สถาพร มณีรัตน์ อภิปรายเรื่องงบประมาณกระทรวงแรงงาน โดยวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมและขอให้สานักงานงบประมาณดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ โดยขอบคุณประธานสภา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต่อรายงาน งบประมาณค่าใช้จ่ายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่ามันจะเปึนป้งบประมาณ ๒๕๕๑ แต่ผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้มันทําให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เชื่อมโยงมาจากอดีต ปัจจุบันและอนาคต ถึงแม้ว่า งบประมาณป้นี้ ๒๕๕๑ จะผ่านมา ๒ ป้แล้วก็ตาม ผมเห็นว่าข้อสังเกตและรายงาน ถึงแม้ว่าจะล้าหลังแต่เปึนประวัติศาสตร์ที่ผมภูมิใจที่จะได้อภิปราย ตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ สํานักงบประมาณนั้นได้นําข้อสังเกตของกระผมนั้นไปตักเตือนราชการและฝ์ายบริหาร ฝ์ายการเมืองในการที่เข้ามามีอํานาจกระทรวง สิ่งที่ผมขออภิปรายอยู่กระทรวงเดียวครับ คือกระทรวงแรงงานเมื่อเช้านี้ผมได้ตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องของแรงงานถูกหลอกไปต่างประเทศ และหลังจากที่อภิปรายกระทู้สดเรียบร้อยก็มี ผู้ใช้แรงงานที่ถูกหลอกมายื่นหนังสืออีก แต่พอหันมาดูงบประมาณท่านครับ ท่านสํานักงบประมาณครับ งบประมาณกระทรวงแรงงานหน้าที่ ๘๐ หน้าที่ ๘๑ สํานักงานปลัดกระทรวงได้ตั้งแรงงานไทยในต่างแดนได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านได้ตัดโอนมาเปึนค่าใช้จ่ายตามหลักสูตรการศึกษาในประเทศ ดูงานต่างประเทศของนักบริหารแรงงานระดับต้นและระดับกลางเพื่อพัฒนาสมรรถภาพ บุคลากร ท่านตั้งงบประมาณในเบื้องต้นนั้น ท่านให้เหตุผลว่าเปึนงบประมาณเหลือจ่าย จากการดําเนินการสําเร็จตามวัตถุประสงค์และเปัาหมายที่กําหนด ท่านประธานที่เคารพ การตั้งงบประมาณแล้วชี้วัดตัวนี้ ผมต้องเรียนถามสํานักงบประมาณว่าการชี้วัดนั้น เอาตัวอะไรมาชี้วัด ในขณะที่ตัวชี้วัดคือผู้ใช้แรงงานถูกหลอกไปตกงาน ไปปล่อยเกาะ เรื่องแล้วเรื่องเล่า จนปลัดกระทรวงถูกปลดออก อธิบดีถูกไล่ออก ให้ออก นี่คือ ความเจ็บปวด เพราะฉะนั้นกระทรวงแรงงานในการอ้างว่าประสบสัมฤทธิผล ตามการประเมินผลตัวชี้วัดไม่ถูกต้องครับ แล้วโอนเปลี่ยนมาเปึนการดูงานต่างประเทศ ในขณะที่แรงงานไทยไปทํางานต่างประเทศ อด ๆ อยาก ๆ ผมนั้นอิจฉาประธานาธิบดี กลอเรีย มาคาปาคาล อาโรโย แห่งประเทศฟ่ลิปป่นส์ เวลาท่านจะปราศรัยหรือท่านอภิปราย ให้ขวัญกําลังใจของคนในประเทศของท่าน ท่านจะพูดถึงพี่น้องของท่านในประเทศ และท่านจะกล่าวถึงพี่น้องของเราในต่างประเทศ เพราะประเทศฟ่ลิปป่นส์นั้นเขาดูแล แรงงานต่างประเทศของเขาอย่างดีที่สุด ท่านจะส่งแรงใจถึงพี่น้องประเทศฟ่ลิปป่นส์ที่ไป ทํางานในต่างประเทศเสมอ แรงงานฟ่ลิปป่นส์นั้นส่งเงินเข้าประเทศป้ละหลายแสน ล้านบาท ถ้าเทียบเปึนเงินบาท แต่แรงงานของประเทศไทยเรานั้นต้องจํานอง จํานํา ที่ไร่ ที่นา ไปให้ ธ.ก.