาติและบ้านเมืองจะได้ดีขึ้น เปึนที่มาบอกว่าเงินงบประมาณถ่ายเทไปในจังหวัด ชายแดนภาคใต้กันมากมาย แต่หากกระบวนการการขาดการติดตามในระบบราชการ ที่ขาดประสิทธิภาพ มันก็จะทําให้งบประมาณเหล่านี้ถ่ายเทและเปึนที่มาของกระบวนการ การทุจริตในโครงการต่าง ๆ อีกมากมาย ท่านประธานครับ ที่กระผมยกตัวอย่างให้แลเห็น นั่นคือโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่มิได้หมายความว่าทุกโครงการจะต้องมีการ ทุจริตคอร์รัปชัน แต่อยากจะให้ทางคณะกรรมการต้องติดตาม งบประมาณที่ลงในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ขาดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ขาดการติดตามและประเมินผลในโครงการ ต่าง ๆ และเกือบทุกภูมิภาคในระบบราชการไทยจะเปึนอย่างนี้ครับ ขาดการติดตาม การขาดประเมินผล สิ่งเหล่านี้ละครับเปึนปัญหาในการพัฒนาระบบ พัฒนาประเทศชาติ ไม่ก้าวหน้าไปข้างหน้าได้ ท่านประธานที่เคารพ กระผมถึงอยากจะบอกผ่านไปถึง คณะกรรมการซึ่งเปึนข้อสรุปให้ทางคณะกรรมการได้นําไปอยู่ในกรอบความคิด ซึ่งท่านเองก็ได้ใส่ใจ ได้ให้ความสําคัญ ในการติดตามเพื่อการพัฒนาประเทศชาติและบ้านเมือง ฝากท่านด้วยความจริงใจว่า การพัฒนาประเทศเพื่อให้เปึนไปในระบบและสู่ระบบได้ดีขึ้นนั้นอยากจะฝากให้ท่าน ได้ดูแลในการพัฒนาระบบให้เปึนไปในคู่ขนานอย่างที่ผมว่าในเบื้องต้น เพื่อพัฒนากลไก ของรัฐ และสิ่งที่สําคัญคือ พัฒนาคน คนของรัฐจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม สิ่งที่สําคัญ มากกว่านั้นก็คือความสามัญสํานึกในหน้าที่ ถ้าตราบใดข้าราชการขาดความสามัญสํานึก ในอํานาจและหน้าที่ของตัวเองแล้วความล้มเหลวก็ย่อมเกิดขึ้น ในการพัฒนาระบบ ราชการไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ผมขออนุญาตเรียนแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านตอบเล็กน้อยครับ ประเด็นสั้น ๆ ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณทุกความคิดเห็น ทุกข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของข้อเสนอแนะที่พูดถึงเรื่องความมั่นคงของสถาบันราชการ ข้อเสนอแนะที่พูดถึงว่าเราจะทําอย่างไรที่จะปรับกําลังข้าราชการให้เหมาะสมกับ ความเปึนจริงของประเทศ ผมจะนําข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ไปพิจารณาในคณะกรรมการ โดยเร็วครับ
ต่อคําถามของสมาชิกที่ว่าคณะกรรมการชุดนี้มีการตั้งเปัาหมายในการ ทํางานหรือไม่ ตอบสั้น ๆ ว่า มี นะครับ อยู่ในหน้าที่ ๒๒ แล้วก็ยอมรับสิ่งที่ท่านพูดถึงว่า ควรจะไปปรับปรุงในเรื่องของ อี-กัฟเวอร์นเมนท์ (e-Government) อันนี้ก็จะขอรับไป
