บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องการโอนงบประมาณที่ไม่ตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะโครงการที่ช่วยเหลือคนยากจน ผู้สูงอายุ และนักเรียน และขอสภานำสาเหตุมาค้นหาการแก้ไข
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอถือโอกาสอภิปรายรายงานการ โอนงบประมาณรายจ่ายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๖๙ วรรคสาม ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน ๒๕๕๑ นะครับ เปึนที่น่าสังเกตว่ามีงบประมาณที่โอนออกจํานวนประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบเปึนสัดส่วนเปอร์เซ็นต์แล้วก็คงจะอยู่ที่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้นั้นนะครับ แล้วก็มีรายการที่รับโอนเข้านี่ ก็อยู่ที่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ในรายการที่โอนออกนี้นะครับ ผมตั้งข้อสังเกต ว่าเหตุที่มีงบประมาณโอนออกหรือเหลือจ่ายอาจจะมี ๒ ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่ ๑ ก็คือเปึนไปด้วยเหตุผลที่ดี เช่น มีการประหยัดงบประมาณ มีการบรรลุวัตถุประสงค์โดยใช้งบประมาณที่น้อยกว่าที่ตั้งไว้ อันนี้ก็เปึนเหตุผลที่ดี
อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะเปึนเหตุผลที่ไม่ค่อยดี หรือมีความจงใจที่จะทําให้ งบประมาณนั้นไม่สามารถใช้ได้หรือมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากวัตถุประสงค์ ที่สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาอนุมัติไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ อาจจะ ด้วยเหตุผลของข้าราชการประจําก็ดี หรืออาจจะด้วยเหตุผลของข้าราชการการเมืองก็ดี เพราะว่าก็ทราบข่าวมาราว ๆ ว่าบางครั้งก็เปึนวัตถุประสงค์ในเชิงของการเมือง หรือพรรคการเมือง ทําให้งบประมาณนั้นไม่ออกไปตามที่ควรจะเปึน ในส่วนนี้ก็เปึน เหตุผลที่สภาผู้แทนราษฎรจําเปึนที่จะต้องค้นหาสาเหตุ แล้วก็นําไปแก้ไขปัญหา เพราะว่า เมื่อมีการประหยัดงบประมาณ แต่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้ก็ถือว่าประเทศชาติ เสียหาย ในส่วนที่รายการงบที่โอนออกมานี่ อาจจะด้วยเหตุผลที่ดีก็ตาม หรือเหตุผล ที่ไม่ดีก็ตาม เมื่อมีการนํารายการงบนั้นไป รายการที่รับโอนเข้า ควรจะได้ผลที่ดี ส่วนนี้ ผมฟังเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็เปึนกังวลมากว่างบประมาณที่นําไป รับโอนจะเปึนธรรมหรือไม่ ประเด็นสําคัญเลย เปึนธรรมหรือไม่ คําว่า เปึนธรรม ก็หมายความว่า มีความทั่วถึง มีความเท่าเทียมกันหรือไม่ ผมฝากตั้งข้อสังเกตว่า ในป้ต่อไปหรือโอกาสต่อไปสํานักงบประมาณควรที่จะนําข้อนี้มาพิจารณาเปึนพิเศษ เพราะว่าสภานี่ก็รับรู้สิ่งที่นอกเหนือวิสัยที่สภาผู้แทนราษฎรก็คือตัวแทนของประชาชน ที่จะมีโอกาสได้เข้าไปรู้รายละเอียด ควรจะเปึนโครงการที่มีโอกาสที่ทุกคนจะได้รับ ยกตัวอย่าง น่าจะเปึนโครงการที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือคนยากจน เช่น คนยากจนไม่ว่าอยู่ ในภูมิประเทศใด จังหวัดใด ในภูมิภาคใด เขาเปึนผู้มีสิทธิคนแรกที่จะได้รับ นอกจากนั้นก็ จะเปึนกลุ่มของผู้สูงอายุ เมื่อทุกคนมีสิทธิที่จะมีอายุเข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุเขาก็จะได้รับสิทธิ เหล่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุก็ได้ผ่านสภาแล้ว ซึ่งงบประมาณที่จัดให้ นี่ก็เพียงน้อยนิดเดือนละ ๕๐๐ บาท ในส่วนนี้ยังสามารถที่จะเพิ่มโบนัสให้ผู้สูงอายุได้ ยกตัวอย่าง คนอายุ ๖๐ ป้นี่ก็อาจจะปรับเปึน ๖๐๐ บาท ๗๐ ป้อาจจะเปึน ๗๐๐ บาท ๘๐ ป้เพิ่มขึ้นไป ๑๐๐ ป้ อยู่ได้ถึง ๑๐๐ ป้อาจจะเปึน ๑,๐๐๐ บาทอย่างนี้เปึนต้น ในส่วนนี้ เมื่อมีการปรับปรุงงบประมาณให้ไปรับโอนในหมวดที่เปึนเรื่องของการช่วยเหลือ ประชาชนที่ยากจนหรือผู้ด้อยโอกาสแล้ว ผมเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะไม่ ครหานินทาว่าการจัดงบประมาณนั้นเปึนไปอย่างไม่เปึนธรรมอย่างแน่นอน นอกจากนั้น จะขอยกตัวอย่างเรื่องของนักเรียน โครงการอาหารกลางวันนักเรียนปัจจุบันผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งวุฒิสมาชิกก็ดี ได้นํามากล่าวในสภาว่าอาหารของนักเรียน ตามโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ได้คุณภาพของอาหาร ๕ หมู่อย่างแน่นอน ยกตัวอย่าง กินมาม่ากับข้าวเปล่า มาม่า ประทานโทษที่เอ่ยยี่ห้อ บะหมี่สําเร็จรูปกับข้าวเปล่า มันก็คือ คาร์โบไฮเดรตกับคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ก็ไม่มีโปรตีน ไม่มีอาหารที่ครบ ๕ หมู่ เนื่องจากว่า งบประมาณที่จัดลงไปในโครงการอาหารกลางวันมีไม่เพียงพอ ก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้จัดงบประมาณอาหารกลางวันให้ไปครบถ้วน ในป้ ๒๕๕๓ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคุณภาพอาหารเปึนสิ่งสําคัญที่จะพัฒนาสุขภาพ ร่างกายและสมองของเยาวชน ถ้างบประมาณที่เหลือจ่ายประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าได้ลงไปในกองทุนอาหารกลางวัน ให้โรงเรียนต่าง ๆ ได้บริหารแล้ว ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องเสียเวลามารับรู้รับทราบสิ่งที่จัด งบประมาณโครงการที่ไม่ใช่โครงการเร่งด่วน แล้วก็จําเปึนนะครับ ซึ่งโครงการที่ไม่เร่งด่วน จําเปึน แล้วอาจจะมีความลําเอียงในการจัด หรืออาจจะมีเหตุผลทางการเมือง สามารถที่ จะมาจัดในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ถัดไปได้อย่างแน่นอน
ต่อไปก็คือเรื่องของผู้ป์วยนะครับ ปัจจุบันผู้ป์วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็จะมีสิทธิแต่เรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องหยูกยา การผ่าตัด แต่ว่าบุคคลเหล่านี้ เมื่อมาอยู่โรงพยาบาล การเดินทางมาก็ดี เรื่องของผ้าอ้อมต่าง ๆ สําหรับคนที่ช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้ การขับถ่ายก็ดี โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ยากจนอยู่แล้วเขาจะไม่มีกองทุนที่จะมา ช่วยเหลือผู้ป์วยยากจนนี้ ผมเคยอยู่โรงพยาบาลอําเภอแกลง จังหวัดระยอง ทราบว่า มีกองทุนพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป์วยยากจน แล้วก็ทราบจากรายงานของกองทุนนี้ว่ามีประมาณ ๒๐๐ กว่าโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ซึ่งยังไม่ได้มีการสนับสนุนจากหน่วยราชการให้กองทุนนี้เติบโต แล้วก็นําเงินมาสงเคราะห์ อนุเคราะห์แก่ผู้ป์วยยากจนที่ตกทุกข์ได้ยากเจ็บป์วยในโรงพยาบาลรัฐบาล งบประมาณ ส่วนนี้ถ้าเราจัดสรรลงไปสู่กองทุนที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งเช่นนี้จะถือว่าเปึนประโยชน์ แล้วก็ส่งเสริมเกี่ยวกับให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ จะได้มีโอกาสหายไข้ หายป์วย แล้วก็มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาต่อสู้กับชีวิต แล้วก็มีกําลังเรี่ยวแรงในการสร้างชาติต่อไป นะครับ ผมก็ฝากข้อสังเกตเรื่องของรายงานฉบับนี้ในส่วนนี้
ประเด็นสุดท้ายครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ในวรรคสาม ให้รัฐบาล รายงานกรณีที่มีการโอนหรือนํารายจ่ายงบประมาณที่กําหนดไว้ในรายการใดไปใช้ ในรายการอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจให้รัฐบาลรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก ๖ เดือน ในวันนี้เปึนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมก็อยากจะถามว่า ไม่ทราบว่า มารายงานในที่ประชุมรัฐสภาในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนั้น ในวันนี้มารายงาน ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะถูกต้องหรือไม่ อันนี้เปึนอีกประเด็นหนึ่งที่ฝากเรียนถามด้วย กราบขอบพระคุณครับ