ส. เสร็จแล้วไปให้ค่านายหน้า ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วพอ เดินทางไปไม่มีงานทํา ถูกหลอก และสิ่งที่เจ็บปวดที่กระผมนั้นพูดไปแล้วน้ําตาจะไหลให้ได้ นั่นก็คือมีกระทรวงแรงงานเปึนที่สแทมพ์รับรองความถูกต้องของการไปทํางาน ต่างประเทศทุกแผ่น ทุกใบ พอเดินทางไปต่างประเทศสถานทูตไทยก็ไม่เคยให้ข้อมูล ที่เปึนจริงกับคนไทย เพราะการทํางานต่างประเทศนั้นถือว่าสถานทูตไทยจะต้องเปึน ผู้ดูแลทุกอัตราในต่างประเทศนั้นแทนพี่น้องคนไทย แล้วตัวชี้วัดตัวนี้เปึนสิ่งที่พวกผมเอง นั้นถือว่าเปึนการปรับเปลี่ยนงบประมาณโดยการหลอกลวงอย่างสิ้นเชิง การหลอกลวงนั้น ท่านได้หลอกลวงพี่น้องประชาชนเราไปตกระกําลําบากในต่างแดนแล้ว และยังมิหนําซ้ํา ยังหลอกลวงในกระทรวง หลอกลวงตั้งงบประมาณโดยอ้างว่ามีผลสัมฤทธิ์ ท่านสํานักงบประมาณครับได้โปรดจับตาเปึนพิเศษในกระทรวงแรงงาน ยังไม่พอครับ ล่าสุดนี้กระทรวงแรงงานส่งเด็กไปแข่งขันฝ้มือ ๒๑ ล้านบาท ปรากฏว่าเด็กไป ๖ คน ๘ คน แต่คนติดตามเปึนระดับใหญ่ ๆ ในกระทรวงเกือบ ๒๐-๓๐ คน ปล่อยให้เด็กนั้น กินมาม่า คนไปติดตามนั้นกินไวน์ (Vine) กินอาหารหรู ๆ แล้วอ้างว่าบริษัททัวร์จัดให้ อย่างนี้ครับ การสัมฤทธิผลในทางเชิงงบประมาณนั้นไม่จําเปึนหรอกครับ ไม่จําเปึนที่จะต้องเฉพาะ เอกสาร การชี้วัดตัวประเมินผลจากสํานักสื่อที่ร้องเรียน ผู้ร้องเรียน การประเมินผล ที่ความสําเร็จของโครงการที่มีผลสําเร็จ ผลสัมฤทธิ์อย่างไร สํานักงบประมาณต้องดูด้วย ไม่ใช่ว่าดูแต่เอกสารที่เจ้ากระทรวงดําเนินการมาแล้วเอาเอกสารเหล่านั้นมาบอกว่า ตัวชี้วัด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นั่นเปึนการชี้วัดในลักษณะอินไซเดอร์ (Insider) เปึนการพูดกัน ภายในเองครับ แสวงหาข้อมูลเอง แต่ตัวชี้วัดปัจจัยภายนอกคือพี่น้องประชาชนต่างหากครับ ตัวพี่น้องประชาชนต่างหากคือตัวชี้วัด เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ยิ่งเปึนงบเงินกู้ไทยเข้มแข็ง เราไม่ดูไม่ได้เลยครับ บอกว่าเปึนความลับ ไม่ลงเล่มด้วย แล้วเงินนอกงบประมาณอย่างนี้ ถ้ามีการปรับเปลี่ยน สํานักงบประมาณมีอํานาจ ตามกฎหมายหรือเปล่า ผมตั้งข้อสังเกต เงินตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชน เปึนหนี้ทั้งหมด ๖๓ ล้านคน งบมันตกกระจุกครับ มันไม่กระจาย แต่สภาแห่งนี้ไม่สามารถ ตรวจสอบได้เลยว่างบไทยเข้มแข็งนั้นให้ใครเข้มแข็งบ้าง นี่คือบทเรียนอันล้ําค่าในการ ใช้เทคนิคในการบริหารจัดการงบประมาณครับ เปึนเทคนิคครับ เพราะฉะนั้น สํานักงบประมาณได้โปรดตั้งข้อสังเกตด้วยว่างบไทยเข้มแข็งนั้นสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาแห่งนี้จะตรวจสอบอย่างไร วันนี้เอกสารจะดูยังบอกเปึนความลับกันเลยครับ ป่ดหมด โน้นล่ะครับ ท่านเขียนเสร็จบอกว่าอนุมัติแล้ว แล้วจะติดตามกันได้อย่างไรครับ ขนาดที่เราติดตามกันอย่างใกล้ชิด อย่างกรณีของชุมชนพอเพียงก็ยังมีเรื่องฉาวโฉ่กันเลย ครับ เราไม่ต้องมาปฏิเสธกันหรอกครับ ขนาดมีกลไกล็อกซ้าย ล็อกขวา ยังมีช่องว่างที่ พอที่จะให้เกิดการล็อกสเปค (Lock Spec) และโกงกันเลย แล้วเราจะให้มี ความเชื่อมั่นอย่างไรว่างบไทยเข้มแข็ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะใช้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ของพี่น้องประชาชนเท่านั้นหรือครับ ผมเกรงว่าจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้รับเหมา มากกว่า ตรงนี้ต่างหากที่เราควรที่จะตั้งข้อสังเกตและติดตามงบประมาณอย่างใกล้ชิด พวกเราเองนั้นไม่ใช่สบายใจเลยนะครับ เพราะสื่อก็ดี ประชาชนก็ดี เวลามีงบประมาณ จับจ้องแต่เฉพาะนักการเมือง ผมก็ยืนยันชัดเจนว่านักการเมืองนั้นมันมีชั่ว มีดี และมันมี ทุกชนิดละครับ แต่ส่วนใหญ่นักการเมืองเหล่านี้เขาจะดีหมดละครับ เพราะฉะนั้นเรา ควรจะจับตาให้ครบ ๓๖๐ องศา มุมมองส่วนต่าง ๆ นั้นเปึนมุมมองที่บางครั้งสื่อก็พาไป เหมือนงบไทยเข้มแข็ง ตั้งงบ พีอาร์ (PR) เปึน ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าตรวจ จริง ๆ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ บางทีพี่น้องประชาชนยังมาถามว่าไวนีปักกันทั่วบ้าน ทั่วเมืองมันแผ่นละเท่าไร งบเรียนฟรีก็บอกว่างบเรียนฟรี ที่จริงอุดหนุนบางส่วน ไม่ได้ทั้งหมด ถ้อยคําเหล่านี้ก็ต้องชัดเจนครับ แล้วทําไมมีไวนิวล์เต็มบ้านเต็มเมือง บริษัทสื่อบางบริษัทวิ่งกันจนทะเลาะกันแล้วก็เขียนด่ากันในสื่อ แย่งงบพีอาร์ (PR) ของไทยเข้มแข็ง ซึ่งเช็ก (Check) แล้วมีไม่ต่ํากว่า ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่เช็ก ในเนื้อแล้วมีไม่ต่ํากว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะตรวจสอบได้อย่างไร เราจะรายงาน ต่อสภาอันทรงเกียรตินี้อย่างไร พวกเรานั้นจะชั่ว จะดี จะเลว แต่ก็มาจากพี่น้องประชาชน เลือกให้มาครับ เลือกให้มาเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน มาปกปัองสิทธิประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน ในสภาแห่งนี้ต้องรู้ครับ ไม่รู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่าง ที่กระทําการในวันนี้ก็เปึนสิ่งที่ดีของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ให้อํานาจ มารายงาน แต่การรายงานนั้นถ้าจะปรับเปลี่ยนให้ดีควรจะมีการรายงานก่อน และหลังปรับเปลี่ยน การตั้งข้อสังเกตของพวกเรานั้นก็เปึนเพียงข้อสังเกต แต่ไม่มีอํานาจบังคับในระบบ กฎหมาย แต่ผมก็หวังไว้ว่าจิตสํานึกของข้าราชการสํานักงบประมาณที่ได้เสริมสร้าง บุคลากรและได้ทํางานอย่างหนักมาทุกป้นั้น คงจะได้เห็นได้รู้และเปึนแบบอย่างให้กับ ข้าราชการ ผมเองนั้นภาวนาเหลือเกินว่าวันหนึ่งข้างหน้าถ้ามีโอกาสได้เปึนใหญ่ ผมจะยก สํานักงบประมาณเปึนองค์กรอิสระเพื่อให้ตรวจสอบ มีอํานาจบริหารจัดการเด็ดขาด ครบวงจร แต่วันนี้สํานักงบประมาณยังอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ยังอยู่ภายใต้การบริหาร จัดการทางการเมือง บางครั้งเชิงนโยบายจําเปึนที่จะต้องทํา แต่อยากจะให้สํานักงบประมาณ เขียนวิสัยทัศน์ เขียนอะไรของในองค์กรของท่านนั้นให้เปึนองค์กรอิสระในการที่ดูแล งบประมาณภาษีของประชาชน ป้หนึ่งก็จํานวนหลายล้านล้านบาท งบเหลือจ่าย งบอย่างนี้ครับ อย่างที่กรณีงบของกระทรวงแรงงานที่พี่น้องประชาชนยังถูกหลอก ถูกต้ม ถูกตุ๋น แต่มาเขียนผลสัมฤทธิ์ว่ามีงบเหลือจ่ายจากตรงนี้แล้ว ปรากฏว่าวัดผล ประเมินผลแล้ว แรงงานได้บรรลุผลสัมฤทธิ์ แต่ปรากฏว่าแรงงานยังถูกหลอกถูกลวง แต่ท่านก็แปรงบ เหล่านั้นมาใส่เปึนการดูงานต่างประเทศของผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง อย่างนี้ ละครับเปึนอัตลักษณ์ เปึนเนื้อที่ไม่ควรเอามาใส่ไว้ มันฟัองของท่านเองครับ
ท้ายที่สุดนี้ผมขอให้กําลังใจสํานักงบประมาณที่ดูแลเงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่เปึนภาษีของพี่น้องอย่างสัมฤทธิผล แน่นอนที่สุดครับ การดําเนินโครงการนั้นย่อมมีรั่ว มีไหล แต่การรั่วไหลนั้นขอให้ท่านบันทึกไว้เถอะครับ ผมยังเชื่อว่าเงินงบประมาณ ของแผ่นดินนั้น เปึนเงินที่ตกน้ําไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เปึนเงินของหยดเหงื่อหยาดน้ําตา ของคน ๖๓ ล้านคน เปึนเงินที่ให้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มันผู้หนึ่งผู้ใดที่เอาเงินนี้ไปเปึน ประโยชน์ส่วนตัวส่วนตนนั้น ย่อมมีผลต่อชีวิตอนาคตของลูกของหลาน เหลน โหลน พวกเขาภายหน้า ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