ต่อข้อคําถามต่อไปที่พูดถึงปัญหาหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งท่านสมาชิกต่าง ๆ อาจจะใช้ถ้อยความที่แตกต่างกัน ขอเรียนว่าทางคณะกรรมการ ก.พ.ร. มียุทธศาสตร์ ๔ ข้อ ที่พูดว่า เก่ง ดี มีส่วนร่วม แล้วก็ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าท่านดูตรงนี้ก็จะเห็น ว่า ทุกเรื่องเน้นถึงเรื่องการพัฒนาคน แล้วก็จะเปึนการตอบคําถามสําหรับสมาชิก หลายท่านที่พูดว่า จะทําอย่างไรที่ทําให้ข้าราชการเปึนกลางทางการเมือง ข้าราชการ รู้จักงานของตัวเองพอหรือยัง ข้าราชการไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ รวมถึง ข้อคิดเห็นที่พูดบอกว่า โกงก็ไม่เปึนอะไรขอให้มีการพัฒนาก็แล้วกัน ถ้าท่านดูยุทธศาสตร์ ๔ ข้อนี้ ผมเชื่อว่าไม่มากก็น้อยจะตอบคําถามที่เมื่อสักครู่ท่านได้พูดถึง
ข้อต่อไปคณะกรรมการชุดนี้ในการทํางานมีตัวชี้วัดที่มีความสําคัญ ๔ ตัว นะครับ ถามว่าตัวชี้วัดต่าง ๆ เหล่านี้มีเรื่องอะไรที่สําคัญ ๆ บ้าง ผมยกตัวอย่างในเรื่องของ ประสิทธิผล ในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเปึนการ ตอบคําถามของสมาชิกที่บอกว่าจะทําอย่างไรให้แก้ปัญหาข้าราชการเรื่องข้าราชการ เกียร์ว่าง หรือข้าราชการที่มีทัศนคติของเรื่องเจ้าขุน มูลนาย
ต่อไปนะครับ ขอเรียนว่าคณะกรรมการชุดนี้มีการทํางานที่ใช้คํารับรอง ปฏิบัติราชการซึ่งมีการพัฒนาและมีการแก้ไขให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นทุก ๆ ป้ ตรงนี้ก็จะเปึน การตอบคําถามของสมาชิกที่ถามว่า จะพัฒนาข้าราชการอย่างไร ระบบราชการอย่างไร จะให้เขาทําตามแผน จะให้เขาทําตามภารกิจ หรือจะให้เขาทําตามงบประมาณ ทําตาม คํารับรองการปฏิบัติราชการ ซึ่งจะสอดคล้องกับเรื่องแผน กับเรื่องภารกิจ แล้วก็กับเรื่อง งบประมาณ
ต่อคําถามที่สําคัญ ผมคิดว่าอาจจะเปึนคําถามที่สําคัญที่สุดเกี่ยวกับ เรื่องการลดกําลังคนขอเรียนว่าในแผนปฏิบัติการที่ผ่านมาเรามีการตั้งเปัาหมายว่า เราจะ ลดข้าราชการ ๑๐ เปอรเซ็นต์ ที่ผ่านมาเราทําได้ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ เนื่องมีปัญหา บางประการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข สําหรับแผนปฏิบัติการในช่วงต่อไป เรามีแผนว่าเราจะลดกําลังข้าราชการประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ซึ่งจะคิดเปึน ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของอัตราข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งเปึนเรื่องที่ ทางคณะกรรมการ ก.พ.ร. ชุดนี้ดูแลอยู่
สําหรับข้อคิดเห็นที่ท่านพูดถึงเรื่องของกระทรวงมหาดไทย พูดถึงเรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางคณะกรรมการ ก.พ.ร. จะรับไปพิจารณา แล้วก็ ส่วนคําถามที่เหลือที่ผมไม่ได้ตอบในวันนี้ผมจะให้ทางสํานักงาน ก.พ.ร. ขึ้นเว็บไซต์ ตอบคําถามของท่าน ซึ่งเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. เปึนเว็บไซต์ที่มีข้าราชการติดตามเปึนจํานวน มากครับ ขอบพระคุณครับ
ถือว่าสภาแห่งนี้ได้รับทราบ รายงานการพัฒนาระบบราชการไทย ประจําป้ ๒๕๕๑ ของสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการแล้วนะครับ สภาขอขอบคุณทางคณะกรรมการ ด้วยความขอบคุณ ครับ ก็ถือว่าจบเรื่องที่ ๒.๔ บัดนี้ได้เวลาพอสมควร กระผมขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ส่วนที่ไปอยู่ที่อื่นผมไม่ขอบคุณนะครับ ขอขอบคุณอย่างมาก ขอป่ดประชุมครับ